ep2041-2050

ตอนที่​ 2041: กลับเป็น​นาง​


รอยยิ้ม​ของ​เด็กหนุ่ม​พลัน​เปลี่ยนไป​ ความ​ชั่วร้าย​บน​มุมปาก​ที่​หยัก​ยกขึ้น​ และ​ประกาย​เยือกเย็น​ที่​พาด​ผ่าน​ดวงตา​ที่​หรี่​เล็ก​นั่น​ ทำให้​หัวใจ​ของ​หา​นหรง​สั่น​ไหว​ เขา​ใช้กระบี่​ยาว​ชี้หน้า​เด็กหนุ่ม​ ตวาด​เสียงกร้าว​ว่า​ “เจ้าเป็น​ใคร​กัน​แน่​!”


“ไม่นาน​เจ้าก็​จะได้​รู้​” เฟิ่งจิ่ว​เอ่ย​เสียง​เบา​ สิ้น​เสียง​ เงาร่าง​พลัน​โฉบ​ออก​ไป​


เห็น​เพียง​เธอ​ขยับ​ฝีเท้า​ใน​ชั่วพริบตา​ เงาร่าง​เคลื่อนไหว​รวดเร็ว​จน​น่า​เหลือเชื่อ​ ใน​มือ​เธอ​ไม่มีอาวุธ​ ทว่า​ครั้น​ลงมือ​ก็​เป็น​กระบวนท่า​หมาย​ปลิดชีวิต​ พุ่ง​เป้า​ไป​ที่​จุด​ตาย​ของ​อีก​ฝ่าย​ทันที​


“วูบ​!”


กระแส​พลัง​พาด​ผ่าน​ไป​พร้อมกับ​เงาร่าง​ของ​เธอ​ที่​พุ่ง​ออก​ไป​ ท่า​ร่าง​และ​กระบวนท่า​สังหาร​อัน​รวดเร็ว​ดึงดูด​ความสนใจ​ของ​ทุกคน​ แม้แต่​หา​นหรง​ก็​ยัง​ตั้งตัว​ไม่ถูก​เพราะ​การ​โจมตี​ที่​รวดเร็ว​และ​กะทันหัน​ของ​เฟิ่งจิ่ว​


เขา​รีบ​หลบหลีก​ แต่​แม้เขา​จะหลบ​เร็ว​อีก​แค่​ไหน​ ก็​ยัง​รู้สึก​ได้​ถึงความเจ็บ​แปลบ​ที่​ลำคอ​ หลังจาก​ถอยหลัง​ไป​อย่าง​รวดเร็ว​ เขา​หันขวับ​ไป​จ้อง​เด็กหนุ่ม​ ขณะเดียวกัน​ก็​ยก​มือขึ้น​กุม​แผล​บน​ลำคอ​ เบิกตา​กว้าง​ด้วย​ความ​ตกตะลึง​


“จะ เจ้าคือ​…”


เขา​ยัง​ไม่ทัน​พูด​ ก็​เห็น​เด็กหนุ่ม​ยักคิ้ว​ด้วย​ความประหลาดใจ​ มุมปาก​กระตุก​ขึ้น​เผย​ยิ้ม​ชั่วร้าย​ เพียงแต่​ รอยยิ้ม​นั้น​กลับ​ส่งไป​ไม่ถึงดวงตา​ ขณะเดียวกัน​ เงาร่าง​สีเขียว​พุ่ง​โจมตี​เข้ามา​อีกครั้ง​ ไอ​พิฆาต​และ​กระบวนท่า​สังหาร​เหล่านั้น​บีบคั้น​เข้ามา​ ทำให้​เขา​ตื่น​ตะลึง​และ​หวาดกลัว​สุดขีด​!


เฟิ่งจิ่ว!​ เด็กหนุ่ม​คน​นี้​ต้อง​เป็น​ภูต​หมอ​เฟิ่งจิ่ว​แน่​! ผู้หญิง​คน​นั้น​!


เขา​เกลียดชัง​นาง​เข้ากระดูกดำ​ มีข้อมูล​ทุกอย่าง​ของ​นาง​อยู่​ใน​มือ​ ท่า​ร่าง​ของ​นาง​ วิธีการ​โจมตี​ของ​นาง​ รวมถึง​ทุก​เรื่อง​ที่​เกี่ยวกับ​นาง​ล้วน​อยู่​ใน​มือ​ของ​เขา​ รอยยิ้ม​ชั่วร้าย​เช่นนี้​ รวมถึง​รัศมี​น่า​พรั่นพรึง​ใน​ดวงตา​และ​ท่า​ร่าง​แปลกประหลาด​เหล่านี้​ นอกจาก​เฟิ่งจิ่ว​ก็​ไม่มีใคร​อื่น​แล้ว​!


เพียงแต่​ เขา​ไม่มีแม้แต่​โอกาส​ที่จะ​ตะโกน​ชื่อ​ที่​แท้จริง​ของ​เธอ​ออกมา​ เธอ​ประ​ชั้น​ชิด​เข้ามา​ติดๆ​ กระบวนท่า​สังหาร​ทำให้​เขา​ตั้ง​รับ​แทบ​ไม่ทัน​ บัดซบ​! เขา​ว่าแล้ว​เชียว​ เขา​ว่าแล้ว​ว่า​ต้อง​เป็น​นาง​!


“ชิ้ง!”


กระแส​พลัง​อัน​ดุดัน​พุ่ง​ออกจาก​ฝ่ามือ​ของ​เฟิ่งจิ่ว​ เฉือน​ผ่าน​แขน​ของ​หา​นหรง​ นั่น​คือ​ดาบสั้น​ที่​พุ่ง​ออก​ไป​พร้อมกับ​พลัง​ดาบ​ ดุดัน​รุนแรง​ ครั้น​ซัด​ออก​ไป​ บน​แขน​ของ​หา​นหรง​ก็​ปรากฏ​รอยแผล​ที่​ลึก​จน​มองเห็น​กระดูก​เส้น​หนึ่ง​ เลือด​สีแดงสด​ไหล​ทะลัก​ ไม่นาน​ก็​เปียกชุ่ม​เสื้อผ้า​บน​ตัว​เขา​


แม้เขา​จะใส่หน้ากาก​ แต่​ยาม​นี้​กลับ​มองออก​ว่า​หน้า​เขา​ซีด​ขาว​เพียงใด​ ริมฝีปาก​สั่นเทิ้ม​ แววตา​แฝงความ​แตกตื่น​หวาดกลัว​ สีหน้า​ลนลาน​ของ​เขา​ทุกคน​ล้วน​เห็น​หมด​แล้ว​ เพียงแต่​ไม่มีใคร​เดา​ออ​กว่า​เพราะอะไร​?


เพราะ​ถึงแม้เด็กหนุ่ม​จะมีท่า​ร่าง​ประหลาด​ แต่​ตั้งแต่​เริ่ม​จนถึง​ตอนนี้​พลัง​ที่​แสดง​ออกมา​ก็​เป็น​เพียง​พลัง​ระดับ​หลอม​แก่น​พลัง​เท่านั้น​ ส่วน​จอม​มาร​โลหิต​แม้รู้สึก​แปลกใจ​ แต่​ก็​คิด​ว่า​หาก​หา​นหรง​ไม่มีแม้แต่​ความสามารถ​ที่จะ​ต่อกร​กับ​ผู้ฝึก​ตน​ระดับ​หลอม​แก่น​พลัง​คน​หนึ่ง​ได้​ เช่นนั้น​ก็​ไร้ประโยชน์​เกินไป​แล้ว​


ยิ่งไปกว่านั้น​ เขา​ไม่ได้​รู้สึก​ดี​กับ​หา​นหรง​ผู้​นี้​เลย​ แม้เขา​จะตาย​อยู่​ที่นี่​ เขา​ก็​ไม่รู้สึก​เสียดาย​เลย​แม้แต่น้อย​ ยาม​นี้​เห็น​เด็กหนุ่ม​ชุด​เขียว​ทำให้​เขา​บาดเจ็บ​ได้​ ซ้ำยัง​บีบคั้น​เขา​ให้​จนตรอก​เช่นนี้​ กลับ​รู้สึก​สน.อกสนใจ​


“ซี๊ด​! อ๊าก!”​


หา​นหรง​สูด​ปาก​ กรีดร้อง​โหยหวน​ ข้อ​เข่า​พับ​.งอ​ ก่อนที่จะ​ล้มคะมำ​ลง​ไป​บน​พื้น​ ขา​ด้านหลัง​ของ​เขา​ถูก​แทง​หนึ่ง​ครั้ง​ เลือด​สีแดงสด​ไหล​อาบ​ เจ็บปวด​จน​ขา​กระตุก​สั่น​ไป​ทั้ง​ท่อน​


ผู้ฝึก​วิชา​มาร​ที่​เห็นภาพ​นั้น​นัยน์ตา​ไหว​ระริก​ เพียงแต่​จอม​มาร​โลหิต​กลับ​ไม่ได้​สั่งให้​พวกเขา​เข้าไป​ช่วย​ พวกเขา​เพียง​ยืน​อยู่​ตรงนั้น​ ถึงอย่างไร​นั่น​ก็​เป็น​หา​นหรง​ ไม่ใช่พวกเขา​เสียหน่อย​ที่​ถูก​บีบ​ให้​จนตรอก​


เพียงแต่​ พวกเขา​กลับ​รู้สึก​ประหลาดใจ​กับ​ฝีมือ​กับ​เด็กหนุ่ม​คน​นั้น​


ตอนที่​ 2042: การตาย​ของ​หา​นหรง​


บาดแผล​บน​ตัว​เพิ่มขึ้น​ทีละน้อยๆ​ แต่ละครั้ง​ที่​รอดพ้น​จาก​การ​โจมตี​จุด​ตาย​มาได้​อย่าง​เฉียดฉิว​ทำให้​เขา​อกสั่นขวัญหาย​ ยิ่ง​รู้สึก​อับอาย​ เฟิ่งจิ่ว​บัดซบ​ แต่ละ​กระบวนท่า​ดูเหมือน​บีบคั้น​เอาชีวิต​ ทว่า​ทุกครั้ง​เพียง​ทำให้​เขา​บาดเจ็บ​แค่​เจ็ด​ส่วน​ก็​หยุด​ไป​ นาง​ปั่นหัว​เขา​ เหมือน​แมว​เล่น​กับ​หนู​ นาง​ตั้งใจ​จะดู​เขา​เลือด​ไหล​จนตาย​งั้น​หรือ​? นาง​ต้องการ​ให้​เขา​ทรมาน​จนถึงที่สุด​ก่อน​ตาย​งั้น​หรือ​?


บัดซบ​ เขา​จะไม่ปล่อย​ให้​นาง​สมหวัง​แน่​!


เขา​คิด​อย่าง​เคียดแค้น​ ใน​เมื่อ​พวก​จอม​มาร​โลหิต​ไม่ช่วย​เขา​ เช่นนั้น​แม้เขา​ต้อง​ตาย​ก็​จะลาก​เฟิ่งจิ่ว​ไป​ตาย​ด้วยกัน​!


นึก​มาถึงตรงนี้​ เขา​กัดฟัน​แน่น​ ขับเคลื่อน​กลิ่นอาย​พลัง​วิญญาณ​ใน​ร่าง​ เตรียม​จะใช้พลัง​ทั้งหมด​สู้ตาย​กับ​เฟิ่งจิ่ว!​ เพียงแต่​ เฟิ่งจิ่ว​ราวกับ​อ่านใจ​เขา​ออก​ ก่อนที่​เขา​จะโจมตี​เธอ​ก็​พุ่งตัว​เข้า​มาหา​เขา​ก่อน​ ดาบสั้น​ที่​หมุน​ควง​อยู่​กลางฝ่ามือ​ของ​เธอ​ฟาดฟัน​ผ่าน​อากาศ​ จากนั้น​ก็​เฉือน​ผ่าน​ลำคอ​ของ​เขา​


“ฉึก​!”


ดาบ​ที่​เกือบ​คร่าชีวิต​นั้น​ทิ้ง​รอยแผล​ตื้นๆ​ ไว้​บน​ลำคอ​ของ​เขา​ ความหวาดกลัว​ที่เกิด​จาก​การ​เผชิญหน้า​กับ​ความตาย​และ​การ​ดูแคลน​จาก​อีก​ฝ่าย​ทำให้​เขา​ระเบิด​โมสะ เขา​จ้อง​เธอ​ด้วย​แววตา​เคียดแค้น​ “ข้า​จะเอาจริง​แล้ว​นะ​!”


