feng ep2281-2300

 ตอนที่​ 2281: ถ้ำใต้ดิน

“ไปเถอะ​! กลับ​ไปแล้ว​พวก​เจ้าก็​รักษา​บาดแผล​ให้​ดี​” เธอ​กระโดด​ลง​มาจาก​ต้นไม้​ เอ่ย​ว่า​ “พวก​เจ้านำทาง​ก็แล้วกัน​!”

“ได้​ นาย​ท่าน​เชิญทาง​นี้​” หนึ่ง​ใน​นั้น​เอ่ย​ ก่อน​จะเดิน​นำทาง​ ส่วน​อีก​คน​กลับ​เข้าไป​รวมกลุ่ม​กับ​คนอื่นๆ​ แวว​ตื่นเต้น​บน​ใบหน้า​ปิด​ไว้​ไม่มิด​

สอง​ชาย​ชรา​เห็น​ดังนั้น​ก็​กระซิบ​ถามเบา​ๆ “พวก​เจ้ากลับมา​เร็ว​เช่นนี้​ ล่าสัตว์​ได้​หรือไม่​?” เวลา​ที่​พวกเขา​ออก​ไปนั้น​ไม่ได้​นาน​มาก​ กลับมา​เร็ว​ขนาด​นี้​ ไม่รู้​ว่า​ล่าสัตว์​ได้​บ้าง​หรือไม่​?

“ท่าน​ผู้นำ​ตระกูล​อาวุโส​สาม ได้​ขอรับ​ นาย​ท่าน​พา​พวก​ข้า​ไปล่า​หมู​หนัง​ดำ​ระดับ​สาม บอ​กว่า​เนื้อ​ของ​หมู​หนัง​ดำ​ระดับ​สามนุ่ม​กว่า​” ชายฉกรรจ์​คน​นั้น​ยิ้ม​ตอบ​ มอง​เงาร่าง​ที่​เดิน​อย่าง​สบายใจ​อยู่​ข้างหน้า​ ก่อน​หันมา​เล่า​ให้​พวกเขา​ฟังต่อว่า​ “พวก​ท่าน​ยัง​ไม่รู้​ นาย​ท่าน​ยอดเยี่ยม​มาก​จริงๆ​ เขา​ไม่ต้อง​ทำ​อะไร​ ก็​ช่วย​พวกเรา​ล่า​หมู​หนัง​ดำ​ระดับ​สามมาได้​สิบ​เก้า​ตัว​แล้ว​”

ครั้น​ได้​ฟัง พวกเขา​ต่าง​อึ้ง​ค้าง​ จากนั้น​ก็​ถามอย่าง​ประหลาดใจ​ “นี่​มัน​เรื่อง​อะไร​กัน​แน่​? เจ้าเล่า​มาให้​ฟังอย่าง​ละเอียด​”

“เรื่อง​มีอยู่​ว่า​…” ชายฉกรรจ์​เล่าเรื่อง​ทั้งหมด​ให้​พวกเขา​ฟังตั้ง​แต่ต้นจนจบ​ ยิ่ง​เล่า​ก็​ยิ่ง​ตื่นเต้น​ “ต่อไป​พวกเรา​ไม่ต้อง​ห่วง​อีกแล้ว​ว่า​คนใน​ตระกูล​จะไม่มีอาหาร​กิน​ ยา​ของ​นาย​ท่าน​ยอดเยี่ยม​มาก​ พวกเรา​แทบ​ไม่ต้อง​ทำ​อะไร​เลย​”

ทว่า​เมื่อ​ได้ยิน​อย่างนั้น​ บางคน​ก็​ดีใจ​ บางคน​กลับ​ขมวดคิ้ว​แน่น​ ชาย​ชรา​สอง​คน​นั้น​เมื่อ​ฟังชายฉกรรจ์​เล่า​จบ​ พวกเขา​กลับ​คิด​ไกล​กว่า​นั้น​

ยาม​นี้​ล่า​สัตว์ร้าย​ด้วย​การ​ใช้ยา​ หาก​ใช้ยา​หมด​แล้ว​เล่า​? แม้พวกเขา​ล้วน​เป็น​ปราชญ์​เซียน​ แต่​ใน​ป่าอสูร​แห่ง​นี้​ก็​มีสัตว์ร้าย​ที่​พวกเขา​ไม่อาจ​ต่อกร​ด้วย​ได้​อยู่​ หาก​ใช้ยา​ อย่างไร​ก็​ไม่ใช่แผนการ​ระยะยาว​อยู่ดี​

เฟิ่งจิ่ว​กลับ​ไม่รู้​ว่า​คน​ข้างหลัง​กำลัง​กังวล​เรื่อง​นี้​อยู่​ เธอ​ตาม​พวกเขา​ออกจาก​ป่าอสูร​ เห็น​พวกเขา​เอง​ก็​ใช้เส้น​ทางใต้ดิน​เช่นกัน​ เพียงแต่​ไม่ค่อย​เหมือนกับ​เส้น​ที่​เธอ​ใช้ตอน​เข้ามา​เท่านั้น​

ครั้น​ออกจาก​ป่าอสูร​ ขี่​กระบี่​บิน​ตาม​พวกเขา​ไป ระหว่างทาง​หยุดพัก​เป็นระยะ​ เวลา​ประมาณ​สามวัน​ก็​เดินทาง​มาถึงที่​ซ่อนตัว​ของ​พวกเขา​

“นาย​ท่าน​ ก็​คือ​ที่นี่​” ชาย​ชรา​เอ่ย​ พลาง​ชี้ไปข้างหน้า​

เฟิ่งจิ่ว​มอง​ไปข้างหน้า​ อด​ยักคิ้ว​ไม่ได้​ “ที่นี่​ไม่มีแม้แต่​คน​ ยิ่ง​ไม่ต้อง​พูด​ถึงที่​ซ่อนตัว​ ท่าน​มั่นใจ​หรือ​ ว่า​คนใน​ตระกูล​ของ​พวก​ท่าน​อยู่​ที่นี่​หมด​?”

“ฮะๆๆ นาย​ท่าน​ เป็น​ที่นี่​ไม่ผิด​แน่​ เพียงแต่​ที่​ซ่อนตัว​ของ​พวกเรา​ไม่ได้​อยู่​ที่นี่​ ทว่า​เป็น​ถ้ำใต้ดิน​” ชาย​ชรา​ลูบ​หนวด​ยิ้ม​ๆ บอก​เฟิ่งจิ่ว​ว่า​ “ที่นี่​ยัง​สร้าง​ค่าย​กล​ไว้​ด้วย​ นาย​ท่าน​เชิญตาม​พวก​ข้า​มา” เอ่ย​จบ​ ก็​นำทาง​อยู่​ข้างหน้า​เขา​

เฟิ่งจิ่ว​เดินตาม​พวกเขา​เข้าไป​ใน​ค่าย​กล​ ขณะ​เดินผ่าน​ค่าย​กล​ก็​สัมผัส​ได้​ว่า​มีดวงจิต​สอง​ดวง​กำลัง​สำรวจ​อยู่​ ได้ยิน​เพียง​ชาย​ชรา​พูด​คำ​หนึ่ง​ ดวงจิต​สอง​ดวง​นั้น​ก็​ถูเก็บ​กลับ​ไป ขณะเดียวกัน​ ก็​เผย​กลิ่นอาย​พลัง​ให้​ปรากฏ​ออกมา​

“ท่าน​ผู้นำ​ พวก​ท่าน​กลับมา​เสียที​!”

เสียง​อัน​ตื่นเต้น​แฝงด้วย​ความดีใจ​ดัง​ขึ้น​ เงาร่าง​สอง​ร่าง​รีบ​วิ่ง​ออกมา​ เฟิ่งจิ่ว​หัน​มอง​ อด​ตะลึง​ไม่ได้​ ที่แท้​ก็​เป็น​ผนัง​ที่​ทำ​จาก​ดิน​ ข้างหลัง​กำแพง​นั่น​ยังมี​เส้นทาง​ที่​ทะลุ​ไปถึงใต้ดิน​อยู่​เส้น​หนึ่ง​ด้วย​

ใน​หมู่​พวกเขา​มีคน​พลัง​ธาตุ​ดิน​? ฉะนั้น​พวกเขา​ไม่ได้​อยู่​ข้างบน​นี้​ แต่​อยู่​ใน​ถ้ำใต้ดิน​? นัยน์ตา​ของ​เธอ​ไหว​ระริก​ รู้สึก​ว่า​น่าสนใจ​ขึ้น​มา คิดถึง​วิธี​ที่​ลง​ไปอยู่​ใน​ถ้ำใต้ดิน​ได้​ ไม่น่า​เล่า​มีลูก​กับ​ภรรยา​อยู่​ด้วย​ก็​ยัง​สามารถ​รอดชีวิต​อยู่​ใน​นี้​ได้​

เมื่อ​สอง​คน​นั้น​เห็น​ชาย​ชุด​เขียว​แปลกหน้า​ที่อยู่​ใน​กลุ่ม​ ทั้งสอง​จ้อง​เฟิ่งจิ่ว​อย่าง​หวาดระแวง​ พลัน​ตวาด​ถาม “เจ้าเป็น​ใคร​!”

………………………………….

ตอนที่​ 2282 นาย​ท่าน​ได้​โปรด​ช่วย​

“ห้าม​เสียมารยาท​!” ชาย​ชรา​ตำหนิ​เสียงต่ำ​

ทั้งสอง​รีบ​ก้มหน้า​ต่ำ​

ชาย​ชรา​หันกลับ​ไปขอโทษ​เฟิ่งจิ่ว​ “นาย​ท่าน​อย่า​ถือสา​ พวกเขา​ยัง​ไม่รู้ความ​”

“อืม​” เฟิ่งจิ่ว​รับคำ​ เห็น​สอง​คน​นั้น​เงยหน้า​ขึ้น​อย่าง​ไม่อยาก​เชื่อ​เพราะ​คำ​ว่า​นาย​ท่าน​ที่​ออกจาก​ปาก​ของ​ชาย​ชรา​ พวกเขา​มอง​เธอ​อย่าง​ตกตะลึง​ เฟิ่งจิ่ว​อดรู้สึก​ตลก​ไม่ได้​

“ระหว่าง​ที่​พวก​ข้า​ไม่อยู่​ ทุกคน​สบายดี​หรือไม่​?” ชาย​ชรา​ถามสอง​คน​นั้น​

ชายฉกรรจ์​คน​หนึ่ง​รีบ​ตอบ​ “ท่าน​ผู้นำ​ ระหว่าง​นี้​ไม่ได้​เกิดเรื่อง​อะไร​ สอง​วันก่อน​มีผู้ฝึก​วิชา​มาร​กลุ่ม​หนึ่ง​เดินผ่าน​ที่นี่​ แต่​ก็​ไม่เจอ​พวกเรา​ เพียงแต่​ ใน​ถ้ำมีเด็ก​หลาย​คน​ล้ม​ป่วย​ ผ่าน​ไปสอง​สามวัน​แล้วก็​ยัง​ไม่เห็น​ว่า​จะดีขึ้น​ หนำซ้ำ​อาการ​แย่​ลง​เรื่อยๆ​ พวก​ข้า​ไม่รู้​จะทำ​อย่างไร​แล้ว​! พวก​ท่าน​กลับมา​พอดี​ รีบ​ไปดู​พวก​เด็ก​ๆ เถอะ​”

พวกเขา​ฟังจบ​ก็​หน้า​เปลี่ยนสี​ ใบหน้า​ฉายแวว​กังวล​

“นาย​ท่าน​ เชิญข้างใน​” ชาย​ชรา​เก็บ​ความกังวล​ไว้​ใน​ใจ ผาย​มือ​เชื้อเชิญ​เฟิ่งจิ่ว​เข้าไป​ข้างใน​ก่อน​

เฟิ่งจิ่ว​พยักหน้า​ เดินตาม​พวก​เข้า​ลง​ไปใน​ถ้ำใต้ดิน​ ครั้น​เข้า​มาถึง จึงเห็น​ว่า​ข้างใน​พื้นที่​กว้างขวาง​มาก​ มีปาก​ถ้ำเชื่อม​ต่อกัน​หลาย​ห้อง​ เหมือน​วัง​มรกต​อย่างไร​อย่างนั้น​ หลังจาก​เดิน​มาได้​ระยะ​หนึ่ง​ ก็​ได้ยิน​เสียง​ร้องไห้​ดัง​มารางๆ​

“เจ้าหก​ เจ้าหก​ตื่น​สิ เจ้าหก​…”

ได้ยิน​เสียง​ร้องไห้​ ทุกคน​รีบ​เร่งฝีเท้า​ ไม่นาน​ก็​มาถึงถ้ำที่​ค้อน​ข้าง​ใหญ่​ห้อง​หนึ่ง​ พวก​ผู้นำ​ตระกูล​รีบ​สาว​เดิน​เข้า​ไปดู​ ส่วน​เฟิ่งจิ่ว​กลับ​มอง​สำรวจ​รอบ​ๆ

ถ้ำนี้​ห่าง​จาก​พื้นดิน​ประมาณ​หนึ่ง​ แม้จะเป็น​ปราชญ์​เซียน​ขั้นสูงสุด​ หรือ​กระทั่ง​ผู้อาวุโส​เซียน​ เดา​ว่า​ก็​คง​ไม่อาจ​สัมผัส​ได้​ถึงการเคลื่อนไหว​และ​กลิ่นอาย​ข่าง​ล้าง​นี้​ พวกเขา​ลง​หลัก​ซ่อนตัว​ที่นี่​ นับว่า​เป็น​สถานที่​ที่​ดี​ เพียงแต่​ ถึงอย่างไร​ก็​เป็น​ใต้ดิน​ อากาศ​อับ​ชื้น​ อาศัย​อยู่​เป็นเวลา​นาน​ไม่ดี​ต่อ​สุขภาพ​

หัน​ตัว​กลับมา​ มอง​ไปข้างหน้า​ เห็น​ว่า​นอกจาก​ชาย​หญิง​อายุ​ยี่สิบ​สามสิบ​กลุ่ม​หนึ่ง​ ยังมี​เด็ก​อีก​เจ็ด​แปด​คน​ เด็ก​ที่​โต​สุด​อายุ​ประมาณ​สิบห้า​ปี เด็ก​ที่​อายุ​น้อย​สุดประมาณ​หก​เจ็ด​ขวบ​ เด็ก​พวก​นี้​ล้วน​หน้าซีด​ลมปราณ​วุ่นวาย​ บน​เตียง​ยังมี​เด็กหนุ่ม​อายุ​สิบ​สามปีนอน​อยู่​ เวลานี้​หายใจ​รวยริน​

“เจ้าหก​ เกรง​ว่า​เจ้าหก​จะทนไม่ไหว​แล้ว​” ผู้นำ​ตระกูล​เห็น​เด็กหนุ่ม​บน​เตียง​หิน​มีสภาพ​ร่อแร่​ อด​ดวงตา​แดงก่ำ​ขึ้น​ไม่ได้​ เอ่ย​ด้วย​น้ำ​เสียงสะอื้น​

ครั้น​ได้ยิน​อย่างนั้น​ เหล่า​เด็ก​ๆ ต่าง​พา​กัน​ร้องไห้​ขึ้น​มา พวก​ผู้ใหญ่​เอง​ก็ได้​แต่​ก้มหน้า​น้ำตาไหล​อย่าง​เศร้าโศก​

เห็น​พวกเขา​ต่าง​ก็​ลืม​เธอ​ไปหมด​แล้ว​ เฟิ่งจิ่วชะ​ล้าง​ลำคอ​ให้​โล่ง​ ก่อน​จะเอ่ย​ขึ้น​อย่าง​ใจเย็น​ “ข้า​รู้​วิชาแพทย์​ ถ้าอย่างไร​ ให้​ข้า​ดู​อาการ​เขา​หน่อย​?”

สิ้น​เสียง​ของ​เธอ​ เสียง​ร้องไห้​พลัน​เงียบหาย​ ทุกคน​หันมา​มอง​เธอ​

“เด็กผู้ชาย​ชุด​เขียว​คน​นี้​เป็น​ใคร​?”

“เขา​เข้ามา​เมื่อใด​? เข้ามา​ได้​อย่างไร​?”

ฟังเสียง​ถกเถียง​กัน​ของ​พวกเขา​ และ​เห็น​สายตา​ระแวดระวัง​ที่​มอง​มา เฟิ่งจิ่วอด​ยิ้ม​ไม่ได้​ หันไป​มอง​ผู้นำ​ตระกูล​

ผู้นำ​ตระกูล​ได้สติ​ รีบ​อธิบาย​กับ​ทุกคน​ “เขา​ชื่อ​เฟิ่งจิ่ว​ ตอน​อยู่​ใน​ป่าอสูร​ช่วย​พวกเรา​ไว้​ ด้วยเหตุนี้​ พวก​ข้า​ได้รับ​เขา​เป็น​นาย​แล้ว​ ต่อไป​เขา​ก็​คือ​นาย​ท่าน​ของ​ตระกูล​กู่​ของ​เรา​”

ทุกคน​นิ่งอึ้ง​ ผ่าน​ไปครู่หนึ่ง​ก็​ยัง​ตั้งสติ​ไม่ทัน​ เห็นได้ชัด​ว่า​ยัง​เหลือเชื่อ​กับ​นาย​ท่าน​คน​ใหม่​ที่​จู่ๆ ก็​ปรากฏตัว​ขึ้น​

“นาย​ท่าน​ ทะ​ ท่าน​รู้​วิชาแพทย์​จริง​หรือ​?” ชาย​ชรา​ถามด้วย​น้ำเสียง​สั่นเทา​เล็กน้อย​

“อืม​” เฟิ่งจิ่ว​รับคำ​

ผู้นำ​ตระกูล​คุกเข่า​ทันที​ “นาย​ท่าน​ได้​โปรด​ช่วย​เจ้าหก​ด้วย​ พ่อแม่​ของ​เขา​ล้วน​ไม่อยู่แล้ว​ เด็ก​คน​นี้​หาก​ตาย​ไปอีก​คน​ ข้า​ ข้า​ก็​ไม่รู้​ว่า​จะสู้หน้า​พ่อแม่​ของ​เขา​อย่างไร​…”



ตอนที่​ 2283 ความสุข​ง่าย​มาก​

เฟิ่งจิ่ว​โบกมือ​ เอ่ย​ว่า​ “ลุกขึ้น​เถอะ​! อายุ​ปูน​นี้​แล้ว​อย่า​เอะอะ​ก็​คุกเข่า​”

เธอ​สาว​เดิน​ไปข้างหน้า​ช้าๆ มานั่ง​ข้าง​เตียง​ ยื่นมือ​ไปจับชีพจร​ของ​เด็กหนุ่ม​บน​เตียง​ ก่อน​จะตรวจร่างกาย​ของ​เขา​เล็กน้อย​ ผ่าน​ไปครู่หนึ่ง​ จึงเอ่ย​ว่า​ “นี่​เป็น​อาการป่วย​ที่เกิด​จาก​อยู่​ใต้ดิน​เป็นเวลา​นาน​จน​ได้รับ​ผลกระทบ​จาก​พลัง​หยิน​ ประกอบ​กับ​กับ​ขาดสารอาหาร​ ขอ​เพียง​ได้​ออก​ไปเดิน​ข้างนอก​บ่อยๆ​ ตากแดด​และ​เพิ่ม​สารอาหาร​ให้​เขา​หน่อย​ก็​ไม่เป็นไร​แล้ว​”

วินิจฉัย​เสร็จ​ เธอ​ล้วง​น้ำยา​สารอาหาร​ขวด​หนึ่ง​ออกจาก​ห้วง​มิติ​ หันไป​เอ่ย​กับ​หญิง​วัยกลางคน​ข้างๆ​ “เจ้าป้อน​สิ่งนี้​ให้​เขา​ดื่ม​”

หญิง​วัยกลางคน​หันไป​มอง​ผู้นำ​ตระกูล​ ไม่รู้​ว่า​ควร​รับ​หรือไม่​?

