7brother ep21-30

 บทที่ 21: ลูกสาวของประธานกู้!

   

   “อยากไปก็ไปเถอะ เดี๋ยวปู่ไปกับหนูเอง”

   

   เสียงอันอ่อนโยนของชายชราดังขึ้น หนวนหน่วนจึงแหงนใบหน้าเล็กๆขึ้นมอง แล้วก็เห็นว่าปู่ของตนมองมาอย่างให้กำลังใจ

   

   เธอพยักหน้า มองไปยังหลัวหลินแล้วเอ่ยขึ้นว่า “ขอบคุณค่ะคุณอา”

   

   หลัวหลินหัวใจอ่อนระทวยขึ้นมาทันที “ไม่ต้องขอบคุณไปหรอก เห็นเด็กน้อยน่ารักอุ้มแมวขนปุกปุยแล้ว อาก็ใจฟูไม่ไหว”

   

   ภายในสำนักงาน คนอื่นๆกำลังยุ่งวุ่นวาย เหมือนกับหลี่เต๋อจู้เคยบอกเอาไว้ พวกเขาชอบดึงเสื้อผ้าหน้าผมของตนเวลาพบปัญหาในการพัฒนาโปรแกรม

   

   “อะแฮ่ม อะแฮ่ม อะแฮ่ม…”

   

   หลัวหลินส่งเสียงกระแอมออกมาอย่างรวดเร็ว แต่ไม่ค่อยมีใครใส่ใจเขาสักเท่าไหร่

   

   “บัดซบ!!!”

   

   ในตอนนั้นชายหนุ่มคนหนึ่งก็เห็นหลัวหลิน เขาเบือนสายตามายังหนวนหน่วนที่กำลังเบิกตากว้างมองทุกคนอย่างอยากรู้อยากเห็นและเขินอาย 

   

   และแล้ว…

   

   หลังจากวุ่นวายกับการทำงาน เหล่าโปรแกรมเมอร์ในแผนกพัฒนาก็รีบจัดแจงรูปลักษณ์ของตนเองให้เป็นระเบียบเรียบร้อย ก่อนจะมองหนวนหน่วนด้วยแววตาเป็นประกาย

   

   การแต่งตัวของหนวนหน่วนวันนี้คือชุดกระโปรงสีชมพูอ่อนคู่กับรองเท้าหนังสีดำผูกด้วยโบสวยงาม ผมสั้นนุ่มฟู่ฟ่องของเด็กน้อยยิ่งทำให้เธอดูน่ารักมากขึ้น นอกจากนี้เธอยังดูอ่อนหวาน เชื่อฟัง ดวงตากลมโตคู่สวยเปล่งประกายแสงระยิบระยับ

   

   พวกเนิร์ดวิญญาณแห้งเหี่ยวในแผนกพัฒนาจะคลั่งไคล้สิ่งใดได้มากที่สุดเล่าถ้าไม่ใช่เด็กน้อยน่ารักนุ่มนิ่ม หนวนหน่วนที่อยู่ตรงหน้าน่ารักราวกับหลุดออกมาจากอนิเมะ เพียงแต่ผอมไปหน่อยก็เท่านั้น

   

   เมื่อถูกจ้องมองด้วยสายตาหลายคู่ หนวนหน่วนที่กอดองค์หญิงน้อยก็หดตัวเข้าอยู่ไปหลังคุณปู่ของเธอด้วยความกระวนกระวายใจ

   

   “เมี๊ยว~”

   

   ดูเหมือนองค์หญิงจะรับรู้ถึงความกังวลใจของหนวนหน่วน มันจึงใช้อุ้งเท้าแมวปุยๆ วางบนหลังมือของคนตัวเล็กแล้วส่งเสียงร้องเบาๆ ราวกับอยากจะให้กำลังใจและปลอบโยน

   

   เมื่อถูกอุ้งเท้าอุ่นๆ และนุ่มนิ่มของแมวสัมผัสเข้า ความตึงเครียดในหัวใจของเธอก็หายไปหลายส่วน

   

   ผู้เฒ่ากู้ลูบหัวของหนวนหน่วนอย่างแผ่วเบา หน้าม้าของเด็กน้อยเลยเด้งออกมาอีกครั้ง

   

   “เหล่าหลัว ไม่ได้ออกไปตามหาองค์หญิงเหรอ ทำไมถึงกลับมาพร้อมน้องสาวตัวน้อยได้ล่ะ?”

   

   “ห๊ะ! หลานสาวตัวน้อยต่างหาก!”

   

   ทุกคน “...”

   

   “ไม่มีทาง? นี่ไม่ใช่ลูกของนายหรอกใช่ไหม?”

   

   หลัวหลินมองหนวนหน่วนด้วยสายตาโหยหา “ก็อยากมีแบบนี้นะ”

   

   “แล้วท่านนี้คือใครเหรอครับ?”

   

   ผู้เฒ่ากู้เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงเมื่อตอนที่เขายังหนุ่ม นอกจากนี้ออร่าความหล่อก็ไม่ธรรมดาอีกด้วย เขายืนอยู่ข้างหนวนหน่วนที่กำลังอุ้มองค์หญิง ทุกคนจึงสังเกตเห็นเขาขึ้นมา แต่ด้วยความที่เขาหายหน้าคร่าตาไปจากทุกคนหลังเกษียณ จึงไม่แปลกที่บุคลากรในบริษัทจะจำเขาไม่ได้

   

   โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับคนหนุ่มสาวพวกนี้ มันเป็นเรื่องปกติที่จะไม่รู้จักเขา

   

   หลี่เต๋อจู้จึงเริ่มแนะนำเขาด้วยรอยยิ้ม “นี่คืออดีตประธานกู้"”

   

   ทันทีที่พวกเขาได้ยินว่าเขาเป็นอดีตประธานบริษัทตระกูลกู้ เหล่าพนักงานก็เริ่มมองเขาด้วยดวงตาที่สดใส และเต็มไปด้วยความชื่นชมอย่างเห็นได้ชัด

   

   “ท่านประธานเชิญนั่งก่อนครับ”

   

   “ตอนนั้นฉันชื่นชมท่านมาก ฉันมาทำงานที่บริษัทนี้เพราะท่านเลยค่ะ”

   

   “จริงเหรอ? จำได้ว่าก่อนหน้านี้เธอบอกว่าที่มาทำงานที่นี่เพราะชื่นชอบประธานกู้ ทำไมมากลับคำเอาตอนนี้?”

   

   “บ้าบอ… พูดมาได้ ฉันได้ยินผิดไปหรือเปล่า”

   

   ทั้งแผนกมีชีวิตชีวาขึ้นทันทีเพราะการมาเยี่ยมชมของผู้เฒ่ากู้และหนวนหน่วน 

   ก่อนหน้านี้ คนในแผนกไม่ค่อยระมัดระวังเรื่องการวางตัวสักเท่าไหร่ พออดีตประธานมาเยี่ยม พวกเขาก็วางตัวกันไม่ถูก

   

   ผู้เฒ่ากู้ไม่เคยรู้ว่าเพราะความเคร่งขรึมและสง่าผ่าเผยของเขา เหล่าพนักงานต้องระมัดระวังเรื่องการวางตัวกับเขามากน้อยแค่ไหน ตอนนี้มีหนวนหน่วนอยู่ข้างกาย ความน่าเกรงขามของเขาจึงดูลดน้อยลงอย่างไม่รู้ตัว 

   

   ชายชรากระแอมขึ้น “ไม่ต้องกังวลไป ทำงานของตัวเองกันตามสบายเถอะ ฉันแค่ออกมาเดินเล่นกับหลานสาวเท่านั้น”

   

   จากนั้นเขาก็ขอให้หลัวหลินพาหนวนหน่วนไปหาพวกหมาแมว

   

   เหล่าพนักงานต่างชื่นชมน้ำเสียงอันน่าเกรงขามของเขา

   

   อดีตประธานคือพ่อของประธานกู้ ถ้าอย่างนั้น เธอคนนี้ก็เป็นหลานสาวของอดีตประธาน...

   

   “เหลือเชื่อ!”

   

   “นั่นสินะ คิดเหมือนฉันหรือเปล่า”

   

   “ไม่มีทาง ฉันไม่เคยได้ยินว่าประธานกู้มีลูกสาวนะ”

   

   “หรืออาจจะเป็นลูกสาวของน้องชายท่านประธาน?”

   

   ผู้คนเริ่มคาดเดาไปต่างๆนานา และเมื่อหลัวหลินเดินกลับมา พวกเขาก็รีบไปล้อมเขาและเอ่ยถามข้อมูลทันที

   

   หลัวหลินลูบคาง ทำตัวเป็นผู้รอบรู้ก่อนจะหัวเราะออกมา ผู้คนโดยรอบรู้สึกหมั่นไส้อย่างมาก แต่เพราะอยากรู้เลยต้องแสร้งหัวเราะแห้งๆ

   

   แต่ก็ทำให้เขาฉุนเฉียวขึ้นทันที “ยังอยากรู้กันอยู่ไหม!?”

   

   “อยากๆ พี่หลัวรีบบอกพวกเราหน่อยว่าเรื่องมันเป็นยังไงกันแน่”

   

   หลังจากรู้จากหลัวหลินบอกทุกคนว่าหนวนหน่วนเป็นลูกสาวของกู้หลินโม่ พวกเขาก็ต่างพากันอิจฉาและสับสน 

   

   ในแผนกนี้มีหลายคนที่รู้จักและเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องกับกู้หลินโม่ แต่ถึงอย่างนั้นกลับไม่มีใครทราบว่ากู้หลินโม่มีลูกสาว! แถมเธอยังสวยและน่ารักอีก!

   

   นี่เป็นข่าวใหญ่ทีเดียว

   

   “อ่า... จำได้แล้ว วันนี้มีคนพูดในแชทกลุ่มว่าประธานกู้พาเด็กน้อยมาที่บริษัท น่าจะเป็นหนวนหน่วนคนนี้ใช่ไหม”

   

   เรื่องซุบซิบนี้พูดกันแค่ในแผนกของพวกเขาเท่านั้น ดังนั้นบุคลากรในแผนกอื่นจึงยังไม่ทราบเรื่องราว ด้วยความคันคออยากซุบซิบนินทา เหล่าพนักงานก็วิ่งไปที่คอมพิวเตอร์ของตนพร้อมพิมพ์ประเด็นร้อนแรงลงไปทันที

   

   ในไม่ช้าข่าวประธานกู้พาลูกสาวมาก็แพร่กระจายไปทั่วบริษัทราวกับติดปีก

   

   [เป็นลูกสาวของประธานกู้จริงเหรอ? ใครมีรูปเอามาโชว์หน่อยว่านางหน้าเหมือนใคร!]

   

   [ขอรูปถ่ายด้วย จะได้จำหน้าเอาไว้และให้ความเคารพ ฉันคงมีหวังได้เลื่อนตำแหน่งและขึ้นเงินเดือนกับเขาบ้าง]

   

   [ฉันก็อยากเลื่อนตำแหน่ง อยากโดนขึ้นเงินเดือนเหมือนกัน ได้ยินมาว่าประธานกู้พาเด็กน้อยมาทำงานด้วย น่าเสียดายจังที่ตอนนั้นฉันไม่เห็น]

   

   [ฉันเห็น ฉันมองอยู่ แต่ไม่กล้ามองนาน ประธานกู้ยืนอยู่ด้วย เด็กคนนั้นสวย น่ารักมากด้วย แต่รู้สึกว่าเธอผอมไปหน่อยนะว่าไหม? หรือเป็นเพราะฉันสายตาไม่ดี อยู่ตระกูลกู้จะผอมบางขนาดนั้นได้ไง]

   

   [เธอมองผิดหรือเปล่า มีรูปไหม?]

   

   [ฉันได้ยินมาว่าอดีตประธานก็มาที่บริษัทของเรา เด็กคนนั้นก็จับทั้งมืออดีตประธานและมือประธานกู้เลย แถมรอยยิ้มบนใบหน้าของประธานกู้น่ะเหมือนสามีของฉันตอนที่เขากอดลูกสาวเป๊ะ เอาจริงฉันไม่เคยเห็นเขายิ้มมาก่อน แปลกตาเหมือนกัน]

   

   [แล้วไม่ได้ถ่ายไว้สักรูปเลยเหรอ? ทำไมขี้ขลาดจัง!] 

   

   หลังจากอ้อนวอนในแชทอยู่นาน แต่ก็ไม่มีรูปถ่ายหลุดมาเลยสักนิด ทุกคนจึงยิ่งสงสัยมากกว่าเดิม

   

   [เหอะ เหอะ… ยอมรับว่าขี้ขลาด ถ้าใครกล้าพอถ่ายรูปประธานกู้กับอดีตประธาน ฉันยอมเรียกพ่อเลย!]

   

   [ไม่กล้า]

   

   [ไม่กล้า+1]

   

   [ไม่กล้า+หมายเลขประจำตัว]



 บทที่ 22: หนวนหน่วนคิดถึงคุณพ่อหรือเปล่าคะ?

   

   กลายเป็นว่าทุกคนต่างดีแต่พูดกันทั้งนั้น ต่อหน้าประธานกู้ ใครล่ะจะกล้าหยิบโทรศัพท์ออกมาถ่าย?

   

   พนักงานหลายคนในกลุ่มจึงรู้เพียงว่ามีคุณหนูแห่งตระกูลกู้อยู่ด้วย แต่มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ได้เห็นเธอด้วยตาตัวเอง

   

   โปรแกรมเมอร์ในแผนกพัฒนาจึงพูดกันอย่างตื่นเต้นว่าพวกเขาเป็นผู้ที่ถูกเลือก พวกเขาได้พบเจอเธออย่างใกล้ชิด แถมได้เห็นคุณหนูน้อยเล่นกับพวกก้อนขนด้วย!

   

   หนวนหน่วนที่หลายคนกำลังพูดถึงด้วยความอยากรู้อยากเห็นกำลังกอดสุนัขขนสีขาวราวกับหิมะตัวใหญ่อยู่ด้วยแววตาเปี่ยมสุข มันคือสุนัขพันธุ์ซามอยด์ ขนเลยยาวมาก คนตัวเล็กแทบจมอยู่ในขนสีขาวนั้น

   

   “นุ่มจังเลย~”

   

   หนวนหน่วนถูกรายล้อมไปด้วยกลุ่มก้อนขนฟู จึงลืมความตึงเครียดไปเสียสนิท ผู้คนที่ได้มองนัยน์ตาของเธอต่างรู้สึกผ่อนคลาย ราวกับได้มองท้องฟ้าที่พร่างพรายไปด้วยดวงดาวในค่ำคืนอันมืดมิด ช่างเป็นแววตาที่อบอุ่นเหลือเกิน

   

   “เมี๊ยว~”

   

   “ว้าว ว้าว...”

   

   เห็นได้ชัดว่าพวกก้อนขนปุกปุยทั้งตัวใหญ่และเล็กต่างก็ชอบหนวนหน่วนกันทั้งนั้น ทั้งที่พวกมันไม่เคยแสดงความต้องการว่าอยากอยู่กับเจ้าของตนเอง แต่กลับมาวนเวียนรายล้อมอยู่รอบตัวเด็กน้อยคนนี้

   

   องค์หญิงยังคงอยู่บนไหล่ของหนวนหน่วน ในขณะที่สุนัขซามอยด์ที่มีชื่อว่า ‘เหว่ยเซี่ยวเทียนซือ’ อยู่ในอ้อมกอด ส่วนเหล่าแมวเหมียวต่างคลอเคลียอยู่ตรงข้อเท้า รอบๆมีสุนัขชิวาวาตัวเล็กกำลังเห่าหน้าตั้งเพื่อเรียกร้องความสนใจจากเธอ

   

   ผู้คนรอบตัวหนวนหน่วนต่างผ่อนคลายไปตามๆกัน

   

   เจ้าของแมวและสุนัขรู้สึกอิจฉาตาร้อนอย่างมาก เจ้าก้อนขนพวกนี้ไม่เคยคิดที่จะมาคลอเคลียให้ความอบอุ่นพวกเขาสักครั้งเลยด้วยซ้ำ

   

   ตอนนี้พวกแมวนิสัยเย็นชาทั้งหลายเริ่มต่อสู้กันเพื่อดึงดูดความสนใจของหนวนหน่วน 

   

   เจ้าของแมวกัดนิ้วของตนเอง จ้องมองแมวด้วยความขุ่นเคือง “เจ้าต้วนจื่อของฉันไม่เคยอ้อนใครมาก่อนเลย!”

   

   รวมถึงเจ้าของแมวอีกตัวก็ทำหน้าเศร้าสร้อยเช่นกัน “ใครเป็นเจ้าของกันเนี่ย?”

