ep2061-2070

ตอนที่ 2061: ไร้ต้นไม้ใบหญ้า

“อ้อ?” ยังมีทหารรับจ้างที่แข็งแกร่งกว่าหัวหน้ากลุ่มคนนั้นอีกหรือ?” ตาเฒ่าถามด้วยความสนใจ

“อืม ทหารรับจ้างคนหนึ่งในนั้นเป็นผู้ฝึกพลังเร้นลับ ระดับวรยุทธ์สูงมาก เขาสังหารหัวหน้าของอีกฝ่ายในดาบเดียว” จัวจวินอธิบาย นึกในใจว่าแม้เขาไม่ได้เห็นดาบนั้นกับตาตนเอง แต่ดูจากสถานการณ์แล้วต้องเป็นอย่างนั้นแน่นอน

ได้ยินอย่างั้น ตาเฒ่าลูบหนวดตนเอง เหลือบมองเฟิ่งจิ่วแวบหนึ่ง “มีผู้แข็งแกร่งอยู่ทางนั้นจริงๆด้วย หนำซ้ำคนที่มีพลังแข็งแกร่งยังชอบซ่อนตัวเสียด้วย”

เฟิ่งจิ่วทำราวกับมองไม่เห็นตาเฒ่า เธอตบหัวเจ้ากลืนเมฆา เจ้ากลืนเมฆาลุกขึ้นยืน สาวเท้าก้าวไปข้างหน้า

ตาเฒ่าเห็นก็กระโดดขึ้นขี่หลังสัตว์พาหนะตาม จากนั้นทั้งสามก็เดินทอดน่องเข้าไปในป่า
สองวันต่อมา

ยิ่งพวกเขาเข้าใกล้บริเวณภูเขาไฟมากขึ้น ไม่เพียงต้นไม้รอบๆเริ่มบางตาลง แม้แต่อุณหภูมิในอากาศก็ยิ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ

เพราะอุณหภูมิสูงขึ้นเรื่อยๆ เจ้ากลืนเมฆาจึงเริ่มเดินอย่างเหนื่อยหอบ เฟิ่งจิ่วเก็บมันเข้าไปในห้วงมิติ และเดินด้วยตนเอง ตาเฒ่าเองก็เก็บสัตว์คู่พันธสัญญาเข้าห้วงมิติเช่นกัน ทั้งสามสาวเดินช้าๆ

“บริเวณนี้ร้อนขนาดนี้เลยหรือ?” เฟิ่งจิ่วถาม แม้แต่ยามเดินก็ยังสัมผัสได้ถึงความร้อนบนพื้นดินได้รางๆ ภายใต้อากาศอันร้อนอบอ้าวเช่นนี้ เหงื่อของเธอไหลเป็นสาย ตลอดทางดื่มน้ำไปไม่น้อย

“ที่นี่เข้าใกล้ปากปล่องภูเขาไฟแล้ว ตอนนี้ยังมีต้นไม้อยู่บ้าง หากเดินไปข้างหน้าอีกนิด ก็จะไม่เห็นแม้แต่ต้นไม้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงพวกต้นหญ้าหรืออะไรทำนองนั้น แถบนี้ขนาดสัตว์ป่ายังไม่มากันเลย”

ตาเฒ่าอธิบาย พลางยกแขนเสื้อขึ้นปาดเหงื่อ และเอ่ยว่า “แต่ในพื้นที่บริเวณนี้หากเจ้าสังเกตหินสีดำที่อยู่ในโคลนใต้เท้าให้ดีๆ อาจเจอหินสีดำที่เรืองแสงได้ นั่นก็คือศิลาเพลิง มันเป็นของธาตุไฟ จึงมีประโยชน์กับผู้ฝึกเซียนที่เป็นธาตุไฟมากเชียวล่ะ”

ได้ยินอย่างนั้น เฟิ่งจิ่วก้มมองพื้นใต้เท้าของตนเอง ผิวดินล้วนแห้งสนิท หนำซ้ำพื้นดินบริเวณนี้ไม่มีหญ้าขึ้นสักเส้นเดียว กระทั่งหินสีดำเรืองแสงที่ตาเฒ่าพูดถึงยิ่งไม่มีวี่แวว

“ภูเขาไฟที่นี่ปะทุสามเดือนครั้งหนึ่ง โดยเฉพาะลาวาเหล่านั้นพวกเจ้าต้องระวังให้ดี อย่าปล่อยให้มันกระเด็นมาโดนได้ หากโดนลาวาของที่นี่กระเด็นใส่ไม่ว่าหมอที่ไหนก็ช่วยไม่ได้ พิษไฟของมันร้ายแรงมาก หากไม่ระวังอาจถึงขั้นตายได้”

ตาเฒ่าอธิบายให้ฟัง พลางเตือนพวกเขาสองคน เอ่ยเสริมอีกว่า “แต่ที่นี่นอกจากศิลาเพลิง ยังมีสมบัติล้ำค่าอีกหนึ่งอย่างอยู่ด้วย”

ได้ยินอย่างนั้น เฟิ่งจิ่วมองเขา ถามด้วยความสงสัย “สมบัติล้ำค่าอะไร?”

“บนไหล่เขาของปล่องภูเขาไฟมียาทิพย์ชนิดหนึ่งชื่อว่าหญ้าเพลิงฉาย ว่ากันว่าหญ้าเพลิงฉายชนิดนี้สรรพคุณหลากหลาย เป็นของล้ำค่าหายาก เป็นยาทิพย์ที่ร้อยปีจะงอกหนึ่งต้น เปี่ยมไปด้วยพลังวิญญาณ มันดูดซึมสารประกอบของศิลาเพลิงในภูเขาไฟแห่งนี้เป็นอาหารได้ด้วยตนเอง มันยังเคลื่อนย้ายไปที่อื่นเองได้อีกด้วย กระทั่งหลังจากภูเขาไฟปะทุเสร็จมันก็จะกลับมาปรากฏอยู่บริเวณไหล่เขาอีกครั้ง ผ่านมาหลายปีแล้วก็ยังมีคนเคยเห็นเพียงไม่กี่คนเท่านั้น”

เฟิ่งจิ่วได้ยินก็ประหลาดใจเล็กน้อย “เคลื่อนย้ายได้ด้วยตนเอง? ไม่ใช่ว่ามันถือกำเนิดวิญญาณยาแล้วหรอกหรือ?”

ตาเฒ่าได้ยินก็มองเธอแวบหนึ่ง เอ่ยว่า “ภูเขาไฟแห่งนี้สามเดือนจะปะทุครั้งหนึ่ง มีเวลาสร้างวิญญาณยาให้มันเสียที่ไหน? ได้ยินมาว่ายาทิพย์ชนิดนี้เป็นอย่างนี้อยู่แล้ว อีกอย่างมีแค่ที่นี่ที่เดียว ที่อื่นคิดจะหาก็หาไม่เจอ”

“แสดงว่า ท่านมาที่นี่ก็เพื่อตามหามัน?” เฟิ่งจิ่วยักคิ้วมองเขา

ตอนที่ 2062: โชคดีผิดธรรมชาติ

“ฮ่าๆฮ่า ถูกต้องแล้ว ข้ามาเพื่อตามหามัน” เขายิ้มตาหยีขณะยกมือลูบหนวด เอ่ยว่า “หญ้าเพลิงฉายนี้ยังมีอีกชื่อหนึ่ง เรียกว่าหญ้าเซียน ได้ยินมาว่ามีสรรพคุณเป็นยาอายุวัฒนะช่วยรักษาบาดแผลภายในทั้งปวง รวมถึงช่วยให้การฝึกวรยุทธ์ของผู้ฝึกเซียนที่เป็นธาตุไฟมีพัฒนาการอย่างมากด้วย ข้าย่อมอยากหามันกลับไปไว้ต้นหนึ่ง เผื่อได้ใช้บ้าง”

เฟิ่งจิ่วมองเขาอย่างหมดคำจะพูด ตาเฒ่าคนนี้เหตุใดจึงมีความคิดไม่เหมือนคนอื่นนัก? อยู่ๆก็วิ่งมาตามหาหญ้าเซียนในนี้ เพียงเพราะเผื่อได้ใช้เนี่ยนะ? เขาคิดว่าตนเองอายุไม่ยืนพอเหรอ? หรือคิดว่าตนเองอาจได้รับบาดเจ็บจนเป็นอันตรายถึงชีวิตจึงคิดจะหาเตรียมไว้บ้างงั้นหรือ?

“ซี้ด!”

