ตอนที 21-1 พบฉางเล่อครังแรก เปิดตํานานการจีบสาว
มู่เกอทีเดินออกมาจากห้องทรงพระอักษร หันหลังไป
มองประตูใหญ่ข้างหลังตัวเธอทีค่อยๆ ปิดลง แล้วปัดเสือ
เบาๆ ซึงทีจริงแล้วมันไม่ได้มีฝุ่นเกาะอยู่เลยแม้แต่น้อย
แล้วเดินตามขันทีน้อยไปทีตําหนักของไทเฮา
พอเธอเข้าวังมา ก็เข้าไปรออยู่ในห้องทรงพระอักษร
ไม่คิดว่ายังไม่ทันทีจะได้พบฮ่องเต้ กลับมีขันทีของ
ไทเฮามาหาแทน
1
บอกว่า หลังจากทีเธอคุยกับฮ่องเต้เสร็จแล้ว ให้ไปพบ
ไทเฮาเพือถวายพระพร
สุดท้ายฮ่องเต้ทียังไม่ปรากฏตัว ไม่รู้ว่าทรงทราบข่าวนี
ได้อย่างไร ไล่เธอออกมาเหมือนไล่ขอทาน แล้วยัง
บอกอย่างใจกว้างว่า ถ้าไทเฮาทรงอยากพบ ก็ไม่กล้าที
จะให้พระองค์ต้องรอนาน ให้เธอรีบไปก่อน วันหลังค่อย
เรียกเธอเข้าวัง
ฮ่องเต้เฮงซวย เอาเเต่ใจอย่างนีเลยรึ?
มู่เกอสายตาเย็นเยียบ ระหว่างทาง ก็สังเกตบรรยากาศ
2
ของพระราชวังไปด้วย และคาดเดาจุดมุ่งหมายของการ
กระทําของฮ่องเต้ไปด้วย
อยากจะให้คนอืนๆ เห็นว่าเขายังคงปลาบปลืมตระกูลมู่
อยู่ แต่ก็ขีเกียจทีจะเสวนากับจอมเสเพลอย่างเธอ ดังนัน
จึงไล่เธอออกไปซึงๆ หน้าอย่างนี
หรือว่าทีเรียกเธอเข้าวังในวันนี ก็เพือทีจะทําให้เธออับ
อายขายขีหน้า
เหอๆ~!
จิตใจของฮ่องเต้นัน ยากทีจะเข้าใจจริงๆ
3
มู่เกอแอบด่าในใจแล้วส่ายหน้า ไม่ได้มีความประทับใจ
ทีดีกับฮ่องเต้ของฉินเลยแม้แต่น้อย
แน่นอนว่าตอนนีตระกูลมู่กําลังจะแย่ คงจะให้เธอเกิด
ความประทับใจทีดีกับหัวหน้าผู้ร้ายแบบนีไม่ได้หรอก
มู่เกอยังจําได้แม่นว่าคืนแรกทีเธอกลับมาถึงจวนตระกู
ลมู่ คําพูดทีท่านอามู่เหลียนหรงพูดกับเธอ ‘อุบัติเหตุ’ ที
เกิดขึนครังแล้วครังเล่าและพรากชีวิตของหนุ่มสาวตระกู
ลมู่ไปนัน
ท่านอาไม่เชือว่านันเป็นเพียงแค่อุบัติเหตุ ดูจาก
4
ประสบการณ์เมือชาติทีแล้วของเธอแล้ว เธอเองก็ไม่เชือ
เช่นกัน
ถ้าอย่างนัน คนร้ายทีอยู่เบืองหลังเป็นใครกันแน่นะ?
ราวกับว่า ขอเพียงหาผู้ทีไม่ต้องการให้ตระกูลมู่สืบทอด
ตระกูลต่อไปได้จนเจอ ก็จะสามารถรู้ได้ว่าผู้ต้องสงสัย
เป็นใคร
คนๆ นันคือใครกันนะ?
ตอนนี มู่เกอออกห่างจากห้องทรงพระอักษรมามากแล้ว
มองไปข้างหน้า เห็นเพียงชายคาทรงแหลม แววตาอัน
5
กระจ่างใส พลันมีความมืดครึมวาบผ่าน เธอเก็บซ่อน
อารมณ์บนใบหน้า เดินตามคนของตําหนักฉือเสียงไป
ข้างหน้าเรือยๆ
มู่ชิงเกอคนก่อนเคยมาตําหนักฉือเสียงของไทเฮาหรือ
เปล่านัน มู่เกอไม่ทราบ อย่างไรก็ตาม สําหรับเธอแล้วนี
เป็นครังแรกทีได้เข้าไปยังห้องนอนของผู้ทีสูงส่งทีสุดใน
แคว้นฉิน
สายตาไม่หยุดทีจะมองไปรอบๆ สุดท้ายก็มาหยุดทีหญิง
ชราผู้สูงส่งเจ้าของตําหนักฉือเสียง
มู่เกอก้มหน้าลงทําความเคารพตามแบบทหาร “มู่ชิง
6
เกอถวายพระพรองค์ไทเฮา ทรงพระเจริญ พันปี พันปี
พันพันปี”
ไทเฮายิมและพยักหน้าเบาๆ ตอบรับ
แต่ว่าเธอยังไม่ทันได้พูดอะไรเสียงแหลมสูงของเจียงกุ้ย
เฟยก็ดังขึน “บังอาจ! ทําไมถึงทําความเคารพไทเฮาตาม
แบบทหารเช่นนี? แล้วทําไมไม่คุกเข่าลง”
มู่เกอมองนางนิงๆ ขมวดคิวคิดในใจ : ในวังช่างเป็นทีๆ
เต็มไปด้วยสีสันจริงๆ พีสาวคนสวยคนนีเป็นใครกัน?
และยังมี-------
7
มู่เกอมองไปข้างๆ เห็นสาวน้อยทีหน้าตาคล้ายคลึงกับ
ผู้หญิงนางนี
เป็นเด็กสาวทีเย็นชาจัง ใบหน้านันบึงตึงราวกับทุกคน
ติดค้างอะไรนางอยู่อย่างนันล่ะ
มู่เกอกระตุกมุมปาก ถอนสายตากลับมา เงยหน้ายืดอก
พูดกับไทเฮา “ในตระกูลมู่ตังแต่ท่านปู่ลงมาก็เป็นทหาร
กันหมดถึง แม้ว่าชิงเกอจะไร้สามารถ แต่ก็คลุกคลีอยู่กับ
พวกม้าพวกทหาร คุ้นชินกับการทําสงคราม ชิงเกอคิดว่า
การทําความเคารพไทเฮาตามแบบของทหารจึงจะเป็น
การแสดงความเคารพนับถือทีสูงสุดพะยะค่ะ” แน่นอน
ว่าเธอจะไม่พูดว่าเธอไม่อยากคุกเข่าลงต่อหน้าหญิงชรา
ทีไม่รู้จัก ก็เลยแกล้งทําแบบนัน
8
“เจ้า ! เถียงคําไม่ตกฟาก” เจียงกุ้ยเฟยโกรธจนควันออก
หู
ไอ้เจ้าเด็กบ้านี ยังคงอวดดีไม่เลิก ลูกสาวของนางจะคู่
ควรกับคนแบบนีได้อย่างไร ทังหมดเป็นความผิดของ
ไทเฮา เลือกคนมัวซัว แล้วยังขอให้ฮ่องเต้พระราชทาน
สมรสให้อีก
คิดถึงตรงนี สายตาทีเจียงกุ้ยเฟยมองไทเฮานันก็แฝงไป
ด้วยความโกรธ
“ไม่เป็นไร พวกเจ้าทุกคนพอเจอข้า ต่างก็คุกเข่าลง การ
9
ทําความเคารพตามแบบทหารนี ข้ายังไม่เคยได้รับ เจ้า
หนุ่มตระกูลมู่ช่างรู้วิธีการมาทําให้ข้าเบิกบานใจเสีย
จริง”
เห็นได้ชัดว่าไทเฮาเข้าข้างมู่ชิงเกอ
ตรงจุดนี ไม่ใช่แค่เจียงกุ้ยเฟยทีดูออก แต่มู่เกอก็สัมผัส
ได้
ดวงตาเธอสาดประกาย แอบคิดในใจว่า : แปลกมาก
แปลกจริงๆ ลูกชายไม่สนใจไยดีเธอ แต่องค์ไทเฮากลับ
ลําเอียงเข้าข้างเธอแบบนี น่าสนุกนี จะมาไม้ไหนอีกล่ะที
นี
10
“เจ้าหนุ่มตระกูลมู่ เจ้ายังไม่เคยเจอแม่ยายในอนาคต
และว่าทีภรรยาของตัวเองใช่ไหม?” จู่ๆ ไทเฮาก็
พูดกระเซ้าเธอ ขัดจังหวะความคิดและอารมณ์ของมู่เก
อลง
เมือวาน เธอเพิงรู้ว่าตัวเองมีคู่หมันทีมีฐานะไม่ธรรมดา
วันนีก็ต้องเจอทังเด็กทังแก่พร้อมกันเลยงันเหรอ
มู่เกอโค้งริมฝีปาก ฐานะของสองแม่ลูกทีทําให้เธอสงสัย
ในตอนแรก เพราะ ‘คําชีเเนะ’ ของไทเฮา ตอนนีเธอรู้แล้ว
โชคร้ายอะไรของเธอต้องมาเจอกับเรืองแบบนีนะ
11
ว่าทีภรรยา.....ว่าทีภรรยา......อีๆ ชาติทีแล้วเธอไปทํา
กรรมอะไรไว้
มู่เกอสีหน้าเปลียนไปมา หันหน้าไปหาเจียงกุ้ย
เฟยและองค์หญิงฉางเล่อ ทําความเคารพ “ชิงเกอคาร
วะกุ้ยเฟยเหนียงเหนียงและองค์หญิง” หลังจากทีรู้ว่าตน
เองมีคู่หมัน มู่เกอได้ข้อมูลจากมู่ชิงเกอมาอีกมาก
เธอรู้ว่า มารดาขององค์หญิงฉางเล่อทีมีสัญญาแต่งงาน
กับเธอเป็นกุ้ยเฟยทีฮ่องเต้รักมากทีสุดในตอนนี แซ่เจียง
ไม่เพียงเท่านัน หญิงแซ่เจียงนียังเป็นแม่แท้ๆ ของฉินจิน
ห้าวด้วย
12
นันก็หมายความว่า ถ้าเธอเเต่งงานกับองค์หญิงฉางเล่อ
รุ่ยอ๋องฉินจินห้าวทีเจ้าของร่างคนเดิมรักก็จะกลายเป็นพี
ภรรยาของนางไป
ความสัมพันธ์บ้าบออะไรยุ่งวุ่นวายขนนาดนีเนีย! มู่เก
อทําความเคารพไปด้วย พลางคํารามด้วยความโกรธใน
ใจไปด้วย
13
ตอนที 21-2 พบฉางเล่อครังแรก เปิดตํานานการจีบสาว
“หึ” พอเห็นว่ามู่เกอยังคงไม่คุกเข่าให้นาง แต่เพราะมี
ไทเฮาอยู่ด้วย เจียงกุ้ยเฟยจึงทําได้เพียงแค่นเสียงเย็นชา
ออกมาคําหนึง สีหน้าไม่ได้ดีมากนัก ลืมคําสังก่อนหน้านี
14
ของไทเฮาไปแล้ว
แต่ฉินอีเหยากลับไม่ได้แสดงอาการไม่พอใจใดๆ หลัง
จากทีทําความเคารพตอบกลับ ก็ยังคงรักษาท่าทางนิง
สงบไม่ขยับเขยือนดังเดิม
ปฏิกิริยาของสองแม่ลูก ไม่ใช่แค่มู่เกอเท่านันทีเห็น แต่
ไทเฮาก็เห็นเช่นกัน
การกระทําของเจียงกุ้ยเฟย ทําให้ไทเฮายิมเย็น แต่กลับ
ไม่ว่าอะไร
“วันนีข้าเหนือยมากแล้ว เหยาเอ๋อร์ก็พาเจ้าหนุ่มตระกู
15
ลมู่ไปเดินเล่นแทนข้าที” ไทเฮานังอิงอยู่บนเก้าอี ท่าทาง
ดูเหนือยล้า
พอคําสังนีจบ ทุกคนต่างลุกขึน เตรียมออกไป
ตอนนี ไทเฮาก็พูดกับมู่ชิงเกอว่า "เจ้าหนุ่มตระกูลมู่ ข้า
ได้ยินว่าก่อนหน้านีเจ้าไปเทียวเล่นทีลัวรือมา ทีนันไม่ใช่
ทีดีงามอะไร คราวหลังไม่ต้องไปแล้วนะ ทุกคนจะได้ไม่
ต้องเป็นห่วง เจ้าก็ใกล้จะเข้าพิธีสวมหมวกแล้ว ต้องสงบ
จิตสงบใจ ว่างๆ ก็ไปหาเหยาเอ๋อร์บ้าง อายุพวกเจ้าใกล้
เคียงกัน และยังเป็นคู่หมันคู่หมาย ผูกความสัมพันธ์ทีดี
กันไว้ถึงจะถูก”
16
พูดจบ นางก็พูดกับฉินอีเหยาต่อว่า “เหยาเอ๋อร์ก็เหมือน
กัน หลังจากนีถ้าจะไปเข้าร่วมงานเลียง ล่าสัตว์ หรือไป
เทียวเล่นข้างนอกก็ชวนชิงเกอไปด้วย เจ้าเป็นหญิงสาว
ทีมีคู่หมันแล้ว เวลาออกไปไหนมาไหนมีคู่หมันไปด้วย
จะดีกว่า”
ความหมายของไทเฮา คือให้ทังสองใช้ชีวิตผูกติดกัน
มู่เกอทําหน้านิง ในคําพูดพวกนัน เธอไม่ชอบการเปรียบ
เทียบโดยคําว่า “เทียวเล่น” มากทีสุด
ทหารตระกูลมู่ตายไป 500 นาย เธอก็เกือบจะ....ไม่ มู่ชิง
เกอตัวจริงก็ตายไปแล้ว นางกลับใช้คําว่าเทียวเล่นมา
17
เปรียบเทียบกับสงครามอันเต็มไปด้วยเลือดนัน
ฉินอีเหยาก็สีหน้าเปลียนไป จึงค่อยตอบแบบจํานนว่าเพ
คะ
ในนัน คนทีสีหน้าดูไม่ดีทีสุดน่าจะเป็นเจียงกุ้ยเฟย
นางไม่เข้าใจจริงๆ เลยว่า ทําไมไทเฮาต้องรีบร้อนจับเด็ก
ทังสองมาอยู่ด้วยกันด้วย
หลังจากออกจากตําหนักฉือเสียง เจียงกุ้ยเฟยลอบ
กําชับฉินอีเหยาว่า “ระวังตัวเองดีๆ อย่าให้ตัวเองต้อง
เสียเปรียบ”
18
เมือเดินห่างออกไปไกล ความโกรธในใจนางจึงค่อยๆ
ลดลง แอบคิดอย่างเสียใจว่า : ตนเองบอกเองว่าลูกชาย
ไม่มีความอดทน แต่นางเองก็เกิดโทสะกับมู่ชิงเกอมิใช่
หรือ? แม้ว่าตนอยากจะเถียงมากเพียงใด แต่ก็ไม่ควร
ทําแบบนันอยู่ดี !
คิดอยู่ตังนานเจียงกุ้ยเฟยก็คิดหาเหตุผลทีแท้จริงไม่ออก
ได้แต่ตะโกนในใจ : มู่ชิงเกอมีความสามารถในการ
ทําลายบรรยากาศดีๆ เสียจริง ช่างน่ารังเกียจเหลือเกิน!
หลังจากทีทุกคนออกจากตําหนักฉือเสียงแล้ว ไทเฮาจึง
เลิกยิมอย่างเมตตา และเผยรอยยิมเยือกเย็นน่ากลัว
19
ออกมาแทน
แม่นมทียืนอยู่ด้านหลังนางพูดว่า “ปกติเจียงกุ้ยเฟยไม่
ใช่ผู้ทีจะเก็บอารมณ์ไม่อยู่เยียงนี แต่วันนี ไม่รู้ว่าเป็น
อะไร”
นางสงสัย แต่ไทเฮาไม่ได้เป็นเช่นนัน พระนางตอบกลับ
ด้วยนําเสียงเยือกเย็นว่า "นางได้รับความรักจากฮ่องเต้
มากเกินไป ก็เลยทนให้ใครมาขัดใจตนเองไม่ได้ ก็แค่
อาศัยวิชามารยา แล้วยังจะอยากได้ในสิงทีไม่คู่ควร ข้า
จะรอดู ว่านางจะตายอย่างไร!"
.............
20
ในอีกทางหนึง มู่เกอทีอยากจะออกจากพระราชวังจน
แทบทนไม่ไหว ถูกองค์หญิงฉางเล่อทีเงียบมาตลอดทาง
พามาจนถึงอุทยาน
เงาร่างของฉางเล่อ ราวกับ ‘ศพเดินได้’ ทําให้มู่เกออกไม่
ได้ทีจะพูดขึนมาก่อนว่า “หากองค์หญิงไม่อยากชมดอก
ไม้ ความจริงแล้วก็ไม่จําเป็นต้องฝืนองค์เอง ไม่สู้
เรา.........”
“ท่านย่าให้ข้าพาเจ้ามาเดินเล่นทีวัง” ฉินอีเหยาพูดด้วย
นําเสียงเรียบนิง ขัดจังหวะคําพูดของมู่เกอราวกับว่าสิงที
นางทําอยู่ในตอนนีก็แค่ทําตามคําสังของไทเฮาเท่านัน
21
มู่เกอพูดอะไรไม่ออก
จึงทําได้แค่เดินตามหลังองค์หญิงฉางเล่อ เดินเล่นอยู่ใน
อุทยาน
แน่นอนว่าทังสองไม่ได้มีกะจิตกะใจจะชืนชมดอกไม้
รอบๆ เลยสักนิด ดอกไม้นานาชนิดทีส่งกลินหอมฟุ้งแต่
กลับไม่ได้ทําให้ทังสองสนใจแต่อย่างใด
หลังจากทีอดทนเดินอยู่กับองค์หญิงฉางเล่อสักพัก มู่เก
อประกาศว่าหมดความอดทนแล้ว
22
อยู่ๆ เธอก็หยุดเดิน ขมวดคิวเรียกองค์หญิงฉางเล่อทีเดิน
อยู่ด้านหน้า
ฉินอีเหยาหันกลับมาทําหน้านิง
“องค์หญิงเล่อ กระหม่อมมีธุระต่อ วันนีคงไม่สามารถ
เดินเล่นเป็นเพือนองค์หญิงได้แล้ว ขอตัวก่อน” พูดจบ มู่
เกอหันหลังกําลังจะเดินออกไป เหมือนกับว่าอยู่ต่ออีก
แค่ 15 นาทีก็จะทําให้เธอตายเพราะโดนยาพิษ
“องค์หญิง เขาไม่เห็นความสําคัญของพระองค์แบบนีได้
อย่างไร?” สาวใช้ข้างตัวของฉางเล่อเห็นมู่เกอเดินไป
อย่างสง่างามไม่เหลียวหลัง ก็รู้สึกไม่พอใจแทนเจ้านาย
23
ตนเอง
แต่ในขณะทีนางกําลังบ่นอยู่ ก็ไม่ทันได้สังเกตว่าสายตา
ของเจ้านายของนางนัน มีอะไรแปลกๆ แวบผ่านไป
สักพักลมก็พัดแรงขึนโดยไม่มีปีมีขลุ่ย
ลมแรงพัดดอกไม้ในอุทยานจนดอกไม้พวกนันส่ายไหว
ไปมาราวจะหักได้ตลอดเวลา ฝุ่นบางส่วนก็ถูกพัดขึน
เหนือพืนดิน ทําให้ต้องยกมือขึนบังเศษฝุ่นไม่ให้เข้าตา
ทันใดนันสายตาพลันเปลียนเป็นพร่ามัว ทางเดินที
ถูกลมและฝุ่นบดบังอยู่ ทําให้มู่เกอทีกําลังจะจากไปต้อง
24
หยุดลงในทีๆ ไม่ไม่ไกลจากฉินอีเหยานัก
ในพริบตา ลมก็ค่อยๆ หยุดลง เห็นทุกอย่างชัดขึน
เธอกําลังจะเดินจากไปแต่กลับได้ยินเสียงตืนตกใจดังมา
จากทางด้านหลัง
"องค์หญิง เป็นอะไรไปเพคะ?"
