heaven ep191-200

 ตอนที่ 191 ความพ่ายแพ้หลังจากความพ่ายแพ้


ผู้ฝึกตนขั้นวิญญาณแรกก่อตั้งจากตระกูลหวัง หันหน้ามาและจ้องไปยังซ่งเหล่าไกว้ เมิ่งฮ่าวเดินตรงไปยังหวังเถิงเฟยที่ถอยหนีต่อไป เขายกมือขึ้น และคว้าจับไปที่นิ้วชี้ของหวังเถิงเฟย


"นี่เป็นนิ้วที่ทำให้ข้าเกือบถูกทำลายไปในครั้งนั้น" เขาพูดเสียงราบเรียบ ดวงตาหวังเถิงเฟยแวบความเกลียดชัง และความยินดีอย่างน่าแปลกใจออกมา


มันได้พัฒนาดรรชนีโลหิตนี้ด้วยค่าตอบแทนที่มหาศาล มันสามารถสร้างนิ้วใหม่ที่ปกติธรรมดาได้ แต่มันยอมอดทนต่อความเจ็บปวดด้วยความพากเพียร เพื่อจะเพราะสร้างให้เป็นดรรชนีโลหิตขึ้น


ในความคาดคิดของมัน ดรรชนีนี้จะมีการเปลี่ยนแปลง มันได้ข้อสรุปนี้จากการรู้แจ้งที่แวบขึ้นมา มันต้องเปลี่ยนความพ่ายแพ้ของมันให้กลายเป็นชัยชนะที่ยิ่งใหญ่


ความเจ็บปวดนั้น ทำให้มันต้องทุกข์ทรมานอย่างมากมาย แต่มันก็ได้อดทนและสร้างดรรชนีพิษขึ้นมา ซึ่งคล้ายกับของวิเศษที่ล้ำค่าส่วนตัวของมันเอง


หวังเถิงเฟยรู้ว่า ผู้คนทั้งหมดต่างก็ต้องอดทนต่อความพ่ายแพ้ในชีวิตของพวกมัน แต่การเปลี่ยนความพ่ายแพ้ให้กลายเป็นของวิเศษ ก็ทำให้ชีวิตช่างน่ายกย่องอย่างแท้จริง


บางทีความคิดมันอาจจะถูก แต่บางครั้งโชคชะตาก็ช่างโหดร้ายนัก ที่วันนี้… มันได้พบกับเมิ่งฮ่าว


มีบางอย่างที่เมิ่งฮ่าวไม่รู้ว่าจะชอบมันดีหรือไม่ ดอกปี่อ้านสามสีไม่เพียงทำให้เขา มีภูมิคุ้มกันต่อพิษอื่นๆ ทั้งหมด มันยังทำให้ร่างของเขาเป็นพิษอย่างร้ายแรงอีกด้วย


เมื่อหวังเถิงเฟยเห็นเมิ่งฮ่าวจับดรรชนีพิษของมันขึ้นมา มันก็เริ่มหัวเราะออกมา เป็นเสียงหัวเราะที่มีทั้งความเกลียดชัง และความดีใจอย่างไร้กังวลใดๆ มันจินตนาการไปว่า ในช่วงเวลาอีกไม่นาน เมิ่งฮ่าวก็จะแห้งเหี่ยว และจากนั้นก็กลายเป็นน้ำเลือดไป


แต่ในขณะที่เสียงหัวเราะของมัน เพิ่งจะเริ่มดังออกมา ก็ต้องหยุดลงในทันที ความไม่อยากจะเชื่อปรากฎขึ้นบนใบหน้าของมัน นิ้วชี้ของมันหายไปภายในมือของเมิ่งฮ่าว และจากนั้น แค่ไม่กี่อึดใจ เสียงปะทุก็ได้ยินออกมา หมอกสีดำซึ่งดูเหมือนจะยอดเยี่ยม ก็เริ่มสั่นสะท้าน ราวกับว่ามันไม่กล้าจะเข้าไปใกล้เมิ่งฮ่าว


เมิ่งฮ่าวปล่อยมือที่จับไว้ ตลอดร่างของหวังเถิงเฟยก็สั่นสะท้าน และโลหิตก็กระจายออกมาจากปากของมัน มันเดินโซเซถอยไปด้านหลัง จ้องไปอย่างงงงันยังความว่างเปล่าที่เคยมีนิ้วชี้อยู่ ทันใดนั้น มันก็คิดกลับไปยังภาพจากเจ็ดหรือแปดปีมาแล้ว เมื่อมันได้พ่ายแพ้ไป มันคิดอยู่เสมอว่ามันเป็นผู้ถูกเลือก และศัตรูของมันก็เป็นเพียงแค่แมลงตัวเล็กๆ ความพ่ายแพ้ในตอนนั้นเป็นอุบัติเหตุ และตอนนี้มันก็บรรลุขั้นพื้นฐานลมปราณ ศัตรูของมันต้องต่ำชั้นกว่ามันมากนัก


แต่วันนี้…


"เจ้าพูดถูก เจ้ากับข้า ไม่คู่ควรเป็นศัตรูกัน" เมิ่งฮ่าวพูดอย่างเฉยชา เขามีความเขินอายเหมือนเช่นเคยเล็กน้อย ขณะที่มองไปยังหวังเถิงเฟยที่มีใบหน้าซีดขาว "คำว่าศัตรูมีความหมายเป็นอย่างยิ่ง พวกเราไม่เหมาะสำหรับความสัมพันธ์เช่นนั้น" เขาไม่ได้สนใจต้องการสังหารหวังเถิงเฟย ไม่ใช่ว่าการสังหารมันไม่มีค่าเพียงพอ แต่การสังหารมันภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ อาจจะทำให้เกิดเหตุแทรกซ้อนได้


สิ่งสำคัญที่สุดในทั้งหมดนี้ก็คือ เมิ่งฮ่าวดูเหมือนจะจบลงด้วย การได้ครอบครองสิ่งของที่เคยเป็นของหวังเถิงเฟยอยู่เสมอมา ทำให้เขาเกิดความรู้สึกแปลกๆ ขึ้น ทันใดนั้น เขาก็รู้สึกว่าความต้องการสังหารมันของเขาได้ลดน้อยลงไปอย่างมาก


ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบๆ ตัวคนทั้งสองตกอยู่ในความเงียบ สตรีที่มองไม่เห็นกำลังมองไปยังเมิ่งฮ่าวอย่างอ่อนโยน รอยยิ้มปรากฎขึ้นบนใบหน้าของนาง และเมื่อนางเห็นเมิ่งฮ่าวทำลายดรรชนีพิษนั้นไป สายตานั้นก็เปลี่ยนเป็นการมองด้วยความรักความเอ็นดู


เมื่อได้เห็นเมิ่งฮ่าวยิ้มอย่างเขินอาย สตรีนางนั้นก็หัวเราะออกมา และส่ายหน้า ความรักความเอ็นดูนั้นยิ่งมีมากขึ้น


"เจ้าเด็กคนนี้มักจะชอบแสดงสีหน้าเช่นนั้น…" สตรีนางนั้นพูดอย่างเงียบๆ "ทำให้เด็กผู้หญิงต้องชอบมันอย่างช่วยไม่ได้" นางชำเลืองมองไปยังหานเป้ย และจากนั้นก็หลี่ซือฉี ราวกับว่านางกำลังวิเคราะห์ว่าที่บุตรีสะใภ้


"สายโลหิตตระกูลหาน… ยังไม่ได้มาตรฐานพอ ต้องไม่ใช่นาง สำหรับอีกคน… ดูเหมือนจะน่าสนใจ อย่างน้อยนางก็แข็งแกร่งเพียงพอ"


เมิ่งฮ่าวยิ้มอย่างเขินอาย กลับไปยืนยังด้านข้างเฉินฝาน เจ้าอ้วนวิ่งเข้ามา ขยิบตาให้กับเมิ่งฮ่าว


หวังเถิงเฟย ใบหน้าซีดขาว กลับไปหาหวังซีฟ่านอย่างไร้คำพูด มันหัวเราะอย่างขมขื่นออกมา ดูเหมือนหมดกำลังใจที่จะต่อสู้ หวังซีฟ่านไม่พูดจา มองไปยังเมิ่งฮ่าว ดวงตาเปล่งรังสีสังหารออกมา


เมิ่งฮ่าวมองไป ประสานสายตากับหวังซีฟ่าน เมื่อคนทั้งสองจ้องตากัน เมิ่งฮ่าวก็คิดย้อนกลับไปในปีนั้น เมื่อเขานั่งอยู่บนภูเขาตะวันออกในสำนักเอกะเทวะ วันนี้ เขาไม่ใช่คนที่หวังซีฟ่านจะสามารถสังหารด้วยการมองเพียงแค่ครั้งเดียวอีกต่อไป


"ข้าอยากรู้นักว่า ข้าจะสามารถต่อสู้กับขั้นก่อตั้งแกนลมปราณได้หรือไม่ หลังจากที่ข้าสร้างเสาแห่งเต๋าต้นที่เก้าได้แล้ว!?" เขาได้สงสัยเรื่องนี้มาหลายครั้งแล้ว หลังจากที่ได้เห็นพลังอันน่าเหลือเชื่อของเสาแห่งเต๋าที่สมบูรณ์ของตัวเอง มันทำให้เขารู้สึกอยากมีแกนลมปราณที่สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ เขายังต้องการจะรู้จริงๆ ว่า จะสามารถต่อสู้กับขั้นก่อตั้งแกนลมปราณ ในขณะที่เขายังคงอยู่ในขั้นพื้นฐานลมปราณได้หรือไม่!


เขาไม่ค่อยมั่นใจนัก แต่ในวันนี้ หวังซีฟ่านเป็นอีกคนหนึ่ง ที่เมิ่งฮ่าวต้องการสังหารให้จงได้


เมื่อได้เห็นความเย็นเยียบในดวงตาเมิ่งฮ่าว รังสีสังหารของหวังซีฟ่านก็เพิ่มความรุนแรงมากขึ้น มันรู้สึกว่า ถ้ามันไม่สังหารเมิ่งฮ่าวในตอนนี้ มันก็คงต้องเสียโอกาสที่จะทำเช่นนั้นตลอดไป


"ความก้าวหน้าของเจ้าเมิ่งฮ่าวผู้นี้ช่างรวดเร็วนัก…" หวังซีฟ่านต้องยอมรับ เมื่อมองไปยังเมิ่งฮ่าว


ในเวลานี้เองที่เสียงระฆังได้ดังออกมา กระจายไปทั่วทั้งเมืองหลวง ทันใดนั้น ลำแสงหลากสีก็เต็มอยู่ในท้องฟ้า ตลอดทั้งตระกูลซ่งได้เปลี่ยนจากเวลากลางคืน กลายเป็นตอนเช้า


ในโลกด้านนอก เป็นยามราตรีในตอนนี้ เมื่อการเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้น พลังลมปราณที่อยู่ภายในตระกูลซ่ง ทันใดนั้น ก็เพิ่มความเข้มข้นขึ้น แต่นอกจากสมาชิกตระกูลซ่งแล้ว ไม่มีใครสามารถดูดซับมันผ่านการหายใจเข้าไปได้ ยกเว้น… เมิ่งฮ่าว ดวงตาของเขาสาดประกาย จริงๆ แล้ว เขาไม่จำเป็นต้องทำสิ่งใดๆ เพื่อดูดซับพลังลมปราณนั้น มันซึมเข้าไปในร่างเขาเองทีละเส้นใยลมปราณ ค่อยๆ เติมเข้าไปในเสาแห่งเต๋าต้นที่สี่ของเขาอย่างช้าๆ นอกจากนั้น ยังได้เริ่มฟื้นฟูเสาแห่งเต๋าที่ว่างเปล่าใกล้กับต้นที่สี่ ทำให้รูปร่างของเสาต้นที่ห้าเริ่มปรากฎออกมา


แน่นอนว่า มันเป็นไปไม่ได้ที่จะสร้างเสาแห่งเต๋าต้นที่ห้าจนเสร็จสมบูรณ์ มันไม่มีทางเกิดขึ้นในช่วงเวลาสั้นๆ เช่นนี้ บางที ถ้าเขาอยู่ในตระกูลซ่งไปนานๆ มันก็อาจจะเป็นไปได้


เสียงระฆังดังออกมา ดวงจันทร์ และดวงตะวัน ก็สับเปลี่ยนตำแหน่งกัน เมื่อกลางวัน และกลางคืนรวมเข้าด้วยกัน แสงหลากสีก็ปรากฎขึ้นในอากาศ ทันใดนั้น เงาร่างสามสายก็โผล่ออกมาจากแสงเรืองรองนั้น


เมื่อเกิดขึ้นเช่นนี้ สมาชิกตระกูลซ่งมากมาย ก็มองขึ้นไปยังแสงหลากสีด้วยความเลื่อมใส ทำให้ผู้ฝึกตนจากสำนักและตระกูลอื่นๆ ต้องมองขึ้นไปเช่นเดียวกัน


เงาร่างสามสายนั้น เริ่มค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้นจนมองเห็นได้ชัดเจน หนึ่งเป็นชายชราสวมใส่ชุดขาว รอยยิ้มบนใบหน้าของมัน ไม่ได้แสดงถึงความหวาดกลัวแม้แต่น้อย เนื่องจากเหตุการณ์ที่เพิ่งจะเกิดขึ้นในตระกูลซ่งก่อนหน้านี้


ด้านข้างของชายชรา เป็นบุรุษวัยกลางคนสองคน พวกมันต่างก็หล่อเหลา และมีพลังฝึกตนที่ลึกซึ้ง


ชายชรากล่าว "ข้ามีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่พวกท่านทุกคนมาร่วมงานคัดเลือกบุตรเขยตระกูลซ่ง! พวกเรามาเริ่มกันเถอะ!" มันหัวเราะเสียงดังออกมา จากนั้นก็โบกสะบัดมือขวา พื้นที่สี่เหลี่ยมจัตุรัสทั้งหมดสั่นสะเทือน และโต๊ะจัดเลี้ยงนับไม่ถ้วนก็ปรากฎขึ้นในอากาศ ในเวลาเดียวกันนั้น เวลาก็ดูเหมือนจะหมุนวนไปรอบๆ คนทั้งหมด และทันใดนั้น พวกเขาก็ไม่ได้อยู่ในเขตพื้นที่สี่เหลี่ยมจัตุรัสอีกต่อไป หรือแม้แต่อยู่ในตระกูลซ่ง แต่กำลังลอยอยู่ที่ไหนสักแห่งในท้องฟ้า


พวกเขาถูกล้อมรอบไปด้วยก้อนเมฆ และทุกสิ่งทุกอย่างก็ดูเหมือนแดนสวรรค์ สาวใช้ปรากฎขึ้น เป็นเงาร่างเลือนลางไม่ชัดเจน แต่ก็งดงามเป็นอย่างยิ่ง พวกสาวใช้ร่ายรำ และลอยไปมา ขณะที่นำสุรา และผลไม้ลมปราณมาวางไว้บนโต๊ะด้วยความเคารพ


เสียงสายลม น้ำไหล และนกร้อง ดังไปทั่วในอากาศ ทั้งหมดดูเหมือนจะสง่างามสูงส่งเป็นอย่างยิ่ง เมิ่งฮ่าว และผู้ฝึกตนขั้นพื้นฐานลมปราณอื่นๆ ต่างก็ไม่เคยเห็นสิ่งใดที่เป็นเช่นนี้มาก่อน บางคนก็มองไปรอบๆ บางคนก็จ้องไปยังสาวใช้


ผู้ฝึกตนขั้นวิญญาณแรกก่อตั้ง ที่เป็นผู้นำของสำนักหรือตระกูลต่างๆ มายังที่นี้ ต่างก็เต็มไปด้วยรอยยิ้ม และคำพูดที่ยอมรับนับถือ "พลังฝึกตนของผู้อาวุโสซ่งเทียนช่างลึกล้ำยิ่งนัก การขยับเวลาของจักรวาลนี้จริงๆ แล้วก็ช่างสมบูรณ์แบบสูงส่งยิ่ง"


ชายชราผู้นี้ไม่ใช่ใครอื่น นอกจากปรมาจารย์ซ่งเทียน แห่งตระกูลซ่ง จากข่าวลือที่บอกเล่ากันมา ท่านได้บรรลุขั้นตัดวิญญาณมานานมากแล้ว แต่ก็ไม่มีใครบอกได้อย่างแท้จริง หรือแม้แต่สืบหาเบาะแสใดๆ ได้


ซ่งเทียนหัวเราะ และจากนั้นก็นั่งลงขัดสมาธิ ตามด้วยบุรุษวัยกลางคนซึ่งมาพร้อมกับท่าน


ผู้ฝึกตนขั้นวิญญาณแรกก่อตั้งแห่งตระกูลหวัง โบกสะบัดแขนเสื้อของมัน ด้วยใบหน้าเยือกเย็น มันนั่งลงข้างซ่งเทียน จ้องเขม็งไปยังซ่งเหล่าไกว้ เห็นได้ชัดว่า มันยังคงคิดขุ่นเคือง ในตอนที่ถูกซ่งเหล่าไกว้ขวางกั้นไว้ก่อนหน้านี้


เมิ่งฮ่าวนั่งลงที่โต๊ะข้างเจ้าอ้วน เมื่อเมิ่งฮ่าวอยู่ที่นี่ในตอนนี้ เจ้าอ้วนก็ไม่ยอมนั่งกับสำนักจินหาน แต่ร้องขอมานั่งข้างเมิ่งฮ่าว มันพูดคุยอย่างขะมักเขม้น เกี่ยวกับประสบการณ์ในสำนักจินหาน ดูเหมือนมันจะเป็นเหมือนเดิมตอนที่อยู่ในสำนักเอกะเทวะ มันหยิบหินลมปราณออกมา และขบกัดจนแหลกเป็นชิ้นๆ ด้วยฟันของมันเป็นครั้งคราว


ทันใดนั้น เจ้าอ้วนก็ดึงเอามีดบินที่เห็นได้ชัดว่าไม่ธรรมดาเป็นอย่างยิ่งออกมา มันส่องแสงเจิดจ้า ขณะที่มันเริ่มใช้มีดเล่มนั้นถูไปที่ฟันของมัน


"สหายคนหนึ่งในสำนักให้มีดเล่มนี้มา เพื่อให้ข้าป้องกันตัว" มันกล่าว "แต่เมื่อข้าได้ใช้มันถูฟัน ก็รู้สึกไม่ค่อยดีมากนัก ถ้าเจ้าต้องการ มันก็เป็นของเจ้า" มันส่งมีดเล่มนั้นไปให้เมิ่งฮ่าว


มีดเล่มนั้นเพิ่งจะเต็มไปด้วยน้ำลายของเจ้าอ้วน


เมิ่งฮ่าวลังเล ด้านข้างเจ้าอ้วน ดวงตาโจวต้าหยาเบิกกว้าง "ท่านปรมาจารย์น้อย" มันกล่าว "มีดเล่มนี้เป็นอาวุธเวทที่ตกทอดมาของสายโลหิตคนที่สิบเก้า…"


"น่ารำคาญนัก! อาวุธเวทก็คืออาวุธเวท อา ไม่เป็นไร ข้าเดาว่า ข้าคงไม่อาจจะมอบมันให้แก่เจ้าได้ แต่ข้ายังมีสิ่งอื่นอีก" มันหยิบเอาอาวุธเวทขนาดใหญ่ชิ้นอื่นออกมา ซึ่งส่องแสงเจิดจ้าในทันที ค่อนข้างจะดึงดูดความสนใจให้กับคนอื่นๆ มิใช่น้อย


"เจ้าชอบมันหรือไม่?" เจ้าอ้วนกล่าว ดูท่าทางมีความสุข สีหน้าของมันทำให้เมิ่งฮ่าวยิ้มออกมา


เฉินฝานถอนหายใจ มองไปยังเจ้าอ้วนด้วยความอิจฉา มันรู้ว่าเจ้าอ้วนช่างมีความสำคัญกับสำนักจินหานมากเพียงใด มันทำได้แต่เพียงส่ายหน้า


หานเป้ยลอยมาในชุดบุรุษของนาง ส่งยิ้มเล็กน้อยให้เจ้าอ้วน


"สหายเต๋าหลี่ ช่วยขยับออกไปได้หรือไม่? ข้าอยากจะนั่งตรงนี้"


เจ้าอ้วนจ้องไปยังหานเป้ย จากนั้นก็มองมายังเมิ่งฮ่าว มันพูดเสียงเบาๆ "เมิ่งฮ่าว เด็กหญิงนี้มีผิวพรรณที่ผุดผ่องสวยงามยิ่ง ระหว่างนางและฉู่อวี้เยียน เจ้าคิดว่าใครดีกว่ากัน?"


เมิ่งฮ่าวยกจอกสุราไปจ่อที่ริมฝีปาก และจิบดื่มไปหนึ่งคำ จากนั้นก็กระแอมไอออกมา


เจ้าอ้วนหัวเราะเสียงดัง จากนั้นก็ขยับตัวออกไป เพื่อเปิดช่องว่างให้หานเป้ย นางนั่งลง เห็นได้ชัดว่าไม่ได้โกรธเคืองเจ้าอ้วน นางมองมายังเมิ่งฮ่าว กระพริบตา และจากนั้นก็หัวเราะออกมา


นางเลื่อนตัวเข้าไปใกล้ชิดเขา จากนั้นก็กระซิบอย่างแผ่วเบา "พี่เมิ่ง ท่านจะขอบคุณข้าอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องของสวี่ชิง?"


ตอนที่ 192 การละเล่นกับหานเป้ย

"สหายเต๋าหาน ท่านหมายถึงอะไรกันแน่?" เมิ่งฮ่าวกล่าวตอบ ด้วยสีหน้าราบเรียบเหมือนเช่นเคย ถึงแม้ภายนอกเขาจะเยือกเย็น แต่จิตใจก็สั่นสะท้าน เขาหันไปมองหานเป้ย และสายตาของคนทั้งสองก็ประสานกัน เห็นได้ชัดว่านางกำลังจับตาดูเขาอย่างละเอียด เพื่อดูปฏิกิริยาของเขา


ถ้าสีหน้าของเมิ่งฮ่าวเปลี่ยนไปแม้แต่น้อยนิด หานเป้ยก็จะสังเกตเห็นได้ในทันที แน่นอนว่า นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำไม นางถึงได้มานั่งใกล้ชิดกับเขาถึงเพียงนี้


หานเป้ยเป็นคนเจ้าอุบาย ซึ่งเมิ่งฮ่าวได้เข้าใจอย่างถ่องแท้ ตั้งแต่อยู่ในดินแดนสงบสุขของสำนักชิงหลัว จริงๆ แล้ว เขาไม่เคยพบเห็นใครที่สามารถเทียบได้กับนาง ในแง่ของอุบายการวางแผนได้เลย


"พี่เมิ่ง" นางกล่าวพร้อมรอยยิ้มที่มีเสน่ห์ "ไม่จำเป็นต้องถามคำถาม ที่ท่านก็รู้คำตอบอยู่แล้ว ศิษย์น้องสวี่เป็นศิษย์ของสำนักเอกะเทวะในแคว้นจ้าว และท่านก็เช่นกัน" ควบคู่กับการอยู่ในชุดบุรุษของนาง น้ำเสียงที่อ่อนหวานทำให้นางงดงามมีเสน่ห์มากยิ่งขึ้น


"โอ?" เมิ่งฮ่าวตอบ มองดูนางพร้อมรอยยิ้มที่คลุมเครือ


สีหน้าของเขาทำให้นางเริ่มใจเสียเล็กน้อย จากนั้นนางก็ขมวดคิ้ว และทันใดนั้น นางก็เริ่มรู้สึกกังวลขึ้นภายในใจ


"พี่เมิ่ง เป็นเพราะท่าน ข้าถึงได้ช่วยศิษย์น้องสวี่ไว้หลายครั้ง ถ้าไม่ใช่เป็นเพราะการสอดแทรกของข้า นางก็คงจะตกตายไปภายใต้ข้อสงสัยมากมาย โชคดี ที่ข้าพอจะมีอิทธิพลในสำนักอยู่บ้าง ดังนั้นนางจึงไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องที่ท่านได้นำสุดยอดน่ารำคาญจากไป" นางยิ้ม "ดังนั้น ท่านคิดว่าจะตอบแทนข้าอย่างไรดี?"


