ตอนที่ 2071: ให้เจ้า
ส่วนเหล่าคนที่อยู่บนไหล่เขา ครั้นเห็นเหตุการณ์ก็เหลือบมองสามคนที่อยู่ข้างล่าง บ้างก็จำฮุ่นหยวนจื่อได้ บ้างก็จำไม่ได้
ต่างจากท่าทีสอดส่องและหวาดระแวงของทุกคน พวกเฟิ่งจิ่วกลับกำลังถกเถียงกันว่าธนูของใครเร็วกว่ากัน
“ข้าช้าสุด” จัวจวินเยวี่ยเอ่ย ก่อนจะปีนต่อ ในสามคน ธนูของเขาช้าที่สุด แต่ก็โจมตีถูกจุดตายของชายอ้วนเช่นกัน
“พลังของเจ้าอ่อนสุด จะช้าสุดก็ไม่ใช่เรื่องแปลก” ฮุ่นหยวนจื่อเอ่ย ยิ้มตาหยีเอ่ยว่า “ข้าเร็วสุด แถมยังแทงทะลุลำคอด้วย”
เฟิ่งจิ่วเหลือบมองเขา “เห็นชัดๆว่าข้าเร็วกว่าท่านหน่อย”
“ใช่เสียที่ไหน ข้าเร็วกว่าแท้ๆ” เขาไม่มีทางยอมรับว่าตนเองช้ากว่านางแน่นอน
“เอาเถิดเอาเถิด ไปกันได้แล้ว!” เฟิ่งจิ่วเองก็ไม่ได้คิดเล็กคิดน้อย เพียงหันไปปีนเขาต่อ พลางเอ่ยกับสองคนข้างๆ “ระวังหน่อย อย่ามัวแต่หาของบนพื้น”
สถานที่เช่นนี้ พวกเขาอาจเขย่าขวัญเหล่าคนที่อยู่บริเวณตีนเขาได้แล้ว ทว่าพวกคนที่อยู่ข้างบนยังคงเพ่งเล็งพวกเขาอยู่! หากเผลอไผลไม่ระวังตัวแม้แต่นิดเดียว ใครจะรู้ว่าคนพวกนั้นจะทำอะไรบ้าง?
“เอ๊ะ พวกเจ้าดู ทางนั้นมีศิลาเพลิงอยู่ก้อนหนึ่งด้วย แถวๆนี้มีเยอะกว่าจริงๆด้วย ไม่ต้องรอภูเขาไฟปะทุอีกครั้งแล้ว ดูแล้วภูเขาไฟปะทุครั้งที่แล้วคงไม่มีใครมาหา” ตาเฒ่าเอ่ย ก่อนจะขยับไปอีกทางหนึ่ง ขุดศิลาเพลิงที่ฝังอยู่ในดินออกมา
“ฮ่าๆ นึกไม่ถึงว่าโผล่ออกมาให้เห็นแค่ปลายเล็กๆ ครั้นขุดออกมาจะก้อนใหญ่ขนาดนี้ นี่ต้องเป็นก้อนที่ใหญ่ที่สุดที่ข้าขุดได้แน่ๆ” ฮุ่นหยวนจื่อเอ่ยอย่างลิงโลด ยื่นศิลาเพลิงก้อนนั้นให้เฟิ่งจิ่วกับจัวจวินเยวี่ยดู
เฟิ่งจิ่วชำเลืองมองแวบหนึ่ง เอ่ยว่า “ของสิ่งนี้ท่านหาเยอะไปก็ไม่มีประโยชน์! อย่างมากก็เอาไปขายแลกเงิน แต่ท่านก็ไม่น่าจะขาดเงินเหมือนกันนี่”
“ฮี่ๆ แน่นอน มีอะไรบ้างที่ข้าอยากได้แล้วไม่มี?” เขาเชิดคางขึ้นโดยไม่รู้ตัว หน้าตาภาคภูมิใจ และเพราะอารมณ์อันเบิกบาน จึงยื่นศิลาเพลิงขนาดเท่าฝ่ามือก้อนนั้นไปข้างหน้า “เอ้า ข้าให้เจ้า ข้าเห็นว่าเจ้าหาก้อนใหญ่ไม่ได้เลยสักก้อน”
ได้ยินอย่างนั้น เฟิ่งจิ่วประหลาดใจ มองเขาด้วยสีหน้าประหลาดใจ “ให้ข้า?”
“อืม ให้เจ้า” ตาเฒ่ายิ้มตาหยี
“ตอนนี้ท่านให้ข้า อีกเดี๋ยวคงไม่ขอคืนหรอกกระมัง?” เธอจ้องหน้าเขาด้วยสายตาสงสัย
“จะเป็นไปได้อย่างไรกัน? ข้าเป็นคนใจแคบอย่างนั้นเชียวรึ?” เขาแค่นเสียง ก่อนจะโยนศิลาเพลิงก้อนนั้นให้เธอ “รับไว้ๆ ของอย่างนี้หาอีกก็เจอแล้ว กลับเป็นหญ้าเซียนนั่น หากเจ้าหาเจอต้องให้ข้าต้นหนึ่งด้วยเล่า ถ้าไม่ได้จริงๆ ข้าเอาศิลาเพลิงที่ข้าหาได้มาแลกกับเจ้าก็ได้”
ได้ยินอย่างนั้น เฟิ่งจิ่วคลี่ยิ้ม รับศิลาเพลิงก้อนนั้นมา “ถ้าอย่างนั้นก็ขอบคุณมาก” เอ่ยจบ ก็ปีนขึ้นข้างบนต่อ
คนข้างบนเห็นพวกเขาหาศิลาเพลิงขนาดเท่าฝ่ามือได้หนึ่งก้อน ก็อดตะลึงไม่ได้ ข้างล่างนั้นแม้พวกเขาจะไม่ได้หาทั่วทุกที่ แต่มีศิลาเพลิงก้อนใหญ่ขนาดนั้นอยู่ พวกเขากลับไม่มีใครหาเจอสักคน? ถือเป็นโชคดีของพวกคนที่อยู่ข้างล่างนั่นจริงๆ
คนในกลุ่มหนึ่งมองหน้ากัน เดิมทีพวกเขาก็ไม่พอใจอยู่แล้วที่สามคนนั้นใช้ธนูยิงคนในกลุ่มของตนเองตาย ยิ่งเห็นอย่างนี้ ก็บังเกิดความคิดขึ้นมา
พวกเขาขยับตัวอย่างเงียบงัน ย้ายตัวไปอยู่ด้านบนของคนพวกนั้น ก่อนจะออกแรงที่เท้าเตะก้อนหินให้ร่วงตกลงไปข้างล่าง
ตอนที่ 2072: ปัญหาตรรกะ
เห็นเศษหินที่กลิ้งตกลงมาจากข้างบน สามคนที่อยู่ข้างล่างรีบหลบเลี่ยง ไม่ระวังเผลอเหยียบพลาด จัวจวินเยวี่ยไถลลงไปหลายก้าวก่อนจะยืนอย่างมั่นคงได้ ทว่าเวลานี้ คนข้างบนที่ตั้งใจเตะก้อนหินลงมากลับไม่หยุดเพียงเท่านี้ กลับยิ่งผยองกว่าเก่า
“คนพวกนี้” ตาเฒ่าขมวดคิ้ว หันลงไปมองข้างล่างแวบหนี่ง “เจ้าท่อนไม้ เป็นอย่างไรบ้าง? ไม่บาดเจ็บกระมัง?”
“ไม่เป็นไร” จัวจวินเยวี่ยขานรับ ก่อนจะปีนต่อ
ส่วนเฟิ่งจิ่วกลับเงยหน้ามองขึ้นไป นัยน์ตางามพลันเย็นชา เธอขยับฝ่ามือ เข็มเงินหลายเล่มพุ่งออกไปจากมือของเธออย่างเงียบเชียบ พุ่งเข้าไปที่กลางฝ่าเท้าของคนพวกนั้น และแทงทะลุรองเท้าขึ้นไป
“ซี๊ด อ๊าก!”
เสียงซี๊ดปากและลั่นร้องด้วยความตกใจดังขึ้น ขณะที่พวกเขาเหยียบเท้าลงบนก้อนหิน นึกไม่ถึงกลับทำให้เข็มที่ปักอยู่กลางฝ่าเท้าแทงลึกเข้าไปในเนื้ออีก พวกเขาเจ็บจนต้องสูดปาก เพราะความเจ็บปวดที่แผ่มาจากกลางฝ่าเท้า พวกเขาไม่อาจยืนอย่างมั่นคง ต่างพากันร่วงตกลงไปทีละคน
“อ๊าก!”