พลันนั้น เธอสูดปากเบาๆ รู้สึกเหมือนเหยียบโดนอะไรบางอย่าง เธอขยับเท้าออกดูเล็กน้อย ก็เห็นหินสีดำปลายแหลมแทงขึ้นมาจากพื้นดิน หินสีดำปลายแหลมก้อนนั้นยังส่องแสงระยิบระยับด้วย

“เอ๊ะ?”

เธออุทาน ย่อตัวลงไปด้วยความประหลาดใจ ขุดเอาหินสีดำปลายแหลมก้อนนั้นออกมา ตาเฒ่าและจัวจวินเยวี่ยที่อยู่ข้างๆ เดินเข้ามา ครั้นเห็นเธอขุดหินสีดำก้อนนั้นออกมา สายตาของทั้งสองมีแววตะลึงพาดผ่าน

นึกไม่ถึง แค่เดินเธอก็เหยียบโดนศิลาเพลิงแล้ว โชคชะตานี้ช่างผิดธรรมชาตินัก

“นี่คงเป็นศิลาเพลิงที่ว่ากระมัง? ก็ไม่ได้ส่องประกายอะไรมากนักนี่!” เธอหยิบหินสีดำที่เพิ่งขุดออกมาไว้ในมือ ศิลาเพลิงก้อนนี้มีขนาดเท่าไข่ไก่ ทว่ามีปลายที่แหลมมาก เจ้าหินก้อนเล็กๆนี้ฝังอยู่ใต้ดิน ซึ่งก็คือหินก้อนที่ปลายแหลมของมันโผล่พ้นดินขึ้นมา แหละเฟิ่งจิ่วเดินไปเหยียบมันทำให้รู้สึกเจ็บจี๊ดที่ใต้เท้า

“นี่ก็คือศิลาเพลิง มีก้อนที่ใหญ่กว่าก้อนที่อยู่ในมือของเจ้า แล้วก็มีก้อนที่เล็กกว่าก้อนที่อยู่ในมือของเจ้าด้วยเหมือนกัน” ชายชราตอบ ยิ้มตาหยีมองเธอ “ดูจากโชคชะตาที่ดีผิดธรรมชาติของเจ้า ข้าคิดว่าพาเจ้าไปหาหญ้าเพลิงฉายด้วย จะต้องหาเจอสักต้นแน่ๆ”

ได้ยินอย่างนั้น เฟิ่งจิ่วโยนศิลาเพลิงในมือเล่น พลางมองตาเฒ่าพร้อมกับเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ “หากข้าเจอ ข้าไม่ยกให้ท่านหรอกนะ”

“หากเจ้าเจอ ย่อมต้องเป็นของเจ้าอยู่แล้ว ข้าเอาของมาแลกกับเจ้าก็ได้” ฮุ่นหยวนจื่อเอ่ย มองเฟิ่งจิ่วแวบหนึ่ง “วางใจเถิด! ข้าไม่เอาเปรียบเจ้าหรอก”

“ตรงนี้ก็มีศิลาเพลิงอยู่ก้อนหนึ่ง” จู่ๆ เสียงของจัวจวินเยวี่ยก็ดังมา ดึงความสนใจของทั้งสองให้หันไปทางนั้น

“อยู่ไหน อยู่ไหน?” ตาเฒ่ารีบวิ่งไปหา เห็นจัวจวินเยวี่ยโค้งคัวลงไปขุดศิลาเพลิงขนาดเท่ากำปั้นก้อนหนึ่งขึ้นมา

ตาเฒ่าเห็นแล้วก็อดอิจฉาไม่ได้ น้ำเสียงยามเอ่ยวาจาแฝงแววน้อยเนื้อต่ำใจ “พวกเจ้าสองคนรังแกคนแก่สายตาไม่ดีใช่หรือไม่? ขนาดแค่เดินยังหาเจอ เหตุใดข้าไม่เจอบ้าง?”

ได้ยินอย่างนั้น จัวจวินเยวี่ยเหลือบมองเขาแวบหนึ่ง ก่อนโยนศิลาเพลิงขนาดเท่ากำปั้นในมือให้เขา “ให้ท่าน”

ตาเฒ่าชะงักงัน มองดูศิลาเพลิงขนาดเท่ากำปั้นในอ้อมแขน เขาตะลึง “เจ้าไม่เอาหรือ? นี่ของดีเชียวนะ”

“แถวๆนี้น่าจะยังมีอีก ค่อยหาใหม่ก็ได้” จัวจวินเยวี่ยตอบ ก่อนจะชะลอฝีเท้าเดินไปรอบๆ พลางสังเกตว่ามีจุดไหนที่ดูผิดปกติบ้าง

“จะว่าไปก็ใช่” ตาเฒ่าพยักหน้า ก่อนจะเก็บศิลาเพลิงก้อนนั้น แล้วตามหาอยู่ไม่ไกล

เฟิ่งจิ่วเห็นอย่างนั้นก็ก้มหน้ามองศิลาเพลิงในมือตนเองแวบหนึ่ง จากนั้นก็เดินตามหาแถวๆนั้นด้วย เหมือนอย่างที่จัวจวินเยวี่ยเอ่ย แถวๆนี้น่าจะไม่ได้มีแค่ศิลาเพลิงสองก้อนนี้

แต่ทว่า ขณะที่พวกเขากำลังตามหาอยู่ในพื้นที่บริเวณนี้ และตะโกนร้องด้วยความดีใจเป็นระยะ กลับมีใครบางคนกำลังจับตามองพวกเขาอยู่อย่างเงียบเชียบเช่นกัน…

ตอนที่ 2063: ข้าอยากปล้นกลับ

เพราะตามหาอย่างละเอียดจึงเจอศิลาเพลิงหลายก้อนในพื้นที่บริเวณนี้ดังคาด เฟิ่งจิ่วกับตาเฒ่าดีใจเนื้อเต้น ทั้งสองคนยังแข่งกันอีกด้วยว่าใครจะหาได้มากกว่ากัน

แม้อากาศที่นี่จะร้อนอบอ้าวเล็กน้อย แต่เพราะอารมณ์ดีพวกเขาจึงพูดคุยกันอย่างเบิกบาน เสียงหัวเราะดังก้องไปทั่ว ย่อมดึงดูดความสนใจคนที่อยู่แถวๆนี้ด้วย

พวกคนที่จับตาดูพวกเฟิ่งจิ่วอยู่มีสามกลุ่ม หนึ่งกลุ่มในนั้นไม่รู้ว่าเพราะจำฮุ่นหยวนจื่อได้หรืออย่างไร หลังจากเห็นใบหน้าของคนที่ย่อตัวลงไปขุดศิลาเพลิงบนพื้น ก็โบกมือสั่งถอยทัพไปเงียบๆ

ส่วนคนอีกสองกลุ่มหลังเห็นพวกเขาสามคนขุดเจอศิลาเพลิง อีกทั้งพวกเขามีกันเพียงสามคน เห็นว่าเป็นโอกาสดี พวกเขาย่อมไม่ยอมพลาด ด้วยเหตุนี้ จึงเกิดความคิดจะช่วงชิงสิ่งของมา

ไม่ว่าจะเป็นเฟิ่งจิ่ว ฮุ่นหยวนจื่อหรือแม้แต่จัวจวินเยวี่ย ต่างก็รู้แต่แรกแล้วว่ามีคนกำลังซุ่มมองพวกเขาอยู่ตรงนั้น เพียงแต่พวกเขาไม่สนใจเท่านั้น หลังจากที่พวกเขาเก็บศิลาเพลิงที่หาเจอขึ้นมาหมดแล้ว พวกเขานับดูคร่าวๆ รวมกันแล้วก็ได้ประมาณยี่สิบก้อน ใหญ่หน่อยก็ขนาดเท่ากำปั้น เล็กหน่อยก็ขนาดเท่าก้อนกรวด

“เอาล่ะ ไปกันเถิด! แม้จะเล็กไปหน่อย แต่ข้างหน้าน่าจะยังมีอยู่” ตาเฒ่ายิ้มตาหยี รู้สึกตื่นเต้นเหมือนกำลังตามล่าหาสมบัติอยู่

เฟิ่งจิ่วโยนศิลาเพลิงในมือเล่น มองฮุ่นหยวนจื่อและจัวจวินเยวี่ยเอ่ยว่า “ระหว่างทางถูกปล้นมาไม่รู้กี่หน พวกเจ้าว่าของสิ่งนี้จะถูกใครหมายตาอีกหรือไม่?”

