ทะลุมิติมาเป็นซูเปอร์เจ่เจ้ ตอนที่ 65

 ตอนที่ 65  สัญญาแต่งงาน


“ไป่จือ ในฐานะบิดา ข้าช่างเห็นแก่ตัวนัก ข้าหวังว่าลูกสาวข้าจะได้แต่งงานมีครอบครัวที่ดี เจ้าเห็นด้วยหรือไม่?”


“เมื่อทั้งสองฝ่ายยังไม่ได้แต่งงาน ย่อมไม่มีเหตุผลให้คัดค้าน แต่ข้าต่างหากที่เกรงว่าท่านอาถังจะไม่พอใจ เพราะข้าเป็นเพียงคนธรรมดาไร้ชื่อเสียง”


จ้าวไป่จือกล่าวพร้อมโค้งคํานับถังอู่


เขาตัดสินใจตอบรับคําขอของถังอู่ไปก่อน และตั้งใจจะหารือเรื่องนี้กับบุตรสาวของเขาอย่างเหมาะสมเมื่อไปถึงหมู่บ้านตระกูลถัง


“เอาละ ในเมื่อเจ้ายินดี มาร่างสัญญาแต่งงานกันเถอะ”


สดับวาจาของจ้าวไป่จือ ถังอู่คล้ายจะดูมีชีวิตชีวาและจิตใจเบิกบานขึ้นชั่วขณะ


เขาพยายามลุกขึ้นนั่ง


เมื่อไม่มีทางเลือกอื่น จ้าวไป่จือจึงต้องหยิบพู่กันขึ้นมาและคัดสําเนาสัญญาแต่งงานสองฉบับ


ถังอู่กดนิ้วหัวแม่มือลงบนสัญญาทั้งสองแผ่นโดยไม่ลังเล แล้วค่อยกระตุ้นให้จ้าวไป่จือทําเช่นเดียวกัน


ดังนั้น สัญญาแต่งงานที่อาจผิดต่อบุตรสาวของเขาจึงเสร็จสมบูรณ์ เหลือเพียงการลงทะเบียนอย่างเป็นทางการ ณ ที่ว่าการอําเภอเมื่อพวกเขากลับถึงเมืองชิงเหอ


*กึง... กึง...*


ล้อเกวียนค่อยๆหมุนไปตามถนน ผู้โดยสารแต่ละคนต่างจมอยู่กับความคิดของตนเอง


ณ หมู่บ้านตระกูลถัง


ชาวบ้านกําลังอยู่ในช่วงเวลาที่คึกคักที่สุด แม้แต่เด็กอายุสี่หรือห้าปีก็ยังไปคอยช่วยพวกผู้ใหญ่ในไร่นา


ครอบครัวของถังฉีแยกออกจากบ้านใหญ่ พวกนางจึงไม่ได้รับการจัดสรรที่ดิน


ถังฉีจึงหันไปสนใจหอยกาบในแม่น้ํารอบๆหมู่บ้านตระกูลถังแทน


คล้ายว่านี่จะเป็นฤดูกาลเก็บเกี่ยวหอยกาบด้วยเช่นกัน!


หนึ่งปีที่แล้ว นางเปิดหอยกาบสองสามตัว และพบว่าไข่มุกยังไม่กลมเกลี้ยงมากนัก ทั้งยังมีสิ่งปนเปื้อนอยู่บ้าง ครานั้นนางจึงยังไม่วางแผนว่าจะขายพวกมัน


ไข่มุกที่นางเก็บได้ครั้งนั้นถูกบดเป็นผง


“น้องรอง ไปที่บ้านผู้นําตระกูลกับข้า ไปเก็บหอยกาบมาดูกันเถอะ!”


ถังฉีพูดพร้อมยื่นมือออกมา


นี่คือการหวนคืนสู่อาชีพเก่าของนาง ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่นางคิดถึง


“พี่ใหญ่ ไข่มุกในหอยกาบโตได้ที่แล้วหรือ?”


ถังเฟิงโน้มตัวเข้ามาทันที เขากระตือรือร้นอยู่เสมอเมื่อเป็นเรื่องเงินๆทองๆ


“ใช่แล้ว แต่มากับข้าแค่พี่รองของเจ้าก็พอ เจ้าอยู่บ้านและตั้งใจเรียนไปเถอะ อย่าคิดว่าข้าไม่รู้นะ ว่าเจ้าอ่อนหนังสือที่ สุดในบรรดาพี่น้องทั้งสาม”


ถังฉีจบประโยคด้วยการโบกกําปั้นไปทางถังเฟิง


นางรู้ว่าอาจารย์อวิ๋นวางแผนจะให้น้องชายทั้งสามคนเข้ารับการสอบถงเซิง


*ถงเซิง แปลตามตัวอักษรว่า “นักศึกษาเด็ก” คือผู้ที่สอบผ่านระดับต้นหรือระดับท้องถิ่น โดยไม่ว่าผู้สอบผ่านจะมีอายุเท่าใดก็จะถูกเรียกด้วยคํานี้ เป็นการสอบที่เทียบได้กับการสอบเพื่อเข้าศึกษาต่อในปัจจุบัน


อันที่จริง อาจารย์อวิ๋นใคร่ครวญเรื่องนี้ตั้งแต่ที่พวกเขาเรียนที่สํานักศึกษาในปีที่สอง แต่ถังฉีระงับไว้


อย่างไรเสีย พวกเขาก็ยังเด็กเกินไปในเวลานั้น จะเกิดอะไรขึ้นหากพวกเขารู้สึกลําพองใจเกินไปเมื่อกลายเป็นถงเซิง?


ถังฉีตระหนักถึงผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้น


เมื่ออายุสิบสองปี พวกเขาจึงจะมีความสามารถในการแยกแยะถูกผิด


ไม่นานนัก สองพี่น้องก็มาถึงบ้านผู้นําตระกูล


หลายปีที่ผ่านมา ผู้นําตระกูลไม่ได้ดูแก่ชราลงเลย อันที่จริง เขาดูมีชีวิตชีวามากขึ้นกว่าเดิมด้วยซ้ํา


เมื่อทราบถึงความตั้งใจของถังฉีและน้องชาย ใบหน้าของเขาก็เปล่งประกายด้วยความดีใจ


“ฮ่าฮ่า ในที่สุดก็ถึงวันนี้ ไปแจ้งบ้านอื่นๆกันเถอะ!”


ผู้นําตระกูลหัวเราะร่า จากนั้นจึงเดินออกไปข้างนอกอย่างรวดเร็ว ย่างก้าวของเขามีชีวิตชีวาราวกับย้อนวัยไปนับสิบปี


ถังฉีติดตามเขาอย่างเงียบๆ


ไม่นานนัก ครอบครัวแรกก็เริ่มเดินทางไปที่คุ้งน้ําฝั่งตะวันออกของหมู่บ้าน


ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา พวกชาวบ้านเดินผ่านบริเวณนี้ทุกวัน แต่พวกเขาก็มองว่าหอยเหล่านี้ไม่ได้มีความสลักสําคัญใดๆ


แน่นอนว่ามีบางคนคิดร้ายและพยายามขโมยหอย แต่พวกถังฉีก็คาดการณ์ไว้ล่วงหน้า และซ่อนหอยมุกน้ําจืดเหล่านี้ไว้อย่างดี


ส่งผลให้ไม่มีใครสามารถขโมยหอยที่มีไข่มุกได้


เมื่อเวลาผ่านไป ผู้คนก็แทบจะลืมเรื่องหอยมุกในแม่น้ําสายนี้ไปจนสิ้น


ถังฉีเก็บหอยสองสามตัวขึ้นมาด้วยตัวเอง ทําความสะอาดพวกมันและวางไว้บนม้านั่งหิน


“ฉีเอ๋อร์ มีไข่มุกอยู่ในหอยพวกนี้จริงๆหรือ หลายปีมานี้พวกเราไม่ได้รอคอยอย่างสูญเปล่าใช่หรือไม่?”


จู่ๆ ถังหม่านกุ้ยก็เริ่มลังเล


ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ครอบครัวของเขาได้สร้างบ้านในรูปแบบเรือนสี่ประสานขึ้นอีกสองหลัง และชีวิตก็เจริญรุ่งเรื่อง โดยจากร้านอาหารแห่งเดียวในเมืองก็ขยายเป็นสองแห่ง


ถังซานจางก็มองดูอย่างประหม่าเช่นกัน


แม้หลายปีมานี้เขาจะไม่ได้แสดงความสนใจเกี่ยวกับหอยมากนัก แต่เขารู้ว่าถ้าหอยผลิตไข่มุกได้จริง การขายเพียงครั้งเดียวก็อาจเหนือกว่าเงินทั้งหมดที่ครอบครัวเขามีหลายเท่าตัว!


สําหรับเขา นี่อาจเป็นการลงทุนที่ทํากําไรได้เป็นกอบเป็นกํา


“เหตุใดไม่มารู้ไปพร้อมกันล่ะเจ้าคะ?”


ถังฉีสังเกตลวดลายบนเปลือกหอย จึงคาดการณ์ได้อยู่แล้วว่าจะพบสิ่งใด


นางไม่อยากอธิบายให้มากความ แต่ต้องการให้การกระทําเป็นเครื่องพิสูจน์


ในไม่ช้า ทุกคนก็เร่งเร้าให้หญิงสาวเปิดฝาหอย


ถังฉีไม่ปล่อยให้พวกเขารอนาน ใช้มีดพับสวิสงัดฝาหอยทันที


ความสนใจของทุกคนเพ่งอยู่ที่หอยตัวนั้น และเมื่อถังฉีแงะมันออก ก็ไม่เผยให้เห็นสิ่งใด....นอกจากก้อนเนื้อสีขาว


“เฮ้อ...”


