boss80 ep861-870

 ตอนที่ 861: ตัวหายนะของตระกูลเซี่ย


รากฐานทางการเงินเป็นตัวตัดสินคุณภาพชีวิต!


ไม่ว่าคนตระกูลเซี่ยจะคิดอย่างไร ตอนนี้เซี่ยต้าจวินก็คือผู้ที่หาเลี้ยงคนทั้งครอบครัว เขาพาเสียวอวี่กลับมาและบอกว่านี่คือสะใภ้คนใหม่ แล้วคนตระกูลเซี่ยจะคัดค้านได้อย่างไร?


เสียวอวี่อ่อนหวาน ทั้งยังขยันขันแข็ง ดังนั้นเซี่ยต้าจวินจึงรู้สึกพึงพอใจมาก


แม่เฒ่าเซี่ยได้แค่อดกลั้นความรังเกียจ และคิดว่าจะจับตาดูไปก่อนสักครึ่งปี ถ้าเสียวอวี่ยังไม่ตั้งท้องเธอค่อยคัดค้าน ผู้หญิงที่คลอดลูกไม่ได้ อ่อนโยนแค่ไหนก็สมควรที่จะถูกขับไล่


ตกกลางคืนคนตระกูลเซี่ยได้แต่พลิกตัวไปมาเพราะนอนไม่หลับ


เสียวอวี่สนใจแค่เอาอกเอาใจเซี่ยต้าจวิน ทั้งคู่ย้ายมาใช้ชีวิตด้วยกันได้สองวัน เซี่ยต้าจวินรู้สึกว่าเธอทั้งอ่อนโยนและเอาใจใส่ ในขณะที่หลิวเฟินซื่อบื้อไร้เสน่ห์ แต่เสียวอวี่นั้นกลับยิ้มแย้มอ่อนหวานเจริญตาเจริญใจยิ่งนัก


เสียวอวี่ยังมีข้อดีอีกอย่างคือทำอาหารอร่อย


หวังจินกุ้ยทำอาหารแบบขอไปที โดยจะทำครั้งละหม้อใหญ่ ตอนเที่ยงกินไม่หมดมื้อเย็นก็กินต่อ แน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้คือนิสัยของคนชนบท


แต่เพราะฝีมือธรรมดา อาหารหม้อใหญ่หลังเอามาอุ่นร้อนซ้ำๆ รสชาติและหน้าตาจึงแทบไม่ต่างอะไรกับอาหารหมู! เมื่อก่อนเซี่ยต้าจวินไม่เลือกกิน เพราะตอนที่ยังไม่ได้รับจัดสรรที่นา กินข้าวยังต้องนับเม็ดแบ่งกันเสียด้วยซ้ำ เขาจึงไม่มีสิทธิ์เลือกมากนัก แต่หลังจากมาทำงานให้ตู้เจ้าฮุย อาหารการกินของเซี่ยต้าจวินก็ดีขึ้นเรื่อยๆ


เปลี่ยนจากความประหยัดมาฟุ้งเฟ้อนั้นทำง่าย แต่เปลี่ยนจากการฟุ้งเฟ้อไปหาความประหยัดนั้นลำบาก


เพราะเมื่อใดที่มาตรฐานสูงขึ้นแล้วคงยากที่จะลดลงมาน่ะสิ


แม้ฝีมือของเสียวอวี่จะเทียบกับเชฟในภัตตาคารไม่ได้ แต่สำหรับกับข้าวพื้นบ้านแล้ว หน้าตาดูน่ารับประทานจริงๆ


สำหรับเรื่องเหล่านี้เซี่ยต้าจวินต้องขอบคุณการอบรมสั่งสอนของฝานเจิ้นชวน เมื่อก่อนเสียวอวี่ทำงานเป็นแม่บ้านให้ตระกูลฝาน เธอต้องซักผ้าและทำอาหารเป็นงานหลัก หากทำได้ไม่ดีคงถูกไล่ออกจากบ้านฝานไปนานแล้ว ตอนหลังเมื่อได้ทอดกายให้กับฝานเจิ้นชวน ทำให้เมียหลวงของฝานเจิ้นชวนแทบอกแตกตาย อย่างไรก็ตามเสียวอวี่ก็ยังคงต้องดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของฝานเจิ้นชวนอยู่ดี แน่นอนว่าการทำกับแกล้มที่น่าทานคือทักษะจำเป็นในการเป็นชู้รักของฝานเจิ้นชวน


ดังนั้นเสียวอวี่ไม่ใช่ว่าจะทำอาหารไม่เป็น เธอก็แค่สุขสบายจนเคยชิน และไม่อยากปรนนิบัติรับใช้ใครอีก


แต่เพราะเพิ่งเริ่มใช้ชีวิตอยู่กับเซี่ยต้าจวิน เสียวอวี่จึงต้องพยายามประจบเอาใจ เมื่อเซี่ยต้าจวินกลับบ้านมาเห็นอาหารที่ถูกเตรียมไว้อย่างเอาใจใส่ ก็รับรู้ได้ถึงคำว่าบ้านอีกครั้ง... แม่เฒ่าเซี่ยฟ้องว่าเสียวอวี่ขยันขันแข็งแค่ตอนทำอาหารเย็นเท่านั้น ทว่าช่วงกลางวันไม่ทำอะไรทั้งสิ้น แม่เฒ่าเซี่ยหวังจะทำให้เซี่ยต้าจวินไม่ชอบใจในตัวเสียวอวี่ แต่สถานการณ์กลับไม่เป็นไปดั่งใจหวังเมื่อเซี่ยต้าจวินกลับกางปีกปกป้องเสียวอวี่แทน


“แม่ ที่บ้านมีคนเยอะขนาดนี้ทำไมต้องให้เสียวอวี่ทำงานคนเดียวด้วย? ถึงเธอจะอายุน้อยกว่าผมสิบกว่าปี แต่ก็ไม่ได้แต่งเข้าตระกูลเราเพื่อมาเป็นแม่บ้าน! หงเซี๋ยล่ะ หางานได้บ้างหรือยัง ถ้ายังก็ช่วยทำงานบ้านบ้าง!”


เซี่ยต้าจวินไม่กล้าสั่งให้หวังจินกุ้ยทำงาน จึงเบนเข็มไปหาหลานสาวอย่างเซี่ยหงเซี๋ยแทน


แม่เฒ่าเซี่ยรู้สึกจุกอก ต้าจวินลูกชายเธอโดนทำของใส่หรืออย่างไร เมื่อก่อนเวลาต่อว่าหลิวเฟิน ต้าจวินไม่เห็นทำเสียงแข็งเถียงเธอเช่นนี้


เสียวอวี่แอบฟังอยู่หลังประตู


การจัดการกับเซี่ยต้าจวินไม่จำเป็นต้องวางแผนซับซ้อน ขอแค่ตามใจเขา เห็นเขาเป็นดั่งวีรบุรุษ เซี่ยต้าจวินก็พร้อมที่จะตามใจทุกอย่าง พูดตามตรง เสียวอวี่ไม่เคยเจอผู้ชายที่เอาใจง่ายขนาดนี้มาก่อนเลย


เธอเริ่มดูแคลนเมียเก่าของเซี่ยต้าจวิน ต้องโง่ขนาดไหนถึงจัดการกับครอบครัวแบบนี้ไม่ได้กันนะ?


“ยายแก่หงำเหงอะ แอบพูดจาไม่ดีลับหลังฉัน คอยดูก็แล้วกัน!”


เสียวอวี่ด่าพึมพำ ก่อนจะฉีกยิ้มเดินออกไป แสร้งทำเป็นเหมือนเพิ่งเห็นเซี่ยต้าจวิน


“พี่ต้าจวิน วันนี้ทำงานเหนื่อยไหม ฉันต้มน้ำร้อนไว้ให้แล้ว ไปอาบน้ำก่อนเดี๋ยวจะได้มากินข้าวด้วยกัน”


หลังเซี่ยต้าจวินไปอาบน้ำ เสียวอวี่ก็ส่งยิ้มให้แม่เฒ่าเซี่ย ก่อนจะเดินไปหยิบชามกับตะเกียบในห้องครัวเตรียมไว้


หวังจินกุ้ยเดินแทะเมล็ดแตงโมมาหาแม่เฒ่าเซี่ยพลางกล่าวว่า “แม่ แม่ว่าพี่รองไปหาผู้หญิงคนนี้มาจากไหนกัน ตอนนี้พี่รองไม่เชื่อฟังแม่แล้วนะ”


“หุบปาก ถ้าว่างนั่งแทะเมล็ดแตงโมนัก ทำไมไม่รู้จักทำตัวขยันต่อหน้าต้าจวินบ้าง ไม่เห็นที่ต้าจวินพูดหรืออย่างไร คนเขาอายุน้อยกว่าเป็นสิบๆปี ไม่ได้แต่งเข้าบ้านมาเพื่อเป็นแม่บ้าน ถ้าแม่นั่นไม่ทำงานบ้าน เธอก็ต้องเป็นคนทำ!”


แม่เฒ่าเซี่ยพาลไปทั่ว ไม่สนใจว่าใครคือมิตรหรือศัตรูอีกต่อไป


หวังจินกุ้ยไม่ยอมแพ้ “เป็นสะใภ้ตระกูลเซี่ยด้วยกันทั้งนั้น ทำไมฉันต้องทำงานด้วย?”


แม่เฒ่าเซี่ยยิ้มเย็นใส่ “เพราะผู้ชายของแม่นั่นหาเงินได้ แต่ผู้ชายของเธอหาเงินไม่ได้อย่างไรเล่า! แล้วนี่หงปิงไปไหน กี่โมงกี่ยามแล้วทำไมยังไม่กลับมา หรือว่าไปเล่นไพ่?”


หวังจินกุ้ยโวยวายขึ้นมาทันที “หงปิงก็อยากทำงานเหมือนกัน เขารอพี่รองหางานให้ ไม่อย่างนั้นเขาจะทำอะไรได้!”


มีแต่คนบอกว่าเขตเศรษฐกิจพิเศษหาเงินได้ง่าย แต่หวังจินกุ้ยไม่เห็นว่ามันจะจริงตรงไหน


โรงงานต่างชาติรับสมัครคนในท้องถิ่นก่อน ตำแหน่งงานแค่10ตำแหน่งแต่กลับมีคนแย่งชิงกันหลายร้อยคน ดังนั้นในบรรดาคนท้องถิ่นพวกเขาย่อมเลือกแต่คนหนุ่มสาว เซี่ยหงปิงปีนี้อายุ40แล้ว ทั้งยังไม่มีทักษะการทำงาน โรงงานย่อมไม่ต้องการตัวเขาน่ะสิ


งานกรรมกรที่ท่าเรือไม่ต้องใช้ทักษะ และไม่จำกัดอายุ แต่เซี่ยหงปิงกลับไม่อยากทำ เขาบอกว่าตอนอยู่โรงงานอิฐร่างกายตรากตรำมามาก ทำให้ตอนนี้ทำงานใช้แรงงานไม่ได้


พอพูดเรื่องจัดหางาน แม่เฒ่าเซี่ยก็บ่นอุบ


“ต้าจวินบอกว่าเถ้าแก่แซ่ตู้กลับฮ่องกงไปแล้ว รอเขากลับมางานของหงปิงก็คงมีหวัง!”


แม่เฒ่าเซี่ยวาดฝันไว้อย่างงดงาม ถึงอย่างไรลูกชายของเธอแต่ละคนก็มีร่างกายแข็งแรงกำยำ


แม้ต้าจวินจะบาดเจ็บยังไม่หายดี แต่ขอเพียงขุนหงปิงให้อ้วนกว่านี้อีกหน่อยก็คงส่งไปเป็นคนคุ้มกันข้างกายเถ้าแก่ตู้ได้เช่นกัน เป็นลูกน้องไม่เห็นจะน่าอาย ได้เงินเดือนเดือนละ3,000หยวน งานแบบนี้น่าขายหน้าตรงไหน!


-------------------------------


ฮ่องกง


ตู้เจ้าฮุยรู้สึกคันจมูกเล็กน้อย


เขาอยากจามออกมาเหลือเกิน แต่นี่ก็สิ้นเดือนพฤษภาคมแล้ว เขาไม่น่าจะเป็นหวัดใช่หรือไม่?


ตู้เจ้าฮุยกลับฮ่องกงมาเพื่อรายงานเรื่องธุรกิจแก่ตู้เชิงหรง หน้าที่การงานของเขาไปได้สวยที่เผิงเฉิง สมควรกลับฮ่องกงเพื่อทำให้คนอื่นรับรู้ถึงการมีอยู่ของเขาถึงจะถูก


พอได้ยินว่าช่วงนี้น้องชายคนรองมีความสุขดีเหลือเกิน ตู้เจ้าฮุยก็เริ่มนั่งไม่ติด


คำแนะนำของเซี่ยจื่ออวี้ ตู้เจ้าฮุยให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เขาพยายามหาคนที่เหมาะสมอยู่ตลอดเวลา และเคยพิจารณาเซี่ยจื่ออวี้ด้วยเช่นกัน ถึงอย่างไรตอนนี้เซี่ยจื่ออวี้ก็จำเป็นต้องพึ่งพาเขา เธอเป็นนักโทษหนีคดีมาจากแผ่นดินใหญ่ ย่อมควบคุมได้ง่าย


ติดก็แต่รูปร่างหน้าตาของเซี่ยจื่ออวี้ ตู้เจ้าฮุยคิดว่าการสั่งให้เธอไปใช้แผนสาวงาม ดูเหมือนหน้าตาของเธอออกจะต่ำกว่ามาตรฐานหลายเท่า ถ้านักโทษหนีคดีคือเซี่ยเสี่ยวหลานก็คงจะดี หน้าตาแบบนั้นเหมาะกับการทำตามแผนนี้จริงๆ


น่าเสียดายที่เซี่ยเสี่ยวหลานไม่อยากสุงสิงกับเขา นักศึกษามหาวิทยาลัยดังของแผ่นดินใหญ่ ทั้งยังกำลังรอแต่งงานเข้าตระกูลข้าราชการระดับสูง มีอนาคตสดใสเสียจนตู้เจ้าฮุยต้องล่าถอย


เอาเถอะ ได้ตัวเซี่ยจื่ออวี้มา เขายังพอฝืนใช้งานได้บ้าง


หลังกลับจากบ้านใหญ่ของตระกูลตู้มาที่บ้านพักของตน ตู้เจ้าฮุยก็ถามอาหัวว่า “ทางเซี่ยจื่ออวี้เป็นอย่างไรบ้าง”


เห็นได้ชัดว่าอาหัวเตรียมคำตอบไว้ก่อนแล้ว “ผมทำตามที่คุณชายสั่งเรียบร้อยครับ ด้วยการส่งเธอไปอยู่ที่เกาลูน ทำให้ตอนนี้เธอกำลังพยายามปรับตัวให้เข้ากับชีวิตของที่นั่นครับ”


ตู้เจ้าฮุยพยักหน้า “อย่าปล่อยให้เธออดตายเล่า แต่อย่างไรก็ไม่ควรให้มีชีวิตที่ดีนัก ถึงเงินที่เธอพกติดตัวมาจะโดนคนอื่นปล้นไปหมดแล้ว ทว่าวิธีการทำงานของเคออีสยงนั้นตรงใจฉันพอดี ปล่อยเซี่ยจื่ออวี้อยู่ที่เกาลูนสักครึ่งปี จะได้รู้จักการวางตัวบ้าง จากนั้นค่อยส่งเธอไปเรียนเต้นรำ”


“รับทราบครับคุณชายใหญ่ ผมจะทำตามที่สั่งทุกอย่าง”


อาหัวไม่ถามตู้เจ้าฮุยว่าต้องการจะทำอะไร ถึงอย่างไรคุณชายใหญ่ก็ไม่จำเป็นต้องอธิบายเหตุผลกับเขา


เก็บเซี่ยจื่ออวี้ไว้ย่อมใช้งานได้


ตู้เจ้าฮุยดึงบุหรี่ออกจากซอง “รอเดี๋ยว ก่อนส่งเธอไปเรียนเต้นรำ หาหมอศัลยกรรมมาให้เธอก่อน!”


“จะให้ลบแผลเป็นบนหน้าของเธอหรือครับ” อาหัวถามอย่างนอบน้อม


ตู้เจ้าฮุยกลอกตา อาหัวช่างพูดอะไรโง่เง่าเหลือเกิน


“จุดที่เธอต้องศัลยกรรมมีเยอะไปหมด หาหมอเก่งๆทำหน้าให้ออกมาเป็นธรรมชาติหน่อย”



ตอนที่ 862: ผูกมิตรในสนามกอล์ฟ



คุณชายรองของตระกูลตู้ชื่อตู้เจ้าจี


เขาอายุน้อยกว่าตู้เจ้าฮุยเพียงสี่ปี เป็นลูกชายของตู้เจ้าฮุยกับภรรยาน้อยคนแรก ฉลาดและเรียนเก่งตั้งแต่เด็ก ด้วยอายุของเขาถือว่าเป็นศัตรูตัวฉกาจของตู้เจ้าฮุย


เดิมทีตู้เจ้าฮุยไม่เห็นคู่แข่งคนนี้อยู่ในสายตา น้องชายคนรองในภาพจำของเขาก็แค่หนอนหนังสือคนหนึ่งเท่านั้น


ทว่าหลังกลับฮ่องกงคราวนี้ ตู้เจ้าฮุยนัดเจอกับคนเก่าแก่ของบริษัทสองคน พวกเขาทั้งสองคือผู้ที่สนับสนุนตู้เจ้าฮุยมาโดยตลอด แต่เมื่อเจอกันพวกเขาก็เตือนตู้เจ้าฮุยอย่างกระอักกระอ่วนว่า


“เจ้าจีเป็นที่นิยมในบริษัทมากครับ”


เครือเชิงหรงมีวันนี้ได้ย่อมมีคนเก่าแก่ที่ร่วมฝ่าฟันมาพร้อมกับตู้เชิงหรง หลายปีมานี้พวกเขาไม่ได้สร้างปัญหา และไม่ได้สนใจด้านงานบริหาร พวกเขารับแต่เงินปันผลเท่านั้น


โดยเฉพาะเมื่อตู้เชิงหรงอยากฟอกขาวกิจการ อยากพัฒนาเครือเชิงหรงให้เติบใหญ่ พวกพ้องในอดีตทั้งหลายจึงไม่อาจช่วยงานเขาได้อีก ดังนั้นผู้บริหารระดับสูงของเครือส่วนใหญ่มักจะเป็นผู้บริหารมืออาชีพที่ถูกจ้างมาทั้งสิ้น


คนเหล่านี้มีจุดเด่นที่เหมือนกันคือเรียนหนังสือเก่ง มีประสบการณ์เรียนต่อต่างประเทศ... ดังนั้นถึงคุยกับตู้เจ้าจีถูกคอ!


สิ่งที่คนเหล่านี้ไม่อยากเห็นคือ คุณชายใหญ่ที่ขึ้นหน้าข่าวซุบซิบเป็นประจำและทำงานแบบอันธพาลเข้ามาควบคุมกิจการของเครือ คนที่พูดภาษาเดียวกันกับพวกเขาได้ และรู้จักชื่นชมความสามารถของผู้อื่นคือคุณชายรองของตระกูลตู้ คือคนที่เรียนบริหารธุรกิจจากอังกฤษอย่างตู้เจ้าจี


ขณะที่พวกคนเก่าคนแก่ที่ร่วมก่อตั้งบริษัทมากับตู้เชิงหรงกลับชอบตู้เจ้าฮุยมากกว่า


ขนบธรรมเนียมก็มีส่วนเกี่ยวข้อง เพราะตู้เจ้าฮุยคือลูกชายของภรรยาเอก แม้เขาจะไม่ใช่คนว่านอนสอนง่ายมาตั้งแต่เด็ก ทว่ากลับมีนิสัยเหมือนพวกเขา ตู้เจ้าฮุยมีกลิ่นอายของความเป็นนักเลง เวลาทำงานก็ใช้แนวทางของแก๊งมาเฟีย พวกคนเก่าแก่จึงเชื่อว่าอนาคตหากตู้เจ้าฮุยรับช่วงต่อกิจการ สถานะของพวกเขาจะไม่ตกต่ำลงอย่างแน่นอน


หลังตู้เจ้าจีกลับประเทศเข้ามาทำงานในเครือได้ครึ่งปี ก็สามารถดึงเสียงสนับสนุนไปได้จำนวนไม่น้อย


แม้ตู้เชิงหรงจะไม่ใช่ราชาหมาป่าที่ต้องการความอบอุ่นผูกพัน แต่ระหว่างลูกชายที่คอยโผล่หน้ามาให้เห็นทั้งวี่ทั้งวัน กับลูกชายอีกคนที่ฝ่าฟันขยายกิจการอยู่ต่างถิ่น ถึงตอนนี้ตู้เชิงหรงจะยังสามารถแยกแยะได้ แต่ตู้เจ้าฮุยกลัวเหลือเกินว่าตาแก่จะยิ่งแก่ยิ่งเลอะเลือน จนลำเอียงเข้าข้างน้องรอง


ดังนั้นแผนการของเซี่ยจื่ออวี้จึงสำคัญขึ้นมาในสถานการณ์แบบนี้


ไม่ใช่แค่เซี่ยจื้ออวี้เท่านั้น แต่เขายังเตรียมสาวๆหลากหลายรสชาติให้กับน้องรอง ต้องมีสักแบบที่ถูกใจตู้เจ้าจีบ้างสิ!


