ทะลุมิติมาเป็นซูเปอร์เจ่เจ้ ตอนที่ 68

 ตอนที่ 68  ข่าวดี



ถังโส่วเหรินเอร็ดอร่อยกับขนมที่ถังฉีทํา รวมทั้งขนมปังจากห้วงมิติของนาง


“ให้ตาย เจ้าสิ่งที่เรียกว่านมเปรี้ยวนี้ ข้าพนันได้เลยว่าแม้แต่จักรพรรดิก็ยังไม่เคยลิ้มลอง!”


ถังหม่านกุ้ยดื่มนมเปรี้ยวในอึกเดียว เผยสีหน้าเอร็ดอร่อยอย่างยิ่ง


รสชาติเปรี้ยวหวานของนมเปรี้ยว มีเพียงถังฉีเท่านั้นที่สามารถทําได้


“น้องรอง”


ทางด้านถังฉีก็มาถึงแล้ว


“พี่ใหญ่ ท่านบอกว่าจะพักผ่อนอยู่ที่บ้านไม่ใช่หรือ? เหตุใดถึงตามออกมาด้วยล่ะ? หากเกิดอะไรขึ้นดึกดื่นป่านนี้จะว่าอย่างไร?”


ถังซานเมื่อเห็นถังฉีมาพร้อมกับไฟฉาย ก็รีบเดินไปหานางและตําหนิ


“ไม่เป็นไร ข้าพาอาต้ากับอาเอ้อร์มาด้วย”


ถังฉีพูดอย่างไม่ใส่ใจ


หมู่บ้านตระกูลถังค่อนข้างเงียบสงบ ทั้งยังมีหมาป่าดุร้ายสองตัวอยู่เคียงข้าง นางจึงไม่กังวลเรื่องความปลอดภัยของตนเอง


ยิ่งไปกว่านั้น นางมาพร้อมกับจุดประสงค์สําคัญ


เพราะการปรากฏตัวของหมาป่า ถังเหวินจึงไม่กล้าเข้าใกล้เกินไป ด้วยเกรงว่าพวกหมาป่าจะรู้ตัว


อย่างไรก็ตาม เขายังพอได้ยินบทสนทนาของพวกเขารางๆ


“ฉีเอ๋อร์ พวกเราจัดการทุกอย่างได้ เจ้าไม่จําเป็นต้องมาที่นี่เลย เด็กผู้หญิงไม่ควรออกมาข้างนอกตอนกลางคืนนะ”


ถังโส่วเหรินเผยสีหน้ากังวล


“ท่านอาโส่วเหริน พวกหอยพร้อมเก็บแล้ว ข้าไม่สบายใจเรื่องไข่มุกที่อยู่ข้างในเจ้าค่ะ”


ถังฉีเสียงดังขึ้นเล็กน้อยเมื่อเอ่ยถึงเรื่องนี้


ถังซานและน้องชายอีกคนสัมผัสได้ทันทีว่ามีบางสิ่งผิดปกติ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร เพราะรู้ว่าถังฉีต้องมีเหตุผลของนาง


“ฮ่าฮ่าฮ่า... ข้าเองยังนึกภาพไม่ออกเลยจริงๆ เมื่อนําไข่มุกจากหอยเหล่านี้ไปขาย เราทุกคนก็จะร่ํารวยเหมือนพี่ซานจาง!”


ถังโส่วเหรินกล่าวอย่างเหลือเชื่อ เสียงของเขาดังกว่าปกติเพราะความตื่นเต้นดีใจ


“อันที่จริง ข้าก็เหมือนกับฉีเอ๋อร์ที่ได้รับผลกําไรจากไข่มุก หลายปีที่ผ่านมาก็มั่งมีขึ้นมาก!”