   

   ทั้งสองหันมามองหน้ากัน ราวกับว่าพวกเขาเป็นพี่น้องที่รู้ใจกัน

   

   แต่ต้องบอกว่าฉากที่หนวนหน่วนกับต้วนจื่ออยู่ด้วยกันนั้นสะดุดตาจริงๆ ความน่ารักฟุ้งออกมาทันที

   

   แต่นี่คือลูกสาวของประธานกู้ อยากทำอะไรชั่วร้ายสักแค่ไหนก็ไม่สามารถทำได้

   

   “นั่งลงให้เรียบร้อย เดี๋ยวให้ขนมนะ”

   

   หนวนหน่วนค่อยๆปล่อยสุนัขทั้งสองออกจากอ้อมแขน ลูบหัวแมวทั้งสามตัว แล้วอุ้มพวกมันขึ้นไปวางบนคอนโดแมวอย่างนุ่มนวล

   

   น่าแปลกใจที่เจ้าสามตัวนั้นนั่งลงอย่างเชื่อฟัง ปกติไม่ยอมเชื่อฟังเลยแท้ๆ!

   

   พวกโปรแกรมเมอร์ที่มองอยู่ข้างนอก “!!!”

   

   นี่มันเลือกปฏิบัติชัดๆ ทุกวันนี้แมวและสุนัขเองก็สองมาตรฐานเหมือนกันเหรอ?

   

   ผู้เฒ่ากู้ยื่นขนมสัตว์เลี้ยงให้กับหนวนหน่วน หลานสาวจะได้เอาไปป้อนหมา หนวนหน่วนรับมา ให้พวกหมาเสร็จก็ให้ขนมแมวเลียพวกแมวต่อ

   

   แมวที่ขี้อ้อนและเย่อหยิ่งถูไถหน้าแล้วงับมือหนวนหน่วนเบาๆ มันกินไปงับไปพลางส่งเสียงร้องเหมียวๆออกมา แต่ก็ไม่วายตวัดหางพันรอบข้อมือหนวนหน่วนเอาไว้ก่อนจะจ้องมองเธอด้วยดวงตากลมโตราวกับตนเองเป็นนางสนมคนโปรดของฮ่องเต้ 

   

   ช่างหน้าไม่อายเสียจริง

   

   เหล่าโปรแกรมเมอร์เริ่มอิจฉา

   

   “มาทำอะไรกัน?”

   

   “จะทำอะไรได้ล่ะ? ดูพวกมันแย่งกันสิ! เกินไปมากเลย เธอบอกใช่ไหมว่าเราต้องให้อาหารและน้ำกับพวกมันอย่างดีทุกครั้ง มันจะได้ดีด้วย แต่พวกมันก็ยังหยิ่งใส่ ทำเหมือนจะพูดว่า ‘ข้าให้รางวัลเจ้าแล้ว’ ให้ได้ แต่ดูสิ ตอนนี้พวกมันทำตัวราวกับตัวเองเป็นนางบำเรอ เอาแต่เรียกร้องความสนใจจากเด็กคนนั้น!”

   

   “ลำเอียงเกินไปแล้ว!”

   

   “พวกหมาก็เหมือนกันแหละ ซามอยด์ซื่อบื้อตัวนี้กลายเป็นว่าหมานอนสอนง่ายมีน้ำใจตั้งแต่เมื่อไหร่?”

   

   “ดูสีหน้าของชิวาวาตัวนั้นสิ มันกลัวว่าหนวนหน่วนจะหนีไปมากเลย หนอย ครั้งสุดท้ายที่ฉันจะแตะตัว มันวิ่งหนีด้วยแหละ!”

   

   โปรแกรมเมอร์บ่นพึมพำ ก่อนจะมีเสียงหัวเราะดังมาจากข้างหลัง

   

   “ก็ลูกสาวของฉันนี่นา สมควรที่จะเป็นที่ชื่นชอบ”

   

   น้ำเสียงของคนพูดราบเรียบอย่างยิ่ง

   

   เดี๋ยวนะ.... ลูกสาวของเขาอย่างนั้นหรอ ?

   

   โปรแกรมเมอร์ที่กำลังมองเข้าไปในห้องสัตว์เลี้ยงผ่านหน้าต่างกระจกโปร่งใสค่อยๆหันศีรษะกลับมาด้วยตัวที่แข็งทื่อ ก่อนจะพบเข้ากับรอยยิ้มของประธานกู้

   

   อาจเป็นเพราะเหงื่อเย็นที่ผุดพรายออกมา จู่ๆ พวกเขาก็รู้สึกเสียวสันหลัง

   

   เนื่องจากว่าประธานกู้มีชื่อเสียงเรียงนามว่า ‘รอยยิ้มดั่งเสือแยกเขี้ยว’ ถึงแม้ว่าจะดูดีน่ามอง แต่ก็ตามมาด้วยเรื่องร้ายๆเสมอ

   

   “ประธานกู้ พวกเราไม่ได้ละทิ้งหน้าที่นะครับ!”

   

   “ใช่ๆๆ… ผมเขียนโปรแกรมเสร็จเรียบร้อยแล้วครับ ตอนนี้แค่ออกมาผ่อนคลาย อ๋อใช่ แต่ดูเหมือนจะถึงเวลาไปเขียนต่อแล้ว…”

   

   หลังจากพูดจบพวกเขาก็เดินออกไปทันที

   

   “ผมก็ด้วย ผมก็ด้วย แค่ออกมาพักคลายเครียดครับ เดี๋ยวจะไปทำงานเดี๋ยวนี้”

   

   “หนวนหน่วนรักมากเลย พวกเราเลยอดใจไม่ได้ที่จะตามมาดู ประธานกู้อย่าหักเงินเดือนเราเลยนะครับ!”

   

   กู้หลินโม่ “...”

   

   เขาทำแค่ปรายตามอง แต่พวกเขาทำเหมือนเขาพร้อมจะเขมือบหัวพนักงานทีละคนอย่างนั้นแหละ นี่เขาน่ากลัวขนาดนั้นเลยหรอ?

   

   แต่เขาก็ได้แต่คิดในใจ นัยน์ตาของกู้หลินโม่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม เขาเอ่ยประโยคหนึ่งออกมา ซ่อนความอ่อนโยนเอาไว้ไม่ได้

   

   “หนวนหน่วนของฉันเป็นเด็กดีมากจริงๆ แต่ถ้าเป็นไปได้ ฉันก็อยากให้เธอเด็ดเดี่ยวมากกว่านี้อีกสักหน่อย จะได้ไม่ถูกรังแกเอา”

   

   โปรแกรมเมอร์ที่พูดขึ้นก่อนหน้านี้ค่อนข้างรู้งาน เขารู้ตัวว่าทำผิดจึงเปลี่ยนมาประจบสอพลอแทน

   

   “เกิดอะไรขึ้นครับ ใครกล้ารังแกคุณหนูตระกูลกู้?”

   

   กู้หลินโม่แสดงท่าทีชื่นชอบในสิ่งที่คนตรงหน้าพูด แต่ก็ไม่เอ่ยสิ่งใดต่อ เขาผละออกไป แล้วเปิดประตูเข้าไปในห้องฝากสัตว์เลี้ยง

   

   หลังจากการประชุม เขารอแทบไม่ไหวที่จะกลับไปที่ห้องทำงานของตน แต่กลับต้องผิดหวังเมื่อกลับมาแล้วไม่พบลูกสาวตัวน้อยที่แสนเชื่อฟัง เขาจึงโทรถามหลี่เต๋อจู้ว่าพวกเขาอยู่ที่ไหน 

   

   ตอนนี้กู้หลินโม่แค่อยากกอดลูกสาวที่แสนดีของเขา

   

   “หนวนหน่วน พ่อมาแล้ว”

   

   หนวนหน่วนที่จมอยู่ในกองขนนุ่มฟูฟ่องหันกลับมาด้วยความประหลาดใจเมื่อได้ยินเสียงของคุณพ่อ ก่อนจะพบเห็นชายในชุดสูทสง่างามยืนอยู่ตรงหน้าประตู นัยน์ตาของคนตัวเล็กก็เป็นประกายขึ้นมาทันที เธอผละจากพวกก้อนขนแล้วรีบวิ่งไปทางประตู

   

   กู้หลินโม่ย่อตัวลง อ้าแขนต้อนรับหนวนหน่วนที่กำลังวิ่งมาก่อนจะสวมกอดและอุ้มคนตัวเล็กขึ้น

   

   “หนวนหน่วนคิดถึงคุณพ่อไหม?”

   

   แค่มองดูลูกสาวที่เชื่อฟังในอ้อมแขน รอยยิ้มก็ผุดขึ้นบนใบหน้า ร่างกายอ่อนระทวยไปหมด

   

   หนวนหน่วนพยักหน้าลงก่อนจะโอบกอดรอบคอคุณพ่ออย่างเขินอายพร้อมกับความสุขที่เพิ่มมากขึ้น

   

   “คิดถึงค่ะ หนวนหน่วนคิดถึงคุณพ่อ”

   

   เสียงของเด็กน้อยนุ่มนวล หวานละมุนราวกับน้ำนม ดวงตาที่ขับความอ่อนน้อมถ่อมตนเมื่อครู่ค่อยๆแปรเปลี่ยนเป็นความอุ่นใจที่ได้อยู่ข้างกายผู้เป็นพ่อที่รักและห่วงใยตน 

   

   หนวนหน่วนโอบกอดคอคุณพ่อด้วยแขนเล็กๆ แล้วโน้มใบหน้าของตนเข้าไปหาใบหน้าที่หล่อเหลาของคุณพ่ออย่างเขินอาย มุมปากของเธอเหมือนกลีบดอกท้อที่ยกขึ้นเป็นเส้นโค้งสวยงาม เผยให้เห็นความขาวเนียนของฟันน้ำนมที่เรียงกันสวยงามเป็นระเบียบชัดเจน



 บทที่ 23: คุณปู่อวดเพื่อนเก่า

   

   หลังจากคิดแย่งชิงหนวนหน่วนกลับมาได้ กู้หลินโม่ก็ชักจะมีความสุข เขายิ้มออกมาพร้อมกับเผยประกายเล็กๆในแววตา

   

   กู้หลินโม่อุ้มเด็กน้อยนุ่มนิ่มในอ้อมแขน พอนึกได้คิดว่าเธอคือลูกสาวที่น่ารักของเขาจริงๆ ก็ใจระทวย

   

   ผู้เฒ่ากู้ฮัมเพลง ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วโพสต์รูปทั้งหมดลงในโซเชี่ยลของตน

   

   [ชื่ออัลบั้ม: หลานสาวตัวน้อยของฉันรักสัตว์]

   

   ในภาพหลานสาวตัวน้อยของเขาน่ารักมาก หนวนหน่วนกำลังอุ้มแมวตัวหนึ่ง อีกมือกอดสุนัขตัวใหญ่ขนสีขาวราวกับหิมะ สัตว์ที่รายล้อมหนวนหน่วนต่างดูอ่อนโยน รูปที่ฉายอยู่บนหน้าจอจึงเต็มไปด้วยความน่ารัก

   

   แน่นอนว่าเขาทำพลาดที่ไม่ได้ถ่ายรูปตนเองคู่กับหนวนหน่วน

   

   ชายชราเป็นผู้นำในหมู่เพื่อนของตนเมื่อเขาอายุยังน้อย และได้เรียนรู้สิ่งต่างๆอย่างรวดเร็วเมื่อเขาอายุมาก เขาเชี่ยวชาญถึงศาสตร์ของการถ่ายภาพและสามารถอวดหลานสาวของเขาได้โดยใช้เวลาเพียงเสี้ยววินาที

   

   ทันทีที่ส่งรูปออกไปก็ได้รับการตอบกลับจากเพื่อนเก่าหลายคน ซึ่งส่วนใหญ่เยินยอหลานสาวของเขา ทำให้ชายชรารู้สึกพึงพอใจทันที และเป็นไปตามที่คาดไว้ ทุกคนต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าหลานสาวของเขาน่ารักและเป็นเด็กดีมาก

   

   ตระกูลกู้ก็ได้เห็นรูปภาพที่ชายชราส่งเข้าไปในกรุ๊ปแชทเช่นกัน ผู้ดูแลคฤหาสน์รีบบันทึกภาพทันทีที่เห็นก่อนจะส่งต่อให้กลุ่มเพื่อนชายชราของตน

      

   พวกเขามีแก๊งกันทั้งนั้นแหละ!

   

   คุณหนูน่ารักและเชื่อฟังของครอบครัวขนาดนี้ จะไม่ให้อวดได้อย่างไร!

   

   ในตอนนั้นก็มีคนแชทมาหาผู้ดูแลคฤหาสน์ทันที

   

   [ท่านอาวุโสลู่ หลานสาวของบ้านกลับมาแล้วเหรอ?]

   

   ผู้ดูแลคฤหาสน์ตอบไปว่า

   

   [ใช่แล้ว คุณหนูหนวนหน่วนของฉันเอง เพิ่งได้พบเธอเมื่อไม่นานนี้ ถึงจะไม่ได้อยู่กับตระกูลกู้มานานกว่าสามปี แต่เธอก็สุภาพ ประพฤติที่ดีงาม เรียกได้ว่าเติบโตมาอย่างมีคุณภาพเลยทีเดียว วันแรกที่เดินทางกลับมาถึงบ้าน เธอเอ่ยทักทายฉันด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ้ว นายท่านใหญ่น่ะ ตอนแรกอาการแย่ลง ไม่อยากอาหาร แต่หลังจากคุณหนูหนวนหน่วนกลับมา เขาก็ทานข้าวได้เยอะขึ้น นอกจากนี้คุณหนูยังพาผู้อาวุโสไปเดินเล่นตากแดดอีก ตอนนี้เริ่มอยากหาความรู้เพิ่มเติมแล้วนะ คุณหนูไปขอร้องให้เสี่ยวอันสอนอ่านหนังสือให้ด้วย…]

   

   แม่บ้านคนหนึ่ง “...”

   

   เข้าใจแล้วว่าคุณหนูของบ้านคุณน่ารักแค่ไหน เลิกอวดก่อนได้ไหม?

   

   เพื่อนของผู้ดูแลคฤหาสน์ถอนหายใจออกมา นายน้อยและคุณหนูที่เขาดูแลอยู่ถูกปรนเปรอมากเกินไปจนเสียนิสัย นอกจากนี้เขายังต้องคอยทำอาหารตามแต่ละมื้อที่เด็กพวกนั้นต้องการ ไม่เช่นนั้นพวกเขาก็จะโวยวายและลงไปเกลือกกลิ้งกับพื้น บางทีความเป็นเด็กก็ยากเกินจะรับมือเหมือนกัน

   

   รูปที่เพื่อนของตนส่งมาเป็นเด็กหญิงตัวเล็ก คิ้วและตาโก่งได้รูป ใบหน้าดูแสนจะเชื่อฟัง เห็นก็หายห่วงได้เลยว่าไม่ดื้อไม่ซนแน่ แต่ว่า… คนที่ชอบเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นนี่น่าโมโหนัก!

      

   [คุณหนูตระกูลกู้มองผิวเผินดูสุภาพเป็นเด็กดี แต่หลายคนพูดกันว่าเธออาจจะนิสัยไม่ดีเพราะเติบโตมาในหมู่บ้าน รอดูต่อไปเถอะ]

   

   ผู้ดูแลคฤหาสน์ตอบกลับไปด้วยถ้อยคำเย็นชา

   

   [อิจฉาล่ะสิ คุณหนูหนวนหน่วนดีกว่าคุณหนูของพวกแกหลายพันเท่า!]

   

   เหอะ คนพวกนี้ วันๆไม่ทำอะไร สนใจแต่เรื่องคนอื่น ไม่สนใจพวกคุณหนูคุณชายของตนเองเลย เอาแต่กินไปวันๆ  

   

   ….......

   

   “หนวนหน่วน วันนี้สนุกไหม?”

   

   หลังกล่าวลาเจ้าเหมาต้วนจื่อและคุณอาโปรแกรมเมอร์ที่ไม่ค่อยเต็มใจอยากให้เธอกลับสักเท่าไหร่ หนวนหน่วนก็ยื่นมือไปจับมือของผู้เป็นพ่อแล้วเดินกลับห้องทำงานทีละก้าว

   

   ส่วนอีกข้างกอดตุ๊กตากระต่ายสีชมพูอ่อน เธอพยักหน้าเมื่อได้ยินคำถามนั้น ก่อนจะเจื้อยแจ้วกลับไป

   

   “อื้ม ดีใจมากเลยค่ะ ที่ได้เล่นกับคุณพ่อกับคุณปู่ แล้วก็พวกองค์หญิงกับเหมาต้วนจื่อด้วย องค์หญิงสวยมาก ทั้งอ้วน ขนฟู ส่วนเจ้าต้วนจื่อก็นุ่มนิ่มเหมือนปุยเมฆ เวลากอดอย่างกับได้นอนบนเตียงเลยค่ะ แต่ถึงยังไงหนวนหน่วนก็ยังชอบเหม่ยฉิวกับต้าหวงมากกว่าอยู่ดี…”

   

   เสียงของเธอนุ่มนวล ใบหน้าเคลือบไปด้วยรอยยิ้ม ขนตาขยับไหวเหมือนปีกผีเสื้อ ยามเมื่อกะพริบตา ความน่ารักก็กระแทกใจคนมองได้เป็นระยะระยะ อีกทั้งดวงตาสีเข้มที่ฉ่ำน้ำก็ขับประกายดูมีความสุขล้นปรี่จริงๆ 

   

   ถึงคำพูดมากมายจะพรั่งพรูออกมา ผู้คนที่อยู่รอบตัวกลับไม่มีใครรู้สึกรำคาญเลยแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน พวกเขายิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว ดูเหมือนว่าหนูน้อยตัวเล็กคนนี้จะมีพลังเวทมนตร์ที่ทำให้ผู้คนผ่อนคลายอยู่เสมอ

   

   “ถ้าชอบก็มาบ่อยๆได้นะ ดีไหม?”