ส่วนตาแก่บ้านเขา รสนิยมเหมือนเดิมมาโดยตลอด เขาชอบคนที่มีเสน่ห์ของเพศหญิง ยิ่งถ้าเต้นรำเก่งจะยิ่งได้เปรียบอย่างแน่นอน


หลิวเข่ออิ๋งได้เป็นเมียน้อยก็เพราะสาเหตุนี้ เดิมทีเธอคือครูสอนภาษาอังกฤษของตู้เจ้าฮุย แต่เพราะเต้นรำเก่งจึงสามารถยั่วยวนให้ตู้เชิงหรงปีนขึ้นเตียงเธอได้สำเร็จ


นั่นเป็นเรื่องเมื่อสิบกว่าปีก่อน


ตู้เจ้าฮุยยิ้มเย็น “ควรมีผู้หญิงที่สาวกว่ามาแทนที่เธอสักที”


ขณะที่เจ้านายกำลังพึมพำกับตัวเอง ทางที่ดีเขาควรทำเป็นไม่ได้ยินอะไรทั้งสิ้น อาหัวยืนอยู่ข้างตู้เจ้าฮุยนิ่งราวกับรูปปั้น


แน่นอนว่าตู้เจ้าฮุยเองก็รู้ว่าเรื่องเหล่านี้เป็นแค่ทางลัดเท่านั้น นอกจากการยุแยงให้พ่อลูกแตกคอกันแล้ว ตัวเขาเองก็ต้องไม่ยอมแพ้เรื่องงานด้วยเช่นกัน ตาแก่จะเลอะเลือนหรือไม่ยังไม่มีใครรู้ แต่ตอนนี้สิ่งที่พ่อของเขาให้ความสำคัญที่สุดยังคงเป็นเรื่องของความสามารถ ใครมีความสามารถที่จะดูแลเครือเชิงหรงได้ คนนั้นก็จะได้เป็นทายาทสืบทอดกิจการที่แท้จริงของตระกูลตู้ในภายภาคหน้า


“ประธานถังจากเหม่ยหัววันนี้นัดฉันตีกอล์ฟใช่ไหม ช่วงนี้เขาโดดเด่นที่เผิงเฉิง ได้ยินว่ากำลังลงทุนโรงแรมสักแห่ง?”


เหม่ยหัวฮ่องกงคือบริษัทลูกของเครืออวี๋หัว ถือเป็นบริษัทที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อให้คุณชายใหญ่ของตระกูลถังอย่างถังหยวนเยวี่ยฝึกปรือความสามารถ


ถังหยวนเยวี่ยอายุมากกว่าตู้เจ้าฮุยหลายปี เขาอยู่ในวัยสามสิบ ซึ่งเป็นช่วงวัยที่กำลังไปได้สวยในทุกๆด้าน คุณชายใหญ่ตระกูลถังผู้นี้ชีวิตดีกว่าตู้เจ้าฮุยนัก เพราะถึงแม้ตระกูลถังจะมีลูกชายสามคนแต่ก็เกิดจากแม่คนเดียวกัน เรื่องนี้ทำให้ตู้เจ้าฮุยรู้สึกอิจฉาเหลือเกิน


ก่อนหน้านี้ถังหยวนเยวี่ยกับตู้เจ้าฮุยไม่สนิทสนมกันแม้แต่น้อย เนื่องจากทั้งคู่ไม่มีเรื่องใดที่ต้องพูดคุยกัน


แต่ในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมานั้นตู้เจ้าฮุยเริ่มโดดเด่นในแวดวงธุรกิจ เขาดูแลการลงทุนหลักร้อยล้าน บริหารงานลงทุนในแผ่นดินใหญ่ของเครือเชิงหรงทั้งหมด ประจวบเหมาะกับเหม่ยหัวที่กำลังเบนเข็มมาให้ความสำคัญกับการลงทุนที่แผ่นดินใหญ่เช่นเดียวกัน ถังหยวนเยวี่ยจึงเริ่มมีเรื่องให้คุยกับตู้เจ้าฮุยบ้างแล้ว


อาหัวตอบคำถามอย่างนอบน้อม


“บริษัทของประธานถังกำลังลงทุนในโรงแรมหนานไห่ของเผิงเฉิงครับ คาดว่าปีหน้าจะเปิดกิจการ ตอนนี้ตัวอาคารได้สร้างเสร็จแล้ว เหลือแค่รอการตกแต่งภายในเท่านั้น พูดถึงเรื่องนี้ เมื่อก่อนตอนหลิวเทียนเฉวียนอยู่เผิงเฉิง เขาอยากได้งานตกแต่งภายในของโรงแรมหนานไห่มากครับ”


ตู้เจ้าฮุยรู้สึกคุ้นหูกับชื่อโรงแรมนี้เป็นอย่างมาก


เขาไม่ต้องถามถึงเรื่องหลังจากนั้น เพราะกิจการของเผิงเฉิงที่หลิวเทียนเฉวียนเคยควบคุม ตู้เจ้าฮุยได้เข้าไปรับช่วงต่อทั้งหมด


ตู้เจ้าฮุยครุ่นคิด “บริษัทของหลิวเทียนเฉวียน ตอนนี้ถูกควบรวมมาอยู่ในเครือแล้วใช่หรือเปล่า ชื่อบริษัทว่าอะไรนะ ทำงานตกแต่งภายในด้วยอย่างนั้นหรือ”


“คุณชายใหญ่ บริษัทชื่อเทียนเฉินครับ”


ตู้เจ้าฮุยอยากถ่มน้ำลายจริงๆ


ไอ้อ้วนหลิวไม่ได้ใหญ่แค่ตัว แต่ใจยังกล้าคิดไกล บริษัทเล็กๆกลับตั้งชื่อเสียยิ่งใหญ่เหลือเกิน


“เรียกคนดูแลเทียนเฉินมาเจอฉัน”


เมื่อคุณชายใหญ่เรียกพบ ผู้รับผิดชอบฝั่งฮ่องกงจึงรีบมาหาทันที


พอได้ยินคุณชายใหญ่ตู้บอกว่าจะพาเขาไปเจอประธานถังของเหม่ยหัว ปากของผู้รับผิดชอบก็ฉีกยิ้มแทบถึงใบหู “คุณชายใหญ่ โครงการตกแต่งภายในของโรงแรมหนานไห่ยังอยู่ระหว่างการประมูลโครงการครับ!”


ตู้เจ้าฮุยไม่สนงานตกแต่งภายในของโรงแรมหนานไห่สักนิด แต่ตอนนี้บริษัทเทียนเฉินได้ถูกควบรวมมาอยู่ในเครือเชิงหรงแล้ว ก็เท่ากับเป็นธุรกิจของตระกูลตู้ โครงการที่หลิวเทียนเฉวียนอยากได้แต่ไม่ได้มา ตู้เจ้าฮุยรู้สึกสนใจยิ่งนัก ถ้าเขาคว้ามาได้หลิวเทียนเฉวียนคงกระอักเลือดเป็นแน่


เหตุผลอย่างที่สองคือตู้เจ้าฮุยอยากผูกสัมพันธ์กับถังหยวนเยวี่ย โดยใช้โรงแรมหนานไห่เป็นข้ออ้างในการชวนสนทนา


ตลาดของแผ่นดินใหญ่ตู้เจ้าฮุยกินคนเดียวไม่หมด แน่นอนว่าถังหยวนเยวี่ยก็เช่นกัน


ในเมื่อลงทุนที่เผิงเฉิงเหมือนกัน ต่อไปย่อมสามารถร่วมงานกันได้!


ตู้เจ้าจีพยายามทำให้คนในเครือเชิงหรงชื่นชอบ ดังนั้นตู้เจ้าฮุยไม่อาจนั่งอยู่เฉยๆได้อีกต่อไป เขาจะต้องมีกำลังเสริม


เศรษฐีของฮ่องกงชอบตีกอล์ฟ


มันคืออิทธิพลที่ได้รับมาจากเมืองนอก อีกทั้งกีฬาอย่างกอล์ฟนั้นเหมาะกับสถานะความเป็นมหาเศรษฐีของพวกเขา พวกกีฬาบาสเกตบอล ฟุตบอล เบสบอล หรือปิงปองมันดุเดือดเกินไป ทั้งสองฝ่ายเล่นด้วยกันมีแต่จะเหนื่อยหอบ ไร้ความหมายโดยสิ้นเชิง!


แต่กอล์ฟนั้นต่างออกไป เดี๋ยวเดินเดี๋ยวหยุด นานๆทีตีสักลูก นอกจากนี้ระหว่างตียังสามารถคุยธุรกิจไปด้วยได้


หากข้างกายมีสาวสวยประกบอีกสักสองคน โอบสาวงามพลางตีกอล์ฟไปด้วยถือเป็นการดื่มด่ำอย่างหนึ่งของเศรษฐีชาวฮ่องกง


ตู้เจ้าฮุยพาผู้ดูแลบริษัทเทียนเฉินไปหาถังหยวนเยวี่ยที่คลับเฮาส์


ถังหยวนเยวี่ยเปลี่ยนชุดกีฬาเรียบร้อยแล้ว


“เจ้าฮุย คุณเริ่มเปิดเกมสิ”


ทั้งคู่เดินมาที่สนามกอล์ฟ ผู้ดูแลเทียนเฉินเดินตามหลังอยู่ห่างๆ ราวกับเป็นเด็กเก็บบอลของพวกเขา หลังตู้เจ้าฮุยบอกจุดประสงค์ของตนแล้ว ถังหยวนเยวี่ยก็ยิ้มพลางส่ายหน้า


“เจ้าฮุย ไม่ใช่ว่าผมไม่อยากช่วยคุณ แน่นอนว่าแผนงานของเทียนเฉินผมเคยดูแล้ว ทว่าโครงการโรงแรมหนานไห่ไม่ได้เรียบง่ายขนาดนั้น นอกจากเหม่ยหัว โรงแรมหนานไห่ยังมีผู้ถือหุ้นอีกสามเจ้าคือธนาคารฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้  เครือสมาพันธ์การค้าฮ่องกง และอีกเจ้าคือตงเฟิงโฮลดิ้ง นายทุนจากแผ่นดินใหญ่ คุณคงรู้ดีว่าคนจากแผ่นดินใหญ่ชอบอยู่ฝั่งตรงข้ามกับพวกเราอยู่เรื่อย”


ตู้เจ้าฮุยเหวี่ยงวงสวิงแรก “พี่ถัง สิ่งที่พี่ต้องการมีอะไรไม่ได้มาบ้าง พี่โชคดีกว่าผม พี่คงรู้ว่าสภาพครอบครัวผมเป็นอย่างไร ในบ้านผมมีทั้งเสือสิงห์กระทิงแรดเต็มไปหมด ผมจำเป็นต้องพิสูจน์ตัวเองว่าดีมากพอ ถ้าวันนี้พี่ช่วยผม ผมจะยิ่งมีอำนาจในการตัดสินใจ แน่นอนว่าอนาคตย่อมช่วยพี่ได้”


ถังหยวนเยวี่ยยิ้ม “พวกเราสามารถช่วยเหลือกันและกันได้อยู่แล้ว แต่ทางตงเฟิงโฮลดิ้งดึงนายกทังมาเข้าร่วมด้วย เหม่ยหัวของเราจึงทำอะไรลำบาก เจ้าฮุย นายกับนายกทังสนิทกันไม่เลวไม่ใช่รึ หากเรื่องนี้สำเร็จ เราก็จะได้ประโยชน์ด้วยกันทั้งสองฝ่าย”


มือที่ถือไม้กอล์ฟของตู้เจ้าฮุยชะงักไปเล็กน้อย นี่กลายเป็นเขาที่ต้องเป็นฝ่ายช่วยเหลืออย่างนั้นหรือ แต่สิ่งที่ถังหยวนเยวี่ยกล่าวมาเขาก็เห็นด้วยเช่นกัน ถ้าเขาไม่ช่วยถังหยวนเยวี่ยแล้วทำไมอีกฝ่ายจะต้องช่วยเขาด้วยเล่า ผลประโยชน์จำเป็นต้องมีสิ่งตอบแทนที่เท่าเทียมกันถึงจะสามารถแลกเปลี่ยนกันได้!


“ทางด้านนายกทัง... ผมจะลองคุยดูให้ครับ”



ตอนที่ 863: ต้องมีคนที่ซื้อตัวได้



“ลองคุยดูอะไรกัน นายกำลังถ่อมตัวอยู่สินะ ความสัมพันธ์ของนายกับนายกทังทำให้พวกเราอิจฉากันจะตาย!”


คำยกย่องของถังหยวนเยวี่ย ตู้เจ้าฮุยทำได้แค่น้อมรับไว้เพียงฝ่ายเดียว


สนิทสนมกับนายกทังหรือไม่ ตู้เจ้าฮุยรู้ดีอยู่แก่ใจ แต่เขาชอบทำให้คนนอกเข้าใจผิด เพราะถึงอย่างไรนักธุรกิจฮ่องกงที่เผิงเฉิงต่างก็อยากสนิทสนมกับคนระดับหัวหน้าของรัฐบาลท้องถิ่นอยู่แล้ว


ความจริงแล้วตู้เจ้าฮุยกับนายกทังไม่ได้สนิทกันเป็นส่วนตัว แต่เพราะเขาทำตัวเหมือนสนิท ทำให้คนนอกพากันคิดเช่นนั้น อย่างไรก็ตามตู้เจ้าฮุยไม่คิดที่จะอธิบาย ดีไม่ดีที่ถังหยวนเยวี่ยยอมไปมาหาสู่กับเขาอาจเป็นเพราะสนใจในจุดนี้ก็เป็นได้


ตู้เจ้าฮุยแสร้งพูดอย่างถ่อมตนเล็กน้อยว่า “พูดยากครับ นายกทังเป็นคนมีอุดมการณ์มาก ผมคงทำได้แค่ลองพยายามอย่างเต็มที่”


ถังหยวนเยวี่ยไม่ได้ใส่ใจกับคำพูดของตู้เจ้าฮุยมากนัก


จ้างบริษัทไหนมาตกแต่งภายในก็ไม่สำคัญ แม้แผนงานของเทียนเฉินจะไม่ดีพอ แต่อนาคตเทียนเฉินก็สามารถซื้อแผนงานจากคนอื่นได้ สิ่งที่ถังหยวนเยวี่ยต้องการคือการอยู่เหนือตงเฟิงโฮลดิ้งเท่านั้น


แผ่นดินใหญ่กว้างใหญ่ไพศาล ถังหยวนเยวี่ยคงไม่อาจสืบประวัติคนได้ทั้งหมด


นายกทังออกหน้าช่วยตงเฟิงโฮลดิ้งด้วยจุดประสงค์อะไรนั้นถังหยวนเยวี่ยไม่อาจทราบได้ แต่ถ้านายกทังไม่เข้ามาแทรกแซง เสียงโหวต3:1 ของพวกเขาคงทำให้เหม่ยหัวได้เป็นผู้ควบคุมกิจการของโรงแรมหนานไห่อย่างแน่นอน


“เจ้าฮุย ถ้านายอยากช่วยคงต้องเร่งมือหน่อย เพราะวันที่20 ทางโรงแรมจะจัดประชุมผู้ถือหุ้นของโรงแรมหนานไห่แล้ว”


เดิมทีตู้เจ้าฮุยตั้งใจจะอยู่ที่ฮ่องกงอีกสักสองวัน แต่หลังได้ยินคำนี้เขาก็จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงตารางงานอย่างกะทันหัน


นายกทังเป็นคนรับมือยาก


ตู้เจ้าฮุยอยู่ฮ่องกงเช่นนี้คงไม่อาจโทรกลับไปยังเผิงเฉิงเพื่อโน้มน้าวนายกทังได้ นอกจากนี้อีกฝ่ายยังเป็นถึงนายกเทศมนตรีของเขตเศรษฐกิจพิเศษ ไม่ใช่ลูกน้องที่ตู้เจ้าฮุยเลี้ยงเอาไว้ คงไม่ว่าง่ายขนาดนั้นน่ะสิ!


ถังหยวนเยวี่ยเองก็ต้องไปเผิงเฉิงเช่นกัน ดังนั้นตู้เจ้าฮุยจึงเดินทางไปพร้อมกับเขา


ตอนรถของตู้เจ้าฮุยมาถึงเผิงเฉิง สำนักงานฝั่งเผิงเฉิงถึงกับแตกตื่น คนที่อยากประจบประแจงเจ้านายมีมากมาย คงไม่ถึงคิวของเซี่ยต้าจวินเร็วๆนี้แน่


อยากทักทายคุณชายใหญ่ อยากแสดงความห่วงใย จำเป็นต้องมีตำแหน่งงานสูงระดับหนึ่ง


และระดับของเซี่ยต้าจวินยังไม่สูงพอ


ในที่สุดผู้จัดการก็เจออาหัว แม้เขาจะประจบคุณชายใหญ่ไม่ได้ แต่เขาก็มีธุระอื่นให้ต้องสะสาง


“พี่หัว พี่หัวช้าก่อน ผมขอปรึกษาหน่อยครับ เงินเดือนของเซี่ยต้าจวินจะให้พวกเราคิดอย่างไรครับ”


อาหัวมีหรือจะสนใจเรื่องน่ารำคาญเช่นนี้ ถึงอย่างไรคนจ่ายเงินก็ไม่ใช่เขา แต่ถ้าเขาช่วยบริษัทประหยัดเงิน คนอื่นคงบอกว่าเขาจงใจข่มเซี่ยต้าจวินน่ะสิ


“คุณชายใหญ่ไม่เคยบอกว่าจะลดเงินเดือน ควรจ่ายอย่างไรก็จ่ายตามนั้น”


อย่างน้อยตอนนี้คุณชายใหญ่แค่ห่างเหินกับเซี่ยต้าจวิน ทว่ายังไม่ถึงขั้นเกลียดชัง อาหัวไม่อยากเป็นตัวร้าย ถ้าเขาสั่งให้ผู้จัดการลดเงินเดือนเซี่ยต้าจวินแล้วคุณชายใหญ่รู้เรื่องเข้าภายหลัง อาหัวรู้ดีว่าตนคงแย่แน่


ในสายตาคนอื่น เซี่ยต้าจวินคือคนที่เคยช่วยชีวิตคุณชายใหญ่ ถ้าคุณชายใหญ่อยากให้ลูกน้องจงรักภักดี เขาคงไม่อาจปฏิบัติกับเซี่ยต้าจวินแย่เกินไป


จ่ายเงินเดือนเดือนละเท่านั้น สำหรับคุณชายใหญ่ไม่ใช่ปัญหาอะไร


ผู้จัดการได้ยินคำอนุญาตก็เข้าใจทันที


คุณชายใหญ่ช่างรักพวกพ้องยิ่งนัก อย่างน้อยตอนนี้เซี่ยต้าจวินก็ยังไม่กลายเป็นหมาหัวเน่า


ผู้จัดการเพิ่งได้มีโอกาสคุยกับอาหัว ในขณะที่เซี่ยต้าจวินอยากเดินไปหาคุณชายใหญ่ แต่ตู้เจ้าฮุยว่างเสียที่ไหน


เซี่ยต้าจวินเรียกคุณชายใหญ่ ตู้เจ้าฮุยได้ยินก็หันหน้ามามองเขาทันที


“ต้าจวินเองหรือ เดินได้แล้วหรือนี่ ฟื้นตัวได้ไม่เลวเลยทีเดียว อย่างไรก็ตั้งใจทำกายภาพต่อล่ะ จะได้หายดีในเร็ววัน!”


