7brother ep27-28

                                                      บทที่ 27: หนวนหน่วนคนขี้อาย

   

   ภาพนี้เป็นภาพที่ทุกอย่างลงตัวอย่างไม่น่าเชื่อ ภายในไม่กี่วินาที รูปภาพนี้ก็แพร่กระจายไปทั่ว

   

   [ฉันเพิ่งถ่ายมา! ทุกคนใจเย็นๆ! อย่าให้ประธานกู้จับได้!]

   

   [รู้แล้วน่า รีบเซฟเลยทุกคน จะได้รีบลบ!]

   

   หลี่เต๋อจู้มองดูรูปถ่ายที่โพสต์ลงในกลุ่ม ก่อนจะรีบบันทึกภาพทันที จากนั้นเขาก็ครุ่นคิดอยู่สักครู่หนึ่งว่าควรบอกเจ้านายหรือเปล่า

   

   "ทำอะไรอยู่?"

   

   เสียงที่คุ้นเคยด้านหลังทำเอาหลี่เต๋อจู้ตัวแข็งทื่อ เขารีบปิดหน้าจอโทรศัพท์มือถือทันที

   

   ดวงตาสีเข้มของกู้หลินโม่จ้องมา ดูเหมือนว่าจะเห็นรูปถ่ายของตนกับลูกสาวเข้าให้แล้ว!

   

   สิ่งแรกที่กู้หลินโม่เห็นคือใบหน้าน้อยๆที่อ่อนโยนของลูกสาว แต่ไม่ได้เห็นตัวเองด้วย

   

   “นั่นรูปลูกสาวฉัน?”

   

   เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยถามว่าได้มันมาจากไหน

   

   หลี่เต๋อจู้ชะงัก ไม่กังวลเรื่องที่ต้องปกปิดเป็นความลับอีกต่อไป แต่คนตายก็ไม่ได้น่าสงสารหรอก ขอโทษนะทุกคน!

   

   หลี่เต๋อจู้พยายามดึงสีหน้าของตนเองให้สงบนิ่งก่อนจะเปิดโทรศัพท์มือถือของตนขึ้น

   

   "ประธานกู้ นี่คือรูปท่านกับคุณหนูครับ มีคนถ่ายเอาไว้ในโรงอาหาร ตอนนี้ถูกโพสต์ลงในกลุ่มแล้ว"

   

   ขณะพูด เขาก็ยื่นรูปถ่ายไปให้ด้วยความเคารพ ส่วนในใจกล่าวขอโทษคนที่โพสต์รูปอย่างเงียบๆ

   

   หลังจากรับโทรศัพท์ กู้หลินโม่ก็จ้องที่รูปภาพอย่างงุนงง และในที่สุดดวงตาของเขาก็สบเข้ากับรูปของตนเองในภาพถ่าย

   

   นั่นเขาจริงหรือ?

   

   บรรยากาศที่รายล้อมตัวเขาและลูกสาวดูอบอุ่นมาก ในขณะที่หลี่เต๋อจู้เริ่มรู้สึกประหม่า กู้หลินโม่ก็ส่งโทรศัพท์คืนให้เขา

   

   "ส่งรูปให้ฉันหน่อย ถือว่ากล้องดีมาก"

   

   หลังจากพูดจบ กู้หลินโม่ก็เดินจากไปอย่างไม่รีบร้อน

   

   หลี่เต๋อจู้มองตามแผ่นหลังเจ้านายของตนไปด้วยสายตาสับสนอยู่ประมาณสองสามวินาที ก่อนจะตั้งสติได้และรู้ความหมายของประโยคก่อนหน้า

   

   หลี่เต๋อจู้ "!!!"

   

   ประธานกู้ไม่เพียงแต่ไม่สนใจ แต่เขายังชมภาพถ่ายนี้ด้วย นอกจากนี้ยังไม่ว่าอะไร!

   

   หลี่เต๋อจู้ส่งรูปให้ประธานกู้อย่างไม่คิดอะไร แต่ภายในใจแอบยกยออยู่นิดๆ

   

   [ประธานกู้กับคุณหนูดูอบอุ่นมากเลยเนอะ]

   

   ติ๊ง...

   

   หลังจากที่เขาส่งรูปไปไม่นาน โทรศัพท์มือถือของเขาก็ดังขึ้น เปิดดูก็พบว่าเป็นข้อความจากประธานกู้!

