คําโปรย
นาง ‘มู่เกอ’ ตายเพราะถูกพวกเดียวกันหักหลังวิญญาณกลับไม่ไปสู่ปรภพอย่างทีคิด กลับมาเข้าร่างของ ‘มู่ชิงเกอ’ คนทีมีชือคล้ายตนในอีกมิติหนึงแทน
ด้วยความจําเป็นทําให้ร่างนีต้องปลอมฐานะเป็นชาย อีกทังโลกใบใหม่ทีวัดพลังความแข็งแกร่งกันด้วยขันสีแห่งพลัง และร่างทีนางมาอาศัยอยู่นีก็ดันขึนชือว่าเป็น ‘คนไร้ค่า’ เสียด้วย เพราะไร้ซึง
พรสวรรค์ไม่สามารถฝึกฝนขันพลังจึงทําให้ต้องถูกหลอกให้ไปตายอย่างน่าอนาถ แต่ไม่เป็นไร นาง มู่เกอ จะไม่มีทางยอมอยู่เป็นคนไร้ค่าเช่นนีต่อไปแน่
ถ้าต้องเป็นเช่นนันนางขอยอมตายเสียดีกว่า!
ตอนที 1: ทะลุมิติ ยืมร่าง
หน้า17ของหนังสือสุภาษิตเล่มหนึงของจีนได้กล่าวไว้ว่า จักรวาลนีประกอบด้วย
1. จักรวาลขนาดเล็ก
2. จักรวาลขนาดกลาง
3. จักรวาลขนาดใหญ่
แต่มีเพียงจักรวาลเดียวเท่านันทีพระอาทิตย์และพระจันทร์สามารถส่องแสงไปถึง และจักรวาลนันมีชือว่าโลก
**
ในจักรวาลนีมีโลกอยู่กีใบ มู่เกอไม่รู้หรอก เธอรู้เพียงว่าเธอตายแล้วและร่างของเธอได้แตกสลาย แต่พอเธอได้สติอีกครังกลับรู้สึกถึงความอบอ้าวในช่องว่างทีมืดมน และเต็มไปด้วยกลินคาวเลือด…
หลินชวน คือชือของสถานทีแห่งนี
เม็ดทรายปลิวไปมาอยู่เหนือพืนดินทีรกร้าง ร่องทีเกิดจากการขุดด้วยจอบเพือเตรีมทําการเกษตร ถูกท่วมไปด้วยโลหิตสดๆ
แสงประกายจากโลหิต สะท้อนขึนไปยังท้องฟ้าทีมืดครึม พระอาทิตย์ทีส่องแสงจ้าถูกห่อหุ้มไปด้วยสีแดงจนกลบความร้อนของมัน
ซากศพในชุดนักรบจํานวนนับไม่ถ้วนนอนอยู่อย่างสงบ รวมเป็นเนือเดียวกับพืนทรายสีเหลืองหรือในวินาทีทีชีวิตของพวกเขาดับดินลงก็ได้กลายเป็นส่วนหนึงของพืนทีรกร้างแห่งนีไปแล้ว
ทันใดนัน พืนทีทีมีศพกองสูงเป็นภูเขา ก็มีการเคลือนไหวเล็กน้อย
ในช่องว่างบนกองศพ มีมือข้างหนึงทีอาบย้อมไปด้วยโลหิต ร่องเล็บเต็มไปด้วยคราบเลือดสกปรก ดินรนทีจะยืนออกมา ทังน่าหวาดผวาและน่ากลัว
มือข้างนันยืนออกมาเหนือกองศพ พอสัมผัสเข้ากับลมเย็นทีพัดผ่านก็อดไม่ได้ทีจะสันขึนมาเบาๆ จากนัน มือข้างทีย้อมแดงไปด้วยเลือดก็ใช้ดาบปัดศพทีสัมผัสกับมือออก ไม่นานช่องว่างนันก็ใหญ่ขึน
“ฮู------” นําเสียงอึดอัดดังออกมาจากช่องว่างนันอย่างเลือนราง
เสียงนันทีดังออกมา เป็นเสียงถอนหายใจราวกับว่าในทีสุดก็ได้รับการปลดปล่อย และเหมือนเสียงทีอดทนจากความเจ็บปวดทีบาดลึกถึงกระดูก
บนกองศพ กลางช่องว่างทีถูกขยายจนใหญ่ขึนด้วยฝีมือมนุษย์ มืออีกข้างทีถูกย้อมแดงไปด้วยเลือดก็ยืนออกมา
มือทังสองข้างออกแรงแข็งขันอย่างไม่เหน็ดเหนือยราวกับเป็นเครืองจักร ในทีสุด ในทีสุด ช่องว่างทีเดิมยืนมือออกมาได้เพียงข้างเดียว ก็ขยายใหญ่ถึงขนาดสามารถจุร่างคนได้ทังคน
ศพทีกองสูงเป็นภูเขาในตอนแรก ก็ไหลเลือนตกลงรอบๆรวมไปกับกองศพ
“แค่ก แค่ก…………” สูบอากาศภายนอกเฮือกใหญ่ด้วยความกระหาย แต่กลับส่งผลกระทบต่อช่วงอกทําให้ไอออกมาอย่างรุนแรง
ร่างทีเล็กและผอมบาง งอขาทังสองข้างนังอยู่ในหลุมทีตนเองขุดขึน หลังพิงกับกองศพเงยหน้าขึนมองฟ้าสีแดงในวันทีจันทร์เป็นสีเลือดนี
สีดํา สีแดง คราบโลหิตและสิงสกปรกต่างๆบดบังโฉมหน้าของเธอ ปรากฏออกมาเพียงดวงตาทีสว่างและสดใสราวกับกระจ่างแจ้งในทุกสรรพสิงบนโลกใบนี
เธอสงบนิง ชุดออกศึกสีแดงราวกับเปลวเพลิงในตอนแรก มองไม่เห็นสีสันในตอนแรกและฉีกขาดจนไม่อาจใส่ได้อีก
เธอนังพิงกองศพ กลินคาวเลือดและเนือทีเหม็นเน่าวนเวียนอยู่ทีปลายจมูก แต่เธอไม่ได้รู้สึกอะไรเลยแม้แต่น้อย ราวกับว่าคุ้นชินแล้วอย่างไรอย่างนัน หากไม่ใช่เพราะดวงตาใสกระจ่างเปียมด้วยชีวิตทังคู่ เกรงว่าก็คงไม่มีอะไรแตกต่างจากซากศพทีเรียงรายอยู่รอบๆ
“ฉันตายแล้ว และกลับมีชีวิตขึนมาอีกงันเหรอ?”
“ชิ----!” เสียงสบถเย็นชา พ่นออกมาจากจมูก เธอยกมือทีเปือนจนดูไม่ได้ขึนมาปัดเส้นผมซึงเปรอะไปด้วยคราบเลือดแห้งกรังทีตกลงลงมาโดนใบหน้าด้วยท่าทางสง่างาม
ในบรรยากาศและสถานการณ์แบบนี ถ้าคนอืนมาทําท่าอย่างนี เกรงว่าคงจะชวนให้คนรู้สึกสยอง สะอิดสะเอียน น่ารังเกียจ แต่ เมือเธอเป็นคนทํา กลับชวนมองและดูสูงสง่า
ความเงียบสงบ แผ่ซ่านไปทัวบริเวณในดวงตาทังคู่ทีสว่างใสเป็นประกาย กลับผุดความโศกเศร้าขึนมาจางๆ แต่เพียงครู่เดียว ก็จางหายไปอย่างไร้ร่องรอย
ใช่! เธอตายและคืนชีพขึนมาใหม่
ความตาย! มันก็แค่เรืองราวเก่าๆของความภักดีและการหักหลังบ้าบอ
ชาติทีแล้ว มีคนเปรียบเทียบว่าเธอสวยสะดุดตาดังดวงจันทร์ ท่ามกลางหมู่ดวงดาว ? หรือว่า นีคือสาเหตุ ทีทําให้เธอต้องเดินทางมาพบกับจุดจบของชีวิต ความอิจฉาของมนุษย์ถ้ามันประทุออกมาก็สามารถทําลายโลกทังใบได้
ในวินาทีนี สิงเดียวทีเธอรู้ชัดคือ เธอยังมีชีวิตอยู่ ยังสามารถหายใจได้อย่างเต็มปอดสามารถสัมผัสได้ถึงความรู้สึกทีเลือดไหลเวียนอยู่ทัวร่างกาย
ความเจ็บปวดทัวทังร่างกายราวกับกระดูกแตกหัก ทําให้เธอเข้าใจถึงความหมายของการมีชีวิตอยู่
เสือผ้าทีห่อหุ้มร่างกาย ทุกสิงทุกอย่างทีเห็นรอบๆตัวกําลังบอกเธอว่า ทีนีไม่ใช่โลกใบเดิมทีตนคุ้นเคย หรือว่าทีนีอาจจะเป็นนรก? หรือเป็นโลกอีกใบทีไม่มีใครรู้จัก?
“เฮอะ!”
รอยยิมกําเริบแฝงความโอหัง ผุดขึนทีมุมปากของเธอ เผยให้เห็นฟันขาวเป็นระเบียบ
มือทังคู่ออกแรงดันกับพืน ใช้แรงที่มียับตัวลุกขึน ไม่สนใจกระดูกทัวร่างทีส่งเสียงอย่างต่อเนือง เจ็บปวดเหมือนเส้นเอ็นพันกัน แล้วเธอก็ก้าวยาวๆไปข้างหน้า
เธอออกจากภูเขาศพทีถมทับเธอไว้ได้ แต่ก็ยังยืนอยู่ท่ามกลางกองศพมากมายอยู่ดี
เงาหลังทียืดตรงและมันคงจนแทบจะดูไม่ออกว่าเธอกําลังทนทุกข์ทรมานต่อความเจ็บปวด ราวกับว่า แม้ว่าฟ้าจะถล่มลงมา ก็ไม่สามารถทําให้หลังของเธองอลงได้
“ไม่ว่าจะเป็นนรกขุมไหนหรือว่าเป็นโลกของเทพมารอะไร ในเมือฉันมาแล้ว ถ้าฉันเป็นพระโพธิสัตว์……..ใต้หล้านีต้องไร้มาร แต่ถ้าฉันเป็นมาร ถ้าอย่างนัน……พระโพธิสัตว์จะทําอะไรฉันได้! ฉันเป็นผู้ลิขิตชีวิตตัวเองไม่ใช่ฟ้า”
สิงทีตามมากับเสียงอันมันคงนัน คือหัวใจทีเต้นอย่างอ่อนแรงอยู่ใน-อก เริมเต้นแรงขึน เสียงหัวใจทีเต้นอย่างรุนแรงนันสะท้อนถึงความหัวแข็งไม่ยอมใคร เหมือนเสียงฟ้าผ่าทีดังอยู่ข้างหู
เธอหายใจเข้าลึกๆ เมืออากาศทีเย็นเยียบแทรกเข้ามาในร่างกาย เเละนํามาซึงความสุขอันเจ็บปวดชนิดหนึง เธอพลันหันหลัง ดวงตาอันสดใสมองกองศพทีเคยถมทับเธอเอาไว้อีกครัง
สมองของเธอไม่ได้เลอะเลือนและไม่ใช่ไม่รู้ กลับกันเธอมีประสบการณ์มากมาย
แค่มองแวบเดียว ก็รู้ถึงสาเหตุการตายของนายทหารชุดเกราะเต็มยศพวกนีแล้ว
พวกเขาตายเพราะช่วยชีวิตเธอ
เพือปกป้องเธอ แผ่นหลังของทหารพวกนีถูกปักเต็มไปด้วยลูกธนูทีแหลมคม
ดูจากนิวมือทังสิบทีกําแน่น ท่าทางสุดท้ายของทหารทุกนายทีกระโจนเข้าสู่จุดกึงกลางทําให้เธอมองเห็นความสินหวัง โกรธแค้น ไม่ยินยอมและยังมีปณิธานทีจะยอมสละชีวิต
แต่เสียดายพวกเขาสละชีวิต ใช้ศพเป็นร้อยเป็นพันศพ
สร้างหลุมหลบภัยทีมันคงและปลอดภัยให้เธอ แต่สุด
ท้ายกลับไม่สามารถปกป้องคนทีพวกเขาคิดจะปกป้อง
แต่กลับทําให้เธอได้กําไรไปเต็มๆ
16
ในเข็มขัดหนังทีคาดอยู่ตรงเอวของเธอมีไต้ไฟอยู่อันหนึง
ของเล่นนีคือไฟแช็คสมัยโบราณ แม้ว่าจะไม่เคยใช้มา
ก่อน แต่ก็ไม่ใช่ปัญหา เธอดึงจุกออกด้วยท่าทางงามสง่า
รอให้ผงฟอสฟอรัสสัมผัสกับอากาศ เพือจะจุดไฟขึน
เปลวไฟลุกไหม้ขึนมาเต้นระริกอยู่บนไต้ไฟ
เธอไม่แม้กระทังจะมอง ยกมือขึนสะบัดมือออกไป
ไต้ไฟหมุนคว้างกลางอากาศสุดท้ายก็ตกบนภูเขาซาก
ศพนัน
17
พรึบ___________!
แสงไฟลุกโชนขึนสู่ฟ้า ทําให้พวกเขาตกอยู่ท่ามกลาง
แสงไฟสีแดงส้ม
“ไหนๆ ก็จะมาสิงร่างของคนทีพวกนายต้องการจะปก
ป้อง ฉันจะไม่ทําให้พวกนายต้องกลายเป็นศพไม่มีญาติ
กองไฟนีถือเป็นการส่งพวกนาย ขอให้พวกนายไปสู่
สุคติ”
ปากขยับพึมพําแต่เสียงนันกลับมีความเยือกเย็นแปลก
ประหลาดและเกียจคร้านเยือกเย็นราวกับมีหิมะเพิมขึน
18
มาชันหนึง ทําให้คนไม่กล้าดูถูก
กองไฟ แผ่ขยายไปในทีรกร้างแห่งนี
เธอหันหลังกลับอย่างไร้เยือใย สิงเดียวทีส่งเธอจากไป มี
เพียงแสงไฟทีลุกโหมอยู่ด้านหลัง
คนตายก็ตายไปแล้ว แต่เธอ ยังคงต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป!
กุบกุบ-------- กุบกุบ----------
เสียงเกือกม้าเคลือนใกล้เข้ามาเรือยๆ เหมือนว่าในอีกไม่
19
กีวินาที มันก็จะมาปรากฏอยู่ตรงหน้าเธอ
ดวงตากระจ่างใสเยือกเย็น เธอหยุดฝีเท้าทีกําลังจะเดิน
จากไป เงยหน้าขึนมองไปไกลๆ เห็นเพียงแค่ม้าเร็ว 10
กว่าตัวกําลังวิงมาทางเธอ
“ไวมาก!”
เธอหรีตา ม้าเร็วพวกนันวิงเร็วราวกับสายลม ความเร็ว
ระดับนีมันมากกว่าความเร็วของม้าในนิยามของเธอ
“ลูกพี ยังมีคนทีมีชีวิตอยู่ ”
20
เมือม้าเข้ามาใกล้ เสียงสนทนาก็ลอยแว่วมาเข้าหูเธอ
พร้อมสายลม
“จะเป็นหรือตายก็ช่างมัน สิงทีข้าต้องการคือทรัพย์
สมบัติ ตอนนีทุกอย่างใต้ดวงตะวันนีเป็นของข้า” เสียง
อันหยิงยโส มาพร้อมกับเสียงหัวเราะอันบ้าคลัง
รู้กันอยู่แล้ว
มีคนอยู่จําพวกหนึง ชอบคิดเอารัดเอาเปรียบกับคนตาย
เพือหาผลประโยชน์
“ลูกพี แล้วทียังมีชีวิตอยู่จะเอาอย่างไร?” ลูกน้องถามอีก
21
“มีชีวิตอยู่เหรอ?” เสียงทีโหดเ**◌้ยมและเลือดเย็นดังขึน
มา “หน้าตาดีหน่อยก็เอากลับไป ขาย หน้าตาอัปลักษณ์
ก็ฆ่าเสีย จะพูดไร้สาระไปทําไมให้มากความ”
เอาไปขาย? ฆ่าทิง ?
ตาทังคู่หรีลงเล็กน้อย สายตาคมกริบเลือดเย็นสาด
ประกาย มุมปากทีแห้งแตกของเธอปรากฏรอยยิมคล้าย
ยิมคล้ายไม่ยิมออกมา
22
ตอนที 2 ความสามารถ ชาย หญิง ในร่างเดียวกัน
23
เศษฝุ่นลอยฟุ้งเหนือพืนดิน ม้าเร็วทีล้อมรอบตัว
เธอ ดูสูงใหญ่และว่องไวผิดปกติ
อย่างไรก็ตามถ้าเทียบกับม้าเร็วทีเธอรู้จักแล้ว
แม้จะมีรูปลักษณ์ภายนอกทีเหมือนกัน แต่อย่างอืนไม่
สามารถเอามาเทียบกันได้เลย
ม้ายังคงวิงไปมาไม่หยุด ทําให้เศษฝุ่นปลิว
กระจายจนเธอมองอะไรได้ไม่ค่อยชัด
นีจงใจสินะ!
ต้องการจะเอาม้ามาล้อมเธอไว้ เพือให้เธอตกใจ
24
กลัวงันเหรอ?
“เหอะ โดนดูถูกบ้างก็เป็นประสบการณ์ทีแปลก
ใหม่อย่างหนึง ประสบการณ์*เล่นเป็นหมูเพือจะกินเสือ
แบบนี เหมือนว่าจะยังไม่เคยเล่นมาก่อน”
“เฮ้ย!เจ้าหนู แกมัวพึมพําอะไรอยู่ เห็นข้าแล้ว
ยังจะไม่โขกหัวร้องขอชีวิตอีก! ฮ่าๆๆๆ-------- ”ผู้นําทีนัง
อยู่บนหลังม้าน่าจะเรียกได้ว่า*หลังกว้างเหมือนเสือ เอว
ใหญ่เหมือนหมี รูปลักษณ์ของเขาแทบจะทําให้ทุกคน
มองข้ามเขาไป แต่เสียงพูดทีหยิงยโสและกวนประสาท
นันกลับทําให้คนจดจําได้ไม่ลืม
25
“ไม่ใช่สิ ลูกพี เหมือนจะเป็นผู้หญิงเลย”
“หืม?” ลูกพีมองมาแวบหนึง เถียงคําพูดของลูก
น้อง “ตาแกบอดรึไง? ดูก็รู้ว่าเป็นเด็กผู้ชายผอมแห้งคน
หนึง!”
“ใช่ๆๆ ลูกพีพูดถูก เป็นเด็กผู้ชาย “ในนําเสียง
นันนอกจากการคล้อยตามแล้ว ยังดูมีความสงสัยอยู่
หลายส่วน
ผู้ชาย ? หรือผู้หญิง ?
หรือว่าหญิงสาวทีปลอมตัวเป็นชาย?
26
มู่เกอทีไม่เคยสงสัยเกียวกับเพศของตัวเองมา
ก่อน หลังจากใช้ศพคืนชีพแล้วก็ยังคงไม่เคยสงสัยเกียว
กับเพศของตัวเอง
ชาติทีแล้วเธอเคยมีประสบการณ์อยู่ในสงคราม
จนลืมไปแล้วว่า ก่อนยุคปัจจุบันทีเจริญแล้ว สนามรบ
และการทําสงครามเป็นหน้าทีของผู้ชาย ไม่ได้เกียวข้อง
อะไรกับผู้หญิง
“หึ ! เจ้าหนู คุกเข่าลงดีๆ โขกหัวให้ข้าดังๆ
สามครัง เลียรองเท้าของข้าให้สะอาด แล้วข้าจะยอม
เมตตารับเจ้ากลับไปด้วย ให้ข้าวเจ้ากิน” ลูกพีคนนัน
มอง ‘เด็กชาย’ ผู้โชคดีผู้รอดชีวิตมาจากสงครามที
27
ถูกล้อมอยู่ตรงกลางวงอย่างได้ใจ
“คนเลว มักตายเพราะพูดไร้สาระมากเกินไป!”
มู่เกอเงยหน้าขึน 45 องศา ถอนหายใจแล้วพูด
มาประโยคหนึง
“แกพูดว่าอะ………..”
พลัก!
ฮี-----------!
28
ม้าร้องเสียงแหลมด้วยความเจ็บปวด และยังมี
เสียงตกกระแทกพืนหนักๆ ตัดบทคําพูดชายร่างกํายํา
คนนัน
เศษฝุ่นลอยฟุ้งขึนเหนือพืนดิน ปกคลุมตัวของมู่
เกอเอาไว้
ท่าทางมู่เกอราวกับเสือซีต้า แล้วเริมเกมส์ทีตน
คุ้นเคยดี---------การล่านันเอง
“ฆ่ามันซะ!”
29
ชายคนนันพอตกลงมาจากหลังม้าก็รู้สึกเหมือน
ว่ากระดูกทังตัวแตกหัก เขาสะบัดมือชีสังให้ลูกน้องโจม
ตีร่างอันผอมบางนัน
แต่มู่เกอ กลับไม่รู้สึกตืนกลัวแม้แต่น้อย ทีมุม
ปากเผยรอยยิมกระหายเลือดออกมา ดวงตาทังคู่นอก
จากความสงบนิงแล้วก็ไร้ซึงระลอกคลืนใดๆ
คนสิบกว่าคนชูอาวุธขึนมา บนร่างมีแสงสีแดง
ปรากฏขึน แตกต่างกันเพียงแค่ความเข้มของสีเท่านัน
มู่เกอดวงตาสาดประกายแวบหนึง ไม่ทันได้
สังเกต “เรืองแปลก” ทีเกิดขึนบนตัวคนพวกนี อาศัยแค่
30
ความสามารถและประสบการณ์ของเธอ เธอก็สามารถ
จบสงครามได้ในเวลาอันสัน
อย่างน้อย ทุกอย่างก็ต้องจบก่อนทีร่างกายของ
เธอจะไม่ไหว
การเคลือนไหวรวดเร็วคล่องแคล่ว ทุกกระบวน
ท่าล้วนหมายชีวิต มู่เกอหลบการโจมตีจากอาวุธทีมีแสง
สีแดงพวกนัน ใช้กระบวนท่าของตนเด็ดทุกชีวิต
“มือลืนเป็นปลาไหลเลยนะ……….อ้า!”