ตู้เจ้าฮุยพูดแค่นี้เหมือนไม่ได้ใส่ใจ แต่เซี่ยต้าจวินกลับรู้สึกตื้นตันจนหน้าแดงก่ำ สำหรับเขากำลังใจจากตู้เจ้าฮุยสำคัญกว่าสิ่งไหน เขาต้องหายดีก่อนถึงจะกลับไปทำงานกับคุณชายใหญ่ได้ ตอนนี้เขาได้ทำงานในบริษัท แต่งานพวกนี้เซี่ยต้าจวินไม่เข้าใจสักอย่าง


ตู้เจ้าฮุยมีหรือจะรู้ว่าเซี่ยต้าจวินคิดอะไร


ตอนนี้สมองของเขามีแต่เรื่องที่รับปากถังหยวนเยวี่ยเท่านั้น เขาคงไม่อาจบุกไปหาทังหงเอินแล้วถามตรงๆว่า ทำไมถึงสนับสนุนตงเฟิงโฮลดิ้ง


ทังหงเอินเป็นคนมีหลักการ ตู้เจ้าฮุยตั้งใจว่าจะใช้ประโยชน์จากจุดนี้


ทางที่ดีเขาจะต้องเชิญนายกทังไปที่หน้างาน เพื่อดูว่าแผนงานของใครดีกว่ากัน


ถ้านายกทังยังไม่เปลี่ยนใจ ก็คงไม่อาจอ้างเหตุผลส่งเดชได้ ตู้เจ้าฮุยเรียกผู้ดูแลของเทียนเฉินมาหา “ใครเป็นคู่แข่งกับพวกนายบ้าง สืบมาแล้วหรือยัง”


“ผมทราบชื่อบริษัทสองแห่งจากฮ่องกงแล้วครับ แต่ทางตงเฟิงโฮลดิ้งให้ใครช่วยออกแบบให้ผมยังไม่ทราบ ทว่าตัวโรงแรมได้สถาปนิกชื่อหนิงเยี่ยนฝานจากแผ่นดินใหญ่เป็นคนออกแบบ ตงเฟิงโฮลดิ้งใช้แผนงานของเขา แต่ครั้งก่อนถูกผู้ถือหุ้นทั้งสามเจ้าจากฮ่องกงปัดแผนงานการตกแต่งภายในตกไป... คุณชายใหญ่ คุณชายคิดว่าทางตงเฟิงโฮลดิ้งจะจ้างชาวต่างชาติมาออกแบบให้หรือเปล่าครับ”


ตู้เจ้าฮุยคิดในใจ สมแล้วที่เป็นคนของหลิวเทียนเฉวียน โง่เหมือนกันไม่มีผิด


“แกไม่รู้หรืออย่างไรว่าแผ่นดินใหญ่เข้มงวดกับเงินตราต่างประเทศมากแค่ไหน จ้างบริษัทจากต่างชาติมาออกแบบ คงมีแต่คนโง่อย่างแกเท่านั้นที่คิดได้!”


อารมณ์ของตู้เจ้าฮุยแปรปรวนราวกับลมมรสุม


สำหรับคนจากเทียนเฉิน คำด่าคือความใส่ใจ ดังนั้นเขาจึงก้มหน้าน้อมรับคำด่าแต่โดยดี


ใครใช้ให้เขาทำงานไม่ได้เรื่องเองเล่า!


ตู้เจ้าฮุยเบื่อที่จะด่า เขาจึงสั่งให้ผู้ดูแลของเทียนเฉินบอกทุกเรื่องที่รู้ให้เขาฟัง ทางนี้ถึงได้พูดเสริมว่า “ผู้ดูแลโครงการโรงแรมหนานไห่ของตงเฟิงแซ่ฮั่ว ยังเป็นคนหนุ่ม ว่ากันว่ามีประวัติที่ไม่ธรรมดาครับ”


ตงเฟิงโฮลดิ้งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เซี่ยงไฮ้


ตู้เจ้าฮุยไม่ค่อยรู้เรื่องทางนี้มากนัก และไม่รู้ว่ามีคนมีอำนาจที่ไหนใช้แซ่ฮั่วหรือไม่


การให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์อันซับซ้อนของชาวแผ่นดินใหญ่ คนทั่วไปอาจจะเข้าใจลำบาก แต่คนที่สามารถควบคุมโครงการโรงแรมระดับห้าดาวได้ตั้งแต่ยังหนุ่ม ตู้เจ้าฮุยเห็นด้วยกับผู้ดูแลเทียนเฉินว่า คนแซ่ฮั่วผู้นี้ต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน


หรือจะเป็นฝีมือของคนที่อยู่เบื้องหลัง ที่ขอให้นายกทังให้ความช่วยเหลือ?


นายกทังระแวงนายทุนจากต่างถิ่น แต่เป็นมิตรกับเพื่อนร่วมอาชีพจากแผ่นดินใหญ่ ตู้เจ้าฮุยยังจำตอนอยู่ที่โรงพยาบาลได้ ครั้งนั้นนายกทังเลือกยืนอยู่ฝั่งเดียวกับตระกูลคัง


พอคิดถึงตระกูลคัง ตู้เจ้าฮุยก็ชักหงุดหงิดขึ้นมาทันที


รถแต่งใหม่ถูกส่งไปแล้ว ตระกูลคังเองก็รับเอาไว้ แต่ไม่มีการตอบกลับแต่อย่างไร


ความบาดหมางของทั้งสองฝ่ายคลี่คลายแล้วหรือยังนะ?


ความรู้สึกของเขาตอนนี้เหมือนกับมีกระบี่ที่พร้อมตกใส่หัวอยู่ตลอดเวลา ตู้เจ้าฮุยจะรู้สึกสบายใจได้หรือ


เรื่องนี้บีบให้เขาต้องขายหลิวเทียนเฉวียน และจับมือกับคนอย่างถังหยวนเยวี่ย


“ไปหาคนแซ่ฮั่วจากตงเฟิงโฮลดิ้ง ฉันอยากเจอเขาสักครั้ง”


ยังหนุ่มก็ดี ถึงอย่างไรคนหนุ่มก็รับมือง่ายกว่าพวกจิ้งจอกเฒ่า


แผ่นดินใหญ่ไม่มีทางมีบริษัทเอกชนที่ใหญ่โตขนาดนั้น ดังนั้นคนแซ่ฮั่วย่อมเป็นหนึ่งในผู้ช่วยดูแลเงินหลวงของประเทศ ในเมื่อทำงานให้รัฐ ปีหนึ่งจะได้เงินสักเท่าไรกัน?


ขอเพียงยอมรามือ ทำเป็นไม่คัดค้านแผนงานของเหม่ยหัว เรื่องนี้ก็จะคลี่คลายไม่ใช่หรือ


ตู้เจ้าฮุยคิดว่าปัญหานี้แก้ไม่ยาก ไม่จำเป็นต้องรบกวนทังหงเอินแม้แต่น้อย ขอแค่ซื้อตัวคนแซ่ฮั่วให้ได้ก็พอแล้ว


เขาเป็นฝ่ายออกปากชวน แต่นึกไม่ถึงเลยว่าฮั่วเฉินโจวจะถือตัวยิ่งกว่าเขาเสียอีก


เมื่อฮั่วเฉินโจวเจอกับผู้ช่วยของตู้เจ้าฮุย เขาก็อ่านนามบัตรที่ได้รับมาทันที


“คุณตู้จากเครือเชิงหรงอยากเจอผมอย่างนั้นหรือ?”


“ผู้จัดการฮั่ว คุณตู้อยากเชิญคุณ...”


ฮั่วเฉินโจววางนามบัตรลง “คงไม่ต้องเชิญหรอกครับ ผมกับคุณตู้ไม่รู้จักกัน”


-------------------------------


“เขาไม่ยอมเจอฉัน?” ตู้เจ้าฮุยโกรธจนจมูกเบี้ยว


แผ่นดินใหญ่ช่างมีคนโอหังอยู่เยอะจริงๆ แค่มีอำนาจอยู่ในมือนิดหน่อยก็ทำตัวอวดเก่ง ตอนพูดคำนี้คนแซ่ฮั่วไม่ตะขิดตะขวงใจบ้างหรือ คงไม่เคยนับเงินในกระเป๋าตัวเองสินะ!



ตอนที่ 864: ลดราคา



ผู้ช่วยของตู้เจ้าฮุยไม่กล้าปริปากแม้แต่คำเดียว


สถานะความเป็นนักธุรกิจฮ่องกงในแผ่นดินใหญ่ ทำให้ไม่มีใครกล้าที่จะปฏิเสธตู้เจ้าฮุย


คนที่ไม่เห็นหัวเขา นอกจากระดับหัวหน้าอย่างนายกทังแล้วก็มีแต่เซี่ยเสี่ยวหลาน ดังนั้นเขาถึงจดจำเซี่ยเสี่ยวหลานได้เป็นอย่างดี!


ส่วนคนอื่นๆ แม้แต่รองหัวหน้าหวังที่อยากงัดข้อกับตู้เจ้าฮุย ตู้เจ้าฮุยยังไม่คิดใส่ใจสักนิด


แน่นอนว่าวิธีการทำงานเช่นนี้ก็เคยทำให้ตู้เจ้าฮุยได้รับบทเรียน เรื่องของตระกูลคัง จนถึงป่านนี้ก็ยังไม่ได้ข้อสรุปที่แน่ชัด


แต่การที่ผู้จัดการคนหนึ่งของตงเฟิงโฮลดิ้งปฏิเสธคำเชิญชวนของตู้เจ้าฮุย จะถูกด่ากราดก็สมกับนิสัยของเขาแล้ว


“ดี ให้เกียรติแต่ไม่รับไว้ใช่ไหม!” ตู้เจ้าฮุยถูกฮั่วเฉินโจวยั่วโมโหจนทนไม่ไหว เขาจึงเรียกคนดูแลเทียนเฉินมาสอบถาม “พวกแกเสนอราคาไปเท่าไร แล้วแผนงานของตงเฟิงโฮลดิ้งเสนอราคาไปเท่าไรกัน?”


ถ้าตอบคำถามนี้ไม่ได้ คนดูแลเทียนเฉินคงถูกตู้เจ้าฮุยจับกินอย่างแน่นอน โชคดีที่เขารู้คำตอบอยู่แล้วจึงสามารถตอบคำถามได้อย่างไม่ติดขัด


“แผนงานเดิมของหนิงเยี่ยนฝานงบประมาณก่อสร้างอยู่ที่16ล้านหยวนครับ ส่วนแผนงานของพวกเราใช้งบ27ล้านหยวน”


ตู้เจ้าฮุยแค่นหัวเราะ เงิน16ล้านจะพอตกแต่งโรงแรมระดับห้าดาวเสียที่ไหน แต่แพงกว่านี้ 11ล้านก็เหมือนจะมากเกินไปสำหรับโรงแรมในแผ่นดินใหญ่


“ใช้งบสูงไป กดราคาลงมาอีก2ล้าน!”


“คุณชายใหญ่ ถ้าทำอย่างนั้นกำไรของเทียนเฉินก็จะ...”


เมื่อถูกตู้เจ้าฮุยจ้องมองมา เสียงของคนดูแลเริ่มเบาลงเรื่อยๆ อยู่ดีๆทำไมคุณชายใหญ่ตู้ถึงเข้ามาดูเรื่องนี้เขาไม่เข้าใจเลยจริงๆ อย่างไรก็ตามเขารู้ว่าเจ้านายเหนือหัวของตนได้ถูกเปลี่ยนคนแล้ว แต่ไม่ว่าจะเป็นหลิวเทียนเฉวียนหรือตู้เจ้าฮุยล้วนก็เอาใจยากด้วยกันทั้งนั้น


บนโลกนี้ไม่มีเจ้านายคนไหนรับใช้ง่ายเลยสักคน คุณชายใหญ่บอกให้ลดราคาประเมินลงอีก2ล้าน คนดูแลจึงทำได้เพียงกัดฟันรับปากอย่างยอมจำนน


ปรับราคาทีเดียวกำไรลดลงไปเกือบครึ่ง!


แน่นอนว่าตู้เจ้าฮุยคงไม่ควักเนื้อโปะเงิน2ล้านที่หายไปเองอย่างแน่นอน ผลลัพธ์ของงานตกแต่งภายในที่ใช้งบประมาณ16ล้านกับ27ล้านย่อมแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง และตอนนี้เทียนเฉินต้องการใช้เงิน25ล้านสร้างผลลัพธ์ที่เทียบเท่ากับสิ่งที่เงิน27ล้านทำได้... ตงเฟิงโฮลดิ้งจะเอาอะไรมาสู้กัน


หลังตู้เจ้าฮุยเจอตออย่างฮั่วเฉินโจวจึงต้องการไปหาทังหงเอิน แต่กลับไม่พบเขา


ตารางงานของนายกทังนั้นแน่นมาก ใช่ว่าอยากเจอแล้วจะได้เจอทันทีเสียหน่อย


ตู้เจ้าฮุยยิ้มพลางถามเลขาเผิง “ผมลืมไปเลยว่าวันนี้เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ ไว้พรุ่งนี้วันจันทร์ผมจะมาใหม่นะครับ”


“คุณเสี่ยวตู้ พรุ่งนี้หัวหน้ามีตารางงานเช่นกันครับ ท่านต้องไปร่วมงานประมูลโครงการโรงแรมหนานไห่”


ตู้เจ้าฮุยรู้สึกประหลาดใจยิ่งนัก “นายกทังไปร่วมงานเองเลยหรือครับ”


เลขาเผิงยิ้มกว้างแทนคำตอบ


กำหนดการที่แน่ชัดกว่านี้เขาคงไม่สามารถบอกตู้เจ้าฮุยได้


เมื่อเห็นรอยยิ้มของเลขาเผิง ตู้เจ้าฮุยก็กระจ่างแจ้งทันที “นายกทังช่างใส่ใจเศรษฐกิจของเผิงเฉิงจริงๆนะครับ”


เขามาที่สำนักงานเทศบาลเมืองแบบนี้ย่อมมีสายตาหลายคู่คอยจับจ้อง และคงมีคนนำข่าวไปบอกถังหยวนเยวี่ยเช่นกัน ไม่ว่าอย่างไรตู้เจ้าฮุยก็ได้แสดงความจริงใจไปแล้ว ทั้งปรับลดราคาประเมินด้วยตัวเองและยังเดินทางมาหานายกทังถึงที่ สุดท้ายแม้จะไม่บรรลุเป้าหมาย แต่ถังหยวนเยวี่ยก็คงพูดไม่ได้ว่าเขาไม่พยายามอย่างเต็มที่แน่นอน


คืนวันที่19 ตู้เจ้าฮุยนัดถังหยวนเยวี่ยมาดื่มสังสรรค์


“ผู้จัดการฮั่วของตงเฟิงโฮลดิ้งรับมือยากจริงๆ ผมอยากนัดเจอเขาแต่เขาไม่ให้เกียรติกันเอาเสียเลย”


ถังหยวนเยวี่ยหัวเราะเสียงดัง “เจ้าฮุย ฉันเองก็เคยวางแผนแบบนี้ แต่ผู้จัดการฮั่วไม่เห็นความสำคัญของลูกคนรวยจากฮ่องกงอย่างพวกเรา เขาปฏิเสธฉันอย่างไร้เยื่อใยเหมือนกัน คุยงานได้แต่หากต้องการคุยเป็นการส่วนตัวล้วนถูกปฏิเสธหมด!”


‘ลูกคนรวยจากฮ่องกง’ คือคำเย้ยหยันตัวเองของถังหยวนเยวี่ย


ถึงอย่างไรถังหยวนเยวี่ยก็ไม่เคยปฏิเสธความจริงในเรื่องนี้ ถ้าไม่มีครอบครัวคอยสนับสนุนเขาคงไม่ได้คุมบริษัทเหม่ยหัว แต่ฮั่วเฉินโจวคนนั้นก็เพิ่งอายุ20กว่าๆไม่ใช่หรือ อยู่ในสภาพแวดล้อมแบบแผ่นดินใหญ่จะไม่มีใครคอยหนุนหลังได้จริงรึ?


พึ่งพาพ่อแม่เหมือนกัน ฮั่วเฉินโจวจะทำตัวสูงส่งไปให้ใครดู!


ตู้เจ้าฮุยยิ้มเย็น “พรุ่งนี้ผมจะไปดูให้เห็นกับตาตัวเอง ว่าผู้จัดการฮั่วหน้าตาดีจนกลัวผมจับกินหรืออย่างไร!”


เทียนเฉินเป็นหนึ่งในผู้เข้าร่วมการประมูล และตู้เจ้าฮุยรับผิดชอบงานของเทียนเฉิน ดังนั้นพรุ่งนี้เขาสามารถเข้าร่วมการประชุมได้อย่างเหมาะสม


ถังหยวนเยวี่ยยกแก้วเหล้า “หวังว่าพรุ่งนี้ตงเฟิงโฮลดิ้งจะมีแผนงานที่โดดเด่นมานำเสนอนะ มิเช่นนั้นต่อให้เชิญนายกทังมาร่วมงาน ก็คงไม่สามารถบังคับให้สามผู้ถือหุ้นเห็นชอบได้อยู่ดี”


ตงเฟิงโฮลดิ้งยังไม่เข้าใจว่าปัญหาอยู่ตรงไหน!


ตู้เจ้าฮุยเจอกับกำแพงเช่นนี้ยิ่งทำให้ถังหยวนเยวี่ยเข้าใจนิสัยของฮั่วเฉินโจว เขาคงเป็นพวกไม่เห็นใครอยู่ในสายตา ไม่มีทางยอมฟังคำแนะนำของคนอื่นอย่างแน่นอน


ประหยัดเงินอย่างนั้นหรือ?


เหม่ยหัวไม่จำเป็นต้องประหยัดเงินก้อนนี้


นักลงทุนล้วนต้องการทำกำไร โรงแรมหนานไห่ก็เป็นแค่โครงการหนึ่งเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นเหม่ยหัวหรือธนาคารฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้ต่างก็อยากรู้ว่า หลังการปฏิรูปเศรษฐกิจแล้วชาวแผ่นดินใหญ่จะมีปัญญาเข้าพักโรงแรมห้าดาวหรือไม่


แม้โครงการนี้จะยังทำกำไรไม่ได้ในปัจจุบัน แต่ผ่านไปไม่กี่ปีข้างหน้าย่อมทำกำไรได้


แน่นอนว่านี่คือการวางแผนระยะยาวอีกรูปแบบหนึ่ง!


-------------------------------


ปักกิ่ง


พรุ่งนี้เช้าโรงแรมหนานไห่จะเปิดการประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อเปิดประมูลโครงการตกแต่งภายใน ตงเฟิงโฮลดิ้งจะเป็นฝ่ายกุมอำนาจได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับการประชุมในวันพรุ่งนี้


เซี่ยเสี่ยวหลานรู้สึกเหนื่อยล้าเช่นกัน ช่วงสองวันสุดสัปดาห์เธอไม่เพียงไปเซ็นสัญญาเช่าหน้าร้านสาขาที่สาม แต่เธอยังสั่งให้กงหยางออกแบบร้าน และพกแบบขึ้นเครื่องบินกลับไปด้วย


“ไม่แน่พรุ่งนี้อาจจะจำเป็นต้องให้เธอไปอธิบายแนวทางของการออกแบบ เพื่อเป็นการกันไว้ดีกว่าแก้ เธอกลับเผิงเฉิงก่อนจะดีกว่า”


แค่ดูรูปอาจจะไม่เข้าใจทั้งหมด ดังนั้นการให้ผู้ออกแบบอธิบายแผนงานถือเป็นเรื่องปกติ


กงหยางคิดในใจ ถ้าจะให้อธิบายแผนงานควรเป็นหน้าที่ของเซี่ยเสี่ยวหลานมิใช่หรือ


เซี่ยเสี่ยวหลานโบกมือปฏิเสธ “พรุ่งนี้ฉันมีเรียน”


เรื่องลาหยุดคงเป็นไปไม่ได้ การประชุมผู้ถือหุ้นโรงแรมหนานไห่จัดขึ้นในวันจันทร์ ถ้าเซี่ยเสี่ยวหลานต้องลาหยุดเพราะเรื่องนี้ ตลอดภาคเรียนเธอคงอยู่ไม่เป็นสุข ครั้งนี้สำคัญ ครั้งหน้าก็สำคัญ ทุกโอกาสที่ทำเงินได้ล้วนสำคัญมาก... ในไม่ช้าสมาธิของเธอก็จะกระเจิดกระเจิง อยากตั้งใจเรียนก็คงเป็นไปไม่ได้อีกแล้ว


นอกจากนี้มหาวิทยาลัยหัวชิงในปี1985 ดูแลนักศึกษาอย่างเข้มงวด เรื่องอย่างการที่นักศึกษาสร้างธุรกิจเป็นของตัวเอง ทางสถาบันไม่มีทางสนับสนุน! ถ้าเธอกล้าขอลาหยุดด้วยเหตุผลนี้ เกรงว่าคงถูกด่าจนหมดสภาพอย่างแน่นอน


“พวกเราปรึกษากันเรื่องแผนงานแล้ว ใครมีคำถามอะไรเธอย่อมสามารถอธิบายได้ เธอกลัวผู้เฒ่าหนิงมิใช่หรือ แผนงานนี้ผู้เฒ่าหนิงยังให้การยอมรับหรือเธอยังไม่มั่นใจอีก? ฉันขอแค่อย่างเดียวคือ เธอจะต้องจับตาดูที่งาน ถ้าผู้จัดการฮั่วไม่ยอมเสนอแผนงานงบประมาณ30ล้าน เธอจะต้องเป็นคนเสนอขึ้นมาเอง!”


