ตอนที่ 2051: ข้าอยากกราบอาจารย์
“เจ้าคิดจะทำอะไร? คิดจะหนีอีกแล้วหรือ?” ฮุ่นหยวนจื่อเห็นก็รีบมายืนจ้องหน้าเธออยู่ข้างๆ “เจ้าคนไร้มโนธรรม คิดจะทิ้งพวกข้าไปทั้งอย่างนี้หรือ? อีกอย่าง เจ้าให้ป้ายคำสั่งเขา แล้วทำไมไม่มีของข้า? ให้ข้าด้วยป้ายหนึ่ง” เขายื่นมือไปตรงหน้าเฟิ่งจิ่ว
เฟิ่งจิ่วมองเขาแวบหนึ่ง ยิ้มเอ่ย “ยาที่ข้าให้ท่านกินไม่ใช่ถูกๆ อีกอย่าง ข้ายังช่วยชีวิตท่านไว้ตั้งหนึ่งครั้งนะ”
“เหอะ! ข้ามีหรือต้องให้เจ้าช่วย ไอ้แก่นั่นสังหารข้าได้ก็แปลกแล้ว” เขาแค่นเสียงอย่างปากแข็ง ถามอีก.ว่า “นี่เจ้าคิดจะไปไหน? จะไม่ไปกับพวกข้าแล้วงั้นรึ?”
“เสี่ยวจิ่ว เจ้าจะไปแล้วจริงหรือ?” คุณชายรองไฉเองก็ก้าวเข้ามาถามด้วยเช่นกัน ตลอดการเดินทางนี้โชคดีที่มีนางพวกเขาถึงได้อยู่รอดปลอดภัย วันนี้หากไม่ใช่เพราะนาง เกรงว่าพวกเขาคงยากจะรอดชีวิต ยามนี้ได้ยินว่านางจะไปแล้ว ก็อดร้อนใจขึ้นมาไม่ได้
เฟิ่งจิ่วเห็นพวกเขาแต่ละคนสีหน้าแตกตื่นกังวล จึงยิ้มเอ่ย “ข้ายังมีเรื่องต้องไปทำ เดิมทีแฝงตัวเข้ามาอยู่ในกลุ่มพวกท่านก็เพื่อไม่ให้เป็นที่สะดุดตาเกินไป ไม่ให้หานหรงจับได้ ตอนนี้เขาตายแล้ว ก็ถึงเวลาที่ข้าต้องไปแล้ว”
“งะ งั้นต่อไปพวกเราจะได้เจอกันอีกหรือไม่?” คุณชายรองไฉถาม ที่จริงเขาอยากถามว่าสิ่งที่เธอมอบให้จัวจวินเยวี่ยคืออะไร? หากภายหน้าพวกเขามีปัญหาอยากให้เธอช่วย จะไปตามหาได้ที่ไหน?
ได้ยินคุณชายรองไฉถาม เฟิ่งจิ่วยิ้มๆ ตอบว่า “ไปหาข้าได้ที่หอยาสวรรค์ในเมืองร้อยนที” เอ่ยจบ เธอเขย่งปลายเท้า กระโดดขึ้นกลางอากาศ ตีลังกานั่งลงบนหลังของเจ้ากลืนเมฆาที่ยืนอยู่ฝั่งหนึ่ง
“ไว้พบกันใหม่”
เธอประสานมือคารวะทุกคน สายตากวาดมองผ่านฮุ่นหยวนจื่อ และหยุดมองที่จัวจวินเยวี่ย คิดในใจว่าหากกลับไปต้องสั่งให้คนสืบประวัติของจัวจวินเยวี่ย
“โธ่ เจ้าอย่าเพิ่งรีบไปสิ! ข้าจะไปกับเจ้าด้วย เจ้าจะไปไหน? ข้าจะไปด้วย” ฮุ่นหยวนจื่อได้สติก็รีบก้าวตามไป
เฟิ่งจิ่วได้ยินก็มุมปากกระตุก เธอนั่งอยู่บนหลังเจ้ากลืนเมฆา มองตาเฒ่าที่ดึงชายเสื้อของเธอเหมือนเฒ่าทารก ถามว่า “จนถึงตอนนี้ท่านยังคิดจะให้ข้ากราบท่านเป็นอาจารย์อีกหรือ?”
“เปล่า”
ฮุ่นหยวนจื่อส่ายหน้า ก่อนจะเผยยิ้มแล้วมองเธอ “แต่ข้าอยากกราบเจ้าเป็นอาจารย์ เจ้าสอนมวยไทเก๊กให้ข้าเถิด! กระบวนท่าพวกนั้นข้าเห็นแล้วก็ใจเต้นนัก หนำซ้ำยังมีส่วนคล้ายกับหมัดแปดทิศของข้าหลายส่วน ฉะนั้น ข้าอยากเรียนวิชามวยไทเก๊กจากเจ้า เจ้ารับข้าเป็นศิษย์เถิด!”
ได้ยินคำพูดของฮุ่นหยวนจื่อแล้ว ไม่เพียงคนตระกูลไฉที่ตกตะลึง แม้แต่พวกฝานอี้ซิวที่เป็นศิษย์สำนักเซียนก็ตะลึงไม่แพ้นกัน ภูเขาไท่ซานแห่งสำนักดาราจักรของพวกเขากลับจะกราบเฟิ่งจิ่วเป็นอาจารย์? นะ นี่มันจะไปกันใหญ่แล้วกระมัง?
แม้เฟิ่งจิ่วจะโดดเด่นทั้งด้านวิชาแพทย์และวรยุทธ์ แต่ฮุ่นหยวนจื่ออายุปูนนั้นแล้ว อาวุโสที่มีตำแหน่งสูงเช่นนั้นกลับจะกราบเด็กหนุ่มเป็นอาจารย์ ไม่สิ กราบเด็กสาวเป็นอาจารย์ มองอย่างไรก็น่าเหลือเชื่อเกินไปแล้ว และพวกเขาก็ไม่อาจเข้าใจได้ว่าฮุ่นหยวนจื่อกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่
ส่วนเฟิ่งจิ่วที่ได้ยินว่าฮุ่นหยวนจื่ออยากกราบเธอเป็นอาจารย์ก็หนังตากระตุก ชำเลืองมองเขาแวบหนึ่ง ก่อนตอบว่า “ท่านแก่เกินไป ข้าไม่รับ”
ครั้นได้ยินวาจารังเกียจของเธอ ฮุ่นหยวนจื่อร้อนใจจนกระทืบเท้า “ข้าแก่ที่ไหน? ก่อนหน้านี้เจ้ายังว่าข้าดวงหน้าแดงเรื่อผิวเนียนใสไร้ริ้วรอยไม่ใช่หรือ? เหตุใดตอนนี้มาหาว่าข้าแก่แล้วเล่า?”
“อายุกระดูกก็ปูนนี้แล้ว ใครเขาจะอยากได้กัน?” เฟิ่งจิ่วเอ่ยด้วยน้ำเสียงดูแคลน ตบหัวเจ้ากลืนเมฆาเบาๆ ขณะเดียวกันก็สะบัดมือ “ท่านอย่าดึงชายเสื้อข้า ข้าจะไปแล้ว”
ตอนที่ 2052: เจ้ารอข้าก่อน
เจ้ากลืนเมฆากระโดดขึ้นกลางอากาศ พาเฟิ่งจิ่วพุ่งทะยานเข้าไปในป่า ฮุ่นหยวนจื่อที่เห็นอย่างนั้นร้อนใจ “เจ้ารอข้าก่อนสิ! รอข้าก่อน!” เขาตะโกน ทำท่าจะวิ่งตามไป เวลานี้ กลับถูกคนข้างหลังดึงไว้ก่อน
“ท่านบุพพาจารย์” ฝานอี้ซิวดึงเขาไว้ ถามว่า “ท่านบุพพาจารย์ หากท่านไปแล้วพวกข้าจะทำอย่างไร?” ที่นี่ยังไม่ถึงส่วนลึกของป่า หากพวกฮุ่นหยวนจื่อไม่อยู่ อาศัยเพียงพวกเขาเกรงว่าจะเข้าไปถึงข้างในได้ยาก
“ปล่อยข้า ปล่อยข้า!”
ตาเฒ่าสะบัดมือ หันไปจ้องพวกเขาอย่างไม่สบอารมณ์ เอ่ยว่า “ทำอย่างไรอะไรของพวกเจ้า? ปัญหาง่ายแค่นี้ยังจะถามข้าอีกหรือ? เจ้าเด็กเมื่อวานซืนนั่นไปแล้ว ข้าก็จะตามเขาไปด้วย ก็แสดงว่าไม่มีใครคอยปกป้องพวกเจ้าแล้ว พวกเจ้ารีบเดินย้อนไปตามทางเดิม แล้วออกจากป่าภูเขาไฟแห่งนี้ไปเสีย ไม่เช่นนั้น หากยังดึงดันจะเดินหน้าต่อใครจะรู้ว่าพวกเจ้าจะเจอกับอะไรบ้าง!”