ใครบางคนถอนหายใจ ขณะที่คนอื่นๆพากันส่ายศีรษะด้วยความผิดหวัง


“ท่านลุงท่านอา ไข่มุกไม่ได้อยู่นอกเนื้อหอยเจ้าค่ะ”


ดังนั้นนางจึงค่อนข้างมั่นใจ


ถังฉีสัมผัสถึงไข่มุกได้ตั้งแต่แรกที่นางแงะเปลือกหอย ดังนั้นนางจึงค่อนข้างมั่นใจ


เมื่อได้ยินนางกล่าวเช่นนี้ ความหวังในแววตาของทุกคนก็จุดประกายขึ้นอีกครั้ง


จากนั้น ถังฉีลอกเนื้อหอยออก เผยให้เห็นไข่มุกที่อยู่ข้างใน


ทันใดนั้น ชาวบ้านตระกูลถังก็พากันตื่นเต้นดีใจ บางคนยังรู้สึกไม่เชื่อสายตาเมื่อเห็นไข่มุกที่อัดแน่นอยู่ในเนื้อหอย


“นี่... นี่... นี่มัน...”


แม้แต่เสียงของผู้นําตระกูลก็ยังสั่นเครือ


ถังฉีไม่เอื้อนเอ่ยคําใด หากแต่แงะหอยตัวที่สอง สาม สี่...


หอยแต่ละตัวล้วนมีไข่มุกสีขาว ไม่มากก็น้อย


‘พวกเราจะรวยแล้ว!’ ชาวบ้านตระกูลถังที่ร่วมลงทุนมีความคิดเป็นเอกฉันท์


“ฉีเอ๋อร์ หอยพวกนี้... ทุกตัวมีไข่มุก....?”


ผู้นําตระกูลอดไม่ได้ที่จะถามให้แน่ใจ


เขารู้มูลค่าของไข่มุกเป็นอย่างดี


หลังจากที่บ้านของถังหม่านกุ้ยขายไข่มุกไปเพียงเม็ดเล็กๆ ชีวิตของพวกเขาก็เจริญรุ่งเรืองอย่างน่าเหลือเชื่อ!


“แทบทุกตัวเจ้าค่ะ”


ถังฉีพยักหน้า


เมื่อเห็นสีหน้าตื่นเต้นดีใจของทุกคน นางก็กระแอมไอเพื่อเรียกความสนใจจากพวกเขา


“ตามคํากล่าว ‘ยิ่งหายากยิ่งมีมูลค่า’ คราวนี้เราอาจเก็บไข่มุกได้มากมาย แต่เมื่อถึงวันที่ไข่มุกล้นตลาด ราคาไข่มุกก็จะลดลงอย่างมาก”


ถังฉีย้ําเตือนทุกคนอย่างระมัดระวัง


“ฉีเอ๋อร์ เราเข้าใจหลักการนั้นดี แต่พวกเรากักตุนไข่มุกเหล่านี้ไว้ไม่ได้หรือ?”


สีหน้าของถังซานจางบ่งบอกความปีติระคนกังวล


“เหตุใดเราจะกักตุนไม่ได้ล่ะเจ้าคะ ไข่มุกถือเป็นสินทรัพย์ หากเป็นไปได้ เราไม่ควรขายแค่ในเมืองชิงเหลียงเท่านั้น แต่ควรทําการตลาดในเฟิงโจว หรือแม้แต่ทั่วทั้งแคว้น!”


ถังฉีรู้สึกตื่นเต้นขณะเอ่ย


มองไปยังถังฉี ถังซานจางสัมผัสได้ว่า เด็กสาวที่อยู่ตรงหน้าจะประสบความสําเร็จอย่างที่ยิ่งใหญ่ในภายภาคหน้า


บุรุษเช่นใดกันทีจะคู่ควรจะใช้เวลาทั้งชีวิตกับนาง?


“ฉีเอ๋อร์ เราจะสนับสนุนแนวทางการขายไข่มุกของเจ้า!”


หลังจากสนทนากันเพียงสั้นๆ ถังซานจาง ผู้นําตระกูล และคนอื่นๆก็มอบอํานาจตัดสินใจเกี่ยวกับไข่มุกแก่ถังฉีอย่างรวดเร็ว


“ยังเร็วเกินไปที่จะหารือเรื่องทั้งหมด การค้นพบในวันนี้จะต้องไม่แพร่งพรายให้ใครรู้ ในขณะที่ชาวบ้านคนอื่นๆกําลังยุ่งอยู่กับงานในไร่นา พรุ่งนี้ให้ทุกคนในบ้านของพวกท่านมาที่นี่ ช่วยกันเก็บหอยทั้งหมดจากริมฝั่งแม่น้ํา”


ถังฉีไม่ได้ระมัดระวังจนเกินเหตุ เมื่อค้นพบผลประโยชน์มหาศาล ไม่ว่าใครก็ล้วนกลายเป็นศัตรูได้



จบตอน


Comments