"เหตุใดนําตาขององค์หญิงไหลไม่หยุดเลย"
พูดจบ เสียงอันตืนตระหนกนันก็ตะโกนเสียงดังว่า “เรียก
25
หมอหลวงเร็วเข้า!”
ฉินอีเหยายืนอยู่ทีเดิม ก้มหน้าลงเหมือนกําลังใช้ผ้าเช็ด
หน้าเช็ดฝุ่นทีเข้าตา
‘ก็แค่ฝุ่นเข้าตาไม่ใช่เหรอ ทําไมต้องโวยวายกันด้วย’ มู่เก
อแอบคิดในใจแล้วเดินไปทางฉินอีเหยา
เพิงเดินเข้าไปใกล้ก็ได้ยินเสียงนิงๆ ของฉินอีเหยาพูดว่า
“ไม่เป็นอะไร ก็แค่ฝุ่นเข้าตาน่ะ”
คําพูดนีของนางไม่ได้ช่วยปลอบคนใช้ข้างๆ นางเลย แต่
กลับทําให้พวกนางยิงเคร่งเครียดยิงกว่าเดิมเสียอีก
26
จู่ๆ สายตาอันพร่ามัว ก็มองเห็นเสีแดงดังเปลวเพลิงกอง
หนึงลอยเข้าใกล้มากขึนเรือยๆ ต่อมา ก็มีนิวเย็นๆ เชย
คางของนางขึน ทําให้นางต้องเงยหน้าขึนมอง
รอบข้าง เสียงของสาวใช้หายไปในทันที ฉินอีเหยาแปลก
ใจมาก เหตุการณ์กะทันหันแบบนี ทําให้จิตใจทีนิงสงบ
มาตลอดของนางเต้นอย่างรุนแรง
กลินหอมอ่อนบาง ลอยเข้าจมูกนาง ไม่เหมือนกลิน
เครืองสําอางแต่เหมือนเป็นกลินประจําตัวทีมีมาแต่เกิด
ในขณะทีฉินอีเหยากําลังหัวใจเต้นแรง จู่ๆ ก็รู้สึกว่า
27
นัยน์ตาทีมีฝุ่นปลิวเข้าไปนัน เหมือนมีคนใช้มือเปิด
เปลือกตานางขึนอย่างอ่อนโยน
"ฟู่ว---------"
ลมร้อนพัดเข้าดวงตาของนาง ความอบอุ่นทีเกิดขึนทํา
ให้ฉินอีเหยาตกใจ รู้สึกว่าสิงทีกดทับนัยน์ตาของนางอยู่
นันหายไป
“องค์หญิง ทรงไม่เป็นอะไรใช่ไหมเพคะ?”
เสียงของสาวใช้ทีดังขึน และความอบอุ่นทีอยู่ๆ ก็หายไป
ทําให้ฉินอีเหยาค่อยๆ ลืมตาทีถูกสัมผัสด้วยไอร้อนทัง
28
สองข้างขึนน้อยๆ แล้วอดไม่ได้ทีจะปิดตาแน่น
เมือลืมตาขึน นางไม่ได้มองท่าทางร้อนใจของนางกํานัล
สายตาเรียบเฉยเลือนไปหยุดอยู่ทีเงาร่างอันร้อนเเรงราว
กับเปลวไฟ เงาหลังสง่างามทีห่างไกลออกไปเรือยๆ.......
29
ตอนที 22 เลือนชันและเลือนชัน
คําคืน มาเยือนอีกตามเคย
บริเวณตําหนัก โย่วเหอและฮวาเยวียต่างก็กลับไปพัก
30
ผ่อนตามคําสังของเจ้านาย
ในเรือนมืดๆ เหลือแค่มู่เกอเพียงคนเดียวทีนังขัดสมาธิ
อยู่บนเตียง ราวกับว่ากําลังเตรียมพร้อมทีจะฝึกฝนพลัง
ทันใดนัน ลมพัดผ่านเบาๆ ร่างอันโปร่งแสงของมู่ชิงเกอก็
ปรากฏตัวขึนตรงหน้าของมู่เกอ ดวงตาอันงดงามนัน
เหมือนกําลังคิดอะไรอยู่
มู่เกอขมวดคิวถาม “มองอะไร”
“เจ้าดูไม่เหมือนคนทีชอบยุ่งเรืองชาวบ้านเลย”
31
มู่เกอยิมมุมปาก
เธอรู้ว่ามู่ชิงเกอหมายถึงเรืองวันนีตอนทีเธอเป่าฝุ่นออก
จากตาขององค์หญิงฉางเล่อทีอุทยาน
“เจ้าเป็นคู่หมันของนางไม่ใช่หรือ? เป็นว่าทีสามีเห็นว่าที
ภรรยาได้รับความเดือดร้อนก็ต้องช่วยเป็นธรรมดา” มู่เก
อพูดยิมๆ ถ้าเธอไม่ช่วย อยู่กลางพระราชวังแบบนัน
องค์หญิงได้รับความตกพระทัย เธอจะจากไปแบบนันได้
อย่างไร
มู่ชิงเกอสีหน้าเปลียนไป รู้ว่าเจ้าคนทีครอบครองร่างของ
ตนยังคงโกรธทีตนเองปิดบังเรืองนี
32
เธอเม้มปาก ก้มหน้าลงพูด “ถึงแม้ว่าจะมีสัญญาแต่ง
งาน แต่ระหว่างข้ากับองค์หญิงฉางเล่อไม่ได้มีความ
สัมพันธ์อะไรกัน และการพบกันในวันนีก็เป็นการพบกัน
ในรอบสามปี นางกับข้าต่างก็โดนบังคับเรืองการแต่ง
งานครังนีเหมือนกัน คราวหน้าเจ้าอย่าไปยุ่งกับนางอีก”
มู่เกอหรีตา รังสีอันตรายส่งผ่านสายตาเธอออกมาปก
คลุมห้องทังห้อง : “เจ้ากําลังสอนข้ารึ?”
ไอสังหารรุนแรงมาก!
ใบหน้าอันโปร่งแสงของมู่ชิงเกอเต็มไปด้วยความตกใจ
33
เป็นครังแรกทีเธอรู้สึกถึงไอสังหารจากตัวมู่เกอ ความ
รู้สึกแบบนีเหมือนกับว่าห้องทังห้องนีแขวนเต็มไปด้วย
มีดอันแหลมคม แค่ขยับตัวก็จะถูกหันออกเป็นชินๆ
‘เจ้าเคยเป็นคนอย่างไรกันแน่?’ มู่ชิงเกอแอบถามตนเอง
ในใจ
นางเม้มปากแน่น พอรู้สึกว่าไอสังหารในตัวของมู่เกอลด
น้อยลงแล้ว จึงพูดเสียงตํา “ข้าไม่ได้สอนเจ้า ก็แค่ไม่
อยากให้เจ้าทําให้ทุกอย่างมันวุ่นวายกว่าเดิม”
ทันใดนัน ไอสังหารของมู่เกอก็สลายหายไป เปลียนเป็น
34
ยิมอย่างมีเลศนัย : “เจ้าไม่ให้ข้ายุ่งกับองค์หญิงฉางเล่อ
เจ้าทําเพือตัวนางเองหรือเพือฉินจิวห้าวกันแน่?”
เมือพูดถึงชือฉินจินห้าว ร่างอันโปร่งแสงของมู่ชิงเกอก็
สันระริกราวกับจะหายไปได้ตลอดเวลา
ปฏิกิริยานีไม่ได้รอดจากพ้นสายตาของมู่เกอ เธอส่าย
หน้า “เจ้ายังไม่ตัดใจอีกหรือ หรือว่าเจ้าดูไม่ออก ว่า
ดอกไม้ขาวดอกนันของบ้านเจ้าก็มีใจให้กับฉินจินห้าว
และความสนใจทีเขามีให้กับนางคนนันก็มีมากกว่าทีมี
ให้เจ้าอย่างชัดเจน”
มู่ชิงเกอสีหน้าดูไม่ค่อยดีนัก และไม่พูดอะไรอีก
35
มู่เกอยิมเย็น ค่อยๆ ปิดตาลง แล้วพูดด้วยนําเสียงนิงๆ
“ข้าจะฝึกเวทพลัง เจ้าคอยช่วยคุ้มครองข้า ข้ายังไม่
อยากให้ใครรู้เรืองทีข้าสามารถฝึกเวทพลังได้”
มู่ชิงเกอตอบอย่างเลือนลอยว่า : “วางใจเถอะ หากยังไม่
ได้ทะลวงเข้าขันเขียวไปขันคราม ก็จะไม่ทําให้พลัง
วิญญาณของฟ้าดินแปรปรวน ถึงแม้ว่าเจ้าจะเข้าสู่ขัน
เหลืองภายในหนึงคืน ก็จะไม่มีใครตรวจพบได้เลยแม้แต่
นิด”
“อ้อ?” มู่เกอลืมตาขึน ขมวดคิวถามว่า : “เจ้ายังไม่เคย
บอกข้า ว่าคนทีสนิทสนมกับเจ้าอยู่ในขันไหนกันบ้าง”
36
มู่ชิงเกอมองเธอ ถึงแม้ว่าจะไม่รู้ว่าทําไมนางถึงถามคํา
ถามนี แต่ก็ตอบไปตามจริงว่า “เท่าทีข้ารู้รุ่ยอ๋องตอนนี
อยู่ในชันสูงของขันสีเหลือง องค์หญิงฉางเล่ออยู่ในชัน
ต้นของขันสีเหลือง พรสวรรค์ของพวกเขาทังสองคนนัน
ร้อยปียากจะพานพบ เพราะฉะนันจึงสามารถเข้าสู่ขันสี
เหลืองได้แม้อายุยังน้อย”
มู่เกอขมวดคิวถามต่อ “ข้าเคยเห็นองครักษ์ของฉินจิน
ห้าวมีประกายสีเขียว” คนๆ นันก็ไม่ถึงกับว่าอายุมาก ถ้า
ขันสีเหลืองของฉินจินห้าวถือว่าเป็นอัจฉริยะ แล้ว
องครักษ์ขันสีเขียวล่ะจะเป็นอะไร
ความแปลกใจของมู่เกอทําให้มู่ชิงเกอรีบอธิบาย : “พวก
37
นันผ่านการใช้ยาลับเข้าช่วย ความสามารถทังชีวิตก็อยู่
ได้แค่ระดับสูงขันสีเขียว”
แบบนีนีเอง
มู่เกอยังคงสงสัยถามอีกว่า “แล้วป๋ายซีเยวียล่ะ” ท่าทาง
ทีไร้เรียวแรงของเธอเหมือนไม่รู้การฝึกเวทเลยแม้แต่น้อย
“นางน่าจะเป็นขันสีแดงระดับสูง” มู่ชิงเกอก็พูดอย่างไม่
แน่ใจ “นางไม่ค่อยแสดงความสามารถออกมา ถ้าเจ้าไม่
พูดถึงข้าก็คงลืมไปแล้วว่านางเองก็เป็นคนฝึกเวทพลัง”
ขันสีแดงระดับสูงงันเหรอ
38
มู่เกอแปลกใจ ในโลกทีใช้พลังเป็นตัวกําหนดฐานะ
ทําไมนางถึงไม่ค่อยแสดงความสามารถออกมา ถึงกับ
ทําให้มู่ชิงเกอเกือบจะลืมไปแล้ว
แต่ว่า-------------
มู่ชิงเกอคิดถึงขันสีนําเงินระดับสูงของมู่ซง ขันสีเขียว
ระดับสูงของมู่เหลียนหรง มองกลับมาทีตนเองแล้วถอน
หายใจ “ข้าเป็นไก่อ่อนทีสุดจริงๆ เสียด้วย”
มู่เกอสงบจิตสงบใจ เข้าสู่การฝึกฝน
39
............
บริเวณไกลออกไปจากสวนสระเมฆา มีเรือนทีสวย
งามอยู่เรือนหนึง หน้าประตูเรือนเขียนไว้ว่า ‘เรือนจันทร์
คล้อย’ ในเรือนตอนนีเงียบสงบ
เหลือเพียงห้องๆ เดียวทีมีแสงเทียนส่องจางๆ ลอดออก
มา
การตกแต่งในห้องทําให้รู้ว่าเป็นห้องนอนของสตรีผู้หนึง
เตียงกว้างใหญ่ทีมีม่านปิดคลุมปักไว้ด้วยดอกไม้ หญิง
ชุดขาวนางหนึงนังขัดสมาธิอยู่บนเตียง หลับตาทังสอง
40
ข้างแน่น รอบตัวมีแสงสีเหลืองส่องประกายออกมา
สักพักใหญ่ แสงสีเหลืองรอบตัวนางก็ซึมซับเข้าไปในร่าง
กาย แล้วนางก็ค่อยๆ ลืมตาขึนมา
‘ก็อกๆ-----‘
เสียงเคาะประตูดังขึน ทําให้นางขมวดคิวอย่างไม่ชอบใจ
แต่ก็ตอบกลับไปว่า “เข้ามา”
ประตูห้องทีปิดสนิทมีคนเปิดออก ลวีจือถือถาดเดินเข้า
มา บนถาดมีถ้วยหยกใบหนึงในนันมีโจ๊กรังนกร้อนๆ
41
“คุณหนูฝึกเวทพลังคงจะเหนือยแล้ว ทานโจ๊กรังนกบํารุง
ร่างกายก่อนนะเจ้าคะ” ลวีจือวางโจ๊กรังนกตรงหน้าป๋าย
ซีเยวีย
ป๋ายซีเยวียมองนางแวบหนึง ลุกขึนมาจากเตียงรับถ้วย
หยกมาทานทีละนิด
ระหว่างทียืนเฝ้าป๋ายซีเยวีย ลวีจือก็ถามด้วยความสงสัย
“คุณหนูถ้าคุณหนูมีใจให้กับรุ่ยอ๋อง แล้วเหตุใดไม่บอก
ท่านไปว่าตอนนีคุณหนูอยู่ในระดับกลางของขันสีเหลือง
แล้ว ถ้าเขารู้ถึงความสามารถของคุณหนูแน่นอนว่าต้อง
มาขอคุณหนูกันายท่านผู้เฒ่าแน่”
42
ป๋ายซีเยวียวางช้อนในมือลง คิดทบทวนแล้วตอบว่า
“ท่านอาหรงหวังให้ข้าแต่งงานกับจอมเสเพลไร้พลัง
อย่างมู่ชิงเกอ ถ้าให้เป็นภรรยาเอกก็ว่าไปอย่าง จวนหย่ง
หนิงกงเองถือว่ามีหน้ามีตาในแคว้นฉิน แต่ว่ากลับจะให้
องค์หญิงเป็นภรรยาเอก ทําให้ข้าต้องถูกลดฐานะ ส่วน
รุ่ยอ๋องแม้ว่าจะเป็นตัวเลือกทีดี แต่ว่าด้วยฐานะของเขา
แล้ว ถ้าข้าเข้าตําหนักไปแม้แต่ตําแหน่งชายารองเกรงว่า
ก็คงจะไม่ได้เป็น ตอนนีข้ายังไม่ตัดสินใจว่าจะเลือกจวน
หย่งหนิงหรือว่าตําหนักของรุ่ยอ๋อง ฉะนันเรืองแบบนี
อย่าให้ใครรู้ง่ายๆ จะดีกว่า” พูดจบก็พูดด้วยความ
เสียดายอีกว่า “ครังนีหากมู่ชิงเกอตายอยู่ข้างนอกนัน
จริงๆ ข้าก็ไม่ต้องมาเสียเวลามานังคิดอะไรแบบนีแล้ว”
ลวีจือพยักหน้าเหมือนเข้าใจและไม่เข้าใจ
43
ป๋ายซีเยวียเงยหน้าขึนมองนาง สายตาอันอ่อนโยนนัน
เปลียนเป็นสายตาทีโหดเ**◌้ยมนางเตือนลวีจือ “เรือง
ของข้า เจ้าอย่าได้บอกใครเด็ดขาด ไม่อย่างนันเจ้าก็รู้อยู่
แล้วนีว่าข้าจะจัดการอย่างไร”
ลวีจือหน้าซีดแล้วพูด “คุณหนูวางใจเถอะ ข้าไม่พูดแน่
นอน”
ป๋ายซีเยวียพยักหน้าพอใจ ไม่ได้มองนางอีก
ในมุมทีลวีจือไม่อาจมองเห็น สายตาของนางก็ฉายแวว
เย็นชา นางเป็นเด็กกําพร้าก็จริงอยู่ แต่หากไม่ใช่เพราะ
44
ตระกูลมู่ ท่านพ่อของนางก็ไม่ต้องตายในสงคราม ท่าน
แม่ก็จะไม่ทิงนางไว้ให้อยู่คนเดียว ถ้าท่านพ่อยังอยู่ นาง
ก็จะเป็นคุณหนูผู้สูงศักดิแห่งแคว้นฉิน จะเหมือนกับการ
ทีต้องมาอาศัยอยู่ในบ้านคนอืนราวกับคนไร้ทีพึงอย่างนี
ได้อย่างไร ตระกูลมู่ทําให้นางต้องเป็นแบบนี นางก็ต้อง
เหยียบหัวตระกูลมู่เพือปีนให้สูงขึนไป แบบนีมันผิดตรง
ไหนกัน
............
ท้องฟ้าเริมสว่าง
ในเรือนสวนสระเมฆา มู่เกอฝึกเวทพลังมาทังคืน
45
วิญญาณของมู่ชิงเกอก็เฝ้าอยู่ทังคืนเช่นกัน ในระหว่างที
นางรู้สึกว่ามู่เกอกําลังจะตืนจากการฝึกเวทนัน จู่ๆ ก็มี
อะไรแปลกๆ เกิดขึน
มู่เกอทีนังขัดสมาธิอยู่บนเตียงตาทังสองข้างปิดสนิท
อยู่ๆ ก็มีแสงสีแดงส่องประกายขึนทําให้ใบหน้าเล็กๆ อัน
งามสง่าของนาง เย้ายวนเป็นหนึง
“เข้าสู่ขันสีแดงแล้ว!” มู่ชิงเกอพูดอย่างตืนเต้น นางไม่คิด
เลยว่ามู่เกอฝึกแค่สองคืนก็สามารถเข้าสู่ขันสีแดงได้แล้ว
ต้องรู้ว่าถึงแม้ว่าจะเป็นผู้ทีมีพรสวรรค์มากเพียงใด จะ
เริมฝึกฝนจนเข้าขันสีแดงได้นัน อย่างน้อยก็ต้องไม่ตํา
46
กว่าครึงเดือนหรือหนึงเดือน
แต่ว่าสิงทีเธอทําให้นางตกตะลึงนันก็คือ---------
แสงสีแดงบนตัวของมู่เกอค่อยๆ เปลียนเป็นเข้มขึน
เรือยๆ สุดท้ายกลายเป็นสีแดงเจิดจ้าแสบตา สักพักก็
เปลียนจากสีแดงเป็นสีส้มแล้วก็เข้มขึนเรือยๆ ไม่นานก็
เปลียนจากสีส้มอ่อนจางเป็นเข้มขึน แล้วก็มีการเปลียน
แปลงขึนอีกครังกลายเป็นประกายสีเหลือง เมือ
แสงกลายเป็นสีเหลืองเข้มแล้วจึงค่อยๆ สงบลง
แต่มู่ชิงเกอรู้สึกได้ว่าถ้ายังคงฝึกต่อไป แสงประกายสี
เหลืองนัน มีความเป็นไปได้ทีจะกลายเป็นสีเขียวแต่
47
ความเป็นไปได้นีถูกยับยังไว้เสียก่อน
“เป็น.......เป็นไปได้อย่างไรกัน? เหตุใดถึงมีคนสามารถ
ฝึกฝนพลังจากขันสีแดงเลือนไปจนถึงขันสีเหลืองระดับ
สูงสุดได้ภายในคืนเดียว เจ้าเป็นตัวประหลาดอะไรกัน”
มู่ชิงเกอตกใจจนทําได้แค่พึมพํากับตนเอง
48
ตอนที 23 คนงามป่วย
วันนีมู่เกออารมณ์ดีเป็นอย่างมาก!
เหตุผลไม่ใช่อืนใด แต่เป็นเพราะว่าผลลัพธ์ของยา
เปลียนแปลงดีเอ็นเอทีน่าทึง
49
ความจริงแล้ว หลังจากทีได้กินยาเปลียนแปลงดีเอ็นเอ
นอกจากจะเจ็บปวดปางตายแลว มู่เกอก็ไม่เคยได้ยินว่า
มีอะไรนอกจากนีอีก
จนถึงวันก่อนหน้านี.......