   

   กู้หลินโม่คาดหวังให้ลูกสาวของตนมาที่บริษัทอีก มันคงจะดีหากเขาสามารถวางแผนการเกษียณของตนได้ก่อนกำหนดแล้วมอบกิจการให้ลูกชายได้มาดูแลต่อไป

   

   น่าเสียดายที่เจ้าเด็กนั่นไม่ยอมรับ ไม่เอามรดกไม่พอยัง ไปต่างประเทศแล้วเริ่มต้นทุกอย่างคนเดียวอีก

   

   มันแน่นอนที่ว่าลูกชายดื้อและแสบกว่าลูกสาว!

   

   “ประธานกู้ ได้เวลาทานข้าวแล้วครับ”

   

   หนวนหน่วนจ้องมองกู้หลินโม่อย่างใจจดใจจ่อ 

   

   เรื่องกินเป็นสิ่งที่เธอชอบมาก ตอนอยู่ที่หมู่บ้านเสี่ยวซี ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอดมื้อกินมื้อหรือเปล่า เธอจึงหิวอยู่ตลอดเวลา พอได้กินไม่อั้นแบบนี้แล้ว เธอก็เฝ้ารอเวลาอาหารอย่างใจจดใจจ่อ

   

   เมื่อเห็นแววตาของหนวนหน่วนผู้แสนดี กู้หลินโม่แทบอยากจะสรรหาของดีๆทั้งหมดบนโลกใบนี้มาให้เธอทันที

   

   “หนวนหน่วนจะกินอะไรคะ? เดี๋ยวให้หลี่เต๋อจู้ไปซื้อมาให้”

   

   

   หนวนหน่วนพูดเบาๆอย่างมีมารยาท “ไม่เป็นไรค่ะ หนวนหน่วนไม่เรื่องมาก คุณพ่อกับคุณปู่อยากกินอะไรก็กินแบบนั้น”

   

   ทำไมน่ารักอย่างนี้!

   

   หลี่เต๋อจู้พูดแนะนำอยู่ข้างๆ “ลองลงไปดูอาหารที่โรงอาหารไหมครับ จะได้เลือกอาหารที่ชอบได้เอง”

   

   อาหารในโรงอาหารทั้งสะอาดและอร่อย กู้หลินโม่เองก็ชอบสั่งมาทานอยู่เป็นประจำ

   

   กู้หลินโม่นึกคิดสักพักก่อนจะพยักหน้าเห็นด้วย เขากอดลูกสาวตัวน้อยไว้ข้างกาย เรื่องการออกกำลังกายเขาก็ไม่เคยขาด เพราะฉะนั้นการอุ้มลูกสาวตัวน้อยด้วยแขนข้างเดียวจึงไม่ใช่ปัญหา

   

   หนวนหน่วนนั่งอยู่บนแขนข้างหนึ่งของกู้หลินโม่ด้วยใบหน้าแดงก่ำ ขนตางอนโค้งนั่นปกปิดความเขินอายและความตื่นเต้นในดวงตากลมโตคู่สวยได้ดีทีเดียว

   

   “หนวนหน่วนกอดแน่นๆนะ เดี๋ยวพ่อจะพาไปกินข้าว”

   

   เด็กน้อยขี้อายพยักหน้าลงอย่างเชื่อฟัง ก่อนจะตอบน้ำเสียงนุ่มนวลออกไป “ค่ะ”

   

   จากนั้นเธอก็กอดคอผู้เป็นพ่อที่อุ้มตนไว้ด้วยแขนข้างหนึ่งก่อนจะเดินออกไปด้วยกัน

   

   ผู้เฒ่ากู้เดินตามไป บ่นไม่พอใจกับการกระทำของลูกชาย “เจ้าลูกคนนี้ ตอนนี้ฉันก็ยังอุ้มหนวนหน่วนได้นะ”

   

   กู้หลินโม่พูดอย่างภาคภูมิ “อย่าดีกว่าครับ มันอาจจะไม่เป็นไรก็จริง แต่ถ้าอุ้มแล้วปวดหลังขึ้นมาจะทำยังไง?”

      

   ผู้เฒ่ากู้พูดเสียงดัง “ใครว่าฉันแก่เกินจะอุ้ม? ส่งหนวนหน่วนมาให้ฉัน!”

   

   กู้หลินโม่คิดว่ามันไม่คุ้มเสี่ยง “พ่อครับ อย่าเอาแต่ใจสิ”

   

   ผู้เฒ่ากู้กำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็ถูกเสียงอันนุ่มนวลของหนวนหน่วนขัดเสียก่อน

   

   “คุณปู่กอดหนวนหน่วนไม่ได้ เพราะว่าหนวนหน่วนตัวหนัก ไม่ต้องคิดมากนะคะ แต่หนวนหน่วนจุ๊บปู่ได้นะ”

   

   เธอเอียงตัวเข้าไปจุ๊บปู่ของตน ชายชราจึงลบผมฟูฟ่องที่เหมือนลูกแตงโมเบาๆ ราวกับลูบลูกแมว

   

   “ปู่ขอให้หนูมีสุขภาพที่แข็งแรงนะ”



 บทที่ 24: หน้าคล้ายหญิงชราคนนั้น

   

   ผู้เฒ่ากู้ไม่สนใจเรื่องการอุ้มหลานสาวอีกต่อไป เขายิ้มจนใบหน้าขึ้นเป็นริ้วรอยลึกชัดเจน

   

   “ตกลง ตกลง ปู่ไม่อุ้มแล้ว แต่หนวนหน่วนไม่หนักเลยนะ หนูต้องกินเนื้อสัตว์เยอะ ๆ นะลูก”

   

   หนวนหน่วนพยักหน้าลงอย่างเชื่อฟังก่อนจะพูดว่า “คุณปู่ก็ต้องกินเยอะ ๆ จะได้แข็งแรง หนวนหน่วนก็จะกินให้เยอะเหมือนกัน”

   

   เด็กน้อยวางเป้าหมายเล็กๆให้กับตัวเองและคุณปู่ของเธอด้วยน้ำเสียงเบาหวิว แค่คำพูดเพียงสองสามคำ ชายชราผู้ดื้อรั้นก็สงบลง และเขาก็ไม่ได้พูดเรื่องอยากจะอุ้มเธออีกเลย

   

   หลี่เต๋อจู้ยืนตกตะลึง

   

   คุณหนูหนวนหน่วนกล้าหาญมาก!

   

   กู้หลินโม่เองก็ประหลาดใจเช่นกัน เขารู้ดีว่าพ่อของตนอารมณ์ดื้อรั้น ไม่นึกเลยว่าหนวนหน่วนจะทำให้ชายชราเปลี่ยนใจได้ง่ายขนาดนี้ มีลูกสาวมันดีอย่างนี้นี่เอง!

   

   หนูน้อยหนวนหน่วนวัยห้าขวบในอ้อมกอดผู้เป็นพ่อดูน่ารักน่าหยอกอย่างอธิบายไม่ถูก

   

   เด็กน้อยเป็นที่ตกตะลึงของผู้พบเห็นระหว่างทาง โดยเฉพาะสำหรับผู้บริหารระดับสูงและคณะกรรมการบางคน

      

   พวกเขามองไปยังชายผู้สง่างาม ก่อนจะมองไปที่เด็กหญิงตัวเล็กที่แสนเชื่อฟังในอ้อมแขน กู้หลินโม่ยกยิ้มอย่างมีความสุข เพราะเป็นรอยยิ้มที่ออกมาจากใจของเขา รอยยิ้มนั่นจึงอุ่นบรรยากาศรอบข้างให้อุ่นขึ้นเป็นเท่าตัว

   

   เขาเคยยิ้ม แต่โดยปกติแล้วมันเป็นเพียงรอยยิ้มตามมารยาทไม่ก็รอยยิ้มเย็นชาเพื่อทำให้ผู้คนตายใจ ยิ่งไปกว่านั้น ไอรอบตัวเขาทำให้ผู้คนรู้สึกถึงความมีอำนาจโดยไม่มีเหตุผล แต่ว่าในตอนนี้ ดูเหมือนเขาจะไม่ใช่ประธานกู้ แต่เป็นแค่คุณพ่อที่ชอบอุ้มลูกสาวไปแล้ว

   

   พวกเขาไม่เคยเห็นมุมนี้ของกู้หลินโม่มาก่อน

   

   “ประธานกู้? อดีตประธานมาที่บริษัททำไมเหรอครับ?”

   

   ผู้เฒ่ากู้ยิ้ม “เสี่ยวหลิว กินข้าวหรือยัง?”

   

   “กินแล้วครับ ท่านมากินข้าวหรือครับ?”

   

   ผู้เฒ่ากู้พยักหน้าอย่างร่าเริงก่อนจะพูดว่า “อืม ฉันพาหลานสาวมาทานข้าวน่ะ”

   

   กู้หลินโม่พยักหน้า “ผู้อำนวยการหลิว หนวนหน่วน นี่คืออาหลิวนะ”

   

   นัยน์ตาที่ฉ่ำน้ำของหนวนหน่วนมองไปยังชายวัยกลางคนที่กำลังพูดคุยกับคุณพ่อของตน เธอฟังคำแนะนำของพ่อด้วยกิริยาสุภาพและเรียบร้อย จากนั้นก็เรียกคนตรงหน้าว่าอาหลิวอย่างแผ่วเบา

   

   เสียงนั้นราวกับน้ำนม ช่างหวานบาดหัวใจเสียเหลือเกิน

   

   “นี่คือลูกสาวคุณเหรอ?”

      

   กู้หลินโม่พยักหน้า ไม่ปกปิดความภูมิใจในดวงตาเลยสักนิด

   

   “ชื่อหนวนหน่วน เป็นลูกสาวคนเล็ก”

   

   จริงๆ ผู้อำนวยการหลิวได้ยินข่าวมาไม่น้อย ตระกูลกู้ร่ำรวยที่สุดแล้ว ผู้คนมากมายจึงจ้องมองพวกเขาอยู่ตลอด ก่อนหน้านี้ที่คุณหญิงกู้ไปช้อปปิ้งกับหนวนหน่วนก็เป็นที่เลื่องลืออยู่ไม่น้อย

   

   มีผู้คนจำนวนมากรับรู้ข่าวนี้ ตระกูลกู้เองก็ไม่ได้ตั้งใจปกปิด ดังนั้นในไม่ช้าทุกคนจึงรู้ว่าลูกสาวที่หายไปของตระกูลกู้ได้กลับมาแล้ว นอกจากนี้พวกเขายังทราบอีกว่าเป็นเวลาสามปีแล้วที่ลูกสาวคนเล็กนั้นไปอาศัยอยู่ในหมู่บ้านเล็กๆในชนบท

   

   สิ่งนี้ทำให้หลายคนรอชมเรื่องตลกของตระกูลกู้ ลูกสาวที่เติบโตขึ้นมาในหมู่บ้านเล็กๆบนภูเขาเป็นเวลาสามปีคงจะน่าเกลียดน่าดู และเธอคงเข้ากับพวกเขาไม่ได้อย่างแน่นอน ทีนี้ตระกูลกู้ก็จะถูกเยาะเย้ยจากผู้คนจำนวนมาก

   

   ก่อนได้พบหนวนหน่วน ผู้อำนวยการหลิวเองเข้าใจว่าหนวนหน่วนจะกลายเป็นรอยด่างพร้อยของตระกูลกู้ในภายภาคหน้า

   

   แต่ในตอนนี้เขากลับต้องการบอกคนที่คาดเดากันไปเรื่อยว่าให้หยุดทำแบบนั้น คนที่บอกว่าลูกสาวจากตระกูลกู้น่าเกลียดคงตาบอดแน่! 

   

   เธอดูสุภาพและว่านอนสอนง่ายจะตาย!

   

   จะบอกว่าเขามีความสุขก็ไม่เชิง ในฐานะกรรมการบริษัทของตระกูลกู้ แน่นอนว่าเขาต้องภูมิใจที่ได้เห็นว่าในภายภาคหน้ากิจการของตระกูลกู้จะเป็นไปในทางที่ดี ส่วนพวกคนที่ปล่อยข่าวลือได้มาเจอหนวนหน่วน อยากรู้เหลือเกินว่าจะทำหน้าอย่างไร

   

   เมื่อคิดได้เช่นนั้น เขาก็ระบายยิ้มแล้วมองไปที่หนวนหน่วน พูดออกมาว่า “ลุงไม่ได้เอาของขวัญอะไรมาด้วยเลย เดี๋ยวจะโอนเงินให้คุณพ่อของหนูเป็นค่าขนมนะ วันหลังลุงจะเอาของขวัญมาให้แน่นอน”

   

   พูดแล้วเขาก็โอนเงินหนึ่งแสนหยวนไปยังบัญชีของกู้หลินโม่ทันที

   

   กู้หลินโม่ยอมรับอย่างสุภาพ อย่างไรเงินจำนวนนี้จะถูกเก็บไว้ให้หนวนหน่วน เจ้าตัวจะได้ซื้ออะไรตามที่เธอต้องการ 

   

   “ขอบคุณค่ะลุงหลิว”

   

   หนวนหน่วนกล่าวขอบคุณอย่างเชื่อฟังจนผู้อำนวยการหลิวต้องรีบโบกมือขึ้นเป็นเชิงว่าไม่ต้องขอบคุณไปหรอก หลังจากพูดคุยกับประธานกู้เรียบร้อยเขาก็ขอแยกทางไป โดยไม่ลืมที่จะหันกลับไปมองแผ่นหลังของประธานกู้แล้วยกโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อแบ่งปันข่าวที่น่าตกใจให้กับเพื่อนๆ

   

   [ทายซิฉันเพิ่งเจอใคร? ประธานกู้กับลูกสาวของเขาแหละ!]

   

   [คนส่วนใหญ่ในกลุ่มค่อนข้างมีอายุและเป็นผู้อำนวยการของตระกูลกู้ หลังจากได้ฟังข่าวพวกเขาก็รู้สึกตื่นเต้นทันที]

   

   เกิดอะไรขึ้น? ครอบครัวของกู้หลินโม่มีแค่ลูกชายสามคนไม่ใช่เหรอ พวกเขามี[ลูกสาวเพิ่มมาอีกคนตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?]

   

   [ไม่ใช่หรอกมั้ง ข่าวที่ว่านั้นเป็นจริงเหรอ? ได้ยินมาว่าลูกสาวของตระกูลกู้เคยหายตัวไปแล้วอาศัยอยู่ในหมู่บ้านเล็กๆบนภูเขานี่]

   

   [ทำไมผมไม่เห็นรู้ข่าวเลย? ผู้อาวุโสหลิวช่วยบอกหน่อย?]

