ตอนที่ 2091: หมดสติไปแล้ว
นึกถึงวิธีการตาต่อตาฟันต่อฟันที่นางใช้แล้วก็อดส่ายหน้ายิ้มไม่ได้ วิธีการเช่นนี้เดาว่ามีแต่นางเท่านั้นที่ทำได้ ไม่รู้ว่าตอนที่ท่านปู่ของเขารับนางเป็นศิษย์ จะรู้หรือไม่ว่านางมีนิสัยเช่นนี้
เมื่อนึกถึงท่านปู่ของเขา บอกไม่ถูกว่าเขารู้สึกเช่นไร ด้านหนึ่งก็คิดว่าในที่สุดเรื่องที่ท่านย่าให้เขาตามสืบก็มีเบาะแสแล้ว ด้านหนึ่งก็รู้สึกเสียดายที่ทำได้เพียงรับรู้เรื่องท่านปู่ของเขาจากปากของนางเท่านั้น
เขารู้ ในใจของท่านพ่อของเขายึดติดกับเรื่องนี้มาตลอด หากท่านพ่อรู้เรื่องนี้ ไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร?
ขณะเดียวกัน ณ หอยาสวรรค์ในเมืองร้อยนที ตรงมุมห้องของชั้นหนึ่ง
“เหลิ่งหวา เจ้ารู้สึกหรือไม่ว่าพักนี้เสี่ยวเอ้อร์ผิดปกติไป?” ตู้ฝานเดินมาหาเหลิ่งหวาและถาม พลางพยักเพยิดให้หันไปมองเงาร่างที่กำลังง่วนอยู่กับงาน
“ผิดปกติตรงไหน?” เหลิ่งหวาอ่านบัญชีในมือ ถามโดยไม่เงยหน้า
“ผิดปกติทุกตรงนั่นแหละ!”
ตู้ฝานแย่งบัญชีในมือเขาไปหนีบไว้ใต้วงแขน พลางอธิบายว่า “ช่วงก่อนนางชอบมาป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้เจ้า เอาแต่เรียกหาพี่ชายเหลิ่งหวาพี่ชายเหลิ่งหวาตลอด ตอนนี้กลับทำเหมือนเจ้าไร้ตัวตน เจ้าไม่รู้สึกแปลกบ้างหรือ? หนำซ้ำ เจ้าสังเกตหรือไม่? ทำไมข้ารู้สึกว่าช่วงนี้นางผอมลงไปมาก? อีกทั้งพักนี้หน้าตาก็ดูซีดเซียว คงไม่ใช่เพราะครั้งก่อนข้าพูดเกินไป ทำให้นางเสียใจจนป่วยแล้วกระมัง?”
พูดมาถึงตรงนี้ ตู้ฝานก็เริ่มเป็นกังวลอย่างอดไม่ได้ แม่นางเสี่ยวเอ้อร์นับว่าเป็นคนน่าคบหาคนหนึ่ง ไม่เคยคิดร้ายต่อใคร และตรงไปตรงมา โดยเฉพาะนางเป็นบุตรีตระกูลผู้ดีแต่กลับไม่เคยวางมาด ซื่อตรงต่อคนอื่น ตอนนี้แม้จะเห็นว่านางยิ้มและหัวเราะอยู่ทุกวัน แต่รอยยิ้มนั้นกลับดูหดหู่อย่างไรชอบกล
ได้ยินอย่างนั้น เหลิ่งหวาหันไปมองเด็กสาวที่กำลังยุ่งกับงานตรงหน้า เห็นว่าพักนี้นางผอมลงไปไม่น้อยจริงๆ ดวงหน้าที่เคยอ้วนกลม ยามนี้ผอมจนเห็นคางเรียวยาว สีหน้าซีดขาวเล็กน้อย ดูนางก็ไม่ได้ร่าเริงเช่นแต่ก่อนแล้วจริงๆ
“ไว้ข้าหาเวลาไปคุยกับนางเอง” เหลิ่งหวาเอ่ย
“อืม อย่างนั้นตอนนางจะกลับเรียกนางไปที่ลานด้านหลัง ข้าก็จะไปด้วย ข้าคิดว่าคำพูดของข้าครั้งก่อนคงแรงเกินไป” ตู้ฝานทอดถอนใจอย่างรู้สึกผิด เด็กสาวดีๆนางหนึ่ง หากคิดไม่ตกเพราะคำพูดของเขาจริงๆ เช่นนั้นหากนายท่านกลับมาแล้วไม่ถลกหนังเขาก็แปลกแล้ว
ทว่า ขณะที่ทั้งสองกำลังคุยกันอยู่ทางนี้ พลันได้ยินเสียงร้องตกใจมาจากด้านหน้า
“เสี่ยวเอ้อร์ เสี่ยวเอ้อร์? เจ้าเป็นอะไรไป?”
ทั้งสองหันไปมองด้านหน้า เห็นเสี่ยวเอ้อร์ที่ยุ่งอยู่กับงานของนางจู่ๆ ก็หมดสติล้มลงไป โชคดีที่หญิงขายยาที่อยู่ข้างๆประคองไว้จึงไม่ล้มลงไป ทั้งสองเห็นก็รีบเดินเข้าไป
“ดูเอา ดูเอา! ข้าว่าแล้วว่านางต้องมีปัญหาอะไรแน่ๆ เพิ่งพูดหยกๆก็เกิดปัญหาขึ้นแล้วจริงๆ” ตู้ฝานเอ่ย หันไปกำชับหญิงขายยาด้วยความร้อนใจ “ไป ไปเรียกฟั่นหลินไปที่หลังเรือนหน่อย”
เวลานี้ เหลิ่งหวาก้าวเข้าไปอุ้มคนไปที่หลังเรือนแล้ว ตู้ฝานเดินตามอยู่ข้างๆ ฟั่นหลินที่อยู่บนชั้นสองเองก็ตามไปหลังจากที่หญิงขายยาไปรายงาน
เพิ่งจะเข้าไปที่ลานสวนด้านหลังก็ถูกตู้ฝานลากเข้าไปข้างใน “เร็วเข้า เร็วเข้า เจ้ารีบไปดูว่าเสี่ยวเอ้อร์เป็นอย่างไรบ้าง จู่ๆนางก็หมดสติล้มลงไป หน้าซีดจนน่ากลัว ก่อนออกเดินทางนายท่านยังกำชับให้ดูแลนางดีๆด้วย หากกลับมาแล้วเห็นนางในสภาพนี้ ไม่เอาผิดพวกเราก็แปลกแล้ว”
ฟั่นหลินมองเขาแวบหนึ่ง ถามด้วยความแปลกใจ “นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
ตอนที่ 2092: ฟื้นขึ้นมา
“ดูคนก่อน ดูแล้วค่อยว่ากัน” ตู้ฝานลากเขาเข้าไป พอมาถึงข้างเตียง ก็ชี้ไปที่เสี่ยวเอ้อร์ซึ่งกำลังนอนหมดสติอยู่บนเตียง พลางเร่งเร้า “เร็วๆ ดูอาการนางหน่อย”
ฟั่นหลินนั่งเก้าอี้ข้างเตียง ก่อนจะยื่นมือไปตรวจชีพจรนาง ผ่านไปครู่หนึ่งก็ดึงมือกลับและเอ่ยกับทั้งสองว่า “เกิดอะไรขึ้นกับนางกันแน่? คุณหนูตระกูลผู้ดีนางหนึ่ง เหตุใดร่างกายขาดสารอาหารจนมีสภาพเช่นนี้ได้?”
“อะ อะไรนะ?” ตู้ฝานชะงัก
เหลิ่งหวาที่อยู่ข้างๆ ถามว่า “นางเป็นอย่างไรบ้าง? เหตุใดจึงหมดสติไป?”
“นางน่าจะไม่ได้กินข้าวให้ดี กอปรกับร่างกายใช้พลังงานเยอะเกินไปและมีเรื่องกลัดกลุ้มในใจ ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร แค่รอนางฟื้นแล้วให้นางกินอะไรหน่อย ร่างกายก็จะค่อยๆฟื้นตัวเอง”
ฟั่นหลินอธิบาย ลุกขึ้นมองทั้งสอง ก่อนจะถามด้วยสีหน้าแปลกๆ “พวกเจ้าแบ่งงานอะไรให้นางทำกันแน่? เหตุใดจึงทำให้นางเหนื่อยเกินขีดจำกัดร่างกายขนาดนี้? พวกเจ้าคงไม่ได้ฉวยโอกาสตอนนายท่านไม่อยู่ รังแกแม่นางน้อยคนนี้หรอกนะ?”