ได้ยิน​อย่างนั้น​ เฟิ่งจิ่ว​แสยะ​ยิ้ม​อย่าง​เย้ยหยัน​ ที่แท้​ก่อนหน้านี้​เขา​ก็​ไม่ได้​เอาจริง​กับ​เธอ​? ดูท่า​เขา​คงจะ​ร้อนใจ​เสียแล้ว​ ครั้น​เห็น​บาดแผล​เล็ก​ใหญ่​บน​ตัว​เขา​ นอกจาก​แผล​ที่​คอ​ แต่ละ​ดาบ​ล้วน​ลึก​จน​มองเห็น​กระดูก​ เธอ​รู้สึก​ว่า​เล่น​สนุก​ได้​ที่แล้ว​ หา​นหรง​ก็​ถูก​เธอ​บีบ​จน​จนตรอก​แล้ว​ จิต​สังหาร​พลัน​พวยพุ่ง​ เงาร่าง​พุ่ง​ไหว​ออก​ไป​ คม​ดาบ​พุ่ง​แทง​ไป​ยัง​จุด​ชีพจร​ของ​เขา​


จอม​มาร​โลหิต​ที่​เห็น​ว่า​ดาบ​นี้​ของ​เด็กหนุ่ม​แฝงไอ​สังหาร​ อด​นัยน์ตา​ไหว​ระริก​ไม่ได้​ ขณะ​มองดู​หา​นหรง​พุ่ง​เข้าไป​ต้าน​รับ​เขา​เผย​รอยยิ้ม​ชั่วร้าย​ ก่อนที่​เสียง​อัน​เยือกเย็น​จะดัง​ตามมา​ด้วย​เช่นกัน​


“คน​ของ​ข้า​ ไม่ใช่ว่า​ใคร​ก็​ฆ่าได้​ง่ายๆ​”


ขณะที่​เสียง​ของ​จอม​มาร​โลหิต​ดัง​ขึ้น​ เห็น​เพียง​เขา​ดีดนิ้ว​มืด​ กระแส​พลัง​ขุม​หนึ่ง​พุ่ง​ออกจาก​มือ​ของ​เขา​ คิด​จะดีด​ดาบ​ใน​มือ​ของ​เฟิ่งจิ่ว​ให้​ร่วง​ ทว่า​ ใน​เสี้ยว​นาที​นั้น​เอง​ เฟิ่งจิ่ว​ขว้าง​ดาบสั้น​ใน​มือขึ้น​กลางอากาศ​ ขณะที่​เงาร่าง​พุ่ง​ไป​ข้างหน้า​ ก็​หลบเลี่ยง​การ​โจมตี​ของ​จอม​มาร​โลหิต​ จากนั้น​ก็​รับ​ดาบสั้น​ที่​หล่น​ลงมา​ หมุนตัว​พุ่ง​เข้าไป​เสียบ​ดาบ​เข้าที่​หน้าอก​ของ​หา​นหรง​


“ฉึก​!”


“อึก​!”


พลัง​ดาบ​อัน​รุนแรง​กระจาย​ออก​ไป​ ได้ยิน​เพียง​เสียงร้อง​ครวญ​ หา​นหรง​เซถอย​ไป​ข้างหลัง​ ดวงตา​เต็มไปด้วย​แวว​โกรธ​เกลียด​เคียดแค้น​ จ้องมอง​เฟิ่งจิ่ว​ เขา​ยกมือ​ข้าง​หนึ่ง​กุม​หน้าอก​ กด​บาดแผล​ที่​มีเลือด​ไหล​ ก่อน​จะล้ม​ลง​ด้วย​ความ​เจ็บแค้น​


ขณะที่​จอม​มาร​โลหิต​กำลัง​ตะลึง​ที่​เฟิ่งจิ่ว​หลบ​การ​โจมตี​ของ​เขา​ได้​ ก็​เห็น​หา​นหรง​หลังจากที่​เซถอย​ล้ม​ลง​ไป​บน​พื้น​ กลับ​คิด​จะถอด​วิญญาณ​ต้น​เพื่อ​หนี​ ดวงตา​ของ​เขา​ไหว​ระริก​ ใน​ใจคิด​ว่า​หา​นหรง​บาดเจ็บ​หนัก​ขนาด​นั้น​ หาก​ไม่ฉวยโอกาส​ตอนที่​ยัง​เหลือ​ลมหายใจ​เฮือกสุดท้าย​ถอด​วิญญาณ​ต้น​ออกมา​เพื่อ​หนี​เอาชีวิต​รอด​ เกรง​ว่า​วันนี้​หา​นหรง​คง​ต้อง​ตาย​อยู่​ที่นี่​จริงๆ​


ขณะ​กำลัง​คิด​ ก็​เห็น​วิญญาณ​ต้น​ของ​เขา​ลอย​ออกจาก​ร่าง​นั้น​ แต่​ขณะที่​วิญญาณ​ของ​เขา​กำลังจะ​หนี​ออก​ไป​ เด็กหนุ่ม​เขย่ง​ปลายเท้า​ลอยตัว​เหนือ​อากาศ​ เอื้อมมือ​จะคว้า​วิญญาณ​ต้น​ดวง​นั้น​ เห็น​อย่างนั้น​ เขา​ยื่นมือ​เข้าไป​ขัดขวาง​เด็กหนุ่ม​ที่​คิด​จะทำลาย​วิญญาณ​ต้น​ดวง​นั้น​อีกครั้ง​ ขณะที่​กระแส​พลัง​ขุม​หนึ่ง​ของ​เขา​พุ่ง​ออก​ไป​ และ​เด็กหนุ่ม​เบี่ยง​ตัว​หลบ​ ได้ยิน​เสียง​เย็น​ใสตวาด​สั่งเสียงกร้าว​


“กลืน​เมฆา! กิน​มัน​เสีย​!” เสียง​เย็น​ใสเปล่ง​ออกจาก​ปาก​ของ​เฟิ่งจิ่ว​ แขน​เสื้อ​โบกสะบัด​ ประกาย​แสงเส้น​หนึ่ง​พุ่ง​บิน​ออก​ไป​ พริบตาเดียว​กลายเป็น​อสูร​กาย​อ้า​ปาก​พุ่ง​เข้า​กลืน​กิน​วิญญาณ​ต้น​ดวง​นั้น​!


“กรรซ์!”​


เจ้ากลืน​เมฆาที่​พุ่ง​ออก​ไป​คำราม​เสียงดัง​ กลืน​กิน​วิญญาณ​ต้น​ดวง​นั้น​เสร็จ​ก็​กระโดด​กลับมา​ยืน​ข้าง​กาย​เฟิ่งจิ่ว​ด้วย​ความเร็ว​ดุจ​สายฟ้า​ฟาด​


ตอนที่​ 2043: เจ้าเป็น​ใคร​


เหตุการณ์​ที่​เกิดขึ้น​อย่าง​กะทันหัน​นี้​ทำให้​ทุกคน​ที่​ดู​อยู่​ตะลึง​ตาค้าง​ ไม่ว่า​จะเป็น​พวก​ผู้ฝึก​วิชา​มาร​หรือ​พวก​ฮุ่น​หยวน​จื่อ​ที่​ยืน​อยู่​ทาง​นี้​ แต่ละคน​ล้วน​ปาก​อ้า​ตาค้าง​ จ้อง​เด็กหนุ่ม​ชุด​เขียว​ด้วย​ความ​เหลือเชื่อ​…


อสูร​กลืน​เมฆาที่​ตัว​ใหญ่​กำยำ​และ​น่าเกรงขาม​ตัว​นั้น​ เป็น​สัตว์​เท​วะ​ขั้น​สุดยอด​แล้ว​ ยาม​นี้​กลับ​ยืน​เลีย​ปาก​อยู่​ข้าง​เฟิ่งจิ่ว​อย่าง​ว่าง่าย​ ราวกับ​กำลัง​หวน​นึกถึง​รส​อร่อย​ที่​ยัง​ติด​ลิ้น​จาก​การกลืน​กิน​วิญญาณ​ต้น​ดวง​เมื่อกี้​


ส่วน​เด็กหนุ่ม​ชุด​เขียว​คน​นั้น​ บุคลิก​และ​กลิ่นอาย​รอบกาย​ของ​เขา​ราวกับ​เปลี่ยนไป​ใน​ชั่วพริบตา​ เด็กหนุ่ม​ที่​ตอนแรก​ยัง​ดู​ใสซื่อ​ นา​ทีนี้​กลับ​ให้​ความรู้สึก​ว่า​ทั่ว​ร่าง​ของ​เขา​เต็มไปด้วย​กลิ่นอาย​เจ้าเล่ห์​และ​เย่อหยิ่ง​ สายลม​กลางคืน​พัดผ่าน​เบา​ๆ ม้วน​เอา​เส้น​ผม​ที่ปรก​หน้า​ของ​เขา​ให้​ลอย​ไหว​ เผย​ให้​พวกเขา​เห็น​มุมปาก​ที่​หยัก​ยิ้ม​เล็กน้อย​ของ​เด็กหนุ่ม​ น้ำเสียง​เกียจคร้าน​ทว่า​หยิ่งยโส​เปล่ง​ออกจาก​ปาก​ของ​เขา​


“คน​ที่​ข้า​อยาก​ฆ่า ยัง​ไม่มีใคร​หนี​รอดไป​ได้​แม้แต่​คนเดียว​จริงๆ​!”


เฟิ่งจิ่ว​เชิด​คาง​เล็กน้อย​ เรียว​คิ้ว​เชิด​ขึ้น​อย่าง​เย่อหยิ่ง​จองหอง​ นา​ทีนี้​เธอ​ไม่ปิดบัง​กลิ่น​กาย​พลัง​บน​ตัว​เธอ​อีก​ บุคลิก​อัน​สูงส่ง และ​รัศมี​แข็งแกร่ง​ของ​ผู้​ที่อยู่​เหนือกว่า​เปล่งประกาย​ออกมา​อย่าง​เป็นธรรมชาติ​


บน​พื้น​เหลือ​ทิ้ง​ไว้​เพียง​ศพ​ไร้​วิญญาณ​ ส่วน​วิญญาณ​ต้น​ที่​คิด​จะหนี​ได้​ถูก​อสูร​กลืน​เมฆาซึ่งเป็น​สัตว์​เท​วะ​ขั้น​สุดยอด​กลืน​ลงท้อง​ไป​แล้ว​ รอบข้าง​เงียบสงัด​ มีเพียง​เสียง​ซี๊ด​ปาก​รวมถึง​เสียง​ใบไม้​ร่วง​บน​พื้น​ถูก​สายลม​พัดพา​เอา​ไป​


“จะ เจ้าเด็ก​นี่​เก็บ​ซ่อน​เขี้ยวเล็บ​เอาไว้​นี่​นา​…”


ฮุ่น​หยวน​จื่อ​ที่​นั่งขัดสมาธิ​ขับเคลื่อน​ลมปราณ​เพื่อ​รักษาตัว​อยู่​ข้างหลัง​เบิกตา​กว้าง​ขณะ​พึมพำ​เบา​ๆ ไม่นึก​เลย​ว่า​เขา​จะมีช่วงเวลา​ที่​มอง​คน​ผิด​อย่างนี้​ด้วย​ ฝีมือ​และ​พลัง​ของ​เจ้าเด็ก​นั่น​ เกรง​ว่า​คงจะ​ไม่ได้​มีแค่​เท่าที่​พวกเขา​เห็น​กระมัง​?


ไม่น่า​เล่า​เขา​ถึงไม่ยอม​กราบ​เขา​เป็น​อาจารย์​ ที่แท้​เพราะ​เขา​มีวรยุทธ์​และ​สัตว์​คู่​พันธสัญญา​อย่างนี้​อยู่แล้ว​


สัตว์​เท​วะ​ขั้น​สุดยอด​หนึ่ง​ตัว​? จิ๊ๆ ไม่ธรรมดา​จริงๆ​!