      

   ผู้อำนวยการหลิวเริ่มอธิบายอย่างกระชับได้ใจความทันที จากนั้นก็พิมพ์ต่อด้วยความโกรธ

   

   [ใครว่าคุณหนูน้อยตระกูลกู้ของพวกเราน่าเกลียดกัน ไม่มีมารยาทเลย จงใจสร้างข่าวลือเสียหายชัดๆ ต้องมีแรงจูงใจอย่างอื่นแอบแฝงหรืออิจฉาตระกูลกู้แน่ๆ ฉันเพิ่งเห็นว่าคุณหนูสุภาพเรียบร้อยแค่ไหน น่ารักมากด้วย หน้าตาละม้ายคล้ายภรรยาอดีตประธาน แต่ผอมกว่านิดหน่อย เด็กคนนี้ต้องทนทุกข์มามากแน่เลย คนที่ปล่อยข่าวนี่ต้องเป็นคนแบบไหน]

   

   คล้ายภรรยาอดีตประธานงั้นหรือ…

   

   สิ่งนี้ทำให้ผู้สูงวัยหลายคนนึกถึงหญิงชราคนนั้น เธอเป็นลูกสาวของครอบครัวนักวิชาการที่มีชื่อเสียง และหากจะบอกว่ารูปร่างหน้าตาของเธอเหมือนนางฟ้านั้นไม่ใช่เรื่องเกินจริงแม้แต่น้อย ในตอนนั้นลูกชายของผู้สูงศักดิ์จากในประเทศและต่างประเทศต่างบอกกันว่าเธอเป็นสาวที่มีพรสวรรค์ ทุกคนต่างตกตะลึงในพรสวรรค์ของเธอ ทั้งนิสัยใจคอทั้งหน้าตาก็งามงด ผู้หญิงหลายคนแทบจะอกแตกตายเพราะความอิจฉา

   

   แต่ในที่สุดเธอก็ถูกนายท่านใหญ่กู้ตามจีบ ทำให้ความรักระหว่างคนทั้งสองได้รับการชื่นชมจากผู้คนมากมายนับไม่ถ้วน แต่ช่างน่าเสียดายที่สวรรค์เกิดอิจฉาในความงามและความสามารถของเธอ โดยการทำให้เธอล้มหายตายจากไปด้วยโรคภัยไข้เจ็บ หลังจากที่เธอเสียชีวิตไป นายท่านใหญ่กู้ก็เลี้ยงดูลูกชายสองคนมาเพียงลำพัง เขาไม่เคยคิดจะแต่งงานใหม่เลย

   

   คำบอกเล่าของผู้อำนวยการหลิวนั้นยากจะจินตนาการ แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้เห็นหนวนหน่วนด้วยตาของตนเอง แต่ตอนนี้ต่างพากันอยากพบกับหนูน้อยน่ารักที่ละม้ายหญิงชราขึ้นแล้ว 

   

   ในเวลานี้ หนวนหน่วนตัวน้อยที่นั่งอยู่บนแขนคุณพ่อก็จามออกมา ผู้ใหญ่สองคนของตระกูลกู้ได้ยินก็รู้สึกประหม่าราวกับว่าพวกเขาประสบกับวิกฤตครั้งใหญ่

   

   “หนวนหน่วนเป็นยังไงบ้าง? ตัวเย็นขึ้นหรือยัง?”

   

   “มีไข้หรือเปล่า? เดี๋ยวจะโทรตามหมอให้”

   

   หลี่เต๋อจู้ “...”

   

   เกิ๊น แค่จามเอง!

   

   เขาบ่นอยู่ภายในใจ แต่ไม่กล้าพูดออกมา

   

   “ไม่มีค่ะ”

   

   เด็กหญิงตัวน้อยเอ่ยเสียงหวานปลอบโยนผู้ใหญ่ทั้งสองที่เป็นกังวลเบาๆ

   

   “หนวนหน่วนสบายดีค่ะ คุณปู่ไม่ต้องห่วงนะคะ”

   

   กู้หลินโม่ยังคงเป็นกังวลเล็กน้อย เขาวางฝ่ามือลงบนหน้าผากของเด็กหญิงตัวเล็กเพื่อลองวัดอุณหภูมิ

   

   “อืม ไม่มีไข้”

   

   ผู้เฒ่ากู้ยังไม่วางใจ “ลองวัดอีกรอบดีไหม?”

   

   หนวนหน่วนรีบโผเข้ากอดผู้เป็นพ่ออย่างออดอ้อน “คุณปู่ คุณพ่อ หนวนหน่วนหิวแล้วค่ะ”

   

   ผู้ใหญ่ทั้งสองตกลงทันที “ถ้าอย่างนั้นไปกินข้าวก่อนก็แล้วกัน”



 บทที่ 25: คุณพ่อพาหนวนหน่วนไปโรงอาหาร

   

   “ประธานกู้”

   

   “ประธานกู้สวัสดีครับ”

   

   ในโรงอาหาร กู้หลินโม่พาลูกสาวของตนเข้ามา และถึงแม้ว่าอายุเขาจะเข้าสู่วัยกลางคนไปแล้ว แต่ก็ยังโดดเด่น โดยเฉพาะหน้าตาที่หล่อเหลาของเขานั้นได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก

   

   ในขณะที่เขาปรากฏตัวขึ้น โรงอาหารที่โดยปกติแล้วค่อนข้างครึกครื้นก็กลับคืนเข้าสู่ความเงียบ หลังจากนั้นพนักงานที่อยู่ใกล้พวกเขาที่สุดก็รีบเอ่ยทักทายขึ้นอย่างรวดเร็ว

   

   กู้หลินโม่พยักหน้ารับด้วยท่าทีสุขุมขณะที่เขากำลังอุ้มหนวนหน่วนเอาไว้ ก่อนจะไปหยุดยืนตรงหน้าร้านอาหารและต่อแถวอยู่หลังเส้นแบ่งกั้น

   

   คนที่ยืนอยู่ข้างหน้ากู้หลินโม่ “...”

   

   พนักงานหญิงตรงหน้าตัวสั่นเทา “…ประธานกู้อยากจะทานก่อนไหม….”

   

   “ไม่เป็นไรหรอก แค่ไม่กี่คนเอง”

   

   พนักงานหญิงอยู่ในอารมณ์ซับซ้อน เธอทั้งตื่นเต้นและประหม่าที่ได้พบกับผู้นำบริษัทที่มีอำนาจ

   

   “คุณพ่อน่าจะเมื่อยแล้ว วางหนวนหน่วนลงก่อนก็ได้ค่ะ”

   

   หนวนหน่วนช่างอ่อนหวานนุ่มนวล เธอกลัวว่าคุณพ่อจะต้องเมื่อยหลังจากอุ้มตนมานาน 

   

   ปลายนิ้วเรียวของกู้ลินโม่บรรจงแตะลงบนปลายจมูกที่ของเธอ

   

   “ไม่เมื่อยหรอก ตัวหนวนหน่วนเบามาก” เขาตอบกลับไปอย่างอ่อนโยน

   

   ด้วยความเขินอาย หนวนหน่วนจึงได้แต่แกว่งขาสั้นๆไปมาในอ้อมกอดของผู้เป็นพ่อ

   

   เธอถูหน้าไปกับไหล่ของกู้หลินโม่เหมือนกับลูกแมวตัวน้อย ความน่ารักของเธอดึงดูดสายตาของผู้คนรอบข้างจำนวนมากได้ในทันที

   

   กู้หลินโม่ได้ยินเสียงแว่วลอยมา แต่เมื่อเขาหันไปมองยังต้นเสียง เหล่าพนักงานก็แสร้งทำกินข้าวต่อ

   

   แต่ถึงอย่างนั้น ภายในใจของพวกเขาก็กรีดร้องออกมาด้วยความตื่นเต้น

   

   “ต้าวน้องนุ่มนิ่ม เธอคือลูกสาวของประธานกู้หรอเนี่ย? ทำไมน่ารักอย่างนี้!”

   

   “ผู้ชายตระกูลกู้ขึ้นชื่อเรื่องหน้าตาดี แถมลูกสาวก็น่ารักมากเลย สวยมากแต่ไม่รู้ทำไมถึงผอมขนาดนั้น ไม่สบายหรือเปล่า?”

   

   “เสียดายจังที่ถ่ายรูปไม่ได้”

   

   แชะ…

   

   “เห้ย!”

   

   “คุณพระ หลิงเหม่ย กล้ามาก!”

   

   สาวผมสั้นที่ชื่อหลิงเหม่ยรีบวางโทรศัพท์ก่อนจะแอบหัวเราะ

   

   “ด้านได้อายอด ตอนนี้ก็เวลาเลิกงานแล้ว ถึงประธานกู้จะเห็นก็ไม่ว่าอะไรหรอก”

   

   “ถึงจะว่าอย่างนั้นก็เถอะ เผชิญหน้ากับประธานกู้ทีไร ฉันประหม่าตลอดเลย เหมือนอยู่ต่อหน้าคณบดีสมัยเรียนอย่างนั้นแหละ กลัวจะโดนยึดโทรศัพท์อะไรแบบนั้น”

   

   “เอ่อ… ที่จริงฉันก็คิดแบบนั้น”

   

   “เร็วเข้าเร็วเข้า ส่งรูปให้พวกเราบ้างสิ!”

   

   “อ๊าก!! รูปนี้ฉันถ่ายได้น่ารักมาก!”

   

   “ชู่ววว เบาหน่อย เดี๋ยวก็ถูกจับได้หรอก”

   

   หญิงสาวที่นั่งอยู่ไม่ไกลมากนักต่างพูดคุยกันอย่างตื่นเต้น 

   

   หนวนหน่วนกำลังรู้สึกใจหวิวขณะที่อยู่กับพ่อของตน เธอไม่ได้ตั้งใจทำตัวน่ารักนุ่มนิ่ม แต่จากรูปลักษณ์ ผู้คนเลยมองว่าเธอดูนุ่มนิ่มและขี้อ้อน อาจเป็นเพราะวิธีการพูดที่อ่อนหวานนุ่มนวล เธอเลยดูเป็นคนชอบออดอ้อน

   

   แถมความขี้อ้อนนี่ก็เกินไปมาก ทำให้ผู้คนที่มองมาแทบใจละลาย

     

   “คุณพ่อ หนวนหน่วนอยากลงแล้ว อยากจับมือคุณปู่กับคุณพ่อค่ะ”

   

   หนวนหน่วนมองผู้เป็นพ่อด้วยแววตาออดอ้อนพร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา 

   

   แล้วใครมันจะทนได้!

   

   กู้หลินโม่รู้สึกเสียดาย แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยอมปล่อยลูกสาวแสนดีลงอย่างว่าง่าย

   

   “อืม… ได้สิ อย่าปล่อยมือคุณพ่อเด็ดขาดเลยนะ” กู้หลินโม่ดึงสีหน้าจริงจัง

   

   หนวนหน่วนกระตุกยิ้มมุมปากอย่างหวานเยิ้มจนคิ้วและดวงตาของเธอโก่งโค้ง เด็กน้อยจับนิ้วมือคุณพ่อเอาไว้แน่น

   

   “คุณปู่คะ หนวนหน่วนจะจับคุณปู่ด้วย”

   

   จากนั้นเธอก็จับนิ้วของคุณปู่ด้วยมืออีกข้าง

   

   ความอบอุ่นเริ่มก่อตัวขึ้นภายในใจของคุณปู่กู้ ทำไมหลานสาวของเขาจึงมีจิตใจแสนอบอุ่นได้ขนาดนี้

   

   “โอเค ปู่ก็จะจับมือหนวนหน่วนเอาไว้เหมือนกัน”

   

   สาวน้อยแสนสวยยืนอยู่ระหว่างผู้ใหญ่สองคน ดวงตากลมโตของเธอสุกสกาวราวกับคริสตัล ประหนึ่งดวงดาวเล็กๆที่ส่องประกายระยิบระยับบนท้องนภา ยิ่งรอยยิ้มปรากฎ เธอก็ยิ่งงดงาม

   

   พนักงานหญิงที่อยู่ด้านหน้าได้ยินเสียงที่นุ่มนวลและออดอ้อนของหนวนหน่วน หูพลันอื้อไปชั่วขณะ

   

   เสียงลูกสาวของประธานกู้ช่างเชื่อฟังเหลือเกิน

   

   เมื่อถึงคิวของพวกเขาในการเลือกอาหาร กู้หลินโม่ก็ทำการอุ้มลูกสาวของเขาขึ้นมา ก่อนจะใช้นิ้วชี้ไปยังบรรดาอาหารเลิศรสตรงหน้าแล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

   

   “หนวนหน่วนดูเร็ว อยากกินอะไรคะ”

   

   สวัสดิการของพนักงานในบริษัทนั้นดีมาก ดังนั้นหลังเมื่อถึงเวลาทานข้าว ทุกคนโดยส่วนใหญ่จะมาที่โรงอาหารเพื่อรับประทานข้าว น้อยมากที่จะไปหาซื้อมาทานเอง

   

   ดวงตาของหนวนหน่วนเบิกกว้าง เธอตื่นตาตื่นใจจนไม่รู้จะกินอะไร เหมือนว่าจะอร่อยทุกอย่างเลย

   

   กู้หลินโม่ลูบศีรษะหนวนหน่วน “ไม่เป็นไรนะคะ ค่อยๆเลือกไป”

   

   พ่อครัวที่กำลังทำอาหารเองก็มีความสุขที่ได้เห็นเด็กน้อยนุ่มนิ่มและน่ารักเช่นนี้

   

   “ตัวเล็ก ลองหัวสิงโตตุ๋น*[1] ที่ทำโดยท่านหลี่ของเราสิ รสชาติดีทีเดียว พวกคัสตาร์ดกับปลาตะเพียนเปรี้ยวหวานก็ด้วย…”

   

   พ่อครัวแนะนำอาหารหลายอย่างพร้อมกัน “ถ้าไม่รู้จะเลือกอะไรจริงๆ ลุงจะตักแต่ละอย่างให้ทีละน้อยๆรวมๆกัน รับรองอิ่มแน่นอน”

   

   หนวนหน่วนพยักหน้าด้วยแววตาที่เป็นประกาย ผมนุ่มสลวยของเธอกระเพื่อมขึ้นลง

   

   กู้หลินโม่ช่วยเธอถือจานข้าว ก่อนจะไปเด็กน้อยเอ่ยขอบคุณพ่อครัวที่ทำอาหารให้ด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลและอบอุ่น

   

   “ขอบคุณค่ะคุณลุง~”

   

   หัวใจของพ่อครัวสดใสขึ้นทันทีเมื่อได้ยินเช่นนั้น พลันรอยยิ้มก็ปรากฎบนใบหน้าขึ้นมา ปากยิ้มกว้างจนแทบจะฉีกถึงรูหู

   

   “มาครั้งหน้าลุงจะทำให้อร่อยกว่าเดิมนะ”

   

   หนวนหน่วนกล่าวลาก่อนจะได้แอปเปิ้ลลูกใหญ่เป็นของขวัญจากพ่อครัวมาอีกหนึ่งอย่าง

   

   “ประธานกู้ส่งมาให้ผมเถอะครับ”

   

   หลี่เต๋อจู้อาสาช่วยยกถาดอาหารทั้งหมดไปวางไว้บนโต๊ะ หลังจากที่คุณพ่อกับคุณปู่กู้และหนวนหน่วนเดินจากไป ลุงที่มาสั่งอาหารต่อหลังจากพวกเขาก็หมดแรงใจ 

   

   “ขออาหารเพิ่มอีกนิดนึงนะ อยากได้กับเพิ่มสักสองสามอย่าง…”

   

   พ่อครัวกลอกตาใส่ “ให้ตายเถอะ นี่ยังไม่เยอะพออีกหรอ แกมีลูกสาวน่ารักเหมือนเขาไหมล่ะ”

   

   เขาเผยความสองมาตรฐานชัดเจน

   

   ชายคนดังกล่าวแทบพูดไม่ออก ก่อนจะลดเสียงพูดให้เบาลง “นอกจากประธานกู้แล้ว คนอื่นก็โดนแกด่าว่าตลอด”


   พ่อครัวแค่นหัวเราะสองครั้ง “แล้วยังไง ก็ประธานกู้เป็นคนจ่ายเงินเดือนให้ฉันไม่ใช่เหรอ?”

   

   ก็คนที่ใครจ่ายค่าจ้างสิคือผู้มีพระคุณ!

   

   หนวนหน่วนนั่งลงบนเก้าอี้ เธอจิบช้อนอยู่สองสามครั้งก่อนจะเริ่มตักอาหาร เด็กน้อยเงียบและตั้งใจมากขณะกำลังทาน เธอทานไม่หกเปื้อนเสื้อผ้าเลยแม้แต่น้อย

   

   “คุณพ่อกินนี่สิคะ อร่อยนะ”

   

   หนวนหน่วนค่อยๆตักซี่โครงชิ้นเล็กด้วยตะเกียบก่อนจะส่งไปทางคุณพ่อของตน จากนั้นก็ตักหัวสิงโตตุ๋นที่กัดง่ายชิ้นหนึ่งไปให้คุณปู่

   

   เด็กน้อยพูดด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ้ว "คุณปู่ลองกินนี่สิคะ แล้วก็กินผักเยอะๆนะคะ"

   

   ขณะที่พูด เธอก็ตักกะหล่ำขึ้นมาเล็กน้อย

   

   ผู้เฒ่ากู้มีความสุขมาก เขาทานอาหารทั้งหมดที่หนวนหน่วนตักให้และมองลูกชายของเขาอย่างโอ้อวดระหว่างทาน

   

   ‘หนวนหน่วนตักให้ฉันมากกว่าแก!’

   

   กู้หลินโม้ได้แต่มอง สายตาราวกับอยากพูดว่า ‘ทำตัวเป็นเด็กไปได้!’

   

   “หนวนหน่วน คุณพ่อก็อยากกินผักเหมือนกัน”

      

   หนวนหน่วนพยักหน้ารับอย่างเชื่อฟัง จากนั้นจึงค่อยๆตักผักไปใส่จานของกู้หลินโม่

   

   กู้หลินโม่ที่กำลังทานอาหารยกยิ้มมุมปากเย้ยชายชราที่นั่งอยู่ข้างกัน

   

   ชายชรารู้สึกโกรธมากเมื่อเห็นลูกชายทำหน้าตาไม่ดีใส่

   

   หลี่เต๋อจู้ผู้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดได้แต่ยืนนิ่งๆ มองพ่อลูกมองเขม่นกันไปมา “...”