“จะเป็นไปได้อย่างไรกัน!” ตู้ฝานรีบปฏิเสธ “ที่จริงเรื่องมันมีอยู่ว่า…” เขาเล่าเรื่องในวันนั้นให้ฟั่นหลินฟังแบบสั้นๆ
ครั้นฟังจบ ฟั่นหลินก็พยักหน้าเหมือนถึงบางอ้อ “ที่แท้ก็อย่างนี้เอง ไม่น่าเล่านางดูมีเรื่องกลัดกลุ้มในใจ” เขายิ้มๆ ก้าวเข้าไปตบไหล่เหลิ่งหวา “สองวันนี้เจ้าดูแลนางให้มากหน่อย ชี้แนะทางสว่างให้นาง ข้าจะสั่งคนไปต้มยามาให้นางดื่มหน่อย”
“ไหนว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรไงเล่า? เหตุใดยังต้องดื่มยา?” ตู้ฝานอดถามไม่ได้
“ให้นางดื่มยาทำให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่าหน่อย ที่เหลือก็อยู่ที่พวกเจ้าจะชี้แนะนางอย่างไรแล้ว” ฟั่นหลินตอบ จากนั้นก็เดินออกจากห้องไป
“เจ้าเฝ้านางอยู่ตรงนี้ก่อน ข้าจะให้คนกลับไปต้มโสมมาให้หน่อย” เหลิ่งหวากำชับ ขณะกำลังจะเดินออกไปก็ถูกดึงมือไว้ก่อน
“ไม่เอานะ! เจ้าอยู่นี่ เรื่องนี้ข้าไปจัดการเอง” ตู้ฝานแย้ง ไม่รอให้เหลิ่งหวาพูดอะไร เขารีบเดินออกไปก่อน ทว่า พอไปถึงข้างนอกก็หยุดเดินกะทันหัน ก่อนหันกลับมาถามว่า “ใช่สิ เสี่ยวเอ้อร์หมดสติ เรื่องนี้ควรให้คนกลับไปรายงานที่บ้านหน่อยหรือไม่?”
ได้ยินอย่างนั้น เหลิ่งหวาหันไปมองเสี่ยวเอ้อร์ที่ยังไม่ฟื้น ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “อย่าเพิ่งเลย รอนางฟื้นแล้วค่อยว่ากัน พ่อนางจะได้ไม่ต้องเป็นห่วงมากนัก”
“ก็ดีเหมือนกัน อย่างนั้นข้าไปล่ะ” เขาเอ่ย ก่อนจะสาวเดินจากไป
เหลิ่งหวานั่งเฝ้าอยู่ในห้อง เห็นคนบนเตียงยังไม่ฟื้น จึงนั่งมองเงียบๆอยู่ข้างๆ เสียงประตูเปิดดังเอี๊ยด เหลิ่งซวงในชุดกระชับตัวสีดำเดินเข้ามา
“ท่านพี่” เห็นผู้มา เหลิ่งหวาลุกขึ้นขานเรียก
“นางเป็นอย่างไรบ้าง?” เหลิ่งซวงมองเสี่ยวเอ้อร์ที่อยู่บนเตียง ก่อนจะถาม
“เห็นว่าไม่ได้กินข้าวให้ดี หิวจนหมดสติไป แล้วก็มีเรื่องกลัดกลุ้มในใจ” เหลิ่งหวาตอบ
ได้ยินอย่างนั้น เหลิ่งซวงมองเหลิ่งหวา ก่อนเอ่ยว่า “รอนางฟื้นขึ้นมาเมื่อใดเจ้าอยู่คุยกับนางหน่อย บอกให้นางพักสักสองสามวันให้หายดีเสียก่อน”
“ได้ ข้าเข้าใจแล้ว” เหลิ่งหวาเอ่ย เห็นพี่สาวของเขาจะกลับแล้ว จึงลุกขึ้นเดินไปส่งนาง
เดินกลับเข้ามานั่งในห้องครู่หนึ่ง ไม่นานเสี่ยวเอ้อร์ที่อยู่บนเตียงก็ฟื้น ครั้นเห็นนางฟื้น เหลิ่งหวายิ้มอย่างอ่อนโยน “ตื่นแล้วหรือ?” เห็นนางจะลุกขึ้น จึงเอ่ยว่า “นอนต่อเถิด ข้าจะอยู่คุยกับเจ้าสักเดี๋ยวก็แล้วกัน!”
“พี่ชายเหลิ่งหวา ข้าเป็นอะไรไปหรือ?” เสี่ยวเอ้อร์ดึงผ้าห่มขึ้นคลุม ท่าทางเหมือนกังวลและตระหนก
เหลิ่งหวายิ้มอย่างอ่อนโยน “พักนี้เจ้าไม่ได้กินข้าวให้ดีใช่หรือไม่?”
“ข้า ข้ากินนะ” เธอหลุบตา ตอบเสียงเบา
ตอนที่ 2093: คลายปมในใจ
เมื่อเห็นเป็นอย่างนี้ เหลิ่งหวามองนางและถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “เสี่ยวเอ้อร์ พักนี้เจ้าหดหู่ไม่ร่าเริงเพราะได้ยินคำพูดที่ตู้ฝานคุยกับข้าใช่หรือไม่?”
“เปล่าเจ้าค่ะ ไม่ใช่” นางรีบส่ายหน้า กลัวว่าเขาจะเข้าใจผิด
“ที่จริงเจ้าไม่จำเป็นต้องเป็นอย่างนี้เลย เจ้าคนเดิมก็ดีมากแล้ว ไม่ต้องสนใจสายตาคนอื่นมากนักหรอก”
เสี่ยวเอ้อร์หลุบตาต่ำ เอาแต่กำผ้าห่มแน่นไม่ยอมพูดจา และไม่กล้าเงยหน้ามองเขาด้วย
เหลิ่งหวาเองก็ไม่ได้พูดอะไรอีก เพียงมองนาง ยิ้มถามว่า “เจ้าอยากรู้หรือไม่ ตอนนั้นพวกข้ามาติดตามนายท่านได้อย่างไร?”
“หา?” นางมองเขาด้วยความตกใจ “ระ เรื่องนี้พูดได้หรือ?”
“มีอะไรพูดไม่ได้กัน เหล่าองครักษ์เฟิ่งต่างก็รู้กันหมดแล้ว เพียงแต่พวกเขารู้แค่คร่าวๆ กลับไม่ได้รู้ละเอียดมากนัก” เขายิ้มๆ เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “นายท่านน่ะ เป็นคนที่ไม่เกรงกลัวสายตาของผู้อื่น และเป็นคนที่ไม่ถูกผูกมัดด้วยคติของคนอื่น เจ้าไม่รู้หรอก ตอนนั้นน่ะ…”
เขานั่งอยู่ข้างเตียง เล่าเรื่องในตอนนั้นให้นางฟังด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน และใบหน้ายิ้มแย้ม เสี่ยวเอ้อร์ฟังจนเคลิบเคลิ้ม ดวงตาแสดงแววตะลึงเป็นระยะ บางครั้งก็มองเหลิ่งหวาด้วยสายตาคาดไม่ถึง
นางมองเห็นแววตาเลื่อมใสและเชื่อมั่นของเขาที่ปิดไม่มิดยามเอ่ยถึงเรื่องของนายท่านของเขา รัศมีและประกายมีชีวิตชีวาในสายตาคู่นั้น ทำให้นางเหม่อมองอย่างใจลอย ไม่เคยรู้มาก่อน ที่แท้พวกเขาก็เคยมีอดีตเช่นนี้กันมาก่อน ยิ่งไม่เคยรู้ว่า ที่แท้เคยเกิดเรื่องอย่างนั้นกับพวกเขามาก่อน…
“เรื่องก็มีอยู่อย่างนี้ นายท่านไม่เพียงเปลี่ยนโชคชะตาของพวกข้าสองพี่น้อง ยังสอนพวกข้าว่าควรใช้ชีวิตอย่างไร และพวกข้าก็เชื่อมั่นเสมอว่า สายตาของนายท่านนั้นเฉียบแหลม คนที่นายท่านต้องตา จะต้องมีอะไรพิเศษกว่าคนอื่นแน่นอน”
พูดมาถึงตรงนี้ เขายิ้มอย่างอ่อนโยน สายตาแฝงรอยยิ้มจับจ้องที่ดวงหน้าของนาง “นายท่านไม่ได้พูดว่าเจ้าดีเพียงครั้งสองครั้ง หนำซ้ำยังเคยใช้เวลาร่วมกันมาก่อนแล้ว พวกข้าทุกคนรู้ว่าเจ้าดีจริงๆ เจ้าที่เป็นเช่นนี้ดีมากอยู่แล้ว ไม่ต้องเปลี่ยนแปลงอะไรทั้งนั้น เพียงเดินตามหัวใจของตนเองเท่านั้น อย่ากดดันตัวเองมากไป”
ฟังเขาพูดมาตั้งมากมาย รู้ว่าเขากำลังชี้แนะนางทางอ้อม เสี่ยวเอ้อร์มองเขาอย่างรู้สึกผิด พึมพำเบาๆว่า “พี่เหลิ่งหวา ขอโทษด้วย ทำให้ท่านเป็นห่วงแล้ว”
ได้ยินอย่างนั้น เขายิ้มๆ ถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า “ตอนนี้ร่างกายของเจ้าอ่อนแออยู่ ข้าอยากให้เจ้าพักผ่อนอยู่บ้านสักสองสามวัน พักฟื้นให้หายดีก่อน เจ้าว่าดีหรือไม่?”