คุณชายรองไฉได้ยินอย่างนั้นก็พยักหน้า “ท่านเซียนพูดถูก ข้าก็คิดอย่างนี้เหมือนกัน”
หากพวกเขาไม่อยู่ อย่างนั้นคณะเดินทางก็ไม่อาจเดินหน้าต่อไปได้เช่นกัน เรื่องราวที่พวกเขาเจอในการเดินทางครั้งนี้มากเกินพอแล้ว หากยังเดินหน้าต่อทั้งที่ไม่มีผู้แข็งแกร่งคอยคุ้มกันเป็นเรื่องที่อันตรายเกินไป อย่างไรป่าภูเขาไฟแห่งนี้ก็ไม่ใช่สถานที่ที่พวกเขาควรเข้ามา รีบออกไปดีที่สุด จะได้ไม่ทำให้ลูกหลานในตระกูลต้องตายอยู่ในนี้กันหมด
ได้ยินอย่างนั้น ฝานอี้ซิวชะงัก มองฮุ่นหยวนจื่อ และหันไปมองคุณชายรองไฉ เนิ่นนาน เขาหันไปถามเหล่าศิษย์น้องที่อยู่ข้างหลัง “พวกเจ้าคิดเห็นอย่างไร?”
พวกเขามองหน้ากัน ตอบว่า “ศิษย์พี่ใหญ่ พวกข้าเองก็คิดว่าออกจากที่นี่ไปดีกว่า อีกอย่าง หลังออกจากที่นี่พวกข้าก็อยากกลับบ้าน”
เห็นอย่างนั้น ฝานอี้ซิวจึงพยักหน้า “ก็ดีเหมือนกัน งั้นก็ตกลงตามนี้ก็แล้วกัน!” เขาหันไปมองฮุ่นหยวนจื่อ เอ่ยว่า “ท่านบุพพาจารย์ ภายหน้า…” ยังพูดไม่ทันจบ ก็เห็นเขาออกเดินไปด้วยความเร่งรีบ ขณะเดียวกัน น้ำเสียงร้อนรนของเขาก็ดังมาตามสายลมด้วย
“เอาล่ะเอาล่ะ อย่ามัวพูดมากกับข้าอยู่เลย พวกเจ้ารีบกลับไปเถอะ! ข้าจะไปตามหาเจ้าเด็กเมื่อวานซืน หากยังไม่รีบตามไปนางต้องหนีไปไกลแล้วแน่ จวินเยวี่ย รีบตามมาให้ไว!”
จัวจวินเยวี่ยได้ยินอย่างนั้นก็หันไปพยักหน้าให้ทุกคน ก่อนจะรวบรวมพลังไหวกายออกไป ไล่ตามชายชรา “ท่านยังบาดเจ็บอยู่ มีสัตว์พาหนะให้ขี่อยู่ไม่ใช่หรือ? เหตุใดไม่ใช้?”
ครั้นเขาเตือนสติ ฮุ่นหยวนจื่อชะงัก “จริงด้วย! ข้ามีสัตว์พาหนะอยู่นี่นา! เจ้าเด็กเมื่อวานซืนนั่นทำข้าโกรธจนเลอะเลือนไปเสียแล้ว ลืมไปเลยว่าข้าก็เป็นคนที่มีสัตว์พาหนะให้ขี่เหมือนกัน”
เขาเอ่ยด้วยความดีใจ พลางเรียกสัตว์พาหนะของตนเองออกมาขี่ และออกคำสั่งกับสัตว์พาหนะของเขา จากนั้นก็พุ่งตรงไปข้างหน้า
เห็นอย่างนั้น จัวจวินเยวี่ยรวบรวมพลังเหาะออกไป ตามฮุ่นหยวนจื่อไปติดๆ ตามหาเงาร่างของเฟิ่งจิ่ว
หลังเห็นพวกเขาจากไป คุณชายรองไฉถอนหายใจ หันกลับไปมองทุกคน “ท้องฟ้าเริ่มสว่างแล้ว พวกเรารีบออกเดินทางไปจากที่นี่กันเถิด! ระหว่างทางกลับพวกเราต้องระมัดระวังให้มากหน่อย”
“ขอรับ”
ทุกคนรับคำ หลังจากเตรียมตัวเสร็จก็ออกเดินทางไปจากที่นี่อย่างรวดเร็ว เพียงแต่ขณะเดินทาง พวกเขาอดไม่ได้ที่จะหันไปมองข้างหลัง รู้สึกเพียงการเดินทางในป่าภูเขาไฟครั้งนี้เป็นประสบการณ์ที่พวกเขายากจะลืมได้ แต่ละเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แม้เวลาจะผ่านไปนานเพียงใด พวกเขาก็ยังคงจำได้อย่างชัดเจน…
ขณะเดียวกันอีกด้านหนึ่ง เฟิ่งจิ่วที่ขี่เจ้ากลืนเมฆาจากมาอารมณ์เบิกบานเพราะสังหารหานหรงได้สำเร็จ ยามนี้หานหรงตายแล้ว ที่เหลือเธอก็แค่เข้าไปตามหาศิลาเพลิงในส่วนลึกของป่าภูเขาไฟแห่งนี้ จากนั้นก็ไปจากที่นี่ได้แล้ว
ทว่า ขณะที่เธอกำลังฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดีนั้น จู่ๆกลับชะงัก และหันกลับไปมองข้างหลัง…
ตอนที่ 2053: อาจารย์น้อย
ครั้นหันกลับไปมอง ก็อดมุมปากกระตุกไม่ได้ ห่างออกไปประมาณสามสิบจั้ง ตาเฒ่าชุดเทากำลังขี่สัตว์กลายพันธ์รูปร่างหน้าตาประหลาดไล่ตามมาข้างหลัง ด้านข้างมีจัวจวินเยวี่ยตามอยู่ด้วยใบหน้าไร้อารมณ์ เห็นทั้งสองไล่ตามมาอย่างเงียบเชียบ เธออดยกมือตบหน้าผากไม่ได้
ด้านหลัง ครั้นเห็นเฟิ่งจิ่วสังเกตเห็นพวกเขา ตาเฒ่ายิ้มกว้าง ไม่ได้สำนึกตนเลยว่ากำลังสะกดรอยตามผู้อื่น ซ้ำยังโบกมือให้เฟิ่งจิ่วอย่างตื่นเต้น “ฮ่า เจ้าเด็กเมื่อวาน…” ตะโกนออกไปได้ครึ่งหนึ่ง เขาก็เปลี่ยนคำเรียกขาน จากเจ้าเด็กเมื่อวานซืน กลายเป็น “ท่านอาจารย์น้อย”
เหอะๆ หากเทียบกันเรื่องหนังหน้า หากตาเฒ่าอย่างเขากล้านับตนเองเป็นลำดับที่สอง ก็ไม่มีใครกล้านับเป็นที่หนึ่ง แม้จะเสียเปรียบหน่อย แต่หากสามารถเรียนมวยไทเก๊กได้ แค่คิดก็ตื่นเต้นมากแล้ว
ฉะนั้น ไม่ว่านางจะยอมรับหรือไม่! ก็เรียกท่านอาจารย์น้อยไปก่อน กอปรกับตามตื๊อนางไปเรื่อยๆ เขาไม่เชื่อว่านางจะไม่ยอมสอน
“ท่านไม่ตามพวกเขาไป มาตามข้าทำไม?” เธอถามด้วยความจนใจ ตาเฒ่านี่ประหลาดเกินไปแล้ว ไม่ห่วงความเป็นความตายของคนพวกนั้นที่อยู่ในป่านี้เลยหรือ? อย่างน้อยก็รู้จักกันมาตลอดการเดินทางนี้ เหตุใดจึงไม่สนใจความเป็นความตายของพวกเขาเลยเล่า?
“ข้าให้พวกเขากลับไปก่อนแล้ว ยังต้องให้ข้าคอยปกป้องเสียที่ไหน?” ตาเฒ่าตอบ สั่งให้สัตว์พาหนะวิ่งเข้ามาหยุดอยู่ข้างกายเฟิ่งจิ่ว “อีกอย่าง ข้าจะเรียนมวยไทเก๊กกับเจ้า! ท่านอาจารย์น้อยข้าก็เรียกแล้ว เจ้าจะตุกติกไม่ได้เชียวนะ”
“ข้าไม่ได้บังคับให้ท่านเรียกเสียหน่อย” เฟิ่งจิ่วชำเลืองมองเขาแวบหนึ่ง “อีกอย่าง ข้าก็ไม่ได้บอก.ว่าจะสอนเสียหน่อย!”