ขณะที่คนพวกนั้นร่วงตกลงไปก็พยายามคว้าก้อนหินเพื่อทรงตัว ทว่าแรงโน้มถ่วงยามร่างกายร่วงตกลงไปมีมากเกินไป กอปรกับร่างกายของพวกเขาเสียหลัก จึงทำให้พวกเขากลิ้งตกลงไปจากไหล่เขาในที่สุด
“พลั่กๆพลั่ก…”
เสียงร่างกระแทกพื้นดังอย่างต่อเนื่อง ไม่เพียงเหล่าคนข้างล่างที่ตกตะลึง แม้แต่พวกคนที่อยู่ข้างบนก็ตะลึงไม่แพ้กัน นึกไม่ถึงว่าคนที่เล่นงานสามคนนั้นกลับร่วงตกลงมาหมด
เห็นจุดจบของคนพวกนั้น คนอื่นๆต่างก็ระวังสามคนนั้น ย่อมไม่กล้าไปหาเรื่องพวกเขาอีก
ด้วยเหตุนี้ พวกเฟิ่งจิ่วจึงค่อยปีนขึ้นไปข้างบนพลางตามหาศิลาเพลิงไปด้วย จนกระทั่งมาถึงบริเวณไหล่เขา พวกเขาสามคนเจอหินก้อนใหญ่ที่ยื่นออกมาจึงนั่งพัก
“แม้ภูเขาลูกนี้จะใหญ่มาก แต่มีคนอยู่มากมายขนาดนี้ จะหาหญ้าเพลิงฉายเจอง่ายๆหรือ?” เฟิ่งจิ่วถามตาเฒ่า ศิลาเพลิงกลับหาได้ไม่น้อยแล้ว ทว่าปีนขึ้นมาถึงนี่แล้วก็ยังหาหญ้าเพลิงฉายไม่เจอสักต้น ยิ่งไปกว่านั้น ไม่ได้มีแค่พวกเขาที่กำลังหาอยู่ด้วย
“เจ้าเสียงเบาหน่อย พวกเขาอาจไม่ได้กำลังตามหาหญ้าเพลิงฉาย คนทั่วไปใช่จะรู้จักสิ่งนั้น” ตาเฒ่ากระซิบบอก
เฟิ่งจิ่วกลอกตา “ท่านคิดว่าคนพวกนี้โง่หรือ? พวกเขาอยู่ที่นี่มาหลายปี สิ่งที่ท่านรู้จัก พวกเขาจะไม่รู้จักหรือ?”
“ถึงรู้ก็ไม่เป็นไร หากพวกเขาหาเจอ ฮี่ๆ พวกเราไปแย่งมาก็พอแล้วนี่?” ตาเฒ่าคลี่ยิ้มเจ้าเล่ห์ ในใจคิดวางแผน
กลับเป็นเฟิ่งจิ่วที่ได้ยินเขาเอ่ยประโยคเหล่านี้แล้วแปลกใจ จ้องเขาด้วยรอยยิ้มที่เหมือนจะยิ้มแต่ก็ไม่ยิ้ม “ท่านเป็นดุจภูเขาไท่ซ่านแห่งสำนัก กล้าแย่งของของผู้อื่นหรือ?”
“พรืด! จะเป็นอะไรไป? พวกเขาเองก็ไม่ใช่คนดีอะไร คนพวกนี้มีใครบ้างไม่แย่งชิงของคนอื่น? แม่หนู ข้าจะบอกเจ้าให้ เจ้ายังอ่อนหัดนัก! ใต้หล้านี้การรักษากฎเกณฑ์เกินไปนั้นล้าสมัยไปแล้ว คนเราต้องเรียนรู้ที่จะปรับตัว”
ตาเฒ่าเอ่ยอย่างแช่มช้า มองคนเหล่านั้นแวบหนึ่ง เอ่ยว่า “เจ้าคิดว่าหากเราหาหญ้าเซียนเจอก่อน พวกเขาจะไม่แย่งหรือ? ข้าจะบอกเจ้าให้ หากอีกฝ่ายเป็นคนดีมีคุณธรรม พวกเราก็ไม่อาจลงมือ เพราะเป็นคนต้องมีคุณธรรม เจ้าว่าใช่หรือไม่? แต่คนพวกนี้ดูก็รู้ว่าไม่ใช่คนดีอะไร เจ้าไม่แย่งของพวกเขา ก็รอถูกพวกเขาแย่ง พวกเขาไม่มาถกเถียงเรื่องคุณธรรมอะไรกับเจ้าหรอก คนพวกนี้ล้วนเป็นคนที่เกรงกลัวผู้แข็งแกร่ง รังแกผู้อ่อนแอทั้งนั้น”
สายตาของเฟิ่งจิ่วไหวระริก เธอมองตาเฒ่า ยิ้มเอ่ยว่า “จุดนี้ท่านกลับเหมือนข้า”
ตอนที่ 2073: มองผิดกระมัง
“งั้นหรือ? ข้าถึงได้บอกไม่ใช่หรือว่าพวกเราเหมือนกันอยู่บ้าง เป็นอย่างไร เจ้าจะพิจารณารับข้าเป็นศิษย์ดูอีกครั้งหรือไม่? มีข้าผู้ซึ่งเป็นดุจภูเขาไท่ซานแห่งสำนักเซียนเป็นลูกศิษย์ ถือเป็นกำไรของเจ้าเชียวนะ” ตาเฒ่ามองเธอด้วยสายตาคาดหวัง
ได้ยินอย่างนั้น เฟิ่งจิ่วชันคาง นัยน์ตาไหวระริก ยิ้มเอ่ย “อืม ข้าจะพิจารณาดูก็ได้”
ครั้นได้ยินว่ามีหวัง ตาเฒ่าตื่นเต้นเป็นพิเศษ “ต้องพิจารณาอะไรอีก? ตกลงกันเลยเถิด! เอาอย่างนี้เอาอย่างนี้ ข้ามีสุรา สักถ้วยสองถ้วยไหมเล่า?”
เห็นเขาทำท่าจะเอาสุราออกมาจริงๆ เฟิ่งจิ่วรีบห้าม “เดี๋ยวๆ ท่านก็ไม่ดูสถานที่ไม่ดูสถานการณ์เสียบ้างเลย? ตอนนี้มันเหมาะสมหรือ? เรื่องนี้พักไว้ก่อน ไว้ค่อยว่ากัน”
“โธ่ ก็ข้ากลัวว่าคราวหน้าเจ้าจะหลอกข้าอีกไม่ใช่หรือไรเล่า?” เขาถอนหายใจเบาๆ เหลือบมองเธอแวบหนึ่ง “ถ้าอย่างไร เจ้าสอนเคล็ดผับของวิชาหมัดไทเก๊กให้ข้าก่อน?”
ได้ยินอย่างนั้น เฟิ่งจิ่วหัวเราะเสียงต่ำ จากนั้นหุบยิ้ม “ไม่สอน” เธอหันหน้าไปอีกทาง สายตาจับจ้องไปที่จัวจวินเยวี่ย
ตาเฒ่าเห็นเธอจ้องจัวจวินเยวี่ย ก็รู้ว่าเธอกำลังคาดเดาชาติตระกูลของจัวจวินเยวี่ย ชั่วขณะหนึ่ง เขาไม่พูดอะไรอีก เพียงหยิบน้ำเต้าสุราออกมาดื่มหลายอึก สายตาจับจ้องทั้งสอง แต่หางตากลับคอยสังเกตการณ์เคลื่อนไหวรอบๆ
ยามเหลือบเห็นหญ้าเพลิงฉายที่กำลังเคลื่อนไหวอย่างเงียบเชียบ ก็รีบหันไปขยิบตาให้เฟิ่งจิ่วด้วยความตื่นเต้น กระซิบเสียงเบา “ดูทางนั้นดูทางนั้น นั่นไงหญ้าเพลิงฉาย!”
เฟิ่งจิ่วชะงัก ก่อนจะมองตามสายตาของเขา เห็นเพียงจุดที่อยู่ห่างจากเธอไม่มากนัก สมุนไพรชนิดหนึ่งกำลังเคลื่อนไหวอย่างเงียบงัน
เคลื่อนไหวมาทางนี้? เธอชะงักเล็กน้อย มองดูอย่างละเอียด สมุนไพรชนิดนั้นกำลังเคลื่อนไหวมาทางเธอ
ไหนว่าหญ้าเพผิงฉายเห็นคนแล้วจะรีบหนีอย่างรวดเร็วไม่ใช่หรือ? เหตุใดมันจึงเข้ามาหาเธอ?
