earth ep11-20

 ตอนที 11 ยาวิเศษทะลุมิติ เปลียนธาตุเกิดใหม่


ช่องว่าง เป็นสิงของนามธรรมอย่างหนึง


ช่องว่างของมู่เกอ เป็นห้องขนาด 50 ลูกบาศก์เมตรห้อง


หนึง สิงทีต่างจากห้องธรรมดาคือห้องนีไม่มีประตูและ


หน้าต่าง จะพูดให้ถูกคือมันเป็นช่องว่างทีสร้างด้วย


กําลังจิตของมู่เกอ


สามารถจุของได้ แต่คนไม่สามารถเข้าไปได้


1


ตอนนีมู่เกอหลับตา นังขัดสมาธิอยู่บนเตียง จิต


วิญญาณเข้าไปอยู่ในช่องว่างของตัวเอง


ช่องว่างขนาด 50 ลูกบาศก์เมตรนี เต็มไปด้วยเเสงระยิบ


ระยับ เหมือนดังเพชรเม็ดงาม ข้างในว่างโล่ง ของสะสม


ทีมู่เกอเคยสะสมเอาไว้ก็หายไปเพราะการตายของเธอ


สิงเดียวทียังอยู่ คือตู้เซฟทีลอยอยู่ตรงกลางของช่องว่าง


ตู้เซฟนีมีความวิเศษ ดูมันคงกว่าตู้เซฟธรรมดา และเป็น


สีเหลียมจัตุรัสทีเหลียมมาก เหมือนตังใจทําขึน วัตถุดิบ


ทีใช้ก็เป็นทองอย่างดี


2


จิตวิญญาณของมู่เกอเข้าไปอยู่ในช่องว่าง ตาก็ไปหยุด


อยู่บนตู้เซฟทีลอยอยู่


ความตืนเต้นในแววตายากจะปิดบัง


“ยังอยู่นี ฟ้าเมตตาข้าจริงๆ!” มู่เกอพูดด้วยความตืนเต้น


เธอเดินมาหยุดตรงหน้าตู้เซฟในทันที


เธอไม่ต้องทําอะไร ตู้เซฟทีลอยอยู่ก็ค่อยๆ ลดระดับลง


มาช้าๆ และหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ


มู่เกอไม่ได้สังเกตว่าตอนนีร่างทีเธอถอดจิตมานันสัน


3


และทีชัดเจนคือปลายนิวทีขาวซีดกําแน่นและ


คลายออกอยู่หลายครัง


เธอหายใจเข้าลึกๆ มู่เกอพยายามสงบจิตใจ


เธอจ้องตู้เซฟแล้วพึมพําว่า “เจ้าคือความหวังเดียวของ


ข้า อย่าทําให้ข้าผิดหวัง” พูดจบเธอก็เปิดตู้เซฟอย่าง


คล่องแคล่ว ลมหนาวเย็นพัดออกมาจากตู้เซฟ


ทีจริงแล้ว ตู้เซฟทีทําขึนพิเศษนี ยังเป็นตู้อุณหภูมิคงที


บริเวณสวนสระเมฆา ไร้ซึงสรรพสําเนียงใดๆ


4


ในเรือนทีประตูปิดสนิท โย่วเหอและฮวาเยวียมองหน้า


กันไปมา แล้วหันไปมองประตูห้องทีปิดสนิทอย่างเป็น


ห่วง ข้างในไร้ซึงการเคลือนไหวใดๆ


แม้ว่าชือเสียงข้างนอกของมู่ชิงเกอจะเลวร้ายเพียงใด


แต่กลับปฏิบัติต่อสาวใช้ของตัวเองเป็นอย่างดี ฉะนัน


ความจริงใจทีโย่วเหอและฮวาเยวียมีให้กับมู่ชิงเกอนันมิ


ได้เสแสร้งแกล้งทํา


“พอคุณชายกลับมา ก็สังว่าห้ามรบกวน หรือว่าจะบาด


เจ็บแล้วไม่อยากให้พวกเรารู้” ฮวาเยวียถามโย่วเหอที


อายุมากกว่าเธอสองสามเดือนด้วยความเป็นห่วง


5


โย่วเหอเป็นคนอ่อนโยน ท่าทางสุขุม เมือได้ยินคําถาม


แบบนีจากฮวาเยวียก็หันไปมองด้วยสายตาทีเป็นห่วงไม่


แพ้กัน เม้มปากพร้อมกับส่ายหน้าแล้วพูดว่า “ถ้าคุณ


ชายได้รับบาดเจ็บนายท่านก็คงตามหมอหลวงมาทีจวน


แล้ว คิดว่า เคราะห์กรรมครังนีคงทําให้จิตใจของคุณ


ชายได้รับความกระทบกระเทือนมาก อาจจะอยากอยู่


คนเดียว พวกเราอย่าไปรบกวนเลย”


ฮวาเยวียพยักหน้า ไฝรองนําตาทีหางตาขยับไปตามการ


เคลือนไหว ทําให้นางดูเย้ายวนขึนหลายส่วน


ในห้องมู่เกอทีตาทังสองข้างปิดสนิท ในทีสุดก็ค่อยๆ ลืม


ตาขึนมา


6


เธอหลุบตาลงมองมือขวาของตนเองเป็นสิงแรก


ตอนแรกในมือของเธอไม่มีอะไรเลย แต่ตอนนีมือ


ขวากลับมีหลอดทดลองโปร่งแสงหลอดหนึงเพิมขึนมา


ในหลอดทดลอง มีสารสีฟ้าม่วงส่องแสงเป็นประกาย


ไหลเวียนราวกับมีชีวิต


มู่เกอชูมือขวาของตนเองขึน ตาทังคู่จ้องอยู่ทียาใน


หลอดทดลองในมือ พึมพําว่า “ยาเปลียนแปลงดีเอ็นเอ


ยาทีทันสมัยทีสุดของโลกนัน ว่ากันว่า 100 ลูกบาศก์


เซนติเมตรสามารถทําให้ร่างกายทีอ่อนแอ กลายเป็น


ยอดคนทีสามารถขึนฟ้าลงดินได้ วันนีข้าจะลองดูว่าเจ้า


จะร้ายกาจขนาดนันจริงหรือเปล่า คุ้มกับการทีคนๆ นัน


7


ใช้เจ้าเป็นเหยือล่อเพือลวงให้ข้าเข้าไปติดกับและทําให้


ข้าต้องตายหรือเปล่า”


พูดจบมู่เกอก็ใช้นิวโป้งข้างขวา เปิดฝาของหลอดทดลอง


อย่างไม่ลังเล เธอเทยา 100 ลูกบาศก์เซนติเมตรเข้าไป


ในปาก


มู่เกอไม่รู้ว่าสภาพร่างกายของตนเองในตอนนีเป็นอย่าง


ไร แต่ทุกคนบอกว่าร่างของเธอคือร่างทีไม่สามารถ


ฝึกฝนพลังเวทได้ ต่อมาเพราะเธอถามมู่ซงถึงได้รู้ว่าเธอ


ไม่สามารถรวบรวมพลังได้ตังแต่เกิดและไม่สามารถเข้า


สู่ขันพลังสีแดงได้ คนทีเข้าไม่ได้แม้กระทังชันพลังสีแดง


ก็ต้องกลายเป็นคนไร้ค่าเป็นธรรมดา ยิงไม่ต้องพูดถึงจะ


ฝึกฝนอะไรเลย


8


และยาเปลียนแปลงดีเอ็นเอนี ก็คือยาทีทําให้ดีเอ็นเอ


สามารถทํางานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึนกว่าเดิม


ในโลกของมู่เกอ มีผู้เชียวชาญหลายคนคิดว่า ดีเอ็นเอ


เป็นสิงทีสืบทอดมาจากบรรพบุรุษ และไม่สามารถ


เปลียนแปลงได้ แต่ดีเอ็นเอของคน สามารถแสดง


ศักยภาพออกมาได้ไม่ถึงร้อยละ 1 ส่วน 10 และความ


สามารถนีเหมือนจะถูกกําหนดมาแล้วไม่สามารถแก้ไข


ได้ จึงมีการทดลองเกียวกับการเปลียนแปลงดีเอ็นเอ


เกิดขึน เพือให้คนสามารถแสดงศักยภาพและซ่อมแซม


ส่วนทีสึกหรอของดีเอ็นเอในขณะเดียวกัน


สําหรับผู้สังเกตการณ์แล้ว การทดลองนีถือว่าดี และถ้า


9


สําเร็จผู้ป่วยหนักจํานวนมากก็จะได้เกิดใหม่อีกครัง


แต่ว่ากลับมีคนคิดไม่ซือกับการทดลองนี อยากจะใช้มัน


ในสงคราม จึงทําให้มู่เกอมีโอกาสขโมยมันออกมา


ยาเปลียนแปลงดีเอ็นเอนี แต่เดิมจะส่งมอบให้กับ


ประเทศ เสียดายทีสุดท้ายก็ไม่มีโอกาสนัน


จริงๆ แล้วยาเปลียนแปลงดีเอ็นเอในช่องว่างของมู่เก


อนันยังเป็นแค่ตัวทดลอง ยังไม่ใช่ยาทีเสร็จสมบูรณ์ร้อย


เปอร์เซ็นต์ แต่ว่าในตอนนี ในสถานการณ์แบบนี การจะ


ทําให้เธออยู่ในโลกนีได้ คือต้องแข็งแกร่งขึน สําหรับการ


ทดลองนี จึงไม่เสียงไม่ได้


10


หากสําเร็จ บางทีเธออาจจะสามารถเข้าการฝึกฝนพลัง


ของโลกนีได้


แต่หากล้มเหลว ……..ก็ไม่มีใครรู้ว่าผลทีตามมาคือ


อะไร


การมัวห่วงหน้าพะวงหลังไม่กล้าตัดสินใจขาดไม่ใช่ตัวมู่


เกอ ดังนัน เธอจึงดืมยาทังหลอดทดลองเข้าไปอย่างไม่


ลังเล ซึงนันเท่ากับปริมาณ 10 เท่าของคน


ธรรมดา………ถ้าไม่รอดก็ตาย


เพราะว่ามู่เกอไม่เคยยอมแพ้ใคร!


11


‘จืดๆไม่ได้มีรสชาติพิเศษอะไร แต่ให้ความรู้สึกเหนียวๆ’


ยาเปลียนแปลงดีเอ็นเอไหลเข้าสู่ร่างกายของมู่เกอ แต่


เธอยังจะมีเวลามาให้คําวิจารณ์ยาแบบนีอีก !


“อุ่ก!”


เพล้ง----------!


เสียงแก้วแตกดังขึน เพราะมือสันๆ ของมู่เกอไม่สามารถ


จับหลอดทดลองว่างเปล่านันไว้ได้ ทําให้มันตกแตก


กระจายบนพืน ในร่างกายรู้สึกราวกับถูกไฟเผาไหม้ ทํา


ให้เธออุทานออกมาอย่างกลันไม่อยู่


12


อึก ----------- อึก --------------


‘ร้อน! ร้อนมาก! รู้สึกเหมือนตัวเองกําลังจะละลาย ’ มือ


ทังคู่ของเธอจับชายเสือเอาไว้แน่น ล้มลงบนเตียงด้วย


ความเจ็บปวด


ร่างกายของเธอกลายเป็นสีม่วงคลําในทันใด มีเสียง


เหมือนนําเดือดดังออกมาจากร่างกายของเธอ บนผิว


หนังเกิดเป็นถุงเล็กๆ เวียนว่ายไปมาไม่หยุด และบิดร่าง


กายของเธอจนเปลียนรูปไปเรือยๆเหมือนดินนํามัน


“อือ……..” มู่เกอทีล้มอยู่บนเตียงอย่างไร้เรียวแรงกัด


13


ฟันแน่น ไม่ต้องการจะส่งสียงร้องแสดงความเจ็บปวด


ใดๆ ออกมา


เธออยากจะแกร่งขึน ก็จําเป็นต้องยอมรับบททดสอบ


ของผู้แข็งแกร่ง


เหงือจํานวนมากไหลออกจากรูขุมขนทัวทังร่างกายของ


มู่เกอ ร่างกายเสียนําไปมาก และทําให้ผ้าห่มใต้ร่างเธอ


เปียกชุ่ม


มู่เกอจับปลายผ้าห่มเเน่น ใช้แรงใจทังหมดทียังมีอยู่ฝืน


ต้านไว้


14


เธอรู้สึกว่ากระดูกและเลือดเนือทัวทังร่างกายของเธอ


ถูกโยนเข้าไปในเตาไฟอันใหญ่ ถูกหลอมละลายด้วย


อุณหภูมิสูง กลายเป็นนํากองหนึงและนํากองนันก็


ถูกระเหยด้วยอุณหภูมิสูงเช่นกัน จนไม่เหลืออะไรเลย


“ยาเปลียนแปลงดีเอ็นเอ……..ความเจ็บปวดขนาดนี


มันจะมีไอ้บ้ากีคนวะทีสามารถทนรับได้?!” มู่เกอเค้น


เสียงลอดไรฟันออกมาด้วยความโกรธ แต่เธอกลับลืมไป


ว่าจํานวนทีเธอกินเข้าไปนันมากกว่าคนปกติถึง 10 เท่า


เพราะฉะนันความเจ็บปวดทีต้องรับมือก็ต้องมีมากกว่า


10 เท่าเช่นกัน


มันไม่ได้ง่ายเหมือน 1 + 1 เท่ากับ 2 นะ


15


‘อวดเก่ง! จะทําตัวเองตายแล้ว…….’ ในขณะทีจิตใต้สํา


นึกของมู่เกอเริมเข้าสู่ความมืดมน เธอได้ให้คําวิจารณ์ที


เหมาะกับการกระทําของตนเองในครังนีไว้แบบ


นี............


16


ตอนที 12 ท่านอามาเยียม แรกพบแม่นางดอกบัวขาว


พระจันทร์ส่องแสงสว่าง ประตูห้องยังคงปิดสนิท และไม่


17


ได้เปิดออกเลย ในห้องไม่มีแม้กระทังแสงเทียนลอดมา


มืดสนิท ราวกับไม่มีใครอยู่


สาวใช้ผู้ซือสัตย์สองคน เฝ้าอยู่หน้าประตูตลอดเวลา แม้


ว่ารอบข้างจะไม่มีคน พวกนางก็ไม่กล้าขัดคําสัง


ทังสองหันหลังไปมองประตูทีอยู่ข้างหลังด้วยความเป็น


ห่วงตลอดเวลา และสบตากันเพือเป็นการปลอบใจซึงกัน


และกัน คําคืนนีลมกลางคืนพัดมาหนาวเย็น ทังสองทียัง


ไม่ได้เข้าไปในห้อง รู้สึกว่าร่างกายหนาวเย็น อดกอดตัว


เองโดยไม่รู้ตัว


ทันใดนันเสียงฝีเท้าก็ดังแว่วมาจากนอกเรือน


18


พอสาวใช้ทังสองรู้สึกตัวก็สบตากัน แล้วพยายามดูว่า


ใครมา


เขายังเดินมาไม่ถึงประตู โคมไฟในมือก็ส่องแสงสว่างบน


ตัวของโย่วเหอและฮวาเยวีย ทําให้ความมืดของบริเวณ


นันจางหายไป และช่วยขจัดความหนาวเย็นลงไปได้บ้าง


ใต้แสงเทียน ผู้หญิงตัวสูงท่าทางองอาจ สวมใส่เสือผ้า


เครืองแต่งกายของสตรี สวมเกราะอ่อน ใบหน้างดงาม


เด่นชัดของนางไร้ซึงการแต่งเติม ผมยาวรวบขึนสูงบน


ศีรษะมีเพียงเครืองประดับผมทีดูสะดุดตาประณีต ผม


ยาวปลิวไสว เพิมความสง่างามน่าดึงดูดให้นางได้อีก


19


หลายส่วน


ตรงเอวของนางประดับด้วยกระบีสันหนึงเล่ม ตัวด้ามงด


งามประณีตหาใดเปรียบ แสงเทียนทําให้อัญมณีทีฝังอยู่


ด้านบนนันส่องแสงแวววาวท่ามกลางความมืด


อารมณ์บนใบหน้าของนาง ดูคล้ายมู่ชิงเกออยู่หลาย


ส่วน


แต่ว่าอายุมากกว่ามู่ชินเกออยู่มาก


“คุณหนูใหญ่!”


20


เมือเห็นผู้มาเยือน โย่วเหอและฮวาเยวีย ก็คุกเข่าลงทํา


ความเคารพ


“ลุกขึนเถอะ” มู่เหลียนหรงผลักโคมไฟในมือของคนใช้


ออก มองทังสองทีคุกเข่าอยู่ข้างหน้า พูดเสียงเรียบๆ


“เจ้าค่ะ”


โย่วเหอและฮวาเยวียลุกขึนอย่างเชือฟัง


ตอนนีพวกนางเพิงสังเกตเห็นว่า ข้างหลังคุณหนูใหญ่


ประจําตระกูลมู่ท่านนียังมีคนเดินตามมาอีกสองคน คน


หนึงสวมชุดกระโปรงสีขาวพลิวไหว หน้าตางดงามจับใจ


21


ยืนอยู่ข้างหลังมู่เหลียนหรงอย่าสงบเสงียม ส่วนอีกคน ก็


คือสาวใช้คนสนิทของคนผู้นี


ฮวาเยวียแอบขยิบตาใส่โย่วเหอ เหมือนอยากบอกว่า


‘ท่านนีก็มาหรือ?’


โย่วเหอทําเหมือนไม่เห็น ยืนก้มหน้า


มู่เหลียนหรงสังเกตเห็นว่าทังคู่แลกเปลียนสายตากันไป


มา ก็มองไปรอบๆ เห็นเรือนยังคงมืดอยู่ จึงอดทีจะขมวด


คิวไม่ได้ “มืดแล้วทําไมพวกเจ้าไม่จุดไฟ แล้วคุณชาย


ของพวกเจ้าเล่า?”


22


โย่วเหอเดินไปข้างหน้าก้าวหนึง ค่อยๆ ค้อมตัวลงแล้ว


พูดด้วยนําเสียงเรียบนิงว่า “หลังจากทีคุณชายกลับมา


ก็เข้าไปพักผ่อน บ่าวเกรงว่าหลังจากทีคุณชายตืนขึนมา


แล้วจะมีอะไรให้รับใช้ ไม่กล้าไปไหนไกล จึงทําให้จุดไฟ


ช้า ก่อนทีคุณหนูใหญ่จะมา พวกเรากําลังจะไปจุดไฟพอ


ดีเจ้าคะ”


มู่เหลียนหรงพยักหน้า แล้วมองห้องมืดๆ ข้างหลังสอง


คนนัน พร้อมถามว่า “ตังแต่ไอ้เด็กบ้านันกลับมาก็นอน


จนถึงตอนนีเลยรึ?”


โย่วเหอและฮวาเยวียพยักหน้าพร้อมกัน พวกนางก็เป็น


ห่วงคุณชายไม่แพ้กัน แต่ก็ไม่กล้าเข้าไปรบกวน


23


ยามนี ร่างอ้อนแอ้นในชุดสีขาวพลิวไหวก็เดินมาหยุดอยู่


ข้างๆ มู่เหลียนหรง พูดด้วยความเป็นห่วงเป็นใยว่า


“ท่านอาหรง พีมู่เพิงกลับจากการสนามรบ หลับจนถึง


ตอนนีหรือว่าจะเป็นอะไรไปรึเปล่า?”


ยามคําคืน ไร้ซึงแสงเทียน ดวงตาใสซือบริสุทธิดังกวาง


น้อยของนางจึงดูสว่างไสวเป็นพิเศษ


นางพูดแบบนี มู่เหลียนหรงจึงพลันขมวดคิวแน่น สายตา


ทีแกร่งกล้ามีความเป็นห่วงซ่อนอยู่


โย่วเหอเงยหน้าขึน แอบเหลือบมองไปทางหญิงชุดขาว


24


แวบหนึงแล้วก้มลงไป โดยไม่ได้พูดอะไร ฮวาเยวียแอบ


แบะปากแต่ก็รักษาความเงียบสงบไว้


ท่าทางทีทังสองแสดงต่อหญิงชุดขาวนัน ไม่ได้ดูเป็นมิตร


มากนัก


“ข้าจะเข้าไปดูสักหน่อย” มู่เหลียนหรงตัดสินใจ ก้าวไป


ทางห้องนอน


โย่วเหอและฮวาเยวียมองหน้ากันแล้ว รีบเดินตามไป


ตามจริงแล้ว พวกนางทีเป็นสาวใช้ส่วนตัวของมู่ชิงเก


อ จะต้องขัดขวางมู่เหลียนหรงทีทําท่าราวกับจะบุกเข้า


25


ไปแบบนีเอาไว้ แม้ว่าจะเป็นอาแท้ๆ ของนายน้อยก็ตาม


แต่จนใจเพราะพวกนางก็เป็นห่วงอาการเจ้านาย จึงแอบ


เข้าข้างการกระทําของคุณหนูใหญ่แห่งตระกูลมู่


ข้างหลังของโย่วเหอและฮวาเยวีย หญิงสาวชุดขาวทีดู


ห่วงใยคุณชายในทีแรกสายตาพลันเย็นชา แต่แล้วก็แปร


เปลียนเป็นความกังวลอย่างรวดเร็ว นําคนใช้รีบรุดตาม


ทุกคนไป


“ไอ้เด็กบ้า เปิดประตูให้อาเดียวนี! ได้ยินไหม?” มู่เหลี


ยนหรงยืนอยู่หน้าประตู ยกมือขึนตบประตูอย่างแรง


แต่ว่าข้างในกลับไร้ซึงการโต้ตอบ


26


คราวนีมู่เหลียนหรงเริมใจไม่ดี พูดเสียงแข็ง “ไอ้เด็กบ้า


ถ้ายังไม่เปิดประตูอีก เชือไหมว่าอาสามารถตีเจ้าให้ก้น


ลายได้?”