   

   [ฉันอารมณ์ดี ไว้จะเพิ่มเงินเดือนให้เดือนนี้]

   

   หลี่เต๋อจู้ยิ่งตะลึง แต่ก็โล่งใจที่ไม่โดนด่า

   

   ประธานกู้นี่ก็… หลงลูกสาวอยู่นะ

   

   คุณหนูจงเจริญ!

   

   …......

   

   หลังจากได้นอนไปในช่วงบ่ายถึงหนึ่งชั่วโมง หนวนหน่วนก็ตื่นขึ้นมาด้วยความงุนงง เรือนผมฟูฟ่องขึ้นจนดูยุ่งเหยิงเล็กน้อย

   

   “หนวนหน่วน ตื่นแล้วค่ะ”

   

   ผู้เฒ่ากู้ก็ตื่นแล้วเช่นกัน แต่หลังจากตื่นแล้วเขากลับไม่ได้ออกไปไหน เพียงแค่หยิบหนังสือขึ้นมาอ่านอยู่ภายในห้องและเฝ้ามองหนวนหน่วนตัวน้อยที่กำลังนอนหลับใหลอยู่แบบนั้น

   

   เมื่อเห็นว่าหนวนหน่วนตื่นแล้ว เขาก็วางหนังสือในมือลงทันที

   

   ประตูห้องถูกเปิดออก ก่อนจะพบว่ากู้หลินโม่เดินเข้ามาพร้อมกับแก้วนม

   

   “หนวนหน่วน ยังอยากนอนอยู่ไหม?”

   

   หลังจากถามเขาก็วางนมไว้บนโต๊ะแล้วเดินเข้าไปหาเธอ

   

   หนวนหน่วนรู้สึกได้ว่าดวงตาตนพร่าเลือนไปด้วยความง่วงงุนจึงเริ่มส่ายหัวไปมา เด็กน้อยยกแขนเล็กๆขึ้นขยี้ตา พออ้าปากหาว ดวงตากลมโตก็ชุ่มไปด้วยน้ำตา 

   

   "ไม่นอนแล้วค่ะ"

   

   เธอตอบกลับเสียงหวาน ก่อนจะมองไปยังสองคนตรงหน้าแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ้ว

   

   “คุณปู่ คุณพ่อ~”

   

   น้ำเสียงที่นุ่มนวลและไพเราะของเจ้าน้ำนมตัวน้อยช่างจับใจยิ่งนัก สายตาของผู้ใหญ่ทั้งสองจึงขับประกายอ่อนโยนอย่างไม่น่าเชื่อ

   

   “ตื่นแล้วก็ดื่มนมสักแก้ว”

   

   ผู้เฒ่ากู้ประคองคนตัวเล็กขึ้นจากเตียง ส่วนกู้หลินโม่ส่งแก้วนมให้

   

   หนวนหน่วนพิงผู้เป็นบิดา ถือแก้วนมด้วยมือทั้งสองข้าง จิบมันทีละนิด นมอุ่นมีรสหวานเล็กน้อย เป็นรสที่ละมุนลิ้นเป็นอย่างยิ่ง

   

   หลังจากดื่มเสร็จ คราบนมสีขาวก็ติดอยู่บนใบหน้าของเธอเป็นรูปหนวด เด็กน้อยพยายามแลบลิ้นเลีย จากนั้นก็หยิบกระดาษที่คุณปู่ส่งให้มาเช็ดทำความสะอาดปากเล็กๆของตน

   

   “ขอบคุณค่ะคุณปู่~” เด็กหญิงตัวน้อยกล่าวขอบคุณด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

   

   หนวนหน่วนไม่ได้ขอให้ใครอุ้มเมื่อลุกขึ้นจากเตียง เธอลุกด้วยตัวเอง ก่อนจะสวมใส่รองเท้าอย่างเชื่อฟังแล้วสางผมที่ยุ่งเหยิงสองสามครั้ง

   

   “อีกสักพักถึงพ่อจะเลิกงาน หนวนหน่วนดูการ์ตูนรอพ่อกับคุณปู่ก่อนได้ไหม?”