ที่จริง เวลานี้เธอกลับคิดจะปล้นพวกนั้นคืนเสียอีก บนตัวของคนโจรปล้นทรัพย์พวกนั้นจะต้องมีทรัพย์สินไม่น้อยแน่ นึกมาถึงตรงนี้ เธอก็เกิดรู้สึกไม่อยากจากไปเสียดื้อๆ

“นี่อากาศก็ร้อนแล้ว ถ้าอย่างไรพวกเราหาที่พักแล้วค่อยไปต่อกันเถิด!”

ได้ยินอย่างนั้น ฮุ่นหยวนจื่อกับจัวจวินเยวี่ยมองเธอแวบหนึ่ง จากนั้นก็ไม่พูดอะไรอีก ตาเฒ่าครุ่นคิด ก่อนจะชี้ไปด้านหนึ่ง “ที่นี่ร้อนอบอ้าว แม้แต่ที่นั่งก็ยังไม่มี ไปดูทางนั้นดีหรือไม่?”

เฟิ่งจิ่วมองตามที่เขาชี้ ก่อนเห็นคนที่กำลังซ่อนตัวอยู่พอดี อดยิ้มมุมปากไม่ได้ “เจ้าเป็นใคร? เหตุใดต้องทำตัวลับๆล่อๆ?”

สิ้นเสียง คนสองกลุ่มนั้นยืนขึ้น เพียงแต่ไม่ได้สนใจพวกเฟิ่งจิ่ว ทว่ากลับหันไปสู้กันเองก่อน

“เหยื่อกลุ่มนี้พวกข้าหมายตาไว้ก่อนแล้ว!” หัวหน้าของหนึ่งในนั้นตวาดเสียงกร้าว

“พื้นที่นี้พวกข้าคุมอยู่! คนอยู่ที่นี่ ของย่อมเป็นของพวกข้าอยู่แล้ว!”

“ทำไม? จะสู้หรือ? อย่าลืมเล่าว่าเราเคยสู้กันมาก่อน!”

“ก็ได้! อย่างนั้นแย่งของพวกนั้นมาก่อนแล้วค่อยแบ่งกัน แบ่งเท่าๆกันให้จบกันไป!”

คนสองกลุ่มปรึกษากันอยู่ตรงนั้น ครั้นเงยหน้ามองไป ก็ได้ยินเสียงของทั้งสามดังมารางๆ

“นี่เจ้าคิดจะทำอะไรแผลงๆอีก? คนพวกนี้ตั้งใจดักปล้นอยู่นะ เจ้าคงไม่ได้คิดประเคนของให้พวกเขาหมดหรอกระมัง?”

“จะเป็นไปได้อย่างไรกัน? ข้าแค่คิดว่าอย่างไรคนพวกนี้ก็มาถวายตัวถึงที่แล้ว สู้ปล้นพวกเขา อย่างไรก็ดีกว่าถูกพวกเขาปล้นอยู่แล้วนี่!” เฟิ่งจิ่วพูดเหมือนเป็นเรื่องธรรมดา

“เจ้ามั่นใจหรือ? อีกฝ่ายมีจำนวนคนไม่น้อยเลยนะ” แม้พวกเขาจะไม่กลัวคนพวกนั้น แต่หากคิดจะสู้จริงๆ ก็ดูเหมือนว่า…

“จะไปยากอะไร?” เธอยิ้มเจ้าเล่ห์ดวงตาเป็นประกาย เอ่ยว่า “ที่นี่อุณหภูมิสูง ฤทธิ์ยาทำงานเร็ว ท่านดูสิ พวกเขาล้มลงไปหมดแล้ว”

ตาเฒ่าได้ยินเสียงล้มดังมาจากทางนั้นอย่างต่อเนื่อง จึงหันไปดู ยามเห็นภาพนั้นก็ตะลึงงัน “นี่พวกเขาเป็นอะไรกันไปหมด?” เมื่อกี้ยังดีๆอยู่เลย จู่ๆก็…

ตอนที่ 2064: ทรัพย์สมบัติถูกปล้น

เฟิ่งจิ่วยิ้มตาหยีพลางตบมือ ก่อนจะสาวเท้าเดินเข้าไปอย่างเบิกบาน “ท่านลืมไปแล้วหรือว่าข้าทำมาหากินอะไร? เรื่องเล็กแค่นี้ไม่เห็นถึงกับต้องใช้กำลังเลยนี่”

ตาเฒ่ามุมปากกระตุก พึมพำเบาๆ “จะลืมได้อย่างไร? เจ้าก็โจรดีๆนี่เอง”

จัวจวินเยวี่ยเห็นภาพตรงหน้าก็หยักยกมุมปากเล็กน้อย เผยรอยยิ้มน้อยๆออกมา เขามองเฟิ่งจิ่วแวบหนึ่ง ก่อนจะเดินตามไป

พวกคนที่ล้มลงไปต่างหมดสติ เฟิ่งจิ่วกลับไม่ได้สังหารพวกเขา เพียงกวาดสิ่งของบนตัวของพวกเขาจนราบคาบ สุดท้ายยังยืนสำรวจสิ่งของที่ปล้นมาได้อยู่ตรงนั้นอีก

“จิ๊ๆ คนพวกนี้อะไรก็มีหมด ดูท่าคงปล้นคนมาไม่น้อย แต่ก็มีความสามารถกันแค่นี้เอง เหตุใดใช้ชีวิตดีๆอยู่ในนี้ได้?” เธอส่ายหน้าพลางพึมพำ ก่อนจะเก็บของเหล่านั้น

ตาเฒ่าเห็นเธอเก็บของเพียงลำพังก็ถมึงตาถาม “เจ้าจะไม่แบ่งให้พวกข้าหน่อยหรือ? จะกวาดเรียบคนเดียวหมดเลยรึ?”

“อ้าว? ท่านจะเอาหรือ? ข้านึกว่าท่านเป็นภูเขาไท่ซานแห่งสำนักเซียน คงไม่อยากได้ของต่ำทรามพวกนี้ ท่านว่าหากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป จะไม่เป็นการทำให้ชื่อเสียงของท่านเสื่อมเสียหรอกหรือ?”

ได้ยินอย่างนั้น ตาเฒ่าสะบัดเสียง “ข้าไม่สนใจหรอก!”

“ถึงไม่สนใจก็ไม่มีส่วนของท่านให้หรอก เมื่อครู่ใครกันยังคิดจะขัดขวางข้า? ท่านไม่ได้กระดิกนิ้วทำอะไรด้วยซ้ำ แต่ว่านะ…” เธอหันไปมองจัวจวินเยวี่ยที่อยู่ด้านหนึ่งพร้อมกับยิ้มตาหยี ยื่นมือไปตบไหล่เขา “เขากลับควรได้ส่วนแบ่งสักหน่อย”

“เจ้า เจ้าลำเอียง!” ตาเฒ่าอัดอั้นตันใจ ไม่เข้าใจว่าคนที่มีชื่อเสียงและเป็นที่ต้อนรับอย่างเขา พอเป็นนางเหตุใดกลับถูกเมินเฉยอย่างนี้?

“ลำเอียงที่ไหน เมื่อครู่จวินเยวี่ยช่วยข้าเก็บของบนตัวคนพวกนั้นอยู่ตลอด” เฟิ่งจิ่วยิ้มตาหยี เอ่ยกับจัวจวินเยวี่ยที่ยังประคองสิ่งของมากมายไว้ในมือ “ถุงฟ้าดินและแหวนห้วงมิติพวกนั้นเจ้ารับไว้เถิด เก็บไว้แต่งภรรยาในวันข้างหน้า”

ได้ยินอย่างนั้น จัวจวินเยวี่ยมุมปากกระตุก ยื่นของในมือไปข้างหน้า “ไม่ต้องแล้ว เจ้าเก็บไว้เถิด!”

“รับไว้รับไว้ ติดตามข้าอยู่ดีกินดีแน่นอน” เธอตบไหล่เขาพร้อมกับเอ่ยอย่างภาคภูมิ ท่วงท่าไร้ซึ่งอิริยาบถอ่อนหวานเฉกเช่นหญิงสาว มีเพียงความเถรตรงและใจกว้างดุจชายหนุ่มเท่านั้น

ตาเฒ่าเห็นอย่างนั้นก็นึกหมั่นไส้ เขาลูบหนวด พลางนึกเสียดายยิ่ง อดเสียดสีจัวจวินเยวี่ยไม่ได้ “บอกแล้วอย่างไรว่าเจ้ามันไม่ต่างจากท่อนไม้? สมบัติถูกยัดใส่มือขนาดนี้ยังไม่รู้จักเก็บไว้อีก ไม่เคยได้ยินหรือว่าไม่รับไว้ก็เสียเปล่าน่ะ?”