“นั่นคือหญ้าเซียนจริงหรือ? ไม่ได้ดูผิดกระมัง?” เธอกระซิบถามเบาๆ
“จะดูผิดได้อย่างไร? ต้นนี้แหละ บนก้านสีแดงเพลิงมีใบเพียงสองใบ รากข้างล่างกลับดูคล้ายโสมอยู่หลายส่วน เพียงแต่รากของมันกลับเป็นสีแดง แดง แดง…ซี๊ด!”
ตาเฒ่าพูดติดอ่าง ก่อนจะสูดปาก ดวงตาเบิกกว้าง “จะ เจ้าดูนั่นเร็ว! อะ อะ ออกมาอีกต้นแล้ว!”
เฟิ่งจิ่วหันมองไป มีหญ้าเพลิงฉายโผล่มาจากไหนไม่รู้อีกหนึ่งต้นจริงๆ หนำซ้ำยังเคลื่อนไหวมาทางเธอด้วย เธอได้แต่มองดูด้วยความแปลกใจ
ในเวลานี้เอง หญ้าเพลิงฉายต้นแรกที่ปรากฏตัวมาถึงข้างเท้าของเธอ ตาเฒ่าถือเชือกสีแดงไว้ในมือเตรียมจะจับมัน กลับถูกเฟิ่งจิ่วห้ามด้วยสายตาไว้ก่อน
หญ้าเพลิงฉายต้นนั้นหลังจากเคลื่อนย้ายตนเองมาอยู่ข้างเฟิ่งจิ่ว มันใช้หนึ่งในใบไม้ที่มีเพียงสองใบของมันแตะเท้าเฟิ่งจิ่วเบาๆ สุดท้ายก้านสีแดงเพลิงนั้นยังโค้งงอเล็กน้อย ก่อนจะดึงรากที่คล้ายโสมแต่เป็นสีแดงเหมือนที่ตาเฒ่าบอกออกจากดิน และกระโดดเข้าสู่อ้อม อกของเฟิ่งจิ่ว
“หืม?”
เฟิ่งจิ่วเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง นึกว่าตนเองดูผิดไป แต่ครั้นดูอีกที หญ้าเซียนที่ดึงตนเองออกมาจากดินกระโดดเข้ามาในอ้อม อกของเธอจริงๆ ซ้ำมันยังซ่อนตัวอยู่ในสาบเสื้อของเธอด้วย โผล่ออกมาให้เห็นเพียงใบเล็กๆ มองดูจนเธอตกตะลึง ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น?
ตาเฒ่ากับจัวจวินเยวี่ยตอนนี้ก็ตะลึงเช่นกัน พวกเขามองไม่ผิดกระมัง? เรื่องที่เป็นไปไม่ได้เช่นนี้เหตุใดจู่ๆก็เกิดขึ้น?
ตอนที่ 2074: เพราะอะไร
ในขณะที่พวกเขากำลังตกตะลึง หญ้าเพลิงฉายอีกต้นกลับเคลื่อนมาจากข้างหลังเงียบๆ มันทำเหมือนกับต้นเมื่อกี้ ดึงตนเองออกมาจากดิน ก่อนจะกระโดดเข้าไปหลบในสาบเสื้อของเฟิ่งจิ่ว
เห็นอย่างนั้น ทั้งสามอึ้งงันตั้งตัวไม่ทันอยู่นาน เพราะพวกเขานั่งอยู่บนหินก้อนนี้ไม่ได้ขยับไปไหน คนข้างบนจึงไม่ได้สนใจทางนี้มากนัก ด้วยเหตุนี้นอกจากพวกเขาสามคน ก็ไม่มีใครเห็นเหตุการณ์ประหลาดตรงหน้าอีก
ตาเฒ่าจ้องเฟิ่งจิ่ว เอ่ยว่า “เจ้าลองว่ามา นี่มันเรื่องอะไรกัน?”
เฟิ่งจิ่วก้มมองหญ้าเซียนสองต้นที่หลบอยู่ในสาบเสื้อตนเอง ฉวยโอกาสตอนที่ไม่มีใครเห็นรีบเก็บพวกมันเข้าไปในห้วงมิติ ปลูกมันไว้ในแปลงสมุนไพร ก่อนจะยักไหผ่ เอ่ยกับตาเฒ่าว่า “ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน! ท่านบอกเองไม่ใช่หรือ? หญ้าเพลิงฉายนี้ไม่ได้มีวิญญาณโอสถ เรื่องที่เกิดขึ้นในตอนนี้ ท่านถามข้า ข้าจะไปถามใคร?”
“เรื่องอย่างนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และข้าก็ไม่เคยได้ยินมาก่อนด้วย” ฮุ่นหยวนจื่อพึมพำ จ้องหน้าเฟิ่งจิ่วพลางลูบหนวด เอ่ยอย่างครุ่นคิดว่า “บนตัวเจ้าต้องมีอะไรแปลกๆอยู่แน่”
ได้ยินอย่างนั้น เฟิ่งจิ่วสะดุดใจ “อะไรแปลกๆ? บนตัวข้าจะมีอะไรแปลกๆได้อย่างไรกัน?” สถานการณ์อย่างนี้แต่ก่อนเธอก็ไม่เคยพบเจอมาก่อนเช่นกัน! เธอจะไปรู้ได้อย่างไรว่ามันผิดปกติตรงไหน?
แต่ทว่า…
ครั้นตาเฒ่าพูดถึงอะไรแปลกๆ กลับทำให้เธอนึกถึงเม็ดบัวเขียวก่อกำเนิดที่อยู่ในตัวเธอ เพียงแต่ เม็ดบัวก่อกำเนิดเม็ดนั้นไม่ได้สร้างเรื่องให้เธอมานานแล้ว เรื่องที่เกิดขึ้นในตอนนี้ก็ไม่น่าจะเกี่ยวกับมันกระมัง?
“หญ้าเซียนนี้เป็นสิ่งที่เปี่ยมด้วยจิตวิญญาณ แม้ไม่มีวิญญาณโอสถ แต่เพราะธาตุวิญญาณที่มีมาแต่เกิดของมันจึงทำให้มันเคลื่อนย้ายตนเองได้” ตาเฒ่าอธิบาย ก่อนจะมองเฟิ่งจิ่วและพึมพำว่า “เป็นเพราะอะไรกันแน่? หรือว่าเพราะกลิ่นอายพลังวิญญาณบริสุทธิ์บนตัวเจ้า?”
“หา?”
เฟิ่งจิ่วชะงัก ถามว่า “กลิ่นอายพลังวิญญาณบนตัวข้า? คงไม่กระมัง?”
เธอเป็นร่างรวมวิญญาณ กลิ่นอายพลังวิญญาณในตัวจึงมีความบริสุทธิ์สูง ทว่าแม้จะมีความบริสุทธิ์สูงก็ไม่น่าจะทำให้ยาทิพย์ชนิดนี้ถึงกับดึงตนเองออกมาจากดิน และกระโดดขึ้นมาหลบในสาบเสื้อของเธอได้หรอกกระมัง?
“ช่างเถิดช่างเถิด ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม พวกเรามาหารือกันเรื่องหลังจากนี้ดีกว่า!”
ตาเฒ่าเอ่ยด้วยสีหน้าตื่นเต้น โบกมือเรียกจัวจวินเยวี่ยมานั่งใกล้ๆ เขาเองก็ขยับไปนั่งใกล้เฟิ่งจิ่วเช่นกัน หางตาเหลือบเห็นมีหลายคนมองมาทางนี้ เขาหันไปถลึงตาใส่ ก่อนจะโบกมือร่ายเขตอาคมกั้นเสียง
คนอื่นเห็นอย่างนี้ก็ยิ่งสงสัยว่าสามคนนั้นกำลังคุยอะไรกันอยู่? เพียงแต่ฝีมือของสามคนนี้ประหลาดจริงๆ หากไม่จำเป็น พวกเขาก็ไม่อยากมีเรื่องกับคนอย่างนี้ ด้วยเหตุนี้ หลังจากเห็นตาเฒ่าร่ายเขตอาคมกั้นเสียง พวกเขาจึงละสายตาออกไป
ฮุ่นหยวนจื่อขยับเข้ามาใกล้เฟิ่งจิ่ว ยิ้มตาหยีเอ่ยกับเธอ “แม่หนู ในเมื่อเป็นอย่างนี้พวกเราก็ไม่ต้องเปลืองแรงออกตามหาหญ้าเซียนแล้ว เอาอย่างนี้! พวกเราอ้อมไปหาที่ที่ไม่มีคนแล้วนั่งพักกัน พวกข้าสองคนจะยืนเฝ้าให้ ส่วนเจ้าก็ปลดปล่อยกลิ่นอายพลังวิญญาณบริสุทธิ์ในตัวออกมาหน่อย บางทีหญ้าเซียนเหล่านั้นอาจมาหาถึงที่โดยที่พวกเราไม่ต้องตามหาเลยก็ได้”
ได้ยินอย่าง เฟิ่งจิ่วมุมปากกระตุก “วิธีนี้จะได้ผผได้อย่างไร หากกลิ่นอายพลังวิญญาณของข้ามีประโยชน์เช่นนี้ ข้าจะยังกลัวหายาทิพย์ล้ำค่าไม่ได้อีกหรือ?”