รอยยิ้มของนางงดงาม แต่ดวงตาสาดประกายความเจ้าเล่ห์ออกมา ถึงแม้เสน่ห์ของนางจะปรากฎขึ้น แต่เมิ่งฮ่าวก็รู้อย่างลึกซึ้งถึงความเจ้าเล่ห์ของนาง ซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่จะบอกจากสีหน้าท่าทางของนาง เขาไม่เคยลืม ตอนที่นางพูดคำว่า "เซี่ยหลาง" ซ้ำๆ ในวันนั้น ซึ่งจากนั้นก็ได้สังหารเซี่ยเจี๋ยไปในทันที ภาพเหตุการณ์นั้นฉายออกมาในจิตใจเมิ่งฮ่าว


นางเอนตัวเข้าไปใกล้ชิดกับเมิ่งฮ่าวอีกเล็กน้อย จากมุมมองของใครก็ตามที่มองมา เหมือนกับคนทั้งสองจะคุ้นเคยสนิทสนมกันอย่างลึกซึ้ง


"สหายเต๋าหาน" เขากล่าวเสียงราบเรียบ "ท่านไม่กังวลจะถูกมองว่าใกล้ชิดกับข้ามากเกินไป? เกิดอะไรขึ้นถ้าสำนักชิงหลัวเริ่มสงสัย? ข้าคิดว่าพวกมันกำลังตามหาตัวข้าอยู่ในตอนนี้ หลังจากวันนี้ พวกมันต้องส่งคนมาไล่ตามข้าอย่างแน่นอน" คำพูดของเขาดูเหมือนจะปกติธรรมดา แต่จริงๆ แล้วเขาก็อยากจะรู้ว่านางคิดอย่างไร


"พี่เมิ่ง ท่านเพียงแค่ถามข้าในสิ่งที่ท่านต้องการจะรู้ ไม่จำเป็นต้องพยายามอยากรู้ว่าข้าคิดอย่างไร" นางหัวเราะเบาๆ มองดูเขา นางหายใจออกมาช้าๆ และลมหายใจของนางก็กระจายไปยังเขา พร้อมกลิ่นหอมของกล้วยไม้ เมิ่งฮ่าวขมวดคิ้ว และถอยห่างออกไปจากนางเล็กน้อย


เมื่อได้เห็นเขาขยับตัวออกไป หานเป้ยก็ยิ้มอย่างครุ่นคิด นางขยับเข้าไปใกล้เขามากกว่าเดิมอีกครั้ง กลิ่นหอมอ่อนๆ กระจายออกมาจากตัวนาง


เมิ่งฮ่าวขมวดคิ้ว และถอยห่างออกไปมากกว่าเดิม หานเป้ยส่งเสียงหัวเราะออกมาเบาๆ ซึ่งมีความรู้สึกดูถูกอยู่เล็กน้อย


"สำนักชิงหลัวจริงๆ แล้วก็กำลังตามหาท่านอยู่ แต่ไม่ต้องกังวล สำนักอื่นๆ ไม่รู้เรื่องนี้ การค้นหาท่านถูกกระทำอย่างลับๆ ท่านจำเป็นต้องระมัดระวังตัวให้มากไว้…" นางยิ้ม และในที่สุด ก็ดูเหมือนนางจะคิดว่า นางใกล้ชิดกับเมิ่งฮ่าวมากเกินไปแล้ว นางจึงขยับตัวออกไปเล็กน้อย ทันใดนั้น มือของเมิ่งฮ่าวก็ยื่นออกมา และสอดไปรอบๆ เอวที่อ่อนนุ่มของนาง ดึงนางมาชิดกับเขา


"ท่านต้องการให้ข้าขอบคุณท่านอย่างไร?" เขากล่าว "บอกข้ามา" เขาใกล้ชิดกับนาง จนนางสัมผัสได้ถึงลมหายใจของเขา คนทั้งสองมองตาซึ่งกันและกัน และถึงแม้สีหน้าของทั้งคู่จะดูเหมือนอบอุ่น แต่ก็เห็นได้ชัดว่าพวกเขากำลังต่อสู้กันด้วยกลอุบายอยู่


หานเป้ย ทันใดนั้น ก็ดูเหมือนจะตื่นเต้นขึ้นเล็กน้อย นางไม่เคยคาดคิดว่า เมิ่งฮ่าวจะทำเช่นนี้มาก่อน นางรวบรวมสติได้อย่างรวดเร็ว แต่จากนั้น ดวงตาของนางก็ส่องประกายด้วยความดื้อรั้นอย่างงดงามออกมา


"มันง่ายมาก" นางกล่าวอย่างอ่อนโยน "นำแผ่นหยกที่ท่านได้จากด้านในของกระถางสี่เหลี่ยมมาให้ข้า สิ่งที่ข้าต้องการทั้งหมด มีเพียงแค่นั้น" ร่างของนาง ทันใดนั้น ก็บิดไปเล็กน้อย และนางก็ถอยออกไปจากเมิ่งฮ่าว และลุกขึ้นยืน


"พี่เมิ่ง โปรดคิดให้รอบคอบ" นางกล่าวพร้อมรอยยิ้ม


เมิ่งฮ่าวมองกลับไปยังนางพร้อมรอยยิ้มที่คลุมเครือ เขาไม่พูดอะไรออกมา แต่หลังจากนั้น ก็ยกมือไปที่ถุงสมบัติ หยิบแผ่นหยกออกมา เขาโยนมันตรงไปที่นาง


นางขมวดคิ้ว นี่เป็นแค่แผ่นหยกธรรมดา ไม่ใช่แผ่นหยกที่นางต้องการ แต่นางก็รู้ว่า เมิ่งฮ่าวมีทักษะในการวางแผนได้ลึกล้ำเช่นเดียวกัน และไม่ใช่คนที่นางจะต่อกรได้อย่างง่ายดาย นางรับแผ่นหยกนั้นไว้ ส่งจิตสัมผัสเข้าไปอ่านดู สีหน้าแปลกๆ ก็ปรากฎขึ้นบนใบหน้า ก่อนที่มันจะเปลี่ยนเป็นปกติ นางมองเมิ่งฮ่าวอย่างลึกซึ้ง และจากนั้นก็ยิ้มกว้างออกมาอีกครั้ง นางพยักหน้า หมุนตัวมุ่งหน้ากลับไปยังที่นั่งของสำนักชิงหลัว


เมิ่งฮ่าวยกจอกสุรา และจิบลงไปหนึ่งคำ สิ่งที่อยู่บนแผ่นหยกนั้นก็คือ ภาพที่นางกำลังสังหารเซี่ยเจี๋ย ซึ่งเมิ่งฮ่าวได้แอบบันทึกไว้ในวันนั้น


อันที่จริง แม้ว่าหานเป้ยจะไม่มาหาเขา เขาก็จะต้องคิดหาวิธีในการติดต่อกับนาง เขาได้จัดเตรียมแผ่นหยกนี้ไว้เพื่อสืบหาข้อมูล และเป็นหลักประกันเล็กน้อย


เจ้าอ้วนมองดูหานเป้ยจากไป จากนั้นก็เริ่มเตรียมตัวจะตั้งคำถามเมิ่งฮ่าว เฉินฝานมองดูเมิ่งฮ่าวด้วยความยอมรับ ทันใดนั้น มันก็ตระหนักได้ถึงทักษะของศิษย์น้องผู้นี้ ไม่มีความจำเป็นที่มันจะต้องจัดเตรียมหาคู่ให้เขา


เวลาผ่านไป หลังนั้นไม่นาน เสียงของระฆังก็ดังออกมา และสำแสงหลากสีก็ปรากฎขึ้นอีกครั้ง มีอยู่สองคนภายในแสงเลือนลางนั้น หนึ่งเป็นบุรุษ อีกหนึ่งเป็นสตรี บุรุษมีหน้าตาหล่อเหลา รูปร่างสูงและหุ่นดี พร้อมดวงตาที่เจิดจ้าราวสายฟ้า มันสวมใส่ชุดยาวสีขาว และมีเส้นผมสีดำที่ยาวลงมา ทำให้มันดูงดงามราวปีศาจ มันส่งยิ้ม และประสานมือคารวะให้ทุกคน


"นั่นคือเต้าจื่อตระกูลซ่ง ซ่งอวิ๋นซู!!"


"ซ่งอวิ๋นซู มีพื้นฐานฝึกตนที่ไม่ธรรมดาเป็นอย่างยิ่ง ด้วยการเป็นเต้าจื่อตระกูลซ่ง มันมีรูปลักษณ์ที่สง่างามเป็นอันดับหนึ่ง ท่ามกลางกลุ่มผู้เชี่ยวชาญพื้นฐานลมปราณทั้งหลาย…"


"หญิงสาวด้านข้างมันก็คือ ซ่งเจี๋ย นางเป็นหญิงสาวที่ตระกูลซ่งกำลังคัดเลือกสามีให้"


เมิ่งฮ่าวมองขึ้นไป มองกวาดไปที่บุรุษและสตรี ขณะที่พวกมันเดินออกมาจากแสงหลากสี ซ่งเจี๋ย ตัวเล็กน่ารักและอ้อนแอ้นบอบบาง นางมีผมที่ยาวเงางาม ผิวกายขาวผ่อง ดูท่าทางเป็นหญิงสาวที่อ่อนโยน และงดงาม ดวงตาสดใสกระจ่าง ดวงตาของนางส่องประกาย ไม่เจ้าเล่ห์เช่นหานเป้ย ไม่ตำหนิติเตียนเช่นหลี่ซือฉี หรือ เย็นชาเช่นสวี่ชิง แต่ส่องประกายด้วยความอ่อนโยนออกมา


ใครก็ตามที่มองไปยังซ่งเจี๋ย ก็จะสัมผัสได้ถึงความบริสุทธิ์ไร้เดียงสา และความอ่อนโยนของนาง ดูเหมือนนางจะเป็นหญิงสาวที่ไม่เคยโกรธเคืองผู้ใดเลย


นางมองไปยังฝูงชน ทันทีที่เมิ่งฮ่าวมองไปที่นาง ดวงตาของคนทั้งสองก็สบประสานกันชั่วครู่


ซ่งเทียน ซึ่งนั่งอยู่ด้านหน้า หัวเราะและส่งเสียงขึ้นมา "ถึงเวลาแล้ว! จากรุ่นสู่รุ่น ตระกูลซ่งได้ฝึกฝนวิถีเซียนโดยไม่มีพิธีรีตองมากมายนัก พวกเราชอบความเรียบง่าย วีรบุรุษผู้มากความสามารถของแต่ละสำนักและตระกูล ขอต้อนรับสู่ตระกูลซ่ง ยกเว้นสำหรับผู้ที่มายังที่นี่เพื่อสังเกตการณ์ พวกท่านทุกคนต่างก็มาที่นี่ด้วยเหตุผลเดียวกัน ข้าจะไม่เสียเวลาเพื่ออธิบายต่อไป" ขณะที่เสียงของมันดังก้องออกมา มันโบกมือขวา และกลุ่มเมฆที่อยู่ด้านบนศีรษะก็เริ่มม้วนตัวไปมา เพียงชั่วพริบตา กระแสน้ำวนขนาดใหญ่ก็ปรากฎขึ้น มองเห็นโลกแปลกๆ อยู่ด้านใน


ภายในโลกแห่งนั้นเป็นทะเลที่กว้างใหญ่ ที่ตรงกลางมีต้นไม้ขนาดใหญ่มโหฬาร พุ่งสูงขึ้นไปในท้องฟ้า ต้นไม้นี้สูงกว่าภูเขาใดๆ


เถาวัลย์เส้นใหญ่พันไปรอบๆ ลำต้นของมัน เลื้อยตรงขึ้นไปยังสวรรค์ชั้นฟ้า


ลำต้นของมันกว้างใหญ่มหึมา ที่ด้านบน มีกิ่งก้านยื่นออกไป ก่อตัวเป็นรูปร่างที่มีลักษณะคล้ายดอกเห็ด เถาวัลย์ห้อยลงมา บางส่วนก็ยื่นลงไปในทะเล สายลมรุนแรงพัดผ่านทะเล ทำให้เกิดระลอกคลื่นพุ่งพล่านปั่นป่วน


ด้านบนขึ้นไปในท้องฟ้า เมฆสีดำม้วนตัวเป็นระลอกคลื่น และเกิดเป็นสายฟ้าฟาดลงมา เสียงของฟ้าผ่าดังก้องไปทั่ว


งานเลี้ยงของตระกูลซ่ง จริงๆ แล้ว ก็จัดเลี้ยงอยู่ในก้อนเมฆที่อยู่เหนือโลกแห่งนี้


พร้อมเสียงหัวเราะ ซ่งเทียนกล่าว "ที่ด้านบนของต้นไม้นี้คือ ไข่มุกสี่เหลี่ยมลูกบาศก์ ใครก็ตามที่มาถึงเป็นคนแรก ก็จะได้ครอบครองไข่มุกนี้ และจะเป็นบุตรเขยคนใหม่ของคนรุ่นนี้ แห่งตระกูลซ่ง!" มันมองออกไปทั่วฝูงชน และจากนั้นก็มองไปยังซ่งเจี๋ย ดวงตาของมันสาดประกายด้วยความรักของผู้อาวุโสที่มีต่อผู้เยาว์รุ่นหลัง จากนั้น มันก็มองไปยังเมิ่งฮ่าว และรีบมองไปทางอื่นอย่างรวดเร็ว


ซ่งเหล่าไกว้ไม่พูดอะไรเลย ในช่วงเวลาทั้งหมดนี้ ยากที่จะบอกได้ว่า มันกำลังคิดอะไรอยู่


หานเป้ยไม่ขยับเคลื่อนไหว แต่ศิษย์สำนักชิงหลัว ซึ่งอยู่รอบๆ ตัวนางดูเหมือนต้องการจะออกไป พวกมันมายังตระกูลซ่งด้วยความต้องการจะชนะ ได้เป็นบุตรเขยของตระกูลซ่ง ถ้าทำสำเร็จก็หมายถึงได้รับผลประโยชน์ในทันที ไม่ใช่เพื่อสำนัก แต่เพื่อพวกมันเอง


ยากที่จะบอกได้ว่าใครไปเป็นคนแรก เงาร่างมากมายพุ่งทะยาน บินตรงไปยังกลุ่มเมฆกระแสน้ำวน และทะเลที่อยู่ด้านล่าง


หลี่เต้าอีไม่ได้ขยับตัว มันเป็นเต้าจื่อ มาเพื่อสังเกตการณ์เพียงเท่านั้น มันไม่อาจแต่งงานเข้ามาอยู่ในตระกูลซ่งได้ แต่บุรุษที่เหลือของตระกูลหลี่คิดแตกต่างกัน พวกมันบินตรงไปยังกระแสน้ำวนนั้นทีละคน ทีละคน


หวังเถิงเฟย นั่งอยู่ที่นั่นจมอยู่ในห้วงความคิดและความลังเล หวังซีฟ่านพยายามให้คำแนะนำมัน แต่มันก็ตัดสินใจอยู่นาน ก่อนที่มันจะก้าวเท้าตรงไป และจากนั้น ก็กลายเป็นลำแสงหลากสี พุ่งตรงไปยังกระแสน้ำวนนั้น


การเข้าร่วมของมันแตกต่างจากคนอื่นๆ สร้างความประหลาดใจให้กับศิษย์สำนักจื่อยิ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ฝึกตนขั้นวิญญาณแรกก่อตั้งของสำนัก ดวงตาของมันสาดประกาย ด้านข้างมัน ผู้ฝึกตนขั้นวิญญาณแรกก่อตั้งของตระกูลหวังก็ขมวดคิ้ว


เจ้าอ้วนส่งเสียงไอแห้งๆ ออกมา และมองไปยังเมิ่งฮ่าว จากนั้น มันก็ลอยขึ้นไปในอากาศ พลังฝึกตนของมันยังไม่ได้อยู่ในขั้นพื้นฐานลมปราณ แต่มันมีอาวุธเวทช่วย ศิษย์สำนักจินหานที่เหลือ ต่างก็บินขึ้นไปพร้อมกับมัน พุ่งตรงไปยังกระแสน้ำวนด้วยกัน


สำหรับเฉินฝาน และคนอื่นๆ จากสำนักกูตู๋เจี้ยน พวกมันบินขึ้นไปทีละคน เช่นเดียวกับศิษย์สำนักเซี่ยเยา รวมถึงหวังโหย่วฉาย หลี่ซือฉีนั่งอยู่ที่นั่นด้วยสีหน้าเรียบเฉย


เมิ่งฮ่าวมองเข้าไปในกลุ่มเมฆกระแสน้ำวน ยังทะเลที่กว้างใหญ่ และต้นไม้ยักษ์นั่น ดวงตาเขาหดเล็กลง และเขาก็นั่งครุ่นคิดอยู่สักพัก จากนั้นก็ลุกขึ้นยืน และบินตรงไปที่กระแสน้ำวนนั้น


สตรีที่ล่องหนหายตัวก็ยังคงอยู่ที่นั่น นางมองเมิ่งฮ่าวหายลับเข้าไปในกระแสน้ำวน ความรักอันอ่อนโยนในดวงตาของนางเข้มข้นมากยิ่งขึ้น ในที่สุด นางก็ถอนหายใจออกมา


"เจ้าต้องเดินไปบนเส้นทางของเจ้าโดยลำพัง บางทีสักวันหนึ่ง เจ้าคงจะค้นพบเส้นทางที่ตรงมาหาพวกเรา และจากนั้น เจ้าก็จะเข้าใจทุกอย่าง… ถ้าเจ้าทำไม่ได้ มารดาก็จะรอเจ้าไปเกิดใหม่ในขุมนรก" เสียงของนางอ่อนโยน ขณะที่มองไปยังเมิ่งฮ่าว นางหลับตาลง หมุนตัว และจากนั้นก็หายไป ราวกับว่านางไม่เคยอยู่ที่นั่นมาก่อนตั้งแต่ต้น


คลื่นลูกใหญ่มหึมา ม้วนตัวไปทั่วทั้งพื้นผิวของทะเล จากแรงของลมที่ส่งเสียงร้องหวีดหวิว เหมือนมันกำลังส่งเสียงขู่ว่า จะพัดผู้ฝึกตนทั้งหมดที่เข้าไปใกล้ให้ลอยหายไป ทำให้เป็นเรื่องยากเย็นแสนเข็ญที่จะเข้าไปยังต้นไม้ยักษ์นั่น


เมื่อเปรียบเทียบกับต้นไม้นั่นแล้ว ทุกคนต่างก็เหมือนกับจิ้งหรีดหรือมด ช่างเล็กกระจ้อยร่อยเป็นอย่างยิ่ง


เมิ่งฮ่าวมองลงไปในน้ำทะเล และดวงตาก็หรี่เล็กลง ด้านล่างของคลื่นลูกใหญ่นั้น มองเห็นเงาร่างสีดำกำลังว่ายไปมา ความรู้สึกถึงอันตราย ผุดขึ้นมาภายในใจของเขา


"การคัดเลือกบุตรเขยของตระกูลซ่ง เป็นการทดสอบความสามารถ" ปรมาจารย์ตระกูลซ่งกล่าว "พวกเราไม่ต้องการเห็นการนองเลือด ถ้าใครรู้สึกว่าอันตรายเกินไป ก็สามารถยกเลิกด้วยการพูดออกมา และจะถูกเคลื่อนย้ายมายังพวกเราในทันที" คำพูดของมันดังก้องไปทั่วในทะเลแถบนั้น ในเสียงพูดของมัน สายลม ทันใดนั้น ก็ลดความรุนแรงลง ราวกับว่ามันไม่กล้าจะเข้าไปสอดแทรก


ตอนที่ 193 บุปผาบานยามรุ่งอรุณ!

ด้านบนของทะเลและต้นไม้ยักษ์ เป็นกลุ่มเมฆที่ม้วนตัวไปมาเหมือนกระแสน้ำวนไร้ที่สิ้นสุด ด้านบนของกลุ่มเมฆกระแสน้ำวน เป็นงานเลี้ยงที่ถูกจัดขึ้นโดยตระกูลซ่งเพื่อคัดเลือกบุตรเขย


ในตอนที่เสียงของปรมาจารย์ตระกูลซ่งดังออกไปทั่วบนพื้นผิวทะเล และสตรีล่องหนได้หายไป ส่วนลึกภายในซอกหลืบของเทือกเขาตระกูลซ่ง ซึ่งเป็นที่ตั้งของกองหนุนแห่งเต๋าของพวกมัน


ซากศพ ซึ่งมีอยู่ครึ่งท่อนด้านบน ก็เปล่งแสงลี้ลับออกมาจากดวงตา ความลังเลส่องประกายออกมาภายในแสงนั้น


"นาง… นางเป็นใคร? ดูเหมือนนางจะมีพลังแห่งเซียน แต่ก็ยังไม่ใช่… นางมองไปยังบุรุษหนุ่มเมิ่งฮ่าวด้วยความเสน่หาและรักอันลึกล้ำ อย่างไรก็ตาม ที่นางมองไม่ใช่เมิ่งฮ่าว แต่เป็น… ดอกปี่อ้านที่อยู่ในตัวมัน!"


"นางบอกว่ามันจะไปหาพวกนาง และจะเข้าใจทุกสิ่งทุกอย่าง ทำไมคำพูดธรรมดาพวกนั้น ถึงได้ทำให้ข้าถึงกับขนหัวลุกได้…" ดวงตาของชายชราส่องประกายด้วยแสงเก่าแก่โบราณออกมา และมันก็จมอยู่ในห้วงภวังค์ความคิด "นางกล่าวว่าถ้ามันทำไม่ได้ นางก็จะไปรอการเกิดใหม่ของมันในขุมนรก ช่างสมเหตุผลนัก ดูเหมือนนางจะคุ้นเคยกับเรื่องเช่นนั้น… นี่เป็นเรื่องที่ผู้ฝึกตนไม่อาจทำได้ ไม่มีการกำเนิดใหม่ในเรื่องของการฝึกตน ผู้ฝึกตนที่พยายามกำเนิดใหม่เป็นเรื่องที่ไร้ประโยชน์ มิเช่นนั้น ทำไมถึงได้มีถ้ำกำเนิดใหม่ปรากฎขึ้น?"


"การเกิดใหม่เป็นเรื่องที่เป็นไปได้ ซึ่งก็หมายถึงความสามารถในการมีชีวิตอยู่ด้วยชีวิตอื่น แต่ก็ไม่มีเรื่องการกลับชาติมาเกิดใหม่เช่นนั้น ในแง่ของการกลับชาติมาเกิดใหม่ นี่เพียงเป็นไปได้สำหรับ… ดอกปี่อ้านในตำนาน! ดอกปี่อ้านหลอมรวมเข้ากับคน เพื่อก่อตัวเป็นการกลับชาติมาเกิดใหม่ นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำไมมันถึงถูกเรียกว่าดอกปี่อ้าน! เมื่อไหร่ที่ดอกไม้นั่นหลอมรวมกับผู้คน คนผู้นั้นก็จะหายไป แต่ดอกไม้ยังคงอยู่ แต่ก็ไม่มีเรื่องราวที่สมบูรณ์พร้อมในโลกนี้ ถ้าสามารถทำให้ดอกปี่อ้านเชื่อฟัง และกลืนกินมันลงไป ก็มีความเป็นไปได้ที่จะกลายเป็นเซียนอมตะเจ็ดสี!"


