EP2141-2150

ตอนที่ 2141: ในที่สุดก็ได้พบ

ครั้นกลับไปถึงจวนเฟิ่ง หงส์ไฟกระพือปีกบินออกมาจากข้างใน พุ่งเข้ามาในอ้อมแขนเฟิ่งจิ่ว แล้วเอ่ยด้วยความดีใจ “นายท่าน ในที่สุดท่านก็กลับมาแล้ว!”

เฟิ่งจิ่วลูบปีกของหงส์ไฟ ยิ้มพูดว่า “กลับมาแล้ว ทุกอย่างเรียบร้อยดีใช่ไหม?” ก่อนจะเลื่อนสายตามองไปยังเหลิ่งซวงที่เดินตามมาข้างหลัง

“นายท่าน” เหลิ่งซวงขานเรียก ดวงหน้าเย็นชาดุจน้ำแข็งเผยยิ้มเพราะเห็นเฟิ่งจิ่วกลับมา

“เรียบร้อยดีๆ มีข้าดูแลอยู่ จะเกิดเรื่องอะไรได้เล่า?” หงส์ไฟบอกเธอด้วยความย่าม อกย่ามใจ มันอยู่เฝ้าที่นี่มาพักหนึ่งแล้ว ทุกอย่างเป็นปกติดี ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“นายท่านเข้าไปพักในเรือนก่อน ข้าไปเตรียมอาหารในห้องครัวก่อน แล้วค่อยเตรียมน้ำร้อนให้นายท่านอาบ” เหลิ่งซวงเอ่ย ก่อนจะหมุนตัวจากไป

“ไปเถิด!” เฟิ่งจิ่วยื่นแขนให้หงส์ไฟเกาะแล้วเดินออกไปเช่นกัน

หงส์ไฟถามเรื่องราวที่เธอประสบพบเจอระหว่างการเดินทางครั้งนี้ เพราะมาถึงบ้านแล้ว เหล่าสัตว์คู่พันธสัญญาทั้งหลายก็ออกมาจากห้วงมิติด้วย หงส์ไฟกระโดดโลดเต้นกับพวกกลืนเมฆาอยู่ในจวน ฟังพวกกลืนเมฆาเล่าเรื่องที่นายท่านออกไปพบเจอในการเดินทางครั้งนี้…

ระหว่างทางเหลิ่งหวาเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในหอยาสวรรค์ให้เธอฟังคร่าวๆ มาถึงในจวน หลังจากเฟิ่งจิ่วกินข้าวเสร็จก็กลับไปอาบน้ำในห้อง กำชับพวกเขาว่าหากมีอะไรค่อยมาหาเธอ แล้วจึงเข้าห้องไปพักผ่อน

จนกระทั่งยามฟ้ามืด เฟิ่งจิ่วที่ยังไม่ตื่นถูกปลุกตื่นด้วยเสียงเคาะประตู

“นายท่าน มีจดหมายส่งมาที่หอยาสวรรค์ คนของตลาดมืดมาแล้วขอรับ”

ได้ยินอย่างนั้น เฟิ่งจิ่วพลิกตัวลุกขึ้น สวมเสื้อเสร็จก็เปิดประตูเดินออกมา “นายแห่งตลาดมืดมาถึงแล้วหรือ?”

“ใช่ขอรับ” เหลิ่งหวาพยักหน้า เอ่ยว่า “อาการอาจจะแย่มาก คนที่มาส่งข่าวบอกว่าฟั่นหลินให้ท่านรีบไปโดยเร็ว”

“ไป” เฟิ่งจิ่วเดินออกไป มีเพียงหงส์ไฟที่เกาะอยู่บนกิ่งไม้บินตามไป ส่วนพวกอสูรกลืนเมฆากับเหลิ่งซวงอยู่ที่จวนต่อ

จวนเฟิ่งอยู่ไม่ไกลจากหอยาสวรรค์ กอปรกับพวกเขาเร่งฝีเท้า ผ่านไปไม่นาน ทั้งสองก็เข้าไปทางประตูหลัง ตรงมาที่เรือนหลัง ครั้นเข้ามาก็เห็นว่ามีองครักษ์ชุดดำหลายคนยืนเฝ้าเรือนหลังของหอยาสวรรค์อยู่ แต่ละคนล้วนมีพลังสูง ครั้นเห็นพวกเขาสองคนปรากฏตัวกะทันหัน พวกเขาก็ตั้งท่าเตรียมโจมตีทันที

“นายท่าน” ตู้ฝานเดินเข้ามาหา เมื่อคนพวกนั้นได้ยินเขาขานเรียกสีหน้าก็หวั่นไหว ก่อนจะเก็บอาวุธไป “สถานการณ์เป็นอย่างไรบ้าง?” เธอเดินเข้าไปข้างในพลางถาม

“ได้ยินฟั่นหลินบอกว่าแย่มาก ตอนนี้เขาอยู่ข้างใน นายท่านรีบเข้าไปดูเถิด” ตู้ฝานรายงาน เดินตามอยู่ข้างๆเธอ

“ท่านคือภูตหมอเฟิ่งจิ่วหรือ?” ชายชราคนหนึ่งก้าวเข้ามาขวางทาง ก่อนจะถามเฟิ่งจิ่ว

“ใช่แล้ว” เธอรับคำ มองชายชราตรงหน้า “มีอะไรงั้นหรือ?”

ชายชราจ้องพิจารณาเฟิ่งจิ่ว ขณะกำลังจะเอ่ยปาก ก็เห็นหงส์ไฟสัตว์เทวะโบราณบินเข้ามาเกาะไหล่เฟิ่งจิ่ว “ข้าก็ตามมาด้วย”

“ภูตหมอได้โปรดช่วยนายท่านของข้าให้ได้ด้วยเถิด” ชายชราประสานกำปั้นคารวะ

เมื่อได้ยินแล้ว เฟิ่งจิ่วจ้องเขาด้วยแววตาลึกซึ้ง “ข้าดูอาการของเขาก่อนแล้วค่อยว่ากัน” กล่าวจบก็เดินเข้าไปข้างใน

ฟั่นหลินเดินออกมา และเห็นเฟิ่งจิ่วเดินเข้ามาพอดี “นายท่าน ในที่สุดท่านก็มาแล้ว”

“เข้าไปคุยกันข้างใน” เฟิ่งจิ่วเอ่ยพลางเดินเข้าไปในเรือน เธอตรงเข้ามาห้องด้านใน เห็นคนที่นอนอยู่บนเตียง

ร่วมมือกันมานานขนาดนี้ นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้พบนายแห่งตลาดมืด

ตอนที่ 2142: ขอร้อง

เธอเดินเข้าไปใกล้ หยุดยืนอยู่ข้างเตียง ในที่สุดก็เห็นใบหน้าของเขาอย่างชัดเจน นายแห่งตลาดมืดเป็นลุงวัยกลางคนอายุประมาณสี่สิบกว่าปี ใบหน้าของเขาดุดันแข็งกร้าว แม้อยู่ในห้วงหมดสติก็ยังดูออกว่าเขาเป็นเจ้าคนนายคนที่มีบารมีน่าเกรงขามคนหนึ่ง

นึกถึงครั้งที่แล้วตอนอยากไปเยี่ยมเขาเพื่อกล่าวขอบคุณเขาด้วยตนเอง ไม่นึกว่าจะเป็นตอนที่เขาไม่อยู่พอดี ทำให้ไม่ได้พบหน้า และยิ่งนึกไม่ถึงว่าการเจอกันครั้งแรกจะต้องมาพบกันในสถานการณ์เช่นนี้

เธอเดินเข้านั่งเก้าอี้ข้างเตียง ตรวจชีพจรของเขา ก่อนจะเอ่ยกับฟั่นหลินที่อยู่ด้านหนึ่งว่า “ปลดเสื้อตัวบนของเขาออก” พลางหยิบเข็มเงินออกมาจากห้วงมิติ

ฟั่นหลินที่อยู่ข้างๆ ปลดเสื้อตัวบนของเขาออก จากนั้นก็ถอยไปยืนรอด้านหนึ่ง ชายชราที่เข้ามาด้วยก็ยืนรออยู่ที่มุมหัวเตียงเช่นกัน

เห็นเพียงเฟิ่งจิ่วหยิบเข็มเงินออกมาแทงลงไปที่จุดลมปราณบนร่างกายเขา หลังจากเข็มเงินแทงลงไปก็หยิบยาเม็ดหนึ่งยัดเข้าไปในปากเขา ชายชราที่ยืนอยู่ด้านหนึ่งเห็นเฟิ่งจิ่วหยิบยาระดับหกออกมา ก็อดนัยน์ตาไหวระริกไม่ได้ หัวใจที่ตึงเครียดในตอนแรกพลันผ่อนคลายลงในที่สุด

ภูตหมอเอายาระดับหกซึ่งเป็นของล้ำค่าออกมาช่วยเหลือโดยไม่พูดพร่ำทำเพลงอย่างนี้ บางทีนายท่านอาจรอดพ้นจากอันตรายได้จริงๆ

“พวกท่านรวมพลังกันขับพิษในตัวเขาไปผนึกไว้ที่จุดเดียวกระมัง!” หลังจากฝังเข็ม เฟิ่งจิ่วชำเลืองมองชายชราแวบหนึ่ง

“ใช่แล้ว” ชายชราพยักหน้า ถามว่า “ภูตหมอ นายท่านของข้าเป็นอย่างไรบ้าง? พิษในตัวแก้ได้หรือไม่?”