ในทีสุดเธอก็ได้เรียนรู้ถึงการเปลียนแปลงแรก คือเธอ
สามารถฝึกเวทมนต์ได้แล้ว จะไม่ต้องเป็นคนไร้ค่าอีกต่อ
ไป
และเมือคืนนี เธอรับรู้ถึงการเปลียนแปลงทีสอง คือเธอ
เลือนขันเวทพลังได้อย่างรวดเร็วราวกับติดจรวด
50
หลังจากทีฝึกไปแล้วทังคืน พอตืนมาจากคนไร้ค่าที
ฝึกฝนอะไรไม่ได้เลย ก็กลับกลายเป็นยอดฝีมือสูงสุดของ
ขันสีเหลืองไป นีเป็นประสบการณ์แบบไหนกันนะ
อย่าลืมว่าคนทีมู่เกอเห็นแล้วขัดตาอย่างรุ่ยอ๋อง ฉินจิน
ห้าว ก็เป็นเพียงสีเหลืองขันสูงเท่านัน
ฮ่าๆๆๆ-----------
ในพริบตา จากไก่อ่อนกลายเป็นยอดฝีมือ และยังแซง
หน้าคนทีตนเองไม่ชอบ ความรู้สึกแบบนีมันดีจนไม่รู้จะ
ดีอย่างไร
51
“วันนีคุณชายดูอารมณ์ดีจังเลย”
“อืม หรือว่าเมือวานในวังจะมีอะไรทีทําให้คุณชายดีใจ”
ฮวาเยวียและโย่วเหอทียืนอยู่ข้างหลังมู่เกอคุยกันเบาๆ
สาวใช้ทังสองรับรู้ได้ถึงความสุขของมู่เกอตังแต่เช้า เจ้า
นายมีความสุข สาวใช้อย่างพวกนางก็พลอยมีความสุข
ไปด้วย
รอยยิมของโย่วเหออ่อนโยนกว่าปกติ กระทังไฝนําตาบน
ใบหน้าของฮวาเยวียเองก็ดูสดใสเป็นประกายขึนมาก
52
ทําให้ใบหน้าของนางดูน่ารักเป็นพิเศษ
“ฮวาเยวีย มานวดให้ข้าที” มู่เกอทีนังอยู่บนเก้าอีโยก สัง
สาวใช้ทียืนอยู่ข้างหลัง
เมือฮวาเยวียได้ยินดังนัน ใบหน้าเล็กๆ น่ารักก็เผยยิม
อย่างน่าดึงดูด เดินเข้าไป มือเล็กทีเนียนนุ่มราวกับไร้
กระดูกก็วางลงบนไหล่ของมู่เกอ
“คุณชาย แรงประมาณนีพอได้ไหมเจ้าคะ” ฮวาเยวีย
ถามอย่างอ่อนโยน
มู่เกอทีกําลังดืมดําความสุขพยักหน้าช้าๆ ตอบเสียงขึน
53
จมูกว่า “อืม” คําเดียว
โย่วเหอเห็นแบบนีก็ส่ายหน้ายิมๆ ค่อยๆ เดินออกไป
เพือไปเตรียมของหวานทีมู่เกอ ชอบ
ลมพัดผ่าน เสียงใบไม้กระทบกันดังซ่าๆ
บริเวณสวนสระเมฆาราวกับเป็นภาพวาดภาพหนึง
สาวใช้หน้าตาสวยน่ารัก และเจ้านายผู้งดงามเป็นหนึงมี
ความสุขมากจริงๆ
โย่วเหอป้อนของหวานเข้าปากมู่เกอ แล้วปอกเปลือกผล
54
ไม้ต่อ พร้อมพูดว่า “จริงสิ คุณชาย วันนีเป็นวันหยุด คน
ใหญ่คนโตทุกคนต่างก็ไม่ต้องเข้าท้องพระโรง นักเรียนที
โรงเรียนก็สามารถกลับบ้านได้ 3 วัน มัวหยางให้คนมา
ถามว่า เขาไม่ได้เจอคุณชายมาเป็นเดือนแล้ว เขารู้สึก
คิดถึง ในวันหยุดแบบนีจะขอกลับจวนมาสัก 3 วันจะได้
ไหม?”
มู่เกอทีปิดตาและกําลังกินของหวานฝีมือฮวาเยวีย พอ
ได้ยินทีโย่วเหอพูด ก็ค่อยๆ ลืมตาขึน
ดวงตาทีใสกระจ่างราวกับหิมะมองโย่วเหอแวบหนึงแล้ว
พูดนิงๆ ว่า “ถ้าเขาอยากกลับมาก็กลับมาเถอะ” เธอก็
อยากเห็นว่าเจ้าคนรับใช้ทีมู่ชิงเกอส่งไปเรียนนันหน้าตา
เป็นอย่างไร
55
“โย่วเหอขอขอบคุณคุณชายแทนมัวหยางมากๆ เลยเจ้า
ค่ะ” โย่วเหอวางลูกองุ่นทีเพิงปอกเสร็จลง ลุกขึนคาราวะ
มู่เกอ
มู่เกอโบกมือบอกให้หยุด ไม่ได้สนใจมากนัก
ทันใดนัน นางก็ยืดตัวตรง ดวงตาเป็นประกาย
“คุณชาย ยังนวดไม่เสร็จเลยนะเจ้าคะ” ฮวาเยวีย
พยายามดึงตัวมู่เกอกลับมานอนบนเก้าอีโยก
แต่ว่ามู่เกอกลับจับมือของฮวาเยวียไว้แล้วดึงออก เธอ
56
ลุกขึนปัดเสือเบาๆ แล้วพูดกับสาวใช้ทังสองว่า “วันนีถ้า
ไม่มีธุระอะไร เราไปรับมัวหยางทีโรงเรียนกัน”
“หา !”
“คุณชาย...........”
สาวใช้ทังสองมองเธอด้วยความแปลกใจ
เหมือนว่าจะไม่ค่อยเข้าใจการตัดสินใจอย่างกะทันหัน
ของเจ้านายสักเท่าไหร่ เป็นถึงเจ้านายไปรับเด็กรับใช้
ถือว่าเด็กรับใช้นันช่างมีเกียรติเหลือเกิน
57
มู่เกอทีถูกโจมตีด้วยสายตาทีเต็มไปด้วยความสงสัย ก็
รีบทําสีหน้ารําคาญแล้วพูดว่า : “ยังไม่รีบไปเตรียมรถม้า
อีก ไปบอกพ่อบ้านว่าข้าจะออกไปข้างนอก”
เธอจะไม่ยอมรับง่ายๆ หรอกว่าอยู่แต่ในตําหนักตระกูลมู่
ทุกวันแบบนี มันไม่มีอะไรให้ทําจริงๆ น่าเบือมาก เธอ
อยากออกไปเปิดหูเปิดตาข้างนอก
ใช่!เธอก็แค่อยากจะหาเรืองออกไปข้างนอกเท่านัน
เอง
โย่วเหอและฮวาเยวียจัดการทุกอย่างอย่างเร่งรีบ ไม่นาน
ก็เตรียมทุกอย่างพร้อมเตรียมออกจากจวน
58
ออกจากจวนครังนีไม่เหมือนเมือ 2 วันก่อน มู่เกอเตรียม
พร้อมทังคนและม้า ไม่เพียงแค่โย่วเหอกับฮวาเยวียเท่า
นันทีติดตามไป แต่ตระกูลมู่ยังเตรียมทหารองครักษ์ให้
เธออีก 20 นาย ทังหมดออกเดินทางไปยังสถานศึกษา
เพียงแห่งเดียวของลัวตู--------โรงเรียนจือหยาง
โรงเรียนจือหยางเป็นสถานศึกษาทีดีทีสุดในแคว้นฉิน
เริมแรกโรงเรียนแห่งนีถูกสร้างขึนโดย ผู้สืบทอดลัทธิ
ขงจือท่านหนึง แต่ไม่นานก็มีผู้มีวิชาความรู้และ
วรรณกรรมมาเข้าร่วม โรงเรียนจือหยางบ่มเพาะคน
จํานวนไม่น้อยให้เป็นผู้ทีมีความสามารถ เป็นเสาหลัก
59
ของแคว้นฉิน
ฉะนัน โรงเรียนแห่งนีจึงค่อยๆ กลายเป็นโรงเรียนทีดีที
สุดในแคว้นฉินและเป็นโรงเรียนเพียงแห่งเดียวของลัวตู
ในโรงเรียนแห่งนี ไม่แบ่งแยกรวยจนและอายุ
หากแต่มีใจรักในการเรียน ก็สามารถเข้าเรียนได้ แต่เมือ
เข้าไปแล้ว จะสามารถเรียนรู้ได้เท่าไหร่ และจะประสบ
ความสําเร็จได้ไหมนัน ก็ขึนอยู่กับความสามารถของแต่
ละบุคคล
ฉะนันในโรงเรียนแห่งนีไม่เพียงแต่มีลูกหลานของ
60
ประชาชนทัวไป แต่ยังมีลูกหลานเชือพระวงศ์และ
ตระกูลทีมีฐานะทางสังคมด้วย เพียงแต่ว่า เป้าหมาย
ของทังสองกลุ่มนีต่างกัน
นอกจากจะหาความรู้แล้ว ลูกหลานของประชาชนทัวไป
นันก็หวังจะได้รู้จักคนใหญ่คนโต ให้ตนเองสามารถไปได้
ไกลขึน ส่วนลูกหลานของเชือพระวงศ์และตระกูลใหญ่ๆ
ทีมีฐานะก็หวังทีจะเป็นคนทีมีความสามารถและสร้าง
ชือเสียงให้กับวงศ์ตระกูลต่อไป
ด้วยฐานะของมู่ชิงเกอแล้ว นางก็เคยเป็นนักเรียนคน
หนึงของโรงเรียนจือหยาง
61
แต่ว่าเพราะ ความไร้ค่าของตัวนางและชือเสียงทีไม่ดีนัก
ทําให้ชีวิตในโรงเรียนของนางไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่
อาจารย์ไม่ชอบ นักเรียนทีเป็นประชาชนทัวไปหวาดกลัว
นักเรียนทีมีฐานะสูงส่งก็คอยค่อนขอดหัวเราะเยาะ
เพราะฉะนันสุดท้ายนางจึงตัดสินใจเลิกเรียนและส่งเด็ก
รับใช้ข้างตัวทีรักการเรียนอย่างมัวหยางเข้ามาเรียนแทน
และชือเสียงของมู่ชิงเกอในโรงเรียนแห่งนีคือ----ในด้าน
บู๊ ก็เป็นคนไร้ประโยชน์ ด้านบุ๋น ก็ยังไร้ประโยชน์เช่นดี
ยวกัน
เพึงจะเข้าใกล้โรงเรียน แต่ยังไม่ได้เข้าไป มู่เกอก็รู้สึกถึง
กลินอายของหนังสือท่ามกลางภูเขาสูงและแม่นําทีอยู่
รอบๆ
62
มู่เกอให้ฮวาเยวียเปิดผ้าม่านบนรถม้า แล้วมองไปยัง
ภูเขาและต้นไม้ทีอยู่ข้างหน้า เธอพยักหน้าชมว่า “โรง
เรียนจือหยางแห่งนี เลือกทีได้ดีจริงๆ มีทังภูเขาและแม่
นําบรรยากาศดีมาก”
ระหว่างพูด รถม้าทีแขวนป้ายจวนตระกูลมู่ของเธอก็
หยุดตรงหน้าป้ายขนาดใหญ่ทีทําด้วยหยก
ด้านบนของบันได อาณาเขตหลังป้ายนีคือโรงเรียนจือ
หยาง
รถม้าหยุดลงโดยไม่ได้สัง
63
มู่เกอขมวดคิวถาม : “เข้าไปไม่ได้หรือ?”
เห็นเจ้านายทําหน้างง โย่วเหอก็อธิบาย : “คุณชาย คุณ
ชายลืมกฎของโรงเรียนแห่งนีแล้วหรือเจ้าคะ หากไม่ได้
รับเชิญ ถึงแม้ว่าฮ่องเต้เสด็จมาเองก็ต้องรออยู่ด้านนอก”
“วัวแยกจริงๆ !” มู่เกอเลิกคิวขึนสูง
“คุณชาย วัวแยกแปลว่าอะไรรึเจ้าคะ” ฮวาเยวีย
ถามอย่างจริงจัง ในอีกด้านหนึงโย่วเหอก็หันมามองด้วย
ความสงสัย
64
เอ่อ..............
“แค่กๆ วัวแยกก็แปลว่าร้ายกาจมากอย่างไรล่ะ” มู่เกออ
ธิบายสันๆ
พูดแล้ว เธอก็นังตัวตรง
ในรถม้านันกว้างมากก็จริง แต่ก็ยังทําให้เธอรู้สึกอึดอัด
มู่เกอไม่ฟังทีสาวใช้ทังสองห้าม โดดลงจากรถม้ามายืน
อยู่บนพืนดินแล้วบิดขีเกียจอย่างสบาย
โย่วเหอและฮวาเยวียไม่รู้ว่าจะทําอย่างไร ทําได้แค่โดด
ลงรถม้าตามเธอ และยืนอยู่ข้างซ้ายและขวาของเธอ
65
มู่เกอเงยหน้าขึนมองป้ายหยกสีขาวแกะสลัก แล้วสังทุก
คนว่า “อย่างไรก็ยังไม่เลิกเรียน ข้าขอเดินเล่นรอบๆ ก่อน
พวกเจ้ารออยู่ตรงนี เดียวข้ากลับมา”
“คุณชายจะไปไหนเจ้าคะ? พาบ่าวไปด้วยเถิดเจ้าค่ะ?”
โย่วเหอรีบพูด
ฮวาเยวียพยักหน้าอยู่ข้างๆ ในสายตาเต็มไปด้วยความ
น้อยใจทีมู่เกอจะทิงพวกนางไว้
หัวหน้าองครักษ์ยืนขึนคาราวะมู่เกอแล้วพูด : “คุณชาย
ข้าน้อยยอมสละชีวิตเพือปกป้องความปลอดภัยของ
66
ท่าน ถ้าคุณชายจะไปไหนก็ขอให้พาข้าน้อยไปด้วย”
มู่เกอเบ้ปาก
ครังนีทีพาทุกคนออกมาด้วย เพราะไม่อยากให้เหมือน
ครังก่อน ทีจะส่งข่าวหรือจะทําอะไรก็ไม่มีคนช่วย
แต่ไม่คิดว่าคนพวกนีพอพาออกมาแล้วก็เหมือนพา
แมลงน่ารําคาญกลุ่มหนึงออกมาด้วย
“ข้าเป็นนาย คําสังของข้าถ้าใครกล้าขัด ก็อย่ามาให้ข้า
เห็นหน้าอีก” มู่เกอหน้าเครียดปฏิเสธทีจะให้ทุกคนตาม
ไปด้วย
67
พอห้ามทุกคนเสร็จแล้ว มู่เกอก็รีบพลิวกายเข้าไปในพุ่ม
ไม้อย่างรวดเร็ว
“คุณชาย รอบ่าวด้วย” ฮวาเยวียตกใจ รีบตามไป
แต่ว่าโย่วเหอดึงนางเอาไว้ก่อน โย่วเหอส่ายหน้าแล้วพูด
กับนางว่า“ฮวาเยวีย คุณชายบอกแล้วว่าห้ามตามไป
เราก็อย่าขัดคําสังเลย นิสัยของนายน้อยพวกเราต่างก็รู้ดี
กว่าใคร หากทําให้ท่านโกรธมากๆ กลัวแต่ว่าเราสองคน
จะถูกขับออกจากเรือนสวนสระเมฆาน่ะสิ”
“แต่ว่า คุณชายออกไปคนเดียว.......”ในแววตาของฮวา
68
เยวียสับสน นําเสียงเป็นห่วงเป็นใย
โย่วเหอลูบหลังมือนาง แล้วปลอบใจ “วางใจเถอะ ทีนี
เป็นโรงเรียน ในป่าคงไม่มีสัตว์ร้ายอะไรโผล่ออกมาแน่ๆ
เจ้าไม่เห็นเหรอว่าพีชายทหารพวกนันก็ไม่ได้ตามไป
แสดงว่าข้างในต้องปลอดภัย”
พูดแล้วสาวใช้ทังสองก็มองไปทีหัวหน้าทหารของตระกู
ลมู่
ทหารร่างใหญ่กํายําเมือถูกสาวใช้ทังสองมองแบบนีก็
หน้าแดง พูดอายๆ ว่า “แม่นางโย่วเหอพูดถูก ในป่าแถบ
นีไม่มีสัตว์ร้ายอะไร เพราะอยู่ใกล้เขตโรงเรียน และไม่มี
69
พืนทีอันตรายอะไร คุณชายไม่เป็นอะไรหรอก” เมือครู่ที
เขาจะตามไปก็เพราะหน้าที แต่สุดท้ายถูกปฏิเสธ เขาก็
ทําได้แค่ยืนรออยู่ทีเดิม แน่นอนว่าถ้าทีนีมีอันตรายอะไร
ถึงแม้ว่าต้องขัดคําสังเขาก็จะไม่ให้มู่ชิงเกอออกไปแน่
นอน
.................
พอมู่เกอสลัดหลุดจากพวกแมลงน่ารําคาญพวกนันแล้ว
ก็เอามือไขว้หลัง เดินเล่นอยู่ในป่าอย่างสบายอารมณ์
ชุดแดงทังตัวดังเปลวไฟ กลายเป็นสีสว่างสีเดียวทีส่อง
สว่างไปทัวผืนป่าสีเขียว จัดจ้าราวกับดวงอาทิตย์
70
ทันใดนัน มีเสียงพิณดังขึน
เสียงพิณนันฟังแล้วให้ความรู้สึกสงบ ราวกับมีพลังช่วย
ให้ห่างไกลจากความวุ่นวาย
มู่เกอหยุดเดิน คิดอยู่ครู่หนึง แล้วเดินตามเสียงพิณไป
ไม่นาน เธอเดินลึกเข้าไปในป่า มาหยุดอยู่ตรงหน้า
กระท่อมหลังหนึง
กระท่อมหลังนันไม่ใหญ่มาก ข้างในมีอยู่ไม่เกินสองห้อง
ตังอยู่กลางป่าไผ่ทีเขียวขจีภายในกระท่อมมีเสียงเทียน
ส่องสว่างและกลินหอมจางๆ ลอยออกมา ทีหน้า
71
กระท่อมมีคนงามสวมชุดสีเหลืองนวลตัวยาวแขนกว้าง
อยู่ผู้หนึง ผมเงาดําไม่ได้รวบมัด มือคู่ใหญ่ของเขา
วางอยู่บทพิณตรงหน้า
ฉากนีช่างเหมือนกับภาพวาดภาพหนึง ทําให้มู่เกอตา
เป็นประกาย พินิจมองชายทีใบหน้าขาวซีดไร้สีเลือดผู้
นัน
ในป่ามีลมเย็นๆ พัดผ่าน
เสียงใบไผ่กระทบกันดังซ่าๆ แขนเสือยาวแผ่วพลิวเต้น
ระบํา ราวกับว่า ทุกสิงทุกอย่างหมุนไปตามโน้ตพิณของ
เขา
72
ใบหน้าของเขางดงามมาก แต่กลับให้ความรู้สึกเปราะ
บาง ราวกับว่า ทุกอย่างบนโลกใบนีสามารถทําให้เขา
แตกสลายได้ ดูแล้วชวนให้คนเกิดความรู้สึกอยากปก
ป้องขึนมาทันที
มู่เกอรู้สึกสงสัย เธอกําลังอึงกับภาพทีอยู่ตรงหน้า ทุก
ครังทีเส้นผมเงาดําราวกับหมึกของเขาพัดผ่านใบหน้า
ของเขาไปนัน เธอยังกลัวว่าผมนันจะบาดเข้าผิวหน้าที
เปราะบางจนแทบจะโปร่งแสงนัน จนอยากจะยืนมือ
ออกไปปัดผมนันออก
“เจ้าเป็นใคร!” ทันใดนัน เสียงระแวดระวังก็ดังออกมา
73
จากประตูกระท่อม
มู่เกอตืนจากภวังค์ เงยหน้าขึน กลับสบเข้ากับดวงตาอัน
ลึกลําราวกับทะเลสาบทีนิงสงบ ตาขาวกับดําตัดกัน
อย่างชัดเจน
74
ตอนที 24 ส่งสารกลางดึก อาจารย์?