ยังคงไม่มีการตอบกลับ


โย่วเหอและฮวาเยวียยิงใจไม่ดี


จริงๆ แล้วไม่ว่าคุณชายจะหลับสนิทแค่ไหน ถูกคุณหนู


ใหญ่รบกวนแบบนี ก็คงต้องตืนแล้ว และคุณชายก็กลัว


คุณหนูใหญ่มาโดยตลอด ได้ยินเสียงคุณหนูใหญ่ แม้


ต้องคลานหรือกลิงมาก็คงจะรีบมาเปิดประตูต้อนรับ


27


แทบไม่ทัน แต่ครังนีเคาะประตูมานานขนาดนีแล้วข้าง


ในกลับไม่ตอบรับเลย


ชิง--------


เสียงชักดาบสันออกจากฝักดังขึน


มู่เหลียนหรงทีเริมร้อนรน ทําท่าเหมือนคิดจะพังประตู


เข้าไป


แต่ว่า ขณะทีดาบในมือของมู่เหลียนหรงกําลังจะฟันไป


ทีประตูเพือให้เปิดออกนัน ภายในห้องก็มีเสียงเบาๆ


ลอยออกมา ‘แกรก’


28


ประตูทีปิดแน่นค่อยๆ เปิดออกมาเผยให้เห็นร่างทีผอม


บาง


“ท่านอาหรง พีมู่ออกมาแล้ว ” หญิงสาวชุดขาวเดินเข้า


มาจับมือทีชูมีดขึนสูงของมู่เหลียนหรงเอาไว้อย่างรวด


เร็ว ใบหน้าอ่อนโยนใสบริสุทธิของนางเต็มไปด้วยความ


ตระหนก


จริงๆ ไม่ต้องให้นางทําแบบนี ดาบสันของมู่เหลียนหรงก็


ไม่มีทางฟันลงไปแน่ มู่เหลียนหรงยืนอยู่หน้าประตู ตอน


ทีมู่ชิงเกอออกมาคนทีจะเห็นเป็นคนแรกก็ย่อมเป็น


นางอยู่แล้ว


29


เพียงแต่ สําหรับการกระทําของหญิงสาวชุดขาว มู่เหลี


ยนหรงเองก็ไม่ได้พูดอะไร แค่มองเธอแวบหนึงแล้วเก็บ


ดาบ


“คุณชาย!”


“คุณชาย ทําไมเสือผ้าถึงเปียกขนาดนี”


ฮวาเยวียและโย่วเหอ วิงไปยืนข้างๆ มู่เกอด้วยความดีใจ


ยืนอยู่ซ้ายขวาอย่างรู้หน้าที โย่วเหอสังเกตเห็นถึงการ


เปลียนแปลงในตัวของมู่เกอ


30


ตอนนี อาการของมู่เกอไม่ค่อยจะดี ร่างกายไร้เรียวแรง


สีหน้าขาวซีด เสือผ้าเปียกชุ่มไปด้วยเหงือดูยับย่นและสี


หน้าของเธอก็ไม่สู้ดีนัก


เธอเพิงหนีพ้นจากความตายมาได้ รอดชีวิตมาจากฤทธิ


ของยาเปลียนแปลงดีเอ็นเอ ก็ได้ยินเสียงเคาะประตูดัง


ก้องจนหูแทบหนวก ทําให้จิตใจทีเหนือยล้าของเธอพลัน


รู้สึกหงุดงหงิดงุ่นง่านขึนมา


จึงทําให้สายตาของเธอทีมอง ‘ผู้ก่อการร้าย’ ตรงหน้านี


ไม่ดีเอามากๆ


เพราะสายตาทีเย็นชาของมู่เกอ ทําให้มู่เหลียนหรงตกใจ


31


จนลืมพูด


เจ้าของวนตระกูลมู่มายืนจ้องกันแบบนีทําให้บรรยากาศ


ดูแปลกประหลาดนัก


ยังดีทีโย่วเหอได้สติ รีบพูดกับมู่เกอว่า “คุณชาย คุณหนู


ใหญ่มาเยียมท่าน”


คุณหนูใหญ่?


คําเรียกขานนีหมุนอยู่ในหัวของมู่เกอสักพัก แล้วไปเชือม


โยงคนตรงหน้ากับข้อมูลทีมีอยู่จนสําเร็จ ทีแท้เธอก็คือ


ลูกสาวคนเล็กของมู่ซง ท่านอาของมู่ชิงเกอและเป็นแม่


32


ทัพหญิงคนเดียวของกองทัพฉิน


แน่นอนว่า ตําแหน่งแม่ทัพหญิงนี ได้มาเพราะฮ่องเต้ฉิน


เห็นแก่หน้ามู่ซงจึงประทานให้ มู่เหลียนหรงไม่เคย


ออกรบ เคยแค่เข้าร่วมกระบวนการต่อต้านกบฏ แม้ว่า


จะเป็นเช่นนี แต่เมือนํานางมาเปรียบกับคุณหนูผู้สูงศักดิ


คนอืนๆ แล้ว ก็ยังดูมีความองอาจห้าวหาญมากกว่าอยู่


หลายส่วน นับประสาอะไรกับทีตัวนางเองก็เป็นคนของ


ตระกูลมู่อยู่แล้วด้วย


คนของตระกูลมู่ ไม่ว่าจะหญิงหรือชายก็ถูกกําหนดให้


อยู่ในสนามรบทังนัน !


33


พอรู้ฐานะของผู้มาเยือน สายตาของมู่เกอก็เริมมีความ


มืดพาดผ่าน หลุบตาลงแล้วพูดว่า “ขอโทษทีทําให้ท่าน


อาเป็นห่วง ชิงเกอแค่ไม่ได้พักผ่อนดีๆ ติดกันหลายวัน


จึงรู้สึกง่วงมาก”


“ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว ดูสิ พอเจ้าหนีออกจากบ้าน ไม่ใช่


แค่ท่านปู่และข้าทีเป็นห่วง ซีเยวียเองก็สวดมนต์ขอพรให้


เจ้าทุกวันทุกคืน” มู่เหลียนหรงเก็บสายตาแปลกๆ ของมู่


เกอเมือสักครู่เอาไว้ในใจ ดึงหญิงสาวชุดขาวข้างตัวเธอ


ออกมา


‘คนนีใครอีกแล้วล่ะ’


34


มู่เกอกวาดสายตามองนางนิงๆ


สายตาทีใสกระจ่างดังลมเย็นแบบนี ทําให้ไหล่ของหญิง


เสือขาวสันน้อยๆ ในใจพลันเกิดความรู้สึกหวาดกลัว


อย่างไร้ทีมา นางมองดูเด็กหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาหมด


จดตรงหน้า ในดวงตาเกิดความสงสัย


มู่ชิงเกอไม่ค่อยเหมือนเดิม เมือก่อนสายตาทีเขามอง


นางนันจะเต็มไปด้วยเย็นชาและไม่ชอบใจ แต่เมือสักครู่


นางรู้สึกว่า เขาไม่ได้มีนางอยู่ในสายตา ตัวนางไม่ได้


แตกต่างจากต้นไม้และก้อนหินรอบๆ เลยแม้แต่น้อย


“นางชือป๋ายซีเยวีย ท่านพ่อของนางเคยเป็นรองแม่ทัพ


35


ให้ท่านปู่ในกองทัพ ห้าปีทีแล้วตายเพราะช่วยชีวิตท่านปู่


ท่านแม่ก็ตรอมใจตายตาม เหลือนางแต่เพียงผู้เดียว


ท่านปู่เป็นห่วงว่านางไม่มีพ่อแม่จะโดนคนอืนรังแก จึง


รับตัวนางเข้ามาอยู่ในจวนด้วย คนในจวนต่างเรียกนาง


ว่าแม่นางป๋าย ถือว่าเป็นเจ้าของจวนด้วยครึงหนึง” มู่ชิง


เกอทีอยู่ในร่างโปร่งแสงลอยเข้ามาอยู่ข้างตัวมู่เกอ เอ่ย


ปากอย่างเฉยชา


มู่ชิงเกอไม่มองป๋ายซีเยวียแม้หางตา สายตาไปหยุดทีมู่


เหลียนหรงมากกว่า แต่เสียดายทีมู่เหลียนหรงไม่รู้


มู่เกอมีความรู้สึกแปลกๆ เกิดขึนในใจ นึกย้อนกลับไป


แล้ว ทุกครังทีมู่ชิงเกอเเนะนําคนรอบข้างให้เธอได้รู้จัก


จะเป็นการแนะนําในมุมมองของคนนอก ไม่ได้มีความ


36


รู้สึกส่วนตัวเลย เหมือนกับว่า ให้ทุกอย่างเป็นการตัดสิน


ของเธอ ผู้ทีมารับช่วงต่อ


เธอเลิกคิว ในใจรู้สึกชืนชม ‘ควรบอกว่าเธอฉลาดหรือ


เหมือนจะฉลาด’ ถ้ามู่ชิงเกอใส่ความรู้สึกส่วนตัวเข้าไป


ก็คงจะทําให้เธอเกิดความรู้สึกรังเกียจคนตรงหน้าจน


สะบัดหนีไป


“เจ้าเด็กบ้า เหตุใดไม่พูดอะไรเลย? ซีเยวียเป็นห่วงเจ้า


ขนาดนี ยังจะไม่ดีใจอีก” เห็นมู่เกอเงียบ มู่เหลียนหรง


จึงพูดเสียงแข็ง


มู่เกอเงยหน้าขึนด้วยความสงสัย เธอต้องดีใจอะไรหรือ?


37


38


ตอนที 13 รุ่ยอ๋องมาเยือนถึงจวนทีแท้ก็เพราะชาเขียว


“ท่านอาหรง ทุกสิงทุกอย่างทีซีเยวียทําเพือพีมู่นัน ซีเย


วียทําด้วยความเต็มใจ”


มู่เกอทียังคงสงสัยเกียวกับคําพูดของมู่เหลียนหรง พอได้


ยินคําพูดแม่พระของซีเยวีย ก็ทําให้เธอหันไปมองซีเยวีย


โดยไม่รู้ตัว


เมือสัมผัสได้ถึงสายตาทีกําลังสังเกตการณ์ของมู่เกอ ทํา


ให้ป๋ายซีเยวียยิมอย่างเขินอาย แต่มู่เกอรู้สึกขนลุกชันขึน


39


มาทันที


เอ่อ........


เหมือนเพราะความอายจึงทําให้บ่ายซีเยวียไม่กล้ามองมู่


เกออีก นางหันหลังกลับไปพูดกับมู่เหลียนหรงว่า “ท่าน


อาหรง ในเมือพีมู่ไม่เป็นอะไร ซีเยวียก็ขอตัวกลับก่อน


พรุ่งนีค่อยมาเยียมพีมู่ใหม่”


“อืม ก็ใช่ เจ้าเป็นผู้หญิงมาเจอผู้ชายในตอนกลางคืนดู


จะไม่เหมาะสม กลับไปพักผ่อนเถอะ ข้าจะอยู่อีกสักพัก”


มู่เหลียนหรงรีบพูดอย่างเข้าใจ


40


เมือมู่เหลียนหรงอนุญาตแล้ว บ่ายซีเยวียก็ค่อยๆ หัน


หลังกลับพร้อมกับสาวใช้


ท่าทางทีดูมีการศึกษาและมีมารยาทแบบนี ทําให้มู่เหลี


ยนหรงพยักหน้าอย่างพึงพอใจ


หลังจากทีป๋ายซีเยวียกลับไปแล้ว มู่เหลียนหรงก็บอกกับ


โย่วเหอและฮวาเยวียว่า “ข้ามีเรืองจะคุยกับเจ้านายพวก


เจ้า พวกเจ้าไปเตรียมนําอาบและสํารับเถอะ”


ทังสองไม่ได้ไปในทันทีแต่มองมู่เกอ พอมู่เกอพยักหน้า


ทังสองจึงหันหลังเดินออกไป


41


“ท่านอาเชิญ” มู่เกอหลีกทางต้อนรับมู่เหลียนหรงเข้าไป


ภายในเรือน


พอมู่เหลียนหรงเข้ามาในเรือน ก็สังให้มู่เกอปิดประตู


ในเรือนเหลือแค่อาหลานสองคน


มู่เหลียนหรงนังอยู่บนเก้าอีในเรือน ตอนนีเทียนในเรือน


ถูกจุดสว่างแล้ว ทังสองนังอยู่ระหว่างเปลวเทียนทีเต้น


ระริกไปมา มู่เหลียนหรงมองมู่เกอด้วยสายตาซับซ้อน


พูดด้วยความโมโห “ชิงเกอ ครังนีทําไมเจ้าวู่วามขนาดนี


เจ้าเป็นความหวังเดียวของตระกูลมู่ ถ้าเกิดอะไรขึนกับ


เจ้า ตระกูลมู่ก็จบสิน ปกติเจ้าจะเหลวไหลยังไง ข้าก็ไม่


42


เคยว่า เพราะว่าในลัวตู ตระกูลมู่สามารถปกป้องเจ้า แต่


เจ้าไม่ควรจะออกจากลัวตูคนเดียว ทําให้ตนเองตกอยู่


ในอันตรายหรือว่าเจ้าไม่รู้ว่าในแคว้นฉินนี มีคนมากมาย


เท่าไรทีหวังอยากให้เจ้าตาย”


คําพูดเหล่านีดูรุนแรงมาก แต่มู่เกอก็รับรู้ได้ถึงความเป็น


ห่วง


มู่เกอไม่ได้ตอบ เหมือนยอมรับคําตักเตือนของมู่เหลี


ยนหรงแต่โดยดี มู่เหลียนหรงถอนหายใจ สายตาซับซ้อน


มองออกไปไกล มีทังความเจ็บปวดและเคียดเเค้น “ทุก


คนคิดว่าเมือ 10 ปีก่อนเพราะตระกูลมู่ดวงไม่ดีจึงเกิด


เคราะห์ร้ายไม่จบไม่สิน แต่ความจริงน่ะรึ? ก็แค่มีคนทน


เห็นตระกูลมู่มีหน้ามีตาไม่ได้ ตอนนันท่านอารองและ


43


ท่านย่าของประสบเหตุไม่คาดฝันร่วงตกเหว แต่ข้าโชคดี


ทีรอดมาได้ ท่านปู่ของเจ้าจําเป็นต้องรีบปลีกตัวกลับมา


จากสงคราม ทิงให้พ่อเจ้าต้องอยู่ต้านศึกเพียงลําพัง คิด


ไม่ถึงเมือกลับมาเหยียบลัวตู ก็มีข่าวว่าพ่อเจ้าตายใน


สงคราม ตายในสงครามหรือ หึ.........”


มู่เหลียนหรงพลันยิมเย็นชา นัยน์ตาทีเข้มแข็งปกคลุมไป


ด้วยความโกรธเกลียด “พวกนันเป็นแค่ชาวเขาทีมารวม


ตัวกัน พ่อเจ้าออกสนามรบตังแต่อายุ 13 ไม่เคยมี


ประวัติพ่ายแพ้ จะถูกพวกชาวเขาพวกนันตีแตกได้อย่าง


ไร กระทังชีวิตก็ยังต้องเอาไปทิง แม้แต่ศพก็ยังหาไม่เจอ”


แท้จริงแล้วตระกูลมู่ยังมีท่านอารองอีกคน แท้จริงแล้ว


พ่อของมู่ชิงเกอตายแบบนี


44


แววตาของมู่เกอดูสับสน ในใจกลับรู้สึกเห็นใจสิงทีตระกู


ลมู่ต้องพบเจอ ยอมตายเพือชาติ หลังจากมีความดี


ความชอบแล้วกลับถูกฆ่าเพราะความอิจฉาของผู้นํา


เรืองพวกนีเหมือนว่าจะเป็นกันทุกโลก


ทันใดนันมู่เกอก็รู้สึกว่ามือของเธอได้รับสัมผัสทีนุ่มนวล


และอบอุ่นทําให้เธอต้องเงยหน้าขึน สบตากับสายตาทีดู


เป็นกังวลของมู่เหลียนหรง


“ชิงเกอ ท่านปู่อายุมากแล้ว ไม่ว่าอย่างไร ข้าก็เป็นแค่ลูก


สาว ในอนาคตตระกูลมู่ต้องพึงเจ้า ข้าไม่หวังให้เจ้าเป็น


ผู้ชายทีแกร่งกล้า ขอแค่ให้เจ้าอยู่รอดปลอดภัย” พูดจบ


นางก็ดึงมือของตนเองออกจากหลังมือของมู่เกอ ปัดผม


45


ข้างหูเธอออก พูดเบาๆ ว่า “บางที การทีเจ้าเป็นแบบนี


อาจทําให้คนพวกนันวางใจได้”


คําพูดของมู่เหลียนหรง เหมือนจะทําให้มู่เกอเข้าใจอะไร


มากขึน


คนอย่างมู่ซง และฐานะอย่างตระกูลมู่ทีสามารถทน


พฤติกรรมอันก้าวร้าวของมู่ชิงเกอข้างนอกได้ก็ถือว่าไม่


ธรรมดาแล้ว เกรงว่าคงเพราะไร้ซึงทางเลือกแล้วจริงๆ


พวกเขาจึงยอมทีจะเห็นอันธพาลทีขายหน้าตระกูลมู่ ดี


กว่าทีวันหนึงวันใดต้องเห็นศพของมู่ชิงเกอ


ตระกูลมู่ทีดูมีเกียรติยศ อํานาจล้นฟ้าในสายตาของทุก


46


คนกลับต้องมีชีวิตอยู่อย่างทนทุกข์ทรมานแบบนี


ความโกรธแค้นปะทุขึนภายในใจของมู่เกอ


ตอนนีเธอก็แยกไม่ออกว่าความรู้สึกแบบนีมาจากตัวเธอ


เองหรือมาจากร่างทีเป็นของมู่ชิงเกอกันแน่


“และอีกอย่างป๋ายซีเยวียเด็กคนนีก็ไม่เลวเลย ข้าเห็นว่า


นางจริงใจกับเจ้า แม้เจ้าจะไม่สามารถแต่งนางให้เป็น


ภรรยาเอกได้ แต่ให้นางได้เป็นอนุของเจ้าก็ยังดี เจ้าก็


ลองคิดดู” อยู่ๆ มู่เหลียนหรงก็พูดแบบนี


“..............” มู่เกออึง อะไรคือภรรยาเอก? อะไรคืออนุ?


47


หรือว่าจะให้เธอแต่งภรรยา แต่งอนุเพือช่วยตระกูลมู่สืบ


ทอดทายาท?


เหมือนฟ้าผ่าลงกลางใจมู่เกอ เธอตะโกนในใจ “ข้าทําลูก


ไม่ได้โว้ย!”


มู่เหลียนหรงไม่ได้อยู่ในเรือนนานนัก พอโย่วเหอยก


สํารับเข้ามา นางก็ออกไปเลย แล้วมู่เกอก็รับประทาน


อาหาร อาบนําให้สบายตัว เปลียนเสือผ้า ยังไม่ทันได้


รู้สึกถึงการเปลียนแปลงของร่างกายก็หลับไปแล้ว


ยามเช้า มู่เกอตืนขึนพราะเสียงอันไพเราะของฮวาเยวีย


48


เธอนังอยู่บนเก้าอีอย่างสะลึมสะลือ มีฮวาเยวียและโย่ว


เหอเปลียนเสือผ้าและสางผมให้ มู่เกอเพลียจนลืมตาไม่


ขึน


“คุณชาย วันนีเกล้าผมด้วยทีครอบผมหยกเขียวทีแกะ


สลักเป็นดอกเหมยอันนีดีนีไหมเจ้าคะ?” ในมือของโย่ว


เหอถือทีเกล้าผมทีแกะสลักประณีตงดงามฝังด้วย


อัญมณีสีแดงอ่อนขึนมา เอ่ยถามมู่เกอเสียงตํา


มู่เกอลืมตาขึนเพียงเล็กน้อย มองทีเกล้าผมในมือของ


โย่วเหอแล้วพูดเบาๆ “ฉูดฉาดเกินไป” พูดจบก็เลือกที


เกล้าผมบนโต๊ะส่งๆ ยืนให้โย่วเหออันหนึง : “อืม ! อันนี


ค่อยยังชัว”


49


โย่วเหอขมวดคิวมองทีเกล้าผมทีมู่เกอเลือก ซึงเป็นที


เกล้าผมทีธรรมดามาก ไม่มีการประดับตกแต่งด้วยเพชร


พลอยใดๆ ทีเกล้าผมอันนี เธอทีเป็นสาวใช้ส่วนตัวก็จํา


ไม่ได้ว่าเอาเข้ามาไว้ในเรือนตังแต่เมือไหร่


โย่วเหอถือทีเกล้าผมไว้ รู้สึกแปลกใจในการเลือกของมู่


เกอ


ฮวาเยวียเองก็มองทีเกล้าผมเรียบๆ ดูธรรมดาอันนัน


ปากไวพูดว่า “ทุกครังทีคุณชายไปพบรุ่ยอ๋องจะต้องแต่ง


ตัวอย่างประณีตทุกครังไม่ใช่รึเจ้าคะ? ทีเกล้าผมนี


มัน.......”