‘กร็อบ!’
31
เสียงกระดูกคอหัก จบคําพูดนันลง
มู่เกอหัวเราะอย่างไร้เสียง หันหลังสะบัดหมัด
เข้าตรงหัวใจของคนทีคิดจะลอบกัดจากทางด้านหลัง
ตอนทีถอนมือกลับมา ไม่มีใครทันสังเกตเห็นแสงสีม่วง
อ่อนจางหลายสายทีค่อยๆ จางหายไปจากหมัดของเธอ
ในตอนนีเอง มู่เกอสัมผัสได้ถึงพลังอย่างหนึงทีคุ้น
เคย ดวงตาทีสงบนิงมีแววยินดีวาบผ่าน เพราะมันทําให้
การลงมือของเธอมีกําลังมากขึนอีกหลายเท่า
“อ๊าก--------!”
32
ผู้ถูกโจมตี กระเด็นไปด้านหลังเหมือน
โดนกระสุนปืนใหญ่ วินาทีทีล้มลงพืนนัน ก็ไร้ซึงเสียง
ใดๆ เหลือเพียงกลินไหม้จางๆ บนร่างกาย
คนสิบกว่าคนรวมทังลูกพีร่างกํายําคนนัน ถูกมู่
เกอจัดการในเวลาอันสัน
ในทีสุดทุกอย่างก็จบลง ในขณะทีมู่เกอคุกเข่า
ลงข้างหนึงอย่างไร้เรียวแรง ปรับลมหายใจของตัวเองให้
คงทีพร้อมกับมองมือทังสองข้างของตัวเอง
ระหว่างนิวทังสิบมีแสงสีม่วงราวกับเส้นด้ายวูบ
33
วาบขึนมา เกียวพันราวกับเด็กน้อยทีแสนซุกซน
“เจ้ายังอยู่ งัน…….”
มู่เกอพึมพํา พลันหลับตาลง เหมือนกําลัง
สัมผัสถึงอะไรบางอย่าง
แต่ว่า วินาทีต่อมา เธอก็ลืมตาขึน ดวงตาสงบ
นิงใสกระจ่างทังคู่ปรากฏความยินดีเป็นอย่างยิง เธอเกิด
ใหม่แล้ว แต่กลับไม่คิดว่าความสามารถในการใช้สาย
ฟ้าและช่องว่างของเธอเมือชาติก่อนจะติดตามตัวเธอมา
ด้วย
34
ใช่แล้ว! ชาติทีแล้ว เธอเกิดมาเป็นผู้ทีมีสองพลัง
เพราะความกล้าหาญของเธอ ประเทศจึงรับตัว
เธอไปอย่างลับ ๆ เพือเข้ากระบวนการทําการฝึกฝนใน
แต่ละด้าน จนในทีสุดเธอก็กลายเป็นมีดแหลมคมทีมี
ประโยชน์มากทีสุดเล่มหนึง เพือทีจะเป็นมีดเล่มนี เธอ
ต้องเสียสละทุกสิงทุกอย่างทีคนธรรมดามี แต่ว่า ตอน
จบกลับไม่ได้สวยงามอย่างทีหวัง สุดท้ายเธอกลับต้อง
มาตายอย่างอยุติธรรมเพราะกับดักของพวกเดียวกันเอง
“แค่กๆ!”
เพราะความอ่อนแอของร่างกาย ทําให้ไม่
35
สามารถเปิดช่องว่างได้ มู่เกอแค่สามารถรับรู้ได้ถึงการมี
อยู่ของช่องว่างของตนเองเท่านัน
แต่ว่า นีก็เป็นข่าวดีมากแล้ว
อย่างน้อยก็ทําให้ความรู้สึกแปลกแยกในการมา
อยู่ในโลกทีไม่เคยรู้จักมาก่อนของเธอลดน้อยลงได้บ้าง
“แสงสีแดงทีเกิดขึนจากตัวของคนพวกนัน เป็น
เพราะอะไรกันนะ” เธออดทนต่อความเจ็บปวด และ
พลิกตัวขึนนังบนหลังม้า มู่เกอจึงได้มีเวลาคิดทบทวนถึง
ความแปลกประหลาดทีเกิดขึนตอนต่อสู้เมือครู่นี
36
อาศัยกําลังของม้าเร็ว จึงทําให้มู่เกอเดินทางมา
ถึงสุดขอบของพืนทีรกร้างแห่งนี แต่ว่าแรงสันสะเทือน
ตอนทีนังอยู่บนหลังม้า ก็เกือบจะเอาชีวิตเธออยู่หลาย
ครัง
นอกพืนทีรกร้าง เต็มไปด้วยสีเขียวขจีของพืช
พรรณ นําในแม่นําไหลเอือยใสจนเห็นก้น
ถ้าไม่ได้มาเห็นด้วยตาตัวเองไม่ว่าใครก็คงยาก
จะจินตนาการว่าพืนทีทีห่างกันแค่เส้นกันบางๆ กลับมี
ทิวทัศน์ทีแตกต่างราวฟ้ากับเหวขนาดนี
“ฮี--------!”
37
ม้าทีขโมยมา พามู่เกอมาหยุดอยู่ทีริมแม่นําสาย
หนึงซึงล้อมรอบด้วยต้นกก
ตอนนีพระจันทร์ขึนเหนือยอดไม้ รอบๆ เงียบ
สงบ นานๆ ทีจะมีเสียงร้องของแมลง
มู่เกอกัดฟันแน่น อดทนต่อความเจ็บปวดของ
บาดแผลแล้วโดดลงม้า สภาพแวดล้อมทีเห็น ยังมี
หิงห้อยทีบินตําๆ ไปมา แสงสีเขียวทีส่องประกายวิบวับ
พวกนัน ทําให้แววตาทีเย็นชาของเธออ่อนโยนลงหลาย
ส่วน
38
เธอทิงเชือกม้าไว้แถวๆ นัน มู่เกอหันไปยักคิวให้
ม้า พูดกับมันว่า” แกนีเข้าใจเลือกทีจริงๆ”
พูดจบ เธอก็เดินไปทางแม่นํา เพราะปีนออกมา
จากกองศพทังตัวจึงมีแต่กลินเหม็นทียากจะทานทน ได้
ล้างทําความสะอาดและพักผ่อนสักหน่อย เป็นสิงทีเธอ
อยากทํามากทีสุดในเวลานี
ในนําทีใสบริสุทธิ สะท้อนให้เห็นดวงจันทร์เย็น
เยียบท่ามกลางสีรัตติกาล
ถ้าไม่ได้รู้สึกไปเอง มู่เกอรู้สึกว่าพระจันทร์ดวงที
จมอยู่ในนํา ถ้าเทียบกับดวงทีอยู่บนโลกแล้ว ทังใหญ่
39
กว่าและกลมกว่า
*คืนพระจันทร์เต็มดวง เวลาทีครอบครัวได้อยู่
พร้อมหน้า?
มู่เกอสะบัดหัว รู้สึกดูแคลนตัวเองทีอยู่ดีๆ ก็รู้สึก
เศร้าขึนมา เธอคุกเข่าลงข้างริมแม่นํา มือทังคู่จุ่มลงไป
ในนํา รู้สึกได้ถึงความเย็นเฉียบของนําใต้แสงจันทร์
ซ่า!
เสียงนําไหลดังขึน มู่เกอวักนําด้วยมือทังสอง
ก้มหน้าลงเพือจะล้างคราบสกปรกบนใบหน้า
40
ทันใดนัน การกระทําของเธอก็หยุดชะงัก
เธอเบิกตาโต จ้องเงาของตัวเองทีสะท้อนอยู่ใน
นํา จนนําทีวักขึนมาไหลลงมาตามร่องนิวแต่เธอก็ยังไม่
รู้สึกตัว
เฮ้ย ใครตอบเธอได้บ้างว่าไอ้เงาครึงหญิงครึง
ชายในนํานันเป็นใครกัน?!
ใบหน้าเล็กๆ สกปรกจนมองไม่ชัดว่าหน้าตาเป็น
อย่างไร ยิงไม่สามารถแบ่งแยกได้ว่าเป็นหญิงหรือชาย
แต่ว่า ‘สิงที’ปรากฏอยู่บนลําคอนอกเสือของเธออย่าง
41
ผลุบๆ โผล่ๆ นันกลับทําให้มู่เกอทีปีนออกมาจากกองศพ
รู้สึกตืนตระหนกเป็นครังแรก
ลูกกระเดือก สิงทีบ่งบอกว่าเป็นเพศชายหรือ
หญิงได้ชัดเจนทีสุด
เธอตืนตระหนก! ทําไมเจ้าสิงทีเป็นของผู้ชายนีถึงมาอยู่
บนร่างเธอได้
เธอไม่ใช่ผู้หญิง …………..
เธอสูดอากาศทีเย็นๆ เข้าไปเฮือกหนึง บท
สนทนาก่อนหน้านีของคนพวกนันลอยขึนมาในหัวของ
42
เธอ
มู่เกอทีร่างแหลกเป็นชินๆ เพราะระเบิด มู่เกอที
ปีนออกมาจากกองศพ คนทีสงบนิงไม่เคยตืนกลัว ในที
สุดก็มารู้สึกเสียศูนย์เอาวินาทีนี
เธอนังอึงอยู่ตรงริมแม่นําทีเปียกชืน ไม่ใส่ใจต่อ
ดินโคลนใต้ร่าง
มือหนึงยันอยู่บนพืน อีกมือคลําลําคอของตัวเอง
โดยไม่รู้ตัว
ตอนมือส่งสัมผัสมาถึงตัวเธอนัน เธอก็สันไปทัง
43
ร่าง ก้มมองหว่างขาของตัวเองโดยไม่รู้ตัว เมือคาดเดา
ได้ถึงความเป็นไปได้บางอย่างขึนมา เลือดในตัวของเธอ
ก็พลันเย็นเฉียบจนติดลบ
ใต้ผ้าผืนนันไม่สามารถมองออกได้ว่ามีอะไรผิด
ปกติ
แต่ว่า มู่เกอทีไม่กลัวฟ้ากลัวดิน ในตอนนีกลับไม่
กล้าทีจะยืนมือออกไปพิสูจน์
ถ้า……….. ถ้าตรงนันมีอะไรเพิมขึนมาจริงๆ
ล่ะ……………
44
มู่เกอตัวสัน เลือดสูบฉีดขึนทีสมอง ทําให้แก้ม
และหูทังสองข้างแดงเห่อ
ถ้าการทะลุมิติ การใช้ร่างของคนอืนกลับมามี
ชีวิตอีกครังของเธอ ทําให้เธอต้องกลายเป็นผู้ชายหรือ
เป็นตัวประหลาดครึงหญิงครึงชาย………..ผลลัพธ์แบบ
นี คงทําให้เธอโกรธและอับอายจนยอมตาย
แน่ๆ…………..
*เล่นเป็นหมูเพือจะกินเสือ มีทีมามาจากการทีนายพราน
ต้องการทีจะจับเสือ จึงเรียนเสียงร้องของหมูเพือล่อให้
เสืออกมา จึงหมายถึงการทําท่าทางซือๆ ยิมแย้มตลอด
แต่แอบลับมีดเอาไว้ข้างหลัง เป็นวิธีหลอกล่อเพือให้ศัตรู
45
ทีแข็งแกร่งกว่าตายใจแล้วค่อยลงมือ
*หลังกว้างเหมือนเสือ เอวใหญ่เหมือนหมี หมายถึงตัว
ใหญ่แข็งแรงกํายํา
*คืนพระจันทร์เต็มดวง เวลาทีครอบครัวได้อยู่พร้อมหน้า
หมายถึง เวลาทีพระจันทร์เต็มดวง ก็ควรจะเป็นคืนที
ครอบครัวได้อยู่พร้อมหน้ากันเหมือนพระจันทร์ทีกลม
เต็มไม่เว้าแหว่ง ดังนันในนิยายหรือคํากลอนของจีนจึง
มักจะใช้ประโยคนีมาบรรยายถึงความเหงา คิดถึงครอบ
ครัว
46
ตอนที 3 วิญญาณของเจ้าของร่างคนเดิม ถํามอง
47
“สบายใจเถอะ ภายในและภายนอกของร่างนี
เป็นผู้หญิงทังหมด ”
ในขณะทีมู่เกอกําลังจะแข็งเป็นหินและกําลังจะ
พังทลายเป็นเศษฝุ่นในอีกไม่กีวินาที ก็พลันมีเสียงเยือก
เย็นดังมาจากข้างหลังเธอ
เสียงตอบกลับนัน สําหรับมู่เกอในตอนนีแล้ว
เป็นเสมือนเสียงจากสวรรค์
เธอหันหลังทันที เพือหาต้นเสียง แต่ก็ต้อง
48
ประหลาดใจ ทําไมเสียงทีดังขึนอย่างกะทันหันนีไม่ทําให้
สัญชาตญาณในการระวังภัยของเธอทํางาน
แต่ว่า เมือเธอได้เห็นผู้ทีพูดก็อึงงันไป
“คน? ผี? หรือเทพ ?” บริเวณถัดจากตรงหน้า
เธอประมาณครึงเมตรมีเงาโปร่งแสงลอยอยู่ มู่เกอเอ่ย
ปากถามอย่างไม่ตืนตระหนก
ใช่ เธอเป็นคนทีเคยเห็นโลกกว้างมาก่อน ‘สิง
ที’อยู่ตรงหน้า ยังไม่ถึงขันทีจะทําให้เธอตกใจได้
‘คน’ตัวโปร่งแสงมองมาทีเธอนิงๆ แล้วละสาย
49
ตาอย่างเย่อหยิง พร้อมพูดอย่างเย็นชาว่า “*นกพิราบ
ครอบครองรังของนกกางเขน”
“!” มู่เกอยกมุมปาก หรีตาลงพิจารณาอย่างถี
ถ้วน
เสือคลุมยาวสีแดงเป็นประกายราวกับเปลวไฟ
เสือเกราะเบาทีประเมินค่าไม่ได้ ผมเงาดําถูกมัดรวบไว้
ด้วยทีเกล้าผมหยก ใบหน้าอ่อนเยาว์งดงามสะดุดตา
‘งาม งามมาก” สามารถทําให้มู่เกอยอมรับเรือง
นีได้ เป็นเรืองทีไม่ง่ายเลย แต่ว่า.......มู่เกอทีตาเป็น
ประกายคิดในใจว่า ‘น่าเสียดาย ไอดําทีหว่างคิวทังสอง
50
ข้างเข้มเกินไป จึงทําลายความสวยงามทีหาได้ยากนี
มู่เกอมองประเมินอย่างไม่หลบเลียงทําให้ ‘คน’
โปร่งแสงคนนันหัวเราะเย้ยหยันขึนมา สายตายิงดู
ถูกกว่าเดิม “สมองเชืองช้า ไม่คิดเลยว่าร่างของข้าจะถูก
คนแบบเจ้ายึดครอง”
เฮอะ !
สมองเชืองช้า หมายถึงเธอเหรอ?
มู่เกอกะพริบตา มันใจว่ารอบข้างไม่มีบุคคลที
สามอยู่ คิวงามดกดําก็ขมวดเข้าหากันน้อยๆ
51
“เจ้าไม่ยินยอมรึ?” มู่เกอพลันยิมเย็น
ความสามัคคีของคนและผีคู่นีในตอนแรก กลาย
เป็นความเคร่งเครียดขึนมาภายในเวลาอันสัน
ไม่ยินยอม? จะให้ยินยอมได้อย่างไรกัน?
หลังจากทีมู่เกอพูดจบ ใบหน้าของเจ้าของร่าง
คนเดิมก็แสดงความขัดแย้งออกมาอย่างชัดเจน ส่วนลึก
ในดวงตาราวกับมีเปลวไฟแห่งความไม่ยินยอมลุกโชน
ขึนมา แต่สุดท้ายก็ดับมอดลงอย่างเงียบๆ
52
“ไม่ยินยอมแล้วอย่างไร ข้าตายไปแล้ว แม้ว่าจะ
ไม่มีเจ้า ก็ไม่สามารถฟืนขึนมาได้อยู่ดีสุดท้ายก็ถูกเผา
ร่างสลายหายไปก็เท่านัน” ความรู้สึกโศกเศร้าค่อยๆ แผ่
ซ่านออกมา ความรู้สึกเจ็บปวดไม่ยินยอมต่อความ
อยุติธรรมทีได้รับ ทําให้หิงห้อยรอบข้างบินออกห่าง ไม่
กล้าเข้าใกล้
ความโศกเศร้าเสียใจไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรต่อ
มู่เกอเลย ราวกับว่าทุกอย่างไม่ได้เกียวข้องอะไรกับเธอ
เธอไม่ได้เป็นคนทีไปขโมยร่างของคนอืนมา
เธอพยักหน้าพูดอย่างเห็นด้วยว่า “ทีพูดมาก็จริง
อยู่ มองจากความเป็นจริงบางมุมแล้ว การปรากฏตัว
ของข้าช่วยรักษาให้ร่างของเจ้ายังคงอยู่ไม่เสือมสลาย
53
ไป”
พูดจบ ก็ปรากฏสีหน้า ‘ไม่ต้องซาบซึงก็ได้ ข้าชือ
เหลยฟง’ออกมา
ใบหน้าของเจ้าของร่างคนเดิมกระตุกทีหนึง
สําหรับการกระทําหน้าไม่อายแบบนีแล้ว นางก็ทําได้แค่
แค่นเสียง ‘ฮึ’ ออกมาคําหนึง
“พูดมาสิอยู่ๆ ก็มาปรากฏตัวตรงหน้าข้าแบบนี
ต้องการอะไร อยากจะเอาร่างกลับคืนไป หรือหวังให้ข้า
ละอายใจทีใช้ร่างของเจ้าแล้วให้ข้ารับปากสัญญาเหลว
ไหลอะไรพวกนัน ถ้าเป็นเช่นนัน ก็เลิกคิดเถอะ” หลังจาก
54
ทีรู้ว่าตัวเองไม่ได้เป็นผู้ชาย มู่เกอก็กลับไปเป็นคนเดิมที
แม้ว่าฟ้าจะถล่มลงมาข้าก็จะไม่ขยับไปไหนคนนนันอีก
ครัง
พูดทิงท้ายอย่างเกียจคร้านแล้วก็ขีเกียจจะล้าง
ตัวต่อ เธอนอนตะแคงบนพืนหญ้า ใช้ข้อศอกพยุงร่าง
ของตัวเองเอาไว้ ยกขาขึนข้างหนึงขึนด้วยท่าทางสูงสง่า
โอหังเป็นทีสุด
ตาทังสองข้างของเธอหรีลง ราวกับจะเคลิมหลับ
ยิมมุมปากจางๆ ทําให้หน้าทีเปือนไปด้วยคราบสกปรกดู
เปล่งปลังราวกับได้เกิดใหม่ ท่าทางสบายอกสบายใจ ดู
ไม่เหมือนตกอยู่ในสถานการณ์ยากลําบากแม้แต่น้อย
55
เจ้าของร่างคนเดิมนิงมองมู่เกอ ความรู้สึกอิจฉา
และริษยาวาบผ่านขึนในใจ
นางมีชีวิตอยู่อย่างสง่าผ่าเผย ราวกับว่าในโลกนี
ไม่มีอะไรจะหยุดยังนางได้ ใช้ชีวิตอย่างเอาแต่ใจ แต่
ชีวิตทีผ่านมาของนาง นางกลับไม่กล้าทีจะคาดหวัง
นางไม่กล้า ไม่อาจทีจะลืมฐานะของตนเอง อีก
ทังภาระทีตัวเองแบกรับอยู่ได้
พลังพลาดไปเพียงนิด สิงทีรอต้อนรับนางอยู่ นัน
ก็คือ ความหายนะ!