“แก้ไม่ได้” เฟิ่งจิ่วลุกขึ้นตอบ สิ้นเสียงของเธอ ชายชราหน้าเปลี่ยนสี

“แก้ไม่ได้?” น้ำเสียงของชายชราสูงขึ้นเพราะความกังวล

เฟิ่งจิ่วชำเลืองมองเขา เอ่ยว่า “พิษที่ทำให้เขาล้มได้ ท่านคิดว่ายาแก้พิษระดับหกทั่วไปจะแก้ได้หรือ? ยิ่งไปกว่านั้น นายท่านของท่านนอกจากถูกพิษร้ายแรงแล้ว ยังบาดเจ็บภายในอย่างหนักอีกด้วย แต่ตอนนี้พิษยังแก้ไม่ได้ จะใช้ยารักษาอาการบาดเจ็บภายในก็ไม่ได้ ไม่อย่างนั้นมีแต่จะทำให้พิษที่ถูกผนึกไว้กระจายไปทั่วร่าง หากเป็นอย่างนั้น อย่าว่าแต่ข้าเลย แม้แต่เทพเซียนก็ช่วยเขาไม่ได้”

“งะ งั้นทำอย่างไรดี? ภูตหมอได้โปรดช่วยนายท่านของข้าให้ได้ด้วยเถิด” ชายชรากังวลสุดแสน ประสานกำปั้นคารวะเพื่อขอร้องเฟิ่งจิ่วอีกครั้ง

เห็นดังนั้นเฟิ่งจิ่วจึงเอ่ย “ท่านอย่าเพิ่งร้อนใจไป เมื่อครู่ข้าให้เขากินยาแก้พิษระดับหกไปแล้ว อย่างไรก็ช่วยบรรเทาพิษในตัวได้บ้าง เพียงแต่อยากจะกำจัดพิษในตัวเขาให้หมด คงใช้แค่ยาแก้พิษระดับหกไม่ได้ มีเพียงยาแก้พิษระดับเจ็ดเท่านั้นถึงจะช่วยเขาได้”

“ยาแก้พิษระดับเจ็ด?” ชายชราอึ้ง ขมวดคิ้วเล็กน้อย “ยาแก้พิษระดับหกก็ว่ามีน้อยแล้ว ยาระดับเจ็ดแม้แต่ในสี่สำนักใหญ่ก็ยังไม่มี จะไปหายาแก้พิษระดับเจ็ดมาจากที่ใด? หากไม่มียาแก้พิษระดับเจ็ด อย่างนั้นนายท่านก็ต้อง…”

ขณะพูด จู่ๆเขาก็นึกถึงเฟิ่งจิ่วขึ้นมา จึงถามด้วยความร้อนใจ “ขอบังอาจถามภูตหมอ ยามนี้ท่านสามารถกลั่นยาระดับเจ็ดได้หรือไม่?”

เฟิ่งจิ่วส่ายหน้า “ข้าไม่เคยกลั่น ระดับสูงที่สุดที่เคยกลั่นก็คือระดับหก ยาระดับเจ็ดไม่ได้กลั่นยากระดับทั่วไป นอกจากวัตถุดิบหายากแล้ว ยังมีโอกาสล้มเหลวสูงมาก”

“เรื่องวัตถุดิบภูตหมอไม่ต้องห่วง ข้าจะสั่งให้คนในตลาดมืดทุกหนแห่งหามาให้ท่าน ตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดก็คือช่วยให้นายท่านฟื้นขึ้นมา ไม่อย่างนั้น ตลาดมืดของเราเกรงว่าจะล้มลงไปพร้อมกับนายท่านแล้วจริงๆ ภูตหมอได้โปรดช่วยนายท่านของข้าด้วย”

ชายชราพูดมาถึงตรงนี้ก็คุกเข่าลงไปขอร้อง เพราะเขารู้ว่าไม่เพียงชีวิตของนายท่านอยู่ในมือเธอ ทว่าแม้แต่ความอยู่รอดของตลาดมืดก็ขึ้นอยู่กับนางด้วย

ตอนที่ 2143: สำนักปัญจพิษ

เวลานี้ เฟิ่งจิ่วพยักหน้าเป็นเชิงบอกให้ฟั่นหลินประคองเขาลุกขึ้น “ท่านไม่จำเป็นต้องทำเช่นนี้ ยาแก้พิษระดับเจ็ดข้าจะหาทางเอง แต่ตอนนี้คงต้องให้ตลาดมืดของพวกท่านช่วยรวบรวมยาทิพย์หน่อย”

“ภูตหมอโปรดว่ามาได้เลย ขอเพียงเป็นของที่มีในตลาดมืด ข้าจะรีบสั่งให้คนนำมา แม้จะไม่มีในตลาดมืด ข้าก็จะให้คนออกไปตามหามาให้ได้”

เฟิ่งจิ่วหยิบพู่กันหมึกกระดาษมา เขียนยาทิพย์ที่ต้องใช้ทั้งหมดส่งให้ชายชรา “ตามหาตามนี้ หาได้แล้วก็ส่งมาหาข้าก่อน”

“ได้ ข้าเข้าใจแล้ว” ชายชรารับไปอ่านดูรอบหนึ่ง จากนั้นก็เรียกชายวัยกลางคนคนหนึ่งเข้ามากำชับ เฟิ่งจิ่วเห็นอย่างนั้นก็เดินไปข้างเตียง หมุนเข็มเงินอีกรอบหนึ่งก่อนจะดึงออกมา เมื่อเห็นเข็มเงินที่กลายเป็นสีดำ เธอขมวดคิ้วเล็กน้อย มองนายแห่งตลาดมืดที่หมดสติอยู่แวบหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยกับฟั่นหลินว่า “ดูแลเขาให้ดี มีอะไรให้รายงานข้าตลอดเวลา”

“ขอรับ”

เห็นเฟิ่งจิ่วเดินออกไปข้างนอก ชายชรามองฟั่นหลินแวบหนึ่ง เหลือคนไว้เฝ้าในเรือนสองคน ตนเองกลับตามเฟิ่งจิ่วออกมา

มาถึงข้างนอก เฟิ่งจิ่วหยุดเดิน หันไปมองชายชรา “ใครทำร้ายเขาถึงขนาดนี้? ด้วยพลังของเขาไม่น่าจะบาดเจ็บได้ถึงขนาดนี้ บนแผ่นดินใหญ่แถบใต้แม่น้ำ ยังมียอดฝีมือที่แข็งแกร่งขนาดนั้นซ่อนอยู่อีกหรือ?”

