EP2151-2160

ตอนที่ 2151: สงสัย

“ขอรับ” เจ้าเขาผู้นั้นรับคำ ก่อนจะขอตัวกลับก่อน

ครั้นเห็นเขากลับไปแล้ว เหล่าเจ้าเขาที่เหลือมองหน้ากัน หนึ่งในนั้นเอ่ยปากอย่างลังเล “เจ้าสำนัก ที่จริงพวกข้าต่างก็สงสัยอยู่อย่างหนึ่ง ไม่รู้ว่าควรพูดดีหรือไม่”

ได้ยินอย่างนั้น เจ้าสำนักมองพวกเขา เอ่ยว่า “มีอะไรก็พูดมาเถิด!”

เห็นอย่างนั้น เจ้าเขาผู้นั้นจึงเอ่ยว่า ไป๋ชิงเฉิงผู้นี้แม้เราจะมั่นใจว่านางคือเฟิ่งซิง แต่เมื่อเวลาผ่านไปนานเข้า พวกข้ารู้สึกว่านิสัยใจคอและพฤติกรรมของนางออกจะ…”

ชั่วขณะหนึ่ง เขาไม่รู้จะสรรหาคำใดมาอธิบายความเป็นไป๋ชิงเฉิง เพียงเอ่ยว่า “บนตัวนาง แม้จะมีกลิ่นอายคนชั้นสูง และมีปานของเฟิ่งหวงอยู่ แต่นางอาจดูเหมือนสง่างามเรียบร้อยไม่แก่งแย่งชิงดีกับผู้ใด ทว่าแท้จริงแล้วกลับเอ่ยวาจาเชือดเฉือนเจ้าแผนการ พวกข้ากังวลว่ามีอะไรผิดพลาดหรือเปล่า?”

ได้ยินอย่างนั้น ดวงตาของเจ้าสำนักฉายแววครุ่นคิด “ถูกต้องแล้ว ข้าก็กังวลเหมือนกัน ในฐานะเฟิ่งซิง ไม่ว่าจะทัศนคติหรือนิสัยใจคอ หรือแม้แต่น้ำใจก็ต้องกว้างขวาง ไป๋ชิงเฉิงหน้าตาและพรสวรรค์ล้วนนับว่ายอดเยี่ยม แต่เรื่องนิสัยใจคอและทัศนคติ กลับค่อนข้าง…”

“อะแฮ่ม!”

เจ้าสำนักกระแอมเบาๆ มองทุกคน กล่าวว่า “เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน! ท่านเซียนหยวนหนัน เจ้าหาโอกาสไปเยือนสำนักบุปผาเซียนสักครั้ง ข้ารู้สึกว่าสำนักบุปผาเซียนมีท่าทีที่พวกเขามีต่อเฟิ่งซิงของเราต่างจากคนอื่นอยู่บ้าง เจ้าไปถามเจ้าสำนักบุปผาเซียนดู เรื่องนี้ต้องดำเนินการอย่างลับๆ อย่าปล่อยให้แพร่งพรายออกไป โดยเฉพาะไป๋ชิงเฉิง ตอนนี้อย่าเพิ่งแสดงท่าทีที่เปลี่ยนไปต่อนาง รอทุกอย่างชัดเจนก่อนแล้วค่อยว่ากันอีกที”

“ขอรับ” เซียนหยวนหนันผู้นั้นรับคำ เอ่ยว่า “ข้าสะสางเรื่องในมือเสร็จ ก็จะออกเดินทางพรุ่งนี้เลย”

ขณะที่พวกเขากำลังหารือกันทางนี้ ในอีกด้านหนึ่ง ซ่งหมิงกำลังพาเฟิ่งจิ่วไปยังยอดเขาโอสถ

“ซ่งหมิง? เจ้ามาหาข้ามีเรื่องใดหรือ?” เจ้าเขาโอสถลูบหนวดเดินมา มองซ่งหมิงที่ใบหน้าเปื้อนยิ้ม ก่อนหันไปมองเฟิ่งจิ่วอย่างพินิจพิจารณา “นี่ใครหรือ? เหตุใดพามาหาข้า?”

“เจ้าเขาเย่ ผู้นี้ก็คือ…” ซ่งหมิงกำลังจะแนะนำเฟิ่งจิ่ว ก็เห็นเจ้าเขาโอสถที่กำลังลูบหนวดพลันเบิกตากว้าง สาวเท้ายาวๆเดินไปหาเฟิ่งจิ่ว “ดอกคู่ใบม่วง!”

เจ้าเขาโอสถจ้องดอกคู่ใบม่วงในมือเฟิ่งจิ่ว เอ่ยว่า “เจ้ามีดอกคู่ใบม่วงได้อย่างไรกัน?”

“แน่นอนว่าบังเอิญได้มาอยู่แล้ว” เฟิ่งจิ่วยิ้มตาหยี ท่าทางผ่อนคลายค่อนไปทางขี้เกียจ เธอมองเจ้าเขาโอสถที่ดวงตาฉายประกายดีใจออกมา ก่อนเผยยิ้ม

“สหายน้อย เจ้าต้องการเงินเท่าใด? ข้าอยากซื้อดอกคู่ใบม่วงของเจ้า!”

แววตาเขาเหมือนตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าจะคว้ามาให้ได้ สำหรับเขา ยาทิพย์ที่มีค่าเช่นนี้ตกอยู่ในกำมือของเด็กหนุ่มคนหนึ่ง ไม่มีทางใช้มันได้อย่างคุ้มค่าที่สุดแน่นอน ที่สำคัญคือ ตอนนี้เขาขาดดอกคู่ใบม่วงอยู่หนึ่งต้น หนำซ้ำ ต้นนี้ยังเป็นต้นที่อายุห้าร้อยปีเสียด้วย เพียงแค่ เหตุใดจึงดูเหมือนเพิ่งดึงออกมาจากดินกันเล่า?

สายตาของเขาฉายแววประหลาดใจ มองดอกคู่ใบม่วงที่รากยังเลอะเศษดินอยู่ หน้าตาดูประหลาดใจ เด็กหนุ่มคนนี้ไปเอาดอกคู่ใบม่วงมาจากที่ใดกันแน่?

“ข้าไม่ขาดเงิน ไม่ขาย” เธอส่ายหน้าพร้อมกับนัยน์ตาแฝงยิ้ม

“อย่างนั้นข้าเอายาวิญญาณหรือยาทิพย์แลกกับเจ้า? หรือว่าเจ้าชอบอาวุธวิเศษ? ของเหล่านี้ข้าล้วนมีหมด” เขาเอ่ยด้วยความร้อนใจ ดวงตาจ้องยาทิพย์ในมือเฟิ่งจิ่วเขม็ง

ตอนที่ 2152: รู้หรือไม่ข้าเป็นใคร

“ข้าไม่ขาดยาอายุวัฒนะหรือยาทิพย์ อาวุธวิเศษข้าก็มี” เธอยิ้มตาหยี เห็นตาเฒ่าเริ่มหน้าบึ้ง จึงยิ้มเอ่ยว่า “แม้จะไม่ได้มาแลกเปลี่ยนสิ่งของกับท่าน แต่ว่า…”

“แต่ว่าอะไร?”

เจ้าเขาโอสถถาม นึกในใจว่าเด็กหนุ่มผู้นี้คิดจะเล่นอะไรอยู่กันแน่? ไม่เอายาอายุวัฒนะของเขา ไม่เอายาทิพย์ อาวุธวิเศษก็ไม่เอาด้วย? เขารู้มาว่ายาที่เขากลั่นออกมา เป็นของที่หาซื้อได้ยากข้างนอกนั่น

“ข้าพนันกับท่านสักตั้ง เป็นอย่างไร?”

ได้ยินอย่างนั้น เจ้าเขาโอสถครุ่นคิด มองเฟิ่งจิ่ว ถามว่า “พนัน? ตลอดชีวิจข้าไม่เคยพนันกับผู้ใด และจะไม่พนันด้วย”

แค่กลั่นยาเขาก็ไม่มีเวลาแล้ว จะเอาเวลาที่ไหนไปเล่นพนันกับคนอื่นเขา? พวกพนันเล็กพนันใหญ่อะไรพวกนั้น เขาไม่เข้าใจกติกาเลยแม้แต่น้อย

ซ่งหมิงยืนอยู่ข้างๆไม่พูดอะไร พอได้ยินเจ้าเขาโอสถบอกว่าไม่พนัน เขาหันไปมองเฟิ่งจิ่ว

เฟิ่งจิ่วยิ้ม เอ่ยว่า “แทนที่จะบอกว่าพนัน ไม่สู้บอกว่าประลองดีกว่า”

“อ้อ? อย่างไรหรือ?” เขาเริ่มสนใจ เด็กหนุ่มอายุเท่านี้ช่างกล้าคุยโวโอ้อวด รู้หรือไม่ว่าเขาเป็นใคร? กลับกล้าบอกว่าจะประลองกับเขา?