56
“ข้าก็ไม่รู้ว่าเหตุใดถึงปรากฏตัวให้เจ้าเห็นได้”
เจ้าของร่างคนเดิมละสายตาจากมู่เกอแล้ว มองออกไป
ไกล ราวกับว่าหากหลีกเลียงไม่สบตากับมู่เกอ จะทําให้
นางสามารถรักษาเกียรติและความภาคภูมิใจเอาไว้ได้
บ้าง “แต่ข้ารู้แค่ว่า หลังจากสีสิบเก้าวัน ข้าก็จะหายไป
ตลอดกาล”
หายไปตลอดกาลหรือ? นีถือว่าเป็นข่าวดี
มู่เกอกวาดสายตาผ่านร่างโปร่งแสงของเจ้าของ
ร่างคนเก่าไปอย่างเย็นชา
57
สายตาแบบนี ไม่ได้ทําให้เจ้าของร่างคนเดิมรู้สึก
อะไร นางเม้มริมฝีปากทีโปร่งแสงแน่น มองความมืดทึบ
ข้างหน้าแล้วพูดพึมพําขึนว่า “มู่ชิงเกอ หลานชายสาย
ตรงผู้สืบสายเลือดเพียงคนเดียวของหย่งหนิงกงแม่ทัพ
ใหญ่แคว้นฉิน ปีนีอายุ 15 ปี นิสัยดือรัน คาดเดาใจยาก
เป็นคนลัวตู ทีบ้านนอกจากท่านปู่มู่ซงแล้ว ญาติสาย
เลือดเดียวกันก็เหลือแค่ท่านอามู่เหลียนหรง ทหาร 500
นายทีปกป้องข้าอย่างไม่คิดชีวิตนัน เป็นองครักษ์ของข้า
เอง ครังนีพวกเราจากลัวตูมาแสนไกล ถึงสนามรบทีลัว
รือก็เพราะว่า………. ”
มู่เกอไม่ได้ขัดจังหวะการพูดของเจ้าของร่างคน
เดิม แต่กลับฟังอย่างตังใจ
58
หลังจากทีเธอเกิดใหม่ ก็ไม่ได้รับเอาความทรง
จําเกียวกับตัวของเจ้าของร่างคนเดิมมาด้วย แต่ตอนนี
สิงทีเจ้าของร่างคนเดิมทํา ราวกับว่ากําลังช่วยเธอให้รับ
ร่างนีต่อได้อย่างราบรืนยิงขึน ใช้ตัวตนใหม่นีเพือมีชีวิต
อยู่ต่อไป
เมือฟังสิงทีเจ้าของร่างกล่าวจบ มู่เกอก็ยันตัวลุกขึน นัง
ขัดสมาธิอยู่บนพืนหญ้า ดึงหญ้าป่าบนพืนจนกระจุย
กระจาย แล้วถามว่า “ถ้าอย่างนัน ทีบุคคลสูงส่งอย่าง
เจ้ามาโผล่อยู่ทีสนามรบแบบนีก็เพราะถูกยัวยุจากเจ้า
อะไรนันน่ะทีมีเจตนาร้าย เจ้าจึงออกมาอย่างวู่วาม เป็น
อย่างนีใช่หรือไม่?
เจ้าของร่างเดิมเม้มปากแน่น ไม่โต้ตอบอะไรแต่
59
พยักหน้า และไม่ทันได้สังเกตแววตาทีเยียบเย็นของมู่เก
อ
ตรงตําแหน่งของหัวใจ พลันเกิดโทสะทําให้ร่าง
กายของเธอทีบาดเจ็บอยู่แล้ว เจ็บมากขึนไปอีกราวกับ
ราดนํามันลงบนองไฟ ชาติทีแล้ว เธอเป็นทหาร เข้าใจว่า
อะไรคือหน้าทีของคนเป็นทหาร แต่ว่า ตอนนีเธอกลับไม่
สามารถยอมรับได้ การตายของทหาร 500 นายนัน เป็น
เพราะอารมณ์ชัววูบของไอ้คนเสเพลแค่คนหนึง
“สิงทีข้าติดค้างพวกเขา เกรงว่าคงไม่อาจชดใช้
ได้หมด แต่คนทีมันตังใจทําร้าย ข้าขอให้เจ้าอย่าปล่อย
มันเอาไว้” เหมือนเป็นเพราะคําเตือนของมู่เกอ เจ้าของ
ร่างคนเดิมจึงไม่ได้พูดว่า “เพราะเจ้าครอบครองร่างของ
60
ข้า จึงต้องช่วยข้าทําอย่างนันทําอย่างนี” แต่ขอร้องออก
มาโดยตรงเลย
ไอสังหารของมู่เกอค่อยๆ สลายไป
แม้ว่าคนทีทหาร 500 นายนันต้องการจะปก
ป้องไม่ใช่เธอ แต่เธอกลับได้ประโยชน์จากเรืองนี ลองคิด
ดู หากไม่ได้รับการปกป้องอย่างไม่คํานึงถึงชีวิตของ
ทหารทัง 500 นาย ร่างทีเธอจะใช้ก็คงจะพรุนเป็นรังผึง
ไปนานแล้ว จะมีโอกาสเกิดใหม่ได้อย่างไรกัน
ช่างเถอะ หนีในครังนีสนองคืนไปก็หมดเรือง
61
พอคิดแบบนี มู่เกอจึงพยักหน้า ถือว่าตอบตกลง
แล้ว
พอได้คําตอบทีต้องการมือของเจ้าคนร่างคน
เดิมทีกําแน่น ก็ค่อยๆ คลายออก ถ้ามู่เกอไม่ยินยอม
นางก็ไม่มีวิธีอะไรแล้ว
“เพราะเหตุใดคนผู้นันถึงต้องทําร้ายเจ้าด้วย?
ร่างครึงหญิงครึงชายของเจ้านีมันเป็นเพราะอะไรกัน
แน่?” มู่เกองอนิวเคาะกับพืนหญ้า ขมวดคิวถาม
เจ้าของร่างคนเดิมยิมอย่างสินหวัง ท่าทางโศก
เศร้า ความหยิงยโสในตัวหายไปทันที “เพราะข้าดันไป
62
รักคนทีไม่ควรรักเข้า คนอืนเห็นแล้วขัดตา ก็ต้องสังสอน
เป็นธรรมดา แต่ไม่คิดเลยว่าการสังสอนครังนีคือต้อง
การจะเอาชีวิตของข้า ถ้าเขารู้ว่าข้าตายแล้ว ไม่รู้ว่า
จะ………..”
“เฮ้ย! ข้าไม่มีเวลามานังฟังเรืองรักรักใคร่ใคร่
ของเจ้านะ” มู่เกอพูดขัดจังหวะ กลับพึมพําออกมาว่า
“อายุแค่นี ริจะมีความรัก อย่าบอกนะว่าเพิงจะข้ามมิติ
มาก็ต้องมาเจอกับเรืองความรักผิดศีลธรรมอะไรแบบนี
เนีย”
คําพูด แม้จะไร้เยือใย แต่มู่เกอกลับสัมผัสได้ถึง
ความรู้สึกอาลัยอาวรณ์ต่อคนรักของเจ้าของร่างคนเดิม
ได้เป็นอย่างดี
63
แต่ว่า เพือคนๆ นัน มันคุ้มกันแล้วเหรอ?
เกรงว่าคําตอบนัน ก็คงจะเป็นความจริงทีมู่ชิงเก
อกําลังหนีอยู่กระมัง
ช่างเถอะ จะคุ้มหรือไม่คุ้ม วันหน้าเจอกันเดียวก็
รู้
เวลานี สิงทีมู่เกอเป็นกังวลมากกว่าสิงอืนใดก็
คือสภาพของร่างนี
“ความจริงแล้วตัวข้านันเป็นหญิง แต่เพือท่านปู่
64
เพือตระกูลมู่ ข้าจึงจําต้องเก็บงําความเป็นหญิงและ
ปลอมตัวเป็นชาย ทีข้าสามารถปิดบังสถานะทีแท้จริงได้
ไม่ใช่เพราะข้าปลอมตัวได้แนบเนียน แต่เป็นเพราะ
เครืองมือมายาชินเดียวทีท่านแม่ทิงไว้ให้ นันก็คือตุ้มหูสี
ม่วงบนหูข้างซ้ายของเจ้านันไง” พูดจบ สายตาของเจ้า
ของร่างคนเดิมก็หยุดมองทีหูซ้ายของมู่เกอ
“เครืองมือมายา?” มู่เกอยกมือขึน ปลายนิวลูบ
คลําตุ้มหูสีม่วงนัน เป็นเพราะของเล็กๆ ชินนีน่ะเหรอ? ที
ทําให้ตัวเธอเดียวก็เป็นหญิง เดียวก็เป็นชาย?
เจ้าของร่างคนเดิมพูดอีกว่า “เครืองมือมายาบน
หูซ้ายของเจ้าชินนี เกรงว่าอาจจะมีเพียงชินเดียวในหลิน
ชวน ข้าก็ไม่รู้ว่าท่านแม่ไปได้มาจากไหน รู้แค่ว่า เครือง
65
มือมายาชินนีสามารถเปลียนเพศของผู้สวมใส่ เพราะ
ทุกอย่างจะเป็นภาพลวงตา ทําให้คนยากแยกจริงเท็จ
ตอนนีเครืองมือมายาได้รับความเสียหาย จึงทําให้ร่าง
กายมีการเปลียนแปลงเป็นธรรมดา แต่ว่า ถ้าผ่านคืนนี
ไป มันก็จะซ่อมแซมตัวเอง พรุ่งนีเช้า เจ้าก็จะกลายเป็น
คุณชายตระกูลมู่ คุณชายผู้สืบสายเลือดแห่งจวนหย่ง
หนิง ”
เมือเจ้าของร่างคนเดิมพูดจบ ร่างทีโปรงแสงก็
จางลงไปเรือยๆ
“เฮ้ย!” มู่เกอตกใจและรีบลุกขึนยืน
66
“คืนนีพูดมากเกินไปแล้ว ข้าเหนือยแล้ว สีสิบ
เก้าวันถัดจากนี ข้าจะคอยติดตามอยู่ข้างกายเจ้า ถ้าเจ้า
ต้องการพบข้า แค่เรียกข้าก็พอ ” เมือเสียงจางหายไป
เงาของมู่ชิงเกอก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยเช่นกัน
“ไปแบบนีเลยเหรอ?” มู่เกอขมวดคิว นัยน์
ตากระจ่างใสทังคู่มองไปรอบๆ พอมันใจว่ามู่ชิงเกอไม่
อยู่ ก็ยกมือขึนจับตุ้มหูสีม่วงบนหูซ้าย
ตุ้มหูสีม่วงทีไม่มีแสงใดๆ ในตอนแรก แต่พอมู่เกอสัมผัส
กับก็มีแสงประหลาดสายหนึงวาบผ่านราวกับมีชีวิต
อย่างไรอย่างนัน
67
“มีการปลอมตัวทีน่าอัศจรรย์แบบนี ดูเหมือนว่า
โลกใบนีจะไม่น่าเบืออย่างทีคิด ” วางมือลง แล้วมู่เกอก็
ปลดเสือตัวยาวทีฉีกขาดบนร่างออก
อยู่ๆ มู่ชิงเกอก็ปรากฏตัวขึน ขัดจังหวะความคิด
ทีจะล้างทําความสะอาดตัวของเธอ ความสงสัยในใจก็
ได้คลายลงไปแล้ว ภายใต้แสงจันทร์ทีส่องสว่างจะได้
ล้างเนือล้างตัวให้สะอาดสักที
เธอถอดเสือคลุม เกราะเบาออก มู่เกอมีเอียม
เพียงตัวติดกายยืนอยู่กลางสายนํา ใช้ผ้าขาดๆ เช็ด
คราบเลือดบนตัวออก
68
คืนทีเงียบเหงา ไร้ซึงดวงดาว มีเพียงแสงจันทร์ที
ส่องสว่างลงมาบนตัวเธอ ลมพัดผ่านเบาๆ เสียงเดียวที
ยังคงดังอยู่คือเสียงหยดนํา
ทันใดนัน ก็มีกลินหอมรุนแรงลอยปะปนมาตาม
สายลม
มู่เกอหยุดทุกการเคลือนไหว กอดอกแน่น พลัน
แยกทิศทางของกลินหอมออกในทันที พร้อมพูดเสียง
แข็ง “ออกมา!”
*นกพิราบครอบครองรังของนกกางเขน หมายถึง การ
แย่งชิงทีอยู่ของคนอืนมาเป็นของตัวเอง
69
70
ตอนที 4 ผู้สูงสง่า กับ ร่างกายทีไร้ประโยชน์
“ออกมา!”
เสียงใสอันเยือกเย็น แฝงด้วยการเอ่ยเตือน
มู่เกอคว้าเสือเปือนๆ ขึนมาปกปิดผิวกายอัน
เนียนละเอียดราวหยกของตนเองไว้
71
เธอไม่รู้ว่าตอนนีเครืองมือมายาอันนี ทําให้คน
อืนเห็นเธอเป็นอย่างไร แต่ตัวเธอก็ไม่อาจยอมเสีย
เปรียบมิใช่หรือ? พอมันใจว่าตัวเองไม่ได้เปลือยกายอยู่
มู่เกอก็รีบจัดการกับตัวเอง แล้วหันหน้าเข้าหาทีมา
ของกลินหอมนัน
พระจันทร์ใกล้จะลาฟ้า พระอาทิตย์กําลังจะขึน
มันคือช่วงเวลาทีมืดทีสุด แสงเดียวทีมีคือแสง
ของหิงห้อยเหล่านันทีบินวนไปมา
แสงประกายสีเขียวโปร่งใส ยามปกติก็ชวนให้
รู้สึกหวาดกลัวมากพออยู่แล้ว แต่ตอนนีกลับส่องสะท้อน
72
ใบหน้าทีล้างจนสะอาดแล้วของมู่เกอให้ดูราวกับภาพ
ฝันทีไม่มีอยู่จริง
ทีจริงแล้วร่างของมู่เกอถูกปกป้องอย่างถวาย
ชีวิตจากทหารทัง 500 นายจึงทําให้ไม่ได้บาดเจ็บอะไร
มาก ตอนทีมู่เกอรู้สึกตัว ความรู้สึกเจ็บปวดรุนแรงราว
กับกระดูกแตกป่นไปทังร่างนัน เป็นเพราะถูกทับถมอยู่
ด้านล่างทีลึกทีสุดของกองศพต่างหาก
เพราะฉะนัน สาเหตุทีแท้จริงในการตายของมู่ชิง
เกอ กลับเป็นเพราะว่าถูกปกป้องมากเกินไป ถูกกดทับ
จนขาดอากาศหายใจตาย แต่อย่างไรก็ตาม หากไม่มีคน
พวกนีคอยปกป้อง มู่ชิงเกอก็ยากทีเอาชีวิตรอด การตาย
ก็จะยิงน่าอนาถ
73
เมือผ่านการพักฟืนในระยะสันๆ มู่เกอก็รู้สึกว่า
ความเจ็บปวดในร่างกายเริมจางหายไปแล้ว เธอมอง
ลึกเข้าไปในดงต้นกกซึงเป็นทีมาของกลินหอม แสงสีม่วง
ทีส่องประกายอยู่กลางฝ่ามือของเธอมีเสียงดัง ‘ซือๆ’
ราวกับเสียงไฟฟ้า
“หึ โลกชันล่างแบบนี กลับปรากฏผู้ทีมีราก
วิญญาณสายฟ้าแบบนีด้วย”
ทันใดนัน เสียงชายหนุ่มทีฟังดูเรียบเฉย เนิบช้า
แต่กลับไพเราะชวนให้คนฟังรู้สึกใจอ่อนยวบก็ลอยมา
ในนําเสียงนันเหมือนมีความประหลาดใจ และเหมือน
สงสัยใคร่รู้ มู่เกอสัมผัสได้ถึงนําเสียงทีดูขีเล่นอยู่หลาย
74
ส่วน
มู่เกอหรีตาทังคู่ ใบหน้าแฝงความระแวดระวัง
เธอไม่รู้ว่าคําว่า ‘โลกชันล่าง’ ‘รากวิญญาณสาย
ฟ้า’ ทีเขาพูดคืออะไร เธอรู้แค่ว่า สิงทีเธอใช้นันเป็นพลัง
สายฟ้าทีเธอใช้และติดตัวมาตังแต่ชาติทีแล้ว
“ออกมา!” ลมกลางคืนพัดไปมาท่ามกลางต้น
กก มู่เกอขมวดคิว เอ่ยปากเตือนอีกครัง
เสียดายทีไม่มีใครสนใจคําเตือนของเธอเลย
75
แค่เสียง ก็ชวนให้ผู้คนรู้สึกสูงค่าหาใดเปรียบ
เสียงของคนผู้นันกล่าวขึนอีกครังว่า “แต่น่าเสียดาย แม้
ว่าจะมีรากวิญญาณสายฟ้า แต่ร่างกายไร้ประโยชน์
แบบนีก็คงจะไม่สามารถฝึกฝนบําเพ็ญได้หรอก”
แม้จะบอกว่าเสียดาย แต่มู่เกอกลับจับอารมณ์
ความเสียดายในนําเสียงของเขาไม่ออกเลย สิงเดียวที
สัมผัสได้ ก็คือในตอนนีตัวเธอเหมือนเป็นวัตถุชินหนึง ที
ถูกประเมินค่าและรอให้คนมาประมูลออกไป
กรอด!
เสียงบดฟันดังขึน ท่ามกลางความเงียบเช่นนี จึง
76
ฟังดูชัดเจนมากเป็นพิเศษ
เห็นได้ชัดว่า ท่าทีหยิงยโสไม่เห็นหัวคนอืนของ
อีกฝ่าย กําลังยัวโทสะมู่เกอ
ถึงกับทําให้ชัวขณะหนึงเธอคิดไม่ทันว่าคําว่า
‘ร่างทีไร้ประโยชน์’ นันมันมีความหมายว่าอย่างไร
แน่นอน ว่านีไม่ใช่ความภาคภูมิใจของมู่เกอแน่
นอน เป็นคนมีหรือไม่มีประโยชน์ เธอไม่ต้องการให้ใคร
มายืนยัน เธอรู้ดีว่าตัวเองไม่ใช่คนไร้ประโยชน์
คนสิบกว่าคนทีเธอฆ่าเมือช่วงฟ้ามืดทีผ่านมา ก็
77
เป็นการพิสูจน์ทีชัดเจนทีสุดแล้วไม่ใช่หรือ?
“หึหึ เจ้าตัวเล็กโกรธเสียแล้วรึ?” เสียงกัดฟัน
ลอยไปเข้าหูของคนผู้นัน แต่ว่าเขากลับรู้สึกเบิกบานเสีย
อย่างนัน
“เอาแต่หดหัว ” ทันใดนัน ไฟโทสะของมู่เกอที
ถูกจุดขึนก็พลันสงบลง เธอแค่นเสียงเย็นออกมาคําหนึง
ตอกกลับไปอย่างดูถูกดูแคลน
เสียงเงียบหายไปสักพัก พลันมีเสียงหัวเราะเริง
ร่าดังขึน “ข้าอยู่ตรงนีมาตังแต่แรก เจ้าต่างหากทีมองไม่
เห็น ยังจะโทษข้าอีกเหรอ น่าสนใจ น่าสนใจ ช่างน่า
78
สนใจจริงๆ”
อยู่ตรงนีมาตังแต่แรก ?!
มู่เกอตะลึง ดวงตาทีไร้ความรู้สึกกวาดมองไป
ทัวอีกครัง
แต่ว่า สิงทีเห็นนอกจากต้นกกทีเป็นพัดไปมา
เบาๆ ราวกับเกลียวคลืนแล้ว ก็มีแค่ลําธารใต้ร่างเธอเท่า
นัน อีกทังเสียงและกลินทีเกิดขึนนัน ก็ลอยมาจากในดง
ต้นกก จนถึงตอนนีกลินนันยังติดจมูกของเธอไม่หาย
ไม่มี! ก็ยังไม่มีอยู่ดี!
79
มู่เกอตรวจสอบอีกครัง บริเวณทีเธอสามารถ
มองเห็นได้ นอกจากตัวเองแล้วก็ไม่มีใครอืนอีก
“เจ้าหนูน้อย อย่ามัวแต่สนใจพืนสิ” อยู่ๆ เสียง
นันก็แสดงความคิดเห็น
ไม่อยู่บนพืนดิน หรือว่าจะอยู่บนฟ้า?
มู่เกอเงยหน้าขึนมองท้องฟ้าโดยไม่รู้ตัว แต่ว่าก็
ยังไม่พบอะไรอยู่ดี
มู่เกอทีรู้สึกเหมือนตัวเองโดนกลันแกล้ง ดวงตา
80
ใสกระจ่างพลันมีโทสะสายหนึงวาบผ่าน เธอละสายตาที
มองขึนไปกลับมา แค่นเสียงเย็น “ตลกแหกตา”
“หึ หึ………” เสียงทีลอยมา ราวกับดังมา
จากรอบด้าน สะท้อนไปมารอบๆ
มู่เกอลอบเตรียมพร้อม แสงสายฟ้าสีม่วงทีกลาง
ฝ่ามือสาดประกายกว่าเดิม
ทันใดนัน มู่เกอก็รู้สึกว่าขาทังคู่ทีเหยียบอยู่ในนํา
ของเธอมีบางอย่างผิดปกติ นําในลําธารเริมไหลย้อน
กลับ ตอนทีไหลผ่านน่องของเธอ ทําให้เธอรู้สึกจักจี
81
มู่เกอตกใจ ปรากฏการณ์ผิดธรรมชาติแบบนีทํา
ให้เธอรีบถอยขึนมาอยู่ข้างลําธาร เบิกตากว้างมองนําที
ไหลย้อนกลับ
ลําธารสายนี กว้างไม่ถึงครึงจัง ลึกไม่เกินสองฉือ
ตอนนี กลับไหลย้อนกลับอย่างแปลกประหลาด
เข้าไปรวมตัวกันอยู่ทีกลางลําธาร
ซู่----------!
ทันใดนัน นําในลําธารพลันไหลพุ่งขึนสู่ท้องฟ้า
รวมตัวกันเป็นเสานํานับไม่ถ้วน เกียวรัดรวมตัวกันราว
82
อสรพิษอยู่กลางอากาศ
มู่เกอเบิกตากว้างอย่างตกตะลึง ปากอ้าค้างเล็ก
น้อย ร่างกายเหมือนถูกสะกด จ้องมองฉากตรงหน้า
เธอเคยเห็นผู้ทีมีพลังนํา แต่ผู้ทีมีพลังนําส่วน
มากจะมีไว้เพือเยียวยา แม้จะมีพลังในการโจมตี แต่ก็มี
แค่ธนูนําหรือโล่นําทีเอาไว้ป้องกันเท่านัน
ฉากตรงหน้า ทําให้เธอนึกถึงผู้มีพลังนําที
เก่งกล้า แต่ว่า ในใจกลับมีเสียงหนึงบอกเธอว่า เรืองราว
ทังหมดอาจจะไม่ได้ง่ายดายขนาดนัน
83
ทันใดนัน นําทีราวกับมีชีวิตนันก็ถูกสูบขึนมาจน
แห้ง นําทีไหลวนอยู่ตรงหน้าเธอในตอนแรก กลายเป็น
พืนทีแห้งสนิท
นําในลําธารทีถูกสูบขึนไปบนฟ้า ค่อยๆ ปรากฏ
เป็นเก้าอีขึนมาตัวหนึง
เก้าอีทีทําจากนําเนียนะ ?