ชายชราชะงักเล็กน้อย ก่อนตอบว่า “ไม่ได้บาดเจ็บตอนอยู่ที่นั่น แต่บาดเจ็บตอนอยู่ที่นี่ เป็นกลุ่มอำนาจเร้นลับกลุ่มหนึ่ง สำนักปัญจพิษ ปรมาจารย์แห่งสำนักปัญจพิษกับนายท่านของข้ามีความแค้นที่ยาวนานต่อกัน พักนี้ในตลาดมืดมีคนทรยศ ร่องรอยของนายท่านถูกเปิดเผย ทำให้ติดกับดักการซุ่มโจมตีของปรมาจารย์แห่งสำนักปัญจพิษ ไม่เช่นนั้น ด้วยพลังของนายท่าน ปรมาจารย์แห่งสำนักปัญจพิษไม่มีทางทำอะไรเขาได้หรอก”

“อย่างนั้นตอนนี้เรื่องของสำนักปัญจพิษ พวกท่านจัดการไปถึงไหนแล้ว”

ได้ยินอย่างนั้น ชายชราก้มหน้าเอ่ยว่า “นายท่านหมดสติ พวกข้าเองก็ไร้แผนการรับมือกับสำนักปัญจพิษ ปรมาจารย์ของพวกเขากำลังตามหานายท่านอยู่ ฉะนั้นพวกข้าจึงใช้แผนหลอกล่อพวกเขาไปที่อื่น ยามนี้เรื่องที่นายท่านอยู่ที่นี่ นอกจากบุคคลสำคัญสิบกว่าคนของตลาดมืด ก็ไม่มีใครรู้อีก”

ขณะเอ่ย เขาเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวอีก “แม้จะเป็นอย่างนี้ แต่ภูตหมอได้โปรดช่วยหาสถานที่ปลอดภัยให้นายท่านของเราด้วย ข้ากลัวว่าหากพวกเขาตามหา จะต้องมาหาที่หอยาสวรรค์เป็นที่แรกอย่างแน่นอน”

เมื่อได้ยินแล้วเฟิ่งจิ่วมองเขาแวบหนึ่ง ก่อนจะสาวเท้าเดินไปกลางลานสวน “เคลื่อนย้ายคืนนี้ก็แล้วกัน!” แทนที่จะไปจวนเฟิ่ง ไม่สู้ส่งเขาไปที่จวนหลิงดีกว่า อย่างไรจวนหลิงก็ปลอดภัยกว่าจวนเฟิ่งของเธอ “ได้ อย่างนั้นข้าไปเตรียมตัวก่อน” ชายชราเอ่ยแล้วก็จากไป

เฟิ่งจิ่วเดินมาถึงด้านหน้าหอยาสวรรค์ สั่งให้เหลิ่งหวากับตู้ฝานตรวจสอบยาทิพย์ที่เหลืออยู่ในคลังเก็บยา ขณะเดียวกันก็มอบใบสั่งยาให้พวกเขาไปรวบรวมมา กระทั่งถึงยามค่ำ พวกเขาเคลื่อนย้ายนายแห่งตลาดมืดที่กำลังหมดสติไปยังจวนหลิงอย่างเงียบเชียบ

เพราะอาการของนายแห่งตลาดมืดไม่สู้ดี จำต้องมียาแก้พิษระดับเจ็ดจึงจะรักษาได้ ก่อนที่จะกลั่นยาแก้พิษระดับเจ็ดขึ้นมาได้ เขาเองก็จะไม่มีอันตรายถึงชีวิต เพียงแค่ไม่อาจฟื้นขึ้นมา อาการบาดเจ็บภายในก็จะหายได้ด้วยเช่นกัน

ในระหว่างนี้ พวกเขาเก็บรวบรวมยาทิพย์จากทั่วทุกสารทิศ หลายวันผ่านไป ยาทิพย์ส่วนใหญ่ถูกส่งมาที่หอยาสวรรค์ เพียงแต่ ยังมีอีกสองสามอย่างที่หาไม่ได้

“นายท่าน” เหลิ่งหวาเดินขึ้นมาบนชั้นใต้หลังคา มองเฟิ่งจิ่วที่กำลังอ่านตำราแพทย์

“มีข่าวเรื่องยาทิพย์หลักพวกนั้นหรือยัง?” เธอถามขึ้นโดยไม่เงยหน้า ก่อนจะพลิกตำราอีกหน้าหนึ่ง

ตอนที่ 2144: สำนักเซียนตะวันฉาย

“มีข่าวแล้วขอรับ”

เหลิ่งหวาเผยยิ้ม เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ที่อื่นหาหญ้าเจ็ดดาราไม่ได้เลย แต่ในสำนักเซียนตะวันฉายหนึ่งในสี่สำนักใหญ่ มีหญ้าเจ็ดดาราปลูกอยู่บนยอดเขาโอสถเจ็ดต้น เพียงแต่ เจ้าเขาแห่งยอดเขาหญ้าหวงแหนหญ้าเจ็ดดารามาก เกรงว่าคงจะไม่ได้มาง่ายๆ”

“อ้อ? สำนักตะวันฉาย?” เธอเงยหน้า มองเหลิ่งหวา “ใช่สำนักที่ซ่งหมิงอยู่หรือไม่?”

“ใช่ขอรับ” เขารับคำ

“หญ้าเจ็ดดาราเจ็ดต้น?” เธอยิ้มมุมปาก เอ่ยว่า “ดูท่าเจ้าเขาแห่งยอดเขาโอสถของสำนักตะวันฉายจะมีความสามารถไม่น้อย หญ้าเจ็ดดาราเดิมก็ไม่ได้ปลูกกันง่ายๆ เขากลับปลูกได้ถึงเจ็ดต้น” เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนยิ้มถามว่า “รู้หรือไม่ว่ามีอายุกี่ปี?”

“ได้ยินมาว่า หนึ่งในนั้นมีต้นที่อายุห้าร้อยปีอยู่ด้วยขอรับ นอกจากนี้ยังมีอีกสองต้นอายุสามร้อยปี ยังมีอีกสองต้นอายุหนึ่งร้อยปี” เหลิ่งหวาเอ่ย “ต้นที่อายุห้าร้อยปีเป็นต้นที่เขาย้ายมาปลูก ส่วนต้นอื่นเขาน่าจะเป็นคนปลูกเอง”

เฟิ่งจิ่วพยักหน้า “ดีเลย ข้าจะถือโอกาสไปที่สำนักตะวันฉายสักหน่อย จะได้ไปเจอซ่งหมิงด้วย”

เธอลุกขึ้นเก็บของบนโต๊ะ “พวกเจ้าอยู่ดูแลที่นี่ก็แล้วกัน! ทำเหมือนที่ผ่านมาก็พอแล้ว ข้าจะให้เหล่าสัตว์คู่พันธสัญญาอยู่ดูแลที่นี่ด้วย ข้าไปสำนักตะวันฉายไม่กี่วันก็กลับ”

นาทีนี้ เธอรู้สึกว่าแกนเคลื่อนย้ายจี๋กวงที่ตาเฒ่าให้มาช่างเป็นสมบัติล้ำค่าที่ยอดเยี่ยมนัก การเดินทางไกลเช่นนี้ใช้เวลาเพียงชั่วพริบตาเท่านั้น เธอเดินทางไปกลับไม่ต้องใช้เวลาถึงครึ่งวันอีกแล้ว ปัญหาตอนนี้ก็มีแค่จะเอาหญ้าเจ็ดดาราต้นนั้นมาได้อย่างไร

“ต้องบอกให้คนของตลาดมืดทราบหน่อยหรือไม่ขอรับ?” เหลิ่งหวาถาม

“ไม่ต้อง” เธอโบกมือบอก “หากพวกเขาจะตามตัวข้า ก็บอกว่าข้ากำลังศึกษาการกลั่นยาแก้พิษระดับเจ็ดก็พอแล้ว”

“ขอรับ” เขาพยักหน้ารับ

เฟิ่งจิ่วมองท้องฟ้าข้างนอก ก่อนก้มหน้ามองเสื้อผ้าตนเอง หยักยิ้มมุมปากเล็กน้อย เธอพลันบังเกิดความคิด เอ่ยกับหงส์ไฟ กลืนเมฆาและเหล่าไป๋ว่า “พวกเจ้าสามคนออกมา”

สิ้นเสียงของเธอ ประกายแสงสามเส้นวาบผ่านห้วงมิติร่วงลงมาตรงหน้าเธอ

“ข้าจะออกไปข้างนอก สองวันถึงจะกลับ ระหว่างนี้ หงส์ไฟเจ้ากลับไปที่จวนหลิง เหล่าไป๋ไปดูแลจวนเฟิ่ง กลืนเมฆาดูแลหอยาสวรรค์”

สัตว์คู่พันธสัญญาณสามตัวได้ยินคำสั่งก็ไม่ได้พูดอะไรมาก เพียงรับคำโดยไม่ได้นัดหมาย “ขอรับ”

เห็นอย่างนั้น เฟิ่งจิ่วพลิกฝ่ามือ ของสิ่งหนึ่งปรากฏ เธอเอาแกนเคลื่อนย้ายจี๋กวงออกมาเปิด ตัวอักษรที่อยู่ข้างในนั้นเรืองแสงลอยอยู่ในแกนเคลื่อนย้าย

“นายท่าน นี่อะไรหรือ?” เหลิ่งหวาที่อยู่ด้านหนึ่งถามด้วยความแปลกใจ

“ข้ารู้ ข้ารู้ นี่ก็คือแกนเคลื่อนย้ายจี๋กวง ได้มาจากตาเฒ่าฮุ่นหยวนจื่อ” เหล่าไป๋ยิ้มกว้าง ชิงตอบขึ้นมาก่อน