   

   

   [1] หัวสิงโตตุ๋น คือหมูสับทอดตุ๋นผักกาดขาว ที่เรียกสิงโตเพราะชาวจีนนิยมตั้งชื่ออาหารให้มีความหมายมงคล สิงโตเองก็เป็นสัตว์มงคลของชาวจีน 



บทที่ 26: ส่งภาพถ่ายไม่ถึงตายหรอก

   

   มื้อนี้ทำให้เขาได้อีกด้านหนึ่งของท่านประธานและอดีตประธาน

   

   แต่หลี่เต๋อจู้ก็ทำได้แค่ถอนหายใจ เพราะหนวนหน่วนนั้นสเน่ห์ล้นเหลือเกินต้านเสียจริง

   

   ตอนนี้หนวนหน่วนไม่ได้สังเกตสงครามที่เกิดขึ้นอย่างลับๆ ระหว่างคุณปู่กับคุณพ่อของตนเลย เธอกำลังทานอาหารอย่างเอร็ดอร่อย แก้มข้างที่กำลังเคี้ยวพองเหมือนแฮมสเตอร์ตัวน้อย ดวงตากลมโตคู่สวยเปล่งประกายไปด้วยความสุข

   

   แม้ว่าเธอจะทานคำเล็กหรือเต็มคำ แต่เธอก็กินอย่างระมัดระวังและอร่อย ทำให้ผู้ที่เฝ้ามองอดไม่ได้ที่จะอยากอาหารมากขึ้น

   

   “เอิ่ก…”

   

   หลี่เต๋อจู้วางตะเกียบในมือ เขารู้สึกว่าตนเองทานเยอะเกินไปโดยไม่รู้ตัว ยิ่งมองมองเด็กน้อยทานแล้วตนก็ยิ่งอยากอาหารมากขึ้นกว่าเดิม!

   

   หนวนหน่วนพุงเริ่มป่อง ตอนนี้ผู้เฒ่ากู้และกู้หลินโม่ก็อิ่มมากเช่นกัน

   

   “ไปเถอะ เดี๋ยวพ่อจะพาไปเดินเล่นรอบๆ”

   

   เขามองลูกสาวทานอาหารจนตนเองก็ทานอิ่มโดยไม่รู้ตัว ออกไปเดินเล่นก็ดี อย่างไรก็เป็นการย่อยอาหารไปในตัว 

   

   หนวนหน่วนสะอึกออกมา เด็กน้อยรีบเอามือปิดปากด้วยความเขินอาย

   

   กู้หลินโม่เดินไปรอบๆบริษัทกับหนวนหน่วน แววตาของเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้ม เขาพาเธอเดินไปยังแผนกพัฒนาเพื่อเล่นกับแมวและสุนัขต่ออีกสักพัก เมื่อถึงเวลากลับ หนวนหน่วนก็เดินออกมาด้วยแววตาที่สดใส กู้หลินโม่เข้ามาอุ้มเธอแล้วพาไปเดินต่อ หลังจากจากนั้นอาการง่วงก็เริ่มเข้าโจมตีหนวนหน่วนจนเธอเริ่มสัปหงกเล็กน้อย

   

   ตอนนี้เด็กน้อยเหนื่อยมาก เมื่ออยู่ในอ้อมแขนอันอบอุ่นของคุณพ่อก็เริ่มรู้สึกง่วงนอน

   

   “ง่วงนอนเหรอ?”

   

   กู้หลินโม่ใช้ฝ่ามือหนาลูบลงบนศีรษะของเด็กน้อยอย่างแผ่วเบา ศีรษะของหนวนหน่วนเอนพักพิงอิงซบลงบนไหล่ของคุณพ่อ ใบหน้าน้อยๆของเธอหันไปด้านข้างจนเนื้อแก้มเบียดจมลงไป ริมฝีปากเผยอขึ้นเล็กน้อย

   

   เธอได้ยินคำพูดของผู้เป็นพ่อไม่ค่อยชัดเจนนัก ดวงตากลมโตคู่สวยเริ่มหรี่ลง ขนตาเริ่มสั่นไหวเล็กน้อย ราวกับว่าเธอพยายามจะเปิดมันแต่ก็ไม่สามารถทำได้

   

   เสียงหวานเยิ้มดั่งน้ำนมของหนวนหน่วนเริ่มอ้อแอ้ เด็กน้อยถูไถใบหน้าคลอเคลียไหล่กว้างๆของผู้เป็นพ่อ ไม่นานก็หลับปุ๋ย เสียงหายใจสม่ำเสมอดังคลอ เรือนผมร่วงกราวลงบนหน้าผาก กู้หลินโม่ทัดผมของลูกสาวไปไว้ที่หลังใบหูแล้วเอ่ยเสียงเบา

   

   “หึหึ… หลับซะแล้ว”

   

   ผู้เฒ่ากู้บอกให้กู้หลินโม่เงียบเสียง จากนั้นทั้งสองจึงพาหนวนหน่วนกลับไปที่ห้องทำงานอย่างระมัดระวัง เพราะด้านในสุดของห้องทำงานมีห้องรับรองพิเศษสำหรับใช้พักผ่อนอยู่ 

   

   กู้หลินโม่วางลูกสาวตัวน้อยที่กำลังหลับสนิทในอ้อมแขนลงบนเตียงนุ่มอย่างระมัดระวัง ก่อนจะถอดรองเท้าและห่มผ้าให้

   

   “พ่ออยากนอนพักด้วยไหม”

   

   ผู้เฒ่ากู้ถอดรองเท้าและเสื้อโค้ทก่อนจะรีบขึ้นไปบนเตียงทันที “นอน! ฉันจะนอนกับหลานสาวของฉัน!”

   

   กู้หลินโม่ “….”

   

   ให้ตายสิ เขานอนกับหนวนหน่วนไม่ได้ด้วยซ้ำ!

   

   กู้หลินโม่ทอดตามองหนวนหน่วนที่หลับสนิท เมื่อทำอะไรไม่ได้ก็ก้มลงจูบหน้าผากคนตัวเล็กก่อนจะเดินจากไป

   

   ยังมีงานต้องทำอีกเยอะ โธ่เอ๊ย... คิดถึงลูกชายคนโตอีกแล้ว เมื่อไหร่เขาจะกลับมากันนะ จะได้วางมือและไปอยู่บ้านกับหนวนหน่วนสักที

   

   หลังจากนั้นข่าวที่ว่ากู้หลินโม่พาหนวนหน่วนไปที่โรงอาหารเพื่อทานข้าวก็ได้แพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็ว คนทั้งบริษัทต่างรับรู้กันหมด

   

   ข่าวนี้ยังสร้างความรำคาญใจให้กับคนที่ไม่ได้ไปโรงอาหารเช่นกัน เหล่าพนักงานเสียดายที่ไม่ได้เห็นด้วยตาตัวเอง หลังรู้ข่าวก็เปิดการสนทนากันในห้องแชททันที

   

   [ตอนที่ประธานกู้อุ้มลูกสาวดีต่อใจมากเลย เขาอุ้มเธอด้วยมือข้างเดียว อย่างหล่อ! 

   

   [ประธานกู้ของเราดูดีจริงๆ อายุสี่สิบแล้ว แต่ยังเหมือนอายุสามสิบอยู่เลย ถ้าคนที่ไม่รู้อายุเห็นเขายืนอยู่กับประธานกู้หนานคงคิดว่าเขาเป็นพี่ชาย]

   

   [ลูกสาวของประธานกู้เป็นเด็กดีมาก พวกเขายืนอยู่ข้างหลังตอนที่ฉันกำลังต่อคิวรับอาหาร รู้ไหม ฉันกลัวจนแทบขยับตัวไม่ได้ ก็เลยรวบรวมความกล้าถามประธานกู้ไปว่าอยากแทรกคิวไหม แต่เขาบอกว่าไม่เป็นไร


   จากนั้นฉันก็ได้ยินลูกสาวประธานกู้ถามว่า เมื่อยหรือเปล่าที่อุ้มเธอ เธออยากจะลงมาเดินเอง แต่พอลงเดินแล้วไม่ใช่แค่จับมือประธานกู้นะ แต่ยังจับมืออดีตประธานด้วย ฉันเพิ่งรู้ว่าชายชราที่ตามประธานกู้มาด้วยคืออดีตประธาน!]

   

   [ตื่นเต้นมาก! แต่เรื่องของเรื่องก็คือ ลูกสาวของประธานกู้พูดจานุ่มนวลน่าฟังมาก เอาใจใส่ วางตัวก็ดีด้วย พระเจ้า นางฟ้าตัวน้อยชัดๆ ฉันน่ะอิจฉาประธานกู้มากเลยที่มีลูกสาวน่ารักเชื่อฟังแบบนี้ ที่สำคัญนะ น่ารักมาก]

   

   [ฮึ่ย เสียดายอ่ะ แฟนเอาข้าวมาให้วันนี้ ไม่ได้ไปกินที่โรงอาหาร เหมือนพลาดเงินร้อยล้านเลย!]

   

   [นึกไม่ถึงว่าประธานกู้จะอุ้มลูก ว้าวซ่า ใครมีรูปขอหน่อย!]

   

   มีเพียงไม่กี่คนนักที่จะกล้าขอเขาถ่ายรูป ด้วยความเป็นประธานที่ทั้งหล่อและรวย และถึงแม้ว่าตอนนี้เขาจะเข้าสู่วัยกลางคนแล้วก็ตาม แต่เสน่ห์ในการดึงดูดความสนใจของเขาก็ไม่ด้อยไปกว่าเหล่าดาราในวงการบันเทิง ขนาดแค่อุ้มลูกก็ยังเป็นที่พูดถึงไปทั่ว

   

   สมาชิกของตระกูลกู้ไม่เป็นสองรองใคร ลูกชายฝาแฝดทั้งสองเป็นอัจฉริยะ คนในตระกูลจึงเป็นที่สนใจอยู่เสมอ

   

   น่าเสียดายที่ตระกูลไม่ชอบเปิดเผยตัวต่อหน้าสาธารณชนจึงมีรูปถ่ายของพวกเขาบนอินเทอร์เน็ตน้อยมาก และโดยปกติแล้วจะปรากฎตัวอยู่บนนิตยสารการเงินระดับไฮเอนด์เป็นส่วนใหญ่ จำได้ว่าประธานกู้เคยไปถ่ายอยู่ช่วงหนึ่ง และมันกลายเป็นนิตยสารที่ขายดีมากจนขาดแคลนตลาดเลยทีเดียว

   

   ดังนั้นทันทีที่มีคนขอถ่ายรูปปรากฏขึ้นจะต้องมีคนต่อไปมาขอถ่ายรูปเพิ่มอย่างแน่นอน

   

   [ฮ่าฮ่าฮ่า... ฉันมีรูปนะ! จะบอกว่าด้านได้อายอดน่ะ แต่ขอไม่ลงรูปนะ เดี๋ยวจะอดตายก่อน ฮ่าฮ่า...]

   

   เจ้าของข้อความนี้ยอมโดนเกลียด  เพราะอย่างไรพนักงานในบริษัทนี้จะไม่เปิดเผยตัวตนหรือไม่ระบุชื่อ พวกเขาจึงไม่รู้ว่าใครเป็นใคร 

   

   ณ ห้องของฝ่ายบุคคล....

   

   “อ๊ะ! หลิงเหม่ย เธอเป็นคนที่พูดในกลุ่มใช่ไหม!”

   

   “ส่งภาพมาซะดีๆ!”

   

   “หลิงเหม่ยจ๋า ขอรูปถ่ายหน่อยนะ! เราเป็นเพื่อนกันนะ ให้รูปฉันไม่ได้หรอ!”

   

   ฝ่ายบุคคลคึกครื้นขึ้นมาทันที ในที่สุดสาวผมสั้นก็ต้องส่งรูปถ่ายลงในกลุ่ม ‘ส่วนตัว’

   

   เธอมีเพียงรูปเดียวเท่านั้น แต่ถึงอย่างนั้นมันก็เป็นภาพถ่ายที่ชัดมาก เห็นได้ชัดว่าโทรศัพท์รุ่นนี้กล้องดีเพียงไร

   

   ภาพนี้ถ่ายจากด้านหลัง จึงเป็นรูปที่มองเห็นแผ่นหลังเป็นส่วนใหญ่ ชายสูงสง่ากำลังอุ้มเด็กหญิงตัวน้อยที่อ่อนหวานน่ารักไว้บนแขนข้างเดียวของตน ถึงแม้ว่าเขาจะดูเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์แต่ก็แฝงไปด้วยความอ่อนโยน

   

   แม้ว่าจะถ่ายจากด้านหลังแต่จังหวะการจับภาพก็พอเหมาะพอดีจึงได้เห็นใบหน้าด้านข้างของทั้งสองอย่างชัดเจน สาตาของประธานกู้เขานุ่มนวลอย่างไม่น่าเชื่อ

   

   เด็กน้อยก็ดูเชื่อฟัง ใบหน้าน้อยๆเห็นเค้าสวยมาแต่ไกล โดยเฉพาะขนตาที่โค้งงอนและหนาดั่งกับพัดเล็กๆนั่น มองให้ดีจะพบเข้ากับดวงตากระจ่างดั่งแก้วคริสตัล สะอาดสดใสไร้ร่องรอยของสิ่งสกปรกใด

   

   นัยน์ตาของเธอดำขลับ รอยยิ้มขับดวงตาให้เปล่งประกายดุจทะเลแห่งดวงดาว ต้องยอมรับว่าหนวนหน่วนดูน่าหลงใหลอย่างเหลือเชื่อ



 บทที่ 27: หนวนหน่วนคนขี้อาย

   

   ภาพนี้เป็นภาพที่ทุกอย่างลงตัวอย่างไม่น่าเชื่อ ภายในไม่กี่วินาที รูปภาพนี้ก็แพร่กระจายไปทั่ว

   

   [ฉันเพิ่งถ่ายมา! ทุกคนใจเย็นๆ! อย่าให้ประธานกู้จับได้!]

   

   [รู้แล้วน่า รีบเซฟเลยทุกคน จะได้รีบลบ!]

   

   หลี่เต๋อจู้มองดูรูปถ่ายที่โพสต์ลงในกลุ่ม ก่อนจะรีบบันทึกภาพทันที จากนั้นเขาก็ครุ่นคิดอยู่สักครู่หนึ่งว่าควรบอกเจ้านายหรือเปล่า

   

   "ทำอะไรอยู่?"

   

   เสียงที่คุ้นเคยด้านหลังทำเอาหลี่เต๋อจู้ตัวแข็งทื่อ เขารีบปิดหน้าจอโทรศัพท์มือถือทันที

   

   ดวงตาสีเข้มของกู้หลินโม่จ้องมา ดูเหมือนว่าจะเห็นรูปถ่ายของตนกับลูกสาวเข้าให้แล้ว!

   

   สิ่งแรกที่กู้หลินโม่เห็นคือใบหน้าน้อยๆที่อ่อนโยนของลูกสาว แต่ไม่ได้เห็นตัวเองด้วย

   

   “นั่นรูปลูกสาวฉัน?”

   

   เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยถามว่าได้มันมาจากไหน

   

   หลี่เต๋อจู้ชะงัก ไม่กังวลเรื่องที่ต้องปกปิดเป็นความลับอีกต่อไป แต่คนตายก็ไม่ได้น่าสงสารหรอก ขอโทษนะทุกคน!

   

   หลี่เต๋อจู้พยายามดึงสีหน้าของตนเองให้สงบนิ่งก่อนจะเปิดโทรศัพท์มือถือของตนขึ้น

   

   "ประธานกู้ นี่คือรูปท่านกับคุณหนูครับ มีคนถ่ายเอาไว้ในโรงอาหาร ตอนนี้ถูกโพสต์ลงในกลุ่มแล้ว"

   

   ขณะพูด เขาก็ยื่นรูปถ่ายไปให้ด้วยความเคารพ ส่วนในใจกล่าวขอโทษคนที่โพสต์รูปอย่างเงียบๆ

   

   หลังจากรับโทรศัพท์ กู้หลินโม่ก็จ้องที่รูปภาพอย่างงุนงง และในที่สุดดวงตาของเขาก็สบเข้ากับรูปของตนเองในภาพถ่าย

   

   นั่นเขาจริงหรือ?

   

   บรรยากาศที่รายล้อมตัวเขาและลูกสาวดูอบอุ่นมาก ในขณะที่หลี่เต๋อจู้เริ่มรู้สึกประหม่า กู้หลินโม่ก็ส่งโทรศัพท์คืนให้เขา

   

   "ส่งรูปให้ฉันหน่อย ถือว่ากล้องดีมาก"

   

   หลังจากพูดจบ กู้หลินโม่ก็เดินจากไปอย่างไม่รีบร้อน

   

   หลี่เต๋อจู้มองตามแผ่นหลังเจ้านายของตนไปด้วยสายตาสับสนอยู่ประมาณสองสามวินาที ก่อนจะตั้งสติได้และรู้ความหมายของประโยคก่อนหน้า

   

   หลี่เต๋อจู้ "!!!"