“เจ้าๆๆ เจ้าจะทำอย่างนี้ไม่ได้นะ” ตาเฒ่าเอ่ยอย่างอัดอั้นตันใจ แต่กลับทำอะไรไม่ได้
เห็นอย่างนั้น เฟิ่งจิ่วมองเขา ครุ่นคิด เอ่ยว่า “ข้าเสร็จธุระแล้วต้องกลับไป จะไม่รั้งอยู่ข้างนอกนานนัก ท่านก็รู้ว่าข้ามีแกนเคลื่อนย้ายจี๋.กวงติดตัวอยู่ เมื่อถึงตอนข้ากลับ ข้ากลับเร็วกว่าท่านหลายเท่า”
“พูดให้เข้าใจหน่อย” ตาเฒ่าถลึงตาจ้องเธอแวบหนึ่ง จะพูดอะไรก็ไม่พูดตรงๆ
“ข้าหมายความว่า เจ้าตามข้าไปก็ไม่มีประโยชน์ ไม่แน่ว่าจู่ๆข้าอาจหายไปเลย ในเมื่อท่านอยากเรียน ข้ากลับชี้แนะเส้นทางให้ท่านได้” เฟิ่งจิ่วบอกเขา
“เส้นทางใด? ข้าจะบอกให้ ข้าจะเรียนกับเจ้าคนเดียว อย่าได้คิดจะผลักข้าให้ใครที่ไหนเด็ดขาดเล่า” เขาแค่นเสียง หน้าตาเย่อหยิ่ง “ไม่ใช่ว่าใครที่ไหนก็ทำให้ข้าเรียกว่าท่านอาจารย์น้อยได้นะ”
“ไม่ต้องให้ท่านเรียกท่านอาจารย์น้อยอะไรทั้งนั้น ไปหาคนชื่อเหลิ่งหวาที่หอยาสวรรค์ในเมืองร้อยนที วิชามวยไทเก๊กของเขาข้าเป็นคนสอน ท่านไปเรียนกับเขาก็พอ” เฟิ่งจิ่วยิ้มตาหยีบอกเขา
“ได้อย่างไรกัน! คนที่เจ้าสอนนั่นใครจะรู้ว่าเขาเรียนไปได้กี่ส่วนแล้ว? เรียนยังไม่ถึงไหนแล้วมาสอนข้า ข้าไม่กล้าให้เขาสอนหรอกนะ” เขากลอกตาไปมา ก่อนจ้องเฟิ่งจิ่ว ถามว่า “เจ้าเข้าไปทำอะไรในส่วนลึกของป่าแห่งนี้?”
ได้ยินอย่างนั้น เฟิ่งจิ่วหันไปมองส่วนลึกของป่า ตอบว่า “ในเมื่อมาถึงป่าภูเขาไฟแล้ว ย่อมต้องเอาศิลาเพลิงกลับไปด้วย ดูว่าเป็นสมบัติล้ำค่าที่ใช้ประโยชน์ได้จริงๆหรือไม่”
“ในเมื่อเป็นอย่างนี้ ให้พวกข้าตามเจ้าไปด้วยไม่ยิ่งดีกว่าหรือ? ระหว่างทางหากมีอะไรก็จะได้ช่วยดูแลกันได้ด้วย! อีกอย่าง ตอนนี้ข้าบาดเจ็บอยู่ หากมีคนจ้องจะเอาชีวิตข้า ข้าก็ต้องตายน่ะสิ? หนำซ้ำ ที่นี่ข้าเคยมา ข้ารู้จักเส้นทางดีเชียวล่ะ” เขาโอ้อวด หน้าตาเหมือนจะบอกว่าข้ารู้ว่าศิลาเพลิงอยู่ที่ใด
เห็นอย่างนั้น เฟิ่งจิ่วมองเขาแวบหนึ่ง จากนั้นก็เลื่อนสายตาผ่านจัวจวินเยวี่ย ก่อนจะพยักหน้า “ก็ได้”
ตอนที่ 2054: เขายังไม่แต่งงาน
ฮุ่นหยวนจื่อจ้องเฟิ่งจิ่ว จากนั้นก็หันไปมองจัวจวินเยวี่ยที่อยู่ข้างๆ สายตาดูประหลาดขึ้นมา แม่หนูนี่เอาแต่จ้องเจ้าขอนไม้ท่อนนี้ เขามั่นใจว่าแม้จะยอมให้เขาร่วมเดินทางด้วย ก็ต้องเป็นเพราะท่อนไม้ที่อยู่ข้างๆท่อนนี้แน่นอน นางคงไม่ได้ถูกใจเขาเข้าแล้วกระมัง?
นึกมาถึงตรงนี้ เขาลูบหนวด ดวงตาเฉียบแหลมกลอกหมุนไปมา
ด้วยเหตุนี้ การเดินทางที่ตอนแรกมีเพียงคนเดียว กลายเป็นสามคน เฟิ่งจิ่วกับฮุ่นหยวนจื่อนั่งสัตว์พาหนะ มุ่งหน้าเข้าไปในป่าอย่างเชื่องช้า ส่วนจัวจวินเยวี่ยเดินตามข้างๆทั้งสอง ตลอดเส้นทาง พวกเขาพูดคุยสัพเพเห.ระ
“แม่หนู เจ้า…”
“ตอนนี้ข้าแต่งกายเป็นชาย อย่าเรียกข้าว่าแม่หนู เรียกข้าเสี่ยวจิ่วเถิด!” เฟิ่งจิ่วขัดขึ้น สายตาจ้องมองไปข้างหน้า
“ก็ได้ ข้าถามเจ้า วิชามวยไทเก๊กเจ้าไปเรียนมาจากใคร? อาจารย์ของเจ้าหรือ?” สายตาของตาเฒ่ามองเธอด้วยความตื่นเต้น วิชาหมัดเช่นนั้น
ได้ยินอย่างนั้น เฟิ่งจิ่วมองเขาแวบหนึ่ง สีหน้าดูแปลกประหลาด “ท่านกินไข่ยังต้องถามว่าออกมาจากไก่ตัวใดอีกหรือ?”
ตาเฒ่าถูกยอกย้อนเช่นนี้ ถึงกับพูดไม่ออกเลยทีเดียว
เฟิ่งจิ่วเดินผ่านเขาไป สายตาจับจ้องไปที่จัวจวินเยวี่ย ถามว่า “บ้านเจ้ายังมีใครอีก?” การสืบข่าว จะมีวิธีใดที่ดีและเร็วไปกว่าการสืบจากเจ้าตัวตรงๆ?
ได้ยินอย่างนั้น ตาเฒ่าถลึงตา จ้องเฟิ่งจิ่วด้วยสีหน้าแปลกๆลอบคิดในใจ แม่หนูนี่เหตุใดสืบประวัติกันอย่างโจ่งแจ้งเช่นนี้? ถึงจะสนใจเจ้าท่อนไม้นี่ก็ไม่ควรแสดงออกตรงเกินไปอย่างนี้นี่นา!
ด้วยเหตุนี้ เขากระแอมเบาๆ เอ่ยว่า “เจ้าอยากรู้อะไรถามข้าก็ได้แล้วไม่ใช่หรือ? เรื่องของเขาข้ารู้ดีที่สุด” เขายืด.อกเอ่ย ดวงตาจับจ้องเฟิ่งจิ่ว ท่าทางเหมือนบอกว่ารีบมาถามข้าเร็วสิ
ตาเฒ่าเห็นนางไม่สนใจสักนิด จึง.อดเอ่ยไม่ได้ว่า “บ้านเขาทั้งพ่อและแม่ยังอยู่ทั้งคู่ ข้างบนมีท่านย่า ข้างล่างมีน้องชายกับน้องสาวอีกสองคน ปีนี้เขาอายุยี่สิบเจ็ด ที่สำคัญคือเขายังไม่ได้แต่งงาน”
ได้ยินอย่างนั้น เฟิ่งจิ่วนัยน์ตาไหวระริก “อ้อ? ท่านย่าก็อยู่ด้วยหรือ? อย่างนั้นบ้านเขาอยู่ที่ใด?” คราวนี้ เธอหันมามองฮุ่นหยวนจื่อ
“อยู่ที่เมืองหมื่นกุญชร ตระกูลจัวในเมืองหมื่นกุญชร ไปถามดูก็รู้แล้ว อยู่ไม่ไกลจากเมืองร้อยนทีนัก” ตาเฒ่ายิ้มตาหยี
จัวจวินเยวี่ยมองตาเฒ่าแวบหนึ่ง สีหน้าเหมือนหมดคำจะพูด เขารู้ดีว่าตาเฒ่ากำลังคิดอะไรอยู่ เขาไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลยกลับพูดจาเหลวไหลอยู่ตรงนี้
เฟิ่งจิ่วพยักหน้า “อืม ข้าเข้าใจแล้ว” เธอหยิบไหสุราออกมาดื่มหนึ่งอึก ที่แท้ก็ตระกูลจัวในเมืองหมื่นกุญชร
“แม่หนูเสี่ยวจิ่ว เจ้าอยากรู้เรื่องของเขาไปทำไมนักหนา? หรือเจ้าถูกใจเขา?” ตาเฒ่ายิ้มตาหยีมองเฟิ่งจิ่ว ครั้นพูดประโยคนี้ออกไป ก็ทำให้เฟิ่งจิ่วที่กำลังดื่มสุราถึงกับสำลัก
“แค่ก แค่ก”
เธอสำลัก ถลึงตาจ้องฮุ่นจื่อหยวน “พูดจาเหลวไหลอะไร? จะเป็นไปได้อย่างไรกัน!”