“งะ งั้นต่อไปข้ายังมาที่นี่ได้อีกหรือไม่?” นางถามด้วยความกังวล
“ได้อยู่แล้ว” เขายิ้มๆ เอื้อมมือไปลูบหัวนาง เอ่ยว่า “เจ้ารีบหายดี แล้วค่อยมาช่วยงานที่นี่”
เห็นเขาลูบหัวนางเหมือนเด็ก นางรู้สึกอายเล็กน้อย แต่ก็รู้สึกชอบด้วย จึงพยักหน้า “อืม ข้าจะรีบหายดี กลับไปก็จะกินข้าวให้ครบทุกมื้อด้วย”
“อย่างนั้นก็ดีแล้ว” เหลิ่งหวาพยักหน้า เวลานี้ พอได้ยินเสียงประตูเปิดออก เขาหันกลับไป ก็เห็นตู้ฝานยกของเข้ามา
“ฟื้นแล้วหรือ?” ตู้ฝานมองเสี่ยวเอ้อร์ที่อยู่บนเตียง ยิ้มเอ่ยว่า “ฟื้นก็ดีแล้ว ของกินเสร็จพอดี มาๆ”
“ข้าประคองเจ้าลุกขึ้นนั่ง” เหลิ่งหวาเอ่ย เอื้อมมือประคองนางขึ้นนั่ง
“ขอบคุณ” นางเอ่ยขอบคุณเบาๆ บางทีอาจเพราะอารมณ์ดีขึ้นแล้ว ความอยากอาหารจึงกลับมาดีเหมือนเดิม ครั้นได้กลิ่นหอมของอาหาร ก็อดกลืนน้ำลายไม่ได้
เห็นอย่างนั้น ตู้ฝานกับเหลิ่งหวายิ้มมองหน้ากัน ยกของมาวางบนโต๊ะสี่เหลี่ยมตัวเล็กข้างเตียง
“เสี่ยวเอ้อร์ เจ้าต้องกินของพวกนี้ให้หมดเล่า ของพวกนี้เหลิ่งหวาสั่งข้าให้กลับไปสั่งคนทำมาให้เจ้าเชียวนะ”
ตอนที่ 2094: กินอิ่มไม่มีงานทำ
เสี่ยวเอ้อร์ได้ยินก็ยิ้มหวาน มองเหลิ่งหวาพลางกล่าว “ขอบคุณพี่เหลิ่งหวา ขอบคุณพี่ตู้”
“เอาล่ะ เอาล่ะ เจ้ารีบกินเถอะ!” ตู้ฝานยิ้มเอ่ย เห็นนางยิ้มอย่างมีความสุข จึงเอ่ยกับทั้งสองว่า “ข้าไปดูข้างหน้าหน่อย” เอ่ยจบ ก็ลุกขึ้น ฉวยโอกาสตอนที่เสี่ยวเอ้อร์ไม่เห็น ยกนิ้วโป้งให้เหลิ่งหวาเป็นเชิงบอกว่าเขาร้ายกาจ
แม้เฟิ่งจิ่วไม่อยู่ แต่หอยาสวรรค์มีเหลิ่งหวากับตู้ฝานคอยดูแลอยู่ รวมถึงพวกองครักษ์เฟิ่งด้วย ทุกอย่างกลับดำเนินไปได้ด้วยดี ไม่มีใครกล้ามาสร้างปัญหา
แม้ว่ายาน้ำและยาเม็ดในหอยาสวรรค์ล้วนไม่ใช่ราคาถูกๆ แต่ทุกวันยังคงมีคนเข้ามาซื้อยาไม่น้อย และหัวค่ำของวันนี้ ขณะที่หอยาสวรรค์เตรียมจะปิดประตู กลับมีคนผู้หนึ่งมาขอรับการรักษา และคนที่พาคนผู้นี้มาขอรับการรักษา กลับเป็นคนที่พวกเขาไม่นึกไม่ฝัน มู่หรงอี้เซวียน
คนที่มากับมู่หรงอี้เซวียนเป็นชายในชุดหรูผู้หนึ่ง และด้านหลังของชายชุดหรูผู้นี้ ก็มีผู้ฝึกตนที่ระดับวรยุทธ์ไม่ธรรมดาติดตามมาด้วยสี่คน
“นายท่านของพวกเจ้าอยู่หรือไม่?” ชั้นหนึ่งของหอยาสวรรค์ มู่หรงอี้เซวียนกำลังถามเหลิ่งหวา
สายตาของเหลิ่งหวามองผ่านมู่หรงอี้เซวียนไปที่ชายชุดหรูที่อยู่ข้างๆ ก่อนจะหันกลับมาที่มู่หรงอี้เซวียน และย้อนถามว่า “หานายท่านข้ามีเรื่องใดหรือ?”
เห็นท่าทีของเหลิ่งหวาแม้ว่าสุขุมอ่อนโยน แต่ท่าทีห่างเหินเหมือนไม่คุ้นเคยกัน มู่หรงอี้เซวียนจึงแนะนำชายชุดหรูที่อยู่ข้างๆให้รู้จัก “ท่านนี้คือญาติของท่านเซียนมู่ซินแห่งสำนักบุปผาเซียน เขามาขอรับการรักษา”
“นายท่านของข้าไม่อยู่” เหลิ่งหวาตอบ ก่อนจะผายมือเชิญพวกเขา “ทุกท่านเชิญเถิด! พวกข้ากำลังจะเตรียมปิดร้านพักผ่อนแล้ว”
ชายชุดหรูผู้นั้นเห็นอย่างนี้ก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย ใบหน้าหล่อเหลามีแววไม่พอใจ หากไม่ใช่ว่าก่อนมามู่หรงอี้เซวียนได้กำชับไว้แล้ว เขาจะต้องลงมือสั่งสอนเด็กหนุ่มโอหังผู้นี้แน่นอน
ทว่าพอได้ยินคำตอบของเหลิ่งหวา มู่หรงอี้เซวียนชะงัก ก่อนถามว่า “เช่นนั้นนางได้บอกหรือไม่ว่าจะกลับมาเมื่อใด?” เขาไม่ได้รู้สึกว่าเหลิ่งหวากำลังละเลยพวกเขาแต่อย่างใด เพราะเขารู้ เฟิ่งจิ่วไม่ใช่คนที่จะอยู่เฉยกับที่ไม่ไปไหน นึกดูแล้ว จะต้องออกเดินทางเพราะมีเรื่องอะไรแน่ๆ
“คุณชายมู่หรงล้อเล่นแล้ว นายท่านจะกลับมาเมื่อใด พวกข้าที่เป็นเพียงบ่าวจะไปรู้ได้อย่างไรกัน!” เหลิ่งหวาตอบด้วยน้ำเสียงสุขุม มองมู่หรงอี้เซวียนที่อยู่ตรงหน้า “ทุกท่านไปขอรับการรักษาที่อื่นดีกว่า! จะได้ไม่พลาดโอกาสสำคัญในการรักษาอาการป่วย”
“สามหาว!”
ชายชุดหรูตวาดเสียงดัง จ้องเหลิ่งหวาด้วยสายตาเกรี้ยวกราด “เป็นเพียงผู้ดูแล ช่างวางมาดใหญ่โตนัก!”