ในยามคําคืน มู่เกอนังอยู่บนเก้าอีโยกในสวน ในหัวยัง
คงคิดถึงคนทีเจอในป่าบริเวณโรงเรียนจือหยางเมือ
ตอนกลางวัน
75
ตอนนีข้างตัวเธอนอกจากโย่วเหอและฮวาเยวียแล้ว ยังมี
คนอีกคนหนึง
คนๆ นี สวมชุดสําหรับนักศึกษา ยืนตัวตรงราวกับต้นสน
ถือว่าเป็นคนหน้าตาดีคนหนึง และดูเป็นคนมีความกล้า
หาญ เขายืนอยู่ข้างมู่เกออย่างเรียบร้อย เงียบเสียจนทุก
คนเกือบลืมไปแล้วว่าเขายืนอยู่ตรงนีด้วย
“มัวหยาง เจ้ารู้ไหมว่าในป่าบริเวณโรงเรียนจือหยางมี
ใครอยู่” อยู่ๆ มู่เกอก็พูดขึน
ถูกเจ้านายถามคําถามโดยไม่ทันได้ตังตัวเช่นนี ทําให้มัว
76
หยางอึงไปแล้วขมวดคิวตอบ “ตอบคําถามคุณชายขอ
รับ ในป่าบริเวณโรงเรียนจือหยางเหมือนกับว่าจะมีคน
อาศัยอยู่จริงๆ ได้ข่าวว่าคนๆ นันพักรักษาตัวอยู่ในป่า
แต่ไม่รู้ว่าเป็นใคร”
พักรักษาตัว ?
มู่เกอแปลกใจ
ในกระท่อมทีหอมไปด้วยกลินยา และคนทีผิวขาวซีดท่า
ทางเปราะบางเหมือนจะขาดใจตายได้ตลอดเวลา
เหมือนจะตรงกับนิยามของคนป่วยทีต้องการรักษาตัว
77
ตอนกลางวันถูกคนรับใช้ของคนผู้นันทําให้ตกใจ มู่เกอก็
แปลกใจทีตนเองเหม่อลอยดวงตาคู่นันทีนัยน์ตาขาว
และดําแยกออกจากกันอย่างชัดเจน ราวกับจะดูด
วิญญาณของเธอเข้าไป
‘อยู่ทีนีนานคงไม่ดีนัก’
มู่เกอทีเคยประสบกับเหตุการณ์อันตรายมามากมาย
หลังจากทีสัญชาตญาณของเธอเตือนแบบนี เธอก็หัน
หลังเดินจากไปอย่างไม่อาวรณ์เลยสักนิด
ตังแต่ต้นจนจบเธอไม่ได้คุยกับคนผู้นันเลยแม้แต่คําเดียว
78
และคนผู้นันเอง ก็เหมือนจะไม่ได้ห้ามตอนทีเธอเดินออก
มา
ทังสองคนเหมือนเส้นขนานทีไม่มีวันบรรจบทีสวนทาง
กันไป
ในขณะทีเธอยังเดินมาไม่ถึงหน้าป้ายโรงเรียน นักเรียน
ในโรงเรียนต่างก็เลิกเรียนแล้ว มัวหยางทีพวกเขามารอ
รับก็ยืนอยู่ข้างรถม้าตังนานแล้ว
มู่เกอมองชายหนุ่มทีตนเองส่งมาทิงไว้ทีโรงเรียนจือ
หยางแวบหนึง แล้วก็ขึนรถม้าไป สังให้กลับตําหนัก
79
ทีไปรับมัวหยาง เพียงเพราะเธอเบือ จึงตัดสินใจจะออก
ไปอย่างกะทันหัน แต่ไม่คิดว่า จะทําให้เธอไปพบกับ
คนๆ หนึงทีน่าสนใจมากเข้า
คนทีสามารถทําให้เธอจําได้แม่นมีไม่มาก ถ้าไม่ใช่ศัตรู
ก็คือเพือน
ไม่รู้ว่า------------เขาจะเป็นประเภทไหน
มู่เกอก้มหน้า แอบคิดในใจ : ในอนาคตจะได้เจอกันอีก
ไหมก็ไม่รู้ แล้วทําไมต้องมาเสียเวลานังคิด
คิดแล้ว มู่เกอก็ค่อยๆ เงยหน้าขึน ขนตาอันยาวงอน
80
บดบังความรู้สึกในแววตา เธอมองมัวหยางแล้วถามว่า :
“อยู่ทีโรงเรียนเจ้าได้เรียนอะไรบ้าง”
มัวหยางหลุบตาลงแล้วตอบ : “อาจารย์สอนบทเพลงบท
กลอน คุณธรรมจริยธรรม แต่เมือครึงเดือนทีแล้ว มี
วิชาการยิงธนูมาเปิดสอน ถือว่าน่าสนใจมาก” เป็นคนใช้
ของมู่ชิงเกอก็ย่อมรู้ดีว่านายของตนเองไม่ถนัดทาง
วิชาการ ฉะนันจึงไม่ได้พูดเกียวกับพวกการเรียนมากนัก
แต่เล่าในสิงทีคิดว่าจะทําให้มู่ชิงเกอเกิดความสนใจ
“ยิงธนู? น่าสนใจจริงๆ ด้วย” นําเสียงของมู่ชิงเกอมี
ความขีเล่น
81
แต่เธอก็ไม่ได้พูดอะไรมาก นอกจากบอกมัวหยางว่า
“นานๆ ทีเจ้าจะได้หยุดพักผ่อน กลับมาทีจวนแล้วอยาก
ทําอะไรก็ไปทําเถอะ ไม่ต้องเฝ้าข้าตลอดเวลา ตรงนีข้ามี
โย่วเหอและฮวาเยวียก็พอแล้ว”
มัวหยางเงยหน้าขึนมองมู่เกอด้วยความสงสัย แต่ไม่ได้
ถามอะไรมาก คาราวะมู่เกอแล้วเดินออกไป
ท่าทางรู้เรืองแบบนี ทําให้มู่เกอชอบใจมาก
ความเชือใจและเชือฟังคําสังเป็นกฎข้อแรกทีมู่เกอใช้
ตัดสินคนๆ หนึงว่าจะทํางานได้หรือไม่ ดูเหมือนว่ามัว
หยางคนนีจะสร้างความประทับใจแรกพบให้กับเธอได้ดี
82
ไม่น้อยเลย
มัวหยางเดินออกจากบริเวณเรือน แล้วเดินไปทางทีพัก
ของตนเอง
ตังแต่ทีเขาไปเรียนหนังสือทีโรงเรียนจือหยางเขาก็ย้าย
ออกจากบริเวณเรือนของมู่ชิงเกอไปอยู่กับพวกคนรับใช้
ในตําหนัก แน่นอนว่านีเป็นคําสังของมู่ชิงเกอ ถึงแม้ว่า
เขาจะไม่เข้าใจว่าทําไมเจ้านายถึงทําแบบนี แต่ก็ทําตาม
คําสังโดยดี
เขาคงคิดยังไงก็คิดไม่ถึงว่าทีมู่ชิงเกอทําแบบนี ก็เพราะ
ไม่อยากจะอยู่ร่วมกับผู้ชาย
83
“เอ้ะ ! มัวหยางนี?”
มัวหยางทีเดินผ่านสวนดอกไม้ไปได้ยินคนเรียกชือตน
เอง
เสียงนันอ่อนโยนดังสายนํา ทีผู้ชายคนไหนได้ยินก็คงจะ
จมลงไป แต่มัวหยางเพียงแค่ขมวดคิว หันหน้าไปมอง
สองนายบ่าวทีเดินมาทางเขา
“มัวหยางคารวะแม่นางป๋าย” มัวหยางก้มหน้าลง สิงที
เห็นคือรองเท้าและกระโปรงสีขาว
84
เขาไม่ได้เงยหน้าขึนและไม่ได้มองหน้าป๋ายซีเยวียเลย
“มัวหยาง กลับมาแล้วหรือไปพบพีมู่แล้วหรือยัง?” ป๋ายซี
เยียวถามเบาๆ นําเสียงฟังดูใกล้ชิดสนิทสนม
“ขอรับ เมือสักครู่นีมัวหยางไปพบคุณชายแล้ว” มัวหยาง
ตอบสันๆ “หากแม่นางป๋ายไม่มีอะไรให้รับใช้ มัวหยาง
คงต้องขอตัวก่อน ชายหญิงมายืนกันอยู่ด้วยกัน
ตอนกลางคืน เกรงว่าจะทําให้เสือมเสียถึงชือเสียงของเม่
นางป๋าย” พูดจบ เขาไม่รอให้ป๋ายซีเยวียพูดอะไรก็หัน
หลังเดินออกไป
พอเขาเดินจากไปไกลลวีจือทีเดินตามป๋ายซีเยียวมา ก็
85
พูดเบาๆ ด้วยนําเสียงดูถูกว่า “พวกไม่รู้จักดีชัว ไม่ได้มี
อะไรดีเลยสักนิด เป็นได้แค่หมาตัวหนึงทีเฝ้าอยู่ข้างๆ
คุณชายแท้ๆ คิดว่าได้เข้าไปเรียนหนังสือในโรงเรียนจือ
หยางแล้ว จะกลายเป็นชนชันสูงงันรึ? เสียแรงคุณหนู
อุตส่าห์ทําดีด้วย”
นําเสียงนันเหมือนเป็นการทวงความเป็นธรรมให้กับป๋าย
ซีเยวีย แต่ความจริงแล้วเป็นเพราะความอิจฉาทีมัว
หยางโชคดีได้ไปเรียน
โรงเรียนจือหยางนันเป็นทีอะไร ถ้าโชคดีหน่อยและรู้จัก
รักษาโอกาสเอาไว้ จากคนใช้ไม่แน่ว่าอาจจะได้กลาย
เป็นเจ้าคนนายคนในพริบตา
86
สายตาทีอ่อนโยนของป๋ายซีเยวียค่อยๆ เต็มไปด้วย
ความเยือกเย็น
คําพูดของลวีจือ ไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรต่อนาง นางพูด
นิงๆ “มัวหยางได้เข้าไปเรียนในโรงเรียนจือหยาง ถ้า
สามารถเอาเขามาเป็นพวกเดียวกับเราได้ ไม่แน่ว่าเรา
อาจจะได้รับประโยชน์จากเขา”
นางรู้อยู่แล้วว่าวันนีเป็นวันหยุดทีมัวหยางจะกลับมา
เพราะฉะนันจึงมารอโอกาสอยู่ทีนีนานแล้ว
ไม่คิดว่าจะโดนตอกหน้ากลับมาแบบนี
87
แต่ว่าป๋ายซีเยวียก็ไม่ได้โกรธอะไรมากนัก คนยิงจัดการ
ยากมากเท่าไหร่ นางก็ยิงสนใจ มากขึนเท่านัน แบบนีถึง
จะคู่ควรให้นางลงมือ!
...................
ในเรือน มู่เกอสังให้โย่วเหอและฮวาเยวียกลับไปพักผ่อน
ก่อน
เมือเดินเข้าไปในห้อง ในขณะทีกําลังจะเริมการฝึกเวท
พลังสายตาก็ไปสะดุดเข้ากับกระดาษแผ่นหนึงบนโต๊ะ
กลม
88
เธอเดินเข้าไปใกล้ แล้วก้มหน้าลงมอง
บนกระดาษมีตัวหนังสือเขียนอยู่แถวหนึง ‘ยามสามก่อน
รุ่งสางมาพบข้า’
มู่เกอขมวดคิวหยิบกระดาษบนโต๊ะขึนมา พูดเสียงตํา “มู่
ชิงเกอออกมานีหน่อย”
พอพูดจบร่างอันโปร่งแสงของมู่ชิงเกอก็ปรากฏขึนตรง
หน้าเธอ
“ถ้าเจ้าอธิบายอะไรหน่อยจะดีมากนะ” มู่เกอถือ
89
กระดาษในมือขึนมาสะบัดตรงหน้ามู่ชิงเกอ
ใครจะไปรู้ว่าสีหน้าบนใบหน้าอันโปร่งแสงของมู่ชิงเก
อนันดูแย่มาก ในแววตาเต็มไปด้วยความกลัว ร่างทีโปร่ง
แสงเริมสัน
มู่เกอขมวดคิวถามอีก “เจ้าเป็นอะไร แล้วคนๆ นีเป็น
ใคร”
“อา.......อาจารย์......” มู่ชิงเกอเหมือนเปล่งเสียงลอดไร
ฟันออกมา
90
ตอนที 25 ท่านผู้เฒ่าเป่ยหมิง
91
บริเวณแม่นําแถบชานเมืองของแคว้นลัวตู ร่างอันผอม
บาง ถูกเสือคลุมสีดําบดบังเอาไว้ อาศัยแสงจากดวงดาว
และแสงเทียนในการนําทาง ภายใต้เสือคลุมทีปลิวไหว
ไปมา ทําให้มองเห็นเสือสีแดงดังเปลวไฟด้านในได้อย่าง
เลือนราง
เกรงว่า ขนาดมู่ซงเองก็คงคาดไม่ถึงว่าในจวนของตนเอง
จะมีทางลับออกไปยังนอกเมืองและทางลับนันอยู่ใน
ห้องของมู่ชิงเกอ
เท่าทีมู่ชิงเกอบอก ทางลับนี เป็นทางลับทีอาจารย์ผู้
เก่งกาจผู้นันของนางแอบสร้างเอาไว้ ทังหมดก็เพือให้คน
ไร้ค่าอย่างนางสามารถออกมาตามคําสังของเขาได้
ตลอดเวลา
92
นอกชานเมืองของแคว้นลัวตูเป็นผืนป่าผืนใหญ่ ใน
ตอนกลางคืนดูน่ากลัวมากเป็นพิเศษ
มู่เกอถือโคมไฟส่องทาง ข้างหูมีเสียงของมู่ชิงเกอคอย
บอกทาง
แสงไฟสีส้มทําให้ใบหน้าอันงดงามของมู่เกอดูไม่ชัดเจน
แววตาราวกับเก็บซ่อนอะไรบางอย่างไว้
“ข้าไม่ได้ตังใจจะปิดบังเจ้า แต่ไม่คิดว่าเขาจะมาหาข้า
เร็วถึงเพียงนี” มู่ชิงเกอเม้มปาก แต่ในนําเสียงก็ฟังออก
ถึงความกลัวได้ไม่ยากนัก
93
มู่เกอไม่สนใจนาง
ทุกครังทีเธอคิดว่าตัวเธอได้รู้ทุกอย่างแล้ว แต่ก็คิดไม่ถึง
ว่าจะยังมีความจริงมาทําให้เธอต้อง ‘เซอร์ไพรส์’ อยู่ได้
ตลอด
มู่เกอไม่สนใจมู่ชิงเกอ ทําให้แววตาของมู่ชิงเกอยิงดูเศร้า
นางเดินตามมู่เกอทีละก้าวไปทางภูเขาทีดูน่ากลัว มู่ชิง
เกอกัดฟันแล้วลอยไปอยู่ตรงหน้ามู่เกอ ขวางทางเธอเอา
ไว้
“เจ้าไม่ต้องไปแล้ว!” มู่ชิงเกอห้าม
94
มู่เกอเงยหน้าขึนมองนาง แววตาทีใสกระจ่างนันไร้ซึง
ความรู้สึกใดๆ
เธอเดินอ้อมตัวมู่ชิงเกอและเตรียมทีจะเดินหน้าต่อไป
“เจ้าไม่ต้องไปแล้ว!” มู่ชิงเกอมาขวางอยู่ตรงหน้าเธออีก
ครัง ครังนีถึงกับกางแขนทังสองข้างออก นางทําไปตาม
สัญชาตญาณ แต่กลับลืมไปว่าตนเองเป็นแค่วิญญาณ
ไม่สามารถทีจะห้ามการกระทําของมู่เกอได้ ถ้ามู่เกอคิด
จะเดินทะลุตัวนางไปก็สามารถทําได้
มู่เกอเงยหน้าขึนมองช้าๆ สายตาอันเย็นชาทีให้ความ
95
รู้สึกเยือกเย็นนัน จ้องมองนางอยู่
ในแววตาของมู่ชิงเกอเต็มไปด้วยการคัดค้าน นางรีบ
พูด : “ตอนนีเจ้าสามารถฝึกเวทพลังได้แล้ว ไม่จําเป็น
ต้องไปพึงพาพวกไสยศาสตร์พวกนันแล้ว พวกเรากลับ
จวนกันเถอะ”
นําเสียงของเธอฟังออกถึงความรีบร้อน
ราวกับว่าหากมู่เกอไม่กลับไปจะเกิดเหตุการณ์น่ากลัว
อะไรขึนอย่างนันล่ะ
แต่ว่าความรีบร้อนของนางไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรต่อมู่
96
เกอเลย พอมู่เกอฟังนางพูดจนจบก็ยิมเย็นอย่างอดไม่ได้
แววตาเต็มไปด้วยการเสียดสี : “มู่ชิงเกอ ตอนนีข้าต่าง
หากทีเป็นมู่ชิงเกอ ต้องมาค่อยมาตามล้างตามเช็ดทีเจ้า
ทําวุ่นวายเอาไว้โดยทีข้าก็ไม่ได้เต็มใจ แต่จะไม่ทําก็ไม่
ได้ เพราะฉะนันตังแต่นีเป็นต้นไป เจ้าหุบปากไว้จะดี
กว่า”
ใบหน้าอันโปร่งแสงของมู่ชิงเกอดูขาวซีดขึนหลายระดับ
ขนาดริมฝีปากทีดูเป็นสีแดงเรือจางๆ ในตอนแรกก็กลาย
เป็นสีเทา
“นําทาง” มู่เกอพูดอย่างเย็นชา
97
มู่ชิงเกอยังคงดือดึงมองมู่เกอแล้วขอร้องเป็นครังสุด
ท้าย : “ถ้าเกิดอะไรขึนกับเจ้า ท่านปู่กับท่านอาจะทํา
อย่างไร”
ในดวงตามู่เกอยิงฉายแววเสียดสี นางหัวเราะแต่ก็ไม่
คล้ายว่าจะหัวเราะ : “เอาคนพวกนีมาข่มขู่ข้าเวลานีเนีย
นะ? แล้วตอนทีเจ้าทําเรืองพวกนีเจ้าเคยคิดถึงพวกเขา
บ้างไหม ข้าเพิงรู้จักพวกเขาได้แค่ไม่กีวัน เจ้าคิดว่าข้าจะ
สนใจหรือว่าพวกเขาจะเป็นอย่างไร”
“เจ้าคิดว่าข้าอยากให้มันเป็นแบบนีรึ!” อยู่ๆ มู่ชิงเกอก็
ระเบิดอารมณ์ออกมา
98
สายตาของนางเต็มไปด้วยความเจ็บปวดเหลือล้น มือทัง
สองกุมศีรษะแน่น “ข้าก็ไม่อยากให้เป็นแบบนี แต่ข้าจะ
ทําอย่างไรได้ ข้าเป็นแค่คนไร้ค่า ไร้ค่า! เป็นทายาทและ
เป็นหลานชายคนเดียวของมู่ซงแต่กลับไม่อาจฝึกเวท
พลังได้ ข้าไม่เพียงแต่ไม่สามารถสร้างชือเสียงให้กับตระ
กูลมู่ได้ แต่ยังต้องใช้ชือเสียงของตระกูลมู่ในการปกป้อง
ตนเอง ข้าก็เป็นแค่คนไร้ค่า! เจ้าเคยเข้าใจความรู้สึกของ
ข้าบ้างไหม? ในตอนทีข้าหมดหวังและโกรธเกลียดตน
เอง มีคนบอกว่าสามารถเปลียนแปลงธาตุในร่างกาย
ของข้าได้ แล้วข้าจะไม่หวันไหวได้หรือ จะไม่กล้ายอม
เสียงได้หรือ ถึงแม้ว่าข้าจะรู้ว่าคนๆ นันอาจจะไม่บริสุทธิ
ใจและความจริงทังหมดอาจจะไม่ได้เป็นอย่างทีเขาพูด
แต่หากว่ามีความหวังแม้เพียงเศษเสียว ข้าก็จะไม่ยอม
ปล่อยมันไป”
99
เธอมองมู่ชิงเกอทีควบคุมตัวเองไม่ได้อย่างเงียบๆ
เป็นครังแรกทีมู่ชิงเกอเผยอีกด้านหนึงทีดูเจ็บปวดและไร้
ซึงทีพึงออกมา ทีผ่านมานางดูเหมือนไม่ใส่ใจ นางจะ
แสดงความรู้สึกของตัวเองออกมาก็ต่อเมืออยู่ต่อหน้าคน
สนิทเท่านัน
แต่ตอนนี..........