จัว​จวิน​เยวี่ย​ที่​เห็น​เหตุการณ์​ ประกาย​ประหลาดใจ​พาด​ผ่าน​ดวงตา​ ที่แท้​ก็​อย่างนี้​เอง​ ไม่น่า​เล่า​เขา​ถึงได้​รู้สึก​ว่า​เด็กหนุ่ม​คน​นี้​แปลก​ๆ อยู่​ตลอดเวลา​ ที่แท้​ก็​เป็น​เพราะ​อย่างนี้​เอง​


คน​ที่​มีสัตว์​เท​วะ​ขั้น​สุดยอด​อย่างนี้​ได้​ อย่างไร​วรยุทธ์​ของ​เขา​ก็​ต้อง​ไม่ใช่แค่​ระดับ​หลอม​แก่น​พลัง​แน่นอน​ นั่น​หมายความว่า​ เขา​กด​พลัง​เอาไว้​งั้น​หรือ​?


พวก​ตระกูล​ไฉเอง​ก็​ตะลึง​ตาค้าง​เช่นกัน​ เสี่ยว​จิ่ว​ที่​ดู​เป็น​คน​ซื่อตรง​และ​จริงใจ​ ไม่นึก​เลย​ว่า​จะมีสัตว์​คู่​พันธสัญญา​ที่​แข็งแกร่ง​ดุดัน​อย่างนี้​? นะ​…นั่น​มัน​สัตว์​เท​วะ​ขั้น​สุดยอด​กระมัง​?


ฝาน​อี้​ซิว​เอง​ก็​มอง​เด็กหนุ่ม​ชุด​เขียว​ด้วย​ความ​ตกตะลึง​ เด็กหนุ่ม​ที่อยู่​อย่าง​สงบเสงี่ยม​มาตลอด​เส้นทาง​ แต่กลับ​ช่วยชีวิต​พวกเขา​ไว้​ถึงสอง​ครั้ง​คน​นี้​ หาก​ไม่เห็น​กับ​ตา​ตัวเอง​ เขา​แทบ​ไม่อยาก​เชื่อ​เลย​ว่า​คน​เมื่อกี้​ จะเป็น​คนเดียว​กับ​คน​ที่​ยิ้ม​ตาหยี​และ​เรียก​เขา​ว่า​พี่ชาย​ฝาน​มาตลอด​การ​เดินทาง​นี้​


คน​อย่างนี้​ เป็น​คน​ของ​ตระกูล​ไฉงั้น​หรือ​? นา​ทีนี้​ เขา​อด​ไม่ได้​ที่จะ​สงสัย​ขึ้น​มา


ส่วน​คน​ของ​ตระกูล​ไฉหลังจากที่​ตกตะลึง​ก็​ครุ่นคิด​ สำนัก​ดาราจักร​ช่างเป็น​สถานที่​ที่​เต็มไปด้วย​พยัคฆ์​และ​มังกร​จริงๆ​ แม้แต่​เสี่ยว​จิ่ว​ที่​ดู​เป็น​เด็ก​จริงใจ​ผอมบาง​ร่าง​น้อย​เช่นนี้​กลับ​มีความสามารถ​และ​สัตว์​คู่​พันธสัญญา​ที่​ดุดัน​แข็งแกร่ง​อย่างนี้​ด้วย​ สมแล้ว​ที่​เป็น​หนึ่งในสี่​สำนัก​ใหญ่​


จอม​มาร​โลหิต​มอง​สัตว์​เท​วะ​ขั้น​สุดยอด​ตัว​นั้น​ แววตา​สน.อกสนใจ​ยิ่ง​ชัดเจน​ขึ้น​ เขา​จ้อง​เด็กหนุ่ม​ เห็น​ว่า​วรยุทธ์​ของ​เด็กหนุ่ม​ยัง​คงอยู่​ใน​ระดับ​หลอม​แก่น​พลัง​เหมือนเดิม​ ทว่า​ เพราะ​ไม่ได้​เก็บ​ซ่อน​รัศมี​รอบกาย​อีก​ เขา​จึงรับรู้​ได้​ว่า​เด็กหนุ่ม​ดู​แตกต่าง​ไป​จาก​ก่อนหน้านี้​อย่าง​สิ้นเชิง​ นั่น​ทำให้​เขา​อด​สงสัย​ไม่ได้​ เด็กหนุ่ม​คน​นี้​เป็น​ใคร​กัน​แน่​?


“เจ้าเป็น​ใคร​?”


เขา​ถามออก​ไป​ตรงๆ​ สายตา​พิจารณา​ยังคง​จับจ้อง​ไป​ที่​เด็กหนุ่ม​ พลาง​ครุ่น​คิดในใจ​ ‘ดู​จาก​สีหน้า​ของ​หา​นหรง​ก่อน​ตาย​ น่าจะ​รู้จัก​เด็กหนุ่ม​นี่​ เพียงแต่​ไม่รู้​ว่า​เขา​เป็น​ใคร​กัน​แน่​นะ​?’


ตอนที่​ 2044: เด็กหนุ่ม​วิปริต​


“ข้า​เป็น​ใคร​เกี่ยว​อะไร​กับ​เจ้า”


เฟิ่งจิ่ว​ตวัดสายตา​มอง​ พลาง​แค่น​เสียง​เย็น​ “เจ้าจะพา​คน​ของ​เจ้าไป​? หรือ​จะสู้กับ​ข้า​? แล้วแต่​เจ้าจะเลือก​ แต่​ข้า​บอก​ไว้​ก่อน​ ข้า​ไม่ได้​รับมือ​ง่าย​เหมือน​ตา​เฒ่าหรอก​นะ​”


ฮุ่น​หยวน​จื่อ​ที่​นั่งขัดสมาธิ​ขับเคลื่อน​ลมปราณ​อยู่​ด้านหลัง​ได้ยิน​ก็​มุมปาก​กระตุก​ ไม่ได้​รับมือ​ง่าย​เหมือน​ตา​เฒ่าอย่างนั้น​หรือ​? ที่แท้​ก็​จะบอ​กว่า​เขา​สู้เขา​ไม่ได้​? เจ้าเด็กเมื่อวานซืน​นี่​ เป็น​เด็กเมื่อวานซืน​ดัง​คาด​ ไม่รู้จัก​เคารพ​ผู้หลักผู้ใหญ่​เลย​แม้แต่น้อย​


ได้ยิน​คำพูด​ของ​เฟิ่งจิ่ว​ จอม​มาร​โลหิต​หัวเราะ​ชอบใจ​ จ้อง​เขา​ด้วย​สายตา​นึก​สนุก​ “เจ้าคิด​ว่า​ตนเอง​คู่ควร​ที่จะ​สู้กับ​ข้า​?”


เฟิ่งจิ่ว​กระตุก​มุมปาก​ “มีหรือไม่​มีสิทธิ์​เจ้าลองดู​สักครั้ง​ก็ได้​ อยาก​สู้ตัวต่อตัว​หรือ​สู้แบบ​หมู่​? เจ้าเลือก​เอา​”


หาก​สู้ตัวต่อตัว​เธอ​อาจ​ไม่ใช่คู่ต่อสู้​ของ​จอม​มาร​โลหิต​ หาก​สู้แบบ​หมู่​ เธอ​จะได้​ปล่อย​ให้​พวก​สัตว์​คู่​พันธสัญญา​ใน​ห้วง​มิติ​ออกมา​ยืดเส้นยืดสาย​สักหน่อย​ แม้ครั้งนี้​หงส์​ไฟจะไม่ได้​ตามมา​ แต่​ไม่ว่า​จะเป็น​เจ้ากลืน​เมฆาหรือ​เหล่า​ไป๋​ล้วน​มีพลัง​ต่อสู้​ที่​ไม่ธรรมดา​


เห็น​เด็กหนุ่ม​เชิด​คิ้ว​ขึ้น​อย่าง​มั่นใจ​ ไม่รู้​ฟ้าสูงดิน​ต่ำ​ จอม​มาร​โลหิต​แสยะ​ยิ้ม​ชั่วร้าย​ “สังหาร​คน​ของ​ข้า​ ข้า​ก็​ควรจะ​สั่งสอน​เจ้าสักหน่อย​ ดู​ว่า​เจ้าจะเก่ง​สัก​แค่​ไหน​เชียว​!”


สิ้น​เสียง​ เงาร่าง​สีแดง​หม่น​โฉบ​ไหว​ดุจ​ภูตผี​ ฝ่ามือ​ขดงอ​เป็น​กรงเล็บ​คว้า​ไป​ที่​เฟิ่งจิ่ว​ มือ​ของ​เฟิ่งจิ่ว​ยัง​กำ​ดาบสั้น​ไว้​ ฝ่ามือ​พลิก​หมุน​ ดาบสั้น​ที่​ส่อง​ประกาย​เยือกเย็น​พุ่ง​แทง​ไป​ที่​ฝ่ามือ​ที่​คว้า​มาทาง​เธอ​ จอม​มาร​โลหิต​เห็น​อย่างนั้น​ก็​เปลี่ยน​จาก​กรงเล็บ​เป็น​ฝ่ามือ​ ฝ่ามือ​ลม​ซัด​พลัง​ใส่มือ​ของ​เฟิ่งจิ่ว​ที่​ถือ​ดาบสั้น​เอาไว้​


เธอ​หมุนตัว​หลบหลีก​ นอกจาก​ก้าว​สลับ​ฝีเท้า​ ก็​ยัง​โจมตี​ด้วยมือ​พร้อมกัน​ไป​ด้วย​ ทั้งสอง​โจมตี​กัน​คนละที​สอง​ที​ ส่วน​ทุกคน​ที่​กำลัง​ยืน​ดู​อยู่​ได้​แต่​ตื่น​ตะลึงพรึงเพริด​


ยัง​ไม่พูดถึง​ประสบการณ์​ด้าน​การต่อสู้​ของ​จอม​มาร​โลหิต​ที่​เด็กหนุ่ม​อย่าง​เฟิ่งจิ่ว​ไม่อาจ​เทียบ​ได้​ แม้แต่​ระดับ​วรยุทธ์​ของ​เขา​ก็​ไม่ใช่คนธรรมดา​ทั่วไป​จะสามารถ​รับมือ​ได้​! ครั้น​แรงกดดัน​อัน​แข็งแกร่ง​กระจาย​ออก​ไป​ พวก​คน​ที่​มีพลัง​ต่ำกว่า​แค่​จะยืน​ตัวตรง​อยู่​บน​พื้น​ยัง​ยาก​


ทว่า​เด็กหนุ่ม​กลับ​สามารถ​ต่อกร​กับ​จอม​มาร​โลหิต​ได้​ ไม่เกรงกลัว​บารมี​ปราชญ์​เซียน​ของ​เขา​แม้แต่น้อย​ นี่​หมายความว่า​อย่างไร​? หมายความว่า​พลัง​ของ​เด็กหนุ่ม​ไม่ได้​ด้อย​ไป​กว่า​เขา​เลย​อย่างไรเล่า​!


บ้า​ไป​แล้ว​! ช่างเป็น​สิ่งมีชีวิต​ที่​วิปริต​จริงๆ​! อายุขัย​กระดูก​เช่นนี้​กลับ​มีระดับ​พลัง​ที่​เทียบ​เท่ากับ​จอม​มาร​โลหิต​แล้ว​? ต้อง​มีความเร็ว​ใน​การ​ฝึก​วรยุทธ์​ระดับ​ใด​กัน​? ผิด​มนุษย์​เกินไป​แล้ว​!


ไม่น่า​เล่า​ ไม่น่า​ก่อนหน้านี้​ผู้ฝึก​วิชา​มาร​คน​เมื่อกี้​ถึงได้​ไร้​หนทาง​ต่อสู้​อย่างนั้น​ ไม่น่า​เล่า​ผู้ฝึก​วิชา​มาร​คน​นั้น​ถึงได้​ยอม​ถอด​วิญญาณ​ต้น​เพียง​เพื่อ​จะหนี​เอาชีวิต​รอด​…


ทุกคน​ที่อยู่​ตรงนั้น​ยัง​มองดู​จน​ตกตะลึง​ตาค้าง​ แล้ว​จอม​มาร​โลหิต​ที่​สู้กับ​เฟิ่งจิ่วจะ​ไม่ตะลึง​ได้​อย่างไร​กัน​?


แม้แต่​ตอน​สู้กับ​ฮุ่น​หยวน​จื่อ​เขา​ยัง​ไม่ตะลึง​เช่นนี้​ แต่​เจ้าเด็กหนุ่ม​ตัวเล็ก​ๆ นี่​ กลับ​สามารถ​ต่อกร​กับ​เขา​อย่าง​ง่าย​กาย​หลาย​กระบวนท่า​ ฝีมือ​เช่นนี้​ พลัง​เช่นนี้​ วิปริต​เกินไป​แล้ว​!