50


เมือรู้สึกได้ถึงสายตาทีแผ่ไอเย็นเยียบออกมาของมู่เก


อ โย่วเหอรีบจ้องฮวาเยวีย ฮวาเยวียกลับเเลบลิน ก้ม


หน้าไม่กล้าพูดต่ออีก และจัดเสือผ้าให้มู่เกออย่างตังใจ


จากนันมู่เกอก็สวมชุดผ้าไหมสีแดงดังเปลวเพลิงทังตัว


เดินออกจากสวนสระเมฆาไป บนศีรษะประดับด้วยที


เกล้าผมธรรมดาทีไม่เข้ากับชุดอันร้อนแรงเลยแม้แต่น้อย


เรือนหน้า โถงหลักของจวนตระกูลมู่ มู่ซงนังอยู่ใน


ตําแหน่งประธานอยู่กับรุ่ยอ๋องฉินจินห้าวทีมาเยียม ทังคู่


กําลังดืมชาและสนทนากัน


51


การปรากฏตัวของฉินจินห้าวไม่ได้สร้างความประหลาด


ใจให้กับทุกคนเพราะเมือวานก่อนกลับเขาบอกว่าจะมา


จวนตระกูลมู่ แต่ไม่คิดว่าจะเร็วขนาดนี


ถ้าไม่ใช่เพราะฉินจิวห้าวมาเยียมแต่เช้าตอนนีมู่เกอก็คง


จะยังไม่ตืน


โย่วเหอ ฮวาเยวียและมู่เกอมาถึงโถงหลัก กําลังตัดสินใจ


จะเดินเข้าไป กลับพบว่า ป๋ายซีเยวียทีไม่ควรจะมาอยู่ที


นีกลับยืนอยู่ข้างๆ มู่ซงและฉินจินห้าว ชงชาให้พวกเขา


ดืม


มู่เกอเลิกคิว ได้ยินเสียงพึมพําของฮวาเยวียทีอยู่ข้างหลัง


52


ว่า “แม่นางป๋ายช่างร้ายกาจยิงนัก ทุกครังทีรุ่ยอ๋องมาที


จวน ก็จะปรากฏตัวขึนอย่างบังเอิญเสียทุกครัง”


ได้ยินแบบนี มู่เกอกวาดสายตามองป๋ายซีเยวียและฉิน


จินห้าว


“เกอเอ๋อร์ ในเมือมาถึงแล้วเหตุใดไม่เข้ามา” มู่ซงเห็นมู่


เกอยืนอยู่จึงถาม


มู่เกอเดินเข้าไป ทว่ายังไม่ทันได้เข้าไป ก็ได้ยินเสียง


ขลาดกลัวอ่อนแอดังขึนว่า “พีมู่มาแล้ว ข้า.......ข้าไม่ได้


จงใจมาปรากฏตัวต่อหน้ารุ่ยอ๋องนะเจ้าคะ ท่านปู่เรียก


ให้ข้ามาชงชา ชงชาเสร็จข้าก็จะไป”


53


เมือนางพูดจบ ทุกสายตาก็หยุดอยู่บนร่างนาง ไหล่ทัง


สองข้างสันระริกและท่าทางน่าสงสารนัน เพียงพอทีจะ


กระตุ้นความต้องการจะปกป้องของเหล่าผู้กล้าขึนมาได้


“น่ารังเกียจ! ครังทีแล้วคุณชายก็แค่ตักเตือนว่าไม่ให้นาง


มาพบหน้ารุ่ยอ๋องอีก ตอนนันนางยังร้องห่มร้องไห้


บอกว่าตนเองไม่ได้มีอะไรกับรุ่ยอ๋อง ตอนนีเห็นนายท่าน


กับรุ่ยอ๋องอยู่ด้วยกัน จึงเสแสร้งทําตัวน่าสงสาร”


คําพูดของฮวาเยวีย ทําให้มู่เกอพูดอะไรไม่ออก ทีแท้


ความสัมพันธ์ระหว่างมู่ชิงเกอและป๋ายซีเยวีย มีเรืองราว


ทีซับซ้อนวุ่นวายแบบนีด้วยหรือ?


54


“นีมันเรืองอะไรกัน? รุ่ยอ๋องแค่เอ่ยถึงฝีมือการชงชาของ


ซีเยวีย ข้าจึงเรียกให้นางมาก็เท่านัน” มู่ซงอธิบาย


แต่ตัวเอกของเรืองอย่างรุ่ยอ๋องฉินจินห้าวกลับไม่ได้


อธิบายอะไรออกมาเลยแม้แต่น้อย เพียงแต่สายตาที


มองบ่ายซีเยวียนันแฝงด้วยความสงสารไม่เหมือนสาย


ตาเย็นชาทีมองมู่เกอ


คําพูดของมู่ซง ยิงพิสูจน์ความบริสุทธิให้ป๋ายซีเยวีย


มู่เกอมองนางด้วยสายตาเสียดสี พูดยิมๆ กับมู่ซงว่า


“ท่านปู่ ชิงเกอเหมือนจะยังไม่ได้พูดอันใดเลยนะ” พูดจบ


55


เธอก็เดินผ่านป๋ายซีเยวียไปนังตรงทีว่างข้างมู่ซง


ป๋ายซีเยวียหน้าซีด ก้มหน้าลงตํากว่าเดิม ไม่มีใครเห็นว่า


ในสายตาอันใสซือบริสุทธิของนางวาววาบไปด้วยความ


โกรธแค้น


เพิงนังลง มู่เกอก็พูดยิมๆ กับฉินจินห้าวว่า “รุ่ยอ๋อง


อุตส่าห์มีใจมาเยียมกระหม่อม แต่ว่าเวลานีจะไม่เช้าไป


หน่อยหรือ?” หลังจากนันก็พูดต่อแฝงไว้ซึงอารมณ์ขัน


“หรือเป็นเพราะ เอาแต่คะนึงถึงกลินหอมใบชาทีจวน


ตระกูลมู่ไม่รู้คลาย จึงต้องรีบรุดมาแต่เช้าตรู่เช่นนี?”


คําพูดทีแฝงไปด้วยความนัยและหยอกเย้า ทําให้ใบหน้า


56


ของซีเยวียทีก้มตําอยู่แดงขึนมา ดวงตาแฝงความเขิน


อายและรอคอยแอบมองใบหน้าเย็นชาของฉินจินห้าว


มู่ซงพูดตําหนิ “เกอเอ๋อร์ อย่าพูดเลวไหล”


มู่เกอเบะปาก แต่ในแววตาเต็มไปด้วยความสนุกสนาม


ในดวงตาของฉินจินห้าวมีความกรุ่นโกรธวาบผ่าน แต่ก็


ยังเก็บอาการไว้ “ก็แค่ตอนมาเยียมจวนมู่ครังก่อน ได้มี


โอกาสลิมรสชาฝีมือแม่นางป๋าย วันนีมานังสนทนากับ


นายท่านผู้เฒ่าแล้วนึกถึงก็เท่านัน”


สักพักฉินจินห้าวก็พูดด้วยนําเสียงรักใคร่ตามใจว่า“ข้า


57


รับปากกับชิงเกอว่าจะเอาของเล่นมาปลอบใจ แต่หลัง


จากทีกลับถึงตําหนักเมือคืน พยายามคิดอย่างไรก็คิดไม่


ออกว่าจะเอาของขวัญอะไรมาดีจึงจะเหมาะสม ฉะนัน


วันนีตอนเช้าพอออกจากท้องพระโรง จึงมาพร้อมกับ


นายท่านผู้เฒ่า คิดว่าจะชวนชิงเกอออกไปเทียวเล่นข้าง


นอก หากเจอของขวัญอะไรทีชอบขอเพียงเจ้าเอ่ยปาก”


ตังแต่ต้นจนจบ เขาไม่ได้มองป๋ายซีเยวียแม้แต่นิด ราว


กับว่าตรงนีไม่มีคนๆ นีอยู่อย่างไรอย่างนัน


ป๋ายซีเยวียทีแอบมองฉินจินห้าวอยู่ตลอดเวลา พอได้ยิน


คําพูดประโยคนี ในแววตาก็ยากจะปิดบังความผิดหวัง


และความริษยา


“อย่างนีนีเอง” มู่เกอยิม มองป๋ายซีเยวียแล้วถามว่า


58


“น้องซีเยวีย เจ้าอยากไปกับพวกเราไหม?”


59


ตอนที 14 งามเป็นหนึงในลัวตู


มู่เกอเดินโดยไม่ได้นังรถซึงไม่เหมือนมู่ชิงเกอคนเดิม ทีมี


ทังคนและม้าตามไปทุกที ไปตลาดครังนี เธอไม่ได้พาคน


ใช้ไปแม้แต่คนเดียว


เห็นแบบนี ฉินจิวห้าวก็พาองครักษ์มาแค่คนเดียวเท่านัน


60


ป๋ายซีเยวียทีถูกชวนมาด้วยกัน ก็มีแค่ผ้าปิดหน้าและชุด


สีขาวทีพลิวไหวไปมา ท่าทางงดงามเดินอยู่ข้างหลังเขา


ทังสองคน สาวใช้ส่วนตัวของนาง คอยปกป้องนางจาก


ซ้ายและขวาและช่วยปิดบังเธอจากสายตาแอบมอง


จากรอบๆ ทังในทีลับและทีแจ้ง


มู่เกอเห็นท่าทางราวกับกวางน้อยขีตกใจของป๋ายซีเยวีย


แล้วก็ไม่ค่อยชอบใจ


ชวนนางมาด้วยไม่เพียงแค่มู่ซงทีไม่เห็นด้วย กระทังสาว


ใช้ของเธอในแววตาก็ก็เขียนเอาไว้อย่าชัดเจนว่าไม่เห็น


ด้วย


61


แต่ว่าเธอกลับไม่ได้ปฏิเสธ


เธออยากจะรู้ว่า จะเกิดอะไรขึนบ้างระหว่างป๋ายซีเยวีย


และฉินจินจ้าวภายใต้การจับตามองของเธอ ยังมีอีก ท่า


ทางเป็นห่วงเป็นกังวลทีป่ายซีเยวียแสดงออกมาต่อหน้า


เธอเมือคืน แต่ทําไมวันนีพอพบฉินจินห้าว ก็เหมือนตรึง


สายตาอยู่ทีตัวเขาตลอด


หญิงสาวกําพร้าทีมาอาศัยอยู่ในตระกูลมู่นัน ในใจกําลัง


คิดคํานวณอะไรอยู่ มู่เกอรู้สึกสงสัยมาก


ไม่เพียงแค่ป๋ายซีเยวีย ฉินจินห้าวเองก็มีท่าทีแปลกๆ


62


ท่าทางเย็นชาของเขา ไม่เหมือนเจ้าชู้ แต่แต่เขาก็ยัง


แสดงท่าทีสงสารออกมาอย่างชัดเจนแต่กลับแกล้งทํา


เป็นไม่สนใจ


‘เหอๆ มีแต่พวกหลอกลวงแท้ๆ’ ไม่ว่าจะเป็นป่ายซีเยวีย


หรือฉินจินห้าว มู่เกอก็ไม่ชอบตังแต่แรกเห็น


หรือว่านิสัยของเธอจะเหมาะกับคนซือๆ ตรงไปตรงมา


ลัวตูมีถนนหลักอยู่ 9 สาย ทีถือเป็นเส้นทางหลัก และ


สายอืนๆ ทีแยกออกไปเหมือนใยแมงมุมอีกจํานวนนับ


ไม่ถ้วน โดยมีพระราชวังเป็นศูนย์กลาง


63


ถนนหลักเป็นบริเวณทีเจริญรุ่งเรืองทีสุดของลัวตู มีร้าน


ค้าทีมีชือเสียงหลายร้านตังอยู่ทีนี เพราะฉะนันตาม


ภาษาบนโลกแล้วถนนสายหลักก็คือเขตการค้า แถมยัง


เป็นเขตการค้าคุณภาพสูงเสียด้วย


รายได้ของคนธรรมดาหนึงปี คงจะยังไม่พอค่าอาหารมือ


หนึงของร้านอาหารในตลาดหลักแห่งนี


ทีตามฉินจินห้าวออกมา ไม่ใช่เพราะอยากได้ของขวัญ


จากเขา แต่เธออยากจะรู้ว่า ชายผู้สูงศักดินีทําไมถึงได้


อ่อนโยนกับเธอแบบนี


64


ท่าทางทีเขามีให้เธอนันแตกต่างจากคนอืน จึงทําให้ใจ


ของมู่ชิงเกอคนเดิมเกิดความหวังไม่ใช่หรือ?


มู่เกอหันหลัง มองไปทีเงาโปร่งแสงทีตามเธอมา จริงเสีย


ด้วย สายตาทังคู่ของเธอนัน พอออกจากจวนตระกูลมู่ก็


เอาแต่จ้องมองฉินจินห้าว


มู่เกอส่ายหน้าเงียบๆ ความสามารถในการดูคนของมู่ชิง


เกอนัน มู่เกอไม่เห็นด้วยเป็นอย่างมาก


แน่นอนว่า ฉินจินห้าวสูงศักดิ หน้าตาหล่อเหลา เครือง


หน้าคมเข้ม เป็นชายทีหาได้ยาก และยังมีศักดิฐานะเป็น


ถึงองค์ชาย แม้ว่าในอนาคตจะไม่ได้เป็นฮ่องเต้ แต่ก็ยัง


65


เป็นท่านอ๋องคนหนึง


ผู้ชายแบบนี ช่างสมบูรณ์แบบตามความเพ้อฝันของสาว


น้อยจริงๆ


แต่ว่า คนแบบนี จะเป็นคนทีให้ความสําคัญกับความรัก


ขนาดนันจริงหรือ? อย่างน้อย จากทีมู่เกอได้สัมผัสนิสัย


ใจคอของฉินจินห้าวมาสองสามครัง แม้ว่าอีกฝ่ายจะ


แสดงท่าทีเป็นห่วงเธอออกนอกหน้าแค่ไหน เธอก็ยังมอง


ไม่เห็นความอ่อนโยนและความจริงใจในดวงตาของเขา


เลย


ทุกอย่างก็เป็นแค่การแสดงละครเพือให้บรรลุจุดประสงค์


66


เท่านัน


หลงรักคนแบบนี ก็ถูกลิขิตมาแล้วให้ไม่มีความสุข มู่ชิง


เกอเป็นเช่นนี ป่ายซีเยวียผู้อ่อนโยนก็เป็นเช่นเดียวกัน


ฉินจินห้าวไม่มีวันทีจะหยุดหัวใจไว้ทีผู้หญิงคนไหน


เหตุผลตืนๆ แบบนี ทําไมผู้หญิงซือบือพวกนีถึงดูไม่ออก


มู่เกอแอบคิดในใจ แต่เธอกลับลืมไปว่า ไม่มีใครจะเห็น


ทุกอย่างได้ชัดเจนเหมือนผู้สังเกตการณ์อย่างเธอ


“ชิงเกอมีอะไรทีอยากได้หรือยัง? เรามาเดินเล่นอยู่ใน


ตลาดแบบนีมันไม่ค่อยดี” ทันใดนัน ฉินจินห้าวก็หยุด


67


เดิน แล้วถามมู่เกออย่างอ่อนโยน


มู่เกอก็หยุดเดิน มองเขาอย่างไม่เข้าใจ


สายตาทีคลุมเครือแบบนัน ทังใสกระจ่างแต่กลับมีความ


เย็นยะเยือกเบาบาง จู่ๆ ก็ทําให้ฉินจินห้าวใจเต้นเเรงโดย


ไม่รู้ตัว หัวใจทีเต้นอย่างมันคงมาโดยตลอด จู่ๆ ก็พลัน


สับสน ราวกับว่า ใบหน้าทีมักจะปรากฏความรักลุ่มหลง


ทีมีต่อเขาดวงนี ดูไม่ได้น่ารังเกียจถึงเพียงนันแล้ว


“มีอะไรไม่ดีหรือ?” มู่เกอถามอย่างไม่เข้าใจ ก็แค่เดิน


ตลาด หน้าตาของเธอทําให้ทุกคนตกใจหรือ หรือว่ากฎ


ของแคว้นฉินกําหนดว่าห้ามเธอออกมาเดินตลาดใน


68


ตอนกลางวัน


มู่เกอถามกลับ ทําให้ฉินจินห้าวรู้สึกตัว เขาไม่ได้ตอบคํา


ถามของเธอในทันที แต่ว่าค่อยๆขมวดคิวราวกับไม่เข้า


ใจการกระทําสูญเสียการควบคุมของตนเองเมือครู่และ


ไม่ชอบใจเอามากๆ


เห็นฉินจินห้าวเงียบไป ป่ายซีเยวียก็รีบเดินขึนมาใกล้กับ


ทังสอง แล้วพูดกับมู่เกอ “พีมู่จําชือเสียงในลัวตูของตน


เองไม่ได้แล้วหรือเจ้าคะ?”


ชือเสียง?!


69


มู่เกอหันไปมองป๋ายซีเยวียแล้วหัวเราะ: “ชือเสียงของข้า


งันรึ? ใช่ เอาแต่ใจ รังแกคนดีหวาดกลัวคนชัว โอ้อวด


ก้าวร้าว อันธพาลหรือว่า.....ชอบผู้ชายเล่า?” พูดจบมู่เก


อก็มองฉินจินห้าว


“ทําไมพีมู่ว่าตัวเองแบบนีล่ะเจ้าคะ” ป๋ายซีเยวียเอามือ


ปิดปากอย่างตกใจ นัยน์ตาพลันปรากฏไอนําบางๆ คลอ


ขึนมา ราวกับว่าคนทีมู่เกอพูดถึงคือเธออย่างไรอย่างนัน


ฉินจินห้าวอึงตัวเเข็งทือเพราะสายตาของมู่เกอ ใบหน้าที


เย็นชาเหมือนมีความโกรธจางๆ แต่ว่าเขาเก็บความรู้สึก


ได้ดีมาก ถ้าไม่ใช่คนทีได้รับการฝึกมาอย่างดีล่ะก็ ก็คง


ยากจะดูออก


70


“ชิงเกอพูดเล่นอีกแล้ว ความสัมพันธ์ฉันพีน้องของเรา


คนนอกจะเข้าใจได้อย่างไร อย่าให้คํานินทามาทําร้าย


จิตใจของเราเลย” ฉินจินห้าวฝืนความรู้สึกขยะแขยงแล้ว


พูดยิมๆ


คําพูดนีของเขาดูธรรมดามาก แต่ว่า ถ้าคิดดูดีๆแล้ว ก็


คงจะทําให้คนฟังเสียใจมาก แต่ยังดีทีเธอไม่ใช่คนเดิม


แล้ว ไม่มีทางแอบเสียใจเพราะคําพูดแก้ตัวของเขาแน่


ทีน่าสงสารคือวิญญาณลุ่มหลงทีอยู่ข้างๆ ต่างหาก


“ใช่! พีมู่ ทีซีเยวียพูดเมือครู่ไม่ใช่คํานินทาไม่เข้าหูพวก


71


นัน อย่าบอกนะว่าพีมู่ลืมไปแล้ว ว่าท่านมีชือเสียงทีว่า


งามเป็นหนึงในลัวตู ท่านดูสิ พอท่านออกมาแบบนี ทุก


คนต่างมองมาทางเรา รุ่ยอ๋องก็คงเป็นกังวลว่าท่าน


จอารมณ์ไม่ดี เมือครู่จึงได้.......”


“เจ้าแน่ใจรึว่าคนทีพวกเขามองไม่ใช่เจ้า ข้าก็เป็นแค่


อันธพาลคนหนึง งามเป็นหนึงในลัวตูอะไรกัน ! เหอะ


น่าขัน” มู่เกอตัดบทป๋ายซีเยวียอย่างทนไม่ได้ ยิงทําให้


เจ้าชาเขียวน้อยนําตาคลอ กัดริมฝีปากอย่างน้อยใจ


ขาทีซ่อนอยู่ใต้ชุดของป๋ายซีเยวียแอบขยีเบาๆ กัดปาก


พูดเขินๆ ว่า “พีมู่หัวเราะเยาะข้า ร่างกายผอมบางอย่าง


ซีเยวีย จะไปสู้ท่านได้อย่างไร อีกอย่างซีเยวียปิดหน้าอยู่


จะมีใครรู้ว่าหน้าตาของข้าเป็นอย่างไร” ในความอ่อน


72


เยาว์ปรากฏความเย้ายวนออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ


ราวกับนําค้างทีหยาดหยดลงบนเกสรดอกไม้ ทําให้ฉิน


จินห้าวทียืนดูอยู่ข้างๆ ใจสันไหว


“เรืองนีเจ้าคงไม่เข้าใจ บางครังคความรู้สึกลึกลับจาก


การปิดหน้าปิดตา ก็ยิงดึงดูดความสนใจจากคนอืน” มู่


เกอยิมเบาๆ แล้วยักคิวให้เธอ


ป๋ายซีเยวียฟังจนหน้าแดง แล้วมองสายตารอบๆ ตัว ราว


กับรู้สึกว่าคนทีพวกเขามองไม่ใช่มู่ชิงเกอแต่เป็นตนเอง


จริงๆ


“ร้านชาข้างหน้าดูไม่เลว ไม่สู้เราเข้าไปพักในนันก่อน รอ


73


ให้ชิงเกอคิดออกว่าอยากได้อะไรแล้วเราค่อยไป” ฉินจิน


ห้าวเหมือนตัดสินใจไปแล้วพูดจบไม่เปิดโอกาสให้ใคร


ปฏิเสธ ก็เดินไปยังร้านชาตรงทางเเยก


ป๋ายซีเยวียมองมู่เกอ แล้วมองฉินจินห้าว สุดท้ายก็กัดริม


ฝีปากแล้วเดินตามไป


ตามองแผ่นหลังของทังสองทีเดินจากไป มู่เกอใช้นํา


เสียงทีไม่อยากจะเชือถาม “งามเป็นหนึงในลัวตู่นีมัน


เรืองอะไรกัน?”