บางทีอาจจะเหมือนทีมู่ชิงเกอบอก เธอไม่สามารถเข้าใจ
ความรู้สึกแบบนันได้
100
ในผืนแผ่นดินอันกว้างใหญ่แห่งนี ทีซึงทุกคนสามารถฝึก
เวทพลังได้นอกจากนาง หากนางเป็นเพียงแค่คน
ธรรมดาก็ช่างเถิด แต่นางกลับมีฐานะอันโดดเด่นทีไม่
ธรรมดา
นางถูกกดดันมานาน แบกรับความลับมามากมายเกิน
ไป ในใจคิดแต่อยากจะเก่งขึน อยากจะรักษาและ
เปลียนแปลงโชคชะตาของตนเอง แต่ว่าเสียดายทีสุด
ท้ายก็กลับกลายเป็นเพียงวิญญาณตนหนึง
นอกจากเธอ ก็ไม่มีใครรู้ว่ามู่ชิงเกอตัวจริงตายแล้ว ตาย
โดยไม่มีแม้กระทังสุสาน
101
สีหน้าของมู่เกอเปลียนไป นําเสียงก็อ่อนโยนขึน “มู่ชิงเก
อ เจ้าต้องเข้าใจว่าเรืองนี ไม่ใช่ว่าจะแก้ไขได้ด้วยการ
หนี” คืนนีถึงแม้ว่าเธอจะไม่ไปตามนัด แล้วพรุ่งนีล่ะ ถ้า
ไปทําให้คนทีมู่ชิงเกอบอกว่าเป็นคนแปลกประหลาดนัน
โกรธ ด้วยความสามารถทางไสยศาสตร์ของคนๆ นัน
แล้ว ถ้าจะแอบใช้ทางลับทีสร้างขึนในตระกูลมู่เพือเด็ด
หัวของใครคนใดคนหนึงในจวนก็ไม่ใช่เรืองยาก
มู่ชิงเกอเม้มปาก ในแววตาเต็มไปด้วยความกระวน
กระวาย
บางทีในตอนทีนางตัดสินใจเข้าสู่สงคราม นางก็คงคาด
ไม่ถึงว่าโชคชะตาของตนเองจะกลายเป็นอย่างวันนี
102
“เราไปขอให้ท่านปู่ช่วยได้......”
“ตัวเองก่อเรืองเอาไว้ แล้วจะไปให้ผู้ใหญ่คอยแก้ไขให้ มู่
ชิงเกอเจ้าช่างเป็นคนไร้ค่าขนานแท้จริงๆ เลย” นําเสียง
อันเย็นชาของมู่เกอขัดจังหวะเสียงพึมพําของมู่ชิงเกอ
ร่างอันโปร่งแสงของมู่ชิงเกอเริมสัน เสมือนโดนดูด
พลังงานทังหมดออกจากร่างกาย
“ข้าก็ว่า ทําไมยังมาไม่ถึง ทีแท้ก็ไปสะดุดเข้ากับ
วิญญาณในป่านีเอง ศิษย์รัก อาจารย์จะช่วยจัดการผี
ตนนีให้เจ้าเดียวนีเลย”
103
ทันใดนัน เสียงอันเย็นชาและแหลมสูงก็ดังมาจากฟาก
ฟ้า
ในขณะทีมู่เกอยังไม่ทันได้มีปฏิกิริยาใดๆ ก็เห็น
วิญญาณของมู่ชิงเกอพลันลอยขึนไปบนท้องฟ้า กลาย
เป็นควันและถูกคนเก็บไปในทันที
มู่เกอทีเพิงจะรู้สึกตัว พอขยับขาก็รู้สึกราวกับว่าทังร่าง
ตกไปอยู่ในถํานําแข็ง แข็งจนขยับไม่ได้
‘เกิดอะไรขึน’ มู่เกอทีไม่สามารถขยับตัวได้ยืนอยู่ทีเดิม
ดวงตาสดใสคู่นันยังคงสามารถกลอกไปมาได้
104
เธอพยายามทีจะหมุนเวียนพลังวิญญาณในร่าง แต่กลับ
พบว่าพลังวิญญาณทีอยู่ในระดับสูงทีสุดของขันสีเหลือง
ทีสามารถควบคุมได้แล้วในตอนแรก กลับดูหนักหน่วง
ราวกับเหล็ก จนไม่สามารถเอาออกมาใช้ได้เลย
แม้กระทัง ตอนทีเธอคิดจะใช้ความสามารถของตนเอง
กลับพบอีกว่าความสามารถด้านพลังสายฟ้าและช่อง
ว่างของเธอเหมือนจะหายไปหมดอย่างไรอย่างนัน
ตัวเธอเหมือนกลายเป็นเพียงหุ่นไม้ทีใช้ได้เพียงแค่ความ
คิด
105
‘ประมาทเกินไป’ มู่เกอร้องในใจ
คนทีมีความสามารถสองสิง และครอบครองความเร็วใน
การฝึกเวทพลังได้อย่างน่าทึงกลายเป็นยอดฝีมือชันสูง
สุดของขันพลังสีเหลืองได้ภายในคืนเดียว ทําให้เธอรู้สึก
หยิงยโสในตนเอง คิดว่าใช้ความสามารถของตนเองก็
สามารถแก้ไขปัญหานีได้ แต่กลับคิดไม่ถึงว่า ยังไม่ทัน
ได้เจอกัน เธอก็ตกลงไปในหลุมพรางเสียแล้ว
และทีสําคัญ วิญญาณของมู่ชิงเกอก็หายไปอีกด้วย
ทันใดนัน เธอก็คิดถึงความเป็นจริงทีน่าตืนตะลึงได้เรือง
หนึง
106
คนๆ นันสามารถมองเห็นมู่ชิงเกอได้ จึงเอาตัวนางไปได้
อย่างง่ายดาย!
แกร่ก------แกร่ก---------
เสียงราวกับเหยียบลงไปบนนําแข็งแผ่นบางๆ ดังขึน
กระตุ้นความตืนตัวมู่เกอ
เธอจ้องไปยังทีมาของเสียง เห็นเพียงแค่เงาร่างค่อมงุ้ม
ค่อยๆ ปรากฏตัวขึนในชุดคลุมสีดํา ผมสีเงินยาวสยาย
นันร่วงออกมาจากหมวกแล้วตกลงไปบนพืน
107
การปรากฏตัวของเขาทําให้อุณหภูมิในป่าแห่งนีลดลง
หลายองศา
มู่เกอรู้สึกถึงแรงกดดันทีพุ่งเข้ามาอย่างไม่เคยเป็นมา
ก่อน
แกร่ง ! แข็งแกร่งมาก !
ตังแต่ทีมู่เกอมาเกิดใหม่ นีคือคนที 5 ทีทําให้เธอรู้สึกได้
ถึงความแข็งแกร่ง และคนคนนีเมือจัดลําดับแล้วในห้า
คนเขาอยู่ในลําดับทีสอง นอกจากมหาปราชญ์ทีทําให้
เธอรู้สึกได้ถึงความความลึกลับยากจะคาดเดานันแล้ว
ไอเย็นเยียบทีแผ่ออกมาจากทัวร่างของคนตรงหน้านี ทํา
108
ให้เธอรู้สึกได้ถึงวิกฤตมากกว่าครังไหนๆ
‘ผู้เฒ่าเป่ยหมิง’ ในตอนนีมู่เกอนึกฐานะของผู้มา
เยือนออกแล้ว
109
ตอนที 26 ใช้เธอเป็นหนูทดลอง
“ศิษย์รัก ทําไมเจ้าเจออาจารย์แล้วไม่คารวะ”
110
ในป่ามืดทึบแห่งนี ราวกับคนตรงหน้าเป็นวิญญาณ
จริงๆ และตอนนีกําลังจะฟืนคืนชีพ
มู่เกอไม่สามารถขยับตัวได้ แต่แน่ใจว่าคนๆ นันกําลัง
ค่อยๆ เดินเข้ามาใกล้เธอ
ใกล้เข้ามาเรือยๆ-------
เพราะแสงจากโคมไฟ ทําให้มู่เกอเห็นหน้าตาของคนใน
เสือคลุม
แต่ว่าพอเห็นชัดแล้ว เธอก็สูดหายใจเย็นเยียบในใจใอ
111
ย่างอดไม่ได้ มันช่าง แปลกประหลาดเหลือเกิน มู่เกอก
ล้าสาบานต่อสวรรค์ว่ารูปร่างหน้าตาของคนผู้นีถือว่า
เป็นคนน่าเกลียดทีสุดในทังสองโลกเท่าทีเธอเคยเห็นมา
เลย
ใบหน้านัน ดูแย่กว่าผู้ทีประสบอุบัติเหตุบนถนนเสียอีก
ชวนให้คนรู้สึกเวทนา
แม้ว่านิสัยเธอจะเย็นชา แต่พอเห็นใบหน้าน่ากลัวนีเข้าก็
อดทีจะหวันใจไม่ได้
หน้าตาน่าเกลียดนี ไม่ได้เป็นมาตังแต่เกิด แต่เป็นเพราะ
การกระทําบางอย่างทีทําให้เป็นแบบนี ใบหน้าเต็มไป
112
ด้วยตุ่มทีมีหนองไหลออกมาไม่หยุด หน้าตาอันน่า
เกลียดน่ากลัวของเขาไม่ได้อยู่ในนิยามของคําว่าคนตัง
นานแล้ว
“หึๆ อาจารย์ลืมไปว่าตอนนีเจ้าขยับตัวไม่ได้” ท่านผู้เฒ่า
เป่ยหมิงหัวเราะเบาๆ ดวงตาทีมองมู่เกอเต็มไปด้วย
ความเยือกเย็นโหดร้าย
ทันใดนันรอบตัวเธอก็มีแสงสีม่วงอ่อนๆ ส่องประกาย
แสงสีม่วงพวกนันเหมือนจะมีหมอกสีดําแทรกปะปนมา
ด้วย
“ขันม่วง!” มู่เกอกะพริบตา ดวงตาใสกระจ่างนันมอง
113
ด้วยความไม่อยากจะเชือ
ไหนบอกว่าขันม่วงมีน้อยมากไง ไหนบอกว่าในแคว้นฉิน
มีขันม่วงแค่คนเดียวแล้วก็เป็นเชือพระวงศ์ไง แล้วสิงที
ปรากฏอยู่ตรงหน้าเธอนีคืออะไรกัน
มู่ชิงเกอไอ้ตัวปัญหา! รู้หรือเปล่าว่าไปยุ่งกับคนแบบไหน
เข้าแล้ว?
มู่เกอรู้สึกโกรธในใจ
แต่แววตากลับยิงสงบนิงลง
114
“ลูกศิษย์ เจ้าเดินด้วยสองขาช้าเกินไป อย่าทําให้ข้าต้อง
เสียเวลา ให้ข้าช่วยพาเจ้าไปจะดีกว่าไหม” พูดจบแสงสี
ม่วงทีมีหมอกดําปะปนอยู่ก็พัดเข้าหามู่เกอเหมือนมีชีวิต
ม้วนตัวของเธอจนกลายเป็นรังไหมดิบรูปคนขนาดใหญ่
ทุกอย่างเกิดขึนเร็วมาก ทําให้เธอไม่สามารถโต้ตอบได้
มู่เกอทีถูกห่อหุ้มอยู่ในรังไหมดิบขนาดใหญ่ รู้สึกว่าร่าง
กายของตนเองลอยอยู่กลางอากาศ จากนันก็เริมเคลือน
ตัวไปอย่างรวดเร็ว
มู่เกอไม่ได้รู้สึกถึงความลําบากแต่อย่างใด สิงเดียวทีเธอ
ไม่ชอบใจคือเธอไม่สามารถขยับตัวได้
115
มู่เกอแอบนับเลขในใจ พอเธอนับถึง 129 เธอก็เริมรู้สึก
ว่าร่างกายของเธอลอยลงมาและกระแทกกับพืนอย่าง
แรง
แสงสีม่วงหายไปในทันที ความเจ็บปวดแผ่ซ่านทันทีที
ก้นของเธอกระแทกลงกับพืน
ตึง~!
แม้ว่าก้นกบจะเป็นส่วนทีมีเนือเยอะทีสุดในร่างกาย แต่
แรงกระแทกจากการตกลงมาจากกลางอากาศก็ทําให้มู่
เกอรู้สึกว่าตัวของเธอได้ชาไปแล้วครึงหนึง
116
“ทีนีทีไหน”
พอสัมผัสกับความเย็นและพืนทีขรุขระ มู่เกอรู้สึกว่าร่าง
กายของตนเองสามารถเคลือนไหวได้แล้ว
สิงแรกทีทําก็คือดูว่าตนเองอยู่ทีไหน
ทีนีเหมือนเป็นถํา
อากาศทีเย็นและชืน และผนังรอบๆ ซึงขรุขระ ทําให้มู่เก
อแอบเดาในใจ
117
ไม่แน่ว่าทีนีอาจจะเป็นทีอยู่ของคนทีมู่ชิงเกอเรียกว่า
ท่านผู้เฒ่าเป่ยหมิง
มู่เกอตาเป็นประกาย สังเกตรอบๆ ด้วยใบหน้านิงๆ
ทีนีเป็นถําจริงๆ ด้วย บนถํามีหินย้อยลงมามากมาย หิน
แหลมมีหยดนําหยดลงพืนตลอดเวลา ถํานีไม่ถือว่าใหญ่
มาก แต่ก็เกือบ 50 ฉือ
มู่เกอสังเกตความกว้างในถําแล้วสายตาก็ไปหยุดทีเตา
ไฟอันหนึงในถํา ข้างเตาไฟมีชันวางของมากมายทีเต็ม
ไปด้วยดอกไม้ใบหญ้า ซึงส่งกลินหอมคล้ายกับยา
118
มู่เกอหรีตามอง
มู่ชิงเกอเคยบอกว่า ทีนางนับถือคนประหลาดคนนีเป็น
อาจารย์ เพราะเขาเป็นอาจารย์หลอมโอสถ ว่ากันว่า เขา
สามารถปรุงยาทีสามารถเปลียนแปลงร่างกายคนไร้ค่า
อย่างนางได้
และสิงทีนางต้องทําก็คือคอยเป็นหนูทดลองให้กับท่านผู้
เฒ่าเป่ยหมิงจนกว่ายานีจะประสบความสําเร็จ
มู่เกอตกใจ
119
คืนนีทีท่านผู้เฒ่าเป่หมิงเรียกเธอมา คงไม่ใช่ว่าจะ.........
เคร้ง!
ขวดกระเบืองเคลือบสีดําสนิทใบใหญ่ถูกคนๆ หนึงโยน
มาลงบนชุดผ้าไหมของมู่เกอ
เสียงอันเย็นชาของท่านผู้เฒ่าเป่ยหมิงดังขึน “นีเป็นยาที
ข้าต้มขึนใหม่ กินมันซะ แล้วบอกปฏิกิริยาของร่างกาย
เจ้าให้ข้ารู้”
สายตาของมู่เกอปรากฏไอสังหารวาบผ่าน เธอเงยหน้า
ขึนมองท่านผู้เฒ่า เห็นเขานังอยู่บนทีนอนและไม่ได้มอง
120
เธอเลย ในมือถือขวดโปร่งแสงใบหนึง ในนันมีแสงสี
เขียวกลุ่มหนึงทีเหมือนกําลังต่อสู้ดินรนกับอะไร
บางอย่าง
ไม่รู้ทําไม มู่เกอรู้สึกว่าแสงสีเขียวนันเป็นวิญญาณของมู่
ชิงเกอ
เมือความคิดนีแวบผ่านเข้ามาในหัว มู่เกอก็หัวใจกระตุก
ทีหนึง แล้วมองท่านผู้เฒ่าเป่ยหมิงอย่างระมัดระวัง
เหมือนหวังจะได้เห็นอารมณ์บางอย่างจากสีหน้าของ
เขา
แต่ว่าเสือคลุมสีดําปกปิดใบหน้าของท่านผู้เฒ่าเป่ยหมิ
121
งจนเห็นแค่มุมปากของเขาทีมีรอยยิมอันแปลก
ประหลาด
‘หรือว่าเขาจะดูออก’ มู่เกอแอบเดาในใจ
ท่านผู้เฒ่าเป่ยหมิงสามารถเห็นวิญญาณได้เป็นเพราะ
อะไรนัน มู่เกอไม่รู้ ตอนนีเธอเป็นห่วงว่าท่านผู้เฒ่า
เป่ยหมิงจะทําอะไรมู่ชิงเกอ เขาจะรู้หรือเปล่าว่านันเป็น
วิญญาณของมู่ชิงเกส่วนตัวเธอนัน.........
ตนเองยืมร่างคนอืนในการเกิดใหม่ เป็นความลับทีมู่เก
อจะเก็บไปจนตาย ถ้าคนตรงหน้ารู้ แต่ไม่พูดอะไรเลย
แบบนี เขาคิดจะทําอะไรกันแน่?
122
ในขณะทีมู่เกอเหม่อตาค้าง เสียงของท่านผู้เฒ่าเป่ยหมิ
งก็ดังขึนอีกครัง แต่กลับโหดเ**◌้ยมกว่าเดิมหลายเท่า
นัก
“ยังนิงอยู่ทําไม คิดว่าอยู่ๆ ตัวเองสามารถฝึกเวทพลังได้
และกลายเป็นยอดฝีมือสูงสุดของขันพลังสีเหลืองแล้วจะ
หนีพ้นเงือมมือข้าไปได้รึ? หึ”
มู่เกอตาโตทันที
ความสามารถของเธอในตอนนี แค่พริบตาเดียวก็ถูกผู้
เฒ่าเป่ยหมิงมองออกแล้ว
123
อยู่ๆ ก็มีลมเย็นพัดผ่าน
เงาคนสีดํามาหยุดตรงหน้ามู่เกอ เธอหรีตา สายตาใส
กระจ่างคู่นันมีเงาหน้าตาอันอัปลักษณ์ดวงนันสะท้อน
อยู่
คางของเธอถูกบีบ ความรู้สึกเสียการควบคุมแบบนัน
กลับมาอีกครัง และมู่เกอยังคงไม่ทันได้ป้องกันเหมือน
เคย
ปากถูกบังคับให้อ้ากว้าง ขวดทีมียาอยู่ถูกเปิดออกและ
เทลงในปากเธอทันที
124
ยาเมือเข้าปากก็ละลายในทันที ส่งกลินเหม็นยากจะ
บรรยายจนอยากอาเจียนออกมา
หลังจากทีมู่เกอกินยาในขวดนันเข้าไป ก็รู้สึกว่าคางทีถูก
จับอยู่นันเป็นอิสระ และโดนผลักอย่างแรง
ข้างหูมีเสียงเย่อหยิงดังขึน “ฮึ ไม่รู้จักดีชัว”
มู่เกอล้มลงบนพืนสายตาเยียบเย็นดังนําแข็ง
ไม่พอ ! ยังไม่พอ ! ยังแข็งแกร่งไม่พอ !
125
“อุ่ก.............”
ทันใดนัน ก็รู้สึกเจ็บทีช่องท้องและลามไปทัวร่าง
กายอย่างรวดเร็วราวกับมีหนอนนับหมืนตัวแหวกว่ายอยู่
อย่างไรอย่างนัน
‘ยาออกฤทธิแล้ว !’
