earth ep51-60

 ตอนที 51 ไม่ควรหยุดจีบสาว!


ท่ามกลางดอกท้อทีร่วงหล่นจนเต็มพืนที


พืนทีขนาดใหญ่หลังแม่นําคดเคียวสายหนึง เต็มไปด้วย


ป่าท้อทีมีดอกเบ่งบานสะพรัง


บนผิวนํา มีเรือลําเล็กมากมายล้อมรอบเรือชมทิวทัศน์


สวยงามลําใหญ่ลําหนึงอยู่ ทังหมดไหลไปตามกระแสนํา


ภายในเรือ เงาร่างอันงดงามในชุดผ้าแพรบางเบาร่ายรํา


ไปตามจังหวะเพลงทีลอยมา ดูดึงดูดยัวยวนใจยิงนัก


1


ความอลังการและความฟุ่มเฟือยเช่นนีทําให้มู่ชิงเกออด


ไม่ได้ทีจะถอนหายใจยาวออกมา ในโลกแปลก


ประหลาดใบนีช่างเต็มไปด้วยสีสันเสียจริงๆ


บนเรือทีตกแต่งอย่างประณีตงดงาม มู่ชิงเกอทีอยู่ในชุด


สีแดงในมือถือแก้วสุราสีเขียวอ่อนใบหนึง ในแก้วมีของ


เหลวสีส้มเข้มเกือบแดงเคลือนไหวไปมาตามการขยับ


เบาๆ ของมู่ชิงเกอ


นางยืนรับลมอยู่บนหัวเรือ


สายตากระจ่างใสทังคู่หรีลง ราวกับกําลังดืมดํากับสาย


2


ลมทีตีเข้าทีใบหน้า ผมสีดําปลิวไสวขึนราวกับกําลังชืน


ชมทิวทัศน์อันงดงามนี


ด้านหลังตัวนาง เต็มไปด้วยเสียงจอแจ


หญิงนางโลมรูปร่างสวยงามท่าทางเย้ายวนกําลังเล่นปิด


ตาไล่จับกับเจ้าอ้วนเซ่าอยู่


ร่างอันกลมอ้วนของเจ้าอ้วนเซ่าเล่นเกมอยู่ในเรือลําเล็ก


แบบนี กลับไม่รู้สึกว่าเขาเคลือนไหวลําบากเลยแม้แต่


น้อย กลับดูคล่องแคล่วเป็นอย่างมาก แต๊ะอังบรรดา


สาวๆ อย่างเต็มอิม


3


“ฮีๆ เจ้ายังจะหนีอีกหรือ? ข้าจับโดนมือเล็กๆ ของเจ้าได้


แล้ว” เจ้าอ้วนเซ่ายิมลามก


จากนันก็มีเสียงออดอ้อนดังขึน


“คุณชายช่วยข้าน้อยด้วย!”


เสียงร้องขอความช่วยเหลือดังมาจากทางด้านหลัง


มู่ชิงเกอยังไม่ทันหันหลังกลับไป ก็ได้กลินหอมเคลือน


มาทางนาง


เมือนางหันกลับไปก็พบว่ามีเงาร่างสีเขียวพุ่งเข้ามาสู่


4


อ้อมกอดของตน


นางยิมแล้วเอียงตัวหลบการพุ่งชนตรงๆ เอาไว้ได้ทันแต่


กลับยืนมือออกไปคว้าเอวคอดบางของหญิงสาวในชุดสี


เขียวเอาไว้


ท่ามกลางเสียงกรีดร้องของหญิงสาวทีถูกนางหมุนไป


รอบหนึงจากนันก็ดึงหญิงสาวนางนันเข้ามาในอ้อมกอด


หญิงสาวซบอยู่บนท่อนแขนของมู่ชิงเกอ มองเข้าไปยัง


ดวงหน้าอันงดงามของนางในทันที ดวงตาอันสว่างสด


ใสทังคู่แฝงด้วยความเกียจคร้านและเย็นชา ริมฝีปาก


ปากแดงสดค่อยๆ ยกยิมขึน แสดงถึงความโดดเด่นของ


5


ชายหนุ่มอย่างหาทีเปรียบไม่ได้


“คุณชาย......”ท่ามกลางความมึนงง หญิงสาวหรีตาร้อง


เรียกเสียงเบา


ราวกับหวันไหวไปนานแล้ว


มู่ชิงเกอยิมกว้างขึน ยกแก้วสุราในมือขึนมา แล้วยืนสุรา


ทียังไม่ได้ดืมแม้แต่หยดเดียวไปจรดตตรงริมฝีปากของ


หญิงสาวแล้วพูดอย่างอ่อนโยนว่า : “เด็กดี ดืมสุราให้


หายตกใจก่อนนะ เดียวข้าจะจัดการเจ้าอ้วนเซ่าให้”


ราวกับโดนควบคุม หญิงสาวอ้าปากอย่างว่าง่ายและดืม


6


สุราในแก้วเข้าไปทันที


หลังจากทีสุราอุ่นๆ ไหลสู่ลําคอและเส้นประสาทในกาย


ของนาง นางจึงตืนจากความมึนงง ใบหน้าเต็มไปด้วย


ความเขินอายดูน่าหลงใหล


ราวกับไม่อยากออกจากอ้อมกอดของชายชุดแดงง่ายๆ


“ลูกพี!” ตอนนี เจ้าอ้วนเซ่าพาสาวๆ เดินออกมาจากตัว


เรือ เขาดึงผ้าปิดตาออก ชีหญิงสาวในอ้อมกอดของมู่ชิง


เกอแล้วหัวเราะพร้อมพูดว่า : “ดีจริง! ข้าก็ว่าทําไมเจ้าถึง


ไม่ยอมให้ข้าจับ ทีแท้ก็ถูกใจลูกพีข้านีเอง”


7


ไม่รู้ว่าเพราะถูกเดาความคิดออกหรือกลัวว่าจะเกิดการ


เข้าใจผิด


หญิงสาวชุดเขียวจึงรีบยืนตรงแล้วถอยหลังไปหนึงก้าว


ผละออกจากอ้อมกอดของมู่ชิงเกอ


แน่นอนว่ามู่ชิงเกอไม่ได้รังนางไว้ เพียงคลายมือออก


หญิงสาวพูดอย่างแง่งอนว่า : “คุณชายเซ่าล้อข้าเล่นอีก


แล้ว ข้าไม่ยอมด้วย” พูดจบก็กระทืบเท้า หน้าแดงและ


เดินเข้าตัวเรือไป ก่อนไป ยังใช้ดวงตาอันเย้ายวนหันมา


มองมู่ชิงเกอทียืนสง่างามเป็นหนึงอยู่ตรงหัวเรือแวบหนึง


8


สายตานี มู่ชิงเกอไม่รู้สึกถึง แต่กลับถูกเจ้าอ้วนเซ่าจับ


ผิดได้


เขาหัวเราะ ‘เหอๆ’ แล้วยกมือขึนสังให้สาวๆ ออกไปก่อน


เขาหัวเราะอย่างคลุมเครือพร้อมพูดว่า : “ลูกพีก็คือลูกพี


แม้ว่าดอกไม้เป็นหมืนดอกพัดผ่าน แต่ใบไม้ใบเดียวก็ไม่


มีติดแม้แต่นิด ไม่รู้ว่าจะมีหญิงสาวมากเท่าไหร่ทีต้อง


ร้องไห้เสียใจ”


มู่ชิงเกอมองเขาด้วยหางตา สะบัดแขนเสือเบาๆ ทีนึง


แล้วเงยหน้าขึนพร้อมพูดว่า: “คุณชายอย่างข้ารักนวล


สงวนตัว”


9


“แหยะ!” เจ้าอ้วนเซ่าทําเบะปาก ตาเรียวเล็กมองอวัยวะ


ส่วนล่างของมู่ชิงเกออย่างลามก : “เหอะ รักนวลสงวน


ตัวอะไรกัน อย่าบอกนะว่าลูกพียังไม่เคยลองเปิดโลกดู


น่ะ”


พูดจบก็ทําหน้าตกใจ เหมือนมู่ชิงเกอไปทําความผิด


ใหญ่โตอะไรเอาไว้


มู่ชิงเกอยิมเล็กน้อย


นางไม่อาจอธิบายกับเจ้าอ้วนเซ่าได้ จึงทําได้เพียงพูดติด


ตลกว่า : “เจ้าคงไม่ได้แอบกินในตําหนักไปแล้วหรอก


นะ” กฎหมายของแคว้นฉิน ผู้ทียังไม่บรรลุนิติภาวะไม่


10


สามารถประพฤติผิดในกามข้างนอกได้ แต่ไม่นับสาวใช้


อุ่นเตียงในตําหนัก ดูจากท่าทางเจ้าเล่ห์ของเจ้านีแล้วไม่


แน่ว่าอาจจะจริงก็ได้.......


เจ้าอ้วนเซ่าหน้าแดง บิดตัวไปมา


พอบิดตัวไปมาได้สักพัก จึงพูดทังทีสายตาของมู่ชิงเก


อยังจ้องเขาอยู่ว่า : “ข้า เมือวานก่อนข้ายัง.......”


“.........”มู่ชิงเกอเงียบไปในทันที


เจ้าอ้วนเซ้าอายุเท่าไหร่กัน ดูท่าแล้วจะอายุน้อยกว่าร่าง


นีของนางเสียอีก


11


มากทีสุดก็คงจะอายุ 14-15 ปีอายุนีมัน......


มู่ชิงเกออยากจะพูดด้วยความเป็นห่วงว่า : “ระวัง เดียว


ไตพัง” คําพูดมาถึงปากแล้วแต่กลับต้องกลืนมันลงไปอีก


ครัง


ใครจะรู้ว่า ถึงแม้นางจะไม่ไปยุ่งเรืองของเจ้าอ้วนเซ่าแต่


เขากลับเป็นคนมาชวนนางเสียนี


“ลูกพี ท่านก็อย่ารอช้าเลย รสชาตินัน เหอๆ........ต้องได้


สัมผัสเท่านันถึงจะรู้ถึงความรู้สึกการได้ขึนสวรรค์” ใบ


หน้าของเจ้าอ้วนเซ่าเต็มไปด้วยความลุ่มหลง “โย่วเห


12


อและฮวาเยวียในเรือนของท่านก็ถือว่าสวยสดงดงาม


ต่างก็มีจุดเด่นเป็นของตัวเอง อย่าทิงไว้ให้เสียดายของ


สิ”


ให้นางกอดโย่วเหอและฮวาเยวียนอนกลิงไปมาอยู่บน


เตียงน่ะนะ?


เหอะๆ ถึงแม้จะเป็นอย่างนัน ก็จะไม่มีอะไรเกิดขึนเข้าใจ


ไหม?


มู่ชิงเกอตัวสันแล้วพูดด้วยหน้าตาเย็นชาว่า : “ข้ามีแผน


ของข้าน่า”


13


“ลูกพีท่านจะเก็บครังแรกของท่านไว้ให้องค์หญิงฉางเล่อ


ผู้เย็นชาอย่างนันเหรอ” ใครจะรู้ว่าเจ้าอ้วนเซ่าจะเข้าใจ


คําตอบของนางผิดไป


มู่ชิงเกอแทบจะกระอักเลือดออกมาจากปาก รู้สึก


เลือมใสในความคิดของเจ้าอ้วนเซ่าจริงๆ


นางไม่อยากพูดเรืองนีต่อ จึงมองไปยังดอกท้อทีบาน


สะพรังอยู่บนฝังแล้วถามว่า : “นีก็ฤดูร้อนแล้วทําไมยัง


มีดอกท้อทีบานสะพรังขนาดนีอีก”


เพราะเห็นว่ามู่ชิงเกอไม่อยากจะพูดเรืองนีต่อ เจ้าอ้วน


เซ่าก็หุบปากลงอย่างรู้งาน


14


แต่ว่าในใจกลับมันใจว่าความรู้สึกทีมู่ชิงเกอมีให้กับองค์


หญิงฉางเล่อนันจะต้องสูงส่งกว่าผืนฟ้าลึกกว่า


มหาสมุทรเป็นแน่ เพือนางแล้วถึงกับยอมทีจะเก็บความ


บริสุทธิเอาไว้ เรืองนีสําหรับหนุ่มเจ้าสําราญแล้วถือว่า


เป็นเรืองทีหาได้ยากมาก


“ลูกพีท่านลืมแล้วหรือว่าสวนท้อแห่งนีเป็นสถานทีทีกง


ซุนฮูหยินสร้างขึนตอนทีนางยังมีชีวิตอยู่ นางใช้เวลาไป


10 กว่าปีจึงจะสามารถทําให้พืนทีแห่งนีมีต้นท้อทีออก


แต่ดอกไม่ออกผลออกมาได้ ต้นท้อนีจะออกดอก


ประมาณครึงปี ตังแต่ต้นฤดูใบไม้ผลิ จนถึงปลายฤดู


ร้อน” เจ้าอ้วนเซ่าอธิบายด้วยความสงสัย


15


ทีนีเขากับมู่ชิงเกอไม่ได้มาครังแรกแต่ทําไมรู้สึกเหมือนมู่


ชิงเกอไม่มีความทรงจําใดใดเลย?


มู่ชิงเกอเลิกคิวโดยไม่ได้พูดอะไร ราวกับกําลังชืนชม


ทิวทัศน์ทีริมฝัง


ทังสองเงียบไปสักพัก เสียงเพลงบนเรือยังคงดังวนเวียน


อยู่รอบๆ


เจ้าอ้วนเซ่าค่อยๆ เข้ามาใกล้ ยิมอย่างประจบ : “ลูกพี


ท่าทีท่านเต้นในงานเลียงในวัง ท่านสอนข้าหน่อยสิ”


มู่ชิงเกอได้ยินแล้วหันหน้ากลับมา สายตาอันสว่างสดใส


16


มองร่างกลมๆ ของเจ้าอ้วนเซ่าแล้วพูดอย่างไม่ปราณี


ว่า : “อยากจะเรียนรึ? เอาไขมันสามชันนันออกก่อนแล้ว


ค่อยว่ากัน”


เจ้าอ้วนเซ่าทีได้รับการกระทบกระเทือนจิตใจอย่างมาก


พูดเศร้าๆ ว่า : “แม้ข้าจะอ้วนแต่ก็เป็นคนอ้วนทีคล่อง


แคล่ว ! ลูกพีท่านอย่ามาดูถูกข้านะ”


“ข้าก็มองเจ้าดีมากอยู่แล้ว แต่การเต้นนัน แม้ร่างของ


เจ้าจะฝืนฝึกจนสําเร็จ แต่เมือเจ้าเต้นคู่กับหญิงงามก็จะ


กลายเป็นโฉมงามกําลังเล่นลูกดิงไปน่ะสิ น่าเกลียด” มู่


ชิงเกอพูดด้วยใบหน้ารังเกียจ


17


เหมือนโฉมงามกําลังเล่นลูกดิงอย่างนันหรือ?


เจ้าอ้วนเซ่าจินตนาการภาพในหัว ทําให้เปลวไฟอัน


แรงกล้าในใจดับมอดลง


เจ้าอ้วนเซ่าท่าทางเหมือนลูกหนังทีถูกปล่อยลมออก พูด


พึมพําอย่างไม่พอใจว่า : “อ้วนแล้วผิดเหรอ? สักวันหนึง


เถอะ จะต้องมีหญิงสาวมากมายทีมองข้ามรูปกายภาย


นอกของข้าและหลงใหลในตัวข้า!”


มู่ชิงเกอได้ยินแล้วแทบจะกัดลินตัวเอง ในใจแอบคิดว่า : เจ้าอ้วนนีถือว่ามีความทะเยอทะยานไม่น้อยเลย! ทีคาด


หวังไม่ใช่เพียงแค่จะให้หญิงงามคนหนึงหันมามองเขา


18


บ้าง แต่เป็นหญิงงามมากมายเสียด้วย........