มู่เกอราวกับว่ายังเห็นนําในตัวเก้าอีทีไหลไปมา
โปร่งใสแวววาว เป็นประกายไร้ทีติ สวยงามประณีตจน
ไม่อาจเทียบได้ แรงกดดันทีมองไม่เห็นแผ่ซ่านอกมาจาก
ตัวเก้าอีลงบนร่างของมู่เกอ กดทับจนกระดูกของเธอส่ง
84
เสียงดัง ‘กึก กึก’
ความรู้สึกไร้ทีมาบอกเธอว่า ความกดดันทีแผ่
ออกมานีถือว่าออมมือมากแล้ว
ยอดฝีมือ!
มู่เกอหรีตา ลอบคิดในใจ
ในขณะทีนําหยดสุดท้ายไหลรวมกันเป็นเก้าอี
สิงสาราสัตว์บนเก้าอีคํารามก้อง ชวนให้ตกตะลึง เก้าอีที
สาดประกายสีเงินยวง กลายเป็นแสงสว่างเดียว ณ ที
แห่ง นี
85
มู่เกอตกใจจนต้องถอยหลังไปก้าวหนึง มอง
เก้าอีกลางอากาศอย่างไม่อยากจะเชือ
เก้าอีตัวนีมีทีพิงเป็นหัวมังกร มีสัตว์ทีเธอไม่รู้จัก
ชือหน้าตาน่ากลัวเป็นทีเท้าแขน บรรดาสรรพสัตว์หมอบ
คลานอยู่ แสดงท่าทางจงรักภักดี
“ยิงใหญ่จริงๆ”
มู่เกอพึมพํา ดวงตาเป็นประกาย
‘บางที การเกิดใหม่ในโลกประหลาดทีไม่รู้จักใบ
86
นี ก็ไม่ใช่เรืองทีน่าเบือเสียทีเดียว’ หลังจากทีเกิดใหม่
เป็นครังแรกทีมู่เกอรู้สึกว่าตนเองมีจุดมุ่งหมายขึนมา
‘ฉันจะแข็งแกร่งขึน จะต้องมีสักวันหนึง ทีฉันจะ
สร้างเก้าอีแบบนีได้สักตัว!’
อยู่ๆ ก็เกิดลมพัดกระโชกแรงขึนรอบๆ พัดไป
ทางเก้าอีตัวนัน มู่เกอเอามือบังตาไว้ เพือป้องกันเศษฝุ่น
แต่ตาทีหรีเล็กคู่นันยังคงมองไปทีตัวเก้าอี
หัวใจ พลันเต้นรัวเร็ว
สายลม หยุดลงแล้ว
87
มู่เกอเบิกตาโต สิงทีเธอเห็นคืออะไร ลม สายลม
ทีมองไม่เห็นและจับต้องไม่ได้ กลับปรากฏขึนเป็นตัว
เป็นตนอย่างชัดเจนอยู่ตรงหน้าเธอในตอนนี
บนเก้าอีตัวนัน มีแสงสีฟ้าอ่อนไหลวนไปมาไม่หยุด
แทรกมาด้วยดอกไม้ทีลอยมาจากทุกทิศ
กลินหอมเข้มข้นมากขึนกว่าเดิม ไม่ได้ทําให้คน
รู้สึกรังเกียจ กลับชวนให้รู้สึกสดชืนเบาสบาย
มู่เกอไม่ทันได้ตะลึง ลมม้วนหอบนันก็สลายไป
88
ในขณะทีสายลมกระจายหายไป กลับมีเงาร่าง
สูงสง่าร่างหนึงปรากฏตัวขึนบนเก้าอีแทน
อาภรณ์ขาวดังหิมะสะอาดหมดจด ชายเสือและ
ปลายแขนเสือสีม่วงเดินด้วยด้ายสีทองลวดลายซับซ้อน
ดูสูงส่งลึกลับ ผมยาวเงาดําปลิวไสวไปมาแม้ไร้ซึงสาย
ลม จนกลายเป็นส่วนหนึงของท้องฟ้ามืดมิด
ร่างสูงโปร่ง แค่นังสบายๆ อยู่บนเก้าอี ก็ทําให้
รู้สึกได้ถึงความสูงส่งของเขา
เขาทีปรากฏตัวตรงหน้ามู่เกอ ราวกับดวงดารา
อันเจิดจ้า แสงทีมาจากตัวเขา ส่องประกายระยิบระยับ
89
ราวกับเพชรนํางาม หาร่องรอยตําหนิไม่เจอแม้เส้นขน
คิวกระบีเรียวยาว ตาเรียวตวัดขึนเล็กน้อย จมูก
สูงโด่ง ปากบางยังคงมีรอยยิมประดับอยู่ ริมฝีปากแดง
เรือดึงดูดใจคน
‘ คุณชายงดงามดังหยก ใต้หล้าไร้ผู้ใดเทียม ’
อยู่ๆ คํากลอนทีเธอรู้จักเมือชาติทีแล้วก็โผล่ขึน
มาในหัว ทําให้เธอพยักหน้าเห็นด้วยอย่างไม่รู้ตัว
คนตรงหน้า ทําให้เธอสูญเสียความสามารถใน
การมองผู้คน วินาทีทีแล้ว เธอยังรู้สึกพึงพอใจกับรูป
90
ลักษณ์ของมู่ชิงเกออยู่เลย แต่ตอนนีกลับถูกชายตรง
หน้ากลบจนไม่เหลืออะไรเลย
มู่ชิงเกอขีเหร่หรือ?
ก็ไม่!
แม้ว่ามู่ชิงเกอจะอายุยังน้อย แต่ดูจากเค้าโครง
ใบหน้าก็ดูออกได้ไม่ยากถึงรูปโฉมในวันหน้า แต่เรืองนัน
ก็ยังอีกหลายปี จะไปเทียบกับความหล่อเหลาบาดตา
ของคนตรงหน้าได้อย่างไร
มู่เกอรู้สึกว่าตนไม่ใช่คนทีให้ความสําคัญกับรูป
91
ลักษณ์ภายนอก แต่หลังจากเห็นหน้าตาของผู้ชายตรง
หน้า ก็ยังอดถอนใจด้วยความน้อยใจไม่ได้ : ไม่เปรียบ
เทียบก็ไม่เจ็บ
“เจ้าหนูน้อย คราวนี เจ้าคงเห็นข้าแล้วนะ” ริม
ฝีปากของชายหนุ่มเผยอน้อยๆ รอยยิมบนใบหน้าไม่ได้
ลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย เขาไม่รู้สึกว่าพิเศษอะไร แต่
กลับทําให้องครักษ์สองคนทีคอยอารักขาอยู่ลับๆ ตกใจ
ไม่น้อย
ท่านประมุขของพวกเขา รู้สึกสนใจในตัวเด็กคน
หนึงของโลกชันล่างมากขนาดนีตังแต่เมือไรกัน ไม่ต้อง
พูดถึงว่านีเป็นโลกชันล่าง แม้จะเป็นโลกชันสูงขึนไป ก็
ไม่มีผู้ใดเข้าตาท่านประมุขเลยสักคน
92
ทังสองแลกเปลียนสายตาคิดเหมือนกันว่า
‘อากาศของโลกชันล่างแย่จริง ทําให้ท่านประมุข
ป่วยเสียแล้ว’
‘อืม ป่วยไม่น้อยเลยจริงๆ ’
“เครืองมือมายาทีไม่สมควรจะมีอยู่ในหลินชวน
ร่างอันไร้ค่าทีครอบครองรากวิญญาณสายฟ้า หนูน้อย
เจ้าช่างน่าสนใจจริงๆ!”
มู่เกอตระหนกวูบ ดวงตาใสกระจ่างพลันปรากฏ
93
กลินอายฆ่าฟันเย็นเยียบ แค่คําพูดไม่กีคําของชายผู้นีก็
มองเธอได้อย่างทะลุปรุโปร่ง ?!
“กลับมีไอสังหารได้ขนาดนี หึหึ ข้าจะเฝ้ารอว่า
เจ้าจะมีอะไรมาทําให้ข้าแปลกใจได้อีก ” ไอสังหารอัน
รุนแรงนัน ทําให้องครักษ์ทังสองนายทีกําลังกระซิบ
กระซาบกันนันเตรียมพร้อมระวังภัยในทันที แต่ตัวต้น
เรืองกลับทําราวกับว่าได้เจอของเล่นชินใหม่อย่างไร
อย่างนัน
ในพริบตา ไอสังหารในตัวของมู่เกอก็สลายหาย
ไป เธอมองเขานิงๆ แวบหนึง หันกายและพูดทิงท้ายว่า
“มีธุระ ก็พูด ไม่มี ก็ไสหัวไป!”
94
*คุณชายงดงามดังหยก ใต้หล้าไร้ผู้ใดเทียม มา
จากคํากลอนของกวีทีเขียนขึนหลังจากทีเจอชายผู้งด
งามจน ไม่มีผู้ใดใต้หล้านีเทียบได้
95
96
ตอนที 5 คุณชายมู่ และ รุ่ยอ๋อง
ในยามเช้า ปลายหญ้าเต็มไปด้วยหยาดนําค้าง
มู่เกอนอนอยู่ท่ามกลางดงต้นกก ต้องอดทนต่อ
การทิมแทงของต้นกกทีทับอยู่ใต้ร่าง
เธอตืนนานแล้ว ตาทังคู่มองดูท้องฟ้าสีฟ้าใสทีไร้
ซึงมลภาวะใดๆ ยังมีก้อนเมฆทีเปลียนรูปทรงไปเรือยๆ
บริเวณถัดจากตัวเธอไม่ไกลนัก ยังคงมีเสียงนําไหลราว
กับไม่เคยมีอะไรเกิดขึนมาก่อน
97
นีเธอมาอยู่ในทีแบบไหนกันแน่?
ในแววตากระจ่างใสของมู่เกอกําลังครุ่นคิด
หลังจากทีเกิดใหม่ เธอหนีตายเกือบเอาชีวิตไม่
รอด ฝืนกําลังเพือฆ่าศัตรู หลังจากนันก็ต้องมาสงสัยใน
เรืองเพศของตัวเอง ไม่นานวิญญาณเจ้าของร่างคนเดิม
ก็ปรากฏตัวขึน สุดท้ายมีชายหนุ่มทีเก่งกล้ามากจนไม่
น่าเชือโผล่ออกมาและทําราวกับมองไพ่ในมือเธอ
ออกอย่างทะลุปรุโปร่ง
จนถึงตอนนี เธอถึงค่อยมีเวลาให้ขบคิดปัญหา
98
บางข้อ
จากข้อมูลทีมีอยู่ในตอนนี ชัดเจนแล้วว่า เธอ
ทะลุมิติมายังโลกอีกใบหนึงทีไม่เหมือนโลกใบเดิม
และความสามารถของเธอ ก็ถือว่าเก่งกาจ
สําหรับทีนี
อีกอย่างโลกใบนีน่าจะมีขันตอนสําหรับการ
ฝึกฝนพลัง แต่ร่างทีเธอยืมมานีอ่อนแอจนไม่สามารถจะ
ฝึกฝนมันได้
ยังมี แม่ในนามของเธอ ทีดูเหมือนว่าจะมีทีมาที
99
ไปลึกลับ ถึงกับมีเครืองมือมายาทีฝืนชะตาฟ้าได้ขนาดนี
แต่จากคําทีมู่ชิงเกอพูด ดูเหมือนว่าผู้หญิงคนนีจะไม่ได้
อยู่กับมู่ชิงเกอ
สุดท้าย ฐานะของเธอนันซับซ้อนมาก ในสายตาของทุก
คน เธอเป็นผู้ชายคนหนึง และยังเป็นทายาทตระกูลทีสูง
ส่ง และมีศัตรู
ศัตรู
คิดถึงตรงนี ตาทังคู่ของมู่เกอก็หรีลงฉายแวว
อันตราย
100
เธอยังไม่ลืมเรืองทีตกลงกับมู่ชิงเกอเอาไว้ และ
ไม่ว่าเธอจะเต็มใจหรือไม่ แต่หลังจากทีเธอรับร่างของมู่
ชิงเกอมาแล้ว ครอบครัวและศัตรูของนาง ก็ต้องเป็นของ
เธอเหมือนกัน
“ข้อมูลยังไม่เพียงพอ ตอนนีก็รู้เพียงเท่านีก่อน
สงสัยต้องหาเวลานังคุยกับมู่ชิงเกออย่างจริงจังแล้ว ” มู่
เกอคายต้นกกทีคาบอยู่ในปากออก พยุงตัวลุกขึน
“ยังมีผู้ชายทีฝีมือแข็งแกร่งสามคนเมือคืนนีอีก”
มู่เกอทีเพิงลุกขึนนังคิดย้อนกลับไปถึงภาพเหตุการณ์
เมือคืนวาน ในใจก็พลันดําดิงลงไปอีกครัง
101
เมือคืนหลังจากทีเธอพูดคําว่า “ไร้คุณธรรม” จบ
เธอก็รู้สึกถึงรังสีสังหารสองสายทีพุ่งตรงมาหาเธอ ซึง
สามารถฉีกร่างเธอออกเป็นชินเล็กชินน้อยได้ในพริบตา
และความรู้สึกนัน ทําให้เธอไม่อาจขัดขืนต่อ
ต้าน แม้ว่าเธอจะมีพลังความสามารถทีตนถนัดก็ตาม
โชคดีทีในขณะทีเธอรู้สึกว่าผิวหนังกําลังจะปริ
แยกออกจากกันนัน ชายหนุ่มผู้หล่อเหลาเกินคําบรรยาย
นันแค่สะบัดแขนเสือ ก็สลายรังสีสังหารน่าหวาดผวา
สองสายนันให้หายไปได้
และเริมจากตอนนัน เธอถึงเพิงกระจ่างว่า ใน
102
ความมืดยังมีอีกสองคนทีหลบซ่อนตัวอยู่
ก่อนชายหนุ่มคนนันจะจากไป ได้พูดกับเธอ
ประโยคหนึง
เขาบอกว่า ก่อนทีเธอจะมีความสามารถมากพอ
จนสามารถปกป้องตัวเองได้ ทางทีดีจงอย่าแสดงพลัง
สายฟ้าของตัวเองออกมาให้ใครเห็น และเขาสามารถ
ช่วยให้เธอสามารถฝึกฝนพลังได้
คําพูดก่อนหน้า ทําให้เธอรู้สึกสงสัย
แต่คําหลัง กลับจูงใจเธอได้เป็นอย่างมาก
103
แต่ เธอก็เลือกทีจะปฏิเสธไป
เพราะว่า เธอรับไม่ได้จริงๆ กับสายตาน่าตายที
เขาทําเหมือนเกิดความคิดว่าอยากจะรับแมวจรจัดข้าง
ถนนไปเลียงแบบนัน
สุดท้ายชายคนนันก็จากไปด้วยรอยยิมทีมีเลศ
นัย ตังแต่ต้นจนจบ มู่เกอก็ยังไม่รู้ว่าเขาเป็นใครกันแน่
แน่นอนว่าเธอก็ไม่ได้สนใจและรอคอยทีจะพบเขาอีก
ครังหรอก
แต่หากว่ามีวันใด ทีเธอสามารถเหยียบเขาให้
104
จมฝ่าเท้าและหัวเราะเยาะใส่หน้าเขาได้ ตอนนันเธอคง
จะยินดีเป็นอย่างยิงทีจะได้พบเขาอีกครัง
มู่เกอก้มลงมองปลายนิวเรียวยาวราวกับต้น
หอมของตัวเอง กํามือแน่น พูดอย่างไม่ชอบใจ “ทําไมถึง
ใช้พลังไม่ได้?” นีคือสิงเดียวทีเธอสามารถพึงพาได้ แต่
เขากลับบอกเธอว่าหากใช้ตามใจแบบนีจะนํามาซึง
เภทภัย
แล้วต่อจากนี ควรจะทําอย่างไรดี?
“เดินไปทางทิศเหนือ เพราะเมืองลัวตูแห่งแคว้น
ฉินอยู่ขอบแดนทางเหนือ ข้าออกจากบ้านมานาน ท่าน
105
ปู่จะต้องออกมาตามหาข้าแน่ๆ ถ้าเจอท่านปู่เจ้าก็จะ
ปลอดภัย” ทันใดนันก็มีเสียงหนึงดังขึน ทําให้มู่เกอที
กําลังตกอยู่ในภวังค์ตกใจ
พอหันไปมองก็เห็นเงาร่างโปร่งแสงยืนอยู่กลาง
แสงแดด มู่เกอทําหน้าแปลกประหลาด “เจ้าไม่กลัวแสง
แดดหรือ?”
“เหตุใดข้าต้องกลัว” มู่ชิงเกอถามกลับไปอย่าง
สงสัย
อืม! ผีบนโลกนีก็ไม่เหมือนผีบนโลกนัน
106
มู่เกอกระตุกยิม ไม่คิดจะเปิดประเด็นต่อ
…………….
ดวงอาทิตย์ส่องแสงเจิดจ้าอยู่บนท้องฟ้า
อากาศแจ่มใส
บนเส้นทางสายหลักสู่ลัวตู คนและม้าคู่หนึงท่า
ทางเหน็ดเหนือย ค่อยๆ เดินไปเรือยๆ
“ทีราบลัวรืออยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของลัวตู
เดินไปตามเส้นทางนีขึนเหนือไป หากเจ้าเดินเร็วกว่านี
อีกราว 10 วันก็จะถึงลัวตู” วิญาณของมู่ชิงเกอทีลอยอยู่
107
กลางอากาศ เดินทางไปพร้อมกับมู่เกอทีนังอยู่บนหลัง
ม้า
ระหว่างทาง นางแนะนําลักษณะทัวไปของลัวตู
ให้มู่เกอฟัง แต่ว่า ไม่แน่ใจว่าสําหรับมู่เกอทีเหมือนจะ
หลับแหล่ไม่หลับแหล่นันจะฟังเข้าหูไปมากน้อยแค่ไหน
“หนวกหู”
เสียงเรียบเฉยลอยมา ทําให้มู่ชินเกออึงไป สี
หน้าพลันมืดครึม พูดอย่างไม่ชอบใจว่า “เจ้าว่าอะไร
นะ?”
108
มู่เกอมองเธอ ตอบไม่ตรงคําถามว่า “เจ้าลอย
ผ่านไปมาอยู่ตรงหน้าข้าแบบนี ไม่กลัววิญาณจะกระจัด
กระจายสลายไปรึไง?”
“เจ้า!” ปากร้ายๆ ของมู่เกอ ทําให้มู่ชิงเกอโกรธ
จนร่างทีโปร่งแสงวูบวาบ เหมือนจะกระจายหายไปได้
ตลอดเวลา “หึ เจ้าไม่ต้องมาห่วงหรอก ” มู่ชิงเกอข่ม
ความโกรธเอาไว้ แค่นเสียงเย็น สะบัดหน้าใส่อย่างหยิง
ยโส
มู่เกอเบะปาก หลับตาพักผ่อนต่อ
เดินทางต่อไปอีกพักหนึง บนถนนไม่มีแม้กระทัง
109
เงาคนแม้ครึงคน
แล้วก่อนทีมู่เกอจะนอนหลับไปจริงๆ บริเวณ
ไกลๆ ทีสามารถมองเห็นได้ กลับปรากฏฝุ่นทรายสี
เหลืองฟุ้งตลบ เสียงเกือกม้าสับสนวุ่นวายดังมา
มู่เกอลืมตาทังสองข้างขึนอย่างไม่รีบร้อน มอง
เศษฝุ่นทีปลิวกระจายเหมือนเกิดพายุด้วยสายตาสงบนิง
“มีทัพทหารมา เป็นมู่จือฉี!” มู่ชิงเกอทีลอยขึน
บนฟ้าตังแต่เมือไหร่ก็ไม่รู้พลันตืนเต้นขึนมา
มู่เกอเงยหน้าขึนมองนางแล้วถามว่า “เจ้าไม่
110
ต้องหลบรึ?” ได้ยินชือมู่จือฉีทีมู่ชิงเกอพูดถึง เธอก็พอจะ
เดาออกแล้วว่าผู้มาเป็นใคร
ใครจะรู้ อยู่ๆ มู่ชิงเกอก็สลดไป ลอยตัวลงมา ยืน
อยู่ข้างๆ มู่เกอ “นอกจากเจ้าแล้ว ก็ไม่มีใครสามารถมอง
เห็นข้าได้”
“……….”เป็นครังแรกทีมู่เกอได้ยินนางพูดแบบ
นี
มู่ชิงเกอพลันมองไปยังเงาร่างทีเริมเด่นชัดขึน
เรือยๆ ด้านหน้าอย่างใจลอย พึมพําว่า “เขาก็มาด้วย! ”
อารมณ์ซับซ้อนทีปรากฏบนใบหน้านาง ทําให้มู่เกอต้อง
111
เบือนหน้าหนี
แต่ว่า มู่ชิงเกอกลับไม่มองต่อ แต่มองมู่เก
อพร้อมกับพูดอย่างจริงจังว่า “จําไว้ ตังแต่บัดนีไป เจ้า
คือมู่ชิงเกอ ทายาทเพียงหนึงเดียวของตระกูลมู่”
ทายาทเพียงหนึงเดียวเหรอ?