“จื่อเหิง”
มู่หรงอี้เซวียนขมวดคิ้ว มองชายชุดหรูที่อยู่ข้างๆ ไม่พอใจที่จู่ๆ เขาก็ตวาดเสียงดัง ไม่มีใครรู้ดีไปกว่าเขาแล้วว่าเฟิ่งจิ่วรักพวกพ้องขนาดไหน คนของนางมีหรือจะปล่อยให้ผู้อื่นตำหนิได้? ยิ่งไปกว่านั้น เหลิ่งหวายังเป็นคนที่นางให้ความสำคัญมาก เขาติดตามเฟิ่งจิ่วมานานหลายปีแล้วด้วย ไม่ใช่คนทั่วไปจะเทียบได้อยู่แล้ว
เหลิ่งหวาราวกับไม่เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เขายังคงรอยยิ้มอ่อนโยนบนใบหน้าไว้ มองมู่หรงอี้เซวียน “คุณชายมู่หรง เชิญเถิด!”
มู่หรงอี้เซวียนเห็นอย่างนั้นก็ได้แต่ถอนใจ เอ่ยว่า “อย่างนั้นข้าค่อยมาใหม่วันหลังก็แล้วกัน!” เอ่ยจบ ก็หมุนตัวเดินจากไป
ชายชุดหรูผู้นั้นเห็นอย่างนั้นก็ขมวดคิ้วตวัดมองเหลิ่งหวาแวบหนึ่ง แค่นเสียงขึ้นจมูก ก่อนจะสะบัดแขนเสื้อเดินตามไป
หลังจากพวกเขาไป ประตูหอยาสวรรค์ปิดลง ตู้ฝานเดินออกมาจากข้างหลัง พวกหลัวอวี่กับฟั่นหลินก็เดินออกมาด้วย…
ตอนที่ 2095: ขอรับการรักษายาก
ตู้ฝานแค่นเสียงขึ้นจมูก เอ่ยว่า “มู่หรงอี้เซวียนผู้นี้กินอิ่มแล้วไม่มีอะไรทำหรือ เทตุใดพาคนเช่นนี้มาหาพวกเรา?”
“ผู้ชายชุกหรูคนนั้นป่วย” ฟั่นหลินสาวเดินออกมา เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
“ป่วยแน่ล่ะ สมองป่วยน่ะสิ”
หลัวอวี่กอด อกยืนพิงโต๊ะยาวด้านหนึ่ง “ไม่ดูสภาพตนเองเสียบ้าง? พาคนมาไม่กี่คนคิดจะมาวางท่าเป็นคุณชายที่นี่ เหอะ! เมื่อกี้ถ้าไม่ใช่พวกเจ้าห้ามข้าไว้ ข้าคงออกมาแสดงให้เขารู้ว่าอะไรที่เรียกว่าร้ายกาจแล้ว”
ฟั่นหลินยิ้มๆ “เขาป่วยจริงๆ หนำซ้ำยังเบ็นโรคที่อันตรายถึงชีวิต”
ดวงตาของเขาแฝงรอยยิ้ม “แต่คนคนนี้โชคไม่ค่อยดี มาไม่ถูกเวลาจึงไม่ได้พบนายท่าน จะว่าไบแล้ว แม้นายท่านอยู่ที่นี่ นางจะยอมช่วยหรือไม่ก็อีกเรื่องหนึ่ง!”
“ไม่ต้องสนใจ พวกเราทำเรื่องที่นายท่านมอบหมายไว้ให้ดีก็พอแล้ว” เหลิ่งหวาเอ่ยเสียงนุ่มนวล
ทุกคนพยักหน้า ตู้ฝานเอ่ยว่า “จะว่าไบแล้ว นายท่านก็ออกเดินทางไบหลายวันแล้ว ไม่รู้จะกลับมาเมื่อใด? เจ้าสารเลวหานหรงก็ไม่รู้ว่าจะถูกนายท่านหาตัวเจอหรือยัง?”
“แม้ครั้งนี้เขาจะหนีไบได้ ครั้งหน้าก็หนีไม่รอดอยู่ดี คนที่ถูกนายท่านหมายหัว พวกเจ้าคิดว่าจะยังรอดไปได้ทรือ?” หลัวอวี่ว่า ก่อนโบกมือให้พวกเขา “ข้ากลับไปพักล่ะ มีอะไรก็เรียกข้าแล้วกัน”
“พวกเจ้าไปพักผ่อนเถิด! ข้าจะกลับไปดูที่จวนหน่อย” เหลิ่งหวาเอ่ยกับทุกคน หลังจากจัดการทุกอย่างในหอยาสวรรค์เสร็จ ก็ออกจากประตูหลัง มุ่งหน้าไปยังจวนเฟิ่ง
ขณะเดียวกันในอีกด้านหนึ่ง ชายชุดหรูที่กำลังเดินอยู่บนถนนมองมู่หรงอี้เซวียนที่อยู่ข้างๆ “เจ้าว่าเกรง อกเกรงใจกับภูตหมอนั้นมันก็เรื่องหนึ่ง แต่กับแค่ผู้ดูแลคนหนึ่ง จำเป็นต้องเกรง อกเกรงใจถึงเพียงนี้ด้วยหรือ? เจ้าดูท่าทีของเจ้านั่นยามพูดจา ช่างน่าโมโหนัก”
มู่หรงอี้เซวียนขมวดคิ้ว เขาเอียงหน้ามองชายชุดหรูข้างกายเล็กน้อย “นั่นเป็นคนของเฟิ่งจิ่ว แม้เป็นเพียงผู้ดูแลคนหนึ่งก็เป็นคนที่นางให้ความสำคัญ ข้าบอกแล้วไม่ใช่หรือ? ในเมื่อจะไปขอรับการรักษา จะต้องนอบน้อมหน่อย หากเจ้ายังทำท่าทีเหมือนเมื่อครู่ เช่นนั้นข้าก็ขอตัวกลับไปรับโทษกับท่านเซียนมู่ซิน ส่วนเจ้าก็ไปหาหมอตามลำพังเถิด!”
“เจ้า!” เขาจ้องหน้ามู่หรงอี้เซวียน ใบหน้าบึ้งตึง
มู่หรงอี้เซวียนมองเขา “ข้าเคยบอกแต่แรกแล้ว แม้จะเป็นข้าที่พาเจ้ามาก็ไม่แน่ว่าจะขอให้นางช่วยรักษาให้ได้ หากไม่ใช่เพราะท่านเซียนมู่ซินขอร้องครั้งแล้วครั้งเล่า เรื่องยากลำบากอย่างนี้ข้าไม่ทำหรอก”
ชายชุดหรูรู้สึกเดือดดาลข้างใน แต่กลับไม่ระเบิดโทสะออกมา ทำได้เพียงข่มกลั้นไว้ “พอได้แล้ว ข้ารู้แล้ว!” ในใจกลับคิด เขาไม่เชื่อหรอกว่าจะขอภูตหมอมารักษาเขาไม่ได้!
วันต่อมา ยามเที่ยงวัน ชายชุดหรูผู้นั้นพาผู้ฝึกตนสี่คนมาที่หอยาสวรรค์อีกครั้ง เพียงแต่ วันนี้กลับไม่ได้มาพร้อมกับมู่หรงอี้เซวียน
หลังจากเข้ามาในหอยาสวรรค์ เขาเริ่มดูจากชั้นหนึ่ง ครั้นเห็นยาที่แม้แต่ในตระกูลของเขาก็มีไม่มากกลับถูกวางขายที่ชั้นหนึ่งในราคาสูงเช่นนี้ ก็อดตะลึงไม่ได้
นึกไม่ถึงว่าหอยาสวรรค์เป็นอย่างที่เล่าลือกันข้างนอกจริงๆ ยาที่หาที่อื่นไม่ได้ ที่นี่ล้วนมีหมด ได้ยินมาว่ายาบนชั้นสูงยิ่งแพง ระดับยิ่งสูงกว่า?
นึกถึงตรงนี้ เขาอดใจเต้นไม่ได้ หลังจากเดินชมที่ชั้นหนึ่งจนทั่วแล้ว ก็อยากขึ้นไปบนชั้นสอง กลับไม่รู้เลยว่าจะขึ้นชั้นสองต้องลงทะเบียนก่อน อีกทั้งผู้ติดตามก็ยังตามขึ้นไปไม่ได้ด้วย
“ข้าพาคนขึ้นไปก็ไม่ได้หรือ? หากข้าเป็นอะไรไปตอนอยู่ข้างบนจะทำอย่างไร?”