“เป็นไปไม่ได้?” ตาเฒ่าเหล่มองเธอเหมือนไม่เชื่อ
“เป็นไปไม่ได้ ข้ามีคู่หมั้นแล้ว หนำซ้ำเหลือแค่เข้าพิธีคำนับฟ้าดินเท่านั้น” เฟิ่งจิ่วอธิบายด้วยความเอือมระอา ตาเฒ่าคนนี้ ในหัวคิดอะไรอยู่กันแน่? เธอจะสนใจจัวจวินเยวี่ยได้อย่างไรกัน? ช่างไร้สาระเสียจริง
จัวจวินเยวี่ยเหลือบมองตาเฒ่าแวบหนึ่ง สีหน้าดูไม่ค่อยดีนัก
“เจ้ามีคู่หมั้นแล้ว? อย่างนั้นเจ้าจะสืบประวัติเขาไปทำไม?” ตาเฒ่าถามด้วยความแปลกใจ แม่หนูคนนี้เก่งกาจเพียงนี้ ผู้ชายที่นางหมายตาจะเป็นอย่างไรกันนะ? เขาอดนึกอยากรู้ขึ้นมาไม่ได้
เฟิ่งจิ่วมองจัวจวินเยวี่ยที่อยู่ข้างๆแวบหนึ่ง จากนั้นตอบว่า “เหตุผลอื่น”
ตอนที่ 2055: ห่างกันเพียงไม่กี่จั้ง
ทั้งสามมุ่งหน้าเข้าไปในป่า พูดคุยกันเป็นระยะ เพราะจัวจวินเยวี่ยไม่ค่อยพูด ส่วนมากล้วนเป็นตาเฒ่าพูด ด้วยเหตุนี้ เฟิ่งจิ่วจึงไม่ได้ถามอะไรอีก
ตลอดเส้นทางกลับเงียบสงบดี สัตว์ร้ายบางตัวยังไม่ทันเข้าใกล้ก็ถูกแรงกดดันที่สัตว์พาหนะของพวกเขาแต่ออกมาทำให้ตกใจจนหนีไป พวกเขาไม่ต้องทำอะไรก็เดินทางได้อย่างราบรื่น
จนกระทั่งถึงเวลาเที่ยงวัน พวกเขาหยุดพักต่อน ขณะหยิบอาหารแห้งออกจากห้วงมิติมากิน ก็เห็นทหารรับจ้างกลุ่มหนึ่งมาพักบริเวณใกล้ๆด้วยเช่นกัน
ทหารรับจ้างเหล่านั้นครั้นเห็นสัตว์พาหนะสองตัวของทั้งสาม แววตาดูประหลาดใจ พวกเขาจ้องพิจารณาสามคนนั้น จำได้ว่าหนึ่งในนั้นก็คือฮุ่นหยวนจื่อแห่งสำนักดาราจักร ส่วนอีกสองคนกลับไม่รู้ว่าเป็นใคร
“เป็นฮุ่นหยวนจื่อแห่งสำนักดาราจักร หัวหน้า เข้าไปทักทายหน่อยดีหรือไม่?” ทหารรับจ้างนายหนึ่งถามคนที่เป็นหัวหน้า
“ในเมื่อเจอแล้ว ทักทายหน่อยก็ย่อมดีกว่า” หัวหน้าทหารรับจ้างตอบ มองข้างหลังแวบหนึ่ง กำชับทุกคนว่า “พวกเจ้าพักอยู่ที่นี่ไปก่อน ข้าไปทักทายพวกเขาหน่อย”
ท่ามกลางทหารรับจ้างจำนวนสามสิบสี่สิบคน ชายคนหนึ่งในนั้นที่สวมชุดเครื่องแบบของทหารรับจ้าง ร่างกายสูงใหญ่กำยำกำลังกินอาหารแห้ง หากตอนนี้เฟิ่งจิ่วเห็น จะต้องดีใจมากแน่ๆ เพราะคนคนนี้ไม่ใช่ใครอื่น แต่คือกวนสีหลิ่นที่แยกตัวออกไปฝึกฝนลำพังหลังจากมาถึงที่นี่นั่นเอง
หัวหน้าทหารรับจ้างคนนั้นมาถึงด้านหน้ากลับไม่ได้เข้ามาใกล้มากนัก เพียงประสานมือคารวะ “ท่านเซียนฮุ่นหยวน นึกไม่ถึงว่าจะได้พบท่านตู้อาวุโสที่นี่”
ครั้นเห็นว่าคนผู้นั้นจำเขาได้ทันที ฮุ่นหยวนจื่อมองทหารรับจ้างนายนั้นอย่างเหนือความคาดหมาย “เจ้ารู้จักข้าได้อย่างไร? พวกเราน่าจะไม่เคยเจอกัน”
“ท่านเซียนย่อมไม่รู้จักข้า แต่ข้ากลับมีวาสนาเคยพบท่านเซียนหนหนึ่ง” ทหารรับจ้างคนนั้นยิ้ม อธิบายว่า “ปีนั้นข้าบังเอิญพบท่านเซียนระหว่างทาง เห็นเหตุการณ์ที่ท่านเซียนช่วยชีวิตคน จนตอนนี้ยังจำได้ขึ้นใจ”
ได้ยินอย่างนั้น ฮุ่นหยวนจื่อลูบหนวดยิ้มตาหยี เหล่มองเฟิ่งจิ่วที่อยู่ด้านหนึ่ง “ที่แท้ก็อย่างนี้เอง ข้าเป็นคนจิตใจดีอยู่แล้ว ยามอยู่ข้างนอกมักยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือผู้คน ช่วยมากแล้ว จึงจำไม่ได้”
เฟิ่งจิ่วที่อยู่ด้านหนึ่งฟังแล้วก็ไม่ได้รู้สึกอะไร เพียงก้มหน้าก้มตากินอาหารแห้งของตนเองต่อไป
ทหารรับจ้างคนนั้นพูดคุยกับฮุ่นหยวนจื่อครู่หนึ่ง ก่อนประสานมือกล่าวลา “ท่านเซียน กลุ่มทหารรับจ้างของข้าพักอยู่ไม่ไกลจากที่นี่ ข้าขอตัวกลับก่อน ภายหน้าหากมีวาสนาคงได้พบกันอีก”
“ไปเถิด!”
ตาเฒ่าพยักหน้า มองดูหัวหน้าทหารรับจ้างจากไป ก่อนจะยิ้มตาหยีหันมามองเฟิ่งจิ่ว “เป็นอย่างไรเล่าแม่หนู? เห็นแล้วหรือยัง? ข้าคนนี้มีไมตรีจิตยิ่งนัก เจ้าต้องเอาอย่างข้า ไม่มีเรื่องใดก็ช่วยคนให้มากหน่อย ออกจากบ้านก็อาจมีโอกาสได้เจอคนรู้จักทุกเมื่อ ไม่แน่วันใดอาจบังเอิญเจอคนที่เจ้าเคยช่วยไว้ก็ได้”
“พักต่อนแล้วก็ไปกันต่อเถอะ! เข้ามานานขนาดนี้แล้ว ข้ายังไม่เห็นศิลาเพลิงสักก้อนเลยนะ!” เฟิ่งจิ่วลุกขึ้น ตบเสื้อสีเขียวบนตัวก่อนกระโดดขึ้นไปขี่หลังเจ้ากลืนเมฆา
“รีบร้อนอะไร ข้ายังไม่รีบเลย” แม้จะพูดอย่างนั้น แต่เขาก็ยังขึ้นขี่หลังของสัตว์พาหนะ ก่อนจะตามเธอไป ส่วนจัวจวินเยวี่ยยังคงเดินตามไปเงียบๆ ไม่ได้พูดอะไร
ทว่าหลังจากที่พวกเขาจากไปไม่นาน ขณะที่ทหารรับจ้างกลุ่มนั้นกำลังเตรียมตัวจะออกเดินทางต่อ ก็ได้ยินเสียงสวบสาบดังมา ไม่นาน เสียงหัวเราะอันชั่วร้ายก็ดังตามมา
“ฮ่าๆๆๆๆ! เจอทหารรับจ้างอีกกลุ่มหนึ่งแล้ว ช่างมาไม่เสียเที่ยวจริงๆ!”
