ทะลุมิติมาเป็นซูเปอร์เจ่เจ้ ตอนที่ 70

 ตอนที่ 70  ยานอนหลับ



ในพงหญ้าห่างออกไปไม่ไกลนัก


ฉินอาก่วงที่อยู่ข้างๆถังเหวิน อดไม่ได้ที่จะกลืนน้ําลายอึกใหญ่


“ท่านลุง ไม่คิดว่าฝีมือหลานสาวของท่านจะล้ําเลิศถึงเพียงนี้! ไม่ได้พบหน้าหลายปี นางดูมีเสน่ห์มากขึ้นเรื่อยๆ”


พินิจมองใบหน้าสะสวยและมีเสน่ห์ของถังฉี ฉินอาก่วงก็อดไม่ได้ที่จะเริ่มคิดอกุศล


หลายปีที่ผ่านมา เขาท่องตระเวนไปทั่วและไม่เคยพบสตรีคนใดที่งดงามไปกว่าถังฉี


ยิ่งไปกว่านั้น นางยังสง่างามยิ่งกว่าพวกหญิงสาวในเมืองเสียอีก!


นึกภาพถึงการพิชิตสตรีเช่นนี้ ทําให้เขาตื่นเต้นอย่างมาก!


“หุบปาก! อย่าลืมว่าเรามาทําอะไรที่นี่! เมื่อมีเงิน เราจะหาผู้หญิงเท่าไรก็ได้ตามต้องการ!”


ถังเหวินถือว่าถังฉีและน้องชายของนางเป็นหนามยอกอกมานานแล้ว!


โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เมื่อชีวิตของพวกเด็กๆสุขสบายมากขึ้นเรื่อยๆ ถังเหวินก็ยิ่งรู้สึกไม่พอใจ!


“ท่านลุง ตราบใดที่ท่านสัญญาว่าจะยกถังฉีให้ข้า เมื่อพวกเราทําสําเร็จแล้ว ข้ายินดีหักกําไรลงหนึ่งส่วน!”


เวลานี้ จิตใจของฉินอาก่วงมีเพียงฉากในคืนเข้าหอของเขากับถังฉี


“ไม่มีปัญหา”


ดวงตาของถังเหวินเปลี่ยนไป เมื่อเห็นสีหน้าต่ําช้าของฉินอาก่วง เขาก็อดไม่ได้ที่จะคิดถึงแผนการร้ายอื่นๆ


หากถังฉีแต่งงานกับฉินอาก่วง ชีวิตในภายภาคหน้าของนางคงล่มสลายอย่างแน่นอน!


“หึหึ...ขอบคุณมาก ท่านลุง...”


ใบหน้าของฉินอาก่วงเผยให้เห็นรอยยิ้มร้ายกาจ


บุรุษทั้งสองสบตากัน เมื่อรับรู้ความคิดของอีกฝ่ายในแววตาก็ยิ่งฉีกยิ้มน่ารังเกียจ


“เมื่อพวกเขาเก็บไข่มุกเสร็จแล้ว เราจะใช้ยานอนหลับนี้เล่นงานพวกเขา!”


ถังเหวินหยิบยานอนหลับออกมาห่อหนึ่ง


เขาซื้อมาจากหมอเท้าเปล่าในเมืองใกล้เคียง ถึงกับยอมจ่ายเงินก้อนใหญ่


ต่อให้เรื่องราวถูกเปิดเผยในภายหลัง ก็ไม่มีใครสามารถสืบสาวมาถึงเขาได้


อย่างไรก็ตาม...ทั้งสองไม่รู้ตัวเลยว่าทุกคําพูดของพวกเขานั้น ถังเจียงซึ่งซ่อนตัวอยู่ไม่ไกลหลังต้นไม้ใหญ่ได้ยินอย่างชัดเจน


หลังจากกินอาหารแล้ว ทุกคนก็ไม่ยอมเสียเวลาพักผ่อน


เพราะความเย้ายวนของไข่มุกนั้นยิ่งใหญ่ไม่แพ้กัน!