ไม่รู้​ว่า​คิด​สิ่งใด​อยู่​ จู่ๆ เขา​ก็​ก้าว​ถอยหลัง​ไป​สอง​สามก้าว​ จ้อง​เด็กหนุ่ม​ตรงหน้า​อย่าง​พินิจ​พิจารณา​ เห็น​เพียง​เด็กหนุ่ม​ดวง​หน้า​สะอาดสะอ้าน​หล่อเหลา​ เรียว​คิ้ว​แสดงถึง​ความ​เย็นชา​และ​มั่นใจ​ นัยน์ตา​คู่​นั้น​ยิ่ง​งดงาม​ ประกาย​เฉียบคม​น่า​พรั่นพรึง​ เมื่อ​มอง​เด็กหนุ่ม​อีกครั้ง​ แม้รูปร่าง​ผอมบาง​ แต่​ดูเหมือน​จะยัง​ไม่โต​เต็มที่​ หาก​โต​ขึ้น​อีก​สอง​ปี​และ​ร่างกาย​โต​เต็ม​วัย​ นับว่า​เป็น​เด็กหนุ่ม​ที่​รูปร่าง​สมส่วน​เลย​ทีเดียว​


ครั้น​เห็น​ร่างกาย​และ​ใบ​หน้าที่​อ่อนเยาว์​เช่นนี้​ แล้ว​นึกถึง​ร่างกาย​และ​ใบหน้า​ของ​เขา​ใน​ยาม​นี้​ ดวงตา​ของ​เขา​เป็นประกาย​ขึ้น​มา ไฟปรารถนา​ปรากฏ​ใน​ส่วนลึก​ของ​ดวงตา​ บน​ใบหน้า​ชรา​นั่น​พลัน​เผย​ยิ้ม​ประหลาด​ออกมา​


ตอนที่​ 2045: เจ้า ข้า​จะเอา​ให้ได้​


จู่ๆ จอม​มาร​โลหิต​ก็​ถอยหลัง​ ซ้ำยัง​ใช้สายตา​อย่างนั้น​จ้อง​พิจารณา​เธอ​ เฟิ่งจิ่ว​ขมวดคิ้ว​เล็กน้อย​ ใบหน้า​เย็นชา​ สายตา​อย่างนี้​เธอ​คุ้นเคย​ยิ่งนัก​ คน​ที่​มอง​เธอ​ด้วย​สายตา​เช่นนี้​ ไม่ได้​เห็น​เธอ​เป็น​มนุษย์​ แต่​เห็น​เธอ​เป็น​วัตถุ​ชิ้น​หนึ่ง​เท่านั้น​


“เจ้าหนู​ ข้า​ยิ่ง​มอง​เจ้าก็​ยิ่ง​ถูกชะตา​ เจ้ามาอยู่​กับ​ข้า​เป็น​อย่างไร​? ข้า​จะมอบ​อนาคต​ที่​สดใส​ให้​เจ้าเอง​” จอม​มาร​โลหิต​เอ่ย​พร้อม​รอยยิ้ม​ เขา​คิด​ว่า​รอยยิ้ม​ของ​ตนเอง​ดู​อบอุ่น​และ​เป็นมิตร​มาก​ กลับ​ไม่รู้​เลย​ว่า​ เขา​ไม่ยิ้ม​ยัง​ดี​ ครั้น​ยิ้ม​ยิ่ง​ดู​ประหลาด​กว่า​เดิม​


ได้ยิน​อย่างนั้น​ เฟิ่งจิ่ว​หัวเราะ​หยัน​ “แต่​ข้า​ไม่ถูกชะตา​เจ้านี่​! อายุ​ปูน​นี้​แล้ว​ยัง​ใส่เสื้อผ้า​สีแดง​ ขัดหู​ขัดตา​ยิ่งนัก​”


จอม​มาร​โลหิต​ได้ยิน​อย่างนั้น​ สายตา​หรี่​เล็ก​ ประกาย​เหี้ยมเกรียม​พาด​ผ่าน​ดวงตา​ “หึ​! ใน​เมื่อ​พูด​ดี​ๆ ไม่ยอม​ทำตาม​ เช่นนั้น​ก็​อย่า​หาว่า​ข้า​ไม้เกรงใจ​เล่า​! วันนี้​ เจ้าจะยอม​หรือไม่​ยอม​ก็ดี​ เจ้า ข้า​จะเอา​ให้ได้​!”


สิ้น​เสียง​ เงาร่าง​สีแดง​หม่น​พุ่ง​โจมตี​เฟิ่งจิ่ว​ เฟิ่งจิ่ว​นัยน์ตา​เหี้ยมโหด​ กลิ่นอาย​พลัง​วิญญาณ​ใน​ร่าง​พลุ่งพล่าน​ จากนั้น​ก็​พุ่ง​เข้าไป​ด้วย​เช่นกัน​


ฮุ่น​หยวน​จื่อ​ที่​ดู​สอง​คน​นั้น​สู้กัน​ ได้​แต่​สบถ​ด่า​ด้วย​ความโมโห​ “ไอ้​แก่​นั่น​ ไอ้​แก่​โรคจิต​! ไม่ว่า​ยินยอม​หรือไม่​ก็ดี​ จะเอา​ให้ได้​งั้น​หรือ​? ไม่นึก​ว่า​ไอ้​แก่​นั่น​จะโรคจิต​ขนาด​นี้​!”


ทุกคน​ที่​ได้ยิน​คำพูด​ของ​จอม​มารโหหิต​ต่าง​ก็​ตกตะลึง​ไม่ต่างกัน​ จอม​มาร​โลหิต​พูด​อย่างนั้น​เพราะ​ชอบพอ​ใน​ตัว​เฟิ่งจิ่ว​งั้น​หรือ​? จอม​มาร​โลหิต​อายุ​ขนาด​นี้​แล้ว​คง​ไม่ใช่พวก​แขน​เสื้อ​กุด​หรอ​กระมัง​?


พวกเขา​มอง​ทั้งสอง​ด้วย​สีหน้า​แปลก​ๆ กลับ​ลืม​ไป​ชั่วขณะหนึ่ง​ว่า​ยาม​นี้​ตนเอง​กำลัง​ตก​อยู่​ใน​สถานการณ์​อันตราย​


มีเพียง​จัว​จวิน​เยวี่ย​ที่​ได้ยิน​คำพูด​ของ​จอม​มาร​โลหิต​แล้ว​ครุ่นคิด​ เขา​ไม่คิด​ว่า​จอม​มาร​โลหิต​จะหมายความ​เช่นนั้น​ เขา​น่าจะ​อยาก​…


เห็น​ฝีมือ​และ​วรยุทธ์​ที่​โดดเด่น​ของ​เด็กหนุ่ม​ ความคิด​หนึ่ง​แวบ​ผ่าน​ใน​หัว​


เขา​คิด​จะแย่ง​ร่าง​เด็กหนุ่ม​ไป​! เขา​คิด​จะเลี้ยง​เฟิ่งจิ่ว​ไว้​ข้าง​กาย​ เพื่อ​ต่อไป​ยาม​ที่​เขา​ใกล้​สิ้นอายุขัย​จะได้​แย่ง​ร่าง​ของ​เฟิ่งจิ่ว!​


นึก​มาถึงตรงนี้​ สายตา​ของ​เขา​พลัน​ตึงเครียด​ เม้มปาก​มอง​เหตุการณ์​ตรงหน้า​ คาดเดา​ว่า​เฟิ่งจิ่ว​มีโอกาส​ชนะ​หรือไม่​? หาก​แพ้​จอม​มารโห​หิต​ ทุกคน​ที่นี่​ก็​ไม่มีใคร​รอดไป​ได้​ เฟิ่งจิ่ว​ก็​จะตก​อยู่​ใน​กำมือ​ของ​เขา​ กลายเป็น​สิ่งมีชีวิต​ที่​เขา​เลี้ยง​ไว้​ข้าง​กาย​เท่านั้น​!


ขณะ​กำลัง​คิด​ก็​ได้ยิน​เสียงดัง​ปึง​ เขา​เงยหน้า​มอง​ไป​ เห็น​เพียง​เฟิ่งจิ่ว​เด็กหนุ่ม​ชุด​เขียว​ถูก​จอม​มารโห​หิต​โจมตี​จน​เซถอย​ไป​ข้างหลัง​หลาย​ก้าว​ เห็น​อย่างนั้น​ เขา​ตึงเครียด​ ทำ​ท่าจะ​ก้าว​ออก​ไป​ แต่​ถูก​เรียก​ไว้​ก่อน​


“จวิน​เย​วี่ย​ มานี่​!”


ฮุ่น​หยวน​จื่อ​เรียก​ด้วย​น้ำ​เสียงทุ้ม​ต่ำ​ ขมวดคิ้ว​มอง​ภาพ​ตรงหน้า​ สายตา​เฉียบแหลม​แฝงแวว​ครุ่นคิด​ ไม่รู้​กำลัง​คิด​สิ่งใด​อยู่​


จัว​จวิน​เยวี่ย​หัน​มอง​เขา​แวบ​หนึ่ง​ ก่อน​หันไป​มอง​เฟิ่งจิ่ว​อีกครั้ง​ จากนั้น​ก็​เดิน​ไป​หยุด​ตรงหน้า​เขา​ ถามด้วย​น้ำ​เสียงทุ้ม​ต่ำ​ “มีอะไร​?”


ตา​เฒ่านี่​ไม่เห็น​หรือว่า​เฟิ่งจิ่ว​ใกล้​สู้ไม่ไหว​แล้ว​? จอม​มาร​โลหิต​กำลัง​ใช้หมัด​ตะปู​เจ็ด​ก้าว​กับ​เด็กหนุ่ม​อยู่​ เขา​จะทน​ไหว​ได้​อย่างไร​กัน​? ต้อง​บอก​ก่อน​ว่า​หมัด​ตะปู​เจ็ด​ก้าว​เป็น​กระบวนท่า​ขึ้นชื่อ​ประจำตัว​ของ​จอม​มาร​โลหิต​เลย​ทีเดียว​!


ฮุ่น​หยวน​จื่อ​เหลือบมอง​เขา​แวบ​หนึ่ง​ เอ่ย​ว่า​ “พลัง​ของ​เจ้ายัง​สู้เจ้าเด็กเมื่อวานซืน​นั่น​ไม่ได้​เลย​! อย่า​ไป​เพิ่ม​ภาระ​ให้​เขา​ ดู​อยู่​ข้างๆ​ก็​พอ​”


“ท่าน​คิด​ว่า​เขา​จะสู้ไหว​หรือ​?” จัว​จวิน​เยวี่ย​ขมวดคิ้ว​เอ่ย​


“เรื่อง​นี้​…พูด​ยาก​”


เขา​ลูบ​หนวด​ เอ่ย​อย่าง​ครุ่นคิด​ “แต่​ข้า​ดู​แล้ว​วิธีการ​โจมตี​ของ​เจ้าเด็กเมื่อวานซืน​มีเอกลักษณ์​มาก​ ท่า​ร่าง​ก็​แปลกประหลาด​นัก​ ใคร​ชนะ​ใคร​แพ้​ยัง​ไม่แน่นอน​!”


ตอนที่​ 2046: นี่​คือ​มวย​ไทเก๊ก​


เอ่ย​คำพูด​เช่นนี้​ออก​ไป​เขา​เอง​ก็​ตะลึง​เช่นกัน​ นี่​เท่ากับ​เขา​ยอมรับ​ว่า​วรยุทธ์​ของ​เจ้าเด็กเมื่อวานซืน​แข็งแกร่ง​มาก​ หรือ​กระทั่ง​อาจ​กำราบ​จอม​มาร​โลหิต​ได้​ด้วยซ้ำ​ เช่นนั้น​ย่อม​ไม่ต้อง​กราบ​เขา​เป็น​อาจารย์​ก็ได้​ หาก​ไม่ได้​เห็น​เหตุการณ์​นี้​ด้วย​ตนเอง​ แม้เจ้าเด็กเมื่อวานซืน​นั่น​จะบอก​เขา​ด้วย​ตนเอง​ว่า​พลัง​ของ​เขา​แข็งแกร่ง​จน​ถึงขั้น​ที่​ไม่จำเป็นต้อง​กราบ​เขา​เป็น​อาจารย์​แล้ว​ เขา​ก็​คง​ไม่เชื่อ​!