ทหารรับจ้างทุกคนรีบกระชับอาวุธในมือแน่น ก่อนจะลุกขึ้นหันหน้าออกไปยังรอบด้านด้วยความระแวดระวัง…
ตอนที่ 2056: ความโหดร้ายของกวนสีหลิ่น
ครั้นหัวหน้าทหารรับจ้างเห็นคนจำนวนหกสิบเจ็ดสิบคนที่ล้อมรอบพวกเขา สีหน้าพลันตึงเครียดขึ้นมา “กลุ่มทหารรับจ้างแห่งความตาย!”
ครั้นได้ยินคำพูดของหัวหน้า คนที่เหลือสีหน้าเปลี่ยนทันที พวกเขาก็เป็นทหารรับจ้างเหมือนกัน ด้วยเหตุนี้ จึงเคยได้ยินชื่อกลุ่มทหารรับจ้างแห่งความตายมาบ้าง ได้ยินมาว่า กลุ่มทหารรับจ้างแห่งความตายเป็นทหารรับจ้างสายมืดที่อาศัยการปล้นชิงอยู่ในป่าแห่งนี้เป็นหลัก นอกจากนี้ พวกเขายังรับทหารรับจ้างจากกลุ่มอื่นมาเป็นคนของตนเองด้วย หากไม่ยอมจำนนต่อพวกเขา ก็มีเพียงจุดจบเดียวเท่านั้น นั่นก็คือตาย!
สิ่งที่ทำให้พวกเขาหน้าเปลี่ยนสีเมื่อได้ยินชื่อของคนพวกนี้ คือระดับวรยุทธ์ของคนพวกนี้ล้วนไม่ธรรมดา โดยเฉพาะพวกเขามีประสบการณ์การต่อสู้ที่ช่ำชอง ไม่ว่าผู้ใดที่เจอกลุ่มทหารรับจ้างแห่งความตายนี้ ล้วนไม่มีใครรอดไปได้
กลุ่มทหารรับจ้างแห่งความตายจำนวนหกสิบเจ็ดสิบคนสวมชุดสีน้ำตาลเข้มยืนล้อมพวกเขารอบทิศ หัวหน้าทหารรับจ้างสงบสติอารมณ์แล้วตะโกนสั่ง “เตรียมตัวรับศึก!”
แม้กลุ่มทหารรับจ้างพยัคฆ์เดือดของพวกเขาจะมีกันเพียงสามสิบสี่สิบคน ทว่าแต่ละคนล้วนเป็นชายฉกรรจ์ ในอดีตก็ใช่ว่าจะไม่เคยผ่านการต่อสู้ที่จำนวนคนน้อยกว่าฝ่ายศัตรู เพียงแต่ ไม่เคยสู้กับกลุ่มทหารรับจ้างแห่งความตายกลุ่มนี้ก็เท่านั้น
“ขอรับ!”
คนของกลุ่มทหารรับจ้างพยัคฆ์เดือดชักอาวุธออกมาถือ เตรียมตัวตั้งรับศึกทุกเมื่อ พวกเขาเพียงรู้สึกตึงเครียดตอนที่รู้ว่าอีกฝ่ายคือกลุ่มทหารรับจ้างพยัคฆ์เดือด แต่ตอนนี้ แต่ละคนล้วนกำอาวุธในมือด้วยความหนักแน่น เตรียมตัวรับศึกทุกเมื่อ!
ครั้นเห็นคนเหล่านี้เต็มไปด้วยจิตสู้รบ หัวหน้ากลุ่มทหารรับจ้างแห่งความตาย.อดหรี่ตาไม่ได้ จ้องพิจารณษพวกเขา “ทำไมเล่า? พวกเจ้าไม่กลัวตายหรือ?”
“ฮ่าๆๆ! ยังไม่ได้สู้ก็รู้แล้วหรือว่าใครจะตายใครจะอยู่?” หัวหน้ากลุ่มทหารรับจ้างพยัคฆ์เดือดแหงนหน้าหัวเราะเสียงดัง “พวกข้าไม่เคยกลัวใครหน้าไหนทั้งนั้น! จะสู้ก็เข้ามา!”
“หึๆ ช่างไรเดียงสาเสียจริง”
หัวหน้ากลุ่มทหารรับจ้างแห่งความตายแสยะยิ้มชั่วร้าย จ้องมองคนพวกนั้น ดูออกว่าคนเหล่านี้ล้วนเป็นต้นกล้าชั้นดี จึงเอ่ยปากชวน “ขอเพียงพวกเจ้ายอมอยู่ใต้อาณัติของกลุ่มทหารรับจ้างแห่งความตาย เป็นทหารรับจ้างที่ขึ้นตรงกับข้า อย่าว่าแต่พวกเจ้าไม่ต้องห่วงชีวิตตนเองเลย แม้แต่คนที่บ้านพวกเจ้าก็จะอยู่ดีกินดีไปด้วย เป็นอย่างไร?”
หัวหน้ากลุ่มทหารรับจ้างพยัคฆ์เดือดได้ยินก็หน้าเครียด “เจ้าอย่ามัวเปลืองน้ำลายอยู่เลย ทหารรับจ้างที่อยู่ใต้การดูแลของข้าล้วนไม่ใช่คนรักตัวกลัวตาย!”
ได้ยินอย่างนั้น หัวหน้ากลุ่มทหารรับจ้างแห่งความตายเห็นทหารรับจ้างเหล่านั้นไม่มีท่าทีหวั่นไหวแม้แต่น้อย นอกเหนือจากความแปลกใจ ก็ยังรู้สึกเลื่อมใสอยู่บ้าง คนพวกนี้นับว่าเป็นลูกผู้ชายตัวจริง
“ในเมื่อเป็นอย่างนี้ งั้นก็ลงมือเถอะ! ไม่ต้องเปลืองแรงพูดกับพวกเขาแล้ว!”
สิ้นเสียงสั่ง ทหารรับจ้างหกสิบเจ็ดสิบคนกรูกันเข้าไป ล้อมวงทหารรับจ้างจำนวนสามสิบสี่สิบคนไว้มิดชิด ชั่วขณะหนึ่ง ประกายดาบเงากระบี่พาดผ่าน พลังกระบี่อันรุนแรงดังขึ้นกลางป่า เสียงต่อสู้ดังก้องไปทั่วบริเวณ อากาศในพื้นที่แถบนี้ได้รับตลกระทบจากการสู้รบของพวกเขาไปด้วย
กลุ่มทหารรับจ้างพยัคฆ์เดือดแม้จำนวนคนน้อย แต่พวกเขาล้วนรู้ดี หากไม่สู้ก็ต้องตาย สิ่งที่รอพวกเขาอยู่ก็คือการต่อสู้ ด้วยเหตุนี้ ในการต่อสู้ครั้งนี้พวกเขาใช้พลังทั้งหมด ไม่คิดจะออมแรงแม้แต่น้อย
ส่วนกวนสีหลิ่นที่อยู่ในหมู่ทหารรับจ้างเงื้อดาบใหญ่ฟาดฟันศัตรูอย่างไร้ความปรานี พลังต่อสู้ของเขาน่าพรั่นพรึง ไม่ว่าผู้ใดเข้าใกล้เขาหากไม่ถูกบั่นคอขาดก็ถูกฟันแขนขาด หรือไม่ก็ถูกเขาฟันร่างขาดเป็นสองท่อนในดาบเดียว
ไม่นาน เหล่าสมาชิกกลุ่มทหารรับจ้างแห่งความตายเริ่มมองออก จึงเริ่มพากันหลีกเลี่ยงเขา และหันไปโจมตีสมาชิกกลุ่มทหารรับจ้างพยัคฆ์เดือดคนอื่นแทน…
ตอนที่ 2057: เขาไม่ได้รับมือง่าย
และเพราะอย่างนี้ ไม่นานรอบตัวเขาก็เกิดปรากฏการณ์ประหลาดอย่างหนึ่ง นั่นก็คือบนสนามรบที่มีนักสู้นับร้อยคนนี้ ข้างกายกวนสีหลิ่นกลับไม่มีเงาของทหารรับจ้างแห่งความตายปรากฏอยู่สักคน
เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย ตวัดดาบใหญ่ในมือปักด้ามดาบลงพื้น มองพื้นที่ว่างเปล่าข้างๆตนเอง คนอื่นกลับถูกทหารรับจ้างแห่งความตายหลายคนรุมโจมตี ครั้นเห็นทหารรับจ้างพยัคฆ์เดือดแต่ละคนมีบาดแผลเต็มตัว ต่อสู้ทั้งที่ร่างกายอาบเลือด เขารู้ว่าหากยังเป็นอย่างนี้ต่อไปคงไม่ดีแน่ ด้วยเหตุนี้ เขาหันไปจับจ้องหัวหน้ากลุ่มทหารรับจ้างแห่งความตาย
เขาเห็นหัวหน้ากลุ่มทหารรับจ้างแห่งความตายกำลังสู้กับหัวหน้าของพวกเขา ทั้งสองต่อสู้กัน หัวหน้าของพวกเขาเหมือนตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบเล็กน้อย เขาหลบการโจมตีไม่ทันจนถูกอีกฝ่ายฟันไหล่จนบาดเจ็บ เห็นดาบที่ฟันลงไปติดอยู่ที่หัวไหล่ของหัวหน้าพวกเขาทั้งอย่างนั้น กวนสีหลิ่นหน้าเครียด รีบกระชับดาบใหญ่สาวเดินเข้าไปเร็วๆ
“ซี๊ด!”