ปรมาจารย์ตระกูลซ่ง ซึ่งเพิ่งจะเปิดเผยตัวตนกับตระกูลซ่งที่เหลือในเร็วๆ นี้ ทันใดนั้น ก็บินขึ้นไปในท้องฟ้า ดวงตาของมันสาดประกาย ขณะที่ภาพเลือนลางของครึ่งท่อนล่างของร่างมันปรากฎขึ้น เส้นผมของมันพริ้วไปมาลอยอยู่รอบๆ ศีรษะ ขณะที่มันคุกเข่าอยู่ที่ด้านบนของเสา


"เซียนอมตะ จุดกำเนิดของท่านช่างลี้ลับนัก ตระกูลซ่งเฝ้ารอคอยอยู่ในดินแดนด้านใต้มา จากรุ่นสู่รุ่น เซียนอมตะ ข้าขอร้องให้ท่านโปรดช่วยขจัดความสับสนของข้าด้วย!" มันกัดลิ้นตัวเองเล็กน้อย และพ่นโลหิตบางส่วนจากหัวใจออกมา โลหิตกระจายออก และหายไปในทันที ดวงตะวันและจันทรา ที่อยู่บนท้องฟ้าเหนือตระกูลซ่ง ทันใดนั้น ก็เปล่งประกายออกมา และแสงนั้น ก็ไม่มีคนภายนอกสามารถสังเกตเห็น มันพุ่งลงไปในเทือกเขา จนกระทั่งตรงไปอยู่ที่เบื้องหน้าของซากศพชายชราผู้นั้น


มันเปลี่ยนเป็นเงาร่างที่โปร่งใสบางส่วน ซึ่งยากที่จะบอกได้ว่าเป็นบุรุษหรือสตรี ดูเลือนลางราวกับว่ามันทั้งอยู่ที่นั่น และไม่ได้อยู่ที่นั่นในเวลาเดียวกัน…


เมื่อซากศพชรามองเห็นเงาร่างนั้น ความเลื่อมใสก็ปรากฎขึ้นบนใบหน้า มันรู้ว่านี่เป็นวิญญาณแห่งของวิเศษของตระกูล วิญญาณนี้… เป็นปรมาจารย์โบราณของตระกูลซ่งด้วยเช่นกัน จากตำนานที่บอกเล่ากันมา หลังจากที่ท่านได้บรรลุเป็นเซียนอมตะ ท่านก็ได้ทิ้งเศษส่วนของวิญญาณท่านไว้ที่นี่


เงาร่างนั้นยกมือขึ้น และแตะไปที่บนศีรษะของซากศพชายชราอย่างนุ่มนวล


ร่างของซากศพชายชราสั่นสะท้าน และทันใดนั้น ดวงตาของมันก็เปล่งแสงด้วยความไม่อยากเชื่อออกมา มันมองขึ้นไปยังเงาร่างเลือนลางที่ค่อยๆ จางหายไปอย่างช้าๆ ราวกับว่ามันไม่เคยอยู่ที่นั่นมาก่อน


ซากศพชายชรา สูดลมหายใจเข้าลึกๆ "บุปผาบานยามรุ่งอรุณ และบรรลุเซียนอมตะในวันแห่งความผันผวน มารดาแห่งดอกปี่อ้าน… เซียนแห่งรุ่งอรุณ… เมิ่งฮ่าวผู้นี้ช่างน่ากลัวนัก…" มันคิดอย่างเงียบๆ สักพัก มันไม่ทำตามคำสั่ง และไม่ทำอะไรที่ต่อต้านคำพูดที่ถูกบังคับ โดยเสียงที่ส่งมาก่อนหน้านี้โดยสตรีนางนั้น


เวลาเดียวกันนั้น ในทะเลที่แผดเสียงกระหึ่มด้านล่างกลุ่มเมฆกระแสน้ำวน สายลมส่งเสียงแหลมเล็ก ผู้ฝึกตนที่เข้าไปในสถานที่นี้ มีประมาณสิบสองคน พวกมันหมุนวนไปรอบๆ อาณาเขตต้นไม้ยักษ์


ใครก็ตามที่สามารถทะลวงผ่านสายลมที่รุนแรงนั้น และเข้าไปถึงต้นไม้นั่นได้ ก็จะกลายเป็นผู้นำในการแข่งขั้นครั้งนี้


การได้เป็นสมาชิกของตระกูลซ่ง ก็จะมีสิทธิ์ในการฝึกฝนวิชาที่ลึกซึ้งของตระกูล ผู้ฝึกตนเกือบทั้งหมดต่างก็กระหายที่จะได้รับโอกาสเช่นนี้ จึงเป็นเหตุผลที่ทำไมพวกมันถึงได้มายังที่นี่ และก็เป็นสิ่งที่พวกมันต่างก็ต่อสู้เพื่อเป้าหมายนี้


เมิ่งฮ่าว แตกต่างไปจากคนพวกนั้น เขาไม่ได้มาที่นี่เพื่อหาโอกาสแต่งงานเข้าไปอยู่ในตระกูลซ่ง ถึงแม้สถานที่นี้จะเหมาะสมในการฝึกฝนตนเองอย่างน่าเหลือเชื่อ แต่เขาก็ไม่ใช่คนที่ชอบพึ่งพาคนอื่น นอกจากว่าจะมีเป้าหมายที่สำคัญ เขาต้องการจะเป็นเหมือนทะเล และท้องฟ้า ไปที่ไหนก็ได้ตามที่เขาปรารถนาตามลำพังเพียงคนเดียว


สำหรับบุรุษที่ตระเวณท่องเที่ยวไปภายใต้สวรรค์ เพลิดเพลินกับทัศนียภาพ สังเกตเห็นความงามของแผ่นดินและสัตว์ป่า… นั่นเป็นชีวิตที่มีความหมายสำหรับเมิ่งฮ่าว ดวงตาเขาสาดประกาย ขณะที่มองขึ้นไปยังต้นไม้ยักษ์ในที่ห่างไกล ซึ่งที่จุดบนสุดของมันมีไข่มุกอยู่


คนอื่นๆ ไม่ได้ให้คุณค่ากับไข่มุกนี้มากนัก มันเป็นเพียงแค่ตัวแทนของชัยชนะ มีเพียงเมิ่งฮ่าวเท่านั้นที่สนใจมันมากที่สุด ถ้าไม่ใช่เพราะไข่มุกลูกนี้ เมิ่งฮ่าวก็ไม่แม้แต่จะมายังที่นี่


"ข้าหวังว่าไข่มุกนั้น จะสามารถขจัดพิษของข้าได้ ถ้ามันทำได้ ข้าก็ไม่ต้องคิดถึงเรื่องยุ่งยากในการแทรกซึมเข้าไปในสำนักจื่อยิ่นอีกแล้ว"


ดวงตาเมิ่งฮ่าวสาดประกาย และจิตใจก็เต้นรัวขณะที่เขาพุ่งตรงไป ดวงตาหดเล็กลง และหยุดการบินตรงไปสักพัก


"ข้าสามารถดูดซับลมปราณในสถานที่นี้ด้วยเช่นกัน ยิ่งไปกว่านั้น มันยังเข้มข้นมากกว่าที่ด้านนอกอีกด้วย ตระกูลซ่งมีความลับยิ่งใหญ่อะไรซุกซ่อนไว้? ทำไมลมปราณของที่นี่ ถึงได้เหมือนกับในเขตล่าขุมทรัพย์เซียนโลหิต? ทำไมข้าถึงสามารถดูดซับมันได้?"


สายตาเขาเต็มไปด้วยความครุ่นคิด อีกครั้งที่เขาพุ่งตรงไปด้วยความเร็วสูงสุด ในเวลาเดียวกันนั้น เขาก็โคจรพื้นฐานฝึกตนไปด้วย เสาแห่งเต๋าทั้งสี่ต้นของเขาส่งเสียงหึ่ง หึ่ง และร่างกายก็คล้ายกับหลุมดำ ลมปราณที่อยู่ในพื้นที่บริเวณนั้น ก็เริ่มพุ่งตรงเข้ามาที่ร่างเขาในทันดี


เมิ่งฮ่าวไม่ได้ดูดซับมันอย่างรวดเร็ว แต่ค่อยๆ ดูดซับเข้าไปด้วยความระมัดระวังอย่างช้าๆ


ที่ห่างออกไปไกล หวังเถิงเฟยใบหน้าดุร้าย จิตใจเต็มไปด้วยความขมขื่น และความบ้าคลั่งอยู่เล็กน้อย ตั้งแต่มันยังเยาว์วัย มันก็เป็นผู้ถูกเลือก เนื่องจากโลหิตของมังกรปีกโลหิต ซึ่งได้ตกลงมาจากสวรรค์ เส้นทางของมันได้ถูกกำหนดไว้แล้วขณะที่มันเติบโตขึ้น ดูเหมือนว่ามันมักจะเป็นผู้ที่มีแต่ความโชคดีอยู่เสมอมา


แต่… เพราะพี่ชายของมัน หวังลี่ไห่ ทำให้มันไม่อาจจะเป็นเต้าจื่อของตระกูลหวัง ทุกอย่างที่มันมุ่งหวังค่อยๆ ลอยออกไป ไกลจากมันมากขึ้นเรื่อยๆ ในความเป็นจริง ตลอดทั้งชีวิตในวัยเยาว์ มันได้มีชีวิตอยู่ภายใต้เงาของพี่ชายมันตลอดเวลา


มันต้องการต่อต้าน ต้องการต่อสู้กลับไป มันต้องการเหนือกว่าพี่ชายของมัน มันต้องการพิสูจน์ว่ามันมีค่าพอที่จะเป็นเต้าจื่อแห่งตระกูลหวัง ด้วยเหตุนั้น มันจึงได้ออกจากตระกูลไป และไปยังแคว้นจ้าวเพื่อค้นหาพื้นฐานไร้ตำหนิ


มันรู้ว่าถ้ามันยังอยู่ในตระกูลหวัง คงเป็นเรื่องยากที่มันจะมีความโดดเด่นเหนือพี่ชายของมัน


เต็มไปด้วยความเพ้อฝัน และความทะเยอทะยาน มันไปยังแคว้นจ้าว เพื่อค้นหาพื้นฐานไร้ตำหนิ และทายาทของมังกรปีกโลหิต มันวางแผนหลังจากกลับมาจากแคว้นจ้าว มันก็จะไปต่อสู้กับพี่ชายของมัน


แต่ทุกสิ่งทุกอย่าง ก็ถูกทำลายลงโดยเมิ่งฮ่าว มันพ่ายแพ้โดยสิ้นเชิง แต่มันก็ไม่ยอมท้อถอย ต้องขอบคุณการสนับสนุนให้กำลังใจของหวังซีฟ่าน และการช่วยเหลือของฉู่อวี้เยียน มันจึงสามารถออกมาจากเงามืด พร้อมกับดรรชนีพิษ


ในความจริง เป็นเพราะการช่วยเหลือของฉู่อวี้เยียน มันจึงได้มีพื้นฐานรอยร้าว เมื่อมันได้เห็นพี่ชายของมันตายอยู่ในเขตล่าขุมทรัพย์เซียนโลหิต ทันใดนั้น มันก็รู้สึกราวกับว่า อนาคตของมันได้เปิดกว้างขึ้น โชคร้ายต่างๆ ของมัน ในที่สุด ก็กลายเป็นแสงสว่างที่สุกใสราวดวงดาว


ในตอนนั้น มันเชื่อว่า ชีวิตของหวังเถิงเฟย ในที่สุด ก็ได้ฟื้นคืนกลับมา


ยกเว้น… เหตุการณ์ที่ตามมาอย่างที่มันไม่ทันได้รู้ตัวโดยสิ้นเชิง ด้วยความประหลาดใจ มันพบว่าหวังลี่ไห่ยังไม่ตาย หวังลี่ไห่ที่ตายในการแข่งขันล่าขุมทรัพย์เซียนโลหิต จริงๆ แล้ว ก็เป็นเพียงร่างจำแลงเต๋า ที่ถูกสร้างขึ้นโดยปรมาจารย์ตระกูลหวัง


ต่อจากนั้น ข่าวลือของฉู่อวี้เยียน และบุรุษลึกลับนั้นก็กระจายออกไปราวไฟลามทุ่ง เป็นสิ่งที่มันไม่อาจยอมรับได้ ไม่อยากจะเชื่อว่า แม้มันจะสอบถามฉู่อวี้เยียนมากเท่าไหร่ในเรื่องนั้น นางก็ไม่ยอมตอบ


มันแย่พอแล้ว ถ้านั่นเป็นสิ่งที่มันต้องทนทุกข์ทรมานทั้งหมด มันได้แต่กัดฟันและอดทนต่อไป แต่ที่นี้ในตระกูลซ่ง มันได้พบว่าบุรุษที่ถูกเห็นพร้อมกับฉู่อวี้เยียน จริงๆ แล้ว ก็คือ เมิ่งฮ่าว!


นั่นทำให้มันแทบบ้าคลั่ง มันอยากจะทำทุกอย่างเพื่อสังหารเมิ่งฮ่าว แต่การต่อสู้นั้นก็กลายเป็นฟางที่ต้องการทำลายหลังอูฐ ฟางเส้นนั้นได้ถูกบดขยี้โดยเงื้อมมือของเมิ่งฮ่าว ทำให้หวังเถิงเฟยต้องหัวเราะด้วยความขมขื่น ความคิดของมัน อารมณ์ของมัน ทุกสิ่งทุกอย่างของมัน ต่างก็บิดเบี้ยวและเปลี่ยนไปในห้วงเวลานั้น


ผลักให้มันไปอยู่ริมขอบของความบ้าคลั่ง


"ข้าทำได้โดยไม่ต้องพึ่งพาตระกูลหวัง" มันคิด ดวงตาเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอย "และข้าก็ตัดสัมพันธ์กับฉู่อวี้เยียนได้เช่นกัน ข้า หวังเถิงเฟย จะเดินไปบนเส้นทางของตัวเอง ข้าต้องเอาทุกสิ่งทุกอย่างไปจากเมิ่งฮ่าว ข้าจะฉกฉวยมันกลับมาทั้งหมด!!" ร่างของมันสั่นสะท้านด้วยความร้อนอย่างบ้าคลั่ง ขณะที่มันพุ่งผ่านสายลมตรงไปยังต้นไม้ยักษ์


เจ้าอ้วนแหงนหน้าต่อต้านสายลม ขณะที่มันลอยอยู่กลางอากาศ ศิษย์สำนักจินหานเจ็ดถึงแปดคน รวมตัวเป็นรูปวงแหวนปกป้องคุ้มครองอยู่รอบๆ มัน


"ท่านเจ้าสำนักไม่ยอมให้ข้าแต่งงานเข้าไปอยู่ในตระกูลซ่ง แต่ไม่ว่าอย่างไรข้าก็จะทำมัน" มันกล่าว เอาหินลมปราณหย่อนเข้าไปในปาก และขบเคี้ยวจนแหลกละเอียด


ศิษย์สำนักจินหานที่อยู่รอบๆ ได้แต่ยิ้มอย่างขมขื่นออกมา


"ท่านปรมาจารย์น้อย จริงๆ แล้ว ท่านไม่ควรทำเช่นนี้ ท่านผู้อาวุโส จะเกิดอะไรขึ้นถ้าท่านกลายเป็นบุตรเขยของตระกูลซ่ง? เมื่อพวกเรากลับไปยังสำนัก พวกเราคงถูกลงโทษอย่างน่ากลัว…"


"นั่นก็ใช่แล้ว ท่านปรมาจารย์น้อย ได้โปรดคิดทบทวนอีกครั้ง… ได้โปรดคิดทบทวนอีกครั้ง…"


เจ้าอ้วนจ้องไปยังพวกมันด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง พร้อมใบหน้าที่ไม่อยากจะเชื่อ "แต่ข้าก็อยู่ที่นี่แล้ว" มันกล่าว


"ท่านปรมาจารย์น้อย" โจวต้าหยาพูดอย่างรวดเร็ว "ท่านรู้หรือไม่ว่า บรรดาศิษย์สาวๆ ทั้งหมดในสำนัก ต่างก็รอคอยท่านอยู่? รวมถึง ท่านยังมีคนรักที่ถูกแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ โดยท่านเจ้าสำนักอีกหลายคน ทั้งหมดต่างก็รอท่านกลับไป…" มันเข้าใจเจ้าอ้วนมากที่สุด และทันทีที่คำพูดของมันหลุดออกมาจากปาก เจ้าอ้วนก็สูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ


"ตกลง ลืมมันไปเถอะ พวกเราแค่ตามไปดูเรื่องสนุกกัน"


ในเวลาเดียวกับที่ศิษย์สำนักจินหาน กำลังพยายามห้ามปรามเจ้าอ้วนจากการเข้าร่วมการแข่งขัน สถานที่ห่างไกลออกไป หวังโหย่วฉายลอยขึ้นไปกลางอากาศ ดูท่าทางกำลังครุ่นคิด กลิ่นอายแปลกๆ หมุนวนอยู่รอบๆ ร่าง มันมีอายุประมาณสิบเจ็ดถึงสิบแปดปี แต่ก็กระจายบรรยากาศของการรังเกียจสังคมออกมาอย่างน่าเหลือเชื่อ มันจ้องตรงไปยังต้นไม้ยักษ์ จมอยู่ในภวังค์ความคิดอย่างเคลิบเคลิ้ม


มันมองไปยังเจ้าอ้วน และจากนั้นก็เมิ่งฮ่าว เมื่อไหร่ก็ตามที่เมิ่งฮ่าวมองกลับไปยังมัน มันก็จะหลบเลี่ยงสายตาของเขา


สายลมที่โศกเศร้า ร้องเสียงแหลมเล็ก กวาดผ่านพื้นผิวทะเลไปด้วยความบ้าคลั่ง เงาสีดำซึ่งว่ายน้ำไปมาในส่วนลึกของทะเล ทำให้สถานที่นี้ดูเหมือนจะน่ากลัวมากยิ่งขึ้น ท่ามกลางเสียงกู่ร้องของสายลม ทุกคนพุ่งตรงเข้าไป สายลมกรีดผ่านใบหน้าของทุกคน ขณะที่พุ่งตรงไปยังต้นไม้ยักษ์นั่น


ตอนที่ 194 เจตจำนงแห่งต้นเจี้ยนมู่

เป็นไปไม่ได้ที่จะบินขึ้นไปจนสูงมากๆ ในสถานที่แห่งนี้ เพราะความเร็วของสายลมได้เพิ่มขึ้นพร้อมกับระดับความสูง เมิ่งฮ่าวเห็นหนึ่งในศิษย์ของสำนักจื่อยิ่น พยายามที่จะบินตรงขึ้นไปยังด้านบนสุดของต้นไม้ ก่อนที่มันจะขึ้นไปได้สูง มันก็แผดร้องออกมา และร่างก็หายไปกลายเป็นหมอกควันของเลือดเนื้อ


สายลมพร้อมที่จะกลืนกินคนอื่นๆ ต่อไป ดูเหมือนมันจะเต็มไปด้วยใบมีดอันคมกริบ และมีแรงกดดันอันยากที่จะอธิบายออกมาได้ ซึ่งทำให้บริเวณรอบๆ ต้นไม้นั้นหนึ่งพันจ้าง เหมือนจะเป็นกำแพงเหล็กผนังทองแดง


เมื่อเมิ่งฮ่าวเข้าไปในพื้นที่แห่งนั้น เขาก็รับรู้ได้ถึงแรงกดดันที่กดทับลงมา ยิ่งเข้าไปใกล้ต้นไม้มากเท่าไหร่ ลมปราณก็ยิ่งมีความหนาแน่นมากขึ้น แน่นอนว่า เขาสามารถดูดซับมันได้ และยิ่งเขาเข้าไปใกล้มากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งไปได้เร็วมากขึ้นเท่านั้น ดวงตาเขาสาดประกายเจิดจ้า


"การเคลื่อนที่ตรงไป ต้องเป็นเรื่องยากเป็นอย่างยิ่งสำหรับคนอื่นๆ แต่สำหรับข้า สถานที่นี้ราวกับเป็นสรวงสรรค์สำหรับการฝึกตน!" เขามองขึ้นไปยังต้นไม้ยักษ์ที่อยู่ตรงหน้า ซึ่งยืดขึ้นไปในท้องฟ้าเกือบหนึ่งพันจ้าง "จริงๆ แล้ว… นี่เป็นต้นไม้อะไรกันแน่?" เขาสัมผัสได้ว่า ลมปราณในสถานที่นี้ ไม่ใช่ลมปราณของสวรรค์และปฐพี แต่ถูกสร้างขึ้นมาจากต้นไม้ยักษ์นี้


ขณะที่ผู้ฝึกตนทุกคน ต่างก็กระเสือกกระสนดิ้นรนหาทางตรงไปยังต้นไม้ สูงขึ้นไปในกลุ่มเมฆบนท้องฟ้า สมาชิกของห้าสำนักและสามตระกูล มองทะลุผ่านกลุ่มเมฆกระแสน้ำวนเข้าไป ดวงตาสาดประกายเจิดจ้า


พวกมันสามารถมองเห็นทุกสิ่งทุกอย่างได้ค่อนข้างชัดเจน


ซ่งเทียนยิ้ม "ท่ามกลางผู้กล้าและผู้ถูกเลือกทุกคน จากสำนักและตระกูลต่างๆ ที่มาในวันนี้ ข้าอยากรู้นักว่า ใครจะเป็นคนแรกที่ไปถึงต้นไม้?" ผู้พิสดารขั้นวิญญาณแรกก่อตั้ง จากสำนักและตระกูลทั้งหมดต่างก็ยิ้มออกมา


"ข้าเกรงว่ามันคงจะพูดยาก ข้าไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า การคัดเลือกบุตรเขยของตระกูลซ่ง จะเกี่ยวข้องกับของวิเศษเช่นนี้…"


"ต้นไม้นี้ต้องถูกรวบรวมโดยเศษของเจตจำนงจากต้นเจี้ยนมู่โบราณ เห็นได้ชัดว่ามันถูกวาดขึ้นโดยผู้ฝึกเต๋าโบราณท่านอาจารย์ปู่สุ่ยตงหลิว เมื่อท่านได้บรรลุการรู้แจ้งในสถานที่ซึ่งตำนานโบราณได้บอกว่าต้นเจี้ยนมู่ได้ทำลายตัวมันเองไป ตำนานนั้นได้กล่าวไว้ว่า ด้วยการรู้แจ้งที่เพียงพอ ต้นไม้จึงสามารถรวมตัวกันด้วยตัวของมันเอง นี่จึงเป็นของวิเศษอันล้ำค่าอย่างแท้จริง ซึ่งสามารถรวมตัวมาตั้งแต่ครั้งสมัยโบราณ"


หานเป้ยนั่งอยู่ด้านข้าง รับฟังผู้ฝึกตนขั้นวิญญาณแรกก่อตั้งพูดคุยกัน นางมองไปยังเมิ่งฮ่าวที่อยู่ในกลุ่มเมฆกระแสน้ำวนสักพัก ใบหน้านางสงบนิ่ง ทำให้มองไม่ออกแม้แต่น้อยว่านางกำลังคิดถึงสิ่งใดอยู่


หลี่ซือฉี จ้องไปยังต้นไม้ที่ถูกสร้างขึ้นจากเศษชิ้นส่วนเจตจำนงของต้นเจี้ยนมู่ จมอยู่ในห้วงความคิด


ผู้ฝึกตนขั้นวิญญาณแรกก่อตั้ง จากสำนักชิงหลัว เป็นบุรุษวัยกลางคน "เศษของเจตจำนงต้นเจี้ยนมู่ สามารถปลดปล่อยลมปราณซึ่งแทนที่สวรรค์ตามตำนานในสมัยโบราณ" มันกล่าว "โชคร้าย ที่มันไร้ประโยชน์สำหรับผู้ฝึกตน และเป็นเพียงสิ่งขัดขวางสำหรับพวกมันเท่านั้น แต่ด้วยพื้นฐานฝึกตนที่เหมาะสม และรู้แจ้งอย่างเพียงพอ ต้นเจี้ยนมู่ก็สามารถอยู่ในโลกแห่งนั้น ช่างเป็นของวิเศษที่ล้ำค่าอะไรเช่นนี้! ในที่สุด มันก็เป็นไปได้สำหรับของวิเศษนี้ ที่จะช่วยให้เด็กเหล่านั้นสามารถทะลวงผ่านระดับการฝึกตนของพวกมันไปได้" ขณะที่มันมองไปยังกลุ่มเมฆกระแสน้ำวน มันเพ่งมองไปยังเมิ่งฮ่าวนานชั่วครู่


มันได้สังเกตเห็นเมิ่งฮ่าวก่อนหน้านี้อย่างแน่นอน แต่ก็ยังคงรักษาความเงียบไว้ และไม่ทำอะไรวู่วามออกมา


"ต้นไม้นี้จริงๆ แล้ว ก็เป็นเศษชิ้นส่วนเจตจำนงของต้นเจี้ยนมู่ ภาพวาดนี้เป็นเจตจำนงตั้งแต่สมัยโบราณของต้นเจี้ยนมู่ มันเป็นของกำนัลที่ข้าได้มาจาก ผู้ปกครองแห่งท้องทะเลที่แปดของทะเลเทียนเหอ เมื่อข้ามีอายุได้หนึ่งพันปี ข้านำมันออกมาในวันนี้ ก็เพื่อช่วยให้ผู้เยาว์เหล่านี้ได้รับการรู้แจ้งเมื่อครั้งสมัยโบราณ และเป็นประโยชน์แก่ทุกๆ ท่าน ภาพวาดนี้จะไม่ได้เป็นของข้าในอีกไม่ช้านี้แล้ว" ซ่งเทียนหัวเราะ ส่ายหน้าของมัน "ข้าตั้งใจจะมอบภาพวาดนี้ให้เป็นของกำนัลสำหรับใครก็ตาม ที่จะมาเป็นบุตรเขยในรุ่นนี้ของตระกูลซ่ง"


คำพูดนี้เป็นเหตุให้ผู้ฝึกตนขั้นวิญญาณแรกก่อตั้งคนอื่นๆ จ้องไปยังกลุ่มเมฆกระแสน้ำวนด้วยความจริงจัง ดวงตาของพวกมันส่องประกายเจิดจ้า


ทันใดนั้น ซ่งเหล่าไกว้ ซึ่งนั่งห่างออกไป ส่งเสียงหัวเราะและกล่าวขึ้น "ท่านปรมาจารย์ ข้าขอวางเดิมพันกับสหายเต๋าเหล่านี้สักเล็กน้อย ว่าใครจะเป็นผู้ที่ไปถึงต้นไม้นั่นเป็นคนแรก ได้หรือไม่?"


ผู้อาวุโสฝาน แห่งสำนักกูตู๋เจี้ยนหัวเราะเสียงดังออกมา มันดื่มสุราลงไปหนึ่งอึก และพูดเยาะเย้ยออกมา "พวกเราทุกคนต่างก็ต้องวางเดิมพันอยู่ข้างศิษย์สำนักของพวกเราอยู่แล้ว เฒ่าแซ่ซ่ง เจ้าจะวางเดิมพันข้างใคร?"


"ข้าเดิมพันข้างมัน!" ซ่งเหล่าไกว้พูด ยกแขนขึ้น และชี้ตรงไปยังกลุ่มเมฆกระแสน้ำวนที่…


เมิ่งฮ่าว!