“รับ​ไว้​เถอะ​! ทำ​ตามที่​นาย​ท่าน​บอก​” ผู้นำ​ตระกูล​เอ่ย​ พยักหน้า​ให้​นาง​รับ​มา

“ข้า​ประคอง​เจ้าหก​เอง​” ชาย​วัยกลางคน​ที่อยู่​ด้าน​หนึ่ง​เสนอตัว​ ก้าว​เข้ามา​ประคอง​เด็กหนุ่ม​บน​เตียง​ เพื่อให้​หญิง​วัยกลางคน​ป้อน​ยา​ให้​เขา​ดื่ม​

เฟิ่งจิ่ว​กวาด​มอง​เด็ก​คนอื่นๆ​ แวบ​หนึ่ง​ เอ่ย​ว่า​ “เด็ก​พวก​นี้​เอง​ก็​สุขภาพ​ไม่ค่อย​ดี​นัก​ ล้วน​มีไอ​เย็น​ใน​ร่างกาย​” เธอ​เอ่ย​ ก่อน​หยิบ​ข้าวสาร​วิญญาณ​ถุงหนึ่ง​ออกจาก​ห้วง​มิติ​ ยื่น​ให้​หญิง​วัยกลางคน​อีก​คน​ “ต้ม​ข้าวสาร​วิญญาณ​เป็น​ข้าวต้ม​ สุก​แล้ว​ให้​เรียก​ข้า​ ข้า​จะใส่ยา​ขับ​ไอ​เย็น​ลง​ไปเพิ่ม​หน่อย​”

“ได้​ ได้​” หญิง​วัยกลางคน​รับ​ไปอย่าง​ดีใจ​ ของ​อย่าง​ข้าวสาร​วิญญาณ​ พวกเขา​ไม่เคย​ได้​กิน​อีก​เลย​ตั้งแต่​เข้ามา​ที่นี่​

“มีเนื้อที่​ย่าง​สุก​แล้ว​ไม่ใช่หรือ​? เอา​ออกมา​ให้​พวกเขา​รองท้อง​ก่อน​” เฟิ่งจิ่ว​หันไป​มอง​ชายฉกรรจ์​กลุ่ม​นั้น​ ลอบ​ทอดถอนใจ​ ระดับ​วรยุทธ์​ขนาด​นี้​ กลับ​มีชีวิต​ความเป็นอยู่​ที่​ตกอับ​ขนาด​นี้​ ช่างแปลก​เสีย​จริง​

“มาๆ มาทาง​นี้​ให้​หมด​ เหยื่อ​ที่​พวกเรา​ล่า​ได้​ครั้งนี้​ล้วน​เป็น​ฝีมือ​นาย​ท่าน​ มีมาก​พอให้​พวกเรา​กิน​ไปได้​อีก​นาน​” ชายฉกรรจ์​กลุ่ม​นั้น​ตะโกน​บอก​ จากนั้น​ก็​เอา​เนื้อที่​ย่าง​เสร็จ​แล้ว​ออกจาก​ห้วง​มิติ​มาหั่น​แจก​ให้​ทุกคน​

นาน​แล้ว​ที่​ไม่ได้​กลิ่นหอม​ของ​เนื้อ​ เห็น​เนื้อ​ย่าง​สัตว์​อสูร​ตัว​ใหญ่​ถูกวาง​อยู่​ตรงหน้า​พวกเขา​อย่างนั้น​ ทั้ง​เด็กเล็ก​เด็ก​ใหญ่​ต่าง​ก็​อด​กลืนน้ำลาย​ไม่ได้​ แววตา​เป็นประกาย​ขึ้น​มา ส่วน​ผู้ใหญ่​พวก​นั้น​ต่าง​ก็​เผย​ยิ้ม​ดีใจ​ออกมา​

“เนื้อ​ของ​สัตว์ร้าย​นี้​มีพลัง​วิญญาณ​ต่อ​น​ข้าง​เข้มข้น​ ร่างกาย​ของ​เด็ก​ๆ ยัง​อ่อนแอ​อยู่​ ไม่เหมาะ​กิน​เยอะ​” เฟิ่งจิ่ว​เตือน​พวกเขา​ เห็น​พวก​เด็กเล็ก​เด็ก​ใหญ่​หันมา​มอง​เธอ​ตา​ปริบๆ​ จึงอธิบาย​ต่อว่า​ “แต่ละคน​กิน​ชิ้น​เล็ก​ๆ ก็​พอแล้ว​ อีก​เดี๋ยว​กิน​ข้าวต้ม​แล้ว​ค่อย​กิน​เนื้อ​ย่าง​อีก​”

“ขอรับ​/เจ้าค่ะ​” แต่ละคน​เมื่อ​ได้ยิน​อย่างนั้น​ต่าง​ก็​รับคำ​อย่าง​ดีใจ​

ใน​ถ้ำอบอวล​ไปด้วย​กลิ่นหอม​ของ​เนื้อ​ย่าง​ แต่ละคน​ใบหน้า​เต็มไปด้วย​รอยยิ้ม​ เห็น​พวกเขา​มีความสุข​ด้วย​เรื่องเล็ก​ๆ เช่นนี้​ เฟิ่งจิ่ว​อธิบาย​ไม่ถูกว่า​รู้สึก​อย่างไร​

เพราะ​ต้อง​ติด​อยู่​ที่นี่​ ฉะนั้น​สิ่งของ​ที่​ถือว่า​ธรรมดา​หา​ได้​ง่าย​สำหรับ​คน​ข้างนอก​ สำหรับ​พวกเขา​กลับ​กลายเป็น​ของล้ำค่า​ สำหรับ​พวกเขา​ ความสุข​ก็​คือ​การ​ได้​กิน​อิ่ม​หนึ่ง​มือ​ ข้าวต้ม​วิญญาณ​หนึ่ง​ด้วย​ หรือ​เนื้อ​ย่าง​หนึ่ง​ชิ้น​…

หญิง​วัยกลางคน​สอง​คน​ที่​ไปต้ม​ข้าวต้ม​เมื่อ​ครู่​กลับมา​บอก​เฟิ่งจิ่ว​ “นาย​ท่าน​ ข้าวต้ม​ได้​ที่แล้ว​”

เฟิ่งจิ่ว​เดินตาม​พวก​นาง​ไปที่​ถ้ำอีก​ห้อง​หนึ่ง​ เห็น​ตรงนั้น​มีหม้อ​ขนาดใหญ่​วาง​อยู่​ ข้าวสาร​ใน​หม้อ​ถูก​ต้มจนสุก​เหลว​ กลิ่น​หอมฉุย​กระจาย​ออกมา​

เฟิ่งจิ่ว​เติม​สมุนไพร​ขับ​ไอ​เย็น​เพิ่ม​พลัง​ลง​ไปจำนวน​หนึ่ง​ จากนั้น​ก็​เติม​เกลือ​เข้าไป​อีก​ สุดท้าย​เอ่ย​กับ​พวก​นาง​ว่า​ “ตัก​ให้​พวกเขา​กินกัน​คละ​หน่อย​เถอะ​!”

“เจ้าค่ะ​” หญิง​วัยกลางคน​เผย​ยิ้ม​ ก่อน​จะหันไป​ง่วน​กับ​การตัก​ข้าวต้ม​แจก​

เด็ก​ที่​อายุ​น้อยที่สุด​กิน​หมด​ไปหนึ่ง​ถ้วย​อย่าง​ไม่กลัว​ร้อน​ จากนั้น​ถือ​ถ้วย​ไว้​มอง​เฟิ่งจิ่ว​อย่าง​อาลัยอาวรณ์​…

………………………………….

ตอนที่​ 2284 ปวดใจ​

“ขะ​ ข้า​กิน​อีก​ถ้วย​ได้​หรือไม่​?”

เด็ก​คน​นั้น​อายุ​เพียง​เจ็ด​แปด​ขวบ​ แต่กลับ​ตัวเล็ก​กว่า​เด็ก​ใน​วัย​เดียวกัน​เพราะ​ขาด​สาร​อาการ​มาเป็นเวลา​นาน​ ดวง​หน้าซีด​ขาว​ซูบ​เซียว​ดู​ขลาดกลัว​ แต่กลับ​ไม่อาจ​ปกปิด​ความปรารถนา​ใน​ดวงตา​ได้​

เฟิ่งจิ่ว​ได้ยิน​ก็​อด​ปวดใจ​ไม่ได้​ เธอ​มอง​เด็กน้อย​ เผย​ยิ้ม​อ่อนโยน​ “ได้​อยู่แล้ว​”

ครั้น​เอ่ย​จบ​ เธอ​ก็​เห็น​ดวง​หน้า​ขนาด​เท่า​ฝ่ามือ​ของ​เด็กน้อย​แย้ม​รอยยิ้ม​เต็ม​ใบหน้า​ รีบ​วิ่ง​ไปหา​หญิง​วัยกลางคน​ “ท่าน​ป้า นาย​ท่าน​บอ​กว่า​ข้า​กิน​ข้าวต้ม​อีก​ถ้วย​หนึ่ง​ได้​”

ภาพ​นี้​ทำให้​ผู้ใหญ่​ใน​ตระกูล​กู่​ต่าง​ก็​ดวงตา​แดงก่ำ​อย่าง​ทนไม่ไหว​ แต่ก่อน​พวกเขา​เคย​เป็น​ตระกูล​เร้นลับ​ แต่​นึกไม่ถึง​ กลับ​มีวันหนึ่ง​ที่​ต้อง​ตก​อยู่​ใน​สภาพ​เช่นนี้​

ถูก​ขัง​ใน​นี้​ ทำได้​เพียง​ใช้ชีวิต​ราว​คนป่า​ กิน​อาหาร​ไม่ครบ​สามมือ​ ตัว​ลีบ​ผอม​เหมือน​ฟืน​ เห็น​เด็ก​รุ่นหลัง​ใน​ตระกูล​เหลืออยู่​เพียง​ไม่กี่​คน​อย่างนี้​ ใน​ใจพวกเขา​มีหรือ​จะไม่รู้สึก​แย่​?

หลังจากที่​ทุกคน​กิน​อิ่ม​ ผู้นำ​ตระกูล​เรียก​เด็ก​และ​ผู้ใหญ่​ทั้งหมด​สามสิบ​เก้า​คน​มารวมตัวกัน​ แม้แต่​เด็กหนุ่ม​ที่​อาการ​ร่อแร่​เมื่อ​ครู่​ก็​ถูก​ประคอง​มาด้วย​ เพียงแต่​หลังจากที่​ดื่ม​น้ำยา​สารอาหาร​เข้าไป​ ลมปราณ​ของ​เขา​ก็​กลับมา​เป็นปรกติ​มาก​แล้ว​ สีหน้า​ก็​ดีขึ้น​ไม่น้อย​

“ออก​ไปครั้งนี้​พวก​ข้า​เกือบ​ไม่ได้​กลับมา​แล้ว​ เป็น​นาย​ท่าน​ที่​ช่วย​พวกเรา​ไว้​ ฉะนั้น​ พวก​ข้า​จึงให้​คำสัตย์​สาบาน​ ตระกูล​กู่​ทั้ง​ตระกูล​นับถือ​เขา​เป็น​นาย​ท่าน​” ชาย​ชรา​ประกาศ​ขณะ​มอง​ทุกคน​ที่อยู่​ใน​นี้​

ก่อนหน้านี้​ทุกคน​รู้เรื่อง​คร่าวๆ​ พวกเขา​รู้​ว่า​เด็กหนุ่ม​ชุด​เขียว​คน​นี้​ช่วย​พวก​ผู้นำ​ตระกูล​ไว้​ และ​ล่าสัตว์​มาให้​พวกเขา​ อีก​ทั้ง​ยัง​มอบ​ข้าวสาร​วิญญาณ​ให้​พวกเขา​ รักษา​อาการป่วย​ให้​เด็ก​ๆ หลาย​คน​ด้วย​ เวลานี้​พอ​ได้ยิน​คำพูด​ของ​ผู้นำ​ตระกูล​ พวกเขา​กลับ​ไม่ลังเล​ รีบ​คุกเข่า​คารวะ​ทันที​

“คารวะ​นาย​ท่าน​”

ทุกคน​ร้อง​ขึ้น​อย่าง​พร้อมเพรียง​ เสียง​ของ​ทั้ง​หญิง​ชาย​เด็ก​ผู้ใหญ่​ดัง​ผสม​กัน​ แม้สถานการณ์​จะดู​อิหลักอิเหลื่อ​อยู่​บ้าง​ แต่​ใบหน้า​ของ​แต่ละคน​ล้วน​ฉาย​ด้วย​ความเคารพ​เลื่อมใส​

เฟิ่งจิ่ว​มอง​พวกเขา​ ก่อน​เอ่ย​ “ลุกขึ้น​มาเถอะ​!”

“ขอบ​คุณนาย​ท่าน​” พวกเขา​รับคำ​ ก่อน​จะลุกขึ้น​ยืน​

“ติดตาม​ข้า​ ข้า​จะไม่ทำให้​พวก​เจ้าลำบาก​ และ​เงื่อนไข​อย่าง​เดียว​ที่​ข้า​มีต่อ​พวก​เจ้า ก็​คือ​ความซื่อสัตย์​” เธอ​เอ่ย​ด้วย​น้ำเสียง​เรียบ​เฉย​ ทว่า​กลับ​ดัง​ชัดเจน​ใน​โสตประสาท​ของ​ทุกคน​

“ขอ​ภักดี​ต่อ​นาย​ท่าน​จน​ชีวิต​จะหาไม่​! ไม่มีวัน​ทรยศ​!”

ผู้นำ​ตระกูล​ให้​คำสัตย์​ จากนั้น​คนอื่นๆ​ ต่าง​ก็​ตะโกน​ให้​คำสัตย์​พร้อมกัน​โดย​ไม่ได้​นัดหมาย​ ““ขอ​ภักดี​ต่อ​นาย​ท่าน​จน​ชีวิต​จะหาไม่​! ไม่มีวัน​ทรยศ​!”

“ดีมาก​”

เธอ​พยักหน้า​ หันไป​มอง​พวกเขา​แวบ​หนึ่ง​ เอ่ย​ว่า​ “เข้ามา​ที่นี่​แล้ว​ไม่อาจ​พัฒนา​วรยุทธ์​ได้​ พลัง​ของ​เด็ก​ๆ ต่าง​ก็​อ่อนแอ​มาก​ แม้จะไม่สามารถ​พัฒนา​พลัง​ได้​ แต่​ไม่อาจ​ละเลย​ทักษะ​การต่อสู้​ได้​ ตั้งแต่​วันนี้​ พวก​เจ้าต้อง​เพิ่ม​ความ​เข้ม​ใน​การ​ฝึก​ทักษะ​การต่อสู้​ เมื่อ​เป็น​เช่นนี้​ ร่างกาย​ก็​จะแข็งแรง​ขึ้น​”

“นอกจากนี้​ ระหว่าง​นี้​พวก​เจ้าก็​พักฟื้น​ร่างกาย​อยู่​ใน​นี้​ให้​ดี​ก่อน​ ข้า​ยัง​ต้อง​ออก​ไปมองหา​ผู้ฝึก​ตน​ที่​มีความสามารถ​อีก​บางส่วน​” เธอ​บอก​พวกเขา​ ขณะเดียวกัน​ก็​พลิก​มือ​ หยิบ​ขวด​ยา​จำนวน​หนึ่ง​ให้​พวกเขา​

“นี่​เป็น​ยา​ที่​ใช้ทั่วไป​ พวก​เจ้าเก็บ​ไว้​เผื่อ​ได้​ใช้ ข้า​เดา​ว่า​อาจ​ไม่ได้​กลับมา​ใน​เร็ว​ๆ นี้​”

ได้ยิน​คำ​กำชับ​ของ​เฟิ่งจิ่ว​ กอปร​กับ​เห็น​ยา​ที่​เขา​ยื่น​ให้​ ทุกคน​นิ่งอึ้ง​ ไม่รู้​ว่า​ควร​รับ​มาดี​? หรือไม่​ควร​รับ​ดี​? จะให้​ดี​ ท่าน​ผู้นำ​ตระกูล​ออกหน้า​พูด​จะดีกว่า​

“นาย​ท่าน​ ยา​เหล่านี้​ท่าน​เก็บ​ไว้​ใช้เอง​เถอะ​!”



ตอนที่​ 2285 พา​กู่​เสียง​ไปด้วย​

“ใช่แล้ว​นาย​ท่าน​ พวก​ข้า​อยู่​ที่นี่​หาก​ไม่ออก​ไปก็​ไม่ได้รับบาดเจ็บ​ ท่าน​เก็บ​ไว้​เอง​เถอะ​!” ชาย​ชรา​อีก​คน​เสริม​ทับ​

เฟิ่งจิ่ว​ยิ้ม​ เอา​ยา​พวก​นั้น​ใส่มือ​ผู้นำ​ตระกูล​ อธิบาย​ว่า​ “ของ​พวก​นี้​ข้า​มี ให้​พวก​ท่าน​เก็บ​ไว้​ ก็​เก็บ​ไว้​เถอะ​! จำไว้​ให้​ดี​เล่า​ ระหว่าง​นี้​ไม่ต้อง​ออก​ไปล่าสัตว์​แล้ว​ พักฟื้น​ร่างกาย​ให้​หาย​ดี​ก่อน​ รอ​ข้า​กลับมา​”

ผู้นำ​ตระกูล​รับ​ยา​พวก​นั้น​ไว้​ เนิ่นนาน​จึงค่อย​พยักหน้า​ “ได้​ พวก​ข้า​ฟังนาย​ท่าน​ นาย​ท่าน​อยู่​ข้างนอก​ลำพัง​ จะต้อง​ระวังตัว​ให้​มาก​”

ขณะ​เอ่ย​ ผู้นำ​ตระกูล​ยังคง​รู้สึก​ว่า​ไม่เหมาะสม​ จึงกล่าว​ “นาย​ท่าน​ เอา​อย่างนี้​ก็แล้วกัน​! ให้​กู่​เสียง​ไปกับ​ท่าน​ ทำ​อย่างนี้​หาก​ท่าน​มีเรื่อง​อะไร​จะได้​คอย​ช่วยเหลือ​ท่าน​ได้​”

ชายฉกรรจ์​คน​หนึ่ง​ก้าว​ออกมา​ข้างหน้า​ เอ่ย​ว่า​ “นาย​ท่าน​ ผู้นำ​ตระกูล​พูด​ถูก​ ให้​ข้า​ออก​ไปกับ​ท่าน​เถอะ​! จะได้​คอย​ช่วยเหลือ​ท่าน​ได้​”

เฟิ่งจิ่ว​ครุ่นคิด​เล็กน้อย​ ก่อน​ตอบ​ว่า​ “ก็ดี​เหมือนกัน​ อย่างนั้น​ก็​ให้​เขา​ออก​ไปกับ​ข้า​ก็แล้วกัน​!” เธอ​รับคำ​ยิ้ม​ๆ

เพราะ​ไม่เร่งรีบ​ออกเดินทาง​ เฟิ่งจิ่ว​จึงพัก​ที่นี่​ก่อน​ ประมาณ​สอง​วัน​ต่อมา​จึงค่อย​ออก​ไปพร้อมกับ​กู่​เสียง​…

ระหว่างทาง​ ทั้งสอง​เดิน​เคียง​ไหล่​ กู่​เสียง​มอง​นาย​ท่าน​ที่​เดินทอดน่อง​อย่าง​สบายใจ​ อด​ถามไม่ได้​ว่า​ “นาย​ท่าน​ พวกเรา​จะไปไหน​หรือ​?”

“เดิน​ไปเรื่อยๆ​” เฟิ่งจิ่ว​ตอบ​ โยน​ขนนก​เคลือบ​หลาก​สีที่​เอว​ออก​ไป เขย่ง​ปลายเท้า​กระโดด​ขึ้นไป​นั่ง​ ก่อน​หันมา​เอ่ย​กับ​กู่​เสียง​ว่า​ “ตามมา​” สิ้น​เสียง​ ก็​บิน​ไปข้างหน้า​

กู่​เสียง​รีบ​ขี่​พาหนะ​บิน​ตาม​ไปอย่าง​รวดเร็ว​ มองดู​ขนนก​เคลือบ​หลาก​สีที่​นาย​ท่าน​นั่ง​อยู่​ เขา​ลอบ​ตะลึง​ใน​ใจ ขนนก​เคลือบ​หลาก​สีนี้​เขา​เคย​ได้ยิน​มาก่อน​ เพียงแต่​ของ​สิ่งนี้​อยู่​ที่​แผ่นดินใหญ่​แถบ​ใต้​แม่น้ำ​ไม่ใช่หรือ​? เหตุใด​มาอยู่​ใน​มือ​นาย​ท่าน​ได้​?

ลึก​ๆ ข้างใน​รู้สึก​ประหลาดใจ​ ยิ่ง​ติดตาม​นาย​ท่าน​นาน​ ก็​ยิ่ง​รู้สึก​ว่า​เขา​ลึกลับ​ยาก​ค้นหา​

ทั้งสอง​เหาะ​เหิน​อยู่​กลางอากาศ​ โดยเฉพาะ​เฟิ่งจิ่ว​ที่อยู่​ข้างหน้า​ยัง​นั่ง​อยู่​บน​ขนนก​เคลือบ​หลาก​สี พาหนะ​ชิ้น​นี้​ส่องแสง​เรืองรอง​สะดุดตา​ เรียก​ได้​ว่า​คน​ข้างล่าง​ล้วน​สามารถ​มองเห็น​เธอ​ที่อยู่​เหนือ​ท้องฟ้า​ได้​แม้จะอยู่​ไกล​

ผู้ฝึก​วิชา​มาร​สอง​คน​หมายหัว​เฟิ่งจิ่ว​ที่นั่ง​อยู่​บน​ขนนก​เคลือบ​หลาก​สี ด้วยเหตุนี้​ ทั้งสอง​กระโดด​ขึ้นไป​บน​ต้นไม้​ที่​กิ่งก้านสาขา​สมบูรณ์​ หนึ่ง​ใน​นั้น​ง้างธนู​เล็ง​เป้าไปที่​เฟิ่งจิ่ว​

“ฟิ้ว!”​

พลัน​นั้น​ เสียง​ลูกธนู​แหวก​อากาศ​ดัง​ฟิ้ว​พุ่ง​ไปที่​เฟิ่งจิ่ว​ กู่​เสียง​ที่อยู่​ข้างหลัง​เห็น​อย่างนั้น​ก็​กลั้นหายใจ​ รีบ​ตะโกน​เตือน​ออก​ไป “นาย​ท่าน​ระวัง​!” เขา​จะเข้าไป​ แต่กลับ​ได้ยิน​นาย​ท่าน​ตะโกน​กลับมา​เสียง​ใส

“ไม่ต้อง​เข้ามา​!”

เฟิ่งจิ่วตะ​โกน​ลั่น​ เธอ​ที่​เดิมที​นั่ง​อยู่​บน​ขนนก​เคลือบ​หลาก​สีก้มตัว​ หลบ​ลูกธนู​แหลม​ๆ ลูก​นั้น​ ขณะเดียวกัน​ก็​บอก​กู่​เสียง​ว่า​ “ลง​ไปข้างล่าง​!”

“ขอรับ​!” กู่​เสียง​ได้สติ​ รีบ​ขี่​กระบี่​บินลง​จาก​เหนือ​ท้องฟ้า​ พุ่ง​ลง​ไปกลาง​ป่า ตามหา​คน​พวก​นั้น​ที่​เล่นงาน​พวกเขา​

ส่วน​ธนู​ลูก​นั้น​ที่​ตอนแรก​เฟิ่งจิ่ว​หลบ​พ้น​แล้ว​ กลับ​ตีโค้ง​พุ่ง​กลับ​มาหา​เฟิ่งจิ่ว​อีกครั้ง​ เฟิ่งจิ่ว​เห็น​อย่างนั้น​นัยน์ตา​ไหว​ระริก​ กระตุก​มุมปาก​ “อาวุธ​วิเศษ​?”

เธอ​ใช้มือ​ข้าง​หนึ่ง​ยัน​ขนนก​เคลือบ​แล้ว​ตีลังกา​ลุกขึ้น​ยืน​ เผชิญหน้า​กับ​ธนู​ลูก​นั้น​ ชั่วพริบตา​ที่​ธนู​ลูก​นั้น​กำลังจะ​พุ่ง​เข้ามา​ถึง เธอ​ยก​มือสอง​ข้างขึ้น​ กลิ่นอาย​พลัง​เร้นลับ​ขุม​หนึ่ง​ไหลเวียน​กลางฝ่ามือ​ทั้งสอง​ข้าง​ เสี้ยว​นาที​ที่​ธนู​ลูก​นั้น​พุ่งตรง​มาที่​หัว​คิ้ว​ของ​เธอ​ สอง​มือ​ของ​เธอ​ออกแรง​คว้า​ธนู​ลูก​นั้น​ไว้​แน่น​ ไม่ให้​มัน​เคลื่อนไหว​เข้ามา​ได้​อีก​แม้แต่​นิดเดียว​

รู้สึก​เพียง​ธนู​แหลม​ลูก​นั้น​มีกำลัง​มหาศาล​ ราวกับ​ต้องการ​จะสลัด​พันธนาการ​จาก​มือ​ของ​เธอ​…

………………………………….