ประโยคนีชัดเจนอยู่แล้วว่าถามมู่ชิงเกอ


74


เงาทีโปร่งแสงยิม “นีเป็นเรืองเมือสีห้าปีทีแล้ว ตอนนัน


ข้ายังเด็ก ยังไม่ได้อันธพาลและก้าวร้าวแบบนี ครังหนึง


ตอนงานเฉลิมฉลองวันประสูติของไทเฮา ข้าวิงเล่นอยู่ใน


วัง บังเอิญวิงผ่านสวนดอกไม้ แต่ไม่คิดว่าดอกไม้ที


ตูมอยู่พวกนันพลันเบ่งบานขึนมา ดึงดูดให้ผีเสือมาก


มายมาตอม ปปรากฏการณ์ประหลาดนีทําให้คนใหญ่


คนโตในวังต่างมาดู ตอนทีไทเฮามองมาเห็นเหตุการณ์นี


เข้าก็ถอนหายใจตรัสกับผู้คนรอบข้างว่า “ในวังนีเต็มไป


ด้วยดอกไม้ใบหญ้าแปลกประหลาดมากมายล้วนเป็น


ของมีค่าสูง จริงๆ แล้วยังไม่ถึงเวลาบาน แต่กลับบาน


สะพรังเพราะเจ้าหนูน้อยตระกูลมู่ เห็นได้ชัดว่า คุณชาย


ของตระกูลมู่ช่างเป็นยอดคนจริงๆ ให้ขนานนามว่างาม


เป็นหนึงในลัวตู ขนาดดอกไม้ยังอดไม่ได้ทีจะประชัน


ความงามกับเขา”จากนันเมือคําพูดนีแพร่ออกไป ทุกครัง


ทีข้าออกจากจวน ก็จะมีคนแอบมองมาด้วยความสงสัย


75


เสมอ


มู่เกอฟังแล้วพูดอะไรไม่ออก นามงามเป็นหนึงในลัวตู


นันช่างมีทีมาจากจินตนาการทีสูงส่งเหลือเกิน ทําให้เธอ


นึกถึงเหตุการณ์ทีจักรพรรดินีอู่แห่งราชงศ์ต้าโจวทีเดิน


เล่นอยู่ในสวนแล้วสามารถสังให้ดอกไม้ทังหลายบานได้


ขึนมา


คนเค้าเป็นถึงจักรพรรดินีอย่างน้อยยังต้องออกคําสัง


ข่มขู่จึงจะได้ ส่วนคุณชายตระกูลมู่เล่า ไม่ต้องทําอะไร


เลย แค่ยืนอยู่แบบนันดอกไม้ก็บานสะพรังออกมาได้


“เหอะๆ หลังจากนันเหตุการณ์แบบนียังเกิดขึนอีกไหม?”


76


มู่เกอถามด้วยความสงสัย


มู่ชินเกอกลอกตา “ข้าไม่ได้มีความสามารถแบบนัน” พูด


แล้วนางก็หัวเราะเยาะตัวเอง “หลังจากนันชือเสียงจอม


เสเพลของข้าก็ค่อยๆ เกิดขึน ทําให้คนลืมภาพลักษณ์นัน


ของข้าไป จําได้แค่นามความยิงใหญ่ของข้าในลัวตู”


มู่เกอไร้ซึงคําพูด


มู่ชิงเกอยักคิวแล้วหัวเราะ “วันนี หากไม่เพราะรุ่ย


อ๋องออกมากับเจ้า เจ้าจะได้เห็นภาพปรากฏการณ์


ประหลาดอีกแบบหนึงแน่ๆ”


77


“อะไร” มู่เกอรีบถาม


มู่ชิงเกอพยักเพยิด “ปรากฏการณ์ ทุกคนจะหลบเลียง


เจาราวกับเจออสรพิษ ถนนเส้นหลักของลัวตูทัวตรอก


ซอกซอยจะว่างปล่า”


“..........” มู่เกอเงียบ


............


ในร้านชา ฉินจินห้าวอยู่ในห้องพิเศษ เตรียมถ้วยชาสวย


ประณีตไว้ให้กับมู่เกอทีเข้ามาคนสุดท้ายนานแล้ว ความ


เอาใจใส่แบบนี จะมีผู้หญิงสักกีคนทีสามารถต้านทาน


78


ได้


สิงทีพิเศษคือเรืองแบบนี องค์ชายผู้เย็นชาเป็นคนทํา


มันจะไม่…. มู่เกอทีเพิงเข้ามาสัมผัสได้ถึงความอิจฉา


จากป๋ายซีเยวีย ในดวงตามีแววตัดพ้อซ่อนอยู่


ป๋ายซีเยวียไม่ได้นังลง แต่กลับรับช้อนชงชาจากคนชง


ชาของร้าน มารับหน้าทีต้มชาต่อ


สําหรับการดืมชา มู่เกอไม่ได้มีความสนใจอะไรมากนัก


มู่เกอนังอยู่ตรงหน้าฉินจินห้าวอย่างผ่อนคลาย เล่นแก้ว


79


ชาในมือ รอคอยประโยคต่อไปทีฉินจินห้าวจะพูด อยู่กับ


เขามานานขนาดนี เธอไม่เชือว่าผู้ชายคนนีจะทนไม่พูด


ต่อไปได้


จริงเสียด้วย ทันทีทีป๋ายซีเยวียต้มชากาแรกเสร็จ แล้วริน


ให้กับทังสอง ฉินจินห้าวก็พูดขึนเบาๆ “ชิงเกอ ครังนีเจ้า


คงตกใจมาก จริงๆ แล้วก็เป็นความผิดของเหอเฉิง แต่


เขาก็ไม่ได้ตังใจ เขาถูกนายท่านผู้เฒ่าขังไว้ในจวนตระกู


ลมู่ พ่อของเขามาขอร้องให้ข้ามาช่ยพูดหลายครังแล้ว


ข้าก็ไม่อยากจะสนใจ แต่ว่า ตอนนีเจ้ากลับมาอย่าง


ปลอดภัยแล้ว ไม่สู้ปล่อยเขาไป จะได้ไม่ทําให้นายท่านผู้


เฒ่าต้องลําบากเวลาอยู่ในราชสํานักด้วย”


ในทีสุดก็พูดจุดประสงค์ทีแท้จริงออกมาได้แล้วรึ?


80


มู่เกอหัวเราะเย็นในใจ มาเยียมเธออะไรกัน ซือของมา


ปลอบขวัญเธอรึ? ทังหมดก็แค่อยากให้เธอปล่อยตัวเห


อเฉิง


“แม้ว่าท่านปู่จะไม่ฆ่าเหอเฉิง แต่ก็ไม่อาจปล่อยเขาไปได้


ง่ายๆ!” ทันใดนันเสียงทีเต็มไปด้วยความแค้นก็ดังมา


จากข้างตัวมู่เกอ


มู่เกอรู้สึกแปลกใจ ทีเเรกเธอคิดว่าถ้าฉินจินห้าวเอ่อปาก


ขอเอง มู่ชิงเกอจะใจอ่อน


“เหอเฉิงงันหรือ?.......”


81


“ลูกพีมู่ ลูกพี-------! ท่านอยู่ข้างในใช่ไหม? ข้าได้ยินว่า


ท่านอยู่ข้างใน ข้าเข้าไปแล้วนะ”


ยังไม่ทันทีมู่เกอจะตอบคําถามของฉินจินห้าว เสียงของ


ชายหนุ่มคนหนึงดังแทรกเข้ามาจากข้างนอก พอสิน


เสียง ประตูอันหรูหราก็ถูกผลักออก องครักษ์ตําหนักอ๋อง


ยืนทีเฝ้าอยู่ตรงประตู ชักดาบออกมาชีไปทางผู้มาใหม่


ทันที


ฉินจินห้าวทีถูกขัดจังหวะตอนคุยกับมู่เกอ ตอนนีก็ขมวด


คิวอย่างไม่ชอบใจ อุณหภูมิในห้องพิเศษลดลงหลาย


องศา


82


มีแค่มู่เกอคนเดียวทีไม่คุ้นเคยกับเสียงนัน เธอมองมู่ชิง


เกอ กลับเห็นสีหน้าอันแปลกประหลาดของนาง..........


83


ตอนที 15 เพือนกินทียอดเยียมทีสุด แอบฟัง


“ลูก.........ลูกพี.....ช่วยข้าด้วย” เจ้าอ้วนทีบุกเข้ามาใน


ห้อง ชีดาบทีทาบอยู่บนคอตัวเอง ตามองดาบทีจ่ออยู่จน


ตาแทบเหล่ พุงกลมๆ ทีอยู่ใต้ชุดผ้าไหมหรูหราสันระริก


เจ้าเป็นใคร? ทําไมต้องช่วย?


สายตาของมู่แกอมองไปยังมู่ชิงเกอโดยไม่พูดอะไร


“เซ่าเย่เจ๋อ เจ้าอ้วนเซ่า มีพ่อเป็นผู้บัญชาการทหาร และ


เป็นหนึงในจอมเสเพลของลัวตู นับว่าเป็น.......เพือนทีดี


ของข้า” มู่ชิงเกออธิบายสันๆ


84


มู่เกอยักคิวพูดหน้านิง “เจ้าอ้วนเซ่า เจ้ามาทําไม” พูดจบ


ก็มองไปทีฉินจินห้าว


คนทีถือดาบเป็นองครักษ์ของฉินจินห้าว ก็ต้องฟังคําสัง


ของเขา ตอนนีฉินจินห้าวกําลังมีเรืองต้องขอร้องเธอ ให้


เขาตอบแทนนําใจเล็กน้อย ก็ไม่ใช่เรืองยากอะไร


ตามคาด เมือสัมผัสได้ถึงสายตาของมู่เกอ ฉินจินห้าวก็


พยักหน้าให้กับองครักษ์


ชิง------!


85


กระบีทีแหลมคม เก็บเข้าฝักในทันที องครักษ์คนนันกลับ


ไปยืนทีเดิม ราวกับไม่เคยขยับไปไหน


มู่เกอมององครักษ์คนนันนิงๆ แสงสีเขียวทีสาดประกาย


ออกมาเมือสักครู่นันทําให้เธอรู้ถึงระดับของคนๆ นี แค่


องครักษ์ยังเป็นถึงยอดฝีมือชันสีเขียวแล้วฉินจินห้าวจะ


อยู่ในระดับไหนกัน


“โอย! ถ้ารู้ว่ารุ่ยอ๋องกําลังคุยธุระกับพีมู่ล่ะก็ ข้าไม่มีทาง


เข้ามารบกวนแน่นอน” เจ้าอ้วนเซ่ายิมให้ฉินจินห้าวแล้ว


วิงเข้าไปถามมู่เกออย่างรวดเร็ว “ลูกพีข้าได้ยินข่าวว่าพี


ไปทีลัวรือ ทีนันมีสงครามไม่ใช่เหรอ ท่านไม่เป็นไรนะ?”


86


“ถ้าเป็นอะไรแล้วยังจะมานังดืมชากับรุ่ยอ๋องอยู่แบบนี


ได้ยังไงเล่า?” มู่เกอปัดมือทีอ้วนเหมือนขาหมูของเจ้า


อ้วนเซ่าออกแล้วกลอกตา


“แหะๆ ก็จริง” เจ้าอ้วนเซ่าเกาหัวแกรกแล้วแอบมองฉิน


จินห้าว เมือเห็นว่าเขาไม่ได้มองตนเอง จึงเข้าไปใกล้ๆ มู่


เกอ แล้วกระซิบว่า"พีมู่ ท่านอยู่นีก็ดีแล้ว ข้าได้ยินมาว่า


คืนนีทีหอเด็ดบุปผาจะมีการแสดง ไม่สู้ท่านไปดูกับข้า


เถอะ ดืมชามันไม่เห็นจะมีอะไรน่าสนุกเลย"พูดจบเขาก็


ยักคิวนัยน์ตาเต็มไปด้วยรอยยิม


หอเด็ดบุปผา?


87


พอได้ยินชือนี ไม่ต้องให้มู่ชิงเกออธิบายมู่เกอก็เดา


ออกว่ามันเป็นสถานทีแบบไหน


ตอนแรกว่าจะปฏิเสธแต่พอเธอสบกับสายตาเย็นชาของ


ฉินจินห้าวเข้า ก็เปลียนใจ ปัดเสือตัวเอง แล้วมู่เกอก็ยืน


ขึนมาตบบ่าของเจ้าอ้วนเซ่า “นําทางไปเลย”


เจ้าอ้วนเซ่าดีใจรีบเงยหน้าหลังตรง


“ชิงเกอ......เจ้า” ฉินจินห้าวขมวดคิว บทสนทนาระหว่าง


มู่เกอกับเจ้าอ้วนเซ่า เขาได้ยินทังหมด พอรู้ว่ามู่เกอจะ


ไปทีมัวสุมแบบนัน ขณะทีในใจรู้สึกไม่ชอบก็มีความรู้สึก


ดูถูกเพิมเข้ามาด้วย


88


ก็อย่างว่า เสเพลก็คือเสเพล


ป๋ายซีเยวียเองก็ไม่ค่อยชอบใจ เธอตามมู่ชิงเกอออกมา


ถ้ามู่ชิงเกอออกไปกลางคันแบบนี แล้วเธอจะทําอย่างไร


มู่เกอกระตุกยิม คาราวะฉินจินห้าวอย่างสง่างาม “เรือง


ทีรุ่ยอ๋องพูด ข้าจะไปพูดกับท่านปู่ให้” พูดจบเธอก็หันไป


มองป๋ายซีเยวีย หัวเราะอย่างชอบใจ “ข้ามีธุระ คงต้อง


รบกวนรุ่ยอ๋องส่งน้องซีเยวียกลับจวนตระกูลมู่เสียแล้ว”


เมือได้ยินการจัดแจงของมู่ชิงเกอทําให้ป๋ายซีเยียว


ประหลาดใจ เผลอหลุดสีหน้ายินดีออกมา


89


เธอจะไปคิดได้อย่างไรว่ามู่ชิงเกอทีไม่ชอบให้เธอพบกับ


รุ่ยอ๋องนัน วันนีไม่ใช่แค่จะพาเธอออกมา แต่ยังให้


โอกาสทังสองได้อยู่ด้วยกันตามลําพังอีกด้วย


นีมัน........


ความยินดีทีเกิดขึนอย่างกะทันหันนีทําให้หางตาของ


ป๋ายซีเยวียแฝงไปด้วยความเขินอาย แลดูเย้ายวนใจ


ฉินจินห้าวหันมามองนางพอดี เมือเห็นภาพทีชวนให้ใจ


สันแบบนันก็พยักหน้าโดยไม่รู้ตัว รอจนสติเขากลับมา


จึงเพิงสังเกตว่าในห้องพิเศษนี ไหนเลยจะเหลือเงาของ


90


พวกมู่ชิงเกออยู่อีก


ท่าทางจากไปโดยไม่หันกลับของมู่ชิงเกอ ทําลายภาพ


อันสวยงามในใจเมือครู่ของฉินจินห้าว แววตาเขาเคร่ง


ขรึม ไม่รู้ว่ากําลังคิดอะไรอยู่


ป๋ายซีเยวียก้าวเนิบๆ ไปอยู่ข้างๆ ฉินจินห้าว ชุดขาวปลิว


ไหว พูดอย่างนิมนวลว่า “ซีเยวียรบกวนรุ่ยอ๋องแล้ว”


หญิงสาวสดงดงามราวกับสายนํายืนอยู่ตรงหน้าและ


รูปร่างอรชรอ้อนแอ้นดังกิงหลิวของนางนันก็ทําให้ฉินจิน


ห้าวลืมความผิดปกติของมู่ชิงเกอไปชัวขณะ ยกมือขึน


ประคองป๋ายซีเยวีย


91


สัมผัสเนียนลืนทีเข้าสู่ฝ่ามือ ท่าทางสันๆ ราวกับสัตว์


น้อยขีตกใจ ทําให้ฉินจินห้าวใจสัน สายตาทีเย็นชาพลัน


มีความรู้สึกแปลกๆ บางอย่างเกิดขึน


ตอนนี ป๋ายซีเยวียเองก็รู้สึกจิตใจไม่สงบแล้ว


นางอยากเข้าใกล้ผู้สูงส่งเทียมฟ้าอย่างรุ่ยอ๋องก็จริงอยู่


แต่ว่าก็มีโอกาสน้อยนักทีจะได้พบกับเขา ยิงไม่ต้องพูด


ถึงว่าการสัมผัสผิวกายกันแบบตอนนี ทันใดนันแก้มขาว


ผ่องของนางก็แดงเรือราวกับดอกเถาแรกแย้ม ยิงเพิม


ความน่าดึงดูดให้นางหลายส่วน


92


................


หอเด็ดบุปผา ทีมัวสุมไม่อันดับหนึงก็อันดับสองของลัวตู


และเป็นหนึงในทีทีมู่ชิงเกอเคยแสดงเป็นจอมเสเพล


และคู่หูของเธอ ก็คือเจ้าอ้วนเซ่าทีใบหน้าเต็มไปด้วย


ความโหดเ**◌้ยมและกําลังตามหลังเธอมาในตอนนี


ช่วงเวลาทีอยู่กับเจ้าอ้วนเซ่านัน มู่ชิงเกอก็ไม่ได้เล่าอะไร


มากนัก บอกแค่สันๆ ว่าทังสองเพือทีจะแย่งชิงความเป็น


ใหญ่ในหอเด็ดบุปผาจึงต่อยตีกัน หลังจากทีตีกันยก


ใหญ่ หากไม่ต่อยตีก็ไม่รู้จัก จากนันก็กลายเป็นเพือนกิน


ทีมีอุดมการณ์เดียวกัน


93


เซ่าเย่เจ๋อ แม้จะเป็นลูกชายของผู้บังคับบัญชาทหาร แต่


ความสามารถก็ไม่เท่าไร วนเวียนอยู่ในขันแรกของชัน


พลังสีแดง ตระกูลเซ่าก็ไม่ได้มีลูกชายแค่คนเดียว จึงไม่


ได้ตังความหวังกับเขามากนัก ปล่อยให้เขาก่อความ


วุ่นวายข้างนอกได้ตามสบาย


ยังไงเสีย หากไม่ได้ก่อเรืองใหญ่โตอะไรมากนัก ก็ปล่อย


เลยตามเลย


แต่ว่า แม้ว่าเจ้าอ้วนเซ่าจะมีพรสวรรค์ไม่ถึง แต่เมือเทียบ


กับคนไร้ค่าอย่างมู่ชิงเกอแล้ว อย่างน้อยเขายังสามารถ


ฝึกเวทพลังได้มิใช่หรือ?


94


ภายใต้การนําทางของแม่เล้า ทังสองคนก็เข้าไปในห้องที


เต็มไปด้วยกลินแป้งฉุน และตกแต่งอย่างฉูดฉาด


พอแม่เล้าหอบเงินเดินออกไป เจ้าอ้วนเซ่าก็รีบถอด


รองเท้าแล้วขึนไปบนเตียงทันที ดึงรูปวาดรูปหนึงบนผนัง


ออก เอาอุปกรณ์ทีเตรียมไว้ตังแต่แรกเสียบเข้าไปในรู


ของผนัง


มู่เกอมองเขาทําทุกอย่างอย่างชํานาญเงียบๆ แล้วขมวด


คิวพูดเสียงเบากับวิญญาณของมู่ชิงเกอว่า “ไม่คิดเลย


ว่าเธอจะเสพอะไรแบบนีด้วย”


95


“แคว้นฉินมีกฎว่าผู้ชายทียังไม่บรรลุนิติภาวะห้าม


ประพฤติผิดในกาม ไม่ว่าจะเป็นผู้ใดผู้ฝ่าฝืนจะต้องรับ


ทัณฑ์เฆียนตี เป็นเพราะอยากให้ประชาชนมีสมาธิ


ฝึกฝนพลัง นับประสาอะไรกับทีตัวข้านันเป็นหญิง ของ


แบบนีพวกเราไม่สามารถไปสัมผัสด้วยตัวเองได้ เพือไม่


ให้เสือมเสียชือเสียงจอมเสเพล เจ้าอ้วนก็เลยคิดวิธีนีขึน


มา” มู่ชิงเกอตอบอย่างไม่รู้สึกรู้สา


เหอะ น่าสนใจ กินยากระตุ้นได้แต่ห้ามมีอะไรไป


มากกว่านัน กฎนีคือจะทรมานคนหรือว่าจะฆ่าคนกัน


แน่? มู่เกอแอบคิดในใจ


“แฮ่กๆ.......”เจ้าอ้วนเซ่าส่งเสียงอันน่าขนลุกและชอบใจ


ออกมา


96


มู่เกอมองไป เห็นหน้าอ้วนเหมือนหมูนันแดงมาก ดวงตา


หรีเล็ก เหมือนสัตว์กําลังร้องหาคู่ หูแนบอยู่กับท่อนไผ่ที


ติดกับผนัง ตกอยู่ในความฝันของสิงทีเกิดขึนทังหมดข้าง


ห้อง


สักพัก เจ้าอ้วนเซ่าก็ตืนจากความฝันเห็นว่ามู่เกอยังคง


นังอยู่อีกด้านจึงรีบเรียก “ลูกพี นิงอยู่ทําไม ข้างห้อง


กําลังมันต่อเนืองเลย”


เมือเจอกับคําชวนของเจ้าอ้วนเซ่า มู่เกอกระตุกมุมปาก


ท่าทางไม่สนใจจริงๆ


97


เธอไม่ได้อาย ชาติทีแล้วภาพอะไรบ้างทีเธอยังไม่เคย


เห็น เธอไม่ใช่ทหารทีอยู่แต่ในกฏระเบียบอันเคร่งครัด


ภารกิจทีต้องทําส่วนมากเป็นภารกิจลับอย่าว่าแต่แอบ


ฟังเลย เธอเคยเห็นภาพพวกนีกับตา


“โอ้ย ไม่ไหว เร้าอารมณ์เกินไปแล้ว ข้าไม่ไหวแล้ว เดียว


มานะลูกพี” เจ้าอ้วนเซ่าทิงท่อนไผ่ลงตรงอกของมู่เก


อ พุ่งออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว


ส่วนจะไปทําอะไรนัน..................