เฟิ่งจิ่วมองเหล่าไป๋แวบหนึ่ง เผยยิ้มออกมา เอ่ยกับเหลิ่งหวาว่า “นี่เป็นแกนเคลื่อนย้ายจี๋กวง พาข้าไปยังที่ที่อยากไปได้ในชั่วพริบตา ของสิ่งนี้ได้มาจากเซียนฮุ่นหยวนจื่อแห่งสำนักดาราจักร” เธออธิบาย แต่เมื่อนึกถึงฮุ่นหยวนจื่อขึ้นมาได้ ก็กำชับว่า “ระหว่างที่ข้าไม่อยู่ หากฮุ่นหยวนจื่อหรือจัวจวินเยวี่ยมาหา ให้ต้อนรับพวกเขาด้วย”

“ขอรับ” เหลิ่งหวารับคำ ก่อนจะเห็นร่างของนายท่านถูกห่อหุ้มด้วยประกายแสง จากนั้นก็หายลับไปในพริบตา

เห็นอย่างนั้น เขาหันตัวเดินลงจากชั้นใต้หลังคา ครั้นมาถึงชั้นหนึ่งก็ถ่ายทอดคำสั่งของนายท่านให้พวกตู้ฝานกับเหล่าหัวหน้าองครักษ์เฟิ่งทั้งแปด

ใต้ตีนเขาสำนักเซียนตะวันฉาย เฟิ่งจิ่วในชุดสีเขียวพลันปรากฏตัวที่นั่น…

ตอนที่ 2145: ข้าเป็นท่านอาน้อยของเขา

ชายเสื้อสีเขียวพลิ้วไหวไปตามสายลมหมุน ขนนกเคลือบแก้วหลากสีที่ห้อยอยู่ด้านในเอวของเธอปรากฏในพริบตา เปล่งแสงเรืองรอง หลังจากหมุนตัวสองรอบ เธอหยัดยืนอย่างมั่นคง เก็บซ่อนกลิ่นอาย และเงยหน้ามองไปข้างบน

ท่ามกลางท้องฟ้าสีครามก้อนเมฆสีขาว เมฆหมอกมากมายลอยคลอเคล้ายอดเขา ทอดมองจากที่ไกลๆ เห็นเพียงป่าเขาเขียวเต็มไปด้วยเมฆหมอกปกคลุม ลึกเข้าไปในม่านหมอกคล้ายมีจวนเทพเซียนปรากฏให้เห็นรางๆ งดงามดุจแดนสวรรค์

เธอละสายตาออกมา มองไปข้างหน้า เห็นเพียงด้านหน้าห่างออกไปประมาณสามจั้ง มีหลักเขตแดนปักอยู่ ข้างบนนั้นเขียนไว้ว่าหลักเขตแดนสำนักเซียนตะวันฉาย

เมื่อเห็นอย่างนั้นเธอจึงสาวเดินเข้าไป ห่างออกไปอีกสามจั้ง เมื่อผ่านพ้นหลักเขตแดนนั้น ถึงจะสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่ามีเขตอาคมล้อมรอบอยู่บริเวณหลักเขตแดนดีดเธอออกมา

“อ้อ? มีเขตอาคมด้วย?” เธอกระตุกมุมปาก นัยน์ตาสุกใสคล้ายมีประกายพาดผ่าน รอยยิ้มตรงหัวคิ้วแฝงแววเจ้าเล่ห์อยู่หลายส่วน

“มีเขตอาคมแล้วคิดว่าข้าจะเข้าไปไม่ได้หรือ?”

เธอขับเคลื่อนกลิ่นอายในร่างกาย เห็นเพียงบนตัวเธอมีประกายแสงสีเขียวแผ่ออกมา เวลานี้ เธอเดินไปข้างหน้าอีกครั้ง ครั้งนี้ เธอสามารถเดินผ่านไปได้อย่างง่ายดายไร้อุปสรรคกีดขวาง

หลังข้ามผ่านเขตอาคม เธอยักคิ้ว หันกลับไปมองข้างหลังพลางยิ้มๆ ก่อนจะสาวเดินไปยังยอดเขา ระหว่างทาง สองเท้าของเธอไม่แตะพื้น ราวกับขี่สายลม ความเร็วไม่ได้ช้าไปกว่ายามเหาะเหินเลยแม้แต่น้อย

“สำนักตะวันฉาย”

เธอมาถึงหน้าประตูใหญ่บานนั้น แหงนหน้ามองประตูสำนักเซียนสูงตระหง่านที่ปิดสนิทอยู่ตรงหน้า ขณะกำลังจะก้าวไปข้างหน้า ก็พลันเห็นพลังกระบี่สองสายพุ่งเข้ามา เธอเขย่งปลายเท้าตีลังกาขึ้นกลางอากาศ หลบพลังกระบี่สองสายนั้น ก่อนจะทิ้งตัวลงยืนบนพื้น ไม่นานก็ได้ยินเสียงตวาดสองเสียงดังขึ้นพร้อมกัน

“ใครน่ะ! กล้าบุกรุกสำนักเซียนตะวันฉายของเรา!”

ศิษย์สำนักสวมชุดคลุมสีขาวสองคนยืนถือกระบี่ขวางอยู่หน้าประตูสำนัก เพ่งมองเฟิ่งจิ่ว

ได้ยินอย่างนั้น เฟิ่งจิ่วยิ้มเอ่ยว่า “ทั้งสองท่านอย่าเพิ่งเข้าใจผิด ข้าไม่ได้จะบุกรุกสำนักตะวันฉายของพวกท่าน ข้าเดินเข้ามาอย่างโจ่งแจ้งเลยต่างหาก”

“พูดจาเหลวไหล!” หนึ่งในสองคนนั้นตวาด “สำนักของเราวางเขตอาคมไว้ ผู้ใดไม่มีป้ายประจำตัวของสำนักก็ขึ้นเขามาไม่ได้! แต่เจ้า เห็นชัดว่าไม่ใช่คนของสำนักเรา แล้วเข้ามาได้อย่างไร! ฆ่าเสีย!”

“โธ่…”

เธอกำลังจะอธิบาย ก็เห็นศิษย์คนนั้นพุ่งโจมตีเข้ามาด้วยเพลงกระบี่อันดุดัน เห็นอย่างนั้น เธอกลับไม่ได้โต้ตอบ เพียงหลบเลี่ยง หลังผ่านไปหลายกระบวนท่า สองคนนั้นเห็นเฟิ่งจิ่วไม่คิดจะสู้ จึงหยุดและถามว่า “เจ้าเป็นใครกันแน่? มาทำอะไรที่สำนักเซียนของเรา?”

เฟิ่งจิ่วกลับไม่ถือสา เพียงยิ้มตอบว่า “ข้าชื่อเฟิ่งจิ่ว มาหา…” เธอกลอกตา ก่อนเอ่ยต่อด้วยรอยยิ้ม “มาหาซ่งหมิงหลานข้า”

ทั้งสองได้ยินก็อึ้ง “มาหาอาจารย์อาซ่งหมิง?” ทั้งสองจ้องพิจารณาเฟิ่งจิ่ว สีหน้าแปลกประหลาด “อายุเจ้าเท่านี้ดูเหมือนเด็กกว่าอาจารย์อาซ่งหมิงของเรา เหตุใดเขาจึงกลายเป็นหลานเจ้าได้? เจ้าคงไม่ได้เข้าใจอะไรผิดกระมัง?”

“นั่นสิ อีกอย่างพวกเจ้าก็แซ่ไม่เหมือนกันด้วย” อีกคนแย้ง ไม่เชื่อว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าจะเป็นญาติผู้ใหญ่ของอาจารย์อาซ่งหมิง

เฟิ่งจิ่วเอามือหนึ่งไพล่หลัง มือหนึ่งไว้ข้างหน้า ใบหน้าฉาบไว้ด้วยรอยยิ้มเบิกบาน “เพราะพวกเราไม่ได้เป็นญาติแท้ๆกันอย่างไรเล่า แต่เขาเรียกข้าว่าท่านอาน้อยจริงๆ ข้ามาหาเขามีเรื่องด่วน พวกเจ้าอย่ามัวเสียเวลาอยู่เลย เข้าไปรายงานเขาดูก็รู้แล้วไม่ใช่หรือว่าจริงหรือเท็จ?”