เธอรู้ ต้องไม่ใช่เพราะกลิ่นอายพลังวิญญาณอันบริสุทธิ์ในตัวเธอแน่ หากจะมีอะไรที่เป็นไปได้ นั่นก็ต้องเป็นเม็ดบัวเขียวก่อกำเนิดแน่ๆ
ตอนที่ 2075: ด้านหน้าภูเขา ด้านหลังภูเขา
สาเหตุที่หญ้าเซียนดึงตนเองออกจากดินแล้วมาหาเธอ ด้านหนึ่งน่าจะเป็นเพราะเม็ดบัวเขียวก่อกำเนิด อีกด้านหนึ่งเดาว่าเป็นเพราะหญ้าเซียนเหล่านี้เปี่ยมด้วยจิตวิญญาณอยู่แล้ว พวกมันน่าจะสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของเม็ดบัวเขียวก่อกำเนิด
เพียงแต่ เธอกลับไม่กล้าเปิดเผยเรื่องเม็ดบัวเขียวให้ใครรู้ หากมีคนรู้เรื่องที่เธอมีเม็ดบัวเขียวก่อกำเนิดอยู่ในตัว เกรงว่าจะนำมาซึ่งปัญหามากมายไม่จบไม่สิ้น
“แม่หนู เจ้าลองดูก็แล้วกัน! ลองดูก็ไม่เสียหายอะไรนี่” ตาเฒ่าเกลี้ยกล่อม เขายังหาหญ้าเซียนไม่เจอสักต้น ย่อมหวังว่าวิธีนี้จะใช้ได้ผลอยู่แล้ว
เฟิ่งจิ่วเห็นเขายืนหยัด จึงเอ่ยว่า “เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน! หญ้าเพลิงฉายสองต้นนั้นข้าให้ท่านหนึ่งต้น ในเมื่อหาได้แล้ว อย่างนั้นพวกเราก็ไปกันเถิด!”
“จะได้อย่างไรกัน?” ตาเฒ่ารีบเอ่ย “อุตส่าห์มาทั้งที หนำซ้ำยังมาถึงนี่แล้ว จะไม่ขุดกลับไปอีกสักหลายต้นหรือ?”
“ขุดกลับไปสักหลายต้น? ท่านคิดว่าหญ้าเพลิงฉายเป็นผักกาดขาวหรืออย่างไร? อยากขุดก็มีให้ขุด? แม้จะเป็นผักกาดขาวเวลานี้ก็ไม่มีให้ท่านขุดหรอก” เธอคัดค้านแล้วสะบัดชายเสื้อ ทำลายเขตอาคมกั้นเสียง ก่อนจะกลับไปทางเดิม
เห็นเฟิ่งจิ่วลงไปข้างล่าง ตาเฒ่ารีบตามไป “ครั้งเดียว แค่ครั้งเดียวได้หรือไม่? ข้าไม่เคยเห็นเหตุการณ์เช่นนั้นมาก่อนเลยจริงๆ ข้ายังสงสัยไม่หายเลย!”
เห็นเขาตามรบเร้าไม่เลิก เฟิ่งจิ่วรู้ว่าหากไม่สะสางเรื่องนี้ให้ชัดเจน เธอไม่ต้องหวังความสงบเลย ด้วยเหตุนี้ เธอมองเขาแวบหนึ่ง เอ่ยว่า “ลงไปค่อยว่ากัน”
“ได้ๆได้” ตาเฒ่ารีบเอ่ย ทั้งสามลงมาจากไหล่เขา แม้จะมอมแมมไปทั้งตัว แต่บนตัวกลับไม่มีแผลถลอกแต่อย่างใด
การที่ทั้งสามคนลงมาจากไหล่เขา คนอื่นๆดูตกใจอย่างเห็นได้ชัด ทว่านี่ถือเป็นเรื่องดีสำหรับพวกเขา หากสามคนนี้ไปแล้ว ก็ไม่มีใครมาแย่งชิงหญ้าเซียนกับศิลาเพลิงที่อาจปรากฏตัวกับพวกเขาอีก ไม่ว่าอย่างไรนี่ก็เป็นเรื่องดี
คนข้างล่างเห็นทั้งสามคนลงมา ก็อดถอยหลังไม่ได้ กลับเห็นทั้งสามไม่สนใจพวกเขาเลยแม้แต่น้อย เพียงเดินผ่านพวกเขาไปเฉยๆ
“เดินอ้อมตรงนี้ไปก็จะถึงด้านหลังแล้ว ตรงนั้นไม่ใช่ทิศที่หินลาวาจะไหลไป ฉะนั้นเทียบกับทางนี้จะเย็นกว่าหน่อย หนำซ้ำยังมีต้นไม้ช่วยบังแสงแดดด้วย” ตาเฒ่าพูดไปเดินไป พาเฟิ่งจิ่วกับจัวจวินเยวี่ยเดินอ้อมไปยังอีกฝั่งหนึ่ง
หลังจากที่พวกเขาจากไปไม่นาน คนกลุ่มหนึ่งก็มาถึงที่นี่ ซึ่งก็คือก็กลุ่มทหารรับจ้างที่กวนสีหลิ่นอยู่นั่นเอง
ครั้นคนสิบกว่ากลุ่มที่อยู่ที่นี่อยู่แล้วเห็นทหารรับจ้างกลุ่มนี้มาถึง สายตาของพวกเขาไหวระริกเล็กน้อย ทหารรับจ้างกลุ่มนี้รอบกายเต็มไปด้วยกลิ่นอายเลือด และไอพิฆาต เห็นได้ชัดว่าเพิ่งผ่านการฆ่าฟันมา ยามได้กลิ่นคาวเลือด ทุกคนต่างพากันถอยหนีสองสามก้าวโดยสัญชาตญาณ
มีเรื่องด้วยได้หรือไม่ มองแวบเดียวก็รู้แล้ว คนที่ไม่ควรมีเรื่องด้วย พวกเขาย่อมหลีกเลี่ยงอย่างชาญฉลาดอยู่แล้ว
“ที่นี่แหละ” หัวหน้ากลุ่มทหารรับจ้างเอ่ย มองดูภูเขาไฟลูกนั้น เอ่ยว่า “เหลือก็แต่ว่าจะหาเจอหรือไม่เท่านั้น”
“หัวหน้า หากหาไม่เจอก็หาศิลาเพลิงกลับไปสักหน่อยก็ได้ คนข้างนอกต่างก็แย่งชิงเจ้าสิ่งนั้นเหมือนกัน” ทหารรับจ้างนายหนึ่งเอ่ย
หัวหน้ากลุ่มทหารรับจ้างพยัคฆ์เดือดยิ้ม “เอาล่ะ พวกเรามาแบ่งกลุ่มกันก่อนก็แล้วกัน! ให้ทุกคนแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งอยู่เฝ้าข้างล่างนี้ อีกกลุ่มตามข้าขึ้นไป ข้าขอเตือนพวกเจ้าไว้ก่อน! ระหว่างเดินทางข้าก็บอกพวกเจ้าแล้ว สถานที่แห่งนี้อันตรายไม่น้อย โดยเฉพาะห้ามตกลงมาจากข้างบนเด็ดขาด หากตกลงมาก็ยากจะรอดชีวิตไปได้”
ตอนที่ 2076: ให้ท่านหนึ่งต้น
“วางใจเถิดหัวหน้า! พวกข้ารู้แล้ว” ทุกคนยิ้มรับ
“หัวหน้า ท่านยังบาดเจ็บอยู่ ข้าว่าท่านไม่ขึ้นไปดีกว่า” กวนสีหลิ่นแนะนำ สายตาจับจ้องไปที่ไหล่ของเขา ถึงแม้จะพันแผลไว้ นี่ก็ผ่านมาหลายวันแล้ว แต่แผลนั้นก็ยังไม่หายดี คิดจะปีนขึ้นไปบนภูเขาไฟที่สูงชันเช่นนี้อันตรายเกินไปแล้ว