อืม มู่เกอเข้าใจวัยรุ่นผู้ชายดี ว่าถ้าฮอร์โมนขึนหัวก็ต้องมี


ปฏิกิริยาเป็นธรรมดา


98


ไม่นานนัก เจ้าอ้วนเซ่าก็กลับเข้ามาในห้องอย่างสันๆ


เห็นมู่เกอยังคงนังอยู่ ก็ไม่ไปแอบฟังต่อ แต่นังลงตรง


ข้ามเธอ เติมนําชาในแก้วของทังสอง


“ลูกพี วันนันเกิดอะไรขึนกันแน่ ทําไมตอนทีข้ามาถึงก็ได้


ยินพวกเขาบอกว่าลูกพีโกรธจัดจนหุนหันจากไปแล้ว ไอ้


เจ้าเหอเฉิงหน้าตากระหยิมยิมย่องมาก จากนันก็ได้ข่าว


ว่าลูกพีพาองครักษ์ออกจากลัวตูไปลัวรือ” เจ้าอ้วนเซ่า


ถามอย่างจริงจัง


วันนันทีเจ้าอ้วนเซ่าพูด มู่เกอรู้ดีว่าวันไหน เรืองราวทัง


หมดมู่ชิงเกอก็เคยบอกเธอไปแล้ว ตอนนี เธอก็แค่เล่า


99


เรืองทังหมดทีเกิดขึน


ปัง!


“เหอเฉิงกล้าว่าลูกพีแบบนีเลยหรือ! ไป เราไปจัดการมัน


กัน วันนันข้าไอ้อ้วนไม่อยู่แต่วันนีจะช่วยให้ลูกพีได้แก้


แค้น” มู่เกอเพิงพูดจบ เจ้าอ้วนเซ่าก็ตบโต๊ะยืนขึนด้วย


ความโมโห


พูดแล้วก็ดึงแขนเสือของมู่เกอจะออกจากหอเด็ดบุปผา


มู่เกอหลบการดึงแขนเสือได้ทัน พูดนิงๆ ว่า “ท่านปู่ข้า


จับเหอเฉิงขังเอาไว้แล้ว เมือสักครู่รุ่ยอ๋องก็มาขอตัวเขา


100


จากข้า”


เจ้าอ้วนเซ่าฟังแล้วรีบเดินกลับมาถาม “ลูกพี ลูกพีคงจะ


ไม่ฟังคําขอร้องของรุ่ยอ๋องปล่อยไอ้เจ้านันไปแบบนีนะ”


“แน่นอนว่าไม่” มู่เกอแสยะยิม ทันใดนันดวงหน้าอันงด


งามก็พลันเปลียนเป็นโหดเ**◌้ยม


ความโหดเ**◌้ยมนันทําให้เจ้าอ้วนเซ่าเห็นแล้วขนลุก แต่


ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก และตบหน้าอกตัวเองรับรองว่า “ลูก


พี ลูกพีพูดมาเลยว่าจะจัดการไอ้นันยังไง แม้ว่าจะต้อง


แหวกฟ้า ไอ้อ้วนก็จะไปทํากับลูกพี”


101


มู่เกอหยุดสายตาทีเจ้าอ้วนเซ่า สักพัก หลังจากทีมองจน


ขนของฝ่ายหลังลุกชันแทบทังตัวแล้วนัน เธอก็หัวเราะ


ขึนมา “เจ้าอ้วนเซ่า เจ้านีถือเป็นยอดคน”


102


ตอนที 16 ไม่สมบูรณ์ ร่างกายทีเต็มไปด้วยบาดแผล


ตระกูลเหอ มีรุ่ยอ๋องเป็นทีพึง


และเสด็จแม่ของรุ่ยอ๋องเจียงกุ้ยเฟยก็เป็นพระสนมทีได้


รับความโปรดปรานจากองค์ฮ่องเต้มากทีสุดในตอนนี


แม้ว่า รุ่ยอ๋องจะไม่ใช่รัชทายาท แต่ฮ่องเต้กลับรักและ


103


โปรดปรานเขามากกว่ารัชทายาทเสียอีก


ขอแค่องค์ฮ่องเต้ยังอยู่ ใครจะได้เป็นรัชทายาทก็ยังไม่แน่


แม้ว่าพ่อของเจ้าอ้วนเซ่าจะเป็นผู้บังคับบัญชา แต่ก็ยาก


ทีจะต่อกรกับตระกูลเหอ เกียวกับเรืองเหอเฉิง ตระกูลเห


อไม่กล้าทําอะไรตระกูลมู่ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่


กล้าเอาตระกูลเซ่ามาเป็นแพะรับบาป


เหตุผลข้อนี มู่เกอเชือว่าเจ้าอ้วนเซ่าดูไม่ออก


แต่ว่า เขากลับยืนอยู่ข้างเดียวกับเธออย่างเด็ดเดียว


เพราะฉะนันเธอจึงบอกว่าเขาก็เป็นยอดคนๆ หนึง


104


“ เจ้าอ้วน สังเด็กรับใช้ของเจ้าให้ไปทีจวนตระกูลมู่” มู่เก


อหรีตาพูดกับเจ้าอ้วนเซ่า ตอนออกจากบ้านเธอไม่ได้พา


ใครมาด้วยแม้แต่คนเดียว ตอนนีก็เพิงจะมารู้สึกว่าไม่


สะดวกเอาเสียเลย


เจ้าอ้วนเซ่ากลอกตาไปมา ไม่ได้ถามอะไรมาก พยักหน้า


ให้มู่เกอ แล้วหันหลังเดินออกไป


เหอเฉิงถูกมู่ซงขังไว้ทีจวนตระกูลมู่ แต่มู่ซงกลับไม่ได้ทํา


อะไรมัน เพราะว่าเหอเฉิงยังเป็นเด็ก ด้วยฐานะของมู่ซง


แล้ว แค่จับมันกลับมาก็ทําให้ผู้คนวิพากษ์วิจารณ์มาก


พอแล้ว


105


“ฆ่ามันไม่ได้ แต่ก็ยังสามารถเล่นกับมันได้นี รุ่ยอ๋องต้อง


การคน ข้าก็ให้ได้ ข้าใจกว้างพอ!” มู่เกอทีพิงอยู่บนพนัก


เก้าอี หรีตาลงในดวงตามีประกายเย็นชาวาบผ่านแล้ว


หายไปอย่างไร้ร่องรอย มุมปากกลับยกยิมเจิดจ้า


หลังจากทีเจ้าอ้วนสังให้เด็กรับใช้ไปทําตามคําสังแล้ว ก็


กลับมาทีห้อง พอเห็นมู่เกอทีกําลังแสยะยิมเย็นออกมา


พอดี ไขมันทัวร่างก็สันขึนมาโดยไม่รู้ตัว


เจ้าอ้วนเซ่าดืมนําไปคําหนึง ย่อเอวลงถามเสียงเบา “ลูก


พีเราจะทํายังไงต่อ?”


106


“ไปเรียกแม่เล้ามาให้ข้าอย่างอืนเจ้าก็ไม่ต้องสนใจแล้ว”


มู่เกอสัง


ใครจะรู้ เจ้าอ้วนเซ่ายังคงจ้องมู่เกอตาเขม็ง ยืดตัวตรง


แล้วแย้งขึนว่า “ได้ยังไง ก็ตกลงกันแล้วว่าข้ากับลูกพีจะ


สังสอนไอ้สารเลวเหอเฉิงด้วยกันยังไงเล่า”


มู่เกอมองเขา แล้วยกมือตบไหล่ทีเต็มไปด้วยเนือของเขา


ทีหนึง "นําใจของเจ้าข้ารับเอาไว้แล้ว แต่เรืองของข้า ข้า


ต้องจัดการเอง เจ้าก็ดูอยู่ห่างๆ เถอะ” เจ้าอ้วนเซ่าไม่


สนใจตระกูลเซ่าของตนเลือกมาอยู่ข้างเธอ แต่ว่าเธอไม่


อาจดึงให้พีน้องมาลําบากด้วยกันได้


107


“ลูกพี ลูกพีดูถูกข้าใช่ไหม” เจ้าอ้วนเซ่ากําหมัดแน่น


หายใจฮึดฮัด


มู่เกอหัวเราะ แฝงแววขีเล่น “เจ้าคิดว่า แค่เจ้าคนไม่


สําคัญนัน คู่ควรให้เราสองพีน้องลงมือรึ?”


เจ้าอ้วนเซ่าพูดอะไรไม่ออก


สักพักเขาถึงออกไปหาแม่เล้าอย่างจํายอม


ไม่ว่าสิงทีมู่เกอพูดจะจริงหรือไม่ เขาก็ยอมแพ้แล้ว


แต่ว่า หลังจากทีเขาออกประตูไป ก็แอบสูดจมูก เขาไม่


108


ใช่คนโง่ แน่นอนว่าจะต้องสัมผัสได้ถึงความเป็นห่วงใน


คําพูดของมู่เกอ


ตระกูลเซ่าจะลําบากเพราะเขาไม่ได้


เขาก้มหน้าลงมองนิวอันอ้วนสันของตนเอง กลางฝ่ามือ


มีแสงสีแดงผุดขึนมาจางๆ แต่ไรมา เขา เจ้าอ้วนเซ่าไม่


เคยเห็นว่าการฝึกเวทพลังมันจะมีดีทีตรงไหน เรืองใหญ่


ทีสุดในชีวิตคนควรจะเป็นการดืมกินหาความสําราญ


ต่างหาก


แต่ว่าวันนี เป็นครังแรกทีเขารู้สึกว่าตนเองอ่อนแอ ไร้


สามารถ พีน้องมีปัญหา เขาไม่เพียงแต่ช่วยไม่ได้แต่ยัง


109


ต้องยืนอยู่ข้างหลังให้พีน้องคอยปกป้อง


นีมันช่างน่าอายบัดซบจริงๆ!


เจ้าอ้วนเซ่ากําหมัดด้วยความโมโห กัดฟันแน่น แล้วเดิน


ไปหาแม่เล้า


...............


ณ ตระกูลมู่ เหอเฉิงเดินออกมาจากด้านใน ถ่มนําลาย


ใส่หน้าจวนกตระกูลมู่ทันที


แววตามีความดูแคลนและโกรธแค้นอย่างชัดเจน “จวน


110


ตระกูลมู่ขีหมาอะไร กล้าทําแบบนีกับข้า ตอนนีก็ต้อง


ปล่อยนายท่านอย่างข้าออกมาแต่โดยดีไม่ใช่รึ? มู่ชิงเก


อ เจ้าคนไร้ค่าวิปริตรักเพศเดียวกัน ค่อยก่อนเถอะ


หลายวันทีข้าโดนขังเอาไว้ในนี ข้าคิดถึงเจ้าเหลือเกิน!”


หลังจากระบายความเเค้นทังหมดในใจออกไป เหอเฉิงก็


จงใจสะบัดแขนเสือด้วยท่าทางงามสง่า เงยหน้ายืดอก


ท่าทางลําพองใจ ค่อยๆ เดินออกจากอาณาเขตของจวน


มู่ไป


จวนตระกูลเหอเองก็อยู่ในเขตเมืองชันใน เหมือนกับจวน


ตระกูลมู่ แต่ว่าห่างกันค่อนข้างไกล สภาพแวดล้อมและ


พืนทีรอบๆ ไม่อาจนํามาเทียบกันได้เลย


111


เลียวอีกตรอกหนึง ก็จะเห็นประตูจวนตระกูลเหอแล้ว


ระหว่างทาง เหอเฉิงเอาแต่คิดว่าจะแก้แค้นมู่ชิงเกออ


ย่างไร และนึกถึงร่างกายอันนุ่มลืนเนียนละเอียดของ


สาวใช้อุ่นเตียงของตน


ทันใดนัน ก็มีเงาสีดําทอดลงมาจากฟ้า ปกคลุมตัวเขาไว้


ในทันที


ยังไม่ทันทีเขาจะดินรน ก็รู้สึกเจ็บตรงท้ายทอย จากนันก็


สลบไป


112


รอจนเหอเฉิงค่อยๆ รู้สึกตัวก็รู้ว่าตนเองเหมือนถูกมัดอยู่


ในกระสอบข้าวสาร


“อือๆๆๆๆ-------”


ใครกล้ามัดนายท่านอย่างข้า!


เสียงอันย่อหยิงทีออกมาจากปาก กลับกลายเป็นเพียง


เสียงอู้อีทีฟังได้ไม่ชัดเจน


ตอนนี เหอเฉิงเพิงรู้ตัวว่าปากของตนเองนันถูกถุงเท้า


เหม็นๆ ยัดอยู่ ทังแขนและขาก็ถูกมัด ไม่สามารถขยับได้


เลย


113


“อือ---------! อือๆ-------” ในใจเหอเฉิงเริมกังวล ตาทีเล็ก


เท่าเม็ดถัวเขียวเบิกโต


ตอนนี นอกถุงข้าวสารมีเสียงทีเขาคุ้นเคยมากเสียงหนึง


ดังขึน---------


“ฟังให้ดีนะ วันนี ข้าจะมาสอนวิธีเล่นของเล่นชินใหม่ให้


แก่พวกเจ้า ใครเล่นได้ดีทีสุด ข้าจะมีรางวัลให้”


จากนันก็มีเสียงฮือฮาดังขึนมา


มู่ ชิง เกอ!


114


ความรู้สึกเคียดแค้นอันเข้มข้นของเหอเฉิงสะท้อนออก


มาทางแววตา


ไอ้ไร้ค่านันกลับกล้ามัดตัวเขาไว้ ถ้าเขาออกไปได้เมือไหร่


จะให้รุ่ยอ๋องคิดบัญชีกับไอ้ไร้ค่านีให้สาสม !


เสียดายทีความโกรธแค้นในใจของเหอเฉิงนันคนข้าง


นอกไม่ได้รับรู้ด้วย


บทสนทนา ยังคงดังอย่างต่อเนือง


“ตายแล้ว~! คุณชาย กระสอบใหญ่ขนาดนี ดูก็รู้ว่าต้อง


115


หนักมากแน่ๆ พีสาวน้องสาวทังหลายต่างก็มีเท้าอัน


บอบบาง จะเตะไหวได้อย่างไร” เสียงใสๆ เสียงหนึงดัง


ขึนมา ทังออดอ้อนและยัวยวน


สินเสียงของนาง ก็มีเสียงเห็นด้วยจํานวนมากดังขึน


มู่เกอยกมือขึน หยุดเสียงของสาวๆ พวกนัน แล้วเชยคาง


ของหญิงนางโลมคนหนึงขึนมา พูดอย่างองอาจว่า


“เพราะฉะนันข้าถึงอนุญาตให้พวกเจ้าใช้มือผลัก ใช้เท้า


เตะได้ แต่หากยังไม่ขยับอีก จะใช้ไม้ข้าก็อนุญาต” พูด


จบเธอก็ยิมอย่างโหดเ**◌้ยม ทําให้ใบหน้าอันงดงาม


ของเธอนันดูเปียมเสน่ห์เกินผู้ใด


116


“สามารถใช้ไม้ได้!” หญิงนางโลมคนหนึงพูดอย่างชอบ


ใจ


มู่เกอพยักหน้า ริมฝีปากเย้ายวนได้รูปรับเหล้าทีหญิง


นางโลมส่งมาให้ หลังจากทีดืมเข้าไปแล้ว ก็เอาปากกัด


จอกเหล้าไว้แล้วสะบัดจอกลงพืน จนจอกเหล้าแตก


กระจาย


ท่าทางอันน่าดึงดูดนี ทําให้นางโลมจํานวนไม่น้อยร้อง


ออกมาอย่างเขินอาย


“มา ข้าจะเป็นกรรมการด้วยตัวเอง ดูว่าคะแนนใครสูงที


สุด” มู่เกออ้าปากพูดพร้อมโอบกอดนางโลมทีงามเย้า


117


ยวนดังดอกไม้สองคนข้างกาย กําชับกับทุกคน


พอเธอสังให้เริม สวนด้านหลังของหอเด็ดบุปผาก็เต็มไป


ด้วยเสียงร้องเล่นอย่างสนุกสนานดังขึนทันที


นางโลมของหอเด็ดบุปผาทีไม่ได้รับแขก ต่างก็ถูกเรียก


ให้มารวมตัวกันทีนี เพือร่วมออกกําลังกายเพือสุขภาพ


กายใจทีแข็งแรง-----------อเมริกันฟุตบอล!


ด้วยแรงของเหล่านางโลมแล้วไม่อาจทําให้เหอเฉิงทีอยู่


ในกระสอบข้าวเคลือนทีได้เลย เพราะฉะนันแทบจะทุก


คนจึงถือไม้เข้าไปร่วม


118


แข่งกันมาตังนาน เหอเฉิงก็ไม่ขยับเขยือนแม้แต่นิด ไม้


พวกนันไม่รู้ว่าฟาดลงมาแรงๆ ไปกีทีแล้ว


มู่เกอหรีตานังมองฉากตรงหน้าแล้วหัวเราะ เห็นเหล่า


นางโลมใช้แรงสุดแรงเกิดในการชูไม้ขึนแล้วฟาดลงไป


บนกระสอบข้าวสาร ฟาดไปก็บ่นไปว่าคนในกระสอบ


ข้าวสารหนักเกินไป


ท่าทางทีเหล่านางโลมพยายามทําตามกฎ ทําให้มู่เก


ออารมณ์ดีมากนางโลมในอ้อมกอดก็ยืนเหล้าให้เขาดืม


อีกครัง


เหอเฉิงในกระสอบข้าวสาร โดนนางโลมพวกนีฟาดอย่าง


119


น่าสงสาร ความโกรธแค้นในใจทีมีต่อมู่ชิงเกอนันมีมาก


จนยากทีจะอธิบาย


ร่างกายทีเจ็บระบมไปทัวทําให้เขาทังหวาดกลัวและ


เคียดแค้น กัดฟันแน่นหวังว่าจะทนผ่านเคราะห์ร้ายครัง


นีไปให้ได้ แล้วคราวหน้าค่อยหาโอกาสแก้แค้น


แต่เขาไม่รู้ว่าสิงทีมู่ชิงเกอเตรียมให้เขานันไม่ได้มีเพียง


แค่นี


สุดท้าย เหอเฉิงก็ถูกฟาดจนสลบไปอีกครัง


พอเขารู้สึกตัวอีกครังตัวเขาก็ได้ออกจากกระสอบข้าว


120


สารแล้ว ตอนนีร่างของเขานอนอยู่บนเตียงในห้องทีไม่


คุ้นเคยห้องหนึง


เพราะเจ็บไปหมดทังตัวทําให้เหอเฉิงสูดปาก ส่วนทีไม่


โดนฟาดเหลือแค่ช่องว่างบริเวณดวงตาเท่านันทียังดีอยู่


เขากวาดตามองรอบๆ กลับเห็นว่าข้างมือของตนนันมี


กระจกอยู่บานหนึง


ไม่ทันได้คิดว่าตัวเองมาอยู่ทีนีได้อย่างไร ทําไมถึงมี


กระจกบานหนึงวางอยู่ข้างตนเอง เหอเฉิงก็หยิบกระจก


บานนันขึนมาสองหน้าตัวเอง


“อ้ากกก-------!” เสียงร้องก้องอยู่ภายในห้อง


121


เหอเฉิงมองหัวหมูในกระจกและรอยเขียวชําบนตัว แทบ


จะเสียสติ นีคือเขาหรือ? คือเขาทีหน้าตาหล่อเหลาสง่า


งามคนนันน่ะรึ?


“นายท่าน ท่านตืนแล้วหรือ หากว่าตืนแล้วพวกข้าจะเข้า


ไปปรนนิบัติท่าน” ตอนนีข้างนอกมีเสียงทีไม่มีทีมาทีไป


ดังขึน


ไม่ทันทีเหอเฉิงจะตอบก็เห็นชายหนุ่มหน้าตาอ่อนโยน


คนหนึงพาชายหน้าตาอัปลักษณ์ร่ากายกํายําสองคน


เดินเข้ามา


122


ชายหน้าตาอ่อนโยนทีเดินนําหน้าเข้ามา สวมเพียงชุด


คลุมตัวยาวไม่มีกระดุมตัวเดียว สองคนทีเดินตามเขา


เข้ามานอกจากผ้าเตียวแล้วก็ไม่มีอะไรปกปิดร่างกาย


เลย


ใต้ผืนผ้า เจ้าสิงนันเห็นเป็นรูปร่างทีน่าเกลียดน่ากลัว


เหอเฉิงเบิกตากว้าง ความหวาดกลัวทีก่อนหน้านีไม่เคย


มีก่อตัวขึนในจิตใจของเขา เขากอดขาทังสองข้างของตัว


เองไว้แล้วตะคอกราวกับหญิงสาวทีโดนข่มเหง “พวกเจ้า


จะทําอะไร? อย่าเข้ามานะ! ข้าเป็นคนตระกูลเหอและ


เป็นคนของรุ่ยอ๋องนะ!”