ทั้งสองคนได้ยินอย่างนั้นก็มองหน้ากัน แล้วจึงพยักหน้า ก่อนที่หนึ่งในสองคนนั้นจะเอ่ยว่า “ข้าไปหาอาจารย์ซ่งหมิง”

ตอนที่ 2146: พบซ่งหมิง

สิ้นเสียง หนึ่งในสองคนนั้นเข้าไปทางประตูข้างบานหนึ่ง มุ่งหน้าไปยังยอดเขาที่ซ่งหมิงอยู่โดยตรง ส่วนอีกคนหนึ่งยืนอยู่หน้าประตูใหญ่ จ้องมองเด็กหนุ่มที่กำลังยิ้มอย่างสบายใจ คนคนนี้เป็นท่านอาน้อยของอาจารย์อาซ่งหมิงจริงหรือ? อาจารย์อาซ่งหมิงมีพรสวรรค์โดดเด่นถูกเจ้าสำนักรับเป็นศิษย์ปิดสำนัก มีตำแหน่งฐานะที่ไม่ธรรมดาในสำนักเซียนตะวันฉาย หากคนคนนี้เป็นท่านอาน้อยของอาจารย์อาซ่งหมิงจริง อย่างนั้นเมื่อครู่พวกเขาก็ล่วงเกินไปแล้วน่ะสิ?

ศิษย์คนนั้นยืนครุ่นคิดเงียบๆ พลางแอบปาดเหงื่อ ลึกๆในใจคิดว่าเมื่อครู่พวกเขาสองคนร่วมมือกันยังทำให้เขาโต้ตอบไม่ได้ พลังของเขาน่าจะแกร่งมากเช่นกัน ยามนี้ยังยืนรอที่นี่ด้วยท่าทางผ่อนคลาย เห็นได้ว่า จะต้องเป็นญาติผู้ใหญ่ของอาจารย์อาซ่งหมิงแน่ๆ

“อาวุโสเฟิ่ง ท่านมาจากไหนหรือ?” โดยไม่รู้ตัว ศิษย์อายุยี่สิบกว่าปีคนนั้นเรียกขานเฟิ่งจิ่วด้วยสรรพนามที่แสดงถึงความเคารพ

เฟิ่งจิ่วได้ยินก็ยิ้ม เอ่ยว่า “แน่นอนว่ามาจากบ้าน” เธอมองศิษย์คนนั้น ถามว่า “ซ่งหมิงอยู่ที่นี่เป็นอย่างไรบ้าง?”

“อาจารย์อาซ่งเพราะมีพรสวรรค์โดดเด่น จึงถูกเจ้าสำนักรับเป็นศิษย์ปิดสำนัก เป็นบุคคลมีชื่อเสียงมากในสำนักของเรา” ศิษย์คนนั้นตอบ น้ำเสียงแสดงถึงความเลื่อมใส “ไม่นานมานี้ในการแข่งขันภายในสำนัก อาจารย์อาซ่งหมิงคว้าที่หนึ่งไปได้ กลายเป็นอันดับหนึ่งในศิษย์รุ่นเด็กของสำนักเรา”

ได้ยินอย่างนั้นแล้วเฟิ่งจิ่วพยักหน้า ก็จริง พวกซ่งหมิงมีพรสวรรค์ไม่เลว กอปรกับปีนั้นเธอฝึกฝนพวกเขาเป็นเวลานาน ยามนี้พวกเขาอายุยี่สิบปีกว่ามีพลังเช่นนี้ ย่อมมีตำแหน่งฐานะที่ไม่ธรรมดาเมื่ออยู่ในสำนักอยู่แล้ว

ขณะเดียวกัน ในสำนัก 

ซ่งหมิงกำลังฝึกวิชาอยู่ในจวนถ้ำของเขา ครั้นได้ยินเสียงรายงานของศิษย์คนนั้นจากข้างนอก สีหน้าพลันแปลกประหลาดขึ้นมา “ท่านอาน้อยของข้า? เจ้าไม่ได้ฟังผิดกระมัง?”

ศิษย์ที่อยู่ข้างนอกรีบเอ่ย “อาจารย์อาซ่ง ศิษย์ฟังไม่ผิดแน่นอนขอรับ เขาบอกว่าชื่อเฟิ่งจิ่ว เป็นท่านอาน้อยของท่าน”

ครั้นได้ยิน ซ่งหมิงอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินออกมานอกถ้ำ มองศิษย์คนนั้นแล้วถามว่า “คนคนนั้นรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร? เจ้าบรรยายมาที” เฟิ่งจิ่วงั้นหรือ? เหตุใดนางจึงมาหาเขา? หรือมีคนปลอมตัวมา? แต่คนที่รู้ว่าเขากับเฟิ่งจิ่วเกี่ยวข้องกัน จะเป็นใครกัน?

ศิษย์คนนั้นครุ่นคิด แล้วจึงตอบ “คนนั้นสวมชุดสีเขียว ดูท่าทางน่าจะยังอายุประมาณสิบเจ็ดสิบแปดปี รูปร่างหน้าตานับว่างามกว่าสตรีถึงสามส่วน”

เขาอดยิ้มไม่ได้ ถามอีกว่า “เขาอยู่ที่ใด?”

“ยังอยู่นอกประตูสำนัก…” ยังพูดไม่ทันจบ ก็เห็นอาจารย์อาซ่งหมิงของเขาราวกับเหาะออกไป เงาร่างของเขาหายวับไปในพริบตา เขาอึ้งงัน ก่อนจะรีบตามไป

นอกสำนัก หลังจากเฟิ่งจิ่วถามอยู่ไม่นาน ศิษย์คนนั้นก็เล่าให้เธอฟังไม่น้อย ในเวลานี้เอง เงาร่างหนึ่งเดินออกมาจากประตูข้าง สายตามองมาที่เธอ

“เป็นเจ้าจริงหรือ?” ซ่งหมิงประหลาดใจระคนดีใจ เขาสาวเท้ายาวๆ เดินมาหยุดตรงหน้าเธอ ถามว่า “เจ้ามาหาข้าได้อย่างไร? มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นงั้นหรือ?”

“อาจารย์อาซ่งหมิง” ศิษย์คนนั้นเห็นก็รีบคารวะ

“อืม พวกเจ้าถอยไปก่อนเถิด!” ซ่งหมิงสั่ง พยักหน้าให้พวกเขากลับไปก่อน

“ขอรับ” หลังจากสองคนนั้นคารวะเสร็จก็กลับเข้าไปข้างในก่อน

“มาหาเจ้าก็ต้องมีเรื่องอยู่แล้ว เพียงแต่ไม่รู้ว่าเจ้าจะช่วยได้หรือไม่” เฟิ่งจิ่วยิ้มๆ มองซ่งหมิงที่ดูองอาจผึ่งผายมากขึ้นหลังจากไม่ได้เจอกันนาน

“ช่วยอะไร? เจ้าว่ามา”

“ข้ามาที่สำนักเซียนตะวันฉายก็เพื่อหญ้าเจ็ดดารา” เธอยิ้มตาหยี เอ่ยว่า “ต้นที่มีอายุห้าร้อยปีซึ่งเป็นต้นที่เจ้าเขายอดเขาโอสถหวงแหนที่สุด”

ได้ยินเช่นนั้น ซ่งหมิงมองเธอด้วยความตกตะลึง จากนั้นก็ยิ้มน้อยๆ

ตอนที่ 2147: คุ้นเคยเหมือนเดิม

“ท่านกลับหมายตาหญ้าเจ็ดดาราของเจ้าเขาแห่งยอดเขาโอสถ? แล้วท่านก็รู้ด้วยว่าเขาหวงแหนที่สุด?” เขาส่ายหน้าอย่างนึกขำ รู้สึกว่าไม่เจอกันนาน แต่เธอก็ยังไม่เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย

“ก็ข้าหาที่อื่นไม่ได้นี่! กลับมีแค่ที่เขาที่เดียว เพราะฉะนั้น ฮี่ๆ เจ้าจะช่วยใช่ไหม?” เธอยักคิ้วให้เขาพร้อมกับยิ้มกว้าง

“เจ้าหนอเจ้า!” เขาส่ายหน้าอย่างเอือมระอา ยิ้มเอ่ยว่า “ไปเถิด! ไปนั่งคุยกันที่จวนถ้ำของข้าก่อน”

“เรื่องไปที่จวนถ้ำของเจ้าค่อยว่ากันทีหลัง ข้าอุตส่าห์ได้มาสำนักเซียนทั้งที เจ้าพาข้าไปเดินเล่นรอบๆก่อนไปอย่างไร?” เธอยิ้มตาหยีพลางถาม

“ได้อยู่แล้ว ข้าแค่ห่วงว่าเจ้าเดินทางมาไกลจะเหนื่อยหรือไม่ ต้องพักผ่อนก่อนหรือไม่ก็เท่านั้น? ในเมื่อเจ้าไม่เหนื่อย อย่างนั้นก็ไปกันเถิด! ข้าพาเจ้าไปเดินดูรอบๆ” เขายิ้มกล่าว ก่อนจะพาเธอเข้าไปทางประตูข้าง ทั้งสองเดินเข้าไปข้างใน พลางพูดคุยสัพเพเหระ เหล่าลูกศิษย์ในสำนักเห็นซ่งหมิงพูดคุยกับเด็กหนุ่มคนนั้นอย่างเบิกบาน ก็อดคาดเดาไม่ได้ว่าเด็กหนุ่มผู้นั้นเป็นใคร

“มาหาข้าก็มาหาข้า ยังบอกว่าเป็นท่านอาน้อยของข้าอีก ไม่เคยปล่อยโอกาสเอาเปรียบไปเลยแม้แต่น้อยจริงๆ” เขาเอ่ยพลางส่ายหน้า

“เจ้าอยู่ที่นี่ได้เป็นถึงระดับอาจารย์อาแล้ว มีโอกาสเอาเปรียบเจ้าได้ มีหรือข้าจะปล่อยไปง่ายๆ?” 