จัวจวินเยวี่ยชำเลืองมองตาเฒ่าอย่างเอือมระอา ก่อนจะเก็บของเหล่านั้น พลางหันไปเอ่ยกับเฟิ่งจิ่ว “ขอบใจมาก”

“ขอบใจอะไรกัน ไปเถิด! ข้างในยังมีสมบัติอีก”

เธอยิ้มร่า ยามเดินผ่านคนที่กำลังหมดสติอยู่บนพื้น เธอยกเท้าเหยียบมือของคนคนนั้น มือที่กำลังกำมีดอยู่คลายออกเพราะความเจ็บ ซ้ำยังมีเสียงกระดูกหักดังมารางๆ เพียงแต่คนคนนั้นกลับฝืนทนไว้ ไม่ส่งเสียงออกมาสักนิด

ตาเฒ่ากับจัวจวินเยวี่ยเห็นอย่างนั้นก็ไม่พูดอะไร ทั้งสามเดินไปข้างหน้าอย่างสบายใจราวกับกำลังเดินเล่นอยู่ในสวนหลังบ้านตนเอง บางทีอาจเพราะของที่ได้มาจากการปล้น แม้อุณหภูมิรอบกายจะสูง แต่รอยยิ้มบนใบหน้ากลับกว้างกว่าเดิม

หลังจากที่พวกเขาสามคนเดินออกไปได้ไม่ไกล ชายคนที่ถูกเหยียบมือเมื่อครู่ลุกขึ้นนั่งด้วยสีหน้าตื่นตะลึง ในกลุ่มคนพวกนี้มีเขากับชายอีกคนที่พลังค่อนข้างสูง แม้ยาพวกนั้นจะทำให้พวกเขาหมดสติ แต่กลับฟื้นขึ้นมาหลังผ่านไปไม่นาน

แต่ที่ต่างจากชายอีกคนก็คือ หลังจากเขาฟื้น เขารู้สึกแค้นใจที่ถูกปล้นทรัพย์ จึงคิดจะลอบเล่นงานอีกฝ่าย ใครจะรู้…

ตอนที่ 2065: คนใกล้หมึก ติดสีดำ

“พรืด! ข้านึกว่าเจ้าจะเก่งสักแค่ไหนกันเชียว! ยังคิดจะใช้มีดทำร้ายคนอื่นเขาอีก?”

ชายวัยกลางคนที่ล้มอยู่ด้านหนึ่งหัวเราะเยาะ ก่อนจะลุกขึ้นนั่งบนพื้น ตบฝุ่นตามตัวออก เหล่มองชายที่กระดูกมือหักด้วยหางตา

“แล้วเจ้าดีกว่าข้าสักแค่ไหนกันเชียว? ฟื้นแล้วยังแสร้งหมดสติอยู่ตรงนั้นอีก! ไม่ได้เรื่อง!” ชายที่กระดูกมือหักแค่นเสียงด้วยสีหน้าถมึงตึง ก่อนจะลุกขึ้นนั่งเช่นกัน

“นั่นจะเหมือนกันได้อย่างไร? ข้านั้นดูออกว่าสามคนนั้นเก่งกาจเพียงใดจึงไม่กล้าทำอะไรอีก ไม่อย่างนั้น ไม่เพียงพวกเราแพ้และเสียทรัพย์สมบัติให้พวกเขา แต่อาจต้องทิ้งชีวิตไว้ที่นี่ด้วยก็ได้” แม้เขาจะรู้สึกเจ็บแค้นไม่ต่างกัน แต่ผู้รู้สถานการณ์คือผู้มีสติปัญญาเป็นเลิศ หากคิดจะถือมีดสู้กับพวกนั้นจริงๆ เหมือนชายคนนั้น เดาว่าสุดท้ายพวกเขาคงไม่เหลือแม้แต่ชีวิตแล้ว

ส่วนคนพวกนั้นเห็นได้ชัดว่าต้องการเพียงสมบัติ ไม่ได้คิดทำร้ายใคร นับว่าปรานีมากแล้ว หากเปลี่ยนเป็นพวกเขาชิงทรัพย์แล้วคงไม่ปล่อยให้คนรอดชีวิตไปได้แน่

“แต่จะว่าไป คนพวกนั้นเป็นใครกันแน่นะ?” ทั้งสองหันไปมองเหล่าลูกน้องที่หมดสติอยู่บนพื้น พลางพึมพำด้วยความสงสัยอยู่ตรงนั้น

“หึๆ ไม่รู้ว่าเป็นใครพวกเจ้าก็ยังกล้าลงมืออีกหรือ?”

เสียงหนึ่งดังมาจากข้างหลังของพวกเขา เห็นเพียงคนกลุ่มแรกที่จากไปย้อนกลับมาอีกครั้ง เพียงแต่ยามนี้สีหน้าพวกเขาเหมือนกำลังยินดีกับความทุกข์ของผู้อื่นอยู่

“เจ้ารู้?” พวกเขาเป็นกลุ่มโจรที่ดักปล้นชิงอยู่แถวๆนี้ จึงถือว่าคุ้นเคยกันอยู่บ้าง

“หากข้าไม่รู้ เดาว่าตอนนี้ข้าคงมีจุดจบเหมือนพวกเจ้า” ชายคนนั้นกวาดมองผ่านร่างกายที่ว่างเปล่าไร้สมบัติของพวกเขาด้วยสายตาเยาะเย้ย “ไม่เหลืออะไรแล้วล่ะสิ? รักษาชีวิตไว้ได้ก็ถือว่าดีมากแล้ว”

“สามคนนั้นเป็นใครกันแน่?” ชายวัยกลางคนที่กระดูกมือหักถาม ในใจยังแค้นไม่หาย สมบัติเหล่านั้นเป็นสมบัติทั้งหมดที่พวกเขามี แต่กลับถูกชิงไปง่ายๆอย่างนี้

“อีกสองคนข้าไม่รู้ แต่ตาเฒ่าคนนั้นก็คือฮุ่นหยวนจื่อแห่งสำนักดาราจักร แม้แต่เขาก็ยังกล้าเล่นงาน ข้าล่ะนับถือความใจกล้าของพวกเจ้าเสียจริงๆ!” ชายคนนั้นตอบ พลางส่ายหน้า ขี้คร้านจะเล่นงานพวกเขาซ้ำอีก

ทั้งสองได้ยินอย่างนั้น หน้าซีดไปทั้งดวง กอปรกับรู้สึกหวาดเสียว นึกไม่ถึงว่าเป็นฮุ่นหยวนจื่อแห่งสำนักดาราจักร? ผู้ที่เป็นดุจภูเขาไท่ซานของสำนักเซียน? สวรรค์! พวกเขาทำบาปมาแปดชาติหรือไรถึงได้บังเอิญเจอคนเช่นนั้นเข้า

ทว่า ที่ทำให้พวกเขาแค้นยิ่งกว่าก็คือ คนที่ทำให้พวกเขาล้มหมดสติกลับไม่ใช่ฮุ่นหยวนจื่อ ทว่าเป็นเด็กหนุ่มชุดเขียวที่ไม่รู้หัวนอนปลายเท้าคนหนึ่ง

“ข้างหน้ามีถ้ำอยู่แห่งหนึ่ง คืนนี้เราไปพักที่นั่นดีหรือไม่?” ตาเฒ่าชี้ไปที่ถ้ำด้านหน้า พลางเสนอ

“ได้ พวกท่านไปก่อน ข้าไปดูรอบๆว่ามีสัตว์ป่าหรือไม่” เดินทางอยู่ในป่าแห่งนี้ หากไม่มีเนื้อกินก็เหมือนถูกลงโทษ

“อยู่ในที่แห่งนี้เจ้ายังอยากจะกินเนื้ออีกหรือ? ไม่ต้องคิดแล้ว ที่นี่ไม่มีสัตว์ป่าอะไรทั้งนั้น” ตาเฒ่าโบกมือ ก่อนจะสาวเดินเข้าไปในถ้ำ

จัวจวินเยวี่ยที่อยู่ด้านหนึ่งหันมองเฟิ่งจิ่ว “ข้าไปกับเจ้าก็แล้วกัน! แม้สัตว์ป่าจะน้อย แต่หากโชคดีก็อาจเจอ”

เฟิ่งจิ่วหันไปยิ้มตาหยีให้เขา “ข้านึกออกแล้ว ในเมื่อที่นี่มีสัตว์ป่าให้เห็นน้อย อย่างนั้นพวกเราไปเอามาจากถ้ำของคนอื่นก็ได้”

พวกกลุ่มคนนี้ดักปล้นอยู่แถวนี้ต้องล่าสัตว์เป็นแน่ๆ ไปเอามาจากพวกเขาก็ได้แล้วไม่ใช่หรือ?