ผู้ฝึกตนขั้นวิญญาณแรกก่อตั้งทุกคนมองตามนิ้วของซ่งเหล่าไกว้ จ้องไปยังเมิ่งฮ่าว ดวงตาของผู้ฝึกตนขั้นวิญญาณแรกก่อตั้ง จากสำนักชิงหลัวแวบประกายออกมา


ผู้ฝึกตนขั้นวิญญาณแรกก่อตั้ง แห่งตระกูลหวังขมวดคิ้ว


ผู้อาวุโสฝาน แห่งสำนักกูตู๋เจี้ยน หัวเราะ และมองไปยังซ่งเหล่าไกว้ด้วยสายตาที่สื่อความหมาย


"ยอดเยี่ยม เดิมพันคืออะไร?" ผู้ฝึกตนขั้นวิญญาณแรกก่อตั้ง แห่งสำนักเซี่ยเยากล่าว เป็นหญิงชราร่างผอมแห้ง ศีรษะเต็มไปด้วยเส้นผมสีเงิน เสียงของนางแหบพร่า ราวกับกระดูกกำลังขัดสีกัน นางยิ้มอย่างเสแสร้งออกมา


"ข้าวางเดิมพันด้วยผลไม้วิญญาณ!" ซ่งเหล่าไกว้กล่าว มันโบกสะบัดแขนเสื้อ และกดนิ้วลงไปบนหน้าผาก หลังจากเวลาไม่กี่อึดใจ ภาพลวงตาของเงาร่างเล็กๆ นั่งขัดสมาธิอยู่ก็โผล่ขึ้นมา


เพียงชั่วพริบตา เงาร่างเล็กๆ นั้น ก็รวมตัวกันเป็นสิ่งของที่ดูคล้ายผลไม้วิญญาณ มันส่งกลิ่นหอมอันละเอียดอ่อนออกมา


นี่ไม่ใช่สิ่งใดนอกจาก ผลไม้วิญญาณ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ฝึกตนขั้นวิญญาณแรกก่อตั้ง สามารถใช้วิญญาณแรกก่อตั้งก่อตัวขึ้น และสามารถเปรียบเทียบได้กับวัตถุแห่งสวรรค์ และของวิเศษแห่งปฐพี สวรรค์และปฐพีก็สามารถสร้างผลไม้วิญญาณได้เช่นกัน แต่สำหรับผู้ฝึกตนขั้นวิญญาณแรกก่อตั้ง ร่างกายของพวกมันเป็นของสวรรค์และปฐพี ดังนั้น พวกมันจึงสามารถสร้างผลไม้เช่นนี้ขึ้นมาได้


ผลไม้วิญญาณเหมือนกับความโชคดีแห่งสวรรค์และปฐพี และเป็นของวิเศษที่ล้ำค่ามากที่สุดของผู้ฝึกตนขั้นวิญญาณแรกก่อตั้ง


ผลไม้วิญญาณจากคนอื่นๆ มีพลังในการเติมเต็มพลังใหม่ และสำหรับผู้ฝึกตนขั้นวิญญาณแรกก่อตั้ง มันจะมีพลังในการช่วยรักษาและฟื้นฟูอย่างสูงสุด


เมื่อได้ยินคำพูดของซ่งเหล่าไกว้ ก็ทำให้ผู้ฝึกตนขั้นวิญญาณแรกก่อตั้งคนอื่นๆ ต่างก็มีสีหน้าครุ่นคิด เวลาไม่นานนัก ก่อนที่ทุกคนจะนำผลไม้วิญญาณของพวกมันออกมา ผลไม้วิญญาณทั้งแปดลอยอยู่ด้วยกันกลางอากาศ


ผลไม้วิญญาณทั้งแปด สำหรับผู้ฝึกตนขั้นวิญญาณแรกก่อตั้งใดๆ การวางเดิมเช่นนี้ ก็เป็นสิ่งที่ล่อตาล่อใจอย่างน่าเหลือเชื่อ ผู้ฝึกตนทั้งหมดแสร้งเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ภายใน พวกมันต่างก็ใจสั่นด้วยความตื่นเต้น พวกมันจ้องไปยังกลุ่มเมฆกระแสน้ำวน ยังศิษย์ต่างๆ ของตน


ซ่งเทียนยิ้ม และไม่แสดงท่าทีขัดขวางใดๆ สำหรับบุรุษสองคนที่นั่งอยู่ข้างกายมัน หนึ่งคนกำลังนั่งหลับตาเข้าฌาณ อีกคนก็มองไปยังผู้ฝึกตนที่อยู่ในกลุ่มเมฆกระแสน้ำวนอย่างละเอียด ใบหน้ามันสงบเยือกเย็น


เต้าจื่อตระกูลซ่ง ซ่งอวิ๋นซู นั่งเงียบๆ อยู่ข้างปรมาจารย์ซ่งเทียน มันไม่พูดอะไรออกมา เพียงแค่ยิ้ม ภายในดวงตาของมันสาดประกายด้วยแสงอันเข้มข้น


ซ่งเหล่าไกว้ดูเหมือนจะมีชีวิตชีวาขึ้นมา ดวงตาของมันเจิดจ้า ขณะที่จ้องไปยังเมิ่งฮ่าว ในกลุ่มเมฆกระแสน้ำวน


"เอาละ เด็กน้อย" มันคิด "ข้าอยากจะเห็นความสามารถที่เจ้าใช้ในวันนั้น ในแคว้นจ้าว ถ้าเจ้าชนะ ข้าก็จะให้หนึ่งในผลไม้วิญญาณนี้เป็นของกำนัลแก่เจ้า" เนื่องจากสิ่งที่เกิดขึ้นในแคว้นจ้าว รวมถึงข่าวลือที่มันเคยได้ยินในตระกูลซ่ง ซ่งเหล่าไกว้จึงได้คาดหวังในความสามารถของเมิ่งฮ่าวไว้อย่างสูงสุด


ขณะที่ผู้คนที่ด้านบนวางเดิมพันกัน ผู้ฝึกตนสิบสองคนที่ด้านล่างของต้นไม้ยักษ์ ก็พยายามเคลื่อนที่ไปข้างหน้าต่อไป เนื่องจากแรงกดดันที่กดลงมา พวกมันจึงไม่อาจเคลื่อนที่ได้รวดเร็วมากนัก แต่กระนั้นพวกมันก็ยังคงเคลื่อนที่ไปข้างหน้าต่อไป


ในตอนนี้ ผู้ที่เร็วที่สุดในกลุ่มก็คือ หวังเถิงเฟย ดวงตาของมันแดงก่ำ และมันก็เคลื่อนที่ไปข้างหน้าอย่างมุทะลุ สำหรับมันนี่เป็นโอกาสเพียงหนึ่งเดียวของมัน ถ้ามันได้เข้าร่วมตระกูลซ่ง มันก็สามารถเริ่มทุกสิ่งทุกอย่างได้ใหม่ และเริ่มสร้างชื่อเสียงได้ใหม่ขึ้นอีกครั้ง


"ฉู่อวี้เยียน เจ้ามันเจี้ยนเหริน และเจ้า… เมิ่งฮ่าว! รอข้าก่อนเถอะ!" มันขบฟันแน่น ขณะที่มุ่งตรงไปข้างหน้าสองสามจ้าง


ด้านหลังหวังเถิงเฟยเป็นหวังโหย่วฉาย ซึ่งเข้ามาใกล้มันอย่างเงียบๆ ด้านหลังคนทั้งสอง เป็นกลุ่มผู้ฝึกตน รวมถึงเฉินฝาน ซึ่งเป็นผู้นำของคนกลุ่มนี้


เจ้าอ้วน พร้อมด้วยคณะผู้ติดตามคอยคุ้มครองมัน ติดตามไปเรื่อยๆ ไม่เร็วและไม่ช้า


เมิ่งฮ่าว เห็นได้ชัดว่า อยู่ด้านหลังเล็กน้อย แต่สีหน้าของเขาก็ยังคงสงบนิ่ง ขณะที่มุ่งตรงไป เขาจะหยุดเป็นระยะ เพื่อดูดซับลมปราณอันหนาแน่นที่อยู่รอบๆ ตัวเขาอย่างระมัดระวัง


ในที่สุด ครึ่งชั่วยามก็ผ่านไป หวังเถิงเฟย อยู่ห่างจากต้นไม้นั้นเพียงแค่สิบจ้าง หวังโหย่วฉายอยู่ห่างราวๆ ยี่สิบจ้าง คนอื่นๆ ทั้งหมด อยู่ห่างประมาณร้อยจ้าง หรือใกล้กว่านั้น ด้านบนกลุ่มเมฆ ซ่งเหล่าไกว้กำลังกังวลใจ รอบๆ มัน ผู้ฝึกตนขั้นวิญญาณแรกก่อตั้งคนอื่นๆ เริ่มยิ้มออกมา


ห่างออกไปหนึ่งร้อยจ้าง เมิ่งฮ่าวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เขาดูดซับลมปราณด้วยความระมัดระวังตัวอยู่ตลอดเวลา ประสิทธิภาพของมันเหมือนกับการกลืนกินเม็ดยาหลัวตี้หนึ่งกำมือ ถึงแม้เขาจะระวังตัว แต่ก็เขาก็ยังสามารถดูดซับลมปราณเข้าไปมากขึ้นเรื่อยๆ ดวงตาเมิ่งฮ่าว ทันใดนั้น ก็สาดประกายออกมา


"นี่เป็นโอกาสที่หาได้ยากยิ่ง" เขาคิด "ข้าอาจจะสามารถดูดซับมันได้ทั้งหมด!" ความมุ่งมั่นเต็มอยู่ในดวงตา เขาเริ่มเคลื่อนที่ตรงไปข้างหน้าอีกครั้ง ในทันใดนั้น ภายในร่างกายเขาก็เริ่มสั่นสะเทือน ขณะที่เขาหยุดการสะกดข่มการสร้างเสาแห่งเต๋าต้นที่ห้า พวกมันเริ่มหมุนวนไปมา และเสียงหึ่ง หึ่ง ก็ดังออกมาจากภายใน กระแสน้ำวนขนาดใหญ่ปรากฎขึ้นรอบๆ ตัวเขา


กระแสน้ำวนนั้น ทำให้ลมปราณที่อยู่รอบๆ บริเวณนั้น พุ่งตรงมาที่เขาในทันที


น้ำทะลที่ด้านล่างเขา เริ่มเกิดคลื่นลูกใหญ่ขึ้น และตลอดทั้งร่างของเมิ่งฮ่าวก็ดูเหมือนจะบิดเบือน และเริ่มเลือนลางพร่ามัว ลมปราณอันลึกลับส่งเสียงแหลมเล็กตรงมาที่เขา และความเร็วของเขาก็เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวในทันที


ไม่ใช่ว่าเขาต้องการจะเร่งความเร็วขึ้น แต่ขณะที่เขาเคลื่อนที่ตรงไป ลมปราณบริเวณนั้นก็เริ่มหนาแน่นมากขึ้นเรื่อยๆ เพียงชั่วพริบตา เขาไม่ได้อยู่ห่างจากต้นไม้หนึ่งร้อยจ้างอีกต่อไป แต่เป็นแปดสิบจ้าง จากนั้นก็หกสิบจ้าง…


พลังฝึกตนของเมิ่งฮ่าวค่อยๆ เพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ รูปร่างของเสาแห่งเต๋าต้นที่ห้าของเขาตอนนี้ ก็สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน และเริ่มรวมตัวกันอย่างรวดเร็ว


เมิ่งฮ่าวเริ่มรู้สึกตื่นเต้นขึ้น เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ และเคลื่อนที่ตรงไปด้วยความรวดเร็วมากยิ่งขึ้น เมื่อพิจารณาจากการที่เขาตัดสินใจที่จะดูดซับลมปราณอย่างรวดเร็ว จึงไม่มีเหตุผลที่เขาจะไม่สามารถดูดซับมันได้ทั้งหมด


นี่เป็นบุคลิกส่วนตัวของเมิ่งฮ่าว แม้ในตอนที่เขายังเป็นนักศึกษา เขาก็เป็นเช่นนี้ มันเป็นวิธีการใช้ชีวิตของเขา โดยปกติ เขาไม่ชอบที่จะทำตัวเป็นจุดสนใจ แต่บางครั้งก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ เมื่อมันเกิดขึ้น เขาก็จะไม่สนใจสิ่งใดๆ เพียงมุ่งไปที่เป้าหมายอย่างเดียว


เสาแห่งเต๋าต้นที่ห้าของเขารวมตัวกัน และพื้นฐานฝึกตนของเขาก็เริ่มสูงขึ้นไป ดวงตาเริ่มสาดแสงเจิดจ้า และเปล่งรังสีอันทรงพลังออกมามากยิ่งขึ้น


เพียงไม่กี่อึดใจ เขาได้พุ่งตรงไปจนกระทั่งเขาอยู่ห่างจากต้นไม้เพียงแค่สามสิบจ้าง ทันใดนั้น ความเร็วของเขาก็เพิ่มขึ้นอย่างน่าเหลือเชื่อ ขณะที่เขาดูดซับลมปราณเข้าไป ผู้ฝึกตนที่อยู่รอบๆ ต่างก็สังเกตเห็นในทันที


พวกมันเห็นกระแสน้ำวนที่น่ากลัว หมุนวนอยู่รอบๆ ตัวเขา และสัมผัสได้ว่า เขากำลังดูดซับลมปราณที่หนาแน่น ซึ่งพวกมันไม่สามารถดูดซับได้ กลุ่มลมปราณได้พุ่งตรงไปที่เขาด้วยความรวดเร็ว ส่งผลให้เกิดระลอกคลื่นไปทั่วทั้งโลกแห่งนี้


"มันกำลังทำอะไร… ?"


"มันกำลัง… มันกำลังดูดซับลมปราณอยู่? นั่นเป็นไปไม่ได้!"


"มัน… มันทำเช่นนั้นได้อย่างไร?"


ผู้ฝึกตนที่อยู่รอบๆ มองไปที่เขาด้วยความตกใจ


ไม่เพียงแต่พวกมัน สูงขึ้นไปในกลุ่มเมฆ พวกที่มุงดูอยู่ทั้งหมด จิตใจของพวกมันเต็มไปด้วยความประหลาดใจ


"มันกำลังกลืนกินลมปราณโบราณนั้นเข้าไป!"


"มันเป็นอะไร? วิชาอะไรที่ทำให้มันสามารถทำเช่นนั้นได้!"


ดวงตาของผู้ฝึกตนขั้นวิญญาณแรกก่อตั้ง สาดประกายราวสายฟ้า ขณะที่พวกมันมองไปยังเมิ่งฮ่าว พวกมันต่างก็ตกใจลึกเข้าไปถึงแก่นกาย ไม่เคยคาดคิดว่า จะได้เห็นบางสิ่งบางอย่างเช่นนี้มาก่อน


ด้วยความสนใจ ถึงแม้พวกมันจะเป็นผู้ฝึกตนขั้นวิญญาณแรกก่อตั้ง ซึ่งสามารถมองเห็นพื้นฐานฝึกตนของคนอื่นๆ ได้อย่างง่ายดาย แต่ในตอนนี้พวกมันก็ไม่สามารถมองเห็นเสาแห่งเต๋าของเมิ่งฮ่าวได้


ราวกับว่ามีพลังที่แปลกประหลาดเข้ามาสอดแทรก ทำให้พวกมันไม่อาจแม้แต่จะเห็นเบาะแสใดๆ ได้แม้แต่น้อยนิด บุรุษวัยกลางคนแห่งสำนักชิงหลัว มองไปด้วยความครุ่นคิด ดวงตาหรี่เล็กลง มันได้สังเกตเห็นเงาแปลกๆ ของเสาแห่งเต๋าเมิ่งฮ่าว ก่อนที่เขาจะเข้าไปยังกลุ่มเมฆกระแสน้ำวนซะอีก


ขณะที่ผู้ฝึกตนขั้นวิญญาณแรกก่อตั้ง มองไปยังความก้าวหน้าของเมิ่งฮ่าวด้วยความตื่นตระหนก ปรมาจารย์ตระกูลซ่ง ซ่งเทียนก็มองไปที่เขา ดวงตาของมันส่องแสงเจิดจ้า อันที่จริง สายตาของมันไม่เคยห่างจากเมิ่งฮ่าวเลยตั้งแต่ต้น


มันจ้องไปยังเมิ่งฮ่าวในกลุ่มเมฆกระแสน้ำวันอย่างจริงจัง ดวงตาสาดประกายด้วยความประหลาดใจ


ซ่งเหล่าไกว้หัวเราะเสียงดังออกมา มันก็ได้เห็นภาพอันน่าเหลือเชื่อนั้นเช่นกัน แต่ในอีกด้าน มันก็มีความสุขเป็นอย่างยิ่ง ขณะที่เสียงหัวเราะของมันดังออกมา หานเป้ยก็สูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ คิดไปถึงว่า เมิ่งฮ่าวสามารถผ่านไปเข้าในกระถางสี่เหลี่ยมได้อย่างไร ถึงแม้ไม่มีแซ่เมิ่งปรากฎอยู่ในครอบครัวอันยิ่งใหญ่ทั้งเก้านั้น


ดวงตารูปหงส์ของหลี่ซือฉีสาดประกาย ขณะที่นางมองไปยังเมิ่งฮ่าวอย่างครุ่นคิด


ด้านล่างตรงต้นไม้ยักษ์ ลมปราณพลุ่งพล่านปั่นป่วน ทำให้สายลมกรรโชกรุนแรงมากยิ่งขึ้น สายลมกระแทกไปยังหวังเถิงเฟย ทำให้มันหมุนคว้างกลับไปด้านหลังจากสิบจ้าง กลายเป็นสี่ห้าสิบจ้าง!


คนอื่นๆ ก็ถูกพัดไปยังด้านหลังด้วยเช่นกัน แต่กลับกัน เมิ่งฮ่าว ตอนนี้เป็นบุคคลที่อยู่ใกล้กับต้นไม้มากที่สุด ห่างเพียงสามสิบจ้างเท่านั้น


หวังเถิงเฟยเงยหน้าขึ้น และกู่ร้องออกมา มันไม่อาจยอมรับสถานการณ์เช่นนี้ได้ มันพุ่งตรงไปด้วยพลังทั้งหมดของมัน แต่ในเวลาเดียวกันนั้น เมิ่งฮ่าวก็สูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ และพุ่งตรงไปด้วยเช่นเดียวกัน เขาเคลื่อนที่ตรงไปราวสิบจ้าง และอีกสิบจ้างต่อจากนั้น!


ในการระเบิดพลังออกมาสั้นๆ สองครั้ง ตอนนี้เขาอยู่ห่างจากต้นไม้เพียงแค่สิบจ้าง เมื่อเทียบกับต้นไม้นั้น เขาเหมือนกับตัวจิ้งหรีด กระแสน้ำวนรอบๆ ตัวเขาหมุนเร็วขึ้น ทำให้ลมปราณอันไร้ขอบเขตในบริเวณนั้น ถูกดูดตรงไปที่เขา รูปร่างที่สมบูรณ์ของเสาแห่งเต๋าต้นที่ห้าตอนนี้ มองเห็นได้ชัดเจน ถ้าเขายังคงดูดซับลมปราณด้วยความรวดเร็วเช่นนี้ต่อไป เขาก็จะสามารถสร้างเสาแห่งเต๋าต้นที่ห้าอย่างสมบูรณ์ขึ้นมาได้


เมื่อเขาก่อตั้งเสาแห่งเต๋าต้นที่ห้าได้แล้ว เมิ่งฮ่าวก็จะเป็น… ผู้ที่แข็งแกร่งมากที่สุดในขั้นพื้นฐานลมปราณอย่างแน่นอน


ไม่ว่าจะเป็นผู้ถูกเลือก หรือเต้าจื่อ ขั้นพื้นฐานลมปราณทั้งหมด ก็จะเป็นเหมือนหญ้าแห้ง ที่ถูกเขาเหยียบย่ำอยู่ใต้เท้า!


ตอนที่ 195 สะกดข่มทุกคน

โอกาสของเมิ่งฮ่าวในตอนนี้มาอย่างฉับพลัน และคาดไม่ถึงมาก่อน ต้องขอบคุณสำหรับความโชคดีเช่นนี้ พื้นฐานฝึกตนของเขาไต่ระดับสูงขึ้นไปด้วยความรวดเร็วอย่างน่าเหลือเชื่อ ยิ่งไปกว่านั้น ยิ่งเขาเข้าไปใกล้ต้นไม้มากเท่าไหร่ ลมปราณก็ยิ่งหนาแน่นมากขึ้นเท่านั้น


เขาสูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ ไม่สนใจสายตาแปลกๆ ของทุกคนที่จ้องมองมาโดยสิ้นเชิง เขามุ่งความสนใจไปยังต้นไม้ยักษ์ และลมปราณแปลกๆ ที่มีเพียงเขาคนเดียวที่สามารถดูดซับได้เท่านั้น


เป็นเวลานานมากแล้ว ที่เขารู้สึกเพลิดเพลินกับการดูดซับลมปราณได้เช่นนี้ ดวงตาเขาส่องประกายเจิดจ้า ขณะที่ร่างพุ่งต่อไปอย่างรวดเร็ว


ลมปราณที่อยู่ใต้ต้นไม้พลุ่งพล่านปั่นป่วนราวบ้าคลั่ง ร่างของเขาเหมือนกับหลุมดำที่หมุนวน ดูดลมปราณทั้งหมดเข้าไป โดยไม่มีข้อยกเว้น


พลังฝึกตนของเขาไต่ระดับขึ้นไปอย่างต่อเนื่อง และภาพของเสาแห่งเต๋าต้นที่ห้าก็เริ่มชัดเจนมากขึ้น ในไม่ช้ามันก็จะไม่ใช่ภาพลวงตาอีกต่อไป


หนึ่งในสิบส่วน สองในสิบส่วน สามในสิบส่วน…


เมิ่งฮ่าวตื่นเต้นมากขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่เขาดูดซับลมปราณที่หนาแน่นนั้นเพิ่มขึ้น เขาพุ่งทะยานตรงไป มุ่งหน้าไปยังฐานของต้นไม้ยักษ์


เมื่ออยู่ข้างหอคอยต้นไม้ เมิ่งฮ่าวก็ตัวเล็ก และอ่อนแอยิ่งกว่าแมลง มันไม่สามารถที่จะเปรียบเทียบกันได้ ช่างแตกต่างกันราวกับแสงของหิ่งห้อย และแสงจันทร์


เมิ่งฮ่าวเป็นคนแรกที่เข้าไปถึงต้นไม้ ผู้ฝึกตนคนอื่นๆ เข้ามาใกล้ เพียงแค่สูดลมหายใจเข้าออกสิบครั้ง หวังเถิงเฟย และหวังโหย่วฉาย ก็ก้าวเท้าเข้ามา


พวกมัน แน่นอนว่า ไม่ได้ดูดซับลมปราณในสถานที่แห่งนี้ ดังนั้น จึงไม่มีทางที่จะเติมลมปราณเข้าไปใหม่ได้ ไม่จำเป็นแม้แต่จะพูดถึงความยากลำบากของพวกมัน ที่จะเคลื่อนที่ต่อไป แต่กลับกัน เมิ่งฮ่าวราวกับมัจฉาในสายน้ำ ในทันใดนั้น เขาก็อยู่ห่างจากพวกมันหนึ่งร้อยจ้าง


หลังจากที่ได้เห็นเช่นนั้น ดวงตาของพวกที่มุงดู ต่างก็สาดประกายด้วยแสงแปลกๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับปรมาจารย์ตระกูลซ่ง ดวงตาของมันเจิดจ้าขึ้น ขณะที่มองไปยังกลุ่มเมฆกระแสน้ำวน และเมิ่งฮ่าว


"มันสามารถดูดซับลมปราณในสถานที่นั่น…" มันคิด "แต่ที่นั่นเป็นเพียงภาพวาดของต้นเจี้ยนมู่ มันไม่ได้เป็นแม้แต่ภาพที่ฉายออกมา แต่มันก็ยังมีเจตจำนงบางส่วนของต้นเจี้ยนมู่อยู่ เช่นเดียวกับลมปราณที่หนาแน่นนั่น ถึงแม้จะไม่มากนัก…" ดวงตาของมันสาดประกาย ถึงแม้ว่าจะยังมีความลังเลอยู่บางส่วนก็ตาม


ซ่งเหล่าไกว้ก็รู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก แต่ก็มีความยินดีมากด้วยเช่นกัน ใบหน้ามันเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่ฉีกกว้าง มันมองไปยังสีหน้าที่เปลี่ยนไปของผู้ฝึกตนขั้นวิญญาณแรกก่อตั้งคนอื่นๆ และรอยยิ้มก็ยิ่งกว้างมากขึ้น มันโบกสะบัดแขนเสื้อ เพื่อรวบรวมผลไม้วิญญาณเหล่านั้นเข้าด้วยกัน


"สหายเต๋าทั้งหลาย ข้าต้องขอรวบรวมชัยชนะของข้าแล้ว พวกท่านยังต้องการจะเดิมพันอื่นอีกหรือไม่? ข้าเดิมพันว่า เจ้าเด็กผู้นี้ จะกลายเป็นบุตรเขยคนต่อไปของตระกูลซ่ง พวกท่านว่าอย่างไร? เดิมพัน หรือไม่เดิมพัน?"