เซี่ยเสี่ยวหลานพูดเสียจนกงหยางเริ่มรู้สึกฮึกเหิม


เขาอายุมากกว่าเซี่ยเสี่ยวหลานแถมยังเป็นผู้ชาย แต่กลับคาดหวังให้เซี่ยเสี่ยวหลานออกหน้าแทนทุกเรื่อง ในเมื่อเซี่ยเสี่ยวหลานเชื่อใจเขาขนาดนี้ เขาจะต้องจัดการเรื่องนี้ให้ออกมาดีให้ได้!


เซี่ยเสี่ยวหลานให้กำลังใจกงหยางเสร็จก็ส่งเขาขึ้นเครื่องบิน หลังกลับมาถึงบ้านเธอถึงมีเวลาว่างถามถึงกิจการของที่ร้านในช่วงนี้


“เสื้อผ้าขายดีมาก สินค้าที่เลือกซื้อกลับมาคราวนี้ไม่เลวเลยทีเดียว จริงสิ สองวันก่อนอาจารย์ชาวอังกฤษที่ชื่อแคทอะไรรีนๆ มาหาลูกที่ร้านอีกแล้ว แถมเธอยังทิ้งกระดาษข้อความเอาไว้ให้อีกด้วย”


สัปดาห์นี้เซี่ยเสี่ยวหลานยุ่งอยู่กับการปรับแก้แบบ ทุกวันนอกจากไปเรียนเธอก็หมกตัวอยู่แต่ในสตูดิโอของหนิงเยี่ยนฝาน หลิวเฟินจึงไม่มีโอกาสแจ้งข่าวนี้เสียที


อาจารย์แคทเธอรีนหรือ


แคทเธอรีนนึกว่าหลังรายการฉายจบเซี่ยเสี่ยวหลานจะมาหาเธอ แต่รออยู่นานเซี่ยเสี่ยวหลานก็ยังไม่มีความเคลื่อนไหว


แคทเธอรีนจึงโทรไปที่บ้านของเซี่ยเสี่ยวหลาน ช่วงกลางวันย่าอวี๋ไปฝึกอบรมให้พนักงานใหม่ ส่วนหลิวเฟินก็ยุ่งกับงานที่ร้าน ทำใหไม่มีคนรับสาย ท้ายที่สุดแคทเธอรีนก็ตัดสินใจไปหาที่ร้านสาขาซิ่วสุ่ย


เซี่ยเสี่ยวหลานเคาะศีรษะตัวเอง “ฉันจะโทรกลับหาอาจารย์แคทเธอรีนเดี๋ยวนี้ค่ะ พองานยุ่งก็ลืมเรื่องนี้ไปเสียเลย!”



ตอนที่ 865: ประเมินเธอต่ำไปอยู่ดี



เซี่ยเสี่ยวหลานไม่อยากไปอังกฤษ และเธอจึงคิดว่าควรบอกเรื่องนี้กับแคทเธอรีนอย่างชัดเจน


หลังโทรไปหาแคทเธอรีน กลับเป็นผู้ดูแลบ้านของแคทเธอรีนที่เป็นคนรับสาย อีกฝ่ายบอกว่าแคทเธอรีนได้กลับประเทศอังกฤษไปแล้ว โดยเพิ่งขึ้นเครื่องบินไปเมื่อวานนี้


เซี่ยเสี่ยวหลานจึงวางสาย ก่อนจะใช้น้ำเย็นล้างหน้า


หลิวเฟินพอได้ยินว่าแคทเธอรีนกลับประเทศอังกฤษแล้วก็อุทานออกมาอย่างรู้สึกผิด


“แม่ทำผิดไปใช่หรือเปล่า ถ้าเอากระดาษข้อความให้ลูกเร็วกว่านี้ เธอก็คงยังไม่กลับอังกฤษ”


คลาดกันแล้วจริงๆ แต่เซี่ยเสี่ยวหลานจะโทษแม่ได้อย่างไร “ต่อให้แม่เอากระดาษข้อความให้ฉันเร็วกว่านี้ ฉันก็คงไม่ว่างไปเจออาจารย์แคทเธอรีนหรอกค่ะ ไม่กี่วันมานี้ฉันให้ความสำคัญกับแผนงานเป็นหลัก เรื่องอื่นสู้เรื่องนี้ไม่ได้เลยจริงๆ”


เธอกับหลิวหย่งเดิมพันด้วยทรัพย์สินทั้งหมดที่มี เรื่องนี้จึงสำคัญและเร่งด่วนกว่าเรื่องอื่น ดังนั้นเซี่ยเสี่ยวหลานจำเป็นต้องปรับแก้แผนงานการตกแต่งภายในของโรงแรมหนานไห่ให้เสร็จเสียก่อน ส่วนที่แคทเธอรีนมาหาเธอก็คงเพราะอยากคุยเรื่องเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษอีกครั้งสินะ


หลิวเฟินรู้สึกห่อเหี่ยวเล็กน้อย เซี่ยเสี่ยวหลานจึงเปลี่ยนประเด็นไปพูดเรื่องรถคันใหม่แทน


“คังเหว่ยบอกว่าดำเนินเอกสารเรียบร้อยแล้วค่ะ พรุ่งนี้เขาจะขับรถมาให้ที่บ้าน ช่วงนี้ถ้าไม่มีคาบเรียนฉันจะกลับมาสอนแม่ขับรถนะคะ”


ต้องเรียนขับรถให้คล่องเพื่อความปลอดภัยของตัวเอง และเป็นการรับผิดชอบต่อชีวิตของผู้อื่นด้วย


เดิมทีเซี่ยเสี่ยวหลานตั้งใจว่าจะหาคนอื่นมาสอน แต่คิดไปคิดมาสอนด้วยตัวเองเธอคงจะสบายใจกว่า


เซี่ยเสี่ยวหลานงานยุ่งมากขึ้นทุกวัน ตั้งแต่กลับมาถึงปักกิ่งเธอเพิ่งเขียนจดหมายส่งหาโจวเฉิงแค่สองครั้งกับโทรศัพท์ไปหาเขาอีกหนึ่งครั้งเท่านั้น โจวเฉิงบอกว่าอยู่ที่วิทยาลัยราบรื่นดี ความจริงเซี่ยเสี่ยวหลานอยากถามว่าเจียงเหยียนทำอะไรเขาอีกหรือเปล่า แต่ถ้าถามไปก็ดูเหมือนไม่เชื่อใจเขา เธอจึงอดทนไว้


เธอเคยบอกเรื่องโรงแรมหนานไห่กับโจวเฉิงแล้วว่า อาจจะต้องใช้เงินที่เหลือของเขา ทว่าโจวเฉิงยังคงยืนยันคำเดิมคือ ทุกอย่างให้เธอเป็นคนจัดการ


หลายวันที่ผ่านมานี้เซี่ยเสี่ยวหลานเลิกเรียนก็เอาแต่ออกไปข้างนอก พี่ใหญ่อย่างหยางหย่งหงจึงเรียกเซี่ยเสี่ยวหลานมาคุยอย่างเปิดอก


“เสี่ยวหลาน ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป ทุนการศึกษาของภาคเรียนนี้เธอยังอยากได้อยู่หรือเปล่า อยากเหมางานทำความสะอาดห้องคนเดียวจริงหรือ?”


เซี่ยเสี่ยวหลานขาดแค่ยกชูมือขึ้นยอมแพ้เท่านั้น


“ฉันมีธุระจริงๆ แต่หลังผ่านช่วงนี้ไปก็คงดีขึ้นแล้วละ”


ยุ่งจริงหรือยุ่งหลอก หยางหย่งหงไม่สนใจ เธอมีนิสัยแบบพี่สาวคนโต และเธอไม่ได้เป็นห่วงแค่เซี่ยเสี่ยวหลานเท่านั้น แต่ห่วงทุกคนที่อยู่ในหอพักเดียวกัน


เซี่ยเสี่ยวหลานพูดตามความจริง ขอแค่เธอมั่นใจว่าแผนงานของโรงแรมหนานไห่ผ่านการประมูล จากนั้นเธอก็สามารถยื่นเรื่องขอสินเชื่อได้ ทว่าก่อนโรงแรมหนานไห่จะคืนทุน ในมือเธอคงไม่มีเงินทุนให้ทำอะไรใหญ่โตอีก แต่ถึงอย่างไรทางร้านเสื้อผ้าก็มีแม่คอยดูแล ครอบครัวเธอมีเงินเข้าบัญชีอยู่ทุกเดือน


คังเหว่ยมารับเธอโดยจอดรถห่างจากรั้วมหาวิทยาลัยเพื่อไม่ให้เป็นที่สนใจ รถซีตรอง CX20 ที่เธอซื้อมาติดป้ายทะเบียนเรียบร้อยแล้ว เอกสารก็ดำเนินการครบถ้วน สามารถขับตามท้องถนนได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย


เมื่อขับรถมาที่สือช่าไห่ และจอดไว้หน้าบ้าน ช่างดึงดูดสายตาของเพื่อนบ้านได้ไม่น้อยเลยทีเดียว


“รถคันใหม่อีกแล้ว!”


“ไม่ใช่รถคันเดิมกับครั้งก่อนใช่ไหม?”


คุณปู่เจ้าหิ้วกรงนกมาถ่มน้ำลายใส่พวกเขา


“กินอาหารของเขาแล้วยังจะนินทาลับหลังกันอีก ครอบครัวเสี่ยวเซี่ยให้เกียรติพวกเรายิ่งนัก พวกเธอก็เพลาๆปากบ้างเถอะ”


คุณปู่เจ้าเป็นคนเถรตรง ดังนั้นคำพูดของเขาย่อมทำให้คนอื่นรู้สึกกระดากอาย


เมื่อกี้มีคนอยากบอกว่า ไม่ใช่แค่รถที่ไม่เหมือนเดิม ชายหนุ่มที่ขับมาก็ไม่ใช่คนเดียวกับที่มาซื้อบ้านพร้อมเซี่ยเสี่ยวหลาน คนที่มาซื้อบ้านด้วยกันหน้าตาหล่อเหลา ส่วนคนนี้ดูด้อยกว่าหน่อย


แต่หลังถูกคุณปู่เจ้าตอกกลับมาเช่นนั้นก็รู้สึกว่าตนไร้คุณธรรมยิ่งนัก


หลักๆเป็นเพราะครอบครัวเซี่ยเสี่ยวหลานใจกว้างมาก ใครอยากขอยืมอะไรบ้านเซี่ยเสี่ยวหลานไม่เคยหวง


อย่างไรก็ตามเซี่ยเสี่ยวหลานไม่ได้สนใจคำวิพากษ์วิจารณ์พวกนี้อยู่แล้ว หลังลงจากรถเธอพุ่งเข้าบ้านมาเพื่อรอโทรศัพท์


ตอนนี้การประชุมที่เผิงเฉิงน่าจะใกล้ประกาศผลการประมูลแล้วสินะ?


-----------------------------


เช้าวันที่20 ตู้เจ้าฮุยพาผู้ดูแลเทียนเฉินไปโรงแรมหนานไห่พร้อมกับถังหยวนเยวี่ย


ห้องฉาบปูนโล่งโจ้งไม่ผ่านการตกแต่งช่างไม่น่ามองแม้แต่น้อย เผิงเฉิงมีตั้งหลายสถานที่ให้เลือก แต่กลับเลือกประชุมผู้ถือหุ้นที่นี่เสียได้


จู่ๆ ตู้เจ้าฮุยก็เริ่มคิดนอกเรื่อง มาประชุมกันตั้งหลายคนเช่นนี้ ถ้าระหว่างการประชุมเกิดมีคนอยากเข้าห้องน้ำจะทำอย่างไรเล่า


เขาบอกความคิดของตนกับถังหยวนเยวี่ย ทำเอาประธานถังหัวเราะออกมาเสียงดังอย่างหยุดไม่ได้


“เจ้าฮุย เราไม่ได้ประชุมกันที่นี่ แต่ทางตงเฟิงขอให้พวกเรามาดูที่โรงแรมก่อน”


ดูอะไร?


ดูความคืบหน้าของการก่อสร้าง


ดูให้รู้ว่าอาคารหลักของโรงแรมสร้างเสร็จแล้ว แต่เพราะผู้ถือหุ้นมีความเห็นที่ต่างกันจึงไม่อาจเริ่มดำเนินการตกแต่งภายในอย่างนั้นหรือ


โครงการที่ดีขนาดนี้แต่กลับต้องเสียเวลาเปล่า ฮั่วเฉินโจวมีแผนการแอบแฝงสินะ!


ตู้เจ้าฮุยเดินตามถังหยวนเยวี่ย ทำให้เขาได้เจอกับตัวแทนจากเครือสมาพันธ์การค้าและธนาคารฮ่องกงเซี่ยงไฮ้ ผ่านไปสิบกว่านาที รถป้ายทะเบียนเทศบาลเมืองก็ขับตรงมา นอกจากนี้ด้านหลังยังมีรถคันอื่นตามมาด้วย


“นายกทังมาแล้ว”


ถังหยวนเยวี่ยถอยหลังไปครึ่งก้าว “เจ้าฮุย นายเดินนำหน้า”


ในที่สุดรถก็จอดสนิท ทังหงเอินนั่งรถคันหน้าสุดตามคาด ขณะที่รถคันหลังมีชายหนุ่มคนหนึ่งก้าวลงมา ถังหยวนเยวี่ยบอกว่าคือฮั่วเฉินโจว


ใบหน้าของตู้เจ้าฮุยมีรอยยิ้มปรากฏขึ้น ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าฮั่วเฉินโจวคงเป็นพวกที่เขาเห็นแล้วรู้สึกเกลียด


และเมื่อเห็นตัวจริงก็เป็นเช่นนั้น!


สำหรับผู้ชายที่ตัวสูงกว่าเขา ตู้เจ้าฮุยไม่เคยรู้สึกดีด้วยแม้แต่คนเดียว


ฮั่วเฉินโจวหน้าตาดูดี รูปร่างสูงโปร่ง เรียกได้ว่าเป็นคนหล่อเหลาคนหนึ่ง


คนกลุ่มหนึ่งเดินไปล้อมทังหงเอิน ให้ขณะที่ฮั่วเฉินโจวเดินอยู่ข้างกายทังหงเอิน พลางแนะนำโครงการโรงแรมหนานไห่ให้เขาฟัง


คนอื่นได้แต่เดินตามหลังทังหงเอินรอบๆอาคารฉาบปูนโล่งกว้าง


ตู้เจ้าฮุยคอยเดินตามอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล ทว่าเขาเห็นอาหัวพยายามส่งสายตามา เขาจึงถอยหลังไปสองก้าวพลางถามว่า “มีอะไรผิดปกติรึ?”


อาหัวชี้ไปที่ชายร่างผอมคนหนึ่งในกลุ่มคน


“คุณชายใหญ่ ก่อนหน้านี้ที่คุณชายสั่งให้พวกเราไปสืบเรื่องคุณเซี่ยเสี่ยวหลาน ผู้ชายคนนั้นน่าจะเป็นหลิวหย่ง ลุงของเธอครับ”


ทำไมลุงของเซี่ยเสี่ยวหลานถึงมาโผล่ที่นี่?


ผู้ดูแลเทียนเฉินเองก็จำหลิวหย่งได้เช่นกัน “แปลกจริง เขามาทำอะไรที่นี่กัน”


“แกรู้จักเขา?”


ทุกคนล้วนรู้จักลุงของเซี่ยเสี่ยวหลาน ทำไมมีแต่เขาที่ไม่รู้จักกัน ตู้เจ้าฮุยมองหลิวหย่งอย่างพิจารณา ตัวไม่สูง ทั้งดำคล้ำและผ่ายผอม หลิวหย่งกับเซี่ยเสี่ยวหลานดูไม่คล้ายกันเลยสักนิด


“คุณชายใหญ่ หลิวหย่งคนนี้เปิดร้านวัสดุก่อสร้างและบริหารบริษัทตกแต่งภายใน เมื่อก่อนประธานหลิวเคยอยากชวนเขามาร่วมหุ้นด้วยกัน ทว่าหลิวหย่งไม่ตอบตกลงแต่อย่างใด แม้ประธานหลิวจะยอมแบ่งโครงการที่หมู่บ้านพักตากอากาศเซียงมี่หูให้เขา แต่สุดท้ายเขาก็ฉีกสัญญาทิ้งครับ”


หลิวเทียนเฉวียนตอนนั้นโมโหเป็นอย่างมาก แต่เพราะเขากลัวนายกทังถึงไม่เอาเรื่อง ตอนหลังหลิวเทียนเฉวียนถูกตู้เชิงหรงสั่งย้ายไปที่อื่น เรื่องการแก้แค้นหลิวหย่งจึงถูกพับเก็บไป


พอได้ยินว่าหลิวหย่งเปิดบริษัทตกแต่งภายใน สัญญาณเตือนภัยของตู้เจ้าฮุยก็กรีดร้องขึ้นมาทันที


“หลิวเทียนเฉวียนอยากชวนเขาร่วมหุ้นเพื่ออะไร รับงานตกแต่งภายในของโรงแรมหนานไห่รึ?”


“เพราะทุกคนพูดกันว่าหลิวหย่งเป็นคนของนายกทัง ถึงบริษัทเขาจะไม่ใหญ่โต แต่ก่อนหน้านี้เขาเคยทำโครงการตกแต่งบ้านพักรับรองเทศบาลเมือง ด้วยเหตุนี้ประธานหลิวจึงอยากชวนเขาร่วมหุ้น...”


ตู้เจ้าฮุยกระจ่างขึ้นมาในบัดดล “หมายความว่าบริษัทตกแต่งภายในของเขาคงไม่มีปัญญารับงานตกแต่งภายในของโรงแรมหนานไห่ทั้งหมด นอกเสียจากร่วมมือกับคนอื่น”


อย่างเช่นตงเฟิงโฮลดิ้ง!


อย่างนี้นี่เอง


ทังหงเอินไม่ได้ช่วยตงเฟิงโฮลดิ้ง แต่กำลังช่วยเซี่ยเสี่ยวหลานสินะ


ผู้หญิงคนนี้ช่างจัดการได้ยากเหลือเกิน ตัวไม่อยู่เผิงเฉิงแต่ยังไม่วายสร้างเรื่องยุ่งยากให้เขา


ความคิดของหลิวเทียนเฉวียนนั้นถูกต้องแล้ว หากดึงหลิวหย่งมาเป็นพวกได้ก็เท่ากับได้นายกทังมาร่วมด้วย แต่เจ้าโง่หลิวเทียนเฉวียนกลับทำไม่สำเร็จ แถมยังปิดบังไม่บอกเรื่องนี้กับเขา คงเพราะไม่อยากให้เขาไปได้สวย...


ตู้เจ้าฮุยประเมินเซี่ยเสี่ยวหลานไว้สูงมาโดยตลอด ทว่าตอนนี้เขาเพิ่งรู้ตัวว่าสุดท้ายตนก็ประเมินเธอต่ำไปอยู่ดี นึกไม่ถึงเลยว่าเซี่ยเสี่ยวหลานจะมีอิทธิพลกับนายกทังมากขนาดนี้!



ตอนที่ 866: ประมือกันทางอ้อม!



“ไป เดินตามไป”


ในเมื่อเรื่องมาถึงขั้นนี้ ตู้เจ้าฮุยคิดว่าตนเข้าใจความเป็นจริงอย่างถ่องแท้แล้ว แต่เรื่องแบบนี้เขารู้เองก็พอ ไม่จำเป็นต้องบอกถังหยวนเยวี่ย


แม้ปากจะเรียกว่าพี่ถัง แต่อีกฝ่ายไม่ใช่พี่ชายแท้ๆเสียหน่อย


และถึงจะเป็นพี่ชายแท้ๆ แต่ทว่าเรื่องผลประโยชน์ตู้เจ้าฮุยคงอดที่จะแทงข้างหลังไม่ได้อยู่ดี


“ผู้จัดการเมิ่ง เรื่องสำคัญขนาดนี้คุณเพิ่งมาบอก หรือคุณคิดว่าเทียนเฉินมันเล็กเกินไป อยากตามประธานหลิวของพวกคุณไปด้วยอีกคนอย่างนั้นหรือ”


ตู้เจ้าฮุยทิ้งประโยคนี้ไว้แล้วก้าวเท้าเดินตามกลุ่มคนไปทันที


ผู้จัดการเมิ่งคนดูแลเทียนเฉินรู้สึกน้อยใจเหลือเกิน ก่อนหน้านี้เขานึกไม่ถึงว่าคุณชายใหญ่จะถามถึงโครงการนี้ แต่เพราะหลิวเทียนเฉวียนสร้างเส้นสายไม่สำเร็จ รวมถึงปกติผู้จัดการเมิ่งไม่มีทางได้พบคนระดับสูงอย่างคุณชายใหญ่ แม้อยากประจบก็ยังไร้โอกาส


อย่างไรก็ตามใครจะไปคิดว่าหลิวหย่งที่ปฏิเสธเทียนเฉินจะหันมาร่วมมือกับตงเฟิงแบบนี้


อีกทั้งท่าทีของหลิวหย่งเมื่อครั้งก่อนเด็ดขาดเสียขนาดนั้น!