“อืม มีความฝันถือเป็นเรืองทีดี ถ้ามันเกิดกลายเป็นจริง


ขึนมาล่ะ!” มู่ชิงเกอตบไหล่อันกลมๆ ของเจ้าอ้วนเซ่า


ด้วยใบหน้าทีจริงจัง


19


ตอนที 52 คนงามทีให้ความรู้สึกราวกับเทพเซียน


บรรยากาศบนฝัง อธิบายง่ายๆ ก็คือราวกับว่า


ทิวทัศน์รอบๆ ดูหลอมรวมเข้าเป็นหนึงเดียวกับบ้าน


เมืองอันเจริญรุ่งเรืองทีค่อยๆ ปรากฏขึน เรือค่อยๆ ลอย


เข้าไปใกล้เรือยๆ


20


พอเรือเทียบฝัง เจ้าอ้วนเซ่าก็ลงจากเรือเป็นคน


แรก


หลังจากนัน มู่ชิงเกอก็เหยียบพืนโคลนทีเต็มไป


ด้วยกลีบดอกไม้สีชมพู


คนทังกลุ่มในมือถือถาดอาหารและอุปกรณ์สุรา


ค่อยๆ ขึนฝังเดินตามจอมเสเพลทังสองของลัวตูเข้าไป


ยังสวนดอกท้อ


พอเดินไปตามหนทางทีคดเคียวได้สักพัก ทันใด


นันเสียงพิณโบราณก็ดังแว่วมา


21


เสียงของพิณราวกับก้อนเมฆบนขอบฟ้า และ


ราวกับหมอกหนากลางหุบเขา ล่องลอยไม่อาจจับต้อง


ได้


เพราะความคุ้นเคยจางๆ ทีเกิดขึนในใจของมู่ชิง


เกอ ทําให้นางเดินตามทีมาของเสียงไปโดยไม่รู้ตัว


เจ้าอ้วนเซ่าและคนอืนๆ ก็ทําได้แค่เดินตามไป


ดอกท้อดูน่าหลงใหล จนทําให้อยากจะอยู่ในป่า


แห่งนีต่อไป


เดินอยู่ในป่าทีเต็มไปด้วยกลีบดอกไม้สักพัก มู่


22


ชิงเกอก็เดินทะลุป่าท้อออกไปยังลานโล่งกว้างแห่งหนึง


ขณะนีเสียงพิณเหมือนดังก้องอยู่ข้างหู สิงทีเห็นตรงหน้า


ทําให้นางหรีตาลง


“เป็นเขา !”


กลีบดอกท้อสีชมพูอ่อน ปลิวไปมาตามสายลม


อยู่กลางป่า


พืนทีว่างทียากจะพบได้ในป่าแห่งนี มีศาลา


หลังคาแปดมุมอยู่หลังหนึง


ภายในศาลา มีกระถางธูปทีเต็มไปด้วยควันและ


23


ชายหนุ่มในชุดตัวยาวสีเหลืองนวลทีกําลังนังขัดสมาธิ


มือวางอยู่บนพิณ ผมดําของเขาไม่ได้เกล้าขึนมันจึงพริว


ไหวไปมาตามสายลม


กลีบดอกไม้หล่นลงมาสัมผัสกับเส้นผมของเขา


แล้วหล่นลงทีกลางสายพิณ


แขนเสือเปิดกว้างเพราะการเคลือนไหวของ


ปลายนิวทีดีดผ่านสายพิณอย่างแผ่วเบา อ่อนโยนราว


กับสัมผัสลงบนใบหน้าของคนทีรัก


ผิวทีขาวเหมือนไร้ซึงเลือด และใบหน้าทีงดงาม


ดังภาพวาด ราวกับเป็นเซียนในป่าท้อแห่งนี ทําให้คน


24


ยากทีจะละสายตาจากเจ้าของเรือนร่างนีได้


แต่กลับดูเปราะบางกว่าใคร กลัวว่าหากสายลม


ในป่าพัดแรงไปกว่านี ก็จะสามารถพัดให้ตัวเขาปลิว


กระจายหายไปได้


“เสียนอ๋อง!”


มู่ชิงเกอรู้สึกสงสัย


นางคิดไม่ถึงว่าจะได้พบกับเขาอีกครังทีนี


ทังสามครังทีได้พบกัน ชายหนุ่มทีสงบนิงเหมือน


25


นําทีไร้ระลอกคลืนผู้นี ทําให้นางเกิดความรู้สึกหนึงที


ยากจะอธิบาย เขาดูเปราะบางจนราวกับต้องการการปก


ป้องจากทุกคน และเหมือนกับจะปฏิเสธไม่ยอมให้ใคร


เข้าใกล้ในรัศมีพันลี


เขามีชีวิตอยู่บนโลก แต่กลับเหมือนกับว่าเขาได้


ปลิวหายไปตามสายลมนานแล้ว


มู่ชิงเกอหากลินอายความมีชีวิตชีวาทีควรมีบน


ร่างของเขาไม่เจอเลยแม้เศษเสียว หากว่าเขาเป็นหุ่นไม้


ก็คงเป็นหุ่นไม้ทีชวนให้คนรู้สึกอยากทะนุถนอม ไม่อยาก


จะทําร้าย


26


แต่.........ฐานะของเขา


สีหน้าของมู่ชิงเกอมืดครึมลงในทันที นางไม่ลืม


ว่า ชายหนุ่มตรงหน้าเป็นใคร เขาเป็นบุตรชายของ


ฮ่องเต้แคว้นฉิน ฉินจินเฉินผู้ทีได้รับการอวยยศเป็นเสีย


นอ๋องและเป็นผู้ไม่ได้รับความรัก


เสียนอ๋อง เสียนอ๋อง (คําว่า เสียน นีออกเสียง


เหมือนคําว่า เสียน ทีแปลว่าว่าง)


เกรงว่า พระนามทีพระราชทานให้นี อาจจะ


บ่งบอกถึงความในพระทัยของฮ่องเต้


27


บุตรชายทีไม่ได้ทําให้เขารู้สึกรัก เป็นแค่คนไร้ตัว


ตนไปเสียยังจะดีกว่า ไม่ต้องมีเหตุผลใดๆ แค่เกิดขึนมา


แล้วก็ดับสลายไปเอง


ใบหน้าอันงดงามนันกลับทําให้นางรู้สึกเจ็บปวด


ใจขึนมาอย่างไม่มีสาเหตุ นางเป็นผู้ทีไร้พลัง แต่กลับได้


รับความรักทังหมดจากท่านปู่และท่านอา


เขาเป็นถึงองค์ชายผู้สูงศักดิ แต่กลับถูกบิดา


แท้ๆ รังเกียจเพียงเพราะร่างกายอ่อนแอขีโรคเกิดมาก็ไม่


เป็นมงคล


ฐานะและสิงทีต้องประสบทีต่างจากคนอืนๆ นี


28


อาจจะเป็นต้นเหตุหลักทีทําให้เขาเป็นแบบนี ทังๆ ทีสิงที


มู่ชิงเกอมองเห็นคือความงดงามขาวสะอาดอันเปราะ


บาง แต่สิงทีนางรู้สึกกลับเป็นความสินหวังทีมืดมนไร้จุด


สินสุด


เสียงพิณพลันหยุดลง


ราวกับว่าผู้ดีดพิณ รู้ตัวแล้วว่ามีคนบุกรุกเข้ามา


สายตาของมู่ชิงเกอสันไหวเล็กน้อย และสบเข้า


กับสายตาอันสงบนิงไร้ความรู้สึกคู่นัน


ยังคงเป็นดวงตาคู่ทีตาขาวและดําแยกออกจาก


29


กันอย่างชัดเจน และไม่มีความรู้สึกใดๆ หรืออาจ


เพราะ..........เก็บซ่อนไว้ลึกจนเกินไป?


เรืองนีมู่ชิงเกอไม่อาจรู้ได้


แต่มาโดยไม่ได้รับเชิญและถูกเขาจับได้แล้ว แน่


นอนว่าจะต้องกล่าวทักทายสักหน่อย


แต่ก็แค่คิดในใจ นางค่อยๆ เดินออกจากหลังกิง


ไม้ทีบดบัง มายังพืนทีโล่ง


เจ้าอ้วนเซ่า และหญิงสาวพวกนันเองก็เดินตาม


มา ทังหมดปรากฏตัวหน้าศาลาตรงหน้าฉินจินเฉิน แต่ก็


30


ยังไม่สามารถทําให้สายตาคู่นันของเขามีความรู้สึกใดๆ


ขึนมาได้


มู่ชิงเกอเดินเข้าไปใกล้ แต่กลับไม่ได้เข้าไปยัง


ศาลาแปดเหลียม


นางยืนอยู่ข้างนอกพร้อมยกมือขึนคาราวะ


พร้อมพูดกับคนในศาลา : “วันนีออกมาเทียวป่ากับ


สหาย แล้วบังเอิญ ได้ยินเสียงพิณจากในศาลา มู่ชิง


เกอก็เลยตามเสียงเพลงมา แต่กลับมารบกวนอารมณ์


สุนทรีย์ของพระองค์ ขอเสียนอ๋องโปรดประทานอภัย


ด้วย”


31


“อะไรนะ ! เขาคือเสียนอ๋องผู้ลึกลับอย่างนันรึ?”


เจ้าอ้วนเซ่าอึงและแอบพึมพําอยู่ข้างหลังมู่ชิงเกอ


เสียนอ๋องผู้ลึกลับอย่างนันหรือ


มู่ชิงเกอเลิกคิวทังสองข้างขึนเล็กน้อย


ดูเหมือนว่าข่าวกรองของตระกูลมู่จะเป็นความ


จริงสินะ เสียนอ๋องผู้นีค่อนข้างเก็บตัวไม่ค่อยออกมาข้าง


นอกจริงๆ เสียด้วย ขนาดเจ้าอ้วนเซ่าทีเป็นจอมเสเพลยัง


ไม่รู้จักเลย


“เจ้าอ้วน ยังไม่รีบถวายพระพรเสียนอ๋องอีก” มู่


32


ชิงเกอกล่าวเตือน


“ห๊ะ ! โอ้ๆ เซ่าเย่เจ๋อแห่งตระกูลเซ่าถวายบังคม


เสียนอ๋อง ขอให้พระองค์ทรงพระเจริญพันปีพันพันปี”


เจ้าอ้วนเซ่าทีได้ยินคําเตือน รีบถวายความเคารพ รวม


ทังบรรดาหญิงนางโลมเหล่านันต่างก็คุกเข่าลงด้วย


ความเกรงกลัว


ทันใดนันก็เหลือเพียงมู่ชิงเกอคนเดียวทียังยืน


อยู่


ดวงตาอันสงบนิงของฉินจินเฉินค่อยๆ ละสาย


ตาจากมู่ชิงเกอ และมองข้ามร่างกายอันอ้วนท้วนของ


33


เจ้าอ้วนเซ่าไปหยุดสายตาทีเหล่าสาวงาม


สักพักเขาก็ก้มหน้าลง ขนตาอันยาวงอนปกปิด


นัยน์ทีขาวและดําแยกจากกันอย่างชัดเจน


“ในเมือมาเทียว ก็ไม่จําเป็นต้องมีพิธีรีตองอะไร


ขนาดนีก็ได้”


นีเป็นครังแรกทีมู่ชิงเกอได้ยินเสียงของเขา ใน


นําเสียงนันมีความรู้สึกเย็นชาห่างเหินซ่อนอยู่ แต่มัน


กลับอบอุ่นและสงบนิง ใบหน้าดูขาวซีดแต่แฝงไปด้วย


ความสะอาดสะอ้าน พร้อมทังกลินอายของผู้สูงส่งโดย


กําเนิด


34


ต่างกับความเยือกเย็นและหยิงยโสของฉินจิน


ห้าว ความลึกลับน่าค้นหาของนายตัวประหลาด


แต่กลับทําให้นางรู้สึกว่า เสียงนีสามารถถ่าย


ทอดความรู้สึกทีแท้จริงจากใจได้ดังไข่มุกทีตกกระทบกับ


จานแก้วก็ไม่ปาน


35


ตอนที 53 เคยพบกัน?


“ขอบพระทัยเสียนอ๋อง” เจ้าอ้วนเซ่ารีบลุกขึนยืน


36


ความรวดเร็วของการยืนบ่งบอกว่าเขาเป็นคนอ้วนที


คล่องแคล่วอย่างทีเขาบอก


เหล่านางโลมก็พากันลุกขึนยืน แต่ไม่ได้ทําตัวตามสบาย


เหมือนเมือครู่อีก ดูเพิมความระมัดระวังมากยิงขึน


ไม่ว่าอย่างไร คนตรงหน้าก็เป็นองค์ชายโดยแท้


พบกันครังแรก ก็ไม่กล้าทีจะทําตัวไม่สํารวมจนเกินไป


หากเกิดไม่ระวังไปล่วงเกินองค์ชายเข้า แล้วถูกปลิดชีพ


มันจะไม่คุ้มกัน


หลังจากทีถามไถ่กันตามมารยาทเรียบร้อยแล้ว รอบ


37


ด้านก็เงียบสงบลงอีกครัง


และในบรรยากาศก็ราวกับมีความอึดอัดเพิมเข้ามา


โชคดีทีมู่ชิงเกอไม่อยากยุ่งเกียวกับเชือพระวงศ์นัก แม้


เขาจะไม่ใช่ลูกรักของฮ่องเต้ และแม้ว่าเขาจะสร้างความ


ประทับใจทีดีให้กับนางก็ตาม


มู่ชิงเกอยิมพร้อมพูดว่า : “ถ้าอย่างนัน พวกกระหม่อมไม่


รบกวนเสียนอ๋องแล้ว” นางพูดเหมือนจะขอตัวออกไป


ก่อน


การทีมู่ชิงเกอจะออกไปจากตรงนี คนทีดีใจก็คง


38


หนีไม่พ้นเจ้าอ้วนเซ่าและเหล่าหญิงงามทังหลาย


บรรยากาศในศาลามันอึดอัดและกดดันมาก


จริงๆ ทําให้ไม่กล้าแม้กระทังจะหายใจเสียงดัง


“เจ้า.......จะไปแล้วหรือ?” แต่กลับคิดไม่ถึงว่า


ชายหนุ่มทีเงียบสงบผู้นัน อยู่ๆ ก็พูดประโยคนีขึนมา


เจ้าอ้วนเซ่าทีท่าทางตืนเต้นยังไม่ทันจะได้ยิม


ออกมา ในใจก็รําไห้ : ไม่จริงนะ ! ช่วงเวลาดีๆ แบบนี


เขาไม่อยากจะเสียมันไปเพราะต้องอยู่เป็นเพือนองค์


ชายทีนิงเฉยราวกับท่อนไม้ผู้นีนะ


39


มู่ชิงเกอทีกําลังจะหันหลังกลับได้ยินแล้วจึง


ค่อยๆ หันมามองศาลาหลังคาแปดเหลียมพร้อมพยัก


หน้า : “ชิงเกอมาโดยไม่ได้รับเชิญ แน่นอนว่าไม่ควรอยู่


รบกวนเสียนอ๋องต่อ ยิงไปกว่านัน.........”