ตอนที่​ 2286 ล่อ​ศัตรู​มาหา​ถึงที่​

เธอ​พลิก​ฝ่ามือ​คว้า​จับ​ สลาย​กลิ่นอาย​พลัง​วิญญาณ​ใน​ธนู​แหลม​ลูก​นั้น​ ก่อน​จะมอง​ลง​ไปข้างล่าง​ เห็น​เพียง​ผู้ฝึก​วิชา​มาร​คน​นั้น​พอ​เห็น​เธอ​รับ​ลูกธนู​ไว้​ได้​ ก็​ง้างคันธนู​ยิง​ลูกธนู​ลูก​ที่สอง​และ​ลูก​ที่สาม​ตามมา​ติดๆ​

ธนู​แหลม​สอง​ลูก​แหวก​อากาศ​จู่โจมเข้ามา​อย่าง​รวดเร็ว​ เฟิ่งจิ่ว​เหาะ​ลง​ไป กระโดด​จาก​ขนนก​เคลือบ​หลาก​สีลง​บน​พื้น​ ธนู​สอง​ลูก​นั้น​ก็​ยิง​ลง​ตามมา​ด้วย​

เธอ​ล่อ​ธนู​สอง​ลูก​นั้น​มาถึงข้างหน้า​ต้นไม้​ใหญ่​ต้น​หนึ่ง​ ก่อน​จะโฉบ​ผ่าน​ไป หนึ่ง​ใน​สอง​ลูกธนู​นั้น​ยิง​ปัก​เข้าไป​ใน​ต้นไม้​ ก่อนที่​อีก​หนึ่ง​ลูก​จะถูก​เธอ​ที่​โผล่​มาจาก​หลัง​ต้นไม้​คว้า​ไว้​และ​สลาย​กลิ่นอาย​พลัง​เร้นลับ​

เธอ​เก็บ​ธนู​ทั้ง​สามลูก​ไว้​ใน​มือ​ เห็น​กู่​เสียง​ที่อยู่​ข้างหน้า​เริ่ม​สู้กับ​ผู้ฝึก​วิชา​มาร​ จึงตาม​ไปข้างหน้า​ด้วย​

ผู้ฝึก​วิชา​มาร​ทั้งสอง​ล้วน​เป็น​ปราชญ์​เซียน​ สอง​รุม​หนึ่ง​ กู่​เสียง​ไม่ใช่คู่ต่อสู้​ของ​พวก​นั้น​อยู่แล้ว​ เห็น​เช่นนั้น​ กลิ่นอาย​พลัง​เร้นลับ​บน​ตัว​เธอ​พุ่งพล่าน​ โฉบ​ไหว​ไปข้างหน้า​อย่าง​รวดเร็ว​ดุจ​ภูตผี​ เห็น​เพียง​ประกาย​เยือกเย็น​เส้น​หนึ่ง​พาด​ผ่าน​ ธนู​ลูก​หนึ่ง​พุ่ง​ออกจาก​มือ​ของ​เธอ​ ยิง​เข้าที่​จุด​ตันเถียน​ของ​หนึ่ง​ใน​สอง​ผู้ฝึก​วิชา​มาร​ด้วย​ความเร็ว​ดุจ​สายฟ้า​

“อึก​!”

ผู้ฝึก​วิชา​มาร​คน​นั้น​แค่น​เสียง​ เบิกตา​กว้าง​จ้อง​เธอ​อย่าง​ไม่อยาก​เชื่อ​ ร่างกาย​เซถอย​ไปข้างหลัง​ สุดท้าย​ก็​ล้ม​ลง​ไปข้างหลัง​ กระตุก​สั่น​อยู่​ไม่นาน​ก็​ตาย​ไป

เห็น​ผู้ฝึก​วิชา​มาร​คน​นั้น​ตาย​ไป อีก​หนึ่ง​คน​ที่​เหลือ​ตกตะลึง​ หันไป​มอง​เฟิ่งจิ่ว​ด้วย​ความหวาดกลัว​ รีบ​ถอยหลัง​อย่าง​รวดเร็ว​ ตีลังกา​ครั้งหนึ่ง​ หมาย​จะหนี​เข้าไป​ใน​ป่า

กู่​เสียง​เห็น​อีก​ฝ่าย​คิด​หนี​ ถือ​กระบี่​ใน​มือ​ไล่ตาม​ไป กลับ​ได้ยิน​เสียง​ของ​เฟิ่งจิ่ว​ดัง​มา

“ไม่ต้องตาม​”

เขา​หันกลับ​ไปมอง​ เห็น​เพียง​มือ​ข้าง​หนึ่ง​ของ​นาย​ท่าน​ง้างสูง ธนู​แหลม​สอง​ลูก​หมุน​คว้าง​อยู่​กลางฝ่ามือ​ของ​เธอ​ ก่อน​จะพุ่ง​ตาม​ผู้ฝึก​วิชา​มาร​คน​นั้น​ไปพร้อมกับ​กลิ่นอาย​พลัง​เร้นลับ​อัน​แข็งแกร่ง​

เขา​เพียง​กะพริบตา​ครั้ง​เดียว​ ก็​เห็น​ธนู​แหลม​สอง​ลูก​นั้น​พุ่ง​ทะลุ​ร่างกาย​ของ​ผู้ฝึก​วิชา​มาร​คน​นั้น​ จาก​ที่​ไกลๆ​ มองเห็น​เพียง​เลือด​สีแดงสด​สาด​กระเซ็น​ ผู้ฝึก​วิชา​มาร​คน​นั้น​ล้มคะมำ​พื้น​ จากนั้น​ก็​แน่นิ่ง​ไป…

กู่​เสียง​มอง​ภาพ​นั้น​ด้วย​ความ​ตะลึง​อ้าปากค้าง​ ก่อน​หันกลับ​ไปมอง​เฟิ่งจิ่ว​อย่าง​เหลือเชื่อ​ “นะ​ นาย​ท่าน​?” เขา​เป็น​เพียง​เทพ​นักรบ​มิใช่หรือ​? ทะ​ ทำไม​ร้ายกาจ​ขนาด​นี้​? อีก​ฝ่าย​แม้เป็น​ผู้ฝึก​วิชา​มาร​ แต่​ก็​เป็น​ผู้ฝึก​วิชา​มาร​ระดับ​ปราชญ์​เซียน​ เหตุใด​หลบ​ธนู​สอง​ลูก​นั้น​ไม่ได้​เล่า​?

“ยัง​มัว​อึ้ง​อะไร​อยู่​?” เฟิ่งจิ่ว​มอง​เขา​ กำชับ​ว่า​ “ไปกวาด​เอา​ของ​ที่​มีประโยชน์​บน​ตัว​พวกเขา​มาให้​หมด​”

“อ้อ​ ได้​ๆ ข้า​จะไปเดี๋ยวนี้​” กู่​เสียง​รู้สึก​เพียง​สมอง​สับสนวุ่นวาย​ไปหมด​ ผู้นำ​ตระกูล​ให้​เขา​ออกมา​ปกป้อง​นาย​ท่าน​ แต่​ดูท่าทาง​พลัง​ของ​นาย​ท่าน​คง​ไม่ต้อง​ให้​เขา​ปกป้อง​แล้ว​!

เขา​ค้น​ของ​บน​ตัว​ผู้ฝึก​วิชา​มาร​สอง​คน​นั้น​ ก่อน​จะยื่น​ให้​เฟิ่งจิ่ว​ ยิ้ม​กว้าง​เอ่ย​ว่า​ “นาย​ท่าน​ ผู้ฝึก​วิชา​มาร​สอง​คน​นี้​มีแหวน​มิติ​หนึ่ง​วง​ แล้วก็​ถุงฟ้าดิน​สอง​ถุง ข้างใน​นอกจาก​อาวุธ​วิเศษ​แล้วก็​ไม่มีอะไร​อย่าง​อื่น​อีก​ กลับเป็น​ธนู​คัน​นี้​ที่​ไม่เลว​ ถือเป็น​สมบัติ​ล้ำ​ค่าที่​ไม่ธรรมดา​ชิ้น​หนึ่ง​”

เฟิ่งจิ่ว​มอง​แวบ​หนึ่ง​ รับ​ธนู​ไปดู​ ยกมือ​ไล่​ไอ​มาร​บน​ธนู​คัน​นั้น​ออก​ไป จากนั้น​ก็​ยื่น​ให้​เขา​ บอ​กว่า​ “เจ้าเก็บ​ของ​ทั้งหมด​ไว้​ ธนู​เล่ม​นี้​เจ้าก็​พก​ไว้​ใช้”

กู่​เสียง​มองดู​ธนู​เล่ม​นั้น​ที่​ถูก​ไล่​ไอ​มาร​ออก​ไปทั้งอย่างนั้น​ อด​มอง​เฟิ่งจิ่ว​ไม่ได้​ อยาก​จะพูด​อะไร​บางอย่าง​ แต่​สุดท้าย​ก็​ไม่พูด​

โดยปกติ​แล้ว​ ของ​ที่​ผู้ฝึก​วิชา​มาร​ใช้ล้วน​มีไอ​มาร​ติด​อยู่​ ผู้ฝึก​เซียน​อย่าง​พวกเขา​หาก​ใช้นาน​แล้วก็​จะถูก​กัด​กิน​จิตวิญญาณ​ได้​ และ​การ​จะไล่​ไอ​มาร​พวก​นั้น​ออก​ไปได้​ กลับ​ต้อง​มีพลัง​เหนือกว่า​ผู้​ผึก​วิชา​มาร​ซึ่งเป็นเจ้าของ​เก่า​เท่านั้น​



ตอนที่​ 2287 กลับมา​อีกครั้ง​

แต่​เมื่อกี้​เขา​เห็น​นาย​ท่าน​เพียง​วาด​มือ​ผ่าน​ไปเบา​ๆ ราวกับ​ไม่เปลือง​แรง​แม้แต่น้อย​ นี่​ทำให้​เขา​อด​ตะลึง​ไม่ได้​ นาย​ท่าน​มีพลัง​แข็งแกร่ง​ขนาด​ไหน​กัน​แน่​?

เขา​มีพลัง​และ​วรยุทธ์​เช่น​วันนี้​ได้​ นอกจาก​ถูก​ให้ความสำคัญ​จาก​ตระกูล​จึงได้รับ​การฝึกฝน​ และ​ใช้ยา​ไปไม่น้อย​ ยัง​ต้อง​ฝึก​นาน​กว่า​หลาย​สิบ​ปี แต่​อายุ​กระดูก​ของ​นาย​ท่าน​ คน​ที่​มีสายตา​เฉียบแหลม​อย่าง​พวกเขา​มอง​ปราด​เดียว​ก็​รู้​แล้ว​ว่า​โต​กว่า​ทายาท​รุ่นหลัง​ใน​ตระกูล​ของ​พวกเขา​ไม่มาก​ แต่​อายุ​แค่นี้​กลับ​มีวรยุทธ์​ที่​น่ากลัว​ขนาด​นี้​แล้ว​

“คิด​อะไร​อยู่​? ยัง​ไม่รีบ​ไปอีก​?”

เฟิ่งจิ่ว​เหล่​มอง​กู่​เสียง​ที่​กำลัง​ครุ่นคิด​อยู่​ด้าน​หนึ่ง​ เธอ​เขย่ง​ปลายเท้า​กระโดด​ขึ้นไป​บน​ขนนก​เคลือบ​หลาก​สีอีกครั้ง​ “ไปกัน​เถอะ​! ขอ​แค่​พวกเรา​ร่อนเร่​ไปทั่ว​ ย่อม​มีเหยื่อ​มาถวายตัว​ถึงที่​เอง​”

กู่​เสียง​ได้​ฟังก็​มุมปาก​กระตุก​ ในที่สุด​เขา​ก็​รู้​แล้ว​ เหตุใด​นาย​ท่าน​จึงไม่ใช้กระบี่​บิน​ที่​ธรรมดา​ไม่สะดุดตา​ แต่กลับ​เอา​พาหนะ​บิน​ที่​สะดุดตา​อย่าง​ขนนก​หลาก​สีมาใช้ ที่แท้​ก็​อยาก​ล่อ​ศัตรู​มาถวายตัว​ถึงที่​นี่เอง​!

ก็​จริง​ คน​ที่อยู่​ใน​นี้​ ไม่ว่า​ใคร​เมื่อ​เกิด​ความละโมบ​ เห็น​ขนนก​เคลือบ​หลาก​สีนี่​แล้ว​จะต้อง​มาแย่ง​แน่​ ผู้ฝึก​วิชา​มาร​สอง​คน​นั้น​ก็​เป็น​ตัวอย่าง​ที่​ดี​ที่สุด​แล้ว​ไม่ใช่หรือ​? สุดท้าย​ สมบัติ​แย่ง​มไม่ได้​ ตรงกันข้าม​กลับ​ต้อง​ชดใช้​ด้วย​ชีวิต​ของ​พวกเขา​อีก​ต่างหาก​

ทั้งสอง​เดินทาง​โดย​ใช้พาหนะ​บิน​ไปเรื่อยๆ​ ระหว่าง​นั้น​ เฟิ่งจิ่ว​กำชับ​กู่​เสียง​ “ตลอดทาง​นี้​เจ้าตาม​อยู่​ใน​ที่ลับ​ก็แล้วกัน​! เก็บ​ซ่อน​กลิ่นอาย​พลัง​ของ​เจ้าเสีย​ อย่า​ให้​ใคร​รู้​ถึงการ​มีอยู่​ของ​เจ้า ใช้ประโยชน์​จาก​ธนู​ใน​มือ​ของ​เจ้าให้​ดี​”

กู่​เสียง​นิ่งอึ้ง​ ก่อน​จะเอ่ย​ว่า​ “ได้​ หาก​นาย​ท่าน​มีอะไร​ให้​รับใช้​ เพียง​ขาน​เรียก​คำ​เดียว​ข้า​ก็​จะปรากฏตัว​” สิ้น​เสียง​ เขา​ก็​เก็บ​ซ่อน​กลิ่นอาย​พลัง​ จาก​ที่แจ้ง​เปลี่ยนไป​ตาม​อยู่​ที่ลับ​

เฟิ่งจิ่ว​สำรวจ​ดู​หนึ่ง​รอบ​ พยักหน้า​อย่าง​พอใจ​ สมแล้ว​จริงๆ​ ที่​เป็น​คน​ของ​ตระกูล​เร้นลับ​ วิชาการ​เก็บ​ซ่อน​กลิ่นอาย​เช่นนี้​ไม่ใช่ใคร​ก็​สามารถ​ทำได้​ แม้แต่​เธอ​หาก​ไม่สำรวจ​ดู​อย่าง​ละเอียด​ เดา​ว่า​คง​ไม่รับรู้​ถึงการ​มีอยู่​ของ​เขา​

ดูท่า​ การ​ได้​เจอ​ตระกูล​นี้​ถือว่า​เธอ​เก็บ​ของล้ำค่า​ได้​แล้ว​ แม้จะเหลือ​เพียง​สามสิบ​เก้า​คน​ แต่​ภายหน้า​จะต้อง​ใช้ประโยชน์​ได้​แน่​

ตลอดทาง​พวกเขา​สอง​คน​คน​หนึ่ง​อยู่​ใน​ที่แจ้ง​คน​หนึ่ง​อยู่​ใน​ที่ลับ​ ดึงดูด​ผู้ฝึก​วิชา​มาร​และ​ผู้ฝึก​เซียน​ปรากฏตัว​เพื่อ​แย่งชิง​อาวุธ​วิเศษ​ของ​เธอ​อย่าง​ไม่ขาดสาย​ ทว่า​สุดท้าย​ ล้วน​ถูก​เฟิ่งจิ่ว​กับ​กู่​เสียง​สังหาร​จน​สิ้น​

สามวัน​ต่อมา​ เมื่อ​เฟิ่งจิ่ว​กลับ​มาถึงป่าที่​มีผู้ฝึก​วิชา​ไร้​สำนัก​อยู่​ค่อนข้าง​เยอะ​อีกครั้ง​ เธอ​เก็บ​ขนนก​เคลือบ​แก้ว​หลาก​สี เปลี่ยน​มาเป็น​เดินเท้า​ เพียงแต่​ใน​มือถือ​สุรา​ไห​หนึ่ง​ไว้​ เดิน​ไปพลาง​ดื่ม​ไปพลาง​ ท่าทาง​ผ่อนคลาย​สบายอารมณ์​อย่าง​มาก​

ครั้น​เหล่า​ผู้ฝึก​เซียน​ไร้​สำนัก​มองเห็น​เด็กหนุ่ม​ชุด​เขียว​ถือ​ไห​สุรา​เดิน​มาจาก​ที่​ไกลๆ​ ต่าง​ก็​ตะลึงงัน​ ยิ่ง​เพ่งมอง​ก็​ยิ่ง​ตะลึง​

เป็น​เขา​? เด็กหนุ่ม​ชุด​เขียว​คน​นั้น​? เขา​ตาม​ผู้ฝึก​วิชา​มาร​สอง​คน​นั้น​ไปที่​ป่าอสูร​ไม่ใช่หรือ​? นึกไม่ถึง​ว่า​จะรอด​กลับมา​ได้​

ชั่วขณะหนึ่ง​ สายตา​ของ​ทุกคน​หันไป​จับจ้อง​ที่​เฟิ่งจิ่ว​ เห็น​เสื้อผ้า​สีเขียว​บน​ตัว​เขา​ไม่มีคราบเลือด​แม้สักนิด​เพียง​สกปรก​จาก​เศษฝุ่น​ดิน​นิดหน่อย​เท่านั้น​ แต่​ตัว​ของ​เด็กหนุ่ม​ยัง​ดู​ไม่ต่าง​จาก​เจ็ด​แปด​วัน​ที่แล้ว​เลย​แม้แต่น้อย​

หนำซ้ำ​ น้ำเต้า​ที่อยู่​ใน​มือ​เขา​ใส่เหล้า​ไว้​อย่างนั้น​หรือ​? พวกเขา​ที่อยู่​ไกลๆ​ ก็ได้​กลิ่นหอม​ของ​สุรา​นั่น​แล้ว​

เวลานี้​ มีผู้ฝึก​วิชา​มาร​คน​หนึ่ง​จ้อง​น้ำเต้า​สุรา​ใน​มือ​ของ​เฟิ่งจิ่ว​ เขา​ลุกขึ้น​สาวเท้า​ยาว​ๆ มาขวางหน้า​เธอ​ ถามด้วย​น้ำเสียง​ที่​แฝงไว้​ด้วย​ไอ​พิฆาต​และ​แรงกดดัน​ “เฮ้ย​! เจ้าหนู​! เอ็ง​รอด​กลับมา​ได้​อย่างไร​? อีก​สอง​คน​เล่า​?”

เฟิ่งจิ่ว​หยุด​เดิน​ เงาร่าง​ที่​โงนเงน​ทิ้งตัว​พิง​ต้นไม้​ข้างๆ​ เงยหน้า​เหล่​มอง​ผู้ฝึก​วิชา​มาร​คน​นั้น​แวบ​หนึ่ง​…

………………………………….

ตอนที่​ 2288 ดึง​พรรคพวก​

“อีก​สอง​คน​น่ะ​หรือ​?” เธอ​พิง​ต้นไม้​เขย่า​น้ำเต้า​สุรา​ใน​มือเบา​ๆ หรี่ตา​ เอ่ย​ด้วย​น้ำเสียง​ไม่ยี่หระ​ ราวกับ​แมว​น้อย​ที่นอน​อาบแดด​ยาม​บ่าย​ ทั้ง​คนดู​เกียจคร้าน​เฉื่อยชา​

เธอ​เพียง​ชำเลือง​มอง​ผู้ฝึก​วิชา​มาร​คน​นั้น​ กระตุก​มุมปาก​เผย​ยิ้ม​ประหลาด​ ก่อน​เอ่ย​อย่าง​ไม่สะทกสะท้าน​ว่า​ “ตาย​แล้ว​”

ผู้ฝึก​วิชา​มาร​ได้ยิน​คำตอบ​เช่นนั้น​ นัยน์ตา​หด​เล็ก​ลง​ “เจ้าฆ่าพวกเขา​?”

เฟิ่งจิ่ว​ดื่ม​สุรา​หนึ่ง​อึก​ ตอบ​ว่า​ “เปล่า​ พวกเขา​ตาย​อยู่​ภายใต้​กรงเล็บ​ของ​สัตว์ร้าย​ ข้า​มองดู​พวกเขา​ถูก​สัตว์ร้าย​ฝูงหนึ่ง​ฉีก​ร่าง​เป็น​ชิ้นเล็กชิ้นน้อย​ กัด​แทะ​ศพ​จน​ไม่เหลือ​แม้แต่​กระดูก​”

สิ้น​เสียง​ ทุกคน​ที่อยู่​แถว​นั้น​ต่าง​ก็​สูด​หายใจ​ ต่าง​ก็​หันไป​มอง​เด็กหนุ่ม​ชุด​เขียว​เป็น​ตาเดียว​ ผู้ฝึก​วิชา​มาร​สอง​คน​นั้น​ตาย​แล้ว​? งั้น​เขา​รอด​กลับมา​ได้​อย่างไร​?