   

   กู้หลินโม่ลูบศีรษะของหนวนหน่วน เขากลัวว่าสาวน้อยจะเบื่อ

   

   คนตัวเล็กพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง ก่อนจะนั่งลงบนเบาะ กอดกระต่ายสีชมพูอ่อนและดูทีวีอย่างเชื่อฟัง ด้วยความกลัวว่าจะรบกวนการทำงานของพ่อ เธอจึงลดเสียงการ์ตูนลงอย่างระมัดระวัง

   

   สีหน้าหนวนหน่วนตอนดูการ์ตูนค่อนข้างจริงจังเลยทีเดียว ดวงตาขับประกายเปล่งปลั่ง หากเห็นฉากตลกเธอก็ทำเพียงแค่ยกยิ้มมุมปากขึ้นแล้วหลบตา เป็นกิริยาที่นุ่มนวลน่ามองอย่างยิ่ง

   

   หนวนหน่วนทานองุ่นสีม่วงลูกกลมจนแก้มป่องเหมือนหนูแฮมเตอร์ตัวเล็ก ก่อนจะป้อนให้คุณปู่ที่แอบดูเจ้าของห้องที่กำลังตั้งใจทำงานอย่างหนัก

   

   หลังจากครุ่นคิดอย่างถี่ถ้วน เด็กหญิงตัวน้อยก็ได้ทำการหยิบองุ่นสีม่วงลูกใหญ่ กระโดดลงจากเก้าอี้แล้ววิ่งไปหาพ่อของตน 

   

   “คุณพ่อ กินสิคะ หวานนะ”

   

   กู้หลินโม่มองไปยังลูกสาวผู้แสนเชื่อฟังของตน ความรู้สึกอบอุ่นพลันก่อขึ้นภายในจิตใจ เขาจะอ้าปากแต่โดยดี

   

   จากนั้นคนตัวเล็กก็ไปหยิบสตอเบอรี่สีแดงลูกใหญ่มาอีกหนึ่งลูก

   

   “อันนี้ด้วยค่ะ"

   

   โก้หลินโม่ "ขอบคุณมากลูกสาวพ่อ"

   

   หนวนหน่วนยิ้ม มุมปากสีชมพูยกขึ้นเล็กน้อยจนเห็นฟันขาวเกลี้ยงเกลา เธอกุมมือผู้เป็นพ่อเอาไว้ ก่อนจะเอนศีรษะซบลงกับฝ่ามือของเขา

   

   "คุณพ่อทำงานหนักมากเลยค่ะ"

   

   ทว่าจู่ๆ ประตูห้องทำงานก็ถูกเปิดออก ตามมาด้วยเหล่าผู้บริหาร พวกเขาได้เห็นภาพที่น่ารักที่สุดในโลกพอดิบพอดี!

   

   เอียงหน้าซบฝ่ามือนี่มันอะไรกัน น่ารักเกินไปแล้ว!

   

   สายตาหลายคู่จับจ้องไปที่หนวนหน่วนตัวน้อยที่อยู่ข้างกายกู้หลินโม่

   

   เมื่อหนวนหน่วนได้ยินเสียงประตูเปิดออกก็หันขวับไปยังต้นเสียง ดวงตากลมโตสีดำสนิทจึงจ้องมองไปที่ผู้มาเยือนทันที

   

   หน้าของเด็กน้อยเริ่มแดงก่ำ เธออายจนต้องซุกใบหน้าลงบนตักของผู้เป็นพ่อด้วยความเขินอายแล้วนิ่งไปราวกับตุ๊กตาหุ่นไม้

   

   อ๊าก นี่ก็น่ารักเกินไปแล้ว!

   

   "เอ่อ… ประธานกู้ครับ พวกเรามีเรื่องงานจะคุยครับ"

   

   ผู้บริหารแสดงเจตจำนงออกไป แม้จะยังงุนงงเมื่อมองเห็นหนวนหน่วนซบหน้าอยู่บนตักผู้เป็นพ่อโดยแทบไม่ขยับเขยื้อนไปไหนเลย

   

   กู้หลินโม่พยักหน้าให้พวกเขาก่อนจะจ้องมองลงไปที่เด็กสาวตัวน้อยพร้อมกับรอยยิ้ม ตอนนี้เจ้าตัวแสร้งทำเป็นเหมือนว่าตายไปเพราะความเขินอาย

   

   “หนวนหน่วนมาหาปู่ก่อนไหม”

   

   น้ำเสียงนั้นอ่อนโยนมากจนผู้รับฟังแทบละลายได้ แต่ผู้คนหน้าประตูกลับยืนตัวสั่นเทา ทั้งยังเหลือบมองมาที่กู้หลินโม่ด้วยสายตาแปลกๆ

   

   แม้ว่าประธานกู้จะมีมาดสง่างาม แต่เขาก็ไม่เคยพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาเช่นนี้มาก่อน

   