เธอมองไปรอบๆ เห็นบรรดาศิษย์หญิงมองซ่งหมิงด้วยสายตาชื่นชมหลงใหล คารวะและขานเรียกว่าอาจารย์อาซ่งอย่างอ่อนหวานก่อนจากไป เธออดไม่ได้ที่จะมองหยอกล้อเขา “ดูท่าเจ้าอยู่ที่นี่มีโชคเรื่องความรักไม่น้อย! ดูแต่ละคนลอบส่งสายตาให้เจ้า ข้ารู้อยู่แล้วว่าอยู่ที่นี่เจ้าต้องมีวาสนาด้านความรักที่ไม่เลวแน่ๆ”

“เจ้าอย่าล้อข้าเลย เจ้ากับข้ายังไม่รู้จักกันดีพออีกหรือ? หากมีคนที่ข้าชมชอบจริงๆ ข้าจะบอกเจ้าเป็นคนแรก” เขาเอียงหน้ามองเธอ เห็นดวงหน้าของเธอยังคงเหมือนเช่นเคย ท่าทางผ่อนคลายเกียจคร้าน ยังคงเหมือนเธอในความทรงจำ จึงเอ่ยว่า “เจ้ากับเซวียนหยวนโม่เจ๋อเป็นอย่างไรบ้าง? รอมาตั้งนาน พวกเจ้าก็ยังไม่เชิญไปดื่มสุรามงคลเสียที”

เมื่อได้ยิน เธอโบกมือแล้วทอดถอนใจเล็กน้อย “เฮ้อ เราสองคนมักจะคนหนึ่งอยู่เหนือคนหนึ่งอยู่ใต้ ไม่นานนี้เขาออกเดินทางไปนอกมหาสมุทร ไม่รู้จะกลับมาเมื่อใด ตอนนี้ข้าอยู่ในเมืองร้อยนที มีหลายเรื่องต้องสะสาง มีเวลาคิดเรื่องเชิญเจ้าไปดื่มสุรามงคลเสียที่ไหน”

“เรื่องครอบครัวของเจ้าพวกข้าก็เพิ่งมารู้เมื่อไม่นานมานี้” เขามองเธอขณะพูด “ขอโทษด้วย พวกข้าไม่ได้ช่วยอะไรเจ้าเลย”

เธอตบไหล่เขา “อย่าพูดอย่างนี้เลย เจ้าก็รู้ว่าข้าเป็นคนแยกแยะบุญคุณความแค้นชัดเจน คนพวกนั้นกล้าทำร้ายครอบครัวของข้า ช้าเร็วข้าก็จะทำลายรังของพวกมันอยู่แล้ว”

“พวกผู้ฝึกวิชามารไม่ได้รับมือกันได้ง่ายๆ” ซ่งหมิงมองเธอ เอ่ยว่า “ครั้งหน้าหากเจ้าจะคิดจะเล่นงานรังกบดานของพวกนั้น จำไว้ว่าต้องบอกพวกข้าสี่คนก่อน พวกข้าสี่คนจะไปช่วยไม่ว่าเวลาใด”

“ไม่มีปัญหา” เฟิ่งจิ่วยิ้มๆ “ด้วยพลังของพวกเจ้าตอนนี้ หากออกไปข้างนอกก็นับเป็นคนมีชื่อเสียงคนหนึ่ง ภายหน้าหากมีอะไรให้ช่วย ข้าไม่ลืมพวกเจ้าแน่นอน”

“หลังจากเข้าสำนักมาพวกเราต่างก็แยกย้ายกันไปฝึกฝน ไม่ค่อยได้รวมตัวกัน ครั้งก่อนพวกข้าสี่คนยังหารือกันผ่านจดหมายว่าจะรวมตัวกันไปหาเจ้าสักหน่อย” เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะมองเธอ “ในเมื่อเจ้ามีเรื่องเดือดร้อนไม่น้อย ไม่สู้ข้าเรียกพวกเขาสามคนมาด้วย ตามเจ้ากลับไป จะได้อยู่ช่วยเจ้าด้วย”

“ไม่ต้องหรอก พวกเจ้าตั้งใจฝึกฝนไปเถิด! ข้ารับมือคนเดียวได้” เธอโบกมือปฏิเสธ

ตอนที่ 2148: ล่อให้พนัน

หากแม้แต่เธอก็ยังรับมือไม่ได้ อย่างนั้นต้องเป็นปัญหาใหญ่ และอันตรายมากแน่ หากเป็นอย่างนั้น เธอก็ไม่อยากให้พวกเขาเสี่ยงอันตรายเพราะเธอเหมือนกัน

ได้ยินเธอว่าอย่างนั้น ซ่งหมิงกลับไม่พูดอะไรอีก อย่างไรพวกเขาก็คงไม่ฝึกฝนอยู่แต่ในสำนักตลอดไป เมื่อถึงเวลาก็จะหาโอกาสลงเขาไปฝึกฝน และไปหาเธอ เพียงแต่ตอนนี้ไม่พูดออกมาเท่านั้น

เขาพาเธอเดินเข้าไปในทางเดินเล็กๆเส้นหนึ่ง ยิ้มเอ่ยว่า “ข้างในถนนเล็กๆเส้นหนึ่งมีทิวทัศน์ที่งดงามมาก หากเดินผ่านตรงนี้ไปสามารถเห็นตีนเขาของยอดเขาโอสถได้ อีกอย่าง ข้านึกออกแล้วว่าจะเอาหญ้าเจ็ดดาราอายุห้าร้อยปีต้นนั้นมาจากเจ้าเขาแห่งยอดเขาโอสถมาได้อย่างไร”

“ลองว่ามา” เธอมองเขาอย่างประหลาดใจ คิดออกเร็วขนาดนี้เชียว?

ซ่งหมิงมองเธอ ยิ้มบอกว่า “เจ้ามียาทิพย์อายุร้อยปีขึ้นไปหลายต้นไม่ใช่หรือ? เอาสักต้นออกมาท้าเขาประลอง ข้าว่าหากประลองการกลั่นยา เขาน่าจะไม่ใช่คู่แข่งของเจ้า”

เฟิ่งจิ่วยิ้มน้อยๆเมื่อได้ยิน “ความคิดนี้ไม่เลวทีเดียว” ก่อนจะมาที่นี่เธอเคยคิดจะแอบขุดกลับไป เคยคิดเอาของมาแลกของ และเคยคิดเหมือนกับเขา เพียงแต่ไม่รู้ว่าเจ้าเขาแห่งยอดเขาโอสถสนใจยาทิพย์ตัวใด?