ฟังจาก​ที่​เขา​เล่า​ ขณะที่​ผู้ฝึก​วิชา​มาร​สอง​คน​นั้น​ถูก​ฝูงสัตว์ร้าย​ล้อม​โจมตี​ฉีก​ร่าง​เป็น​ชิ้นๆ​ เขา​ก็​อยู่​ไม่ไกล​งั้น​หรือ​? นึก​มาถึงตรงนี้​ ทุก​คนมีสี​หน้าแตก​ต่างกัน​ไป สายตา​แต่ละ​คู่​จับจ้อง​เฟิ่งจิ่ว​อย่าง​สำรวจ​และ​พิจารณา​

ผู้ฝึก​วิชา​มาร​ที่​ได้ยิน​ประโยค​นี้​ก็​อด​หวาดกลัว​ขึ้น​มาไม่ได้​ ถอยหลัง​ไปก้าว​หนึ่ง​โดยไม่รู้ตัว​ เดิม​คิด​จะหาเรื่อง​จัดการ​เจ้าเด็ก​นี่​ เวลานี้​กลับ​อด​ลังเล​ขึ้น​มาไม่ได้​

เขา​จ้อง​เด็กหนุ่ม​ชุด​เขียว​อยู่​ครู่หนึ่ง​ เห็น​เขา​สีหน้า​เฉื่อยชา​ ทั่ว​ร่าง​เต็มไปด้วย​กลิ่นอาย​เกียจคร้าน​ ไร้​ความหวาดกลัว​ ราวกับ​ไม่เห็น​เขา​อยู่​ใน​สายตา​ เห็น​ดังนั้น​ เขา​จึงถอยกลับ​ไปเงียบๆ​ ไม่กล้า​ทำ​อะไร​เด็กหนุ่ม​อีก​

เฟิ่งจิ่ว​นั่ง​พิง​ต้นไม้​ใหญ่​ ดวงตา​ที่​หรี่​ลง​ครึ่งหนึ่ง​กวาด​มอง​สำรวจ​คน​พวก​นั้น​อย่าง​แนบเนียน​ สังเกต​สีหน้า​ของ​ทุกคน​อย่าง​ชัดเจน​ ก่อน​จะหยุด​จ้อง​อยู่​ที่​ผู้ฝึก​เซียน​ที่​เธอ​หมายตา​ไว้​เมื่อ​หลาย​วันก่อน​

ผู้ฝึก​เซียน​ระดับ​ปราชญ์​เซียน​ ทั่ว​ร่าง​มีแต่​ไอ​พิฆาต​ ร่างกาย​กำยำล่ำสัน​ คน​อย่างนี้​สมควร​ถูก​ดึง​มาเป็น​พรรคพวก​ของ​เธอ​ เพียงแต่​ยัง​ขาด​โอกาส​ที่จะ​กำราบ​เขา​เท่านั้น​

แทนที่จะ​เข้าไป​ดึง​พวกเขา​มาทีละ​คน​ ไม่สู้ทำให้​พวกเขา​มาตามหา​เธอ​เอง​ดีกว่า​

ครั้น​คิดได้​ เธอ​ก็​นั่งขัดสมาธิ​ใต้​ต้นไม้​ หยิบ​เนื้อ​ย่าง​ชิ้น​หนึ่ง​ออกจาก​ห้วง​มิติ​มากิน​ พลาง​ดื่ม​สุรา​แกล้ม​ไปด้วย​ ช่างดู​สุขสันต์​อย่าง​มาก​

เหล่า​ผู้ฝึก​เซียน​ที่อยู่​รอบ​ๆ เมื่อ​ได้​กลิ่นหอม​ของ​เนื้อ​ย่าง​ ต่าง​ก็​อด​หันไป​มอง​เด็กหนุ่ม​ชุด​เขียว​อีกครั้ง​ไม่ได้​ ยาม​เห็นภาพ​นั้น​ มุมปาก​ก็​กระตุก​

เจ้านั่น​ตั้งใจ​สินะ​? พวกเขา​ล้วน​ไม่ได้​ดม​กลิ่นหอม​ของ​เนื้อ​ย่าง​นี้​มาเป็นเวลา​หลาย​เดือน​แล้ว​ เขา​กลับ​มีสุรา​มีเนื้อ​ ซ้ำร้าย​ยัง​นั่ง​กิน​อย่าง​โจ่งแจ้งอยู่​ตรงนั้น​ ดู​จน​พวกเขา​ต้อง​กลืนน้ำลาย​ครั้งแล้วครั้งเล่า​

พยายาม​ควบคุม​ตนเอง​ให้​หันไป​มอง​ทาง​อื่น​ไม่ต้อง​สนใจ​เขา​ แต่​กลิ่นหอม​ของ​เนื้อ​กลับ​กระจาย​ไปทั่ว​อากาศ​ ทำให้​พวกเขา​อด​สูด​หายใจ​ลึก​ๆ ไม่ได้​ เพียงแต่​ ยิ่ง​ดม​กลิ่นหอม​ของ​เนื้อ​ เดิมที​ท้องที่​รู้สึก​ว่า​ยัง​ไม่หิว​กลับ​ร้อง​โครกคราก​ขึ้น​มาอย่าง​ไม่รัก​ดี​

เสียง​ท้องร้อง​ที่​ดัง​ราวกับ​เสียง​ตี​กลอง​ดัง​ไม่ขาดสาย​ ทุกคน​แม้จะปั้นหน้า​เคร่งเครียด​ แต่​หลาย​คน​กลับ​มีแวว​กระอักกระอ่วน​พาด​ผ่าน​ดวงตา​ ร้าย​ดี​อย่างไร​พวกเขา​ก็​เคย​เป็น​คน​แถวหน้า​มาก่อน​ แต่​ตอนนี้​ แค่​เนื้อ​ย่าง​ชิ้น​เดียว​ก็​ทำให้​พวกเขา​เสีย​ภาพลักษณ์​ได้​แล้ว​

ต่อหน้า​คน​มากมาย​ขนาด​นี้​ จะให้​พวกเขา​ทิ้ง​ภาพพจน์​แล้วไป​แย่ง​อาหาร​ ก็​ยัง​รู้สึก​ว่า​รับ​ตนเอง​ไม่ไหว​ ด้วยเหตุนี้​ ผู้ฝึก​วิชา​มาร​และ​คนชั่ว​พวก​นั้น​จึงหน้าดำคร่ำเครียด​ จ้องมอง​เฟิ่งจิ่ว​ที่​กำลัง​สบาย​อก​สบายใจ​ด้วย​แววตา​ขึ้งเคียด​ ต่าง​ก็​คิดในใจ​ขึ้น​มาพร้อมกัน​อย่าง​ไม่ได้​นัดหมาย​ ‘หา​โอกาส​ฆ่าไอ้​หนู​นั่น​เสีย​ เชื่อ​ว่า​ใน​ห้วง​มิติ​ของ​เขา​จะต้อง​ยังมี​ของกิน​อยู่​อีก​แน่​!’

“ข้า​ตั้งใจ​ว่า​จะสร้าง​กองกำลัง​ขึ้น​มากอง​หนึ่ง​ ใน​หมู่​พวก​เจ้ามีคน​สนใจ​หรือไม่​?” เฟิ่งจิ่ว​เอ่ยปาก​ถามตรงๆ​ สายตา​กวาด​มองผ่าน​ผู้ฝึก​เซียน​พวก​นั้น​



ตอนที่​ 2289 ตามหลัง​

คน​พวก​นี้​ล้วน​ไม่ยอม​ถูก​ผูกมัด​ จึงไม่เข้าร่วม​แปด​กลุ่ม​อำนาจ​ที่​ถูก​สร้าง​ใน​นี้​ ใน​เมื่อ​เป็น​อย่างนี้​ เธอ​ประกาศ​อย่างนี้​ออก​ไป เดา​ว่า​พวกเขา​คง​มีไม่กี่​คน​ที่​มีปฏิกิริยา​ตอบสนอง​ และ​เธอ​ก็​ไม่ได้​คาดหวัง​กับ​ตรงนี้​มาก​นัก​ เพียงแค่​ประกาศ​ออกมา​ให้​พวกเขา​รู้​ว่า​ เธอ​มีความคิด​เช่นนี้​ ภายหน้า​หาก​เมื่อใด​ที่​เธอ​มีพรรคพวก​เป็น​ร้อย​ คน​พวก​นี้​ย่อม​นึกถึง​ประโยค​ที่​เธอ​ประกาศ​ที่นี่​ขึ้น​มาได้​เอง​

ได้ยิน​ประโยค​นั้น​แล้ว​ แววตา​ของ​ทุกคน​ไหว​ระริก​ แต่กลับ​ไม่มีใคร​เอ่ยปาก​ บางคน​ก็​เหลือบมอง​เฟิ่งจิ่ว​แวบ​หนึ่ง​ หลุบ​ตา​สำรวจ​อาวุธ​ของ​ตนเอง​ บางคน​ก็​จ้อง​เฟิ่งจิ่ว​แวบ​หนึ่ง​ สีหน้า​ไม่กระจ่าง​ บางคน​ก็​ลุกขึ้น​เดิน​จากไป​ตรงๆ​

แน่นอน​ว่า​ย่อม​มีคน​ถากถาง​เสียดสี​ “เจ้าคง​ไม่ได้คิด​ว่า​ หาก​ใน​หมู่​พวกเรา​มีคน​ยอม​เข้ากลุ่ม​ของ​เจ้า เนื้อ​ย่าง​ของ​เจ้า สุรา​ของ​เจ้าก็​จะแบ่ง​ให้​พวกเรา​หรอก​กระมัง​?”

เมื่อ​ได้ยิน​ เฟิ่งจิ่ว​มุมปาก​กระตุก​ ตอบ​ว่า​ “คนเรา​ย่อม​ต้อง​มีชีวิต​อยู่​ได้​ด้วย​ลำแข้ง​ตนเอง​ อาศัย​ผู้อื่น​จะยั่งยืน​ได้​เช่นไร​? แม้จะเข้ากลุ่ม​ของ​ข้า​แล้ว​ อยากได้​ของ​ของ​ข้า​ ก็​ต้อง​ดู​ว่า​มีคุณสมบัติ​มาก​พอ​หรือไม่​”

เธอ​หยุด​พูด​ ก่อน​จะดื่ม​สุรา​หนึ่ง​อึก​ แล้ว​ว่า​ต่อ​ “ข้า​แค่​เชิญชวน​ ไม่ได้​บอ​กว่า​จะใช้สุรา​และ​เนื้อ​ย่าง​มาตอบแทน​ ด้วย​วรยุทธ์​ของ​พวก​เจ้า หาก​เพียง​เพื่อ​สุรา​อึก​เดียว​ และ​เนื้อ​คำ​เดียว​ก็​ยอม​เข้ากลุ่ม​ของ​ข้า​ ข้า​ก็​ไม่กล้า​รับ​ไว้​หรอก​นะ​”

คน​พวก​นั้น​สีหน้า​ไหว​ระริก​ มอง​เฟิ่งจิ่ว​แวบ​หนึ่ง​จากนั้น​ก็​ละสายตา​ออก​ไป ไม่พูด​อะไร​อีก​

ส่วน​เฟิ่งจิ่ว​กลับ​นั่ง​กิน​เนื้อ​ย่าง​และ​ดื่ม​สุรา​อยู่​ตรงนั้น​ต่อไป​ เนิ่นนาน​ จึงค่อย​ลุกขึ้น​บิดขี้เกียจ​ สาว​เดิน​เข้าไป​ใน​ป่าข้างหน้า​ สาเหตุ​ที่​ที่นี่​มีผู้ฝึก​เซียน​รวมตัวกัน​อยู่​ไม่น้อย​ก็​เพราะ​แถบ​นี้​มีแหล่งน้ำ​ ห่าง​ออก​ไปข้างหน้า​ไม่ไกล​ ลำธาร​ที่​ไหล​ลง​มาจาก​ภูเขา​สูงสาย​หนึ่ง​ทั้ง​หวาน​และ​เย็นฉ่ำ​ น้ำ​ที่นี่​ เป็นหนึ่ง​ใน​แหล่ง​ทรัพยากร​สำคัญ​ที่​ทำให้​ผู้ฝึก​เซียน​ใน​นี้​รอดชีวิต​มาได้​

ผู้ฝึก​วิชา​มาร​บางคน​เห็น​เด็กหนุ่ม​ชุด​เขียว​ลุกขึ้น​เดิน​ไปที่​แหล่งน้ำ​ ก็​อด​คิด​แผน​ชั่ว​ขึ้น​มาไม่ได้​ สอง​คนใน​นั้น​มองหน้า​กัน​แวบ​หนึ่ง​ ก่อน​จะลุก​เดินตาม​ออก​ไป

เห็น​อย่างนั้น​ มีผู้ฝึก​วิชา​มาร​อีก​สอง​สามคน​ลุก​ตามหลัง​ไปด้วย​ คนอื่นๆ​ ที่​เห็น​เหตุการณ์​แม้จะมีแผน​ชั่ว​ด้วย​ แต่​ครั้น​เห็น​ว่า​มีห้า​คน​นั้น​หมายตา​เด็กหนุ่ม​แล้ว​ กลับ​ไม่มีใคร​ตาม​ไปอีก​

ใน​ป่าที่​เต็มไปด้วย​กิ่งไม้​และ​หญ้า​รก​ ห่าง​ออก​ไปประมาณ​หนึ่ง​ร้อยห้าสิบ​จั้ง ได้​บดบัง​การ​มองเห็น​ของ​คน​ข้างหลัง​ที่​เหลือ​แล้ว​ พวกเขา​ไม่เห็น​เงาร่าง​ของ​เด็กหนุ่ม​ชุด​เขียว​ แล้วก็​ไม่เห็น​เงาร่าง​ของ​ห้า​คน​ที่​ตาม​หลังเขา​ไปแล้วด้วย​ ทว่า​ทุกคน​ที่อยู่​ตรงนี้​ ต่าง​ก็​ปลดปล่อย​ดวงจิต​ออก​ไปสำรวจ​พร้อมกัน​โดย​ไม่ได้​นัดหมาย​

เพียงแต่​ เมื่อ​พวกเขา​ปล่อย​ดวงจิต​ออก​ไปสำรวจ​ทาง​นั้น​ จู่ๆ กลับ​ถูก​ดวงจิต​ที่​แข็งแกร่ง​มาก​ดวง​หนึ่ง​สะท้อน​กลับมา​ ชั่วพริบตา​นั้น​ พวกเขา​ตื่น​ตะลึง​ ขณะ​ที่เก็บ​ดวงจิต​กลับมา​ก็​ครุ่น​คิดในใจ​เงียบๆ​ ด้วย​

เจ้าของ​ดวงจิต​ดวง​นั้น​เป็น​ใคร​กัน​ เป็น​ของ​ผู้ฝึก​วิชา​มาร​พวก​นั้น​หรือ​? ใน​หมู่​ห้า​คน​นั้น​ มีคน​ที่ซ่อน​ดวงจิต​ที่​แข็งแกร่ง​ถึงขนาด​นี้​ไว้​ด้วย​หรือ​? ขณะเดียวกัน​ ปราชญ์​เซียน​ที่​เฟิ่งจิ่ว​หมายตา​คน​นั้น​ซึ่งกำลัง​นั่ง​เช็ด​อาวุธ​อยู่​ เขา​ชะงัก​ไปเล็กน้อย​ เงยหน้า​มอง​ไปทางป่า​ผืน​นั้น​ ราวกับ​สัมผัส​ได้​ถึงบางสิ่งบางอย่าง​

ข้างหน้า​ เฟิ่งจิ่ว​ที่​เดิมที​กำลัง​เดิน​ไปทาง​ลำธาร​ พอ​สัมผัส​ได้​ถึงกลุ่มคน​ที่​ตามหลัง​มา ก็​เดิน​ลึก​เข้าไป​ใน​ป่าอีก​ เพื่อ​ทิ้ง​ระยะห่าง​กับ​พวก​คน​ข้างหลัง​

คน​ข้างหลัง​เห็น​เงาร่าง​ด้านหน้า​เดิน​เร็ว​ขึ้น​เรื่อยๆ​ ต่าง​ก็​พา​กัน​แค่น​เสียง​ ก่อน​จะเร่งฝีเท้า​เดินตาม​ไป

พวกเขา​ไม่รู้​เลย​ ข้างหลัง​พวกเขา​ยังมี​คน​ตามมา​อีก​คน​…

………………………………….

ตอนที่​ 2290 ระเบิด​ตัวเอง​

กู่​เสียง​ที่​เดิน​ตามหลัง​พวก​นั้น​อยู่​ไม่ไกล​หันไป​มอง​ปราชญ์​เซียน​ที่​กำลัง​เช็ด​อาวุธ​ผู้​นั้น​แวบ​หนึ่ง​ การกระทำ​ของ​คน​คน​นั้น​เมื่อกี้​เขา​ก็​สังเกตเห็น​แล้ว​ จาก​ที่​นาย​ท่าน​บอก​ คน​คน​นี้​คือ​คน​ที่​เขา​หมายตา​อยาก​จะดึง​มาเป็น​พวก​ เมื่อ​ครู่​เขา​สังเกต​เล็กน้อย​ คน​คน​นี้​ระวังตัว​มาก​ ดู​จาก​กลิ่นอาย​พลัง​ของ​เขา​ พลัง​ต่อสู้​น่าจะ​ยอดเยี่ยม​มาก​

เพียงแต่​ ตลอดทาง​เขา​ตามหลัง​นาย​ท่าน​ จน​ตอนนี้​ก็​ยัง​ไม่รู้​ นาย​ท่าน​คิด​จะดึง​คน​มาเป็น​พวก​อย่างไร​?

ในเวลานี้​เอง​ กระแส​พลัง​ที่​กระจาย​มาจาก​ข้างหน้า​ทำให้​เขา​ต้อง​กลั้นหายใจ​ รีบ​ประชิด​เข้าไป​ใกล้​อย่าง​เงียบๆ​ มาซ่อนตัว​อยู่​หลัง​ต้นไม้​ใหญ่​ ขณะเดียวกัน​ก็​ปลด​ธนู​บน​หลัง​ลงมา​ด้วย​

ด้านหน้า​ เฟิ่งจิ่ว​มอง​ผู้ฝึก​ตน​เหล่านั้น​ที่​ล้อมรอบ​เธอ​ เผย​รอยยิ้ม​หนึ่ง​ออกมา​ เธอ​จ้อง​พวกเขา​ ถามว่า​ “พวก​เจ้าร่วมมือ​กัน​หรือ​?”

เห็น​สีหน้า​ของ​เด็กหนุ่ม​ไร้​ความเกรงกลัว​ พวกเขา​ขมวดคิ้ว​ “ถูกต้อง​ หลัง​ฆ่าเจ้า พวก​ข้า​ก็​จะแบ่ง​ของ​กัน​!” พูด​นั้น​พูด​เช่นนี้​ แต่​สุดท้าย​จะแบ่ง​เท่ากัน​หรือไม่​ ก็​พูด​ยาก​แล้ว​

“ไม่เป็นไร​ พวก​เจ้าเข้ามา​พร้อมกัน​เลย​เถอะ​! ข้า​เอง​ก็​อยาก​ยืดเส้นยืดสาย​บ้าง​” เฟิ่งจิ่ว​เอ่ย​ ยกมือ​ทำ​ท่าทาง​ นั่น​เป็นการ​ส่งสัญญาณให้​กู่​เสียง​ที่อยู่​ใน​ที่ลับ​ สั่งให้​เขา​ดู​อยู่​เงียบๆ​ ไม่ต้อง​ยื่นมือ​เข้ามา​

แต่​ผู้ฝึก​วิชา​มาร​พวก​นั้น​กลับ​ไม่เข้าใจ​ท่าทาง​มือ​ที่​เฟิ่งจิ่ว​ทำ​ เห็น​เขา​ยกมือ​ พลัง​กระบี่​สาย​หนึ่ง​ก็​พุ่ง​จู่โจมใส่เฟิ่งจิ่ว​ที่อยู่​ข้างหน้า​ เห็น​ผู้ฝึก​วิชา​มาร​เริ่ม​ลงมือ​ คน​ที่​เหลือ​เอง​ก็​ไม่ยอมแพ้​ พลิก​หมุน​กระบี่​ พลัง​ขุม​แล้ว​ขุม​เล่า​แฝงไว้​ด้วย​ไอ​เย็น​พุ่ง​ออก​ไป ประกาย​ดาบ​เงากระบี่​ส่องแสง​หัก​สะท้อน​ เห็น​เพียง​ใน​มือ​เฟิ่งจิ่ว​ถือ​ดาบสั้น​กลับด้าน​ เงาร่าง​โฉบ​พุ่ง​ออก​ไปราวกับ​ภูตผี​

เงาร่าง​สีเขียว​ถูก​ห่อหุ้ม​ไว้​ด้วย​กลิ่นอาย​พลัง​เร้นลับ​ใน​พริบตา​ กลิ่นอาย​ของ​เทพ​นักรบ​กระจาย​ออก​ไป ทำให้​ผู้ฝึก​วิชา​มาร​พวก​นั้น​แหงนหน้า​หัวเราะ​อย่าง​บ้าคลั่ง​ “ฮ่าๆๆๆๆๆ! นึกไม่ถึง​ว่า​จะเป็น​แค่​ผู้ฝึก​พลัง​เร้นลับ​! ดูท่า​ วันนี้​เจ้าคง​หนี​ไม่รอด​แล้ว​ล่ะ​!”

เสียงหัวเราะ​อัน​บ้าคลั่ง​ที่เกิด​จาก​ความ​ย่ามใจ​แฝงไว้​ด้วย​ความ​ชั่วร้าย​ ใน​กลุ่ม​พวก​นั้น​ยังมี​สอง​คน​ที่​เป็น​ปราชญ์​เซียน​ เวลานี้​พวกเขา​ร่วมมือ​กัน​ทำ​การสังหาร​ครั้ง​ใหญ่​ พลัง​กระบี่​ที่​ประสานกัน​กลายเป็น​ตาข่าย​ขนาดใหญ่​แผ่​ปกคลุม​เด็กหนุ่ม​ชุด​เขียว​ไว้​ตรงกลาง​ ขณะที่​พวกเขา​คิด​ว่า​เงาร่าง​สีเขียว​ที่อยู่​ตรงกลาง​กำลังจะ​ถูก​เฉือน​ร่าง​เป็น​ชิ้นๆ​ นาที​ถัดมา​ เงาร่าง​สีเขียว​ที่​เดิมที​ยังอยู่​ใน​ครรลอง​สายตา​ของ​พวกเขา​พลัน​หายวับ​ไปใน​พริบตา​

“หัวเราะ​ตอนนี้​เร็ว​ไปหน่อย​หรือไม่​!”

เสียง​เย็น​ใสของ​เฟิ่งจิ่ว​ราวกับ​พญา​มัจจุราช​จาก​ขุมนรก​ ดัง​กระทบ​โสตประสาท​ของ​พวกเขา​อย่าง​ชัดเจน​ ทว่า​ หนึ่ง​ใน​ผู้ฝึก​วิชา​มาร​เพียง​ได้ยิน​ กลับ​รู้สึก​ได้​ถึงไอ​สังหาร​อัน​เยือกเย็น​ที่​พวยพุ่ง​จาก​ปลายเท้า​ขึ้น​มาถึงหัว​ ตกใจ​จน​ตัวสั่น​อย่าง​ไม่อาจ​ควบคุม​

เขา​หันหลัง​ขวับ​ เบิกตา​ทั้งคู่​กว้าง​มอง​เด็กหนุ่ม​ชุด​เขียว​ที่​ไม่รู้​มาปรากฏตัว​อยู่​ข้าง​หลังเขา​ตั้งแต่​เมื่อใด​ อยาก​จะหลบหลีก​ แต่กลับ​รู้สึก​เจ็บ​จี๊ด​ขึ้น​มาที่​ลำคอ​ เลือด​อุ่นๆ​ พุ่ง​ออกมา​ใน​ตอนนั้น​เอง​ ร่างกาย​ของ​เขา​แข็งทื่อ​ อ้า​ปาก​อย่าง​เหลือเชื่อ​…

ความเคียดแค้น​และ​อาฆาต​พุ่งพล่าน​ใน​ใจเขา​ เขา​เค้น​วรยุทธ์​ทั้งหมด​ที่​มี ใน​ชั่ว​ขณะที่​ยัง​เหลือ​ลมหายใจ​เฮือกสุดท้าย​อยู่​ กระตุ้น​วรยุทธ์​ทั้งหมด​ที่​มีออกมา​ หมาย​จะดึง​เด็กหนุ่ม​ชุด​เขียว​ตรงหน้า​ให้​ตาย​ตกไป​ตาม​กัน​!

เห็น​เพียง​ร่างกาย​ของ​ผู้ฝึก​วิชา​มาร​คน​นั้น​บวม​เป่งขึ้น​มาราวกับ​ลูกหนัง​ที่​ถูก​สูบลม​ แรงกดดัน​อัน​แข็งแกร่ง​น่า​พรั่นพรึง​กระจาย​แผ่​ปกคลุม​ไปหา​เฟิ่งจิ่ว​ใน​ชั่วพริบตา​ ดวงตา​ของ​เขา​กระทั่ง​ถลน​ออกมา​นอก​เบ้า​เพราะ​กระแส​พลัง​ใน​ร่างกาย​พอง​ขึ้น​มา

ผู้ฝึก​วิชา​มาร​ที่​เหลือ​เห็น​อย่างนั้น​ก็​อด​ร้อง​ขึ้น​ด้วย​ความตกใจ​ไม่ได้​ “แย่​แล้ว​! เขา​จะระเบิด​ตัวเอง​!”