ท้ายที่สุดแล้ว พวกเขาทุ่มเทกับคุ้งน้ําแห่งนี้มาหลายปี


ถังฉีเข้าใจความคิดของพวกชาวบ้าน จึงสอนวิธีผ่าหอยมุกให้พวกเขาโดยไม่ปิดบัง


เพราะหอยกาบกองโตถึงเพียงนี้ นางไม่รู้เลยว่าจะต้องใช้เวลานานเพียงใดจึงจะเปิดพวกมันทั้งหมดด้วยตัวเอง


“ฉีเอ๋อร์ เจ้าคือดาวนําโชคของหมู่บ้านเรา เจ้าควรเป็นคนแรกที่เปิดหอยกาบ!”


รอยยิ้มของผู้นําตระกูลฉีกกว้างถึงหู


“ใช่แล้ว แม่หนูฉี เจ้าคือกระดูกสันหลังของพวกเราก็ว่าได้! ภายภาคหน้าหมู่บ้านของเราจะเจริญรุ่งเรืองหรือไม่ล้วนอยู่กับเจ้า!”


หลี่เจิ้งมาที่นี่ตามคําเชิญของถังโส่วเหริน


อย่างไรเสีย เขาก็มีอิทธิพลอย่างมากในหมู่บ้าน และหลังจากเฝ้าสังเกตมาหลายปี ถังฉีก็สัมผัสได้ว่า ผู้อาวุโสผู้นี้มีความปรารถนาดีต่อชาวบ้านในหมู่บ้านตระกูลถังจากใจจริง และหวังว่าทุกคนจะมีชีวิตที่สงบสุขและรุ่งเรือง


ดังนั้น เมื่อผู้นําน้าตระกูลเอ่ยถึงการเชิญหลี่เจิ้ง ถังฉีจึงไม่ปฏิเสธ


“ข้ารับประกันได้ว่าความพยายามของทุกคนตลอดหลายปีที่ผ่านมาจะไม่สูญเปล่า”


หลังจากอาศัยในหมู่บ้านมาหลายปี ถังฉีก็รู้ว่าในช่วงตรุษจีน ชาวบ้านจะไปที่บ่อน้ําแต่เช้าเพื่อตักน้ํา โดยหวังจะได้น้ําถังแรกสําหรับปีใหม่


น้ําถังแรกนี้มีความสําคัญยิ่ง กล่าวกันว่าผู้ที่ได้ตักน้ําถังแรกของปีนั้นๆ จะมีความเจริญรุ่งเรืองตลอดทั้งปี


ดังนั้น หลังจากเฟ้นหาหอยเหมาะๆอยู่พักหนึ่ง ถังฉีก็เลือกตัวที่มีลักษณะสมบูรณ์ที่สุดขึ้นมา


จากนั้น นางก็หยิบมีดทําครัวที่คมมากๆ ซึ่งวางอยู่ด้านข้าง วางหอยกาบในตําแหน่งที่เหมาะสมแล้วผ่าลงตรงกลาง


ทั้งผู้นําตระกูล หลี่เจิ้ง ถังซานจาง... และชาวบ้านที่ยืนล้อมรอบถังฉี เมื่อมีดของนางผ่าเข้าไป ทุกคนก็พากันกลั้นหายใจ


*แกร่ก*


ฝาหอยกาบเปิดอ้าในทันที


ถังฉีดึงเนื้อหอยกาบออกมา และในไม่ช้า ไข่มุกกลมๆหลายเม็ดก็ปรากฏต่อสายตาทุกคน


เพราะหอยกาบเหล่านี้ถูกเพาะเลี้ยงมาสามปีแล้ว ไข่มุกที่อยู่ข้างในจึงกลมโตและมีตําหนิเพียงเล็กน้อย


“นี่ นี่ นี่...”


แม้ผู้นําตระกูลและคนอื่นๆ จะเห็นหอยกาบที่มีไข่มุกตั้งแต่เมื่อวาน แต่การได้เห็นพวกมันอีกครั้งในวันนี้กลับรู้สึกแตกต่างออกไป


หลายปีที่ผ่านมา พวกเขาเพิ่มจํานวนหอยกาบที่เพาะเลี้ยงในแม่น้ําเป็นประจําทุกปี


แน่นอนว่านี่เป็นความคิดของถังฉี


และตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป พวกเขาก็สามารถเก็บหอยมุกน้ําจืดเหล่านี้ได้ทุกปีเช่นกัน


“ท่านปู่ผู้นําตระกูล เราต้องเอาเนื้อหอยกาบออกมาให้หมด ถึงจะรู้ว่ามีไข่มุกทั้งหมดกี่เม็ดเจ้าค่ะ”


ถังฉีกล่าวด้วยรอยยิ้ม การรอคอยของนางตลอดหลายปีไม่สูญเปล่า!