ได้ยินอย่างนั้น จัวจวินเยวี่ยชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเผยยิ้มน้อยๆ “ก็ดีเหมือนกัน อย่างนั้นไปดูกันเถิด!”

ตาเฒ่าเห็นทั้งสองคุยไปด้วยเดินกลับทางเดิมไปด้วย ก็อดส่ายหน้าไม่ได้ “เขาถึงว่าคนอยู่ใกล้หมึก มักติดสีดำ!”

ตอนที่ 2066: เกรงใจแย่

ในถ้ำที่อยู่ห่างจากที่นี่ระยะหนึ่ง มีคนกลุ่มหนึ่งกำลังนั่งดื่มสุรากินเนื้อและพูดคุยกันอยู่ ขณะกำลังพูดคุยกันอย่างสนุกสนานได้ที่ เสียงหัวเราะหนึ่งพลันดังก้อง

“พี่ใหญ่เยี่ยมยอดที่สุดดังคาด ดูแวบเดียวก็รู้ว่านั่นคือฮุ่นหยวนจื่อแห่งสำนักดาราจักร โชคดีที่พวกเราไม่ได้เข้าไปผสมโรงกับพวกนั้น ไม่เช่นนั้นตอนนี้เราอาจมีสภาพเหมือนเจ้าโง่สองกลุ่มนั้นแล้วก็ได้”

“นั่นสิ เมื่อกี้ตอนที่เรากลับไปดู คนของสองกลุ่มนั้นล้วนหมดสติล้มอยู่บนพื้น ทรัพย์สินบนร่างกายล้วนถูกกวาดไปจนราบคาบ หัวหน้าของสองกลุ่มนั้นแม้ตื่นขึ้นมาก่อน หนึ่งในนั้นคิดจะใช้มีดลอบเล่นงานสามคนนั้น นึกไม่ถึงกลับถูกเหยียบมือจนกระดูกหัก”

“จะว่าไปแล้ว สามคนนั้นไม่เอาชีวิตพวกเขาก็ดีเท่าไรแล้ว หากเป็นคนอื่น หลังจากกวาดทรัพย์สินไปจนหมด ชีวิตของพวกเขาก็คงไม่เหลือไว้ให้ด้วย”

“ฮุ่นหยวนจื่อผู้นั้นอย่างไรก็เป็นคนของสำนักดาราจักร ย่อมไม่กระทำอะไรเหี้ยมโหดเกินไปนัก จะให้เขาสังหารคนทีเดียวมากมายขนาดนั้น เขาย่อมต้องลังเลอยู่แล้ว”

“ตอนนี้คนสองกลุ่มนั้นหนีเตลิดกันไปหมดแล้ว พี่ใหญ่นับว่าจิตใจดี ไม่ได้ไล่สังหารพวกเขาเสียให้สิ้นซาก”

“ใช่แล้ว พี่ใหญ่จิตใจดีนัก”

ทุกคนผลัดกันพูด ต่างพากันประจบสอพลอพี่ใหญ่ของพวกเขา หนึ่งในนั้นคอยรินสุราให้พวกเขา หัวหน้าของคนเหล่านี้ครั้นได้ยินคำสรรเสริญต่างๆนานาก็เบิกบานใจนัก หัวเราะเสียงก้องกังวาน พลางยกถ้วยสุราขึ้นสูง “มาๆ ดื่มเหล้าดื่มเหล้า!”

ทว่าด้านนอก เฟิ่งจิ่วที่ตามกลิ่นหอมของสุราและเนื้อมากำลังยิ้มเจ้าเล่ห์ราวกับสุนัขจิ้งจอกก็ไม่ปาน เธอหันไปพยักหน้าให้จัวจวินเยวี่ย “เป็นอย่างไร? ข้าพูดถูกใช่ไหมเล่า? คนพวกนี้จะต้องมีเนื้อแน่ๆ เจ้าดมดูสิ ยังมีกลิ่นหอมของสุราด้วย! ถือโอกาสเอากลับไปให้ตาเฒ่าหน่อยดีกว่า”

“อืม” จัวจวินเยวี่ยพยักหน้า มองสองคนที่กำลังยืนเฝ้ายามอยู่ข้างหน้า พลางเอ่ยกับเฟิ่งจิ่วว่า “หนึ่งต่อหนึ่ง”

“ได้”

ทั้งสองพุ่งโฉบเข้าไป มายืนอยู่ข้างหลังคนเฝ้ายามทั้งสองโดยที่พวกเขายังไม่ทันรู้ตัว เงื้อมีดในมือฟันลงไป ของบนตัวทั้งสองร่วงตกลงในมือ ขณะเดียวกันสองคนที่ถูกตีจนหมดสติก็ล้มลงไปกับพื้น

ทั้งสองมองหน้ากัน ก่อนจะยิ้มโดยไม่ได้นัดหมาย สูดดมกลิ่นหอมของเนื้อและสุรา พลางสาวเท้าเดินไปข้างใน ได้ยินเสียงหนึ่งดังออกมาพอดี “พลิกเนื้อย่างตรงนั้นหน่อย อย่าปล่อยให้ไหม้เล่า”

ได้ยินอย่างนั้น เฟิ่งจิ่วกลืนน้ำลาย เฮ้อ อย่างไรเธอก็เป็นปุถุชนคนธรรมดาอยู่วันยังค่ำ เธอไม่ชอบกินยาเลี่ยงอาหาร แต่ชอบกินอาหารและเนื้อสัตว์

ย่องฝีเท้าเร็วและเบามาจนถึงบริเวณถ้ำ เธอยิ้มและชะโงกหน้าเข้าไป แต่กลับทำให้คนข้างในตกใจจนกระเจิงไปคนละทิศคนละทาง

“เฮ้ย! เป็นเจ้าหนุ่มเสื้อเขียวนั่น!”

“ซี๊ด! สะ สองคนนี้กลับมาอีกทำไมกัน?”

กลุ่มคนที่กำลังนั่งล้อมรอบกองไฟกินเนื้อย่างกันตกใจเพราะสองคนที่จู่ๆ ก็บุกเข้ามา แต่ละคนลุกพรวดพราดตั้งท่าระวังตัว รีบถอยกรูดเข้าไปในถ้ำ ยืนเบียดเสียดกันแน่น

“ฮี่ๆ พวกเจ้าไม่ต้องกลัว พวกข้าไม่ได้มีเจตนาร้าย” เฟิ่งจิ่วยิ้มตาหยี ก่อนจะเดินมาดมกลิ่นตรงหน้าเนื้อย่าง “อืม เนื้อย่างนี้กลิ่นหอมนัก!”

เห็นอย่างนั้น กอปรกับได้ยินเด็กหนุ่มชุดเขียวว่าอย่างนั้น ชายวัยกลางคนที่เป็นหัวหน้าสงบสติอารมณ์ เอ่ยว่า “หากท่านชอบเนื้อย่างนี้ ข้ายกให้พวกท่าน” เขาหวังเพียงว่าพวกเขาได้เนื้อย่างแล้วจะรีบจากไปเสีย

“อย่างนั้นหรือ! ทำอย่างนั้นก็เกรงใจแย่น่ะสิ” เฟิ่งจิ่วยิ้มตาหยี ทว่าดวงตากลับจ้องวนเวียนอยู่ที่ไหสุราที่วางอยู่ด้านหนึ่ง หน้าตาไม่ได้แสดงออกถึงความเกรงใจแม้แต่น้อย

ตอนที่ 2067: โจรเหนือโจร

ชายวัยกลางคนที่เป็นหัวหน้าเห็นดวงตาดำขลับของเด็กหนุ่มจ้องไหสุราตาเป็นมัน ก็อดมุมปากกระตุกไม่ได้ ฝืนยิ้มก่อนเอ่ยว่า “ไม่เป็นไร ในเมื่อมีวาสนาได้พบกัน หมูย่างตัวนี้ยกให้พวกท่านก็แล้วกัน ยังมีสุราไหใหญ่นั่น พวกนั้นเอาไปเถิด!”

หมูป่าไม่มีแล้วพวกเขายังไปล่าได้ใหม่ สุราไม่มีแล้วพวกเขายังออกไปซื้อได้อีก หากทรัพย์สมบัติบนตัวพวกเขาหมดไป นั่นต่างหากคือการได้ไม่คุ้มเสีย!