นางหันหน้ามามองเหล่าหญิงสาวทียืนอยู่ด้าน


หลังตัวนาง ยิมพร้อมพูดอย่างเข้าอกเข้าใจว่า : “หากยัง


อยู่ต่อ กลัวว่าเหล่าสาวงามจะไม่คุ้นชิน อีกอย่าง


พระองค์ก็มีฐานะสูงส่ง พวกนางก็คงกลัวว่าจะไปล่วง


เกินพระองค์เข้าโดยไม่ได้ตังใจ”


คําพูดพวกนีของนางทําให้เหล่าสาวงามรู้สึก


ซาบซึงเป็นอย่างมาก


40


ดวงตาเย้ายวนทุกคู่เต็มไปด้วยความซาบซึง


ราวกับจะยอมพลีกายเพือตอบแทนนางอย่างไรอย่างนัน


“คุณชายช่างเป็นผู้ทีห่วงใยหญิงสาวจริงๆ” ฉิน


จินเฉินหลุบตาลง คําพูดดูคลุมเครือ


“ขอบพระทัยทีทรงชม สาวงามพวกนีก็เปรียบดัง


ดอกไม้ทีผู้ชายอย่างเราควรจะทะนุถนอม” มู่ชิงเกอกระ


ตุกยิมพูดขึน โดยไม่อาจรู้ได้เลยว่าคําพูดของนางทําให้มี


หญิงสาวมากมายลอบมอบหัวใจให้กับนางไปแล้ว


“ถ้าอย่างนันก็ไปเถอะ” ฉินจินเฉินดีดพิณโดยไม่


41


ได้ใส่ใจทีหนึง เสียงพิณดังขึนเหมือนเป็นการส่งแขก


สายตาของมู่ชิงเกอมองสายพิณทีสันอยู่แวบ


หนึง แล้วยิมพร้อมพาทุกคนเดินจากไป


คนกลุ่มหนึง หายไปจากสายตาของฉินจินเฉิน


ราวกับสายลม


หลังจากทีมองส่งจนเงาคนหายลับไปจากสาย


ตาท่ามกลางป่าดอกท้อแล้ว นิวมือทีกดสายพิณของฉิน


จินเฉินขาวซีดราวกระดาษ สักพักใหญ่ๆ เขาจึงค่อยๆ


คลายมือออก สายของพิณทิงรอยลึกหลายสายไว้บนนิว


มือของเขา


42


ใบหน้าทีสงบนิงค่อยๆ จางหายไป เขามองไปยัง


ทีๆ มู่ชิงเกอมาเยือนและจากไป แล้วพึมพําว่า : “สุดท้าย


เจ้าก็จําข้าไม่ได้แล้ว”


…………..


หลังจากทีเดินวนอยู่ในป่าท้อได้สักพัก


พอรู้สึกว่าห่างไกลจากศาลาหลังคาแปดเหลียม


แล้ว เจ้าอ้วนเซ่าก็เดินเข้าไปใกล้มู่ชิงเกอ พร้อม


ถามอย่างระมัดระวังว่า : “ลูกพี ทําไมข้ารู้สึกว่าเสีย


นอ๋องผู้นีให้ความรู้สึกเหมือนมีไอสยดสยองอยู่เลยล่ะ”


43


พูดจบ ก็ถูแขนอ้วนๆ ของตนเองอย่างเห็นภาพ


มีไอสยดสยองอย่างนันหรือ? นีมันการเปรียบ


เทียบแบบไหนกัน


มู่ชิงเกอแอบเถียงในใจ


แต่ต่อหน้ากลับทําเพียงกลอกตาแล้วพูดว่า :


“ข้าจะรู้ได้อย่างไร ถ้าเจ้าอยากรู้ ก็กลับไปถามเขาสิ”


“ไม่มีทาง !” ร่างอ้วนๆ ของเจ้าอ้วนเซ่าสันทีหนึง


ปฏิเสธโดยไม่คิดทันที


44


มู่ชิงเกอยิมและไม่แกล้งเขาต่อ


“คุณชาย คุณชายเซ่า เราไปไหนกันดีเจ้าคะ?”


หญิงนางโลมผู้หนึงเดินเข้ามาถามอย่างอ่อนโยน


เจ้าอ้วนเซ่าหันไปมองมู่ชิงเกอเหมือนให้เขาเป็น


คนตัดสินใจ


มู่ชิงเกอมองเข้าไปยังสวนดอกท้อ พูดอย่างไม่


ค่อยใส่ใจว่า : “หาพืนทีกว้างๆ หน่อย แล้วปูผ้าสะอาดๆ


ให้ทุกคนนังก็พอแล้ว”


45


แบบนีถึงจะเป็นการเทียวป่าอย่างถูกวิธี!


เสียดาย ถ้าเตรียมให้พร้อมกว่านี ยังสามารถ


เอาอะไรมาปิงย่างกันได้!


มู่ชิงเกอแอบคิดด้วยความเสียดาย ชาติทีแล้ว


นางไม่ค่อยมีเวลาได้พักผ่อนหย่อนใจแบบนีเลย


ประสบการณ์การออกไปปิกนิกทังสองครังในชีวิต ก็ไป


กับเพือนในร่วมรบ ในช่วงทีหยุดยาวหลังจากเสร็จสิน


ภารกิจใหญ่สองอย่าง


รู้สึกโหยหาความรู้สึกของการได้ทําตามใจตน


เอง โดยไม่ต้องมีกฎเกณฑ์มาควบคุมแบบนันเหลือเกิน


46


แต่ในชาตินี หากไม่ใช่เพราะนางต้องใช้ฐานะ


ของจอมเสเพลเพือกลบเกลือนแล้วล่ะก็ นางก็คงจะ


ทุ่มเทเวลาทังหมดไปกับการฝึกพลัง ไม่มาเสียเวลากับ


การเทียวเล่นชมธรรมชาติแบบนีแน่นอน


เพราะคําชีแนะของมู่ชิงเกอ ทําให้ทุกคนไม่เดิน


อย่างไม่รู้จุดหมายในป่าแห่งนีอีกต่อไป


แต่มีจุดมุ่งหมายคือการหาสถานทีๆ เหมาะสม


สักพัก ตาคมๆ ของเจ้าอ้วนเซ่าก็หาทีเหมาะๆ


เจอ


47


ท่ามกลางต้นดอกท้อมีพืนทีว่างรูปวงกลมแห่ง


หนึง มีพืนทีอยู่ประมาณ 10 จ้าง หญ้าเขียวขจี พร้อมทัง


ก้อนหินทีกระจายไปทัว ทียิงไปกว่านันคือ อีกฝังหนึง


ของพืนหญ้ามีแม่นําทีนําไหลเอือยอยู่สายหนึง


นําทีไหลผ่านก้อนหินส่งเสียงไพเราะ บวกกับ


เสียงพูดคุยและเสียงหัวเราะของเหล่าหญิงงามแล้วราว


กับเป็นแดนเซียนในโลกมนุษย์ สวยงามมีเอกลักษณ์


พอปูผ้าทีเตรียมมาลงบนพืนหญ้าเสร็จเรียบร้อย


แล้ว ก็นําถาดอาหาร และอุปกรณ์สุราต่างๆ ออกมาวาง


ตรงหน้าแล้วเปิดออก


48


เพียงเสียวนาที อาหารและเครืองดืมอันเลิศรสก็


วางอยู่ใต้ต้นดอกท้อ ราวกับภาพวาดร้องเล่นสนุกสนาน


อันงามประณีตอย่างไรอย่างนัน


มู่ชิงเกอนอนตะแคงอยู่บนผ้าด้วยท่าทางโอหัง


สง่างาม ในมือถือแก้วสุราทีมีกลินหอมอบอวล มองดู


เหล่าหญิงงามทีกําลังเล่นสนุกอยู่ท่ามกลางสายนํา


ท่อนแขนงามราวบัวหยก เท้าทีอยู่ท่ามกลาง


สายนํา ดวงตาทีมองมุ่งไปข้างหน้า……..


สายนําอันใสสะอาดถูกสาวงามสาดขึนบนท้อง


49


ฟ้า ส่องแสงระยิบระยับประกายทองท่ามกลางแสงแดด


ทําให้ผมของเหล่าหญิงสาวเปียกชุ่มติดแนบอยู่บริเวณ


ใบหน้าและลําคอ


ชุดกระโปรงตัวบาง ก็ยับเพราะการยอกล้อกัน


บริเวณเสือผ้าทีโดนนํา แนบติดกับผิวหนัง


ภาพตรงหน้า ทําให้เจ้าอ้วนเซ่าทีดูอยู่นําลาย


ไหล


มู่ชิงเกอมองเขาทีหนึง พูดพร้อมหัวเราะว่า :


“สุราไม่ทําให้เมา แต่มนุษย์ทําให้ตัวเองมัวเมาโดยแท้”


พูดจบ ก็ยกมือขึนด้วยท่าทางสูงสง่า ของเหลวสีส้มอม


50


แดงในแก้วทีถืออยู่ไหลโค้งในอากาศแล้วไหลลงสู่ปากที


อ้าอยู่น้อยๆ ของนางอย่างแม่นยํา


ท่าทางงามสง่าตรงหน้า ทําให้ตาเล็กๆ ของเจ้า


อ้วนเซ่าเต็มไปด้วยความอิจฉาและนับถือ


มู่ชิงเกอกลืนสุรารสเลิศในปากลงไป แล้วเด็ด


องุ่นมาเม็ดหนึง กระทังเปลือกก็ยังขีเกียจจะปอกแล้ว


โยนเข้าปากทังอย่างนัน เคียวพร้อมพูดกับเจ้าอ้วนเซ่า


ว่า : “หากเจ้าอยากไปร่วมสนุกกับพวกนาง ก็ไปเถอะ ไม่


จําเป็นต้องมาทนทุกข์ทรมานเฝ้าข้าอยู่แบบนี”


เจ้าอ้วนเซ่าส่งเสียงหัวเราะ “ฮีๆ” แล้วรีบพูดว่า : 51


“ได้อยู่เป็นเพือนลูกพีไม่ได้เสียใจอะไรเลย แต่ถือเป็น


เกียรติของข้า แต่ว่า หากเราทังสองไม่ช่วยกันดูแลสาว


งามทังหลายให้ดีๆ ก็คงจะฝ่าฝืนหลักการของสุภาพบุรุษ


ถือเป็นโทษหนัก เพราะฉะนัน หากลูกพีไม่อยากอยู่เป็น


เพือนหญิงงาม น้องชายอย่างข้าก็คงจะต้องทําแทนเสีย


แล้ว”


ทันทีทีพูดจบ แก้วสุราใบหนึงก็ฟาดลงมาที


พุงกลมๆ ของเจ้าอ้วนเซ่าทันที จนทําให้เขาร้อง “โอ๊ย”


มู่ชิงเกอตําหนิอย่างขบขันว่า : “เจ้าน่ะ ตัวเอง


บ้ากามก็ยอมรับเสีย อย่าดึงข้าเข้าไปเกียวข้อง ไสหัวไป


สิ!”


52


เจ้าอ้วนเซ่าลูบท้อง แล้วยิมพร้อมพูดว่า : “ข้า


น้อยไปเดียวนีแหละ ไปอยู่กับสาวงามแล้วนะ หากลูกพี


เกิดความปรารถนาขึนมาละก็ ไม่ต้องเก็บกดไว้นะ รีบๆ


ตามมาล่ะ!”


พูดจบเขาก็ลุกขึนยืนอย่างคล่องแคล่ว ร้อง


ตะโกนอย่างมีความสุขพร้อมพุ่งลงไปยังแม่นําสายน้อย


ทีห้อมล้อมไปด้วยบรรยากาศอันงดงามทันที


ซูม !


เสียงดังเสียงหนึงมาพร้อมกับสายนําทีพุ่ง


53


กระจายไปทัว ทําให้หญิงงามทังหลายตกใจ


ตอนที 54 จับองค์หญิงผู้น่ารักบริสุทธิได้องค์หนึง


54


มู่ชิงเกอหัวเราะ ‘หึๆ’ แล้วละสายตาจากร่างอ้วนๆ


เปียกๆ พร้อมพูดว่า “อัสนีบาตฟาดพิภพ ก็คงใช้เปรียบ


เทียบฉากๆ นีนีแหละ”


มีเจ้าอ้วนเซ่ามาเข้าร่วม มีเสียงกรีดร้องด้วยความตกใจ


และขอความช่วยเหลือดังมาไม่หยุด


มู่ชิงเกอขยับตัวเปลียนท่าทาง หันหลังให้กับริมนํา ขี


เกียจจะดูภาพสวยงามนันต่อ


55


ทันใดนัน นางก็มองไปเห็นบริเวณกิงไม้สันไหวทีหนึง


เห็นเป็นแพรเนือดีสีเหลืองอ่อนอยู่ท่ามกลางดอกท้อสี


ชมพู


มู่ชิงเกอหรีตาลงแล้วค่อยๆ ลุกขึนนังขัดสมาธิ


ในมือขวาของนางมีขวดเหล้าขวดใหญ่มือซ้ายวางอยู่บน


น่องกําหมัดเกยคางเอาไว้ มุมปากยิมอย่างเกียจคร้าน


และอวดดี พร้อมพูดกับคนทีแอบมองอยู่หลังต้นไม้ว่า :


“ออกมา”


เงาคนทีแอบอยู่เหมือนรู้สึกตกใจจึงทําให้กิงไม้สันยิงกว่า


เดิม


56


หลังจากทีลังเลไปสักพักนางก็เดินออกมา


คนทีหลบอยู่เดินออกจากด้านหลังของต้นดอกท้อ มู่ชิง


เกอพบว่าทีแท้ก็เป็นองค์หญิงตัวน้อยทีบังเอิญเจอในวัน


ทีมีงานเลียงในพระราชวังวันนันนันเอง แต่ว่าวันนีข้างๆ


นางมีเด็กสาวทีดูอายุรุ่นราวคราวเดียวกันแต่ดูระมัด


ระวังมากกว่าคนหนึงเพิมมาด้วย


คิดว่าเด็กสาวทีดูไม่คุ้นหน้าคนนีคงจะเป็นชิงเอ๋อร์ทีองค์


หญิงตัวน้อยพูดถึงมากกว่าหนึงครังในวันนัน


“พีชาย เป็นท่านเองหรือ!”


57


ในขณะทีมู่ชิงเกอจํานางได้ ฉินยีเหลียนเองก็จํามู่ชิงเก


อได้เช่นกัน


หลังจากทีจดจําชายหนุ่มในชุดแดงผู้งดงามราวกับเทพ


เซียนในภาพวาดทีนางพบในวันทีมีงานเลียงพระราชวัง


ได้ ดวงตาอันกลมโตของฉินอีเหลียนก็เป็นประกายขึนใน


ทันที ขนตาทียาวงอนราวขนนกขยับหลายที ใบหน้า


ซาลาเปาอันน่ารักเผยรอยยิมทีสดใส ยกกระโปรงแล้ว


ขึนวิงเข้าไปหามู่ชิงเกอ


“ตายแล้ว ! องค์หญิง” ชิงเอ๋อร์ยืนมือออกมาหมายจะ


หยุดยังการกระทําของฉินยีเหลียน แต่หลังจากทีหลุดคํา


เรียกขานไปเพราะความตืนตระหนกแล้วนางก็รีบเอามือ


58


ปิดปากของตนเองอย่างรวดเร็ว พร้อมคอยสังเกตรอบ


ข้าง


พอสังเกตว่าไม่มีใครสนใจตนเอง จึงค่อยลอบถอน


หายใจแล้วรีบตามไป


“พีชาย เป็นท่านจริงๆ ด้วย” ร่างเล็กๆ เดินไปหยุดตรง


หน้าของมู่ชิงเกอแล้วคุกเข่าลงตรงหน้านาง พยักหน้าไม่


หยุดมองนางอย่างไม่ละสายตา นัยน์ตากลมโตนันใส


สะอาดบริสุทธิ


มู่ชิงเกอก็ค่อยๆ นังตัวตรง เขย่าขวดเหล้าในมือเบาๆ


แล้วพูดกับองค์หญิงตัวน้อยว่า : “ทําไมท่านถึงมาอยู่ตรง


59


นี?”


“ข้ามากับพีเฉินแต่ว่าข้าไม่สนุกเลยและพีเฉินเองก็ไม่


สนใจเหลียนเหลียนเลยด้วย ข้าก็เลยพาชิงเอ๋อร์มาเดิน


เล่นในป่า พอได้ยินเสียงคนก็เลยเดินเข้ามาแต่ไม่คิดว่า


จะถูกพีชายพบเข้า” พูดจบใบหน้าน้อยนันก็ก้มลงท่า


ทางดูเสียใจ


“องค์......คุณหนู” ชิงเอ๋อร์ทีตามมาจากด้านหลัง คิดไม่


ถึงเลยว่าเจ้านายของตนเองจะพูดต้นสายปลายเหตุเสีย


ชัดเจนในเวลาอันสันแบบนี


พีเฉินอย่างนันหรือ?