พวกทังหงเอินเดินวนรอบโรงแรมหนานไห่มาพอสมควรแล้ว ฮั่วเฉินโจวจึงชี้ไปยังห้องว่างแห่งหนึ่ง พลางแนะนำแผนงานการตกแต่งภายในของโรงแรมให้นายกทังฟัง คนรอบข้างพากันพยักหน้ารับ ราวกับสามารถจินตนาการภาพตามสิ่งที่ฮั่วเฉินโจวกล่าวมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ


พระเจ้า สิ่งที่พูดมานั้นมันแย่เหลือเกิน ไม่น่าดึงดูดให้จินตนาการตามเลยสักนิด


ถ้าเป็นอย่างที่ฮั่วเฉินโจวบอก ตู้เจ้าฮุยคิดตามแล้ว โรงแรมแบบนี้เขาคงไม่อยากเข้าพักแม้แต่น้อย!


แต่นายกทังฟังอย่างตั้งใจมาก ทุกคนจึงทำได้แค่ปรบมือเท่านั้น


ตู้เจ้าฮุยเองก็ทำได้เพียงกัดฟันปรบมือตาม


พวกขี้ประจบเอ๊ย!


นักประจบอันดับหนี่งอย่างถังหยวนเยวี่ยเห็นสถานการณ์เริ่มไม่สู้ดี หากปล่อยให้ฮั่วเฉินโจวพูดต่อไป อำนาจการบริหารโรงแรมหนานไห่คงต้องตกเป็นของตงเฟิงอย่างแน่นอน


“นายกทัง ท่านว่าพวกเราควรไปคุยรายละเอียดกันที่ห้องประชุมดีไหมครับ”


ฮั่วเฉินโจวได้ยินดังนั้นก็กลอกตาใส่เขา


ทั้งคู่เป็นคนหนุ่มไฟแรงเช่นเดียวกัน แต่งตัวเสื้อเชิ้ตใส่กางเกงสแลคเหมือนกัน แต่แน่นอนว่าฮั่วเฉินโจวคงมีออร่าสู้ถังหยวนเยวี่ยไม่ได้


ไม่รู้ว่าฮั่วเฉินโจวไปเอาความมั่นใจมากจากไหน แม้ถังหยวนเยวี่ยจะใส่ชุดแบรนด์เนม และฮั่วเฉินโจวใส่เสื้อเชิ้ตตัวละไม่กี่สิบหยวน แต่เขาก็ยังไม่ยอมแพ้


“ประธานถัง คุยกันที่หน้างานจะเห็นภาพชัดกว่านะครับ!”


เมื่อทั้งคู่ปะทะคารมกัน บรรยากาศก็เริ่มตึงเครียด


ตู้เจ้าฮุยได้โอกาสจึงพูดแทรกขึ้นมา “ตอนนี้แดดแรงแล้ว ไปคุยในห้องประชุมก็ดีเหมือนกันนะครับ พวกเราตากแดดคงไม่เป็นไร แต่ควรคิดเผื่อนายกทังบ้าง”


“เสี่ยวตู้ก็มาด้วยหรือ” ทังหงเอินทำทีเหมือนเพิ่งสังเกตเห็นตู้เจ้าฮุย


“บริษัทตกแต่งภายในที่อยู่ในเครือร่วมการประมูลครั้งนี้ด้วยน่ะครับ เดิมทีผมจะมาหรือไม่มาก็ได้ แต่พอได้ยินจากเลขาเผิงว่าท่านจะมาเข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้ด้วย ผมคงพลาดไม่ได้น่ะสิครับ”


จากคำพูดเพียงไม่กี่ประโยคของตู้เจ้าฮุยแสดงให้เห็นถึงความสนิทสนมกับทังหงเอินยิ่งนัก


อย่างไรก็ตามทังหงเอินไม่ได้หักหน้าเขาแต่อย่างใด “ถ้าอย่างนั้นทำตามคำแนะนำของเสี่ยวตู้เถิด การประมูลให้ยึดความเห็นของผู้ถือหุ้นอย่างพวกคุณเป็นหลัก พวกเราไปคุยกันที่ห้องประชุมก็แล้วกัน”


ได้ยินดังนั้นทุกคนจึงพากันเคลื่อนย้ายเปลี่ยนสถานที่


หลิวหย่งติดรถของตงเฟิงมาด้วย เพราะเขายังทำใจซื้อรถไม่ได้ แต่ก็คงไม่เหมาะหากจะให้ปั่นจักรยานมาที่งานประมูลเอง


ตอนนี้เขาได้ลงเรือลำเดียวกับฮั่วเฉินโจวแล้ว หลังเข้ามาในรถหลิวหย่งจึงเตือนฮั่วเฉินโจวว่า “ผู้ชายคนนั้นคงเป็นคุณชายตู้จากเครือเชิงหรงสินะครับ นึกไม่ถึงเลยว่าตอนนี้เทียนเฉินอยู่ในความดูแลของเขาด้วย ก่อนหน้านี้หลิวเทียนเฉวียนเป็นคนดูแลเทียนเฉิน ครอบครัวนี้มักจะทำธุรกิจไม่ซื่อตรง ปีก่อนหลิวเทียนเฉวียนต้องการชวนผมร่วมหุ้นด้วยกันเพื่อรับงานตกแต่งภายในโรงแรมหนานไห่นี่แหละครับ”


ปีที่แล้วหลิวหย่งไม่ยอมร่วมหุ้นด้วย หลิวเทียนเฉวียนจึงเอาโครงการหมู่บ้านพักตากอากาศเซียงมี่หูมาหลอกล่อ


โชคดีที่เสี่ยวหลานจับพิรุธได้เสียก่อน


อีกทั้งฝ่ายนั้นยังใช้ ‘กลยุทธ์สาวงาม’ ที่น่าสะอิดสะเอียนกับเขาอีกด้วย


ฮั่วเฉินโจวยิ้มเย็น “ไม่ซื่อสัตย์จริงๆนั่นแหละ!”


ทั้งสองฝ่ายเป็นคู่แข่งกัน และวันนี้คือวันประชุมผู้ถือหุ้น แต่เมื่อวานตู้เจ้าฮุยยังอยากนัดเจอเขา ทว่าฮั่วเฉินโจวไม่อยากมีความเสี่ยงถึงได้ปฏิเสธไปตามตรง


ส่วนหลิวหย่งกับตู้เจ้าฮุยเพิ่งเคยเจอหน้ากันครั้งแรก


ในขณะที่ตู้เจ้าฮุยได้สั่งให้คนไปสืบเรื่องของเซี่ยเสี่ยวหลาน หลิวหย่งเองก็เคยได้ยินชื่อเสียงของคุณชายตู้มานานพอสมควร เรื่องอื่นเขาไม่ว่า แต่คนที่สามารถชื่นชมในตัวเซี่ยต้าจวินได้จะเป็นคนดีจริงหรือ?


ตอนเซี่ยเสี่ยวหลานถูกรถชนหลิวหย่งไม่อยู่ที่เผิงเฉิง เขารู้เรื่องหลังคังเหว่ยผ่าตัดเสร็จแล้ว


ลุงอย่างเขาไม่มีอำนาจ จึงออกหน้าแทนหลานสาวไม่ได้ แต่ในใจเขานั้นรู้สึกเกลียดชังคุณชายตู้ผู้ยโสคนนี้อย่างยิ่ง


ตอนนี้พอรู้ว่าเทียนเฉินอยู่ในการดูแลของตู้เจ้าฮุย อีกทั้งยังเข้าร่วมการประมูลครั้งนี้ด้วย หลิวหย่งจึงรู้สึกอยากเอาชนะเป็นพิเศษ


“ผู้จัดการฮั่ว ผมทราบว่าคุณเป็นคนฉลาด อาจคิดว่าผมเป็นคนบ้านนอก หลานสาวผมเองก็อายุยังน้อย พวกเราคงไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร แน่นอนว่าคุณคิดไม่ผิด ผมไม่ได้มีการศึกษาหรือทักษะติดตัว แม้แต่เรื่องการอ่านแบบก็ต้องพยายามเรียนรู้อยู่นาน แต่หลานสาวเป็นคนเก่งกาจ เธอยอมเสียเวลาทำแผนงานงบประมาณ30ล้านออกมาอีกชุดย่อมมีสาเหตุครับ”


หลิวหย่งรู้ว่าตู้เจ้าฮุยเป็นคนเก่ง


หลิวเทียนเฉวียนที่ทั้งเจ้าเล่ห์และชั่วร้าย ยังถูกตู้เจ้าฮุยลากกลับฮ่องกง เห็นได้ชัดว่าตู้เจ้าฮุยผู้นี้ไม่ธรรมดา


มีตู้เจ้าฮุยเพิ่มเข้ามา ความไม่แน่นอนของการประมูลครั้งนี้ยิ่งเพิ่มมากขึ้น!


ฮั่วเฉินโจวเคาะกล่องใส่แบบงานที่วางอยู่ข้างเท้า ไม่รู้ว่าตอนนี้เขากำลังคิดอะไรอยู่ หลิวหย่งจึงอดที่จะรู้สึกร้อนใจไม่ได้


ไม่นานนัก คนทั้งคณะก็เดินทางมายังบ้านพักรับรองเทศบาลเมือง แม้เผิงเฉิงจะไม่ได้มีแค่สถานที่นี้ที่สามารถใช้งานได้ แต่ถ้าอยากคุยเรื่องการประมูลโครงการต่างๆ สถานที่ที่เป็นกลางเช่นนี้เหมาะสมที่สุดแล้วนั่นเอง


ผู้ถือหุ้นทั้งสี่และทังหงเอินเดินไปนั่งประจำที่โต๊ะ


หลิวหย่งเองก็หาที่นั่งให้ตัวเองเช่นกัน


คนที่สามารถนั่งล้อมโต๊ะตัวนี้ได้มีแต่คนเก่ง หลิวหย่งถือเป็นคนปลายแถวที่ไม่สะดุดตา แต่เมื่อการประชุมจัดขึ้นที่นี่กลับทำให้หลิวหย่งรู้สึกมั่นใจขึ้นอย่างประหลาด


ที่นี่คือโครงการที่ค่อนข้างประสบความสำเร็จของหย่วนฮุย เป็นโครงการแรกที่หลิวหย่งคว้ามาได้อย่างหวุดหวิด ตอนนั้นเขามีเงินทุนและแรงงานไม่พอ แถมยังไม่มีประสบการณ์... ทว่าแม้จะเต็มไปด้วยอุปสรรค แต่เขาก็ทำการตกแต่งบ้านพักรับรองจนสำเร็จ และยังได้รับคำชมอีกด้วย


ปัจจุบันหลิวหย่งมีประสบการณ์มากกว่าตอนนั้น


อีกทั้งแผนงานของโครงการนี้ก็มีสถาปนิกชั้นนำของประเทศจีนคอยเป็นที่ปรึกษา ผู้จัดการใหญ่อู่เองก็รับปากแล้วว่าจะปล่อยสินเชื่อ


เขามีอะไรให้ต้องกลัว ถ้าแผนงานผ่านจริง เขาก็กล้าลงมือทำ!


“ทุกท่าน วันนี้ผมมาในฐานะผู้สังเกตการณ์ ทางรัฐบาลท้องถิ่นให้ความสำคัญกับการก่อสร้างโรงแรมหนานไห่เป็นอย่างยิ่ง เพราะมันไม่ได้เป็นเพียงโรงแรมห้าดาวแห่งแรกของเผิงเฉิง แต่โรงแรมหนานไห่เปรียบเสมือนหนึ่งในสัญลักษณ์ของเมือง มันจะกลายเป็นนามบัตรของเผิงเฉิงที่มีไว้ให้กับโลกภายนอก และเป็นแบบอย่างของการร่วมมือกันระหว่างทุนจากต่างถิ่นกับทุนของรัฐวิสาหกิจ ผมเชื่อว่าการแข่งขันด้านแผนงานการตกแต่งภายในของทุกท่านเกิดขึ้นเพราะให้ความสำคัญกับผลลัพธ์ที่ทางโรงแรมหนานไห่จะได้รับ โดยใช้หลักเกณฑ์ด้านงบประมาณ รวมถึงผลลัพธ์ที่จะได้จากแผนการดำเนินงานมาเป็นปัจจัยเปรียบเทียบ และสุดท้ายก็จะสามารถเลือกแผนงานที่เหมาะสมที่สุดในการดำเนินโครงการ ทุกท่านว่าจริงหรือไม่”


คำพูดของทังหงเอินย่อมได้รับเสียงปรบมืออย่างล้นหลาม


แม้เขาบอกว่าแค่มาสังเกตการณ์ แต่ถังหยวนเยวี่ยนั้นไม่เชื่อ


ถ้าไม่สนใจจริงๆ ทังหงเอินคงไม่ปรากฏตัวพร้อมกับฮั่วเฉินโจว แม้ทังหงเอินจะไม่ทำอะไรสักอย่าง แต่หากพูดเช่นนี้และแค่นั่งอยู่ข้างๆ คนของเครือสมาพันธ์การค้าฮ่องกง รวมถึงธนาคารฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้จะตัดสินใจอย่างไรคงต้องพิจารณาให้ดี


อย่างน้อยผู้ถือหุ้นทั้งสามฝ่ายของฮ่องกงก็คงไม่อาจรวมหัวกันรังแกตงเฟิงโฮลดิ้งได้อีกแล้ว เห็นได้ชัดว่าทังหงเอินมาเพื่อเป็นเสายึดเหนี่ยวให้ฮั่วเฉินโจว!


“นายกทังพูดถูกแล้วละครับ บริษัทของเราใส่ใจในด้านการพัฒนาเศรษฐกิจของเผิงเฉิงมาโดยตลอด และกระตือรือร้นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในเรื่องนี้ และนี่คือแผนงานการตกแต่งภายในโรงแรมหนานไห่ของบริษัทเรา ผู้ถือหุ้นทุกท่านโปรดให้การพิจารณาด้วยครับ”


ตู้เจ้าฮุยเป็นฝ่ายพูดก่อน พร้อมกับกางแผนงานของตัวเองลงบนโต๊ะ


“งบประมาณของโครงการคือ25ล้านหยวน แต่ผลลัพธ์ที่ได้คือ30ล้านหยวน นี่คือความจริงใจของบริษัทเรา! ผู้จัดการฮั่ว คุณคิดว่าอย่างไรครับ”


ตู้เจ้าฮุยกัดฮั่วเฉินโจวไม่ยอมปล่อย หากฮั่วเฉินโจวหยิบแผนงานราคาถูกออกมาเมื่อไร ภาพจำลองของโรงแรมหนานไห่คงจืดสนิทอย่างแน่นอน


ได้โปรดเถอะ นี่คือโรงแรมระดับห้าดาว อาจไม่ต้องถึงขั้นผ่านมาตรฐานสากล แต่ก็ไม่ควรประหยัดจนเกินเหตุสิ!


ฮั่วเฉินโจวเห็นแผนงานของเทียนเฉินแล้วก็เงียบไปทันที เมื่อเห็นแบบนั้นตู้เจ้าฮุยจึงนึกว่าเขาชนะแล้ว แต่ไม่มีใครรู้ความคิดของผู้จัดการฮั่วในตอนนี้เลยสักคน


นี่คือการแข่งขันระหว่างเขากับตู้เจ้าฮุยหรือ?


ไม่ นี่เหมือนการประลองทางอ้อมระหว่างเซี่ยเสี่ยวหลานกับตู้เจ้าฮุยมากกว่า!



ตอนที่ 867: ไม่ได้การ ใจเต้นเสียแล้ว!



ฮั่วเฉินโจวติดอยู่ในภวังค์ของความคิดที่ผิดพลาด


อย่างหนิงเยี่ยนฝาน ปัจจัยแรกที่เขาคิดถึงเวลาออกแบบแผนงานคือการประหยัดงบประมาณ


แน่นอนว่านี่เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ ประเทศจีนมีรากฐานที่เปราะบาง สามสิบกว่าปีหลังสร้างประเทศยังไม่สามารถกอบกู้สิ่งที่ขาดหายไปให้กลับคืนมาได้


การที่ฮั่วเฉินโจวได้รับผิดชอบโครงการลักษณะนี้ตั้งแต่ยังหนุ่ม พูดให้ถูกคือเงินทุนในมือเขาไม่ใช่ของเขา เขาไม่เหมือนลูกคนรวยอย่างตู้เจ้าฮุยที่อยากซื้อรถสักคันก็ซื้อ เงินของตู้เจ้าฮุยล้วนได้มาจากพ่อบังเกิดเกล้า แค่ทำตัวดีหลอกเงินพ่อมาได้จะใช้อย่างไรก็ตามสะดวก


แต่ฮั่วเฉินโจวนั้นไม่เหมือนกัน เงินที่เขาดูแลคือเงินของประเทศชาติ คือเงินที่ได้มาจากประชาชน ถึงอย่างไรตอนนี้ประเทศก็ยังไม่ร่ำรวย หากประหยัดได้ก็ต้องประหยัด!


แต่เขาร่วมงานกับบริษัทฮ่องกง และทางฝั่งฮ่องกงไม่ต้องการแผนงานการตกแต่งภายในที่ประหยัดขนาดนั้น หลังฮั่วเฉินโจวเห็นแผนงานที่ตู้เจ้าฮุยควักออกมา งบประมาณอยู่ที่25ล้าน แต่ยังเสริมว่าผลลัพธ์ที่ได้จะเทียบเท่ากับการใช้งบ30ล้าน เพียงเท่านี้เขาก็เข้าใจแล้ว!


เขาเข้าใจช้าขนาดนี้เลยหรือนี่


ถ้าไม่ได้เตรียมแผนงานสำรองชุดนั้นมาด้วย เวลาแบบนี้หากเขาเอาแผนงานที่ยังคงใช้งบประมาณ16ล้านหยวนออกมา ต่อให้ทังหงเอินอยู่ด้วย... นอกเสียจากทังหงเอินจะยื่นคำขาดว่าให้การสนับสนุนตงเฟิง มิเช่นนั้นวันนี้พวกเขาคงพ่ายแพ้ย่อยยับอย่างแน่นอน


ฮั่วเฉินโจวนั่งเงียบไม่พูดไม่จาเพราะกำลังกลบเกลื่อนความแปรปรวนภายในจิตใจ


ก่อนหน้านี้เขาหัวเราะเยาะเซี่ยเสี่ยวหลานว่าไร้ประสบการณ์ และทำอะไรไร้กฎเกณฑ์ ความคิดแง่ลบทั้งหมดนั้นเวลานี้เหมือนกำลังหลอมรวมกันแปรผันเป็นฝ่ามือที่ตบหน้าเขาเข้าอย่างจัง!


อย่างไรก็ตามฮั่วเฉินโจวไม่กลัวถูกตบหน้า


ขอแค่สามารถคว้าชัยมาได้ ทำให้ตงเฟิงโฮลดิ้งได้เป็นฝ่ายคุมเกม จะให้เขาขอโทษเซี่ยเสี่ยวหลานด้วยตัวเองเขาก็ยอม


เห็นใบหน้าได้ใจของตู้เจ้าฮุยแล้ว จู่ๆฮั่วเฉินโจวก็อยากหัวเราะขึ้นมา


มีอะไรให้ย่ามใจกันนะ


นึกว่าตัวเองเป็นคุณชาย มีชาติกำเนิดดีกว่าคนอื่น แล้วจะสามารถคว้าชัยมาได้สินะ แต่สุดท้ายก็ยังคงถูกนักศึกษาหญิงรู้ทันเกมจนเอาชนะการประมูลนี้ได้อยู่ดี


ในที่สุดฮั่วเฉินโจวก็หัวเราะออกมาจริงๆ ก่อนหน้านี้เขามักทำสีหน้าเคร่งขรึมอยู่เสมอ จู่ๆก็หัวเราะออกมาเช่นนี้ ตู้เจ้าฮุยรู้สึกประหลาดใจยิ่งนัก


“ผู้จัดการฮั่ว แผนงานก็ต้องเอาออกมาให้ทุกคนได้ปรึกษากัน คุณว่าจริงไหมครับ”


แผนงานราคาถูกแบบนั้นคงไม่กล้าเอาออกมาสินะ ผิดหวังจนบ้าไปแล้วหรืออย่างไร ถึงได้หัวเราะออกมาในเวลาแบบนี้!


เพิ่มงบประมาณให้กับแผนงานไม่ถึง10ล้าน สามารถทำอะไรได้ตั้งหลายอย่าง เช่นวัสดุจำพวกโลหะภายในห้อง จากทองแดงสามารถเปลี่ยนมาใช้เงิน หรือแม้กระทั่งทำเป็นโลหะชุบทองก็สามารถทำได้ ปรับเปลี่ยนรายละเอียดแค่เล็กน้อยก็สามารถทำให้ดูมีระดับขึ้นภายในพริบตา


พรมปูพื้นก็เช่นเดียวกัน เปลี่ยนจากพรมขนสังเคราะห์มาใช้พรมขนแกะ ความหรูหราจะเทียบกันได้หรือ


งบประมาณที่เพิ่มขึ้นสามารถยกระดับการตกแต่งของโรงแรมราวกับพลิกโฉมใหม่!