123


เสียดายทีทังสามคนทําราวกับไม่ใส่ใจ ยังคงเดินเข้าหา


เขา


หนึงในนัน แสยะยิมออกมา นัยน์ตากลอกไปมา แอบคิด


ในใจ: ทีคุณชายพูดไว้ไม่มีผิด หลังจากทีคนๆ นีตืนขึน


มา ก็จะพูดจาเหลวไหลไปเรือย ท่าทางแบบนียังจะกล้า


แอบอ้างถึงรุ่ยอ๋อง”


“นายท่าน พวกบ่าวแค่จะเข้ามาปรนนิบัติท่านเท่านัน


เอง!" ชายหนุ่มสะบัดผงขาวในมือ ชีหน้าหนุ่มร่างใหญ่


สองคนแล้วสังการว่า” ฟังข้าให้ดี นายท่านผู้นีเป็นแขก


คนสําคัญ แสดงความสามารถทังหมดของพวกเจ้าออก


มา ดูแลปรนนิบัติให้ดี หากนายท่านไม่พอใจ พวกเจ้าจง


ระวังตัวไว้ให้ดี”


124


พูดจบเขาก็เดินออกไป ทิงชายหนุ่มร่างใหญ่สองคนทีดูมี


เรียวเเรงมหาศาล ทีตอนนีใบหน้าเริมเเดงขึนเอาไว้


“เจ้า........เจ้าจะทําอะไร? ไสหัวไป ข้าบอกให้ไสหัวออก


ไปให้หมด!” เหอเฉิง ร้องด้วยความกลัว


แต่กลับไม่มีประโยชนอะไรแม้แต่น้อย


“อ้าาา---------!”


“พวกแก ไอ้พวก.....เลว..... ”


125


“อุ่ก...... อุ่ก........... ”


เสียงของเหอเฉิงถูกกลบ ม่านทีกันอยู่รอบๆ เริมสันไหว


เบาๆ และทันใดนันไม่ทันมีใครได้คาดคิด ม่านพวกนันก็


พลันปลดลง


ห้องทีถูกปิดตายในตอนแรก พลันกลายเป็นศาลาโล่ง


แจ้งทีไม่มีอะไรกําบังในทันที


รอบๆ ศาลา มีคนใหญ่คนโตผู้สูงศักดิรวมทังบรรดาขุน


นางของลัวตูนังอยู่เต็มไปหมด


126


เมือเห็นภาพโสมมตรงหน้า ทุกคนพลันเงียบสงบไม่ส่ง


เสียงแม้แต่คําเดียว แต่ละคนเบิกตาโตจ้องมองภาพร่วม


รักในศาลา


สิงทีน่าตืนตะลึงยิงกว่านัน ก็คือ สามคนทีกอดรัดกันเป็น


ก้อนกลมนัน เป็นผู้ชายทังหมด!


ภาพทีเห็นตรงหน้ามันช่างกระตุ้นอารมณ์เกินไปแล้ว ลูก


ชายข้าต้องสงบจิตสงบใจสักพัก


คืนนีพวกเขามางานประมูลคืนแรกของนางโลมแห่งหอ


เด็ดบุปผาไม่ใช่หรือ?


127


ทําไมถึงได้เจอฉากปลุกเร้าอารมณ์แบบนีได้เล่า นีเป็น


การแสดงเปิดงานทีหอเด็ดบุปผาจัดขึนเพือเรียกนําย่อย


งันรึ?


“เอ้ะ? หนึงในนันดูคล้ายเหอเฉิงบุตรชายตระกูลเหอมาก


เลยนะ”


ท่ามกลางผู้คน คนทีมู่เกอจ้างไว้ตะโกนขึนมาอย่างทัน


ท่วงที ทันใดนัน สายตาคาดเดาต่างก็ตกลงบนร่างชาย


หนุ่มสามคนนัน


“ไสหัวไป!” เหอเฉิงทีหมดหวังในทีสุดก็ระเบิดขึน


128


แสงสีแดงเข้มสาดประกายออกจากตัวเขาทําให้ชายสอง


คนทีคร่อมทับเขาไว้กระเด็นออกไป


ตอนนี เขาจึงเพิงรู้ตัวว่าตนเองอยู่ทีไหน และรอบด้านยัง


เต็มไปด้วยกลุ่มคนทีนังอยู่


“คุณชายเหอจริงๆ ด้วย”


ตูม-------!


สายตาของเหอเฉิงระเบิดความเคียดแค้นและอัปยศ


อดสูออกมา เขาไม่สนใจร่างกายทีเปลือยเปล่าต่อสาย


ตาผู้คน สายตาทีเต็มไปด้วยความแค้นสบเข้ากับสายตา


129


ทีเย็นชาไร้ความรู้สึกท่ามกลางกลุ่มคนคู่นัน


มู่เกอทีนังดูละครท่ามกลางผู้คนสบตากับเหอเฉิงอย่าง


ไม่เกรงกลัว ยกเหล้าในมือขึนคาราวะ ยิมน้อยๆ แล้วดืม


มันลงไป.........


‘เหอเฉิง ของขวัญชินนีทีข้าให้เจ้า เจ้าชอบหรือไม่เล่า ไม่


ต้องรีบ บัญชีระหว่างเราสองนันค่อยๆ คิดกันไป’


130


ตอนที 17 สัญญาการแต่งงานตระกูลมู่ องค์หญิงฉาง


เล่อ


131


เหอเฉิงเดือดดาลนัก!


เพราะเเม้ว่าเขาจะหลบอยู่แต่ในบ้าน แต่เสียงหัวเราะ


เยาะและสายตาอุจาดลามกของผู้คนยังคงวนเวียนอยู่


ในหัวไม่หยุด


เขายังไม่ตาย แต่ว่าถ้าตายได้คงดีกว่านี


หากเป็นเมือก่อน เหตุผลทีเขาคิดไม่ซือกับมู่ชิงเกอก็


เพราะรุ่ยอ๋อง แต่ตอนนีระหว่างเขาและมู่ชิงเกอนันกลาย


เป็นศัตรูกันอย่างแท้จริงแล้ว!


ในใจเขาคิดแต่เรืองทีจะแก้แค้น แต่ว่ามู่เกอสนใจหรือ?


132


สวนสระเมฆา จวนตระกูลมู่


“เจ้าอํามหิตจริงๆ” ร่างอันโปร่งแสงของมู่ชิงเกอลอยอยู่


ข้างตัวมู่เกอ ในแววตาเต็มไปด้วยความเลือมใส


นางยอมรับว่าถ้าเป็นนางจัดการกับเหอเฉิงเอง อย่าง


มากก็แค่ทําร้ายร่างกายเพือระบายความโกรธเกลียดใน


ใจ แต่ถ้าถึงขันทําให้แขนขาขาดคงทําไม่ได้ เพราะนาง


เป็นห่วงตระกูลมู่ ไม่อยากให้ท่านปู่ต้องได้รับความเดือด


ร้อนจากอํานาจมืด


แต่มู่เกอล่ะ ตอนแรกเธอแกล้งปล่อยตัวเหอเฉิงไปอย่าง


133


เปิดเผย จากนันให้คนไปคุมตัวเขามาอีกครัง


จากนัน ก็ยืมมือผู้ทีตําต้อยทีสุดในสังคมมาจัดการกับเห


อเฉิงอย่างสาสม ไม่ใช่แค่ทําร้ายร่างกาย แต่ทําให้อับ


อายและทําลายชือเสียง หลังจากนีหากรุ่ยอ๋องยังต้อง


การจะใช้เขาอีก ก็คงจะต้องโดนคํานินทาจากภายนอก


ตามมาอีกมากมาย


เสียทีพึงใหญ่อย่างรุ่ยอ๋องไป ตระกูลเหอสูญเสียความ


โปรดปราน การล่มสลายก็คงขึนอยู่กับเวลาแล้ว


คําพูดของมู่ชิงเกอไม่ได้ทําให้มู่เกอรู้สึกอะไร เธอแค่ยิมๆ


สายตายังคงเย็นชา


134


เธอมีคําคมอยู่คําหนึง แต่ไม่เคยบอกใครมาก่อนเพราะ


ว่าเธอทําทุกอย่างตามตรรกะนีมาโดยตลอด---------


ผู้อืนไม่ระรานข้า ข้าก็ไม่ระรานผู้อืน แต่หากผู้อืนระราน


ข้า ข้าก็จะถอนรากมันให้ถึงโคน!


เพราะฉะนันเป้าหมายตังแต่แรกของเธอไม่ได้มีแค่เห


อเฉิงเพียงคนเดียวแต่เป็นตระกูลเหอทังตระกูลรวมถึงรุ่ย


อ๋องเองก็เป็นหนึงในคนทีเธอต้องการจะแก้แค้น


แม้ว่าตอนนีจะยังไม่มีหลักฐานมายืนยันว่ารุ่ยอ๋องมีส่วน


เกียวข้องกับเรืองนี แต่จิตใต้สํานึกของเธอกําลังบอกเธอ


135


ว่ารุ่ยอ๋องเองก็คงไม่ธรรมดา


แววตามู่เกอสาดประกาย เก็บซ่อนอารมณ์ในแววตา


เธอนังอยู่บนเก้าอีโยก โยกเก้าอีไปมา มองมู่ชิงเกอแล้ว


พูดว่า “แม้ว่าเจ้าจะไม่สามารถฝึกฝนเวทพลังได้แต่ก็คง


จะรู้เคล็ดวิชาในการฝึกอยู่บ้างใช่ไหม?”


มู่ชิงเกอพยักหน้า “แน่นอน เมือก่อนท่านปู่ไม่ยอมเชือ


ว่าข้าเป็นผู้ไร้พลัง จึงให้ข้าเรียนเคล็ดวิชาในการฝึก แต่


น่าเสียดายทีร่างกายของข้าก็ยังคงไม่สามารถรวบรวม


พลังจิตพวกนันเอาไว้ได้”


136


“ลองท่องมาสิ” มู่เกอพูดหน้านิง


หลายวันมานี เธอเข้าใจแล้วว่าในแผ่นดินแห่งนี เคล็ด


วิชาการฝึกจิตเพือเข้าสู่ชันพลังนันต่างกันไม่มาก


ประลองกับคนในระดับเดียวกัน สิงทีแตกต่างกันก็คือ


ทักษะการสงคราม และทักษะนีจะต้องเข้าสู่ชันพลังสี


เหลืองก่อนจึงจะสามารถฝึกได้ เพราะฉะนัน สําหรับ


ทักษะนีมู่เกอยังไม่รีบ


ตอนนีเธออยากรู้โดยด่วนว่า ร่างกายทีได้รับการเปลียน


แปลงดีเอ็นเอของเธอนันจะสามารถฝึกเวทพลังของโลก


นีได้หรือเปล่า


137


มู่ชิงเกอมองหน้าเธอ คงคิดว่าเธออาจจะยังไม่ยอมแพ้


อยากจะลองฝึกดูอีกครัง จึงไม่ได้พูดอะไรมาก ท่องเคล็ด


วิชาทีจําได้ขึนใจออกมา “ควบคุมจิตใจ ดึงปราณเข้าสู่


ร่าง..........”


เคล็ดวิชาไม่ยาวมาก แต่ก็ลึกซึงจนยากทีจะเข้าใจ


ท่องเคล็ดวิชาในใจวนไปวนมา ฉวยโอกาสทีอากาศดีลม


พัดเย็นสบาย มู่เกอจึงอยากจะเริมลองฝึกตอนนีเลย


แต่ทว่ายังไม่ทันจะได้ลงมือ ฮวาเยวียก็วิงเข้ามาบอกเธอ


ว่า “คุณชาย นายท่านผู้เฒ่าให้คนมาตามคุณชายไปพบ


ทีห้องหนังสือเจ้าค่ะ”


138


การฝึกฝนถูกขัดจังหวะทําให้มู่เกอสีหน้าขรึมลง


แต่พอรู้ว่ามู่ซงเป็นคนให้มาตาม เธอก็ทําได้แค่ลุกจาก


เก้าอีโยกแล้วเดินนําฮวาเยวียไปยังห้องหนังสือของมู่ซง


พอมาถึงหน้าห้องหนังสือ มู่เกอก็สังฮวาเยวียให้รออยู่


ข้างนอก แล้วเคาะประตูเดินเข้าไปเพียงลําพัง


พอเข้าไปในห้องมู่เกอจึงเห็นว่าในนันไม่ได้มีแค่มู่ซงเท่า


นันแต่มู่เหลียนหรงเองก็อยู่ด้วย


“ไอ้เด็กบ้า คราวนีเจ้าทําได้ดีมาก!” ทันทีทีเห็นมู่เกอเดิน


139


เข้ามา มู่เหลียนหรงก็เดินเข้ามาต่อยไหล่เธอแรงๆ หนึง


หมัด แต่ว่าหมัดนันเป็นเพียงแค่แรงของตัวเธอเองไม่ได้


ใช้กําลังภายในแต่อย่างใด


“ท่านอา เจ็บ” ถึงจะเป็นอย่างนัน มู่เกอก็แกล้งลูบหัว


ไหล่ อ้อนอย่างน่าเอ็นดู


ทีเธอทําท่าทางเสแสร้งเช่นนีสาเหตุหลักๆ เป็นเพราะเธอ


ไม่อยากให้ตนเองดูเปลียนไปมากนัก เพราะจะทําให้คน


ในบ้านเกิดความสงสัยได้ เรืองทีว่ามู่ชิงเกอตายไปแล้ว


และเธอยืมร่างนางเพือมาคืนชีพนี เกรงว่าคงไม่ใช่เรือง


ราวทีใครจะสามารถยอมรับได้ง่ายๆ


140


“เสแสร้งอะไรกัน อาลงมือรู้จักแยกแยะน่า จะตีเจ้าจริง


ได้อย่างไร?” ขณะทีพูดมือก็ยืนไปนวดหัวไหล่ของมู่เกอ


“พอได้แล้ว สองอาหลานเลิกทะเลาะกันได้แล้ว เข้าเรือง


สําคัญเถอะ” มู่ซงพูดขัดจังหวะแต่ในแววตาไม่ได้ดูเข้ม


งวดอะไร


มู่เกอรู้สึกตัว ดึงเก้าอีในห้องหนังสือมาตัวหนึงแล้วนังลง


มู่เหลียนหรงก็กลับไปนังทีเดิม มองมู่เกอด้วยความห่วย


ใย


ห้องหนังสือเงียบลงในทันที สักพักเสียงของมู่ซงก็ดังขึน


141


“เจ้าเด็กบ้านี เพิงกลับมาแค่วันเดียวก็ก่อเรืองใหญ่โต


ขนาดนีแล้ว แต่ว่าก็ถือเสียว่าเป็นการสังสอนเจ้าสารเลว


ตระกูลเหอนัน”


ทีแท้ก็พูดเรืองของเหอเฉิง มู่เกอรู้อยู่แก่ใจจึงไม่ได้พูด


อะไร


“แต่ปู่ไม่เข้าใจ ในเมือเจ้าปล่อยมันไปแล้ว แล้วจับมัน


กลับมาใหม่ ทําไมถึงยังให้มันรู้ว่าเจ้าเป็นคนทําอีกเล่า”


มู่ซงพูดจบก็มองมู่เกอด้วยความสงสัย


ในขณะทีในสายตาของมู่เหลียนหรงเองก็เต็มไปด้วยคํา


ถามเช่นกัน


142


มู่เกอยิม “หลานปล่อยเหอเฉิงไปโดยไม่มีส่วนใด


บุบสลายเป็นเรืองทีทุกคนต่างก็รับรู้กันทัว แต่เรืองที


หลานจับตัวมันกลับมา มีหลักฐานงันหรือ?” ตังแต่ต้น


จนจบ นางโลมพวกนันไม่รู้ว่าคนในกระสอบข้าวสารก็


คือเหอเฉิง และผู้ชายสามคนนันจะแยกแยะได้อย่างไร


ว่าคนทีถูกอัดเสียจนหน้าบวมเหมือนหัวหมูจะเป็นคุณ


ชายแห่งตระกูลเหอ? แค่อาศัยคําพูดปากเปล่าของเขา


ใครเล่าจะเชือ


“ไม่มีหลักฐานว่าหลานเป็นคนทํา แต่หลานจะทําให้มันรู้


ว่าหลานเป็นคนทํา ทีมันต้องมาตกอยู่ในสภาพนี ก็


เพราะว่ามันทําหลานก่อน หลานจะทําให้มันทรมานแต่


ก็พูดอะไรไม่ได้ ความทุกข์ครังนีทนไม่ได้ก็ต้องทน!” พูด


143


จบแววตาทีใสกระจ่างก็ฉายแววโหดเ**◌้ยม


ถึงเธอจะทําให้เหอเฉิงโมโหจนตาย แต่แล้วจะอย่างไร


เล่า? เมือเทียบกับวิญญาณของทหารกล้าทัง 500 นาย


นันแล้วบทลงโทษนียังถือว่าเบาเกินไปเสียด้วยซํา


ความโหดเ**◌้ยมทีพุ่งผ่านตัวมู่เกอออกมา ทําให้


มู่ซงและมู่เหลียนหรงนิงอึง แต่พวกเขาก็ไม่ได้รู้สึกว่ามัน


แปลกประหลาดแต่อย่างใด เหมือนว่า การเป็นคนตระกู


ลมู่ ก็ควรเป็นแบบนีถูกแล้ว


มู่ซงพยักหน้าอย่างพึงพอใจ ความเปลียนแปลงของมู่ชิง


เกอสามารถทําให้เขาสงบใจลงได้บ้าง บางทีเคราะห์


144


กรรมทีเขาประสบในครังนี คงจะทําให้เขาโตขึนแล้ว


จริงๆ


“เกอเอ๋อร์ เรืองของเหอเฉิงก็ช่างมันเถอะ แต่ทางรุ่ยอ๋อง


แม้ว่าตระกูลเราไม่ควรจะไปใกล้ชิดสนิมสนมกับเขามาก


นัก แต่ก็ไม่อาจล่วงเกินเขาได้ อย่างไรเสีย เจ้าก็ยังมี


สัญญาการแต่งงานติดตัวอยู่” จู่ๆ มู่ซงก็พูดขึนมา


“สัญญาการแต่งงาน!? สัญญาการแต่งงานอะไร!” มู่


เกอตกใจ เหมือนใต้เก้าอีมีเข็มทิมแทงจนเธอเกือบจะ


กระโดดขึนมา


มู่ซงจ้องหน้าเธอ มู่เหลียนหรงถามด้วยความสงสัย


145


“ทําไม? ออกจากบ้านไปไม่กีวันกลับมาก็ลืมเสียแล้ว


หรือว่าตัวเองมีคู่หมายอยู่แล้ว? แม้ว่าข้ากับท่านปู่ของ


เจ้าจะไม่ยินดีกับการแต่งงานครังนี แต่นีเป็นสมรสทีองค์


ฮ่องเต้ทรงประทานให้ ให้องค์หญิงแต่งออก องค์หญิงผู้


เพียบพร้อมทีสุดในแคว้นฉินของเราคู่กับจอมเสเพล


อย่างเจ้า ก็นับว่าเป็นบุญวาสนาของเจ้าแล้ว”


คู่หมาย ! องค์หญิง !


มู่เกอลืมตาโตราวกับได้รับการกระทบกระเทือนใจสุดขีด


สักพัก มู่ซงพูดอีกว่า “องค์หญิงฉางเล่อเป็นพีน้อง


ฝาแฝดกับรุ่ยอ๋อง นับๆ ดูแล้วในอนาคตรุ่ยอ๋องก็จะเป็น


146


พีภรรยาของเจ้า ฉะนันต่อจากนีไปปู่ไม่อยากได้ยินคํา


นินทาเสียๆ หายๆเกียวกับเจ้าและรุ่ยอ๋องอีก แน่นอนว่า


แม้ว่าในอนาคตตระกูลเรากับรุ่ยอ๋องจะกลายเป็นญาติ


กัน ปู่ก็ไม่อยากให้เจ้าต้องถูกดึงเข้าไปเกียวข้องกับวังวน


การแก่งแย่งชิงดีกันพวกนัน ปู่เองก็อายุมากแล้ว ตระกูล


เราก็เหลือแค่เราสามคน ท่านอาของเจ้าก็สาบานว่าจะ


ไม่แต่งงานตลอดชีวิต ปู่ห้ามนางไม่ได้ แต่เจ้าจะต้องเชือ


ฟังคําของปู่ เลิกนิสัยไม่ดีพวกนันเสีย แล้วมีชีวิตอยู่ต่อ


ไปอย่างปลอดภัย สืบทอดสายเลือดตระกูลมู่"


".........." มู่เกอฟังแล้ว ตาโตค้างพูดอะไรไม่ออก


สายตาของเธอหยุดอยู่ทีร่างอันโปร่งแสงของมู่ชิงเก


อ ทันใดนันเธอก็รู้สึกตัวเองต้องซวยเพราะผีตนหนึงเข้า


147


เสียแล้ว


148


ตอนที 18 เจียงกุ้ยเฟย แผนร้ายของสองแม่ลูก


กลางดึก ณ พระราชวังแคว้นฉิน


ภายในกําแพงวังอันสูงตระหง่าน สิงทีซ่อนตัวอยู่คือ


ความงดงามแห่งราชวังขององค์ฮ่องเต้แคว้นฉิน


ตําหนักฟ่งหยี เป็นตําหนักประทับของพระสนมทีเป็นที


โปรดปรานขององค์ฮ่องเต้ ตําหนักของเจียงกุ้ยเฟย แค่


149


ฟังชือตําหนักก็สามารถคาดเดาได้ถึงฐานะของนางใน


พระราชวังแห่งนี (ฟ่ง หมายถึง นกฟินิกซ์ หรือหงส์ไฟ ซึง


ในจีนจะถือว่าหงส์เป็นสัตว์สูงส่งคู่กับมังกร หงส์จึงถูก


นํามาใช้เป็นตัวแทนของ ฮองเฮา)


หนําซํา นางยังเป็นมารดาบังเกิดเกล้าของรุ่ยอ๋องฉินจิน


ห้าวอีกด้วย


สาวใช้ในตําหนักต่างช่วยกันจุดไฟ สลายความมืดใน


ยามคําคืน


วันนี วันที 1 ตามปฏิทินสุริยคติของจีนคือวันพระ


150


วังหลังของแคว้นฉินมีกฎว่า ทุกวันที 1 และวันที 15 ของ


ทุกเดือน ฮ่องเต้ต้องประทับอยู่ในตําหนักของฮองเฮา


เพราะฉะนันคืนนีตําหนักฟ่งหยีจึงดูเงียบเหงา


ภายในตําหนักอันงดงาม มีผ้าม่านโปร่งบางปกคลุมอยู่


ทัวตําหนัก


หนึงหญิงผู้สูงศักดิ สวมอาภรณ์ทีสวยงามหรูหรา แต่บน


ศีรษะกลับไร้ซึงเครืองประดับ ราวกับว่าพระนางพร้อมที


จะเข้าบรรทมแล้ว แต่กลับถูกเรียกให้ออกมาอย่าง


กะทันหัน


“ออกไปให้หมด” พอมาถึงหลังม่าน หญิงผู้สูงศักดิก็ใช้


151


นําเสียงหยิงยโสเอ่ยสังนางกํานัลเฝ้าตําหนักซ้ายขวาทัง


คู่


นางกํานัลต่างก็โค้งคํานับและถอยออกไปตามคําสัง ใน


ตําหนักอันโอ่อ่า เหลือเพียงเงาร่างสง่างามเย้ายวนทียืน


อยู่หลังม่าน และเงาของร่างสูงใหญ่ทียืนอยู่หน้าม่าน


เท่านัน


“มากลางดึกกลางดืนแบบนี มีเรืองด่วนอะไรหรือ?”