ได้ยินอย่างนั้น คนอื่นต่างก็เห็นด้วย “อืม หัวหน้า ข้าก็คิดว่าเสี่ยวกวนพูดมีเหตุผล บาดแผลท่านยังไม่หายดี ไม่ควรปีนเขา”
“ใช่ หัวหน้า เอาอย่างนี้! คนที่ไม่บาดเจ็บให้ขึ้นไป คนที่บาดเจ็บเฝ้าอยู่ข้างล่าง ทำอย่างนี้จะปลอดภัยกว่าหน่อย” ทหารรับจ้างอีกนายก็เอ่ยเสริม
“ก็ได้ อย่างนั้นก็ให้เสี่ยวกวนนำพวกเจ้าก็แล้วกัน!” หัวหน้ากลุ่มเอ่ย หันไปมองกวนสีหลิ่น “ไม่ว่าจะหาเจอหรือไม่ ขึ้นไปถึงไหล่เขาตามหารอบหนึ่ง หากไม่เจอก็ลงมา”
“ได้ ข้าเข้าใจแล้ว” กวนสีหลิ่นพยักหน้า พาทหารรับจ้างสิบกว่าคนปีนขึ้นไป ส่วนคนอื่นก็เฝ้าอยู่ข้างล่าง เผื่อมีคนอื่นมาลอบโจมตี
ส่วนพวกเฟิ่งจิ่วที่อ้อมไปด้านหลังเขา หลังจากเห็นว่ารอบๆนี้ไม่มีใครเลยนอกจากพวกเขาสามคน จึงหาที่นั่ง
“เร็วเข้าเร็วเข้า เจ้าลองดูอีกที” ตาเฒ่านั่งลงข้างๆเธอด้วยความตื่นเต้น ส่วนจัวจวินเยวี่ยกลับเลี่ยงออกไปเดินเฝ้ารอบๆ
เฟิ่งจิ่วจนใจ ทำได้เพียงนั่งลงแล้วขับเคลื่อนกลิ่นอายพลังวิญญาณในร่าง ทว่าเธอปิดผนึกกลิ่นอายของเม็ดบัวเขียวเอาไว้ เพื่อไม่ให้มันถูกปลดปล่อยออกมา ไม่ว่าจะใช่เม็ดบัวเขียวหรือไม่ เรื่องนี้ก็ให้ใครรู้ไม่ได้
ฉะนั้น ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือ รอบข้างเงียบสงบ ไม่เห็นหญ้าเซียนแม้แต่ต้นเดียว
“เป็นอย่างไร? ข้าบอกแล้วใช่หรือไม่? ต้องเป็นเรื่องบังเอิญแน่นอน” เธอยักไหล่ จากนั้นก็เก็บซ่อนกลิ่นอาย หยิบเนื้อย่างในห้วงมิติออกมากิน พลางหันไปถามตาเฒ่าที่กำลังทำหน้าผิดหวัง “ข้าให้ท่านต้นหนึ่งก็แล้วกัน! ถึงอย่างไรข้าก็มีสองต้น”
“ข้าใช้ศิลาเพลิงแลกกับเจ้า ไม่เอาเปรียบเจ้าหรอก” ตาเฒ่าเอ่ยจบ ล้วงศิลาเพลิงที่หาได้ทั้งหมด จากนั้นก็ดันไปให้เธอ
เฟิ่งจิ่วเห็นอย่างนั้น ก็เก็บของโดยไม่คิดบ่ายเบี่ยง ขณะเดียวกันก็ยืนหญ้าเซียนต้นเล็กออกไปข้างหน้า เหลือบมองเขาแวบหนึ่ง เอ่ยว่า “ของอย่างนี้ใช้โดยตรงไม่ได้ ท่านกลั่นยาไม่เป็นเสียหน่อย ถึงเอาไปที่จริงก็ใช่ว่าจะใช้ประโยชน์ได้มากนัก”
“เรื่องนี้เจ้าไม่ต้องสนใจ ข้าเก็บไว้ก็พอ” เขารับหญ้าเซียนต้นนั้นไปไว้ในมือ ไม่ลืมหันไปมองรอบๆ ก่อนจะเก็บมัน
“จวินเยวี่ย มากินอะไรหน่อย” เฟิ่งจิ่วหันไปตะโกนเรียกจัวจวินเยวี่ยที่ยืนเฝ้ายามอยู่
จัวจวินเยวี่ยหันตัวเดินมาทางพวกเขา ย่อตัวนั่งลงข้างๆพวกเขา ทั้งสามนั่งล้อมวงกันกินเนื้อย่างและดื่มสุรา
“สุราอย่าดื่มมากไป อยู่ในสถานที่เช่นนี้หากเมาจะเป็นปัญหาได้” เฟิ่งจิ่วเอ่ย เห็นตาเฒ่ายกน้ำเต้ากระดกใส่ปากไม่ยั้ง ก็อดส่ายหน้าไม่ได้ ก่อนจะยื่นเนื้อให้เขาอีกชิ้น
“คอแข็งระดับข้าจะเมาได้อย่างไร? ไม่เป็นไร ที่นี่ห่างจากข้างหน้าค่อนข้างไกล ไม่มีใครมาหรอก พอดีเลย ข้าดื่มสุราแล้วจะนอนสักหน่อย อย่างไรก็มีพวกเจ้าสองคนคอยเฝ้าอยู่ ข้าวางใจได้อยู่แล้ว” เขาหัวเราะชอบใจ มือหนึ่งถือเนื้อ มือหนึ่งถือสุรา
เห็นอย่างนั้น เฟิ่งจิ่วจึงทำได้เพียงปล่อยเขาไป มีพวกเขาสองคนเฝ้าอยู่ เขาสามารถหลับได้อย่างสบายใจจริงๆ
ขณะเดียวกัน ด้านหน้าภูเขา สถานการณ์กลับต่างกันอย่างสิ้นเชิง ไม่รู้ว่าคนที่ปีนขึ้นไปเจออะไร กลับเกิดการต่อสู้กันบริเวณไหล่เขา…
ตอนที่ 2077: กลุ่มคนบ้า
ระหว่างสู้กัน มีคนกลิ้งตกลงมาจากข้างบน ชั่วขณะนั้นเสียงกรีดร้องโหยหวนดังก้องไม่ขาดสาย
กวนสีหลิ่นที่กำลังปีนเขาขึ้นมาจากข้างล่างเห็นอย่างนั้น ก็เอ่ยกับคนข้างล่างว่า “ลงไปก่อน ตอนนี้ไม่เหมาะจะขึ้นไป” แม้พวกเขากำลังจะปีนขึ้นไปจากด้านข้าง แต่สถานการณ์อย่างนี้ไม่เหมาะจะปีนขึ้นไปอีก ทว่า ในตอนที่เขากำลังจะลงไปด้วย ขณะเงยหน้ามองขึ้นไปข้างบน ยอดเขาภายใต้แสงสะท้อนของดวงอาทิตย์ ทำให้เขาเห็นประกายแสงอะไรบางอย่างรางๆ
นั่นศิลาเพลิง? หนำซ้ำยังเป็นศิลาเพลิงก้อนใหญ่มากเสียด้วย!
นึกมาถึงตรงนี้ เขาก้มหน้ามองทุกคนในกลุ่มแวบหนึ่ง ครั้นเห็นทหารรับจ้างคนอื่นต่างก็ลงไปถึงอย่างปลอดภัยแล้ว เขาจึงเรียกกระบี่บินขี่ขึ้นไปบนยอดเขา
“น่าแปลก ทำไมคนผู้นั้นจึงขี่กระบี่บินขึ้นไปข้างบนเลยล่ะ? เขาคิดจะทำอะไร?”
“เอ๊ะ? เขาบินผ่านไหล่เขาไปเลยนี่”
“นั่น! พวกเจ้าดูนั่น ด้านบนสุดของภูเขาไฟลูกนั้นมีประกายแสงเส้นหนึ่งสะท้อนออกมา นั่นศิลาเพลิงไม่ใช่หรือ?”