60


มู่ชิงเกอทวนคําพูดขององค์หญิงตัวน้อยในใจ ความคิด


กระตุกนิดหนึง แล้วก็ได้คําตอบ


พีเฉินทีนางหมายถึงแน่นอนว่าต้องเป็นต้องเป็นฉินจิน


เฉิน


เพียงแต่ไม่คิดว่าคนทีเย็นชาขนาดนี จะสนิทสนมกับองค์


หญิงตัวน้อยทีไร้เดียงสาองค์นีได้


ชิงเอ๋อร์เงยหน้ามองมู่ชิงเกออย่างระมัดระวังครู่หนึง


นัยน์ตาผุดความตืนตะลึงออกมาราวกับว่านางไม่คิดว่า


ชายหนุ่มในชุดแดงผู้นี จะมีรูปโฉมทีงดงามได้ถึงเพียงนี


61


แม้ว่านางจะเห็นผู้คนทีมีรูปโฉมงดงามในพระราชวังมา


มากมายจนเคยชิน แต่ก็รู้สึกว่าเมือนํามาเทียบกับชาย


หนุ่มทีอยู่ตรงหน้าแล้ว เหล่าสาวงามทีคัดสรรมาจากทัง


ใต้หล้ากลับกลายเป็นเพียงหญิงสาวรูปโฉมดาษดืนเท่า


นัน


ทันใดนัน ชิงเอ๋อร์ก็ถูกเสียงหัวเราะสดใสทําให้ตืนจาก


ภวังค์ นางจึงค่อยหันหน้าไปมองตรงแม่นําทีมีคนกกลุ่ม


หนึงกําลังเล่นนํากันอยู่อย่างสนุกสนาน


พวกเขาเหมือนไม่ได้สังเกตเห็นสองคนทีอยู่บนฝัง ยังคง


เล่นกันอย่างมีความสุข


62


ท่าทางระหว่างเจ้าอ้วนเซ่าและเหล่าสาวงามทําให้ชิง


เอ๋อร์ทีมองอยู่แล้วหน้าแดงรีบดึงองค์หญิงตัวน้อยเอาไว้


แล้วเอ่ยเร่ง : “คุณหนูเรากลับกันเถอะเจ้าค่ะ ไม่อย่างนัน


คุณชายจะเป็นห่วงเอา”


แต่ฉินอีเหลียนกลับไม่ยอมทําตาม นางทําปากจู๋


ปฏิเสธ : “แต่กว่าข้าจะได้เจอพีชายอีกครังมันไม่ง่ายเลย


นะ พีเฉินจะดีดพิณอีกนานแค่ไหนก็ไม่รู้ ไม่เป็นห่วงอะไร


หรอก”


“โธ่ คุณหนู!” ความตรงไปตรงมาขององค์หญิงน้อยจน


ทําให้ชิงเอ๋อร์เกือบจะร้องไห้ด้วยความร้อนใจ


63


นางเกือบจะหลุดปากพูดออกมาแล้วว่า “คนพวกนีไม่ใช่


คนดีอะไร! ท่านไม่เห็นหรือว่าทางโน้นชายหญิงเหล่านัน


กอดรัดกันกลมแล้ว”


หากเกิดเรืองไม่คาดฝันขึนกับองค์หญิงหย่งฮวนแล้วล่ะก็


เกรงว่าให้นางตายสักสิบรอบก็คงไม่พอ


“คุณหนู พวกเราไปกันเถิดเจ้าค่ะ อย่ารบกวนคุณชาย


ท่านนีเลย” ชิงเอ๋อร์ขอร้อง


ฉินอีเหลียน ยังคงส่ายหน้าและเข้าไปใกล้มู่ชิงเกอกว่า


เดิม : "ไม่ ชิงเอ๋อร์คนดี เจ้าให้ข้าเล่นกับพีชายอีกสักพัก


ได้หรือไม่? จริงด้วย ข้าลืมบอกเจ้าไป เมือครังก่อนทีข้า


64


เท้าแพลงแล้วเจ้าไปตามหมอหลวง เป็นพีชายคนนีนี


แหละทีคอยนังเป็นเพือนข้า"


ชิงเอ๋อร์อึงไป


ด้วยนิสัยขององค์หญิงตัวน้อย คงจะปิดบังเรืองทีเจอมู่


ชิงเกอในคราวก่อนกับนางกํานัลใกล้ชิดไม่ได้


เพราะฉะนัน ชิงเอ๋อร์ทีรู้เรืองนีอยู่แล้ว ตอนนีคําพูดนีของ


องค์หญิงตัวน้อยทําให้นางคาดเดาไปต่างๆ นานา


ในเมือชายหนุ่มหน้าตางดงามตรงหน้านีสามารถไป


ปรากฏกายอยู่กลางพระราชวังได้อย่างนีก็สามารถบอก


65


ได้ว่าฐานะของเขาต้องไม่ธรรมดาน่ะสิ? และเขาเองก็รู้


ฐานะขององค์หญิง?


คิดถึงตรงนี ชิงเอ๋อร์ก็ลอบถอนหายใจอยู่ในใจ


จากทีนางดู ในเมืออีกฝ่ายก็เป็นผู้ทีมีฐานะแล้วก็รู้


สถานะขององค์หญิงน้อยดีแน่นอนว่าคงจะไม่ได้มีจิตคิด


ร้ายอะไร


“พีชาย ข้าให้ลูกอมท่านนะ!” องค์หญิงน้อยล้วงถุงผ้า


แพรใบหนึงออกมาจากอก ค่อยๆ เปิดออกอย่างระมัด


ระวังแล้วเอาลูกอมหลายเม็ดในนันยืนให้กับมู่ชิงเกอ


66


เดิมมู่ชิงเกอทีกําลังฟังบทสนทนาของนายบ่าวทังสองอยู่


อย่างเงียบๆ เมือเห็นลูกอมทียืนมาตรงหน้านางก็ดัน


ออกแล้วพูดกับฉินอีเหลียนว่า : “ท่านพาสาวใช้มาแค่คน


เดียว ไม่ควรออกมาเดินเพ่นพ่านในป่าแบบนี”


ต้องรู้ว่าป่าดอกท้อแห่งนีเป็นทีสาธารณะทีไม่ว่าใครก็


สามารถเข้ามาได้ อีกอย่างในป่าก็กว้างขวางหากหลง


ทางอยู่ในนีแล้วเจอกับคนร้ายเข้า ยิงไม่ใช่จะเป็นการส่ง


แกะเข้าปากเสือรึ?


เสียนอ๋องผู้นี นับว่าใจกล้ามาก


ลูกอมทียืนออกไปถูกผลักคืนมา ในแววตาขององค์หญิง


67


ตัวน้อยเต็มไปด้วยความผิดหวัง แต่กลับไม่ดือดึงอีกต่อ


ไป ค่อยๆ เอาลูกอมใส่คืนถุงอย่างระมัดระวัง


“เหลียนเหลียนรู้แล้ว” เพราะนําเสียงตําหนิของมู่ชิงเก


อ ทําให้องค์หญิงตัวน้อยเชือฟังแต่โดยดี


68


ตอนที 55 ว่าทีคู่หมันภูเขานําแข็งมาตามหา


“เหลียนเหลียน รู้แล้ว” ฉินอีเหลียนทําท่างทางเชือฟัง


กับคําพูดของมู่ชิงเกอ นางเหมือนไม่ต่อต้านเลยแม้แต่


69


น้อย ฉากตรงหน้าทําให้ชิงเอ๋อร์ทีดูอยู่ถึงกับตาค้างรู้อยู่


แล้วว่าองค์หญิงตัวน้อยผู้นีของนางแม้จะน่ารักและเชือ


ฟังแค่ไหน แต่ก็มีมุมทีดือรันอยู่บ้าง ขนาดคําพูดของ


เสด็จแม่ของอย่างพระสนมอวินเฟยยังไม่ค่อยเชือฟังเลย


แต่กับชายหนุ่มชุดแดงคนนีกลับเชือฟังได้ถึงเพียงนี ชาย


หนุ่มผู้งดงามสว่างสดใสราวกับดวงอาทิตย์ทีร้อนแรงผู้นี


เป็นใครกันแน่?


“กระหม่อมจะไปส่งพระองค์” มู่ชิงเกอพูดจบก็ลุกขึนยืน


ในขณะเดียวกันก็ยืนมือไปทางฉินอีเหลียน


ฉินอีเหลียนทําปากจู๋ ใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่พอใจ


แต่สุดท้ายก็ยอมวางมือบนมือของมู่ชิงเกอแต่โดยดี มู่ชิง


เกอหันไปทางแม่นําตะโกนใส่เจ้าอ้วนเซ่า : “เจ้าอ้วน ข้า


70


ออกไปสักพักนะ” นางพูดโดยไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะได้


ยินหรือไม่ แล้วพาองค์หญิงตัวน้อยและชิงเอ๋อร์เดินเข้า


ป่าดอกท้อไป


แน่นอนว่าเจ้าอ้วนเซ่าทีถูกสาวสวยรายล้อมเห็น


เหตุการณ์ทังหมด และได้ยินคําพูดทีมู่ชิงเกอพูดทิงท้าย


เอาไว้ เขายิมอย่างมีเลศนัย พร้อมพึมพําว่า “ฮีๆ ลูกพีก็


คือลูกพีจริงๆ พาสาวน้อยทีไม่รู้ทีมาเข้าป่าไปแล้ว ทีแท้


ลูกพีไม่ได้ชอบแค่องค์หญิงฉางเล่อทีเป็นสาวงามแห่ง


ภูเขานําแข็ง นันเท่านันสินะ แต่ยังชอบสาวน้อยหน้าตา


งดงามทีดูน่ารักเชือฟังแบบนีอีกด้วย!” ความคิดสกปรก


ของเจ้าอ้วนเซ่า มู่ชิงเกอไม่รู้


ตอนนี นางเดินจูงมือองค์หญิงตัวน้อยเดินไปตามทางใน


71


ความทรงจําไปตรงบริเวณทีเจอฉินจินเฉินในศาลา


หลังคาแปดเหลียม


ความสูงของมู่ชิงเกอ ถือว่าสูงในบรรดาผู้หญิงด้วยกัน


บวกกับอายุของนางทีมากกว่าฉินอีเหลียน ความสูงของ


ฉินอีเหลียนจึงพอๆ กับหัวไหล่ของนางเท่านัน ซึงเตีย


กว่าถึงหนึงศีรษะ


ชุดสีแดงทีปลิวอย่างเป็นธรรมชาติ เดินจูงมือ


หญิงสาวในชุดสีเหลืองอยู่ในสวนดอกท้อ ภาพนันช่าง


งดงามหาใดเปรียบ ขนาดคนทีเดินอยู่ข้างหลังพวกเขา


ทังสองอย่างชิงเอ๋อร์ยังมองจนเหม่อลอย


72


ศาลาหลังคาแปดเหลียมอยู่แค่เอือมมือแล้ว


เลียวข้างหน้าอีกโค้งและเดินต่อไปอีกนิดก็ถึง


แล้ว


แต่เพราะต้นดอกท้อทีเต็มป่า ทําให้บดบัง


ทัศนวิสัยของแต่ละฝ่าย


มู่ชิงเกอพาองค์หญิงตัวน้อยเดินเลียวออกจาก


ป่า แต่ยังไม่ทันได้เงยหน้าขึน ก็เห็นรองเท้าปักลายคู่สวย


หลายคู่


เมือเงยหน้าขึน มู่ชิงเกอก็รู้สึกได้ถึงความสนุกใน


73


ทันที


วันนีทําไมถึงพบแต่คนคุ้นเคยหรือว่าวันนีจะเป็น


วันดีอะไร ทีทุกคนมายังป่าดอกท้อพร้อมๆ กันขนาดนี


แต่ว่า มีความคิดหนึงแวบเข้ามาในหัวของนาง


ทําไมป๋ายซีเยวียถึงอยู่กับฉินอีเหยาด้วย


“พีเหยา ท่านเองก็มาเทียวเล่นทีนีหรือ?”


เจอกับคนตังมากมาย แต่คนแรกทีพูดขึนก่อน


74


คือฉินอีเหลียนผู้ไร้เดียงสา


สายตาอันเยือกเย็นเหมือนนําแข็งของฉินอีเหยา


มองมือของมู่ชิงเกอและฉินอีเหลียนทีจับกันแวบหนึง


และตอบอย่างเย็นชาว่า : “อืม”


“คุณชาย!”


เมือเห็นชุดแดงสดทีทีคุ้นตา โย่วเหอและฮวาเย


วียทีอยู่ข้างหลังฉินอีเหยาและป๋ายซีเยวียก็เต็มไปด้วย


ความดีใจ เดินไปอยู่ข้างหลังของมู่ชิงเกอทันที


มู่ชิงเกอมองพวกนางแล้วพยักหน้าเบาๆ


75


โย่วเหอเข้าไปใกล้มู่ชิงเกอและกระซิบข้างหูนาง


ว่า : “คุณชาย ท่านออกจากตําหนักไม่นาน องค์หญิง


ฉางเล่อก็มาหาท่าน พอรู้ว่าท่านมาทีสวนดอกท้อ ก็


ตัดสินใจให้สังพวกบ่าวทังหลายนําทางมาหาท่าน บ่าว


เห็นว่าท่าทางองค์หญิงดูรีบร้อน ก็คิดว่าอาจจะเกิดเรือง


อะไรขึน จึงไม่ได้ปฏิเสธ ตอนออกจากจวนก็พบกับแม่


นางป๋ายเข้าพอดีนางจึงร่วมเดินทางมาด้วยเจ้าค่ะ”


คําง่ายๆ เพียงไม่กีคํา ทําให้มู่ชิงเกอรู้เหตุผลทีคนพวกนี


มาทีนี


ทีแท้ ก็ไม่ใช่เรืองบังเอิญอะไร แต่คนพวกนีตังใจ


76


มาหานาง


“พีมู่ องค์หญิงฉางเล่อเหมือนมีธุระจึงมาหาท่าน


ซีเยวียคิดว่าเผือมีอะไรให้ช่วยจึงตามออกมาโดยพลการ


ท่านคงไม่ถือโทษโกรธซีเยวียใช่มัย” ป๋ายซีเยวียทําท่า


ทางไร้เดียงสา มองมู่ชิงเกออย่างขลาดๆ


ช่วงนียากทีนางจะได้พบกับมู่ชิงเกอ


วันนี ในป่าดอกท้อแห่งนี เขาเหมือนจะงด


งามมากขึนกว่าเดิม รูปโฉมอันงดงามนัน ขนาดนางที


เป็นหญิงก็ยังอดไม่ได้ทีจะตืนตะลึงในความงามนัน แต่


น่าเสียดาย.........เขาเป็นแค่คนไร้พลัง ไม่อย่างนัน หาก


77


มอบกายให้กับเขา และเป็นนายหญิงแห่งจวนหย่งหนิง


กงได้จึงจะดีทีสุด


ป๋ายซีเยวียหลุบตาลงปิดบังความรู้สึกภายในใจ


เอาไว้


มู่ชิงเกอยิมพร้อมพูดอย่างไม่ใส่ใจ : “ไม่แน่


นอน” พูดจบ ก็มองฉินอีเหยาและถามในทันทีว่า : “องค์


หญิงฉางเล่อมาหากระหม่อมมีเรืองอันใดหรือ?”


แต่ฉินอีเหยาไม่ตอบ แต่จ้องฉินอีเหลียนแล้ว


ถามว่า : “หย่งฮวนเหตุใดเจ้าถึงมาอยู่ทีนีได้?”