ตอนที่ 2096: เยี่ยม
ตู้ฝานชำเลืองแวบหนึ่ง เอ่ยว่า “อยู่ในหอยาสวรรค์ของเราไม่มีทางเป็นอะไรได้หรอก ขึ้นชั้นบนห้ามพาผู้ติดตามขึ้นไปด้วย นี่เป็นกฎ” เขาชี้ไปยังป้ายที่เขียนแขวนไว้บนฝาผนัง
“แล้วหากข้าจะพาขึ้นไปให้ได้เล่า” ชายชุดหรูถามอย่างไม่เกรงกลัว
“ท่านเลือกจะจากไปก็ได้ หรือไม่อย่างนั้น พวกข้าส่งท่านออกจากหอยาสวรรค์ก็ได้” พัดในมือของตู้ฝานโบกไหวเบาๆ มองดูชายหนุ่มในชุดหรูตรงหน้า ยิ้มเอ่ยว่า “หากท่านกล้า ก็ลองดูได้”
เขาไม่ได้เป็นคนอ่อนโยนเช่นเหลิ่งหวา หากคนผู้นี้กล้าวางอำนาจที่นี่ เขาไม่สนว่าจะเป็นญาติของเซียนมู่ซินหรืออะไร หากคิดจะเล่นกับไฟ เขาก็จะไม่ปล่อยไปง่ายๆแน่
ชายชุดหรูได้ยินอย่างนั้นก็หน้าบึ้ง เขายังต้องขอรับการรักษาจากที่นี่ หากลงมือจริง เกรงว่าคงไม่ต้องได้พบหมอกันแล้ว คิดได้อย่างนั้นจึงได้แต่ข่มกลั้นความโกรธ สะบัดแขนเสื้อเดินจากไป
“เหอะ!”
เท็นเขาหมุนตัวเดินออกไป ตู้ฝานแค่นหัวเราะ ยังคงนั่งอยู่ตรงนั้นด้วยท่าทางผ่อนคลายเกียจกร้าน
สองวันต่อมาชายผู้นั้นไม่ได้มาอีก มู่หรงอี้เซวียนก็ไม่ได้มาเช่นกัน เวลาผ่านไปอย่างเงียบสงบ
ครั้นเห็นว่าว่างไม่มีอะไรทำ ตู้ฝานเดินมาหาเหลิ่งหวา ถามว่า “เสี่ยวเอ้อร์น่าจะกลับบ้านไปพักผ่อนได้สองสามวันแล้วกระมัง? เจ้าไม่ได้ไปดูว่านางพักผ่อนเป็นอย่างไรบ้างแล้วหรือ?”
ได้ยินอย่างนั้น เหลิ่งหวาประหลาดใจ “เจ้าจะไปเยี่ยมนางหรือ?”
“ข้าจะไปเยี่ยมนางอะไร? ข้าไม่ไปหรอก จะไปก็ควรเป็นเจ้าไปสิ! อย่างไรแม่นางเขาก็ป่วยเพราะเจ้า นี่ก็กลับไปหลายวันแล้ว ไม่ว่าอย่างไรเจ้าก็ควรไปเยี่ยมสักครั้งจึงจะถูก” ตู้ฝานถือพัด ยิ้มเอ่ย
เหลิ่งหวาอดยิ้มไม่ได้ “ที่แท้ไม่ใช่เพราะคำพูดของเจ้าทำให้นางสะเทือนใจหรอกหรือ?”
ครั้นถูกเตือนความจำ ตู้ฝานกระแอม เอ่ยว่า “นี่ก็ว่างอยู่ไม่ใช่หรือ? ถึงอย่างไรก็ไม่มีอะไรทำ ที่นี่มีข้าดูแลก็พอแล้ว นางก็เคยช่วยงานที่นี่ นายท่านก็ไม่อยู่ เจ้าไปเยี่ยมสักหน่อยจะดีกว่า”
“ข้าไปไม่เหมาะสมจริงๆ” เหลิ่งหวาส่ายหน้ายิ้มๆ “เสี่ยวเอ้อร์เป็นผู้หญิง ข้าจะไปเยี่ยมนางถึงบ้านได้อย่างไรกัน? นี่ไม่ค่อยดีกับนางนัก”
“ผู้นำตระกูลหยางนับว่าคุ้นเคยกับเรา ครั้งที่แล้วเจ้าเบิกทางใท้เขาซื้อยาเม็ดหนึ่ง เขายังจำน้ำใจครั้งนั้นของเจ้ามาตลอด! ข้าว่าเจ้าไปน่ะดีแล้ว ไม่แน่เขาอาจดีใจเสียด้วยซ้ำ!” ตู้ฝานเอ่ย
ได้ยินอย่างนั้น เหลิ่งหวาครุ่นคิดเงียบๆ เอ่ยว่า “หากจะไปเยี่ยมนางจริงๆ สู้ให้ท่านพี่ของข้าไปไม่ดีกว่าหรือ? อย่างไรทั้งสองก็ล้วนเป็นหญิง จะได้ไม่เป็นที่ครหาของคนอื่นด้วย”
“พรืด! ฮ่าๆฮ่า…”
ตู้ฝานหัวเราะออกมาอย่างทนไม่ไหว มุมปากขยับยกยิ้มกว้างอย่างห้ามไม่อยู่ เขาโบกพัดในมือเบาๆ เหล่มองเหลิ่งหวา “ให้พี่สาวเจ้าไป? พี่สาวเจ้าชื่ออะไร? เหลิ่งซวง เย็นชาดุจน้ำแข็ง ให้พี่สาวเจ้าที่หน้าตาเย็นชาไร้อารมณ์ไปเยี่ยมคนป่วย? เจ้าไม่คิดว่าจะทำให้คนอื่นเข้าใจผิดได้ง่ายๆหรือ?”
“พี่สาวข้าเป็นคนดีมากนะ” ได้ยินเขาว่าพี่สาวเขาเย็นชาเกินไป ก็อดแย้งไม่ได้
“ใช่ นางเป็นคนดีมาก พวกเรารู้ว่าพี่สาวเจ้าภายนอกเย็นชาข้างในอบอุ่น แต่คนอื่นไม่รู้นี่! อีกอย่าง พี่สาวเจ้าทำตัวอ่อนโยนกับผู้อื่นไม่เป็น ดูกับนิสัยเย็นชาของนาง เจ้าคิดว่าให้นางไปตระกูลหยางจะเป็นอย่างไร?” เขายังคงยิ้ม ถามเหลิ่งหวาอย่าง.อดขำไม่ได้
อันที่จริง แค่เขานึกภาพก็อดทัวเราะไม่ได้แล้ว ให้เหลิ่งซวงไปเยี่ยมคนป่วย? ต่างอะไรจากมอบน้ำแข็งให้คนอื่นในฤดูหนาวกัน? เหลิ่งหวาก็ช่างคิดได้
ตอนที่ 2097: เชื่อฟังดีกว่า
“อ้อ? เหลิ่งหวาจะไปเยี่ยมแม่นางเสี่ยวเอ้อร์หรือ?” ฟั่นหลินเดินออกมาจากตรงไหนไม่รู้ มองเขาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มเช่นกัน
“ข้าไม่ได้บอกว่าจะไปนะ!” เขาส่ายหน้ายิ้มๆอย่างเอือมระอา แต่ละคนว่างไม่มีอะไรทำ มาหยอกล้อหาความสนุกที่เขา
“สองสามวันนี้ก็ไม่ได้ยุ่ง ในเมื่อไม่มีอะไรทำ เช่นนั้นเจ้าก็ไปเยี่ยมแม่นางเสี่ยวเอ้อร์ที่ตระกูลหยางสักครั้งเถิด ใช่สิ ข้าปรุงยาไว้ให้นางด้วย เจ้าเอาไปให้นางด้วยก็แล้วกัน ให้นางกินวันละครั้ง กินสักสามวันก็พอแล้ว”
ขณะเอ่ย ฟั่นหลินหยิบยาขวดหนึ่งออกมาจากแขนเสื้อยื่นให้เหลิ่งหวา
เห็นอย่างนั้น เหลิ่งหวายิ้ม รับไปแล้วกล่าวว่า “ก็ได้! อย่างนั้นข้าจะไปเยี่ยมนางสักครั้ง” เขารับขวดยาไป เอ่ยกับพวกเขาว่า “พวกเจ้าดูแลที่นี่ดีๆ ข้าไปเดี๋ยวเดียวก็กลับมา”
“ได้ ไปเถิด!” ตู้ฝานโบกพัดในมือ ยิ้มเอ่ย มองส่งเหลิ่งหวาออกจากประตู ก่อนจะหันมายิ้ม “ที่จริงข้าคิดว่าแม่นางเสี่ยวเอ้อร์ไม่เลวทีเดียว”
“อืม ไม่เลวจริงๆ” ฟั่นหลินเองก็พยักหน้า
หลัวอวี่เดินออกมา ชำเลืองมองทั้งสองแวบหนึ่ง เอ่ยว่า “ดอกไม้งามอยู่ที่คนพึงใจ พวกเจ้าอย่าเที่ยวกงการไปเรื่อย เหลิ่งหวายังเด็กกว่าพวกเจ้าสองคนนัก! ไม่เห็นพวกเจ้าสองคนจะร้อนใจเรื่องแต่งงานของตนเองบ้าง”
“ไม่รีบ”
“ไม่รีบ”
ตู้ฝานกับฟั่นหลินตอบพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย จากนั้นก็ยิ้มมองหน้ากัน หันกลับไปทำงานของแต่ละคน
“เหอะ! ยังว่าไม่รีบอีก!”