“ประลองกลั่นยา หากท่านเจ้าเขาชนะ ดอกคู่ใบม่วงต้นนี้ข้ายกให้ท่าน หากข้าชนะ…”

เธอยิ้มๆ ประกายเจ้าเล่ห์พาดผ่านดวงตา น้ำเสียงแฝงแววท้าทาย เอ่ยว่า “ได้ยินว่าเจ้าเขามีหญ้าเจ็ดดาราอายุห้าร้อยปีอยู่ต้นหนึ่ง? เอาต้นนั้นมาเป็นของเดิมพัน ท่านเจ้าเขากล้าหรือไม่?”

ได้ฟังน้ำเสียงท้าทายของเด็กหนุ่ม หน้าตาดูมั่นใจ ท่าทางเหมือนเด็กน้อยอวดดีที่ไม่รู้ที่สูงที่ต่ำ ทำให้เจ้าเขาโอสถตะลึงงัน ก่อนจะแหงนหน้าหัวเราะเสียงดัง

“ฮ่าๆๆ…”

เสียงหัวเราะก้องกังวานสะท้านไปทั่วยอดเขาโอสถ ดึงดูดสายตาของเหล่าลูกศิษย์ให้มองมาด้วยความประหลาดใจ

“เจ้าหนู เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าเป็นใคร?” หัวคิ้วของเขาแฝงรอยยิ้ม มือหนึ่งไพล่หลัง มือหนึ่งลูบหนวด ยิ้มตาหยีมองเด็กหนุ่มที่ไม่รู้จักฟ้าสูงดินต่ำ

เฟิ่งจิ่วหยักยิ้มมุมปาก “รู้ อาวุโสเยี่ยแห่งยอดเขาโอสถสำนักตะวันฉาย ได้ยินมาว่า ในสี่สำนักเซียน หากเปรียบกันเรื่องพรสวรรค์ด้านการกลั่นยา อาวุโสเยี่ย เจ้าเขาแห่งยอดเขาโอสถนับว่าเป็นที่หนึ่ง”

“ในเมื่อรู้แล้ว เจ้าหนูอย่างเจ้ายังกล้าประลองกับข้าอีกหรือ?” เขาตะลึงเล็กน้อย เด็กหนุ่มคนนี้ไม่ใช่ว่าคิดจะมอบของให้เขาเฉยๆหรอกหรือ?

“แน่นอนว่ากล้า เพียงแต่ ข้ากลัวว่าท่านเจ้าเขาจะไม่กล้า” เธอมองเขายิ้มๆ พร้อมกับท้าทาย

ได้ยินอย่างนั้น เจ้าเขาโอสถลูบหนวด ส่ายหน้ายิ้มๆ “เจ้าหนู เจ้าช่างน่าสนใจ ในเมื่อเจ้าไม่กลัวแพ้ อย่างนั้นข้าก็จะไม่กลัวผู้อื่นหาว่าผู้ใหญ่รังแกเด็ก วันนี้ก็สายมากแล้ว เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน! พรุ่งนี้พวกเราค่อยประลองกัน เป็นอย่างไร?”

“ได้อยู่แล้ว” เธอพยักหน้า ยิ้มเหมือนทีเล่นทีจริง “แต่ข้าหวังว่าท่านเจ้าเขาจะเชิญคนที่เชื่อถือได้มาเป็นสักขีพยานในการประลองพรุ่งนี้สักสองสามคน เพราะข้ากลัวว่าหากท่านเจ้าเขาแพ้แล้วจะไม่ยอมรับ อย่างนั้นข้าคงเสียเปรียบแย่”

“ฮ่าๆๆ…”

เจ้าเขาโอสถได้ยินอย่างนั้น ได้แต่หัวเราะลั่นอย่างนึกขำ “ได้ๆได้ เจ้าวางใจเถิด! ค่ำนี้ข้าจะไปบอกเจ้าสำนักกับเหล่าเจ้าเขา ขอให้พวกเขามาดูการประลองครั้งนี้ของเรา ถึงเวลานั้น ย่อมจะบอกกติการในการประลองให้พวกเขาทราบ ให้พวกเขาเป็นพยาน อย่างนี้ ภายหน้าข้าจะได้ไม่ตกเป็นที่ครหาว่ารังแกเด็ก”

เธอนัยน์ตาไหวระริก ยิ้มเอ่ยว่า “ท่านเจ้าเขาโอสถ ข้าไม่ใช่เด็กแล้ว ท่านจะดูแคลนข้าไม่ได้เชียว”

ตอนที่ 2153: มีเรื่องหารือด้วย

“ฮ่าๆๆ ได้!” เจ้าเขาโอสถยิ้มเอ่ย หันไปมองเฟิ่งจิ่วแล้วถามว่า “ตอนนี้เจ้าพักอยู่กับซ่งหมิงหรือ?”

“ขอรับ” เธอรับคำ

“ได้ อย่างนั้นวันนี้เจ้ากลับไปพักผ่อนให้ดี ถึงพรุ่งเช้าเมื่อใดก็มาที่ยอดเขาโอสถของข้า พวกเรามาประลองกัน!”

“อย่างนั้นพวกข้ากลับก่อนแล้ว” ซ่งหมิงเพิ่งเอ่ยปากเวลานี้ หลังจากคารวะก็กลับไปพร้อมกับเฟิ่งจิ่ว

หลังจากทั้งสองกลับไปแล้ว เจ้ายอดเขาโอสถจึงเพิ่งนึกขึ้นได้ เขาลืมถามชื่อแซ่ของเด็กหนุ่มไปเสียได้…

ครั้นพวกเขากลับไป เจ้าเขาโอสถก็ไปหาเจ้าสำนัก เล่าเรื่องนี้ให้ฟัง เวลาเพียงครึ่งวันข่าวก็แพร่ไปทั่วสำนักตะวันฉาย

“ได้ยินแล้วหรือยัง? นึกไม่ถึงว่ามีเด็กหนุ่มคนหนึ่งไม่รู้ฟ้าสูงดินต่ำจะประลองกลั่นยากับเจ้าเขาโอสถ”

“ได้ยินว่าเด็กหนุ่มผู้นั้นเป็นท่านอาน้อยของอาจารย์อาซ่ง?”

“จะเป็นไปได้อย่างไร? น่าจะหยอกล้อกันมากกว่ากระมัง ตอนพวกเขาเข้ามาข้าก็เห็น ทั้งสองคนท่าทางเหมือนสหายที่รู้จักกันมาหลายปีมากกว่า”

“แต่เด็กหนุ่มผู้นี้ก็ช่างใจกล้า ถึงขั้นกล้าประลองกลั่นยากับเจ้าเขาโอสถ? หรือเขาไม่รู้ ในสี่สำนักใหญ่ เจ้าเขาแห่งยอดเขาโอสถของสำนักตะวันฉายเรานับว่าเก่งกาจที่สุดแล้ว?”