“น้ำใจยิ่งใหญ่ยากปฏิเสธ ในเมื่อพวกเจ้าพูดถึงขนาดนี้แล้ว เช่นนั้นพวกข้าก็จะรับไว้!” เธอยิ้มตาหยี ก่อนหันไปมองจัวจวินเยวี่ยที่อยู่ด้านหนึ่ง

จัวจวินเยวี่ยก้าวไปข้างหน้า อุ้มไหสุราไหนั่นขึ้นมาเก็บใส่ห้วงมิติ ก่อนจะเดินกลับไปที่หมูย่าง จากนั้นก็ยกหมูย่างกลับไปกับเฟิ่งจิ่วคนละตัว

กลุ่มคนที่อยู่ข้างหลังเดินตามออกมา กลืนน้ำลายมองตามหมูป่าที่ถูกยกออกไป หน้าตาเสียดาย ทว่าในเวลานี้ เด็กหนุ่มชุดเขียวที่เดินอยู่ข้างหน้าพลันหันกลับมา พวกเขาตกใจจนต้องชะงักเท้า

“ไม่ต้องส่ง พวกเจ้าอยู่ต่อเถิด!” เฟิ่งจิ่วโบกมือให้พวกเขาอย่างเบิกบานใจ ก่อนจะหามหมูป่าเดินกลับไปหาตาเฒ่าพร้อมกับจัวจวินเยวี่ย

กลุ่มคนที่อยู่ข้างหลังยืนเหม่อมองพวกเขาอยู่ตรงนั้น เนิ่นนานจึงเพิ่งได้สติ หนึ่งในนั้นพึมพำเบาๆว่า “เจ้าหนุ่มชุดเขียวนั่นเหมือนโจรมากกว่าพวกเราเสียอีก! นี่มันโจรเหนือโจรชัดๆ!”

“พี่ใหญ่ หมูป่าที่เราล่ามาอย่างยากลำบากถูกแย่งไปทั้งอย่างนี้ ซ้ำยังเสียสุราไหใหญ่ไปอีกหนึ่งไหด้วย” ชายอีกคนเอ่ยอย่างเสียดาย สายตาจับจ้องไปยังทิศทางที่สองคนนั้นเดิจากไป แม้จะเดินไปไกลแล้ว แต่พวกเขาก็ยังได้กลิ่นหอมของเนื้อย่างอยู่…

“ไม่ได้เรื่อง!”

ชายวัยกลางคนที่เป็นหัวหน้าถลึงตาจ้องพวกเขา “ของเหล่านั้นล้วนเป็นของนอกกาย ไม่มีก็แค่หาใหม่ ชีวิตและทรัพย์สินของพวกเขารักษาไว้ได้ก็ดีมากแล้ว พวกเขาอยากได้เนื้อย่างกับสุรา ยกให้พวกเขาไปก็สิ้นเรื่อง”

“พี่ใหญ่ พี่น้องสองคนของเราที่เฝ้ายามอยู่ถูกตีหมดสติไปแล้ว ไม่ตายขอรับ” ชายอีกสองคนรีบสาวเท้ากลับเข้ามา ประคองชายสองคนที่หมดสติกลับมาด้วย

“ไม่ตายก็ดีแล้ว พาคนเข้าไปในถ้ำเสีย” เขาโบกมือสั่ง

“พี่ใหญ่ อย่างนั้นพวกเราจะกลับไปล่าหมูป่าอีกหรือไม่? เหล่าพี่น้องของเราไม่ได้กินเนื้อมาครึ่งเดือนกว่าแล้ว” ชายคนหนึ่งทำใจกล้าถามขึ้น

“กลับไปอีก? เจ้าคิดว่าระยะทางที่กลับไปล่าสัตว์ใกล้มากหรือ? หากใกล้เจ้าเด็กบัดซบสองคนนั้นคงไม่กลับมาเอาของไปจากเราหรอก” ชายวัยกลางคนที่เป็นหัวหน้าหงุดหงิด “มียาเลี่ยงอาหารกันอยู่มิใช่รึ? กินยาเลี่ยงอาหารเข้าไปก็พอ!”

ครั้นเห็นเขาบันดาลโทสะ แต่ละคนต่างไม่กล้าพูดอะไรอีก

ในอีกด้านหนึ่ง ตาเฒ่าที่กำลังพักผ่อนอยู่ในถ้ำฮัมเพลงเบาๆ พลางพึมพำ “แม่หนูน้อยนั่น ไม่ฟังคำข้า ข้าบอกแล้วอย่างไรว่าแถวนี้ไม่มีสัตว์ป่าก็ไม่เชื่อ ข้าไม่เชื่อหรอกว่าพวกเจ้าออกไปแล้วจะเอาสัตว์ป่ากลับมาได้”

ทว่า ขณะที่เขากำลังพึมพำกับตนเองอยู่ พลันนั้น จมูกพลันขยับขึ้นลง เขาเดินตามกลิ่นออกไปข้างนอก เห็นสองคนที่กำลังหามหมูย่างกลับมา ก็อดเบิกตาด้วยความตกตะลึงไม่ได้

“ซี๊ด! แม่หนูน้อย เจ้ายกสัตว์ป่ากลับมาได้จริงหรือ?” เขาวิ่งเข้าไปหาด้วยความตื่นเต้น อดถามไม่ได้ว่า “พวกเจ้าไปเอามาจากที่ใด? ซ้ำยังย่างเสร็จแล้วด้วย? นี่คงไม่ได้ไปแย่งใครกลับมาหรอกกระมัง?”
เขาจำคำพูดของสองคนตอนเดินออกไปก่อนหน้านี้ได้รางๆ นี่คงไม่ได้ไปแย่งใครกลับมาจริงๆหรอกกระมัง? แม่หนูน้อยนี่ ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ!

ตอนที่ 2068: ด้วยกันเถิด

“จะเป็นไปได้อย่างไรกัน?”

เฟิ่งจิ่วแย้งเสียงสูง ยิ้มตาหยีมองเขา “ท่านดูข้าเหมือนคนที่จะไปแย่งของของใครมาหรือ? หมูย่างนี้คนอื่นเขายกให้ แถมยังให้สุรามาอีกหนึ่งไห”

ได้ยินอย่างนั้น ตาเฒ่าเหล่มองเธอด้วยสายตาประหลาด หน้าตาเหมือนไม่เชื่ออย่างเห็นได้ชัด “คนอื่นเขายกให้หรือ?” เหตุใดเขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าคนที่นี่เป็นมิตรและใจดีขนาดนี้?

“ก็ยกให้น่ะสิ” เฟิ่งจิ่วเอ่ย ยกหมูย่างเข้ามาตั้ง ก่อนจะหยิบดาบสั้นออกมาเฉือนเป็นชิ้นเล็กๆ ยื่นให้ตาเฒ่า “มาๆ ชิมดู ใช่แล้ว ยังมีสุราด้วย” เธอหันไปมองทางจัวจวินเยวี่ย

จัวจวินเยวี่ยนัยน์ตาแฝงรอยยิ้ม หยิบสุราไหนั้นออกมาวางไว้ด้านหนึ่ง ก่อนจะได้ยินตาเฒ่าร้องด้วยความตะลึง

“นึกไม่ถึงว่าจะได้สุรามาด้วย พวกเจ้าไม่เลวเลยนี่! ทำได้อย่างไรกันแน่? ข้าเดินทางอยู่ข้างนอกมาหลายปีขนาดนี้ เหตุใดยังไม่เคยเจอเรื่องดีๆเช่นนี้มาก่อน?” เขาหยิบน้ำเต้าสุราของตนเองออกมาจากห้วงมิติเพื่อเติมสุรา หลังชิมสุราก็แจ๊บปากเสียงดัง “แม้จะเทียบกับสุราเดิมของข้าไม่ได้ แต่ก็เป็นสุราวิญญาณชั้นดี”

เฟิ่งจิ่วเฉือนเนื้อชิ้นหนึ่งส่งให้จัวจวินเยวี่ย พลางเอ่ยว่า “หมูป่าตัวใหญ่ขนาดนี้พอให้เรากินได้หลายวันแล้ว อีกเดี๋ยวกินไม่หมดก็เก็บไว้ อยากกินเมื่อใดเอาออกมาย่างก็ได้แล้ว”