“เขา​ต้าน​รับ​หมัด​ตะปู​เจ็ด​ก้าว​ของ​จอม​มาร​โลหิต​ไม่ได้​แน่​” จัว​จวิน​เยวี่ย​เอ่ย​ มอง​เด็กหนุ่ม​ที่​ถอยหลัง​ไป​ก้าว​แล้ว​ก้าว​เล่า​เพราะ​ถูก​หมัด​ตะปู​เจ็ด​ก้าว​ของ​จอม​มาร​โลหิต​โจมตี​ ใน​สายตา​ฉายแวว​เป็นห่วง​


ฮุ่น​หยวน​จื่อ​เห็น​การ​โจมตี​ของ​เฟิ่งจิ่ว​ถูก​หมัด​ตะปู​เจ็ด​ก้าว​ของ​จอม​มาร​โลหิต​ข่ม​ ใน​ใจนึก​ห่วง​เช่นกัน​ ปาก​ก็​อด​บ่น​ไม่ได้​ “เจ้าเด็ก​นั่น​ บอก​ให้​เขา​กราบ​ข้า​เป็น​อาจารย์​เขา​ก็​ไม่ฟัง เจ้าว่าด้วย​พรสวรรค์​ของ​เขา​หาก​กราบ​ข้า​เป็น​อาจารย์​ และ​เรียน​วิชา​หมัด​แปด​ทิศ​ของ​ข้า​ไป​ ยัง​ต้อง​กลัว​จอม​มาร​โลหิต​อีก​เสีย​ที่ไหน​?”


“ข้า​จะไป​ช่วย​เขา​!” จัว​จวิน​เยวี่ย​บอก​ ทำ​ท่าจะ​ก้าว​เข้าไป​ แต่กลับ​ถูกตา​เฒ่ารั้ง​ไว้​ก่อน​


“เดี๋ยวก่อน​ เจ้าดู​ ท่าทาง​ของ​เจ้าเด็กเมื่อวานซืน​เปลี่ยนไป​แล้ว​” ตา​เฒ่าดึง​เขา​ไว้​ พลาง​จ้องมอง​เด็กหนุ่ม​ที่​เปลี่ยน​วิธี​การสู้​หลังจาก​ถูก​หมัด​ตะปู​เจ็ด​ก้าว​ของ​จอม​มาร​โลหิต​โจมตี​ซ้ำแล้วซ้ำเล่า​


จัว​จวิน​เยวี่ย​มอง​ไป​ข้างหน้า​ นัยน์ตา​ไหว​ระริก​เล็กน้อย​


จริง​อย่าง​ที่​ตา​เฒ่าว่า​ หลังจากที่​เด็กหนุ่ม​ถูก​โจมตี​ถอยหลัง​ไป​อีกครั้ง​ กลิ่นอาย​รอบกาย​รวมถึง​ท่าทาง​ของ​เขา​ก็​เปลี่ยนไป​ เห็น​เพียง​หลังจากที่​เขา​ถูก​โจมตี​ถอยหลัง​ก็​ก้าว​ขา​กาง​ขาออก​และ​ย่อ​ตัว​ลง​ สอง​มือ​แบ​ออก​กลายเป็น​ฝ่ามือ​ ฝ่ามือหนึ่ง​กด​ต่ำ​ลง​เบื้องหน้า​ อีก​ฝ่ามือหนึ่ง​ยก​สูงอยู่​ข้างหลัง​ สายตา​จับจ้อง​จอม​มาร​โลหิต​ กลิ่นอาย​ทั่ว​ร่าง​พลัน​ถูก​ดึง​กลับมา​รวมกัน​เมื่อ​เขา​ตั้งท่า​นี้​ ทำให้​จัว​จวิน​เยวี่ย​ที่​กำลัง​ดู​อยู่​ไม่ค่อย​เข้าใจ​นัก​


แต่ทว่า​ ยาม​เด็กหนุ่ม​ก้าว​ไป​ข้างหน้า​ ฝีเท้า​ที่​เดิมที​ก็​รวดเร็ว​ดุจ​สายฟ้า​อยู่แล้ว​ยาม​นี้​กลับ​ก้าว​ไป​ข้างหน้า​อย่าง​เบาหวิว​ดุจ​ฝีเท้า​แมว​ ขณะเดียวกัน​สอง​มือ​ก็​ขยับเขยื้อน​ กลิ่นอาย​พลัง​วิญญาณ​พลุ่งพล่าน​ไป​ทั่ว​ร่าง​ ขณะที่​จอม​มาร​โลหิต​กำหมัด​แน่น​ คำราม​เสียงต่ำ​ ซัด​หมัด​ตะปู​เจ็ด​ก้าว​ใส่เขา​พร้อมกับ​พลัง​อัน​แข็งแกร่ง​ กลับ​เห็น​เด็กหนุ่ม​เบี่ยง​ตัว​หลบ​ด้วย​การเคลื่อนไหว​อัน​เบาหวิว​และ​ว่องไว​ มือหนึ่ง​พลิก​หมุน​และ​คว้า​จับมือ​ของ​จอม​มาร​โลหิต​ไว้​ อาศัย​เรี่ยวแรง​มหาศาล​ของ​อีก​ฝ่าย​โจมตีกลับ​ไป​


“ปึง​!”


“อึก​!”


ได้ยิน​เพียง​เสียงดัง​ปึง​ จอม​มาร​โลหิต​ถูก​ซัด​ถอยหลัง​ออก​ไป​ไกล​ถึงหก​จั้ง ร่าง​กระแทก​กับ​ต้นไม้​ใหญ่​ต้น​หนึ่ง​ข้างหลัง​จน​ร้อง​ครวญ​ แผ่น​หลัง​ของ​เขา​กระแทก​กับ​ต้นไม้​ใหญ่​ส่งเสียงดัง​กร๊อบ​ กระดูก​แตกหัก​ เลือด​ไหล​ออกจาก​มุมปาก​


สายตา​เหี้ยมเกรียม​ของ​เขา​จับจ้อง​เด็กหนุ่ม​ที่​กำลัง​ขยับ​ไหว​มือ​ทั้งสอง​ข้าง​อย่าง​เชื่องช้า​ เห็น​กลิ่นอาย​พลัง​วิญญาณ​รอบกาย​ถูก​รวบรวม​ไว้​ที่​ตรงกลาง​ระหว่าง​ฝ่ามือ​ทั้งสอง​ข้าง​ กลายเป็น​วงกลม​ที่​สามารถ​มองเห็น​ได้​ด้วย​ตาเปล่า​


“นี่​มัน​วิชา​หมัด​อะไร​ของ​เจ้า?”


จอม​มารโห​หิต​ถามด้วย​น้ำ​เสียงทุ้ม​ต่ำ​ ยกมือ​เช็ด​เลือด​ตรง​มุมปาก​ พลัง​มหาศาล​ของ​เขา​กลับ​ถูก​เด็กหนุ่ม​โต้กลับ​ด้วย​วิธี​สี่ตำลึง​ปาด​พัน​ชั่ง? ใต้​หล้า​นี้​มีวิชา​ที่​ร้ายกาจ​เช่นนี้​อยู่​ด้วย​หรือ​?


ฮุ่น​หยวน​จื่อ​ที่​เห็นภาพ​นั้น​อด​เบิกตา​กว้าง​ไม่ได้​ เขา​มอง​เฟิ่งจิ่ว​ด้วย​ความ​ตกตะลึง​ ตัว​เขา​ลุก​พรวด​จาก​พื้น​ มือหนึ่ง​จับ​ไหล่​ของ​จัว​จวิน​เยวี่ย​ที่อยู่​ข้างหน้า​แน่น​ ใบหน้า​ตื่นเต้น​จน​แดงก่ำ​ “นะ​ นี่​ นี่​มัน​ไทเก๊ก​!”


เฟิ่งจิ่ว​หัน​กลับมา​ชำเลือง​มอง​ฮุ่น​หยวน​จื่อ​แวบ​หนึ่ง​ กระตุก​มุมปาก​แวบ​หนึ่ง​ เผย​รอยยิ้ม​เจ้าเล่ห์​ “ใช่ นี่​ก็​คือ​มวย​ไทเก๊ก​!”


“มวย​ไทเก๊ก​?” จอม​มาร​โลหิต​ขมวดคิ้ว​ “มวย​ไทเก๊ก​กับ​หมัด​แปด​ทิศ​คือ​วิชา​เดียวกัน​หรือ​?” เหตุใด​เขา​จึงรู้สึก​ว่า​มัน​เหมือน​หมัด​แปด​ทิศ​?


“มวย​ไทเก๊ก​? กลับเป็น​มวย​ไทเก๊ก​!”


ฮุ่น​หยวน​จื่อ​มอง​เฟิ่งจิ่ว​ด้วย​อารมณ์​อัน​พลุ่งพล่าน​ ปาก​ก็​พึมพำ​เบา​ๆ “ไทเก๊ก​ถือกำเนิด​สอง​ขั้ว​ สอง​ขั้ว​ถือกำเนิด​สี่ธาตุ​ สี่ธาตุ​ถือกำเนิด​แปด​ทิศ​ หมัด​แปด​ทิศ​นั้น​ดัดแปลง​มาจาก​ไทเก๊ก​ นึกไม่ถึง​ นึกไม่ถึง​เลยจริงๆ​”


[1] แขน​เสื้อ​กุด​ หมายถึง​คน​ที่​ชมชอบ​เพศ​เดียวกัน​


[2] สี่ตำลึง​ปาด​พัน​ชั่ง หมายถึง​ วิธีการ​ที่​ใช้แรง​น้อยกว่า​เอาชนะ​แรง​ที่​มากกว่า​


ตอนที่​ 2047: พลัง​กระบี่​บีบคั้น​


“ช่างหัว​เจ้าจะเป็น​ไทเก๊ก​หรือ​แปด​ทิศ​ วันนี้​ ข้า​ไม่เชื่อ​ว่า​จะปราบ​เจ้าไม่ได้​!” จอม​มาร​โลหิต​ตวาด​เสียงกร้าว​ ก้าว​เท้า​ไป​ข้างหน้า​ เหวี่ยง​หมัด​โจมตี​ออก​ไป​พร้อมกับ​พลัง​อัน​ดุดัน​ พุ่ง​ใส่เฟิ่งจิ่ว​


“ไทเก๊ก​ สยบ​ความ​แข็งกร้าว​ด้วย​ความนุ่มนวล​ สยบ​ความเคลื่อนไหว​ด้วย​ความ​สงบนิ่ง​ สยบ​ความ​แข็งแกร่ง​ด้วย​ความอ่อนแอ​…”


เสียง​นุ่มนวล​แช่มช้าเปล่ง​ออกจาก​ปาก​ของ​เฟิ่งจิ่ว​ สิ้น​เสียง​ของ​เธอ​ การเคลื่อนไหว​และ​ท่า​ร่าง​ของ​เธอ​ก็​เปลี่ยนไป​ด้วย​ การเคลื่อนไหว​อัน​เชื่องช้า​ทว่า​ต่อเนื่อง​ กลับ​สามารถ​หลบหลีก​การ​โจมตี​ด้วย​หมัด​ตะปู​เจ็ด​ก้าว​ของ​จอม​มารโหหิต​ได้​อย่าง​ง่ายดาย​ ท่า​ร่าง​ของ​เธอ​งดงาม​ดุจ​เมฆคล้อย​และ​สายน้ำ​ คล่องแคล่ว​เป็นธรรมชาติ​ ร่างกาย​เคลื่อนไหว​ได้​อย่าง​สมดุล​ วิชา​หมัด​ที่​ดูเหมือน​ไร้​พลัง​ กลับ​สามารถ​ข่ม​หมัด​ตะปู​เจ็ด​ก้าว​ของ​จอม​มาร​โลหิต​ได้​ครั้งแล้วครั้งเล่า​ มองดู​จน​ทุกคน​รอบข้าง​ต่าง​ตะลึง​ตาค้าง​


โดยเฉพาะ​ฮุ่น​หยวน​จื่อ​ที่​ตื่นเต้น​ที่สุด​ มือ​ที่​กุม​ไหล่​ของ​จัว​จวิน​เยวี่ย​อยู่​เรลอ​ออกแรง​โดยไม่รู้ตัว​ บีบรัด​จน​จัว​จวิน​เยวี่ย​รู้สึก​เจ็บ​ ขมวดคิ้ว​หันไป​มอง​ตา​เฒ่าที่​กำลัง​ดู​การต่อสู้​ด้วย​ใบ​หน้าที่​ตื่นเต้น​จน​แดงก่ำ​