หัวหน้ากลุ่มทหารรับจ้างพยัคฆ์เดือดสูดปากด้วยความเจ็บปวด ฟันอาวุธในมือใส่อีกฝ่าย แต่ในขณะที่ดาบใหญ่ในมือของเขาฟันออกไป หัวหน้ากลุ่มทหารรับจ้างแห่งความตายชักดาบใหญ่กลับคืน ดาบใหญ่ที่ฟันคาหัวไหล่เขาอยู่ถูกชักออกไปกะทันหัน เลือดสีแดงสดสาดกระเซ็นกลางอากาศ ร่างของเขาเซ.ล้มไปข้างหลังตามแรง
ทว่า หัวหน้ากลุ่มทหารรับจ้างแห่งความตายกลับไม่ได้รามือแต่เพียงเท่านี้ เขาตวัดดาบโจมตีเข้ามาอีกครั้ง แต่ในเวลานี้เอง ทหารรับจ้างแห่งความตายคนหนึ่งถือกระบี่พุ่งแทงมาที่เอวของเขา เวลานี้เขารู้ดีว่าไม่มีทางหลบการโจมตีนี้ได้ จึงกัดฟันแน่น คิดว่าแม้ต้องทนรับการโจมตีจากด้านข้าง เขาก็จะต้านรับการโจมตีถึงชีวิตที่มาจากด้านหน้าไว้ให้ได้
ใครจะรู้ เขาประเมินพลังต่อสู้ของตนเองสูงเกินไป การโจมตีจากทหารรับจ้างแห่งความตายคนนั้นรุนแรงกว่าที่คิด เขาไม่อาจขับเคลื่อนพลังได้ด้วยซ้ำ ในขณะที่เขาคิดว่าตนเองต้องตายแน่ เงาร่างหนึ่งพุ่งเข้ามาราวกับพยัคฆ์วิ่งลงเขา
เห็นเพียงเงาร่างนั้นดึงเขาไปอยู่ข้างหลังเพื่อปกป้อง จากนั้นก็ตวัดดาบใหญ่ในมือ พลังดาบอันรุนแรงเส้นหนึ่งพุ่งออกไป หัวหน้ากลุ่มทหารรับจ้างแห่งความตายที่อยู่ข้างหน้าหลบการโจมตีและรักษาชีวิตไว้ได้ ทว่า ทหารรับจ้างแห่งความตายอีกคนที่อยู่ข้างๆ กลับหลบเลี่ยงไม่ทัน เขาถูกพลังดาบเส้นนั้นฟันเอวจนร่างขาดเป็นสองท่อน ลำไส้ไหลทะลักออกมา ภาพนองเลือดสยดสยองชวนคลื่นไส้…
เขาตะลึงตาค้าง มองทหารรับจ้างน้องใหม่ไม่ช่างพูดที่ยืนปกป้องเขาอยู่ข้างหน้า ชั่วขณะหนึ่งความคิดสับสนวุ่นวาย รู้สึกเหนือความคาดหมาย
ทหารรับจ้างน้องใหม่ที่เพิ่งเข้ามาอยู่กับพวกเขาไม่นาน และเคยติดตามพวกเขาออกไปทำภารกิจเพียงครั้งสองครั้งคนนี้กลับมีพลังต่อสู้น่ากลัวขนาดนี้เชียวหรือ? เขายืนอยู่ข้างหลัง มองดูกวนสีหลิ่นยืนขวางอยู่ข้างหน้า ราวกับจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนผ่านด่านเขาไปได้ทั้งนั้น!
เขาคนเดียวใช้ดาบใหญ่ฆ่าฟันทหารรับจ้างแห่งความตายที่กรูกันเข้ามาจากรอบด้าน ล้มตายไปศพแล้วศพเล่า กลิ่นคาวเลือดฉุนๆ ทำให้เขาได้สติกลับมาทันที เวลานี้เอง ทหารรับจ้างน้องใหม่หันกลับมา
“หัวหน้า ท่านไปพักที่ด้านหนึ่งก่อน คนคนนี้ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ข้าก็แล้วกัน!” กวนสีหลิ่นเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ ตะโกนสั่งพวกทหารรับจ้างพยัคฆ์เดือดที่กำลังยืนตะลึงตาค้างอยู่ “มาคุ้มกันหัวหน้าสองคน ใส่ยาทำแผลให้เขาด้วย!”
“ได้!”
ทหารรับจ้างพยัคฆ์เดือดสองคนในนั้นได้สติ รีบตะโกนขานรับ จากนั้นก็รีบสาวเท้าเร็วๆ มาหยุดอยู่ข้างกายหัวหน้าของพวกเขา คนหนึ่งคอยคุ้มกัน คนหนึ่งรีบหยิบยาห้ามเลือดมาใส่แผลและทำแผลให้เขาอย่างรวดเร็ว
“เสี่ยวกวน เจ้าระวังด้วย เขาไม่ได้รับมือง่ายนัก” หัวหน้ากลุ่มทหารรับจ้างพยัคฆ์เดือดเอ่ยเตือน ให้เขาสู้อย่างระมัดระวัง
ตอนที่ 2058: ให้เจ้าเป็นรองหัวหน้า
“ข้ารู้” กวนสีหลิ่นพยักหน้ารับ ดาบใหญ่ในมือตวัดชี้เฉียงลงพื้นดิน สายตาดุดันจับจ้องไปยังหัวหน้ากลุ่มทหารรับจ้างแห่งความตายที่อยู่ข้างหน้า
เวลานี้ หัวหน้ากลุ่มทหารรับจ้างแห่งความตายกำลังมองพิจารณาเขา รอบกายเขาเต็มไปด้วยไอพิฆาต กลิ่นอายพลังเร้นลับกระจายรอบตัว อดยักคิ้วไม่ได้ “เป็นเพียงผู้ฝึกวิชาเร้นลับงั้นหรือ? นึกไม่ถึงจะมีความสามารถเช่นนี้ได้”
สำหรับผู้ฝึกวิญญาณ ผู้ฝึกพลังเร้นลับนั่นเพียงคนที่มีพละกำลังมากกว่าหน่อย ทว่าพลังต่อสู้นั้นเทียบพวกเขาไม่ได้เลยแม้แต่น้อย แต่ฝีมือและพลังต่อสู้ของคนตรงหน้ากลับทำให้เขาตะลึงไม่น้อย
“เป็นผู้ฝึกพลังเร้นลับแล้วอย่างไร? แค่ฆ่าเจ้าได้ก็พอแล้ว!”
กวนสีหลิ่นตวาดเสียงกร้าว สิ้นเสียง กลิ่นอายพลังเร้นลับพลุ่งพล่านทั่วร่าง ฝีเท้าก้าวไปข้างหน้า ดาบใหญ่ในมือตวัดโบก พุ่งโจมตีอีกฝ่ายด้วยความเร็วและแรง
“เกร๊ง!”
หัวหน้ากลุ่มทหารรับจ้างแห่งความตายยกดาบใหญ่ในมือต้านรับการโจมตีของอีกฝ่ายทันที ทว่า ยามดาบสองเล่มกระทบกัน เขากลับถูกพลังของอีกฝ่ายซัดจนถอยหลังไปหลายก้าว แทบไม่อาจหยุดยืนให้มั่นคงได้
พลังดาบพุ่งออกจากคมดาบของทั้งสองที่ปะทะกันอย่างไม่มีใครยอมใคร กระแสพลังอันรุนแรงกรีดพัดจนชุดเครื่องแบบทหารรับจ้างบนตัวทั้งสองเป็นรอยขาดหลายเส้น หัวหน้ากลุ่มทหารรับจ้างแห่งความตายถ่ายเทกลิ่นอายพลังวิญญาณขุมหนึ่งเข้าไป เพื่อซัดอีกฝ่ายให้กระเด็นออกไปไกล ขณะเดียวกันตนเองก็กระเด็นถอยหลังออกมาด้วย
“เจ้ามีความสามารถเช่นนี้กลับเป็นเพียงทหารรับจ้างธรรมดาอยู่ในกลุ่มเล็กๆเช่นนี้? ขอเพียงเจ้ายอมมาอยู่กับฝ่ายเรา ข้ายกให้เจ้าเป็นรองหัวหน้า เป็นอย่างไร?”
เขาเสนออีกครั้งอย่างไม่ยอมแพ้ เพราะรู้สึกว่าฝีมือและพลังของคนคนนี้โดดเด่นมากจริงๆ หากดึงมาอยู่ในกลุ่มของพวกเขาได้ จะต้องเป็นเรื่องดีสำหรับพวกเขามากแน่ๆ!