“สุราวิญญาณไหนี้ยกให้ข้าหรือ?” ฮุ่นหยวนจื่อถามด้วยความดีใจ พลางเทสุราเหล่านั้นใส่ในน้ำเต้าของตนเอง น้ำเต้าสุราของเขาเป็นอาวุธวิเศษ อย่าว่าแต่สุราหนึ่งไหเลย แม้จะสิบไหก็ยังใส่ได้หมด เขาไม่ได้ไปซื้อสุรานานแล้ว ไม่อย่างนั้นก็คงไม่ต้องขาดสุราอยู่ข้างในนี้

“ให้ท่านก็ได้ ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรอยู่แล้ว” เฟิ่งจิ่วเอ่ยอย่างไม่ยี่หระ ก่อนจะเฉือนเนื้อชิ้นใหญ่แล้วกินอย่างเอร็ดอร่อย

ทั้งสามคนกินเนื้อและดื่มสุราอยู่ตรงนี้ หลังจากพักผ่อนหนึ่งคืนก็ออกเดินทางอีกครั้งในเช้าวันถัดมา
ตลอดเส้นทางนับว่าเงียบสงบ เพียงแต่นอกจากอุณหภูมิที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นกลางวันหรือกลางคืนล้วนเหมือนกันแล้ว ยิ่งเดินเข้าไปข้างใน บนผิวพื้นดินก็มีไอร้อนลอยขึ้นมาด้วย

“ใกล้ถึงแล้ว ใกล้ถึงแล้ว เห็นไหม ภูเขาลูกนั้น” ตาเฒ่าปาดเหงื่อ ชี้ไปยังภูเขาไฟลูกใหญ่ที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลข้างหน้า “หญ้าเพลิงฉายนั่นน่าจะอยู่บนไหล่เขาลูกนั้น พวกเราไปหาที่ไหล่เขาตรงนั้นกันเถิด! ไม่แน่ว่าที่นั่นอาจมีศิลาเพลิงอยู่ด้วยก็ได้ ไม่ต้องรอจนถึงภูเขาไฟปะทุครั้งหน้า”

เฟิ่งจิ่วเงยหน้ามองไป เห็นไอร้อนที่ลอยขึ้นเหนือภูเขาไฟลูกนั้นรางๆ อดถามไม่ได้ “พวกเราขึ้นไปอย่างนี้จะไม่อันตรายเกินไปหรือ? แม้ลาวาจะอยู่ใต้แกนโลก แต่หากขึ้นไปบนไหล่เขา…”

“วางใจเถิด! ไม่เป็นไรหรอก เจ้าดู ตรงนั้นก็มีคนอยู่บนไหล่เขา” ชายชราชี้ไปยังคนที่กำลังปีนป่ายขึ้นไปบนไหล่เขา

เห็นอย่างนั้นเฟิ่งจิ่วจึงพยักหน้า “ก็ได้! อย่างนั้นก็ขึ้นไปดู หากมีอะไรผิดปกติต้องรีบไปจากที่นี่ทันที”
“รู้แล้วรู้แล้ว เรื่องนี้ยังต้องให้เจ้ามาบอกข้าอีกหรือ?”

ด้วยประการฉะนี้ ทั้งสามจึงมุ่งหน้าไปยังภูเขาไฟลูกนั้น นอกจากเศษศิลาเพลิงก้อนเล็กๆจนถึงก้อนเล็กมาก กลับไม่เจอศิลาเพลิงก้อนใหญ่เลย ทว่า ยิ่งพวกเขาเข้าใกล้ คนจากกลุ่มคนสิบกว่ากลุ่มที่รับหน้าที่เฝ้าอยู่ด้านล่างเขาต่างจ้องพิจารณาเขา ราวกับกำลังคาดเดาที่ไปที่มาของพวกเขาอยู่

“พวกเราจะขึ้นไปทั้งสามคนเลยหรือ? หรือว่าจะเหลือคนไว้ข้างล่างหนึ่งคน?” ฮุ่นหยวนจื่อหันไปถามเฟิ่งจิ่ว หากเหลือคนไว้ข้างล่างหนึ่งคน ก็ต้องเป็นจัวจวินเยวี่ยอย่างไม่ต้องสงสัย อย่างไรเขาก็จะขึ้นไปอยู่แล้ว เฟิ่งจิ่วยิ่งไม่ต้องพูดถึง

เฟิ่งจิ่วมองรอบๆ ก่อนเอ่ยว่า “ขึ้นไปด้วยกันเถิด!”

ตอนที่ 2069: ยิงธนูหนึ่งดอกได้นกสามตัว

หากเหลือเพียงคนเดียว ก็จะถูกคนอื่นมองเป็นเสี้ยนหนามและถูกกำจัด มิสู้ขึ้นไปพร้อมกันเลย อย่างไรก็ช่วยเหลือกันและกันได้

“ก็ดีเหมือนกัน อย่างนั้นก็ไปกันเถิด!” ตาเฒ่าพยักหน้า หันไปมองจัวจวินเยวี่ยแวบหนึ่ง จากนั้นทั้งสามก็ขึ้นเขาไป

แม้ที่นี่จะเดินทางโดยขี่กระบี่บินได้ แต่หากขี่กระบี่บินจะทำให้พวกเขาหาสิ่งที่ต้องการไม่เจอ ด้วยเหตุนี้ แต่ละคนที่มาตามหาศิลาเพลิงและหญ้าเพลิงฉายต่างก็เดินเข้ากันทั้งนั้น จะได้ไม่พลาดโอกาสหาสมบัติล้ำค่าเจอ

“พวกนั้นเป็นใครกัน?”

“ไม่รู้ว่าใคร แต่ตาเฒ่านั้นกลับมีพลังล้ำลึกยากคาดเดา ส่วนอีกสนคนกลับไม่ได้มีอะไรน่ากลัว”

“กลุ่มอื่นๆต่างจับตัวกันสิบกว่าคน พวกเขากลับขึ้นมากันแค่สามคน ช่างใจกล้าไม่เบา”

“ในเมื่อมารนหาที่ตายอย่างนี้ หึๆ อย่างนั้นพวกเราก็สงเคราะห์พวกเขาสักหน่อยก็แล้วกัน” ชายอ้วนคนหนึ่งในกลุ่มแสยะยิ้ม เขาจ้องเงาร่างสามร่างนั้น ประกายอำมหิตฉายผ่านดวงตา ก่อนจะหยิบธนูเล่มหนึ่งออกมาจากถุงฟ้าดิน

คนข้างๆ เห็นอย่างนั้นก็สายตาไหวระริก มีคนถามขึ้น “นี่เจ้าคิดจะยิงพวกเขาตาย? หากไม่สามารถยิงให้โดนพร้อมกันทีเดียวสามดอก สามคนนั้นลงมาได้เมื่อใดต้องไม่ปล่อยเจ้าไปแน่”

“ยิงให้โดนพร้อมกันทีเดียวสามดอกจะไปยากอะไร? ข้ามีทักษะยิงธนูที่ยอดเยี่ยม ยิงพร้อมกันทีเดียวห้าดอกยังไม่มีปัญหา” ชายอ้วนโอ้อวด หยิบลูกธนูขึ้นมาวางเล็งไปยังสามคนที่อยู่บนเขา

ทว่าในท่ามกลางกลุ่มคนที่อยู่ข้างล่าง มีหลายคนที่แสยะยิ้มจ้องมองชายอ้วน ราวกับกำลังรอดูความหายนะที่กำลังจะเกิดกับเขา คนมากกว่าครึ่งที่อยู่ที่นี่ต่างก็จำได้ว่าชายชราผู้นั้นก็คือฮุ่นหยวนจื่อแห่งสำนักดาราจักร ไม่เช่นนั้นจะปล่อยให้พวกเขาสามคนเข้าใกล้บริเวณนี้ได้อย่างไรกัน?