เขาแค่นเสียงเบาๆ ลูบหน้าตนเอง พึมพำว่า “พวกเจ้าไม่รีบ แต่ข้ารีบ ข้าก็ออกจะหล่อเหลาปานนี้ เหตุใดไม่มีแม่นางคนใดมาต้องตาบ้าง?”
เหลิ่งหวาที่ออกมาจากหอยาสวรรค์เดินอยู่บนถนน มุ่งหน้าไปยังตระกูลหยาง เขาสาวเดินอย่างไม่รีบร้อน หันมองบรรยากาศท้องถนนอันคึกคักสองข้างทาง ขณะเดินผ่านร้านขนมแป้งอบร้านหนึ่ง นึกถึงว่าผู้หญิงทั่วไปชอบกินขนมแป้งอบ ด้วยเหตุนี้ จึงเดินเข้าไปเลือกซื้อขนมแป้งอบสองสามกล่องเพื่อเป็นของฝากเยี่ยมไข้
ชายชุดหรูที่อยู่ในหอสุราแห่งหนึ่งบังเอิญเหลือบเห็น ยามชำเลืองมองเงาร่างที่อยู่บนถนน สายตาของเขาไหวระริก
ผู้ดูแลหอยาสวรรค์คนนั้นหรือ?
สายตากวาดมองรอบตัวเขาแวบหนึ่ง เห็นเขามาลำพัง ข้างกายไม่มีใครมาด้วย ก็อดแสยะยิ้มไม่ได้
หลังจากเดินมาได้ระยะหนึ่ง แม้ไม่หันกลับไปมอง กลับรู้ว่ามีคนตามตนเองมา เขายังคงสาวเดินอย่างไม่รีบร้อน ไม่ได้เร่งความเร็วแต่อย่างใด กระทั่งเดินมาถึงทางโค้ง เขาหยุดเดินแล้วหันกลับมา
“ใคร? ออกมาเถอะ!”
นึกไม่ถึงว่าเด็กหนุ่มจะรู้ตัว ชายชุดหรูตะลึงเล็กน้อย สาวเท้าออกมา จ้องมองไปที่เด็กหนุ่ม ถามด้วยความสงสัย “เจ้าเป็นคนธรรมดาที่ฝึกวรยุทธ์ไม่ได้ไม่ใช่หรือ? เหตุใดจึงพบร่องรอยของพวกเราได้?”
“ที่แท้ก็ท่านเอง”
เหลิ่งหวามองชายชุดหรู ใบหน้ายังคงความอ่อนโยนไว้เช่นเดิม “ท่านสะกดรอยตามข้าทำไม?”
“อยากเชิญผู้ดูแลเหลิ่งไปดื่มชา ไม่รู้ว่าจะให้เกียรติได้หรือไม่?” ชายชุดหรูผู้นั้นเอ่ยด้วยน้ำเสียงแช่มช้า สายตาจับจ้องเด็กหนุ่มที่มีใบหน้าอ่อนโยน
ไหนว่าผู้ติดตามของภูตหมอไร้คนอ่อนแอ? แล้วเด็กหนุ่มที่ไร้ซึ่งกลิ่นอายพลังวิญญาณผู้นี้มีความสามารถอะไรกัน?
ได้ยินวาจาของชายชุดหรู เหลิ่งหวายิ้มตอบอย่างอ่อนโยน “วันนี้ที่ท่านสะกดรอยตามข้า เดาว่าคุณชายมู่หรงคงไม่ทราบเรื่องกระมัง!”
“เขาไม่รู้ แต่แล้วจะทำไมเล่า?” ชายหนุ่มยักคิ้วมองเขา
“หากท่านอยากขอรับการรักษา ข้าว่าท่านควรฟังคำแนะนำของคุณชายมู่หรงจะดีกว่า”
ตอนที่ 2098: รูปร่างหน้าตาเหมือนภูตผีปีศาจ
“งั้นหรือ?” ชายชุดหรูย้อนถามอย่างไม่สะทกสะท้าน เขาจ้องเหลิ่งหวา “ผู้ดูแลเหลิ่งอาจยังไม่รู้ว่าข้าเป็นใคร”
เหลิ่งหวายิ้ม “คุณชายมู่หรงบอกแล้วไม่ใช่หรือว่าท่านคือญาติของท่านเซียนมู่ซิน?”
“ข้าคือทายาทสายตรงของตระกูลอิน และท่านเซียนมู่ซินแห่งสำนักบุปผาเซียนก็คือท่านป้าแท้ๆของข้า” เขาเชิดคาง หน้าตาทะนงตนอย่างเห็นได้ชัด
“ที่แท้ก็อย่างนี้เอง เสียมารยาทแล้ว” เหลิ่งหวาพยักหน้าเอ่ย
“ตอนนี้ ข้าอยากเชิญผู้ดูแลเหลิ่งไปดื่มฉลองที่หอสุราสักหน่อย ผู้ดูแลเหลิ่งจะให้เกียรติหรือไม่?” เขาถามด้วยน้ำเสียงเย่อหยิ่ง หน้าตาเหมือนคิดว่าเหลิ่งหวาจะต้องยอมตกลงแน่นอน
เหลิ่งหวาส่ายหน้าอย่างสุภาพ “ต้องขออภัยด้วยจริงๆ ข้ามีธุระต้องไปทำ ขอตัวก่อน” เขาประสานมืเอ่ย สาวเท้าหมายจะเดินจากไป นึกไม่ถึง ภายใต้การส่งสัญญาณของชายชุดหรู ผู้ฝึกตนคนหนึ่งเดินมาขวางทางเหลิ่งหวา
เห็นอย่างนั้น เขาหยุดเดินอย่างประหลาดใจ หันไปมองชายชุดหรู “ท่านจะทำอะไร?”
“แน่นอนว่าจะเชิญผู้ดูแลเหลิ่งไปดื่มสุรา” ชายชุดหรูพยักหน้า ผู้ฝึกตนคนนั้นพุ่งเข้ามา เอื้อมมือเข้ามาหมายจะจับไหล่ของเหลิ่งหวา
เห็นอย่างนั้น เหลิ่งหวาหน้าไม่เปลี่ยนสี เพียงมองชายชุดหรูนิ่งๆแวบหนึ่ง ก่อนจะเบี่ยงตัวไปด้านข้าง หลบมือที่พุ่งเข้ามา ยกมือคว้าแขนของอีกฝ่ายพลิกหักไปด้านหลัง
“กร๊อบ!”
“ซี๊ด อ๊าก!”
เสียงกระดูกหักดังลั่นซอย ตามมาด้วยเสียงสูดปากและลั่นร้องด้วยความเจ็บปวด ไม่เพียงผู้ฝึกตนคนที่ถูกเหลิ่งหวาจับหักแขนเท่านั้นที่มีสีหน้าไม่คาดคิด แม้แต่ชายชุดหรูรวมถึงอีกสามคนข้างหลังก็ทำหน้าตื่นตะลึงด้วย
อีกฝ่ายไม่มีคลื่นพลังวิญญาณอยู่รอบตัวด้วยซ้ำ เหตุใด…
ชายชุดหรูพลันตระหนักได้ ร้องขึ้นด้วยความตกใจ “เจ้าฝึกวิชาซ่อนกลิ่นอาย? ฉะนั้นจึงได้เก็บซ่อนวรยุทธ์ไว้ได้?”