   

   ประธานกู้ไม่เพียงแต่ไม่สนใจ แต่เขายังชมภาพถ่ายนี้ด้วย นอกจากนี้ยังไม่ว่าอะไร!

   

   หลี่เต๋อจู้ส่งรูปให้ประธานกู้อย่างไม่คิดอะไร แต่ภายในใจแอบยกยออยู่นิดๆ

   

   [ประธานกู้กับคุณหนูดูอบอุ่นมากเลยเนอะ]

   

   ติ๊ง...

   

   หลังจากที่เขาส่งรูปไปไม่นาน โทรศัพท์มือถือของเขาก็ดังขึ้น เปิดดูก็พบว่าเป็นข้อความจากประธานกู้!

   

   [ฉันอารมณ์ดี ไว้จะเพิ่มเงินเดือนให้เดือนนี้]

   

   หลี่เต๋อจู้ยิ่งตะลึง แต่ก็โล่งใจที่ไม่โดนด่า

   

   ประธานกู้นี่ก็… หลงลูกสาวอยู่นะ

   

   คุณหนูจงเจริญ!

   

   …......

   

   หลังจากได้นอนไปในช่วงบ่ายถึงหนึ่งชั่วโมง หนวนหน่วนก็ตื่นขึ้นมาด้วยความงุนงง เรือนผมฟูฟ่องขึ้นจนดูยุ่งเหยิงเล็กน้อย

   

   “หนวนหน่วน ตื่นแล้วค่ะ”

   

   ผู้เฒ่ากู้ก็ตื่นแล้วเช่นกัน แต่หลังจากตื่นแล้วเขากลับไม่ได้ออกไปไหน เพียงแค่หยิบหนังสือขึ้นมาอ่านอยู่ภายในห้องและเฝ้ามองหนวนหน่วนตัวน้อยที่กำลังนอนหลับใหลอยู่แบบนั้น

   

   เมื่อเห็นว่าหนวนหน่วนตื่นแล้ว เขาก็วางหนังสือในมือลงทันที

   

   ประตูห้องถูกเปิดออก ก่อนจะพบว่ากู้หลินโม่เดินเข้ามาพร้อมกับแก้วนม

   

   “หนวนหน่วน ยังอยากนอนอยู่ไหม?”

   

   หลังจากถามเขาก็วางนมไว้บนโต๊ะแล้วเดินเข้าไปหาเธอ

   

   หนวนหน่วนรู้สึกได้ว่าดวงตาตนพร่าเลือนไปด้วยความง่วงงุนจึงเริ่มส่ายหัวไปมา เด็กน้อยยกแขนเล็กๆขึ้นขยี้ตา พออ้าปากหาว ดวงตากลมโตก็ชุ่มไปด้วยน้ำตา 

   

   "ไม่นอนแล้วค่ะ"

   

   เธอตอบกลับเสียงหวาน ก่อนจะมองไปยังสองคนตรงหน้าแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ้ว

   

   “คุณปู่ คุณพ่อ~”

   

   น้ำเสียงที่นุ่มนวลและไพเราะของเจ้าน้ำนมตัวน้อยช่างจับใจยิ่งนัก สายตาของผู้ใหญ่ทั้งสองจึงขับประกายอ่อนโยนอย่างไม่น่าเชื่อ

   

   “ตื่นแล้วก็ดื่มนมสักแก้ว”

   

   ผู้เฒ่ากู้ประคองคนตัวเล็กขึ้นจากเตียง ส่วนกู้หลินโม่ส่งแก้วนมให้

   

   หนวนหน่วนพิงผู้เป็นบิดา ถือแก้วนมด้วยมือทั้งสองข้าง จิบมันทีละนิด นมอุ่นมีรสหวานเล็กน้อย เป็นรสที่ละมุนลิ้นเป็นอย่างยิ่ง

   

   หลังจากดื่มเสร็จ คราบนมสีขาวก็ติดอยู่บนใบหน้าของเธอเป็นรูปหนวด เด็กน้อยพยายามแลบลิ้นเลีย จากนั้นก็หยิบกระดาษที่คุณปู่ส่งให้มาเช็ดทำความสะอาดปากเล็กๆของตน

   

   “ขอบคุณค่ะคุณปู่~” เด็กหญิงตัวน้อยกล่าวขอบคุณด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

   

   หนวนหน่วนไม่ได้ขอให้ใครอุ้มเมื่อลุกขึ้นจากเตียง เธอลุกด้วยตัวเอง ก่อนจะสวมใส่รองเท้าอย่างเชื่อฟังแล้วสางผมที่ยุ่งเหยิงสองสามครั้ง

   

   “อีกสักพักถึงพ่อจะเลิกงาน หนวนหน่วนดูการ์ตูนรอพ่อกับคุณปู่ก่อนได้ไหม?”

   

   กู้หลินโม่ลูบศีรษะของหนวนหน่วน เขากลัวว่าสาวน้อยจะเบื่อ

   

   คนตัวเล็กพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง ก่อนจะนั่งลงบนเบาะ กอดกระต่ายสีชมพูอ่อนและดูทีวีอย่างเชื่อฟัง ด้วยความกลัวว่าจะรบกวนการทำงานของพ่อ เธอจึงลดเสียงการ์ตูนลงอย่างระมัดระวัง

   

   สีหน้าหนวนหน่วนตอนดูการ์ตูนค่อนข้างจริงจังเลยทีเดียว ดวงตาขับประกายเปล่งปลั่ง หากเห็นฉากตลกเธอก็ทำเพียงแค่ยกยิ้มมุมปากขึ้นแล้วหลบตา เป็นกิริยาที่นุ่มนวลน่ามองอย่างยิ่ง

   

   หนวนหน่วนทานองุ่นสีม่วงลูกกลมจนแก้มป่องเหมือนหนูแฮมเตอร์ตัวเล็ก ก่อนจะป้อนให้คุณปู่ที่แอบดูเจ้าของห้องที่กำลังตั้งใจทำงานอย่างหนัก

   

   หลังจากครุ่นคิดอย่างถี่ถ้วน เด็กหญิงตัวน้อยก็ได้ทำการหยิบองุ่นสีม่วงลูกใหญ่ กระโดดลงจากเก้าอี้แล้ววิ่งไปหาพ่อของตน 

   

   “คุณพ่อ กินสิคะ หวานนะ”

   

   กู้หลินโม่มองไปยังลูกสาวผู้แสนเชื่อฟังของตน ความรู้สึกอบอุ่นพลันก่อขึ้นภายในจิตใจ เขาจะอ้าปากแต่โดยดี

   

   จากนั้นคนตัวเล็กก็ไปหยิบสตอเบอรี่สีแดงลูกใหญ่มาอีกหนึ่งลูก

   

   “อันนี้ด้วยค่ะ"

   

   โก้หลินโม่ "ขอบคุณมากลูกสาวพ่อ"

   

   หนวนหน่วนยิ้ม มุมปากสีชมพูยกขึ้นเล็กน้อยจนเห็นฟันขาวเกลี้ยงเกลา เธอกุมมือผู้เป็นพ่อเอาไว้ ก่อนจะเอนศีรษะซบลงกับฝ่ามือของเขา

   

   "คุณพ่อทำงานหนักมากเลยค่ะ"

   

   ทว่าจู่ๆ ประตูห้องทำงานก็ถูกเปิดออก ตามมาด้วยเหล่าผู้บริหาร พวกเขาได้เห็นภาพที่น่ารักที่สุดในโลกพอดิบพอดี!

   

   เอียงหน้าซบฝ่ามือนี่มันอะไรกัน น่ารักเกินไปแล้ว!

   

   สายตาหลายคู่จับจ้องไปที่หนวนหน่วนตัวน้อยที่อยู่ข้างกายกู้หลินโม่

   

   เมื่อหนวนหน่วนได้ยินเสียงประตูเปิดออกก็หันขวับไปยังต้นเสียง ดวงตากลมโตสีดำสนิทจึงจ้องมองไปที่ผู้มาเยือนทันที

   

   หน้าของเด็กน้อยเริ่มแดงก่ำ เธออายจนต้องซุกใบหน้าลงบนตักของผู้เป็นพ่อด้วยความเขินอายแล้วนิ่งไปราวกับตุ๊กตาหุ่นไม้

   

   อ๊าก นี่ก็น่ารักเกินไปแล้ว!

   

   "เอ่อ… ประธานกู้ครับ พวกเรามีเรื่องงานจะคุยครับ"

   

   ผู้บริหารแสดงเจตจำนงออกไป แม้จะยังงุนงงเมื่อมองเห็นหนวนหน่วนซบหน้าอยู่บนตักผู้เป็นพ่อโดยแทบไม่ขยับเขยื้อนไปไหนเลย

   

   กู้หลินโม่พยักหน้าให้พวกเขาก่อนจะจ้องมองลงไปที่เด็กสาวตัวน้อยพร้อมกับรอยยิ้ม ตอนนี้เจ้าตัวแสร้งทำเป็นเหมือนว่าตายไปเพราะความเขินอาย

   

   “หนวนหน่วนมาหาปู่ก่อนไหม”

   

   น้ำเสียงนั้นอ่อนโยนมากจนผู้รับฟังแทบละลายได้ แต่ผู้คนหน้าประตูกลับยืนตัวสั่นเทา ทั้งยังเหลือบมองมาที่กู้หลินโม่ด้วยสายตาแปลกๆ

   

   แม้ว่าประธานกู้จะมีมาดสง่างาม แต่เขาก็ไม่เคยพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาเช่นนี้มาก่อน

   

   อะไรกันเนี่ย…



 บทที่ 28: ป้อนผลไม้คุณพ่อ

   

   หนวนหน่วนเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย เผยแก้มสีแดงระเรื่อสู่สายตาทุกคน นิ้วเล็กจับกางเกงพ่อของตนอย่างประหม่า เด็กน้อยเหลือบมองไปที่ปู่ของตน พยักหน้าลงอย่างเชื่อฟังแล้วเปล่งน้ำเสียงแผ่วเบาออกมา

   

   “ค่ะ”

   

   หลังจากพูดจบ เด็กน้อยก็เม้มปากแน่น ประสานนิ้วที่ดูนุ่มนิ่มเข้าด้วยกันแล้ววิ่งไปหาคุณปู่ด้วยขาสั้นๆอย่างรวดเร็ว

   

   “คุณปู่”

   

   เธอเอ่ยเรียกคุณปู่ด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาราวกับแมวน้อย

   

   ชายชรากอดคนตัวเล็กไว้แล้วลูบผมหลานสาวป้อยๆ “ไม่ต้องกลัวนะหนวนหน่วน ปู่กับคุณพ่ออยู่ตรงนี้ ตรงนี้เป็นเพื่อนร่วมงานของคุณพ่อหนูทั้งนั้นเลย”

   

   ได้ยินแล้วขนตางอนงามก็สั่นระริก แม้จะยังอยู่ในอ้อมแขนของคุณปู่ เด็กน้อยก็ยกศีรษะขึ้นมองผู้มาใหม่ ผมนุ่มสลวยของหนวนหน่วนฟูฟ่อง ทำให้เจ้าตัวดูเหมือนองค์หญิงตัวน้อยที่ถูกเลี้ยงดูให้เติบโตขึ้นมาอย่างดีภายในพระราชวังอันเก่าแก่ ท่าทางเหนียมอาย รวมถึงใบหน้าเรียวเล็กนั้นช่างสวยงามเหลือเกิน

   

   หนวนหน่วนจึงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเชื่อฟัง “สวัสดีค่ะคุณอา” 

   

   เด็กน้อยใช้ดวงตาฉ่ำน้ำมองไปที่เหล่าผู้บริหารด้วยกิริยาสุภาพนุ่มนวล

   

   ผู้คนเหล่านี้ส่วนใหญ่อยู่ในวัยสามสิบปีกันแล้ว แต่ยังไม่มีลูก เมื่อได้มองดูเด็กหญิงตัวเล็กที่แสนเชื่อฟังคนนี้จึงทำให้หัวใจของพวกเขาอ่อนระทวยรวยแรงจนหมดสิ้น รอยยิ้มอันแสนอ่อนโยนต่างปรากฏขึ้นบนใบหน้า

   

   “อ่า… สวัสดีหนวนหน่วน”

   

   “หนวนหน่วนเป็นเด็กดีจังเลยนะคะ”

   

   พวกเขาเอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้ม แม้ว่าพวกเขาต้องการจะสวมกอดเด็กน้อย แต่ในตอนนี้อาจไม่ใช่เวลาที่สมควร

   

   “มาทำงานให้เสร็จกันเถอะ”

   

   หนวนหน่วนมองดูผู้เป็นพ่ออย่างระมัดระวัง จากนั้นก็ตัดสินใจปิดการ์ตูนเพื่อไม่ให้รบกวนการทำงาน

   

   ผู้เฒ่ากู้เหมือนจะรู้ว่าหลานสาวคิดสิ่งใดอยู่ เขายกมือขึ้นลูบหัวหนวนหน่วนก่อนจะถอนหายใจออกมา หลานสาวของเขาช่างเป็นเด็กดีเสียจริง เขาหวังอยากให้หนวนหน่วนเอาแต่ใจเหมือนเด็กคนอื่นๆที่รุ่นราวคราวเดียวกันบ้าง

   

   แต่ดูความแสนดีของหนวนหน่วนสิ ใครจะตำหนิเธอได้ลง?

   

   ถึงแม้ว่าหนวนหน่วนจะไม่ได้ดูการ์ตูน แต่กลับไม่รู้สึกเบื่อเลยสักนิด ด้วยความเข้าใจว่าคุณพ่อต้องทำงาน เธอเลยไปนั่งทานอาหารแทน

   

   เด็กน้อยวางจานที่ใส่องุ่นลงบนโต๊ะ หยิบมันขึ้นมาทีละลูกแล้วเริ่มปอกเปลือกองุ่น

   

   เปลือกองุ่นสีม่วงถูกลอกออกเผยให้เห็นเนื้อสีเขียวมรกตด้านใน ปอกเสร็จเธอก็หันไปป้อนองุ่นให้คุณปู่

   

   เมื่อเห็นว่าคุณปู่อ้าปากทาน รอยยิ้มมีความสุขก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเธอ ภายใต้แสงไฟอันอบอุ่น ผมสั้นฟูของสาวน้อยเปล่งประกายเป็นสีอ่อน ดวงตาของเธอก็ส่องประกายเจิดจ้า ประกอบกับรอยยิ้มอันสดใส เหล่าผู้บริหารต่างอดใจไม่ได้ที่จะมองดูหนวนหน่วน 

   

   ช่างเป็นหญิงสาวที่คล้ายกับนายหญิงใหญ่มากเหลือเกิน ทั้งคิ้วและดวงตาก็โก่งสวย สวยจนหาใครเปรียบไม่ได้

   

   อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับบุคลิกของนายหญิงใหญ่แล้วยังมีความแตกต่างกันอยู่มากพอสมควร เพราะล่วงลับไปแล้ว นายหญิงใหญ่จึงเป็นหญิงที่สูงศักดิ์สง่างาม ต่างจากหนวนหน่วนที่แลดูคล้ายสัตว์แสนเชื่อง

   

   แต่ใครจะทราบได้ว่าในอนาคตข้างหน้าจะเป็นเช่นไร ถึงแม้ว่าคุณหนูน้อยแห่งตระกูลกู้จะดูเชื่องและง่ายต่อการรังแก แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีใครสามารถทำเช่นนั้นได้

   

   หนวนหน่วนปอกเปลือกองุ่นแล้วยัดเข้าปาก องุ่นลูกใหญ่ให้ความรู้สึกเต็มปากเต็มคำตอนที่ทานเข้าไป แถมเนื้อองุ่นก็ยังหอมหวานอีกด้วย

   

   อันนี้สำหรับคุณปู่ และอีกอันสำหรับตนเอง ส่วนที่เหลืออยู่ในจานเป็นของคุณพ่อ

   

   เธอนับองุ่นในจานให้สามคนอย่างเงียบๆ  

   

   พอตั้งใจนับอย่างตั้งใจก็พบว่าพ่อมีองุ่นแปดลูกแล้ว

   

   อืม… ไปดูอย่างอื่นเพิ่มด้วยดีกว่า

   

   “คุณปู่ กินกล้วยค่ะ”

   

   หนวนหน่วนนำกล้วยยัดใส่มือคุณปู่ก่อนจะแกะเม็ดเกาลัดคั่วน้ำตาลออกมา

   

   เสียดายที่เปลือกมันแข็งเกินไป

   

   เด็กน้อยก้มลงมองมือเล็กของตน มันทั้งบอบบางและอ่อนนุ่ม ถึงแม้ว่าบางจุดจะแข็งเป็นไตจากการทำงานในชนบทเป็นเวลานาน แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยังดูดีมาก เพราะเธอมีวินัยในการรักษาความสะอาด และยิ่งได้รับการดูแลเพิ่มเติมหลังกลับมา ผิวของเธอจึงอ่อนโยนและกระจ่างขึ้นเล็กน้อย อย่างไรเธอก็ไม่ค่อยตัวคล้ำแดด แต่หากไม่ทาครีมกันแดดและต้องทำงานกลางแดดเป็นระยะเวลานาน สุดท้ายก็คงหนีผิวคล้ำแดดไม่ได้

   

   บนมือที่อ่อนนุ่มนั้นเล็บของเธอถูกตัดจนอย่างสะอาดเรียบร้อย นั่นทำให้… เธอไม่สามารถใช้เล็บในการปอกเปลือกเกาลัดได้ 

   

   แกะ… แกะไม่ออกง่ะ QAQ

   

   “ปู่ช่วยหนูเอง”

   

   ชายชราบีบส่วนปลายแบนๆของเกาลัด ไม่นานเปลือกเกาลัดก็แยกออกจากกันพร้อมกับเสียงดังแคร่ก

   

   หนวนหน่วนเบิกตากว้าง มองคุณปู่ด้วยแววตาชื่นชม

   

   ถึงแม้ว่ามันจะเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย แต่ชายชรากลับอิ่มเอมใจยิ่งกว่าได้รางวัลเป็นเงินร้อยล้านเสียอีก!