มู่เกอยกมือขึนจับตุ้มหูบนหูซ้ายของตัวเอง
ตุ้มหูทีภายนอกดูธรรมดานีฟืนฟูสภาพเสร็จ
สมบูรณ์แล้ว เมือเช้าตอนตืนขึนมา เธอก็พบว่าตัว
เองกลายเป็นหนุ่มน้อยหน้าตาหล่อเหลาหมดจด แม้ว่า
112
ร่างกายจะดูอ่อนแอ แต่ไม่อาจทําลายความองอาจไปได้
เกรงว่าอย่างเดียวทีแตกต่างกับมู่ชิงเกอตัวจริง นันก็คือ
กล่นอายสีดําเข้มตรงหว่างคิวนันได้จางหายไปเหลือไว้
เพียงความนิงเฉยเป็นอิสระไร้ซึงการผูกมัด
“เกอเอ๋อร์!”
เสียงดังสะเทือนฟ้าสะเทือนดินดังขึน มู่เกอยัง
ไม่ทันได้ตอบสนอง ก็ถูกดึงเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดอัน
กว้างใหญ่และอบอุ่นแล้ว
ไวมาก!
113
มู่เกอทีจมอยู่ในอ้อมกอดอันหนาใหญ่ ตกใจใน
ความน่าเกรงขามของผู้มาใหม่ จึงขมวดคิวแน่น เมือสัก
ครู่เธอเหมือนจะเห็นแสงสีนําเงินเข้มวาบผ่านตาไป จาก
นันตัวเธอก็ตกอยู่ในอ้อมกอดนี
“เกอเอ๋อร์อยากโดนลงโทษใช่ไหม ถึงกล้าแอบ
ข้าไปลัวรือ” เสียงชราแต่หนักแน่นดังผ่านหัวของมู่เก
อไป วินาทีต่อมาเธอก็ถูกดึงออกมาอ้อมกอดนัน
ตอนนี เธอถึงเพิงสังเกตว่าตนลงมาจากหลังม้า
และยืนอยู่บนพืนดินแล้ว
แม้ว่าในนําเสียงนันจะเต็มไปด้วยความตําหนิ
114
แค่ไหน แต่เธอก็สัมผัสได้ว่าสายตาคมกริบทีมอง
ประเมินมานันแฝงไปด้วยความเป็นห่วงและเคร่งเครียด
“ท่านปู่……..” เสียงของมู่ชิงเกอลอยมาข้างหู
มู่เกอเงยหน้าขึนมองคนทีจับแขนทังสอข้างของ
เธอไว้แน่น ราวกับกลัวว่าเธอจะหายตัวไปอีก
“ท่านปู่” คําเรียกขานออกจากปากไปโดยไม่ทัน
รู้ตัว
“อืม” มู่ซงตอบแบบโกรธๆ
115
แต่มู่เกอก็ฟังออกถึงความสันทีอยู่ในนําเสียง
และนําตาทีเขากลันเอาไว้
คนทีสามารถทําให้ท่านแม่ทัพชราผู้ผ่านศึกมา
อย่างโชกโชนหลังนําตาได้อยู่เรือย เกรงว่านอกจาก
หลานรักคนนีแล้ว ก็คงไม่มีใครอืนอีก
“นายท่านผู้เฒ่า แสดงว่าชิงเกอเป็นคนดีฟ้าคุ้ม
ครองจึงกลับมาได้อย่างปลอดภัย” ทันใดนัน นําเสียง
เรียบเย็นสูงส่งก็ดังแทรกขึนมา
มู่ซงตัวสัน มองคุณชายผู้สูงส่งทียืนอยู่ท่าม
กลางกลุ่มคนด้วยสายตาไม่สู้ดีนัก
116
สายตาของมู่เกอมองผ่านไหล่ของท่านปู่ไป พริบ
ตาเดียวสายตาก็จับอยู่ทีคนทีเพิงพูดเมือครู่ เพราะรูป
โฉมและกริยาท่าทางของคนผู้นัน โดดเด่นสะดุดตาแตก
ต่างจากผู้อืน
เสือคลุมสีดําลวดลายงู ทําให้ร่างเขาดูสูง
ตระหง่านดังกระบี ใบหน้าตาเยียบเย็นนิงเฉย กลับชวน
ให้ผู้คนอยากจะเข้าใกล้ ราวกับว่า แค่เขาหันมามองก็
เป็นโชควาสนามากแล้ว
กลางหว่างคิวทรงกระบี ปรากฏกลินอายแห่ง
ความสูงศักดิทีติดตัวมาตังแต่กําเนิด แม้ว่าจะยืนอยู่
ท่ามกลางฝูงชน ก็ยังคงดูสะดุดตา ทําให้คนไม่อาจมอง
117
ข้ามไปได้
“เขาคือรุ่ยอ๋อง ฉินจินห้าว ” เสียงของมู่ชิงเก
อดังขึนได้จังหวะพอดี
มู่ชิงเกอมองหน้ามู่เกอเหมือนไม่มีอะไร แม้ว่ามู่
ชิงเกอจะพยายามปิดบังความรู้สึกมากเพียงใด แต่เธอก็
ยังสังเกตได้ถึงนําเสียงสับสนทีเหมือนมีอะไรซุกซ่อนอยู่
ในนันได้
118
ตอนที 6 ทัณฑ์เฆียนด้วยแส้
119
ทีมู่ซงนําทหารออกจากเมืองในครังนี ก็เพือจะ
ตามหามู่ชิงเกอผู้ทีเป็นลูกหลานเพียงคนเดียวของตระกู
ลมู่
หลังจากเจอแล้ว เขาก็สังให้คนกางกระโจมเพือ
พักกองทัพก่อนทีจะเดินทางกลับ
ตอนนี มู่เกอจึงค่อยรู้จากปากของมู่ชิงเกอว่า
สนามรบทีตัวเองมาเกิดใหม่นัน สรุปแล้วใครรบกับใคร
อยู่
ทีราบลัวรือ เป็นชายแดนทางตะวันออกของ
120
แคว้นฉิน
แต่ทว่า มันกลับไม่ใช่พืนทีของแคว้นฉิน เพราะ
แคว้นทีติดกันนอกจากแคว้นฉินแล้ว ยังมีอีกสองแคว้น
แคว้นหนึงอยู่ทางด้านตะวันตกของฉินชือแคว้นถู อีก
แคว้นอยู่ทางใต้ของฉินชือแคว้นอวี พืนทีนีจึงเป็นดังเขต
อิสระทีซึงแคว้นใดก็ไม่อาจอ้างสิทธิ
ครังนี แคว้นทีทําสงครามกับฉินคือแคว้นถู
แคว้นถูชอบการทําสงคราม ประกอบกับแคว้น
ตังอยู่ทางด้านตะวันตกของแผ่นดินหลินชวน เสบียง
อาหารจึงขาดแคลน ฉะนันทุกๆ ปีจึงมักจะทําสงคราม
121
รบพุ่งกับแคว้นฉินอยู่บ่อยครัง เป็นอย่างนีเรือยมา ความ
สัมพันธ์ของทังสองแคว้นจึงไม่ดีมาโดยตลอด
และนันก็เป็นสาเหตุของการก่อสงครามในทุกๆ
ครัง……….
จริงๆ แล้ว เรืองเกียวกับแผนการเบืองลึกเบือง
หลังของสงครามและจุดประสงค์ของการรบกันพวกนี
คุณชายเสเพลอย่างมู่ชิงเกอจะไปรู้ได้อย่างไร?
ทีนางมาปรากฏตัวทีสนามรบ ก็เพราะว่าคน
สนิทของฉินจินห้าวบอกกับนางว่า “ข้างกายรุ่ยอ๋องไม่
เก็บคนทีไร้ประโยชน์ไว้” ประกอบกับคํายุยงจากคนรอบ
122
ข้าง คําเยาะเย้ยว่าจวนหย่งหนิงนันไร้ซึงคนมีฝีมือ เมือ
ได้ยินดังนันนางจึงนําทหารห้าร้อยนายออกไปทํา
สงครามด้วยความโมโห
คนในตระกูลมู่ ขอแค่เป็นทายาทสายตรง ต่างก็
มีองครักษ์เป็นของตัวเอง
ข้อปฏิบัติเดียวทีองครักษ์พวกนีต้องทําตามก็คือ
จงรักภักดีต่อผู้เป็นนาย ก็เหมือนองครักษ์ของมู่ชิงเกอที
จะไม่มองข้ามคําสังนางไปทําตามคําสังมู่ซงเด็ดขาด
และเพราะความจงรักภักดีนี จึงทําให้ทหารพวก
นีตายหมด
123
ถ้าตอนทีมู่ชิงเกอกําลังวู่วาม พวกเขาห้ามนาง
เอาไว้ หรือให้คนไปแจ้งแก่มู่ซง เรืองทุกอย่างก็คงจะไม่
เกิดขึน แน่นอนว่า มู่เกอเองก็ไม่สามารถใช้ร่างนีในการ
คืนชีพใหม่ได้
ทังหมดนี เป็นเพราะการตัดสินใจของมู่ชิงเก
อ ถ้าจะคิดบัญชี ก็ไม่ควรคิดกับพวกเขา แต่ต้องไปหาผู้
ทียุยงให้นางเข้าไปทีสนามรบนันต่างหาก
แต่ตอนนี สิงทีมู่เกอสงสัยคือ เมือมีคนยุยง แล้ว
กุญแจสําคัญของเรืองนีอย่างฉินจินห้าวจะรู้เรืองนีด้วย
หรือเปล่า?
124
มู่เกอมองดวงตาเรียวเล็กของมู่ชิงเกอ อย่าคิด
นะว่าจะปิดเธอได้
“เจ้าชอบเขาหรือ?” มู่เกอทีนังขัดสมาธิอยู่บน
พรมในกระโจม จู่ๆ ก็มองไปทีมู่ชิงเกอแล้วถามขึน
“อะไรนะ?” มู่ชิงเกอรีบหลบตา
มู่ซงยุ่งอยู่กับการกางกระโจม การลงมือทําด้วย
ตนเองเป็นความเคยชินทีบ่มเพาะมาจากในสนามรบ
ฉะนัน ตอนนีในกระโจมจึงเหลือมู่เกอเพียงคนเดียวทีนัง
พักอยู่
125
มู่เกอหรีตา โน้มตัวเข้าไปใกล้วิญญาณของมู่ชิง
เกอ “เจ้ารักชืนชมเชือพระวงศ์ โดยทีอยู่ในร่างผู้ชายแบบ
นี เกรงว่าทีผ่านมาชีวิตคงไม่ราบรืนนักใช่หรือไม่?”
มู่ชิงเกออึงไป ใบหน้าแม้จะโปร่งแสง แต่ก็มู่เก
อก็มองออกว่าใบหน้านางดูซีดลง
มู่เกอยืดตัวกลับไปด้วยท่าทางเกียจคร้าน ใช้นํา
เสียงอันตรายพูดว่า “ตอนนี ข้าต่างหากทีเป็นเจ้า ถ้าไม่
อยากให้มู่ชิงเกอหายสาบสูญไปอีกครัง ทางทีดีเจ้าจง
เล่าเรืองทีปิดบังข้าเอาไว้ออกมาให้หมด”
126
มู่ชิงเกอเม้มปาก พูดนิงๆ ว่า “เดิมทีข้าก็ไม่ได้
ตังใจจะปิดบังเจ้า”
“พูด” มู่เกอเงยหน้าขึน
……………
หลังจากธูปหมดไปครึงดอก ในกระโจมก็เงียบ
สงบ
“เสเพล ทารุณ โหดเ**◌้ยม อารมณ์ร้าย หยิง
ยโส และ…….รักร่วมเพศ? ดี ดีมาก! ” มู่เกอกัดฟัน สี
หน้ายําแย่
127
เธอเข้ามาอยู่ในร่างของคนประเภทไหนกันเนีย
เมือก่อน เธอคิดว่าเป็นเพราะฐานะทีแท้จริงของ
มู่ชิงเกอ จึงจําต้องแสดงนิสัยเป็นคนเจ้าอารมณ์ไร้
เหตุผล แต่กลับไม่คิดเลยว่านางจะทิงชือเสียงอันดีงาม
ขนาดนีเอาไว้ให้เธอ!
อย่างอืนก็ช่างมันเถอะ แต่ชือเสียงเรืองการเป็น
รักร่วมเพศนี…….การต้องมาเป็นแพะรับบาปแบบนี
มัน………..
แค่มองแวบเดียวก็รู้ว่าฉินจินห้าวนันเป็นคนร้าย
128
ลึก เป็นถึงเชือพระวงศ์ จะไร้เดียงสาได้แค่ไหนกัน?
ในเมือความรักของคุณชายของตระกูลมู่ทีมีต่อ
ท่านอ๋องรุ่ย ทุกคนต่างก็รู้กันดีอยู่ แต่ทําไมท่านอ๋องยัง
ต้องจงใจเข้ามาใกล้ชิด ถ้าฟังจากทีมู่ชิงเกอเล่ามา ส่วน
มากแล้วฉินจินห้าวเป็นคนเริมก่อน
แม้ว่าเขาจะไม่ได้แสดงออกว่ารัก แต่ว่าสําหรับ
สาวน้อยทีจําเป็นต้องปิดบังฐานะทีแท้จริงของตัวเอง
แล้ว การเข้ามาใกล้ชิดโดยไม่หวังผลแบบนี ก็ทําให้นาง
เกิดความคิดทีอยากจะพึงพิงเขา
“ข้าเป็นผู้ไร้พลัง เกิดมาก็ไม่อาจจะฝึกฝนพลังได้
129
หากข้าไม่ทําตัวหยิงยโส ตระกูลมู่ก็คงจะมีแต่คนรังแก”
มู่ชิงเกอเหมือนกําลังแก้ตัวให้ตัวเอง
แต่ว่า คําพูดนีกลับทําให้มู่เกอหัวเราะเยาะ
“ตอนนีเจ้าก็แค่พึงพาบุญบารมีของท่านปู่เจ้า แต่หากวัน
ใดท่านปู่ไม่อยู่แล้ว เจ้าคิดว่าท่าทางหยิงยโสของเจ้าจะ
สามารถรักษาชือเสียงของจวนหย่งหนิงเอาไว้ได้งันรึ?”
“ข้ารู้” ใครจะคิดว่ามู่ชิงเกอกลับไม่โกรธเพราะ
คําดูถูกนัน แต่กลับหลุบตาลง “ดังนัน ข้า……….”
ตึง-------!ตึง-------!ตึง--------!
130
จู่ๆ ก็มีเสียงกลองดังขึน ตัดบทคําทีมู่ชิงเก
อกําลังจะพูดออกมา
“เกิดอะไรขึน?” มู่เกอมองไปทีนอกกระโจมทีมี
เสียงกลองดังมาเลิกคิวถามขึน
มู่ชิงเกอกัดริมฝีปาก “เป็นเสียงกลองรวมพลของ
ทหาร ต้องเป็นคําสังของท่านปู่แน่ๆ”
ยังไม่ทันจะสินเสียง มู่เกอก็เห็นผ้าคลุมกระโจม
ถูกคนข้างนอกเลิกขึน ทหารสองนายสวมเสือเกราะสี
หน้าเคร่งเครียดปรากฏตัวขึนตรงหน้าเธอ
131
มู่เกอเลิกคิวขึนสูงอีกครัง ไม่ได้เอ่ยปาก
“เรียนคุณชาย ท่านแม่ทัพให้มาเรียนเชิญขอ
รับ ” ทังสองพูดขึนพร้อมกัน
ในกองทัพ พวกเขายังคงเคยชินในการเรียกขานมู่ซงว่า
ท่านแม่ทัพ
มู่เกอเลียริมฝีปาก ลุกขึนยืน ยืนมือไปปัดตาม
เสือทียับเล็กน้อย แล้วเดินตัวตรงออกจากกระโจมไป
ฝีเท้าก้าวอย่างมันคง ยืดอกตัวตรง ราวกับว่าแม้
ข้างหน้าจะมีภูเขาดาบทะเลเพลิง ก็ไม่อาจจะทําให้เธอ
132
แม้แต่จะขมวดคิวได้
ทหารสองนายทีได้รับคําสังมองตากัน ในดวงตา
ต่างก็ฉายแววประหลาดใจ คนตรงหน้า ดูไม่เหมือนคุณ
ชายทีพวกเขาคุ้นเคยเลยแม้แต่น้อย
คุณชายไม่ต่อต้าน
ทังยังเดินออกมาเองอีก?
ทหารทังสองนายคิดในใจอย่างโมโหว่า ‘คุณ
ชาย ท่านต้องชีหน้าด่าพวกข้าก่อนหนึงยกหลังจากนันก็
เตะอีกสองที ให้พวกข้าคุกเข่าขอขมาต่อหน้าท่าน ถึงจะ
133
ค่อยฝืนใจยอมยรุยาตรออกมาไม่ใช่หรือ? ท่านเดินมา
อย่างสบายอารมณ์แบบนี มันผิดปกติไม่ใช่รึไง? หา!’
น่าเสียดายทีมู่เกอไม่อาจได้ยินเสียงความคิด
ของทังสองได้ เธอเดินตรงไปตามเสียงกลองและคิดว่า
มู่ซงกําลังเตรียมจะทําอะไรกันแน่
เดินเข้ามาทีละก้าวทีละก้าว สายตาของมู่เกอก็
ยิงเป็นประกายขึนเรือยๆ
แค่ชัวเวลาไม่ถึงหนึงชัวยาม พืนทีราบเรียบใน
ตอนแรกก็กลับมีค่ายทหารทีเป็นระเบียบเรียบร้อยผุดขึน
มา ทุกนายต่างยืนประจําทีเตรียมพร้อม เห็นได้ชัดว่า
134
ความสามารถในการนําทัพของมู่ซงนันไม่ใช่การโอ้อวด
แน่นอน
กลองของทัพทหารตังอยู่บริเวณพืนทีว่าง
นอกกระโจมกลาง มู่ซงนังอยู่บนแท่นสูงประจําตําแหน่ง
ประธาน ทางด้านขวามือคือรุ่ยอ๋องฉินจินห้าว ทหารที
ติดตามท่านแม่ทัพมาก็แบ่งออกเป็นสองฝังซ้ายขวา
ไม่เพียงเท่านี นายทหารธรรมดาก็ยืนเรียงแถว
กันอย่างเงียบเชียบไม่เปล่งเสียงใดๆ ออกมาแม้แต่น้อย
มู่เกอกวาดตามองครู่หนึง แล้วหยุดสายตาลง
ตรงแท่นสูงทีสร้างขึนเพือมู่ซง
135
บอกว่าเป็นแท่นสูง แต่ก็สูงจากพืนขึนมาเพียง
แค่สามฉือเท่านัน
แต่บนแท่นสูงกลับมีเสาอยู่สองต้น บนตัวเสามี
ตะปูตรึงวงเหล็กไว้สองวงแยกกัน บนแท่นสูง ยังมีชาย
คนหนึงยืนอยู่ มัดกล้ามตึงแน่น เขายืนเอามือไพล่หลัง
ในมือถือแส้ยาวหนาหยาบขนาดเท่าข้อมือเด็กทารกเอา
ไว้เส้นหนึง สีหน้าเย็นชา
มู่เกอคิวกระตุก เริมเกิดลางสังหรณ์เลวร้าย
บางอย่างขึน
136
“มู่ชิงเกอ ยังไม่คุกเข่าลงอีก!” มู่ซงพลันตวาดขึน
ทําให้มู่เกอหันกลับมามอง
“เพราะเหตุใด?” ใบหน้าเล็กๆ ทีงดงามแต่ดูอ่อน
เยาว์ของมู่เกอไร้ซึงความรู้สึกหวาดกลัวใดๆ เพียงมอง
มู่ซงนิงๆ ร่างผอมบางยืนตัวตรงราวกับกระบี ท่าทางแม้
ไม่หยิงยโสแต่ก็ไม่ยอมอ่อนข้อ
มู่ซงทําตาดุ แต่กลับรู้สึกชืนชมในท่าทีของหลาน
ชาย “หึ! เจ้าแอบหนีออกนอกเมืองโดยพลการ เข้าไปใน
สนามรบ ทําให้ทหารทังห้าร้อยนายผู้บริสุทธิต้องมาสละ
ชีวิต ยังไม่รู้ความผิดอีกรึ?”
137
มู่ซงเป็นคนรักทหารในบังคับบัญชา ทหารใต้
บัญชาของเขาทุกนายก็เปรียบเสมือนลูกหลาน เขาจะลง
โทษมู่ชิงเกอ ไม่ใช่เพราะต้องการแสดงละคร แต่มู่ชิงเก
อจะต้องมีคําอธิบายให้กับทหารเหล่านัน เพือคืนความ
เป็นธรรมให้กับเหล่าทหารทีตายไป และทีสําคัญกว่านัน
คือเขาอยากให้มู่ชิงเกอเข้าใจว่าผลตอบแทนของการเอา
แต่ใจเป็นอย่างไร
คําพูดนัน แทรกมาด้วยพลังวัตร ทําให้มู่เกอต
กตะลึงเลือดลมติดขัด
แต่ว่า เธอกลับไม่โกรธแม้แต่นิด และไม่ได้โต้
ตอบ
138
เธอเงียบ
แต่ฉินจินห้าวทีนังอยู่ทางขวามือของมู่ซงกลับ
เอ่ยปากขึนมาว่า “นายท่านผู้เฒ่า ทหารทังห้าร้อยนาย
ยอมสละชีวิตอย่างกล้าหาญทีลัวรือ ชิงเกอเองก็คง
เสียใจมาก ตอนนีเขาเพิงจะรอดพ้นจากอันตรายมา ขอ
ให้นายท่านผู้เฒ่าลงโทษแค่เพียงสถานเบาเถิด”
พูดจบ เขาก็มองไปทางมู่ชิงเกอ แต่ทว่า กลับไม่
เห็นสายตาแห่งความซาบซึงใจและความรักอย่างทีคาด
ไว้ในตอนแรก
139
ฉินจินห้าวอึง กดความเดียดฉันท์เอาไว้ในใจ มือ
ทีวางอยู่บนทีเท้าแขนค่อยๆ บีบเข้าหากัน รู้สึกราวกับว่า
มีบางสิงกําลังหลุดออกจากการควบคุมของตน
มู่ซงมองฉินจินห้าวแวบหนึง ก่อนจะหันกลับไป
มองมู่เกอแล้วถามว่า “มู่ชิงเกอ เจ้าก็คิดว่าควรจะปล่อย
เรืองนีให้ผ่านไปเช่นนีหรือ?” คําพูดนีซ่อนความตึงเครียด
เอาไว้ ราวกับกลัวว่าคําตอบของหลานจะทําให้เขาต้อง
ผิดหวัง ทําให้เหล่าทหารหมดความนับถือ
หลานของตระกูลมู่เป็นผู้ไร้พลังนันไม่เป็นไร ขอ
เพียงแค่สามารถทําให้เหล่าทหารยอมรับได้ แม้วันหนึงที
เขาตายไป หลายชายก็คงสามารถปกป้องตัวเองได้ แต่
ว่า………..