“ฉะนั้นจึงได้บอกว่าเด็กหนุ่มนั่นไม่รู้ฟ้าสูงดินต่ำอย่างไรเล่า ได้ยินว่าเขายังเอาดอกคู่ใบม่วงล้ำค่าต้นหนึ่งมาเป็นของเดิมพันหลังประลองเสร็จด้วยนะ ไม่รู้ว่าเป็นลูกหลานเศรษฐีตระกูลใด ดอกคู่ใบม่วงเป็นสมบัติล้ำค่าตีราคาไม่ได้ ข้าได้ยินมาว่าเจ้าเขาโอสถลงทุนลงแรงไปมากเพื่อตามหายาทิพย์ชนิดนี้ นึกไม่ถึงสุดท้ายกลับมาส่งถึงที่”

“ได้ยินว่าพรุ่งนี้จะประลองกันบนยอดเขาโอสถ เมื่อถึงตอนนั้นต้องไปดูให้ได้ ยอดเขาโอสถไม่เคยมีการประลองเช่นนี้มาก่อนเลยนะ”

“นั่นสิ ยอดเขาอื่นๆในสำนักเราจะจัดการประลองเป็นประจำ มีเพียงยอดเขาโอสถที่ไม่มี แต่ครั้งนี้กลับจะได้เห็นเจ้าเขาโอสถกลั่นยา อย่างไรก็ต้องไปดูให้ได้”

เรื่องนี้ลือกันไปทั่วทั้งสำนัก เหล่าเจ้าเขาคนอื่นๆต่างก็ประหลาดใจ เดิมคิดจะถามประวัติความเป็นมาของเด็กหนุ่ม ใครจะรู้ว่าเจ้าเขาโอสถสนใจแต่ดอกคู่ใบม่วง กลับลืมถามประวัติอีกฝ่ายไปเสียอย่างนั้น

รู้มาว่าเวลานี้ ทุกคนเพียงส่ายหน้ายิ้มๆ ในเมื่ออาวุโสเยี่ยเจ้าเขาโอสถคิดว่าไม่มีปัญหา อย่างนั้นพวกเขาจึงไม่ถามอะไรมาก ครั้นถึงพรุ่งนี้ไปดูการประลองกลั่นยาของพวกเขากับเจ้าสำนัก ถือเป็นการหาเรื่องสนุกๆทำในวันเวลาที่แสนเงียบสงบเช่นนี้

หลังจากไป๋ชิงเฉิงกับอาจารย์ของนางรู้เรื่องนี้ ทั้งสองมุ่งหน้าไปยังจวนถ้ำของซ่งหมิง ขณะเดียวกันเวลานี้ ในจวนถ้ำของซ่งหมิง เฟิ่งจิ่วกำลังดื่มสุรา กินเนื้อ และพูดคุยสัพเพเหระกับซ่งหมิงอยู่

“พรุ่งนี้พอผลการประลองออกมา ได้ยาทิพย์แล้วเจ้าก็จะไปเลยหรือ?” ซ่งหมิงถาม แล้วจึงรินสุราให้เธอ

“ใช่น่ะสิ! ได้ยาทิพย์ก็ต้องกลับเลย ครั้งหน้าหากเจ้าลงเขาไปฝึกฝน ก็ไปเที่ยวหาข้าได้ ข้าจะต้อนรับเจ้าอย่างดี” เธอจิบสุราคำหนึ่ง ยิ้มตาหยี เอ่ยว่า “เรียกพวกเขาสามคนมาด้วยยิ่งดี”

“ได้” ซ่งหมิงพยักหน้า ในเวลานี้ได้ยินเสียงดังมาจากข้างนอก เขาหันไปมองเฟิ่งจิ่วแล้วจึงบอก “ข้าไปดูก่อน เจ้าดื่มต่อเถิด” เอ่ยจบก็ลุกเดินออกไป

ครั้นมาถึงข้างนอกแล้วเห็นไป๋ชิงเฉิงกับอาจารย์ของนางมา ก็อดเลิกคิ้วไม่ได้ “ท่านเจ้าเขาเหตุใดจึงมาดึกดื่นเช่นนี้ มีเรื่องใดงั้นหรือ?”

ครั้นเห็นว่าเป็นซ่งหมิง เซียนหยวนเหออาจารย์ของไป๋ชิงเฉิงยิ้มเอ่ยว่า “ซ่งหมิง พวกข้าอยากพบคุณชายท่านนั้นสักหน่อย มีเรื่องอยากคุยกับเขา”

ตอนที่ 2154: อยากแลกอะไร

เมื่อได้ยินอย่างนั้น ซ่งหมิงสะดุดใจ เขาเบี่ยงตัวทำท่าผายมือเชื้อเชิญ “ท่านเจ้าเขา เชิญ”

เฟิ่งจิ่วที่กำลังกินอาหารอยู่ข้างในได้ยินเสียงเคลื่อนไหวข้างนอก พอหันหน้าไปมองก็เห็นซ่งหมิงพาไป๋ชิงเฉิงกับชายวัยกลางคนผู้หนึ่งเข้ามา

ครั้นเห็นว่าเป็นไป๋ชิงเฉิง เฟิ่งจิ่ววางตะเกียบในมือลง หยักยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ หันมองนาง “คนงาม เจ้ามาหาข้าหรือ?” ไม่เห็นแก่หน้าอาจารย์นางแม้แต่น้อย มาถึงก็เอ่ยวาจาเกี้ยวพาราศีลูกศิษย์ของคนอื่นเขาต่อหน้าต่อตา

ซ่งหมิงเห็นอย่างนั้น รอยยิ้มพาดผ่านดวงตา เขายืนอยู่ด้านหนึ่ง สายตาก้มมองพื้น ราวกับบนพื้นมีสมบัติอะไรซ่อนอยู่อย่างไรอย่างนั้น

เซียนหยวนเหอเห็นเด็กหนุ่มเป็นอย่างนี้ ก็อดขมวดคิ้วเล็กน้อยไม่ได้ เขาเอ่ยเสียงขรึมว่า “ข้าคืออาจารย์ของชิงเฉิง เซียนหยวนเหอ”

“อ้อ ท่านเซียนมาหาซ่งหมิงหรือ? อย่างนั้นข้าไม่รบกวนพวกท่านแล้ว พวกท่านคุยกันเถิด” เธอลุกขึ้นทำท่าจะเดินออกไป เห็นแล้วทำเอาเส้นเลือดบนใบหน้าของเซียนหยวนเหอผุดขึ้นมา

ทั้งที่เด็กหนุ่มผู้นี้ยังไม่ได้ทำอะไร แต่คำพูดคำจา พฤติกรรมท่าทางนั่น กลับทำให้เขาโมโหโดยไม่รู้ตัว ทำให้เขาที่ปกติไม่ค่อยโกรธใครต้องข่มกลั้นเพลิงโทสะไว้ข้างใน

“ช้าก่อน” เขาเรียกเฟิ่งจิ่ว ถามว่า “ได้ยินว่าคุณชายมีแกนเคลื่อนย้ายจี๋กวงในครอบครอง?”

“ถูกต้องแล้ว” เฟิ่งจิ่วพยักหน้าอย่างไม่ลังเล

“ข้าอยากแลกเปลี่ยนกับแกนเคลื่อนย้ายจี๋กวงของคุณชาย ไม่ทราบคุณชายยินดีหรือไม่?” เขาถาม กลับไม่ได้คิดจะใช้วิธีฝืนบังคับ

“ไม่ยินดี” เฟิ่งจิ่วยิ้มตาหยีแล้วตอบทันที

“อย่างนั้นก็รบกวนแล้ว” เขาเอ่ย หันตัวจะเดินกลับ ทว่าขณะหันตัวกลับถูกไป๋ชิงเฉิงดึงแขนเสื้อไว้ก่อน

“ท่านอาจารย์” ไป๋ชิงเฉิงดึงแขนเสื้อเขา เห็นอาจารย์ของนางหยุดเดินหันกลับมามอง สีหน้าไม่ค่อยพอใจ จึงปล่อยมือจากแขนเสื้อของเขา เอ่ยว่า “ท่านอาจารย์ ช้าก่อนเจ้าค่ะ ข้าขอคุยกับเขาก่อน”

เซียนหยวนเหอจ้องนางด้วยสายตาลึกซึ้ง ไม่ได้พูดอะไร แต่ก็ไม่ได้ไปไหนเช่นกัน

ซ่งหมิงกลับทำตัวราวกับเป็นอากาศธาตุ ไม่สนใจพวกเขา เพียงยืนอมยิ้มดูเหตุการณ์อยู่ด้านหนึ่งเท่านั้น

เฟิ่งจิ่วกลับมองไป๋ชิงเฉิงด้วยอารามสน อกสนใจ เธอเดินกลับไปนั่งที่เดิม รินสุราจิบอึกหนึ่ง จากนั้นยกหางตาเหลือบมองนาง รอให้นางเอ่ยปาก

ไป๋ชิงเฉิงมองเฟิ่งจิ่ว ก่อนจะหยิบอาวุธวิเศษชิ้นหนึ่งออกมาจากห้วงมิติ เอ่ยว่า “อาวุธวิเศษชิ้นนี้ของข้า แลกกับของเจ้าเป็นอย่างไร?”

“ไม่อย่างไร” เธอชูนิ้วชี้ส่ายไปส่ายมา หน้าตาเหมือนไม่สนใจแม้แต่น้อย

เห็นอย่างนั้น ประกายหงุดหงิดพาดผ่านดวงตาของไป๋ชิงเฉิง “เจ้าอยากแลกอะไร?”