ตู้เจ้าฮุยท้าทายกันซึ่งหน้าเช่นนี้ แต่ฮั่วเฉินโจวกลับไม่รู้สึกโมโห


“แผนงานของเทียนเฉินไม่เลวเลยครับ”


“หากทำตามมาตรฐานนี้ เทียนเฉินคงยอมขาดทุนกำไรไม่น้อย”


“ผมว่าก็จริง...”


ตัวแทนของเครือสมาพันธ์การค้าฮ่องกงและธนาคารฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้พูดพึมพำ เห็นได้ชัดว่าพึงพอใจกับแผนงานของเทียนเฉินเป็นอย่างมาก


ฟังดูแล้ว โลหะชุบทองหรือเงินแท้ดูเป็นของที่ควรมีในโรงแรมระดับห้าดาวมากกว่า ว่ากันว่าโรงแรมระดับโลกนั้นของใช้ภายในห้องน้ำล้วนทำจากทองคำแท้ อย่างไรก็ตามโรงแรมหนานไห่คงเทียบไม่ติด แต่อย่างน้อยก็ไม่ควรห่างชั้นจนเกินไปสิ


ถังหยวนเยวี่ยเองก็ค่อนข้างพึงพอใจกับผลลัพธ์นี้เช่นกัน คนในวงการล้วนดูออกว่าตู้เจ้าฮุยไม่ได้พูดโกหก แผนงานนี้มูลค่าเทียบเท่างบประมาณ30ล้านจริง นั่นหมายความว่าตู้เจ้าฮุยยอมสละผลกำไรถือเป็นการให้เกียรติถังหยวนเยวี่ยนั่นเอง


“นายกทังคิดว่าอย่างไรครับ”


ถังหยวนเยวี่ยมอบอำนาจการตัดสินใจไปให้ทังหงเอิน ในเมื่ออยากคว้าชัยก็ต้องรักษาหน้าตาของนายกทังด้วย


จะออกหัวหรือก้อย ตงเฟิงก็จำเป็นต้องควักแผนงานของตนออกมานำเสนอ ทังหงเอินจึงกล่าวด้วยสีหน้าราบเรียบ “จัดประชุมผู้ถือหุ้นทั้งทีไม่ใช่เรื่องง่าย ในเมื่อทุกท่านมากันพร้อมหน้าแล้ว เรามาดูแผนงานที่ทางตงเฟิงโฮลดิ้งเตรียมไว้ด้วยก็คงไม่เสียหาย”


ฮั่วเฉินโจวยกกล่องขึ้นมาวางบนโต๊ะ “นี่คือแผนงานของพวกเรา หากทุกท่านมีความเห็นเรื่องใด ผมสามารถให้นักออกแบบตอบคำถามในที่ประชุมได้เลยครับ”


กงหยางยืนอยู่มุมห้อง เขาพยายามควบคุมตัวเองไม่ให้ขาสั่น


เขาจะต้องตอบคำถามเรื่องแผนงานการออกแบบต่อหน้าเถ้าแก่ฮ่องกงกลุ่มใหญ่ และนายกเทศมนตรีเผิงเฉิงอย่างนั้นหรือ?


อย่าประหม่า ประธานเซี่ยคาดเดาได้ล่วงหน้า ไม่เช่นนั้นเธอคงไม่เตรียมแผนงานมาสองชุดแบบนี้


กงหยางเดินไปที่โต๊ะอย่างเป็นธรรมชาติ เขาหยิบแบบงานออกมา “นี่คือแผนงานที่ทางบริษัทตกแต่งภายในหย่วนฮุยปรับแก้มาจากแผนงานของอาจารย์หนิงเยี่ยนฝาน...”


ตู้เจ้าฮุยคิดอย่างเย้ยหยัน


แผนงานของหนิงเยี่ยนฝานก็คือแผนงานราคา16ล้านหยวน ไม่ใช่หรือ?


ถ้ายังใช้งบประมาณเดิมจะปรับเปลี่ยนไปได้มากแค่ไหนกัน


ถังหยวนเยวี่ยเองก็รู้สึกว่าวันนี้เขาชนะแน่แล้ว


ตัวแทนจากเครือสมาพันธ์การค้าฮ่องกงและธนาคารฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้สบตากัน ครั้งแรกที่พวกเขาปฏิเสธแผนงานของตงเฟิงพวกเขาอยากบอกสาเหตุให้ฮั่วเฉินโจวรู้ แต่ติดที่ถังหยวนเยวี่ยทำให้ตัวแทนทั้งสองไม่กล้าปริปากแม้แต่คำเดียว


น่าเสียดาย ตงเฟิงโฮลดิ้งเดินผิดทางเสียแล้ว


แต่จะโทษว่าพวกเขาไม่ให้ความช่วยเหลือก็ไม่ได้ บริษัทอื่นที่เข้ามาลงทุนในแผ่นดินใหญ่ต่างก็เป็นบริษัทฮ่องกงเหมือนกัน พวกเขาจับมือกับทางเหม่ยหัวย่อมได้ผลประโยชน์มากกว่าร่วมมือกับทางตงเฟิงที่มาจากแผ่นดินใหญ่น่ะสิ


“ถ้าอย่างนั้นผมขอดูหน่อยสิว่าแผนงานที่ใช้งบ16ล้าน...”


ตู้เจ้าฮุยยกใบเสนอราคาขึ้นมา ทว่าคำพูดถากถางของเขากลับหยุดลงกลางคัน


“ทำไมถึงเป็น30ล้าน?!”


กงหยางพยักหน้ารับ “แผนงานหลังปรับแก้ของหย่วนฮุยใช้งบประมาณ30ล้านครับ”


นี่ไม่ใช่การปรับราคาอย่างกะทันหัน เพราะบนใบเสนอราคาเขียนคำว่างบประมาณ30ล้านเอาไว้ ทุกรายการต้องใช้เงินจำนวนเท่าไร ล้วนเขียนเอาไว้อย่างชัดเจนบนกระดาษ


ถังหยวนเยวี่ยขมวดคิ้ว “ผู้จัดการฮั่ว คุณคงไม่ได้เอาแผนงานเดิมของอาจารย์หนิงเยี่ยนฝานมาเพิ่มราคาอีกหนึ่งเท่าหรอกนะ?”


กงหยางรวบรวมความกล้า ก่อนจะนำภาพจำลองมากางตรงหน้าถังหยวนเยวี่ย


“ผู้เฒ่าหนิงเป็นที่ปรึกษาให้แผนงานแบบฉบับปรับปรุงของพวกเราครับ โดยท่านให้ความช่วยเหลือกับทางหย่วนฮุยเป็นอย่างมาก รวมถึงให้การสนับสนุนในด้านเทคนิคต่างๆอีกด้วย แน่นอนว่าแผนงานชุดนี้ได้ผ่านการปรับแก้แล้วครับ”


ปรับแก้มาแล้วจริงๆด้วย


ฮั่วเฉินโจวสั่งให้คนเอาแผนงานเดิมของหนิงเยี่ยนฝานออกมาวางเปรียบเทียบ


ที่จริงขอแค่มีดวงตาก็ดูออกว่าแผนงานทั้งสองชุดมีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง การออกแบบเดิมของผู้เฒ่าหนิง ประตูทางเข้าของโรงแรมมีน้ำพุสไตล์ยุโรปที่โรงแรมชั้นสูงหลายแห่งนิยมนำมาประดับไว้


ในขณะที่แผนงานใหม่ตรงบริเวณหน้าทางเข้าไม่มีบ่อน้ำพุอีกแล้ว แต่เปลี่ยนเป็นต้นปาล์มและสระว่ายน้ำ


“สระว่ายน้ำสามแห่งรึ?”


ทำไมถึงมีสระว่ายน้ำที่หน้าทางเข้าหนึ่งที่ บริเวณส่วนกลางของโรงแรมอีกหนึ่งที่ และบนดาดฟ้าอีกหนึ่งที่กัน?


กงหยางพูดสิ่งที่เซี่ยเสี่ยวหลานอธิบายกับเขาอย่างไม่ตกหล่นว่า


“ความจริงไม่ใช่แค่สระว่ายน้ำสามแห่งครับ ตอนนี้เผิงเฉิงเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษที่ได้รับการปฏิรูปเศรษฐกิจเป็นแห่งแรก ทั้งเหม่ยหัว เครือสมาพันธ์การค้าฮ่องกง และธนาคารฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้ ต่างเป็นนักธุรกิจต่างถิ่นที่เข้ามาลงทุนกันตั้งแต่ช่วงแรก แน่นอนว่าอนาคตจะมีเงินทุนจากต่างถิ่นเข้ามาที่เมืองนี้มากขึ้นเรื่อยๆ โดยคนทั้งโลกจะเดินทางมาที่เผิงเฉิง ทำธุรกิจกับประเทศจีนผ่านทางเขตเศรษฐกิจพิเศษแห่งนี้ อย่างไรก็ตามโรงแรมหนานไห่มีทำเลที่ตั้งอยู่ที่ท่าเรือเสอโข่ว สามารถเห็นวิวทิวทัศน์ของผืนทะเลได้อย่างชัดเจน และด้วยการดื่มด่ำกับทิวทัศน์อันงดงามเช่นนี้ พวกเราไม่ควรบดบังมันจากสายตาของผู้คน แต่ต้องทำให้แขกจากทั่วทั้งโลกได้สัมผัสมันอย่างผ่อนคลาย... ดังนั้นจุดขายที่ใหญ่ที่สุดของพวกเราคือสระว่ายน้ำไร้ขอบครับ”


สระว่ายน้ำไร้ขอบ?


นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!


ตู้เจ้าฮุยเข้าพักโรงแรมสุดหรูอยู่เป็นประจำ แต่ไม่เคยได้ยินคำนี้มาก่อน


ทว่าเมื่อมองดูภาพจำลอง ตั้งแต่สระว่ายน้ำที่ดาดฟ้า กลางโรงแรม มาถึงสระว่ายน้ำที่ชั้นล่างลากยาวไปจนถึงผืนทะเลอันกว้างใหญ่... ความงดงามแบบมีลำดับขั้นแต่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวช่างกระตุ้นให้คนอยากลองสัมผัสประสบการณ์สักครั้ง


แย่แล้วสิ มันคืออาการใจเต้น


ผู้จัดการเมิ่งของเทียนเฉินอยากใช้ปัญหาทางเทคนิคมากู้สถานการณ์ในครั้งนี้จึงพูดขึ้นว่า “ไม่มีทางเป็นไปได้ จากเทคนิคในปัจจุบันมันไม่มีทางทำได้จริง ภาพจำลองนั้นสามารถสร้างขึ้นได้จากปลายดินสอ แต่ถึงอย่างไรโครงสร้างหลักของโรงแรมก็เสร็จสิ้นแล้ว!”


กงหยางเห็น ‘สระว่ายน้ำไร้ขอบ’ ทำให้ตู้เจ้าฮุยตกตะลึงได้ก็ยิ่งมีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น


“ผู้เฒ่าหนิงเป็นสถาปนิกเจ้าของแผนงานเดิม เขาบอกว่าสามารถทำได้ครับ ทางเราปรึกษาและขอคำยืนยันจากท่านมาแล้วครับ”



ตอนที่ 868: ยกมือตัดสินผล



สระว่ายน้ำไร้ขอบไม่เคยมีปรากฏให้เห็นมาก่อนในยุค80


อาคารหลักของโรงแรมหนานไห่ก่อสร้างเสร็จแล้ว แต่ถ้าให้เซี่ยเสี่ยวหลานมีส่วนร่วมตั้งแต่แรก ความสวยงามของสระว่ายน้ำไร้ขอบจะยิ่งเด่นชัดอย่างแน่นอน ทว่าตอนนี้ตัวอาคารหลักของโรงแรมหนานไห่ ช่วงกลางของชั้นดาดฟ้าสูงโดดขึ้นมา ดังนั้นผู้จัดการเมิ่งของเทียนเฉินจึงจับจุดนี้แล้วบอกว่า การทำให้งานออกแบบกลายเป็นจริงนั้นคือปัญหายากทางเทคนิค


อย่างไรก็ตามเซี่ยเสี่ยวหลานได้เตรียมแผนการรับมือไว้แล้ว


โดยเธอจะทุบส่วนกลางของชั้นดาดฟ้าทิ้ง และเพิ่มความแข็งแรงของโครงสร้างชั้นดาดฟ้า จากนั้นค่อยสร้างสระว่ายน้ำ


แน่นอนว่าปัญหาด้านเทคนิคได้รับความช่วยเหลือจากผู้ออกแบบแผนงานเดิมอย่างหนิงเยี่ยนฝาน... กงหยางค่อยๆอธิบายทีละจุด ตอบข้อสงสัยของฝั่งตรงข้ามทีละอย่าง ช่างสะใจดีเหลือเกิน!


ประธานเซี่ยควรได้มาเห็นกับตาตัวเอง


ถ้าประธานเซี่ยอยู่ด้วย คู่แข่งคงตายอนาถยิ่งกว่านี้


กงหยางเดิมทียังพูดติดขัดอยู่บ้าง แต่ยิ่งพูดเขาก็ยิ่งมีความมั่นใจ หลังตอกกลับผู้จัดการเมิ่งของเทียนเฉินเสร็จ เขาอยากให้มีคนตั้งข้อสงสัยอีกสักสองคนเหลือเกิน จะได้ใช้แผนงาน ‘สระว่ายน้ำไร้ขอบ’ เหยียบหน้าอีกฝ่ายให้ยอมศิโรราบแต่โดยดี!


ถังหยวนเยวี่ยมองแผนงานใหม่ไม่วางตา ราวกับอยากจ้องมันให้ทะลุ


ความรู้สึกใจเต้นของตู้เจ้าฮุยยังไม่หายไป เขาควบคุมตัวเองไม่ให้จินตนาการภาพตามแผนงานนั้นไม่ได้ ถ้ามีโรงแรมแบบนั้นจริง เขาคงเหมาสระว่ายน้ำไร้ขอบชั้นดาดฟ้า พาสาวสักคน... ไม่สิ พาสาวเซ็กซี่กลุ่มหนึ่งไปจัดปาร์ตี้สระว่ายน้ำบนดาดฟ้า!


ตัวแทนจากเครือสมาพันธ์การค้าและธนาคารฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้เองก็กำลังกระซิบกระซาบแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน


ของดีก็คือของดี เหมือนเวลาผู้เข้าสัมภาษณ์สองคนตอบคำถามพร้อมกัน คนหนึ่งตอบคำถามได้70คะแนน อีกคนได้80คะแนน ผู้คุมสอบอาจจะพอเข้าข้างคนที่สอบได้70คะแนน แล้วปัดคนที่ได้80คะแนนตกรอบไปได้


แต่ถ้าคนหนึ่งได้70คะแนน ในขณะที่อีกคนได้100คะแนน การจะให้ผู้คุมสอบคัดคนที่ได้คะแนนเต็มตกรอบ มันก็คงไม่สามารถเป็นไปได้ ใช้ความยอดเยี่ยมเอาชนะเส้นสายอย่างราบคาบ คือคำอธิบายสถานการณ์ในตอนนี้!


เงินทุนของเครือสมาพันธ์การค้าและธนาคารฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้ที่ต้องเสียไป หากเลือกแผนงานที่ตงเฟิงโฮลดิ้งนำเสนอ ย่อมสามารถสร้างผลกำไรให้กับกิจการของโรงแรมหนานไห่ พวกเขาคงไม่อาจคัดค้านเพียงเพราะเห็นแก่ถังหยวนเยวี่ยแค่คนเดียวน่ะสิ!


ตัวแทนจากเครือสมาพันธ์การค้ากระแอมเล็กน้อย


“ประธานถัง คุณยังมีแผนงานอื่นอยากนำเสนอไหมครับ”


ถังหยวนเยวี่ยทำสีหน้ากระอักกระอ่วน แผนงานย่อมมีอยู่แล้ว แต่เขาเป็นคนสนับสนุนเทียนเฉินด้วยตัวเอง แผนงานอื่นจึงถูกเขาปัดตกไปจนหมด


และต่อให้นำแผนงานพวกนั้นออกมาก็ไม่มีทางข่มความสร้างสรรค์ของ ‘สระว่ายน้ำไร้ขอบ’ ได้


ถังหยวนเยวี่ยรู้สึกไม่ค่อยพอใจนัก ท่ามกลางสายตารอคอยคนอื่นและสายตาท้าทายของกงหยาง ถังหยวนเยวี่ยได้เกิดข้อสงสัยและถามออกไป


“คอนเซปต์นี้พวกเราทุกคนไม่เคยมีใครได้ยินมาก่อน ยากที่จะจินตนาการว่ามันจะทำได้ยากแค่ไหน แน่นอนว่าด้านเทคนิคอาจทำได้ก็จริง แต่คงเสียงบประมาณกับงานส่วนนี้ไปไม่น้อยเลยทีเดียว เช่นนั้นก็เท่ากับว่างบประมาณการตกแต่งภายในส่วนอื่นของโรงแรมก็คงน้อยลงไปด้วย ดังนั้นหากต้องการให้ได้ผลลัพธ์ตามแผน งบประมาณจำนวน30ล้านจะเพียงพอจริงหรือครับ”


กงหยางยังไม่ทันพูด ฮั่วเฉินโจวก็ตอบกลับขึ้นมาเสียก่อน


“ทำไมหรือครับ ความหมายของประธานถังคืออยากเพิ่มงบประมาณการตกแต่งภายในหรือครับ แม้ผมจะไม่มีความเห็นอะไร แต่ก็ต้องพิจารณาแทนผู้ถือหุ้นคนอื่นด้วย การรักษาแผนงานเดิมย่อมเป็นเรื่องดี เมื่อครู่เทียนเฉินบอกว่าสามารถใช้เงิน25ล้านสร้างผลงานมูลค่า30ล้านได้ ดังนั้นแผนงานของพวกเราที่ใช้งบประมาณ30ล้าน ผลที่ได้อาจจะสูงถึง50ล้านหยวนก็เป็นได้ ประธานถังไม่ต้องห่วงหรอกครับว่าเงิน30ล้านจะมากพอหรือเปล่า หากมีปัญหาอะไร ทางเราย่อมฝ่าฟันไปได้อย่างแน่นอนครับ!”


ค่าแรงแรงงานของแผ่นดินใหญ่ราคาถูกและมีฝีมือ ดึงดูดนักลงทุนจากต่างถิ่นให้เข้ามาตั้งโรงงานยิ่งนัก


แม้เครื่องจักรต่างๆจะยังไม่ทันสมัย แต่ก็สามารถใช้แรงงานคนผลิตชิ้นส่วนทีละเล็กทีละน้อยจนผ่านมาตรฐานไปได้ ขอเพียงเบื้องบนมีคำสั่งลงมา ไม่ว่าภารกิจจะยากแค่ไหนก็มีคนพร้อมสู้ ต่อให้ต้องเสียสละชีวิตก็มีคนยินดีพร้อมทุ่มเทเพื่อมอบผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ!


นี่ก็คือค่านิยมทางจิตใจของประเทศจีนในปัจจุบัน คำพูดของฮั่วเฉินโจวทำให้ถังหยวนเยวี่ยพูดไม่ออก ถังหยวนเยวี่ยไม่เข้าใจสักนิดว่าทำไมคนแผ่นดินใหญ่ที่ได้เงินเดือนแค่ไม่กี่สิบหยวนถึงได้ทุ่มเทให้กับงานเช่นนี้ เขาทำได้เพียงกำแบบงานแล้วเงียบไป


“ในเมื่อได้เห็นแผนงานทั้งสองแบบแล้ว ตัวแทนนักลงทุนทั้งสี่ท่านก็ลงคะแนนเสียงกันเถิด ไม่จำเป็นต้องทำอะไรให้มันซับซ้อน แค่ยกมือเลือกก็พอ!”


คำพูดของทังหงเอินเหมือนเป็นการบีบคอถังหยวนเยวี่ย


ถ้าเปิดลงคะแนนเสียงแบบไม่ลงชื่อ ทางเครือสมาพันธ์การค้ากับธนาคารฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้อาจจะเลือกแผนงานของเทียนเฉิน แต่หลังเอาสองแผนงานมาเทียบกัน เห็นได้ชัดว่าแผนงานของหย่วนฮุยดีกว่า อีกทั้งอยู่ต่อหน้านายกทังเช่นนี้ ถ้าเครือสมาพันธ์การค้ากับธนาคารฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้ยังคงลงคะแนนให้กับเทียนเฉิน ก็คงต้องอธิบายกับทังหงเอินกันอีกยาว!