78


องค์หญิงตัวน้อยกะพริบตาปริบๆ แอบหลบหลัง


มู่ชิงเกอเหมือนต้องการทีพึงพา ฉากนีอยู่ในสายตาของ


ฉินอีเหยาและป๋ายซีเยวีย ในใจพวกนางต่างก็คาดเดา


แตกต่างกันไป


ฉินอีเหยาเห็นความสนิทสนมของทังสองแล้วก็


รู้สึกไม่ค่อยสบายใจนัก


แต่ป๋ายซีเยวียกําลังคาดเดาฐานะทีแท้จริงของ


องค์หญิงตัวน้อยอยู่


ฉินอีเหลียนเหมือนกลัวฉินอีเหยา นางเม้มปาก


แน่นไม่ยอมพูดมู่ชิงเกอจึงต้องตอบแทน : “องค์หญิงมา


79


กับเสียนอ๋อง พอแยกกันก็บังเอิญมาเจอกับกระหม่อม


กระหม่อมกําลังจะพาองค์หญิงไปส่งให้เสียนอ๋อง”


ฉินอีเหยายิมทีหนึง แล้วมองชิงเอ๋อร์ : “เสีย


นอ๋องอยู่ทีใด?”


ชิงเอ๋อร์รีบทําความเคารพพร้อมตอบว่า : “เรียน


องค์หญิง เมือสักครู่เสียนอ๋องดีดพิณอยู่ทีศาลาในป่า


ดอกท้อ”


ฉินอีเหยาหันไปบอกองครักษ์สองคนทันทีว่า :


“พวกเจ้าทังสองพาองค์หญิงหย่งฮวนไปหาเสียนอ๋อง


ก่อน หากหาไม่เจอก็พาองค์หญิงกลับวัง”


80


องครักษ์ทังสองรับคําสัง


ตอนนี ป๋ายซีเยวียกําลังมองมู่ชิงเกอและฉินอี


เหยาด้วยความแปลกใจ


คิดไม่ถึงว่า มู่ชิงเกอไม่เพียงแต่จะมีคู่หมันคู่


หมายเป็นถึงองค์หญิงองค์หนึง แต่ยังสนิทสนมกับองค์


หญิงอีกองค์ในวังเป็นอย่างมากด้วย


คนไร้พลังคนหนึงจะเป็นทีโปรดปรานได้เพียงนี


เลยหรือ หรือว่านางจะพลาดอะไรไป?


81


ป๋ายซีเยวียค่อยๆ ขมวดคิวพลางแอบคิดในใจ


องค์หญิงตัวน้อยปล่อยมือมู่ชิงเกออย่างอ้อยอิง


ไม่เต็มใจแล้วเดินไปหาฉินอีเหยา พอเดินได้ไม่กีก้าวก็


หันไปถามมู่ชิงเกอว่า : “พีชาย ท่านยังไม่ได้บอกข้าเลย


ว่าท่านคือใคร”


มู่ชิงเกอเงียบ


เป็นความจริงทีว่า ทังสองครังทีพบกัน เหมือน


นางจะยังไม่เคยแนะนําตัวเอง


“กระหม่อมคือมู่ชิงเกอแห่งตระกูลมู่” มู่ชิงเกอต


82


อบพร้อมรอยยิมจางๆ


“มู่ชิงเกออย่างนันหรือ?” ฉินอีเหลียนเอียงศีรษะ


เพราะกําลังใช้ความคิด แล้วพูดขึนอย่างตืนเต้น : “อ๋อ !


ข้ารู้แล้ว ท่านคือคุณชายมู่ชิงเกอของตระกูลมู่ใช่ไหม?


ได้ยินมาว่า เมือหลายปีก่อนในวังหลวง ท่านสามารถทํา


ให้ดอกไม้นานาพรรณบานสะพรังเพราะความงดงาม


ของท่านได้ และยังเป็นว่าทีราชบุตรเขยของพีเหยาใช่


หรือไม่? ”


“หย่งฮวน เจ้าควรไปได้แล้ว” ฉินอีเหยาพูดตัด


บทองค์หญิงตัวน้อย ราวกับนางอยากจะมองข้ามความ


ว้าวุ่นในใจตนทีเกิดขึนจากคําว่า “ว่าทีราชบุตรเขย” นี


83


เมือก่อนนางไม่เคยรู้สึกอะไรกับเรืองนีเลยแต่


เหตุใดตอนนี.............เป็นเพราะอะไรกันแน่นะ?


ฉินอีเหลียนทีถูกสังให้หยุดพูดนางจู๋ปากเล็กๆ


ของตน ยังคงมองมู่ชิงเกออย่างอาลัยอาวรณ์ แล้วเดิน


ออกจากสายตาของทุกคนไป


พอองค์หญิงจากไป บรรยากาศภายในป่าก็ดู


แปลกประหลาด


84


ตอนที 56 กฎเกณฑ์การคบเพือนของคุณชาย!


85


ตอนแรกฉินอีเหยาคิดว่าหลังจากทีพบกับมู่ชิงเกอแล้ว


พูดคุยธุระเสร็จเรียบร้อยแล้วก็จะจากไปเลย แต่ตอนนี


ราวกับไม่อยากจากไปแบบนี ส่วนป๋ายซีเยวีย......


ครังก่อนนางไปหารุ่ยอ๋อง กลับเจอแต่ประตูทีปิดอยู่


สุดท้ายต้องลงทุนลงแรง จึงรู้ว่ารุ่ยอ๋องโดนลงโทษให้อยู่


ทีอารามหลวงเป็นเวลาสามเดือน คงไม่อาจพบกันได้สัก


พัก


เหตุใดรุ่ยอ๋องถึงได้รับโทษนัน นางเองก็สุดรู้


86


เพราะฉะนันทีนางมายังป่าดอกท้อแห่งนีกับองค์หญิง


ฉางเล่อก็เพือทีจะสืบข่าวคราวจากของมู่ชิงเกอ นางเชือ


ว่ามู่ชิงเกอให้ความสําคัญกับรุ่ยอ๋องมากเพียงนัน เขาจะ


ต้องรู้แน่ๆ ว่าเกิดอะไรขึน


แน่นอนว่าก่อนทีจะบรรลุเป้าหมาย นางเองจะไม่ยอมไป


ไหนแน่


โย่วเหอและฮวาเยวียทียืนอยู่ข้างหลังมู่ชิงเกอสบตากัน


อย่างไม่เข้าใจ


ตอนทีองค์หญิงไปทีจวน ก็ดูเหมือนทรงมีเรืองด่วนต้อง


การจะหาคุณชาย แต่ตอนนีพอได้พบกันแล้วเหตุใดถึง


87


ไม่ยอมพูดอะไรเลยเล่า?


“องค์หญิง ทรงมาหากระหม่อมมีเรืองอันใดรึ?” มู่ชิงเก


อพูดขึนอย่างจนปัญญา


คนหลายคนทียืนอยู่ในป่า ท่ามกลางกลีบดอกไม้ทีร่วง


หล่น มองหน้ากันไปมาแบบนีนีมันยังไงกัน?


ฉินอีเหยาเม้มปาก สายตาทีเยือกเย็นมีความไหวระริก


วาบผ่าน แต่ยังคงตอบอย่างเย็นชาว่า : “ทีนีทิวทัศน์ไม่


เลว เดินไปด้วยคุยไปด้วยจะดีกว่า”


มู่ชิงเกอทียังเดาใจสาวงามไม่ออกในตอนนีทําได้เพียง


88


แค่เดินตาม


สาวงามเคียงคู่กับบรรยากาศรอบข้างทีสวยสด แต่มู่ชิง


เกอไม่ได้สนใจกับสิงเหล่านีเลยแม้แต่น้อย


นางกําลังคิดว่าเหตุใดองค์หญิงฉางเล่อถึงเป็นฝ่ายมา


หานางก่อน จากการเจอกันเมือครังก่อนๆ ทีผ่านมา องค์


หญิงจะต้องไม่อยากไปมาหาสู่กับนางสิจึงจะถูก


แม้ว่าในวันงานเลียงทีวังหลวงนันเป็นเพราะองค์หญิง


ยืนมือเข้าช่วยเหลือ แต่หลังจากเรืองนันทังสองก็ไม่ได้


ติดต่อกันอีกเลย


89


นอกเสียจากว่า-------


“องค์หญิง ไทเฮาทรงมีรับสังอะไรใช่หรือไม่?” อยู่ๆ มู่ชิง


เกอก็ถามขึน


ฉินอีเหยาชะงักฝีเท้า เม้มปากเบาๆ มองมู่ชิงเกอด้วย


สายตาอันสว่างสดใส : “หรือว่าต้องมีพระบัญชาจาก


เสด็จย่าเท่านัน ข้าจึงจะมาหาเจ้าได้?”


เอ่อ......


“แน่นอนว่าไม่ใช่” มู่ชิงเกอยกยิมน้อยๆ


90


ทังสองเริมพูดคุยกัน ราวกับว่าทิงไปป๋ายซีเยวียไว้อีก


ด้านหนึงทําให้ดวงตาอันงดงามของนางดูเยือกเย็นลง


เล็กน้อยและมองทังสองอย่างไม่ค่อยชอบใจ


ฉินอีเหยามองไปรอบๆ ป่าดอกท้อ : “ได้ยินสาวใช้ของ


เจ้าบอกว่าวันนีคนทีนัดเจ้าออกมาคือคนตระกูลเซ่า


อย่างนันหรือ?”


นีก็ไม่ได้มีอะไรน่าปิดบัง


มู่ชิงเกอพยักหน้าโดยไม่ต้องคิด


เห็นมู่ชิงเกอยอมรับ ฉินอีเหยาก็หยุดคิดสักพักแล้วเอ่ย


91


ว่า : “ต่อไปเจ้าก็อย่าไปไหนมาไหนกับเขาให้มากนัก ข้า


ได้ยินว่าชือเสียงของเขา.......ไม่ค่อยจะดีนัก”


นําเสียงนีมีความสนิทสนมขึนมาบ้าง แต่ก็ยังคงเย็นชา


แต่ก็ไม่เหมือนคนแปลกหน้าเหมือนเมือก่อน


แต่มันกลับทําให้สีหน้าของมู่ชิงเกอเย็นชาขึน นางหยุด


เดินและพูดติดตลกว่า : “ชือเสียงของเขาไม่ค่อยดีอย่าง


นันหรือ หรือว่าองค์หญิงจะไม่ทรงทราบว่าชือเสียง


ของกระหม่อมเองก็ไม่ได้ดีเด่อะไรมากเช่นเดียวกัน จอม


เสเพลแห่งแคว้นลัวตู เขาเป็นอันดับสอง ส่วนกระหม่อม


ก็อันดับหนึง”


92


ตอนแรกนางคิดว่าจะอดทนอยู่เป็นเพือนองค์หญิงองค์นี


ไปก่อน


แต่กลับไม่คิดว่าคําพูดของนางจะทําให้มู่ชิงเก


อหมดอารมณ์ และไม่สนใจว่านางจะเป็นอย่างไร มู่ชิงเก


อก็เดินก้าวเท้ายาวๆ ไปยังทีๆ แยกกับเจ้าอ้วนเซ่าทันที


“คุยกันอยู่ดีๆ เหตุใดจึงเป็นแบบนีไปได้?”


ฮวาเยวียถามโย่วเหอเบาๆ ทังสองมองหน้ากันแล้วรีบ


เดินตามมู่ชิงเกอไป


ฉินอีเหยาอึงมองตามเงาร่างของมู่ชิงเกอไปและรู้ว่าตน


93


เองเหมือนพูดอะไรผิดไป แต่ทีนางพูดก็เพราะหวังดีกับ


เขา ด้วยความรู้สึกผิดและนึกขึนได้ว่าเรืองทีจะมาแจ้งยัง


ไม่ได้พูด นางจึงนําทุกคนเดินตามไป


หลังจากทีทังสองเดินจากไป ป๋ายซีเยวียทีไม่มีใครสนใจ


หยุดคิดสักพักแล้วพาลวีจือรีบเดินตามไป


“คุณหนู คุณชายไม่สนใจพวกเราเลย เรากลับกันเถิดเจ้า


ค่ะ” ลวีจือเทียบไม่ได้กับความแข็งแกร่งของป๋ายซีเยวีย


ทีมีพลังขันเหลืองชันกลาง นางเดินจนหอบเหนือยไป


หมดและรีบพูดขึน


แต่ป๋ายซีเยวียมีหรือจะยอมฟังนาง?


94


นางยังคงเดินต่อไปไม่หยุดพร้อมพูดว่า : “วันนีข้าจะต้อง


รู้ให้ได้ว่าเหตุใดรุ่ยอ๋องถึงโดนลงโทษ ข้าถึงจะรู้ว่าข้าควร


ทําอย่างไรต่อไป”


ทีนางมองรุ่ยอ๋องว่าดีและรักเขานัน นอกจากรูปลักษณ์


ภายนอกของรุ่ยอ๋องแล้วยังมีความสูงส่งและพรสวรรค์ที


มากกว่าผู้อืน เรียกได้ว่ารักในฐานะของเขานันเอง


หากวางแผนจัดการให้ดีๆไม่แน่ว่าวันหนึงข้างหน้านาง


อาจจะได้เป็นฮองเฮาของแคว้นก็เป็นได้


แต่หากว่ารุ่ยอ๋องสูญเสียความโปรดปรานจากฮ่องเต้


95


และเสียสิทธิในการแย่งชิงบัลลังก์ไป ถ้าเป็นอย่างนัน


นางก็ต้องไตร่ตรองให้ดีว่าคุ้มหรือไม่ทีจะเทหมดหน้าตัก


เพือวางเดิมพันข้างเขา


ตอนนีนางยังอยู่ในสถานะทีได้เปรียบ


ในตระกูลมู่ นางมีฐานะพิเศษ และมู่เหลียนหรงเองก็


อยากให้นางแต่งกับมู่ชิงเกอ อีกทังรุ่ยอ๋องก็เริมมองนาง


เปลียนไปบ้างแล้ว ทุกอย่างก็ขึนอยู่กับตัวนางเอง เพราะ


ฉะนันนางต้องรวบรวมข้อมูลทีแม่นยํามากกว่านีมาเพือ


มาวิเคราะห์ว่าควรจะอยู่ข้างใคร จึงจะสามารถยืนอยู่ใน


จุดทีสูงกว่าเดิมได้


96


ใช่แล้ว ! ฮ่องเต้ยังมีองค์ชายองค์อืนๆ อีกนี


อยู่ๆ ป๋ายซีเยวียก็นึกถึงเสียนอ๋องทีได้ยินในบทสนทนา


ของมู่ชิงเกอกับองค์หญิงฉางเล่อขึนมา


นางจําชือนีได้ลางๆ แต่รู้เพียงว่าองค์ชายองค์นีเก็บองค์


มาก


แล้วยังมีรัชทายาทแห่งวังตะวันออกอีก.........


มือของป๋ายซีเยวียทีซ่อนอยู่ในแขนเสือ ค่อยๆ กําแน่น


ทันใดนัน นางก็รู้สึกว่าตัวเลือกของตนเองไม่ได้มีเพียง


แค่มู่ชิงเกอกับรุ่ยอ๋องเท่านัน แต่แน่นอนว่าหากไม่มีอะไร


97


ผิดพลาด รุ่ยอ๋องก็ยังคงเป็นตัวเลือกอันดับหนึงของ


นางอยู่ดี


เพราะถึงอย่างไร นางก็หวันไหวไปกับเขาแล้วจริงๆ


98


ตอนที 57 หนุนตักคนงาม ช่างงามและเย้ายวนเหลือ


เกิน!