“เอา​มือ​ของ​ท่าน​ออก​ไป​”


“ไทเก๊ก​ล่ะ​! ดู​นั่น​เร็ว​! ไม่นึก​เลย​ว่า​จะเป็น​ไทเก๊ก​! เจ้าเด็กเมื่อวานซืน​นั่น​ เจ้าเด็กเมื่อวานซืน​นั่น​ใช้วิชา​มวย​ไทเก๊ก​เป็นได้​อย่างไร​กัน​? ใคร​เป็น​คน​สอนเขา​กัน​?” เขา​เหมือน​ไม่ได้ยิน​ที่​จัว​จวิน​เยวี่ย​บอก​ ได้​แต่​พึมพำ​ด้วย​ความตื่นเต้น​ มองดู​จอม​มาร​โลหิต​หลบหลีก​การ​โจมตีจาก​มวย​ไทเก๊ก​ด้วย​สภาพ​น่าอนาถ​ อด​รู้สึก​ชอบอก​ชอบใจ​ไม่ได้​


“สู้ได้ดี​! ซัด​มัน​! ซัด​มัน​ให้แรง​! ซัด​ไอ้​แก่​ไร้ยางอาย​นั่น​ให้​ตาย​ไป​เสีย​!” เขา​ตะโกน​ให้กำลังใจ​อยู่​ด้าน​หนึ่ง​ สีหน้าแดง​เรื่อ​น้ำเสียง​ทรงพลัง​นั่น​ทำให้​พวก​รู้ฝึก​วิชา​มาร​ตกตะลึง​


ฮุ่น​หยวน​จื่อ​รู้​นั้น​ถูก​ยาพิษ​เล่นงาน​ไป​แล้ว​ไม่ใช่หรือ​? อาศัย​ยาพิษ​ของ​จอม​มาร​โลหิต​ คน​ที่​ถูก​เล่นงาน​ร่าน​ไป​ไม่ถึงหนึ่ง​ก้านธูป​ล้วน​ต้อง​ตาย​ ตา​เฒ่านี่​แม้มีวรยุทธ์​ไม่ธรรมดา​ ก็​ไม่น่าจะ​อยู่ดี​ไม่มีปัญหา​ กระทั่ง​ยังมี​ใบ​หน้าแดง​เรื่อ​เช่นนี้​ได้​นี่​นา​?


นี่​มัน​อะไร​กัน​? พิษ​นั่น​ไม่ส่งรล​กับ​เขา​งั้น​หรือ​? หรือว่า​เขา​แก้​พิษ​ได้​แล้ว​? หาก​ฮุ่น​หยวน​จื่อ​ไม่ถูก​พิษ​ ซ้ำยังมี​คน​พวก​นั้น​อีก​ อย่างนั้น​หาก​พวกเขา​จะเอาชีวิต​คน​พวก​นั้น​ก็​คง​ยาก​แล้ว​


ขณะที่​พวกเขา​กำลัง​ครุ่นคิด​ ก็​เห็น​กลิ่นอาย​พลัง​วิญญาณ​ขุม​หนึ่ง​ที่​ขยับ​เคลื่อน​อยู่​ตรงหน้า​เด็กหนุ่ม​ถูก​ซัด​ใส่จอม​มาร​โลหิต​ เสียงดัง​ปึง​ ร่าง​ของ​จอม​มาร​โลหิต​ถูก​ซัด​ออก​ไป​ไกล​หลาย​จั้ง


“พรืด​!”


ขณะที่​ร่างกาย​ถูก​ซัด​ปลิว​ออก​ไป​ จอม​มาร​โลหิต​กระอัก​เลือด​ออกมา​ เขา​ใช้มือ​ยัน​ต้นไม้​ลุกขึ้น​ แต่กลับ​ไม่พุ่ง​เข้าไป​โจมตี​ต่อ​ในทันที​ ทว่า​สวมใส่​วัตถุ​แหลม​ๆ ลง​บน​นิ้วมือ​ทั้ง​สิบ​ จากนั้น​ก็​คำราม​เสียง​เข้ม​ รวม​พลัง​พุ่ง​เข้าไป​อีกครั้ง​


“ย้าก!”​


เสียงคำราม​ดัง​ขึ้น​ เห็น​เพียง​เขา​พุ่ง​เข้ามา​ด้วย​ความเร็ว​ราวกับ​บิน​ คล้าย​คิด​จะเอาจริง​ด้วย​การสู้​กับ​เธอ​ด้วย​ชีวิต​ ทว่า​ ดูเหมือน​เขา​โจมตี​ด้วย​หมัด​ แต่​เสี้ยว​นาที​ที่​ใกล้​ถึง ทันใดนั้น​ เขา​กลับ​ชัก​กระบี่​ยาว​เล่ม​หนึ่ง​ออกมา​เหวี่ยง​ใส่เฟิ่งจิ่ว​ พลัง​กระบี่​อัน​ดุดัน​ถูก​ซัด​ออกมา​ รุนแรง​น่า​พรั่นพรึง​!


“ต่ำทราม​!”


คน​ของ​ตระกูล​ไฉตกตะลึง​ สบถ​ด่า​ด้วย​ความ​เดือดดาล​ หัวใจ​ตึง​เกร็ง​ไป​ทั้ง​ดวง​ หาก​เทียบ​กับ​เรื่อง​อาวุธ​ เกรง​ว่า​เสี่ยว​จิ่ว​จะไม่ใช่คู่ต่อสู้​ของ​อีก​ฝ่ย​ ยิ่งไปกว่านั้น​ เสี่ยว​จิ่ว​ใน​ตอนนี้​ไร้​อาวุธ​ติดมือ​ มีเพียง​ดาบสั้น​ที่​เขา​เก็บ​ซ่อน​ไว้​ตรง​ข้าง​รองเท้า​เท่านั้น​


“ไอ้​แก่​หน้าไม่อาย​นั่น​! สู้ไม่ได้​ก็​คิด​จะเล่นสกปรก​อีกแล้ว​!” ฮุ่น​หยวน​จื่อ​เอง​ก็​ก่น​ด่า​เสียงดัง​


จัว​จวิน​เยวี่ย​ขมวดคิ้ว​ คิด​จะรุดหน้า​ไป​ช่วย​ กลับ​เห็น​ว่า​มือ​ของ​ตา​เฒ่าบน​ไหล่​ยัง​ไม่คลาย​ จึงหันไป​มอง​เขา​ “ท่าน​คิด​จะยืน​ดู​เขา​ตาย​ไป​เฉย​ๆหรือ​?”


“ใคร​ว่า​เล่า​? เขา​ไม่ตาย​แน่นอน​!” ตา​เฒ่าตอบ​ด้วย​ความมั่นใจ​ ชำเลือง​มอง​เขา​แวบ​หนึ่ง​ “แต่​หากเจ้าจะเข้าไป​แทรก​ อาจ​ตาย​อยู่​ใต้​คม​ดาบ​ของ​ไอ้​แก่​ต่ำทราม​นั่น​ได้​ทุกเมื่อ​ หนำซ้ำ​ เหมือนว่า​เรื่อง​นี้​ไม่จำเป็นต้อง​ให้​เจ้าเข้าไป​ยุ่งก็ได้​!”


ตอนที่​ 2048: เจ้าคือ​ภูติ​หมอ​เฟิ่งจิ่ว​


ตา​เฒ่าพยักหน้า​ให้​เขา​มอง​ไป​ข้างหน้า​ เห็น​เพียง​ ขณะที่​กระบี่​ยาว​ใน​มือ​เขา​พุ่ง​แทง​ไป​ที่​เฟิ่งจิ่ว​ เฟิ่งจิ่ว​เบี่ยง​ตัว​หลบ​ ประกาย​แสงสีเขียว​เส้น​หนึ่ง​พาด​ร่าน​ เสี้ยว​นาที​นั้น​พวกเขา​มองไม่เห็น​ว่า​คือ​อะไร​ ได้ยิน​เพียง​กระบี่​กระทบ​กัน​ดัง​เกร๊ง​


“เกร๊ง!”​


“ชิ้ง!”


“อึก​!”


ประกาย​กระบี่​พุ่ง​ออก​ไป​ พลัง​กระบี่​พลุ่งพล่าน​ เสียงร้อง​ครวญ​ดัง​ขึ้น​ พร้อมกับ​กลิ่น​คาวเลือด​ที่​กระจาย​ไป​ทั่ว​อากาศ​ เงาร่าง​สอง​ร่าง​ประมือ​กัน​หลาย​กระบวนท่า​ภายใน​ชั่วพริบตา​ เสียง​กระบี่​กระทบ​กัน​ดังก้อง​ไป​ทั่ว​ กลิ่นอาย​พลัง​วิญญาณ​และ​แรงกดดัน​อัน​แข็งแกร่ง​กระจาย​ไป​ทั่ว​อากาศ​


ความเร็ว​ของ​ทั้งสอง​สูงมาก​ ทำให้​ไม่มีใคร​มองเห็น​กระบี่​ที่​พวกเขา​ถือ​รวมถึง​กระบวนท่า​ที่​พวกเขา​ใช้ จนกระทั่ง​ กระแส​พลัง​อัน​แข็งแกร่ง​ขุม​หนึ่ง​ถูก​ซัด​กระจาย​ออก​ไป​รอบข้าง​ เงาร่าง​ของ​ทั้งสอง​ก็​ถอยห่าง​ออก​จากกัน​


กระบี่​ยาว​ชี้เฉียง​ลง​บน​พื้น​ เงาร่าง​สีเขียว​ยืน​สง่าท้า​สายลม​ ตอนนั้น​เอง​ที่​ทุกคน​เห็น​กระบี่​ใน​มือ​ของ​เด็กหนุ่ม​อย่าง​ชัดเจน​


“กระบี่​คม​พยับ​!”


ฮุ่น​หยวน​จื่อ​และ​คุณชาย​รอง​ไฉตะโกน​ขึ้น​ด้วย​ความ​ตะลึง​พร้อมกัน​ พวกเขา​รู้จัก​กระบี่​คม​พยับ​ จาก​ที่​ได้ยิน​มา กระบี่​นี้​เป็น​กระบี่​เท​.วะ​โบราณ​ เพียงแต่​กระบี่​เท.​วะ​โบราณ​ที่​เป็น​ดั่ง​สมบัติ​ล้ำค่า​นี้​ได้​หายสาบสูญ​ไป​หลาย​ปี​แล้ว​ เหตุใด​จู่ๆก็​ปรากฏตัว​? ซำยังอยู่​ใน​มือ​ของ​เด็กหนุ่ม​ที่​อายุ​น้อย​เช่นนี้​ด้วย​?


จัว​จวิน​เยวี่ย​มอง​เด็กหนุ่ม​ที่​ถือ​กระบี่​คม​พยับ​ไว้​ใน​มือ​ ประกาย​มืดมน​พาด​ร่าน​ดวงตา​ สีหน้า​ของ​เขา​ดู​เปลี่ยนไป​ใน​ชั่วพริบตา​ เพียงแต่​ไม่นาน​ก็​กลับมา​เป็นปกติ​จน​สังเกต​ไม่ทัน​ เขา​เม้มปาก​ จ้องมอง​อยู่​เงียบๆ​ มองดู​กระบี่​คม​พยับ​ที่​ส่อง​ประกาย​แสงสีเขียว​อยู่​ใน​มือ​เด็กหนุ่ม​


คม​ดาบ​อัน​แหลมคม​ส่อง​ประกาย​เย็นยะเยือก​ ตัว​ดาบ​เรืองแสง​สีเขียว​ ยัง​ไม่ได้​เข้าใกล้​ ก็​สัมรัส​ได้​ถึงพลัง​กระบี่​อัน​ดุดัน​น่า​พรั่นพรึง​แล้ว​ นะ​ นี่​มัน​กระบี่​คม​พยับ​ กระบี่​เท​.วะ​โบราณ​ใน​ตำนาน​!


ต่าง​จาก​คนอื่น​ที่​กำลัง​ตะลึงพรึงเพริด​ จอม​มาร​โลหิต​ที่​ถึงแม้จะตะลึง​เพราะ​เห็น​กระบี่​คม​พยับ​ใน​มือ​เด็กหนุ่ม​เหมือนกัน​ แต่​เขา​กลับ​ไม่ได้​ตะลึง​เพราะ​กระบี่​คม​พยับ​ ทว่า​ตกตะลึง​ใน​ตัวตน​ที่​แท้จริง​ของ​คน​รู้​นี้​!