เฟิ่งจิ่วที่ตอนแรกอยากบอกนางตรงๆว่าเธอไม่คิดจะแลกเปลี่ยนอะไรทั้งสิ้น มองหญิงสาวดวงหน้างดงามตรงหน้า จู่ๆก็ยิ้มขึ้นมา เพียงแต่รอยยิ้มนั้นดูประหลาดเล็กน้อย

ซ่งหมิงที่รู้จักเธอดีเห็นรอยยิ้มประหลาดเช่นนั้น รู้สึกเพียงขนลุกซู่ไปทั้งตัว ราวกับนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ อดยกมือขึ้นลูบแขนทั้งสองข้างไม่ได้

เห็นรอยยิ้มนั้น เขารู้ว่าเฟิ่งจิ่วคิดจะเล่นงานไป๋ชิงเฉิงเสียแล้ว นึกมาถึงตรงนี้ ก็อดหันไปมองไป๋ชิงเฉิงอย่างเห็นใจไม่ได้

เซียนหยวนเหอเห็นเด็กหนุ่มจู่ๆก็เปลี่ยนสีหน้า ประกายแปลกใจพาดผ่านดวงตา เด็กหนุ่มคนนี้…

“เจ้ายิ้มอะไร?” ไป๋ชิงเฉิงขมวดคิ้วถาม

“เจ้าชอบแกนเคลื่อนย้ายจี๋กวงของข้าหรือ?” เธอเขย่าถ้วยสุราในมือเบาๆ ถามด้วยน้ำเสียงแฝงแววเกียจคร้าน

ไป๋ชิงเฉิงมองเด็กหนุ่มตรงหน้า จู่ๆก็รู้สึกคาดเดาคนตรงหน้าไม่ได้ พบกันครั้งแรกเด็กหนุ่มดูเหมือนคนเจ้าชู้ จ้องนางไม่วางตา คำก็คนงามสองคำก็คนงาม ทว่าตอนนี้ กลับดูยากแท้หยั่งถึง

ตอนที่ 2155: เกี้ยวพาราศี

“ถูกต้อง” นางตอบพลางมองอีกฝ่าย ไม่รู้ว่าเขาต้องการอะไร?

เมื่อได้ยินอย่างนั้น เฟิ่งจิ่วยิ้มมองนาง “ข้าจะประลองกลั่นยากับเจ้าเขาโอสถในวันพรุ่ง เรื่องนี้เจ้าคงได้ยินมาแล้วกระมัง?”

“อืม” ไป๋ชิงเฉิงรับคำ เรื่องนี้นางย่อมได้ยินมาแล้ว เพียงรู้สึกว่าเด็กหนุ่มช่างไม่รู้ฟ้าสูงดินต่ำ กล้าไปท้าทายเจ้าเขาโอสถ

“เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน! ข้าจะไม่เอาของจำพวกอาวุธวิเศษของเจ้า การประลองกลั่นยาของข้ากับเจ้าเขาโอสถในวันพรุ่งนี้ หากข้าแพ้ ข้าจะยกแกนเคลื่อนย้ายจี๋กวงให้เจ้าก็แล้วกัน”

ซ่งหมิงได้ยินอย่างนั้น ก็ยังคงมีสีหน้าเหมือนเดิม ไม่เห็นแววตกตะลึงแม้แต่น้อย แต่เซียนหยวนเหอกลับชะงักงัน จ้องเด็กหนุ่มที่พูดอย่างมั่นใจด้วยสายตาลึกซึ้ง

ในเมื่อเขากล้าพูดอย่างนี้ ก็แสดงว่าเขาคิดว่าทักษะการกลั่นยาของตนเองไม่แพ้เจ้าเขาโอสถ ทว่าเป็นแค่เด็กหนุ่มคนหนึ่ง เขาเอาความมั่นใจมาจากที่ใดกัน?

“เจ้าประลองกลั่นยากับเจ้าเขาโอสถ หากแพ้ ก็จะยกแกนเคลื่อนย้ายจี๋กวงให้ข้า?” ไป๋ชิงเฉิงชะงักงัน รู้สึกหวาดระแวงเล็กน้อย จึงถามว่า “อย่างนั้นหากเจ้าชนะเล่า?” ครั้นถามออกไป นางก็ชะงักไปทันที

นี่นางคิดว่าเด็กหนุ่มจะชนะเจ้าเขาโอสถอย่างนั้นหรือ? จะเป็นไปได้อย่างไรกัน!

“หากข้าชนะ ฮี่ๆ” เธอหัวเราะ รอยยิ้มนั้นแลดูเจ้าเล่ห์ชอบกล สายตากวาดมองเรือนร่างของไป๋ชิงเฉิง “จะเดิมพันก็ย่อมต้องมีของเดิมพันอยู่แล้ว ข้าเอาแกนเคลื่อนย้ายจี๋กวงเป็นของเดิมพัน ส่วนเจ้าน่ะ ดูแล้วก็มีแต่ตัวเจ้าเท่านั้นที่พอจะมีค่าหน่อย”

“เจ้าหมายความว่าอย่างไร?” ไป๋ชิงเฉิงจ้องเขาอย่างหวาดระแวง

“ก็เอาตัวเจ้าเป็นเดิมพันอย่างไรเล่า!” เฟิ่งจิ่วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเอื่อยเฉื่อย เหลือบมองนางแวบหนึ่ง “เจ้าคิดว่า ทั้งตัวของเจ้ายังมีอะไรที่เข้าตาข้าอีกงั้นหรือ? หากจะมี ก็คงจะมีแต่ใบหน้าที่เจริญหูเจริญตาของเจ้าเท่านั้น”

นางหรี่ตา ยิ้มเอ่ยว่า “หากเจ้ากล้าก็เอาตัวเจ้ามาเดิมพัน อย่างอื่นข้าไม่พึงใจ”

“จะ เจ้าช่างไร้ยางอาย!”

เพราะคำพูดของเฟิ่งจิ่ว ดวงตาของนางแดงก่ำด้วยความอาย ตวัดฝ่ามือใส่เฟิ่งจิ่วด้วยความโมโห วาจานี้หากผู้หญิงเป็นคนพูดก็เรื่องหนึ่ง แต่คนพูดกลับเป็นผู้ชาย ให้นางเอาตัวเองไปเดิมพัน? นี่เท่ากับจะให้นางขายตนเองอย่างนั้นหรือ? ผู้ชายคนนี้ หน้าตาหล่อเหลา แต่กลับหื่นกามถึงเพียงนี้!

เฟิ่งจิ่วหลบการโจมตีของนางได้อย่างง่ายดาย ขณะเดียวกันก็คว้ามือนาง ก่อนจะกระชากให้นางมานั่งบนตัก อีกมือหนึ่งโอบร่างบาง ชะโงกหน้ากระซิบถามข้างหูนาง “ข้าจะไร้ยางอายได้อย่างไรกัน? ข้าก็แค่คิดว่ากำลังขาดสาวใช้อยู่พอดี หากเจ้าแพ้ก็ให้เจ้ามาเป็นสาวใช้ให้ข้าเท่านั้นเอง เจ้าคงไม่ได้คิดอะไรแปลกๆหรอกกระมัง?”

พูดมาถึงตรงนี้ เธอหยักยิ้มมุมปาก เผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ มือหนึ่งเชยคางกลมมนของนางขึ้นเล็กน้อย “หากเจ้ามีความคิดแปลกๆเช่นนั้น ข้าก็สามารถ…”

“อะแฮ่ม!”

เซียนหยวนเหอกระแอมเสียงดังอย่างไม่อาจทนดูต่อไป เขามองเฟิ่งจิ่วอย่างไม่พอใจ เด็กหนุ่มผู้นี้ช่างใจกล้านัก กล้าเกี้ยวพาลูกศิษย์ของเขาต่อหน้าเขาเช่นนี้ ใช้ไม่ได้เลยจริงๆ

ซ่งหมิงกลับมุมปากกระตุก ทำไมเขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าเฟิ่งจิ่วจะหญิงก็ได้ชายก็ดี? ท่าทางยามเกี้ยวพาหญิงสาวนี้ ดูเป็นชายเสียยิ่งกว่าชายแท้ ดูท่า เขาคงต้องเรียนจากนางสักหน่อยแล้ว

“ปล่อยข้า!”