ผู้ฝึกตนขั้นวิญญาณแรกก่อตั้งคนอื่นๆ ไม่สนใจมัน ปฏิเสธที่จะไปตอแยมัน และเพ่งความสนใจไปยังสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในกลุ่มเมฆกระแสน้ำวนต่อไป พวกมันจ้องไปยังเมิ่งฮ่าวที่ไต่ขึ้นไปยังต้นไม้ยักษ์อย่างครุ่นคิด


ซ่งเหล่าไกว้ส่งเสียงกระตุ้นไปอีกสองสามครั้ง แต่เมื่อเห็นคนอื่นๆ ไม่ยอมพูด มันก็เอาผลไม้วิญญาณเก็บเข้าไป และหัวเราะออกมา ความรู้สึกไม่ดีต่อเมิ่งฮ่าวเมื่อหลายปีก่อน ได้หายไปเรียบร้อยแล้วในตอนนี้


"เจ้าเด็กเมิ่งฮ่าวผู้นี้ไม่เลวเลย" ซ่งเหล่าไกว้กล่าว สายตาก็มองไปยังกลุ่มเมฆกระแสน้ำวน "อ้าย ถ้าข้ารู้ว่ามันเป็นเช่นนี้ ข้าก็น่าจะเดิมพันอยู่ข้างมัน กับอู๋ติงชิว เมื่อหลายปีก่อนนั้น"


ภายในกลุ่มเมฆกระแสน้ำวน ดวงตาหวังเถิงเฟยแดงก่ำ มันอยู่บนต้นไม้แล้วในตอนนี้ กำลังพุ่งขึ้นไป ลมปราณในบริเวณนั้นปะทะมาที่มัน และมันก็ไม่มีทางจะดูดซับไว้ได้ สายลมกรรโชกไปมา แต่มันก็ทำเป็นไม่สนใจ มันรู้ว่า ถ้ามันตกลงไปจากต้นไม้นี้ มันก็จะเริ่มต้นได้ใหม่จากด้านล่างของต้นไม้


กว่าจะคืบหน้าได้ช่างยากเย็นเป็นอย่างยิ่ง แต่ทุกครั้งที่มันมองขึ้นไป และเห็นเมิ่งฮ่าวพุ่งขึ้นไป ก็ทำให้มันไม่สนใจเสียงลมที่แหลมเล็ก และแรงกดดันอันหนาแน่นนั้น ความบ้าคลั่ง และความอิจฉาอย่างรุนแรง เต็มอยู่ในจิตใจ และมันก็พุ่งต่อไปยังแรงกดดันอันหนาแน่นนั้น


"ข้าจะพ่ายแพ้แก่มันได้อย่างไร!?!?" มันมีโทสะอยู่ในใจ "ข้าคือผู้ถูกเลือกแห่งตระกูลหวัง! มันขโมยขุมทรัพย์ และคนรักของข้า! วันนี้ ข้าจะแย่งชิงความโชคดีของมันไป ทำไมเจ้าถึงมักจะไม่มีความยุติธรรมต่อหวังเถิงเฟย สวรรค์?! ข้าไม่ยอม ข้าจะไม่ยอมแพ้!!" ขบฟันแน่น มันพุ่งขึ้นไป สายลมกรรโชกมาที่มัน แต่มันก็ดื้อดึงยึดจับต้นไม้ไว้ มันรู้สึกราวกับว่า แขนของมันกำลังจะฉีกขาดออกไป


ด้วยความประหลาดใจ หวังเถิงเฟย ทันใดนั้น ก็ตระหนักว่า การไม่อาจดูดซับลมปราณของสถานที่นี้ ทำให้เกิดแรงกดดันอย่างรุนแรง แต่จริงๆ แล้ว ที่รอบๆ ร่าง เมิ่งฮ่าวจะมีแรงกดดันลดลง ยิ่งมันเข้าไปใกล้เมิ่งฮ่าวมากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งเดินหน้าต่อไปได้ง่ายขึ้น


ด้านหลังมัน หวังโหย่วฉาย เชียนสุ่ยเหิน หลู่ซ่ง รวมถึงเจ้าอ้วน และคนอื่นๆ ทั้งหมดต่างก็มาถึงต้นไม้ และติดตามมาอย่างไม่ลดละ


พวกมันทั้งหมดสังเกตเห็น ความเร็วของเมิ่งฮ่าวได้เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน


เมิ่งฮ่าวรู้สึกได้ว่า ถึงแม้ลมปราณในสถานที่แห่งนี้ จะหนาแน่นและอุดมสมบูรณ์ แต่จริงๆ แล้ว สถานที่นี้ก็ถูกแบ่งออกเป็นพื้นที่สองส่วนที่แตกต่างกัน ลมปราณที่เขาอยู่ในตอนนี้ถูกดูดซับจนเกือบจะแห้งหายไป เนื่องด้วยเหตุนี้ หวังเถิงเฟย และคนอื่นๆ จึงสามารถเคลื่อนที่ได้รวดเร็วขึ้น


แต่ ถึงแม้ว่าลมปราณที่ด้านล่างเขาจะลดลง เขาก็ยังคงเคลื่อนที่ตรงขึ้นไป ในไม่ช้า เขาก็เผชิญกับลมปราณที่หนาแน่นมากขึ้น ซึ่งเขาก็เริ่มดูดซับในทันที เสาแห่งเต๋าต้นที่ห้าของเขาเริ่มก่อตัวสี่ในสิบส่วน


"ลมปราณในที่นี้ถูกแบ่งเป็นชั้นๆ" เขาคิด ดวงตาส่องแสงเจิดจ้า "ข้าสามารถดูดซับเข้าไปในร่างได้อย่างสมบูรณ์ในแต่ละชั้น ถึงแม้มันจะดูหนาแน่นอย่างน่าเหลือเชื่อ แต่จริงๆ แล้วก็ไม่ได้มีมากมายนัก อย่างไรก็ตาม ถ้าข้าดูดซับพวกมันเข้าไปทั้งหมด ข้าก็สามารถสร้างเสาแห่งเต๋าต้นที่ห้าได้อย่างสมบูรณ์" เขามุ่งหน้าต่อไป และลมปราณก็ไหลเข้าไปในตัวเขาอย่างต่อเนื่อง เมื่อไหร่ที่มันเริ่มจางลง เขาก็จะพุ่งขึ้นไปยังชั้นอื่นต่อไป


ด้านหลังเขา หวังเถิงเฟย และคนอื่นๆ เพิ่มความเร็วขึ้นอย่างต่อเนื่อง ลมปราณได้เหือดแห้งลง แรงกดดันที่ต่อต้านพวกมันก็หายไป มีเพียงสิ่งเดียวที่ต้องจัดการก็คือสายลมที่เกรี้ยวกราดนั้น ความคืบหน้าของพวกมันในตอนนี้ ง่ายขึ้นกว่าเดิมมากนัก ดังนั้นช่องว่างระหว่างเมิ่งฮ่าว และพวกมันก็เริ่มลดน้อยลงไปอย่างช้าๆ


ต้นไม้ยักษ์มีเส้นผ่าศูนย์กลางหลายสิบจ้าง และจากที่ห่างไกล ก็ดูเหมือนว่ามันไม่ได้อยู่ไกลจากชั้นเมฆด้านบน ซึ่งมีผู้ฝึกตนขั้นวิญญาณแรกก่อตั้งมองดูอยู่มากนัก เมื่อได้เห็นสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นนี้ ก็ทำให้พวกมันนั่งครุ่นคิดอยู่ที่นั่นอย่างเงียบๆ ผู้ฝึกตนจากตระกูลหวังส่งเสียงเย็นชาอยู่ในลำคอ "ซ่งเหล่าไกว้ เรามาเดิมพันกันอีก ครั้งนี้ เดิมพันก็คือ ผลไม้วิญญาณสองผล!"


ซ่งเหล่าไกว้ลังเลชั่วครู่ คิ้วมันขมวดแน่น


ผู้ฝึกตนขั้นวิญญาณแรกก่อตั้งสำนักชิงหลัว ส่งเสียงไอออกมาเบาๆ "ข้าเอาด้วย" มันกล่าว


ผู้ฝึกตนขั้นวิญญาณแรกก่อตั้ง จากตระกูลหลี่เห็นด้วย "เดิมพันอีกสักครั้ง" มันพูดเสียงราบเรียบ "ซ่งเหล่าไกว้ ทำไมพวกเราถึงไม่ร่วมเดิมพันกันทุกคน? สองผลไม้วิญญาณต่อหนึ่งคน ผู้ชนะก็เอาไปทั้งหมด" คำพูดของมันทำให้ซ่งเหล่าไกว้ยิ่งลังเลมากขึ้น


หลังจากผ่านไปนาน มันกัดฟันแน่น จริงๆ แล้ว มันก็เชื่อถือในความสามารถของเมิ่งฮ่าว เป็นอย่างมาก ดังนั้นมันจึงโบกสะบัดแขนเสื้อ


"พวกเรามาเดิมพันกันอีกครั้ง!" มันกล่าว


ต่อมา ผู้พิสดารขั้นวิญญาณแรกก่อตั้งทั้งหมด ต่างก็หยิบเอาผลไม้วิญญาณออกมา เมื่อได้เห็นผลไม้วิญญาณมากมายเช่นนี้อยู่รวมกัน ก็ทำให้ผู้ฝึกตนทุกคนต่างก็ตัวสั่นด้วยความกระตือรือร้น เดิมพันในครั้งนี้ มากกว่าครั้งก่อนหน้านี้อย่างเห็นได้ชัดเจน


ในเวลาเดียวกับที่ผู้พิสดารทั้งหมดกำลังเดิมพันกันอยู่ เมิ่งฮ่าวพุ่งขึ้นไปด้วยความเร็วสูงสุด เขาได้ผ่านต้นไม้ยักษ์ไปสามชั้นแล้ว และตอนนี้ก็คืบหน้าไปสามในสิบส่วน ณ ตอนนี้ หวังเถิงเฟย และคนอื่นๆ ต่างก็อยู่ห่างจากด้านหลังเขาเพียงแค่สิบจ้าง ดูเหมือนว่า พวกมันใกล้จะผ่านเขาไปในไม่ช้า


ใบหน้าเมิ่งฮ่าวสงบนิ่ง โชคดีที่สถานที่นี้มีลมปราณอย่างหนาแน่น มากกว่าที่เขาคาดคิดไว้ ไม่ใช่เรื่องใหญ่อันใดที่ใครจะเป็นคนแรก ทันใดนั้น หวังเถิงเฟยก็แผดเสียงออกมา มันใช้วิชาเวทบางอย่างที่ไม่มีใครรู้จัก ร่างของมันเริ่มเรืองแสงออกมา และพุ่งขึ้นไปด้วยความเร็วที่ระเบิดออกมาอย่างน่าเหลือเชื่อ เพียงแค่ไม่กี่อึดใจ มันก็พุ่งขึ้นไปมากกว่าสิบจ้าง ทำให้มันพุ่งผ่านเมิ่งฮ่าวไปเกือบสามจ้าง


แต่ก่อนที่มันจะมีโอกาสได้ดีใจ พลังอันมหาศาลก็ทำให้ร่างของมันสั่นสะท้าน แรงกดดันทำให้มันกระอักโลหิตออกมา ขณะที่แรงกดดันนั้น ห่อหุ่มไปรอบตัวมัน หลังจากนั้น เมิ่งฮ่าวก็พุ่งผ่านมันไป ดูดซับลมปราณในพื้นที่นั้นเข้าไปในร่าง แรงกดดันก็เริ่มลดน้อยลง ถ้าไม่ใช่เช่นนั้น หวังเถิงเฟยก็รู้สึกราวกับว่า มันอาจจะถูกบดขยี้ลงไปบนต้นไม้ โดยหัตถ์ยักษ์ที่มองไม่เห็น


สีหน้าเมิ่งฮ่าวสงบนิ่งเหมือนเช่นเดิม ขณะที่เขาพุ่งตรงไป ไม่สนใจหวังเถิงเฟย เขาผ่านบริเวณที่ซึ่งเต็มไปด้วยโลหิตของหวังเถิงเฟยที่กระอักออกมา ดูดซับลมปราณอย่างต่อเนื่อง หลังจากดูดซับพวกมันทั้งหมดเข้าไป เขาก็เคลื่อนที่ไปยังชั้นต่อไป


เห็นได้ชัดว่า ใครก็ตามที่ต้องการจะผ่านเมิ่งฮ่าวไป ทำได้เพียงพุ่งผ่านไปข้างหน้าแค่แวบเดียว


อย่างไรก็ตาม การได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับหวังเถิงเฟย ก็ทำให้จิตใจของผู้ฝึกตนทุกคนที่ด้านล่าง ต่างก็ตกใจไปตามๆ กัน พวกมันจ้องไปยังเมิ่งฮ่าวด้วยสีหน้าแปลกๆ สำหรับเจ้าอ้วน มันสูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ และมองมาอย่างไม่อยากจะเชื่อโดยสิ้นเชิง


ในตอนนี้ ไม่มีใครในผู้ฝึกตนที่ไล่ตามมา จะกล้าพุ่งผ่านเมิ่งฮ่าวไป…


เมิ่งฮ่าวไปต่ออย่างช้าๆ ทำให้พวกมันไม่มีทางเลือกนอกจากทำเช่นเดียวกัน มีท่าทางอึดอัดใจ และทำอะไรไม่ได้ พวกมันติดตามเมิ่งฮ่าวไป เห็นได้ชัดว่า หลายคนในพวกมัน มีแผนการต่างๆ อยู่ในใจ พวกมันจะรอจนกระทั่งเข้าไปใกล้จุดสูงสุดของต้นไม้ หลังจากนั้น วิธีการต่างๆ ก็จะระเบิดออกมา ขณะที่พวกมันพยายามที่จะพุ่งผ่านเขาไป!


ตอนที่ 196 สายตาทุกคู่จ้องมองมา

เมิ่งฮ่าวรู้ดีถึงสิ่งทั้งหมดนี้ แน่นอนว่า สีหน้าของเขาก็ยังคงสงบนิ่งเหมือนเช่นเคย และเขาก็ไม่สนใจใครอื่น เขาหยุดชะงักในแต่ละชั้น เพื่อดูดซับลมปราณให้มากที่สุด เท่าที่จะเป็นไปได้ และจากนั้นก็ทะยานขึ้นไปอย่างต่อเนื่อง


ด้านหลังเขาไม่กี่จ้าง เป็นผู้ฝึกตนที่เหลือทั้งหมด พวกมันมองไปยังเมิ่งฮ่าวอย่างหมดหนทาง รอเขาเคลื่อนที่ต่อไป ก่อนที่พวกมันจะทำเช่นเดียวกัน


ดวงตาทุกคู่ในโลกแห่งนี้ กำลังมองไปยังเมิ่งฮ่าว เขาเป็นจุดศูนย์กลางของความสนใจทั้งหมด


การคัดเลือกบุตรเขยของตระกูลซ่ง กลายเป็นหินรองรับเท้าให้กับเมิ่งฮ่าว ไม่ว่าเขาจะเป็นผู้ชนะหรือไม่ เขาก็ได้ประทับเป็นความทรงจำอย่างลึกล้ำ ไว้ในจิตใจของซ่งเจี๋ยเรียบร้อยแล้ว รวมถึงเหตุการณ์ที่ได้เกิดขึ้นก่อนที่งานเลี้ยงจะเริ่มขึ้น ทำให้นางไม่สนใจคนอื่นๆ และเพ่งมองไปยังเมิ่งฮ่าวแต่เพียงผู้เดียว


บางทีนี่อาจจะเป็นชะตา หลังจากวันนี้ ห้าสำนัก และสามตระกูล ก็จะรู้ว่า เมิ่งฮ่าวก็เป็นผู้ถูกเลือกด้วยเช่นกัน!


บางทีนี่อาจจะเป็นชะตา หลังจากวันนี้ เรื่องราวของนักศึกษาเมิ่งฮ่าวของแคว้นจ้าว ก็จะกระจายออกไปทั่วทั้งดินแดนด้านใต้ ว่าในตอนนี้ยังมีเพิ่มอีกหนึ่งคน ท่ามกลางกลุ่มผู้ถูกเลือก!


ก่อนหน้านี้ โชคชะตาอาจจะไม่รู้ว่า เมิ่งฮ่าวจะกลายเป็นจุดศูนย์กลางของความสนใจ ผู้ฝึกตนมากมายจะได้ยินเรื่องราวของเขาเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง… เรื่องของเขาและฉู่อวี้เยียน ข่าวลือจะแพร่กระจายออกไปราวไฟลามทุ่ง ทั่วทั้งดินแดนด้านใต้


เมิ่งฮ่าวจะกลายเป็นสิ่งที่น่าอิจฉา สำหรับผู้ฝึกตนบุรุษมากมายจนนับไม่ถ้วน แน่นอนว่า เขาต้องกลายเป็นจุดสนใจของผู้ฝึกตนหญิงสาวมากมาย ตอนนี้ เขาได้กลายเป็นเรื่องอื้อฉาวที่เกี่ยวข้องกับสี่สาวงามในดินแดนด้านใต้ไปแล้ว ทุกคนมุ่งความสนใจไปที่เขาในตอนนี้


ในเวลาเดียวกันนั้น คนที่ไม่เคยรู้เรื่องของเมิ่งฮ่าว ที่เกี่ยวข้องกับสำนักจื่อยิ่นในแคว้นจ้าวก่อนหน้านี้ ก็ต้องรู้เกี่ยวกับมันอย่างแน่นอนในตอนนี้ ชื่อของเมิ่งฮ่าวจะเป็นที่รู้จักกันไปทั่วมากขึ้นเรื่อยๆ


อันที่จริง ถ้ามีใครรู้เกี่ยวกับความแค้นระหว่างสำนักชิงหลัวและเมิ่งฮ่าว หรือรู้ว่าเขาได้ครอบครองขุมทรัพย์เซียนโลหิต เขาก็จะกลายเป็นผู้ฝึกตนที่มีชื่อเสียง เป็นที่รู้จักในดินแดนด้านใต้ทั้งหมดอย่างแน่นอน ยิ่งไปกว่านั้น ในตอนนี้ เขายังสามารถกวาดล้างผู้ถูกเลือก และโค่นล้มเต้าจื่อได้อย่างง่ายดาย


วันนี้เป็นเพียงสัญญาณแรกของสิ่งที่จะมาถึง นั่นก็คือ เมิ่งฮ่าวกำลังตัดแบ่งดินแดนด้านใต้!


เวลาผ่านไป สีหน้าเมิ่งฮ่าวราบเรียบเหมือนเช่นเคย ไปข้างหน้าเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่อง ด้านหลังเขา ผู้ฝึกตนมากมายกำลังเริ่มหมดความอดทน บุรุษเยาว์วัยจากสำนักจื่อยื่น มองดูเมิ่งฮ่าวดูดซับลมปราณอย่างช้าๆ และมันก็ขมวดคิ้ว ไม่อาจยอมรับสถานการณ์เช่นนี้ได้อีกต่อไป มันพุ่งตรงขึ้นไป


มันตบไปที่ถุงสมบัติ และทันใดนั้น ยันต์อาคมแปดแผ่นก็หมุนวนไปรอบๆ ตัว แสงเจิดจ้าปรากฎขึ้น ยันต์อาคมกลายเป็นเวทป้องกัน พร้อมเสียงร้องอย่างมีชัย มันพุ่งตรงขึ้นไป ผ่านเมิ่งฮ่าว และเข้าไปยังชั้นต่อไป


ผู้ฝึกตนขั้นวิญญาณแรกก่อตั้งสำนักจื่อยิ่น กล่าวถึงอย่างเรียบๆ "นี่เป็นผู้ถูกเลือกจากสำนักจื่อยิ่น หลิวเกา พื้นฐานฝึกตนของมันไม่ธรรมดา ยันต์อาคมทั้งแปดของมัน สามารถลดแรงกดดันใดๆ ได้ถึงแปดในสิบส่วน" แม้ในขณะที่คำพูดหลุดออกมาจากปาก ใบหน้าของมันทันใดนั้นก็เริ่มน่าเกลียดขึ้นในทันที


ทันทีที่หลิวเกาพุ่งผ่านเมิ่งฮ่าว และเข้าไปในพื้นที่ต่อไป ร่างของมันก็เริ่มสั่นไปมา ใบหน้าตรึงเครียด และโลหิตก็กระจายออกมาจากปาก ร่างของมันสั่นราวกับตกอยู่ภายใต้การโจมตี ทุกคนมองดู ขณะที่มันกู่ร้องออกมา และพยายามที่จะฝืนทน เมิ่งฮ่าวส่งเสียงกระแอมไอออกมา เขาหยุดนิ่งอยู่สักพัก มองขึ้นไป และรอคอย


หลังจากผ่านไปไม่กี่อึดใจ ศิษย์สำนักจื่อยิ่นก็กระอักโลหิตออกมามากขึ้น ทีละแผ่น ทีละแผ่น ยันต์อาคมทั้งแปดของมันแหลกสลายไป พร้อมเสียงแผดร้องอย่างน่าอนาถใจ มันตกลงไปในทะเลด้านล่าง หลังจากนั้นก็โผล่ขึ้นมา ใบหน้าซีดขาว และเริ่มทะยานขึ้นมาอีกครั้ง ใช้เวลาไม่นาน มันก็มาอยู่ในกลุ่มคนที่อยู่ด้านล่างเมิ่งฮ่าว มันจ้องขึ้นมาด้วยความหวาดกลัว และความนับถือ


ทุกคนมองไปยังเมิ่งฮ่าวอย่างครุ่นคิด เขากระแอมไออีกครั้ง และพุ่งขึ้นไป ดูดซับลมปราณไปตลอดรายทาง


ไม่มีใครกล้าพยายามจะผ่านเขาไปอีก พวกมันทำได้เพียงแค่ติดตามไปอย่างหมดหนทาง เวลาผ่านไปขณะที่เมิ่งฮ่าวทะลวงผ่านชั้นอื่นๆ ต่อไป ตอนนี้ เสาแห่งเต๋าต้นที่ห้าของเขา ก่อตัวไปแล้วเจ็ดในสิบส่วน


ยิ่งเขามุ่งหน้าไปไกลมากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งต้องการลมปราณเพิ่มมากขึ้น ก่อนจะนานไปกว่านี้ เมิ่งฮ่าวก็อยู่ห่างจากส่วนยอดของต้นไม้ยักษ์ประมาณหนึ่งพันจ้าง


ดวงตาหวังเถิงเฟย สาดประกาย และหวังโหย่วฉายก็ไม่พูดอะไร ดวงตาของมันเจิดจ้า ความคาดหวังปกคลุมใบหน้าเจ้าอ้วน มันไม่เคยคิดจะพยายามผ่านเมิ่งฮ่าวไป แต่ก็จ้องมองว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น เมื่อเมิ่งฮ่าวไปถึงจุดสูงสุดนั้น


ไม่เพียงแต่ผู้ฝึกตนจะมีดวงตาส่องประกาย สูงขึ้นไปในชั้นกลุ่มเมฆ ผู้พิสดารจากห้าสำนักและสามตระกูล รวมถึงสมาชิกตระกูลซ่งทั้งหมด ต่างก็เพ่งมองไปยังเมิ่งฮ่าว ถึงแม้ว่าทุกคนจะไม่ได้คาดหวังในตัวเขา ก่อนการเข้าร่วมคัดเลือกบุตรเขยของตระกูลซ่ง แต่เมื่อมาถึงจุดนี้ ทุกคนก็มองไปที่เขาอย่างคาดหวังด้วยความกระตือรือร้น


พร้อมรอยยิ้ม ซ่งเทียนกล่าว "ที่จุดบนสุดของต้นไม้ ยังมีการทดสอบสุดท้าย ด้วยผู้กล้าของสำนักและตระกูลต่างๆ ก็ยากที่จะบอกว่าใคร… จะสามารถผ่านการทดสอบสุดท้ายนี้ได้"


หนึ่งในผู้ฝึกตนขั้นวิญญาณแรกก่อตั้งหัวเราะและกล่าวว่า "ข้าเคยได้ยินว่า ส่วนหนึ่งของประเพณีการคัดเลือกบุตรเขยของตระกูลซ่ง ได้เกี่ยวข้องกับการทดสอบที่ยากมาก ข้าอยากรู้นักว่าการทดสอบนี้คืออะไร ท่านผู้อาวุโสซ่ง สามารถจะบอกกล่าวให้ฟังสักเล็กน้อยได้หรือไม่?"


"นั่นก็ใช่แล้ว" ผู้ฝึกตนขั้นวิญญาณแรกก่อตั้ง สำนักจินหานกล่าว "ข้าก็เคยได้ยินเรื่องนี้เช่นเดียวกัน ท่านผู้อาวุโสซ่ง ช่วยบอกพวกเราบ้างได้หรือไม่? พวกเราทุกคนอยากรู้"


ทุกคนดูเหมือนจะสนใจเป็นอย่างมาก ที่จะได้ยินเกี่ยวกับการทดสอบครั้งสุดท้าย


ปรมาจารย์ตระกูลซ่ง ซ่งเทียนหัวเราะเสียงดัง จากนั้น ก็มองไปยังบุรุษวัยกลางคน ซึ่งนั่งอยู่ด้านขวาของมัน "มู่ชิว พวกเรากำลังคัดเลือกสามีให้กับบุตรีของท่าน ทำไมท่านถึงไม่อธิบายการทดสอบขั้นสุดท้ายนี้?"


บุรุษวัยกลางคนหน้าตาหล่อเหลา และดูร่าเริง เมื่ได้ยินคำพูดของปรมาจารย์ มันก็ประสานมือด้วยความเคารพ จากนั้นก็มองไปยังกลุ่มคน สายตาสาดประกายราวสายฟ้า จากนั้น มันก็ชำเลืองมองไปยังซ่งเจี๋ย ความอบอุ่น ความรัก ก็เต็มอยู่บนใบหน้าของมัน


เสียงของมันราบเรียบ ซ่งมู่ชิว กล่าว "การทดสอบครั้งสุดท้าย ในการคัดเลือกบุตรเขยครั้งนี้ แตกต่างจากการทดสอบของคนรุ่นก่อนอยู่เล็กน้อย นี่เป็นการทดสอบจิตแห่งเต๋าของผู้ฝึกตน!"