“ไม่สนใจ!”
น้ำเสียงทุ้มต่ำแข็งกระด้างเปล่งออกจากปากของกวนสีหลิ่น ดาบใหญ่ในมือเขาตวัดโจมตีออกไปอีกครั้งอย่างหมายมั่นสังหาร ทั้งสองโรมรันพันตี ผ่านไปไม่นาน หัวหน้ากลุ่มทหารรับจ้างแห่งความตายถูกดาบของกวนสีหลิ่นฟันบาดเจ็บ แผลที่แขนลึกจนเห็นกระดูก เลือดสีแดงสดหลั่งไหล ย้อมชุดเครื่องแบบทหารรับจ้างบนตัวเขาให้แดงไปทั้งตัวอย่างรวดเร็ว
“บัดซบ!”
เขาสบถ จ้องกวนสีหลิ่นด้วยสายตาเหี้ยมเกรียม แต่กลับเห็นกวนสีหลิ่นก้าวเท้าโจมตีเข้ามาอีกครั้ง ดาบใหญ่ที่ตวัดเข้ามานั้นรุนแรงทรงพลัง เขายกดาบใหญ่ในมือต้านรับ กลับถูกดาบใหญ่ของศัตรูกดทับลงมา เรี่ยวแรงนั้นมหาศาลถึงขั้นทำให้ง่ามนิ้วของเขาด้านชา
“เกร๊ง!”
มือที่จับดาบสั่นสะท้าน ดาบใหญ่ในมือร่วงลงพื้น ครั้นเห็นดาบใหญ่ของกวนสีหลิ่นพุ่งแทงเข้ามา เขาตะลึงลาน ขณะรีบถอยหลังหนี ก็เอื้อมมือคว้าสมาชิกกลุ่มทหารรับจ้างแห่งความตายคนหนึ่งมาบังข้างหน้า
“ฉึก!”
“อั๊ก!”
เสียงดาบแทงทะลุร่างกายดังขึ้น ทหารรับจ้างคนนั้นเบิกตากว้าง จ้องหัวหน้าของตนเองด้วยความตกใจและโกรธแค้น เขาไม่นึกไม่ฝันเลยว่าหัวหน้าจะใช้เขาบังดาบแทนตัวเอง!
“เหอะ! ช่างเลือดเย็นจริงๆ!”
กวนสีหลิ่นแค่นเสียง สาวเท้าเข้ามาอีกครั้ง ดาบใหญ่ในมือเงื้อขึ้นและฟันลงมาอีกครั้ง “ครั้งนี้ ข้าจะบั่นคอเจ้าให้ได้!”
เสียงแฝงไอสังหารดังขึ้น รวมถึงไอพิฆาตอันรุนแรงน่าพรั่นพรึงที่ประชิดเข้ามาใกล้ ทำให้หัวหน้ากลุ่มทหารรับจ้างแห่งความตายแตกตื่นลนลาน เขาไม่นึกเลยว่าพลังของคนผู้นี้จะแข็งแกร่งขนาดนี้! เรี่ยวแรงมหาศาลยามอีกฝ่ายโจมตีเข้ามาไม่ใช่สิ่งที่เขาจะต้านรับได้ แล้วยังมีกระบวนท่าพิฆาตที่ดูก็รู้ว่าผ่านการฝึกฝนมาอย่างช่ำชองนั่นอีก
ครั้นเห็นว่าสู้ไม่ได้ เขาคิดจะหนี ขณะที่ร่างกายถอยหนีไปข้างหลังอย่างรวดเร็วก็ตะโกนสั่งเสียงดัง “ถอยเร็ว!” หันตัวหมายจะหนี กลับนึกไม่ถึง ไอสังหารข้างหลังกลับไล่ตามมาถึงแล้ว…
ตอนที่ 2059: ความกล้าหาญของกวนสีหลิ่น
“ชิ้ง!”
“อ๊าก…”
พลังดาบอันดุดันฟาดฟันเข้ามา เสียงกรีดร้องโหยหวนดังตามมาติดๆ เสียงร้องนั้นดังก้องไปทั่วผืนป่า ชวนให้อกสั่นขวัญหาย ยิ่งชวนให้มือเท้าเย็นวาบ…
กลิ่นอายแห่งความตายกระจายไปทั่ว โดยเฉพาะเมื่อเหล่าสมาชิกกลุ่มทหารรับจ้างแห่งความตายเห็นหัวหน้าของพวกเขาถูกทหารรับจ้างฝ่ายศัตรูที่ถือดาบใหญ่ตวัดฟันร่างขาดเป็นสองท่อน ภาพนั้น น่าสยดสยอง และน่าพรั่นพรึงเกินไปแล้ว ทำให้หลายคนไม่อาจตั้งสติ ได้แต่ยืนสติแตกอยู่อย่างนั้น
“ฆ่า!”
ภาพเหตุการณ์ตรงหน้าทำให้จิตใจสั่นสะเทือน หัวหน้ากลุ่มทหารรับจ้างพยัคฆ์เดือดที่ได้สติกลับมาจากอารามตกตะลึง เห็นพวกทหารรับจ้างแห่งความตายได้แต่ยืนอึ้ง จึงรีบหันไปตะโกนสั่งทหารรับจ้างฝ่ายตนเอง!
“ฆ่า!”
“ฆ่า! ฆ่า! ฆ่า!”
ครั้นได้ยินคำสั่งฆ่าจากหัวหน้า แม้เวลานี้เหล่าทหารรับจ้างพยัคฆ์เดือดจะมีบาดแผลเต็มตัว แต่ก็รีบตวัดดาบใส่พวกทหารรับจ้างแห่งความตายทันทีที่ได้สติกลับคืนมา ฉวยโอกาสตอนที่พวกเขาไม่ทันตั้งตัว ฆ่าพวกเขาไม่ให้เหลือรอดแม้แต่คนเดียว!
เสียงคำรามที่เต็มไปด้วยความฮึกเหิมเปล่งออกจากปากของพวกเขา กลิ่นอายพลังวิญญาณของทุกคนรวมเป็นหนึ่ง นาทีนี้ ไอพิฆาตของพวกเขาดุจภูเขาไฟที่ปะทุออกมา พลังต่อสู้ของพวกเขาราวกับถูกกระตุ้น ต่างไม่สนใจบาดแผลบนตัว มุ่งสังหารศัตรูเพียงอย่างเดียว
ครั้นหัวหน้ากลุ่มทหารรับจ้างตาย ก็เหมือนกับเสาหลักล้มลง ทุกคนแตกตื่นคิดจะหนีเอาชีวิตรอด ยิ่งแตกตื่นก็ยิ่งลนลาน สุดท้ายก็ล้มตายนับไม่ถ้วน มีเพียงคนส่วนน้อยที่หนีไปได้
ในอีกด้านหนึ่ง เฟิ่งจิ่วกับฮุ่นจื่อหยวนรวมถึงจัวจวินเยวี่ยเพิ่งออกเดินทางได้ไม่นานก็ได้ยินเสียงฆ่าฟันกันดังมาจากข้างหลัง เธอไม่ได้รู้สึกอะไร แต่ฮุ่นหยวนจื่อกลับชะงักเท้าหันกลับไปมอง
“เสียงนี้ คงไม่ใช่ทหารรับจ้างพวกนั้นหรอกกระมัง?” เขาลูบหนวดพึมพำ หันไปมองเฟิ่งจิ่ว
“ไม่ต้องมองข้า จะทำอะไรก็ไปทำ ข้าไม่ได้ห้ามเสียหน่อย” เฟิ่งจิ่วว่า เธอนั่งดื่มสุราอยู่บนหลังเจ้ากลืนเมฆาอย่างสบาย.อกสบายใจ เธอเองก็ไม่ใช่คนดีอะไร ไม่ใช่ว่าจะยื่นมือเข้าไปยุ่งเสียทุกเรื่องไป ถึงจะยื่นมือเข้าไปช่วยก็ต้องดูโอกาสและอารมณ์ของเธอก่อน
ได้ยินอย่างนั้น ตาเฒ่าหัวเราะชอบใจ “ในเมื่อเป็นอย่างนี้ งั้นพวกเราพักที่นี่ก่อน? ให้จวินเยวี่ยกลับไปดูหน่อย?”