วิชาใดกันแน่ถึงได้เก็บซ่อนพลังและวรยุทธ์ได้อย่างสมบูรณ์แบบเช่นนี้? อีกทั้งยังไม่มีกลิ่นอายพลังวิญญาณเล็ดลอดออกมาแม้แต่น้อย? คนคนนี้เป็นเพียงผู้ดูแลกระมัง? เหตุใดจึงมีวิชาเช่นนี้ติดตัว? หรือว่า ภูตหมอผู้นั้นเป็นคนสอน?
เหลิ่งหวาไม่สนใจพวกเขา หลังจากหักแขนผู้งฝึกตนคนนั้น ก็ผลักเขากลับไปหาอีกฝ่าย ขณะเดียวกัน น้ำเสียงนุ่มนวลก็ดังขึ้น
“ท่านบอกว่าตนเองเป็นทายาทสายตรง แต่นิสัยใจคอและพฤติกรรมของท่าน กลับขาดการอบรมดูแล ไม่มีคุณสมบัติของของทายาทสายตรงแห่งตระกูลใหญ่เลยแม้แต่น้อย”
เขาไม่สนใจสีหน้าเดือดดาลของอีกฝ่าย เพียงเอ่ยด้วยน้ำเสียงแฝงความนัย “บางครั้ง การตัดสินใจของท่าน อาจไม่ได้ส่งผลเสียต่อตัวท่านคนเดียว ยังเดือดร้อนไปถึงตระกูลด้วย ในเมื่อท่านเป็นคนที่คุณชายมู่หรงพามา ข้าว่าท่านทำอะไรควรคิดให้รอบคอบถี่ถ้วนเสียก่อน หรือไม่เช่นกัน ก็ถามคุณชายมู่หรงให้มากหน่อย จะได้ไม่สร้างเรื่องเดือดร้อนให้แก่วงศ์ตระกูล”
“เจ้าขู่ข้าหรือ!” ชายชุดหรูจ้องหน้าเหลิ่งหวา เพลิงโทสะลุกท่วมใจ อารมณ์เดือดดาลพลุ่งพล่าน ส่งผลให้อาการป่วยที่ซ่อนอยู่กำเริบ สีหน้าพลันเปลี่ยนเป็นซีดเผือด ร่างกายกระตุกสั่น กัดฟันแน่น
เหลิ่งหวาจ้องมอง ประกายประหลาดใจพาดผ่านดวงตา เพราะเขาเห็นว่าจู่ๆ เล็บของคุณชายชุดหรูผู้นี้ก็ยาวขึ้น และกลายเป็นสีม่วงดำราวกับภูตผีปีศาจ ไม่เพียงเท่านี้ ใบหน้าของเขาก็เหมือนจะเปลี่ยนแปลงไปด้วย
นี่มันโรคอะไรกันแน่? ทำไมประหลาดถึงเพียงนี้? เขาได้แต่คิดด้วยความสับสน…
ตอนที่ 2099: ถูกเด็กหนุ่มทำบาดเจ็บ
“แย่แล้ว! คุณชายอาการกำเริบแล้ว! เร็ว! เอาโซ่ออกมา!”
เห็นเพียงคนพวกนั้นหน้าตาตื่นตระหนก มีคนรีบหยิบโซ่เหล็กออกมาจากถุงฟ้าดิน มีคนกอดเขาไว้แน่น จากนั้นก็จับเขามัด สุดท้ายยังเอากระสอบครอบเขาไว้ และหามเขาขึ้น
เหลิ่งหวายืนอึ้งอยู่ตรงนั้น ผ่านไปครู่หนึ่งจึงเพิ่งได้สติ เห็นตนเองถูกลืมอยู่ตรงนี้ จึงส่ายหน้า ก่อนจะมุ่งหน้าไปยังตระกูลหยางต่อ
ผู้ฝึกตนพวกนั้นหามชายชุดหรูกลับมายังลานบ้านของที่พักของพวกเขา หนึ่งในนั้นรีบพุ่งตัวไปทางเรือนเล็กของมู่หรงอี้เซวียน “คุณชายมู่หรง คุณชายมู่หรง แย่แล้วขอรับ คุณชายอาการกำเริบแล้ว!”
มู่หรงอี้เซวียนที่กำลังนั่งขัดสมาธิฝึกวรยุทธ์อยู่ในเรือนได้ยินอย่างนั้นก็ลืมตาขมวดคิ้ว อาการกำเริบ?
เขาลงจากเตียงเดินออกมาข้างนอก ก็เห็นผู้ฝึกตนที่ติดตามอินจื่อเหิงกำลังจะพุ่งเข้ามาห้องของเขา จึงถามว่า “คุณชายของเจ้าอยู่ที่ใด?”
“พวกข้าพาเขาไปส่งที่เรือนแล้วขอรับ เพียงแต่ ครั้งนี้ดูเหมือนว่าอาการของคุณชายจะหนักเอาการ” ผู้ฝึกตนคนนั้นเอ่ย
“พาข้าไปดูหน่อย” มู่หรงอี้เซวียนเอ่ย สาวเท้าเดินออกไปข้างนอก มาถึงลานสวนนอกเรือน ก็ได้ยินเสียงร้องดุจเสียงคำรามของสัตว์ร้าย รวมถึงเสียงกรีดร้องด้วยความตกใจของผู้ฝึกตนพวกนั้น
เขาผลักประตูเดินเข้าไป ครั้นเห็นสภาพข้างในก็ตกตะลึง เห็นเพียงกล้ามเนื้อตามร่างกายของอินจื่อเหิงปูดโปน เสื้อผ้าหรูหราบนตัวระเบิดขาดไปหมดแล้ว เผยให้เห็นผิวหนังสีดำอมม่วงดูแปลกประหลาด ครั้นมองเลื่อนขึ้นไปข้างบน ลำคอและใบหน้าก็ปรากฏสีดำอมม่วงเช่นกัน ในปากยังมีเขี้ยวแหลมๆสองซี่งอกขึ้นมาด้วย ดวงตาคู่นั้นกลับกลายเป็นสีเทาขาว มีเพียงจุดสีดำตรงกลางเล็กๆ แลดูแปลกประหลาดยิ่งนัก
เขาอ้าปาก เสียงที่เปล่งออกมาราวกับเสียงของสัตว์ร้าย เรี่ยวแรงของเขาก็ดูเหมือนจะมากขึ้น แม้ถูกโซ่ล่ามและถูกผู้ฝึกตนพวกนั้นกดตรึงร่างไว้ ก็ยังผลักผู้ฝึกตนพวกนั้นกระเด็นออกไปได้
ครั้นเห็นเหตุการณ์ตรงหน้า เขาดึงสติกลับมา ถามว่า “ผู้นำตระกูลของพวกเจ้าให้พวกเจ้าพกยาคุมอาการติดตัวมาด้วยไม่ใช่หรือ?”
“พกมาแล้วขอรับ แต่ที่คุณชายพกติดตัวไว้กินหมดแล้ว ที่เหลืออยู่ที่คุณชายรอง เช้านี้คุณชายรองบอกว่าจะไปที่สมาคมนักเล่นแร่แปรธาตุ ตอนนี้ก็ยังไม่กลับมา ยาที่เหลืออยู่ที่เขาหมดเลย” ผู้ฝึกตนคนหนึ่งรายงานอย่างลนลาน
“อย่างนั้นก็ขึงเขาไว้ก่อน อย่าปล่อยให้เขาหลุดไปได้ อีกอย่าง พวกเจ้าคนหนึ่งรีบไปตามคุณชายรองอินกลับมา!” เขาออกคำสั่ง ขมวดคิ้วมองเหตุการณ์ตรงหน้า เหลือบเห็นผู้ฝึกตนคนหนึ่งขึงร่างอินจื่อเหิงด้วยมือเพียงข้างเดียว ส่วนมืออีกข้างกลับห้อยลงข้างตัว จึงถาม “เมื่อครู่พวกเจ้าไปไหนมา? เขาอาการกำเริบได้อย่างไร? มือข้างนั้นของเจ้าบาดเจ็บได้อย่างไร?”