ผู้ฝึกตนขั้นวิญญาณแรกก่อตั้งขมวดคิ้ว


ผู้อาวุโสฝานจากสำนักกูตู๋เจี้ยนขมวดคิ้ว และดื่มสุราลงไป "เรื่องของจิตแห่งเต๋า แม้แต่พวกเราก็ยังไม่ชัดเจน นับประสาอะไรกับเจ้าเด็กพื้นฐานลมปราณเหล่านั้น"


"นั่นถึงเป็นเหตุผลที่ทำไมการทดสอบครั้งนี้ถึงได้พิเศษเฉพาะ" ซ่งมู่ชิวกล่าวตอบ "ผู้อาวุโสฝานกล่าวได้ถูกต้อง จิตแห่งเต๋าเป็นเรื่องลี้ลับ และยากหยั่งถึง จริงๆ แล้ว ตระกูลซ่งเชื่อว่า หนึ่งในสิ่งสำคัญที่สุดของจิตแห่งเต๋า ก็คือการที่ถูกกำหนดโดยบุคลิกส่วนตัว และพฤติกรรม เมื่อรวมทั้งสองอย่างนี้เข้าด้วยกัน ก็จะกลายเป็นความดื้อรั้นของบุคคล… นั่นก็คือจิตแห่งเต๋า ดังนั้น ถึงแม้ว่า การทดสอบของวันนี้จะไม่ได้ข้อสรุป มันก็จะบอกพวกเราได้ว่าจะเป็นอะไร จริงๆ แล้ว มันได้เกี่ยวข้องกับจิตแห่งเต๋า การทดสอบนี้ แท้จริงก็คือทางเลือก!" หลังจากที่พูดออกไปมากมาย ซ่งมู่ชิวก็ปิดปากของมัน และไม่ยอมพูดมากไปกว่านี้


ทุกคนต่างก็จมลงไปในห้วงความคิด สำหรับซ่งเจี๋ย นางมองไปยังเมิ่งฮ่าวภายในกลุ่มเมฆกระแสน้ำวนต่อไป อยากรู้ว่าทางเลือกอะไร ที่เขาจะเลือกในช่วงการทดสอบครั้งสุดท้าย…


ดวงตาซ่งอวิ๋นซู สาดประกาย ขณะที่มองไปยังกลุ่มเมฆกระแสน้ำวนอย่างเงียบๆ มันเป็นเต้าจื่อของตระกูลซ่ง และขณะที่มันมองเมิ่งฮ่าว ความรู้สึกไม่สบายใจก็พุ่งขึ้นมาในจิตใจ มันคุ้นเคยกับการปกปิดอารมณ์ความรู้สึก ด้วยการแสดงสีหน้าที่เยือกเย็น แต่มันก็อยากรู้ว่า เมิ่งฮ่าวจะเลือกอะไรเป็นอย่างยิ่ง


"ด้วยการเป็นเต้าจื่อของตระกูลซ่ง ข้าสามารถไปทดสอบตัวเองล่วงหน้า ทางเลือกของข้า…" ซ่งอวิ๋นซูตกอยู่ในห้วงภวังค์ความคิด มันเพียงทำสำเร็จในความพยายามครั้งที่สองของมัน ความสำเร็จเช่นนั้น ทำให้มันได้รับคำสรรเสริญเยินยอจากท่านปรมาจารย์ซ่งเทียนอย่างมากมาย


พร้อมรอยยิ้ม ปรมาจารย์ซ่งเทียนกล่าว "มู่ชิว พูดให้ฟังดูซับซ้อน การทดสอบครั้งสุดท้ายก็คือ ทางเลือก และเป็นการทดสอบความเห็น ข้าขอกล่าวให้ชัดเจนว่า เต้าจื่อของตระกูลซ่งพวกเรา ได้ทำสำเร็จในความพยายามครั้งที่สองของมัน" มันชำเลืองมองไปยังซ่งอวิ๋นซู ด้วยท่าทางภาคภูมิใจ


นี่ยิ่งทำให้ทุกคนอยากรู้มากขึ้นกว่าเดิม พวกมันทั้งหมดมองกลับไปยังด้านล่าง รอคอยเมิ่งฮ่าวให้ทะลวงผ่าน พวกมันยังได้เพ่งดูกลุ่มผู้ฝึกตนด้านหลังเขาด้วย ทุกคนต่างก็รอคอยโอกาสที่จะพุ่งทะยานตรงไป


เมิ่งฮ่าวเริ่มเคลื่อนที่ด้วยความรวดเร็วเพิ่มมากขึ้นไปเรื่อยๆ ตอนนี้เสาแห่งเต๋าต้นที่ห้าของเขาก่อตัวแปดในสิบส่วน และเขาก็ยิ่งต้องการลมปราณมากขึ้นกว่าก่อนหน้านี้ เขายังจำได้ถึงภาพอันน่ากลัว เมื่อเขาได้ก่อตั้งเสาแห่งเต๋าต้นล่าสุด เมิ่งฮ่าวต้องการรู้ให้แน่ว่า มีลมปราณอย่างเพียงพอในสถานที่แห่งนี้ ก่อนที่เขาจะก้าวไปถึงจุดที่ไม่อาจหวนกลับ


มิเช่นนั้น เมื่อจุดวิกฤติได้มาถึง เขาก็ไม่มีทางเลือก นอกจากต้องกลืนกินผู้ฝึกตนคนอื่นๆ นั่นเป็นเส้นทางที่เมิ่งฮ่าวไม่ต้องการจะเดินไป


ด้วยความรอบคอบ แต่ก็รวดเร็ว เขาดูดซับลมปราณ มุ่งหน้าต่อไป ทิ้งลมปราณบางส่วนไว้เบื้องหลัง และเคลื่อนที่ไปยังชั้นต่อไป เขาเข้าไปใกล้ยังจุดสูงสุดของต้นไม้อย่างรวดเร็ว แต่เพราะเขาได้ทิ้งลมปราณบางส่วนไว้เบื้องหลัง ผู้ฝึกตนที่ด้านหลังเขา ทันใดนั้น ก็เผชิญกับแรงกดดันที่ต้านไว้ ทำให้ไม่มีทางเลือก นอกจากต้องเคลื่อนที่ช้าลง


พวกมันย่ำเท้าไปอย่างหมดท่า ในตอนนี้ พวกมันและเมิ่งฮ่าวก็ยิ่งห่างไกลกันมากขึ้น ดวงตาหวังเถิงเฟยแดงก่ำโดยสิ้นเชิง มันไล่ตามไปอย่างบ้าคลั่ง


เมิ่งฮ่าวในตอนนี้ อยู่ห่างจากจุดบนสุดของต้นไม้เพียงแค่ห้าร้อยจ้าง


สามร้อยจ้าง สองร้อยจ้าง หนึ่งร้อยจ้าง… ห้าสิบจ้าง สิบจ้าง… เมิ่งฮ่าวทะยานขึ้นไป ข้ามผ่านช่องว่างสุดท้าย ไปยืนอยู่บนจุดสูงสุดของต้นไม้


ในตอนนี้ ดวงตาทุกคู่ต่างก็มองไปที่เขา!


ตอนที่ 197 คัมภีร์สุดยอดวิญญาณ!

ในตอนนี้ปรมาจารย์ตระกูลซ่ง และซ่งเหล่าไกว้ ต่างก็จ้องไปยังเมิ่งฮ่าว อันที่จริง โดยไม่มีข้อยกเว้น สมาชิกตระกูลซ่งทั้งหมด ในชั้นกลุ่มเมฆ ต่างก็มองไปที่เขา


ความสนใจของผู้ฝึกตนขั้นวิญญาณแรกก่อตั้งของห้าสำนัก และสามตระกูล ทั้งหมดต่างก็จ้องนิ่งไปที่เขาเช่นเดียวกัน


การที่สามารถรวบรวมความสนใจได้มากเช่นนี้ ก็แสดงให้เห็นถึงชื่อเสียงของเมิ่งฮ่าว ที่ตอนนี้โด่งดังไปทั่วทั้งดินแดนด้านใต้


สมาชิกของตระกูลซ่ง เช่น ซ่งอวิ๋นซู รวมถึงหานเป้ย หลี่ซือฉี หลี่เต้าอี… ความสนใจของทุกคน ได้มุ่งไปที่เมิ่งฮ่าวเพียงคนเดียว


ผู้ถูกเลือกจากสำนักและตระกูลต่างๆ ต่างก็สับสนและทำอะไรไม่ถูก คิดกันไปต่างๆ นาๆ มองขึ้นไปยังเมิ่งฮ่าว หวังเถิงเฟย เจ้าอ้วน หวังโหย่วฉาย เชียนสุ่ยเหิน หลู่ซ่ง…


ด้านบนของต้นไม้ ณ จุดสูงสุดของโลกแห่งนี้ เมิ่งฮ่าวยืนอยู่ที่นั่นอย่างโดดเดี่ยว เป็นจุดรวมของสวรรค์ทั้งหมด


ทันทีที่เขาก้าวเท้าขึ้นไปยังด้านบนสุดของต้นไม้ เขาก็รู้สึกได้ว่า ลมปราณอันไร้ขอบเขตในบริเวณนั้น กำลังถูกดูดตรงมาที่เขา มันเพียงพอที่จะสร้างเสาแห่งเต๋าต้นที่ห้าของเขาได้อย่างแน่นอน ไกลออกไปด้านล่างจุดสูงสุดของต้นไม้ ทะลที่กว้างใหญ่นั้นก็ดูเหมือนจะเล็กลง ตอนนี้มันดูเหมือนกระจก


เลยขอบของกระจกไม่มีสิ่งใดๆ… โลกแห่งนี้ไร้ขอบเขต อันที่จริง ในท่ามกลางไม่มีอะไร สามารถมองเห็นตัวอักษรลายพู่กัน ลอยอยู่เลือนลาง


เจตจำนงโบราณของต้นเจี้ยนมู่ นับถือความแข็งแกร่งของมัน จดจำความตั้งใจของมัน วาดในจุดที่ต้นเจี้ยนมู่ทำลายตัวมันเอง


มีสามตัวอักษรเขียนด้วยลายมือ สุ่ยตงหลิว


"สุ่ยตงหลิว… เป็นไปได้หรือไม่ว่าทั่วทั้งโลกแห่งนี้เป็น… ภาพวาด?" ดวงตาเมิ่งฮ่าวสาดประกาย ขณะที่เขาจ้องไปยังตัวอักษรเหล่านั้น เขาสูดลมหายใจลึกๆ ปล่อยให้ลมปราณไหลเข้าไปในร่าง ทันทีที่เสาแห่งเต๋าต้นที่ห้าของเขาก่อตัวได้เก้าในสิบส่วน ร่างคนทันใดนั้นก็ปรากฎขึ้นตรงหน้าเขา!


เป็นบุรุษชรา ซึ่งมีบุคลิกท่าทางราวเซียนอมตะ สวมใส่ชุดยาวสีเทา และยากที่จะบอกว่ามีอายุเท่าไหร่ ดูท่าทางเหมือนคนโบราณอย่างเห็นได้ชัดเจน ถึงแม้จะไม่อาจบอกได้ว่า ท่านอยู่มานานเท่าไหร่แล้ว


เมิ่งฮ่าวสัมผัสไม่ได้ถึงระลอกคลื่นพลังของชายชราผู้นี้ ดูเหมือนเป็นมนุษย์ธรรมดาทั่วไป ไม่ใช่ผู้ฝึกตน แต่เมื่อพิจารณาถึงท่าทางโบราณของท่าน แล้วท่านจะเป็นมนุษย์ทั่วไปได้อย่างไร?


ชายชรามองดูเมิ่งฮ่าว ด้วยใบหน้าราบเรียบ และเต็มเปี่ยมไปด้วยความมีสง่าราศรี ดูเหมือนว่า แม้แต่สวรรค์ก็คงจะต้องหลบหนีไปถ้ามาอยู่ตรงเบื้องหน้าท่าน


ชายชรากล่าวขึ้น ด้วยเสียงราบเรียบ "สวรรค์มิใช่สวรรค์ ปฐพีมิใช่ปฐพี ดวงดาวคงอยู่ชั่วนิรันดร์ และเต๋าก็จะเป็นเช่นนั้นตลอดไป!" ท่านพูดอย่างอ่อนโยน เหมือนกับเส้นผมของท่านที่ลอยไปมารอบๆ ร่างกาย "สถานที่แห่งนี้ไม่ได้เป็นของสวรรค์ หรือปฐพี ภาพวาดของต้นเจี้ยนมู่ ประกอบไปด้วยความทรงจำที่ไหลเวียนอย่างไม่รู้จบ ดื่มมันลงไป และเต๋าอันยิ่งใหญ่ที่เบื้องหน้าเจ้า จะนำเจ้าไปสู่จุดสูงสุด เลือกเส้นทางที่จะเข้ามาหาข้า" ทันใดนั้น เส้นทางคดเคี้ยวราวอสรพิษเก้าสาย ก็ปรากฎขึ้นท่ามกลางใบที่บิดเบี้ยวของยอดไม้ เส้นทางทั้งหมดตรงไปยังชายชรา ซึ่งยืนอยู่ที่ด้านบนขึ้นไปไม่กี่ร้อยจ้าง


แต่ละเส้นทางนำไปสู่จุดหมายปลายทางเดียวกัน ชายชราผู้นั้น


ชายชรายกมือขึ้น ตรงกลางระหว่างนิ้วของท่านมีไข่มุกขนาดเท่านิ้วหัวแม่มืออยู่ "เลือกเส้นทางตรงมาหาข้า และนำไข่มุกไป ถ้าเลือกผิด เจ้าต้องเริ่มต้นใหม่"


ไข่มุกเป็นสีขาว และดูเหมือนจะประกอบไปด้วยโลกทั้งหมด ซึ่งอยู่ในส่วนลึกด้านในของมัน เมื่อมองไปที่มัน เมิ่งฮ่าวสังเกตเห็นว่ามันไม่ได้มีรูปร่างทรงกลม แต่ด้วยเหตุผลบางอย่าง ทำให้มันดูเหมือนจะมีรูปร่างสี่เหลี่ยมลูกบาศก์ ดูแปลกประหลาดเป็นอย่างยิ่ง


ทันใดนั้น เมิ่งฮ่าวสัมผัสได้ว่าดอกปี่อ้านสามสีในร่างเขา กำลังถูกสะกดข่มอยู่เล็กน้อย


"เก้าเส้นทาง และข้าต้องเลือกหนึ่ง…" เขาขมวดคิ้ว ในเวลานี้ หวังเถิงเฟย และคนอื่นๆ ก็เข้ามาใกล้ แต่พวกมันก็ไม่สามารถก้าวเท้าขึ้นมาที่ด้านบนของต้นไม้ ดูเหมือนจะมีพลังที่มองไม่เห็น ป้องกันไม่ให้มีมากกว่าหนึ่งคน อยู่ที่ด้านบนสุดของต้นไม้นี้


เมิ่งฮ่าวครุ่นคิดอยู่สักพัก ขณะที่เขามองไปยังเส้นทางทั้งเก้า เขาไม่มีเบาะแสที่จะเลือกเส้นทางเหล่านั้น มองขึ้นไปยังชายชราที่ด้านบน จากนั้นดวงตาก็เปล่งประกาย ชายชรากำลังถือไข่มุกด้วยสามนิ้ว! หลังจากคิดอยู่สักครู่ เมิ่งฮ่าวก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ จากนั้นก็เดินตรงไปบนเส้นทางที่สาม


ทันทีที่เท้าของเขาเหยียบลงไปบนเส้นทางนั้น โลกก็ดูเหมือนจะพลิกกลับด้าน เสียงกระหึ่มดังเต็มอยู่ในหู และทุกสิ่งทุกอย่างก็เริ่มเลือนลางไปสักพัก เมื่อทุกอย่างเริ่มมองเห็นได้ชัดเจน เขาก็พบว่า ในตอนนี้ เขาอยู่ที่ด้านล่างของต้นไม้!


เขาอยู่ห่างจากพื้นผิวทะเลเพียงแค่ไม่กี่ร้อยจ้าง กำลังล่วงตกลงมา จิตใจหมุนเคว้งคว้าง และเขาก็บังคับตัวเองให้หยุด มองขึ้นไป เห็นหวังเถิงเฟยกำลังไต่ขึ้นไปที่จุดบนสุดของต้นไม้


"ข้าเลือกผิด ดังนั้นต้องเริ่มต้นใหม่…" เขาขมวดคิ้ว การเลือกเส้นทาง ดูเหมือนจะเกี่ยวข้องกับการเดาสุ่มอยู่เล็กน้อย ถ้าเลือกเส้นทางหนึ่ง ไปเรื่อยๆ ทีละหนึ่งเส้นทางจะเป็นอย่างไร?


เมิ่งฮ่าวพึมพำกับตัวเองอยู่สักพัก จากนั้น ดวงตาก็แวบขึ้น เมื่อเห็นหวังเถิงเฟยตกลงมาจากด้านบนของต้นไม้ราวกับดาวตก มันก็เลือกผิดเช่นกัน และต้องเริ่มต้นใหม่ ที่ทะเลด้านล่างต้นไม้


เมิ่งฮ่าวทะยานขึ้นไป มุ่งหน้าตรงไปยังด้านบนสุดของต้นไม้ด้วยความรวดเร็ว ชั่วเวลาธูปไหม้หมดไปครึ่งดอก เขาก็อยู่ห่างจากด้านบนสุดน้อยกว่าหนึ่งพันจ้าง ในช่วงเวลานั้น เขาก็เห็นผู้ฝึกตนมากกว่าสิบคน ตกลงไปที่ทะเลด้านล่าง


ในเวลาเดียวกันนั้น สูงขึ้นไปยังชั้นกลุ่มเมฆ ผู้ฝึกตนขั้นวิญญาณแรกก่อตั้ง มองดูพร้อมกับขมวดคิ้วไปด้วย เมื่อได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นนั้น พวกมันก็ส่งเสียงพูดคุยกัน


"เก้าเส้นทาง แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าต้องเลือกเส้นทางไหน… ? คงต้องสังเกตดูด้วยความรอบคอบ คำตอบไม่ได้อยู่ในความโชคดี แต่ขึ้นอยู่กับชายชราผู้นั้น!"


"ไม่มีคลื่นพลังกระจายออกมาจากร่างของชายชราผู้นั้น บางทีคำตอบอาจจะซ่อนอยู่ในคำพูดที่มันได้พูดไว้…"


"ไม่ต้องสงสัยเลยว่า การทดสอบนี้ต้องใช้การสังเกตดูอย่างรอบคอบ ดูเหมือนจะไม่มีคำตอบที่ชัดเจน สำหรับเต้าจื่อของตระกูลซ่ง ซึ่งได้ผ่านการทดสอบนี้ในครั้งที่สอง จริงๆ แล้วก็คู่ควรกับการยอมรับเป็นอย่างยิ่ง"


หานเป้ยมองไปยังภาพที่กำลังเกิดขึ้นบนต้นไม้ ดวงตานางส่องประกายด้วยความสนใจ หลังจากครุ่นคิดอยู่สักครู่ นางก็พูดขึ้น "เส้นทางที่สี่จากด้านซ้าย!"


ดวงตาหลี่เต้าอีแวบขึ้น เมื่อได้ยินว่าเต้าจื่อตระกูลซ่ง ผ่านการทดสอบในครั้งที่สอง มันก็สัมผัสได้ถึงความรู้สึกของคู่แข่งพุ่งขึ้นมาภายใน มันกล่าวขึ้นช้าๆ "เส้นทางที่สี่จากด้านขวา เส้นทางนั้นดูธรรมดา แต่ใบไม้ที่นั่นค่อนข้างแน่นหนา ยิ่งไปกว่านั้น ชายชราก็ดูเหมือนจะหยุดชะงักเล็กน้อย หลังจากที่พูดออกมา ทุกๆ คำที่สี่!"


ดวงตาหลี่ซือฉี ส่องประกายด้วยเช่นกัน แต่นางไม่พูดอะไรออกมา ดูท่าทางตกอยู่ในภวังค์ความคิด ขณะที่จ้องไปยังเส้นทางที่เก้า


สีหน้าซ่งอวิ๋นซูสงบเรียบ แต่มันถอนหายใจอยู่ภายใน มันทำได้สำเร็จในครั้งที่สอง แต่ความเป็นจริง ทั้งหมดนั้นก็เป็นเพราะโชค จริงๆ แล้ว มันไม่รู้ว่ามันทำสำเร็จได้อย่างไร


ปรมาจารย์ซ่งเทียน หัวเราะ แต่ก็ไม่พูดจา เมื่อได้ยินเสียงพูดคุย มันก็ส่ายหน้า และเพ่งความสนใจไปจุดบนสุดของต้นไม้ เมิ่งฮ่าวกำลังเข้าไปใกล้อีกครั้ง


เมิ่งฮ่าวเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว และหนึ่งพันจ้างก็ผ่านไปราวสายลม คนที่เหลืออยู่ด้านบนสุดของต้นไม้ก็คือ เจ้าอ้วน และคนอื่นๆ จากสำนักจินหาน เมื่อเห็นเมิ่งฮ่าวใกล้เข้ามา เจ้าอ้วนก็เปิดทางให้เขาในทันที


เมิ่งฮ่าวพยักหน้า บุคคลอื่นที่ด้านบนล้มเหลวเช่นกัน หลังจากร่างเมิ่งฮ่าวแวบขึ้น และปรากฎเป็นครั้งที่สองบนจุดสูงสุดของต้นไม้ ครั้งนี้ เสาแห่งเต๋าต้นที่ห้าของเขาก่อตัวขึ้นมากกว่าเก้าในสิบส่วน มีลมปราณเหลืออยู่ไม่มากนัก แต่เมิ่งฮ่าวก็แน่ใจว่า มันเพียงพอที่เขาจะสร้างเสาแห่งเต๋าได้เสร็จสมบูรณ์


เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ขณะที่ยืนอยู่ที่จุดบนสุดของต้นไม้ จ้องไปยังชายชรา จากนั้นก็นึกถึงคำพูดของท่านอีกครั้ง ขณะที่เขามองไปยังเส้นทางเหล่านั้นอีกครั้ง จากนั้น เขาก็ก้าวเท้าไปบนเส้นทางที่สี่!


เขาได้เลือกเส้นทางเดียวกับหานเป้ย!


อย่างไรก็ตาม เมื่อเขาย่างเท้าลงไป ทุกสิ่งทุกอย่างก็พลิกกลับด้าน และเขาก็ตกลงไปยังทะเลด้านล่างต้นไม้อีกครั้ง


"ข้าชักจะเริ่มไม่ชอบสถานที่นี้แล้วจริงๆ!" เขาคิด ดวงตาเต็มไปด้วยทั้งความสับสนและความมุ่งมั่น


ผู้ถูกเลือกทั้งหมดจากสำนักและตระกูลต่างๆ ซึ่งได้เลือกพลาดไปแล้วครั้งหนึ่ง ตอนนี้ก็ได้พยายามต่อไปเป็นครั้งที่สอง และทีละคน ทีละคน พวกมันพลาด ตกลงมาเหมือนเมิ่งฮ่าว


เมิ่งฮ่าวทะยานขึ้นไป พยายามเป็นครั้งที่สาม


ในเวลานี้ ทุกคนต่างก็มองมาด้วยสีหน้าแปลกๆ พวกมันทั้งหมดต่างก็จมอยู่ในความครุ่นคิด พยายามที่จะค้นหาว่าพวกมันมองข้ามอะไรไป เส้นทางไหนที่ถูกต้องกันแน่?


การพูดคุยดังออกมามากขึ้น ท่ามกลางผู้ฝึกตนขั้นวิญญาณแรกก่อตั้ง


"สถานที่นี้ช่างลึกลับนัก เด็กเหล่านี้ต่างก็ใช้โอกาสไปแล้วสองครั้ง และระหว่างพวกมันทั้งหลาย ก็ได้พยายามเลือกเส้นทางที่เก้า"


"เห็นได้ชัดว่า เส้นทางที่ถูกต้องได้เปลี่ยนไป เส้นทางนั้นไม่ได้อยู่คงที่ ดูเหมือนต้องมีโชคอยู่เล็กน้อยในการเลือกเส้นทาง"


หานเป้ยขมวดคิ้ว เพ่งมองต่อไป ตอนนี้ นางเริ่มคิดหนทางอื่น ว่าเส้นทางไหนจะเป็นเส้นทางที่ถูกต้อง


"ไม่จำเป็นต้องร้อนใจไป เหล่าสหายเต๋า" ปรมาจารย์ซ่งเทียนกล่าว มันหัวเราะออกมา "การค้นหาเส้นทางที่ถูกต้อง แต่ละคนต้องสังเกตดูอย่างรอบคอบ มันขึ้นอยู่กับจิตแห่งเต๋าของพวกมันทั้งหมดด้วย"


ด้านบนสุดของต้นไม้ยักษ์ ด้านล่างกลุ่มเมฆกระแสน้ำวน เมิ่งฮ่าวพุ่งกลับขึ้นไป ตอนนี้เขาอยู่ห่างจากด้านบนสุดของต้นไม้ประมาณสามพันจ้าง ทันใดนั้น เสาแห่งเต๋าของเขาก็มาถึงจุดที่ใกล้จะเสร็จสมบูรณ์อีกเล็กน้อย ปรากฎการณ์เดียวกับที่เคยปรากฎขึ้นในตระกูลเซี่ยว ก็เริ่มเกิดขึ้นอีกครั้ง


ร่างของเขาเริ่มแห้งเหี่ยวลงในทันที โชคดี ที่มีลมปราณอยู่มากมายในสถานที่แห่งนี้ แรงดึงดูดอันดื้อด้านของเสาแห่งเต๋าเริ่มดูดซับลมปราณทั้งหมดเข้าไป ไม่ว่าลมปราณนั้นจะอยู่ห่างไกลแค่ไหน มันก็ยังคงพุ่งตรงเข้ามาหาเมิ่งฮ่าว


ใบหน้าของเขาแดงก่ำ ขณะที่รู้สึกว่าพื้นฐานฝึกตนกำลังไต่ระดับขึ้นไป เขาพุ่งขึ้นไป และในไม่ช้า ก็ห่างจากจุดบนสุดเพียงหนึ่งพันจ้าง จิตใจเริ่มหมุนเคว้งคว้าง


เสียงระเบิดได้ยินออกมา และใบหน้าเมิ่งฮ่าวก็เปลี่ยนไปในทันที ลำแสงสีทองเริ่มรวมตัวกันอยู่ภายในร่าง พื้นฐานฝึกตนของเขาเริ่มโคจรหมุนเวียน ทำให้แสงนั้นส่องประกายออกมาด้านนอก ดูเหมือนมันต้องการจะปกคลุมไปทั่วโลกต้นไม้แห่งนี้!