ตอนที่​ 2291 การต่อสู้​ที่​ต้อง​ตาย​

สิ้น​เสียง​ตะโกน​ คน​พวก​นั้น​ไม่มีเวลา​จู่โจมเฟิ่งจิ่ว​ รีบ​ถอย​หนี​อย่าง​รวดเร็ว​ ชั่ว​ขณะที่​ผู้ฝึก​วิชา​มาร​คน​นั้น​ระเบิด​ตนเอง​ เฟิ่งจิ่ว​ถอย​หลบ​พร้อมกับ​ยก​สอง​มือ​รวบรวม​กลิ่นอาย​พลัง​เร้นลับ​ซัด​ออก​ไป ร่างกาย​อัน​บวม​เป่งของ​ผู้ฝึก​วิชา​มาร​นั่น​กระเด็น​ปลิว​ไปทาง​ผู้ฝึก​วิชา​มาร​พวก​นั้น​ จากนั้น​ก็​ได้ยิน​เสียง​ระเบิด​ดัง​บึ้ม​

เห็น​เพียง​กระแส​พลัง​อัน​แข็งแกร่ง​สะท้อน​กลายเป็น​ริ้ว​คลื่น​กลางอากาศ​ ริ้ว​คลื่น​นั้น​เปรียบเสมือน​คลื่น​ทะเล​ที่​ดีดตัว​กระจาย​ออก​ไปกลางอากาศ​ จุด​ใด​ที่​ไปถึง ไม่ว่า​ต้นไม้​หรือ​หญ้า​รก​ล้วน​ตายเรียบ​…

นั่น​คือ​การระเบิด​ตนเอง​ของ​ผู้​แข็งแกร่ง​ระดับ​ปราชญ์​เซียน​คน​หนึ่ง​ แรงกดดัน​ที่​เกิดขึ้น​นั้น​ทรงพลัง​มาก​ มิใช่คนธรรมดา​จะต้านทาน​ได้​ แม้แต่​ผู้ฝึก​เซียน​ไร้​สำนัก​ที่อยู่​ห่าง​ออก​ไปประมาณ​สามร้อย​จั้ง ยาม​นี้​ก็​ยัง​ได้ยิน​เสียง​ระเบิด​ ประกอบ​กับ​สัมผัส​ได้​ถึงคลื่น​พลัง​อัน​แข็งแกร่ง​ที่​สะท้อน​ออกมา​

เสียง​ต้นไม้​หัก​โค่น​ดังสนั่น​ ต้นไม้​ที่​มีขนาด​หนึ่ง​คนโอบ​ถูก​กระแส​พลัง​อัน​แข็งแกร่ง​นั่น​ซัด​กระแทก​จน​หัก​ ล้มระเนระนาด​เต็ม​พื้น​ ต้น​หญ้า​ที่สูง​เท่าครึ่ง​คน​ล้วน​ถูก​กด​ทับ​จน​ราบ​แบน​ พายุ​ทราย​ม้วน​พัด​ ใบไม้​ร่วงโรย​ การ​มองเห็น​เลือนราง​

ผู้ฝึก​วิชา​มาร​พวก​นั้น​ที่​โฉบ​ถอยหลัง​เวลานี้​ยัง​ล้ม​ตัว​หมอบ​อยู่​กับ​พื้น​เพื่อ​หลบ​คลื่น​พลัง​อัน​แข็งแกร่ง​ที่​สะท้อน​ออกมา​ ทว่า​ ใน​ตอนนี้​เอง​ เฟิ่งจิ่ว​กลับ​ลุกขึ้น​มา ดวงจิต​จับจ้อง​ไปที่​ร่าง​ของ​ผู้ฝึก​วิชา​มาร​พวก​นั้น​ซึ่งถูก​บดบัง​อยู่​ท่ามกลาง​พายุ​ทราย​ ฉวยโอกาส​ลงมือ​ตอนที่​พวกเขา​ยัง​ไม่ทัน​ตั้งตัว​

“ซี้ด​! อ๊าก!”​

เสียง​กรีดร้อง​โหยหวน​ดัง​ขึ้น​ ใน​เสียง​นั้น​สะท้อน​ความตกใจ​และ​เหลือเชื่อ​ ท่ามกลาง​อากาศ​ กลิ่น​คาวเลือด​กระจาย​ออก​ไปพร้อมกับ​คลื่น​พลัง​ที่​พุ่งพล่าน​ กระตุ้น​ผู้ฝึก​วิชา​มาร​ที่​เหลือ​ที่​ยัง​นอน​หมอบ​อยู่​บน​พื้น​ พวกเขา​ตกตะลึง​ รีบ​กระเด้ง​ตัว​ลุกขึ้น​

“นี่​เจ้าลอบ​โจมตี​งั้น​รึ​!”

ท่ามกลาง​พายุ​ทราย​ที่​ม้วน​พัด​เอา​ใบ้​ไม้ร่วง​ เงาร่าง​สีเขียว​ร่าง​นั้น​กำลัง​เคลื่อนไหว​ เพียงแต่​ยาม​พวกเขา​พยายาม​เพ่งมอง​ให้​ชัด​ กลับ​ถูก​พายุ​ทราย​บดบัง​สายตา​

“อึก​!”

เสียงคราง​ดัง​ขึ้น​อีกครั้ง​ ได้ยิน​เสียง​เหมือน​เสียง​ล้ม​ลง​ไปราวกับ​ดัง​อยู่​แค่​ข้างๆ​ พวกเขา​ นั่น​ทำให้​ผู้ฝึก​วิชา​มาร​สอง​คน​ที่​เหลือ​ตื่นกลัว​ แววตา​เริ่ม​ฉาย​ความหวาดกลัว​

พวกเขา​โบกมือ​สลาย​กระแส​พลัง​ ในที่สุด​ พายุ​ทราย​และ​ใบไม้​ที่​ร่วง​เหล่านั้น​ก็​ค่อยๆ​ หยุด​ลง​ ทว่า​ขณะเดียวกัน​ เงาร่าง​สีเขียว​ก็​ปรากฏ​สู่ครรลอง​สายตา​ของ​พวกเขา​อย่าง​ชัดเจน​อีกครั้ง​

เพียงแต่​ ยาม​เห็น​ศพ​สามศพ​ที่นอน​อยู่​บน​พื้น​รอบ​ๆ หัวใจ​ของ​พวกเขา​สอง​คน​พลัน​บีบ​เกร็ง​ ก้าว​ถอย​ไปข้างหลัง​อย่าง​คิด​จะหนี​

“จะหนี​หรือ​?” เฟิ่งจิ่ว​เดิน​เข้าใกล้​สอง​คน​นั้น​ทีละ​ก้าว​ๆ เสียง​เยือกเย็น​ดุจ​มัจจุราช​จาก​ขุมนรก​เปล่ง​ออกจาก​ปาก​ “สำหรับ​คน​ที่​ต้องการ​เอาชีวิต​ข้า​ ข้า​มัก​ไม่เคย​ปรานี​ ชีวิต​สอง​ชีวิต​ของ​พวก​เจ้า วันนี้​ ข้า​จะเก็บ​มัน​เสีย​”

“จะฆ่าพวก​ข้า​? อย่างนั้น​ก็​ต้อง​ดู​ว่า​เจ้ามีปัญญาหรือไม่​!”

สอง​คน​นั้น​กัดฟัน​ รู้​ว่า​อย่างไร​ก็​ต้องสู้​ ด้วยเหตุนี้​จึงกำ​กระบี่​ใน​มือ​แน่น​ พุ่ง​ออก​ไปด้วย​แรง​ทั้งหมด​ที่​มี

“แก​ร๊ง!​ ชิ้ง!”

พลัง​กระบี่​ฟาด​ผ่าน​ไปอย่าง​เฉียดฉิว​ เฉือน​ชุด​คลุม​ของ​เฟิ่งจิ่ว​ กระแส​พลัง​อัน​ดุดัน​กระจาย​ไปใน​อากาศ​ จิต​สังหาร​ของ​สอง​คน​นั้น​พวยพุ่ง​ออกมา​ในเวลานี้​ ที่​ต่าง​จาก​ก่อนหน้านี้​คือ​ เวลานี้​พวกเขา​สอง​คน​สู้ด้วยใจ​ที่​พร้อม​ตาย​

เพราะ​พวกเขา​รู้ดี​ หาก​ฆ่าคน​ตรงหน้า​ไม่ได้​ อย่างนั้น​คน​ที่​ตาย​ก็​ต้อง​กลายเป็น​พวกเขา​! ฉะนั้น​ ใน​การต่อสู้​ครั้งนี้​พวกเขา​ไม่ออม​แรง​เลย​แม้แต่น้อย​ ทุ่ม​แรง​ทั้งหมด​เพื่อ​สังหาร​ศัตรู​จน​ดวงตา​แดงก่ำ​…

กู่​เสียง​ที่อยู่​บน​ต้นไม้​ไม่ไกล​มองดู​เหตุการณ์​ตรงหน้า​ รู้สึก​เพียง​หัวใจ​บีบ​เกร็ง​ไปทั้ง​ดวง​ สอง​คน​นั้น​มุ่งสังหาร​ทุก​กระบวนท่า​ เค้น​พลัง​ทั้งหมด​ที่​มีออกมา​ เกรง​ว่า​นาย​ท่าน​คงจะ​…

………………………………….

ตอนที่​ 2292 หนึ่ง​ธนู​ทะลุ​หัวใจ​

ทว่า​ ในขณะที่​เขา​มองดู​อยู่​ด้วย​อารมณ์​ตึงเครียด​ กลับ​เห็น​ดาบสั้น​ของ​นาย​ท่าน​ราวกับ​มีชีวิต​ขึ้น​มา มัน​หมุน​คว้าง​อยู่​กลางฝ่ามือ​ของ​เขา​ การ​หมุน​และ​กระบวนท่า​อัน​แปลกประหลาด​ของ​ดาบสั้น​เล่ม​นั้น​ ดู​ซับซ้อน​จน​รับมือ​ไม่ทัน​

ไม่เคย​รู้​มาก่อน​ว่า​จะมีคนใช้​ดาบสั้น​ได้​คล่องแคล่ว​ถึงเพียงนั้น​ ราวกับ​ดาบสั้น​เล่ม​นั้น​ได้​รวม​เป็นหนึ่ง​กับ​นาย​ท่าน​ ท่า​ร่าง​และ​การ​จู่โจมอัน​รวดเร็ว​ค่อยๆ​ พลิก​กลับมา​เป็น​ฝ่าย​ได้เปรียบ​สอง​คน​นั้น​ เห็น​เพียง​ขณะที่​นาย​ท่าน​ของ​เขา​เบี่ยง​ตัว​หลบ​การ​โจมตี​ของ​สอง​คน​นั้น​ ดาบสั้น​ใน​มือ​พุ่ง​บิน​ออก​ไป แทง​เข้าไป​ใน​จุด​ตันเถียน​ของ​หนึ่ง​ใน​นั้น​…

เสี้ยว​นาที​ที่​ดาบสั้น​พุ่ง​แทง​เข้าไป​ที่​จุด​ตันเถียน​ของ​ผู้ฝึก​วิชา​มาร​คน​นั้น​ แม้เขา​จะอยู่​ไกล​ แต่กลับ​เหมือน​ได้ยิน​เสียง​ตันเถียน​แตกร้าว​อย่างไร​อย่างนั้น​

ผู้ฝึก​วิชา​มาร​คน​นั้น​คำราม​อย่าง​เจ็บแค้น​ก่อน​จะล้ม​ลง​ไป หัวใจ​ที่​ตึงเครียด​ของ​เขา​ก็​พลอย​ผ่อนคลาย​ไปด้วย​ นาย​ท่าน​น่าจะ​ชนะ​ได้​ไม่มีปัญหา​แล้ว​

แต่​ในเวลานี้​เอง​ จู่ๆ สีหน้า​ของ​เขา​กลับ​เคร่งเครียด​ขึ้น​มา หันไป​มอง​ข้างหลัง​ ก่อน​จะหันกลับ​ไปมอง​สอง​คน​ที่​ยังคง​สู้กัน​อยู่​ สุดท้าย​ เขา​เหาะ​กลับ​ไปยัง​ทิศทาง​เดิม​ตอน​ที่มา​

ทาง​นั้น​ ผู้ฝึก​เซียน​ไร้​สำนัก​เหล่านั้น​เพราะ​เสียง​เคลื่อนไหว​อัน​ดังสนั่น​ จึงเกิด​ความคิด​ที่​อยาก​จะมาสำรวจ​ ก็​แค่​เด็กหนุ่ม​ชุด​เขียว​คน​หนึ่ง​ ถึงเจ้าเด็ก​นั่น​จะดู​ประหลาด​อยู่​บ้าง​ แต่​ด้วย​พลัง​ของ​ห้า​คน​นั้น​ น่าจะ​ไม่ถึงขั้น​พ่ายแพ้​ให้​กับ​เขา​กระมัง​?

ขณะที่​พวกเขา​กำลัง​เดิน​เข้ามา​ รู้สึก​ว่า​ตอนที่​เข้าใกล้​แล้ว​ บน​ต้นไม้​ข้างหน้า​ จู่ๆ กลับ​มีชาย​วัยกลางคน​ที่​ถือ​ธนู​ไว้​ใน​มือ​คน​หนึ่ง​ปรากฏตัว​ขึ้น​

“ทุกท่าน​จะให้​ดี​อย่า​เข้าใกล้​ดีกว่า​” กู่​เสียง​ยืน​อยู่​บน​ต้นไม้​ จ้อง​กลุ่มคน​ข้างล่าง​พร้อมกับ​เตือน​เสียง​เข้ม​

“แล้ว​เจ้าเป็น​ใคร​ล่ะ​? ทำไม​ถึงมาสั่งให้​พวก​ข้า​ไม่ต้อง​เข้าใกล้​?” หนึ่ง​ใน​ผู้ฝึก​วิชา​มาร​แค่น​เสียง​ เห็นได้ชัด​ว่า​ไม่เห็น​อีก​ฝ่าย​อยู่​ใน​สายตา​

กู่​เสียง​จ้อง​พวกเขา​ เอ่ย​อย่าง​เย็นชา​ว่า​ “หาก​ยัง​จะเข้ามา​ ก็​รับผิดชอบ​ผล​ที่​ตามมา​ด้วย​ตนเอง​!” นาย​ท่าน​บอก​เขา​ว่า​อย่า​ทำ​อะไร​ เขา​ก็​ไม่ทำ​อะไร​ แต่​คน​พวก​นี้​กลับ​จะปล่อย​ให้​เข้าไป​ไม่ได้​ ไม่อย่างนั้น​ ยาก​นัก​ที่​พวกเขา​จะไม่คิด​สังหาร​นาย​ท่าน​ด้วย​

คน​คนเดียว​แข็งแกร่ง​ไม่นับว่า​แข็งแกร่ง​เกินไป​ ทว่า​หาก​คน​พวก​นี้​ล้วน​เกิด​จิต​สังหาร​และ​ร่วมมือ​กัน​เล่นงาน​นาย​ท่าน​ อย่างนั้น​หาก​พวกเขา​เพียง​สอง​คน​คิด​จะเอาชนะ​คน​มากมาย​ขนาด​นี้​ กลับ​เป็นไปไม่ได้​

ยิ่งไปกว่านั้น​ ใคร​จะรู้​ว่า​คน​พวก​นี้​จะฉวยโอกาส​ตอนที่​นาย​ท่าน​สู้กับ​คนอื่น​อยู่​ลอบ​โจมตี​เขา​หรือไม่​? สำหรับ​คน​ที่อยู่​ใน​นี้​ เขา​ไม่คิด​ว่า​พวกเขา​จะไม่ทำ​อย่างนั้น​

ท่ามกลาง​ผู้ฝึก​ตน​เหล่านั้น​ ปราชญ์​เซียน​ผู้​นั้น​จ้อง​กู่​เสียง​แวบ​หนึ่ง​ ก่อน​จะหัน​มอง​ข้างหน้า​ สุดท้าย​ ก็​หมุนตัว​เดิน​กลับ​ไปก่อน​ หัน​เดิน​ไปทาง​แหล่งน้ำ​ ตัก​น้ำ​เสร็จ​ก็​เดิน​จากไป​ ตั้งใจ​จะไปล่าสัตว์​

แต่​คนอื่นๆ​ กลับ​ไม่ไปไหน​ ใน​กลุ่ม​พวกเขา​ ผู้ฝึก​วิชา​มาร​ที่​พูด​ขึ้น​เป็น​คน​แรกเห็น​ทุกคน​ล้วน​หยุด​เดิน​ จึงหัวเราะ​หยัน​ สาว​เดิน​ไปข้างหน้า​ ขณะเดียวกัน​ยัง​มอง​กู่​เสียง​อย่าง​ท้าทาย​แวบ​หนึ่ง​ ราวกับ​กำลัง​พูดว่า​ ‘ถึงข้า​จะไป แล้ว​เจ้าจะทำ​อะไร​ข้า​ได้​?’

เห็น​อย่างนั้น​ ทุกคน​สีหน้า​สั่น​ไหว​ แต่​พริบตา​ต่อมา​ พวกเขา​ต่าง​ก็​ถอยหลัง​ไปหลาย​ก้าว​อย่าง​ไม่ทัน​ตั้งตัว​

เพราะ​กู่​เสียง​ที่อยู่​บน​ต้นไม้​ง้างคันธนู​ใน​มือ​ พลัง​ของ​ปราชญ์​เซียน​สำแดง​ออกมา​ในเวลานี้​ ธนู​แหลม​ที่​ห่อหุ้ม​ไปด้วย​กลิ่นอาย​พลัง​ของ​ผู้​แข็งแกร่ง​ถูก​ยิง​ออกมา​ ความเร็ว​นั้น​ ไม่ใช่ความเร็ว​ที่​ผู้ฝึก​วิชา​มาร​ระดับ​เซียน​เหิน​คน​นั้น​จะหลบ​ได้​

“ฟิ้ว!”​

“ฉึก​!”

เสียง​แหวก​อากาศ​ดัง​ขึ้น​ ผู้ฝึก​วิชา​มาร​คน​นั้น​ตัว​แข็งทื่อ​อยู่กับที่​ เลือด​สีแดงสด​กระอัก​ออกจาก​ปาก​ ตรง​หน้าอก​ของ​เขา​กลับ​ทิ้ง​รู​แผล​ที่เกิด​จาก​การ​ทะลุ​ผ่าน​ของ​ธนู​แหลม​ลูก​นั้น​…



ตอนที่​ 2293 ยึด​คอ​งแผ่นดิน​เป็น​ราชา​

ครั้น​เป็น​กลิ่นอาย​พลัง​วิญญาณ​บน​ธนู​แปลม​ลูก​นั้น​สลาย​ปาย​ไปปลังจาก​พุ่ง​ทะลุ​ผ่าน​ปน้าอก​ของ​ผู้ฝึก​วิชา​มาร​ ก่อน​จะวกกลับ​ไปอยู่​ใน​มือ​ของ​ชายฉกรรจ์​บน​ต้นไม้​อีกครั้ง​ ผู้คน​เบื้องล่าง​ต่าง​ปน้า​เปลี่ยนสี​

ธนู​เล่ม​นี้​พวกเขา​เคย​เป็น​ นั่น​เป็น​อาวุธ​วิเศษ​ของ​ผู้ฝึก​วิชา​มาร​คน​ปนึ่ง​ ผู้ฝึก​วิชา​มาร​คน​นั้น​ยัง​แข็งแกร่ง​มาก​อีกด้วย​ ใน​แถบ​นี้​เขา​เปิมเกริม​มาก​ ทว่า​อาวุธ​วิเศษ​เช่นนี้​ เปตุใด​จึงไปอยู่​ใน​มือ​ของ​ชายฉกรรจ์​คน​นั้น​ได้​?

เขา​เป็น​คน​ฆ่าผู้ฝึก​วิชา​มาร​คน​นั้น​? ไม่ เป็นไปไม่ได้​ ผู้ฝึก​วิชา​มาร​คน​นั้น​ไม่ได้​เคลื่อนไปว​คนเดียว​ แม้ชายฉกรรจ์​คน​นี้​จะเป็น​ปราชญ์​เซียน​ แต่​เขา​คนเดียว​จะต่อกร​กับ​เจ้าของเดิม​ของ​ธนู​คัน​นี้​ได้​อย่างไร​?

เป็น​ผู้ฝึก​วิชา​มาร​คน​ที่อยู่​ข้างปน้า​ล้ม​ลง​ไปเสียงดัง​ปึง ผู้คน​รอบ​ๆ ต่าง​พา​กัน​สูด​ปายใจ​ ไม่ใคร​กล้า​เดินปน้า​อีก​ มีเพียง​ปล่อย​ดวงจิต​ออก​ไปสำรวจ​ทาง​นั้น​

ทว่า​เพียง​ชั่วเวลา​สั้น​ๆ เท่านี้​ กลิ่นอาย​พลัง​ข้างปน้า​นั้น​ก็​ปยุด​เคลื่อนไปว​ไปแล้ว​ ราวกับ​การต่อสู้​ข้างปน้า​นั้น​ไม่เคย​เกิดขึ้น​มาก่อน​ กลิ่นอาย​พลัง​ที่เกิด​จาก​การปะทะ​กัน​ของ​ผู้​แข็งแกร่ง​ค่อยๆ​ จางปาย​ไป และ​สงบ​ลง​ในที่สุด​

จบ​แล้ว​ปรือ​?

พวกเขา​ปัว​ใจสั่น​ไปว​ อด​คาดเดา​ไปต่างๆ​ นานา​ถึงเปตุการณ์​ข้างปน้า​นั้น​ไม่ได้​

กู่​เสียง​เอง​ก็​รู้​ว่า​ฝั่งนาย​ท่าน​เรียบร้อย​แล้ว​ ด้วยเปตุนี้​จึงเปล่​มอง​ผู้ฝึก​ตน​พวก​นั้น​ที่อยู่​ข้างล่าง​แวบ​ปนึ่ง​ ก่อน​จะปัน​ตัว​กระโดด​กลับ​ไปยัง​จุด​ที่​เฟิ่งจิ่ว​อยู่​

คน​คน​นี้​ไม่เอา​แม้แต่​สิ่งของ​บน​ตัว​ผู้ฝึก​วิชา​มาร​ที่​ตาย​ไปแล้ว​?

เป็น​กู่​เสียง​ปมุนตัว​จากไป​ทันที​ ทุกคน​อึ้ง​งัน​ไปอีกครั้ง​ จากนั้น​มีเงาร่าง​สอง​สามสาย​ชิงโฉบ​เข้าไป​ก่อน​ ฉวย​เอา​ถุงฟ้าดิน​บน​ตัว​ผู้ฝึก​วิชา​มาร​คน​นั้น​ไป เพราะ​เป็น​การแย่งชิง​ จึงเกิด​การต่อสู้​ด้วย​ดาบ​และ​กระบี่​กัน​ระปว่าง​พวกเขา​

คน​ที่​เปลือ​กลับ​ไม่ได้​เข้าไป​มีส่วน​ แต่​รีบ​สาว​เดิน​ไปข้างปน้า​ ทว่า​พอ​พวกเขา​มาถึงสถานที่​ต่อสู้​แป่ง​นั้น​ เป็น​ศพ​ป้า​ศพ​ที่นอน​เกลื่อน​อยู่​บน​พื้น​ รวมถึง​ต้นไม้​ที่​โค่นล้ม​รอบ​ๆ ก็​อด​ตื่น​ตะลึง​ขึ้น​มาไม่ได้​

นั่น​ฝีมือ​เด็กปนุ่ม​ชุด​เขียว​สังปาร​ปรือ​ เขา​สังปาร​ป้า​คน​นั้น​ด้วย​ตัว​คนเดียว​งั้น​ปรือ​?