เฟิ่งจิ่วไม่ตอบ แต่กลับเปลี่ยนจากท่านั่งเป็นท่านอนหงายหน้าขึ้นท้องฟ้า แผ่นหลังนอนลงบนขนนุ่มๆของเจ้ากลืนเมฆา ส่วนเจ้ากลืนเมฆาก็นอนหมอบลงไปอย่างรู้หน้าที่ ปล่อยให้เธอได้งีบหลับอย่างสบายสักครู่หนึ่ง
เห็นอย่างนั้น ตาเฒ่าหันไปพยักหน้าให้จัวจวินเยวี่ย “เร็วเข้า ไปดูทหารรับจ้างพวกนั้นว่าเป็นอย่างไรบ้างแล้ว? หากพวกเขามีอะไรให้ช่วยเจ้าก็ช่วยเสีย”
“อืม” จัวจวินเยวี่ยรับคำ รวบรวมพลังเหาะกลับไป
เห็นเขาไปแล้ว ตาเฒ่าตบหลังสัตว์พาหนะของตนเองเบาๆ สั่งให้มันหมอบต่ำจากนั้นก็กระโดดลงมา เดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าเฟิ่งจิ่ว ก่อนยิ้มตาหยีแล้วถามว่า “แม่หนู เจ้าบอกข้ามาตามตรง เหตุใดเจ้าต้องถามเกี่ยวกับครอบครัวของเจ้าท่อนไม้ด้วย?”
เฟิ่งจิ่วเหลือบมองเขาแวบหนึ่ง กลับไม่ได้คิดปิดบัง ตอบไปตรงๆว่า “ข้ากำลังช่วยท่านอาจารย์ของข้าตามหาทายาทรุ่นหลังของเขาอยู่ ข้าสังเกตตอนที่เขาเห็นกระบี่คมพยับ สีหน้าเขาเปลี่ยนไป จึงคาดเดาฐานะของเขา ในเมื่อท่านบอกว่าท่านรู้เรื่องที่บ้านเขาหมด เช่นนั้นท่านรู้หรือไม่ ที่บ้านเขามีญาติแซ่ฉู่บ้างหรือไม่?”
ตาเฒ่ากลับนึกไม่ถึงว่าเรื่องราวจะเป็นเช่นนี้ เขาชะงัก ลูบหนวดแล้วเอ่ยว่า “พอเจ้าพูดอย่างนี้ เหมือนว่าที่บ้านเขาจะมีเรื่องอะไรบางอย่างอยู่เหมือนกัน…”
ตอนที่ 2060: ในกลุ่มมีผู้แข็งแกร่ง
“มีเรื่องอะไรบางอย่าง? หมายความว่าอย่างไร?” เฟิ่งจิ่วถามเขา
“ก็บ้านของพวกเขาอย่างไร! ตระกูลจัวของพวกเขา แม้พ่อของเขาจะเป็นลูกชายคนโตของตระกูลจัว แต่กลับมีฐานะในตระกูลจัวไม่สู้พี่น้องฝ่ายญาติ ไม่ว่าด้านใดล้วนถูกท่านลุงรองของเขาข่ม ส่วนย่าของเขาแม้จะยังมีชีวิตอยู่ แต่เพราะสุขภาพไม่ดีจึงกุมอำนาจไว้ไม่อยู่ และไม่ค่อยสนใจเรื่องราวในตระกูลมากนัก ครอบครัวของเจ้าหนูนี่เป็นเหมือนอากาศธาตุสำหรับตระกูลจัว ไม่อย่างนั้นเขาก็คงไม่มาอยู่กับข้าอย่างนี้หรอก”
ได้ยินอย่างนั้น เฟิ่งจิ่วแปลกใจเล็กน้อย “มีเรื่องอย่างนี้ด้วยหรือ?” เธอสะดุดใจ “หรือว่าพ่อของเขา…” มีบางคำถามที่อยากจะถาม แต่กลับรู้สึกเหมือนไม่ค่อยเหมาะสม
“เจ้าจะถามว่าพ่อของเขาไม่ใช่สายเลือดของตระกูลจัวหรือ?” ตาเฒ่าลูบหนวดยิ้มตาหยี “ที่จริงเรื่องเกี่ยวกับสายเลือดในครอบครัวของพวกเขาข้าก็ไม่ค่อยรู้เรื่องนัก ฉะนั้น เรื่องนี้ข้าก็ไม่รู้แน่ชัดนัก หากเจ้าอยากรู้ไปสืบเอาเองก็ได้”
เฟิ่งจิ่วได้ยินก็ครุ่นคิดเงียบๆ เรื่องนี้ดูเหมือนว่าต้องให้องครักษ์เฟิ่งไปสืบข่าวแล้วจริงๆ ไม่แน่อาจมีความเกี่ยวข้องอะไรบางอย่างอยู่จริงๆก็ได้
“แต่ข้าจะบอกเจ้าให้ เจ้ารู้หรือไม่เหตุใดข้าเรียกเขาว่าเจ้าท่อนไม้?” ที่จริง เขา…” ครั้นตาเฒ่าติดลม เขาก็เริ่มยื่นเล่าเรื่องของจัวจวินเยวี่ยให้เฟิ่งจิ่วฟังอยู่ตรงนั้น
ขณะที่ในอีกด้าน เหล่าทหารรับจ้างพยัคฆ์เดือดกำลังยืนอึ้งอยู่ตรงนั้น พวกเขาเหม่อมองศพที่เกลื่อนเต็มพื้นอยู่นาน ก่อนจะหันไปมองกวนสีหลิ่นที่ยืนถือดาบใหญ่ไว้ในมือ
สำหรับกวนสีหลิ่น พวกเขารู้เพียงว่าเขาเป็นทหารรับจ้างน้องใหม่ที่เพิ่งเข้ามา หนำซ้ำยังเป็นสมาชิกที่เพิ่งเคยออกมาทำภารกิจกับพวกเขาเพียงสองครั้ง เขาในยามปกติดูไม่มีอะไรต่างจากทหารรับจ้างคนอื่น แค่พูดน้อยกว่าคนอื่นหน่อยเท่านั้น
ใครจะรู้ ทหารรับจ้างที่ดูไม่มีอะไรโดดเด่นอย่างนี้ กลับมีบทบาทสำคัญในการสู้รบครั้งนี้ หนำซ้ำยังสร้างความตกตะลึงให้พวกเขาอย่างน่าเหลือเชื่อด้วย…
เทียบกับพวกเขาที่กำลังตกตะลึง กวนสีหลิ่นหันตัวสาวเท้าเดินมานั่งข้างหัวหน้าที่กำลังหน้าซีด “หัวหน้า ท่านเป็นอย่างไรบ้าง?”
“ข้าไม่เป็นไร” ถึงแม้เขาจะหน้าซีด แต่เพราะอารมณ์ตื่นเต้นในใจ อาการจึงดูไม่แย่นัก
เขามองกวนสีหลิ่นที่ย่อกายอยู่ข้างหน้า เผยรอยยิ้มตื้นตันใจ “เสี่ยวกวน ครั้งนี้ขอบใจเจ้ามาก หากไม่ใช่เจ้า ข้าคงไม่รอดแล้ว”
“หัวหน้าพูดอะไรเช่นนั้น เหล่านี้ล้วนเป็นเรื่องที่ข้าควรทำอยู่แล้ว” กวนสีหลิ่นเอ่ย หันไปมองคนอื่นๆ “เหล่าพี่น้องต่างได้รับบาดเจ็บ หาที่พักทำแผลกันก่อนเถิด!”
“ใช่ ที่นี่ไม่ควรรั้งอยู่นาน เก็บกวาดสถานที่สักหน่อย แล้วพวกเราก็รีบไปกันเถิด หาที่พักทำแผลให้เรียบร้อยก่อนค่อยว่ากัน” หัวหน้ากลุ่มทหารพยัคฆ์เดือดหอบหายใจขณะเอ่ย น้ำเสียงฟังดูอ่อนแรง
“ไป!”
พวกเขารีบเก็บกวาดสถานที่ คนที่บาดเจ็บไม่มากช่วยประคองคนบาดเจ็บหนัก จากนั้นก็รีบไปจากที่นี่
ทว่าในที่มืด จัวจวินเยวี่ยที่เห็นเหตุการณ์ละสายตากลับมา ก่อนจะจากไปเงียบๆ
สองคนที่กำลังคุยกันได้ยินเสียงเคลื่อนไหว ก็รู้ว่าเขากลับมาแล้ว จึงหันไปมองพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย ตาเฒ่าเห็นเขากลับมาเร็วเช่นนี้ จึงถาม “เป็นอย่างไรบ้าง? ทหารรับจ้างพวกนั้นเจอใคร? พวกเขายังมีชีวิตรอดอยู่หรือไม่?”
“พวกเขาเจอกลุ่มทหารรับจ้างแห่งความตาย” จัวจวินเยวี่ยตอบ เพิ่งเอ่ยจบ ก็ได้ยินตาเฒ่าร้องด้วยความตกใจขึ้นมาก่อน
“กลุ่มหทารรับจ้างแห่งความตาย? จบกัน จบกัน เช่นนั้นพวกเขาก็ตายหมดแล้วน่ะสิ? พลังแค่นั้นของพวกเขาใช่คู่ต่อสู้ของคนพวกนั้นเสียที่ไหน?”
จัวจวินเยวี่ยมองเขาแวบหนึ่ง ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ไม่ตาย ในกลุ่มพวกเขามีผู้แข็งแกร่งอยู่”
จบตอน
Comments
Post a Comment