140
“ท่านปู่คิดว่าจะลงโทษอย่างไร?” มู่เกอถามกลับ
นิงๆ สําหรับคําขอร้องของฉินจินจ้าวแล้ว เธอทําเหมือน
กับไม่ได้ยิน
“เฆียนด้วยแส้ หนึงร้อยที” มู่ซงตอบ
คําตอบนี ทําให้ทุกคนเหลือบมองด้วยหางตา
ราวกับกําลังคาดเดาว่าแผ่นหลังบางๆ ของมู่ชิงเกอจะ
สามารถรับการลงทัณฑ์โดยการเฆียนด้วยแส้ทังหนึง
ร้อยทีนีได้หรือไม่?
มู่เกอเม้มปาก หันกายไม่กล่าวอะไร ก้าวเท้า
141
ยาวๆ เดินขึนไปทีเสาลงทัณฑ์บนแท่นสูง
ทุกคนเงียบ ขนาดคนมากแผนการอย่างฉินจิน
ห้าวก็ยังรอดูว่าเธอจะทําอะไรต่อไป
มู่เกอขึนไปบนแท่นสูง ไม่ได้ยืนอยู่ระหว่างเสา
ทังสองต้น แต่กลับหันหน้าเข้าหาทหารทุกผู้ทีอยู่ด้าน
ล่าง ยืนเอามือไพล่หลัง พูดกับคนลงทัณฑ์อย่างเรียบ
เฉยว่า “ท่านแม่ทัพลงโทษข้าหนึงร้อยที ข้าขอเพิมอีก
หนึงร้อย เพือไว้อาลัยให้กับวิญญาณทหารกล้าทังห้า
ร้อยนาย! ตี !”
142
ตอนที 7 เกียวมังกรพยัคฆ์วายุ มาสิ เสียวเกอเอ๋อร์
143
เฆียนสองร้อยที แม้ว่าจะเป็นยอดฝีมือขันพลังสี
เขียวมาโดนเองก็คงจะปางตาย
แล้วมู่ชิงเกอล่ะเป็นใคร? ก็เป็นแค่คนไร้ค่าคน
หนึงเท่านัน ไม่ต้องพูดถึงขันพลังสีเขียวเลย คนทีขนาด
ขันพลังสีแดงขันตําสุดก็ยังไม่ได้ กลับกล้ามาพูดโอ้อวด
ว่าจะยอมรับทัณฑ์แส้ถึงสองร้อยครัง ?
เขาบ้าไปแล้วหรือไร!
หรือว่าอยากจะใช้แผนรุกเพือถอย พยายามทํา
144
ให้ท่านแม่ทัพสงสารจนยอมปล่อยเขาไป?
เวลานี ทุกคนต่างก็คิดไปต่างๆ นาๆ พากันคาด
เดาเจตนาของมู่เกอ
สายตาทีมองขึนไปบนแท่น บ้างก็ดูถูก บ้างก็
เยาะเย้ย บ้างก็ฉงน และบ้างก็เมินเฉย
ขนาดสีหน้าของมู่ซงเองก็ยากทีจะคาดเดาได้ว่า
รู้สึกอะไรอยู่ ราวกับกําลังใคร่ครวญว่าควรจะหยุดความ
บ้าคลังของมู่เกอดีไหม
ฉินจินห้าวใบหน้านิงเฉย ดูไม่ออกว่าตอนนีเขา
145
กําลังคิดอะไรอยู่ เขารู้แค่ว่ามู่ชิงเกอทีเขารู้จักไม่ใช่แบบ
นี
“ลงแส้!” ผ่านไปเนินนานแต่แส้ยังไม่ลงหลังสักที มู่เกอม
องผู้ลงทัณฑ์ด้วยความไม่พอใจ
ฝ่ายหลังถูกสายตาโหดเ**◌้ยมของเธอวาดผ่าน
ในใจก็ไม่กล้าต่อต้าน ชูแส้ในมือขึนสูง สะบัดฟาดลงบน
แผ่นหลังเหยียดตรงของมู่เกอสุดแรง
ควับ----------!
“อึก”
146
เสียงแส้กลบเสียงลมหายใจสะดุดและเสียงกัด
ฟันของมู่เกอจนมิด
หลังจากทีแส้แรกฟาดลงไป เสือผ้าทีมู่เกอเพิง
เปลียนมาใหม่ก็ฉีกออก โลหิตไหลซึมออกมา
รอบข้าง เงียบสงบ
สายตาทุกคู่พลันเปลียนเป็นตกตะลึง
คิวทีขมวดแน่นของมู่ซงคลายออก หมัดทีกํา
แน่นก็ปล่อยออกเช่นกัน แต่ในแววตามีความห่วงใยซ่อน
147
อยู่ และคอยสังเกตอาการของมู่เกออย่างใกล้ชิด
กลัวว่าเขาจะทนไม่ไหว
ฉินจินห้าวเองก็แปลกใจ คิวขมวดน้อยๆ ท่าทาง
ดือรันของมู่ชิงเกอ ทําให้เขารู้สึกรังเกียจมันทําให้เขานึก
ถึงตอนทีนางมาคอยพัวพันเขา แม้ว่านันจะเป็นสิงทีเขา
ตังใจให้เกิดก็ตาม
บนแท่น หลังจากทีผู้ลงทัณฑ์หวดแส้แรกลงไป
ก็นิงอึง ราวกับไม่รู้ว่าทําไมตนต้องหวดแส้ลงไปด้วย
“หยุดทําไม ตีต่อสิ!” จู่ๆ ก็หยุดตีไป ทําให้มู่เกอข
148
มวดคิว
จะรับมือกับการทัณฑ์แบบนี ต้องให้ผ่านไปใน
อึดใจเดียว หากหยุดลงกลางคัน เกรงว่าจะต่อไม่ติดแล้ว
การทําแบบนีเป็นการใช้แรงใจล้วนๆ
ผู้ลงทัณฑ์มองไปยังมู่ซงทีนังประจําตําแหน่ง
ประธาน หลังจากทีท่านแม่ทัพพยักหน้า เขาจึงกัดฟัน
และยกแส้ขึนอีกครัง
ควับ----------!
ควับ ควับ-------------!
149
ควับ----------!
แส้แล้วแส้เล่า ทุกเสียงแส้ทีหวดลงมาล้วนเข้า
เนือ ไม่มีการเสแสร้งแม้แต่นิด
ไม่ช้า แผ่นหลังของมู่เกอก็เต็มไปด้วยเลือดสี
แดงสดทิมแทงนัยน์ตาไหลลงมาตามเสือ เลือดและเศษ
เนือหยดลงตรงข้างขาของเธอ แต่ว่า ตังแต่เริมจนถึง
ตอนนีมู่เกอไม่ร้องเลยสักแอะ และไม่ได้ขอให้ละเว้น
แผ่นหลังทียังคงยืดตรง ราวกับดาบวิเศษทีตัง
ตระหง่านขึนสู่ฟากฟ้าและกําลังรอคอยการลับคมอย่าง
150
ไรอย่างนัน
ทังค่ายดัง ก้องไปด้วยเสียงแส้ทีสะท้อนไปมา
มือทังคู่ของมู่ซงกําแน่นอีกครัง จนเล็บจิกเข้าไป
ในเนือ จ้องมองเงาร่างผอมบางบนแท่นตาไม่กะพริบ
‘90……98……100……101……103……’
ไม่รู้ว่าตังแต่เมือใดทีในใจของทหารทุกนายด้าน
ล่างเริมนับจํานวนแส้ทีมู่เกอโดนเงียบๆ เด็กหนุ่มทีพวก
เขาดูถูก เจ้าหนุ่มจอมเสเพลทีทําให้พีน้องทหารทีจงรักษ์
ทังห้าร้อยนายต้องตาย เจ้าคนไร้ค่าทีไม่อาจจะฝึกฝนขัน
151
พลัง ยามนีกลับยืนนิงไม่ขยับราวกับขาทังคู่ถูกตอกติด
อยู่กับแท่น ทนรับทุกอย่างทีคนธรรมดาไม่อาจรับได้
เขาบอกว่าอีกหนึงร้อยทีทีเพิมเข้ามา ก็เพือไว้
อาลัยให้วิญญาณทหารกล้าทังห้าร้อยนาย
เขาใช้เลือดเนือของเขาเพือส่งทหารพวกนันไปสู่
สุขติ
ใช้การกระทําทีไร้เสียงเป็นการยอมรับผิดต่อ
หน้าเหล่าทหาร
ฉินจินห้าวแววตายากจะเข้าใจ แต่ก็ยากทีจะปิด
152
บังสีหน้าตกตะลึงเอาไว้ได้ มองดูคนบนแท่น เขารู้สึก
เหมือนตัวเองเข้าใจอะไรผิดไป ‘สายเลือดของตระกูลมู่
ไม่ว่าจะอย่างไรก็ยังคงเป็นสายเลือดของตระกูลมู่งัน
สินะ แม้ว่าจะเป็นแค่คนไร้ประโยชน์ แต่ก็ยังสามารเอา
ชนะใจเหล่าทหารได้! ’ มือทีซ่อนอยู่ในแขนเสือกําแน่น
เสียงลันของกระดูกทีดังออกมาไม่มีใครได้ทันสังเกต
“159…….168……..”จากทีนับอยู่เบาๆ กลาย
เป็นเสียงทีดังชัดเจน
เสียงนับเลขทีพร้อมเพียงกัน ราวกับช่วยเพิม
พลังให้กับมู่เกอ
153
มู่ซงเม้มปากแน่น มองจ้องไปยังเด็กหนุ่มบน
แท่น ทังภูมิใจและเจ็บปวดใจ ในมือกํายาลูกกลอนฟืนฟู
พลังชันดีไว้ตลอดเวลา ยาเม็ดนีสามารถช่วยคนตายให้
ฟืนคืนชีพได้ ยาเม็ดนีเขาได้มาเพราะความบังเอิญ ตอน
นีก็แค่รอให้การลงทัณฑ์สินสุดลง แล้วรีบให้มู่ชิงเกอกิน
เข้าไป เพือรักษาชีวิตของเขาเอาไว้
“199 200!”
เมือเสียงเฆียนเงียบลง แส้ทีหยาบหนาเท่าข้อ
มือทารกเส้นนันกลับขาดสะบันเป็นสองท่อนในทีสุดท้าย
“คุณชาย!” ผู้ลงทัณฑ์หน้าเปลียนสี คุกเข่าลง
154
ข้างเดียวลงบนพืน เงยหน้าขึนมองมู่เกอทียังคงยืนตรง
“เสร็จแล้วหรือ?” มู่เกอเงยหน้าขึนมองท้องฟ้า
นําเสียงเรียบเฉยเอ่ยถาม ราวกับว่าคนทีได้รับการลง
ทัณฑ์นันไม่ใช่เธอ
“คุณชาย ครบทังสองร้อยครัง ไม่มีขาดแม้แต่ที
เดียว!”
เสียงทีดังขึนอย่างพร้อมเพรียงกันตอบกลับเธอ
มู่เกอรู้สึกว่าเงาคนดํามืดตรงหน้าหดเล็กลงไป
หลายส่วน ความเจ็บปวดบริเวณแผ่นหลังแผ่กระจายไป
155
ทัวทังตัวนานแล้ว ทําให้เธอรู้สึกชาไปทังร่าง
ไม่ขาดแม้แต่ทีเดียว
คําตอบนี ทําให้ริมฝีปากของมู่เกอโค้งขึนเป็น
รอยยิมจางๆ ภาพตรงหน้าค่อยๆ มืดลง แล้วล้มลงไป
“คุณชาย!” เหล่าทหารทีคุกเข่าอยู่เห็นมู่เกอล้ม
ลงก็ตกใจ แทบจะพุ่งตัวขึนไปบนแท่น
แต่ทว่า มีคนเร็วกว่าพวกเขา
แสงสีนําเงินวาบผ่าน มู่ซงยืนอยู่บนแท่นรับร่าง
156
ของมู่เกอเอาไว้ได้ ป้อนยาเข้าปากของเธออย่างไม่ลังเล
และใช้พลังในการละลายยาให้เธอ
“ท่านแม่ทัพ ขอให้ข้าน้อยเป็นองครักษ์ของคุณ
ชายด้วยเถิด!”
“ท่านแม่ทัพ ข้าน้อยด้วย!”
“ข้าน้อยก็ด้วย!”
เสียงฝูงชน ทําให้ฉินจินห้าวลุกขึนช้าๆ เขามอง
หนึงเด็กหนึงแก่ของตระกูลมู่ทีถูกรายล้อมไปด้วยเหล่า
ทหารของแคว้นฉินด้วยสายตาริษยา ใบหน้าเย็นชา
157
อารมณ์แปรเปลียนไปมา “ตระกูลมู่.......ตระกู
ลมู่………มู่ซง.…….มู่ชิงเกอ!”
“เอาล่ะ! เรืององครักษ์รอให้อาการบาดเจ็บของ
เกอเอ๋อร์หายดีก่อนแล้วค่อยหารือกันอีกที ตอนนีแยก
ย้ายกันไปได้แล้ว” หลานสามารถทําให้ทหารทุกคนยอม
รับในตัวหลานได้ มู่ซงดีใจมาก แต่เวลานีทีเขาเป็นห่วง
คือบาดแผลของมู่ชิงเกอมากกว่า
ฮือ--------! กรรร์----------!
จู่ๆ บนท้องฟ้าก็มีเสียงคํารามของสัตว์ดังแว่วมา
ขัดความกระตือรือร้นของเหล่าทหาร
158
ทุกคนต่างก็มองขึนไปบนท้องฟ้า ขนาดมู่ซงและ
ฉินจินห้าวเองก็ไม่เว้น มู่ชิงเกอทีถูกประคองอยู่ในอ้อม
กอดของมู่ซงก็ลืมตาขึนไม่รู้ว่าเป็นเพราะฤทธิยาหรือ
เสียงคํารามจากบนท้องฟ้ากันแน่ เธอมองขึนไปบนท้อง
ฟ้าสดใสด้วยความอ่อนแรงพร้อมกับทุกคน
“นันมัน……”
บนท้องฟ้า มีจุดสีดําหลายจุดใกล้เข้ามาเรือยๆ
ราวกับกําลังทะลุท้องฟ้ามา
“มันคือมังกรพยัคฆ์วายุ!” นัยน์ตาของมู่ซงเคร่ง
159
ขรึมลง
ระหว่างทีพูด จุดสีดํานันก็ใกล้เข้ามาอีก และทํา
ให้ฝุงชนบนพืนมองเห็นชัดมันได้ชีดขึน
มังกรพยัคฆ์วายุ?
มู่เกอตาลาย แต่ก็ยังคงมองเห็นรูปร่างของสัตว์
ประหลาด 9 ตัวนัน ทีกําลังลากเกียวอันหรูหราผ่าท้อง
ฟ้ามาราวกับหลุดออกมาจากจินตนาการ
สัตว์นัน มีหัวเป็นมังกร แต่กลับมีร่างกายเป็น
เสือดาว ทัวทังลําตัวเป็นสีเขียว มีลวดลายจางๆ สีทอง ดู
160
ลึกลับสูงศักดิ บนหลังยังมีปีกทีบางราวปีกจักจันหลาย
ชันกางอออก ทุกครังทีขยับปีกก็ทําให้เกิดลมแรงราวกับ
พายุ กรงเล็บตะปบเหยียบเมฆพุ่งตรงมา ท่าทางคล่อง
แคล่วว่องไว เพียงแค่ก้าวเดียวก็ไปได้ไกลกว่าสิบจ้าง
หางเสือนันเต็มไปด้วยหนามแหลมอันน่ากลัว
แค่สะบัดก็สามารถแหวกท้องฟ้าออกจากกันได้ กล้าม
เนือเต็มไปด้วยเรียวแรงมหาศาล
เมือเทียบกับมังกรพยัคฆ์วายุแล้ว เกียวหลังนัน
ดูเรียบง่ายกว่ามาก เกียวทังหลังเป็นสีดําประกายทอง
ตกแต่งด้วยหัวสัตว์น่ากลัวแบบเดียวกัน ม่านสีดําปิดบัง
ด้านในของเกียวเอาไว้ ทําให้ไม่สามารถมองเห็นข้างใน
ได้
161
“เป็นมังกรพยัคฆ์วายุ 6 ปีก ผู้ทีสามารถใช้มังกร
พยัคฆ์ในการลากรถทังหลินชวนนีมีเพียงคนเดียวเท่า
นัน” ฉินจินห้าวนําองครักษ์ของตนมายืนอยู่ตรงทีว่าง
ของค่ายนานแล้ว ยืนมองแขกทีไม่ได้รับเชิญพร้อมกับ
ทุกคน แววตาของเขาเต็มไปด้วยความตืนเต้นและพลุ่ง
พล่าน แฝงไว้ด้วยความอิจฉาลึกๆ ‘หากวันหนึงเขาได้นัง
บนเกียวหลังนันล่ะก็……..’
“มหาปราชญ์ผู้ซึงอยู่เคียงข้างองค์ฮ่องเต้แห่ง
อาณาจักรเซิงหยวน! ” มู่ซงพูดด้วยความตกใจ
ผู้ทีอยู่เคียงข้างฮ่องเต้? มหาปราชญ์? อาณา
162
จักรเซิงหยวน?
ทุกๆ คําทีพูดมา ล้วนแปลกประหลาดสําหรับมู่
เกอ ขณะทีเธอกําลังฉงน คนรอบข้างกระทังมู่ซงและฉิน
จินห้าวก็คุกเข่าลงข้างหนึง ทําความเคารพแขกทีมาจาก
ฟากฟ้า--------------
“น้อมต้อนรับองค์มหาปราชญ์!”
ร่างทีอ่อนแรงของมู่เกอพิงอยู่บนตัวของมู่ซง แม้
ว่าไม่อยากก้มหัวให้ใคร แต่ก็ไม่อาจขัดขืนได้
มังกรพยัคฆ์วายุหยุดลงทีบนท้องฟ้าของกองทัพ
163
ทุกคนเงยหน้าขึนมอง
ภายในเกียวทีถูกปิดเอาไว้ มีเสียงหนึงทีทําให้มู่
เกอขนตังชันดังแว่วออกมา “ เสียวเกอเอ๋อร์ มาสิ”
164
ตอนที 8 คืนทีปู่หลานนังคุยกัน
กลางดึก ในกระโจมของกองทัพ มู่ซงกับมู่เก
อกําลังมองกันไปมา
165
สักพัก มู่ซงก็กระแอมเบาๆ แล้วถามอย่างระมัด
ระวัง “เกอเอ๋อร์ รู้จักกับท่านมหาปราชญ์รึ? ”
ผีสิถึงจะรู้จักไอ้ถํามองนัน !
มู่เกอปฏิเสธอย่างเดือดดาลในใจ แต่ไม่ได้แสดง
ท่าทีอะไรออกมาทางสีหน้า เธอยังจําใบหน้าทีเต็มไป
ด้วยความตืนเต้นของท่านปู่ตอนทีคนผู้นันปรากฏตัวขึน
มาได้
“ไม่รู้จัก” มู่เกอตอบนิงๆ
166
“ไม่รู้จักรึ?” มู่ซงไม่เชือ “หากไม่รู้จัก เขาจะรู้ชือ
เจ้าได้อย่างไร แล้วยังให้ยาวิเศษทีทําให้เจ้าหายเป็น
ปลิดทิงได้แบบนีมาอีก”
มู่เกอเงียบ
เธอจะไปรู้ได้ไงว่าไอ้เจ้าบ้านันเป็นบ้าอะไร ต่อ
หน้าสาธารณะชนกลับใช้คําเรียกขานทีชวนขนลุกขน
พองแบบนันมาเรียกเธอ แล้วยังดีดยาวิเศษประกายสี
ม่วงลงมาเข้าปากเธอจากเกียวต่อหน้าทุกคนอีก
ตอนทียานันเข้าไปในปากก็ละลายทันที เธอ
อยากคายก็คายไม่ออก จากนัน บาดแผลของเธอก็มี
167
การเปลียนแปลงอย่างน่าทึง รอยแผลทีแทบจะแยกไม่
ออกว่าอันไหนเลือดอันไหนเนือก็ประสานเป็นเหมือน
เดิมทันตาเห็น
แล้ว ระหว่างทีเธอกําลังตะลึง เขาก็พูดออกมา
อย่างไม่อายฟ้าอายดิน---------
“ดูแลตัวเองดีๆ ถ้าเจ้าบาดเจ็บอีก ข้าคงจะปวด
ใจ ”
ปวดใจ ปวดใจกับผีสิ! เราสนิทกันมากรึไง?