ฮุ่นหยวนจื่อแห่งสำนักดาราจักรเป็นดุจภูเขาไท่ซานแห่งสำนัก พลังต่อสู้ของเขาคนเดียวนั้น ต่อให้พวกเขาทั้งกลุ่มรวมกันก็ยังยากจะทัดเทียมได้ มีเพียงคนไม่รู้จักประมานตนเองอย่างนั้นถึงกล้าหยิบธนูขึ้นมาหมายจะยิงพวกเขา เขามั่นใจได้ว่าหากธนูลูกนี้ถูกยิงออกไป กลุ่มของชายอ้วนต้องหนีไม่พ้นความตายแน่นอน

หลายคนรู้แต่กลับไม่มีใครเตือน เพียงยืนมองเหมือนกำลังดูฉากเด็ด กระทั่งถึงขั้นโห่ร้องผสมโรงเพื่อเพิ่มความคึกคัก

“ยิงให้แม่นเล่า อย่าทำขายหน้าทุกคน”

ครั้นเสียงจากตีนเขาดังขึ้นมา จัวจวินเยวี่ยจึงหันไปมองแวบหนึ่ง หันกลับมาบอกทั้งสองว่า “มีคนจะใช้เราเป็นเป้ายิง”

“ไม่ต้องสนใจ ไปกันเถิด! หากพวกเขายิงโดนเราก็ถือว่าพวกเขามีความสามารถ”

ตาเฒ่าแค่นเสียงเยาะเย้ย พลางสังเกตพื้นดินใต้เท้า ถนนบนภูเขาลูกนี้ไม่มีขั้นบันได แต่ละก้าวล้วนต้องเดินอย่างระมัดระวังมาก ไม่เช่นนั้นอาจกลิ้งตกลงจากเขาได้ กลิ้งตกลงไปไม่ใช่เรื่องใหญ่ ปัญหาคือขณะกลิ้งตกลงไปแล้วผิวหนังเสียดสีกับผิวบนภูเขาไฟ ก็คงยากจะรักษาชีวิตไว้ได้แล้ว

“ระวังหน่อย สำคัญที่สุดคือห้ามหกล้ม” ตาเฒ่าเอ่ย เห็นเบื้องหน้ามีศิลาเพลิงก้อนหนึ่งอยู่ ก็อดหัวเราะไม่ได้ “ดูนั่น ข้าเจออีกหนึ่งก้อนแล้ว” เขาเอ่ย จากนั้นก็เข้าไปขุดศิลาเพลิงก้อนนั้นขึ้นมา ทว่าในเวลานี้เอง เสียงร้องด้วยความตกใจดังมาจากด้านบนของพวกเขา

“อ๊าก!”

ทั้งสามเงยหน้าขึ้นมอง เห็นเพียงเงาร่างหนึ่งก้าวพลาดลื่นตกลงมา ร่างกายของเขาเสียดสีกับหินภูเขาไฟ มีสะเก็ดไฟปะทุเล็กน้อย และยังมีกลิ่นเหม็นไหม้ลอยโชยมา

“พลั่ก!”

เสียงกระแทกดังสนั่น ชายฉกรรจ์ที่ลื่นตกลงไปร่างกระแทกพื้นดิน กลุ่มคนที่อยู่บริเวณตีนเขารีบเข้าไปตรวจสอบ…

ตอนที่ 2070: ยิงพร้อมกันสามดอก

เพียงแต่ ชายที่พลัดตกลงไปกลับร้องครวญคราง แม้จะยืนก็ยังยืนไม่ไหว ถูกคนประคองไปนั่งพิงที่ด้านหลัง

“เห็นแล้วหรือยัง? ที่นี่แค่หกล้มถลอกก็เป็นปัญหาแล้ว” ตาเฒ่าหันไปมองทั้งสอง ก่อนจะปีนขึ้นเขาต่อ

ภูเขาไฟสูงชันมาก มีจุดให้วางเข้าไม่มาก ด้วยเหตุนี้ กลุ่มคนที่ปีนขึ้นไปล้วนระวังเป็นพิเศษ ทว่าในเวลานี้เอง ธนูสามดอกกลับยิงแหวกอากาศออกมา พุ่งไปทางพวกเฟิ่งจิ่วด้วยความเร็วและแรง
ได้ยินเสียงที่ดังมาจากข้างหลัง เฟิ่งจิ่วกระตุกมุมปาก “พวกเรามาแข่งกันว่าใครเร็วกว่า สังหารในคราวเดียวเถิด!”

“ไม่มีปัญหา!”

ฮุ่นหยวนจื่อรับคำ ขณะที่ธนูสามดอกนั้นยิงไปทางพวกเขา เสี้ยวนาทีที่ใกล้ยิงโดน ธนูสามดอกนั้นกลับถูกสามคนที่หันกลับมาอย่างรวดเร็วกำไว้ในมือ แทบจะในชั่วพริบตา ธนูสามดอกพุ่งออกไปจากมือของพวกเขา โจมตีไปยังชายอ้วนที่ถือคันธนูอยู่ตรงตีนเขา

“ฟิ้ว!”

“ฟิ้ว!”

“ฟิ้ว!”

ธนูสามดอกพุ่งลงมาจากข้างบนด้วยความเร็วดุจสายฟ้าฟาด พุ่งไปยังชายอ้วนด้วยความเร็วและแรง เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเร็วมาก เร็วจนทุกคนยังไม่ทันตั้งตัว กระทั่งเสียงกรีดร้องแหลมๆ ดังออกจากปากของชายอ้วน ทุกคนถึงเพิ่งได้สติ เพียงแต่ ครั้นเห็นภาพตรงหน้า แต่ละคนล้วนตะลึงตาค้าง

“อ๊าก…”

เสียงกรีดร้องโหยหวนเล็กแหลมดังก้องกลางอากาศ นาทีนี้ ไม่ว่าจะเป็นคนสิบกว่ากลุ่มที่อยู่บริเวณตีนเขา หรือคนพวกนั้นที่กำลังปีนป่ายอยู่บนไหล่เขา ต่างก็หันไปมองยังต้นเสียงกรีดร้องนั้น

เห็นเพียง ชายอ้วนที่ถือธนูไว้ในมือยืนตัวแข็งทื่ออยู่ตรงนั้น เขาเบิกตากว้างด้วยความหวาดกลัว ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด หน้าตาหวาดกลัวสุดขีด และกลางหว่างคิ้วของเขา มีธนูลูกหนึ่งปักลึกลงไปตรงนั้น เลือดไหลออกจากช่องว่างระหว่างธนูขนนกและผิวหนังเป็นขาง หยดลงข้างล่าง

ต่ำลงมาอีกนิด ตรงลำคอของเขา มีธนูลูกหนึ่งปักคาอยู่เช่นกัน เพียงแต่ธนูลูกนี้แทงทะลุไปยังข้างหลังโดยตรง เป็นอีกหนึ่งการโจมตีที่ปลิดชีพเขาเช่นกัน

เมื่อเลื่อนต่ำลงมาอีก ตรงหน้าอกของเขาก็มีธนูขนนกลูกหนึ่งปักคาไว้เช่นกัน ธนูลูกนี้ก็ยิงทะลุร่างของเขาเช่นกัน เหลือไว้เพียงปลายธนูที่ยังคงสั่นสะเทือนอยู่ตรงนั้น และร่างกายที่แข็งทื่อนั่น กำลังค่อยๆล้มลงไปข้างหลัง

“โครม!”

เสียงดังสนั่น ชายอ้วนคนนั้นล้มลงไป เพราะร่างกายที่ท้วมใหญ่ ยามเขาล้มพื้นดินถึงขั้นสั่นสะเทือนเล็กน้อย และทุกคนรอบท้างที่เห็นเหตุกรณ์ ต่างก็อดกลืนน้ำลายไม่ได้ พากันถอยหลังหลายก้าวโดยไม่รู้ตัว พยายามอยู่ให้ห่างจากชายอ้วน

ยิงธนูพร้อมกันสามดอก! ธนูสามดอกถูกกำและยิงย้อนกลับมา ซ้ำยังยิงโดนจุดตายของชายอ้วนหมดทั้งสามดอกด้วย…

ชั่วขณะหนึ่ง ลมหายใจของทุกคนหนักหน่วงขึ้นหลายส่วน เหล่าคนที่ไม่รู้จักฮุ่นหยวนจื่อยิ่งตะลึงลาน ต่างพากันมองทั้งสามคนใหม่อีกครั้ง ส่วนคนที่รู้ว่าสามคนนั้นไม่ควรมีเรื่องด้วย และคนที่รู้ว่าชายชราคนนั้นคือฮุ่นหยวนจื่อ นอกจากตะลึงแล้วก็ยังหวาดกลัว

ฮุ่นหยวนจื่อไม่เท่าไร แม้แต่สองคนนั้นก็ยังเก่งกาจขนาดนี้ นึกไม่ถึงจริงๆ นึกไม่ถึงเลย…

นาทีนี้ พวกเขารู้สึกโชคดีนักที่ตนเองไม่ได้ตั้งตัวเป็นศัตรูกับทั้งสามคนตามชายอ้วน ไม่อย่างนั้น จุดจบของพวกเขาก็คงไม่ต่างจากชายอ้วนมากนัก

บรรยากาศตรงตีนเขาพลันแปรเปลี่ยนเป็นหนักอึ้ง พลังและฝีมือของทั้งสามคนเก่งกาจเพียงนี้ หากทึ้นไปก็ไม่รู้จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

จบตอน

Comments