ด้านหลังมีคนกลุ่มหนึงตามมา แต่มู่ชิงเกอก็คร้านจะไป


สนใจ พาสาวใช้ทังสองของตนเองเลียวเข้าไปยังป่าดอก


ท้อ


“พวกเจ้าสองคนจําไว้ให้ดีว่า ข้าต่างหากทีเป็นเจ้านาย


ของพวกเจ้า อย่าทําอะไรเพือคนอืนอีก ยิงไม่ต้องกลัวว่า


99


จะทําให้เชือพระวงศ์พวกนันไม่พอใจ” อยู่ๆ มู่ชิงเกอก็


พูดขึนมา


โย่วเหอและฮวาเยวียทีเดินอยู่ด้านหลังพอได้ยินก็รู้ว่า


เจ้านายโกรธเรืองในวันนี


ทังสองรีบพูด : “นายท่านอย่าโกรธเลย ตอนนีพวกบ่าว


วรู้แล้ว และเรืองแบบนีจะไม่เกิดขึนอีกเป็นครังทีสอง”


มู่ชิงเกอเดินช้าลงยิมอย่างโอหังชัวร้ายพร้อมพูดว่า :


“หากยังมีครังต่อไปพวกเจ้าก็ไม่ต้องกลับมาเรือนสวน


สระเมฆาอีกตลอดไป”


100


“นายท่าน!”


“นายท่าน ไม่นะ!”


ครังนี ทังสองรับรู้ได้ถึงความโกรธของมู่ชิงเกออย่างแท้


จริง ไม่กล้าทําพลาดอีกแล้ว


พวกนางไม่ใช่ไม่ซือสัตย์ต่อมู่ชิงเกอ แต่ว่าเพราะซือสัตย์


มากจนเกินไป คิดเผือมู่ชิงเกอมากเกินไป เพราะฉะนัน


จึงถูกมู่เหลียนหรงควบคุมคิดว่าเจ้านายของตนเองควร


จะดีกับองค์หญิงฉางเล่อเข้าไว้


สืบทอดทายาทให้กับตระกูลมู่เหมือนจะกลายเป็นเป้า


101


หมายหลักและเรืองสําคัญมากสําหรับตระกูลมู่ หลังจาก


ทีแน่ใจว่ามู่ชิงเกอไม่อาจฝึกฝนพลังได้


เห็นทังสองรู้สึกผิดมู่ชิงเกอก็ไม่ถามอะไรอีก


เดินเลียงต้นดอกท้อทีอยู่ตรงหน้า ไปตามเส้นทางสาย


เล็กๆ ทีเต็มไปด้วยโคลนและกลีบดอกไม้ ทังสามคนก็


กลับไปถึงแม่นําสายเล็กๆ ทีเปิดโล่ง


ฉินอีเหยาและป๋ายซีเยวียทีห่างจากพวกนางไม่ไกลก็รีบ


ตามมา


เสียงร้องรําทําเพลงดังมาจากพืนหญ้าข้างแม่นํา


102


เจ้าอ้วนเซ่าทีเปียกไปทังตัว ถูกคนเอาผ้าปิดตาไว้เล่นไล่


จับอยู่ท่ามกลางเหล่าหญิงงาม


เสียงหัวเราะทําให้โย่วเหอและฮวาเยวียอึงจนดวงตาโต


เบิกกว้าง


ยิงไม่ต้องพูดถึงฉินอีเหยา ป๋ายซีเยวียและคนอืนๆ ทีเดิน


ตามมา


ชือเสียงความเสเพลทีได้ยินมากับสิงทีได้เห็นกับตานัน


ไม่เหมือนกัน


103


ฉินอีเหยายืนอึงอยู่กับที มองบรรดาหญิงสาวทีอยู่ตรง


นันแล้วทําอะไรไม่ถูกในทันที


“ว้าย ! คุณชายกลับมาแล้ว!”


“คุณชาย!”


“คุณชาย รีบมานังพักก่อนเจ้าค่ะ ประเดียวข้าน้อยจะริน


สุราให้”


“คุณชาย ข้าน้อยปลอกเปลือกองุ่นไว้ให้ท่านแล้ว”


พอมู่ชิงเกอปรากฏตัว เหล่าหญิงงามก็ทิงเจ้าอ้วนเซ่า


104


แล้วต่างก็โผเข้ามาหาชายหนุ่มชุดแดงราวกับผีเสือ ฉาก


ตรงหน้าทําให้สาวใช้ทังสองยังไม่ทันได้ทําอะไรก็เห็นเจ้า


นายของตนเองถูกหญิงสาวพายังไปยังผ้าสีเหลียมผืน


ใหญ่ผืนหนึง


เจ้าอ้วนเซ่าทีถูกทิงดึงผ้าปิดตาลง แต่ก็ไม่โกรธ รีบเดิน


ตามไป


“คุณชายรีบนังลงก่อน”


หญิงงามคนหนึงนังคุกเข่าอยู่บนผ้า ใช้ตนเองต่างเก้าอี


ให้มู่ชิงเกอนัง


105


มู่ชิงเกอเองก็ไม่ลังเลสะบัดแขนเสือแล้วนังลงไปอย่าง


เป็นธรรมชาติเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดของหญิงงามทันที


การกระทํานีทําให้หญิงงามยิมไม่หุบ


สาวงามอีกสองคนเดินออกมาจากบรรดาพีน้องนังอยู่


ข้างซ้ายและขวาของมู่ชิงเกอ คนหนึงป้อนสุราให้กับมู่ชิง


เกอ อีกคนป้อนองุ่นทีปลอกเปลือกแล้วเข้าไปทีปาก


แดงๆ ของนาง


สาวงามหลายคนทีแพ้การแย่งชิง ทําได้แค่นังอยู่ข้างขา


ของนางและนวดขาให้นาง


106


ป่าดอกท้อแห่งนีประดับไปด้วยเหล่าสาวงาม เป็นความ


งามไม่มีทีสินสุด ดูไกลห่างราวกับเทพเซียน........


ชุดสีแดงสดและผมสีดําดังเส้นไหม


กลินหอมอบอวล ดอกท้อปลิดปลิวลงพืนดิน


แม้จะถูกสาวงามหลายคนกอด แต่ก็ไม่อาจปิดบังความ


งดงามนันได้


ราวกับว่าหญิงสาวทีอยู่ข้างหน้าชายชุดแดงท่าทางเจ้าชู้


นันเป็นเพียงตัวประกอบเท่านัน


107


ฉากทีควรชวนให้รู้สึกรังเกียจนัน แต่เมือนางเป็นคน


แสดงมันออกมา กลับดูเพลิดเพลินและชวนให้คนหวัน


ไหว


ความโกรธทีฉินอีเหยาซ่อนอยู่ลึกๆ ก็ค่อยๆ ดับมอดลง


ภาพทีนางเห็นไม่ได้ดูน่ารังเกียจเลยแม้แต่น้อยและไม่ได้


ดูตําช้าน่าละอายแต่อย่างใด สิงทีมีคือความตังใจทีจะ


ทําเพือชายหนุ่ม ราวกับว่า มู่ชิงเกอเป็นเทพบุตรในป่า


แห่งนี เป็นภูตพรายเจ้าเสน่ห์แห่งสวนบุปผาและภูผาทัง


หลายทีแค่อยากลองใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางมนุษย์ก็เท่านัน


นางมองไม่เห็นการฝืนใจและการยัวยวนทีน่ารังเกียจใน


108


แววตาของผู้หญิงพวกนีเลยแม้แต่นิด


ราวกับว่าพวกนางก็แค่อยากจะปรนนิบัติให้มู่ชิงเก


อสบายขึนกว่าเดิม


มู่ชิงเกอเองแม้จะนังอยู่ในอ้อมกอดของหญิงงามแต่ก็ไม่


ได้มีท่าทีต้องการล่วงเกิน สายตานันดูนิงสงบเหมือนกับ


ตอนทีได้ใกล้ชิดกับนางตอนเต้นรําเคียงคู่ด้วยกันในวัน


นัน


ในใจของฉินอีเหยาค่อยๆ สงบลงเหลือเพียงความตก


ตะลึงเท่านันทียังไม่จางหายไป


109


“คุณชาย ท่านไปเชิญเหล่าหญิงงามทีสวยปานนางฟ้า


พวกนีมาจากทีใดกัน หรือว่าท่านรังเกียจว่าพวกข้ารูป


โฉมธรรมดาเจ้าคะ” หญิงงามคนหนึงปลอกเปลือกองุ่น


ให้มู่ชิงเกอแล้วถามออดอ้อน


การปรากฏตัวของฉินอีเหยา ป๋ายซีเยวียและอีกหลาย


คนพวกนางเห็นตังนานแล้ว


แต่ว่าพวกนางทําเป็นไม่สนใจ จะบอกว่าเหยียดเพศ


เดียวกันหรือจะบอกว่าไม่อยากให้ใครมาแย่งชิงความรัก


ของมู่ชิงเกอไปก็ดี สรุปว่าพวกนางจงใจให้เป็นแบบนี!


มู่ชิงเกอยังไม่ทันจะได้ตอบเหล่าสาวงามเจ้าอ้วนเซ่าก็


110


เดินมาเข้ามาใกล้นางแล้วกระซิบทีข้างหูนางเบาๆ ว่า :


“โอ๋ๆ ลูกพีทําไมท่านไปครู่เดียวถึงไปขนภูเขานําแข็ง


อย่างองค์หญิงฉางเล่อมาด้วยได้ล่ะ? อีกอย่างสาวชุด


ขาวนันเป็นใครกัน ดูท่าทางรู้สึกคุ้นๆ หรือว่าจะเป็นหญิง


สาวในจวนท่านนางนัน ทีท่านอาเหลียนเคยบอกว่าเป็น


ว่าทีสะใภ้ทีเตรียมไว้ให้กับท่าน หากไม่ต้องการให้ข้าคิด


เหลวไหล แล้วเหตุใดวันนีเมียหลวงและเมียน้อยถึงมา


รวมตัวอยู่ด้วยกันได้ล่ะ? โอ๊ย!”


เจ้าอ้วนเซ่าทีกําลังพูดอยู่ถูกมู่ชิงเกอเขกหัวจนต้องหยุด


พูด


“ฉา BBให้มันน้อยๆ หน่อย” มู่ชิงเกอพูดตักเตือน


111


เจ้าอ้วนเซ่ากะพริบตาเล็กๆ ของตนเองแล้วถามอย่าง


งงๆ ว่า : “ลูกพีอะไรคือ ฉา BB (ศัพท์วัยรุ่นสมัยนีแปลว่า


พูดไปเรือย ใช้บอกให้อีกฝ่ายหุบปาก)”


มู่ชิงเกอเบะปาก นางโมโหเจ้าอ้วนเซ่าจนหลุดปากพูด


คําศัพท์จากโลกทีทะลุมิติมา แล้วค่อยอธิบายอย่างไม่


พอใจ : “แปลว่าพูดไปเรือยไงเล่า”


“ข้าไม่ได้พูดไปเรือย ท่านอาเหลียนเองก็พูดเช่นนี”เจ้า


อ้วนเซ่าพูดอย่างน้อยอกน้อยใจ


แต่ตอนทีมู่ชิงเกอจะลงมืออีกครัง เจ้าอ้วนเซ่าก็รีบล้มลุก


112


คลุกคลานยืนขึนมา จัดการกับเสือผ้ายับๆ ของตนเอง


แล้วเดินไปทางฉินอีเหยา


“เซ่าเย่เจ๋อถวายพระพรองค์หญิงฉางเล่อ” องค์หญิงว่าที


ภรรยาท่านนีไม่ใช่คู่หมันของเขาและเขาก็ไม่ได้มีฐานะ


เป็นทายาทสายตรงและมีท่านปู่สุดเก่งกาจเช่นมู่ชิงเก


อ อยู่ต่อหน้าองค์หญิงแน่นอนว่าจะต้องทําความเคารพ


พอสินเสียงของเจ้าอ้วนเซ่า เสียงเซ็งแซ่ทังหมดก็ค่อยๆ


เงียบลง


ตอนแรกพวกนางอิจฉารูปโฉมของฉินอีเหยาความ


บริสุทธิงดงามของป๋ายซีเยวีย แต่ตอนนีพอรู้ว่าฐานะ


113


ของทังสองไม่ธรรมดาจึงไม่กล้าทําตัวยโสโอหังอีกต่อไป


ภายใต้สายตาสบายอกสบายใจของมู่ชิงเกอ พวกนาง


ต่างก็คุกเข่าลงทําความเคารพฉินอีเหยา


“ไม่ต้องมากพิธี” ฉินอีเหยาพูดอย่างเย็นชาแล้วเดินผ่าน


เจ้าอ้วนเซ่าไปหามู่ชิงเกอ


114


ตอนที 58 คําเชือเชิญจากองค์หญิงภูเขานําแข็ง


องค์หญิงฉางเล่อเดินมาด้วยท่าทางสง่า


พร้อมกับทีฉินอีเหยาเดินเข้ามาใกล้หญิงสาวข้างกาย


115


ของมู่ชิงเกอต่างก็ถอยออกไป เหลือพืนทีว่างไว้ให้กับทัง


สอง


สถานการณ์เหมือนจะดูตึงเครียดขึน


ถือว่าเจ้าอ้วนเซ่าฉลาด เมือเห็นว่าองค์หญิงเสด็จมาหา


มู่ชิงเกอและดูเหมือนว่ามีเรืองจะคุยด้วยจึงเรียกเหล่า


หญิงงามให้กลับไปอยู่ข้างแม่นํา


โย่วเหอและฮวาเยวียเป็นสาวใช้คนสนิทของมู่ชิงเกอ แน่


นอนว่าต้องคอยอยู่รับใช้ทังสอง


ป๋ายซีเยวียเองก็รู้กาลเทศะไม่ได้ตามเข้าไป เพียงยืนรอ


116


อยู่ไกลๆ


โย่วเหอตังใจหาแก้วสะอาดใบหนึง ล้างด้วยสุราแล้วริน


สุรามาแก้วหนึงยืนให้กับฉินอีเหยา


แต่มู่ชิงเกอไม่จําเป็นต้องใช้แก้ว ใช้มือจับขวดสุราขึนมา


เลย


ฉินอีเหยาดืมสุราไปคําหนึงแล้ววางลงพูดกับมู่ชิงเก


อว่า : “อีกสิบวันหลังจากนี ทีเขตล่าสัตว์ของเชือพระวงศ์


จะมีการจัดงานชุมนุมล่าสัตว์ชมไม้ ข้าหวังว่าเจ้าจะไป


ร่วมงานกับข้า”


117


“เป็นพระดําริของไทเฮาหรือ?” มู่ชิงเกอขมวดคิวแล้ว


ถาม


จริงๆ แล้วมู่ชิงเกอไม่รู้เลยว่าการมาเชิญครังนีเป็นการ


ตัดสินใจของฉินอีเหยาเอง แต่ก็อาจจะเกียวข้องกับ


ไทเฮาบ้าง เพราะก่อนหน้านีไทเฮาเคยยําเตือนฉินอี


เหยาว่า หากนางจะไปร่วมงานเลียงอะไรเพือเป็นการ


ป้องกันการเข้าใจผิดและเป็นการรักษาชือเสียงอัน


บริสุทธิของนาง ให้พามู่ชิงเกอไปด้วยจึงจะดีทีสุด


เพราะฉะนันฉินอีเหยาจึงเงียบไม่รู้ว่าการตัดสินใจนี นาง


ทําเพือเหตุผลของตนเองหรือเพราะคําทีไทเฮาทีเคยตรัส


ไว้กันแน่


118


“ล่าสัตว์ชมไม้อย่างนันรึ? คนเสเพลอย่างกระหม่อมจะ


ไปทําอะไรกัน?” มู่ชิงเกอโยนขวดเหล้าในมือทิง เอามือ


สองข้างประคองท้ายทอยแล้วนอนลงไปกับผืนผ้า


“เจ้า ! ก็ถือว่าไปเป็นเพือนข้าไม่ได้รึ?” ฉินอีเหยาโดนมู่


ชิงเกอต้อนจนจมมุมไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดี จนกระทังนํา


เสียงขอร้องออกมาจากปาก นางจึงได้สติ นีนางเป็น


อะไรกันแน่?


มู่ชิงเกอมองฉินอีเหยาทีอยู่ในชุดสีฟ้า


นึกขึนได้ว่า ตอนงานเลียงทีวังหลวง สาวน้อยนางนีเคย


119


ช่วยชีวิตตนเอาไว้ก็ลุกขึนนังและตะโกนคุยกับเจ้าอ้วน


เซ่าว่า : “เจ้าอ้วน อีกสิบวันเจ้าว่างหรือเปล่า?”