ท่ามกลางแสงสีทอง กระแสของเครื่องหมายเวทปรากฎขึ้น ดูเลือนลางไม่ชัดเจน แต่ทันทีที่มันปรากฎ ก็ทำให้ทั่วทั้งโลกแห่งนี้ เต็มไปด้วยแสงสีทอง


ด้านบนขึ้นไป ความไม่อยากเชื่อปรากฎขึ้นบนใบหน้าของผู้ฝึกตนขั้นวิญญาณแรกก่อตั้ง ทีละคน ทีละคน ลุกขึ้นยืน "นั่นคือ…"


"คัมภีร์สุดยอดวิญญาณ!" หนึ่งในผู้ฝึกตนขั้นวิญญาณแรกก่อตั้งกล่าวอย่างกระหืดกระหอบ


ตอนที่ 198 อันดับหนึ่งในพื้นฐานลมปราณ!

ผู้ฝึกตนขั้นวิญญาณแรกก่อตั้ง ไม่อาจจะรักษาความเยือกเย็นของพวกมันไว้ได้ เริ่มพูดขึ้นมาทีละคน ดวงตาส่องประกายด้วยแสงเจิดจ้าอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน


"นั่น… นั่นคือพลังของหนึ่งในสามคัมภีร์ต้นแบบอันยิ่งใหญ่อย่างแน่นอน แสงสีทองนั่น… มันคือสัญลักษณ์ของคัมภีร์สุดยอดวิญญาณ!!"


"เจ้าเด็กผู้นั้นฝึกฝนด้วยคัมภีร์สุดยอดวิญญาณ นั่นเป็นคัมภีร์ที่ถูกคาดคะเนว่าได้หายไปหลายปีมาแล้ว มีเพียงบางส่วนที่เหลืออยู่ เจ้าเด็กนั่นได้คัมภีร์ทั้งหมดมาได้อย่างไร!?!?"


"เท่าที่ดู มันได้ครอบครองตำรารวบรวมลมปราณ ของคัมภีร์สุดยอดวิญญาณ ซึ่งคาดว่า ได้ปรากฎขึ้นเมื่อหลายร้อยปีมาแล้วในแคว้นจ้าว และถูกใช้โดยบุรุษที่เรียกว่า ปรมาจารย์เอกะเทวะ พลังฝึกตนของมันช่างลึกล้ำจนยากหยั่งถึงนัก…"


สายตาของพวกมันมองไปยังเมิ่งฮ่าว แต่สิ่งที่พวกมันมุ่งความสนใจไปจริงๆ แล้วก็คือคัมภีร์สุดยอดวิญญาณ!!


พวกมันทุกคนสามารถที่จะบดขยี้เมิ่งฮ่าวด้วยเพียงดรรชนีเดียว ราวกับเขาไม่มีความหมายใดๆ เขาต้องไม่อาจโจมตีกลับมาได้แม้แต่น้อย ซึ่งใครก็ตามในพวกมันจัดการเมิ่งฮ่าวได้ ก็จะได้ครอบครองคัมภีร์สุดยอดวิญญาณอย่างแท้จริง


ตัวอักษรเหล่านั้นมีประโยชน์อย่างสุดที่จะพรรณนาได้สำหรับสำนักใดๆ ก็ตาม ใครที่ได้ครอบครอง ก็จะเป็นผู้ที่สามารถกวาดไปทั่วทั้งดินแดนด้านใต้ได้ตามอำเภอใจ


สำนักนั้นจะกลายเป็นสำนักที่ไร้เทียมทาน และกลายเป็นผู้นำของดินแดนด้านใต้!


แล้วผู้ฝึกตนวิญญาณแรกก่อตั้งเหล่านี้ จะไม่ตื่นเต้นได้อย่างไร? ถึงแม้เมิ่งฮ่าวจะกลายเป็นบุตรเขยของตระกูลซ่ง พวกมันก็ยังคงไล่ตามเขาโดยไม่คำนึงถึงทุกสิ่งอย่างบ้าคลั่งโดยไม่ต้องสงสัย!


ยิ่งไปกว่านั้น เมิ่งฮ่าวในตอนนี้ก็ยังไม่ได้เป็นสมาชิกของตระกูลซ่ง และเป็นเพียงแค่หนึ่งในผู้เข้าร่วมการคัดเลือกท่ามกลางคนอื่นๆ เท่านั้น


มันยังไม่เหมาะสมที่จะเคลื่อนไหวในตอนนี้ แต่เมื่อไหร่ที่เมิ่งฮ่าวโผล่ออกมา ทุกสำนักและตระกูลในดินแดนด้านใต้ ต่างก็ต้องการจะจับกุมเขา ในเหตุการณ์เช่นนั้น เพื่อได้ครอบครองคัมภีร์สุดยอดวิญญาณ ชีวิตของเขาก็จะไม่สำคัญ ผู้ฝึกตนวิญญาณแรกก่อตั้งทั้งหลาย คงไม่ลังเลที่จะใช้วิชาควาญหาวิญญาณบนตัวเมิ่งฮ่าว เพื่อจะดึงเอาคัมภีร์สุดยอดวิญญาณออกมาให้ได้


ผลลัพธ์จากการใช้วิชาควาญหาวิญญาณต้องสังหารเขาไปอย่างแน่นอน!


เห็นได้ชัดว่า ทุกคนกำลังคิดอะไรกันอยู่ ดวงตาผู้ฝึกตนวิญญาณแรกก่อตั้งส่องประกาย ที่นี่คือตระกูลซ่ง แต่ในไม่ช้าหรือหลังจากนี้ ต้องมีบางคนที่เริ่มลงมือ พวกมันทั้งหมดชำเลืองมองไปยังปรมาจารย์ตระกูลซ่ง


ความลับที่เมิ่งฮ่าว ได้ครอบครองคัมภีร์สุดยอดวิญญาณถูกเปิดเผยออกมา ได้ไปกระตุ้นความอยากได้ของทุกสำนักและตระกูลขึ้นมา แต่ในแง่ของสถานที่ ตระกูลซ่งในตอนนี้ได้ประโยชน์อย่างเห็นได้ชัดเจน


ขณะที่ผู้ฝึกตนวิญญาณแรกก่อตั้งมองไปยังปรมาจารย์ตระกูลซ่ง พวกมันค่อยๆ หยิบเอาแผ่นหยกถ่ายทอดสัญญาณออกมา และใช้นิ้วบดขยี้มัน ทำให้มีข้อความส่งกลับไปยังสำนักและตระกูลต่างๆ ในทันที


ซ่งเหล่าไกว้มองภาพที่เห็นด้วยความตกใจ สมาชิกตระกูลซ่งที่เหลือทั้งหมดก็ดูเหมือนจะตกใจเช่นเดียวกัน ปรมาจารย์ซ่งเทียน ทันใดนั้น ก็ลุกขึ้นยืน ดวงตาส่องแสงลี้ลับออกมา และมันก็หายใจอย่างหนักหน่วง แต่จากนั้น มันก็นึกขึ้นได้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นภายในตระกูลก่อนหน้านี้ ตามด้วยคำเตือนที่ถูกส่งมาโดยปรมาจารย์กองหนุนเต๋า และดวงตาของมันก็เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น


"เมิ่งฮ่าวผู้นี้…" มันกล่าว "ไม่อาจตอแยได้! ใครก็ตามที่สร้างปัญหาให้มันต้องตาย!" มันโบกสะบัดแขนเสื้อ "ท่านทั้งหลาย ท่านกำลังอยู่ในตระกูลซ่ง!" คำพูดของมันดังก้องออกมาราวเสียงฟ้าคำราม ทำให้ใบหน้าของผู้ฝึกตนวิญญาณแรกก่อตั้งเคร่งเครียดขึ้น โลหิตไหลซึมออกมาจากมุมปากของพวกมัน ดวงตาสาดประกายแห่งความกลัวออกมา ขณะที่พวกมันจ้องไปยังปรมาจารย์ตระกูลซ่ง


"ไม่ว่าพวกท่านจะมีจุดประสงค์อันใด แต่นี่คืองานคัดเลือกบุตรเขยของตระกูลซ่ง" มันกล่าว ดวงตาส่องประกาย "ใครก็ตามที่ทำได้สำเร็จ ก็จะกลายเป็นบุตรเขยของตระกูลซ่ง เมื่อไหร่ที่ทุกคนโผล่ออกมา ก็จะถึงเวลาสำหรับความโลภของพวกท่าน แต่ถ้าเมิ่งฮ่าวกลายเป็นบุตรเขยของตระกูลซ่ง ก็ต้องมองว่าเป็นความต้องการแห่งสวรรค์"


"ผู้อาวุโสซ่ง พวกเราต้องทำตามคำพูดของท่านอยู่แล้ว" ผู้ฝึกตนวิญญาณแรกก่อตั้ง แห่งสำนักชิงหลัวพูดพร้อมรอยยิ้ม


กลุ่มผู้ฝึกตนวิญญาณแรกก่อตั้งที่เหลือ ต่างก็เห็นด้วยอย่างช้าๆ แสร้งทำเป็นไม่สนใจเมิ่งฮ่าว แต่ในจิตใจ พวกมันต่างก็เตรียมพร้อมสำหรับศิษย์สำนักที่จะมาถึง


ปรมาจารย์ซ่งเทียน แน่นอนว่ารู้ดีถึงเรื่องนี้อยู่แล้ว มันถอนหายใจอยู่ลึกๆ ด้านใน และไม่กล่าวอะไรเพิ่มอีก จ้องไปยังโลกสีทองที่อยู่ด้านในกลุ่มเมฆกระแสน้ำวนต่อไป


เครื่องหมายเวทปรากฎขึ้นในแสงสีทอง ซึ่งกระจายออกมาจากร่างเมิ่งฮ่าว มันไม่ใช่สิ่งอื่นนอกจากคัมภีร์สุดยอดวิญญาณ


ผู้ที่ดูอยู่ สามารถสังเกตเห็นถึงรายละเอียดของเครื่องหมายเวทเหล่านั้น แต่ไม่อาจจดจำมันได้ สิ่งเดียวที่สามารถจำได้ก็คือความเลือนลาง


ในดินแดนด้านใต้ มีคัมภีร์ต้นแบบทั้งหมดสามฉบับ มีเพียงฉบับเดียวที่ส่องประกายแสงสีทองออกมา นั่นก็คือ… คัมภีร์สุดยอดวิญญาณ!


ไม่มีการบันทึกของคัมภีร์ฉบับดั้งเดิม หรือบอกว่าใครเป็นคนสร้างมันขึ้นมา มีตำนานกล่าวถึงมากมาย แต่มีอยู่ตำนานหนึ่งเล่าว่า มันได้ถูกสร้างโดยผู้ฝึกตนที่แข็งแกร่งในขั้นค้นหาเต๋า ซึ่งได้เดินไปบนเส้นทางของเก้าขุนเขาและหนึ่งทะเล


แต่เรื่องเช่นนั้นดูเหมือนจะยิ่งใหญ่เกินไป ดังนั้น ผู้คนมากมายต่างก็ไม่ยอมเชื่อตำนานนั้น


ถ้าไม่คำนึงถึงตำนานเหล่านั้น ตำราทั้งเจ็ดของคัมภีร์สุดยอดวิญญาณ ก็ถือได้ว่าเป็นของวิเศษที่ล้ำค่าเป็นอย่างยิ่ง อันที่จริง เหตุผลที่สำนักจื่อยิ่นได้กลายมาเป็นหนึ่งในสำนักยิ่งใหญ่ ก็เพราะได้ตำราพื้นฐานลมปราณ ของคัมภีร์สุดยอดวิญญาณมาบางส่วน


เพียงแค่บางส่วนของหนึ่งในตำรา ก็สามารถกลายเป็นสำนักใหญ่ได้ จึงแสดงให้เห็นถึงความไร้ที่สิ้นสุดของคัมภีร์สุดยอดวิญญาณ!


การฝึกฝนวิชาในคัมภีร์สุดยอดวิญญาณ ในที่สุดก็ทำให้ร่างกายไปถึงจุดที่เปล่งประกายเวทคัมภีร์ออกมา นี่เป็นขั้นพิเศษ และเครื่องหมายพิเศษ!


ขั้นนี้ต้องบรรลุหลังจากสร้างเสาแห่งเต๋าได้เก้าต้นเท่านั้น มันก็จะมองเห็นได้ แต่เนื่องจากเมิ่งฮ่าวมีพื้นฐานสมบูรณ์ มีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้นที่มีเสาแห่งเต๋าห้าต้น แต่เครื่องหมายเวทก็แสดงออกมาให้เห็นในตอนนี้


แน่นอนว่า นี่เป็นเหตุการณ์ที่เกินความคาดหมายของเมิ่งฮ่าว และเกิดขึ้นโดยที่เขาไม่ทันตั้งตัว จิตใจเขาเต็มไปด้วยความระมัดระวังตัว ดึงเอาเครื่องรางนำโชคออกมา และเตรียมกระตุ้นใช้งานมันในทันที


ขณะที่คัมภีร์ลอยออกมาจากร่างกาย และแสงสีทองกระจายไปทั่วโลกแห่งนี้ ผู้ถูกเลือกจากสำนักต่างๆ ก็มองขึ้นไปที่เขาด้วยความประหลาดใจและตกใจ


เจ้าอ้วนอ้าปากค้าง และเริ่มพึมพำกับตัวมันเอง "นั่นคือเมิ่งฮ่าว มันช่างน่ากลัวเมื่ออยู่ในสำนักเอกะเทวะ จากนั้นมันก็มายังดินแดนด้านใต้ และล่อลวงฉู่อวี้เยียน ตอนนี้มันกำลังแสดงถึงพลังที่มากกว่านั้น…"


หวังโหย่วฉายจ้องไปอย่างนิ่งงันยังแสงสีทอง แต่ภายใน คลื่นแห่งความนิยมยกย่องเต็มอยู่ในจิตใจ


สำหรับหวังโหย่วฉาย มันรู้สึกราวกับว่า มันถูกกระแทกด้วยสายฟ้า ร่างของมันสั่นสะท้าน สัมผัสถึงความต้องการแข็งข้อพุ่งขึ้นมา และมันก็ถูกบังคับให้ยอมรับว่าเมิ่งฮ่าว… ไม่ใช่คนที่มันจะดูถูกได้อีกต่อไป


อันที่จริง ความหวาดกลัวได้กระจายขึ้นมาในจิตใจหวังเถิงเฟย ไม่เพียงแต่สิบปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ครั้งสุดท้ายที่ได้พบกับเมิ่งฮ่าว หลังจากนั้นอีกสิบปี เมิ่งฮ่าวจะก้าวข้ามมันไปไกลอีกเท่าไหร่? หวังเถิงเฟยไม่กล้าแม้แต่จะคิดว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นถ้าวันหนึ่ง มันยังคงอยู่ในขั้นพื้นฐานลมปราณ แต่เมิ่งฮ่าวบรรลุถึงขั้นก่อตั้งแกนลมปราณ ถ้าได้พบกันอีกครั้งในเวลานั้น อะไรจะเกิดขึ้นบ้าง… ?


ความวุ่นวายเนื่องจากสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้ เกินกว่าปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นโดยเมิ่งฮ่าว เมื่อเขาพุ่งขึ้นไปบนต้นไม้


เขาหอบหายใจขณะที่เสียงระเบิดอันรุนแรงเต็มอยู่ในร่าง เสียงระเบิดนี้เกินกว่าเสียงกระหึ่มที่เขาเคยเจอเมื่อสร้างเสาแห่งเต๋าต้นที่สี่ในตระกูลเซี่ยว มากมายจนจิตใจของเมิ่งฮ่าวสั่นสะท้าน และเนื้อตัวสั่นระรัว


เขารู้สึกถึงเสาแห่งเต๋าต้นที่ห้ากำลังเสร็จสิ้นสมบูรณ์ หลังจากไม่กี่อึดใจผ่านไป ศีรษะของเขาทันใดนั้นก็เกิดเสียงกระหึ่มกึกก้องขึ้นอีกครั้ง ในที่สุด เสาแห่งเต๋าต้นที่ห้าของเขาก็เต็มบริบูรณ์!!


เสาแห่งเต๋าต้นที่ห้าที่สมบูรณ์ของเขา!


ด้วยเสาแห่งเต๋าต้นที่ห้านี้ พื้นฐานฝึกตนของเขาก็พุ่งขึ้นไปยังจุดสูงสุดใหม่ แสงสีทองกระจายออกมาจากร่าง และเครื่องหมายเวทของคัมภีร์สุดยอดวิญญาณ ก็หมุนวนไปรอบๆ ร่างเป็นรูปวงกลม ดูเหมือนพวกมันกำลังหมอบกราบไปที่เมิ่งฮ่าว


ทุกครั้งที่เขาหายใจ ก็ทำให้เครื่องหมายเวทนั้นกระเพื่อมไปมา ทุกครั้งที่เขากระพริบตา ก็ทำให้แสงสีทองส่องประกายเจิดจ้ามากยิ่งขึ้น พื้นฐานฝึกตนของเขาพุ่งสูงขึ้นไปมากกว่าเดิม และพลังต่อสู้ก็ทะยานขึ้นไป เมิ่งฮ่าวกลายเป็นปรากฎการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน!!


ทันใดนั้น ก้อนเมฆลงทัณฑ์ก็ปรากฎขึ้นในเทือกเขาของตระกูลซ่ง และพวกมันก็ลอยอ้อยอิ่งไปมาชั่วขณะก่อนที่จะจางหายไป


เส้นผมยาวสยายของเมิ่งฮ่าวลอยพริ้วไปมา และร่างก็เต็มไปด้วยพลังอำนาจที่ยากจะอธิบายออกมาได้ ขณะที่เสียงกระหึ่มดังก้องออกมาอย่างต่อเนื่อง จิตใจของเขาก็เริ่มสั่นระรัว เขาสูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ ขณะที่สะกดข่มความรู้สึกทั้งหมดไว้ภายใน พื้นฐานฝึกตนที่ระเบิดออกมา ทำให้พลังการต่อสู้ของเขา สูงมากเกินกว่าในอดีตที่ผ่านมา


เมิ่งฮ่าวในตอนนี้รู้ดีว่า เขาสามารถกวาดล้างขั้นพื้นฐานลมปราณทั้งหมดได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะเป็นผู้ถูกเลือกหรือเต้าจื่อ พวกมันทุกคนต่างก็อยู่ใต้เขา เขามีพื้นฐานสมบูรณ์ และเสาแห่งเต๋าห้าต้น เขาได้กลายเป็นผู้ไร้เทียมทานในขั้นพื้นฐานลมปราณ


พื้นฐานทั้งหมดที่อยู่เบื้องหน้าเขา ยกเว้นพื้นฐานไร้ตำหนิ จะถูกบดขยี้โดยพื้นฐานสมบูรณ์ของเขา


ในเวลาเดียวกันนั้น ความรู้สึกลึกๆ ถึงอันตราย ก็พุ่งขึ้นมาอยู่ภายใน เขารู้ว่าทุกคนที่ด้านนอกกำลังมองดูเขาอยู่ สัญลักษณ์ของคัมภีร์ซึ่งลอยอยู่รอบๆ ตัวเขา เห็นได้ชัดว่ามาจากคัมภีร์สุดยอดวิญญาณ


เนื่องจากความรู้สึกถึงอันตราย ความมุ่งมั่นเต็มอยู่ในดวงตาเมิ่งฮ่าว ใช้นิ้วลูบไปที่เครื่องรางนำโชค พุ่งทะยานขึ้นไปข้างหน้า สถานที่นี้ไม่มีลมปราณอีกแล้ว ดังนั้น ตัวเขาซึ่งล้อมรอบไปด้วยแสงสีทอง จึงพุ่งตรงไปยังด้านบนสุดของต้นไม้


"อีกไม่นาน ทุกคนก็คงจะไล่ตามข้ามา มีเวลาเหลืออีกไม่มากแล้ว…" เมิ่งฮ่าวรู้สึกกังวล แต่ก็ยังไม่ต้องการจากไปในตอนนี้ เป้าหมายของเขา ไข่มุกสี่เหลี่ยมลูกบาศก์ ยังคงอยู่ที่นั่นรอให้เขานำมันไป จากนั้นเขาก็จะหลบหนีไปด้วยเครื่องรางนำโชค


"ถ้าเครื่องรางนี้สามารถนำข้าออกมาจากดินแดนสงบสุขโบราณได้ สถานที่แห่งนี้ก็คงไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน!" เครื่องรางนำโชคต้องใช้เวลาในการเตรียมพร้อม ดังนั้นในขณะที่เขาแผ่พลังจากพื้นฐานฝึกตนเข้าไปในเครื่องรางนั้น เขาก็พุ่งขึ้นไปด้วย ใช้ประโยชน์จากความแข็งแกร่งของเสาแห่งเต๋าทั้งห้าต้น พุ่งผ่านหนึ่งพันจ้างสุดท้าย ไปถึงด้านบนสุดของต้นไม้


ชายชราชุดยาวสีเทายืนอยู่ที่นั่น เส้นทางทั้งเก้าที่เบื้องหน้าเขา ถูกแสงสีทองทอทาบ และตอนนี้ก็ปรากฎเหมือนเป็นเส้นทางแห่งทองคำ


นี่เป็นครั้งที่สามของเมิ่งฮ่าวที่มายืนอยู่ตรงนี้ ดวงตาเขาเปล่งแสงเจิดจ้า เวลาที่เขาต้องเลือกเป็นครั้งสุดท้ายได้มาถึง เส้นทางที่เขาเลือก… ต้องเป็นเส้นทางที่เขาสร้างขึ้นมาเองเพียงเท่านั้น!!


ตอนที่ 199 เส้นทางที่สิบ!

ในตอนนี้ผู้พิสดารวิญญาณแรกก่อตั้งทุกคน ที่อยู่ด้านบนกลุ่มเมฆ มองไปด้วยสายตาที่ส่องประกาย ถ้าพวกมันไม่ได้อยู่ในตระกูลซ่ง พวกมันก็คงต้องเคลื่อนไหวไปนานแล้ว พวกมันหวาดกลัว แต่ก็เตรียมพร้อมไว้เรียบร้อย ในความคิดของพวกมัน เมิ่งฮ่าวเหมือนกับตะพาบที่อยู่ในไห เขาไม่อาจหลบหนีไป ถึงแม้จะมีปีกงอกออกมาก็ตามที


มีเพียงสิ่งเดียวที่พวกมันต้องกังวล ก็คือตระกูลซ่ง ความสำคัญของตำรารวบรวมลมปราณ แห่งคัมภีร์สุดยอดวิญญาณ เป็นเรื่องที่ยากจะอธิบาย จริงๆ แล้ว พวกมันหลายคนไม่เข้าใจว่า ทำไมสำนักต่างๆ ถึงได้ยอมให้คัมภีร์ยังคงอยู่ในสำนักเอกะเทวะ และไม่ยอมไปยึดมา…


ดวงตาพวกมันสาดประกาย ขณะที่เฝ้ามองไป พวกมันรอคอยให้เมิ่งฮ่าวออกมา และรอกำลังหนุนจากสำนักของพวกมันมาถึง


แต่… ดวงตาของผู้พิสดารวิญญาณแรกก่อตั้ง แห่งสำนักชิงหลัว ส่องประกายด้วยบางอย่างที่แตกต่างออกไป คนอื่นๆ ไม่อาจสังเกตเห็นได้ แผ่นหยกที่มันได้บดทำลายไป ประกอบไปด้วยรายละเอียดที่แตกต่างจากคนอื่นๆ มันไม่เพียงส่งข้อมูลที่เกี่ยวกับคัมภีร์สุดยอดวิญญาณออกไป แต่ยังเป็นข่าวสารที่มันได้ค้นพบเมิ่งฮ่าวด้วย


คำสั่งที่ถูกประกาศโดยปรมาจารย์แห่งสำนักชิงหลัว เพื่อค้นหาบุคคลที่นำสุดยอดความรำคาญจากไป คำสั่งนี้ไม่ได้แพร่กระจายออกไปยังภายนอก แน่นอนว่า พวกมันต้องค้นหาอย่างลับๆ เท่านั้น ดังนั้น การปรากฎของคัมภีร์สุดยอดวิญญาณ จึงไม่เป็นเรื่องดีสำหรับสำนักชิงหลัว


"ทุกสำนักในตอนนี้ ต่างก็มุ่งความสนใจไปที่มัน" ผู้ฝึกตนขั้นวิญญาณแรกก่อตั้ง สำนักชิงหลัวคิด ดวงตาส่องประกาย "ข้าจำเป็นต้องจับตัวมันให้ได้เป็นคนแรก ก่อนที่ความลับทั้งหมดของมันจะถูกเปิดเผยออกมา!" รอยยิ้มเย็นชา ปรากฎขึ้นบนใบหน้ามัน "ดินแดนสงบสุขโบราณ ไม่อาจปิดกั้นเจ้าผู้นี้ มันมีเครื่องรางนำโชคจากสำนักหรูอี้โบราณ ทำให้มันสามารถไปที่ไหนก็ได้ในโลกนี้" มีมันเพียงคนเดียว ท่ามกลางกลุ่มผู้ฝึกตนขั้นวิญญาณแรกก่อตั้ง ที่รู้ว่าชิ้นส่วนวิญญาณของต้นเจี้ยนมู่ ไม่อาจกักเมิ่งฮ่าวไว้ภายในได้ แต่มันก็ไม่ได้กังวลมากนัก เมื่อสำนักชิงหลัวรู้ว่าเมิ่งฮ่าวมีเครื่องรางนำโชค พวกมันก็มีแผนรับมือ


ด้านล่างของกลุ่มเมฆกระแสน้ำวน ในโลกของแสงสีทอง เมิ่งฮ่าวสูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ เขาจ้องไปยังชายชรานั้น ซึ่งยืนห่างออกไปเพียงสามสิบจ้างที่ด้านบนสุดของต้นไม้