หน้าผากของมู่เกอเต็มไปด้วยเหงือ เธอกัดฟันแน่น ไม่ให้
ตนเองส่งเสียงใดๆ ออกมา
ความเจ็บปวดนัน มู่เกอไม่กลัวและทนได้ แต่ว่ายานีทํา
126
ให้รู้สึกเหมือนกําลังจะขาดใจตาย มู่เกอเห็นกับตาว่าผิว
บนหลังมือของเธอเริมเน่า ส่งกลินเหม็นและแน่ใจว่าทัว
ร่างกายของเธอก็คงไม่ต่างจากนี
‘นีไม่ใช่ยาเปลียนแปลงดีเอ็นเอแน่ๆ แต่เป็นยาพิษทีเอา
ไว้ทรมานคน!’ แม้ว่ามู่เกอจะไม่มีความรู้เรืองยา แต่ก็พอ
จะเดาออกถึงสรรพคุณทีผู้เฒ่าเป่ยหมิงให้เธอกิน
‘บัดซบ ! นีข้าจะต้องทนเห็นร่างกายตนเองเน่าตายไป
กับตางันหรือ?’ มู่ชิงเกอโกรธและไม่ยินยอม
เสียดาย ทีเมืออยู่ต่อหน้าท่านผู้เฒ่าเป่ยหมิง เธอก็ไม่
ต่างอะไรกับเด็กทารกคนหนึงทีไม่สามารถปกป้องตัวเอง
127
ได้เลยแม้แต่น้อย
ได้แต่เป็นไปตามทีเขาต้องการ
ทันใดนัน ความเจ็บปวดในร่างกายเหมือนสัมผัสได้ถึง
อะไรบางอย่าง นําใสๆ ทีไหลออกมาจากจุดตันเถียน
ของเธอไหลเข้าสู่ร่างกายอย่างรวดเร็ว บีบไล่ยาพิษทีอยู่
ภายในร่างกายของเธอออกมา
ความเจ็บปวดบรรเทาลงมาก
และมู่เกอก็อึงทีเห็นเนือแขนทีเน่าเปือยของเธอกลับคืนสู่
สภาพเดิมราวกับย้อนเวลา
128
เกิดอะไรขึน?
หรือว่านีเป็นยาเปลียนแปลงดีเอ็นเอ?
มู่เกอแอบเดา
ทันใดนัน มู่เกอก็พ่นเลือดสีดําเหนียวส่งกลินเหม็น
คาวออกมาจากปาก ความเจ็บปวดทัวร่างสลายหายไป
แต่มีพลังบางอย่างพุ่งเข้าสู่ตัวเธอ ทําให้การฝึกฝนของ
เธอก้าวหน้าขึนไปคืบหนึง
แม้ว่าแค่คืบเดียวจะสามารถมองข้ามไป หรือไม่นับก็ได้
129
แต่ก็ยังถือว่าก้าวหน้าขึนไปอยู่ดี
มู่เกอไม่ได้สังเกตถึงความเปลียนแปลงนี
ตาทังสองข้างจ้องกองเลือดสีดํา กลินนีเธอคุ้นเคยมาก
ในตอนทีร่างกายของเธอได้รับยาเปลียนแปลงดีเอ็นเอ
ในร่างกายของเธอเคยมีเลือดสีดําแบบนีออกมาและ
จํานวนมากกว่านีหลายสิบเท่านัก
แบบนีนีเอง เธอคิดมาตลอดว่านันเป็นสิงสกปรกทีถูกขับ
ออกมาจากร่างกายหลังจากทีร่างกายอันไร้ค่าของมู่ชิง
เกอได้รับการเปลียนแปลงดีเอ็นเอ
130
แต่ตอนนีเธอเข้าใจแล้วว่าเลือดดําพวกนีเป็นยาพิษที
แฝงซ่อนอยู่ในตัวของมู่ชิงเกอ! ส่วนทีมา เกรงว่าคงจะ
หนีไม่พ้นท่านผู้เฒ่าเป่ยหมิงผู้นีนีแหละ
มู่ชิงเกอค่อยๆ เงยหน้าขึน มองท่านผู้เฒ่าเป่ยหมิงทียัง
ไม่สังเกตเห็นเธอ
131
ตอนที 27 ล้างอาจารย์ ชีวิตต้องแลกด้วยชีวิต
“หืม?” ความเงียบภายในถํา ทําให้ผู้เฒ่าเป่ยหมิงรู้สึก
แปลกๆ
เขายัดขวดอันโปร่งแสงเข้าในแขนเสือตนเอง แล้วเงย
132
หน้าขึนมองมู่เกอทีนอนอยู่บนพืน
“ทําไมเงียบอย่างนี? หรือว่ายาพิษครังนีร้ายแรงเกินไป
ทําให้เจ้าเด็กนีตายเสียแล้ว” ผู้เฒ่าเป่ยหมิงพลันมา
ปรากฏตรงหน้ามู่เกอด้วยความสงสัยทันที
เขาคุกเข่าลงด้วยขาอันผอมแห้งราวกับไม้ฟืน มือรีบจับ
ทีชีพจรตรงข้อมือของมู่เกอ แล้วตรวจชีพจรดู
ชีพจรยังคงเหมือนเดิม ไม่มีอะไรแปลกไป
ท่านผู้เฒ่าเป่ยหมิงยิมเย็น เพิมแรงจับทีข้อมือ เล็บอัน
แหลมคมแทบจะแทงเข้าไปในเนือของมู่เกอ
133
“หึ ไอ้เด็กหน้าเหม็น แกล้งตายรึ” ท่านผู้เฒ่าเป่ยหมิ
งแทบจะบีบข้อมือของมู่เกอจนหัก
มู่เกอทนกับความเจ็บปวด ไม่แสดงอาการใดๆ โต้ดอบ
ราวกับว่าได้สลบไปแล้วจริงๆ
ท่านผู้เฒ่าเป่ยหมิงยิมอย่างโหดเ**◌้ยม ออกแรงทีฝ่ามือ
เพียงได้ยินเสียง ‘กร็อบ!’ ดังขึน เสียงหนึง แขนของมู่
เกอหัก ภายใต้ผิวหนังบริเวณทีกระดูกหัก กระดูกนูนปูด
ขึนมาราวกับจะแทงผิวหนังทะลุออกมาได้ตลอดเวลา
134
ความเจ็บปวดจากกระดูกทีหัก ทําให้หน้าผากของมู่เก
อผุดเหงือเย็นออกมา แต่เธอยังคงไม่ร้องแสดงความเจ็บ
ปวดแม้สักคําและไม่มีปฏิกิริยาใดๆ เลย
นิง รอจังหวะทีเหมาะสม
นีเป็นปัจจัยพืนฐานของการเตรียมพร้อมเพือเป็นนักล่าที
ดี
มู่เกอคิดว่าตนเองเป็นนักล่าทีดีคนหนึง
"หึๆ ทนได้ขนาดนีเลยรึ" รอยยิมของผู้เฒ่าเป่ยหมิงชวน
ให้ขนลุก เขาจับมือทีกระดูกหักของมู่เกอแล้วดึงขึน ยก
135
ตัวเธอขึนมาอยู่กลางอากาศเหมือนเธอเป็นแค่ไก่ตัวหนึง
มีแค่ข้อมือทีกระดูกหักข้างนันทีรับนําหนักตัวเธออยู่
ความเจ็บปวดแบบนี แทบจะทําให้มู่เกอขาดสติแต่เธอก็
ยังทนไว้ หัวห้อยลงมาเหมือนไม่รับรู้อะไรแล้ว แต่ทว่าใบ
หน้าทีก้มอยู่ของเธอ และดวงตาทีปิดสนิทนันมีแรง
อาฆาตแค้นทีเยือกเย็นปรากฏอยู่
ทรมานมู่เกอมาสักพักแล้วก็ยังไม่มีปฏิกิริยาใดๆ
ผู้เฒ่าเป่ยหมิงเหมือนจะหมดความอดทน โยนเธอลงพืน
อย่างแรง ทําให้ไหล่ของมู่เกอ ชนเข้าอย่างจังกับก้อนหิน
136
ก้อนหนึงในถํา มีเสียงกระดูกแตกดังขึน เกือบจะทําให้
เธอสลบไปแล้วจริงๆ
“ฮึ ไร้ประโยชน์” ท่านผู้เฒ่าเป่ยหมิงหันหลังให้เธอ
พึมพําอย่างไม่พอใจ
เหมือนกับว่า หลังจากแน่ใจว่ามู่เกอไม่ได้แกล้งสลบ เขา
จึงเริมคิดว่ายาพิษของตนเองรุนแรงเกินไป ทําให้เธอเป็น
แบบนี
มู่เกอทีทรมานแสนสาหัส ใบหน้าแนบติดอยู่กับพืนดินที
เย็นเฉียบและเปียกชืน ตาทีปิดอยู่ค่อยๆ หรีขึนมอง เธอ
เห็นท่านผู้เฒ่าเป่ยหมิงเหมือนกําลังก้มหน้าทําอะไรอยู่
137
“ช่างเป็นคนไร้ประโยชน์เสียจริงๆ ถ้าเจ้าตายแบบนีก็
ลําบากข้าต้องไปหาหนูทดลองใหม่น่ะสิ” ท่านผู้เฒ่า
เป่ยหมิงบ่นพึมพํา โดยทีไม่รู้ว่ามู่เกอทีนอนอยู่บนพืน
ข้างหลังนัน แววตาเยียบเย็นราวกับนําแข็ง
แล้วสักพัก ท่านผู้เฒ่าเป่ยหมิงก็หันกลับมา ตอนนีในมือ
ของเขามียาสีดําเม็ดหนึง
เสียงฝีเท้าใกล้เข้ามาเรือยๆ ร่างผอมบางทีนอนคุ้ดคู้อยู่
ของมู่เกอ ถูกเงาสีดําปกคลุมไว้
เสียงแหลมเยือกเย็นของผู้เฒ่าเป่ยหมิงดังขึนอีกครัง “ถ้า
138
กินยาวิเศษของข้าเข้าไปแล้วเจ้ายังไม่ฟืน ข้าจะเอาเจ้า
ไปต้มเป็นยา ยาของข้าจะได้ไม่เสียเปล่า"
พูดแล้ว เขาก็ดึงคอเสือของมู่เกอขึนใช้มือบีบคอและใบ
หน้าของเธอ บังคับให้เธออ้าปาก
มืออีกข้างหนึงถือยากําลังจะยัดเข้าปากของมู่เกอ
ตอนนีแหละ!
มู่เกอตัดสินใจและลืมตาขึนอย่างไม่ลังเล
ในสายตาทังคู่เยือกเย็นราวกับหิมะ เย็นชาดังนําแข็ง
139
และแหลมคมราวมีดดาบ แต่ก็ยังคงสงบนิงไร้ซึงระลอก
คลืน นัยน์ตากระจ่างใสมีภาพใบหน้าของผู้เฒ่าเป่ยหมิ
งสะท้อนอยู่ แล้วเธอก็ยิม
มุมปากสีแดงสดเหมือนกําลังยิมและไม่ยิมในเวลาเดียว
กัน
สิงทีเธอต้องการ ก็คือท่าทางตกใจของเขา
มือซ้ายทีห้อยลงอย่างไร้เรียวแรงมีแสงสีม่วงปกคลุมอยู่
นานแล้ว กลางอากาศราวกับมีสายฟ้าไหลผ่านเสียงดัง
‘ซือๆ’ มู่เกอคว้าโอกาสทีผู้เฒ่าเป่ยหมิงไม่ทันได้ตังตัว
มือซ้ายทีมีแสงสายฟ้าซัดเข้าไปทีหน้าอกของผู้เฒ่า
140
เป่ยหมิงอย่างไม่ลังเล
ปัง--------!
เสียงปะทะดังก้องอยู่ในถํา
มู่เกอรู้สึกเหมือนเอามือไปชกกับเหล็กกล้า เจ็บปวด
เหมือนกับว่ากระดูกกําลังจะหัก
แต่สิงทีมันใจได้คือ เธอซัดโดนตัวเขาแล้ว !
“อ้าก---------!” ความเจ็บปวดอย่างรุนแรงทําให้ผู้เฒ่า
เป่ยหมิงปล่อยมือจากเสือของเธอ แล้วถอยไปข้างหลัง
141
ตรงหน้าอกชุดสีดําของเขาขาดเป็นรูใหญ่ บริเวณรูนัน
ไหม้เป็นสีดํา
เสือผ้าด้านในก็ฉีกขาดเช่นกัน ทําให้เห็นผิวหนังทีผอม
แห้ง บนผิวกลายเป็นสีดําและมีกลินไหม้
ทีสําคัญทีสุด ภายในร่างของเขามีพลังอันมหาศาลกลุ่ม
หนึงกําลังทําลายอวัยวะภายในของเขาอยู่
“เจ้า!” ท่านผู้เฒ่าเป่ยหมิงเอามือกุมหน้าอกเอาไว้ มอง
มือซ้ายของมู่เกอทียังมีแสงสีม่วงหลงเหลืออยู่อย่างไม่
อยากจะเชือ
142
มู่เกอยืนอยู่บนพืนอย่างโซเซ มือขวาห้อยลงอย่างไร้เรียว
แรง มือซ้ายค่อยๆ ยกขึน แสงสีม่วงทีวนเวียนอยู่รอบๆ
ส่องสว่างใบหน้าอันงดงามของเธอให้ดูโหดเ**◌้ยม เต็ม
ไปด้วยแรงอาฆาต
“ขันม่วง! เป็นไปไม่ได้! เจ้าไม่มีทางเป็นขันม่วงไปได้!” ผู้
เฒ่าเป่ยหมิงตกใจทําให้มุมปากของมู่เกอคลีรอยยิมน่า
หลงใหลออกมา
ใช่ เธอไม่ใช่ขันม่วง แต่เป็นผู้มีความสามารถและ
ชํานาญในด้านพลังสายฟ้าตัวจริง
แม้ว่าเจ้านันจะเคยเตือนเธอว่าอย่าแสดงความสามารถ
143
ออกมา แต่ตอนนีจะตายอยู่แล้ว เธอยังจะต้องสนใจ
อะไรอีก
เธอเป็นขันเหลืองระดับสูงสุด ถึงแม้ว่าจะใช้แรงและพลัง
ทังหมดทีมีก็ไม่สามารถทําอะไรขันม่วงชันต้นอย่างผู้
เฒ่าเป่ยหมิงได้ ทําได้เพียงฉวยโอกาสตอนทีอีกฝ่ายไร้
การป้องกันใช้พลังสายฟ้าลอบทําร้ายจึงจะมีโอกาสชนะ
“อาจารย์หมัดนีของลูกศิษย์เป็นอย่างไรบ้าง?” แสงสี
ม่วงดังงูทีมีชีวิตโลดเต้นอยู่บนมือของมู่เกอ เธอหัวเราะ
อย่างเยือกเย็น
“นีมันไม่ใช่ขันม่วงนี มันคืออะไร? พูด ! เจ้าไปได้ของดี
144
อะไรมา!” ผู้เฒ่าเป่ยหมิงอยากจะจับตัวมู่เกอมาทรมาน
เพือคันเอาความจริงว่าเธอไปประสบกับเหตุการณ์อะไร
มา แต่เขาประเมินพลังลึกลับทีเคลือนไหวอยู่ในกายตํา
ไป
เพิงจะขยับ เขาก็พ่นเลือดเหม็นคาวมากมายออกจาก
ปาก
ท่านผู้เฒ่าเป่ยหมิงมองมู่เกอด้วยสายตาทีเต็มไปด้วย
ความแค้น ในใจเริมรู้สึกเสียใจขึนมา
ตอนแรก หลังจากทีเขาเห็นวิญญาณนัน ก็รู้สึกได้ว่ามู่ชิง
เกอไม่เหมือนเมือก่อน ภายหลังลองสังเกตดู จึงพบว่า
145
เจ้าไร้ค่านีสามารถฝึกเวทพลังได้แล้วและยังกลายเป็น
ระดับสูงสุดของขันเหลืองได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย
เขาก็เดาออกเลยว่า นางต้องไปพบปาฏิหาริย์อะไรเข้า
ให้แล้ว ตอนแรกเขาวางแผนว่าจะให้นางเป็นหนูทดลอง
ยาเหมือนเมือก่อนเสียก่อน พอลองเสร็จแล้ว จึงค่อย
ถามเรืองปาฏิหาริย์ทีนางไปเจอมา แต่ไม่คิดว่าไอ้เด็กนี
กลับทรยศ แถมยังลอบกัดเขาอย่างอํามหิตเสียได้
คืนนีควรจะเป็นคืนทีน่ายินดีของเขา หากเขากลืน
วิญญาณนันเข้าไปพลังของเขาจะเพิมพูนขึน และจะ
สามารถหลอมยาทีร้ายกาจกว่านีขึนมาได้ แต่
ทุกอย่างกลับถูกทําลายจนย่อยยับด้วยฝีมือไอ้เลวทีอยู่
ตรงหน้านี!
146
ตาทังคู่ของท่านผู้เฒ่าเป่ยหมิงเริมแดงกํา เต็มไปด้วย
ความโกรธเกลียด เขาพุ่งเข้าหามู่เกออย่างไม่สนใจอะไร
แล้ว “ไอ้เด็กโสโครก เจ้าคิดว่าจะฆ่าข้าได้อย่างนันหรือ!”
ทันใดนัน ร่างกายของเขามีแสงสีม่วงส่องสว่าง เหมือน
กลายเป็นคนตัวสีม่วง พลังคุกคามอันหนักหน่วง ทําให้มู่
เกอนิงอึงอยู่ทีเดิม
‘นีเป็นพลังของขันม่วงงันเหรอ’ มู่เกอรับมือกับแรงกดดัน
อันมหาศาล จ้องท่านผู้เฒ่าเป่ยหมิงหน้าเครียด เธอรู้ดี
ว่าพลังทีตนใช้ไปกับการโจมตีเมือครู่นันมากเพียงใด
147
ด้วยระดับขันทีเธอได้จากการฝึกเวทพลังแล้ว เธอรับรู้ได้
ว่าความสามารถในชาติทีแล้วของเธอก็เริมกลับมา
การโจมตีเมือครู่ ถ้าเป็นคนอืน ไม่ว่าจะเป็นขันเขียวหรือ
ขันนําเงิน ต่างก็ต้องตายอย่างไม่เหลือแม้เศษซาก แต่ถ้า
เป็นขันม่วงคงทําได้แค่ให้คนๆ นันบาดเจ็บสาหัส
ตอนนีมู่เกอไม่รู้ว่า ขันม่วงของผู้เฒ่าเป่ยหมิงนัน ได้มา
เพราะอาศัยยาในการเลือนชันไม่สามารถนํามาเทียบกับ
ขันม่วงจริงๆได้ สิงทีต่างกันโดยสินเชิงคือ เมือครู่ทีเธอใช้
ความสามารถด้านสายฟ้านันมันไม่สามารถทําอะไรคน
ทีเป็นขันม่วงจริงๆได้เลย ยิงไม่ต้องคิดว่าจะทําให้บาด
เจ็บ
148
“ตายเสียเถอะ!” ผู้เฒ่าเป่ยหมิงโจมตีมู่เกอด้วยความ
โกรธ แรงดันเหมือนคลืนทะเลนันพัดเข้าหามู่เกออย่าง
จัง ทําให้เธอลอยขึนกลางอากาศแล้วชนกับผนังถํา
“ปึก--------!”
มู่เกอทนกับความปันป่วนในทรวงอกไม่ไหว กระอัก
เลือดจํานวนมากออกจากปาก
ดีเอ็นเอทีได้รับการเปลียนแปลง กําลังรีบฟืนฟูร่างกาย
ของเธออย่างรวดเร็ว แต่ก็ไม่สามารถรับมือกับการโจมตี
ต่อเนืองของผู้เฒ่าเป่ยหมิงได้
149
หลังจากทีโจมตีไปแล้วครังหนึง ท่านผู้เฒ่าเป่ยหมิงก็เอา
ขวดจํานวนมากออกมาจากร่างกายของเขาแล้วโยนทัง
หมดขึนกลางอากาศ
เพล้ง!
ขวดแตกกระจายและยาในขวดก็ไหลออกมา
ผู้เฒ่าเป่ยหมิงสูดหายใจเข้าแรง ยาทังหมดพุ่งเข้าสู่ปาก
เขา ละลายกลายเป็นของเหลวซ่อมแซมส่วนทีได้รับบาด
เจ็บของร่างกาย
150
ภาพตรงหน้า ทําให้มู่เกอทีดูอยู่เริมกระวนกระวายใจ
พอรับรู้ถึงพลังอันมหาศาลในถํา มู่เกอกัดฟัน รวบรวม
แรงทังหมดทีมีในการลุกขึนยืนพุ่งเข้าหาท่านผู้เฒ่า
เป่ยหมิง
‘ข้าขอสู้ตาย !’
151
ตอนที 28 มู่ชิงเกอ !