“ข้าได้ยินมาว่า เขากำลังตามหาดอกคู่ใบม่วง เจ้ามีหรือไม่?” เขาถาม

เธอชะงักไป ก่อนจะยิ้มกว้าง “ดอกคู่ใบม่วง? ข้ามี! ที่ล้ำค่ากว่าดอกคู่ใบม่วงก็มี”

“อย่างนั้นพรุ่งนี้ข้าพาเจ้าไปพบเขาก็แล้วกัน! อีกเดี๋ยวหลังเดินผ่านตีนเขาโอสถ ก็ไปพักผ่อนที่จวนถ้ำของข้า พรุ่งนี้ค่อยคุยกันเรื่องนี้”

“ข้ามีเวลาจำกัด พรุ่งนี้ก็ต้องกลับแล้ว ขอมาได้แค่สองวันเท่านั้น” แม้เธอจะให้พวกหงส์ไฟคอยเฝ้าที่นั่นไว้ แต่ก็ยังห่วงว่าคนของสำนักปัญจพิษจะตามมาเจอ ได้ยินมาว่าคนพวกนั้นชำนาญการใช้ยาพิษ เธอกลัวว่าหากเธอไม่อยู่ พวกเหลิ่งหวาจะเสียเปรียบ

เขาชะงัก “เวลาสองวัน? จากสำนักเซียนตะวันฉายไปเมืองร้อยนทีใช้เวลาเดินทางเท่านี้ก็ยังไม่พอนี่”

“ข้าได้สมบัติชิ้นหนึ่งมา ใช้เวลาเดินทางไปกลับเพียงชั่วพริบตา” เฟิ่งจิ่วยิ้มตาหยี หยิบแกนเคลื่อนย้ายจี๋กวงออกมาให้เขาดู “เจ้าดู ของสิ่งนี้เรียกว่าแกนเคลื่อนย้ายจี๋กวง สามารถเดินทางไปที่ใดก็ได้ในเวลาเพียงชั่วพริบตา มีของสิ่งนี้อยู่ เรียกได้ว่าสามารถเดินทางไปได้ทุกที่ แน่นอน สถานที่ที่เจ้าจะไปต้องมีชื่ออยู่ข้างในนี้ด้วย”

ซ่งหมิงตาเป็นประกายเล็กน้อย มองแกนเคลื่อนย้ายจี๋กวงในมือเธอ ขณะกำลังจะเอ่ยชมว่าเป็นสมบัติล้ำค่าแท้ๆ ก็ได้ยินเสียงหนึ่งดังมาจากข้างหน้าก่อน

“นับเป็นสมบัติล้ำค่าจริงๆ”

ได้ยินเสียงหญิงสาวที่จู่ๆก็ดังขึ้นมา เฟิ่งจิ่วหรี่ตาเล็กน้อย มองหญิงงามในชุดขาวที่กำลังเดินเยื้องย่างเข้ามา เห็นเพียงนางสวมชุดกระโปรงสีขาวประจำสำนัก เส้นผมสีหมึกสยายกลางหลัง ระหว่างย่างกราย ชายกระโปรงพลิ้วราวกับบุปผางามเบ่งบาน ยังไม่ทันเข้าใกล้ กลิ่นหอมจางๆของดอกไม้ก็กระจายไปทั่วอากาศ

เห็นหญิงงามจ้องแกนเคลื่อนย้ายจี๋กวงที่อยู่ในมือซ่งหมิง เธอยักคิ้ว หยักยิ้มมุมปาก มือหนึ่งวางบนไหล่ซ่งหมิง ถามว่า “เสี่ยวซ่งซ่ง หญิงงามผู้นี้ใครหรือ?”

ได้ยินคำว่าเสี่ยวซ่งซ่ง ซ่งหมิง อดหน้าดำคร่ำเครียดไม่ได้ มองเธอด้วยสายตาเอือมระอาแวบหนึ่ง “อย่าหยอกข้าอย่างนี้ได้ไหม?”

“เจ้าไม่ชอบหรือ? อย่างนั้นเรียกเสี่ยวหมิงหมิง? รีบบอกข้าเร็ว หญิงงามผู้นี้เป็นใครหรือ?”

เธอถามอย่างสน อกสนใจ หางคิ้วยกสูง สายตาจับจ้องไปที่หญิงงามชุดขาวตรงหน้า แล้วยังไม่ลืมส่งสายตาเสน่หาให้อีกฝ่ายเป็นระยะด้วย เกี้ยวพาสาวงามอย่างโจ้งแจ้งกันเลยทีเดียว

ตอนที่ 2149: ไป๋ชิงเฉิง

เมื่อเห็นท่าทางของเธอ ซ่งหมิงมุมปากกระตุก นี่นางเกิดความคิดพิสดารอะไรขึ้นมากัน? เป็นหญิงสาวกลับยังเกี้ยวพาราศีหญิงสาวด้วยกัน?

“ไปเถิด! ข้าพาเจ้าไปพักผ่อน” เขาปิดแกนเคลื่อนย้ายในมือ จากนั้นก็ดึงมือเฟิ่งจิ่วทำท่าจะกลับ ทว่าหญิงสาวนางนั้นกลับขานเรียกทั้งสองไว้ก่อน

“ศิษย์พี่ซ่ง ไม่แนะนำหน่อยหรือ?” หญิงสาวเบี่ยงตัวเล็กน้อย มองพวกเขาสองคนที่กำลังเดินผ่านนางไป 

“พบกันเพียงครั้งเดียว จำเป็นต้องแนะนำด้วยหรือ?” ซ่งหมิงเอ่ย ไม่คิดจะแนะนำเฟิ่งจิ่วให้นาง และไม่คิดจะแนะนำนางให้เฟิ่งจิ่วด้วย

เห็นอย่างนี้เฟิ่งจิ่วก็ยักคิ้ว มองหญิงสาวด้วยนัยน์ตาแฝงรอยยิ้ม “คนงามชื่ออะไรหรือ?”

“ไป๋ชิงเฉิง” นางตอบ

“อ้อ? ไป๋ชิงเฉิง?” เฟิ่งจิ่วพึมพำชื่อของนาง สายตาจ้องพินิจนาง ยิ้มชมว่า “งดงามสมชื่อจริงๆ”

ไป๋ชิงเฉิงยิ้มอ่อน ดวงหน้างดงามมีแววถือตัวและเย่อหยิ่งอย่างชัดเจน นางยืนอยู่ตรงนั้น ดวงหน้าประดับรอยยิ้มจางๆ สองมือประสานกันวางไว้ตรงหน้าท้อง

สำหรับคำชมเช่นนี้ นางได้ยินบ่อยจนไม่รู้สึกอะไรแล้ว ด้วยเหตุนี้นางจึงเพียงยิ้มอ่อนๆตอบรับคำชมของเด็กหนุ่ม ไม่ได้ถามชื่อของอีกฝ่าย เพียงหันไปมองสมบัติชิ้นนั้นที่อยู่ในมือซ่งหมิง ประกายระริกพาดผ่านดวงตา

สมบัติที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ในพริบตา นี่เป็นสมบัติชั้นยอดทีเดียว เหตุใดมาอยู่กับเด็กหนุ่มเช่นนี้ได้? หากมีสมบัติอย่างนี้ หากพบเจออันตรายอะไรยามอยู่ข้างนอกก็สามารถรักษาชีวิตได้ เพียงแต่สมบัติล้ำค่าเช่นนี้ แม้แต่ตระกูลของนางก็ยังไม่เคยมีเลย

เห็นไปชิงเฉิงมองแกนเคลื่อนย้ายจี๋กวงในมือเขา ซ่งหมิงขมวดคิ้วเล็กน้อย คืนแกนเคลื่อนย้ายจี๋กวงที่พับเก็บแล้วให้เฟิ่งจิ่ว “เก็บเสีย”

ได้ยินอย่างนั้น รอยยิ้มพาดผ่านดวงตาไปอย่างรวดเร็ว เธอเอื้อมมือไปรับ ทว่าในตอนนี้เอง ไป๋ชิงเฉิงผู้นั้นก้าวเข้ามา

“คุณชาย แกนเคลื่อนย้ายในมือให้ข้ายืมดูสักหน่อยได้หรือไม่?” นางเอ่ยถามตรงๆ

เฟิ่งจิ่วที่กำลังจะเก็บแกนเคลื่อนย้ายจี๋กวงชะงักมือเพราะนางก้าวเข้ามา ได้ยินคำพูดของอีกฝ่ายแล้วเธอยิ่งยิ้มกว้าง เงยหน้ามองหญิงงามตรงหน้า เห็นนางจ้องมองด้วยแววตาคาดหวัง จึงมองนางด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม

“ไม่ได้”

เธอปฏิเสธตรงๆ ไม่สนใจว่าดวงหน้าของคนงามตรงหน้าจะแข็งกระด้างอย่างไร เพียงเก็บแกนเคลื่อนย้ายจี๋กวงใส่ห้วงมิติต่อ สมบัติของเธอ ทำไมต้องให้นางดูด้วย?

อาจเพราะคาดไม่ถึงว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าจะปฏิเสธคำขอร้องนางตรงๆ นางจ้องเฟิ่งจิ่วด้วยสายตาลึกซึ้ง ถามว่า “คุณชายชื่ออะไรหรือ?”