ถังหม่านกุ้ยกินอาหารที่พวกถังซานนํามาให้เสร็จแล้ว


เมื่อได้ยินบทสนทนาจากระยะไกล ถังเหวินก็รู้สึกหัวใจเต้นแรง เดาว่าพวกเขาคงวางแผนจะเก็บหอยขึ้นมา และฟังจากน้ําเสียงอันมั่นใจ หอยคงจะให้ไข่มุกได้แล้ว มิเช่นนั้นพวกเขาคงไม่ยินดีปรีดาถึงเพียงนี้


‘ในเมื่อข้ารู้เรื่องนี้แล้ว กล่าวกันว่า ‘ผู้ใดเห็น ผู้นั้นก็ได้ไป’ เช่นนั้นก็...’


ถังเหวินคิดในใจ พลางกระหยิ่มยิ้มย่อง


เขายังคงแอบฟังอยู่พักหนึ่ง ทราบว่าผู้นําตระกูลและคนอื่นๆ วางแผนจะเก็บหอยในวันรุ่งขึ้น


ถังเหวินเริ่มวางแผนอย่างช้าๆ


ทางด้านบ้านเก่า


นางฉินซึ่งตัดสัมพันธ์กับครอบครัวเพราะข้อหาสังหารลูกสะใภ้เมื่อปีกลาย ก็สูญเสียความเย่อหยิ่งที่เคยมี


ในยุคนี้ สถานภาพของสตรีในตระกูลของสามี ล้วนขึ้นอยู่กับการสนับสนุนจากตระกูลเดิม


ยิ่งไปกว่านั้น เวลานี้นางฉินมีเหลนแล้ว ดังนั้นชีวิตของนางจึงค่อนข้างสะดวกสบาย


“ตาแก่ เหตุใดถังเหวินยังไม่กลับมาอีก? หรือว่ากําลังเล่นสนุกกับพวกหญิงม่ายข้างนอกนั่น?”


นางฉินนั่งอยู่บนเตียงเตา มองออกไปนอกหน้าต่างเป็นครั้งคราว


*(คั่ง) เตียงเตา: หมายถึงเตียงหรือแท่นที่ก่อด้วยอิฐ ด้านล่างมีปล่องเตาเพื่อจุดให้ความอบอุ่น ด้านบนจะปูด้วยฟูกหรือเบาะรองนั่ง พบมากในบ้านเรือนของชาวจีน


“ผู้หญิงอย่างเจ้าจะสนใจเรื่องพวกนี้ไปทําไม? ต่อให้เป็นหญิงม่าย หากพากลับบ้านมาได้สักคนก็ยังถือเป็นความสําเร็จ!”


ถังต้าสี่กล่าวอย่างหมดความอดทน หลังจากแต่งงานกับนางฉินและถูกนางครอบงํามานานหลายทศวรรษ สองปีที่ผ่านมาเขาก็สามารถยืนผงาดในบ้านของตนเองได้ในที่สุด


“ถุย! ท่านไม่กังวลเรื่องเงินของตระกูลที่จะถูกพวกคนสกปรกข้างนอกนั่นโกงเอาหรือ?”


นางฉินถ่มน้ําลายใส่ถังต้าสี่ด้วยความรังเกียจ นางรู้จักธรรมชาติของบุรุษเป็นอย่างดี


ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ธุรกิจขายผักทําให้สถานะทางการเงินของครอบครัวดีขึ้นอย่างมาก หลังจากจัดงานแต่งให้ถังฝูแล้ว พวกเขาก็ยังเหลือเงินเก็บอีกก้อนใหญ่


“เอาเถอะ ถังเหวินเวลานี้เป็นปู่แล้ว เขาจะแยกแยะถูกผิดไม่ได้เชียวหรือ?”


เมื่อกล่าวจบ ถังต้าสี่ก็หยิบกล้องยาสูบขึ้นมา สูดและพ่นควันออกมาเฮือกใหญ่ ในใจแอบหวังว่า บุตรชายจะ พาหญิงม่ายกลับบ้านมาสักคนเพื่อมาคอยดูแลเขา ใครสักคนที่รู้จักการดูแลคนเฒ่าคนแก่


ขณะกําลังโต้เถียงกัน จู่ๆทั้งสองก็ได้ยินเสียงประตูเปิดจากด้านนอก


“นั่นอย่างไร เขากลับมาแล้ว คืนนี้เจ้าเปิดประตูทิ้งไว้ให้เขาแล้วใช่หรือไม่?”