นี่ก็คือข้าราชการของแผ่นดินใหญ่


บางครั้งเจ้าเล่ห์ดั่งจิ้งจอกเฒ่า


บางครั้งก็ตรงไปตรงมาราวกับพยัคฆ์


และวันนี้นายกทังคือพยัคฆ์ แค่คำเดียวก็ทำให้ถังหยวนเยวี่ยพูดไม่ออก ถังหยวนเยวี่ยไม่อยากยอมรับความพ่ายแพ้ แถมยังแพ้ด้วยรูปแบบนี้อีกด้วย หากทังหงเอินเอ่ยปากบังคับให้ทุกคนเลือกแผนงานของหย่วนฮุย ถังหยวนเยวี่ยคงรู้สึกดีมากกว่านี้ เพราะเขาจะลุกขึ้นสู้กับผู้มีอำนาจ


ทว่าแผนงานของเทียนเฉินกลับพ่ายแพ้ให้กับหย่วยฮุย


ถังหยวนเยวี่ยไม่เคยได้ยินชื่อบริษัทเล็กๆแห่งนี้มาก่อน


โผล่มาจากไหนกัน?


แผ่นดินใหญ่ที่ทั้งเชยและล้าสมัยเช่นนี้ แต่กลับมีความคิดสร้างสรรค์และรสนิยมดีแซงหน้าบริษัทจากฮ่องกงเลยหรือ?


“...ตอนนี้เรามาลงคะแนนเสียงกัน ใครสนับสนุนแผนงานของบริษัทหย่วนฮุย โปรดยกมือ”


ฮั่วเฉินโจวยกมือขึ้นอย่างไม่ลังเล


ตัวแทนจากเครือสมาพันธ์การค้าและธนาคารฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้ก้มหน้ากระซิบกระซาบ ก่อนที่จะยกมือขึ้นแทบพร้อมกัน!


เมื่อเป็นเช่นนี้ถังหยวนเยวี่ยจะยกมือหรือไม่ไม่สำคัญอีกต่อไป3ใน4 ผู้ถือหุ้นให้ความเห็นชอบกับแผนงานของหย่วนฮุย ผลคะแนน3:1 นั้นมีน้ำหนักเป็นอย่างมาก คนที่ชีวิตราบรื่นมาตลอดอย่างถังหยวนเยวี่ยไม่เคยเจอเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน!


สายตาของคนทั้งห้องจับจ้องไปที่ถังหยวนเยวี่ย เขาจึงทำได้เพียงค่อยๆยกมือขวาขึ้นม


“ผมเห็นด้วย”


เลือดลมพลุ่งพล่านทำเอาใบหน้าของกงหยางแดงก่ำ แม้การออกแบบนี้ไม่ใช่ของเขา แต่เขาก็มีส่วนร่วมในการทำแผนงาน


หย่วนฮุยชนะแล้ว บริษัทขนาดเล็กสร้างปาฏิหาริย์ได้อีกครั้ง แผนงานที่ได้มาจากการอดหลับอดนอน นี่คือผลตอบแทนของการตรากตรำทำงานอย่างหนัก!


ฮั่วเฉินโจวเผยรอยยิ้มออกมา


หลิวหย่งรู้สึกราวกับคนเมาเหล้า หัวสมองของเขามึนงงไปหมด


แผนงานมูลค่า30ล้านผ่านการอนุมัติแล้ว!


หนึ่งในสี่ของโครงการโรงแรมหนานไห่จะเป็นของหย่วนฮุย


งานตกแต่งภายในบ้านพักรับรองเทศบาลเมือง นายกทังคือผู้มอบโอกาสให้เขากับเสี่ยวหลาน จากนั้นเสี่ยวหลานก็ใช้ความสามารถของตัวเองคว้าโอกาสนั้นเอาไว้ได้!


ไม่จำเป็นต้องติดสินบนนายกทังแม้แต่น้อย


แผนงานของหย่วนฮุยยอดเยี่ยมจนทำให้บริษัทจากฮ่องกงพูดไม่ออก ประธานถังที่ก่อนหน้านี้กระหยิ่มยิ้มย่องกลับถูกบีบให้ต้องยอมรับแผนงานของหย่วนฮุย ขณะที่คุณชายใหญ่ตู้ที่หลิวหย่งไม่ถูกชะตาด้วยกำลังหรี่ตามองภาพจำลองด้วยสีหน้าเหมือนใจลอยไปไกล


ตัดสินผล เซ็นสัญญา จบการประชุม


ทุกคนเดินไปส่งทังหงเอินขึ้นรถก่อนจะแยกย้ายกันไป


ฮั่วเฉินโจวอดไม่ได้ที่จะจับมือกับหลิวหย่ง “การวิเคราะห์ของคุณเซี่ยนั้นถูกต้องแล้ว การออกแบบของเธอก็ยอดเยี่ยมมากเช่นกันครับ เพราะมีพรสวรรค์เช่นนี้ มิน่าเธอถึงได้มาเรียนสถาปัตยกรรม”


‘สระว่ายน้ำไร้ขอบ’ คือสิ่งที่ดึงดูดใจมากที่สุด แม้จะบอกว่าปรับแก้มาจากแผนงานของหนิงเยี่ยนฝาน แต่ก็แทบมองไม่เห็นเค้าเดิมของแผนงานเก่าอีกแล้ว


หย่วนฮุยบอกว่าได้เชิญหนิงเยี่ยนฝานมาเป็นที่ปรึกษา แต่ฮั่วเฉินโจวคิดว่าแผนงานฉบับนี้เป็นฝีมือของเซี่ยเสี่ยวหลาน รูปแบบการออกแบบของหนิงเยี่ยนฝานไม่มีทางเน้นความโรแมนติกเช่นนี้!


ห่างออกไปไม่กี่เมตร


ผู้จัดการเมิ่งของเทียนเฉินกำลังพยายามแก้ตัว พร้อมทั้งกอบกู้ความไม่เอาไหนของตัวเอง เขาได้เสนอให้ตู้เจ้าฮุยซื้อตัวกงหยางมาทำงานกับเทียนเฉิน บอกว่านักออกแบบที่เก่งกาจเช่นนี้ไม่ควรปล่อยให้หลุดมือไปอยู่ในมือของบริษัทเล็กๆ แต่ทันใดนั้นเขากลับได้ยินฮั่วเฉินโจวกล่าวว่า “การออกแบบของคุณเซี่ยยอดเยี่ยมมาก”


คุณเซี่ย คุณเซี่ยไหน?


ผู้จัดการเมิ่งยังคงจับต้นชนปลายไม่ได้


แต่ตู้เจ้าฮุยรู้สึกเหมือนถูกฟ้าผ่าลงกลางศีรษะ!


จะเป็นคุณเซี่ยคนไหนได้อีก ก็ต้องเซี่ยเสี่ยวหลานน่ะสิ ‘สระว่ายน้ำไร้ขอบ’ เป็นฝีมือของเซี่ยเสี่ยวหลานอย่างนั้นหรือ?


เซี่ยเสี่ยวหลานไม่ต้องโผล่มาให้เห็นก็สามารถแย่งธุรกิจที่เขาต้องการไปจากมือได้!



ตอนที่ 869: ไปจ้างเด็กสถาปัตย์ของหัวชิง



ตู้เจ้าฮุยรู้สึกทนไม่ไหวจริงๆ


เซี่ยเสี่ยวหลานไม่ต้องออกหน้าก็สามารถปล่อยหมัดใส่เขาได้


ตู้เจ้าฮุยไม่ได้ชื่นชมคนมีความสามารถ ความสามารถมีประโยชน์อะไรกัน พึ่งพาความสามารถแล้วจะหาเงินได้เท่าไร?


เพียงแต่ ‘สระว่ายน้ำไร้ขอบ’ อะไรนั่นสามารถกระตุ้นจินตนาการของตู้เจ้าฮุยได้ แค่คิดถึงภาพแผนงานนั้นตู้เจ้าฮุยก็ใจเต้นขึ้นมาทันที


การออกแบบครั้งนี้หากเป็นฝีมือของกงหยาง ตู้เจ้าฮุยคงใจเต้นแค่ครู่เดียวก็กลับมาเป็นปกติ และถ้าการออกแบบสามารถทำเงินได้ เขาคงทำตามที่ผู้จัดการเมิ่งบอก นั่นก็คือการซื้อตัวกงหยางมาทำงานที่บริษัท


แต่พอได้ยินว่าเซี่ยเสี่ยวหลานเป็นคนออกแบบสระน้ำไร้ขอบ ความรู้สึกใจสั่นก็ยิ่งทวีคูณในบัดดล


ตู้เจ้าฮุยไม่อาจห้ามสมองของตัวเองไม่ให้จินตนาการภาพเซี่ยเสี่ยวหลานใส่ชุดว่ายน้ำเดินไปเดินมาได้ เซี่ยเสี่ยวหลานไม่เพียงแค่คว้าโครงการนี้ไปได้ผ่านตัวแทน แต่เธอยังตบหน้าตู้เจ้าฮุยกลางอากาศอีกด้วย


เขายังจำตอนเจอเซี่ยเสี่ยวหลานครั้งแรกที่หัวชิงได้ ตอนนั้นเขาแนะนำเซี่ยเสี่ยวหลานให้ไปถ่ายละครที่ฮ่องกง เพราะหน้าตาของเซี่ยเสี่ยวหลานเกิดมาเพื่อเป็นดาราชัดๆ


ตู้เจ้าฮุยถามเธอว่าเรียนสถาปัตยกรรมแล้วมีประโยชน์อะไร เพราะถึงอย่างไรสถาปนิกหญิงชื่อดังระดับโลกก็มีแค่ไม่กี่คนเท่านั้น


“หรือว่าเซี่ยเสี่ยวหลานจะจงใจ?”


ตู้เจ้าฮุยพึมพำ ท่าทางเซี่ยเสี่ยวหลานเรียนสถาปัตยกรรมมาจะมีประโยชน์ไม่ใช่น้อย อย่างน้อยเธอก็ใช้ความรู้ที่เรียนมาแย่งงานจากเทียนเฉินไปได้ อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ทำให้ตู้เจ้าฮุยไม่สบอารมณ์เป็นอย่างยิ่ง


หน้าตาของเขาบอกบุญไม่รับเหมือนสีหน้าของถังหยวนเยวี่ยเมื่อครู่ไม่มีผิด


แม้ตู้เจ้าฮุยจะไม่จำเป็นต้องรับงานที่ทำกำไรแค่ไม่กี่ล้านหยวนอย่างโรงแรมหนานไห่ แต่เขาเป็นพวกยอมรับความพ่ายแพ้ไม่ได้


หากจะแพ้ก็ขอแพ้ให้คนที่แข็งแกร่งกว่าตัวเอง ทว่านี่กลับมาแพ้ให้บริษัทเล็กๆไร้ชื่อแบบนี้ แน่นอนว่าถังหยวนเยวี่ยย่อมทำใจไม่ได้


ตู้เจ้าฮุยเองก็เช่นกัน เขาแพ้ให้กับผู้หญิงคนหนึ่ง แถมผู้หญิงคนนั้นยังชื่อเซี่ยเสี่ยวหลาน! เซี่ยเสี่ยวหลานจงใจขัดขวางเขา ไม่เคยทำตามใจเขาเลยสักอย่าง ถึงตัวจะไม่อยู่ที่นี่แต่ก็สามารถทำให้เขาโกรธจนปวดตับไปหมด


คุณชายใหญ่ที่กำลังปวดตับไม่อยากซื้อตัวกงหยางอีกแล้ว เพราะถึงอย่างไรกงหยางก็เป็นแค่เครื่องมือที่เซี่ยเสี่ยวหลานใช้รับหน้าคนอื่นเท่านั้น


“รู้จักมหาวิทยาลัยหัวชิงหรือเปล่า”


ความคิดของคุณชายใหญ่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ผู้จัดการเมิ่งรีบพยักหน้ารับทันที


“ผมรู้จักมหาวิทยาลัยหัวชิงครับ คุณชายใหญ่เคยบริจาคเงินให้พวกเขาด้วย...”


ผู้จัดการเมิ่งเตรียมประจบประแจงอย่างเต็มที่ ตู้เจ้าฮุยขมวดคิ้ว คนแซ่เมิ่งจับประเด็นสำคัญไม่เป็นเลยแม้แต่น้อย


“ว่างเมื่อไรไปติดต่อภาควิชาสถาปัตยกรรมของหัวชิง จ้างเด็กจบใหม่มาทำงานที่บริษัทเสีย”


หัวชิงในปี1985 เป็นแค่มหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศจีน ทว่าหากเทียบกับทั่วโลกเรียกได้ว่าอันดับยังไม่สูงนัก แม้ตู้เจ้าฮุยจะบริจาคเงินให้หัวชิงแล้ว แต่เขาก็แค่อยากใช้ประโยชน์จากชื่อเสียงของหัวชิงภายในประเทศเท่านั้น ส่วนเรื่องคุณภาพการเรียนการสอนของหัวชิง ภาควิชาไหนคือจุดเด่นของมหาวิทยาลัย ตู้เจ้าฮุยไม่เคยใส่ใจแม้แต่น้อย


ทว่าตอนนี้เขาเริ่มสนใจแล้ว เซี่ยเสี่ยวหลานเพิ่งเรียนปีหนึ่งสินะ?


บางทีอาจจะไม่ใช่เพราะเซี่ยเสี่ยวหลานเป็นคนเก่ง แต่เพราะภาควิชาสถาปัตยกรรมของหัวชิงนั้นยอดเยี่ยมมาก!


“ได้ครับคุณชายใหญ่!”


ผู้จัดการเมิ่งพยักหน้า


ไม่รู้เหตุผลไม่เป็นไร แค่ทำตามคำสั่งของคุณชายใหญ่ก็พอ


ตู้เจ้าฮุยเดินไปหาฮั่วเฉินโจวกับหลิวหย่ง


“ผู้จัดการฮั่ว อยากชวนคุณช่างยากเหลือเกินครับ!”


“ประธานตู้ ก่อนหน้านี้จุดยืนของเราแตกต่างกัน การพบปะก่อนการตัดสินเรื่องแผนงานเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม แต่ถ้าตอนนี้ประธานตู้ยังอยากเชิญชวนผม ผมย่อมยินดีอยู่แล้วละครับ”


ตู้เจ้าฮุยยิ้มเย็นในใจ ตอนนี้เขาจะชวนฮั่วเฉินโจวไปเพื่ออะไรเล่า เขาไม่ได้หมายตาหนุ่มหน้าละอ่อนคนนี้เสียหน่อย


ตู้เจ้าฮุยยื่นมือออกไป “เถ้าแก่หลิว ยินดีที่ได้รู้จักครับ”


หลิวหย่งจับมืออย่างขอไปที เวลานี้จิตใจของเขาไม่อยู่กับเนื้อกับตัวสักนิด


เขายังต้องโทรหาเสี่ยวหลานเพื่อบอกข่าวดีอยู่ ตอนนี้จึงไม่มีอารมณ์เสแสร้งเป็นเพื่อนตู้เจ้าฮุย คนแซ่ตู้ไม่ใช่คนดีอะไร หลิวหย่งคิดในใจ แต่ตู้เจ้าฮุยกลับยิ้มกว้างแล้วกล่าวว่า “เถ้าแก่หลิว อนาคตหากมีโอกาสพวกเราสามารถร่วมงานกันได้ วันนี้แผนงานของหย่วนฮุยช่างน่าประทับใจจริงๆครับ คนออกแบบคือคุณเซี่ยเสี่ยวหลานใช่หรือไม่ ผมกับเธอรู้จักกันมาก่อน พวกเราไม่ใช่คนอื่นคนไกล ผมว่าคุณกับผมควรใกล้ชิดกันไว้นะครับ”


หลิวหย่งได้ยินคำว่าร่วมงานแล้วรู้สึกปวดหัวขึ้นมาในบัดดล


หวังว่าตู้เจ้าฮุยจะแค่พูดตามมารยาทเท่านั้นนะ เขากลัวความเจ้าเล่ห์ของเถ้าแก่ฮ่องกงพวกนี้เสียจริงๆ!


——————————————


กริ๊ง...


เสียงโทรศัพท์ที่เซี่ยเสี่ยวหลานเฝ้ารอในที่สุดก็ดังขึ้น


พอได้ยินเสียงหัวเราะของหลิวหย่ง เซี่ยเสี่ยวหลานก็รู้ทันทีว่าแผนงานผ่านการอนุมัติแล้ว!


“ลุงคะ ฉันขอเดาว่าแผนงานงบประมาณ30ล้านผ่านการอนุมัติใช่ไหมคะ”


“ใช่! ตู้เจ้าฮุยคนนั้นก็มาด้วยนะ พอเปิดการประชุมเทียนเฉินก็เสนอผลงานงบประมาณ25ล้านทันที พวกเราเลยกลายเป็นฝ่ายเสียเปรียบ โชคดีที่ผู้จัดการฮั่วไม่โง่ เขาไม่พูดถึงแผนงาน16ล้านเลยสักคำ ทั้งยังควักแผนงานสระว่ายน้ำไร้ขอบของหลานออกมาอีก น่าเสียดายที่หลานไม่ได้เห็นสภาพในห้องประชุมตอนนั้น ตอนกงหยางอธิบายแผนงานพวกเถ้าแก่ฮ่องกงอึ้งกันหมด ฮ่าฮ่าฮ่า!”


เสียงหัวเราะของหลิวหย่งดังทะลุสายโทรศัพท์ ฟังออกเลยว่าเขาดีใจมากขนาดไหน


โครงการ7.5ล้าน ถ้าคิดกำไร15% ก็จะได้ประมาณ1.1ล้านหยวน!


หากใจดำกว่านี้สักหน่อยก็สามารถทำกำไรได้ถึง20% หรือก็คือ1.5ล้านหยวน!


อย่างไรก็ตามพวกเขาตกลงกันแล้วว่าจะลงเงินทุนเท่ากัน และกำไรแบ่งกันคนละครึ่ง ไม่ว่าเซี่ยเสี่ยวหลานจะคิดอย่างไร หลังชำระเงินสินเชื่อแล้วธุรกิจคราวนี้อย่างน้อยจะมีเงินเข้ากระเป๋าทั้งหมดเป็นจำนวนเงิน5แสนหยวน


เงินสดจำนวน5แสนในปี1985 สำหรับทายาทเศรษฐีฮ่องกงอย่างตู้เจ้าฮุยไม่ใช่จำนวนที่มากนัก แต่สำหรับเซี่ยเสี่ยวหลานนั้นมีประโยชน์เป็นอย่างมาก


เงินก้อนนี้จะเป็นเงินทุนสำหรับทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของเธอในอนาคต


มีเงินก้อนนี้แล้วเซี่ยเสี่ยวหลานสามารถไปอเมริกาได้อย่างสบายใจ


ชาวอเมริกันส่วนใหญ่ไม่ได้มีนิสัยเก็บออมเงิน อย่าว่าแต่อเมริกาช่วงปี1985เลย แม้จะเป็นช่วงปี2015 คนที่สามารถควักเงินออกมาได้หลายหมื่นดอลลาร์ในครั้งเดียวนั้นมีจำนวนไม่มาก ว่ากันว่าชาวอเมริกันมักจะเลี้ยงลูกให้รู้จักพึ่งพาตัวเอง เรียนมหาวิทยาลัยด้วยการกู้ยืมเงิน... แต่ใช่ว่าเด็กอเมริกันทุกคนจะต้องการเช่นนั้น พวกเขาเคยชินกับการกู้ยืมเงินเพื่อการศึกษาเพราะสภาพสังคมเป็นตัวบีบบังคับ เพราะเงินเก็บของพ่อแม่ไม่มีปัญญาจ่ายค่าเล่าเรียน!


เซี่ยเสี่ยวหลานเองก็รู้สึกดีใจมาก “ลุงคะ งานนี้พวกเราต้องทำให้ดีนะคะ ไม่ใช่แค่หากำไรเท่านั้น แต่พวกเราต้องรักษาชื่อเสียงด้านคุณภาพไว้ด้วย หากหย่วนฮุยมีประสบการณ์การตกแต่งภายในให้โรงแรมห้าดาวเมื่อไร อนาคตเวลารับงานอื่นจะได้เปรียบมากค่ะ!”


ตอนนี้หย่วนฮุยไม่ใช่บริษัทตกแต่งภายในที่ใหญ่ที่สุดของเผิงเฉิง แต่หากเทียบกับบริษัทเอกชนอื่นๆ หย่วนฮุยไม่เป็นสองรองใคร!


เพราะหลิวหย่งเข้ามาทำธุรกิจนี้เร็วกว่าคนอื่น เขาจึงสามารถคว้าโอกาสมาได้ก่อน


“ไม่ใช่แค่ฉันกับลุงที่จะสามารถทำกำไรจากโครงการนี้ได้ วัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างส่วนใหญ่เราจะเอามาจากร้านวัสดุก่อสร้าง ดังนั้นยอดขายครึ่งปีหลังของอันเจียวัสดุก็มีหลักประกันแล้ว ลุงเข้าใจไหมคะว่าหมายความว่าอะไร”


หลิวหย่งหัวเราะร่า “ก็หมายความว่าเราหาเงินได้สองทางน่ะสิ!”