   

   “อันนี้ปอกไม่ยากเท่าเกาลัดนะ หนวนหน่วนอยากลองไหม?”

   

   หนวนหน่วนพยักหน้าขึ้นลงราวกับลูกเจี๊ยบตัวน้อยที่กำลังจะจิกข้าว จากนั้นก็ลองเลียนแบบวิธีของคุณปู่ 

   

   ว้าว… เปิดได้แล้ว

   

   หนวนหน่วน “(^ω^)”

   

   ออกแล้ว!

   

   “คุณปู่ดูสิคะ!”

   

   น้ำเสียงของหนวนหน่วนตัวน้อยดังขึ้นด้วยความตื่นเต้น แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังคงนุ่มนวลเอาไว้

   

   “เก่งมากเลย”

   

   ผู้เฒ่ากู้ยกนิ้วขึ้นชมหนวนหน่วน

   

   หนวนหน่วนที่ได้รับคำชมรู้สึกทั้งดีใจทั้งเขินอาย ดวงตาสีเข้มฉายแววเป็นประกาย เธอลอกเปลือกเกาลัดออกแล้วหยิบเอาเนื้อเกาลัดที่มีรสสัมผัสนุ่มเหนียวหวานออกมาใส่จานใบเล็กที่อยู่ด้านข้าง

   

   “อันนี้ของคุณพ่อ”

   

   หนวนหน่วนแกะได้ลูกหนึ่งก็ดีใจราวกับลูกแมวตัวน้อยแล้ว

   

   ผู้เฒ่ากู้พูดขึ้น “แล้วอันไหนของปู่ล่ะ?”

   

   ดวงตาใสซื่อไร้เดียงสาของหนวนหน่วนจะจับจ้องไปยังลูกเกาลัดที่อยู่ในมือชายชรา

   

   ผู้เฒ่ากู้ “...อันนี้ไม่นับสิ”

   

   “ถ้าอย่างนั้น เดี๋ยวหนวนหน่วนปอกให้คุณปู่ค่ะ”

   

   น้ำเสียงผ่อนคลายและนุ่มนวลราวกับอยากเกลี้ยกล่อมเด็กที่ไร้เดียงสาทำให้ชายชราตกตะลึงไปครู่หนึ่ง

   

   แต่หลังจากได้ทานเกาลัดเนื้อนุ่มเหนียวหวานที่ถูกแกะโดยหนวนหน่วนแล้ว เขาก็รู้สึกพอใจขึ้นในทันที

   

   หนวนหน่วนที่ทานเกาลัดไปสามลูกเปลี่ยนมาเอามือเท้าคาง หลังจากยัดเข้าปาก แก้มของเธอก็พองขึ้น ดวงตากลมโตนั้นราวกับหนูแฮมเตอร์ตัวน้อยที่ถูกเลี้ยงดูฟูมฟักมาอย่างดี

   

   หลังจากเหล่าผู้บริหารออกไปแล้ว หนวนหน่วนเองก็ยังเห็นว่าคุณพ่อของตนวุ่นวายกับการทำงานอยู่ เธอจึงวิ่งไปหาพร้อมกับขนมผลไม้ด้วยขาสั้นๆของตน ก่อนจะเอ่ยพูดอย่างแผ่วเบา

   

   “คุณพ่อกินสิคะ กินก่อนแล้วค่อยไปทำงาน”

   

   เด็กน้อยวางจานเล็กๆที่เต็มไปด้วยเนื้อองุ่น สตอเบอรี่ แอปเปิล เกาลัด และเนื้อผลไม้แห้งอื่นๆลงหน้าพ่อของตน

   

   กู้หลินโม่บีบระหว่างคิ้วอย่างเหนื่อยล้าจากการทำงาน เมื่อเห็นลูกสาวแบกของมากมายมาป้อนให้เขา ความเหนื่อยล้าก็หายไปทันที

   

   “หนวนหน่วนทำให้คุณพ่อเยอะขนาดนี้เลยเหรอ?”

   

   หนวนหน่วนตัวน้อยผงกหัวก่อนจะป้อนสตอเบอรี่ให้เขา

   

   “คุณพ่อพักผ่อนเถอะค่ะ เหนื่อยแล้ว”

   

   กู้หลินโม่หอมลูกสาวไปฟอดหนึ่งก่อนจะยอมกินผลไม้ที่เธอเตรียมมาให้แต่โดยดี



 บทที่ 29: กล้าขึ้นนะยัยเด็กคนนี้!!!

   

   หลังจากป้อนของกินให้คุณพ่อได้ทานแล้ว หนวนหน่วนก็โทรหาผู้เป็นแม่ ก่อนจะบอกเธอว่าอีกไม่นานคุณพ่อก็จะเลิกงานแล้ว

   

   “คุณแม่คะ คุณพ่อใกล้เลิกงานแล้ว กำลังจะกลับบ้านกันแล้วค่ะ”

   

   คุณหญิงกู้ที่อยู่ปลายสายรู้สึกเบาใจเมื่อได้ยินเสียงไพเราะนุ่มนวลคล้ายน้ำนมของลูกสาว

   

   “รับทราบค่ะ หนวนหน่วนอยากกินอะไรเอ่ย เดี๋ยวแม่จะรีบทำไว้ให้”

   

   หนวนหน่วนตัวน้อยถือโทรศัพท์เอาไว้ “หนวนหน่วนไม่เรื่องมากค่ะ กินได้ทุกอย่างเลย คุณแม่ทำงานหนักมาก มีอะไรที่อยากกินไหมคะ เดี๋ยวให้คุณพ่อซื้อเข้าไปให้”

   

   “ที่บ้านมีครบทุกอย่างเลย หนวนหน่วนไม่ต้องห่วงนะ”

   

   คุณหญิงกู้ชอบฟังเสียงเจื้อยแจ้วของลูกสาวมาก ทั้งสองแม่ลูกจึงได้พูดคุยเรื่องต่างๆผ่านโทรศัพท์ นอกจากนี้เธอยังเอ่ยถามหนวนหน่วนด้วยว่าไปทำอะไรที่บริษัทของคุณพ่อมาบ้าง เจ้าตัวเล็กจึงเล่าให้ฟัง

   

   กู้หลินโม่ที่กำลังนั่งทำงานอยู่ใกล้ๆ แอบฟังบทสนทนาระหว่างลูกสาวกับภรรยาของตน ไม่นานมุมปากก็เผยรอยยิ้มเล็กๆ รู้สึกมีแรงทำงานขึ้นมาทันที

   

   “คุณพ่อคะ ต้องไปรับพี่ที่โรงเรียนหรือเปล่าคะ”

   

   หลังจากกู้หลินโม่เลิกงาน ระหว่างทางที่นั่งอยู่บนรถยนต์ หนวนหน่วนก็ไม่ลืมที่จะเอ่ยถามถึงพี่ชายของตน

   

   “อืม หนวนหน่วนอยากไปด้วยกันไหม?”

   

   คนตัวเล็กผงกศีรษะอย่างเชื่อฟัง “อื้ม อยากไปค่ะ”

   

   “แล้วพี่สี่อยู่ไหนคะ?”

   

   เด็กน้อยยังคงจำได้ว่าพี่สี่ใจดีกับเธอเพียงใด

   

   “พี่สี่อยู่มอปลายแล้ว พักอยู่ที่หอของโรงเรียนตั้งแต่จันทร์ถึงศุกร์ หนวนหน่วนอยากไปเยี่ยมพี่ไหม?”

   

   เจ้าเกี๊ยวน้อยหนวนหน่วนกะพริบตา ขนตายาวงอนเลยขยับเหมือนปีกของผีเสื้อ มองแล้วช่างงดงามเหลือเกิน

   

   เธอนั่งลงอย่างเชื่อฟัง แววตาคู่สวยส่องประกายระยิบระยับราวกับดวงดาว “ไปได้เหรอคะ จะรบกวนพี่สี่หรือเปล่า?”

   

   “ไม่หรอกลูก เราไปหาตอนเลิกเรียน ถ้าหนวนหน่วนอยากไปหาเดี๋ยวจะพาไปหลังทานข้าวเย็นเสร็จนะ”

   

   เด็กน้อยพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง ก่อนจะเอ่ยเตือนขึ้น “ต้องเอาของขวัญไปให้พี่สี่ด้วยนะคะ”

   

   กู้หลินโม่ยกยิ้ม ลูบหัวของลูกสาวเบาๆ

   

   “ได้สิ บัตรของหนวนหน่วนอยู่ที่คุณพ่อ อยากจะซื้ออะไรให้พี่สี่ก็ได้”

   

   พูดจบเขาก็ยื่นบัตรให้กับหนวนหน่วน “นี่คือเงินค่าขนมที่พ่อได้มาจากพวกลุงป้าน้าอาที่บริษัท ทั้งหมดรวมอยู่ในนี้แล้ว หนวนหน่วนถือไว้เลย”

   

   เด็กหญิงตัวเล็กส่ายหน้าอย่างรวดเร็ว แม้ดวงตากลมโตจะขับประกายสดใส แต่เธอปฏิเสธอย่างเร่งรีบ “ไม่เอาค่ะ หนวนหน่วนไม่จำเป็นต้องใช้เงิน”

   

   ผู้เฒ่ากู้จงใจพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ได้ยังไงกันล่ะ พี่น้องของหลานทุกคนมีเงินค่าขนมของตัวเองทั้งนั้นเลยนะ หนวนหน่วนจะไม่เอาเงินค่าขนมได้ยังไง คนในตระกูลกู้ต้องได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกันสิ”

   

   หนวนหน่วนเบิกตากว้างตื่นตาตื่นใจ “พี่ทุกคนมีหมดเลยเหรอคะ?”

   

   ผู้ใหญ่ทั้งสองพยักหน้าอย่างหนักแน่น พวกเขาไม่ได้โกหก แค่ว่าบัตรสำหรับคนตัวเล็กนั้นมีเงินค่าขนมของเธอตั้งแต่แรกเกิดจนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้ยังมีคนให้เงินค่าขนมกับเธอมากกว่าหนึ่งคนด้วย รวมกันแล้วได้ทั้งหมดเกือบสองล้าน

   

   ส่วนเงินค่าขนมของลูกๆคนอื่นประมาณเดือนละหนึ่งแสน

   

   หนวนหน่วนไม่เข้าใจอะไรมากนัก พอได้ยินว่าพี่น้องมีกันหมดเธอจึงรับไว้ ไม่ได้ถามว่าเงินในบัตรนั้นมีจำนวนเท่าไหร่ แต่ถึงอย่างไรเธอก็ยังไม่เข้าใจตัวเลขหนึ่งแสนในตอนนี้หรอก

   

   แน่นอนว่าหนวนหน่วนจะไม่ใช้เงินฟุ่มเฟือย เธอวางแผนเอาไว้หมดแล้วว่าจะซื้อของขวัญให้พี่ คุณพ่อ คุณแม่ คุณปู่ และพวกอากู๋ อาอี้ อาเจ็ก*[1]

   

   รถขับมุ่งหน้าตรงไปยังโรงเรียนของกู้อัน หลังเลิกเรียน หนวนหน่วนก็กดกระจกรถลง เท้าคางเรียวเล็กของตนค้ำอยู่บนมือ ริมฝีปากสีชมพูอันอวบอิ่มเม้มแน่น นัยน์ตาคู่ดำขลับกลมโตจับจ้องไปยังประตูโรงเรียนอย่างใจจดใจจ่อ

   

   “พี่...”

   

   ในที่สุดก็มองเห็นกู้อันจนได้ หนวนหน่วนใช้นิ้วสะกิดคุณพ่อก่อนจะเอ่ยบอกเขา

   

   ด้วยความที่เธอยังจำสิ่งที่พี่ชายของตนพูดก่อนหน้าได้ ว่าเขาไม่ให้เธอเรียกว่าพี่ต่อหน้าคนอื่น ดังนั้นเธอจึงไม่เสี่ยงพูดให้คนนอกได้ยินและไม่ได้ลงไปรับเขา

   

   กู้หลินโม่ลูบผมสั้นนุ่มสลวยของลูกสาว ก่อนจะยิ้มอย่างเย็นชาขณะที่มองดูลูกชายของตนกำลังเดินออกจากโรงเรียน

   

   ไอ้ลูกคนนี้ เดี๋ยวจะต้องเสียใจแน่!

   

   กู้อันที่เดินออกมาจากประตูโรงเรียนหันมองซ้ายขวา ก่อนจะพบเข้ากับรถของที่บ้านแล้วรีบเดินมาพร้อมกับเพื่อนอีกสองคน

   

   “พ่อ ทำไมไม่ลงไปรับผมล่ะ!”

   

   หนวนหน่วนซ่อนตัวอยู่ข้างหลังกู้หลินโม่ เธอใช้นิ้วนุ่มนิ่มจับแขนเสื้อผู้เป็นพ่อไว้ โผล่มาแค่หัวฟูๆและดวงตากลมโต สายตาจับจ้องมาที่กู้อันอย่างใจจดใจจ่อ

   

   กู้อันเห็นหนวนหน่วนเข้าพอดี กำลังจะเอ่ยเรียก เธอก็หลบเข้าไปแอบหลังพ่อทันที

   

   กู้อัน “...”

   

   นี่เขาทำผิดอะไร น้องสาวถึงต้องคอยหลบหน้ากันแบบนี้!

   

   “สวัสดีครับคุณลุง”

   

   เพื่อนตัวน้อยจอมซนสองคนที่มักจะอยู่ข้างกายกู้อันเอ่ยทักทายกู้หลินโม่อย่างเชื่อฟัง

   

   เสียงของกู้หลินโม่ฟังดูน่าเกรงขามเล็กน้อย “สวัสดี ที่บ้านมารับหรือยังล่ะ?”

   

   “มาแล้วครับ ถ้าอย่างนั้นพวกผมขอตัวก่อนนะครับคุณลุง”

   

   เด็กทั้งสองก้มหัวลงอย่างรวดเร็วแล้วบอกลากู้อันก่อนจะเดินจากไป

   

   หลังจากขึ้นไปนั่งบนรถ กู้อันก็จ้องมองหนวนหน่วนด้วยความขุ่นเคือง

   

   “พี่~”

   

   หลังจากที่เด็กทั้งสองเดินจากไปและปิดประตูรถลงแล้ว หนวนหน่วนก็เอ่ยเรียกกู้อันอย่างไพเราะ

   

   กู้อันรู้สึกโกรธมากจนใบหน้าของเขาพองเหมือนกับปลาปักเป้าพองลม "เมื่อกี้เธอเป็นอะไร?

   

   หนวนหน่วนมองเขาอย่างไร้เดียงสา “ก็… พี่เคยบอกเอาไว้ว่า จะให้เพื่อนร่วมชั้นรู้ไม่ได้ว่าหนวนหน่วนเป็นน้องสาวของพี่ไง”

   

   กู้อัน “...”

   

   เอ่อ… อยู่ๆก็รู้สึกเจ็บใจจี๊ดๆแฮะ

   

   “ถึงอย่างนั้น… ก็ไม่เห็นจะต้องหลบหน้ากันเลย!”