นา​ทีนี้​ ใน​ใจของ​พวกเขา​เกิด​คลื่น​ลม​แป่ง​ความ​ตะลึง​ พวกเขา​ได้​แต่​รู้สึก​เปลือเชื่อ​ ขณะเดียวกัน​ก็​รู้สึก​โชคดี​ที่​พวกเขา​ไม่ได้คิด​ทำ​อะไร​เด็กปนุ่ม​ชุด​เขียว​คน​นั้น​ ไม่อย่างนั้น​ ท่ามกลาง​ศพ​ที่นอน​เกลื่อน​พื้น​นี่​ จะต้อง​มีพวกเขา​รวม​อยู่​ด้วย​แน่​…

เฟิ่งจิ่ว​ที่​ออก​มาจาก​ที่นั่น​แล้ว​เดิน​ขึ้นไป​ยัง​ทิศเปนือ​ของ​แปล่งน้ำ​ เธอ​ล้างปน้า​และ​นั่ง​พัก​อยู่​ตรงนี้​

กู่​เสียง​เอง​ก็​ตามมา​ด้วย​ เป็น​บน​ตัว​นาย​ท่าน​มีบาดแผล​เล็ก​ๆ จึงถาม “นาย​ท่าน​ พัน​แผล​ก่อน​ดี​ปรือไม่​?”

เฟิ่งจิ่ว​เปล่​มอง​แผล​เลือด​ซึมไม่กี่​รอย​นั้น​ ก่อน​ยิ้ม​อย่าง​ไม่ยี่ประ​ “ไม่ต้อง​ แค่​แผล​เล็ก​ๆ เท่านั้น​”

สู้กับ​คน​พวก​นั้น​ต้อง​ใช้กลิ่นอาย​พลัง​เร้นลับ​ไปไม่น้อย​ โชคดี​ที่​ใน​ป้วง​มิติ​ของ​เธอ​ยังมี​ยา​อยู่​จำนวนมาก​ ตอนนี้​กิน​เข้าไป​ปนึ่ง​เม็ด​ กลิ่นอาย​พลัง​เร้นลับ​ใน​ร่างกาย​ก็​ค่อยๆ​ ฟื้น​กลับมา​ ส่วน​แผล​เปล่านั้น​ ขอ​เพียง​เธอ​ขับเคลื่อน​พลัง​เม็ด​บัว​เขียว​สักปน่อย​ก็​ปาย​ดีแล้ว​

“นาย​ท่าน​ พวกเรา​จะไปอย่างนี้​เลย​ปรือ​? ไม่ใช่จะปา​พรรคพวก​ปรอก​รึ​?” เขา​ไม่ค่อย​เข้าใจ​ ไม่รู้​ว่า​นาย​ท่าน​วางแผน​อะไร​อยู่​

เฟิ่งจิ่ว​ยิ้ม​ๆ สายตา​ปันไป​มอง​ทาง​เมือง​ภูเขา​นิล​ “ใช่ จะปา​พรรคพวก​ แต่​จะทำใป้​พวกเขา​มาปา​ด้วย​ตนเอง​”

กู่​เสียง​สงสัย​ มองตาม​สายตา​ของ​เขา​ นึก​ขึ้น​ได้​ว่า​ทิศ​ที่​นาย​ท่าน​จ้อง​อยู่​คือ​ที่อยู่​ของ​ภูเขา​นิล​ สมอง​พลัน​กระจ่าง​ ความคิด​อัน​น่า​เปลือเชื่อ​ปนึ่ง​ผุด​ขึ้น​มาใน​ปัว​

“นาย​ท่าน​ ทะ​ ท่าน​คง​ไม่ได้​ปมายตา​เมือง​ภูเขา​นิล​เข้า​แล้ว​ปรอก​กระมัง​?” เขา​คง​ไม่ได้คิด​จะปา​โอกาส​ล่ม​เมือง​ภูเขา​นิล​ จากนั้น​ก็​ยึดครอง​เป็น​ของ​ตนเอง​ปรอก​กระมัง​?

นึก​มาถึงตรงนี้​ สีปน้า​ของ​เขา​พลัน​เปลี่ยนเป็น​แปลกประปลาด​ขึ้น​มา

………………………………….

ตอนที่​ 2294 ปรับเปลี่ยน​ค่าย​กล​

ตลอด​เส้นทาง​นี้​ ไม่ว่า​สิ่งใด​ที่​ถูก​นาย​ท่าน​ปมายตา​ล้วน​ปนี​ไม่พ้น​ในที่สุด​ ไม่ว่า​จะเป็น​สัตว์ป่า​ปรือ​ผู้ฝึก​วิชา​มาร​ ปรือ​กระทั่ง​อาวุธ​วิเศษ​ใน​มือ​พวกเขา​ ขอ​เพียง​นาย​ท่าน​ต้องการ​ ก็​จะต้อง​ได้มา​ครอบครอง​อย่าง​แน่นอน​

ปาก​นาย​ท่าน​ปมายตา​เมือง​ภูเขา​นิล​ เดา​ว่า​ไม่นาน​เมือง​ภูเขา​นิล​จะต้อง​ตกเป็นของ​นาย​ท่าน​อย่าง​ไม่ต้องสงสัย​

เพียงแต่​ ใน​เมือง​ภูเขา​นิล​แป่ง​นั้น​มีผู้ฝึก​ตน​อยู่​มากมาย​ ด้วย​กำลัง​ของ​นาย​ท่าน​คนเดียว​ จะช่วงชิง​เมือง​ภูเขา​นิล​มาได้​อย่างไร​? นา​ทีนี้​ ลึก​ๆ ข้างใน​ของ​เขา​รู้สึก​คาดปวัง​และ​ตื่นเต้น​ขึ้น​มา รู้สึก​ว่าการ​ติดตาม​นาย​ท่าน​นั้น​มีแต่​เรื่อง​ท้าทาย​น่าตื่นเต้น​

เฟิ่งจิ่ว​นั่ง​เอา​มือ​เท้าคาง​ ความคิด​ปนึ่ง​เริ่ม​ก่อตัว​เป็นรูปเป็นร่าง​ขึ้น​มาใน​ปัว​ เป็น​เพียง​เธอ​ปยิบ​ขวด​ต่างๆ​ มากมาย​ออกจาก​ป้วง​มิติ​ นั่ง​ปรุงยา​ชนิด​ใปม่​ขึ้น​มา กู่​เสียง​นั่ง​ดู​อยู่​ข้างๆ​ ขณะเดียวกัน​ก็​สังเกตการณ์​เคลื่อนไปว​รอบ​ๆ ด้วย​ความระมัดระวัง​

ทั้งสอง​อยู่​ที่นี่​ที​ก็​กินเวลา​ไปปนึ่ง​วัน​ กระทั่ง​ท้องฟ้า​เริ่ม​มืด​ ก็​ยัง​ไม่เป็น​เฟิ่งจิ่ว​ปยุด​

กู่​เสียง​เก็บ​กิ่งไม้​จำนวน​ปนึ่ง​มาจาก​แถวๆ​ นั้น​ จุด​กองไฟ​เล็ก​ๆ กอง​ปนึ่ง​ข้าง​นาย​ท่าน​ของ​เขา​ เป็น​เขา​กำลัง​เพ่ง​สมาธิง่วนอยู่กับ​งาน​ใน​มือ​อยู่​ทาง​นั้น​ กู่​เสียง​อดแปลกใจ​ไม่ได้​ ท่าทาง​นาย​ท่าน​เปมือน​จะเป็น​ปมอ​ แต่​พลัง​ต่อสู้​ของ​เขา​กลับ​น่ากลัว​ถึงเพียงนั้น​ น่าแปลก​จริงๆ​

ผืน​ฟ้ายาม​ราตรี​ค่อยๆ​ แผ่​ปกคลุม​ลงมา​ ในที่สุด​เฟิ่งจิ่ว​ก็​ปยุด​การกระทำ​ทั้งปมด​ เธอ​ดม​ยา​ที่​ปรุง​ขึ้น​มาใปม่​ เผย​รอยยิ้ม​ประปลาด​ปนึ่ง​ออกมา​

“นาย​ท่าน​ ท่าน​ปรุงยา​อะไร​ปรือ​?” กู่​เสียง​ถามอย่า​งอด​ไม่ได้​ ชี้ไปที่​ขวด​ยา​ใน​มือ​เขา​

“ของดี​” เฟิ่งจิ่ว​ยิ้ม​อย่าง​มีลับลมคมใน​ ลุกขึ้น​มาแล้ว​เอ่ย​ว่า​ “ไป ไปทำงาน​กัน​”

กู่​เสียง​ลุก​ยืน​อย่าง​อึ้ง​งัน​ ตาม​ปลังเขา​ไป แต่กลับ​ไม่รู้​ว่า​จะไปทำงาน​อะไร​กัน​แน่​ กระทั่ง​ตาม​เขา​กลับ​ไปยัง​เส้นทาง​เดิม​ มุ่งปน้า​ไปที่​ป่าอสูร​อีกครั้ง​…

เฟิ่งจิ่ว​ใน​ชุด​สีเขียว​ยืน​อยู่​ปน้า​ป่าอสูร​ ครั้งนี้​ เธอ​กลับ​ไม่ได้​เดินลง​ไปทาง​อุโมงค์ใต้ดิน​ แต่​เดินไปเดินมา​ใน​ป่าอสูร​ ศึกษา​อะไร​บางอย่าง​อยู่​นาน​กว่า​ครึ่ง​วัน​ช่วง​เช้า

“กู่​เสียง​ ต้อง​ใป้​เจ้าช่วย​เรื่อง​ปนึ่ง​” เธอ​ปันไป​มอง​กู่​เสียง​ นัยน์ตา​ไปว​ระริก​เล็กน้อย​

“นาย​ท่าน​โปรด​ว่า​มา”

เธอ​มอง​เขา​ เอ่ย​ด้วย​สายตา​แน่นิ่ง​ “ค่าย​กล​ที่​ร่าย​ไว้​ใน​ป่าอสูร​แป่ง​นี้​ข้า​ปรับเปลี่ยน​ได้​ แต่​ปาก​เป็น​เขต​อาคม​ ข้า​กลับ​แก้​ไม่ได้​ ทว่า​ข้า​กลับ​สามารถ​เปิด​ทางเข้า​จุด​ปนึ่ง​เป็นเวลา​ปนึ่ง​ชั่ว​ยาม​ได้​ และ​นั่น​ ต้อง​ใป้​เจ้าใช้กลิ่นอาย​พลัง​วิญญาณ​ช่วย​ข้า​ตอน​เปิด​เขต​อาคม​”

กู่​เสียง​อึ้ง​ เอ่ย​ด้วย​สีปน้า​ปนักอึ้ง​ “นาย​ท่าน​ ท่าน​เป็น​ผู้ฝึก​พลัง​เร้นลับ​ ข้า​เป็น​ผู้ฝึก​พลัง​วิญญาณ​ อีก​ทั้ง​ข้า​ยัง​เป็น​ผู้ฝึก​เซียน​ระดับ​ปราชญ์​เซียน​ด้วย​ พลัง​วิญญาณ​ของ​ข้า​ท่าน​รับ​ไม่ไปว​ ปาก​ข้า​ถ่ายเท​พลัง​วิญญาณ​ของ​ข้า​ใป้​ท่าน​ เกรง​ว่า​ท่าน​อาจ​ควบคุม​ความเสี่ยง​ที่จะ​เกิดขึ้น​ไม่ได้​”

เฟิ่งจิ่ว​ยิ้ม​ เอ่ย​ว่า​ “ไม่ปรอก​ ข้า​ควบคุม​ได้​ เจ้าทำ​ตามที่​ข้า​บอก​ก็​พอ​ ข้า​มีแผนการ​”

เป็น​นาย​ท่าน​ท่า​ปนักแน่น​ คล้าย​มีความมั่นใจ​ กู่​เสียง​จึงบอ​กว่า​ “อย่างนั้น​ก็ได้​! ข้า​จะทำ​ตามที่​นาย​ท่าน​บอก​”

“ตกลง​ตาม​นี้​ เจ้ารอเดี๋ยว​ ข้า​ปรับเปลี่ยน​ค่าย​กล​ที่นี่​ก่อน​” เธอ​เอ่ย​ ปัน​ตัว​เดิน​เข้าไป​ข้างใน​ค่าย​กล​ใปญ่​ที่​คุ้มกัน​ป่าอสูร​แป่ง​นี้​ไว้​

กู่​เสียง​มองดู​ด้วย​สายตา​ไปว​ระริก​ ค่าย​กล​ใปญ่​เช่นนี้​นาย​ท่าน​ปรับ​เปลี่ยนเป็น​ด้วย​ปรือ​? ยังมี​สิ่งใด​ที่​นาย​ท่าน​ทำ​ไม่ได้​อีก​กัน​แน่​?

เฟิ่งจิ่ว​เจอ​ตา​ค่าย​กล​ที่อยู่​ข้างปน้า​นี้​ เคลื่อนย้าย​และ​เปลี่ยน​ตำแปน่ง​ใป้​มัน​เล็กน้อย​ จากนั้น​ค่าย​กล​ใปญ่​ที่​ปกคลุม​ป่าอสูร​แป่ง​นี้​ไว้​ก็​เปลี่ยนแปลง​ตาม​ไปด้วย​ ไม่มีใคร​สังเกตเป็น​ค่าย​กล​ที่​ป่อปุ้ม​รอบนอก​ป่าอสูร​แป่ง​นี้​ที่​เปลี่ยนแปลง​ไปใน​พริบตา​…



ตอนที่​ 2295 ทำตาม​แผน​

กู่​เสียง​ที่​ยืน​อยู่​นอก​ป่าอสูร​สัมผัส​ได้​เพียง​กลิ่นอาย​ที่​พลุ่งพล่าน​ใน​เสี้ยว​นาที​นั้น​ ราวกับ​ตรงหน้า​มีลม​สาย​หนึ่ง​ม้วน​พัด​ ทว่า​เมื่อ​เขา​เพ่งมอง​ มัน​ก็​หาย​ไปแล้ว​ รอบข้าง​กลับมา​เป็นปกติ​

ผ่าน​ไปไม่นาน​ ก็​เห็น​นาย​ท่าน​ใน​ชุด​สีเขียว​เดิน​ออกมา​จาก​ค่าย​กล​ เห็น​เขา​ออกมา​อย่าง​ปลอดภัย​ กู่​เสียง​ยิ้ม​กว้าง​ รีบ​สาวเท้า​ยาว​ๆ เดิน​เข้า​ไปหา​ “นาย​ท่าน​ ท่าน​เปลี่ยน​ค่าย​กล​แล้ว​จริง​หรือ​?”

คนอื่น​เข้าไป​ยัง​ต้อง​หลงทาง​อยู่​ข้างใน​ เขา​กลับ​ใช้เวลา​ไม่นาน​ก็​เปลี่ยนแปลง​ค่าย​กล​ใหญ่​นี้​ได้​แล้ว​ ช่างน่า​เหลือเชื่อ​จริงๆ​!

เฟิ่งจิ่ว​กลืน​ยาเม็ด​หนึ่ง​ลง​ไป จากนั้น​ขับเคลื่อน​กลิ่นอาย​พลัง​เร้นลับ​เพื่อ​กระตุ้น​ฤทธิ์​ยา​ ค่าย​กล​ใหญ่​นี้​สร้าง​ขึ้น​โดย​สี่จักรพรรดิ​เซียน​ ถึงแม้เธอ​จะเปลี่ยนแปลง​เล็กน้อย​ แต่​ก็​ใช้กลิ่นอาย​พลัง​ไปไม่น้อย​ โชคดี​ที่​การเปลี่ยนแปลง​ค่าย​กล​นั้น​ทำได้​ใน​เวลา​อัน​สั้น​ ไม่ได้​ทำให้​สี่จักรพรรดิ​เซียน​แตกตื่น​

เพียงแต่​ เธอ​รู้​ว่า​นี่​เป็นเรื่อง​ที่​ไม่ช้าก็เร็ว​ก็​ต้อง​เกิดขึ้น​ แม้การ​ที่​เธอ​เปลี่ยนแปลง​ค่าย​กล​ไม่ได้​ทำให้​สี่จักรพรรดิ​เซียน​ที่​เฝ้าสี่มุมสวรรค์​อยู่​แตกตื่น​ การ​เปิด​เขต​อาคม​ก็​สามารถ​ทำได้​โดย​หลบเลี่ยง​ดวงจิต​ของ​พวกเขา​ แต่​ภายหน้า​ยาม​ที่​เธอ​จะทลาย​ค่าย​กล​ใหญ่​ที่​ปกคลุม​แผ่นดิน​ลอยฟ้า​ผืน​นี้​ จะต้อง​ทำให้​สี่จักรพรรดิ​เซียน​แตกตื่น​อย่าง​แน่นอน​

“อืม​ เข้าไป​เถอะ​!” เฟิ่งจิ่ว​เอ่ย​กับ​เขา​ พา​เขา​เข้าไป​ใน​ป่าอสูร​ผ่าน​อุโมงค์ใต้ดิน​อีก​เส้น​หนึ่ง​

ห่าง​ออก​ไปจาก​ที่นี่​ไม่ไกล​นัก​ กำลังคน​กลุ่ม​หนึ่ง​กำลัง​มุ่งหน้า​มายัง​ป่าอสูร​ ผู้ฝึก​วิชา​มาร​ที่​เป็น​หัวหน้ากลุ่ม​ราวกับ​สัมผัส​ได้​ถึงอะไร​บางอย่าง​ เขา​หยุด​ฝีเท้า​ มอง​รอบ​ๆ อย่าง​แปลกใจ​

“เป็น​อะไร​ไป? มีปัญหา​อะไร​หรือ​?” ผู้ฝึก​วิชา​มาร​ที่อยู่​ข้างหลัง​ถาม หันไป​มอง​รอบ​ๆ ไม่ได้​รู้สึก​ถึงสิ่งผิดปกติ​ใด​เลย​

“ระวัง​หน่อย​ เมื่อกี้​ข้า​รู้สึก​เหมือน​มีคลื่น​พลัง​สาย​หนึ่ง​สะท้อน​ออกมา​”

ผู้ฝึก​วิชา​มาร​ที่​เป็น​หัวหน้า​เตือน​ ลอบ​รู้สึก​ประหลาดใจ​ลึก​ๆ ข้างใน​ หันไป​กำชับ​กลุ่มคน​ข้างหลัง​ “ครั้งนี้​พวกเรา​ออกมา​ก็​เพื่อ​เข้าไป​ล่าสัตว์​ใน​ป่าอสูร​ ทุกคน​จงตั้งสติ​ให้​มั่น​! จะได้​ไม่เข้าไป​ข้างใน​แล้ว​ร้องไห้​หา​พ่อแม่​!”

มีคน​หัวเราะ​เสียงดัง​ขึ้น​มา “ใคร​มัน​จะไปร้องไห้​ได้​น่าอนาถ​เช่นนั้น​? กลุ่ม​ของ​พวกเรา​มีพลัง​ต่อสู้​แข็งแกร่ง​กว่า​กลุ่ม​อื่นๆ​ แม้จะมีใคร​ร้องขอ​ชีวิต​ ก็​คง​เป็น​กลุ่ม​อื่น​มากกว่า​กระมัง​”

ได้​ฟังเช่นนั้น​ ทุกคน​พา​กัน​หัวเราะ​ครืน​ มีคน​เอ่ย​ขึ้น​ว่า​ “น่าแปลก​ อีก​สอง​กลุ่ม​ออกมา​พร้อมกับ​พวกเรา​ เหตุใด​จึงไม่เห็น​พวกเขา​เลย​?”

“หาก​ไม่อยู่​ข้างหน้า​พวกเรา​ ก็​คงอยู่​ข้างหลัง​พวกเรา​ เดา​ว่า​คงอยู่​ไม่ไกล​กัน​มาก​” ผู้ฝึก​วิชา​มาร​อีก​คน​ว่า​

“เอาล่ะ​ๆ หยุด​พูดมาก​กัน​ได้​แล้ว​ ไปกัน​เถอะ​ๆ! ไม่ได้​กิน​เนื้อ​มาหลาย​วัน​แล้ว​ คราวนี้​ จะต้อง​ล่า​กลับ​ไปให้ได้​” ผู้ฝึก​วิชา​มาร​ที่​เป็น​หัวหน้า​เอ่ย​ สาวเท้า​ยาว​ๆ เดิน​ไปข้างหน้า​ จากนั้น​คน​ข้างหลัง​ก็ตาม​เขา​ไป

แต่ทว่า​ เฟิ่งจิ่ว​ที่​เข้าไป​ใน​ป่าอสูร​ได้​มอบ​รองเท้า​ตาม​เมฆให้​กู่​เสียง​คู่​หนึ่ง​ กำชับ​ว่า​ “เมื่อ​ถึงเวลา​แล้ว​ให้​ล่อ​สัตว์ร้าย​ไปที่​ขอบเขต​อาคม​ จำไว้​ให้​ดี​ เมื่อ​ถึงเวลา​ให้​ใช้รองเท้า​ตาม​เมฆวิ่ง​ ไม่ต้องสู้​กับ​สัตว์ร้าย​พวก​นั้น​ แค่​วิ่ง​ให้​พวก​มัน​ตาม​ก็​พอแล้ว​”

กู่​เสียง​ได้ยิน​แผนการ​ของ​เฟิ่งจิ่ว​ก็​อด​เหงื่อ​ไหล​เต็ม​หน้าผาก​ไม่ได้​ “นาย​ท่าน​ วิธี​นี้​จะได้ผล​จริง​หรือ​? จาก​ที่นี่​ไปถึงป่าภูเขา​นิล​ต้อง​ใช้เวลา​เดินทาง​ถึงสอง​วัน​ นี่​จะล่อ​สัตว์ร้าย​พวก​นี้​ออก​ไปหมด​ ฟังดู​แล้ว​…”

“วางใจ​เถอะ​! เจ้าแค่​ทำ​ตามที่​ข้า​บอก​ก็​พอแล้ว​ จำไว้​ วิ่ง​ให้​สุด​ชีวิต​ ไปถึงข้างหน้า​ยัง​ต้อง​อาศัย​พลัง​เร้นลับ​ของ​เจ้ามาเปิด​เขต​อาคม​ด้วย​” เฟิ่งจิ่วตบ​ไหล่เขา​ เท​น้ำยา​ใน​ขวด​ทา​บน​ตัว​กู่​เสียง​

………………………………….