ร่างของมู่เกอร่วงลงพืนเหมือนถูกพายุฝนพัดอย่างรุนแรง
จนรู้สึกเหมือนกับว่ากระดูกทัวร่างกายของเธอแตก
ละเอียด เธอกัดฟันแน่น พยายามรวบรวมพลังสายไฟทัง
152
หมดให้มาอยู่ทีปลายนิว
กลางฝ่ามือซ้ายมีกริชสีม่วงโปร่งแสงปรากฏขึนมาเล่ม
หนึง
บทกริชเล่มนัน มีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านรัดพันไปมาบน
มือของมู่เกอราวกับงูทีมีชีวิต แล้วค่อยๆ แผ่ขยายจากข้อ
มือไปยังแขน
พลังกดดันของขันม่วงทําให้ผิวหนังของมู่เกอเกิดรอย
แผลเป็นริวๆ
เธอพุ่งเข้าหาผู้เฒ่าเป่ยหมิงอย่างไม่ลังเล สายฟ้าในมือที
153
กลายเป็นกรีชถูกวาดไปทางเขาหมายเอาชีวิต
แคว่ก----------!
กรีชกรีดเสือผ้าของผู้เฒ่าเป่ยหมิงจนขาด ขวดโปร่งแสง
ใบหนึงทีบรรจุแสงสีเขียวตกลงบนพืน
ตรงหน้าอกของผู้เฒ่าเป่ยหมิงถูกกรีดจนกลายเป็นรอย
แผลน่ากลัว ในอากาศยังคงมีกลินเหม็นไหม้
แต่มู่เกอก็เหมือนถูกแรงอันมหาศาลดีดออก จนกระเด็น
ไปทางด้านหลัง เลือดพุ่งกระจายอยู่กลางอากาศ
154
“อ๊ากๆๆ------! ไอ้สวะข้าจะฆ่าเจ้า! เอาเจ้ามาต้มเป็นยา
เสีย!” รอยแผลเก่ายังไม่ทันได้รักษา ก็มีรอยแผลใหม่มา
เพิม ทําให้ผู้เฒ่าเป่ยหมิงแทบเป็นบ้า
เขาก็ไม่แน่ใจว่าพลังทีมู่เกอใช้เป็นพลังแปลกประหลาด
อะไรกัน แต่ว่าแม้ว่าเขาจะกินยารักษาแผลชันเลิศเข้าไป
แล้ว แต่ก็สามารถรักษาแผลได้เพียงเล็กน้อยเท่านัน
แต่ไอ้เจ้ามดปลวกนี กลับถือโอกาสทีเขากําลังรักษาแผล
ลอบโจมตีเขา
วิธีทีโหดเ**◌้ยมและตรงไปตรงมาแบบนี ทําให้เขาตกใจ
ความเป็นจริงแล้วคนธรรมดาไม่กล้าสู้กับขันม่วงระดับ
155
สูง ทําได้แค่อ่อนน้อมถ่อมตนอย่างเจียมตัว
แต่นาง ทังๆ ทีเป็นเพียงแค่มดปลวกตัวหนึงแต่ไม่รู้ว่า
เป็นโชคดีอะไรถึงได้รับพลังทีคาดไม่ถึงนี จากคนไร้ค่า
กลายเป็นขันเหลืองชันสูงสุดและกล้าสู้กับเขา ทําให้เขา
บาดเจ็บหนักครังแล้วครังเล่า
แสงสีม่วงทีส่องประกายอยู่รวมตัวกันเป็นพลังอัน
มหาศาลบนมือของผู้เฒ่าเป่ยหมิง แรงทําลายล้างแบบ
นัน ทําให้มู่เกอคิดถึงแรงระเบิดทีทําให้เธอตายเมือชาติ
ทีแล้ว
ความหวาดกลัว พลันโหมซัดใส่เธอ
156
แต่เธอไม่คิดจะถอย ยังคงพุ่งไปข้างหน้า!
แม้จะต้องตายแต่ก็ต้องลากไอ้ตัวประหลาดนีลงนรกไป
ด้วยให้ได้!
นัยน์ตากระจ่างของมู่เกอเต็มไปด้วยความมันใจ ปากที
เม้มแน่นมีเลือดสดไหลซึมออกมา กรีชในมือของเธอ
แทงเข้าทีจุดสําคัญบนร่างกายของผู้เฒ่าเป่ยหมิง
ท่าทางของเธอคล่องแคล่ว กระบวนท่าอํามหิตเลือกโจม
ตีแต่บริเวณจุดสําคัญของฝ่ายตรงข้าม
157
ผู้เฒ่าเป่ยหมิงเหมือนจะกลัวพลังแปลกประหลาดในมือ
เธอ ในขณะทีหลบการโจมตีก็คิดจะปล่อยพลังทีรวบรวม
มาไว้ในมือ
“ฮ่าๆๆ--------! ไอ้มดปลวก ตายซะ!” และแล้วผู้เฒ่า
เป่ยหมิงก็ปล่อยพลังทีรวบรวมเอาไว้
แสงสีม่วงพุ่งเข้าหามู่เกอ ถําทังถําสันไหวราวกับจะ
ทลายลงมา
ในดวงตาของมู่เกอปกคลุมไปด้วยแสงสีม่วง ราวกับว่า
เพียงพริบตาเดียว เธอก็จะถูกแสงสีม่วงนันกลืนกินจนไม่
เหลือแม้แต่ซาก
158
ทันใดนันก็มีกลุ่มแสงสีเขียวส่องประกายพุ่งขึนมาจาก
พืนดิน พุ่งเข้าหาแสงสีม่วงนัน------------
ในห้วงสติอันเลือนราง มู่เกอเหมือนเห็นแสงสีเขียวใหญ่
ประมาณฝ่ามือ เปล่งแสงเป็นเงาร่างของคนๆ หนึง ชุดสี
แดงทรงเสน่ห์และใบหน้าเล็กทีสวยงามและอ่อนเยาว์
เต็มไปด้วยความรีบร้อนและแน่วแน่
“หลบไป---------!”
ข้างหูเหมือนได้ยินเสียงเร่งทีฟังดูรีบร้อนแว่วมา
159
แล้วเงาร่างของคนๆ นันก็ถูกแสงสีม่วงกลืนหายไป
ปังๆๆๆ--------!
รอบๆ มีเสียงระเบิดดังขึน แสงสีม่วงอันน่ากลัวระเบิด
ห่างจากมู่เกอไปไม่ถึง 3 ฉือ
พลังอันมหาศาลทําให้ถําสันสะเทือน มู่เกอก็ชนกับผนัง
ถําเพราะแรงระเบิด ด้านนอกถําก็เกิดแรงสันสะเทือน
ราวกับวันสินโลกกําลังมาถึง สัตว์ป่านับไม่ถ้วนร้อง
โหยหวนด้วยความหวาดกลัว
เศษหินชนร่างของมู่เกออย่างไม่ปรานี “แค่กๆ............”
160
เธอไออย่างแรงจนกระเทือนไปถึงเส้นประสาทในร่าง
กาย หลังจากทีฟ้าดินกลับคืนสู่ความสงบ มู่เกอก็ลุกยืน
ขึนบนเศษดินเศษหินร่างกายเต็มไปด้วยเลือดและบาด
แผล
ตรงหน้าไม่ใช่ถําอีกต่อไป กลับกลายเป็นหลุมลึกหลุม
หนึง
ในหลุมนันเต็มไปด้วยเศษฝุ่นทีฟุ้งกระจายมองเห็นได้ไม่
ชัดนัก
ต้นไม้ใบหญ้ารอบๆ แตกกระจายเป็นชินๆ จากแรง
ระเบิดอันมหาศาล จากทีเคยเป็นป่าทึบในทีแรก ก็กลับ
161
กลายเป็นเพียงทีราบโล่งผืนหนึง
ภาพตรงหน้าทําให้จิตใจของมู่เกอหนักอึง
มู่เกอเดินโซซัดโซเซไปอยู่ทีขอบหลุม ก้มหน้าลงตะโกน :
“มู่-------ชิง-------เกอ!”
รอบข้างมีเพียงเสียงลมพัดจากแรงทําลายล้างของผู้ใช้
พลังขันม่วง
“อ๊าก------! ออกมานะ-------!”
เสียงของมู่เกอดังก้อง แต่ไม่ได้รับการตอบกลับจากมู่ชิง
162
เกอ เธอได้ยินเพียงเสียงร้องอย่างบ้าคลังของผู้เฒ่า
เป่ยหมิง
ทันใดนัน ก็มีแสงสีม่วงพุ่งออกมาจากใต้หลุม
มู่เกอถอยหลังไปหลายก้าว เห็นชุดสีดําของผู้เฒ่า
เป่ยหมิงฉีกขาดจนไม่เหลือชินดี เขาเอามือกุมหัวด้วย
ความเจ็บปวด แล้วกลิงไปมากับพืน
เกิดอะไรขึน!
มู่เกอหรีตามอง แต่ไม่ได้เข้าใกล้ แค่มองอยู่ห่างๆ
163
ในมือซ้ายยังคงมีสายฟ้าวนอยู่รอบๆ แต่ไม่สามารถ
แปลงเป็นกรีชได้อีก เหลือเพียงแค่แสงสีม่วงจางๆ
ตรงพืนทีห่างจากป่าไม่กีเมตร แรงโจมตีจากผู้เฒ่า
เป่ยหมิงทีก่อให้เกิดระลอกคลืน ถูกหยุดยังเอาไว้ในแสง
ทีโปร่งใส ไม่ได้แผ่กระจายไปยังลัวตูจนทําให้ยอดฝีมือ
ในเมืองลัวตูต้องตกใจแม้แต่น้อย
ภายนอกแสงนัน มีร่างคนลอยอยู่เหนือพืน ทัวทังร่าง
ขาวดังหิมะ เรือนร่างสูงใหญ่ ผมสีดํายาวถึงเข่า แม้ไร้ลม
พัดแต่ก็สะบัดไหวไปมา เขาเอามือข้างหนึงไพล่หลัง เสือ
คลุมแขนกว้างปิดบังข้อนิวทีขาวไร้ตําหนิราวกับหยกนัน
ไว้
164
มืออีกข้างกางออก แขนเสือลู่ลง แรงมหาศาลไร้รูปร่าง
กําลังโจมตีแสงโปร่งใสนันไม่หยุด
ทันใดนัน เขาก็กํามือแน่น มีเสียงปริแตกดังขึนกลาง
อากาศ แสงอันโปร่งใสถูกทําลายลงอย่างไม่มีสาเหตุ ดูด
กลืนแรงสะท้อนนันจนหายไปอย่างไร้ร่องรอย
พอจัดการทุกอย่างเสร็จ เขาก็คลายมือ ดึงมือทีงดงามไร้
ทีตินันไว้ทีเดิม
ทันใดนัน เงาสีดําสายหนึงก็ปรากฏขึนกลางอากาศ มา
หยุดอยู่ข้างหลังตัวเขาและคุกเข่าลงข้างหนึงพูดสันๆ
165
ว่า : “นายท่าน เสียงดังมาจากทิศใต้ของป่า”
ภายใต้ชุดสีขาว สายตาไร้ความรู้สึกนันก็มองไปยังทิศใต้
อย่างรวดเร็ว
วินาทีต่อมา ดวงตางดงามราวกับจะดูดวิญญาณของผู้ที
พบเห็น แต่ดวงตาทีดูราวกับไม่ใส่ใจคู่นันพลันเปลียน
เป็นแข็งกร้าวขึนมาแล้วพลันหายตัวไป
“อ๊ากๆๆ-----! ออกมา! ไสหัวออกมาเดียวนี! หากออก
มาข้าจะละเว้นไม่ฆ่าเจ้า” ใบหน้าเจ็บปวดของผู้เฒ่า
เป่ยหมิง ทีเดิมก็อัปลักษณ์อยู่แล้วยิงดูน่ากลัวมากขึนไป
อีก
166
มู่เกอหรีตา ในหัวรีบคิดวางแผนอย่างรวดเร็ว
นีกลับเป็นโอกาสอันดี ไม่ว่าผู้เฒ่าเป่ยหมิงจะเป็นอะไร
แต่ก็เป็นโอกาสในการลงมือของเธอ
หลังจากทีตัดสินใจแน่วแน่แล้ว มู่เกอก็รวบรวมพลังสาย
ฟ้าทังหมดอีกครัง พุ่งออกไปหาผู้เฒ่าเป่ยหมิงราวกับ
เสือชีต้า เธอเหยียดนิวมือทังห้าแล้ว ฟาดฝ่ามือทีส่อง
ประกายสีม่วงลงกลางศีรษะของผู้เฒ่าเป่ยหมิงสุดแรง
ปัง!
167
พลังนันสะท้อนกลับทําให้ร่างของมู่เกอลอยกลับมาร่วง
ลงกับพืนอย่างแรงและกระอักเลือดออกจากปากอีกครัง
ร่างกายของผู้เฒ่าเป่ยหมิงราวกับแข็งค้างไป สายตาที
เต็มไปด้วยความโกรธเกลียดจ้องมองเธอนิง หากสายตา
นันสามารถฆ่าคนได้ ไม่รู้ว่ามู่เกอจะถูกเขาฆ่าตายไป
แล้วกีครังต่อกีครัง
ตึง--------!
ผู้เฒ่าเป่ยหมิงล้มลงบนพืนโดยไม่ส่งเสียงใดๆ และไม่
อาจดินรนได้อีก
168
มู่เกอเห็นฉากทังหมดตรงหน้า ทําให้เธอรู้สึกโล่งใจ ผ่อน
คลายกล้ามเนือ ความเจ็บปวดจากบาดแผลทีได้รับก่อน
หน้านีสาดม้วนขึนมาอีกครัง ทําให้เธออดไม่ได้ทีจะสูด
หายใจเย็นเยียบ
ทันใดนัน แสงสีเขียวกลุ่มหนึงก็ลอยออกมาหามู่เก
อจากกลางศีรษะของผู้เฒ่าเป่ยหมิง ในขณะนันก็กลาย
เป็นเงาร่างคน
“มู่ชิงเกอ” มู่เกอเสียงอ่อนแรง สายตาทีสดใสเหมือน
หยดนํามองร่างอันโปร่งแสงไม่กะพริบ ร่างของเธอ
เหมือนจะโปร่งแสงขึนกว่าเดิมและดูอ่อนแอมาก
169
“เมือครู่นีคือเจ้าเองงันหรือ?” มู่เกอถาม
มู่ชิงเกอยิมบางๆ ไม่สนใจทีจะตอบคําถาม “หากไม่ใช่
เจ้าทําให้เขาบาดเจ็บหนัก ข้าก็คงไม่สามารถออกมาได้
อย่างทีเจ้าบอก ปัญหานีข้าเป็นสร้างเอาไว้ ข้าก็ต้องเป็น
คนแก้” สายตาของมู่ชิงเกอมองร่างทีบาดเจ็บสาหัสของ
มู่เกอ อดไม่ได้ทีจะรู้สึกสินหวัง “แต่สุดท้ายก็ทําให้เจ้า
ต้องลําบาก”
“เจ้าไม่เป็นไรใช่ไหม” ไม่รู้ว่าทําไมมู่เกอรู้สึกว่าตอนนีท่า
ทางของมู่ชิงเกอดูแปลกๆ
มู่ชิงเกอก้มหน้าลงค่อยๆ ส่ายหน้า “ไม่เป็นไร แค่เหนือย
170
เจ้าพักก่อน ค่อยคิดหาวิธีออกจากทีนี” พูดจบเธอก็หาย
ไปต่อหน้าต่อตามู่เกอ
มู่เกอขมวดคิว เธอบาดเจ็บมากก็ใช่ แต่สิงทีทําให้เธอ
วางใจก็คือเธอรู้สึกได้ว่าร่างกายของเธอกําลังค่อยๆ
ฟืนฟูตัวเองอย่างช้าๆ
ความสามารถเหนือฟ้าแบบนี เห็นได้ชัดว่า เกิดขึนเพราะ
ยาเปลียนแปลงดีเอ็นเอทีกินเข้าไป
พอคิดถึงเหตุผลนี มู่เกอก็แอบหวันใจ ยาเปลียนแปลงดี
เอ็นเอนี ทําเรืองทีไม่คาดคิดให้กับตัวเธอมากขึนเรือยๆ
171
เพราะฉะนันเมือเทียบกับสภาพของตนเองแล้วเธอเป็น
ห่วงมู่ชิงเกอมากกว่า นางจากไปอย่างรวดเร็วเกินไป
และหลังจากทีผู้เฒ่าเป่ยหมิงตาย ก็ดูสงบนิงผิดปกติ
ทันใดนัน ก็มีพลังอันมหาศาลกลุ่มหนึงเกิดขึน ทําให้มู่เก
อรู้สึกประสาททังร่างเกร็งแน่น ลอบคิดในใจ ‘แย่แล้ว!’
ร่างกายทีเละไม่เป็นท่าของเธอในตอนนีจะไปสู้ใครได้
172
ตอนที 29 เสียวเกอเอ๋อร์ดือ
ลมหายใจทีรุนแรงกดทับทุกสรรพสิงในป่า
173
มู่เกอแอบด่าในใจ : ‘ซวยแล้ว!’ แล้วอยู่ๆ มู่เกอก็ได้ยิน
เสียงทียากจะลืมเสียงหนึง---------
“เสียวเกอเอ๋อร์ดืออีกแล้ว”
นําเสียงทีควรจะสูงส่งและเย็นชานันกลับมีความรักใคร่
หวานเลียนชนิดหนึงเจือปนอยู่ด้วย
มู่เกออึง วินาทีต่อมา เธอก็รู้สึกว่าตนเองตกอยู่ในอ้อม
กอดกว้างอันอบอุ่น แม้จะห่างกันเพียงแค่เสือผ้ากันแต่
เธอก็รู้สึกได้ชัดเจนถึงความกํายําของอีกฝ่าย
กลินหอมประหลาดทีคุ้นเคยลอยเข้ามาแตะจมูก
174
แล้วใบหน้าทีหล่อเหลาเป็นหนึงก็สะท้อนเข้ามาในดวง
ตาของเธอ ใบหน้านันงดงามไร้ทีติราวกับเทพเซียน หา
จุดบกพร่องไม่เจอแม้แต่น้อย ราวกับส่องแสงประกาย
ออกมาจางๆ
“ไอ้ถํามอง!” มู่เกอกัดฟันพูดสามพยางค์นี
ผู้มาอึงไป คําว่า‘ไอ้ถํามอง’ ราวกับมดตัวเล็กๆ ทีไหล
ผ่านเข้าไปในหูเขา และเข้ายึดครองจิตใจ สามพยางค์ที
เธอกัดฟันพูดออกมา ทําให้เขานึกถึงครังแรกทีพวกเขา
พบกัน
175
สาวน้อยทีร่างกายสกปรกมอมแมม ยืนล้างตัวอยู่ในแม่
นําเพียงลําพัง ท่ามกลางแสงจันทร์และแสงจากหิงห้อย
นางเป็นคนเดียวทีกล้าสบตาและกล้าตังคําถามกับเขา
แต่คนผู้นันกลับฝึกฝนพลังไม่ได้แม้กระทังขันสีแดง
ตอนทีเขาแสดงพลังอันแข็งแกร่งต่อหน้านาง ทีเขาเห็น
ไม่ใช่ความหวาดกลัวและหวันเกรง แต่เขากลับเห็นเพียง
การอยากเอาชนะอันแรงกล้าจากกตัวนาง
และทียิงไปกว่านัน เมือนางได้เห็นใบหน้าอันงดงามน่า
ตืนตะลึงของเขาแล้ว กลับไม่ได้รู้สึกหลงใหลเคลิบเคลิม
176
เหมือนกับหญิงสาวคนอืนๆ นอกจากแวบแรกทีดูตกใจ
แล้ว เขาก็มองไม่เห็นถึงอารมณ์ความรู้สึกอย่างอืนบน
ใบหน้าของนางเลยแม้เศษเสียว
สายตาทีดูสงบนิงคู่นัน ทําให้จิตใจทีมันคงมาตลอด
หลายปีนีพลันเต้นแรงขึน ราวกับว่า เขาอยากให้เงาของ
ตนเข้าไปอยู่ในส่วนลึกของดวงตาคู่นัน อยากเห็นสาย
ตาคู่นันแสดงความรู้สึกออกมา
นาง ช่างพิเศษ
ใบหน้าทีหล่อเหลาดวงนันพลันเปลียนเป็นอ่อนโยนขึน
มุมปากมีรอยยิมเล็กๆ เขาก้มหน้าลงมองคนชุดแดงใน
177
อ้อมกอดทีบาดเจ็บมาไม่น้อย สีแดงสดเป็นสีทีเขา
เกลียดมากทีสุด แต่เมือมันอยู่บนตัวนาง เขาไม่เพียงแต่
เกลียดไม่ลง แต่ยังรู้สึกว่ามันสวยงามมาก
ราวกับว่า บนโลกใบนีมีแค่สีแดงสดสีนีเท่านันจึงจะ
สามารถแยกนางออกจากคนธรรมดาทัวไปได้
ชุดสีแดงทีฉีกขาดไม่เหลือชินดี มีเลือดสดและดินโคน
เปือนอยู่ไม่น้อย ถึงแม้ว่าจะบาดเจ็บสาหัสแต่ใบหน้าอัน
งดงามดวงนัน กลับยังเต็มไปด้วยความเย่อหยิงและไม่
ยอมแพ้
“ปล่อยข้านะ ไอ้ตัวประหลาดเฒ่า!” มู่เกอทีอยู่ในอ้อม
178
กอดของชายหนุ่มชุดขาวดังหิมะไม่มีความอ่อนโยนเลย
แม้แต่น้อย รู้ว่าสู้คนตรงหน้าไม่ได้ เธอจึงทําได้แค่ใช้นํา
เสียงแสดงถึงความไม่พอใจ
ตัวประหลาดเฒ่า?