ซ่งหมิงที่อยู่ด้านหนึ่ง ไม่ได้เอ่ยปากอะไร เพียงยืนดูอยู่เงียบๆ ด้วยสีหน้าเหมือนกำลังดูฉากสนุกอยู่

เฟิ่งจิ่วที่ได้ยินคำถาม เพียงยิ้มตอบว่า “แค่พบกันเพียงครั้งเดียว จะบอกชื่อแซ่ส่งเดชกันได้อย่างไร? ผู้ใหญ่ในบ้านข้ากำชับมา เพราะข้าหน้าตาหล่อเหลาโดดเด่น ต้องป้องกันไม่ให้มีหญิงสาวมาติด ฉะนั้นข้าต้องรักษาระยะห่างจากหญิงสาวไว้สามก้าว”

พูดมาถึงตรงนี้ เธอเห็นคนงามตรงหน้าเริ่มมีสีหน้าแย่ลง จึงเอ่ยว่า “คนงาม เจ้าอยู่ใกล้ข้าเกินไปแล้ว นี่จะทำให้ข้าเข้าใจผิดได้ว่าเจ้าหวังอะไรจากตัวข้า”

ซ่งหมิงที่ได้ยินอย่างนั้น ดวงตาเต็มไปด้วยรอยยิ้ม เขาเอามือไพล่หลัง เอ่ยกับเฟิ่งจิ่วว่า “ไปเถิด! ไปดื่มสุราสักสองสามถ้วยที่จวนถ้ำของข้า”

ครั้นเห็นอย่างนั้น ไป๋ชิงเฉิงเม้มปาก นัยน์ตางามแฝงไอเย็นจ้องมองทั้งสองคน เนิ่นนาน จึงค่อยหันตัวเดินกลับไปยังทิศที่นางมา

ตอนที่ 2150: หารือ

ในจวนถ้ำของซ่งหมิง

“ผู้หญิงที่ชื่อไป๋ชิงเฉิงนั่น ก็คือคนที่ถูกลือว่าเป็นเฟิ่งซิง และได้รับการคุ้มกันจากสำนักเซียนตะวันฉายของพวกเจ้าหรือ?” เฟิ่งจิ่วหยักยิ้มมุมปาก นัยน์ตาไหวระริกแปลกๆ

“อืม นางนั่นแหละ” ซ่งหมิงเอ่ย มองเธอแล้วว่า “แต่ข้ารู้ว่านางไม่ใช่ เจ้าต่างหากที่ใช่”

เฟิ่งจิ่วยิ้มๆ ไม่พูดอะไร

“ข้าเองก็เคยบอกใบ้อาจารย์ข้าอ้อมๆแล้ว เพียงแต่เหมือนเขาจะมั่นใจมากว่านางคือเฟิ่งซิง ฉะนั้นไม่เพียงคุ้มกัน แม้แต่อภิสิทธิ์ต่างๆในการฝึกวรยุทธ์ที่มอบให้นางล้วนเป็นชั้นยอด แม้พวกเขาจะบอกว่าปิดข่าวไม่ให้แพร่งพรายออกไปแล้ว แต่ว่า”

เขายิ้มๆ เอ่ยต่อว่า “ข้างนอกนั่น คนที่ควรรู้ก็รู้หมดแล้ว ต่างก็คิดว่าหญิงนางนั้นคือเฟิ่งซิง พวกข้าคิดว่าในเมื่อแต่ละสำนักล้วนเข้าใจผิดกันไปหมดแล้ว อย่างนั้นก็ปล่อยให้พวกเขาเข้าใจผิดไปเสีย เมื่อเป็นอย่างนี้ เจ้ากลับจะได้เคลื่อนไหวอย่างอิสระกว่า”

พูดมาถึงตรงนี้ เขาชะงักเล็กน้อย ก่อนเอ่ยว่า “กลับเป็นสำนักบุปผาเซียนที่รู้ว่าผู้หญิงคนนี้เป็นตัวปลอม”

ได้ยินอย่างนั้น เฟิ่งจิ่วยิ้มๆ “ตอนข้าเพิ่งมาถึงที่นี่ ข้าไปที่สำนักบุปผาเซียนเพื่อช่วยคนของพวกเขาคนหนึ่ง”

“ที่แท้ก็อย่างนี้เอง” เขาพยักหน้า เอ่ยอีกว่า “ใช่แล้ว เมื่อครู่เจ้าบอกว่าพรุ่งนี้จะกลับแล้ว? อย่างนั้นอีกเดี๋ยวข้าพาเจ้าไปที่ยอดเขาโอสถก็แล้วกัน! จัดการธุระให้เสร็จเสียก่อน”

“ได้” เธอรับคำ ยกถ้วยสุราขึ้นจิบหนึ่งคำ

ในอีกด้านหนึ่ง ณ ยอดเขาลูกหนึ่ง ไป๋ชิงเฉิงกำลังเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ให้อาจารย์ของนางฟัง

“ศิษย์เห็นเด็กหนุ่มผู้นั้นมีสมบัติล้ำค่าที่สามารถช่วยรักษาชีวิตได้ในมือ ฉะนั้นจึงคิดว่าหากมีของเช่นนั้นอยู่ แม้ลงเขาไปก็คงมีหลักประกันที่แน่นอน จึงอยากขอร้องให้ท่านอาจารย์ออกหน้า ศิษย์ยอมใช้สมบัติของศิษย์แลกกับคุณชายท่านนั้น จะไม่ให้คุณชายท่านนั้นเสียเปรียบอย่างแน่นอนเจ้าค่ะ”

ชายวัยกลางคนที่นั่งอยู่ข้างบนได้ฟังก็สีหน้าไหวระริก “แกนเคลื่อนย้ายจี๋กวง? ของเช่นนี้เป็นอาวุธเซียนอย่างดี หรือกระทั่งเปรียบได้ว่าเป็นสมบัติชั้นยอดเลยทีเดียว ทำไมเด็กหนุ่มอย่างนั้นถึงมีไว้ในครอบครองได้?”

“ท่านอาจารย์…” นางมองเขา ทำท่าจะพูดแต่ก็หยุด

“ข้ารู้แล้ว เจ้ากลับไปก่อน ข้าจะสั่งให้คนไปสืบประวัติของเด็กหนุ่มคนนั้น แล้วค่อยหารือกับเจ้าสำนักและเหล่าเจ้าเขา แล้วค่อยตัดสินใจอีกที”

เมื่อได้ยินอย่างนั้น นางลอบดีใจ รีบรับคำ “เจ้าค่ะ ศิษย์ขอตัว”

ขณะมองดูนางเดินออกไป ชายวัยกลางคนขมวดคิ้วครุ่นคิด ผ่านไปครู่หนึ่งจึงค่อยถอนหายใจ ลุกขึ้นเดินออกไปข้างนอก

ณ ยอดเขาที่พำนักของเจ้าสำนัก

“อ้อ? มีเรื่องอย่างนี้ด้วยหรือ?” เจ้าสำนักประหลาดใจ ก่อนเอ่ยอีกว่า “แต่สมบัติล้ำค่าเช่นนี้ เด็กหนุ่มผู้นั้นจะยอมแลกได้อย่างไรกัน? แม้พวกเราอยากคุ้มกันความปลอดภัยของเฟิ่งซิง ทว่าไม่อาจทำเรื่องที่ผิดได้ หากจะแลกเปลี่ยนสิ่งของกับแกนเคลื่อนย้ายจี๋กวงของเด็กหนุ่มผู้นั้น ก็ต้องได้รับความยินยอมจากเด็กหนุ่มก่อน ไม่อย่างนั้นก็ไม่อาจแย่งชิงมา”

“ขอรับ ข้าเองก็คิดเช่นนี้ ฉะนั้นจึงได้มาแจ้งให้เจ้าสำนักและเหล่าเจ้าเขาทั้งหลายทราบ เรื่องนี้จะจัดการอย่างไรดี?”

“ยังต้องให้บอกอีกหรือ? แน่นอนว่าก่อนจะแลกเปลี่ยนกันต้องได้รับความยินยอมจากเด็กหนุ่มก่อนอยู่แล้ว” เจ้าเขาผู้หนึ่งเอ่ยขึ้น ลูบหนวด ขมวดคิ้วเอ่ยว่า “แต่วิธีการปกป้องเฟิ่งซิงของเรา ที่ไม่ว่านางขอสิ่งใดเราก็ต้องให้แบบนี้ เกินไปหรือไม่? ข้ากังวลว่า…”

“สิ่งที่เจ้ากังวลก็คือเรื่องที่ข้ากังวลเหมือนกัน” เจ้าเขาอีกผู้หนึ่งเอ่ยขึ้น

เจ้าสำนักได้ยินพวกเขาคุยกัน ก็หันไปเอ่ยกับอาจารย์ของไป๋ชิงเฉิงว่า “นางเป็นศิษย์ของท่าน เรื่องนี้เชิญท่านจัดการก็แล้วกัน! แต่ต้องจำไว้ว่า แม้จะแลกเปลี่ยนสิ่งของ ก็ต้องได้รับความยินยอมจากอีกฝ่ายเสียก่อน”

จบตอน

Comments