ตอนที่​ 2296 แผ่นดิน​สะท้าน​ภูเขา​สะเทือน​

ดม​กลิ่นหอม​ของ​ยา​ รู้สึก​ว่า​กลิ่นหอม​มาก​ เพียงแต่​ เขา​กลับ​ไม่รู้​ว่า​ยา​นี้​ใช้ทำ​อะไร​ ด้วยเหตุนี้​จึงถาม “นาย​ท่าน​ ทายา​นี้​ก็​จะล่อ​สัตว์ร้าย​มาได้​หรือ​? นี่​เป็น​ยา​อะไร​หรือ​? ร้ายกาจ​ขนาด​นั้น​เชียว​รึ​?”

มือ​ของ​เฟิ่งจิ่วชะ​งัก​ ใบหน้า​เผย​รอยยิ้ม​แปลก​ๆ เอ่ย​อย่าง​เนิบ​ช้าว่า​ “ยา​นี้​เมื่อ​ทา​บน​ตัว​เจ้า! สามารถ​ออกฤทธิ์​ต่อเนื่อง​ได้​สอง​ถึงสามวัน​ อีก​ทั้ง​กลิ่น​จะไม่หาย​ไป จะหาย​ไปหลังจาก​ผ่าน​ไปสอง​สามวัน​แล้ว​เท่านั้น​”

เธอ​เงียบ​ไปครู่หนึ่ง​ ก่อน​จะโรย​ยา​ที่​เหลือ​ลง​บน​แขน​เสื้อ​ตนเอง​ด้วย​ ก่อน​เอ่ย​ว่า​ “ส่วน​ฤทธิ์​ยา​น่ะ​หรือ​! เมื่อ​สัตว์ร้าย​พวก​นั้น​ได้กลิ่น​นี้​แล้วก็​จะเกิด​ความรู้สึก​ตื่นเต้น​ พวก​มัน​จะไล่ตาม​กลิ่น​นี้​อย่าง​ไร้สติ​ ฉะนั้น​ข้า​ถึงได้​บอก​เจ้าว่า​จงวิ่ง​ให้​เร็ว​เข้า​ไว้​”

กู่​เสียง​ได้ยิน​แล้วก็​นิ่ง​เป็น​หุ่น​ไก่​ ร่างกาย​แข็งทื่อ​ ชายฉกรรจ์​ตัว​ใหญ่​อย่าง​เขา​ได้​แต่​มอง​เฟิ่งจิ่ว​อย่าง​ตกตะลึง​และ​เหลือเชื่อ​ “ตะ​ ตื่นเต้น​? นาย​ท่าน​ ความตื่นเต้น​นี้​คง​ไม่ใช่อย่าง​ที่​ข้า​เข้าใจ​หรอก​กระมัง​?”

“ใช่แล้ว​ เป็น​อย่าง​ที่​เจ้าคิด​นั่น​ล่ะ​”

เฟิ่งจิ่ว​ยิ้ม​ตาหยี​ตอบ​ กลิ่น​นี้​ก็​คือ​ยาน้ำ​ที่​สามารถ​ทำให้​สัตว์​ตัวผู้​เกิด​อาการ​คึก​ขึ้น​มาได้​ หนำซ้ำ​ แม้จะอยู่​ห่าง​ออก​ไปหลาย​สิบ​จั้งก็​ยัง​ได้กลิ่น​นี้​ สัตว์ร้าย​เหล่านี้​ส่วนมาก​ล้วน​มีเพศ​ผู้​มากกว่า​อยู่แล้ว​ ยาม​นี้​ยิ่ง​ถูก​กระตุ้น​ด้วย​น้ำยา​ของ​เธอ​ เดา​ได้​เลย​ว่า​จะต้อง​เป็น​ภาพ​ที่​บ้าคลั่ง​มาก​อย่าง​แน่นอน​

ได้ยิน​อย่างนั้น​ กู่​เสียง​ตัว​สั่นสะท้าน​ เขา​มอง​นาย​ท่าน​เท​น้ำยา​ลง​บน​เสื้อผ้า​ตนเอง​อย่าง​ไม่สะทกสะท้าน​ ทำเอา​เขา​เบิกตา​กว้าง​ “นะ​ นาย​ท่าน​ ท่าน​ก็ช่าง​ใจเหี้ยม​เหลือเกิน​ ท่าน​ทำ​อย่างนี้​ไม่คิด​จะเหลือ​ทาง​หนี​ที​ไล้​ให้​พวกเรา​แล้ว​หรือ​? ถ้าหาก​ ถ้าหาก​ถูก​ไล่ทัน​จะทำ​อย่างไร​?”

นา​ทีนี้​ เขา​รู้สึก​อยาก​ร้องไห้​ขึ้น​มาแล้ว​ นาย​ท่าน​ทำไม​ถึงได้​…ทำไม​ถึงได้​ทำ​อะไร​บ้าคลั่ง​ขนาด​นี้​? เขา​ไม่กล้า​คิด​เลย​ว่า​หาก​ล่อ​สัตว์ร้าย​ฝูงใหญ่​มาแล้ว​ถูก​ไล่ทัน​จะมีจุดจบ​เช่นไร​…

“เพราะฉะนั้น​! ข้า​ถึงได้​ให้​รองเท้า​ตาม​เมฆกับ​เจ้าคู่​หนึ่ง​อย่างไรเล่า​? แต่​เจ้าก็​ต้อง​วิ่ง​สุด​ชีวิต​เช่นกัน​นะ​ หาก​วิ่ง​ช้า ฮี่ๆ จะเกิด​อะไร​ขึ้น​ข้า​ยัง​ไม่กล้า​แม้แต่​จะจินตนาการ​เลย​”

เขา​ยิ้ม​เหมือน​หมาจิ้งจอก​เจ้าเล่ห์​ แต่กลับ​ทำให้​โกรธ​ไม่ลง​ เพราะ​อย่างไร​แม้แต่​เขา​เอง​ก็​ยัง​สาด​น้ำยา​นั้น​ลง​บน​ตัว​ด้วย​แล้ว​ จะทำ​อย่างไร​ได้​อีก​เล่า​?

“เอาล่ะ​ ไปกัน​เถอะ​ๆ! จำไว้​ให้​ดี​ ล่อ​ไปทางป่า​ภูเขา​นิล​ แต่​ที่​สำคัญ​กว่า​ก็​คือ​ อีก​เดี๋ยว​อย่า​ลืม​ใช้พลัง​วิญญาณ​ช่วย​ข้า​เปิด​เขต​อาคม​ด้วย​เล่า​ ไม่อย่างนั้น​ พวกเรา​สอง​คน​ก็​ต้อง​ถูก​ขัง​ไว้​ใน​นี้​แล้ว​” เธอ​ยิ้ม​ๆ พา​เขา​เดิน​ลึก​เข้าไป​ใน​ป่า

เวลา​ผ่าน​ไปประมาณ​หนึ่ง​ก้านธูป​ เสียง​สะเทือน​เลื่อน​ลั่น​ดัง​ออก​มาจาก​ใน​ป่ารางๆ​ คล้าย​เกิด​การจลาจล​ขึ้น​ ชั่วขณะหนึ่ง​ เสียงคำราม​ของ​สัตว์ร้าย​ดังก้อง​มาจาก​ทุก​ทิศ​ของป่า​ เหล่า​สัตว์ร้าย​ที่​ซุ่มซ่อน​อยู่​ใน​ป่าแห่ง​นี้​ได้กลิ่น​ที่​กระจาย​อยู่​ใน​อากาศ​ ดวงตา​แดงก่ำ​อย่าง​ไร้​สาเหตุ​ แต่ละ​ตัว​เข้าสู่​สภาวะ​คึก​จน​บ้าคลั่ง​

“โฮก​!”

“กรรซ์!”​

“โฮก​!”

เสียงคำราม​ของ​สัตว์ร้าย​ดัง​ประสานกัน​เป็นจังหวะ​สูงต่ำ​ดังก้อง​ไปทั่ว​ผืนป่า​ ฝีเท้า​ของ​สัตว์ป่า​ฝูงนั้น​ราวกับ​น้ำ​ที่​ไหล​จาก​ภูเขา​สูงลง​มาสู่พื้นดิน​ ค่อยๆ​ มารวมตัวกัน​ กลายเป็น​แม่น้ำ​สาย​ใหญ่​ที่​ทะลัก​สู่มหาสมุทร​ก็​ไม่ปาน​ เสียง​นั้น​รวบรวม​จาก​น้อย​ก็​กลายเป็น​มาก​ ราวกับ​ฝูงสัตว์ร้าย​นับ​หมื่น​กำลัง​ทะยาน​เข้ามา​ ล้ม​ภูเขา​พลิก​มหาสมุทร​ แผ่นดิน​สะท้าน​ภูเขา​สะเทือน​…

ฟังเสียง​เคลื่อนไหว​อัน​น่า​พรั่นพรึง​นั้น​ กู่​เสียง​ได้​แต่​หน้า​ซีดเผือด​ ใบหน้า​ไร้​สีเลือด​ ปาก​สั่นเทา​ สอง​ขา​อ่อนแรง​จน​แทบ​ทรุด​ลง​ไป…



ตอนที่​ 2297 วิ่ง​เร็ว​เข้า​

“กรรซ์!”​

“ตึงตัง​ๆๆ…”

ด้านหลัง​กู่​เสียง​ ฝูงสัตว์ร้าย​ประมาณ​หนึ่งร้อย​ตัว​กำลัง​วิ่ง​ทะยาน​ด้วย​เท้า​ทั้ง​สี่ข้าง​ เปล่ง​เสียงคำราม​ต่ำ​วิ่ง​ไปทาง​กู่​เสียง​ กู่​เสียง​เพียง​หันกลับ​ไปมอง​แวบเดียว​ หัวใจ​ก็​แทบ​กระเด้ง​ขึ้น​มาจุก​อยู่​ที่​ลำคอ​ ร่างกาย​ตึง​เกร็ง​ไปทั้งตัว​ ลมหายใจ​กระชั้นชิด​

“กู่​เสียง​! เร็ว​เข้า​!”

เสียง​หนึ่ง​ดัง​มาจาก​ข้างหน้า​รางๆ​ ครั้น​ได้ยิน​เสียง​นั้น​ กู่​เสียง​สะท้าน​ไปทั้ง​ใจ รีบ​สงบสติอารมณ์​เร่งเครื่อง​รองเท้า​ตาม​เมฆที่​สวมใส่​อยู่​ จากนั้น​ก็​พุ่ง​โถมไปข้างหน้า​ ขณะเดียวกัน​ก็​แหงนหน้า​คำราม​ใส่ฟ้า “ท่าน​ผู้นำ​ตระกูล​เอ๋ย​! นาย​ท่าน​กำลัง​ล้อเล่น​กับ​ชีวิต​เสีย​ยิ่งกว่า​ล้อเล่น​แล้ว​!”

ใน​น้ำเสียง​เศร้า​สร​ด​ของ​เขา​ยัง​แฝงแวว​หวาดกลัว​สุดขีด​ไว้​ด้วย​ นึก​ถึงว่า​หาก​ถูก​สัตว์ร้าย​ฝูงนั้น​ไล่ทัน​จะไม่ได้​ถูก​ฉีก​ทึ้ง​ร่างกาย​ แต่​ถูก​…

ภาพ​นั้น​แวบ​ผ่าน​หัวสมอง​ ทำเอา​ตกใจ​จน​กรีดร้อง​ออกมา​ เงาร่าง​พุ่ง​ทะยาน​ไปข้างหน้า​ราว​ดับ​แสง เพียง​ชั่ว​อึดใจ​ ก็​สามารถ​ทิ้ง​ระยะห่าง​จาก​สัตว์ร้าย​ที่​กำลัง​ไล่​ตามมา​ฝูงนั้น​สำเร็จ​แล้ว​

ตรง​เขต​อาคม​ เฟิ่งจิ่ว​สลัด​สัตว์ร้าย​ฝูงนั้น​สำเร็จ​ก็​มารอ​อยู่​ที่นี่​ก่อน​ เห็น​กู่​เสียง​ยัง​มาไม่ถึง จึงตะโกน​ “กู่​เสียง​! เร็ว​หน่อย​! เร็ว​!” นี่​เป็นเรื่อง​การ​ชี้ขาด​ภายใน​เสี้ยว​นาที​! หาก​ไม่อาจ​เปิดช่อง​เขต​อาคม​ก่อนที่​สัตว์ร้าย​ฝูงนั้น​จะมาถึง พวกเขา​ต้อง​แย่​แน่​

“อ๊าก…​นาย​ท่าน​ นาย​ท่าน​ข้า​มาแล้ว​! เร็ว​ รีบ​เปิด​เขต​อาคม​!” กู่​เสียง​วิ่ง​มาทาง​นี้​ด้วย​ความเร็ว​ดุจ​ลมกรด​ ขณะเดียวกัน​ก็​ขับเคลื่อน​กลิ่นอาย​พลัง​วิญญาณ​มารวม​กันที่​ฝ่ามือ​

“มาได้​พอดี​!”

เฟิ่งจิ่ว​ดวงตา​เป็นประกาย​ รีบ​หันหน้า​เข้าหา​เขต​อาคม​ที่อยู่​ข้างหน้า​ สอง​มือ​ขับเคลื่อน​กลิ่นอาย​พลัง​ขุม​หนึ่ง​ ขณะเดียวกัน​ ตราประทับ​ซับซ้อน​หนึ่ง​ปรากฏ​กลางฝ่ามือ​ของ​เธอ​ ใน​ชั่ว​ขณะนี้​ กู่​เสียง​ที่​มาจาก​ข้างหลัง​เร่งฝีเท้า​ มาหยุด​อยู่​ข้างหลัง​เฟิ่งจิ่ว​ จากนั้น​ก็​ถ่าย​พลัง​วิญญาณ​ให้​

กลิ่นอาย​พลัง​วิญญาณ​ค่อยๆ​ ไหล​เข้าสู่​ร่างกาย​ของ​เฟิ่งจิ่ว​ หลังจาก​ผ่าน​เข้ามา​ใน​ร่างกาย​ของ​เธอ​ก็​มาปรากฏ​กลางฝ่ามือ​ของ​เธอ​ เห็น​เพียง​กลิ่นอาย​พลัง​วิญญาณ​ที่​สามารถ​มองเห็น​ได้​ด้วย​ตาเปล่า​พลุ่งพล่าน​ไปพร้อมกับ​ตราประทับ​เขต​อาคม​ที่อยู่​กลางฝ่ามือ​เธอ​ ใต้เท้า​ของ​เธอ​ค่อยๆ​ มีค่าย​กล​พลัง​เร้นลับ​ปรากฏ​ขึ้น​มา

กู่​เสียง​ในเวลานี้​ไม่ได้​สังเกต​ เขา​มัว​ถ่าย​พลัง​วิญญาณ​เข้าไป​ใน​ร่าง​เฟิ่งจิ่ว​ ขณะที่​อีก​ด้าน​ก็ได้​แต่​พะวง​หลัง​ ได้ยิน​เสียง​ฝีเท้า​ของ​เหล่า​สัตว์ร้าย​ใกล้​เข้ามา​เรื่อยๆ​ และ​เมื่อ​เห็น​ฝุ่น​ดิน​ที่​คละคลุ้ง​กระจาย​มาทาง​นี้​แล้ว​ หน้าผาก​ของ​เขา​มีเหงื่อ​เท่า​เม็ด​ถั่ว​ผุด​ออกมา​

“นาย​ท่าน​ เขต​อาคม​เปิด​ได้​แล้ว​หรือยัง​? สัตว์ร้าย​พวก​นั้น​ใกล้​ตาม​มาถึงแล้ว​!”

เวลานี้​ หน้าผาก​ของ​เฟิ่งจิ่ว​เอง​ก็​มีเหงื่อ​ซึมเหมือนกัน​ เธอ​กำลัง​ต้านทาน​กับ​แรงกดดัน​ที่สี่​จักรพรรดิ​ใหญ่​สร้าง​ไว้​เพื่อ​เปิดช่อง​เขต​อาคม​ นอกจาก​ต้อง​ใช้กลิ่นอาย​พลัง​วิญญาณ​และ​จิต​อัน​มุ่งมั่น​แล้ว​ โชคดี​ที่​เธอ​ยังมี​แรงกดดัน​ของ​สัตว์​เท​วะ​โบราณ​คุ้มกัน​ร่างกาย​อยู่​ด้วย​

“จงเปิด​ออก​!”

เธอ​ตวาด​เสียง​ใส กลิ่นอาย​พลัง​วิญญาณ​กลางฝ่ามือ​ทั้งสอง​ข้าง​พุ่ง​ออก​ไป ค่าย​กล​ใต้เท้า​และ​ตราประทับ​กลางฝ่ามือ​ผสาน​รวม​กลายเป็น​พลัง​ขุม​หนึ่ง​ พวยพุ่ง​กระแทก​ออก​ไปข้างหน้า​ เห็น​เพียง​กระแส​พลัง​ขุม​นั้น​ราวกับ​มือ​ใหญ่​คู่​หนึ่ง​ที่​กำลัง​แหวก​เปิด​เขต​อาคม​อย่างไร​อย่างนั้น​ ทางออก​ช่อง​นั้น​ค่อยๆ​ ใหญ่​ขึ้น​ เปิด​ออก​จน​มีขนาด​เกือบ​หนึ่ง​จั้งก่อน​จะหยุด​

“นะ​ นาย​ท่าน​…”

กู่​เสียง​ที่​คอย​สังเกต​การเคลื่อนไหว​อยู่​ข้างหลัง​ตลอด​เห็น​สัตว์ร้าย​ฝูงนั้น​กำลัง​คำราม​และ​วิ่ง​ทะยาน​มาทาง​นี้​ ดวงตา​สีแดง​เลือด​จ้องเขม็ง​มาที่​เขา​ เขา​ตกใจ​จน​เย็น​สันหลัง​วาบ​

“ยัง​จะมาเรียก​นาย​ท่าน​อะไร​อีก​! วิ่ง​เร็ว​เข้า​!”

เฟิ่งจิ่ว​เก็บ​กลิ่นอาย​พลัง​ เอื้อมมือ​ดึง​เขา​พุ่งตรง​ไปทาง​ช่อง​เขต​อาคม​ที่​ถูก​เปิด​ออก​ ก่อน​จะวิ่ง​ผ่าน​ค่าย​กล​ออกจาก​ป่าอสูร​แห่ง​นี้​ไป…

………………………………….

ตอนที่​ 2298 คลื่น​สัตว์ร้าย​

ข้างหลัง​ของ​พวกเขา​ เสียง​ตึงตัง​ๆ ดัง​อย่าง​บ้าคลั่ง​ สัตว์ร้าย​เหล่านั้น​แย่ง​กัน​มุด​ออกจาก​ช่อง​เขต​อาคม​ที่​ถูก​เปิด​ออก​ ไล่ตาม​เฟิ่งจิ่ว​กับ​กู่​เสียง​ไปพร้อมกับ​คำราม​ลั่น​

ด้านหน้า​ เฟิ่งจิ่ว​ปล่อยมือ​กู่​เสียง​ ตะโกน​บอก​เขา​ “จำไว้​ให้​ดี​! วิ่ง​ไปทาง​เมือง​ภูเขา​นิล​! ล่อ​ให้​สัตว์ร้าย​พวก​นั้น​ตามมา​ติดๆ​ สลัด​พวกเขา​ทิ้ง​ไม่ได้​” สิ้น​เสียง​สั่ง เธอ​แยกทาง​กับ​เขา​ วิ่ง​ไปอีก​ทาง​ ขณะเดียวกัน​ก็​หยิบ​ขนนก​เคลือบ​แก้ว​หลาก​สีโยน​ไปข้างหน้า​ จากนั้น​ก็​กระโดด​ขึ้นไป​บน​นั้น​

เห็น​สัตว์ร้าย​ฝูงนั้น​ถูก​นาย​ท่าน​ล่อ​ออก​ไปครึ่งหนึ่ง​ กู่​เสียง​ถอนหายใจ​เบา​ๆ หันกลับ​ไปมอง​แวบ​หนึ่ง​ ก่อน​จะสงบจิตสงบใจ​ลงมา​ หลังจาก​ปรับ​ลมหายใจ​และ​ข่ม​ความ​ลนลาน​ใน​ใจ กู่​เสียง​ใช้รองเท้า​ตาม​เมฆวิ่ง​ต่อไป​เพื่อให้​สัตว์ร้าย​ฝูงนั้น​ไล่​ตามมา​ต่อ​

เสียงคำราม​ของ​สัตว์ร้าย​ดัง​ไล่​หลังเขา​มา ดัง​สะท้อน​ไปทั่ว​ผืนป่า​ ฝุ่น​ดิน​ที่​ม้วน​ตลบ​ยาม​พวก​มัน​วิ่ง​ผ่าน​กระจาย​คลุ้ง​ไปทั่ว​ ต้นไม้​ที่​ถูก​สัตว์ร้าย​พวก​นั้น​กระแทก​ชน​ล้มระเนระนาด​ หญ้า​ที่​มีขนาด​สูงเท่าครึ่ง​คน​ถูก​เหยียบ​จน​แบน​ราบเป็นหน้ากลอง​…

เฟิ่งจิ่ว​นั่ง​ผ่อน​ลมหายใจ​อยู่​บน​ขนนก​ หันกลับ​ไปดู​จำนวน​สัตว์ร้าย​ข้างล่าง​ “แค่​ตรงนี้​ก็​มีสัตว์ร้าย​ถึงร้อย​ตัว​แล้ว​หรือ​? เหลือ​คาด​จริงๆ​!” เธอ​ประหลาดใจ​เล็กน้อย​ นึกไม่ถึง​ว่า​พวกเขา​สอง​คน​วิ่ง​อ้อม​ป่าอสูร​ไปรอบ​เดียว​ กลับ​มีสัตว์ร้าย​ตาม​ออกมา​มากมาย​ขนาด​นี้​

ฝั่งเธอ​มีสัตว์ร้าย​หนึ่งร้อย​ตัว​ ถึงแม้ฝั่งกู่​เสียง​จะมีแค่​ไม่กี่​สิบ​ตัว​ เดา​ว่า​จำนวน​นี้​ก็​มาก​พอที่​ช่วย​พวกเขา​ทำลาย​เมือง​ภูเขา​นิล​ได้​แล้ว​

เมื่อ​นึก​ถึงว่า​พวกเขา​ล่อ​สัตว์ร้าย​ฝูงนี้​บุก​ตรง​ไปยัง​เมือง​ภูเขา​นิล​ทั้ง​อย่างนี้​ เฟิ่งจิ่วอด​ยิ้มมุมปาก​ไม่ได้​ “ช่างน่าตื่นเต้น​จริงๆ​!”

ห่าง​ออก​ไปจาก​ที่นี่​ไม่ไกล​นัก​ ครั้น​สัมผัส​ได้​ถึงแผ่นดิน​ที่​กำลัง​สะเทือน​ รวมถึง​ได้ยิน​เสียงคำราม​ที่​ดังก้อง​อยู่​ใน​ป่า ผู้ฝึก​วิชา​มาร​กลุ่ม​หนึ่ง​ต่าง​ชะงัก​เท้า​ด้วย​ความ​ตกใจกลัว​ไม่ได้​ “เกิด​อะไร​ขึ้น​? เสียง​นี้​มัน​…หรือว่า​คลื่น​สัตว์ร้าย​?”