ถังต้าสี่วางกล้องยาสูบไว้ข้างๆ ตําหนินางฉินอีกเล็กน้อยและเตรียมพร้อมจะเข้านอน


*ก๊อก ก๊อก ก๊อก*


ทันใดนั้นเอง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น


ถังต้าสี่ตกใจ สงสัยว่าอาจเป็นถังเหวินที่มาเพื่อหารือเรื่องคนรักกับบิดามารดาผู้เฒ่า


ด้วยความคิดนั้น ถังต้าสี่จึงลุกจากเตียง สวมรองเท้าแล้วรีบไปเปิดประตู


“ท่านพ่อ ท่านแม่!”


ถังเหวินเดินเข้ามาด้วยรอยยิ้ม ยืนยันความสงสัยของถังต้าสี่


“ถังเหวิน มีข่าวดีมาบอกพ่อกับแม่ของเจ้าอย่างนั้นหรือ?”


ถังต้าสีหลังจากเติมยาสูบและจุดไฟแล้ว เขาก็เริ่มสูดควันอย่างสบายใจอีกครั้ง


“ท่านพ่อ ผู้ที่เข้าใจข้ามากที่สุดในใต้หล้าก็คือพวกท่านจริงๆ ข้ามีข่าวดีมาบอก!”


เมื่อกล่าวจบ ถังเหวินก็หันไปตรวจดูว่าไม่มีใครอยู่ในลานบ้านแล้วค่อยปิดประตู


“ดูเจ้าสิ ทําตัวลับลมคมในเช่นนี้ มีข่าวดีอะไร เจ้าพาหญิงม่ายเข้าบ้านอย่างนั้นหรือ?”


นางฉินเริ่มสงสัยใคร่รู้


หากถังเหวินไปพัวพันกับพวกหญิงม่าย ในฐานะมารดา นางย่อมไม่ยินยอม!


หากเขาสามารถพาหญิงม่ายมาช่วยแบ่งเบางานในบ้านได้ นางก็อาจรับไว้พิจารณา ท้ายที่สุดแล้ว ในบ้านก็เหลือสตรีเพียงสองคนเท่านั้นที่ต้องทํางานบ้าน ทั้งเลี้ยงเป็ดเลี้ยงไก่ ดูแลไร่นาและพืชผักในสวนหลังบ้าน


ทุกวัน นางรู้สึกเหนื่อยล้ายิ่งกว่าครอบครัวของนางเหลียงเสียอีก!


“ท่านแม่ หญิงม่ายที่ไหนกัน? ข้าถังเหวินผู้นี้จะแต่งงานกับหญิงม่าย? ดูถูกลูกชายตัวเองเกินไปแล้ว!”


ถังเหวินกล่าวด้วยสีหน้าไม่พอใจ


“เอาละ เลิกพูดจาไร้สาระได้แล้ว พ่อกับแม่จะได้พักผ่อนเสียที”


นางฉินอารมณ์ไม่ดี แต่ก็อ่อนโยนกับถังเหวินยิ่งกว่าใครในฐานะบุตรชายคนโปรด


“ท่านแม่ พวกเราจะรวยแล้ว!”


ถังเหวินเปิดเผยเรื่องหอยในคุ้งน้ําฝั่งตะวันออกของหมู่บ้านที่กําลังถูกเก็บขึ้นมาเพื่อหาไข่มุก


“ไข่มุก! หอยทั้งหมดนั้นมีไข่มุก... ไม่คิดเลยว่าความฝันของถังฉีจะกลายเป็นจริง”


ถังเหวินกล่าวด้วยสีหน้าสิ้นหวัง


“ไข่มุกพวกนั้นจะมีค่าแค่ไหนก็ไม่เกี่ยวกับเรา! จําไม่ได้หรือ? หลายปีมานี้เราไม่เคยได้ประโยชน์จากนางเด็กเลวทรามคนนั้นเลย เหตุใดเจ้าต้องมาดีใจแทนนางด้วย? เสียสติไปแล้วหรือ?”



จบตอน


Comments