เสียงของหญิงนางนันดังขึนอีกครัง ถามเงาร่างสูงใหญ่


อย่างเป็นธรรมชาติ


เงาสูงใหญ่นัน สวมชุดสีดําสนิทตลอดทังร่าง เผยให้เห็น


152


รูปร่างกํายําได้อย่างชัดเจน แม้ว่าจะยืนอยู่เพียงลําพัง


แต่ก็ยากจะปิดบังความโดดเด่นสง่างาม เมือได้ยินคํา


ถาม เขาก็โค้งคํานับแสดงความเคารพแล้วพูดว่า “เสด็จ


แม่ เหอเฉิงกลับไปแล้ว แต่ว่า.....” เขาเล่าเรืองทุกอย่างที


เกิดขึนทีหอเด็ดบุปผาให้นางฟังคร่าวๆ


พอเขาเล่าจบ มือขาวเนียนละเอียดข้างหนึงก็ยืนออกมา


จากหลังม่าน ดึงม่านออกเบาๆ แล้วค่อยๆ ก้าวออกมา


แสงเทียนส่องกระทบลงบนร่างนัน เห็นเพียงใบหน้าอัน


งดงามหยาดเยิมของนาง กริยาท่าทีเย้ายวน งามเฉิดฉัน


ดังดอกไม้ แต่ก็อ่อนโยนดุจสายนํา ทุกท่าทางของนางดู


งามสง่า ยัวยวนชวนให้หลงใหล


153


แต่แววตานันซ่อนแฝงไว้ด้วยความหยิงยโส ท่าทางสูงส่ง


ยากจะเข้าถึง


นางก็คือนางสนมทีฮ่องเต้โปรดปรานมากทีสุดในตอนนี


นามว่าเจียงกุ้ยเฟย และเป็นพระมารดาของรุ่ยอ๋องฉิน


จินห้าวและองค์หญิงฉางเล่อ


สายตาเย็นชาของเจียงกุ้ยเฟยมองลูกชายด้วยความเข้ม


งวด ลูกชายเป็นความภาคภูมิใจของนาง ถ้าเทียบกับลูก


ชายของนังแพศยานันแล้ว นางรู้สึกว่าลูกชายของตนเอง


เหมาะทีจะเป็นรัชทายาทมากกว่าเสียอีก


154


แต่น่าเสียดายทีต้องเรียงตามลําดับอาวุโสและเพราะ


ฐานะทีแตกต่างกัน แม้ว่านางจะได้รับความโปรดปราน


มากเพียงไหน ก็ไม่อาจเปลียนความจริงทีว่าลูกชายของ


นางเป็นเพียงลูกของภรรยาน้อยไปได้


“ห้าวเอ๋อร์ ครังนีลูกประมาทเกินไปแล้ว” เจียงกุ้ยเฟย


ตําหนิ


ฉินจินห้าวทีหยิงยโสเย็นชาต่อหน้าทุกคน ในตอนนีกลับ


ไม่กล้าแก้ตัวสักคําเพราะว่าในใจของเขา เสด็จแม่คือ


สตรีทีเก่งกล้าเหนือบุรุษ วิธีการแต่ละอย่างชวนให้คน


เลือมใส


155


เจียงกุ้ยเฟยลูบปอยผมตัวเองแล้วพูดขึน “ทีลูกมาคืนนี


คงจะมาบอกแม่ให้ทิงหมากตระกูลเหอเม็ดนีไปสินะ”


ฉินจินห้าวไม่ได้ปฏิเสธ “พะยะค่ะ เสด็จแม่ ตอนนีเหอเฉิ


งกลายเป็นตัวตลกในลัวตูไปแล้ว หากลูกยังใช้เขาต่อไป


เกรงว่าจะทําให้ชือเสียงต้องแปดเปือน อีกอย่างเพราะเห


อเฉิงเองก็ไม่ได้มีความสามารถอะไร เรืองแค่เล็กน้อยก็


ยังทําพลาด”


ในนําเสียงของฉินจินห้าวนันเต็มไปด้วยความโกรธและ


ไม่พอใจ ซึงทุกอย่างไม่สามารถเล็ดรอดไปจากสายตา


ของเจียงกุ้ยเฟยได้


156


สีหน้าของเจียงกุ้ยเฟยเปลียนไป “ทีลูกพูดถึง ก็คือเรืองที


ให้เหอเฉิงไปสังสอนมู่ชิงเกอแห่งตระกูลมู่ใช่ไหม”


ฉินจินห้าวเงียบ


เห็นลูกชายผู้ เก่งกล้าเก็บอารมณ์ไม่อยู่แบบนี ทําให้


เจียงกุ้ยเฟยโกรธมาก นางเดินลงมาตามขันบันได มา


หยุดอยู่ข้างๆ “ฉินจินห้าว ข้าบอกเจ้ากีครังแล้วว่าให้อด


ทน ให้นึกถึงงานใหญ่เข้าไว้ แต่เจ้ากลับแอบส่งเหอเฉิง


ไปทําให้มู่ชิงเกอต้องอับอาย จนเขาต้องไปพบกับ


อันตราย ครังนีถ้าไม่ใช่องครักษ์ของเขาช่วยไว้ เขาอาจ


จะตายไปแล้ว และถ้าเขาตาย เรืองทังหมดทีเราวางแผน


ไว้ก็จะได้รับผลกระทบไปหมด ยังมีมู่ซงอีก ใครจะรู้ว่า


เขาจะทําอะไรออกมาบ้าง”


157


ฉินจินห้าวถูกตําหนิจนสีหน้าเริมดูไม่ดี แต่ก็ยังอดไม่ได้ที


จะแก้ต่างให้ตนเอง “ลูกทนสายตาทีมู่ชิงเกอมองลูกแบบ


นันไม่ไหวจริงๆ เสด็จแม่ หรือว่าเสด็จแม่ไม่รู้ว่าตอนนีใน


หมู่ประชาชนมีข่าวลือของลูกกับเขาว่าดูใกล้ชิดสนิท


สนมกัน เป็นพวกมีใจรักชอบเพศเดียวกัน ลูกจะทนเรือง


แบบนีได้อย่างไร อีกอย่างถ้าเสด็จพ่อทรงเชือข่าวลือ


พวกนัน มันก็จะไม่เป็นผลดีต่อแผนการใหญ่อนาคตของ


ลูกด้วย ทีลูกให้เหอเฉิงจัดการ ตอนแรกก็แค่อยากจะสัง


สอนเขาให้เขาได้อาย ให้เขาหยุดเสียที ใครจะรู้ว่าเขาจะ


วิงไปหาความตายถึงลัวรือ อีกอย่างพอรู้เบาะแสของเขา


เพือแสดงถึงความเป็นห่วง ลูกก็ไปตามหาเขาทีลัวรือ


พร้อมกับมู่ซงแล้วนีพะยะค่ะ”


158


“เหลวไหล! เจ้าช่างเหลวไหลจริงๆ! แค่สายตาของมู่ชิง


เกอเจ้าก็ทนไม่ได้แล้วจะทําการใหญ่สําเร็จได้อย่างไร?!


หากมู่ชิงเกอไม่รู้จักแยกแยะเพศ หลงรักเจ้าขึนมาจริงๆ


ก็ถือเป็นเรืองน่ายินดีสําหรับเจ้าไม่ใช่รึ?” เจียงกุ้ยเฟยอด


ไม่ได้ทีจะชีช่องทางให้คนตรงหน้า


“เสด็จแม่!” ฉินจินห้าวตกใจ


เห็นเขายังไม่เข้าใจอะไรเลย เจียงกุ้ยเฟยถึงกับส่ายหน้า


แล้วถอนหายใจ “ลูกอย่าลืมว่ามู่ชิงเกอเป็นน้องเขยใน


นามของลูก ตอนแรกแม่ให้ลูกเข้าใกล้เขา เพือหาโอกาส


ตีสนิท และทังหมดก็เพือฉางเล่อ ฉางเล่อเป็นน้องสาว


แท้ๆ ของลูก กลับถูกไทเฮาสังให้แต่งงานกับมู่ชิงเกอ ที


เป็นแค่คนไร้ค่า แม้ว่าเขาจะหน้าตาหล่อเหลาเป็นหนึง


159


เพียงใด แต่จะคู่ควรกับลูกสาวของแม่ได้อย่างไร แต่ว่านี


เป็นคําสังของไทเฮา ขนาดฮ่องเต้เองก็ไม่อาจขัดพระ


บัญชาได้ เราก็ทําได้แค่ทน แต่ถึงแม้จะเป็นอย่างนัน แต่


เราก็ต้องทําให้มู่ชิงเกอมีค่าขึนมา ให้เขามาเป็นเครือง


มือของเรา มู่ชิงเกอเป็นหลานชายสายตรงเพียงคนเดียว


ของมู่ซง ถ้าลูกสามารถทําให้เขามาเป็นพวกเดียวกับเรา


ได้ จะเป็นผลดีต่อสิงทีลูกจะทําในอนาคต อีกอย่าง ยิง


เพราะมีความสัมพันธ์กับฉางเล่อ ก็จะไม่มีใครกล้าพูดได้


ว่าลูกแอบวางแผนเพือจะดึงเอาทายาทของตระกูลทีมี


เส้นสายเพือมาเพิมกําลังให้กับตนเองอย่างลับๆ แต่ลูก


กลับ......”


สีหน้าของฉินจินห้าวทีถูกตําหนิดูเปลียนไป เอ่ยอย่างขอ


ลุแก่โทษว่า “เสด็จแม่......”


160


เหตุผลพวกนีไม่ใช่ว่าเขาไม่เข้าใจ แต่ว่าเสด็จแม่ไม่รู้ว่า


ความอึดอัดจากการทีต้องใกล้ชิดมู่ชิงเกอ แล้วต้องทํา


เป็นฝืนยิมแกล้งทําตัวเป็นคนอ่อนโยนนันมันทรมาน


ขนาดไหน


เป็นแค่คนไร้ค่าและเป็นจอมเสเพลทีไร้ประโยชน์ เจ้าคน


ชอบไม้ป่าเดียวกันน่ารังเกียจ ทําไมเขาต้องไปเสียเวลา


เข้าใกล้คนแบบนันด้วย แค่คิดก็ทําให้เขารู้สึกขยะแขยง


จนกินอะไรไม่ลงแล้ว


ในตระกูลมู่ ถ้าเปลียนเป็นใครอีกคนทีมาหลงรักเขาแบบ


นีล่ะก็……อย่างเช่นเป็นป๋ายซีเยวีย ทีอาศัยอยู่ในจวน


161


ตระกูลมู่นางนัน


ผิวพรรณขาวเนียนนุ่ม เงาร่างอันบอบบางพลันโผล่เข้า


มาในหัว ทําให้ฉินจินห้าวตกอยู่ในภวังค์


“ห้าวเอ๋อร์ ห้าวเอ๋อร์?”


เสียงไม่พอใจของเจียงกุ้ยเฟยดึงสติของฉินจินห้าวกลับ


มา


ตอนทีเขาสบตากับนาง ก็ได้ยินการอบรมสังสอนอย่าง


เข้มงวด “ลูกคิดอะไรอยู่? แม่คุยกับลูกอยู่ ลูกกลับ


เหม่อ? ถ้าจิตใจลุกไม่อยู่กับเนือกับตัวแบบนี ดูแล้ว


162


เหมือนว่าลูกจะไม่อยากดําเนินแผนการขันต่อไปแล้ว


เรืองของตระกูลมู่ครังนี สิงทีลูกทําทําให้แม่ผิดหวังจริงๆ


เพือให้ลูกจําเรืองนีให้ขึนใจ และต่อไปจะได้รู้จักควบคุม


ตัวเอง แม่ขอลงโทษลูกด้วยการกักบริเวณ 10 วัน ใน 10


วันนี ลูกต้องอยู่แต่ในตําหนักรุ่ยอ๋อง ศึกษาแผนและ


กลยุทธ์ทางการทหาร เรืองตระกูลเหอก็คงต้องหยุดไป


ก่อน รอให้ข่าวลือเงียบไปลูกค่อยไปปลอบใจตระกูลเห


อ ลูกยังไม่ได้ขึนนังบัลลังก์ หากไปตัดขาดตระกูลเห


อแบบนัน เกรงว่าจะทําให้ใครต่อใครไม่พอใจ พอเถอะ


แม่เหนือยแล้ว ลูกกลับไปก่อนเถอะ”


ฉินจิวห้าวเดินออกจากตําหนักฟ่งหยีด้วยสีหน้าไม่ค่อยดี


นัก


163


หลายปีทีผ่านมา เขาไม่เคยได้รับคําติเตือนทีรุนแรง


ขนาดนีมาก่อนเลย!


เป็นเพราะมู่ชิงเกอคนเดียว!


หลังจากโทษทุกอย่างว่าเป็นความผิดของคนทีตน


เกลียดแล้ว ใบหน้าอันหล่อเหลาของฉินจินห้าวก็ยังคงดู


บูดเบียวอยู่เล็กน้อย มือทีซ่อนอยู่ในแขนเสือกําแน่นเป็น


หมัด


‘จะต้องมีสักวัน ข้าจะฆ่าเจ้าเสีย เพือล้างความอัปยศ


อดสูทีเจ้านํามาให้ข้า!’


164


ตอนที 19 ร่างกายทีเปลียนไป เชิญเธอเข้าวัง


165


สวนสระเมฆา ตระกูลมู่


ฟ้าค่อยๆ สว่าง ช่วงรอยต่อระหว่างความมืดและแสง


สว่าง ปรากฏแสงสีส้มอมแดงทีเริมส่องประกาย


มู่เกอทีนังขัดสมาธิฝึกเวทพลังอยู่บนเตียงลืมตาทังสอง


ข้างขึนแล้วถอนหายใจออกมา


เมือลืมตาขึน ก็สบตาเข้ากับร่างโปร่งแสงทีลอยอยู่ห่าง


จากเธอไปไม่ถึง 3 ฉือ


166


“เจ้าฝึกฝนพลังได้แล้ว!” นําเสียงเต็มไปด้วยความดีใจ


บวกกับท่าทางทีตืนเต้น


เป็นครังแรกทีมู่เกอเห็นมู่ชิงเกอมีอารมณ์ทีหลากหลาย


แบบนี


“ได้แล้วหรือ ทีแท้ความรู้สึกทีเหมือนมีอะไรพุ่งเข้ามาใน


ทุกส่วนของร่างกายแบบนัน เป็นผลจากการทีดึงพลังเข้า


ไปในตัวหรือ” เทียบกับความดีใจและไม่อยากจะเชือ


ของมู่ชิงเกอแล้ว มู่เกอดูนิงมาก


มู่เกอไม่ได้อธิบายให้มู่ชิงเกอหายข้องใจ เธอก้มหน้าลง


ค่อยๆ คิดย้อนไปถึงความรู้สึกจากการฝึกเวทพลังเมือ


167


คืน


เมือคืน หลังจากทีกลับจากห้องหนังสือของมู่ซง เธอก็สัง


ให้โย่วเหอและฮวาเยวียออกไป หลังจากนัน เธอถึงมี


เวลาฝึกเวทพลังตามทีมู่ชิงเกอบอก


เริมแรก เธอไม่ได้รู้สึกอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว


ราวกับว่า เป็นเพราะวิญญาณของเธอเป็นวิญญาณของ


คนในยุคปัจจุบัน จึงไม่อาจรับรู้ได้ถึงเคล็ดในการฝึกเวท


พลังของคนยุคโบราณ


แต่ว่า ตอนทีเธอพยายามท่องเคล็ดวิชานันในใจซําไปมา


168


สงงบจิตใจของตนเองลง เธอก็รู้สึกเเปลกๆ ราวกับว่าเธอ


สามารถสัมผัสได้ว่ารอบๆ ตัวเธอมีอะไรบางอย่างทีส่อง


ประกายแววววาว เต็มไปด้วยพลังจํานวนมากวนเวียน


ไปมาอยู่รอบๆ ตัว แสงพวกนันไม่สามารถจับต้องได้ แต่


ราวกับว่ามันโดนเรียก ให้วิงเข้าสู้ผิวหนังทุกส่วนของตัว


เธอ และไหลเวียนไปตามเส้นเลือด


ความรู้สึกอบอุ่น ค่อยๆ พุ่งขึนมาจากก้นบึงของจิตใจ


ความรู้สึกแบบนีเหมือนอยู่เพียงแค่ครู่เดียวเท่านัน พอ


เธอหลุดจากความรู้สึกแบบนัน เธอก็ลืมตาขึน คําว่าชัว


ครู่หนึงของตัวเธอ ในความเป็นจริงแล้ว มันคือทังคืน


169


“ดูเหมือนว่า ยาเปลียนแปลงดีเอ็นเอนีจะไม่ทําให้ข้าผิด


หวัง” มู่เกอพึมพํา ไม่ว่าอย่างไร เธอก็สามารถฝึกฝนพลัง


ได้แล้ว มิใช่หรือ?


เมือสามารถฝึกพลังได้แล้ว เธอจะค่อยๆ ทําให้คนบาง


คนรู้ว่า อะไรทีเรียกว่า คนไร้ค่า!


นึกถึงอันตรายรอบด้านทีตระกูลมู่ต้องเผชิญ และเธอก็


ถูกดึงเข้าไปอยู่ในนันด้วย มู่เกอก็ยิมอย่างเยือกเย็น


“เจ้าทําอย่างไร? เหตุใดจึงฝึกได้” มู่ชิงเกอคิดย้อนไปถึง


ร่างกายในอดีตของนาง ในสายตาเต็มไปด้วยความ


สับสน


170


ถ้าเกิดปาฏิหาริย์แบบนีขึนตอนนางยังมีชีวิตอยู่ บางที


ทุกอย่างก็อาจจะไม่เป็นเช่นนีก็ได้


มู่เกอเหลือบมองนาง ลุกขึนปัดชุดผ้าไหมสีแดงดังเปลว


เพลิงของตนเอง พูดอย่างเรียบเฉยว่า “ไม่ได้ทําอะไรนี


ไม่แน่ว่านีอาจจะเป็นสิงทีฟ้าส่งมาให้เป็นของขวัญหลัง


การฟืนคืนชีพก็ได้”


มู่ชิงเกอไม่ได้ติดตามตัวเธออยู่ตลอดเวลา หรือควรจะ


บอกว่า นางจะปรากฏตัวขึน ในเวลาทีมู่เกอต้องการ


เพราะฉะนัน เรืองการเปลียนแปลงดีเอ็นเอ มู่ชิงเกอไม่รู้


และมู่เกอก็ไม่คิดทีจะบอกด้วย


171


“เจ้าสามารถฝึกฝนเวทพลังได้แล้ว นีถือว่าเป็นข่าวดี รีบ


ไปบอกท่านปู่เร็วเข้า!” จริงๆแล้ว มู่ชิงเกอก็รู้ว่าตอนนีตน


เองเป็นแค่วิญญาณ แม้ว่าร่างกายจะสามารถฝึกเวท


พลังได้แล้ว แต่ก็ไม่เกียวข้องอะไรกับนาง แต่นางเพียง


อยากจะให้มู่เกอบอกเรืองราวปาฏิหาริย์นีให้มู่ซงได้รับรู้


บางที อาจเป็นเพราะการทีร่างกายนางไม่อาจฝึกเวท


พลังได้ จึงทําให้ภายในจิตใจลึกๆ ของหญิงสาวรู้สึกผิด


ต่อมู่ซงนัก


แต่ว่า มู่เกอกลับส่ายหน้าปฏิเสธ “สถานการณ์ของตระกู


ลมู่ในตอนนี เรืองบางเรืองไม่พูดจะดีกว่า” มู่เกอยกมือ


ขึนหยุดสิงทีมู่ชิงเกอกําลังจะพูด สายตากระจ่างใสแต่


172


เย็นชามองไปทีนาง “จะบอกเมือไหร่นัน ข้าจะตัดสินใจ


เอง”


ไม่ใช่ว่าเธอไม่เชือใจมู่ซง แต่เรืองนีมีคนรู้มากขึน 1 คน ก็


จะต้องเสียงอันตรายมากขึนอีก 1 ส่วน


ในสถานการณ์ทีไม่สามารถปกป้องตัวเองได้แบบนี เธอ


ไม่อยากตกเป็นเป้าหมายของใคร


ตอนนีเรืองทีตระกูลมู่มีผู้สืบสกุลทีเป็นจอมเสเพลไร้ค่าที


ไม่อาจฝึกเวทพลังได้อยู่นันเป็นสิงทีทุกคนคิดว่าเหมาะ


สมดีแล้ว


173


มู่ชิงเกอเงียบ ในสายตาแฝงด้วยความรู้สึกไม่เห็นด้วย


มู่เกอไม่อยากจะสนใจ แต่เลิกคิวถามนางว่า “เจ้าลอง


คิดดูว่ายังมีเรืองอะไรอีกทีปิดบังข้าอยู่ คิดดูให้ละเอียด


แล้วเรียบเรียงให้ดี จากนันก็ค่อยเล่าให้ข้าฟังอย่างไม่มี


ตกหล่น”


เมือคืนตอนทีเธออยู่ในห้องหนังสือของมู่ซง เรืองของคู่


หมายทําให้เธอตกใจจนแทบจะตังสติไม่ได้


มู่เกอใช้นําเสียงแฝงแววข่มขู่ ทําให้ร่างโปร่งแสงของมู่ชิง


เกอเสียงสัน นางเม้มปากแน่นแล้วก้มหน้าลง


174


“คุณชายตืนหรือยังเจ้าคะ? มีกงกงจากในวังมาถ่ายทอด


ราชโองการ นายท่านผู้เฒ่าให้บ่าวมาตามท่าน” จู่ๆ


เสียงของโย่วเหอก็ดังขึนทีด้านนอกประตู


คนจากในวังมาหรือ?