“สวรรค์! มันต้องเป็นศิลาเพลิงที่ก้อนใหญ่ขนาดไหนกัน? ก่อนหน้านี้เหตุใดไม่เคยเห็นมาก่อน?”
“รีบไปแย่งเร็ว! ศิลาเพลิงก้อนใหญ่ขนาดนั้นเป็นสมบัติล้ำค่าที่ตีราคาไม่ได้เชียวนะ!”
คนข้างล่างต่างฮือฮากรูกันขึ้นไป ทยอยพากันขี่กระบี่บินขึ้นไปข้างบน ส่วนกวนสีหลิ่นที่ขึ้นไปถึงปากภูเขาไฟก่อนเห็นศิลาเพลิงก้อนนั้นแล้ว
เพียงแต่ ก้อนนี้ดูเหมือนจะต่างกับก้อนอื่นๆ ศิลาเพลิงก้อนอื่นจะเป็นหินสีดำที่มีประกายวาววับ ทว่าก้อนนี้กลับเป็นสีแดง สีของมันราวกับถูกเพลิงแผดเผา แดงสดงดงาม ชวนให้อดชื่นชมในความงามของมันไม่ได้
“หินก้อนนี้งามนัก! เอากลับไปฝากน้องสาวนางต้องชอบแน่ๆ”
กวนสีหลิ่นพึมพำ ดวงหน้าแข็งกร้าวเผยรอยยิ้มลิงโลดเหมือนเด็กน้อย เป็นสีหน้าที่จะเห็นได้เวลานึกถึงคนในครอบครัวเท่านั้น
เขาเข้าไปอุ้มหินสีแดงสวยก้อนใหญ่ที่ยากจะโอบด้วยมือสองข้างขึ้นมา เก็บเข้าไปในแหวนห้วงมิติ ตั้งใจจะนำกลับไปเป็นของขวัญให้เฟิ่งจิ่ว ทว่า ในเวลานี้เอง ไอสังหารที่พวยพุ่งมาจากข้างหลังทำให้เขาต้องหุบรอยยิ้มแห่งความดีใจ ขมวดคิ้วหันกลับมา ก็เห็นกระบี่ยาวพุ่งเข้ามา เสียงคำรามลั่นหลายเสียงดังตามมา
“เจ้าหนู! ส่งสมบัตินั่นมาให้ข้าเดี๋ยวนี้!”
“เจ้าหนู! แอบซุกไว้กินคนเดียวจะติดคอตายเอานะ!”
“เจ้าหนู เจ้าใจกล้าไม่เบาเลยนะ! กล้าซุกสมบัติชิ้นนั้นไว้คนเดียวต่อหน้าคนมากมายขนาดนี้? ถ้ายอมส่งมาดีๆ ข้าจะให้เจ้าได้ตายศพสวย!”
ผู้ฝึกตนเหล่านั้นตะโกนกร้าว ถือกระบี่ล้อมกวนสีหลิ่นเข้ามา ทว่าในเวลานี้เอง เสียงคำรามแฝงกลิ่นอายพลังวิญญาณอันแข็งแกร่งดังมาจากเบื้องล่าง
“ใครกล้าแตะต้องคนของกลุ่มทหารรับจ้างพยัคฆ์เดือด! ฆ่า!”
สมาชิกกลุ่มทหารรับจ้างพยัคฆ์เดือดถือดาบขี่กระบี่บินเหาะขึ้นมา คนพวกนั้นล้อมกวนสีหลิ่น เหล่าทหารรับจ้างล้อมรอบพวกเขา เสียงกระบี่และดาบกระทบกระทั่ง ชั่วขณะหนึ่ง สถานกาณ์โกลาหลวุ่นวาย
เหล่าคนที่ดูอยู่ข้างๆ ไม่ได้เข้าไปมีส่วนร่วมเดาะลิ้น “คนพวกนี้บ้าไปแล้วกระมัง? แม้ศิลาเพลิงก้อนนั้นจะใหญ่หน่อย แต่ก็ไม่เห็นต้องทุ่มสุดชีวิตขนาดนี้กระมัง?”
ชายฉกรรจ์ที่กำลังจะพุ่งตัวไปข้างหน้าได้ยินอย่างนั้น ก็ชะงักเท้าแล้วเหลือบมองเขา “เจ้าจะไปรู้อะไร? ใต้หล้านี้ไม่ทุ่มสุดชีวิตจะทำอะไรสำเร็จได้หรือ? เหล่าสหาย ฆ่าให้หมด! แย่งของเจ้าหนูนั่นมาไม่ได้ ก็แย่งของคนอื่นมา! ข้าอยู่ที่นี่มาครึ่งเดือนกว่า รอโอกาสนี้มานานแล้ว!” สิ้นเสียง ก็พาพวกคนข้างหลังพุ่งเข้าไป
คนที่ยืนดูอยู่ต่างเดาะลิ้น ก้าวถอยหลังไปหลายก้าว เช็ดเหงื่อที่ไหลออกมา “มีแต่พวกคนบ้า…”
ตอนที่ 2078: ของขวัญให้น้องสาวข้า
“ฆ่า!”
“ฆ่าเจ้าหนูนั่นเสีย!”
“แย่งสมบัติชิ้นนั้นมาให้ได้!”
“ชิ้ง!”
“อ๊าก…”
“เกร๊ง!”
เสียงตะโกนคำรามดังปะปนกับเสียงต่อสู้กัน สถานการณ์โกลาหลวุ่นวายตั้งแต่กลางอากาศมาจนบนพื้นดิน เพราะการต่อสู้อันชุลมุน จึงเลี่ยงไม่ได้คนข้างๆโดนลูกหลงได้ยาก ครั้นพวกคนที่ตั้งใจเล่นงานกวนสีหลิ่นคนเดียวถูกฟันบาดเจ็บ ก็พากันเดือดดาลเคียดแค้น
“กล้าฟันข้าหรือ? ไม่อยากอยู่แล้วกระมัง! เอาดาบข้าไปกิน!”
“ซี๊ด! บัดซบ! ข้าจะฆ่าเจ้า!”
การต่อสู้อันชุลมุนเริ่มวุ่นวายขึ้นเรื่อยๆ พลังดาบและกระบี่ฟาดฟันไปทั่ว ประกายเยือกเย็นพวยพุ่งพาดผ่าน บางคนเห็นท่าไม่ดี ก็แอบถอยออกไปเงียบๆ ส่วนเหล่าคนโง่ที่เอาแต่พุ่งไปข้างหน้ากลับถูกฟันบาดเจ็บ บ้างก็ถูกฟันตาย ส่วนพวกคนที่ล้อมโจมตีกวนสีหลิ่น ยิ่งสู้ก็ยิ่งตกตะลึง โดยเฉพาะเมื่อเห็นเขาตวัดดาบเล่มใหญ่ พลังกระบี่เส้นหนึ่งฟาดฟันเข้ามา กลุ่มคนกรีดร้องหลีกหนี
“อ๊าก!”
มีคนหนีไม่ทัน ถูกพลังกระบี่ฟันร่างขาดเป็นสองท่อน เลือดสาดกระเซ็นไปทั่ว กลายเป็นภาพน่าสยดสยอง
“ซี๊ด! จะ เจ้าหนูนี่เป็นเทพสังหารที่โผล่มาจากที่ใดกัน?”
กลุ่มคนที่ถอยออกไปแต่แรกรวมถึงเหล่าผู้ฝึกตนที่ยืนมองอยู่ห่างๆ ต่างก็ตกตะลึง ทหารรับจ้างนายนั้นแม้จะเป็นเพียงผู้ฝึกพลังเร้นลับ แต่พลังต่อสู้กับน่าสะพรึงมาก
หลังจากตวัดดาบสังหารคนที่รุมล้อมเขา กวนสีหลิ่นถือดาบชี้เฉียงลงบนพื้น ก่อนจะตวาดเสียงกร้าว “ยังมีใครกล้าเข้ามาแย่งอีก!”
คนที่รอดชีวิตที่เหลือต่างถอยหลังอย่างไม่ได้นัดหมาย ไม่กล้าเข้าใกล้เขาอีก ล้อเล่นหรือเปล่า แม้สมบัติล้ำค่าชิ้นนั้นจะดีแค่ไหน แต่หากไม่มีชีวิตอยู่แล้วจะเอาสมบัติชิ้นนั้นไปทำไมกัน!