ไป๋ชิงเฉิงถลึงตาจ้องเฟิ่งจิ่วด้วยความอับอายระคนโมโห เป็นครั้งแรกที่ถูกชายหนุ่มโอบกอดอย่างใกล้ชิดอย่างนี้ ใบหน้าของนางแดงก่ำ สมองสับสนวุ่นวาย ยิ่งเห็นคนตรงหน้ายังคงยิ้มกว้างก็ยิ่งรู้สึกชิงชัง

ตอนที่ 2156: เอาเจ้าเป็นเดิมพัน

เฟิ่งจิ่วปล่อยมือจากนาง ก่อนจะยกถ้วยสุราขึ้นดื่ม ชำเลืองมองนางด้วยหางตา “เป็นอย่างไรบ้าง? กล้าเดิมพันหรือไม่?”

“ชิงเฉิง กลับเถิด!” เซียนหยวนเหอขานเรียกนาง นึกไม่ถึง ไป๋ชิงเฉิงที่ถูกเฟิ่งจิ่วยั่วโทสะ กลับเอ่ยว่า “ได้! ข้าเดิมพันกับเจ้า! แต่ต้องเพิ่มเงื่อนไขหนึ่งข้อ!”

“หืม เจ้าว่ามา” เฟิ่งจิ่วกระตุกยิ้มมุมปาก

“หากเจ้าแพ้ ไม่เพียงต้องยกแกนเคลื่อนย้ายจี๋กวงให้ข้า แม้แต่เจ้าก็ต้องมาเป็นบ่าวคอยรับใช้ข้าด้วย!” นางเอ่ยด้วยความเดือดดาล

“ไม่มีปัญหา แต่ทำอย่างนี้ก็ไม่ค่อยยุติธรรมต่อข้า ไม่ใช่หรือ?” เฟิ่งจิ่วเอ่ย ก่อนจะยิ้มบอกว่า “ช่างเถิด ข้าจะเสียเปรียบหน่อยก็ไม่เป็นไร! ถึงอย่างไรทั้งตัวของเจ้าก็ไม่มีอะไรมีค่าอยู่แล้ว”

ครั้นถูกว่าเช่นนี้ ไป๋ชิงเฉิงโมโหจนหน้าแดง นางลอบกัดฟัน เจ้าคนไม่รู้จักฟ้าสูงดินต่ำ! หากเขาแพ้เมื่อใด ดูสิจะจองหองเช่นนี้ได้อีกหรือไม่!

ซ่งหมิงมองไป๋ชิงเฉิงด้วยแววตาสงสารเล็กน้อย ขณะเดียวก็ประหลาดใจเล็กน้อย ผู้หญิงคนนี้ท่าทางดูหลักแหลมไม่น้อย เพียงคำพูดไม่กี่คำกลับถูกเฟิ่งจิ่วหลอกล่อก็ยังไม่รู้ตัวอีก

เฟิ่งจิ่วเองก็เหลือเกิน เก็บผู้หญิงอย่างนี้ไว้ข้างกายแล้วจะมีประโยชน์อะไร? หากเทียบกันเรื่องหน้าตา แม้ไป๋ชิงเฉิงจะงาม แต่ก็ขาดเสน่ห์ เทียบกับตัวนางเองที่เป็นโฉมสะคราญมากเสน่ห์ได้เสียที่ไหนกัน?

เซียนหยวนเหอเห็นเรื่องราวกลายเป็นเช่นนี้ ก็อดตะลึงไม่ได้ เขาส่ายหน้ามองไป๋ชิงเฉิง สุดท้ายได้แต่เอามือไพล่หลังเดินออกไปเงียบๆโดยไม่พูดอะไร

ไป๋ชิงเฉิงจ้องเฟิ่งจิ่วด้วยสายตาขึ้งเคียด สุดท้ายก็หันตัวเดินจากไป ทิ้งท้ายไว้เพียงประโยคเดียว “หากพรุ่งนี้เจ้ายังใจกล้าอย่างนี้อยู่ ข้าก็จะยอมเจ้า!”

พอพวกเขากลับไป ซ่งหมิงเดินมานั่งแล้วส่ายหน้าด้วยความเอือมระอา “นี่เจ้าคิดจะทำอะไร? เก็บผู้หญิงอย่างนี้ไว้ข้างกายก็ไม่มีประโยชน์อะไรนี่”

“ใครว่าเล่า?”

เฟิ่งจิ่วยิ้มๆ กล่าวว่า “ไป๋ชิงเฉิงหน้าตางดงาม มีพลังไม่ธรรมดา เก็บไว้ข้างกายก็เจริญหูเจริญตา อีกอย่าง ข้าชอบฝึกคนนิสัยเย่อหยิงทะเยอทะยานเล็กน้อยอย่างนี้ด้วย” ขณะเอ่ย ดวงตาของเธอจ้องพิจารณาเขา สายตาแฝงความหมาย

เมื่อเห็นสายตาของเธอ ก็รู้ว่าเธอกำลังบอกว่าตอนนั้นพวกเขาสี่คนถูกเธอจัดการเหมือนกัน ซ่งหมิง อดส่ายหน้าไม่ได้ “ได้ๆได้ นิสัยเจ้าไม่เหมือนชาวบ้านเขาอยู่แล้ว ตามใจเจ้าก็แล้วกัน”

“ไม่ดื่มแล้ว ข้าไปพักสักหน่อย พรุ่งนี้จะสั่งสอนพวกเขาเสียให้เข็ดหลาบ” เธอวางถ้วยสุราและลุกขึ้น ถามว่า “ข้าพักห้องไหน?”

“ห้องนี้”

เขาพาเธอไปที่ห้องพักแขก ให้เธอพักผ่อนเต็มที่ ส่วนตนเองก็นั่งอยู่ข้างนอก ดื่มสุรา ครุ่นคิดเรื่องราวต่างๆ กระทั่งเริ่มดึกจึงลุกขึ้นกลับห้องไปพักผ่อน

เช้าตรู่วันต่อมา ยามเฉิน เฟิ่งจิ่วกับซ่งหมิงมุ่งหน้าไปยังยอดเขาโอสถ

เพราะข่าวลือไปทั่วแล้ว คนในสำนักตะวันฉายล้วนฉงนฉงาย มีคนมากมายพากันไปมุงดูที่ยอดเขาโอสถ เตรียมดูการประลองที่ไม่ต้องแข่งก็รู้แล้วว่าใครจะแพ้หรือชนะ เพียงอยากเห็นว่าเด็กหนุ่มที่ไม่รู้ฟ้าสูงดินต่ำผู้นี้หน้าตาเป็นอย่างไรกันแน่? เหตุใดจึงไร้สมองเช่นนี้?

เจ้าสำนักกับคนอื่นๆ แม้รู้สึกว่าการประลองครั้งนี้ไม่ยุติธรรม เพราะอย่างไรเจ้าเขาแห่งยอดเขาโอสถของพวกเขาก็นับเป็นที่หนึ่งในเรื่องการกลั่นยา ปล่อยให้อาวุโสด้านการกลั่นยาไปประลองกับเด็กหนุ่มอายุน้อยเช่นนี้ หากข่าวลือออกไปจะไม่กลายเป็นที่ครหาว่าสำนักตะวันฉายไร้คุณธรรมหรอกหรือ

แต่ทว่า เพราะเจ้าเขาโอสถเกลี้ยกล่อมแล้วเกลี้ยกล่อมอีก แม้พวกเขาจะไม่เห็นด้วยนัก แต่ก็ยังมาที่ยอดเขาโอสถเพื่อเป็นพยานตัดสินแพ้ชนะในการประลองครั้งนี้

ตอนที่ 2157: รู้ผลที่จะตามมาหรือไม่

เจ้าเขาโอสถ รออยู่ที่นั่นแต่แรกแล้ว เขาตั้งตารอ ดอกคู่ใบม่วง เพียงอยากจะรีบจบการประลอง และนำดอกคู่ใบม่วงต้นนั้นมาเก็บใส่กระเป๋าเป็นของตนเอง

“เหตุใดเขายังไม่มา? คงไม่ได้เปลี่ยนใจถอยหนีแล้วหรอกนะ?” เจ้าเขาโอสถเดินไปเดินมาด้วยความกังวล ถูฝ่ามือและมองไปข้างหน้าเป็นระยะ

เจ้าสำนักเห็นก็อดส่ายหน้าไม่ได้ “ท่านบอกว่านัดยามเฉินไม่ใช่หรือ? ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาเลย! รีบร้อนอะไร? นั่งก่อน ท่านเดินไปเดินมาจนข้าเวียนหัวแล้ว”