ผู้นําตระกูลก้มลงมอง ใบหน้าของนางเปล่งประกายดุจดวงอาทิตย์


“ใช่ ใช่ ใช่ จะชักช้าไม่ได้ เอาไข่มุกทั้งหมดออกมาก่อนพระอาทิตย์ตกดินกันเถอะ!”


เมื่อกล่าวจบ ผู้นําตระกูลก็หยิบมีดขึ้นมาอย่างกระตือรือร้น


คนอื่นๆก็ไม่รอช้า ต่างหามุมเหมาะๆ และทํางานกันอย่างขะมักเขม้น


ทีแรกนั้น ทุกคนระมัดระวังกันมาก ด้วยเกรงว่าไข่มุกที่อยู่ข้างในจะเสียหาย


เมื่อเวลาผ่านไป ทุกคนก็เริ่มเชี่ยวชาญ ในไม่ช้าแต่ละคนก็มีอ่างเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยไข่มุกอยู่ตรงหน้า


ไกลออกไป ถังเหวินซึ่งเฝ้ามองเหตุการณ์ก็เริ่มเกาศีรษะและเป็นกังวล


หนึ่งชั่วยามผ่านไปอย่างรวดเร็ว และทุกคนก็สงบลงจากการเปล่งเสียงอุทานในช่วงแรกๆ


เมื่อมองดูอ่างไข่มุกสีขาวตรงหน้า ทุกคนก็รู้สึกราวกับอยู่ในความฝัน


“ฉีเอ๋อร์ ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นก้อนตําลึงเงินแวววาว!”


เสียงของผู้นําตระกูลและหลี่เจิ้งสั่นเครือเล็กน้อย ยากจะจินตนาการว่าพวกเขาจะได้เงินเท่าไรจากการขายไข่มุกเหล่านี้


“ท่านหลี่เจิ้ง ท่านปู่ผู้นําตระกูล ท่านลุงซานจาง ท่านลุงหม่านกุ้ย....”


ถังฉีมองไปยังสีหน้าที่ปลาบปลื้มยินดีของทุกคนและกล่าวอย่างจริงจัง


“ฉีเอ๋อร์ บอกเรามาเถอะว่าเจ้าคิดอย่างไร”


เมื่อเห็นสีหน้าจริงจังของถังฉีที่พวกเขาไม่เคยเห็นมาก่อน ทุกคนก็ปลอบประโลมจิตใจที่พลุ่งพล่านให้สงบลง


“กล่าวกันว่ายิ่งหายากยิ่งมีมูลค่า หากเราขายไข่มุกทั้งหมดนี้ ราคาไข่มุกคงดิ่งลงอย่างแน่นอน”


“ถูกต้องแล้ว”


ถังซานจางซึ่งเดินทางไกลมาหลายปีและมีทรัพย์สินจํานวนมาก ย่อมรู้ว่าสิ่งที่ถังฉีกล่าวนั้นเป็นเรื่องจริง


ขณะเดียวกัน เขาก็มองนางด้วยความเคารพยิ่งขึ้น ไม่คิดว่าเด็กสาวตัวเล็กๆคนหนึ่งจะคิดได้เช่นนี้


“แล้วเราควรทําอย่างไร? เราเก็บไข่มุกเหล่านี้ไว้ที่บ้านไม่ได้แน่ หากพวกมันถูกขโมยขึ้นมาล่ะ?”


ผู้นําาตระกูลชะงักไปครู่หนึ่ง


แม้ว่าเขาจะมีสถานะที่สูงมากในหมู่บ้าน แต่เขาก็เป็นเพียงชาวบ้านคนหนึ่งเท่านั้น


“ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ข้าวางแผนจะร่วมมือกับคุณชายฉี และลงทุนในร้านขายเครื่องประทินผิวที่ใช้ไข่มุกด้วย”


จากนั้น ถังฉีก็เล่าแผนของนางให้ทุกคนฟัง


ไม่ว่าในยุคใด เงินที่หาได้ง่ายที่สุดก็คือจากเด็กและสตรี


เมื่อบดไข่มุกเหล่านี้ให้เป็นผงไข่มุกที่ทําให้ผิวกระจ่างใสขึ้น ย่อมได้รับความสนใจจากสตรีสูงศักดิ์อย่างแน่นอน!




จบตอน


Comments