หาเงินจากงานตกแต่งภายใน


ตอนสั่งสินค้าจากร้านวัสดุย่อมไม่ได้จ่ายราคาทันทีที่หน้าโรงงาน ตอนทำใบเสนอราคาโครงการล้วนอ้างอิงจากราคาตลาดทั้งสิ้น ทั้งเซี่ยเสี่ยวหลานและหลิวหย่งเองต่างก็เป็นหุ้นส่วนของร้านวัสดุก่อสร้าง ดังนั้นพวกเขาจะได้รับเงินปันผลจากทางร้านด้วยอีกก้อนหนึ่ง


หลิวหย่งรับรู้ได้ถึงความชาญฉลาดของหลานสาวอีกครั้ง


เนื่องจากบริษัทตกแต่งภายในและร้านขายวัสดุก่อสร้างเชื่อมโยงกัน เป็นเหตุให้พวกเขาสามารถทำเงินได้ทั้งสองทาง


เหมือนที่เสี่ยวหลานบอก ต่อไปหากพวกเขาทำธุรกิจสร้างบ้านเพื่อขายก็จะต้องทำการตกแต่งภายใน ต้องใช้วัสดุก่อสร้าง... ถ้าอย่างนั้นแค่งานเดียว พวกเขาก็หาเงินได้ถึงสามทางเลยหรือ?


เซี่ยเสี่ยวหลานถูกคำพูดของลุงทำเอารู้สึกขบขัน


ธุรกิจใหญ่ขึ้นเมื่อไร งานที่รับก็จะไม่หยุดอยู่แค่เรื่องเดียว มิเช่นนั้นทำไมถึงเกิดคำว่าเครือบริษัทขึ้นมากันเล่า คนที่ขายวัสดุก่อสร้างกับตกแต่งภายในหันไปทำธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ก็เป็นเรื่องสมควรแล้วมิใช่หรือ บางคนทำอสังหาริมทรัพย์ยังไปลงทุนในธุรกิจภาพยนตร์ได้เลย แบบนั้นต่างหากที่เรียกว่าลงทุนข้ามวงการ!


“ลุงบอกให้ผู้จัดการใหญ่อู่เตรียมปล่อยสินเชื่อได้แล้วละค่ะ”


ทางเซี่ยเสี่ยวหลานเองก็ต้องลงมือทำงานแล้วเช่นกัน วันนี้คังเหว่ยขับรถมาให้แล้ว ดังนั้นวันนี้เธอจะต้องขับรถซีตรองไปให้ผู้จัดการใหญ่อู่ดู หากผู้จัดการใหญ่อู่เห็นรถแล้วคงยอมปล่อยสินเชื่อ รถคันนี้เซี่ยเสี่ยวหลานจ่ายเงิน8หมื่นหยวนเพื่อซื้อมา แต่ผู้จัดการใหญ่อู่กลับยอมปล่อยสินเชื่อให้ถึง2แสนหยวน


นี่ไม่ใช่การทำเพื่อผลประโยชน์ส่วนตน แต่เพราะรถยนต์ในปี1985 คือสินค้าที่มีแต่ราคาจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ไม่เหมือนชาติก่อนของเธอที่ซื้อรถมาแล้วราคากลับตกลงทุกวัน!



ตอนที่ 870: จัดการปัญหาเงินทุนที่ขาดหาย



สาเหตุที่ในอนาคตรถเถื่อนระบาดก็เป็นเพราะราคาของรถเถื่อนนั้นถูกกว่ารถทั่วไป


ส่วนรถเถื่อนในช่วงปี1985 มีอยู่น้อยมากเพราะช่องทางการนำเข้ารถมีอยู่น้อย ประเทศจีนยังถูกจำกัดศักยภาพด้านเทคโนโลยีการผลิต อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการผลิตรถยนต์แทบไม่มีให้เห็น ทำให้อุปสงค์จึงมีมากกว่าอุปทานหลายเท่า!


ปัจจุบันเพิ่งมีการปฏิรูปเศรษฐกิจได้แค่ไม่กี่ปี แม้ช่วงยุค90 เศรษฐกิจจะดียิ่งขึ้น แต่ปริมาณการผลิตรถยนต์ก็ยังไม่อาจตอบสนองความต้องการได้ทัน เป็นเหตุให้รถเถื่อนได้รับความนิยมมากขึ้น สินค้าหายากราคาย่อมสูง ซื้อรถใหม่มา ถึงเวลาเอาไปขายต่ออาจจะได้กำไรเสียด้วยซ้ำ


แน่นอนว่าประชาชนทั่วไปต่างร่ำรวยขึ้นทุกปี


เศรษฐีหลักหมื่นในปัจจุบันหากไม่ประสบเคราะห์ร้าย ไม่โลภมากจนหลงผิด ทำงานอย่างขยันขันแข็งจนถึงช่วงยุค90 รับรองว่าพวกเขาสามารถกลายเป็นเศรษฐีหลักล้านได้อย่างแน่นอน


เศรษฐีหลักล้านไม่ซื้อรถคงเป็นไปไม่ได้


ธนาคารของผู้จัดการใหญ่อู่ เงินฝากที่เขาได้รับในปัจจุบันไม่ใช่แค่หลักล้าน!


แต่ในฐานะเศรษฐีหลักล้าน ธนาคารสาขาที่ผู้จัดการใหญ่อู่ประจำอยู่นั้นยังไม่มีรถยนต์ประจำสาขา นี่คือปมในใจของผู้จัดการใหญ่อู่ตลอดมา


ให้ซื้อรถใหม่คงเป็นไปไม่ได้ เพราะเบื้องบนไม่มีทางอนุมัติงบในเรื่องนี้


แต่ถ้าเซี่ยเสี่ยวหลานเอารถคันหนึ่งมาค้ำประกัน หากเธอใช้หนี้ไม่ไหว สาขาก็จะยึดรถของเธอได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย


หนี้เสียหรือหนี้ที่ค้างชำระในแต่ละปีนั้นมีมากมาย ผู้จัดการใหญ่อู่แค่ต้องทำให้ถูกกฎระเบียบ รถซีตรอง CX20 คันนี้ก็จะกลายเป็นทรัพย์สินของสาขาโดยปริยาย


ตอนนี้พอเขาได้เห็นรถซีตรองของเซี่ยเสี่ยหลานแล้วก็รู้สึกตาร้อนผ่าว


“ผู้จัดการใหญ่อู่ ฉันว่าคุณดูชอบรถคันนี้มากเป็นพิเศษนะคะ”


เซี่ยเสี่ยวหลานไม่รู้ปมในใจของผู้จัดการใหญ่อู่แม้แต่น้อย


“รถคันใหม่เอี่ยมคันนี้เหมาะสมกับเงิน2แสนหยวนยิ่งนัก แต่ถ้ามีรถโตโยต้าคราวน์ผมจะให้สินเชื่อได้3แสนหยวนเลย!”


ที่เซี่ยเสี่ยวหลานซื้อรถจากศุลกากรได้ในราคาถูก เพราะเธอมีเส้นสาย


อย่างไรก็ตามเส้นสายยิ่งใช้ยิ่งหมดไป หากเซี่ยเสี่ยวหลานซื้อรถให้ตัวเองนั้นไม่เป็นไร แต่ถ้าอยากใช้เส้นสายที่ว่าไปซื้อรถเถื่อนที่ถูกริบไว้เพื่อเอามาขาย... แม้จะได้เงินไวแต่ก็ดูไร้กาลเทศะยิ่งนัก!


โจวเฉิงกับคังเหว่ยมีความสามารถในการนำรถที่ถูกยึดไว้มาขาย แล้วทำไมพวกเขาสองคนถึงไม่ทำเป็นธุรกิจเล่า?


แม้แต่การซื้อขายบุหรี่ยังเลิกทำ ทั้งที่การขายบุหรี่ไม่ถือเป็นธุรกิจค้าของเถื่อน และเป็นแค่การอาศัยช่องโหว่ทางนโยบายเท่านั้น


รถที่ซื้อมาในราคา8หมื่นหยวน แค่เปลี่ยนมือก็สามารถขายได้ถึง2แสนหยวน แต่เมื่อรู้ว่าธุรกิจนี้ทำไม่ได้ เซี่ยเสี่ยวหลานเองก็ปวดใจเหลือเกิน


เธอปลอบใจตัวเองว่ามีวิธีการหาเงินอีกมากมาย ซื้อรถมาขับเองไม่เป็นไร แต่ถ้าจะทำธุรกิจนี้จริงๆ จะส่งผลเสียต่อทังหงเอินและตระกูลโจว! เซี่ยเสี่ยวหลานรู้ดีว่ามีข้าราชการบางคนร่ำรวยจากการรับเงินเพื่อเซ็นอนุมัติเอกสารบางอย่าง ทว่าเธอยังไม่ถึงกับต้องทำเรื่องเช่นนั้น ใช่ว่าเธอจะไร้ช่องทางอื่นเพื่อหาเงินประทังชีวิตเสียหน่อย


ผู้จัดการใหญ่อู่หลงใหลในรถซีตรองเป็นอย่างมาก เซี่ยเสี่ยวหลานเห็นแล้วอดที่จะรู้สึกขบขันไม่ได้


คงมีแค่ปี1985เท่านั้นที่จะได้เห็นภาพแบบนี้ อีกไม่กี่ปีผู้บริหารระดับกลางอย่างผู้จัดการใหญ่อู่มีหรือจะซื้อรถไม่ไหว ไม่ต้องพูดถึงการหารายได้จากแหล่งอื่น แค่เงินเดือนที่ได้รับก็มากพอที่จะใช้ซื้อรถสักคันแล้ว


“ผู้จัดการใหญ่อู่ คุณลองขับดูไหมคะ”


ผู้จัดการใหญ่อู่หวั่นไหวมาก


เซี่ยเสี่ยวหลานเห็นการต่อสู้ภายในจิตใจผ่านใบหน้าของเขา และสุดท้ายเขาก็ปฏิเสธ


“อย่าคิดใช้วิธีนี้มาติดสินบนผม!”


ซื้อพันธบัตรรัฐบาล ให้เหล้ากับบุหรี่เขาย่อมรับไว้ได้ แต่จะให้เขาลองขับรถมันดูเหมือนเป็นการติดสินบน เซี่ยเสี่ยวหลานไม่เข้าใจความคิดของผู้จัดการใหญ่อู่สักนิด “คุณชอบรถขนาดนี้ ให้ทางสาขาซื้อไว้สักคันก็ได้นี่คะ”


ผู้จัดการใหญ่อู่ถลึงตาใส่ แทงใจดำกันเหลือเกิน


“ว่ามาเถิด ลุงของคุณอยากกู้เงิน8แสน แล้วคุณล่ะ รถคันนี้ค้ำประกันได้2แสน รวมกับหน้าร้านอีกสามแห่ง เรือนสี่ประสานที่สือช่าไห่ รวมแล้วผมให้สินเชื่อคุณได้6แสน แต่เหมือนที่คุณบอกเอาไว้ คุณจะต้องชำระหนี้ที่ติดไว้กับธนาคารเสียก่อน”


6แสน เท่ากับยังขาดอีก2แสนหยวน!


“สัก7แสนได้หรือเปล่าคะ หลานเฟิ่งหวงไม่ใช่ร้านเสื้อผ้าทั่วไป มันคือบริษัทขายเสื้อผ้า แค่ที่ปักกิ่งพวกเราก็มีสามสาขากับพนักงานร้านอีก6คน และที่ซางตูพวกเราก็มีร้านสาขาอีกเช่นกัน”


เซี่ยเสี่ยวหลานกับหลี่เฟิ่งเหมยแยกกันบริหารร้าน แต่เวลาจดทะเบียนร้านค้าไม่ได้แยกชื่อ ดังนั้นการบอกว่าร้านที่ซางตูคือร้านหลานเฟิ่งหวงย่อมไม่เป็นปัญหา


เดิมทีหลิวหย่งอยากใช้ร้านที่ซางตูมาขอกู้ยืมเงิน ทว่าหลังเซ็นสัญญามูลค่า7.5ล้าน หลิวหย่งก็ไม่จำเป็นต้องเอาหน้าร้านกับเรือนสี่ประสานที่หนานหลัวกู่มาค้ำประกันอีกแล้ว ด้วยเหตุนี้เซี่ยเสี่ยวหลานถึงได้กล้าเอามาเสนอแก่ผู้จัดการใหญ่อู่


“ยังมีร้านอีกสาขาหรือ?”


ผู้จัดการใหญ่อู่ครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ก่อนจะตอบว่า “ถ้าอย่างนั้น 7แสนคงไม่มีปัญหา คุณบอกว่าอยากได้เงินก้อนนี้ตอนเดือนกรกฎาคมใช่ไหม”


เซี่ยเสี่ยวหลานพยักหน้ารับ ตอนนี้ร้านที่หอกลองกำลังอยู่ระหว่างการตกแต่ง การตกแต่งร้านก็ต้องใช้เงินหลายหมื่น ทว่าเงินที่อยู่ในมือเธอมีเหลืออยู่แค่แปดเก้าหมื่นเท่านั้น


การตกแต่งร้านครั้งนี้ได้เก่อเจี้ยนคอยดูให้ อย่างเร็วคงต้องใช้เวลาอีกหนึ่งเดือนกว่า ดังนั้นน่าจะตกแต่งเสร็จช่วงกรกฎาคมพอดี


ถึงตอนนั้นหลานเฟิ่งหวงอีกสองร้านก็คงได้กำไรจากเสื้อผ้าสำหรับฤดูร้อน ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงกรกฎาคม ระยะเวลาสองเดือนทั้งสองร้านคงทำกำไรได้สักหนึ่งแสนหยวน


เมื่อรวมกับเงินฝากที่มี เธอคงชำระหนี้คืนธนาคารได้หมดอย่างแน่นอน


ผู้จัดการใหญ่อู่ปล่อยสินเชื่อจำนวน7แสนหยวน ในมือเซี่ยเสี่ยวหลานยังมีเงินของโจวเฉิงอีกแสนเจ็ด เธอได้บอกโจวเฉิงไว้ก่อนแล้วว่าครั้งนี้อาจจะต้องใช้เงินของเขา ดังนั้นเงินทุนที่ขาดหายไป เซี่ยเสี่ยวหลานสามารถหามาโปะได้!


ที่จริงเซี่ยเสี่ยวหลานยังมีเงินคงเหลืออยู่ในมือ ซึ่งก็คือบัญชีเงินฝากจำนวน9,000หยวนของย่าโจวที่ยกให้กับเธอ แต่เธอจะใช้เงินจำนวนนั้นลงได้อย่างไร กว่าหญิงชราจะเก็บออมเงินได้เท่านี้คงไม่ง่ายเลยน่ะสิ


สิ่งที่ทำให้เซี่ยเสี่ยวหลานประหลาดใจยิ่งกว่าคือ หลังกลับมาที่บ้านย่าอวี๋ก็ควักสมุดบัญชีเงินฝากออกมายื่นให้เธอ


“ช่วงนี้คงร้อนเงินแย่สินะ วิ่งไปธนาคารกี่รอบแล้วล่ะ เงินนี่เธอเอาไปใช้ก่อนเถิด แต่ที่เหลือฉันเอาไปแลกดอลลาร์ไว้หมดแล้ว คงให้เธอไม่ได้หรอกนะ”


ย่าอวี๋ค่อยๆแลกเงินทีละนิด โดยเธอเอาค่าปิดปากที่ตระกูลจี้ให้มาไปแลกเงินดอลลาร์ไว้แล้วครึ่งหนึ่ง ค่าปิดปากจึงเหลืออยู่ในตอนนี้แค่4หมื่นหยวนเท่านั้น


ก่อนหน้านี้เงินที่เซี่ยเสี่ยวหลานเคยได้มาจากเหลียงปิ่งอันอีกหนึ่งหมื่นหยวนก็เคยแบ่งให้กับย่าอวี๋ด้วย


อีกทั้งย่าอวี๋ยังได้รับค่าเช่าบ้านที่ใช้ทำเป็นหน้าร้านสาขาซางตูอีกสองปี หญิงชราตอนนี้จึงมีเงินเก็บอยู่อีก5หมื่นหยวน เธอได้ฝากมันไว้กับธนาคารทั้งหมด และตอนนี้สมุดบัญชีเงินฝากก็อยู่ตรงหน้าเซี่ยเสี่ยวหลานแล้ว


“หลอกเอาเงินของย่านี่ง่ายจังเลยค่ะ ถ้าฉันหอบเงินหนีไป ย่าไม่มีหลักฐานเลยนะคะ”


เซี่ยเสี่ยวหลานรู้สึกซาบซึ้งใจแต่ก็อดพูดหยอกเย้าออกไปไม่ได้


สีหน้าของย่าอวี๋เริ่มชะงักงัน “ถ้าอย่างนั้นเธอก็เขียนสัญญากู้ยืมให้ฉันด้วย!”


“ล้อเล่นค่ะ ย่าเก็บเงินไว้เถอะ ฉันจัดการเรื่องเงินทุนที่ยังขาดไปได้แล้วละ ถ้าเงินไม่พอจริงๆ ฉันค่อยมาขอยืมย่านะคะ”


ให้ขอเงินจากย่าอวี๋ เซี่ยเสี่ยวหลานรู้สึกทำใจไม่ได้จริงๆ


คนทำธุรกิจเงินมักจะขาดมืออยู่เสมอ แต่เธอยังไม่ถึงขั้นต้องไถเงินจากหญิงชราวัยไม้ใกล้ฝั่งเช่นนี้ เงินไม่พอค่อยคิดหาวิธีเอง ถ้าหาไม่ได้ก็แสดงว่ายังไม่ใช่จังหวะเวลาที่ควรทำธุรกิจนั้นๆ เซี่ยเสี่ยวหลานคงไม่ฝืนลงทุนต่อไป


อย่างโครงการตกแต่งภายในโรงแรมหนานไห่ ปีที่แล้วหลิวเทียนเฉวียนมาเสนอให้ถึงที่ แต่ทำอย่างไรเซี่ยเสี่ยวหลานก็ไม่ตอบตกลง ตอนนั้นเธอกับลุงไม่มีข้อได้เปรียบเลยแม้แต่น้อย ทว่าที่ได้โอกาสเข้าร่วมโครงการใหญ่แบบนั้น เป็นเพราะหลิวเทียนเฉวียนอยากประจบทังหงเอินล้วนๆ


แต่ตอนนี้ไม่เหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว แม้จะต้องกู้ยืมเงินเพื่อมารับโครงการมูลค่า7.5ล้าน แต่เธอกับลุงต่างก็มีทรัยพ์สินมากเพียงพอที่จะขอกู้ยืมเงินได้


หลังขอสินเชื่อและวางแผนงานได้แล้ว ก็แสดงว่าเธอได้มีส่วนร่วมในโครงการโรงแรมหนานไห่ สิ่งนี้ทำให้เซี่ยเสี่ยวหลานรู้สึกมั่นใจยิ่งขึ้น!


เซี่ยเสี่ยวหลานไม่จำเป็นต้องใช้เงินของย่าอวี๋ แต่พอรู้ว่าย่าอวี๋แอบแลกเงินดอลลาร์เก็บไว้จึงอดไม่ได้ที่จะกำชับว่า


“เป็นนักศึกษาแลกเปลี่ยนมีทุนให้ค่ะ ดังนั้นหากฉันไปอเมริกาคงไม่ต้องใช้เงินมากนัก เงินเก็บย่าที่เหลือนี้ไม่ต้องเอาไปแลกแล้วนะคะ เงิน5หมื่นที่ฝากธนาคารก็อย่าได้แตะต้องเป็นอันขาด! เราตกลงกันแล้วนี่คะ ถ้าฉันช่วยย่าตามหาคน ย่าก็จะยกตึกที่จัตุรัสเอ้อร์ชีให้ฉัน เพราะฉะนั้นย่าไม่จำเป็นต้องให้เงินฉันอีกแล้ว”


ยามแก่เฒ่าทุกสรรพสิ่งล้วนไม่จีรัง มีเงินเก็บอยู่ในมือถึงจะรู้สึกอุ่นใจ


ย่าอวี๋ช่วยอบรมพนักงานให้เซี่ยเสี่ยวหลาน เซี่ยเสี่ยวหลานอยากให้เงินเดือนเธอเสียด้วยซ้ำแต่เธอกลับไม่ยอมรับไว้ อีกทั้งก่อนหน้านี้พวกเธอก็ได้ตกลงกันไว้หมดแล้ว จะให้เธอใช้เงินเก็บของย่าอวี๋ไปอเมริกาได้อย่างไร!



จบตอน

Comments