“มาแล้ว มาแล้ว อาจารย์อาซ่งมาแล้ว” ศิษย์คนหนึ่งวิ่งมารายงานด้วยความดีใจ “ท่านอาจารย์ อาจารย์อาซ่งกับเด็กหนุ่มคนนั้นมาแล้วขอรับ”

ครั้นได้ยิน เจ้าเขารีบสาวเท้าเดินไป เห็นสองคนนั้นกำลังขึ้นมาจากด้านล่างดังคาด เขาก็หัวเราะเสียงทุ้มต่ำ “หึๆๆ ในที่สุดก็มา นึกไม่ถึงว่าเจ้าหนูคนนี้จะใจกล้าไม่น้อยจริงๆ ไม่ได้เปลี่ยนใจถอยหนี”

พวกเขารออยู่บนเขาครู่หนึ่ง ก่อนจะเห็นสองคนนั้นเดินขึ้นมา ซ่งหมิงพาเฟิ่งจิ่วมาหยุดยืนต่อหน้าอาจารย์ของเขา คารวะก่อน “ศิษย์คารวะท่านอาจารย์”

“อืม” เจ้าสำนักตะวันฉายพยักหน้า สายตาจับจ้องไปที่เฟิ่งจิ่ว

“คารวะเจ้าสำนัก” เฟิ่งจิ่วประสานมือคารวะ

“เจ้าจะประลองกับเจ้าเขาโอสถจริงหรือ? เอาดอกคู่ใบม่วงต้นนั้นของเจ้าเป็นของเดิมพัน?” เจ้าสำนักเอ่ยถาม นึกในใจว่าหากเด็กหนุ่มเปลี่ยนใจตอนนี้ เขาก็ตัดสินใจจะยกเลิกเรื่องนี้เสียเลย ดอกคู่ใบม่วงเขาไปหาที่อื่นมาให้เจ้าเขาโอสถก็ย่อมได้

“ขอรับ” เฟิ่งจิ่วยิ้มเอ่ย สายตาหันไปจับจ้องไป๋ชิงเฉิง

เห็นเฟิ่งจิ่วหันไปมองข้างๆ เจ้าสำนักมองตามสายตาของเขา เห็นว่ากำลังจ้องไป๋ชิงเฉิง จึงไม่ได้พูดอะไรมาก

ทว่า ไป๋ชิงเฉิงที่สังเกตเห็นสายตาของเฟิ่งจิ่ว ก็เชิดคางโต้ตอบ สบตาเฟิ่งจิ่ว นางย่างกรายเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเจ้าสำนักและเหล่าเจ้าเขาทั้งหลายอย่างนอบน้อม

เห็นไป๋ชิงเฉิงที่จู่ๆก็ก้าวออกมา ทุกคนตกตะลึง นี่เป็นการประลองของเจ้าเขาโอสถกับเด็กหนุ่ม นางก้าวออกมาทำไมกัน? ขณะกำลังจะถามก็ได้ยินเสียงของไป๋ชิงเฉิงดังมาก่อน

“เจ้าสำนัก เจ้าเขาทุกท่าน ศิษย์มีเรื่องจะเรียนเจ้าค่ะ” นางเงยหน้ามองพวกเขา แล้วเอ่ยว่า “ศิษย์ไป๋ชิงเฉิง เดิมพันกับเขาเจ้าค่ะ” นางชี้ไปที่เฟิ่งจิ่วซึ่งยืนอยู่ข้างๆ “ศิษย์เดิมพันว่าเขาแพ้ท่านเจ้าเขาโอสถเจ้าค่ะ”

พอได้ยินอย่างนั้น เจ้าสำนักและเหล่าเจ้าเขาต่างตะลึงงัน “นี่มันเรื่องอะไรกันอีก?”

บรรดาลูกศิษย์ที่กำลังมุงดูต่างชะงักงัน กระซิบกระซาบกันเบาๆ “ไหนว่านี่เป็นการประลองของท่านเจ้าเขาโอสถกับเด็กหนุ่มอย่างไรเล่า? คนที่แพ้ต้องมอบยาทิพย์ล้ำค่าอายุห้าร้อยปีให้อีกฝ่าย ฝั่งเด็กหนุ่มเป็นดอกคู่ใบม่วงอายุห้าร้อยปี ส่วนฝั่งท่านเจ้าเขาโอสถเป็นหญ้าเจ็ดดาราอายุห้าร้อยปี แล้วเกี่ยวอะไรกับศิษย์พี่ไป๋?”

ทุกคนวิพากษ์วิจารณ์กันเซ็งแซ่ แต่ละคนจ้องพวกเขาสองคนด้วยความสงสัย ไม่ค่อยเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่?

เวลานี้ เฟิ่งจิ่วก้าวออกมาพร้อมกับรอยยิ้มเบิกบาน หันไปเอ่ยกับเจ้าสำนักและเหล่าเจ้าเขา “คืออย่างนี้ ข้าเดิมพันกับนาง หากข้าแพ้ ข้าจะมอบแกนเคลื่อนย้ายจี๋กวงให้นาง แต่หากข้าชนะ นางต้องกลายเป็นข้ารับใช้ของข้าไปชั่วชีวิต ห้ามขัดคำสั่งของข้าเด็ดขาด”

“เจ้าเอาตนเองไปเดิมพันงั้นหรือ?” เจ้าเขาโอสถได้ยินเฟิ่งจิ่วพูดอย่างนั้นก็หันไปมองไป๋ชิงเฉิงด้วยความตะลึง นึกไม่ถึงว่านางจะเอาตนเองไปเดิมพัน นางรู้ถึงผลที่จะตามมาหรือไม่?

ตอนที่ 2158: ไม่เสียใจ

“ถูกต้องแล้ว หากท่านเจ้าเขาเยี่ยชนะ เขานอกจากจะต้องมอบแกนเคลื่อนย้ายจี๋กวงให้ข้าแล้ว ตัวเขายังต้องเป็นข้ารับใช้ข้าไปชั่วชีวิตด้วย” นางเงียบไปครู่หนึ่ง หันไปมองเฟิ่งจิ่วแวบหนึ่ง ก่อนจะหันกลับมาเอ่ยกับเจ้าสำนัก “ต่อหน้าเจ้าสำนักและท่านเจ้าเขาทั้งหลาย ขอทุกท่านโปรดเป็นสักขีพยานด้วยเจ้าค่ะ”

นางไม่เชื่อว่าเด็กหนุ่มจะเอาชนะเจ้าเขาโอสถได้!

“ท่านเจ้าเขาเยี่ย ได้โปรดเต็มที่กับการประลองด้วยเจ้าค่ะ!”

นางหันไปประสานมือคารวะเจ้าเขาเยี่ย ที่นางรับคำท้านี้ ก็เพราะรู้ว่าเจ้าเขาเยี่ยหวงแหนหญ้าเจ็ดดาราอายุห้าร้อยปีต้นนั้นของเขาขนาดไหน รวมถึงต้องการดอกคู่ใบม่วงขนาดไหน นางเชื่อ แม้จะไม่ใช่เพื่อนาง แต่เพื่อตัวเขาเอง เขาไม่มีทางแพ้อย่างแน่นอน!

เจ้าเขาเยี่ยตะลึงงัน เขามองไป๋ชิงเฉิง ก่อนหันไปมองเด็กหนุ่ม สุดท้ายก็หันไปมองเจ้าสำนัก “เรื่องนี้…”

เจ้าสำนักขมวดคิ้วมองไป๋ชิงเฉิง เอ่ยว่า “เจ้าจะไม่คิดให้ดีอีกครั้งหรือ? นี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆนะ” เรื่องเกี่ยวพันถึงทั้งชีวิต เหตุใดนางเอามาเดิมพันง่ายๆเช่นนี้? แม้แกนเคลื่อนย้ายจี๋กวงจะเป็นสมบัติล้ำค่า ก็ไม่ถึงขั้นต้องทำขนาดนี้กระมัง!

“เขายังไม่กลัวแพ้ ข้าจะกลัวทำไมเจ้าคะ?” ไป๋ชิงเฉิงเชิดคาง มองเจ้าเขาโอสถ เอ่ยว่า “ยิ่งไปกว่านี้ ข้าเชื่อในทักษะการกลั่นยาของเจ้าเขาเยี่ย เด็กหนุ่มผู้นี้ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขาอยู่แล้ว”

ได้ยินอย่างนั้น เจ้าสำนักทอดถอนใจ หันไปถามเฟิ่งจิ่ว “เจ้าเล่า? เจ้าจะไม่ลองพิจารณาอีกครั้งหรือ? นี่เป็นเรื่องที่เกี่ยวพันถึงทั้งชีวิต ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ”

เมื่อเห็นเจ้าสำนักตักเตือนเธอ เฟิ่งจิ่วก็ยิ้มๆ เอ่ยว่า “ไม่เป็นไรขอรับ ข้าคนนี้เป็นคนชอบเดิมพัน โดยเฉพาะของเดิมพันล้วนเป็นของที่ข้าชอบ ส่วนเรื่องแพ้นั้น หึๆ ข้ายังไม่เคยคิด ฉะนั้น รอข้าแพ้เมื่อใดค่อยว่ากันก็แล้วกัน!”