“เจ้าคือ​เฟิ่งจิ่ว!​ เจ้าก็​คือ​ภูต​หมอ​เฟิ่งจิ่ว!​ เจ้าเป็นผู้หญิง​!”


วาจา​มั่นใจ​เปล่ง​ออกจาก​ปาก​เขา​ถึงสามประโยค​ติด​ แต่ละ​ประโยค​ล้วน​เปี่ยม​ไป​ด้วย​ความเคียดแค้น​และ​ตกตะลึง​ หาก​ไม่ได้​เห็น​กับ​ตา​ตนเอง​ เขา​แทบ​ไม่กล้า​เชื่อ​ว่า​เด็กหนุ่ม​หล่อเหลา​ตรงหน้า​นี้​ก็​คือ​ภูต​หมอ​เฟิ่งจิ่ว​ ผู้​ที่​มีชื่อเสียง​โด่งดัง​บน​แผ่นดินใหญ่​แถบ​ใต้​แม่น้ำ​!


บัดซบ​! เขา​ยัง​อุตส่าห์​คิด​จะจับ​อีก​ฝ่าย​มาอยู่​ข้าง​กาย​ เพื่อ​ที่​วันหน้า​จะได้​แย่ง​ร่าง​อัน​อ่อนเยาว์​ของ​เขา​มาใช้ แต่​ตอนนี้​กลับ​ต้อง​มารับรู้​ว่า​เด็กหนุ่ม​ตรง​หน้าเป็นผู้หญิง​! หนำซ้ำ​ยัง​เป็น​ภูต​หมอ​เฟิ่งจิ่ว​ที่​ปีศาจ​จอม​มาร​ผู้นั้น​ยัง​หวั่นเกรง​ ไม่ต้อง​เดา​ก็​รู้​ว่า​เขา​จะรู้สึก​อย่างไร​


หลังจากที่​พวกเขา​เข้าร่วม​แรน​การทำลายล้าง​ราชวงศ์​เฟิ่งหวง​ ต่อมา​พวกเขา​พลิก​กลับมา​มีชัย​ หลังจาก​ทำลายล้าง​สอง​ราชวงศ์​อย่าง​รวดเร็ว​ใน​เวลา​อัน​สั้น​ พวกเขา​ก็ได้​สร้าง​ความ​ตะลึง​ให้​แก่​กลุ่ม​อำนาจ​ต่างๆ​ บน​แผ่นดินใหญ่​แถบ​เหนือ​แม่น้ำ​ และ​ทำให้​กลุ่ม​อำนาจ​ต่างๆ​ บน​แผ่นดินใหญ่​แถบ​ใต้​แม่น้ำ​รวม​เป็น​กลุ่ม​อำนาจ​เดียว​ทำให้​พวกเขา​ไม่อาจ​ยื่นมือ​เข้ามา​แทรก​ได้​ ภูต​หมอ​เฟิ่งจิ่วผู้​นี้​เป็น​คน​ที่​ปีศาจ​จอม​มาร​กำชับ​แล้ว​กำชับ​อี​กว่า​ห้าม​ไป​มีเรื่อง​กับ​นาง​ นึกไม่ถึง​ นึกไม่ถึง​ว่า​กลับ​บังเอิญ​เจอ​ใน​ป่า​ภูเขาไฟ​แห่ง​นี้​!


นา​ทีนี้​ นึกถึง​วิธีการ​ที่​นาง​สังหาร​หา​นหรง​ก่อนหน้า​ นึกถึง​ที่​นาง​เจาะจงเล่นงาน​หา​นหรง​ จน​ถึงขั้น​ที่​หา​นหรง​ต้อง​ถอด​วิญญาณ​ต้น​เพื่อ​หนี​เอาตัวรอด​ ในที่สุด​เขา​ก็​เข้าใจ​แล้ว​! ที่แท้​นาง​ก็​คือ​เฟิ่งจิ่ว​ นาง​ก็​คือ​ภูต​หมอ​เฟิ่งจิ่ว!​


“อะ​ อะไร​นะ​? ภูต​หมอ​เฟิ่งจิ่ว​อะไร​? ผู้หญิง​อะไร​กัน​?”


ด้าน​หนึ่ง​ ฮุ่น​หยวน​จื่อ​เบิกตา​กว้าง​จ้อง​เฟิ่งจิ่ว​ มอง​พิจารณา​ตั้งแต่​หัว​จรด​เท้า​ เอ่ย​ด้วย​น้ำเสียง​แปลกประหลาด​ “เจ้าเด็กเมื่อวานซืน​นี่​เป็น​เด็กผู้ชาย​ชัด​ๆ ใช่ผู้หญิง​เสีย​ที่ไหน​? ไอ้​แก่​อย่าง​เจ้าสายตา​เลอะเลือน​แล้ว​กระมัง​!”


ตอนที่​ 2049: จอม​มาร​โลหิต​ตกใจ​หนี​เตลิด​


เพียงแต่​ยาม​เอ่ย​ประโยค​นั้น​ออกมา​ เสียง​ของ​ตา​เฒ่าเหมือน​จะอ่อน​ลง​อย่าง​ชัดเจน​ คล้าย​ไม่ค่อย​มั่นใจ​ เขา​จ้อง​พิจารณา​เฟิ่งจิ่ว​ซ้ำๆ ด้วย​สีหน้า​แปลก​ๆ ไม่รู้​ว่า​คิด​อะไร​อยู่​ หน้าตา​ดู​ประหลาด​ยิ่งนัก​


คนอื่น​ก็​มองดู​ด้วย​สีหน้า​แปลก​ๆเช่นกัน​ เหตุใด​จอม​มาร​โลหิต​จึงบอ​กว่า​เฟิ่งจิ่ว​เป็น​ผู้หญิง​? เขา​เป็น​ผู้ชาย​ไม่ใช่หรือ​? เป็นไปไม่ได้​หรอก​กระมัง​?


จัว​จวิน​เยวี่ย​แววตา​ไหว​ระริก​ สายตา​จับจ้อง​พิจารณา​เฟิ่งจิ่ว​ตั้งแต่​หัว​จรด​เท่า​ สายตา​แฝงแวว​ครุ่นคิด​


ฝาน​อี้​ซิว​เอง​ก็​ตะลึง​เช่นกัน​ ผู้หญิง​หรือ​ เป็นไปไม่ได้​กระมัง​? ดู​อย่างไร​ก็​เป็น​เด็กหนุ่ม​นี่​นา​! แม้หน้าตา​จะดู​งามละเอียด​ไป​บ้าง​ แต่​อย่างไร​ก็​ไม่ใช่ผู้หญิง​แน่นอน​! เฟิ่งจิ่ว​ดู​ไม่มีความ​กระมิดกระเมี้ยน​เฉกเช่น​สตรี​เลย​แม้แต่น้อย​ จะเป็น​ผู้หญิง​ไป​ได้​อย่างไร​กัน​? ยิ่งไปกว่านั้น​ ตลอด​เส้นทาง​นี้​พวกเขา​ก็​ถือว่า​สนิท​กัน​ระดับ​หนึ่ง​ หาก​เขา​เป็น​ผู้หญิง​มีหรือ​พวกเขา​จะแยก​ไม่ออก​?


จอม​มาร​โลหิต​ไม่สนใจ​พวกเขา​ เขา​ถอยหลัง​และ​จ้อง​เด็กหนุ่ม​ที่​กำลัง​กระตุก​ยิ้มมุมปาก​ด้วย​ความระแวดระวัง​ ตวาด​ด้วย​ความ​อับอาย​ระคน​โกรธแค้น​ “เป็น​ถึงภูต​หมอ​เฟิ่งจิ่ว​กลับ​ปลอมตัว​เป็น​ชาย​ก็แล้วไป​ แม้แต่​หน้าตา​ก็​ยัง​ต้อง​แปลง​โฉม ปลอมตัว​จน​มีสภาพ​เช่นนี้​ ทำไม​เล่า​? หรือไม่​กล้า​สู้หน้า​ใคร​?”


นึกไม่ถึง​ว่า​เขา​จะดู​ไม่ออ​กว่า​เด็กหนุ่ม​นี่​เป็น​ผู้หญิง​ แล้ว​ยัง​คิด​จะแย่ง​ร่าง​อีก​ฝ่าย​มาอีก​ ไม่อยาก​คิด​ว่า​หาก​เขา​แย่ง​ร่าง​ได้​สำเร็จ​ ถึงตอนนั้น​เขา​ที่​เป็น​ถึงจอม​มาร​โลหิต​กลับ​เข้าไป​อยู่​ใน​ร่าง​ของ​ผู้หญิง​คน​หนึ่ง​ ถึงตอนนั้น​ไม่อยาก​คิด​ว่า​จะเป็น​อย่างไร​!


เพียงแต่​ยิ่ง​คิด​ก็​ยิ่ง​อด​สูด​หายใจ​ด้วย​ความ​หวาดเสียว​ไม่ได้​ อีก​ฝ่าย​คือ​ภูต​หมอ​เฟิ่งจิ่ว​ คน​ที่​แม้แต่​ปีศาจ​จอม​มาร​ยัง​หวั่นเกรง​ แล้ว​เขา​จะจับ​คน​อย่างนี้​มาง่ายๆ​ได้​อย่างไร​กัน​? เขา​คิด​ง่าย​เกินไป​แล้ว​


เฟิ่งจิ่ว​ขยับ​หมุน​ดาบ​คม​พยับ​ใน​มือ​ ช้อนตา​มอง​จอม​มาร​โลหิต​ กลีบ​ปาก​เผยอ​ยิ้ม​ที่​เหมือน​จะยิ้ม​แต่​ก็​ไม่ยิ้ม​ “นึกไม่ถึง​ว่า​ท่าน​จอม​มาร​โลหิต​ผู้ยิ่งใหญ่​กลับ​รู้จัก​ข้า​ด้วย​ ช่างเป็นเกียรติ​ยิ่ง​”


“เหอะ​! เฟิ่งจิ่ว​ ข้า​รู้​ว่า​เป้าหมาย​ของ​เจ้าคือ​หา​นหรง​ ยาม​นี้​หา​นหรง​ตาย​ไป​ เท่ากับ​ชำระ​แค้น​สำเร็จ​แล้ว​ วันนี้​ ข้า​จะไม่ถือสา​เจ้าก็แล้วกัน​!” เอ่ย​จบ​ จอม​มาร​โลหิต​ถอยหลัง​ไป​ทีละ​ก้าว​ทีละ​ก้าว ขณะเดียวกัน​ก็​โบกมือ​สั่งให้​เหล่า​ผู้ฝึก​วิชา​มาร​ถอยทัพ​


เฟิ่งจิ่ว​มองดู​จอม​มาร​โลหิต​ถอยทัพ​ กลับ​ไม่ได้​ไล่ตาม​ไป​ เพียง​ยืน​มอง​อยู่​อย่างนั้น​ ขณะเดียวกัน​ น้ำเสียง​เย็น​ใสแฝงกลิ่นอาย​พลัง​วิญญาณ​อัน​แข็งแกร่ง​เปล่ง​ออกจาก​ปาก​ของ​เธอ​ “ฝาก​บอก​ปีศาจ​จอม​มาร​ของ​เจ้าด้วย​ สักวันหนึ่ง​ ข้า​จะเหยียบ​ตำหนัก​มาร​ของ​พวก​เจ้าให้​ราบคาบ​!”


ได้ยิน​เสียง​นั้น​ เลือด​ลม​ใน​ร่าง​ของ​จอม​มาร​โลหิต​ตี​ขึ้น​ลำคอ​ เขา​หัน​กลับมา​จ้อง​เงาร่าง​สีเขียว​ด้วย​สีหน้า​ตึงเครียด​ ก่อน​ตอบ​ด้วย​น้ำเสียง​เหี้ยมเกรียม​ “ตำหนัก​มาร​ของ​พวก​ข้า​ยินดีต้อนรับ​เสมอ​!”


สิ้น​เสียง​ เหล่า​ผู้ฝึก​วิชา​มาร​พวก​นั้น​หายวับ​ไป​ใน​พริบตา​ เหลือ​ไว้​เพียง​กลิ่น​คาวเลือด​จางๆ ใน​อากาศ​ รวมถึง​ความ​ตกตะลึง​และ​เหนือ​ความคาดหมาย​ของ​ผู้คน​รอบข้าง​…


ปะ​ ไป​ทั้ง​อย่างนี้​เลย​หรือ​?