สุดท้าย ก็พูดอย่างเมตตากับบรรดาฝูงชนว่า
168
“ พอดีข้าผ่านแคว้นฉินมาโดยบังเอิญ เห็นว่าทิวทัศน์
กําลังงดงาม จึงหยุดพักอยู่ชัวครู่ ได้ยินมาว่า ดอกมู่ตาน
ทีลัวตูไม่เลวเลย ไว้วันหลังข้าจะแวะไปเป็นแขกทีจวน
ตระกูลมู่”
จากนัน ก็ลอยจากไปอย่างนุ่มนวล
ตังแต่ต้นจนจบ เขาไม่ได้ปรากฏกายออกมาให้
ใครเห็นแม้แต่น้อย
“เรืองทีท่านมหาปราชญ์บอกว่าจะมาจวนตระกู
ลมู่ก็ไม่รู้ว่าจริงหรือเท็จแค่ไหน ” มู่ซงพึมพําเหมือนคิด
อะไรอยู่
169
มู่เกอยิมมุมปาก เธอกลับคิดว่า คําพูดทีไอ้เจ้า
นันพูดทิงท้ายไว้นัน เหมือนต้องการจะพูดให้ฉินจินห้าว
ฟังมากกว่า ศักดิฐานะของตระกูลมู่ในแคว้นฉิน มู่ชิงเก
อเล่าให้เธอฟังมาไม่น้อย ครังนีทีเจอกับมู่ซง และท่าทีที
แสดงออกของรุ่ยอ๋อง ก็ทําให้เธอพอจะเดาอะไรออกได้
หลายส่วน
เธอรู้สึกว่า ไอ้เจ้านันเหมือนจะรู้ตืนลึกหนาบาง
ของตระกูลมู่ในแคว้นฉินดี จึงจงใจพูดแบบนัน เพือให้
ฮ่องเต้ฉินเกิดความเกรงกลัว
แต่ว่า ทําไมเขาต้องทําแบบนัน ดูอย่างไรเขาก็
170
ไม่เหมือนพวกคนดีทีชอบยุ่งเรืองชาวบ้านเลยสักนิด
ตระกูลมู่ เกียวข้องอะไรกับเขา?
“เกอเอ๋อร์”
เสียงของมู่ซงขัดจังหวะความคิดของมู่เกอ
เธอเงยหน้าขึนมองมู่ซง มู่ซงเขกแรงๆ หน้าผาก
ของเธอจนแดง “คิดอะไรอยู่ ปู่พูดอยู่ยังจะเหม่อลอยอีก”
มู่เกอนวดหน้าผากด้วยความเจ็บแล้วตอบ “ไม่มี
171
อะไร”
“ถ้าอย่างนัน เมือกีข้าพูดว่าอะไร เจ้าได้ยิน
ไหม? ”
“ไม่” มู่เกอตอบความจริง
คําตอบห้วนๆ ง่ายๆ นี ทําเอามู่ซงหมดอารมณ์ที
จะโกรธ ทําได้แค่ยอมพูดใหม่อีกครัง “ถ้าท่านมหา
ปราชญ์โปรดปรานเจ้าจริงๆ เจ้าก็ควรจะคว้าโอกาสนี
เอาไว้ให้มัน เจ้าไม่สามารถฝึกฝนพลังได้ แต่ถ้าได้รับการ
ปกป้องจากเหล่าทหาร และมีองค์มหาปราชญ์เป็นทีพึง
ถ้าวันหนึงข้าไม่อยู่แล้ว ก็จะไม่มีใครกล้ารังแกเจ้า”
172
เอ่อ!
มู่เกออึง ไม่คิดว่ามู่ซงจะคิดแบบนี
ชาติทีแล้ว เธอชินกับการพึงตัวเอง ชาตินี มู่ซงก
ลับวางแผนแทนเธอ คิดให้เธอทุกอย่าง ทําให้จิตใจทีเดิม
แข็งกระด้างของเธอ เริมเปลียนแปลงไป
เธอไม่ได้ตอบมู่ซง แต่มู่เกอกลับถามอีกคําถาม
ทีเธอสนใจมากกว่า “มหาปราชญ์เป็นผู้ใดกัน ทําไมทุก
คนถึงทําท่าเหมือนหวาดกลัวเขานัก”
173
มู่ซงถอนหายใจ มือใหญ่ลูบหัวมู่เกอแล้วเล่าให้
เธอฟังว่า “องค์มหาปราชญ์ เป็นราชาสูงสุดอันดับหนึง
เพียงหนึงเดียวของแผ่นดินหลินชวน ตามตํานานกล่าว
ขานกันว่า เขามีชีวิตอยู่ตังแต่ตอนทีอาณาจักรเซิงหยวน
เริมก่อตังขึนแล้ว จนถึงบัดนี พันปีผ่านไป อาณาจักรเซิง
หยวนเปลียนฮ่องเต้ไปพระองค์แล้วพระองค์เล่า แต่มหา
ปราชญ์นันกลับมีเพียงแค่ผู้เดียว เขาไม่ใช่เจ้าแผ่นดิน
แต่เป็นยิงกว่าเจ้าแผ่นดิน เป็นผู้ทีแม้กระทังองค์ฮ่องเต้
แห่งอาณาจักรเซิงหยวนก็ไม่กล้าขัด”
“อยู่มาพันปี! ถ้าอย่างนันก็เป็นตัวประหลาด
เฒ่าทีพันปีผ่านมาก็ยังไม่ตายน่ะสิ!” มู่เกอพูดด้วยความ
ตกใจ ยากทีจะเชือมระหว่างผู้สูงส่งงดงามนันกับตัว
ประหลาดอมตะนีเข้าด้วยกันได้
174
“เจ้าจะตกใจขนาดนีทําไมกัน?” มู่ซงเขกหัวมู่เก
ออีกครัง แต่มู่เกอกลับหลบทัน
“แต่ว่า เพราะเจ้าฝึกฝนพลังไม่ได้ ถ้าจะไม่ค่อย
เข้าใจเรืองพวกนีก็สมควรอยู่” มู่ซงพูดต่อ“ในการฝึกฝน
เวทย์พลังของหลินชวนแบ่งเป็น 7 สี อันนีเจ้ารู้อยู่แล้ว
แบ่งเป็นแดง ส้ม เหลืองเขียว คราม นําเงินและม่วง ซึงสี
แดงเป็นขันทีตําสุด สีม่วงเก่งกาจทีสุด ในความเป็นจริง
แล้วขอเพียงไม่เป็นผู้ทีไม่อาจฝึกฝนพลังก็จะสามารถ
ฝึกฝนเข้าไปยังขันพลังสีแดงได้อย่างง่ายดาย หากมี
พรสวรรค์สักหน่อย ก็จะสามารถทะลวงชันพลังไปได้
เรือยๆ ส่วนผู้ทีไร้ซึงพรสวรรค์ ก็ต้องวนเวียนอยู่ในชัน
พลังสีแดงต่อไป”
175
ในขณะทีมู่ซงพูด ก็สังเกตอาการของหลานชาย
ไปด้วย เมือเห็นว่าเขาไม่ได้แสดงอาการเสียใจใดๆ ออก
มา จึงพูดต่อ “ยิงเข้าใกล้ชันพลังสีม่วงก็จะฝึก
ยากขึนตามลําดับ เท่าทีข้ารู้มา แคว้นฉินของเรา แคว้นถู
แคว้นอวี และแคว้นปาใกล้ๆ นี ยอดฝีมือทีสามารถฝึก
ถึงชันพลังสีม่วงได้นันแทบจะนับนิวได้ แคว้นฉินมีเพียง
บรรพกษัตริย์เพียงองค์เดียวเท่านันทีสามารถเหยียบเข้า
สู่ชันพลังสีม่วงได้ เมือสามารถฝึกได้ถึงขันพลังสีม่วง
อายุจะยืนขึนเป็นเท่าตัว คนธรรมดามีอายุอยู่ได้ถึง 102
หรือ 103 ปี แต่ยอดฝีมือชันสีม่วงจะมีอายุได้ราว 800
ถึง 900 ปี รูปโฉมก็จะอ่อนเยาว์ตลอดไป”
“ถ้าอย่างนัน มหาปราชญ์ก็เป็นยอดฝีมือทีทะลุขัน
176
พลังสีม่วงมาแล้วน่ะสิ” มู่เกอลูบคางตัวเอง เหมือนกําลัง
คิดอะไรอยู่
นึกถึงครังแรกทีพบกันไอ้เจ้านันทําให้เธอตกใจได้
แสดงว่าต้องเป็นยอดฝีมือแน่นอน กระทังท่านปู่ทีเป็น
ยอดฝีมือขันสูงสีนําเงินเองก็ไม่แน่ว่าจะสามารถเป็นคู่
ต่อสู้ของหนึงในลูกน้องทังสองคนของเขาได้
ในขณะนี มู่เกอเองก็เข้าใจแล้ว ว่ายอดฝีมือ
ระดับสูงชันนําเงิน และยังเป็นผู้ทีเหล่าทหารนับถือ
สําหรับราชวงศ์ฉินนันมันหมายความว่าอย่างไร
มู่ซงพยักหน้า “มหาปราชญ์เป็นยอดฝีมือชันม่วง
177
โดยไม่ต้องสงสัย ขนาดข้าเองก็สงสัยว่าท่านผู้เฒ่าผู้นีคง
จะผ่านชันสีม่วงมาตังนานแล้ว ต้องเข้าใจว่ามังกร
พยัคฆ์วายุ 6 หางนี ไม่ใช่ของผืนแผ่นดินนี ทีพวกเรารู้จัก
มันก็เพราะท่านมหาปราชญ์”
ทุกครังทีมู่ซงพูดว่าผู้เฒ่า มู่เกอก็รู้สึกตลกจบหุบ
ยิมไม่ได้
“ท่านปู่ ทําไมข้าถึงไม่อาจฝึกฝนขันพลังได้” จู่ๆ มู่
เกอก็เปลียนเรือง วกเข้าเรืองของตัวเอง
มู่ซงอึง สีหน้าดูนิงไป แต่ก็แกล้งหัวเราะ พูด
ปลอบใจมู่เกอ “ไม่เป็นไร แม้ว่าเกอเอ๋อร์จะไม่สามารถ
178
ฝึกฝนพลังได้ แต่ก็ยังเป็นหลานชายคนเล็กของตระกูลมู่
เป็นหย่งหนิงกงในอนาคต”
“ท่านปู่” มู่เกอขมวดคิว เธอไม่ได้อยากฟังคําพูด
พวกนี แต่ว่าอยากรู้เหตุผลทีตัวเองไม่สามารถฝึกฝนพลัง
ได้
แต่ว่ามู่ซงกลับไม่ยอมพูดเรืองนีต่อ ตบไหล่เธอ
แล้วพูดว่า “เกอเอ๋อร์บางเรืองมันถูกกําหนดมาแล้ว ก็ถือ
เสียว่าสวรรค์ลงโทษทีปู่เข่นฆ่าสังหารผู้อืนมาทังชีวิตก็
แล้วกันนะ”
“............” มู่เกอเงียบ
179
“จริงด้วย ไอ้สารเลวบ้านเหอนันข้าจับมันขังไว้ที
จวน ครังนีถ้าไม่ใช่ว่าเขาพูดจาเหลวไหลไร้สาระต่อหน้า
เจ้า เจ้าก็คงจะไม่ต้องออกไปเสียงอันตรายแบบนี แต่
เมือกลับไปแล้วไม่ว่าเจ้าอยากจะระบายแค้นแค่ไหนแต่
ก็ฆ่าเขาไม่ได้” จู่ๆ มู่ซงก็พูดขึน
มู่เกอก็อึง ไม่ได้พูดอะไรต่อ
ไม่ต้องอธิบายเธอก็รู้จักเจ้าคนแซ่เหอนีว่าเป็น
คนทียุยงให้เธอมาลัวรือ ตอนแรกเธอคิดว่าหลังจากกลับ
ไปแล้ว จะไปแก้แค้นมันด้วยตัวเอง คิดไม่ถึงว่ามู่ซงจะ
จับตัวเขาเอาไว้แล้ว
180
“เกอเอ๋อร์ เรืองนีทําให้ปู่เสียใจมาก แต่การ
ตัดสินใจของเจ้าในวันนี กลับทําให้ข้ารู้สึกภูมิใจ ผ่าน
เรืองนีมาได้ เจ้าเองก็เติบโตขึนมาก เอาเถอะ รีบพักผ่อน
เสีย หลังจากกลับไปแล้วก็ไปมาหาสู่กับรุ่ยอ๋องให้น้อย
ลง ตระกูลมู่ของเราไม่ต้องการเข้าไปพัวพันกับเรือง
โสมมของพวกเชือพระวงศ์” พูดจบมู่ซงก็ลุกขึน แล้วเดิน
ออกจากกระโจมไป ทิงมู่เกอไว้คนเดียว
พอมู่ซงออกไป วิญญาณของมู่ชินเกอก็ปรากฏ
ตัวขึน
ความจริงแล้วตังแต่ต้นจนจบนางก็อยู่ข้างกายมู่
เกอมาโดยตลอด แต่ก็เป็นอย่างทีนางว่า นอกจากมู่เก
181
อแล้วไม่มีผู้ใดทีสามารถมองเห็นนางได้
“เจ้าเหมือนคนตระกูลมู่มากกว่าข้าเสียอีก” มู่ชิง
เกอมองไปยังทิศทางทีมู่ซงเดินจากไปแล้วพูดเสียงตํา
นางไม่อาจไม่ยอมรับว่า ตอนทีมู่เกอยอมรับการลงทัณฑ์
และยังเพิมโทษให้ตนเองเพือไว้อาลัยให้กับวิญญาณ
ของทหารกล้านัน นางตกใจมาก
ตอนทีนางเห็นแววตาชืนชมของท่านปู่ นางถึง
เพิงตระหนักว่าการกระทําทังหมดทีผ่านมาของนางนัน
มันผิดพลาดไปมากเพียงใด ทายาทของตระกูลมู่ ไม่ควร
จะเป็นจอมเสเพลทีเอาแต่ตนเองเป็นใหญ่แต่ควรจะเป็น
ผู้ทีเย้ยฟ้าท้าดินเก่งกล้าไม่ท้อถอย แม้ว่าจะไม่สามารถ
ฝึกฝนพลังได้และถูกกําหนดให้เป็นแค่คนไร้ประโยชน์ก็
182
ตาม
“ท่านไม่รู้ฐานะทีแท้จริงของเจ้า?” มู่เกอไม่ได้ต่อ
ประเด็นทีมู่ชิงเกอพูด แต่เลิกคิวถามขึน
มู่ชิงเกอเงียบไปสักพักแล้วพูดว่า “ท่านปู่คิดว่า
ข้าเป็นหลานชายของตระกูลมู่มาโดยตลอด”
183
184
ตอนที 9 ฆ่าไม่ได้ใช่ไหม ได้ !
“บางทีในโลกนี คนทีรู้ว่าเจ้าเป็นผู้หญิงอาจจะมีแค่เจ้า
เพียงคนเดียว” มู่ชิงเกอพลันพูดขึน
มู่เกอขมวดคิวเงยหน้าขึน เหมือนกําลังรอคอยว่าเธอจะ
พูดอะไรต่อ แต่ในใจแอบเถียงว่า :ผิดแล้ว ยังมีไอ้ถํามอง
น่าตายนันอีกคน
ตอนทีเขาปรากฏตัว เป็นตอนทีเครืองมือมายากําลัง
185
ซ่อมแซมตัวเอง ประกอบกับเธอกําลังอาบนําล้างตัว
อะไรๆ ก็คงจะถูกเขาเห็นจนหมดแล้ว
ยังดี ทีตอนนีร่างแบนเรียบเป็นไม้กระดานนีไม่มีอะไรน่า
ดู และยังมีเอียมปิดบังอยู่ ก็ไม่ถือว่าจะทําให้เธอต้องเสีย
เปรียบอะไรมากนัก
“ตอนนีข้าจําได้แค่ว่า ในตอนทีข้ายังเด็ก ท่านแม่เคย
บอกกับข้าว่า ถ้าอยากทําให้ท่านปู่มีความสุข ทําให้ตระ
กูลมู่อยู่อย่างสงบสุขก็ห้ามถอดตุ้มหูนี” มู่ชิงเกอหลุบตา
ลงพูดสียงเบา ราวกับกําลังจมลงสู่ภวังค์ในอดีต
มู่เกอยังคงเงียบ
186
เธออาจจะพอเดาความเกียวโยงบางอย่างออกแล้ว
ตระกูลมู่มีฐานะซับซ้อนในแคว้นฉิน แม่ทัพมู่ซงเองก็มี
คุณความชอบทางการทหารมากมาย ถ้าจะนํามาซึง
ความหวาดระแวงขององค์ฮ่องเต้ก็ไม่ใช่เรืองแปลก แต่
ถ้าตระกูลมู่ไร้ซึงผู้สืบสกุลชาย ฮ่องเต้ก็จะสามารถอ้าง
ริบตําแหน่งกลับมาได้อย่างชอบธรรม และหากเ**◌้ยม
กว่านีอีกหน่อย ก็ยกเธอให้กับองค์ชายสักองค์ ตระกูลมู่
ก็อาจถูกยืดอํานาจโดยไม่รู้ตัว และยังเป็นการกําจัดมู่ซง
อีกด้วย
แต่ถ้าหากว่าตระกูลมู่มีทายาทมารับช่วงต่อ แม้ว่าจะไม่
ได้เก่งกาจ แต่ฮ่องเต้ก็คงไม่อาจลงมือกับตระกูลมู่ได้
187
ง่ายๆ แต่กลับต้องระมัดระวังและรีบสร้างความสัมพันธ์
อันดีกับตระกูลมู่เอาไว้ ไม่ว่าเบืองหลังจะเป็นอย่างไร แต่
ต่อหน้าก็ควรจะแสดงถึงความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันไว้ก่อน
หาไม่แล้ว ผู้ทีจะผิดหวังก็คือเหล่าทหารและปวงประชา
ของแคว้นฉิน
นีเป็นครังทีสองทีมู่เกอรู้สึกสงสัยเกียวกับแม่บังเกิดเกล้า
ของเจ้าของร่างนี ว่าเป็นคนแบบใดกันแน่
ไม่ใช่แค่มีเครืองมือมายา แต่ยังใช้ลูกสาวแท้ๆ ของตัว
เองมาเป็นหมากแบบนี
มู่เกอหันหน้ามาหยุดสายตาอยู่ทีร่างอันโปร่งแสงของมู่
188
ชิงเกอ “เหมือนเจ้าจะเคยบอกว่า สายเลือดใกล้ชิดทีหลง
เหลืออยู่มีเพียงท่านปู่และท่านอา แล้วท่านพ่อ ท่านแม่
ของเจ้าล่ะ?”
ท่านพ่อ ท่านแม่……
คําคํานีราวกับกระทบจุดต้องห้ามในใจของมู่ชิงเกอเข้า
ในดวงตาของนางมีความเจ็บปวดวาบผ่าน นางพูดช้าๆ
ว่า “ตอนข้าอายุสีขวบ ท่านพ่อเสียชีวิตในสงคราม ท่าน
แม่ไม่เชือเรืองนีจึงออกไปตามหาท่านพ่อในสนามรบ
ด้วยตัวเอง จากนันก็หายสาบสูญไป ท่านแม่เป็นเด็ก
กําพร้า รู้จักกับท่านพ่อในสนามฝึก ตอนทีท่านแม่หาย
ไป ท่านปู่ก็เคยส่งคนออกไปตามหา แต่สุดท้ายก็ยังไร้ซึง
ข่าวคราว”
189
4 ขวบ........ตอนนีมู่ชินเกออายุ 15 แล้ว
11 ปีผ่านมายังไม่มีข่าวคราวอะไร เกรงว่าคงจะ……..