“ในเมื่อเจ้าว่าอย่างนี้แล้ว อย่างนั้น ข้าจะเป็นสักขีพยานให้พวกเจ้า ไม่ว่าใครแพ้ใครชนะ ล้วนไม่อาจตระบัดสัตย์” เสียงแฝงกลิ่นอายพลังวิญญาณของเจ้าสำนักดังก้องไปทั่วบริเวณ เสียงดังฟังชัดไปทั่วยอดเขาทั้งลูก

“ขอรับ / เจ้าค่ะ” ทั้งสามคนรับคำพร้อมกัน มองหน้ากัน สีหน้าแตกต่างกันไป

“ในเมื่อประลองการกลั่นยา อย่างนั้นก็เลือกยาชนิดเดียวกันมากลั่นก็แล้วกัน! อย่างนี้จะได้ตัดสินง่าย” เจ้าสำนักเอ่ย โบกมือออกคำสั่ง ให้คนนำโต๊ะยาทิพย์ที่เตรียมไว้เข้ามา

โต๊ะขนาดยาวสองตัวมียาทิพย์ชนิดต่างๆวางไว้ เจ้ายอดเขาโอสถก้าวออกมา หยุดยืนตรงหน้าโต๊ะ เอ่ยกับเฟิ่งจิ่วว่า “ในนี้เป็นชื่อของยาระดับหก ในเมื่อเราจะแข่งเรื่องความสามารถในการกลั่นยา เช่นนั้นระดับของยาจะต่ำไม่ได้”

“อืม เรื่องนี้แน่นอนอยู่แล้ว” เฟิ่งจิ่วรับคำ สายตาจับจ้องไปยังกระบอกไผ่ แปลกใจว่าเอาไว้ใช้ทำอะไร ราวกับรู้ว่าเฟิ่งจิ่วกำลังคิดสิ่งใดอยู่ เจ้าเขาโอสถ ยกกระบอกไผ่ขึ้น เอ่ยว่า “ในนี้เป็นชื่อของยาทิพย์สิบชนิด ให้หนึ่งในพวกเราจับเพื่อตัดสินว่าต้องกลั่นยาอะไรในการประลอง”

ขณะเอ่ย เขาเอียงกระบอกไผ่ไปทางเฟิ่งจิ่วเล็กน้อย “เจ้าเป็นแขก เจ้าจับก็แล้วกัน!”

เฟิ่งจิ่วเห็นอย่างนั้นก็ยิ้มๆ “แขกแล้วแต่เจ้าบ้าน ท่านเป็นเจ้าเขาแห่งยอดเขาโอสถ ท่านจับดีกว่า!”

“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ อย่างนั้นก็เชิญศิษย์หลานไป๋จับให้พวกเราก็แล้วกัน!” เจ้าเขาโอสถเอ่ย หันกระบอกไผ่ไปทางไป๋ชิงเฉิง

เห็นเช่นนั้น ไป๋ชิงเฉิงชะงักเล็กน้อย มองทั้งสองแวบหนึ่ง ก่อนจะหยิบกระดาษที่ถูกม้วนเป็นวงกลมออกมา จากนั้นก็ยื่นให้เจ้าสำนัก

เจ้าสำนักรับไปเปิดดู แววตาไหวระริก เขาหันไปมองทั้งสองคนแล้วคลี่กระดาษในมือออก…

ตอนที่ 2159: ยาทลายใจสีม่วง

“ยาทลายใจสีม่วง!”

“อึก! นึกไม่ถึงจะเป็นยาทลายใจสีม่วง นี่เป็นยาที่กลั่นยากที่สุดในบรรดายาระดับหกแล้ว”

“ยาทลายใจสีม่วงนี้เป็นยาสำคัญที่สามารถช่วยให้ผู้ฝึกเซียนระดับปราชญ์เซียนขั้นสูงสุด ให้ข้ามผ่านด่านเคราะห์กรรมเข้าสู่ระดับผู้อาวุโสเซียนเชียวนะ! ปราชญ์เซียนจะทะลวงขั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ผู้ฝึกเซียนหลายคนล้วนไม่อาจผ่านด่านเคราะห์กรรมและทะลวงขั้นเป็นผู้อาวุโสเซียนได้ หากไม่ล้มเหลวเพราะด่านเคราะห์กรรม ก็ล้มเหลวขณะถูกสายฟ้าฟาด แต่หากมียาทลายใจสีม่วงนี้ก็จะไม่เหมือนกัน”

“เพียงแต่ กลัวว่าอาจารย์ของเราก็ยังไม่เคยกลั่นยาทลายใจสีม่วงนี้มาก่อน…”

“กลัวอะไร? หากอาจารย์ของเรากลั่นไม่ได้ อย่างนั้นเด็กหนุ่มก็ยิ่งทำไม่ได้ ถึงอย่างไรท่านอาจารย์ก็ศึกษาเรื่องยาทลายใจมานานแล้ว อย่างไรก็ได้เปรียบกว่า”

“อ๊ะแฮ่ม!”

เมื่อได้ยินเสียงกระซิบกระซาบของบรรดาลูกศิษย์ที่อยู่รอบๆ เจ้าเขาโอสถกระแอม ตวัดสายตามองพวกเขาก่อนจะหันกลับมามองเด็กหนุ่ม เห็นเด็กหนุ่มกำลังจับพางทำท่าครุ่นคิด

“ยาทลายใจสีม่วงนี่มันอะไรกัน? ทำไมข้าไม่คุ้นหูเลย” เฟิ่งจิ่วพึมพำพลางนึกว่าเคยได้ยินชื่อยานี้จากที่ใด ทว่าพอได้ยินเฟิ่งจิ่วพึมพำ เจ้าเขาโอสถมุมปากกระตุก ที่แท้เด็กหนุ่มไม่รู้ด้วยซ้ำว่ายาทลายใจสีม่วงเป็นยาอะไร? แล้วจะแข่งกับเขาได้อย่างไรกัน? อย่างน้อยเขาก็เคยศึกษายาทลายใจสีม่วงนี้มาพักหนึ่งแล้ว หากวันนี้จะกลั่น ก็น่าจะทำได้

เห็นสีหน้าพวกเขาสองคน เจ้าสำนักเงยหน้ามองท้องฟ้าแล้วเอ่ยว่า “ตอนนี้ก็ยามเฉินแล้ว ให้สิ้นสุดเวลาแข่งขันยามโหย่วก็แล้วกัน! เวลานั้นอาทิตย์ตกพอดี ไม่แข่งว่าใครกลั่นเร็วกว่า เพียงแข่งกันว่าสุดท้ายยาทลายใจสีม่วงของใครมีคุณภาพกว่า พวกท่านทั้งสอง คิดว่าอย่างไร?”

“ข้าไม่มีอะไรโต้แย้ง” เฟิ่งจิ่วเอ่ย

เห็นอย่างนี้ เจ้าเขาโอสถเอ่ยว่า “ข้าก็ไม่มีข้อโต้แย้งเช่นกัน”

“อย่างนั้นก็ดี เริ่มได้…” เจ้าสำนักกำลังจะเอ่ยเริ่มการประลอง ก็เห็นเด็กหนุ่มหันมามองเขา ทำให้เขาอดหยุดพูดกะทันหันไม่ได้ ถามว่า “เจ้ายังมีอะไรอีกหรือ?”

“ขอรับ” เฟิ่งจิ่วพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม “สมุนไพรในการหลอมยา ข้าขอใช้ของตนเอง”

“ได้” เจ้าสำนักพยักหน้า ลอบประหลาดใจอยู่ลึกๆ สมุนไพรในการกลั่นยาทลายใจสีม่วงไม่ใช่น้อยๆ มีหลายชนิดที่เป็นสมุนไพรล้ำค่า เขามีอย่างนั้นหรือ?