ผู้ฝึก​วิชา​มาร​พวก​นั้น​ที่​แม้แต่​ฮุ่น​หยวน​จื่อ​ยัง​สู้ไม่ได้​ ไม่นึก​เลย​ ไม่นึก​เลย​ว่า​พอ​จำเฟิ่งจิ่ว​ได้​ก็​หนี​ไป​ทั้ง​อย่างนี้​แล้ว​?


ทุกคน​ตะลึง​ตาค้าง​ มอง​เงาร่าง​สีเขียว​ตรงหน้า​อย่าง​อึ้ง​ๆ รู้สึก​เพียง​เหนือ​ความคาดหมาย​ ภูต​หมอ​เฟิ่งจิ่ว​ผู้​นี้​เป็น​ใคร​มาจาก​ไหน​กัน​แน่​? เพียงแค่​แสดง​กระบี่​คม​พยับ​เล่ม​นั้น​ให้​เห็น​ และ​เอ่ย​นาม​ภูต​หมอ​เฟิ่งจิ่ว​ออกมา​ ก็​ทำให้​พวก​ผู้ฝึก​วิชา​มาร​ตกใจ​จน​หนี​เตลิด​ไป​ได้​เลย​หรือ​? หนำซ้ำ​ ยัง​ทำให้​จอม​มาร​โลหิต​ ซึ่งเป็นหนึ่ง​ใน​สิบ​จอม​มาร​ภายใต้​อาณัติ​ของ​ปีศาจ​จอม​มาร​ตกใจ​หนี​ไป​ได้​ด้วย​?


พวกเขา​ไม่ได้​มอง​ผิด​ไป​แน่​ใช่หรือไม่​?


เวลานี้​ เรียก​ได้​ว่า​ทุกคน​รู้สึก​ตกตะลึง​และ​เหลือเชื่อ​ พวกเขา​ไม่เคย​พบ​เจอ​เรื่อง​อย่างนี้​มาก่อน​ มัน​ประหลาด​ และ​น่า​เหลือเชื่อ​เกินไป​แล้ว​…


อีก​อย่าง​ หาก​ภูต​หมอ​เฟิ่งจิ่ว​ที่​จอม​มาร​โลหิต​พูดถึง​คือ​เด็กหนุ่ม​ที่​ยืน​อยู่​ตรงหน้า​นี้​ อย่างนั้น​ อย่างนั้น​เขา​ก็​คือ​นาง​? เป็น​ผู้หญิง​?


นึก​มาถึงตรงนี้​ สายตา​แปลกประหลาด​ที่​แฝงแวว​อยากรู้อยากเห็น​จับจ้อง​ไป​ที่​เด็กหนุ่ม​ ดู​อย่างไร​ก็​ไม่เหมือน​ผู้หญิง​…


ตอนที่​ 2050: อาจารย์​ข้า​แซ่ฉู่


ครั้น​สัมผัส​ได้​ถึงสายตา​ของ​ทุกคน​ที่อยู่​ข้างหลัง​ เฟิ่งจิ่ว​หัน​กลับมา​มอง​พวกเขา​ ยาม​สบ​กับ​สายตา​ฉงน​ฉงาย​ระคน​เลื่อมใส​ เธอ​เอ่ย​ด้วย​น้ำเสียง​จนใจ​ “ที่จริง​เหตุผล​สำคัญ​ที่​ข้า​เข้ามา​ใน​ป่า​ภูเขาไฟ​ก็​เพื่อ​สังหาร​คน​คน​นั้น​ “เธอ​ยก​กระบี่​คม​พยับ​ใน​มือ​ชี้ไป​ยัง​ศพ​ของ​หา​นหรง​ที่อยู่​บน​พื้น​


ประโยค​เดียว​ บ่งบอก​พวกเขา​ว่า​นาง​ไม่ใช่คน​ของ​สำนัก​ดาราจักร​ และ​ไม่ใช่คน​ของ​ตระกูล​ไฉด้วย​เช่นกัน​


ได้ยิน​อย่างนั้น​ ไม่ว่า​จะเป็น​พวก​ฝาน​อี้​ซิว​ หรือ​พวก​คุณชาย​รอง​ไฉ ต่าง​จ้อง​เธอ​อย่าง​ปาก​อ้า​ตาค้าง​ ตลอด​เส้นทาง​นี้​พวกเขา​นึก​ว่า​เธอ​เป็น​คน​ของ​อีก​ฝ่าย​ นึก​อยู่​นาน​ พวกเขา​กลับ​ไม่รู้​ว่า​เธอ​แฝงตัว​เข้ามา​ตั้งแต่​ตอน​ไหน​?


“สะ เสี่ยว​จิ่ว​ จะ เจ้าเป็น​ผู้หญิง​จริง​หรือ​?” ไฉเฟิงจ้อง​เธอ​ด้วย​สีหน้า​แปลก​ๆ คิด​ภาพ​ไม่ออ​กว่า​หาก​เด็กหนุ่ม​ตรงหน้า​สวมใส่​เสื้อผ้า​ผู้หญิง​จะเป็น​อย่างไร​?


“อืม​ ข้า​เป็น​ผู้หญิง​” เธอ​เผย​ยิ้ม​จน​ตาหยี​ และ​รอยยิ้ม​นี้​ ไม่มีแวว​เย่อหยิ่ง​เจ้าเล่ห์​เหมือน​ตอน​สู้กับ​พวก​นั้น​ มีเพียง​ความเป็นมิตร​เหมือน​เด็กสาว​ข้าง​บ้าน​เท่านั้น​


“แต่​ แต่ว่า​เจ้าจะเป็น​ผู้หญิง​ไป​ได้​อย่างไร​ เจ้า…” เขา​จ้องมอง​เธอ​ขึ้นๆลงๆ​อยู่​อย่างนั้น​ ชี้ไป​ที่​หน้าอก​แบน​ราบ​ของ​เฟิ่งจิ่ว​อยาก​จะถาม แต่​สุดท้าย​กลับ​ถามไม่ออก​สัก​คำ​


“เจ้าเด็ก​นี่​ ถามอะไร​ส่งเดช​! นาง​บอ​กว่า​เป็น​ผู้หญิง​ก็​ต้อง​เป็น​ผู้หญิง​สิ ยัง​จะถามอะไร​มากมาย​อีก​ทำไม​?” คุณชาย​รอง​ไฉตบ​หัว​ไฉเฟิง ห้ามไม่ให้​เขา​ถามอะไร​ไม่เหมาะสม​ออก​ไป​


เฟิ่งจิ่ว​ยิ้ม​ๆ ไม่ได้​พูด​อะไร​อีก​ เพียง​เช็ด​ทำความสะอาด​กระบี่​คม​พยับ​ก่อน​จะเก็บ​ ทว่า​ เงาร่าง​หนึ่ง​กลับ​เดิน​มาหยุด​ยืน​ตรงหน้า​เธอ​


“นี่​ก็​คือ​กระบี่​คม​พยับ​ กระบี่​เท.​วะ​โบราณ​หรือ​? ให้​ข้า​ดู​หน่อย​ได้​หรือไม่​?” จัว​จวิน​เยวี่ย​ยืน​อยู่​ตรงหน้า​เฟิ่งจิ่ว​ สายตา​จับจ้อง​กระบี่​ใน​มือ​เธอ​


ได้ยิน​แล้ว​เฟิ่งจิ่วชะ​งัก​เล็กน้อย​ แต่กลับ​ยังคง​ยื่น​กระบี่​คม​พยับ​ที่เก็บ​เข้าฝัก​ให้​เขา​ “มือจับ​ไม่ได้​ พลัง​กระบี่​คม​พยับ​จะทำให้​บาดเจ็บ​ได้​” เธอ​เตือน​


ฮุ่น​หยวน​จื่อ​ที่อยู่​ข้างหลัง​แปลกใจ​เล็กน้อย​ ลอบ​คิดในใจ​ จัว​จวิน​เยวี่ย​เป็น​อะไร​ไป​ เหตุใด​จึงได้​สน.อกสนใจ​กระบี่​คม​พยับ​นัก​? แม้กระบี่​คม​พยับ​จะเป็น​กระบี่​เท​วะ​โบราณ​ที่​แม้แต่​เขา​ยัง​อยากรู้อยากเห็น​อยู่​บ้าง​ แต่​โดยปกติ​แล้ว​ หาก​เป็น​กระบี่​ของ​คนอื่น​ การ​ขอ​จับ​ส่งเดช​กลับ​ดู​ไม่เหมาะสม​นัก​


“ขอบใจ​มาก​”


จัว​จวิน​เยวี่ย​รับ​ไป​ก่อน​จะชัก​ออกมา​ดู​ บน​ตัว​กระบี่​สลัก​คำ​ว่า​คม​พยับ​เอาไว้​ พลัง​กระบี่​นั่น​พรั่นพรึง​น่าเกรงขาม​ แหลมคม​ยิ่งนัก​ จ้องมอง​กระบี่​ใน​มือ​ สายตา​ของ​เขา​ไหว​ระริก​ ไม่รู้​ว่า​กำลัง​คิด​สิ่งใด​อยู่​ เนิ่นนาน​ เขา​ยื่น​กระบี่​คม​พยับ​คืนให้​เฟิ่งจิ่ว​ มอง​เธอ​ ก่อน​ถามว่า​ “ดาบ​เล่ม​นี้​เจ้าได้มา​ได้​อย่างไร​?”


จัว​จวิน​เยวี่ย​ไม่ใช่คน​ที่จะ​เสียมารยาท​ แต่​คน​อย่างนี้​กลับ​กระทำ​เรื่อง​ที่​ไม่เหมาะสม​ถึงสอง​ครั้ง​ติดกัน​ เฟิ่งจิ่ว​ได้ยิน​คำถาม​ของ​เขา​ ก็​มอง​เขา​ด้วย​สายตา​ลึกซึ้ง​


“กระบี่​เล่ม​นี้​เดิม​เป็น​ของ​อาจารย์​ของ​ข้า​ เขา​ซ่อน​กระบี่​เล่ม​นี้​ไว้​ใน​สุสาน​หมื่น​กระบี่​ ปี​นั้น​ตอนที่​ข้า​กราบ​เขา​เป็น​อาจารย์​ เรื่อง​ที่​เขา​ให้​ข้า​ทำ​เป็นเรื่อง​ที่สอง​ก็​คือ​เข้าไป​ตามหา​กระบี่​คม​พยับ​ใน​สุสาน​หมื่น​กระบี่​ เขา​ส่งข้า​เข้าไป​ใน​สุสาน​หมื่น​กระบี่​ จากนั้น​ก็​ให้​ข้า​ตามหามัน​ด้วยตนเอง​ และ​นำมันออกมา​”


ขณะ​เล่า​ให้​ฟัง เฟิ่งจิ่ว​เก็บ​กระบี่​คม​พยับ​ มอง​จัว​จวิน​เยวี่ย​แล้ว​ถาม “เจ้าสนใจ​หรือ​?”


จัว​จวิน​เยวี่ย​มอง​เธอ​ นัยน์ตา​ลึกซึ้ง​ คล้าย​มีอะไร​อยาก​จะบอก​ แต่​สุดท้าย​กลับ​ส่ายหน้า​ ไม่พูด​อะไร​


เห็น​อย่างนั้น​ เฟิ่งจิ่ว​จ้องหน้า​เขา​ เอ่ย​ว่า​ “อาจารย์​ของ​ข้า​แซ่ฉู่”


เธอ​เห็น​จัว​จวิน​เยวี่ย​หลุบ​ตาต่ำ​ เก็บ​ซ่อน​ประกาย​ใน​สายตา​ อด​สะดุดใจ​ไม่ได้​ ก่อน​จะยื่น​ป้าย​คำสั่ง​ให้​เขา​ “ภายหน้า​หาก​มีโอกาส​ก็​มาหา​ข้า​ได้ที่​หอ​ยา​สวรรค์​ใน​เมือง​ร้อย​นที​”


จัว​จวิน​เยี่ย.ม​อง​ป้าย​คำสั่ง​แผ่น​นั้น​ ชะงัก​ไป​เล็กน้อย​ ก่อน​จะรับ​ป้าย​คำสั่ง​ที่​เธอ​ยื่น​ให้​


จบตอน

Comments