มู่เกอขมวดคิวอย่างแปลกใจ กวาดสายตามองมู่ชิงเก


อแวบหนึง เปิดประตูแล้วเดินออกไป


ฝึกจิตมาทังคืน เธอไม่เพียงแต่ไม่รู้สึกเหน็ดเหนือย แต่


กลับเต็มไปด้วยชีวิตชีวา


..................


175


เมือมาถึงโถงหลักในเรือนหน้าของตระกูลมู่พร้อมกับโย่ว


เหอ มู่เกอก็เห็นขันทีทีมาถ่ายทอดราชโองการจากในวัง


เขานังอยู่บนเก้าอีในโถงหลัก มือข้างหนึงประคองม้วน


ผ้าไหมสีเหลือง ส่วนมืออีกข้างก็ใช้นิวกรีดกรายยกชาขึน


ดืม ใบหน้าทาแป้งหนากว่าผู้หญิงเสียอีก


เอวทีแค่บิดก็คงจะหักนันรัดไว้ด้วยสายรัดเอวทีด้านบน


ปักด้วยภาพปักทีหลากหลาย


คนแบบนีมาปรากฏตัวทีจวนตระกูลมู่ ทําให้มู่เกอรู้สึก


เย็นวูบ


176


ทีตําแหน่งประธานมีมู่ซงนังอยู่ด้วย แน่นอนไม่ใช่เพราะ


ว่าตัวกงกงมีอํานาจยศศักดิมาก แต่เป็นเพราะม้วนผ้า


ไหมสีเหลืองในมือเขาต่างหาก


“โอ คุณชายมาแล้ว! ท่านให้ข้ารอนานมาก”


เสียงทีจงใจดัดให้ฟังดูนิมนวล พลันทําให้มู่เกอรู้สึกขน


ลุกขนพองทันที ในใจนึกอยากจะอาเจียนอออกมา


‘เจ้าตัวประหลาด! ไปให้ไกลๆ จากข้าเลยนะ!’


มู่เกอก็ทําหน้านิง ปัดกลินแป้งทีลอยมาจากใบหน้าเขา


177


แล้วเดินไปหามู่ซง


มู่ซงเห็นปฏิกิริยาของหลานชาย ก็แอบหัวเราะแล้วพูดว่า


“หวงกงกง เกอเอ๋อร์ก็มาแล้ว ท่านอ่านราชโองการเถิด


อย่าทําให้เรืองขององค์ฮ่องเต้ต้องล่าช้า”


หวงกงกงเห็นว่ามู่เกอหลบเลียงเขาอย่างชัดเจนถึงเพียง


นี ก็ใช้สายตาปันปึงมองเธอครู่หนึง จากนันจึงค่อย


กระแอมไอทีหนึง ก่อนเปิดม้วนผ้าไหมสีเหลืองในมือ ชู


คอขึนอ่านเสียงดัง “รับราชโองการ ฝ่าบาทมีรับสัง.......


เรียกตัวมู่ชิงเกอเข้าวัง เป็นพระกรุณาธิคุณยิงแล้ว!”


ระหว่างทีถ่ายทอดคําสังนันสองปู่หลานไม่คุกเข่าไม่


178


คารวะ ขันทีผู้ถ่ายทอดราชโองการก็ไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไร


อย่างไรเสีย ทีเขามาก็เพือมาส่งข่าว ไม่ได้มีเรืองใหญ่โต


อะไร อีกอย่างด้วยฐานะของหย่งหนิงกงในแคว้นฉิน แน่


นอนว่าไม่ต้องโขกหัวคํานับ ส่วนคุณชายก็เป็นจอม


เสเพลหยิงยโสทีมีนายท่านผู้เฒ่าคอยรักและให้ท้าย แน่


นอนว่าก็ไม่ต้องทําเช่นกัน


หวงกงกงรู้ดี ว่าท่าทีของสองปู่หลานนี แม้ว่าจะไปอยู่ต่อ


หน้าฮ่องเต้ก็คงจะยังเป็นเหมือนเดิม


เพราะฉะนันก็ทําเป็นเอาหูไปนา เอาตาไปไร่เสียจะดีกว่า


179


"คุณชาย ท่านเตรียมตัวเสร็จหรือยังขอรับ ถ้าเสร็จแล้ว ก็


ไปพร้อมกับข้าเถิด อย่าทําให้องค์ฮ่องเต้ต้องคอยนาน"


หวงกงกงส่งราชโองการให้แก่มู่เกอ พูดด้วยใบหน้า


ประจบประแจง


ในมือของมู่เกอถือราชโองการสีเหลืองของฮ่องเต้เอาไว้


พึมพําในใจว่า : เข้าวังไปพบฮ่องเต้งันรึ?


180


ตอนที 20 ไทเฮาทรงเรียกพบ คู่หมายมาแล้ว


ตําหนักฉือเสียง พระราชวังแคว้นฉิน


181


สถานทีแห่งนีเป็นทีประทับขององค์ไทเฮา ห่างไกลจาก


ท้องพระโรงและสามวังหกตําหนักของฮ่องเต้


ไทเฮาในตอนนี ซึงก็คือพระมารดาผู้ให้กําเนิดฮ่องเต้


หลังจากทีฮ่องเต้ขึนครองราชย์ พระนางก็อยู่แต่ในตํา


หนักฉือเสียงน้อยครังนักทีจะออกมา


วันปกติ หากไทเฮาไม่ได้เรียกให้เข้าเฝ้า ไม่ว่าจะเป็นผู้ใด


ก็ยากทีจะเข้าไปในตําหนักฉือเสียงได้ แต่วันนี ประตูตํา


หนักฉือเสียงกลับเปิดกว้าง ดูท่าจะต้องมีผู้ใดมาแน่ๆ


เสียงหัวเราะดังมาจากด้านในตําหนักฉือเสียง


182


เสียงหัวเราะนันมีความน่าเกรงขามด้วยวัยทีมากกว่า ไร้


ซึงความหยิงยโส


แม้จะเป็นแบบนัน แต่คนทีมาเข้าเฝ้าถวายพระพรก็ไม่มี


ใครกล้าประมาทเจ้าของเสียงนีแม้แต่น้อย กระทังผู้ที


องค์ฮ่องเต้โปรดปรานมากทีสุดในตอนนีอย่างเจียงกุ้ย


เฟยเอง ยามนีก็ทําได้เพียงยิมๆ สังเกตอารมณ์ของผู้ที


นังอยู่บนทีพระนังอย่างระมัดระวัง


ในตําหนักหลัก นอกจากนางกํานัลแล้ว มีคนอยู่ไม่เกิน 4


คน


183


ในนันมีหญิงชราคนหนึงนังอยู่บนเก้าอีเจ้าของตําหนัก


แม้ว่าใบหน้าจะดูชรา แต่ก็ยากทีจะลบเลือนความสง่า


งามเมือครังอดีตไปได้ นางสวมชุดตัวยาวทีทํามาจากผ้า


ไหมเนือดีหรูหรางดงาม ด้ายสีทองปักเป็นลวดลายหงส์


ทีเป็นสัญลักษณ์ของหญิงสูงศักดิในราชวงศ์ บนศีรษะ


กลับไม่ได้ประดับเครืองประดับอะไรมากนัก บนข้อมือ


ซ้ายของนางสวมลูกประคําทีทํามาจากไม้ของต้นโพธิที


แกะสลักออกมาอย่างประณีต


ด้านหลังนาง มีแม่นมชราคนหนึงยืนอยู่ แม่นมผู้นันใบ


หน้ามีรอยยิมบางๆ ยืนอยู่ด้านข้างอย่างสงบ


การยืนแบบนี ทําให้สามารถรับรู้ได้ว่าแม่นมชราทีอยู่ต่อ


หน้าหญิงผู้สูงศักดิทีสุดในแคว้นฉิน มีตําแหน่งใด


184


ด้านซ้ายขวาของไทเฮา มีหญิงสาวสองนางนังตัวตรง


ด้วยท่าทางเรียบร้อย ดูจากรูปลักษณ์ภายนอกทีดูคล้าย


กันอยู่หลายส่วนของพวกนาง และความห่างกันของอายุ


แล้ว ก็พอจะดูออกว่าพวกนางเป็นแม่ลูกกัน


แต่ว่า เมือเทียบกับใบหน้าอันเย้ายวนของผู้เป็นมารดา


แล้ว บนร่างของสาวน้อยผู้สูงศักดินางนันมีความเป็น


กุลสตรีทีมันใจในตัวเอง ดูสูงส่งและนิงสงบเพิมเข้ามา


ด้วย


“ไทเฮา ท่านทรงอย่าล้อเหยาเอ๋อร์เล่นเลยเพคะ นางยัง


เด็ก หม่อมฉันยังอยากให้นางอยู่เป็นเพือนหม่อมฉันไป


อีกหลายๆ ปี” เจียงกุ้ยเฟยเอาผ้าเช็ดหน้าทีถือไว้มาปิด


185


ปากแล้วหัวเราะเบาๆ ท่าทางออดอ้อน


เกรงว่า ผู้ทีกล้าเสแสร้งแสดงท่าทางออดอ้อนแบบนีกับ


ไทเฮาต่อหน้าบุตรสาวคงจะมีแต่เจียงกุ้ยเฟยผู้นีเท่านัน


ทีทําได้


สําหรับการแสดงออกของผู้เป็นมารดานัน องค์หญิงฉาง


เล่อฉินอีเหยาทีนังอยู่ข้างๆ ไม่ได้แสดงความรู้สึกอะไร


ออกมามากนัก ใบหน้าสงบนิง ราวกกับว่าผู้ทีไทเฮาพูด


ถึงเมือครู่นันไม่ใช่ตัวนางอย่างไรอย่างนัน


ไทเฮานับลูกประคําในมืออย่างเนิบช้า หัวเราะเเล้วต


◌ําหนิเจียงกุ้ยเฟยว่า “ยังเด็กอะไรกัน? ในแคว้นฉินเรา


186


ผู้หญิงอายุ 13 ปีก็ถึงวัยปักปิน สามารถแต่งงานออก


เรือนได้แล้ว อายุของเหยาเอ๋อร์ปีนีก็ 15 โตเป็นสาวแล้ว


หากไม่ใช่เพราะว่าต้องรอให้เจ้าหนุ่มตระกูลมู่เข้าพิธี


สวมหมวกเสียก่อน ป่านนีเจ้าก็คงจะได้อุ้มหลานแล้ว”


เจียงกุ้ยเฟยริมฝีปากแข็งทือ แอบมองลูกสาวเเวบหนึง


แต่เห็นเพียงนางนังนิงราวกับรูปสลักอันสง่างาม ไม่ได้มี


ท่าทีเขินอายแบบทีหญิงสาวทัวไปพึงมีเมือได้ยินเรือง


แต่งงานของตนเองเลยสักนิด สีหน้าก็เคร่งขรึมลง


ดีทีไทเฮาไม่ได้ทรงสังเกต แต่ตรัสเอาเองว่า “ลองนับวัน


เวลาดูแล้ว เจ้าหนุ่มบ้านตระกูลมู่ก็ใกล้ถึงเวลาเข้าพิธี


สวมหมวกแล้วสินะ”


187


คําพูดของพระนาง เหมือนพึมพํากับองค์เอง แต่ก็ราวกับ


กําลังกําลังเอ่ยถาม


แม่นมทีคุ้นชินกับท่าทางของพระนางแล้ว ค่อยๆ ค้อม


กายลงแล้วพูดเสียงตําว่า “ใช่แล้วเพคะ อีก 1 ปี คุณชาย


ตระกูลมู่ก็จะเข้าพิธีสวมหมวกแล้ว” ถ้าได้เข้าพิธีสวม


หมวก ก็แสดงว่าโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ถ้าอย่างนัน เรืองงาน


มงคลระหว่างตระกูลมู่กับทางราชวงศ์ก็ควรจะเริม


กําหนดวันได้แล้ว


ไทเฮาพยักหน้า ในพระทัยได้มีแผนเอาไว้แล้ว


188


เท่าทีนางเห็น เลือดเนือเชือไขของตระกูลมู่ก็เหลือพียงมู่


ชิงเกอคนเดียวและมู่ชิงเกอก็เป็นแค่พวกเสเพลไม่เอา


ไหน ถ้าให้เขาสืบทอดตระกูลมู่ แน่นอนว่าตระกูลมู่จะ


ต้องจบสินลงอย่างแน่นอน บัดนี ทางราชวงศ์ได้ยกองค์


หญิงผู้สูงศักดิให้แต่งเข้าตระกูลมู่ ยังไม่ต้องพูดถึงว่าใน


อนาคตเชือสายของตระกูลมู่จะถูกกลืนด้วยอํานาจของ


ราชวงศ์ ชือเสียงของตระกูลมู่เองก็จะดีขึนด้วย แล้วจะ


ลําบากคิดวางแผนจนนํามาซึงการนองเลือดทําไม?


ไทเฮาดําริในใจ มองไปทางฉินอีเหยาทีไม่พูดอะไรสักคํา


ใบหน้าดวงนัน ได้จุดเด่นของบิดามารดามา ใบหน้างด


งามเปียมเสน่ห์ดังดอกไม้ สวยงามดังเทพธิดา จนได้รับ


การขนานนามว่า งามเป็นหนึงในปฐพี และสิงทีพิเศษ


กว่านันคือ นางเกิดมาพร้อมกับความสูงศักดิและโดด


189


เด่น ยิงทําให้นางดูน่าดึงดูดยิงกว่าหญิงสาวทัวไป


ยกคนแบบนีให้กับจอมเสเพลตระกูลมู่ ก็ไม่ถือว่าทําให้


พวกเขาเสียเปรียบแต่อย่างใด


ไทเฮาแอบถอนหายใจ ตรัสกับฉินอีเหยาด้วยความรัก


และเอือเอ็นดูว่า “เหยาเอ๋อร์ของเรายิงโตก็ยิงสวย เจ้า


เด็กตระกูลมู่นีช่างโชคดีจริงๆ เลย”


“เสด็จย่าก็ชมเกินไปเพคะ” เมือโดนไทเฮาระบุชือ ฉินอี


เหยาใบหน้าก็ยังคงนิงเฉย เพียงตอบไปตามมารยาท


ของวังหลวงเท่านัน


190


นําเสียงตอบแบบพอเป็นพิธีและเย็นชา ทําให้เจียงกุ้ย


เฟยเริมกลัวว่าลูกสาวจะทําให้ไทเฮาไม่พอพระทัยและ


อาจทําให้ไทเฮาหาเรืองลงโทษนางได้


ฉะนันนางจึงตําหนิว่า “เหยาเอ๋อร์ควรต้องตอบไทเฮา


อย่างไร ธรรมเนียมปฏิบัติทีแม่สอนเจ้าไป เจ้าลืมหมด


แล้วรึ?”


"เหยาเอ๋อร์ไม่กล้าลืมหรอกเพคะ” ฉินอีเหยาก้มหน้า นํา


เสียงทีตอบกลับยังคงนิงสงบเหมือนเดิม


“พอเถอะ พอเถอะไม่ใช่เรืองใหญ่อะไรเสียหน่อย นิสัย


เย็นชาของหยาเอ๋อร์ ข้าก็ไม่ได้เพิงรู้จักวันนีเสียเมือไร ที


191


เรียกให้พวกเจ้ามาในวันนี เพราะว่าฮ่องเต้ มีรับสังให้เจ้า


หนุ่มตระกูลมู่เข้าวัง” ไทเฮาพูดพร้อมโบกหัตถ์ไปมา


เจียงกุ้ยเฟยได้ยินแล้วนิงอึง แอบคิดในใจ : ฮ่องเต้มีคํา


สังให้มู่ชิงเกอเข้ามาในวัง ทําไมนางถึงไม่รู้ข่าวอะไรเลย


และฉินอีเหยาทีทําท่าทางเย็นชาไม่รู้สึกรู้สาราวกับเป็น


คนนอกก็มีปฏิกิริยาขึนมาในทันที ขนตางอนยาวงอน


ราวกับปีกผีเสือสันระริกเบาๆ


ยังไม่ทันทีเจียงกุ้ยเฟยจะเอ่ยอะไร ไทฮาก็ตรัสต่อว่า “ข้า


ให้คนไปเรียกเจ้าหนุ่มตระกูลมู่มาแล้ว ได้ข่าวว่าช่วงที


ผ่านมาเจ้าหนุ่มนันต้องประสบกับความทุกข์ยากมาไม่


192


น้อย พวกเจ้าทังสอง คนหนึงเป็นแม่ยายในอนาคตของ


เขาอีกคนเป็นว่าทีภรรยา วันนีต้องแสดงความเป็นห่วง


เป็นใยต่อเขาให้ดีล่ะ โดยเฉพาะเจ้าเหยาเอ๋อร์ เจ้ากับชิง


เกอก็นับได้ว่าเติบโตมาด้วยกัน แต่ว่าชายหญิงมีความ


แตกต่าง จึงทําให้ค่อยๆ ห่างเหินกันไป ยังไงสักวันเจ้าก็


ต้องแต่งเข้าตระกูลมู่ ความสัมพันธ์ระหว่างสามีภรรยา


ยิงลึกซึง อนาคตของเจ้าก็จะยิงมีความสุข วันนีเจ้าก็พา


ชิงเกอไปเดินเล่นในตําหนักเสียหน่อย รอเขาจะออกจาก


วังเมือไร เจ้าค่อยออกไปพร้อมเขา หลังจากนันเจ้าก็ค่อย


กลับตําหนักองค์หญิงฉางเล่อของเจ้าก็แล้วกัน”


สิงทีไทเฮาตรัสออกมาคือสิงทีพระนางตัดสินพระทัยแล้ว


ไม่เหลือพืนทีให้ปฏิเสธได้เลยแม้แต่น้อย


193


กฎหมายของแคว้นฉินกําหนดว่าองชายและองค์หญิง


เมือเติบโตเป็นหนุ่มเป็นสาวแล้วจะต้องย้ายออกจากวัง


เพือไปสร้างตําหนักเป็นของตัวเอง ตอนนีทียังอยู่ใน


พระราชวังก็คงมีแค่องค์ชายองค์ที 7 ทีพระชนมายุเพียง


9 ชันษาเท่านัน


“ไทเฮา คือ........อย่างไรเสีย เหยาเอ๋อร์ก็ยังไม่ได้แต่ง


งาน......” เจียงกุ้ยเฟยไม่ได้ยินดีกับการแต่งงานของบุตร


สาวตนเองตังแต่แรก จากทีนางดูนางสามารถหลอกใช้มู่


ชิงเกอจากการแต่งงานครังนีได้ก็จริงอยู่ แต่กลับไม่คุ้ม


ค่ากับบุตรสาวของนางเลย บุตรสาวของนางควรจะใช้


ประโยชน์ได้มากกว่านี


เช่น แต่งงานเชือมสัมพันธ์กับองค์ชายเมืองอืน แลกมา


194


ซึงความช่วยเหลือทีจะมีให้นางในอนาคต หรือจะใช้


ความสามารถอันโดดเด่นและรูปลักษณ์อันงดงามของ


บุตรสาว เพือให้ได้มาซึงพวกพ้องทีมีความสามารถ


อย่างไรก็ตาม บุตรสาวของนางทําไมจะต้องไปเสีย


เปรียบให้กับเจ้าเสเพลทีไม่สามารถกลับตัวกลับใจได้


แบบนันด้วย


แต่ว่าไทเฮากลับไม่เข้าใจ สะบัดแขนเสือกล่าวว่า “พอ


เถอะ ใต้หล้านีผู้ใดบ้างทีไม่รู้ว่าสวามีในอนาคตของเห


ยาเอ๋อร์เป็นผู้ใด ความสัมพันธ์ทีชัดเจนของทังสองคน


คนมากมายต่างก็อิจฉา ยังจะมาพูดไร้สาระอยู่ไย”


195


พูดจบไทเฮาก็ใช้สายตาทีเต็มไปด้วยความฉลาดหลัก


แหลมมองไปทีฉินอีเหยาแล้วกล่าวว่า “ทีย่าพูด เจ้าเข้า


ใจแล้วใช่ไหม”


ฉินอีเหยาเม้มปาก แพขนตาสันเทาอยู่หลายครัง แล้วจึง


ค่อยพยักหน้า “เหยาเอ๋อร์ทราบแล้วเพคะ”


“แบบนันสิถึงจะเป็นเด็กดี เป็นหลานรักของย่า องค์หญิง


แห่งแคว้นฉิน” ไทเฮาพยักหน้าอย่างพึงพอใจ


จบตอน

Comments