เจ้าอ้วนเซ่าทีไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึน แต่ก็ยังพยักหน้าตอบไป


ตามความเป็นจริง


มู่ชิงเกอมองฉินอีเหยาทันทีและพูดว่า : “หากกระหม่อม


ไป ต้องพาเจ้าอ้วนเซ่าไปด้วย”


ฉินอีเหยาเม้มปาก พยักหน้าบอกว่า : “ได้”


เมือได้รับคํายืนยันจากฉินอีเหยา มู่ชิงเกอก็ยิม และพูด


กับเจ้าอ้วนเซ่าอีกว่า : “เจ้าอ้วน เจ้ากลับไปเตรียมตัวนะ


120


อีกสิบวันไปงานล่าสัตว์ชมไม้ทีเขตล่าสัตว์หลวงกับข้า”


คําเชิญนี ทําให้เจ้าอ้วนเซ่าดีใจมาก กระโดดโลดเต้น


อย่างมีความสุข ตอบว่า : “ได้เลย!”


พูดจบ ก็พุ่งตัวเข้าหาเหล่าสาวงามเราวกับเหยียวไล่จับ


ลูกเจียบ ทําให้เกิดเสียงกรีดร้อง


พอเห็นฉากตรงหน้า ทําให้มู่ชิงเกอยิมออกมาอย่างไม่รู้


ตัว


ฉินอีเหยาเห็นรอยยิมตรงมุมปากของนาง แล้วมองเจ้า


อ้วนเซ่าทีกําลังเริงร่าแล้วขมวดคิวด้วยความสงสัย ถาม


121


ด้วยความแปลกใจว่า : “แม้ว่าพวกเจ้าจะถูกเรียกว่า


พวกเสเพลเหมือนกัน แต่ข้าดูออกว่าพวกเจ้าไม่เหมือน


กันเลย ทําไม ทําไมพวกเจ้าถึงเป็นเพือนรักกันได้?”


ครังนี คําพูดของฉินอีเหยาแตกต่างกับตอนทีนางบอกให้


ออกห่างจากเจ้าอ้วนเซ่า เพราะมันไม่มีความเดียดฉันท์


หรือดูแคลน เป็นเพียงความสงสัยธรรมดา


ดังนัน มู่ชิงเกอจึงยิมพร้อมตอบว่า : “ท่านไม่รู้สึกว่าเขาดู


จริงใจกว่าหลายคนหรือ?”


“จริงใจอย่างนันหรือ?” ฉินอีเหยาทวนคําตอบของมู่ชิงเก


อ มองตัวอ้วนๆ กลมๆ ของเจ้าอ้วนเซ่าแล้วหยุดคิด


122


“พีมู่”


เสียงอันอ่อนโยนดังสายนําดังขึนมา ทําให้มู่ชิงเกอต้อง


หันไปมอง ขัดจังหวะความคิดของฉินอีเหยา


ป๋ายซีเยวียยืนอยู่ตรงหน้าทังสอง ดูอ่อนโยนและเปราะ


บางดังดอกไม้ ดูน่าทะนุถนอม


แต่ มู่ชิงเกอเพียงมองนางอย่างเย็นชา


ฉินอีเหยาเองก็มองอย่างเย็นชาแวบหนึงแล้วละสายตา


ไป


123


ป๋ายซีเยวียกัดริมฝีปากสีชมพูของตนเองเบาๆ แล้วเอ่ย


อย่างระมัดระวังว่า : “งานล่าสัตว์ชมไม้นี ข้าไปด้วยได้


หรือไม่?” นีเป็นโอกาสอันดีงาม นางจะพลาดไม่ได้เด็ด


ขาด


“เจ้าอยากไปอย่างนันหรือ?” มู่ชิงเกอเลิกคิวหยอกเย้า


ป๋ายซีเยวียก้มหน้าลง กัดริมฝีปากท่าทางดูว้าวุ่น


ราวกับ มู่ชิงเกอกําลังรังแกนางอย่างไรอย่างนัน


ทําให้ฉินอีเหยาทีดูอยู่ข้างๆ ค่อยๆ ขมวดคิว มองป๋ายซี


124


เยวียอย่างค้นหา


มู่ชิงเกอยิมเย็นในใจ ยกมือขึนชีฉินอีเหยา แล้วพูดว่า :


“งานล่าสัตว์ชมไม้ในครังนี องค์หญิงเป็นผู้เอ่ยชวน”


ความนัยของคําพูดนีก็คือ หากป๋ายซีเยวียอยากจะไป


คนทีนางต้องขอร้องก็คือฉินอีเหยาไม่ใช่นาง


“ถ้าอย่างนันก็ไปด้วยกัน” ฉินอีเหยาพูดขึนอย่างเย็นชา


เมือได้สิงทีต้องการในใจของป๋ายซีเยวียก็เต็มไปด้วย


ความตืนเต้น แต่นางเก็บอาการไว้ได้เป็นอย่างดี แล้วพูด


กับมู่ชิงเกอว่า : “พีมู่ข้าบังเอิญได้ยินมาว่ารุ่ยอ๋องถูกกัก


บริเวณให้อยู่ภายในเขตอารามหลวง ไม่ทราบว่าท่านรู้


125


หรือไม่ว่าเป็นเพราะเหตุใด?”


นางมันใจว่า ด้วยความสําคัญทีมู่ชิงเกอมีให้กับรุ่ยอ๋อง


หากได้ยินนางพูดถึงเรืองของรุ่ยอ๋อง แน่นอนว่าจะ


ต้องออกหน้ารับแทน ไม่ต้องให้นางเปลืองแรงถาม ก็จะ


รู้เรืองราวทังหมดว่าเหตุใดรุ่ยอ๋องถึงโดนลงโทษ


ทว่า พอนางพูดจบ เรืองทังหมดกลับไม่ได้คืบหน้าอย่าง


ทีนางคิดไว้


พูดถึงรุ่ยอ๋อง นอกจากรอยยิมทีชวนให้ผู้คนรู้สึกงุนงง


แล้ว มู่ชิงเกอก็ไม่ได้มีความรู้สึกอืนใดอีก ไม่ได้ดูเศร้า


สร้อยหรือตึงเครียดทังสิน


126


“อ้อ? เจ้าอยากรู้ว่าเหตุใดรุ่ยอ๋องถึงโดนลงโทษอย่างนัน


หรือ? ถามองค์หญิงโดยตรงเลยไม่ดีกว่ารึ? พระองค์เป็น


พีน้องแท้ๆ กันนะ” มู่ชิงเกอโยนบอลลูกนีให้กับฉินอีเหยา


ป๋ายซีเยวียไม่ทันได้สังเกตการเปลียนแปลงของมู่ชิงเก


อ สายตาอันใสซือนันรีบจ้องไปทีฉินอีเหยา


ฉินอีเหยาพูดอย่างเรียบเฉยว่า : “เสด็จพีไม่ได้ถูกลงโทษ


เพียงแค่ต้องการแสดงความกตัญ ูต่อไทเฮา จึงอาสา


ไปรักษาศีลทีอารามสามเดือน เพืออธิษฐานให้กับไทเฮา


และแคว้นของเรา”


127


“แบบนีนีเอง” ป๋ายซีเยวียรู้สึกโล่งใจเล็กน้อย นางก็นึกว่า


รุ่ยอ๋องทําความผิดอะไรไว้ ถึงได้โดนลงโทษแต่หาก


ขนิษฐาแท้ๆออย่างองค์หญิงฉางเล่อยังไม่ใส่พระทัย ก็


บ่งบอกว่าไม่ได้ทําอันใดให้ฮ่องเต้ไม่พอใจ


นางมองฉินอีเหยาแล้วมองมู่ชิงเกอทีไม่ได้สนใจมองนาง


แวบหนึง ในทีสุดก็พูดขึนมาว่า : “ซีเยวียไม่รบกวนการ


สนทนาขององค์หญิงและพีมู่แล้ว” พูดจบก็พาลวีจือเดิน


ไกลออกไป


หลังจากทีนางเดินห่างไปไกล มู่ชิงเกอก็มองฉินอีเหยา


พร้อมยิมและพูดว่า : “องค์หญิงช่างคิดเผือพระเชษฐา


ของพระองค์อย่างดีเลยจริงๆ”


128


ฉินอีเหยาตอบนิงๆ : “ข้าเพียงแต่ไม่ต้องการให้ผู้ทีคิดไม่


ซือรู้ก็เท่านัน”


“พระองค์ไม่ทรงโปรดนางหรือ?” มู่ชิงเกอขมวดคิวแล้ว


ถาม


ฉินอีเหยาขมวดคิว


เห็นนางเป็นแบบนีแล้ว มู่ชิงเกอก็หัวเราะ : “แต่ว่า พระ


เชษฐาของพระองค์ทรงโปรดนางมากเลยนะ!”


คําพูดนีทําให้ฉินอีเหยาถึงกับมองป๋ายซีเยวียแล้วขมวด


129


คิว


130


ตอนที 59 ทดลองหลอมโอสถ


หลังจากทีกลับจากป่าดอกท้อมู่ชิงเกอก็สังให้โย่วเห


อและฮวาเยวียเฝ้าประตูเรือนไว้ให้ดี ห้ามผู้ใดเข้ามารบก


วน อาหารทังสามมือก็ต้องมาส่งในห้องของนาง พอนาง


รับประทานเสร็จแล้วค่อยมาเก็บออกไป


ในห้องปีกข้างของมู่ชิงเกอ เป็นห้องทีมีขนาดไม่กว้าง


มากนัก เต็มไปด้วยตู้ยาทังสามฝังของผนังห้อง


131


ในทุกลินชักต่างก็เขียนชือยาสมุนไพรชนิดนันๆ กํากับ


เอาไว้


กลางห้องมีกระถางสามขาและโต๊ะยาวตัวหนึงทีเตรียม


เอาไว้สําหรับใช้แบ่งยาและปรุงยา


มู่ชิงเกอทียืนอยู่ในห้องนี เดินไปเดินมารอบหนึงแล้ว


พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ


สิงทีเทพโอสถสืบทอดมาให้แก่นาง บอกไว้ว่า ถ้าหากจะ


เรียนการหลอมโอสถ สิงทีจําเป็นต้องทําเป็นลําดับแรก


คือเรียนรู้การปรุงยาขันพืนฐาน


132


ให้เตรียมสมุนไพรหลายชนิดในปริมาณทีแตกต่างกัน


แล้วเริมใช้พลังจิตในการเริมพัฒนาไปตามระดับขันตอน


เพือผ่านกระบวนการปรุงยา


ต้องฝึกปรุงยาไปสักประมาณสิบครัง เมือถึงครังทีสิบ


สัดส่วนของยาเข้ากันไม่ขาดไม่เกินแล้ว จึงจะถือว่าเชียว


ชาญขันตอนการปรุงยาขันพืนฐาน


ต้องผ่านขันนีไปให้ได้เสียก่อน จึงจะเข้าสู่การขันตอนขัน


พืนฐานของการหลอมโอสถและเริมฝึกหลอมโอสถระดับ


ตําออกมาได้


ทีเรียกว่าโอสถระดับตํานัน ก็คือยารักษาบาดแผลทัวไป


133


ทีมู่ชิงเกอรู้จัก ซึงไม่ต่างอะไรกับยาหัวเซียซ่าน (ยาแดง


ยารักษาแผลชนิดหนึงในปัจจุบัน ) หากจะพูดให้เห็น


ภาพมากขึนก็คือยาสามัญประจําบ้านทีทุกบ้านต้องมี


เช่น ยาแก้หวัด ยาล้างแผลเป็นต้น


แม้จะเป็นโอสถขันตําสรรพคุณธรรมดาๆ แต่ก็ไม่ค่อยมี


ในแคว้นฉิน พูดได้ว่าในแคว้นฉินจะมีเป็นแบบยานําหรือ


แบบแผนโบราณแต่ไม่มีโอสถเป็นเม็ด


เพราะว่าในแคว้นฉินไม่ค่อยมีนักปรุงยา ทีมีอยู่ไม่กีคนก็


ถูกเชือพระวงศ์และตระกูลทีมีอํานาจเอาตัวไปเป็นหมอ


ประจําตระกูลของตนเองหมดแล้ว ยาทีพวกเขา


หลอมออกมาได้ก็เป็นโอสถระดับกลางถึงระดับตํา โดย


ในจํานวนทังหมดนันมีขันตํามากกว่า ขันกลางถือว่ามี


134


น้อยมาก


โอสถทีมู่ซงมอบให้กับมู่ชิงเกอในตอนนัน แคว้นฉินแห่ง


นีไม่มีผู้ใดสามารถปรุงออกมาได้อย่างแน่นอน ยิงไม่ต้อง


พูดถึงการมีไว้ในครอบครอง


เมือเตรียมทุกอย่างเสร็จสิน มู่ชิงเกอก็บิดขีเกียจเหมือน


กําลังจะลงมือทําการใหญ่


นางหันหน้าไปมองมัวหยางทีเตรียมทุกสิงทุกอย่างทีนี


เสร็จแล้ว นางจึงพูดว่า : “งานนีถือว่าทําได้ดี แต่จําไว้ว่า


ต้องเก็บเป็นความลับ แม้แต่นายผู้เฒ่าก็ห้ามบอก”


135


“ขอรับ” มัวหยางพยักหน้าอย่างไม่ลังเล


ในเรืองทีทําตามคําสังนัน เขาทําได้ดีกว่าโย่วเหอและ


ฮวาเยวีย


มู่ชิงเกอยกมือขึนโบกไล่แล้วพูดว่า : “เจ้าออกไปก่อน ถ้า


หากข้าไม่เรียกเจ้าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึนก็ตามอย่าได้เข้า


มาเด็ดขาด”


มัวหยางรับคําสังแล้วหันหลังกลับเดินออกจากห้องไป


พร้อมปิดประตู


ภายในห้องเต็มไปด้วยกลินยาสมุนไพรนานาชนิด ทําให้


136


มู่ชิงเกอเองก็รู้สึกไม่คุ้นชินนัก แต่สุดท้ายก็ต้องอดทนเอา


ไว้


“ก็แค่ฝึกปรุงยาและหลอมโอสถไม่ใช่หรือ ข้าไม่คิดว่ามัน


จะยากขนาดนัน!” มู่ชิงเกอยืดเส้นยืดสายแล้วเดินไปยัง


หน้าโต๊ะยาว เริมระลึกถึงการเข้าสู่การฝึกปรุงยาขันพืน


ฐาน


“ปรุงยาก่อนแล้วค่อยแบ่งยา ชังนําหนัก บดให้เป็นผง


หลังจากนันก็หลอมเป็นเม็ด!”