คิวตรงราวกับกระบีของซือมัวขมวดมุ่นเบาๆ ตัว
เองกลายเป็นตัวประหลาดเฒ่าตังแต่เมือใดกัน
“เจ้าบาดเจ็บ” แม้ในใจจะมีคําถาม แต่ซือมัวก็เก็บคํา
ถามนันเอาไว้ แล้วเอ่ยเตือนมู่เกอ
มู่เกอแอบกลอกตาในใจไม่ต้องเตือนเธอก็รู้อยู่แล้วว่าตน
179
เองกําลังบาดเจ็บ
“ไร้สาระ” มู่เกอลืมตาขึนพูดอย่างเย็นชา
แต่เสียงนันไม่เพียงแต่ไม่สามารถยัวให้ซือมัวโกรธได้ แต่
ยังทําให้เขาเกิดความสนใจในตัวนางมากยิงขึน
“เขาทําเจ้าบาดเจ็บหรือ?” พอละสายตาจากมู่เกอสาย
ตาของซือมัวก็กลับไปเย็นชาและสูงส่งอีกครัง ในขณะที
มองศพของผู้เฒ่าเป่ยหมิง ส่วนลึกของดวงตาอันน่าดึง
ดูดนัน มีไอสังหารวนเวียนอยู่
มีคนกล้าทําร้าย คนทีเขาให้ความสนใจงันรึ?
180
“อืม มันทําร้ายข้า แล้วข้าก็ฆ่ามัน ก็ถือว่าไม่ติดค้างต่อ
กันแล้ว” มู่เกอตอบอย่างเย็นชา เธอก็ไม่รู้ว่าอะไรดลใจ
ให้ตนเองต้องอธิบายเรืองราวทังหมดให้เขาฟังด้วย
ซือมัวอึง และแอบหัวเราะในใจ
แบบนีก็ได้แล้วรึ? มีคนทําร้ายนางแล้วนางก็ฆ่าอีกฝ่าย
เสีย ก็ถือว่ายุติธรรมแล้วหรือ แม้ว่าดูเหมือนจะมีอะไรไม่
ถูกต้องนัก แต่ซือมัวก็ไม่ปฏิเสธ เขาชอบวิธีคิดแบบนี
และยิงไปกว่านัน หากเป็นมู่เกอทีคิดแบบนี เขาก็รู้สึกว่า
มันสมเหตุสมผลดีแล้ว
181
แน่นอนว่าหากเป็นนางทีทําร้ายคนอืนเล่า?
อืม ทําร้ายไปแล้วก็ช่างสิ ถ้าเสียวเกอเอ๋อร์ ไม่ได้ฆ่าคนๆ
นัน เจ้านันก็ควรจะซาบซึงในบุญคุณและขอบคุณที
เสียวเกอเอ๋อร์เมตตาไม่ใช่หรือ?
หากตอนนีสิงทีซือมัวคิดในใจ ถูกกูหยาและกูเย่ทีแอบ
ติดตามเขามาอย่างลับๆ ล่วงรู้เข้าล่ะก็ เกรงว่าพวกเขา
คงจะกุมหัวร้องไห้เสียใจทีตรรกะความคิดของท่าน
ประมุขถูกทําเสียจนผิดเพียนไปได้ถึงเพียงนี
“เด็กดี กินยานีเสีย” ระหว่างทีพูด บนฝ่ามือกว้างของซือ
182
มัวก็มียาทีส่องประกายสีเขียวเพิมขึนมาเม็ดหนึง กลิน
หอมของตัวยารุนแรงมาก
มู่เกอมองยานันแล้วหันหน้าหนีปฏิเสธ : “ไม่จําเป็น”
สําหรับการปฏิเสธของมู่เกอ ในสายตาของซือมัวแล้วก็
เหมือนกับเด็กน้อยทีเอาแต่ใจเท่านัน เขาขมวดคิว พูด
ปลอบเสียงเบาว่า : “หากกินยาแล้ว ก็จะหาย”
“ไม่จําเป็น ไม่ต้อง ไม่กิน”
“เสียวเกอเอ๋อร์อย่าดือนะ กินเม็ดเดียว”
183
“ไม่กิน! ข้าขอเตือนเจ้านะ ว่าอย่าเรียกข้าด้วยคํา
สรรพนามทีน่าขนลุกแบบนันอีก!”
“ถ้าเจ้ายอมกินยา ข้าก็จะเก็บข้อเสนอของเจ้าไปลองคิด
ดู”
“ไสหัวไปซะ!”
บทสนทนาราวกับเด็กน้อยกําลังคุยกันแบบนี ลอยตาม
ลมมาเข้าหูขององครักษ์ทังสองทีคอยเฝ้าอยู่ลับๆ
ทังสองอดสันสะท้านขึนมาไม่ได้ พร้อมแลกเปลียนสาย
ตากัน
184
‘ท่านประมุขป่วยจริงๆ เสียแล้ว’
‘ป่วยไม่น้อยทีเดียว’
‘ทําอย่างไรดี’
‘ข้าก็ไม่อาจตอบได้......’
คนเศร้าทังสองคนส่ายหน้าไปมาพร้อมกัน เหตุใดถึงได้
รู้สึกเหมือนเทพแห่งการต่อสู้ทีแสนเก่งกาจ ท่านประมุข
ทีสูงส่งในใจผู้นัน กําลังค่อยๆ ห่างไกลพวกเขาออกไป
กันนะ
185
ตอนที 30 ผู้ชายทีน่ากลัว!
186
“วุ้ย! นีเจ้าคิดจะทําอะไร” มู่เกอทีทนชายหนุ่มบ่นไม่ไหว
ในทีสุดก็ระบิดออกมา
“กินยา” ซือมัวยังคงมองเธอแล้วยิมด้วยความเอ็นดู ใน
มือยังถือยาสีเขียวส่องประกายเม็ดนันเอาไว้
“..........” มู่เกอพลันรู้สึกหมดหวัง
เธอไม่เข้าใจจริงๆ เธอกับชายคนนีเคยมีความสัมพันธ์
กันสักนิดไหม ทําไมต้องตือให้เธอกินยาขนาดนี ถ้าเธอ
187
จะไม่กินยาและตายอยู่ทีนีก็มันเป็นเรืองของเธอนี
“ถ้าเจ้ามีความเห็นใจมากนัก ก็ไปหาคนอืน ข้าไม่ต้อง
การ” มู่เกอกัดฟันพูดกับซือมัว อย่างดุร้าย
แล้วซือมัวก็พูดประโยคหนึง ทีทําให้เธอสะดุ้ง----------
“ข้าต้องการทําดีแค่กับเจ้าเท่านัน”
ร่างอันผอมบางรีบดินหนีออกจากอ้อมกอดของชายหนุ่ม
ทันที ดวงตาใสกระจ่างของมู่เกอ เต็มไปด้วยความตืน
ตัวเตรียมพร้อม
188
“ไอ้วิปริต ไอ้ตัวประหลาดเฒ่าทีพันปีไม่ตาย ไสหัวออก
ไปไกลๆ ข้าเลยนะ!”
ตัวเขาเป็นโรคติดต่อรึไงกัน?
ซือมัวมองมู่เกอทีหลบหลีกตนเองพลางยิมขมขืน เขาก็
แค่รู้สึกว่านางน่าสนใจ จึงยินยอมทีจะเข้าใกล้นาง
หลายปีมานี คนทีสามารถทําให้เขาสนใจได้นันมีน้อยยิง
กว่าน้อยเสียอีก ยากทีจะพบเจอสักคน แน่นอนว่าเขาจะ
ไม่ยอมปล่อยไป
ไอ้วิปริต.........ไอ้ตัวประหลาดเฒ่า.......อืม ไม่เคยมีใคร
ว่าเขาแบบนีมาก่อน
189
ซือมัวตัวแข็งทือ สายตาทีใสราวกับแก้วของเขาเป็น
ประกาย ทําให้มองไม่ออกว่าจริงๆแล้ว ตอนนีเขากําลัง
คิดอะไรอยู่
“หากเจ้าไม่ยอมกินเอง ข้าก็คงต้องป้อนเจ้าด้วยตัวเอง
แล้วล่ะ” ซือมัวอมยิม แต่นําเสียงกลับเต็มไปด้วยการข่ม
ขู่ ทําให้มู่เกอใจกระตุก
ข้าสู้มันไม่ได้ !
มู่เกอถูกคําขู่ของซือมัวทําให้ตกใจ ในใจแม้โศกเศร้าแต่
ก็ต้องยอมรับว่ามันเป็นเรืองจริง จึงรีบดึงแขนเสือขึนเผย
190
ให้เห็นท่อนแขนผุดผาดดังหยก แล้วพูดกับเขาว่า “เจ้าดู
ข้าไม่เป็นไร ไม่ต้องกินยาหรอก จริงๆ นะ!”
ซือมัวขมวดคิวเล็กน้อย
ความจริงแล้ว หากดูจากสภาพเสือคุมทีฉีกขาดของนาง
แขนของนางได้รับบาดเจ็บอย่างแน่นอน และทีสําคัญ
คือมือขวาน่าจะสาหัสทีสุด แต่ตอนนี มือทังสองข้างของ
นางรวมทังท่อนแขนมีบาดแผลเสียทีไหนกัน
ซือมัวเก็บความสงสัยไว้ในใจ ยืนมือใหญ่ของตนเองออก
มา ดึงแขนเสือของมู่เกอให้ปกปิดผิวกายอันเนียนนุ่มใน
ขณะทีเธอเผลอ เอ่ยเตือนเสียงตํา “ระวังหนาว”
191
พูดจบ สายตาอันเยียบเย็นทีเต็มไปด้วยการข่มขู่และไอ
สังหารก็กวาดมองไปทางตําแหน่งทีชายหนุ่มทังสองเฝ้า
สังเกตการณ์อยู่อย่างแนบเนียน
ชายหนุ่มทังสองทีหลบซ่อนตัวอยู่ จู่ๆ ก็รู้สึกได้ถึงรังสี
สังหารอันเย็นเยียบทีกรีดผ่านผิวหนังไป ทําให้พวกเขา
อดหวาดระแวงขึนมาไม่ได้ ในใจรู้สึกราวกับไม่ได้รับ
ความเป็นธรรม
“ท่านประมุข ข้าน้อยไม่ได้ให้คุณหนูท่านนันถลกแขน
เสือขึนสียหน่อย!”
192
“ท่านประมุข ทุกอย่างมันเกิดขึนกะทันหัน ข้าน้อยไม่ทัน
ได้ปิดตา!”
“ท่านประมุข พวกเราไม่เห็นอะไรเลยจริงๆ นะขอรับ!”
ทังสองส่ายหน้าแรงๆ อย่างแข็งขัน ในขณะเดียวกัน ก็
แอบร้องไห้อยู่ในใจ ท่านประมุขทีเย็นชาไม่ยอมเข้าใกล้
ผู้หญิงของพวกเขาหายไปไหนแล้ว ยิงกว่านันยังถูก
ครอบงําด้วยความต้องการมากมายถึงเพียงนี
ห่างกันไกลถึงเพียงนี มืดก็มืด พวกเขามองอะไรไม่ชัด
เลยจริงๆ นะ และ อีกอย่างก็เพียงแค่ท่อนแขนสองข้าง
เอง ต้องเคร่งเครียดขนาดนีเลยหรือ?
193
มู่เกอออกแรงดึงแขนเสือของตนเองออกจากมือของซือ
มัว แล้วถอยหลังไปสองก้าว เอ่ยเตือนซือมัวว่า : “เจ้าก็
เห็นแล้วว่าข้าไม่เป็นอะไร ไปได้แล้ว”
แม้ว่า ท่านปู่จะเคยบอกว่า ให้สร้างสัมพันธ์ทีดีกับชาย
คนนีเอาไว้ เพือเป็นหลักประกันความปลอดภัยใน
อนาคตของเธอ แต่ในใจมู่เกอนึกรังเกียจความคิดทีจะ
อาศัยพึงพิงผู้มีอํานาจแบบนีมากทีสุด
เพราะฉะนัน เมือพบชายคนนีอีกครัง เธอจึงไม่ได้ตืนเต้น
เลยแม้แต่น้อย แทบจะอยากให้เขาหายไปจากสายตา
ของเธอให้เร็วทีสุดเสียด้วยซํา
194
ซือมัวพิจารณาสายตาของเธอ แล้วดวงตาก็พลันเปล่ง
ประกาย หรีตาทังสองข้างลง แล้วพูดเสียงอบอุ่นว่า :
“จู่ๆ ก็ได้ครอบครองความสามารถเยียวยาตัวเองทีแข็ง
แกร่งถึงเพียงนี อีกทังยังสามารถฝึกเวทพลังได้แล้วด้วย”
คําพูดราวกับไม่ใส่ใจนี ทําให้ใจของมู่เกอกระตุก ดวง
ตากระจ่างของมู่เกอ แผ่ไอสังหารรุนแรงออกมา
ผู้ชายคนนี........น่ากลัวมากจริงๆ
ราวกับว่า เมืออยู่ต่อหน้าเขาแล้ว เธอไม่สามารถมีความ
ลับอะไรได้เลย ทุกสิงทุกอย่างของเธอ เขาสามารถมอง
195
มันออกได้อย่างง่ายดายและชัดเจน
แต่ ซือมัวไม่ได้สนใจไอสังหารนันเลยแม้แต่นิด
เขาพูดเองเออเอง “ดูเหมือนว่า ช่วงระหว่างทีข้าไม่อยู่
เจ้าจะไปพบเจอเรืองราวอัศจรรย์อะไรเข้าสินะ จึง
สามารถเปลียนแปลงร่างกายได้ นีถือเป็นเรืองทีน่ายินดี
แต่ว่า........”
แต่ว่า ? แต่ว่าอะไร ?
มู่เกอใจกระตุกอีกครัง จ้องเขม็งไปทีใบหน้าหล่อเหลา
ตรงหน้า
196
จู่ๆ ซือมัวก็ยิม มือใหญ่บีบปลายจมูกโด่งของมู่เกออดใจ
ไม่ไหว กว่ามู่เกอจะรู้ตัว เขาก็ดึงมือกลับราวกับไม่มีอะไร
เกิดขึน : “เจ้าไม่เชือฟังข้า ใช้รากวิญญาณสายฟ้าอีก
แล้ว”
“...........” ในหัวของมู่เกอเต็มไปด้วยความหวาดระแวง
ไอ้โรคจิตนี มาปรากฏตัวขึนหลังจากทีการต่อสู้จบลง
และทีสถานทีต่อสู้ถูกระเบิดเสียจนกลายเป็นสภาพนี
ส่วนใหญ่ก็เป็นเพราะความโหดเ**◌้ยมของผู้เฒ่า
เป่ยหมิงทังนัน
197
แต่เขา กลับรู้สึกได้ว่าเธอใช้พลังสายฟ้า?
เขาน่ากลัวเกินไปแล้ว ! สายตาทีงดงามเป็นหนึงในหล้า
สามารถมองทะลุทุกสิงทุกอย่างได้จริงอย่างนันหรือ ยังมี
อะไรอีกไหมทีเขาไม่รู้?
มู่เกอรู้สึกว่า แผ่นหลังของเธอชุ่มโชกไปด้วยเหงือเย็น
พอลมพัดมารู้สึกเย็นวาบ
แต่ซือมัวไม่ได้สังเกต ว่าคําพูดของตนสร้างความ
ตระหนกให้มู่เกอได้เพียงไหน จึงกําชับอีกครังว่า “คราว
หลังก็อย่าดือ พยายามใช้รากวิญญาณสายฟ้าให้น้อยที
สุดเท่าทีจะทําได้ อย่าพึงพามันมากเกินไปรู้ไหม คนไม่
198
ผิด ผิดตรงสิงทีเขาครอบครอง เหตุผลข้อนี เจ้าเข้าใจ
ไหม?”
หมายความว่ายังไง?
คําพูดของซือมัวยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของมู่เกอ
หรือว่า ความสามารถของเธอ จะดึงดูดความโลภของ
คนอืนงันหรือ? แต่ว่า แล้วอย่างไรเล่า? จะแย่งความ
สามารถของเธอไปได้รึไง?
“เรืองบางเรือง ตอนนีเจ้ายังไม่ควรรู้ เจ้าแค่จําคําพูดของ
ข้าเอาไว้ จําไว้ว่าข้าจะไม่มีวันทําร้ายเจ้าก็พอ” ซือมัวพูด
199
สายตาอันกระจ่างใสของมู่เกอ มีใบหน้าของซือมัว
สะท้อนอยู่ เธอจ้องเขาอย่างตังใจ เหมือนกําลังแยกแยะ
ความจริงเท็จในคําพูดของเขา ผ่านไปครู่หนึง เธอจึง
หลุบตาลงทําให้ขนตายาวงอนบดบังสายตาของเธอเอา
ไว้ แล้วพูดอย่างไม่เต็มใจว่า “อืม”
บรรยากาศ พลันเงียบสงบลง
เพราะบรรยากาศเงียบสงบนัน ทําให้ความอึดอัดค่อยๆ
เกิดขึนระหว่างคนทังสอง และยังมีความอบอุ่นทีอธิบาย
ไม่ถูกเพิมขึนมาอีกด้วย
200
ครึงชัวยามผ่านไป มู่เกอเงยใบหน้าเล็กๆ ของตนขึน
แล้วมองไปทางใบหน้าเย็นชาของชายหนุ่ม แต่กลับสบ
เข้ากับดวงตาทีแฝงไปด้วยรอยยิมลําลึก ราวกับว่าตัว
เธออยู่กลางหมู่ดาวบนท้องฟ้ายามคําคืนอย่างไรอย่าง
นัน
“อะแฮ่ม” มู่เกอลืมตาขึนอย่างอึดอัด แล้วยันตัวลุกขึน
จนถึงเมือครู่นี หลังจากทีร่างกายของเธอกลับสู่สภาวะ
ปกติ เธอก็มันใจแล้วว่ายาเปลียนแปลงดีเอ็นเอนี นอก
จากจะช่วยขับพิษแล้ว ความสามารถทีสองของมันก็คือ
ความสามารถในการเยียวยาตัวเองอันแข็งแกร่ง
201
ในข้อนี แทบจะไม่ทําให้เธอพ่ายแพ้อย่างแน่นอน นอก
เสียจากว่า จะฆ่าเธอให้ตายในทันที เพือตัดโอกาสใน
การฟืนฟูบาดแผลของเธอ
มู่เกอลุกขึนใช้มือปัดดินโคนทีติดอยู่บนตัว
เธอรู้สึกไม่พอใจ ทําไมทังสามครังทีได้เจอกับเจ้านีจะ
ต้องเป็นตอนทีตนเองกําลังอยู่ในสภาพทีดูไม่ได้ตลอด
เลย ชวนให้คนหัวเราะเยาะนัก
สายตาของซือมัวมองตามมู่เกอไป เห็นท่าทางทําอะไร
ไม่ถูกของนางแล้ว ก็พลันรู้สึกว่านางน่ารักเหลือเกิน ชุด
สีแดงทีนางสวมอยู่ถึงแม้จะทังเปือนทังขาด แต่ก็ไม่ได้
202
ทําลายความสง่างามของนางลงเลยแม้แต่น้อย
เมือรู้สึกถึงสายตาคู่หนึงทีกําลังจับจ้องตนเองอยู่ มู่เก
อก็กัดฟันอยู่ในใจ แสร้งทําเป็นมองไม่เห็นแล้วเดินไป
ทางศพของผู้เฒ่าเป่ยหมิง..........
จบตอน
Comments
Post a Comment