   อะไรกันเนี่ย…



 บทที่ 28: ป้อนผลไม้คุณพ่อ

   

   หนวนหน่วนเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย เผยแก้มสีแดงระเรื่อสู่สายตาทุกคน นิ้วเล็กจับกางเกงพ่อของตนอย่างประหม่า เด็กน้อยเหลือบมองไปที่ปู่ของตน พยักหน้าลงอย่างเชื่อฟังแล้วเปล่งน้ำเสียงแผ่วเบาออกมา

   

   “ค่ะ”

   

   หลังจากพูดจบ เด็กน้อยก็เม้มปากแน่น ประสานนิ้วที่ดูนุ่มนิ่มเข้าด้วยกันแล้ววิ่งไปหาคุณปู่ด้วยขาสั้นๆอย่างรวดเร็ว

   

   “คุณปู่”

   

   เธอเอ่ยเรียกคุณปู่ด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาราวกับแมวน้อย

   

   ชายชรากอดคนตัวเล็กไว้แล้วลูบผมหลานสาวป้อยๆ “ไม่ต้องกลัวนะหนวนหน่วน ปู่กับคุณพ่ออยู่ตรงนี้ ตรงนี้เป็นเพื่อนร่วมงานของคุณพ่อหนูทั้งนั้นเลย”

   

   ได้ยินแล้วขนตางอนงามก็สั่นระริก แม้จะยังอยู่ในอ้อมแขนของคุณปู่ เด็กน้อยก็ยกศีรษะขึ้นมองผู้มาใหม่ ผมนุ่มสลวยของหนวนหน่วนฟูฟ่อง ทำให้เจ้าตัวดูเหมือนองค์หญิงตัวน้อยที่ถูกเลี้ยงดูให้เติบโตขึ้นมาอย่างดีภายในพระราชวังอันเก่าแก่ ท่าทางเหนียมอาย รวมถึงใบหน้าเรียวเล็กนั้นช่างสวยงามเหลือเกิน

   

   หนวนหน่วนจึงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเชื่อฟัง “สวัสดีค่ะคุณอา” 

   

   เด็กน้อยใช้ดวงตาฉ่ำน้ำมองไปที่เหล่าผู้บริหารด้วยกิริยาสุภาพนุ่มนวล

   

   ผู้คนเหล่านี้ส่วนใหญ่อยู่ในวัยสามสิบปีกันแล้ว แต่ยังไม่มีลูก เมื่อได้มองดูเด็กหญิงตัวเล็กที่แสนเชื่อฟังคนนี้จึงทำให้หัวใจของพวกเขาอ่อนระทวยรวยแรงจนหมดสิ้น รอยยิ้มอันแสนอ่อนโยนต่างปรากฏขึ้นบนใบหน้า

   

   “อ่า… สวัสดีหนวนหน่วน”

   

   “หนวนหน่วนเป็นเด็กดีจังเลยนะคะ”

   

   พวกเขาเอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้ม แม้ว่าพวกเขาต้องการจะสวมกอดเด็กน้อย แต่ในตอนนี้อาจไม่ใช่เวลาที่สมควร

   

   “มาทำงานให้เสร็จกันเถอะ”

   

   หนวนหน่วนมองดูผู้เป็นพ่ออย่างระมัดระวัง จากนั้นก็ตัดสินใจปิดการ์ตูนเพื่อไม่ให้รบกวนการทำงาน

   

   ผู้เฒ่ากู้เหมือนจะรู้ว่าหลานสาวคิดสิ่งใดอยู่ เขายกมือขึ้นลูบหัวหนวนหน่วนก่อนจะถอนหายใจออกมา หลานสาวของเขาช่างเป็นเด็กดีเสียจริง เขาหวังอยากให้หนวนหน่วนเอาแต่ใจเหมือนเด็กคนอื่นๆที่รุ่นราวคราวเดียวกันบ้าง

   

   แต่ดูความแสนดีของหนวนหน่วนสิ ใครจะตำหนิเธอได้ลง?