   

   หนวนหน่วนจึงเอ่ยถามเขาเบาๆ “แล้วถ้า....ถ้าเพื่อนพี่เห็นแล้วถามว่าหนูเป็นใคร จะตอบว่ายังไงคะ”

   

   กู้อันกระอักกระอ่วนอีกครั้ง สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปจากเดิม เขาอยากจะเถียงแทบตายแต่กลับพูดอะไรไม่ออก จึงทำได้แค่พึมพำกับตัวเอง

   

   กู้หลินโม่กับผู้เฒ่ากู้กำลังทำตัวเป็นผู้รับชมความสนุกที่เกิดขึ้น 

   

   เห็นว่ากู้อันสำนึกผิดแต่กลับพูดอะไรออกมาไม่ได้แบบนี้สนุกชะมัด ฮ่าฮ่าๆ

   

   “พี่ เป็นอะไรหรือเปล่าคะ”

   

   หนวนหน่วนรู้สึกว่าเธอใส่ใจและทำตามในสิ่งที่เขาต้องการเป็นอย่างดี แบบนี้ไม่น่าจะเป็นปัญหาอะไร

   

   นอกจากนี้เธอไม่ได้รับรู้เลยว่า อารมณ์ของกู้อันในตอนนี้ว้าวุ่นเพียงใด แต่เมื่อเขาได้ยินหนวนหน่วนเรียกตนว่า ‘พี่’ น้ำเสียงของเขาก็อ่อนลงอย่างช่วยไม่ได้

   

   “ถ้า... ถ้าเธออยากเรียกฉันว่าพี่จริงๆ ก็เรียกต่อหน้าเพื่อนของฉันด้วยก็ได้”

   

   เขาเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยและพยายามทำเป็นไม่ใส่ใจ

   

   “ฉันไม่ใช่คนจู้จี้จุกจิกอะไรขนาดนั้น แค่คงลำบากใจนิดหน่อย”

   

   หนวนหน่วนกะพริบตาปริบๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้น “ลำบากใจงั้นเหรอ”

   

   เธอขมวดคิ้วอย่างครุ่นคิด “ไม่เป็นไรค่ะ ถ้าอย่างนั้นหนวนหน่วนเรียกพี่แค่ที่บ้านก็ได้ จะได้ไม่รบกวนพี่”

   

   กู้อัน “...”

   

   กล้าขึ้นนะยัยเด็กคนนี้!!!

      

   เมื่อเห็นกู้อันเบิกตากว้างด้วยความเหลือเชื่อ ผู้ใหญ่ในรถแทบจะตายเพราะเสียงหัวเราะ ฮ่าฮ่าฮ่า... นี่ถือว่าจนมุมแล้วหรือเปล่านะ

   

   กู้อันใบหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ น้องสาวคนนี้ซื่อบื้อจริงๆเลย

   

   “ฉันหมายถึงว่า… ถึงเธอเรียกฉันว่าพี่ข้างนอกก็ไม่เป็นไรต่างหาก!”

   

   ในที่สุดเขาก็หน้าแดง ยอมพูดสิ่งที่อยู่ภายในใจออกมา 

   

   ฮึ่ย เหนื่อยใจ!

   

   

   [1] อาเจ็ก คือน้องชายของพ่อ



บทที่ 30: กู้อันผู้ปากไม่ตรงกับใจ

   

   หนวนหน่วนจ้องมองพี่ชายของตนด้วยตากลมโตก่อนจะกะพริบตาปริบๆ เด็กน้อยสงสัยว่าตนจะได้ยินผิดไป

   

   “พี่?”

   

   กู้อันเริ่มขัดเขินขึ้นมาแล้ว “ว่าไง? ท่านหญิงน้อย ฉันอนุญาตให้เธอเรียกว่าพี่นอกบ้านแล้ว ไม่ดีใจเหรอไง?”

   

   เด็กน้อยผู้แสนเชื่อฟังส่ายหัวอย่างรวดเร็ว ก่อนจะจ้องมองไปที่เขาทันที

   

   “จริงเหรอคะ? พี่ไม่กลัวหนวนหน่วนจะทำให้ลำบากใจแล้วเหรอคะ?”

   

   น้ำเสียงของสาวน้อยนุ่มนวล เต็มไปด้วยความตื่นเต้น เธอไม่รู้สึกขุ่นเคืองใจด้วยซ้ำ

   

   กู้อันกอดอกแล้วเอ่ยขึ้นอย่างเรียบๆ “ที่โรงเรียนฉันเป็นหัวหน้า ถ้าใครมารังแกเธอให้มาบอกฉันนะ”

   

   “ว้าว”

   

   หนวนหน่วนเอ่ยชื่นชมด้วยการร้องว้าวออกมา ก่อนจะปรบมืออย่างหนักหน่วง

   

   “พี่เจ๋งมากเลยค่ะ!”

   

   เมื่อได้รับคำชมจากน้องสาว กู้อันก็ชำเลืองมองด้วยสายตาเอ็นดู 

   

   “แล้วก็… อยู่ที่โรงเรียนฉันขึ้นชื่อว่าหล่อมาก”

   

   “ว้าว….”

   

   จู่ๆ ศีรษะของกู้อันก็ถูกตบเข้าอย่างจังโดยกู้หลินโม่ เขายกแขนขึ้นมากำบังศีรษะ โหวกเหวกเสียงลั่น ทำไมถึงชอบทำให้เขาอับอายต่อหน้าน้องสาวอยู่เรื่อย ถึงจะเป็นพ่อแต่เขาก็ไม่อยากให้อภัยหรอกนะ

   

   กู้หลินโม่มองลูกชายด้วยสายตาแน่นิ่ง กู้อันเลยหดหัวอีกรอบ

   

   “คนดีผีคุ้ม สามสิบปีในเหอตง และสามสิบปีในเหอซี รอฉันโตก่อนเถอะ…”

   

   “ว่าไงนะ?”

   

   กู้หลินโม่มองมาจนลูกชายตัวดียอมหุบปากลงในทันที

   

   หลังจากอบรมเจ้าลูกชายแล้ว กู้หลินโม่ก็ลูบหัวฟูฟ่องของลูกสาวที่แสนดีของตน

   

   “หนวนหน่วน อย่าไปฟังอะไรไร้สาระเลย ไม่มีใครไม่ชอบหนูหรอก”

   

   “อื้ม”

   

   คนตัวเล็กขานรับด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา เด็กน้อยคลายคิ้ว เอียงศีรษะถูไถกับฝ่ามือของคุณพ่อไปมาอย่างน่าเอ็นดู

   

   กู้อันมองไปยังน้องสาวของตน วันนี้เธอดูนุ่มนิ่มเหมือนลูกแมว เขาเลยเบือนสายตามามองมือตัวเอง นึกอยากจะลูบหัวน้องดูบ้าง

   

   แต่กลับโดนสายตาของคุณพ่อจ้องเขม็งกลับมาซะนี่

   

   ความขุ่นเคืองก่อขึ้นในใจของกู้อันทันที คุณพ่อเยอะเกินไป! ถึงอย่างไรหนวนหน่วนก็เป็นน้องสาวของเขา ทำไมจะแตะเธอไม่ได้!

   

   เมื่อรถเคลื่อนตัวมาถึงคฤหาสน์ตระกูลกู้ พวกเขาก็พบว่าสัตว์เลี้ยงทั้งสองยังคงเฝ้าอยู่ตรงหน้าประตู เมื่อได้ยินเสียงรถใกล้เข้ามา เจ้าต้าหวงก็วิ่งกระดิกหางไปมา ในขณะที่เหม่ยฉิวยังคงเดินอย่างสง่างามอยู่บนกำแพง ตามฉบับฉันเป็นเจ้านายผู้ยิ่งใหญ่

   

   เมื่อหนวนหน่วนก้าวลงจากรถ เธอก็ถูกต้าหวงกระโดดกอดเข้าอย่างจัง

   

   หลังจากลูบใบหน้าของเจ้าหมาน้อยแล้ว เหม่ยฉิวก็เดินมาหาก่อนจะกระโดดขึ้นบนแขนของหนวนหน่วน เพราะข้อดีของการเกิดมาเป็นสัตว์ตัวเล็ก เสียงครางหงิงๆของเจ้าต้าหวงที่กำลังอิจฉาเหม่ยฉิวจึงดังตามมา

   

   “กลับมากันแล้ว”

   

   เสียงที่อ่อนโยนดังขึ้น หนวนหน่วนมองแม่ของตนด้วยแววตาที่สดใส เธอวางเหม่ยฉิวลงบนหัวของต้าหวงแล้ววิ่งไปกอดคุณหญิงกู้ด้วยขาสั้นๆของตน

   

   “คุณแม่~”

   

   หนวนหน่วนเอ่ยเรียกผู้เป็นแม่ และด้วยความที่เธอตัวเล็กมาก คุณหญิงกู้จึงต้องอุ้มเธอขึ้นเพื่อหอมแก้มสักฟอด

   

   “วันนี้หนวนหน่วนของแม่น่ารักขึ้นกว่าเดิมอีกนะเนี่ย”

   

   ใบหน้าของหนวนหน่วนขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความเขินอาย เธอสวมกอดคล้องคอคุณหญิงกู้อย่างกล้าๆเกร็งๆ

   

   “คุณแม่ก็สวยเหมือนกันค่ะ”

   

   ทั้งคุณแม่และลูกสาวต่างมีความสุขมาก แต่แล้วกลับมีเสียงแปลกๆแทรกขึ้นมา

   

   “คุณแม่มีลูกสาวคนเดียวเหรอ ลืมลูกชายคนนี้ไปแล้วหรือไง? ถ้าชอบลูกสาวมากกว่าลูกชายคนนี้ ต่อไปในอนาคต กู้อันจะไม่ให้ที่ยืนในบ้านหลังนี้แน่!”

   

   กู้อันโกรธมาก เขาไม่ได้ตัวเล็กขนาดนั้น แต่ผู้หญิงสองคนนี้ยังมองข้ามหัวเขาได้!

   

   คุณหญิงกู้ที่กำลังกอดหนวนหน่วนมองไปที่ลูกชายของตนก่อนจะถามขึ้นด้วยรอยยิ้ม “อยากให้แม่หอมด้วยไหมล่ะ”

   

   กู้อันรีบก้าวถอยหลังทันที ก่อนที่ใบหน้าจะขึ้นสีแดงก่ำด้วยความเขินอาย “โตขนาดนี้แล้ว ใครเขายังหอมกันอยู่อีก!”

   

   คุณหญิงกู้กลอกตา “แล้วอยากได้อะไรล่ะ”

   

   กู้อัน “...”

   

   ภายในใจของเขาสั่นระรัว นี่มันเกิดอะไรขึ้น!

   

   “รอพี่ตัดสินใจสักพักนะคะ”

   

   หนวนหน่วนเอ่ยเรียกพี่อย่างแผ่วเบา 


   กู้อันเอามือล้วงกระเป๋ากางเกงแล้วตะโกนว่า “ทำท่าทางเหมือนลูกหมาแบบนั้นใครจะอยากเข้าไปใกล้!”

   

   หนวนหน่วนออดอ้อนมากขึ้นกว่าเดิม “พี่~”

   

   หัวใจของกู้อันเริ่มสั่นไหวเมื่อได้ยินเสียงอันไพเราะเรียกเข้า ช่างไพเราะอย่างน่าเหลือเชื่อ นี่น้องสาวของเขาไม่ได้ทำมาจากลูกอมหรอกใช่ไหม เสียงเพราะเกินไปแล้ว!

   

   “ผู้หญิงนี่ปัญหาเยอะจัง!”

   

   กู้อันปากเสียไปหน่อย แถมปากยังไม่ตรงกับใจอีกต่างหาก

   

   คุณหญิงกู้จ้องมองกู้อันด้วยรอยยิ้มรู้ทัน

   

   “ทำไม?”

   

   หนวนหน่วนก้มตัวลง ก่อนจะจุ๊บเข้าที่ใบหน้าของพี่ชายตัวเอง

   

   “หนวนหน่วนหอมๆพี่แล้ว อย่าโกรธเลยนะ”

   

   ได้ยินเสียงไพเราะหวานชื่นปานน้ำนม กู้อันก็สับสน ทำตัวไม่ถูก 

   

   “เธอ เธอ... เธอมาจุ๊บฉันทำไม!”

   

   ไม่กี่วินาทีต่อมา ใบหน้าของกู้อันก็เริ่มแดงก่ำ เขาก้าวถอยหลังไปหลายก้าว มือยกขึ้นจับใบหน้าที่ถูกจุ๊บลงเมื่อสักครู่ รวมถึงคำพูดคำพูดจาของเขาที่เริ่มติดอ่างด้วย ตอนนี้เขาเสียอาการอย่างเห็นได้ชัด

   

   หนวนหน่วนจ้องมองเขานิ่งๆ พอเข้าใจว่าพี่ชายไม่ชอบที่เธอหอมก็รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย

   

   “ถ้าพี่ไม่ชอบ ต่อไปหนวนหน่วนจะไม่ทำแล้วค่ะ”

   

   คุณปู่ คุณพ่อและคุณแม่ ทุกคนต่างชอบให้เธอจุ๊บ แต่พี่กลับไม่ชอบ

   

   “ก็… ก็ไม่ใช่แบบนั้น”

   

   แววตาของเขาแปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด “ก็แค่... มันกะทันหันเกินไป”

   

   กู้หลินโม่และผู้เฒ่ากู้กลั้นหัวเราะเอาไว้ไม่อยู่อีกต่อไป แม้แต่คุณหญิงกู้ก็เป็นไปกับเขาด้วย

   

   กู้อันรู้สึกโกรธที่เสียหน้า “ตลกมากเหรอ!”

   

   หลังจากพูดจบ เขาก็รีบวิ่งขึ้นไปข้างบนอย่างรวดเร็วโดยที่ยังแบกกระเป๋านักเรียนไว้บนหลัง ส่วนมือยังคงปกปิดใบหน้าที่โดนน้องสาวจุ๊บเอาไว้ ใบหน้าหล่อเหลาที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะแดงก่ำอยู่เล็กน้อย เด็กชายพึมพำกับตัวเองไปตลอดทาง

   

   “ท่านหญิงน้อย เกินไป เกินไปจริงๆ!”

   

   เมื่อถึงเวลาทานข้าว อาการของกู้อันได้กลับมาเป็นปกติ แต่ร่องรอยความขัดเขินก็ยังคงหลงเหลือ เขาชำเลืองมองที่นั่งตรงโต๊ะอาหารก่อนจะพบว่าหนวนหน่วนนั่งอยู่ข้างคุณปู่ ส่วนคุณพ่อกับคุณแม่ยังอยู่ในครัว เขาจึงทิ้งตัวนั่งลงด้านข้างเด็กหญิงตัวน้อยด้วยใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยภาคภูมิใจ

   

   “อาหารที่ฉันชอบอยู่ตรงนี้นี่เอง!”

   

   ไม่ใช่เพราะหนวนหน่วนหรอกนะ เขายังคงแก้ตัวให้ตนเองด้วยคำพูดขวานผ่าซากของตน

   

   ผู้เฒ่ากู้แทบอยากจะกลอกตาใส่หลานชายของเขา

   

   คุณหญิงกู้และกู้หลินโม่เดินออกมาพร้อมแก้วนมที่อยู่ในมือแล้วนั่งลงต่อหน้าทุกคน

   

   “พี่ชอบกินอะไรคะ?”

   

   “อันนั้น”

   

   กู้อันชี้ไปยังจานที่มีไก่อยู่ในนั้น

   

   หนวนหน่วนผู้อ่อนโยนเอ่ยปากถึงบางอ้อ ก่อนจะใช้ตะเกียบคีบไก่แล้วนำไปวางในจานของเขา

   

   “พี่กินนี่สิคะ”

   

   ดวงตาฉ่ำน้ำยกหยีเป็นเสี้ยวพระจันทร์ขับประกายสดใสราวกับนางฟ้าตัวน้อยผู้แสนอ่อนโยนที่ตกลงมายังโลกมนุษย์ แล้วใครเล่าจะปฏิเสธนางฟ้าตัวน้อยนี่ลง

   

   แววตาของกู้อันเป็นประกายขึ้นเมื่อเห็นไก่อยู่ในจานของตน พลันมุมแกของเขาก็ยกยิ้มขึ้นอย่างช่วยไม่ได้ “ไม่ใช่ว่าฉันตักเองไม่ได้สักหน่อย”

   

   เขาถามขึ้นลอยๆ “เธอชอบกินอะไร?”

   

   หนวนหน่วนเอ่ยตอบด้วยท่าทางน่ารัก “ชอบหมดเลยค่ะ อร่อยทั้งนั้นเลย”

   

   กู้อันฉุนเฉียว “เยอะเกินไปมั้ง!”

   

   ถึงปากจะพูดเช่นนั้น แต่ร่างกายกลับตักอาหารลงในจานของหนวนหน่วนเองอย่างช่วยไม่ได้ 

   

   “แลกกัน ฉันจะได้ไม่ติดหนี้บุญคุณเธอ”

   

   หนวนหน่วนพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มละมุน “ใจดีจังเลยน้า”



จบตอน

Comments