หนำซ้ำ เจ้าหนูนั่นก็ประหลาดเกินไปแล้ว เป็นเพียงผู้ฝึกพลังเร้นลับ กลับมีพลังต่อสู้ที่น่ากลัวขนาดนี้ แข็งแกร่งผิดมนุษย์เกินไปแล้ว! พวกเขาไม่อยากอยู่แล้วหรืออย่างไรถึงจะกล้าเข้าไปแย่งของของเขาอีก
เหล่าสมาชิกทหารรับจ้างพยัคฆ์เดือดมาหยุดอยู่ข้างกายกวนสีหลิ่น หัวหน้ามองเขา “เสี่ยวกวน ไม่เป็นไรใช่หรือไม่?”
“ไม่เป็นไรขอรับ” กวนสีหลิ่นส่ายหน้าตอบ ก่อนจะหันมองคนรอบๆด้วยใบหน้าเย็นยะเยือก จากนั้นก็หันมารายงานหัวหน้าของเขา “หัวหน้า ข้าหาศิลาเพลิงเจอหนึ่งก้อน ตั้งใจจะมอบให้น้องสาวของข้า”
หัวหน้ากลุ่มทหารรับจ้างพยัคฆ์เดือดพยักหน้า “เจ้าวางใจ ทหารรับจ้างของเราก็มีกฎเกณฑ์เหมือนกัน นอกจากภารกิจแล้ว ของที่หาเจอในป่านี้ล้วนแบ่งกันได้ตามใจชอบ ไม่จำเป็นต้องมอบให้กลุ่มทหารรับจ้าง”
“ขอบคุณหัวหน้ามากขอรับ” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
“หึๆ มีอะไรให้ขอบคุณกัน กลุ่มของเราก็มีตรงนี้แหละที่ค่อนข้างอิสระหน่อย” หัวหน้าเอ่ย ก่อนถามว่า “เจ้าไม่เห็นหญ้าเพลิงฉายบริเวณไหล่เขากระมัง?”
“อืม ไม่เห็นขอรับ” กวนสีหลิ่นตอบ
“เข้าใจแล้ว! อย่างนั้นเราหาที่พักกันก่อน ในเมื่อมาถึงนี่แล้วจะปล่อยให้เหล่าพี่น้องของเราเสียเที่ยวไม่ได้ หาเวลาขึ้นไปอีกครั้ง แม้จะหาหญ้าเพลิงฉายไม่เจอ หาศิลาเพลิงกลับไปสักหน่อยก็ยังดี”
“ได้ขอรับ” เขาพยักหน้า เดินไปด้านหลังภูเขาที่ค่อนข้างอากาศเย็นกว่าพร้อมกับเหล่าสมาชิก
ทว่าในเวลานี้เอง เฟิ่งจิ่วที่พักอยู่ในที่อากาศเย็นหลังเขากำลังหรี่ตาพักผ่อนอยู่ ตาเฒ่าเองก็ไม่รู้ว่าดื่มสุราไปมากขนาดไหน ฟุบหลับไปตั้งนานแล้ว กลับเป็นจัวจวินเยวี่ยที่ยืนเฝ้าอยู่บริเวณนั้นตลอด
ครั้นได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาทางนี้รางๆ จัวจวินเยวี่ยเพ่งมองด้วยความระแวดระวัง จนกระทั่ง…
ตอนที่ 2079: ไม่เหมือนกัน
ครั้นเห็นว่ากลุ่มคนที่เดินมาเป็นกลุ่มทหารรับจ้างที่เคยเจอในป่า ก็อดตะลึงไม่ได้ คนเรามักมีโอกาสหวนกลับมาพบกันอีกไม่ว่าที่ใดจริงๆ นึกไม่ถึงว่าจะเจอทหารรับจ้างกลุ่มนั้นที่นี่อีก
ทหารรับจ้างที่กำลังเดินมาทางนี้ก็เห็นจัวจวินเยวี่ยเช่นกัน หัวหน้ากลุ่มตะลึงเล็กน้อย ก่อนจะหัวเราะ “คุณชายท่านนั้นนี่เอง แสดงว่าเซียนฮุ่นหยวนจื่อก็น่าจะพักอยู่ที่นี่ด้วยกระมัง? นึกไม่ถึงว่าจะได้เจอกันอีกแล้ว”
เขาเอ่ย พลางหันไปบอกกับเหล่าสมาชิกข้างหลัง “เหล่าสหาย พวกเจ้าหาที่นั่งพักดื่มกันก่อน ข้าไปทักทายพวกเขาสักครู่”
ด้วยเหตุนี้ ทุกคนจึงหาที่นั่งพักตามอัธยาศัย แต่ละคนต่างหาที่นั่งล้อมกวนสีหลิ่น “เสี่ยวกวน ศิลาเพลิงก้อนที่เจ้าหาเจอหน้าต่างเป็นอย่างไร? เอาออกมาให้ดูหน่อยสิ!”
“ใช่! ข้าเห็นเหมือนจะก้อนใหญ่มากนะ”
เห็นทุกคนต่างก็ฉงนฉงาย กวนสีหลิ่นหัวเราะเสียงดังกังวาน “ไม่มีปัญหา” เขาหยิบศิลาเพลิงก้อนใหญ่ก้อนนั้นออกมาจากแหวนห้วงมิติ เอ่ยกับทุกคนว่า “ก้อนนี้แหละ มองดูดีๆ รูปร่างของมันสวยมากทีเดียว”
“ว้าว! ก้อนใหญ่มาก นี่ใช้สองมือโอบยังโอบไม่รอบเลยกระมัง?”
“ซี๊ด! นึกไม่ถึงว่าจะเป็นศิลาเพลิงสีแดงเช่นนี้!”
“อ๊ะ! จริงสิ ข้าเคยได้ยินมาว่านี่เป็นสุดยอดศิลาเพลิงเชียวนะ มันเกิดจากการรวมตัวของตะกอนลาวาครั้งแล้วครั้งเล่า ข้าเคยได้ยินแต่คนเล่าลือกัน แต่ก่อนไม่เคยเห็น นึกไม่ถึงว่าวันนี้จะได้เห็นศิลาเพลิงสีแดงก้อนใหญ่อย่างนี้”
“จิ๊ๆ พวกเจ้าดูสีของมันสิ นี่มันสีของเปลวเพลิงจริงๆเลยนะ! งามยิ่งนัก!”
“นั่นสิ! ข้าเองก็เพิ่งเคยเห็นศิลาเพลิงสีแดงเหมือนเปลวไฟอย่างนี้เป็นครั้งแรก”
กวนสีหลิ่นได้ยินทุกคนว่าอย่างนั้น ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ “ข้าก็คิดว่าสวย น้องสาวข้าเห็นจะต้องชอบมากแน่ๆ” เขาลูบหินก้อนใหญ่ในมือ พลางเอ่ย ในใจคิดว่าจะจ้างใครมาสลักศิลาเพลิงก้อนนี้ให้เป็นรูปร่างแล้วค่อยให้เสี่ยวจิ่วดีหรือไม่?
“เสี่ยวกวน เจ้าช่างดีกับน้องสาวของเจ้าจริงๆ”
“นั่นสิ ศิลาเพลิงที่มีค่าขนาดนี้กลับมอบให้น้องสาวของเจ้า ไม่เสียดายบ้างเลย” ของชิ้นนี้หากนำไปขาย ต้องได้ราคาสูงเสียดฟ้าแน่นอน!