“เริ่มเถิด!” เจ้าสำนักเอ่ย สั่งให้คนวางนาฬิกาทรายเพื่อจับเวลา

ผู้คนรอบๆถอยห่างออกไป แม้แต่เจ้าสำนักกับเหล่าเจ้าเขาก็เว้นพื้นที่ให้ด้วย ให้ทั้งสองคนอยู่กลางวง ในรัศมีสามจั้งไม่มีใครอื่นยืนอยู่ ในลานประลองอันกว้างใหญ่ของยอดเขาโอสถมีเพียงพวกเขาสองคนยืนอยู่

ในระยะสามจั้งโดยประมาณ ทั้งสองคนยืนคนละฝั่ง ต่างฝ่ายต่างไม่รบกวนกัน

หลังจากเริ่มจับเวลา เจ้าเขาโอสถหยิบเตาหลอมยาออกมา เริ่มเลือกสมุนไพร ทั้งสองคนทำทุกอย่างด้วยตนเอง ไม่มีคนค่อยช่วยข้างๆ ไม่ว่าจะเลือกสมุนไพรหรือจัดเรียงสมุนไพร หรือการควบคุมไฟและลม ล้วนทำด้วยตนเองทั้งสิ้น

เทียบกับเจ้าเขาโอสถที่เริ่มต้นไปแล้ว เฟิ่งจิ่วกลับหาที่นั่ง หยิบตำราโบราณที่บันทึกเกี่ยวกับยาชนิดต่างๆมาเปิดอ่าน

เธอจำได้ว่าเธอเคยอ่านเจอวิธีการกลั่นยาทลายใจสีม่วง น่าจะอยู่ในตำราเล่มนี้ ศึกษาก่อน อีกเดี๋ยวเข้าใจคร่าวๆแล้วค่อยเตรียมการกลั่นยา

ตอนที่ 2160: ศึกษาการกลั่นยา

ครั้นเห็นความแตกต่างของทั้งสองคน ผู้คนที่อยู่ห่างๆกลับตกตะลึง

“เด็กหนุ่มคนนั้นกำลังทำอะไรอยู่กันแน่? เขากำลังอ่านตำราเพื่อหาข้อมูลหรือ?”

“เป็นไปไม่ได้กระมัง? เพิ่งมาศึกษาการกลั่นยาเอาเวลานี้น่ะหรือ? อย่างนี้ก็ยังกล้ามาแข่งกับท่านอาจารย์? สมองเขายังปกติดีกระมัง?”

“อย่างเขาไม่ต้องแข่งก็รู้แล้วว่าแพ้ ข้าว่าเขาตั้งใจมาเล่นมากกว่า เอาตนเองมาขายหน้า เหอะ! ยังเอาตนเองมาเดิมพันอีก นี่คงไม่ได้ชอบศิษย์พี่ไป๋ ฉะนั้นจึงได้คิดจะไปเป็นข้ารับใช้อยู่ข้างกายนางหรอก กระมั้ง?”

ซ่งหมิงตวัดมองเหล่าคนที่กำลังกระซิบกระซาบกันพวกนั้น ก่อนจะละสายตาออกมาเงียบๆ แม้ดูเหมือนว่าเฟิ่งจิ่วจะไม่เคยรู้จักยาชนิดนั้น แต่ด้วยพรสวรรพ์ของนาง มีหรือนางจะกลั่นไม่ได้?

พวกเจ้ารอดูตอนสุดท้ายเถิด! เขาเชื่อว่าสุดท้ายนางจะต้องทำให้ทุกคนตกตะลึงด้วยผลลัพธ์ที่ไม่มีใครคาดถึงแน่นอน!

ไป๋ชิงเฉิงเห็นเด็กหนุ่มนั่งพลิกอ่านตำราอยู่ตรงนั้น ก็อดแสยะยิ้มไม่ได้ นางรู้อยู่แล้วว่าเขาจะต้องแพ้แน่นอน! ยาทลายใจสีม่วงนี้เป็นยาที่กลั่นยากที่สุดในบรรดายาระดับหก อายุอย่างเขาคงยังไม่เคยได้ยินกระมัง!

เจ้าสำนักและเหล่าเจ้าเขานั่งดูอยู่ตรงนั้น คิดว่าเด็กหนุ่มจะต้องแพ้เช่นกัน นักเล่นแร่แปรธาตุที่จะกลั่นยายังต้องอ่านตำรา จะกลั่นยาดีๆออกมาได้อย่างไรกัน? ยิ่งไปกว่านั้น อย่าว่าแต่เด็กหนุ่มเลย แม้กระทั่งเจ้าเขาแห่งยอดเขาโอสถของอีกสามสำนักใหญ่มาแข่ง ก็เดาว่าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของอาวุโสเยี่ยอยู่ดี

ทางนั้น เฟิ่งจิ่วพลิกหน้าตำราไปเจอยาทลายใจสีม่วง อ่านขั้นตอนการกลั่นยาและยาทิพย์ที่ต้องใช้ หลังอ่านหนึ่งรอบ และจดจำขึ้นใจแล้ว จึงค่อยหยิบยาทิพย์ที่ต้องใช้ออกมาจากห้วงมิติ วางไว้บนโต๊ะสี่เหลี่ยมที่อยู่ข้างๆ

เธอหยิบเตาหลอมเทพกสิกรรมโบราณที่ได้มาในตอนนั้นออกมาโยนไปข้างหน้า เตาขนาดเล็กหมุนพว้างก่อนจะกลายเป็นขนาดใหญ่วางอย่างมั่นคง บนพื้น

เธอโบกมือ เปลวไฟลูกหนึ่งบินเข้าไปในเตาหลอม ก่อนเพลิงจะลุกพรึบขึ้นมาล้อมรอบเตาหลอมเทพกสิกรรม นาทีต่อมา กลิ่นอายพลังวิญญาณขุมหนึ่งกระจายออกจากเตาหลอม ทำให้เปลวเพลิงที่โอบล้อมเตาหลอมยิ่งลุกโชติช่วง ครั้นกลิ่นอายพลังวิญญาณกระจายออกไป กลายเป็นเปลวเพลิงโชติช่วง ในเตาหลอมปรากฏลวดลายอักษร

เห็นอย่างนั้น สายตาของเธอไหวระริก นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอใช้เตาหลอมเทพกสิกรรมแล้ว ยาในหอยาสวรรพ์ล้วนเป็นยาที่เธอใช้เตาหลอมเทพกสิกรรมกลั่นขึ้นมาทั้งนั้น ลือกันว่า ยาที่ใช้เตาหลอมเทพกสิกรรมกลั่นนั้นล้วนมีพุณภาพดีที่สุด

เธอเพิ่งเคยกลั่นยาทลายใจสีม่วงนี้เป็นพรั้งแรก ลึกๆข้างในรู้ดี เกรงว่าจะไม่อาจหลอมสำเร็จได้ในคราวเดียว ทว่า แม้ตอนนี้จะยังเป็นเวลาเช้าตรู่อยู่ แต่ต้องกลั่นยาให้สำเร็จก่อนอาทิตย์ตก สำหรับยาระดับหกเช่นนี้ การจะกลั่นให้เสร็จภายในเวลาสั้นๆไม่ใช่เรื่องง่าย

เตาหลอมเทพกสิกรรมช่วยย่นระยะเวลาในการกลั่น ขณะเดียวกันยังช่วยลดอัตราการล้มเหลวด้วย หนำซ้ำเธอเคยบอกไว้ว่าสองวันก็จะกลับ วันนี้เป็นวันที่สองแล้ว พอกลั่นยาเสร็จ เธอก็ต้องรีบกลับแล้ว

นึกมาถึงตรงนี้ เธอละทิ้งความคิดสับสนวุ่นวายทั้งหมด ตั้งสมาธิกับการกลั่นยาเตานี้ เธอกลั่นยาตามขั้นตอนในตำราไปทีละขั้นตอนทีละขั้นตอน โดยไม่ให้ผิดพลาดแม้แต่น้อย ทว่า หนึ่งชั่วยามไห้หลัง ขณะที่เธอเติมสมุนไพรสองสามอย่างสุดท้ายเข้าไป กลับพบว่ามีบางอย่างผิดปกติ

รู้สึกเพียงว่ามีกระแสพลังอันแข็งแกร่งขุมหนึ่งกำลังไหลเวียนอยู่ในเตา คล้ายกำลังจะระเบิดออกมา เธอกำลังจะชะโงกหน้าดู ทันใดนั้นกลับเห็นเตาหลอมลอยขึ้นกลางอากาศ

จบตอน

Comments