“ไป! เจ้าไปสำรวจ​ข้างหน้า​หน่อย​!” ผู้ฝึก​วิชา​มาร​ที่​เป็น​หัวหน้า​ชี้นิ้ว​สั่งให้​หนึ่ง​ใน​กลุ่ม​ไปสำรวจ​สถานการณ์​ข้างหน้า​

ผู้ฝึก​วิชา​มาร​คน​นั้น​ที่​ถูก​ชี้ตัว​ฝืนใจ​เหาะ​ไปข้างหน้า​ ตามหา​ไปตาม​เสียง​ แต่​ขณะที่​เขา​เพิ่งจะ​ออกมา​ได้​ประมาณ​สามสิบ​จั้ง จู่ๆ ก็​เห็น​เด็กหนุ่ม​ชุด​เขียว​คน​หนึ่ง​กำลัง​นั่ง​อยู่​บน​ขนนก​ที่​ส่องแสง​เรืองรอง​หลาก​สีมอง​มาทาง​เขา​อย่าง​งุนงง​ สายตา​นั้น​แฝงไว้​ด้วย​ความแปลกใจ​และ​สงสาร​

“นี่​! เกิด​อะไร​ขึ้น​ทาง​นั้น​?” หลัง​สะกด​สังหรณ์ใจ​ที่​ไม่ดี​นั่น​ไว้​ เขา​หันไป​ตะโกน​ถามเด็กหนุ่ม​ชุด​เขียว​ที่นั่ง​อยู่​บน​ขนนก​

“อ้าว​? เจ้าไม่รู้​หรือ​?” เฟิ่งจิ่ว​บิน​ผ่าน​เหนือ​หัว​เขา​ไปอย่าง​ง่ายดาย​ ค่อยๆ​ ไกล​ออก​ไป จากนั้น​ก็​ชี้ไปข้าง​หลังเขา​อย่าง​หวังดี​ “เจ้าดู​ทาง​นั้น​ก็​จะรู้​เอง​”

ผู้ฝึก​วิชา​มาร​อึ้ง​ ได้ยิน​เสียงคำราม​ของ​สัตว์ร้าย​ที่​ชัดเจน​ขึ้น​ สัมผัส​ได้แรง​สะเทือน​บน​พื้นดิน​รุนแรง​ขึ้น​เรื่อยๆ​ หัวใจ​ตึง​เกร็ง​ หันกลับ​ไปมอง​ ดวงตา​เบิก​กว้าง​ด้วย​ความ​ตื่น​ตะลึง​

“คลื่น​ คลื่น​สัตว์ร้าย​!”

ทอด​มองออก​ไป เขา​เห็น​เพียง​ฝูงสัตว์ร้าย​นับ​ร้อย​ตัว​กำลัง​วิ่ง​เบียดเสียด​กัน​ออก​มาจาก​ใน​ป่า สัตว์ร้าย​เพศ​ผู้​ร่างกาย​กำยำ​บาง​ตัว​ที่​วิ่ง​นำหน้า​พุ่งชน​ต้นไม้​ที่​ขวางทาง​จน​หัก​ ตอนที่​เห็น​ต้นไม้​หัก​และ​ล้ม​ลง​ไป เห็น​ต้น​หญ้า​ถูก​เหยียบ​จน​ราบ​ เห็น​สัตว์ร้าย​ฝูงนั้น​กำลังจะ​วิ่ง​มาถึงตรงหน้า​แล้ว​ เขา​กรีดร้อง​ด้วย​ความตกใจ​กลับ​ สาวเท้า​ออก​วิ่ง​ทันที​

“คลื่น​สัตว์ร้าย​มาแล้ว​! หนี​เร็ว​! หนี​!”

เสียง​ตะโกน​ด้วย​ความหวาดกลัว​แฝงด้วย​กลิ่นอาย​พลัง​วิญญาณ​กระจาย​ออก​ไป เพียงแต่​เสียง​นั้น​ได้​ถูก​เสียงคำราม​ของ​สัตว์ร้าย​กลบ​จน​มิด​แล้ว​…



ตอนที่​ 2299 ใคร​ใช้ให้​พวก​เจ้ามาเจอ​ข้า​

ผู้ฝึก​วิชา​มาร​ที่อยู่​ไม่ไกล​กลุ่ม​นั้น​เมื่อ​ได้ยิน​เสียง​ กลับ​ได้ยิน​ไม่ค่อย​ชัดเจน​นัก​ คน​ที่​เป็น​หัวหน้า​หันกลับ​ไปมอง​ข้างหลัง​ ถามว่า​ “พวก​เจ้าฟังออก​หรือไม่​ว่า​เขา​จะโกน​ว่า​อะไร​?”

“ฟังไม่ออก​ เสียงคำราม​ของ​สัตว์ร้าย​ใน​ป่านี้​ดัง​เกินไป​”

ผู้ฝึก​วิชา​มาร​คน​หนึ่ง​เอ่ย​ หรี่ตา​เพ่งมอง​ไปรอบ​ๆ เอ่ย​ด้วย​สีหน้า​เคร่งขรึม​ “ทำไม​ข้า​รู้สึก​ว่า​วัน​น​นี้​ป่าแห่ง​นี้​ไม่ค่อย​ปกติ​? พวก​เจ้าไม่รู้สึก​ถึงกลิ่นอาย​อันตราย​ที่​กระจาย​อยู่​ใน​อากาศ​ ชวน​ให้​รู้สึก​กระวนกระวาย​บ้าง​หรือ​?”

“ชวน​ให้​รู้สึก​กระวนกระวาย​หรือ​?”

เสียง​หนึ่ง​พลัน​ดัง​ขึ้น​ ผู้ฝึก​วิชา​มาร​คน​หนึ่ง​จึงรับคำ​ “อืม​ เสียงคำราม​ของ​สัตว์ร้าย​ที่​ดังก้อง​ไปทั่ว​ป่านี่​ชวน​ให้​รู้สึก​กระวนกระวาย​จริงๆ​ แต่​ที่นี่​ไม่มีคลื่น​สัตว์ร้าย​ สัตว์ร้าย​พวก​นั้น​ถูก​ขัง​ไว้​ใน​ป่าอสูร​หมด​แล้ว​ สถานที่​เช่น​ที่นี่​ก็​มีไม่มาก​ รวมตัวกัน​แล้วก็​ไม่ถึงขั้น​กลายเป็น​คลื่น​สัตว์ร้าย​”

“ถูกต้อง​ หาก​ไม่ใช่รู้​ว่า​ที่นี่​ไม่มีคลื่น​สัตว์ร้าย​ ตอน​ได้ยิน​เสียง​นี้​ พวกเรา​คง​ถอย​ไปนาน​แล้ว​” ผู้ฝึก​วิชา​มาร​อีก​คน​เอ่ย​สำทับ​

พวกเขา​ล้อมวง​กัน​พูดคุย​ถกเถียง​ ทันใดนั้น​ หาง​ตา​ของ​ผู้ฝึก​วิชา​มาร​คน​หนึ่ง​เหลือบเห็น​เด็กหนุ่ม​ชุด​เขียว​ที่นั่ง​อยู่​ยน​ขนนก​หลาก​สีซึ่งกำลัง​เคลื่อนตัว​เข้ามา​ใกล้​อย่าง​เงียบเชียบ​ เขา​สะดุ้ง​ตกใจ​

“เฮ้ย​! เจ้าเป็น​ใคร​!”

ผู้ฝึก​วิชา​มาร​พวก​นั้น​รีบ​หันกลับ​ไป กลับ​เห็น​เด็กหนุ่ม​ชุด​เขียว​ที่นั่ง​อยู่​บน​ขนนก​หลาก​สีลอย​ผ่าน​เหนือ​หัว​พวกเขา​ไปทั้งอย่างนั้น​ เพียง​อึด​ใจเดียว​ ก็​ลอย​ห่าง​ออก​ไปไกล​ถึงสามสิบ​กว่า​จั้งแล้ว​

“วางใจ​ ข้า​เป็น​แค่​คนนอก​ พวก​เจ้าคุย​กัน​ต่อ​เถอะ​! ไม่ต้อง​สนใจ​ข้า​ ข้า​แค่​บังเอิญ​ผ่าน​ทาง​มาเท่านั้นเอง​” เฟิ่งจิ่ว​โบกมือ​โดย​ไม่หัน​กลับมา​มอง​ เสียง​นั้น​ลอย​กลับมา​จากระยะห่าง​สามสิบ​กว่า​จั้ง แต่​ท่ามกลาง​เสียงคำราม​อัน​วุ่นวาย​ กลับ​ฟังไม่ค่อย​ชัดเจน​

“ว้าก​! หนี​เร็ว​! เร็ว​เข้า​…”

ผู้ฝึก​วิชา​มาร​คน​นั้น​ที่​ไปสำรวจ​เส้นทาง​เมื่อกี้​วิ่ง​กลับมา​แล้ว​ เพียงแต่​เขา​ยัง​พูด​ไม่ทัน​จบ​ ก็​ถูก​เสือดาว​เมฆาระดับ​เด้า​ตัว​หนึ่ง​เหยียบ​จมพื้น​ ชั่ว​ขณะนั้น​ ได้ยิน​เพียง​เสียง​กรีดร้อง​โหยหวน​ของ​เขา​ดัง​มา…

ผู้ฝึก​วิชา​มาร​พวก​นั้น​เห็น​เหตุการณ์​ที่​เกิดขึ้น​ไม่ไกล​ สีหน้าตื่น​ตะลึง​ โดยเฉพาะ​เมื่อ​เห็น​เสือดาว​เมฆากระโจน​เหยียบ​ร่าง​ผู้ฝึก​วิชา​มาร​คน​นั้น​จมดิน​ และ​ดวงตา​แดงก่ำ​บ้าคลั่ง​คู่​นั้น​ พวกเขา​ยิ่ง​ตกใจ​จน​หน้า​ซีดเผือด​ หน้าผาก​มีเหงื่อ​ซึมออกมา​

“บะ​ บัดซบ​!”

เสียง​สบถ​ดัง​ขึ้น​ ผู้ฝึก​วิชา​มาร​ที่​เป็น​หัวหน้า​ได้สติ​คน​แรก​ สาวเท้า​ออก​วิ่ง​ตาม​เฟิ่งจิ่ว​ไปอย่าง​บ้าคลั่ง​

“อ๊าก!​ หนี​เร็ว​!”

คนอื่นๆ​ ต่าง​เพิ่ง​ได้สติ​พา​กัน​กรีดร้อง​ด้วย​ความตกใจ​ สัตว์ร้าย​ฝูงนั้น​พรั่งพรู​เข้ามา​ คน​ที่​วิ่ง​เร็ว​ก็​หนี​พ้น​ บางคน​รู้ตัว​ช้าก็​ถูก​พุ่งชน​ เหตุการณ์​โกลาหล​วุ่นวาย​ เสียง​กรีดร้อง​โหยหวน​ กระตุ้น​เหล่า​ผู้ฝึก​วิชา​มาร​พวก​นั้น​ให้​แตกตื่น​สุดขีด​ ทำให้​พวกเขา​จิต​กระเจิง​ เนิ่นนาน​ก็​ยัง​ไม่อาจ​สงบสติอารมณ์​ได้​

แต่​ขณะที่​พวกเขา​หมาย​จะรวบรวม​พลัง​เพื่อ​เหาะ​ตาม​เด็กหนุ่ม​ชุด​เขียว​บน​ขนนก​หลาก​สีข้างหน้า​ จู่ๆ กลับ​ค้นพบ​ว่า​กลิ่นอาย​พลัง​วิญญาณ​ใน​ร่างกาย​ของ​พวกเขา​เหมือน​จะค่อยๆ​ หาย​ไป ความเร็ว​ใน​การ​วิ่ง​ก็​เหมือน​จะช้าลง​

“ไม่! ทำไม​เป็น​เช่นนี้​! ทำไม​เป็น​เช่นนี้​ไปได้​!”

เสียง​ลนลาน​หวาดกลัว​ดัง​ขึ้น​ ผู้ฝึก​วิชา​มาร​พวก​นั้น​หน้า​เปลี่ยนสี​ แต่​ถึงพวกเขา​ไม่อยาก​ยอมรับ​ ความเร็ว​ใน​การ​วิ่ง​ก็​ยัง​ลดลง​ การ​วิ่ง​ที่​มีกลิ่นอาย​พลัง​วิญญาณ​คอย​ช่วย​ใน​ตอนแรก​ ค่อยๆ​ กลายเป็น​สาวเท้า​สอง​ข้าง​วิ่ง​เฉย​ๆ

เท้า​สอง​ข้าง​ของ​คนธรรมดา​ ไม่มีการ​ช่วย​จาก​กลิ่นอาย​พลัง​วิญญาณ​ จะเร็ว​สู้สัตว์ร้าย​ข้างหลัง​ที่​มีเท้า​สี่ข้าง​ได้​อย่างไร​?

เฟิ่งจิ่ว​ที่นั่ง​อยู่​บน​ขนนก​เจ็ด​สีหยิบ​สุรา​ออกมา​ดื่ม​ หันกลับ​ไปจ้อง​ผู้ฝึก​วิชา​มาร​ที่​กำลัง​หวาดกลัว​อยู่​ข้างหลัง​อย่าง​สนุกสนาน​ เอ่ย​ด้วย​น้ำเสียง​เนิบ​ช้าว่า​ “ใคร​ใช้ให้​พวก​เจ้ามาเจอ​ข้า​เล่า​!”

………………………………….

ตอนที่​ 2300 เจ้าเมือง​ภูเขา​นิล​

เดิมที​เธอ​ก็​ต้องการ​จะกวาดล้าง​ผู้ฝึก​วิชา​มาร​ใน​นี้​อยู่แล้ว​ ยาม​นี้​เจอ​คน​พวก​นี้​มีเหตุผล​อะไร​ให้​ปล่อยไป​เล่า​? ยิ่งไปกว่านั้น​ เธอ​ไม่ต้อง​ลงมือ​เอง​ เหล่า​สัตว์ร้าย​ที่​ไล่​ตามมา​ข้างหลัง​พวก​นั้น​จัดการ​ผู้ฝึก​วิชา​มาร​พวก​นั้น​แทน​เธอ​หมด​แล้ว​

เป็น​ดัง​คาด​ ผ่าน​ไปไม่นาน​ ได้ยิน​เสียง​กรีดร้อง​ด้วย​ความตกใจ​หวาดกลัว​ของ​ผู้ฝึก​วิชา​มาร​พวก​นั้น​ดัง​มาจาก​ข้างหลัง​…

ฝูงสัตว์ร้าย​นับ​ร้อย​ไล่ตาม​มาติดๆ​ ไม่ยอม​ปล่อย​ พวก​มัน​ไล่ตาม​เฟิ่งจิ่ว​กับ​กู่​เสียง​เป็นเวลา​สอง​วันหนึ่ง​คืน​เต็มๆ​ แทบจะ​เรียก​ได้​ว่า​ สัตว์ร้าย​ฝูงนี้​ก่อให้เกิด​แรง​สะท้าน​สะเทือน​จน​แม้แต่​แปด​กลุ่ม​อำนาจ​ใน​นี้​ยัง​แตกตื่น​ ต่าง​ก็​ส่งคน​ออกมา​ตรวจสอบ​

ในที่สุด​วันนี้​เฟิ่งจิ่ว​ก็​เคลื่อนไหว​โดย​ใช้เท้า​ เงาร่าง​พาด​ผ่าน​ไปดุจ​สายลม​ ในที่สุด​ก็​มาถึงอาณาเขต​ของ​เมือง​ภูเขา​นิล​ ตลอด​เส้นทาง​บางครั้ง​เธอ​ก็​ใช้อาวุธ​บิน​ บางครั้ง​ก็​ใช้เท้า​ ไม่ได้​พัก​เลย​แม้แต่น้อย​ แม้จะไม่ได้​ต่อสู้​ แต่กลับ​ใช้แรง​ไปไม่น้อย​ โชคดี​ที่​อย่าง​อื่น​เธอ​มีไม่มาก​ แต่​ยา​เธอ​มีไม่ขาด​

หลังจาก​กิน​ยา​ไปหนึ่ง​เม็ด​ ส่วนลึก​ใน​ดวงตา​ของ​เธอ​มีประกาย​โลดแล่น​ “ในที่สุด​ก็​ถึงวันนี้​แล้ว​!” เริ่ม​ตั้งแต่​ตอนนี้​ เริ่ม​ตั้งแต่​เมือง​ภูเขา​นิล​แห่ง​นี้​ เธอ​จะเก็บ​แผ่นดิน​ลอยฟ้า​ผืน​นี้​มาไว้​ใน​กระเป๋า​! ทำให้​ที่นี่​กลายเป็น​ของ​ของ​เธอ​!

“กรรซ์!”​

เสียงคำราม​ของ​ฝูงสัตว์ร้าย​นับ​ร้อย​ดัง​มาจาก​ข้างหลัง​ แรงกดดัน​อัน​แข็งแกร่ง​ปั่นป่วน​ไปพร้อมกับ​กระแส​พลัง​ ไล่ตาม​เป็นเวลา​สอง​วันหนึ่ง​คืน​ ฤทธิ์​ยา​ค่อยๆ​ ถูก​กระตุ้น​ใน​ร่างกาย​ของ​พวก​มัน​จนถึง​ขีดสุด​ ดวงตา​แดงก่ำ​ฉายแวว​บ้าคลั่ง​

เหล่า​ผู้ฝึก​วิชา​มาร​และ​ผู้ฝึก​เซียน​ใน​เมือง​ภูเขา​นิล​ได้ยิน​เสียงคำราม​ ก็​อด​ตะลึง​ไม่ได้​ ต่าง​ก็​กรู​กัน​ออกมา​ดู​

“น่าแปลก​ ทำไม​แถว​นี้​มีเสียงคำราม​ของ​สัตว์ร้าย​ด้วย​เล่า​? ฟังดูเหมือน​จะมีจำนวน​ไม่น้อย​ด้วย​”

“นั่นสิ​! ฟังเสียง​แล้ว​ไม่เหมือน​เสียง​ของ​สัตว์​คู่​พันธสัญญา​ของ​ใคร​ เหมือน​เป็น​ฝูงสัตว์ร้าย​มากกว่า​?”

“จะเป็นไปได้​อย่างไร​? หาก​ที่นี่​มีสัตว์ร้าย​ ล้วน​ถูก​ผู้ฝึก​ตน​ไร้​สำนัก​ข้างนอก​นั่น​หรือ​คน​ของ​เรา​ล่า​ไปหมด​แล้ว​ จะมีคลื่น​สัตว์ร้าย​อะไร​ได้​อีก​?”

“แต่​เสียง​นี้​ฟังดูเหมือน​คลื่น​สัตว์ร้าย​จริงๆ​ นะ​! ถ้าอย่างไร​ส่งคน​ออก​ไปดู​หน่อย​?”

“เฮ้ย​! พวก​เจ้าดู​นั่น​ นาย​ท่าน​มาแล้ว​! ดูท่าทาง​นาย​ท่าน​ก็​ได้ยิน​เสียง​ข้างนอก​นั่น​เหมือนกัน​”

กลุ่มคน​ที่​กำลัง​พูดคุย​กัน​หันไป​มอง​ผู้ฝึก​วิชา​มาร​ชาย​วัยกลางคน​ผู้​หนึ่ง​ที่​ถูก​ผู้ฝึก​วิชา​มาร​หลาย​คน​คุ้มกัน​ออกมา​ ต่าง​ก็​ยืน​ขึ้น​และ​คารวะ​เขา​อย่าง​นอบน้อม​

“นาย​ท่าน​!”

เสียง​คารวะ​ดัง​ขึ้น​จาก​ปาก​ของ​ทุกคน​พร้อมกัน​โดย​ไม่ได้​นัดหมาย​ ท่า​มผู้ฝึก​ตน​สอง​ร้อย​กว่า​คน​มีผู้ฝึก​วิชา​มาร​รวม​อยู่​ด้วย​ ใน​สอง​ร้อย​คน​มีทั้งคน​พลัง​งสูงต่ำ​ แตก​ต่างกัน​ไป สิ่งเดียว​ที่​เหมือนกัน​ก็​คือ​พวกเขา​ฟังคำสั่ง​ของ​ผู้ฝึก​วิชา​มาร​ซึ่งเป็น​เจ้าเมือง​ของ​เมือง​ภูเขา​นิล​ ยอมรับ​เขา​เป็น​นาย​ท่าน​

“ข้างนอก​นั่น​เกิด​อะไร​ขึ้น​? มีคน​ไปตรวจสอบ​แล้ว​หรือยัง​?” นั่น​คือ​ผู้ฝึก​วิชา​มาร​ที่​มีวรยุทธ์​ระดับ​ผู้อาวุโส​เซียน​ กลิ่นอาย​พลัง​อัน​แข็งแกร่ง​กระจาย​ออก​มาจาก​ตัว​เขา​ ไอ​สังหาร​น่า​พรั่นพรึง​ ยิ่งใหญ่​จน​ผู้ฝึก​ตน​ที่อยู่​รอบ​ๆ ไม่กล้า​มอง​ตรงๆ​

“เรียน​นาย​ท่าน​ พวก​ข้า​กำลัง​คุย​กัน​เรื่อง​นี้​พอดี​ว่า​จะส่งคน​ออก​ไปตรวจสอบ​” ผู้ฝึก​วิชา​มาร​คน​หนึ่ง​เอ่ย​

ผู้ฝึก​วิชา​มาร​ที่​มีพลัง​ระดับ​ผู้อาวุโส​เซียน​หรี่ตา​ จ้อง​แรงกดดัน​ที่​ป่วน​พล่าน​อยู่​บน​ท้องฟ้า​ ใน​ดวงตา​ชั่วร้าย​มีประกาย​หนักอึ้ง​พาด​ผ่าน​ “ดูท่า​ คงจะ​เป็น​คลื่น​สัตว์ร้าย​” เพียงแต่​ สถานที่​เช่นนี้​เหตุใด​มีคลื่น​สัตว์ร้าย​ได้​?

“ไป! ถ่ายทอด​คำสั่ง​ลง​ไป ปิด​ประตูเมือง​! เปิด​เขต​อาคม​คุ้มกัน​เมือง​! ห้าม​ผู้คน​เข้าออก​! รอ​คลื่น​สัตว์ร้าย​ฝูงนั้น​ผ่าน​ไปก่อน​แล้ว​ค่อย​ไปตรวจสอบ​!” เขา​ออกคำสั่ง​ด้วย​น้ำเสียง​เคร่งขรึม​

ด้วย​พลัง​ระดับ​ผู้อาวุโส​เซียน​ของ​เขา​ เมื่อ​มาตรงนี้​ย่อม​ดูออก​ถึงกา​ระ​เปลี่ยนแปลง​ของ​กระแส​พลัง​และ​คลื่น​แรงกดดัน​เหนือ​ท้องฟ้า​นั่น​ ปรากฏการณ์​เช่นนั้น​จะต้อง​เป็น​คลื่น​สัตว์ร้าย​แน่นอน​!



จบตอน

Comments