พอท่องวิธีการหลอมโอสถได้ขึนใจแล้ว มู่ชิงเกอก็ดึงแขน


เสือขึนลงมือปฏิบัติ


137


ยาทีนางจะปรุงคือยาทีง่ายทีสุดอย่างชิงซินซ่าน (จิตใจ


ปลอดโปร่ง)


ยาชนิดนีมีสรรพคุณเรืองควบคุมเลือดลมภายในร่าง


กายและช่วยในด้านระบบประสาท ซึงมีสรรพคุณทําให้


จิตใจสงบคล้ายกับนํามันหอมระเหยในยุคปัจจุบัน


เพราะโชคดีได้รับการถ่ายทอดวิชามาทําให้นางไม่ต้อง


เสียแรงไปจดจํารูปร่างของสมุนไพรและสรรพคุณชนิด


ต่างๆ การเสริมและต้านกันของฤทธิยา ความรู้ด้านยา


ขันพืนฐานตรงนันฝังอยู่ในใจของนางจนยากทีจะลืมได้


ลง


138


พูดได้ว่าจะไม่มีผู้ใดทีมีความรู้ด้านยาไปมากกว่ามู่ชิงเก


อแล้ว เพราะแม้แต่นักปรุงยาทีเก่งทีสุดในหลินชวนก็ไม่


อาจสู้นางได้


แต่ทว่าถ้าจะแข่งด้านการลงมือปรุงยานัน แค่ลูกศิษย์


ธรรมดาๆ สักคน นางก็สู้ไม่ได้แล้ว


เอายาสมุนไพรทีจะหลอมเป็นชิงซินซ่านออกจากลินชัก


แล้วมู่ชิงเกอก็ทําสมองให้โล่งแล้วเริมจากการแยกชนิด


หลังจากนันก็คัดสรร เด็ดหญ้าและยาสมุนไพรส่วนทีไม่


มีประโยชน์ออก


139


หลังจากทีคัดสรร แบ่งแยกเสร็จเรียบร้อยแล้วก็เริมชัง


นําหนัก


ในขันตอนอันยุ่งยากนี มู่ชิงเกอแอบถอนหายใจ : ขัน


ตอนการปรุงยาและหลอมโอสถนีเป็นสิงทีต้องพึงทังพลัง


กายและพลังใจ แล้วทีสําคัญคือ ต้องอดทนต่อความ


โดดเดียวให้ได้


เพราะว่า ในขันตอนการทํานันน่าเบือเป็นอย่างยิง


มู่ชิงเกอเม้มปาก นางจ้องยาสมุนไพรทีวางอยู่


บนตราชัง แล้วชังยาชุดสุดท้าย


140


ก่อนหน้านีได้เตรียมทุกอย่างไว้พร้อมแล้ว และตอนนีก็


ผ่านมาแล้ว 3 ชัวยาม


มู่ชิงเกอทานอาหารทีโย่วเหอนํามาให้ในระหว่างทีนาง


กําลังเตรียมการ แล้วก็นังขัดสมาธิรวบรวมพลังจิตอยู่


หน้าหม้อหลอมโอสถ


ตามตํารายาแล้วบดยาสมุนไพรต่างๆ ให้เป็นผง และ


การจะทําให้ยาต่างชนิดกันรวมเป็นเนือเดียวกันได้นันไม่


ใช่เรืองง่าย เพราะสรรพคุณของยาแต่ละชนิดไม่เหมือน


กัน หากไม่ระวังผสมโดนสมุนไพรทีมีฤทธิคานกันก็อาจ


ทําให้เกิดระเบิด และทําให้การหลอมโอสถเกิดผิดพลาด


141


ได้


ดังเช่นครังนีต้องใช้พลังจิตเป็นคู่มือ จึงจะประสบความ


สําเร็จได้ ต้องแผ่พลังจิตของตนเองไปสู่หม้อหลอมโอสถ


เพือประสานสัดส่วนของสมุนไพรแต่ละชนิดและทําให้


มันหลอมรวมเป็นเนือเดียวกัน


เพราะฉะนันก่อนทีมู่ชิงเกอจะเข้าสู่ขันต่อไปนันจะต้อง


ฝึกพลังจิตให้ดีเตรียมพร้อมรับศึกหนัก


หนึงก้านธูปผ่านไป มู่ชิงเกอก็ลืมตาทังสองข้างขึน สาย


ตาทีสว่างสดใสมีแสงหนึงวาบผ่านเข้ามา ในขณะนัน


พลังจิตของนางก็เต็มเปียมและเตรียมพร้อมทีจะลงมือ


142


นางหยิบส่วนผสมของชิงซินซ่านออกมาวางไว้ตรงหน้า


หนึงชุดและเปิดฝาหม้อทีจะใช้หลอมโอสถ


นางดึงไต้จุดไฟออกมา แล้วโยนเข้าไปในเตาไฟใต้หม้อ


ทันใดนัน----------ฟืนและนํามันทีอยู่ในเตาไฟตังแต่แรก


ก็ค่อยๆ เผาไหม้ขึน


ควันสีส้มแดงลอยขึนกลางอากาศ เปลวไฟลามเลีย


สัมผัสกับหม้อไม่หยุด


พอสัมผัสได้ว่าอุณหภูมิในหม้อค่อยๆ สูงขึน มู่ชิงเกอก็


143


เอายาสมุนไพรชุดแรกใส่เข้าไปในหม้อ


พลังจิตนันเป็นนามธรรม ถ้าหากมีคนทีสัมผัสได้ก็จะรับรู้


ว่ามันคืออะไร แต่คนทีไม่สามารถสัมผัสได้ ไม่ว่าใครจะ


อธิบายอย่างไร ก็ไม่สามารถรับรู้ได้ว่ามันคืออะไรกันแน่


สําหรับมู่ชิงเกอแล้ว พลังจิตนันไม่ใช่สิงทีแปลกใหม่อะไร


พลังจิตอันโปร่งแสงทีแตกกิงก้านสาขาค่อยๆ ออกมา


จากบริเวณหว่างคิวของนาง เข้าไปในหม้อต้มยา กลาย


เป็นมือเล็กๆ ทีมีขนาดเท่ามือของเด็กแรกเกิดคนยาทีอยู่


ในหม้อต้ม


144


ตอนที 60 ผิดพลาดและพัฒนา


145


ภายในหม้อหลอมโอสถ เสมือนเป็นโลกอีกใบหนึง


ท่ามกลางความสับสนวุ่นวาย รอบๆ หม้อหลอมถูกเผา


ไหม้ไปด้วยเพลิงสีแดงอันเร่าร้อนรุนแรง


ภายในหม้อ เต็มไปด้วยไอร้อน และภายใต้การควบคุม


ของมือโปร่งแสงคู่นันผงสมุนไพรก็ค่อยๆ กลายเป็นกลุ่ม


ก้อน แล้วเริมหลอมรวมกัน


“ปัง!---------!”


146


เสียงหนึงดังขึนออกมาจากหม้อ


มู่ชิงเกอลืมตาขึน มองหม้อหลอมทีเต็มไปด้วยควันสีดํา


ไม่สําเร็จ


ยาสมุนไพรทีถูกบดเป็นผง ในเวลานีได้กลายเป็นควันสี


ดําและหลอมรวมกันอยู่ในหม้อหลอม


มู่ชิงเกอเม้มปาก และไม่ได้เริมใหม่ในทันที แต่รวบรวม


ประสบการณ์ทีผิดพลาดครังแรก เพราะนางรู้อยู่แล้วว่า


จะไม่สําเร็จในครังเดียว ฉะนันนางจึงเตรียมยาเอาไว้สิบ


147


ชุด


นันหมายความว่า นางสามารถทดลองสิบครังติดต่อกัน


ได้ หากไม่สําเร็จ นางจะต้องคัดเลือกยา แบ่งยาเป็น


ส่วนๆ และทําตามขันตอนก่อนหน้านี


ในความเป็นจริงแล้ว ขันตอนก่อนหน้าพวกนีสามารถ ใช้


ลูกน้องทําก็ได้


แต่มู่ชิงเกอรู้สึกว่า ตนเองได้รับการถ่ายทอดจากเทพ


โอสถ ก็ถือว่าในขันตอนของการฝึกปรุงยาและหลอม


โอสถนันนางได้เปรียบกว่าผู้อืน แต่ในขณะเดียวกันก็เสีย


โอกาสทีจะได้ใกล้ชิดสัมผัสกับยาสมุนไพรพวกนี เพราะ


148


ฉะนันนางจึงต้องการทําทุกอย่างตังแต่เริมต้นด้วยตน


เอง เพือเป็นการเพิมความเข้าใจในตัวยา


พักผ่อนเป็นเวลาหนึงถ้วยชา แล้วมู่ชิงเกอก็เริมปรุงยา


อีกครัง


ปัง!


ปังปัง!


ปังปังปัง!


149


ไม่สําเร็จ ไม่สําเร็จอีกแล้ว!


ใบหน้าอันงดงามของมู่ชิงเกอกลายเป็นสีดําเพราะควัน


เขม่าจากหม้อหลอม


ยาสมุนไพรบนโต๊ะหมดแล้ว แต่นางกลับยังหลอมโอสถ


ไม่สําเร็จเลยแม้แต่หม้อเดียว


มู่ชิงเกอปัดฝุ่นบนเสือ แล้วลุกขึนยืน เดินกลับไปคัด


เลือกยาจากตู้ยาใหม่........


“การหลอมโอสถนัน ยากกว่าทีข้าคิดไว้” มู่ชิงเกอพึมพํา


150


นําเสียงของนางนิงเรียบมาก ไม่ได้หมดกําลังใจ หรือ


เสียใจทีผิดพลาดมาโดยตลอด


ราวกับว่า นางไม่สงสัยในความสามารถด้านการปรุงยา


หลอมโอสถของตนเองเลย


อืม นางเชือแบบนี เพราะในเมือตํารายานีสืบทอดมาให้


กับนาง แสดงว่านางต้องมีความสามารถในด้านนี มิเช่น


นัน ตํารายาอันยิงใหญ่นัน ไม่มีเหตุผลใดทีจะตกทอดมา


ยังผู้ทีไร้ความสามารถด้านการปรุงยาเลยแม้แต่น้อย


เพราะมีความเชือแบบนี มู่ชิงเกอจึงเตรียมยามาอีก 15


ชุด


151


มู่ชิงเกออยู่ในห้องปรุงยามาทังวันทังคืนแล้ว นางวางยา


ทีเตรียมเอาไว้ และไม่ได้เริมปรุงในทันที แต่กําลังฝึกฝน


พลังจิต


การใช้พลังจิตติดต่อกันเป็นเวลายาวนาน ทําให้นางเริม


มีอาการวิงเวียน


นางจึงต้องการพักสมองเปลียนไปทําอย่างอืนบ้าง


ในตอนนี การฝึกพลังจิตของตนเอง จึงเป็นตัวเลือกทีดีที


สุด


152


พลังเวทสายเหลืองขันสูงสุด สําหรับคนอืนๆ แล้ว ถือว่า


เก่งกาจแล้ว แต่สําหรับนาง ยังถือว่าอ่อนมาก


หลังจากตืนจากการฝึก ก็ผ่านมาแล้วหนึงคืน


มู่ชิงเกอรับประทานอาหารและเริมฝึกปรุงยา


ตังแต่ต้นจนจบ มู่ชิงเกออยู่ในห้องเป็นเวลา 5 วัน 6 คืน


พอวันที 6 มู่ชิงเกอจมอยู่ในการฝึกฝนพลังไม่ได้ตืนขึน


มาเหมือนยามปกติ แต่ว่าขมวดคิว พลังในร่างกาย


เคลือนไหวอย่างรุนแรง


153


ทันใดนัน ร่างกายของนางก็มีแสงสีเหลืองดังทองคําอัน


เข้มข้นสาดประกายไปทัวห้อง


หากไม่ใช่เพราะในห้องนีไม่มีหน้าต่าง ไม่แน่ว่า แสงสี


เหลืองนันอาจจะส่องออกไป ทําให้คนข้างนอกเข้าใจผิด


ว่า ในห้องมีพระอาทิตย์อีกดวง


แสงสีเหลืองส่องประกายไม่นาน ก็เริมค่อยๆ จางลง แต่


สีก็ค่อยๆ เปลียนไป


แสงทีเคยเป็นสีเหลืองค่อยๆ เปลียนเป็นสีเขียว..........


หลังจากนันแสงสีเหลืองบนตัวของมู่ชิงเกอก็หายไป สิงที


154


มาแทนคือแสงสีเขียวอ่อนๆ ทีเคลือนไหวอยู่รอบตัวนาง


ราวกับนางเป็นมนุษย์หยกก็ไม่ปาน


สักพัก แสงสีเขียวก็แทรกเข้าสู่ร่างกายของมู่ชิงเกอ และ


หายไป ในห้องไม่มีแสงสีเหลืองหรือแสงสีเขียวอยู่อีกเลย


มู่ชิงเกอค่อยๆ ลืมตาขึน ริมฝีปากทีปิดสนิทค่อย


คลายออก : “สายเขียวขันต้น”


นางไม่คิดว่า หลังจากทีตังใจฝึกปรุงยามาหลายวัน


ความสามารถในการปรุงยาไม่ได้เพิมขึนแม้แต่น้อย แต่


กลับทําให้พลังเวทของตนเองมากขึนแทน จากสาย


เหลืองขันสูงสุดเข้าสู่สายเขียว


155


มู่ชิงเกอเก็บความรู้สึกในใจเอาไว้ แล้วก็เริมฝึกปรุงยาอีก


ครัง


สําหรับนางแล้ว การเลือนขันพลังเวทไม่ใช่อะไรทีน่าดีใจ


ขนาดนัน นอกจากว่า ตืนมา นางได้กลายเป็นสายม่วง


ในตํานาน


หลังจากทีผ่านการฝึกมาหลายวัน การคัดยาของมู่ชิงเก


อคล่องแคล่วมากขึน


ตอนนี นางไม่จําเป็นต้องใช้ตราชังชังยาอีกต่อไป แค่ใช้


มือจับก็สามารถชังยาได้อย่างแม่นยํา ขนาดการแบ่งยา


156


ก็ไม่ต้องละเอียดอ่อนมาก แค่ใช้มือปัด พวกสมุนไพรที


ไม่มีคุณภาพก็จะถูกทิงออกไปโดยไม่คลาดเคลือน


มู่ชิงเกอเอาตัวยาทีเตรียมเอาไว้ ใส่ลงในหม้อหลอม------


มือคู่เล็กๆ ทีโปร่งเเสง บดยานานาชนิดในหม้อให้กลาย


เป็นผง และค่อยๆ หลอมรวมมันเข้าด้วยกัน


จากประสบการณ์ทีผ่านมาในครังก่อนๆ มู่ชิงเกอเหมือน


จะจับจุดการหลอมรวมได้ ขนาดของยานันไม่ผิดพลาด


แต่ต้องหาจุดเชือม และหลอมเหลวยา


ในขันตอนของการหลอมรวมนี มู่ชิงเกอทําช้ามาก


157


นางไม่กลัวว่าจะพลาดอีกครัง แต่ต้องดูทุกขันตอนอย่าง


ละเอียด


การปรุงยาชิงซินซ่าน ต้องใช้ตัวยาทังหมด 15 ชนิด การ


หลอมรวมแบบนี เป็นการหลอมรวมยาทัง 15 ชนิดทีไม่


ง่ายเลย เพราะต้องใช้การหลอมรวมเป็นเท่าตัว


การหลอมรวมยิงใกล้ถึงตอนท้าย ก็ยิงมีโอกาสผิดพลาด


ได้ง่าย


การหลอมรวมในขันตอนแรกๆ มู่ชิงเกอผ่านมาได้อย่าง


ง่ายดาย


158


เพราะการหลอมรวมขันกลางๆ มู่ชิงเกออิงจาก


ประสบการณ์ความผิดพลาดในครังก่อนๆ จึงผ่านมาได้


อย่างไม่น่าเชือ


ไม่นาน การหลอมรวมครังสุดท้ายก็มาถึง


หากการใช้พลังจิตครังนีสําเร็จ นางก็จะหลอมยาหม้อ


แรกสําเร็จ


หน้าผากของมู่ชิงเกอเริมมีเหงือไหลออกมา นางส่งพลัง


จิตเข้าไปในหม้อหลอมมากกว่าเดิม เพือคุ้มกันผงยาที


ไม่ค่อยคงที


159


ภายในหม้อ มือคู่เล็กๆ ทีโปร่งแสงเอาผงยาชุดสุดท้าย


ลงในหม้อ


ทันใดนัน ผงยาพวกนันหลอมรวมเป็นเนือเดียวกันและ


สันอย่างรุนแรง


มือเล็กๆ ทีโปร่งแสงล้อมรอบผงยา เหมือนผงยาทีกําลัง


สันอย่างรุนแรงนันเป็นรูบิตก็ไม่ปาน


ในทีสุด ผงยาพวกนันก็นิงลง


กลินหอมของยาสมุนไพรลอยออกมาจากหม้อหลอม ทํา


160


ให้มู่ชิงเกอรีบลืมตาขึน ตาคู่ทีสว่างและสดใสเป็น


ประกายขึนมา : สําเร็จแล้ว!


จบตอน

Comments