“ข้าที่เป็นพี่ชายของนางกลับเอาแต่เที่ยวตะลอนอยู่ข้างนอก ไม่ค่อยได้อยู่ข้างกายนาง ซ้ำยังต้องให้นางคอยเป็นห่วงข้าในหลายๆเรื่องอีก ฉะนั้นยามข้าเจอของดีๆ หรืออะไรน่าสนใจก็มักจะเก็บไว้ให้นาง กลับไปจะได้มอบให้นาง ทำให้นางมีความสุข” กวนสีหลิ่นอธิบายพร้อมรอยยิ้มบนใบหน้า จากนั้นก็เก็บหินก้อนใหญ่ใส่แหวนห้วงมิติอีกครั้ง
“คิๆ เจ้ายังไม่มีภรรยากระมัง? หากมีภรรยาก็จะไม่เหมือนเดิมแล้วล่ะ” ทหารรับจ้างนายหนึ่งที่อยู่ข้างๆ ยักคิ้วหลิ่วตา
ได้ยินอย่างนั้น กวนสีหลิ่นยิ้มกว้าง “ข้ายังไม่มีภรรยาจริงๆ แต่ถึงในอนาคตข้าจะมีภรรยา ข้าก็เชื่อว่าภรรยาของข้าจะดีกับน้องสาวของข้าเช่นกัน ถึงตอนนั้น มีคนคอยเอ็นดูนางเพิ่มอีกคนก็ยิ่งดี”
“ฮ่าๆฮ่า นั่นเพราะเจ้ายังไม่มีภรรยา หลายคนพอมีภรรยาแล้ว มักจะยกให้ภรรยาเป็นที่หนึ่ง หากแต่งภรรยาที่โมโหร้ายก็ยิ่งแล้วใหญ่ ยังต้องคอยถูกควบคุมดูแลอีก”
“เจ้ากำลังพูดถึงคนข้างบ้านเจ้าคนนั้นกระมัง? นางคนนั้นดุมากจริงๆ มีครั้งหนึ่งข้าเห็นนางบิดหูหลี่เอ้อร์เพื่อนบ้านเจ้าแล้วยกขึ้น เสียงตะโกนด่าของนาง อยู่ห่างออกไปสองช่วงถนนยังได้ยินเลย”
“ฮ่าๆฮ่า นั่นสินั่นสิ เจ้าไม่รู้หรอกว่าหลังจากหลี่เอ้อร์โดนด่าเขามักมาชวนข้าดื่ม ผู้ชายทั้งคนกลับทำเสียจนไม่เหลือคราบชายชาตรีแม้แต่น้อย”
คุยกันไปคุยกันมาทุกคนก็เริ่มหันไปพูดคุยกันเรื่องในครอบครัว ส่วนกวนสีหลิ่นที่อยู่ข้างๆ เพียงยิ้มๆ หยิบสุราขึ้นมาดื่มหนึ่งอึก
ตอนที่ 2080: โชคของเขา
คนอื่นไม่มีทางเข้าใจสายสัมพันธ์ระหว่างเขากับเสี่ยวจิ่ว
นับตั้งแต่ที่เขาลืมตาขึ้นมาแล้วเห็นร่างเล็กผอมร่างนั้นยืนปกป้องเขาจากฝูงหมาป่าเพียงลำพัง เขาก็แอบสาบานกับตนเองเงียบๆในใจ ชั่วชีวิตนี้ แม้จะต้องสละชีวิตตัวเองก็ปกป้องนางไว้ให้ได้ ไม่ว่าอนาคตนางจะทำอะไร ไม่ว่านางจะเป็นที่ยอมรับของยุทธภพหรือไม่ เขาก็จะยืนอยู่ข้างกายนางไปตลอดชีวิต
เสี่ยวจิ่วกับเขาแม้จะไม่ได้มีสายเลือดเดียวกัน แต่กลับสนิทกันเสียยิ่งกว่าคนในครอบครัว
นึกถึงสิ่งของที่นางยัดใส่ห้วงมิติเอาไว้ให้เขาใช้ป้องกันตัว ใบหน้าของเขาเผยรอยยิ้มอ่อนโยนอย่างไม่รู้ตัว คนอื่นบอกว่าน้องสาวของเขามีพี่ชายเช่นเขาช่างเป็นเรื่องโชคดี แต่เขากลับคิดมาตลอดว่าตนโชคดีนักที่มีน้องสาวอย่างเสี่ยวจิ่ว
ส่วนอีกด้านหนึ่ง หัวหน้ากลุ่มทหารรับจ้างพยัคฆ์เดือดเดินมาหยุดตรงหน้าจัวจวินเยวี่ย ประสานมือคารวะเขา “คุณชายท่านนี้ พบกันอีกแล้ว”
สายตาของเขาเลื่อนไปข้างหลังจัวจวินเยวี่ย เห็นในจุดที่อยู่ไม่ไกล หนึ่งเฒ่าหนึ่งหนุ่มกำลังนั่งพิงพักผ่อนอยู่บริเวณตีนเขา เห็นอย่างนี้ จึงเผยยิ้มออกมา
“อืม” จัวจวินเยวี่ยพยักหน้าเล็กน้อย ไม่พูดอะไรมาก
“เหล่าสมาชิกของเราพักอยู่ข้างหน้านี้ คุณชายกับท่านเซียนแล้วก็คุณชายน้อยท่านนั้นจะไปนั่งด้วยกันหรือไม่? ระหว่างทางที่มาที่นี่พวกข้ายังล่าสัตว์ป่ามาด้วย แบ่งให้ท่านเซียนกับพวกคุณชายกินได้ด้วย” หัวหน้าทหารรับจ้างยิ้มบอก ในใจคิดว่าอยู่ที่นี่ก็ไม่มีอะไรกิน พอดีกับที่กลุ่มของพวกเขามีสัตว์ป่า กลับแบ่งให้พวกเขากินได้บ้าง
“ไม่ต้องล่ะ ขอบคุณ” จัวจวินเยวี่ยตอบ น้ำเสียงยังคงเรียบเฉย สีหน้าไร้อารมณ์
เมื่อเห็นอย่างนี้หัวหน้าทหารรับจ้างก็ยิ้มๆ “ถ้าอย่างนั้นหากมีอะไรให้ช่วย ไปหาพวกข้าก็ได้ สองสามวันนี้พวกข้าพักอยู่ที่นี่” เอ่ยจบ ก็ประสานกำปั้นคารวะ หันไปมองสองคนข้างหลังแวบหนึ่ง ก่อนจะยิ้มแล้วเดินกลับไป
เฟิ่งจิ่วที่กำลังหรี่ตาพักผ่อนได้ยินบทสนทนาของพวกเขารางๆ แต่เพราะมีจัวจวินเยวี่ยเฝ้าอยู่ จึงพักผ่อนอย่างวางใจ่อ ไม่นานก็หลับไป
จัวจวินเยวี่ยเดินกลับมาดู เห็นตาเฒ่าดื่มสุราเมาหลับนอนกรน ส่วนเฟิ่งจิ่วแม้มีเสียงนอนกรนที่ดังราวกับฟ้าร้องก็ยังหลบได้ลง ช่างยอดเยี่ยมจริงๆ
เขาส่ายหน้า นั่งขัดสมาธิเฝ้าอยู่ไม่ห่างจากทั้งสองคน หลับตาพักผ่อน แต่ดวงจิตกลับยังเฝ้าระวังการเคลื่อนไหวรอบๆอยู่
ห่างออกไปไม่ถึงหนึ่งร้อยห้าสิบจั้ง เหล่าทหารรับจ้างกำลังก่อไฟย่างเนื้อสัตว์ป่ากินกันอยู่ที่นั่น พลางปรึกษาหารือกันว่าจะขึ้นไปหาศิลาเพลิงอีกครั้งเมื่อใด
ครั้นท้องฟ้าเริ่มมืด และกลิ่นของเนื้อย่างเริ่มกระจายออกไป ไม่เพียงเฟิ่งจิ่วที่ได้กลิ่นของเนื้อย่าง แม้แต่เหล่าคนที่อยู่บนเขาก็ได้กลิ่นด้วย
คนพวกนั้นตามกลิ่นเนื้อมา ครั้นเห็นว่าเป็นทหารรับจ้างกลุ่มนั้นก็ไม่ได้เข้าใกล้ เพียงเดินอ้อมทหารรับจ้างกลุ่มนั้นไปอีกหน่อย นึกไม่ถึงกลับเจอสามคนนั้นที่มีพลังลึกล้ำยากคาดเดาอีก เห็นอย่างนี้ พวกเขาจึงทำได้เพียงออกจากพื้นที่บริเวณนี้ไปเงียบๆ
คนเหล่านี้ล้วนไม่ใช่คนที่ควรมีเรื่องด้วย พวกเขาไม่กล้ารั้งอยู่ที่นี่ต่อ หากเผลอไม่ระวังแม้แต่นิดเดียว ไม่รู้จะถูกฆ่าตายเมื่อใด
ด้วยเหตุนี้ กวนสีหลิ่นกับเฟิ่งจิ่วสองพี่น้องแม้อยู่ในป่าผืนเดียวกัน อยู่ใต้เขาลูกเดียวกัน อยู่ห่างกันเพียงไม่กี่จั้ง แต่ทั้งสองกลับไม่รู้เลยว่าอีกฝ่ายอยู่ที่นี่
ครั้นเฟิ่งจิ่วตื่นขึ้นมาอีกครั้ง กลับเป็นเพราะได้กลิ่นหอมของเนื้อย่างที่กระจายไปทั่วป่า…
จบตอน
Comments
Post a Comment