มู่เกอมองมู่ชิงเกอโดยไม่พูดอะไรเหมือนจะเริมเข้าใจการ
กระทําทีไม่เหมาะสมต่างๆของมู่ชิงเกอตอนยังมีชีวิตอยู่
ขึนมาแล้ว
เด็กอายุไม่กีขวบ ต้องเก็บรักษาความลับทีสะเทือนฟ้านี
เอาไว้คนเดียว ต้องรับภาระอันหนักหน่วงของวงศ์
ตระกูลตังแต่ยังเด็ก มู่ชินเกอไม่เหมือนเธอทีคิดแบบคน
ทีโตแล้ว นางเพียงอาศัยกําลังของตนเพือทําในสิงทีแม่
190
นางบอกไว้ให้สําเร็จ
เสียดายทีนางเป็นคนไร้ประโยชน์ ไม่สามารถฝึกพลังได้
ภายใต้ความกดดันนี นางคงทําได้แค่ใช้ชือเสียงไม่ดีของ
ตนทําให้ผู้คนในแคว้นฉินจดจําตระกูลมู่ได้
หนึงคนหนึงวิญญาณเงียบไปนาน สุดท้ายมู่เกอก็เป็น
คนทําลายความเงียบนัน “ลองเล่าเรืองของคนแซ่
เหอสิ” มู่เกอเอามือรองท้ายทอย เอนตัวนอนลงบนพรม
จ้องมองหลังคากระโจม
เมือพูดถึงเรืองนี แววตาของมู่ชิงเกอก็เกิดแรงอาฆาตอัน
191
เข้มข้น เสียงเยียบเย็นกัดฟันพูดชือหนึงออกมา “เห
อเฉิง”
“เหอเฉิงเหรอ?” มู่เกอนัยน์ตาสันไหว แววตาดํามืดยาก
จะเข้าใจ “ด้วยนิสัยของท่านปู่แล้ว ถ้ามีคนคิดร้ายกับ
หลานรัก หลานคนเดียวของตระกูลมู่ และยังทําให้ทหาร
องครักษ์ทัง 500 นายต้องตายในทีเดียว ไม่ต้องให้เจ้า
พูดอะไร ท่านปู่ก็คงจะฉีกร่างมันออกเป็นหมืนๆชิน แต่
ทําไมท่านปู่กลับบอกข้าว่าห้ามฆ่ามัน”
มู่ชิงเกอหลับตา “เพราะตระกูลเหอเป็นคนของรุ่ยอ๋อง
ถ้าเหอเฉิงไม่ตาย ตระกูลเหอก็คงจะว่าอะไรไม่ได้ แต่ถ้า
ตาย ตระกูลเหอก็จะถือโอกาสนีเล่นงานตระกูลมู่ เบือง
บนอาจจะใช้เรืองนีในการยึดอํานาจทางทหารบางส่วน
192
ของท่านปู่ ตระกูลมู่ไม่เคยเข้าไปยุ่งเรืองการแก่งแย่งของ
เหล่าองค์ชาย แต่เพราะข้าทําให้ความสัมพันธ์ระหว่าง
ตระกูลมู่และรุ่ยอ๋องแย่ลง ตอนนีฮ่องเต้พระชนมายุมาก
แล้ว องค์ชายแต่ละองค์ก็เตรียมวางแผนจะเคลือนไหว
ท่านปู่ไม่อยากให้ถูกดึงเข้าไปพัวพันด้วย ฉะนันท่านจึง
ไม่ให้เจ้าฆ่าเหอเฉิง และให้เจ้ารักษาระยะห่างกับรุ่ยอ๋อง
ไว้”
“เจ้าก็รู้ดีนี” มู่เกอพูดพร้อมยิมเยือกเย็น เหมือนกําลัง
ประชดและว่าแดกดัน
มู่ชิงเกอไม่ตอบคํา จมเข้าสู่ภวังค์ความคิดของตน
193
เห็นท่าทางแบบนีของนาง มู่เกอพอจะเดาออกว่าในใจ
นางยังคงอาลัยอาวรณ์ต่อรุ่ยอ๋อง
ทังสองจึงไม่ได้คุยเรืองนีกันต่อ มู่เกอแอบคิดในใจว่า
เรืองของเหอเฉิงคงไม่ได้มีคนร้ายแค่คนเดียว รุ่ยอ๋องผู้
นัน………ครังนีทีเขามาพร้อมกับท่านปู่ เกรงว่านอก
จากอยากจะมาดูให้เห็นกับตาว่ามู่เกอเป็นตายอย่างไร
แล้ว ก็คงจะมาเพราะเหอเฉิงสินะ
คิดจะเอาตัวเหอเฉิงออกจากจวนตระกูลมู่รึ?
มู่เกอพลันเผยรอยยิมโอหังชัวร้ายออกมา ดวงตาสดใส
นันมีแววสนุกสนานเพิมขึนมาหลายส่วน
194
ก็ต้องดูว่าเธอจะเห็นด้วยหรือไม่!
‘ฆ่าไม่ได้เหรอ ไม่เป็นไร เก็บเอาไว้ค่อยๆ เล่น’ รอยยิม
ของมู่เกอโหดเ**◌้ยมขึน เธอจะทําให้คนทีกล้ายัวโมโห
เธอได้เข้าใจว่า แบบไหนทีเรียกว่าอยู่ไม่สู้ตาย
แค่ชีวิตของสารเลวคนเดียว จะเทียบชีวิตกับทหารกล้า
ทัง 500 นายของตระกูลมู่ได้อย่างไร?!
195
196
ตอนที 10 จวนตระกูลมู่ ช่องว่างทีถูกเปิดออก
เดินทางมาเกือบ 10 วัน ในทีสุดมู่เกอก็ตามมู่ซงกลับมา
ถึงเมืองหลวงของแคว้นฉิน--------ลัวตู
ม้าทีเข้าเมืองมามีไม่ถึง 10 ตัว ด้านหน้าทีคอยเบิกทาง
ให้ เป็นองครักษ์คนสนิทสองคนของมู่ซง ปู่หลานสองคน
ต่างขีม้าของตัวเองอยู่ตรงกึงกลางขบวน
ทหารทีออกไปตามมู่ชิงเกอก่อนหน้านี ก็กลับไปพักฟืนที
ค่ายใหญ่ก่อนหน้านีแล้ว
197
และรุ่ยอ๋องฉินจินห้าว ก็ขอตัวแยกไปก่อนตังแต่ตอนที
เพิงเข้าเมืองมาแล้ว พูดถึงท้ายไว้ประโยคหนึงว่า วัน
หลังค่อยมาเยียมมู่ชิงเกอทีจวน และจะเตรียมของเล่น
เล็กน้อยมาปลอบขวัญเธอด้วย
ฉะนัน ขบวนทีมีเกือบ 1000 คนในตอนแรก ก็เหลือแค่
มู่ซงกับมู่ชิงเกอสองปู่หลาน และทหารคนสนิทอีกแปด
คนของตระกูลมู่เท่านัน
เมือเข้าสู่ลัวตู สิงแรกทีมู่เกอสัมผัสได้คือลักษณะบ้าน
เมืองของโลกใบใหม่นี
198
ระหว่างทางมาลัวตู มู่เกอก็เข้าใจแล้วว่า แคว้นฉินทีเธอ
อยู่นัน เป็นแคว้นหนึงในบรรดาแคว้นต่างๆ ของหลิน
ชวน อยู่ในระดับ 3 ทีจัดว่าตําทีสุด
ไม่ต้องพูดถึงระดับสามทีไม่ได้มีแค่สองสามแคว้น แค่
คิดว่าเหนือกว่าระดับสามก็มีระดับสอง และระดับสองก็
ยังมีระดับหนึงทีเหนือกว่า ก็พอจะจินตนาการได้ว่าการ
ทีฮ่องเต้ของแคว้นฉินจะปกครองทังหมดนีได้ก็ไม่ใช่
ง่ายๆ เลย
ระดับของแคว้นทีต่างกันนัน แบ่งตามจํานวนของยอด
ฝีมือชันพลังสีม่วง และทุกแคว้นจะมาร่วมกันจัดลําดับ
ระดับยิงสูงก็ยิงแข็งแกร่ง ทรัพยากรทีจะได้รับก็ยิงมีมาก
199
ถ้าพูดตามความเป็นจริงคือ ยอดฝีมือชันม่วงของแคว้น
ระดับสามนันอย่างมากก็มีแค่ 1 ถึง 2 คน เมืองระดับ
สองมากสุดก็แค่ 10 คน แม้กระทังอาณาจักรระดับหนึง
เพียงหนึงเดียวของแผ่นดินหลินชวน อาณาจักรเซิง
หยวน จํานวนยอดฝีมือชันม่วงของอาณาจักรนีไม่มีใคร
ล่วงรู้ แต่คนภายนอกต่างก็คาดเดาเอาว่าน่าจะมีไม่ตํา
กว่า 100 คน
ยอดฝีมือชันม่วงสามารถมีอายุยืนยาวได้ถึง 1000 ปี ยิง
มีอายุอยู่นานเท่าไร ก็ยิงแกร่งกล้าขึนเท่านัน
ตํานานเล่าว่า ยอดฝีมือชันม่วงหนึงคน ถ้าทุ่มพลังโจมตี
สุดแรง ก็จะสามารถทําลายล้างเมืองขนาดเล็กเมืองหนึง
200
ได้เลยทีเดียว
ความแข็งแกร่งแตกต่างกันมากขนาดนี ก็ไม่แปลก
ขนาดแม่ทัพทีเจนสนามรบอย่างมู่ซงเอง ตอนทีเจอเกียว
ของมหาปราชญ์ ยังต้องแสดงความเคารพอย่าง
นอบน้อมขนาดนัน
ความเข็งแกร่ง! ไม่ว่าจะอยู่โลกไหน ก็ยังคงวัดกันด้วย
ความแข็งแกร่ง!
มู่เกอกําหมัดไว้แน่นอย่างเงียบๆ
“เกอเอ๋อร์ กลับถึงบ้านแล้วเจ้าต้องพักผ่อนให้มาก เรือง
201
อืนรอให้เจ้าพักฟืนจนหายดีแล้วค่อยว่ากัน” เสียงของ
มู่ซงดังขึน ขัดจังหวะการคิดของมู่เกอ
เธอหันไปมองท่านปู่ทีเดินอยู่เคียงข้างเธอ แล้วพยักหน้า
เงียบๆ
เธอต้องการเวลา ในการทําความรู้จักกับโลกใบนี รวมทัง
เหอเฉิงทีถูกขังไว้ในจวนตระกูลมู่.........มู่ซงไม่รีบ ฉินจิน
ห้าวไม่รีบ เธอเองยิงไม่รีบ
มู่เกอยิมมุมปาก สายตาหยุดลงทีนครหลวงของแคว้น
ฉินอีกครัง
202
อืม ถนนกว้างขวาง กําแพงเมืองก็สูง ร้านรวงมากมาย
เสียงผู้คนครึกครืน บรรยากาศคึกคัก ดูสูงศักดิยิงใหญ่
สมกับการเป็นนครหลวงโดยแท้
แต่ว่า ทําไมสายตาทีมองเธอจากรอบๆ ถึงได้ดูหลบเลียง
เธอราวกับเธอเป็นอสรพิษอย่างนันล่ะ?
ดวงตาเย็นชากวาดมองคนทีเดินผ่านไปมาด้วยแววตา
เรียบนิง มู่เกอขมวดคิวอย่างไม่เข้าใจ
“คุณชายของตระกูลมู่กลับมาแล้ว!”
“สวรรค์! เพิงหายตัวไปจากลัวตูได้ไม่เท่าไร ข้ายังไม่ทัน
203
ได้ใช้ชีวิตสบายๆให้พอใจเลย ทําไมกลับมาอีกแล้วเล่า?”
“ชู่ว เบาๆ หน่อย ! กลัวว่าตัวเองจะอายุยืนเกินไปรึไง”
“ใช่! ถ้าไอ้ปีศาจนีได้ยินเข้า กรีดเนือเจ้าออกมาชันหนึงก็
ถือว่ายังน้อยไป”
สายตาทีตืนกลัวและรังเกียจ หยุดลงทีร่างของมู่เกอ ทํา
ให้เธอรูสึกอึดอัดไปทังตัว เธอเหลือบมองมู่ซงทีอยู่ข้างๆ
แวบหนึง สีหน้าของเขาดูแย่มากตามทีคิดไว้ไม่มีผิด
มู่เกอเบะปากและพึมพําในใจ เมือครู่ ‘คําพูดเหลวไหล
ของพวกคนพาล’ พวกนี เธอได้ยินมันทังหมด ยอดฝีมือ
204
ชันนําเงินอย่างมู่ซงเหตุใดจะไม่ได้ยิน?
เธอถอนสายตาจากมู่ซง สายตาหยุดลงทีร่างของมู่ชิงเก
อทีเดินตามอยู่ข้างๆ แม้ไม่พูดอะไรแต่มู่ชิงเกอก็เข้าใจ
“ข้าก็แค่เคยจัดการ พวกทีกล้าไม่ให้เกียรติตระกูลมู่สอง
สามคนกลางตลาดก็เท่านันเอง” มู่ชิงเกอ อธิบายอย่าง
เรียบเฉย
มู่เกอหันหน้าหนี ขีเกียจจะถามต่อ
ลัวตูเป็นเมืองหลวงของแคว้นฉิน ซึงใช้กฎระเบียบตาม
แบบเมืองชันใน
205
ทังหมดแบ่งเป็น เมืองชันนอก เมืองชันใน และราชวัง
พูดง่ายๆ ก็คือ เมืองชันนอกเป็นพืนทีของประชาชน เป็น
เขตทําการค้าสําคัญทีเจริญรุ่งเรือง เมืองชันใน เป็นพืนที
ทีเหล่าขุนนางอาศัยอยู่ พระราชวังก็เป็นพืนทีของบรรดา
เชือพระวงศ์
ในราชวัง ยังมีพระราชวังหลวง ซึงก็คือทีประทับขององค์
ฮ่องเต้
จวนตระกูลมู่ แม้จะจะได้รับพระราชทานให้เป็นจวนหย่ง
หนิง แต่อย่างไรก็ไม่ใช่เชือพระวงศ์ จึงอยู่ได้เพียงเมือง
206
ชันใน แต่ทีตังของจวนตระกูลมู่นันใกล้กับพระราชวัง
มาก เป็นพืนทีทีดีทีสุดของเมืองชันใน ครอบครองพืนที
กว้างขวาง ตามทีมู่ชิงเกอบอก เธอโตขนาดนีแล้ว ยังเดิน
เล่นไม่ทัวจวนตระกูลมู่เลย
แน่นอนมู่เกอเข้าใจเรืองนีทีมู่ชินเกอยังเดินไม่
ทัวตําหนักตระกูลมู่เพราะว่าไปสร้าง
‘ชือเสียงอันกว้าง’ ขวางอยู่ข้างนอกนันเอง
เอาเป็นว่าจวนตระกูลมู่กว้างใหญ่มากแล้วกัน!
“จวนทีองค์ฮ่องเต้โปรดให้สร้าง……” ทีบันไดขันล่างสุด
มีจารึกสลักอยู่หนึงแผ่น เมือเงยหน้าขึนมองก็เห็นประตู
207
ใหญ่ทีดูใหญ่โตโอ่อ่า
ชายคาสูงหลายจ้าง เสาสีแดงตังตระหง่าน มีตะปูยึดสี
ดํามะเมือม และวงเคาะประตูรูปหัวสัตว์ ด้านซ้ายและ
ขวาของประตูใหญ่ ยังมีประตูข้าง ทีบันไดขันทีเจ็ดยังมี
รูปปันแกะสลักของสัตว์หน้าตาแปลกประหลาด ท่าทาง
ยิงใหญ่น่าเกรงขามตังอยู่
เมือมองไปทีประตูใหญ่ มู่เกอเหมือนได้ยินแต่เสียงลัน
กลองรบ ดังก้องไปทัว เลือดในกายไหลเวียนเร็วขึนอย่าง
ควบคุมไม่ได้ เธอก็เคยเป็นทหารนายหนึง จวนตระกูลมู่
ก็เป็นตระกูลทหาร เธอเหมือนหาสิงทีเหมือนกันระหว่าง
เธอและมู่ชิงเกอเจอแล้ว
208
บนกรอบประตู มีป้ายแขวนอยู่สามแผ่น
ป้ายบนสุด แผ่นป้ายสีแดงเงาวาวเขียนด้วยตัวอักษรสี
ทอง นันก็คือคําทีมู่เกอพูดพึมพําอยู่เมือสักครู่นี
องค์ฮ่องเต้โปรดให้สร้าง นีเป็นเกียรติทีคนมาก
มายอยากได้แต่ก็ไม่ได้
องค์ฮ่องเต้โปรดให้สร้าง นันหมายความว่าฐานะของ
ตระกูลมู่ในลัวตูนันก็ยิงใหญ่มาก
ป้ายทีสอง เป็นป้ายสีดําสนิท ตัวหนังสือใช้ชาดแทนหมึก
209
เขียนว่า ‘จวนท่านแม่ทัพผู้ปกปักษ์แคว้น’ คําพวกนีมี
ความหมายลึกซึง ราวกับทําให้ผู้คนเห็นภาพสงคราม
ป้ายสุดท้าย เมือเทียบกับทังสองป้ายทีผ่านมาแล้ว ดู
เรียบง่ายธรรมดากว่ามาก เป็นป้ายทีทําจากไม้ธรรมดา
สลักว่า ‘จวนตระกูลมู่’
“เข้าไปสิ คงไม่ใช่ว่าออกจากบ้านไปไม่กีวัน ก็จําประตู
บ้านตัวเองไม่ได้แล้วนะ?” มู่ซงเห็นว่ามู่เกอไม่ขยับตัว ก็
ตบไหล่เธอ เร่งให้เธอเข้าจวนไป
..............
210
สวนสระเมฆา
ในจวน ทิวทัศน์งดงามเป็นหนึง บริเวณรอบๆ เงียบสงบ
เหมาะกับเป็นทีตังเรือนพํานักส่วนตัวของนายน้อยตระกู
ลมู่
จวนตระกูลมู่มีผู้คนอยู่ไม่มาก และต่างก็เป็นผู้ฝึกยุทธ์
ดังนัน จึงไม่ได้มีการแบ่งเรือนนอกเรือนในทีชัดเจน นอก
จากเรือนทีประมุขตระกูลอยู่แล้ว เรือนส่วนมากก็ปิด
ตายมานานหลายปี
บวกกับการทีภายนอกของมู่ชิงเกอเป็นผู้ชาย ฉะนัน
เรือนสวนสระเมฆาของเธอและเรือนของผู้หญิงใน
211
ตําหนักนันห่างกันไกลแสนไกล พูดได้ว่าถ้าไม่ได้ตังใจไป
หา ในจวนมู่นัน ยากทีเธอจะได้เจอกับผู้หญิงสักคน
ประกอบกับมู่ชิงเกอค่อนข้างอ่อนไหวเรืองเพศจริงๆ ของ
ตนเอง และเพราะนิสัยของนางด้วย จึงทําให้สาวใช้และ
เด็กรับใช้ชายในเรือนของนางมีน้อยมาก คนทีคอยดูแล
นางในแต่ละวันก็มีแค่สาวใช้คนสนิทสองคน โย่วเหอผู้
อ่อนโยนดังสายนํา และฮวาเยวีย ผู้งดงามร่าเริง
สาวใช้สองคนนีอายุพอๆ กับมู่ชิงเกอ ในแต่ละวันหลัง
จากทีปรนนิบัติรับใช้มู่ชิงเกอเสร็จแล้วก็ไม่เคยเฝ้าอยู่ใน
ห้องของมู่ชิงเกอตอนกลางคืน เพราะนีเป็นคําสังของมู่
ชิงเกอ
212
สําหรับมู่เกอแล้ว ถือเป็นการทําให้เรืองทุกอย่างง่ายขึน
นอกจากสองคนนี มู่ชิงเกอยังมีเด็กรับใช้ชายอีกคนที
เรียนหนังสือกับนางชือว่ามัวหยาง แต่ว่านางก็เป็นแค่
คนเสเพลคนหนึง สําหรับกาพย์กลอนยึกยืออะไรพวก
นันนางไม่ได้สนใจแม้แต่น้อย จึงส่งเด็กรับใช้ชายทีคอย
เป็นเพือนเรียนให้กับนางไปเรียนทีโรงเรียนแทนนางตัง
นานแล้ว
โย่วเหอกับฮวาเยวียรู้จักมู่ชิงเกอดี แต่มู่เกอไม่คุ้นเคยกับ
พวกนางเลย
213
ภายใต้การช่วยเหลือของมู่ชิงเกอ หลังจากทีไล่สองคน
นันออกไป เธอก็ขังตัวเองไว้ในห้อง อ้างว่าอยากพัก
ผ่อน ไม่ให้ใครรบกวน ในความเป็นจริง กลับนังขัดสมาธิ
อยู่บนเตียง เข้าฌาณทําสมาธิ
ชาติทีแล้ว นอกจากฝีมือการสังหารอันโหดเ**◌้ยมของ
เธอแล้ว เธอก็พึงความสามารถทังสองอย่างของเธอ ขัด
เกลาความสามารถนัน และการทีจะฝึกความสามารถ
ให้เก่งกล้ามากขึนกว่าเดิมก็ต้องพึงการนังสมาธิเข้า
ฌาณเพือพัฒนาพลังจิตให้สูงส่งยิงขึน
ตอนนี ในทีสุดทุกอย่างก็สงบลง เธอก็จะได้มีเวลาดูว่า
ช่องว่างของเธอยังเหลืออะไรทิงไว้บ้าง
214
ระเบิดนัน ไม่เพียงทําให้เธอร่างแหลกเป็นผุยผง แต่ยัง
ทําให้คนทีลอบทําร้ายเธอตายหมด เกรงว่าก่อนตาย
คนๆ นันก็คงคิดไม่ถึงว่าเธอจะลงมืออํามหิตได้ถึงเพียงนี
ดึงเขาลงนรกไปด้วยกัน
จนถึงตอนนีทุกครังทีมู่เกอหลับตา ก็จะเห็นสายตาสุด
ท้ายทีหวาดกลัวและตกตะลึงของคนๆ นัน
ท่ามกลางเสียงระเบิดในตอนนัน มู่เกอรู้สึกว่าช่องว่าง
ของตนเองฉีกขาด หรือว่าจะเกียวกับการทีกําลังภายใน
ร่างของเธอลดลง
215
หลังจากทีเกิดใหม่ เธอสังเกตว่าพลังสายฟ้าและพลังที
ว่างยังคงอยู่ ในใจจึงมีความหวังขึนมาเล็กน้อย
วันนันทีปฏิเสธข้อเสนอของไอ้บ้านันไป นอกจากเพราะ
เธอหยิงในศักดิศรีของตัวเองแล้ว ก็เป็นเพราะเธอมีช่อง
ว่าง เธอจําได้แม่นว่า ภารกิจครังสุดท้ายของตัวเองคือ
การโจรกรรมอะไรบางอย่าง และเธอก็เอาของลําค่าทีทุก
ประเทศหวังจะได้นัน ใส่ไว้ในนัน
ครืด--------!
เสียงหนึงดังขึนเบาๆ ในหัวของมู่เกอ
216
ความรู้สึกทีคุ้นเคย และความรู้สึกดีใจพุ่งทะลักออกจาก
ใจเธอ: ‘ เปิดได้แล้ว’
จบตอน
Comments
Post a Comment