คำถามที่โพล่งออกมาในคราวเดียวทำเอาผู้ฝึกตนสามคนนั้นตะลึงงัน ไม่รู้จะตอบอย่างไรดี หรือจะให้ตอบว่าพวกเขาฟังคำสั่งของคุณชาย ปิดบังเขาแล้วออกไปข้างนอก อีกทั้งยังใช้กำลังกับผู้ดูแลเหลิ่งจากหอยาสวรรค์ผู้นั้นด้วย แต่สุดท้ายกลับถูกผู้ดูแลเหลิ่งผู้นั้นหักแขน?
เมื่อเห็นทั้งสามลังเล มู่หรงอี้เซวียนตวาดด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “บอกมา!”
“พวกข้าออกไปข้างนอกกับคุณชาย เจอผู้ดูแลเหลิ่งบนถนน คุณชายสั่งให้พวกข้าตามเขาไป คุณชายจะเชิญผู้ดูแลเหลิ่งไปดื่มสุรา แต่ผู้ดูแลเหลิ่งปฏิเสธ คุณชายจึงสั่งให้พวกข้าจับเขา นึกไม่ถึง นึกไม่ถึงว่าผู้ดูแลเหลิ่งผู้นั้นรอบกายไร้ซึ่งกลิ่นอายพลังวิญญาณ แต่ฝีมือคล่องแคล่ว ทันทีที่ลงมือก็หักแขนข้าแล้ว”
เรื่องนี้ช่างน่าอายนัก เด็กหนุ่มคนนั้นแม้จะมีวรยุทธ์ก็ไม่น่าจะมีวรยุทธ์ที่สูงกว่าเขา แต่เขากลับถูกเด็กหนุ่มทำบาดเจ็บ
ตอนที่ 2100: รามือไม่ยุ่ง
ได้ยินอย่างนั้น ใบหน้าของมู่หรงอี้เซวียนพลันเย็นชาดุจน้ำแข็ง เขาเม้มปากแน่นไม่พูดอะไร เพียงมองชายชุดหรูที่กำลังอาการกำเริบ เอ่ยว่า “ในเมื่อไม่ฟังคำเตือนของข้า หากคุณชายรองของพวกเจ้ากลับมาเมื่อใดก็ให้เขาพาคนกลับไปเสีย!” สิ้นเสียง เขาไม่สนใจคนที่กำลังถูกขึง เพียงหมุนตัวเดินจากไป
ทว่าหลังจากที่เขาเดินออกไปได้ไม่นาน ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งกลับมาอย่างเร่งรีบภายใต้การนำทางของผู้ฝึกตนคนหนึ่ง สีหน้าเขาดูตึงเครียด เอ่ยว่า “ยาของเขาหมดแล้วทำไมไม่บอก? บอกแล้วไม่ใช่หรือว่าให้พวกเจ้าดูแลเขาให้ดี? เกิดเรื่องอย่างนี้ขึ้นได้อย่างไรกัน!”
คุณชายรองอินสาวเท้าเร็วๆเข้ามาในห้อง เห็นคนป่วยที่ถูกขึงร่างติดพื้น ก็รีบหยิบยาคุมอาการเม็ดหนึ่งออกมายัดใส่ปากเขา หลังจากที่กลืนยาลงท้องไปได้ไม่นาน เดิมคนที่ดิ้นขัดขืนและส่งเสียงคำรามก็ค่อยๆ สงบลง จากนั้นก็ฟุบหมดสติไป
เห็นอย่างนั้น เขาตวัดสายตามองผู้ฝึกตนพวกนั้นด้วยสายตาเย็นชา “เกิดอะไรขึ้นกันแน่! เหิงเอ่อร์อาการกำเริบก่อนกำหนดได้อย่างไร?”
ผู้ฝึกตนพวกนั้นเพิ่งถอนหายใจ ก็ได้ยินคุณชายรองตวาดถาม พวกเขามองหน้ากันแวบหนึ่ง ก่อนจะรายงานเรื่องที่เกิดขึ้นให้เขาฟัง
“เป็นผู้ดูแลหอยาสวรรค์งั้นหรือ?” คุณชายรองอินขมวดคิ้ว “สองวันก่อนตอนกลับมาก็เคยสั่งแล้วไม่ใช่หรือ? พวกเรามาขอรับการรักษา อย่าไปหาเรื่องคนของภูตหมอ คุณชายไม่รู้เรื่องรู้ราว พวกเจ้าที่เป็นผู้ติดตามกลับไม่รู้จักแยกแยะเช่นนี้ด้วย? หากสร้างความแค้นกับหอยาสวรรค์เพราะเหตุผลนี้ อาการป่วยของเขาจะรักษาได้อย่างไร? พวกเจ้าเคยคิดบ้างหรือไม่!”
ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความโกรธขึ้ง ถลึงตาจ้องพวกเขา “เกิดเรื่องอย่างนี้ขึ้น ข้าดูสิว่าพวกเจ้าจะจัดการกันอย่างไร!”
“คุณชายรองโปรดลงโทษ!” ผู้ฝึกตนพวกนั้นคุกเข่ากับพื้น เวลานี้พวกเขารู้แล้วว่าเรื่องนี้ร้ายแรงขนาดไหน หากคุณชายขอรับการรักษาไม่สำเร็จ เกรงว่าพวกเขากลับไปก็คงยากจะหนีพ้นเพลิงโทสะของท่านผู้นำตระกูล
คุณชายรองอินสูดหายใจลึกๆเพื่อสงบสติอารมณ์ ดับเพลิงโทสะในใจ ก่อนจะถามว่า “คุณชายมู่หรงเล่า?”
“เมื่อครู่ตอนที่คุณชายรองยังมาไม่ถึง ข้าไปเชิญคุณชายมู่หรงมาแล้ว เพียงแต่ พอคุณชายมู่หรงรู้เรื่องที่คุณชายลงมือกับผู้ดูแลเหลิ่ง ก็สะบัดแขนเสื้อจากไปด้วยสีหน้าเย็นชา บะ บอกว่า…” ผู้ฝึกตนคนนั้นก้มหน้า ไม่กล้าพูดต่อ
“บอกว่าอะไร!” คุณชายรองอินขมวดคิ้วถาม
“บะ บอกว่าหากคุณชายรองกลับมาแล้วก็ให้พาคนกลับไปเสีย” ผู้ฝึกตนคนนั้นตอบเสียงเบา
ตามคาด ครั้นได้ยินอย่างนั้นคุณชายรองอินหน้าเปลี่ยนสี เขาก้าวเข้าถีบผู้ฝึกตนคนนั้นอย่างแรง “พวกไร้ประโยชน์!” เขาหมุนตัวเดินออกไปด้วยไอโทสะที่ไม่อาจปิดมิด ผู้ฝึกตนที่ถูกถีบได้แต่ร้องครวญ ไม่กล้าพูดอะไรอีก
คุณชายรองอินมาถึงลานสวนของมู่หรงอี้เซวียน เห็นเขานั่งดื่มชาอยู่ในสวน สีหน้าเย็นชาเหินห่าง เห็นอย่างนั้น สายตาของเขาไหวระริก ก้าวเข้าไป “คุณชายมู่หรง”
“คุณชายรองอิน” มู่หรงอี้เซวียนมองเขา พยักหน้าเล็กน้อย
“เรื่องที่จื่อเหิ่งก่อไว้ข้าเองก็เพิ่งรู้ นึกไม่ถึงว่าเตือนเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขากลับยังเห็นคำพูดของข้าเหมือนลมข้างหู” คุณชายรองอินเดินมานั่งข้างๆ ถอนหายใจเบาๆ “ยามนี้เขาอาการกำเริบถึงขนาดนี้แล้ว อาการก็แย่ลงเรื่อยๆ แต่กลับยังไม่ได้พบภูตหมอเสียที ข้ากังวลจริงๆ”
มู่หรงอี้เซวียนถือถ้วยชาในมือหมุนไปหมุนมา พลางเอ่ยว่า “คุณชายรองอิน ครั้งนี้จื่อเหิงก่อเรื่องจนข้าโมโหไร้หนทางช่วยแล้ว ข้าตั้งใจว่าอีกไม่กี่วันจะกลับสำนัก เมื่อถึงตอนนั้นจะกลับไปขอโทษท่านเซียนมู่ซินด้วยตนเอง”
“เจ้าจะไปแล้วหรือ? หากเจ้าไป อย่างนั้นหากพวกข้าอยากเจอภูตหมอเพื่อขอความช่วยเหลือจากนาง จะไม่ยิ่งยากเข้าไปใหญ่หรือ?”
จบตอน
Comments
Post a Comment