   

   ถึงแม้ว่าหนวนหน่วนจะไม่ได้ดูการ์ตูน แต่กลับไม่รู้สึกเบื่อเลยสักนิด ด้วยความเข้าใจว่าคุณพ่อต้องทำงาน เธอเลยไปนั่งทานอาหารแทน

   

   เด็กน้อยวางจานที่ใส่องุ่นลงบนโต๊ะ หยิบมันขึ้นมาทีละลูกแล้วเริ่มปอกเปลือกองุ่น

   

   เปลือกองุ่นสีม่วงถูกลอกออกเผยให้เห็นเนื้อสีเขียวมรกตด้านใน ปอกเสร็จเธอก็หันไปป้อนองุ่นให้คุณปู่

   

   เมื่อเห็นว่าคุณปู่อ้าปากทาน รอยยิ้มมีความสุขก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเธอ ภายใต้แสงไฟอันอบอุ่น ผมสั้นฟูของสาวน้อยเปล่งประกายเป็นสีอ่อน ดวงตาของเธอก็ส่องประกายเจิดจ้า ประกอบกับรอยยิ้มอันสดใส เหล่าผู้บริหารต่างอดใจไม่ได้ที่จะมองดูหนวนหน่วน 

   

   ช่างเป็นหญิงสาวที่คล้ายกับนายหญิงใหญ่มากเหลือเกิน ทั้งคิ้วและดวงตาก็โก่งสวย สวยจนหาใครเปรียบไม่ได้

   

   อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับบุคลิกของนายหญิงใหญ่แล้วยังมีความแตกต่างกันอยู่มากพอสมควร เพราะล่วงลับไปแล้ว นายหญิงใหญ่จึงเป็นหญิงที่สูงศักดิ์สง่างาม ต่างจากหนวนหน่วนที่แลดูคล้ายสัตว์แสนเชื่อง

   

   แต่ใครจะทราบได้ว่าในอนาคตข้างหน้าจะเป็นเช่นไร ถึงแม้ว่าคุณหนูน้อยแห่งตระกูลกู้จะดูเชื่องและง่ายต่อการรังแก แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีใครสามารถทำเช่นนั้นได้

   

   หนวนหน่วนปอกเปลือกองุ่นแล้วยัดเข้าปาก องุ่นลูกใหญ่ให้ความรู้สึกเต็มปากเต็มคำตอนที่ทานเข้าไป แถมเนื้อองุ่นก็ยังหอมหวานอีกด้วย

   

   อันนี้สำหรับคุณปู่ และอีกอันสำหรับตนเอง ส่วนที่เหลืออยู่ในจานเป็นของคุณพ่อ

   

   เธอนับองุ่นในจานให้สามคนอย่างเงียบๆ  

   

   พอตั้งใจนับอย่างตั้งใจก็พบว่าพ่อมีองุ่นแปดลูกแล้ว

   

   อืม… ไปดูอย่างอื่นเพิ่มด้วยดีกว่า

   

   “คุณปู่ กินกล้วยค่ะ”

   

   หนวนหน่วนนำกล้วยยัดใส่มือคุณปู่ก่อนจะแกะเม็ดเกาลัดคั่วน้ำตาลออกมา

   

   เสียดายที่เปลือกมันแข็งเกินไป

   

   เด็กน้อยก้มลงมองมือเล็กของตน มันทั้งบอบบางและอ่อนนุ่ม ถึงแม้ว่าบางจุดจะแข็งเป็นไตจากการทำงานในชนบทเป็นเวลานาน แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยังดูดีมาก เพราะเธอมีวินัยในการรักษาความสะอาด และยิ่งได้รับการดูแลเพิ่มเติมหลังกลับมา ผิวของเธอจึงอ่อนโยนและกระจ่างขึ้นเล็กน้อย อย่างไรเธอก็ไม่ค่อยตัวคล้ำแดด แต่หากไม่ทาครีมกันแดดและต้องทำงานกลางแดดเป็นระยะเวลานาน สุดท้ายก็คงหนีผิวคล้ำแดดไม่ได้

   

   บนมือที่อ่อนนุ่มนั้นเล็บของเธอถูกตัดจนอย่างสะอาดเรียบร้อย นั่นทำให้… เธอไม่สามารถใช้เล็บในการปอกเปลือกเกาลัดได้ 

   

   แกะ… แกะไม่ออกง่ะ QAQ

   

   “ปู่ช่วยหนูเอง”

   

   ชายชราบีบส่วนปลายแบนๆของเกาลัด ไม่นานเปลือกเกาลัดก็แยกออกจากกันพร้อมกับเสียงดังแคร่ก

   

   หนวนหน่วนเบิกตากว้าง มองคุณปู่ด้วยแววตาชื่นชม

   

   ถึงแม้ว่ามันจะเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย แต่ชายชรากลับอิ่มเอมใจยิ่งกว่าได้รางวัลเป็นเงินร้อยล้านเสียอีก!

   

   “อันนี้ปอกไม่ยากเท่าเกาลัดนะ หนวนหน่วนอยากลองไหม?”

   

   หนวนหน่วนพยักหน้าขึ้นลงราวกับลูกเจี๊ยบตัวน้อยที่กำลังจะจิกข้าว จากนั้นก็ลองเลียนแบบวิธีของคุณปู่ 

   

   ว้าว… เปิดได้แล้ว

   

   หนวนหน่วน “(^ω^)”

   

   ออกแล้ว!

   

   “คุณปู่ดูสิคะ!”

   

   น้ำเสียงของหนวนหน่วนตัวน้อยดังขึ้นด้วยความตื่นเต้น แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังคงนุ่มนวลเอาไว้

   

   “เก่งมากเลย”

   

   ผู้เฒ่ากู้ยกนิ้วขึ้นชมหนวนหน่วน

   

   หนวนหน่วนที่ได้รับคำชมรู้สึกทั้งดีใจทั้งเขินอาย ดวงตาสีเข้มฉายแววเป็นประกาย เธอลอกเปลือกเกาลัดออกแล้วหยิบเอาเนื้อเกาลัดที่มีรสสัมผัสนุ่มเหนียวหวานออกมาใส่จานใบเล็กที่อยู่ด้านข้าง

   

   “อันนี้ของคุณพ่อ”

   

   หนวนหน่วนแกะได้ลูกหนึ่งก็ดีใจราวกับลูกแมวตัวน้อยแล้ว

   

   ผู้เฒ่ากู้พูดขึ้น “แล้วอันไหนของปู่ล่ะ?”

   

   ดวงตาใสซื่อไร้เดียงสาของหนวนหน่วนจะจับจ้องไปยังลูกเกาลัดที่อยู่ในมือชายชรา

   

   ผู้เฒ่ากู้ “...อันนี้ไม่นับสิ”

   

   “ถ้าอย่างนั้น เดี๋ยวหนวนหน่วนปอกให้คุณปู่ค่ะ”

   

   น้ำเสียงผ่อนคลายและนุ่มนวลราวกับอยากเกลี้ยกล่อมเด็กที่ไร้เดียงสาทำให้ชายชราตกตะลึงไปครู่หนึ่ง

   

   แต่หลังจากได้ทานเกาลัดเนื้อนุ่มเหนียวหวานที่ถูกแกะโดยหนวนหน่วนแล้ว เขาก็รู้สึกพอใจขึ้นในทันที

   

   หนวนหน่วนที่ทานเกาลัดไปสามลูกเปลี่ยนมาเอามือเท้าคาง หลังจากยัดเข้าปาก แก้มของเธอก็พองขึ้น ดวงตากลมโตนั้นราวกับหนูแฮมเตอร์ตัวน้อยที่ถูกเลี้ยงดูฟูมฟักมาอย่างดี

   

   หลังจากเหล่าผู้บริหารออกไปแล้ว หนวนหน่วนเองก็ยังเห็นว่าคุณพ่อของตนวุ่นวายกับการทำงานอยู่ เธอจึงวิ่งไปหาพร้อมกับขนมผลไม้ด้วยขาสั้นๆของตน ก่อนจะเอ่ยพูดอย่างแผ่วเบา

   

   “คุณพ่อกินสิคะ กินก่อนแล้วค่อยไปทำงาน”

   

   เด็กน้อยวางจานเล็กๆที่เต็มไปด้วยเนื้อองุ่น สตอเบอรี่ แอปเปิล เกาลัด และเนื้อผลไม้แห้งอื่นๆลงหน้าพ่อของตน

   

   กู้หลินโม่บีบระหว่างคิ้วอย่างเหนื่อยล้าจากการทำงาน เมื่อเห็นลูกสาวแบกของมากมายมาป้อนให้เขา ความเหนื่อยล้าก็หายไปทันที

   

   “หนวนหน่วนทำให้คุณพ่อเยอะขนาดนี้เลยเหรอ?”

   

   หนวนหน่วนตัวน้อยผงกหัวก่อนจะป้อนสตอเบอรี่ให้เขา

   

   “คุณพ่อพักผ่อนเถอะค่ะ เหนื่อยแล้ว”

   

   กู้หลินโม่หอมลูกสาวไปฟอดหนึ่งก่อนจะยอมกินผลไม้ที่เธอเตรียมมาให้แต่โดยดี



จบตอน

Comments