พวกเขาถูกแยกจากกันด้วยเส้นทางทั้งเก้า ซึ่งส่องประกายด้วยแสงสีทอง สามเส้นทาง จริงๆ แล้ว ก็ดูเหมือนจะส่องแสงเจิดจ้ากว่าเส้นทางอื่นๆ


"ถ้าข้าเลือก..?" เมิ่งฮ่าวยืนอยู่ที่นั่นอย่างครุ่นคิดสักพัก จากนั้น แสงเย็นเยียบก็รวมตัวขึ้นภายในดวงตา เขาได้เลือกไปสองครั้งก่อนหน้านี้ และก็ล้มเหลวทั้งสองครั้ง นี่เป็นโอกาสครั้งที่สาม ถ้าเขาล้มเหลวอีกครั้ง เขาก็รู้ว่า คงไม่มีโอกาสเป็นครั้งที่สี่อีกแล้ว


อันที่จริง เมิ่งฮ่าวได้คาดเดาว่าเส้นทางไหนเป็นเส้นทางที่ถูกต้องไว้แล้ว มันเป็นเส้นทางเดิมที่เขาได้เดินไปก่อนหน้านี้ ถ้าใครต้องการจะฝึกวิถีเซียนอย่างแท้จริง คนผู้นั้นต้องมีความพากเพียรยืนกราน และไม่เปลี่ยนใจได้อย่างง่ายดาย นี่เป็นกุญแจที่จะเหยียบย่างไปบนเส้นทางทั้งเก้าที่อยู่เบื้องหน้าเขา


"แต่ทางเลือกนั้น… ไม่ใช่ทางเลือกที่เกิดจากเจตจำนงของข้า…" ดวงตาเมิ่งฮ่าวส่องประกายด้วยความเย็นชา เขาเคลื่อนตัวไปข้างหน้า ขณะที่เขาทำเช่นนั้น ผู้ฝึกตนวิญญาณแรกก่อตั้งทั้งหมด ที่อยู่ด้านบนมองมา ถึงแม้ทั้งโลกแห่งนี้จะเต็มไปด้วยแสงสีทองที่เจิดจ้า แต่สายตาของพวกมันก็สามารถเจาะผ่านแสงนั้น มองเห็นสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นได้อย่างง่ายดาย


ทันใดที่เมิ่งฮ่าวพุ่งตรงไป เสาแห่งเต๋าทั้งห้าต้นของเขาก็ระเบิดพลังอันไร้ที่เปรียบของขั้นพื้นฐานลมปราณออกมา แสงสีทองเริ่มหนาแน่นมากขึ้น และเขาก็เพิ่มความเร็วยิ่งขึ้น


แต่… เขาไม่ได้เลือกเส้นทางใดๆ ในเก้าเส้นทางนั้น เขาลอยขึ้นไปในอากาศแทน และ… พุ่งไปที่ชายชราชุดยาวสีเทาโดยตรง ทั้งหมดนี้ต้องใช้เวลาอธิบาย แต่จริงๆ แล้วก็เกิดขึ้นเพียงชั่วพริบตา เมิ่งฮ่าวข้ามผ่านเส้นทางทั้งเก้าไปโดยสิ้นเชิง ปรากฎตัวโดยตรงที่เบื้องหน้าชายชรา เขายกมือขึ้น และพื้นฐานฝึกตนของเขาก็กระจายเป็นระลอกคลื่นออกมา ทันใดนั้น มังกรเปลวไฟยาวสองร้อยจ้าง ก็ปรากฎ และจากนั้นก็กระแทกลงไปยังชายชราผู้นั้น


เมิ่งฮ่าวลดมือลงต่ำ ทำให้ไข่มุกสี่เหลี่ยมลูกบาศก์ ลอยออกมาจากมือของชายชรา และเข้าไปอยู่ในมือเขา ชายชราไม่ทำอะไรเพื่อหยุดเขา ขณะที่มังกรเปลวไฟห้อมล้อมท่าน และไข่มุกถูกฉวยเอาไป แสงอันลี้ลับก็ปรากฎขึ้นในดวงตาของชายชราผู้นั้น และรอยยิ้มน้อยๆ ก็เผยอขึ้นมาจากมุมปากของท่าน


เสียงเก่าแก่โบราณของชายชรา ดังเต็มอยู่ในอากาศ "เห็นได้ชัดว่า เจ้าตระหนักดีว่าเส้นทางไหนเป็นเส้นทางที่ถูกต้องที่ควรจะเลือก แต่ทำไมเจ้าถึงได้สร้างทางเลือกนี้?" ขณะที่เสียงดังก้องออกมา แสงสีทองซึ่งเต็มอยู่ในโลกแห่งนี้ ทันใดนั้น ก็ถูกสะกดข่มไว้ ตอนนี้ ผู้ถูกเลือกทุกคนจากสำนักและตระกูลต่างๆ สามารถเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นด้านบนสุดของต้นไม้ได้อย่างชัดเจน


ภาพที่เห็นทำให้พวกมันตระหนกตกใจ ความไม่อยากเชื่อปกคลุมไปทั่วใบหน้า ขณะที่พวกมันเห็นชายชราชุดยาวสีเทา ถูกเปลวไฟห้อมล้อมไว้ เมิ่งฮ่าวลอยอยู่กลางอากาศ พวกมันเห็นว่าเขาไม่ได้เลือกเส้นทางใดๆ ที่ด้านบนของต้นไม้ แต่กลับคิดว่า เขาเลือกที่จะสังหารชายชราแทน


"มันกล้าโจมตีได้อย่างไร?!"


"นี่… นี่… เจ้าเมิ่งฮ่าวผู้นี้ เลือกที่จะไม่เดินไปบนเส้นทางทั้งเก้า มันเลือกจะโจมตี?! เป็นเช่นนี้ได้อย่างไร?"


"ชายชราผู้นั้นช่างลึกล้ำยิ่งนัก… แค่มองเพียงแวบแรกก็บอกได้เลยว่า ท่านไม่ธรรมดา สถานที่แห่งนี้ช่างแปลกประหลาดนัก ข้าไม่เชื่อว่าเมิ่งฮ่าวจะกล้าโจมตี! บัดซบ… ทำไมข้าถึงไม่คิดเช่นนั้นบ้างนะ!?!?"


แม้ในขณะที่ผู้ถูกเลือกด้านล่าง ที่จุดบนสุดของต้นไม้แสดงสีหน้าตื่นตกใจ ผู้พิสดารวิญญาณแรกก่อตั้งที่ด้านบนขึ้นไป ทันใดนั้น ก็ลุกขึ้นมา ดวงตาจ้องนิ่งไปยังเมิ่งฮ่าว


โดยเฉพาะปรมาจารย์ซ่งเทียน ท่านอ้าปากค้าง และความไม่อยากเชื่อ เปล่งแสงออกมาจากดวงตา ความเคร่งเครียดปกคลุมไปทั้งใบหน้า


ไม่เพียงแต่ท่าน ซ่งเหล่าไกว้ หานเป้ย หลี่ซือฉี หลี่เต้าอี รวมถึงเต้าจื่อตระกูลซ่ง ซ่งอวิ๋นซู คนทั้งหมดจ้องไปด้วยความไม่อยากเชื่อโดยสิ้นเชิง


ซ่งอวิ๋นซู หอบหายใจ จ้องนิ่งไปยังเมิ่งฮ่าว มันเคยทำการทดสอบนี้ และทำได้สำเร็จในครั้งที่สอง หลังจากเลือกเส้นทางเดียวกันกับครั้งแรก แต่มันไม่เคยคาดคิดว่า จริงๆ แล้ว ก็สามารถโจมตีไปยังชายชราชุดยาวสีเทาได้


"มันทำเช่นนั้นได้อย่างไร?" ซ่งอวิ๋นซูพูดขึ้นด้วยเสียงแหบแห้ง "นั่นเป็นวิญญาณของต้นไม้…"


ในตอนนี้เองที่ทุกคนได้ยินคำถามของชายชรา ดังก้องออกมาจากภายในเปลวไฟนั้น มันเป็นคำถามเดียวกับที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในจิตใจของทุกคนที่มองดูอยู่


ทำไมเขาถึงได้เลือกเส้นทางเช่นนี้?


"การสอดคล้องกับกฎกติกา ก็คือความว่างเปล่า" เมิ่งฮ่าวตอบ "การยินยอม และปฏิบัติตามกฎแห่งสวรรค์เป็นสิ่งที่ดี ความเพียรพยายามยืนกรานอย่างไม่รู้จบก็เป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมเช่นกัน แต่ข้าไม่อาจเลือกเช่นนั้น" เมื่อพูดจบ เขาก็พุ่งขึ้นไปในอากาศ!


เขาจะไม่ปฏิบัติตามกฎของสถานที่แห่งนี้ แต่สร้างเส้นทางของเขาขึ้นมาเองแทน เขาก็เหมือนกับพื้นฐานสมบูรณ์ ไม่ได้รับการยอมรับจากสวรรค์และปฐพี และตกเป็นเป้าหมายการกำจัดของทัณฑ์สายฟ้า แต่เขาก็จะมุ่งหน้าต่อไป นั่นคือสิ่งที่ทำให้เขาแตกต่างจากคนอื่นๆ เส้นทางของเขาไม่ได้ผูกติดกับกฎเกณฑ์ เมื่อเป็นเช่นนั้น ทำไมเขาถึงต้องทำตามกฎของสถานที่แห่งนี้? ทำไมเขาต้องเลือกเส้นทางที่ถูกต้องจากเส้นทางทั้งเก้านั้น?


เขาได้เลือกที่จะทะลวงผ่าน และนำไข่มุกไปด้วยการใช้กำลัง โดยการสังหาร! เขารู้ว่า ถ้ายืนกรานที่จะเดินไปบนเส้นทางก่อนหน้านี้ เขาต้องทำได้สำเร็จ แต่สิ่งที่เรียกว่ายืนกรานนี้ จริงๆ แล้ว ก็เป็นแค่การปฏิบัติตามกฎเท่านั้น มันไม่ใช่การยืนกรานที่แท้จริง!


เสียงหัวเราะของชายชราดังออกมาจากด้านในเปลวไฟ รอยยิ้มโบราณรวมถึงความมุ่งหวังของท่านเต็มไปด้วยความสุข มองมายังเมิ่งฮ่าวอย่างลึกซึ้ง ปล่อยให้เปลวไฟกลืนกินไป ในไม่ช้า ร่างของท่านก็หายไป


ขณะที่ชายชราหายตัวไป และเมิ่งฮ่าวพุ่งขึ้นไปในอากาศ ผู้ถูกเลือกที่ด้านล่างต้นไม้ มองขึ้นไปอย่างเงียบๆ พวกมันจ้องไปยังเมิ่งฮ่าวด้วยความตกตะลึง จิตใจเต็มไปด้วยความสับสน จนยากที่จะสงบลงได้ ทางเลือกของเมิ่งฮ่าวช่างง่ายนัก แต่น้อยคนนักที่จะสามารถทำเรื่องราวให้เรียบง่ายเช่นนี้ได้


พวกมันมีชีวิตอยู่ด้วยความซับซ้อน เป็นชีวิตที่ต้องปฏิบัติตามกฎกติกา บางทีจิตใต้สำนึกของพวกมันอาจจะต้องการทำลายกฎเกณฑ์ แต่พวกมันก็ไม่สามารถคิดได้ว่าต้องทำอย่างไร


แต่เมิ่งฮ่าว แตกต่างไป!


ใบหน้าหวังเถิงเฟยซีดขาว และหวังโหย่วฉายก็ไร้คำพูด ใบหน้าเจ้าอ้วนค่อยๆ เต็มไปด้วยการยอมรับอย่างลึกซึ้ง คำพูดของเมิ่งฮ่าวเมื่อครู่นี้ ได้ทิ้งเป็นความทรงจำอย่างลึกล้ำให้กับจิตใจของทุกคนอย่างถาวรตลอดไป


เมื่อพวกมันได้ยินคำพูดของเขา ผู้ฝึกตนวิญญาณแรกก่อตั้ง ในกลุ่มเมฆที่ด้านบนทั้งหมดอ้าปากค้าง ขณะที่พวกมันมองไปยังเมิ่งฮ่าว ทุกคนคิดเหมือนกัน


"ถ้าเด็กผู้นี้มีชีวิตอยู่ มันต้องมีฐานะสูงส่งในดินแดนด้านใต้อย่างแน่นอน!"


ด้วยบุคลิกภาพ ปัญญาความคิดจิตใจ และกลยุทธ์เช่นนั้น… ทั้งหมดนี้ทำให้ผู้ฝึกตนวิญญาณแรกก่อตั้งทั้งหมดสรุปได้เหมือนกันคือ เมิ่งฮ่าวอาจจะมีคัมภีร์สุดยอดวิญญาณ แต่ในตอนนี้ พวกมันไม่ต้องการจะจับกุมเขา และไม่ต้องการใช้วิชาควาญหาวิญญาณเพื่อเอาคัมภีร์นั้นมา ถ้าทำเช่นนี้ อาจจะทำให้เขาถึงตายได้


ถ้าพวกมันสามารถทำให้เมิ่งฮ่าวเข้าสังกัดสำนักตนเองได้ พวกมันก็จะช่วยให้เขาเติบโตขึ้นเป็นผู้ที่แข็งแกร่งอย่างแท้จริงในสำนัก!


ดวงตาหลี่เต้าอีเปล่งแสงแห่งพลังออกมา และมีความต้องการอย่างแรงกล้าที่จะต่อสู้กับเขา ดวงตาหลี่ซือฉีเจิดจ้าขึ้นเช่นกัน มองไปยังเมิ่งฮ่าวที่ด้านล่างกลุ่มเมฆกระแสน้ำวน ทันใดนั้น นางก็ต้องการจะต่อสู้กับเขาอีกครั้ง


หานเป้ยมองไปยังเมิ่งฮ่าวอย่างครุ่นคิด ลึกลงไปในดวงตาของนาง เปล่งประกายด้วยความรู้สึกที่ยอมรับและยกย่องนับถือ ช่วยไม่ได้ที่นางจะคิดว่า ถ้านางเป็นเมิ่งฮ่าว นางก็จะเลือกเส้นทางเดิม นางไม่เคยคิดว่าจะตัดสินใจเช่นเดียวกับเมิ่งฮ่าว เมื่อคิดย้อนกลับไป ดูเหมือนมันจะเป็นการตัดสินใจที่ง่ายดาย แต่ในความเป็นจริง มันเป็นสิ่งที่ไม่มีใครเคยคิดว่าจะทำเช่นนั้นมาก่อน


ซ่งอวิ๋นซูนั่งครุ่นคิด ด้านข้างมัน ซ่งเจี๋ยจ้องไปยังเมิ่งฮ่าว ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น กำลังเผาไหม้อยู่ลึกๆ ในจิตใจของนาง


"การสอดคล้องกับกฎกติกา ก็คือความว่างเปล่า" ปรมาจารย์ซ่งเทียนกล่าว "พูดได้ดี!" เสียงของมันดังก้องออกมา ขณะที่ลุกขึ้นยืน


จิตใจของผู้ฝึกตนขั้นวิญญาณแรกก่อตั้งที่อยู่รายรอบเริ่มเต้นรัว สถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ เห็นได้ชัดว่าไม่เป็นเรื่องดีสำหรับพวกมัน


"เด็กผู้นี้ได้นำไข่มุกสี่เหลี่ยมลูกบาศก์ไปแล้ว ไม่ว่ามันเป็นใคร ไม่ว่ามันเคยมีเรื่องอะไรในอดีต บุตรีของตระกูลซ่ง ตอนนี้ก็เป็นของมันแล้ว! ใครในที่นี้บังอาจจะแตะต้องมัน!?" เมื่อได้ยินคำพูดของมัน ทำให้ทุกคนที่นั่งอยู่ที่นั่นต้องคิดมากขึ้น และไม่มีใครในพวกมันที่จะสังเกตถึงความหมายในคำพูดของปรมาจารย์ซ่งเทียน สิ่งที่มันพูดช่างแปลกนัก มันไม่ได้พูดถึงการแต่งงานเข้ามาในตระกูล คำพูดของมันดูเหมือนจะมีความหมายที่ลึกล้ำ


ในตอนนี้เอง ลำแสงของเวทอาคมมากมาย เต็มอยู่ในอากาศด้านนอกของดวงตะวัน และจันทรา ด้านบนเทือกเขาของตระกูลซ่ง ปราณอันทรงพลัง ทันใดนั้น ก็ปรากฎขึ้น ขณะที่เงาร่างมากมายโผล่อออกมา


ห้าสำนักและสองตระกูลได้มาถึงแล้ว!


ตอนที่ 200 การสังหารท่ามกลางสายฝนยามราตรี!

ในเวลาเดียวกับที่ห้าสำนักและสองตระกูล ปรากฎขึ้นที่ด้านนอกของดวงตะวันและจันทรา ด้านบนเทือกเขาของตระกูลซ่ง เมิ่งฮ่าวกำลังอยู่ด้านในโลกของกลุ่มเมฆกระแสน้ำวน พุ่งตรงขึ้นไป ดวงตาทุกคู่มองมา ขณะที่เขากดลงไปยังเครื่องรางนำโชคในมือ แผ่พุ่งพลังจากพื้นฐานฝึกตนเข้าไป


เขาได้เริ่มเตรียมเครื่องรางนำโชคก่อนหน้านี้ ดังนั้น ทันทีที่พุ่งพลังลมปราณเข้าไป หลุมดำขนาดใหญ่ก็ปรากฎที่เบื้องหน้าเขาในท้องฟ้า ผู้ถูกเลือก และ ผู้พิสดารวิญญาณแรกก่อตั้งทั้งหมด มองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นนี้


กระแสน้ำวนนั้น ดูเหมือนจะกลายเป็นปากที่อ้าขึ้น เพื่อจะกลืนเมิ่งฮ่าวเข้าไปในทันที ตรงด้านล่าง ผู้ถูกเลือกจากสำนักต่างๆ มองไปยังปากที่อ้ากว้างนั้นด้วยความตกตะลึง ผู้ฝึกตนขั้นวิญญาณแรกก่อตั้ง ทำได้แต่เพียงมองไป ขณะที่เขาหายตัวไปต่อหน้าพวกมัน พวกมันจะคาดคิดได้อย่างไรว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น?


เมื่อได้เห็นเมิ่งฮ่าวหายตัวไป ผู้ฝึกตนขั้นวิญญาณแรกก่อตั้ง ไม่อาจรักษาความเยือกเย็นได้อีกต่อไป เกือบจะในเวลาเดียวกัน พวกมันกระโดดขึ้น และบินตรงไปยังกลุ่มเมฆกระแสน้ำวน ปรมาจารย์ซ่งเทียนแอบถอนหายใจอยู่ภายใน มันไม่มีทางเลือก นอกจากต้องพูดคำพูดเมื่อครู่นี้ แต่ถึงแม้ว่านี่คืออาณาเขตของตระกูลซ่ง มันก็เป็นเรื่องยากที่จะยืนหยัดต่อต้านห้าสำนัก และสองตระกูลพร้อมกัน การที่เมิ่งฮ่าวหลบหนีไปด้วยตัวเอง จริงๆ แล้ว ก็เป็นทางเลือกที่ดีที่สุด


ในตอนนี้ ซ่งเทียน จริงๆ แล้ว ก็ไม่อาจจะป้องกันความพยายามที่จะไล่ตามเมิ่งฮ่าว ของผู้ฝึกตนขั้นวิญญาณแรกก่อตั้งไว้ได้ แต่หลังจากนั้น สีหน้าอันน่าเกลียดก็ปรากฎขึ้นบนใบหน้าของผู้ฝึกตนขั้นวิญญาณแรกก่อตั้ง พวกมันเห็นได้อย่างชัดเจนว่า เมิ่งฮ่าวได้ใช้เวทอันทรงพลังบางอย่างเพื่อเคลื่อนย้ายทางไกลจากไป


"กลายเป็นว่าผู้ฝึกตนขั้นพื้นฐานลมปราณอันต่ำต้อยเช่นมัน มีของวิเศษอันล้ำค่าที่ช่วยให้มันเคลื่อนย้ายทางไกลจากไปได้ เจ้าเมิ่งฮ่าวผู้นี้ยังมีความลับอะไรซุกซ่อนไว้อีกนะ?!"


"คัมภีร์สุดยอดวิญญาณ ของวิเศษเคลื่อนย้ายทางไกลอันล้ำค่า สำนักจื่อยิ่นต้องยื่นมือไปที่มันให้ได้อย่างแน่นอน!"


ผู้ฝึกตนขั้นวิญญาณแรกก่อตั้งกลับไป และตัวแทนของห้าสำนัก และสองตระกูลมาถึง เครื่องรางนำโชคของเมิ่งฮ่าวช่วยให้เขาเคลื่อนย้ายทางไกลจากไป ในเวลาเดียวกันนั้น…


ที่สำนักชิงหลัว ในภูเขาอันดับหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ตรงจุดศูนย์กลางของหมื่นภูเขา กลุ่มควันลอยขึ้นไปในอากาศ ที่ด้านบนของธูปยักษ์ที่กำลังเผาไหม้อยู่ ในตอนนี้ ผู้ฝึกตนหลายสิบคน เริ่มพุ่งขึ้น และหายลับตาไปในกลุ่มควัน


ตรงด้านล่าง ปรมาจารย์จื่อหลัว และสตรีสวยงามวัยกลางคน ยืนอย่างเคร่งขรึมอยู่ที่นั่น พวกมันมองดูขณะที่ผู้ฝึกตนด้านบนเริ่มหายไป


ปรมาจารย์จื่อหลัว ขมวดคิ้วและกล่าวขึ้น "มันกำลังใช้เครื่องรางนำโชค ซึ่งทำให้ยากในการติดตาม ถ้าพวกเราส่งศิษย์ขั้นก่อตั้งแกนลมปราณไป หรืออาวุธเวทที่มีพลังของขั้นก่อตั้งแกนลมปราณ มันก็จะไปรบกวนสามธูปดำที่เผาไหม้อยู่ ทำให้ยากที่จะหาตำแหน่งของคลื่นพลังเคลื่อนย้ายทางไกลได้อย่างแม่นยำ แค่ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อย ก็จะทำให้ห่างไกลหลายพันจ้าง ยิ่งไปกว่านั้น การเผาไหม้สามธูปดำ ก็ใช้ได้แค่เดือนละครั้งเท่านั้น"


"ไม่เป็นไร" สตรีผู้สวยงามกล่าวตอบเสียงราบเรียบ "ถึงพวกเราไม่อาจใช้ศิษย์ก่อตั้งแกนลมปราณ แต่โจวเจี๋ยก็ถูกส่งไปท่ามกลางกลุ่มศิษย์พื้นฐานลมปราณทั้งหลาย เมื่อพิจารณาจากพื้นฐานฝึกตน รวมถึงสถานะเต้าจื่อของมัน ก็น่าจะสามารถก่อกวนเมิ่งฮ่าวได้ แค่มันยับยั้งเมิ่งฮ่าวได้เพียงชั่วครู่ คนอื่นๆ ก็จะจัดเตรียมเวทอาคมได้ จากนั้นพวกเราก็จะไปอยู่ที่นั่นในทันที ในตอนนั้น เมิ่งฮ่าวก็ไม่อาจหลบหนีไปได้ แม้จะมอบปีกให้มันก็ตามที"


"อย่าลืมว่า พวกเราไม่รู้ว่ามันสามารถใช้เครื่องรางนำโชคนั่นได้กี่ครั้ง ถ้าเครื่องรางนั้นสมบูรณ์ มันก็จะใช้ได้ทั้งหมดเจ็ดครั้ง" ปรมาจารย์จื่อหลัวมองอย่างครุ่นคิดไปยังศิษย์คนสุดท้าย ที่หายเข้าไปในกลุ่มควัน ด้านบนสามธูปดำที่เผาไหม้อยู่


"ไม่ต้องกังวลไป" สตรีหน้าตาสวยงามกล่าวตอบพร้อมรอยยิ้ม "เมิ่งฮ่าวแค่อยู่ในขั้นกลางพื้นฐานลมปราณ จากข้อมูลในบันทึกโบราณ รวมกับการคำนวนบางส่วนของข้า รวมกับพื้นฐานฝึกตนของมัน มันต้องใช้เวลาธูปไหม้หมดไปสองดอก เพื่อกระตุ้นเครื่องรางนำโชคให้ทำงาน ตราบเท่าที่โจวเจี๋ย และคนอื่นๆ สามารถรั้งมันไว้ภายในเวลานั้น และจัดเตรียมเวทอาคม ก็จะเป็นคราวเคราะห์ของเมิ่งฮ่าว มันไม่มีอะไรนอกจากเป็นแค่ผู้ฝึกตนขั้นพื้นฐานลมปราณอันต่ำต้อย ไม่ต้องกังวลนัก ศิษย์พี่จื่อหลัว เมื่อถึงเวลานั้น พวกเราก็จะไปอยู่ที่เบื้องหน้าเมิ่งฮ่าว"


ขณะที่พวกมันพูดคุยกันต่อไป ที่ไหนสักแห่งในส่วนที่ไร้นามของดินแดนด้านใต้ ท่ามกลางเทือกเขาที่เต็มไปด้วยภูเขานับร้อย เมฆดำเต็มอยู่ในท้องฟ้า และสายฟ้าก็ฟาดลงมา เสียงฟ้าคำรามดังกระหึ่มเต็มท้องฟ้า ทำให้เหล่าสัตว์ป่าในเทือกเขาที่เปล่าเปลี่ยวนี้ตัวสั่นสะท้าน ดูเหมือนจะถูกทำให้หวาดกลัวโดยสวรรค์


เม็ดฝนขนาดเท่าเมล็ดถั่วตกลงมาจากท้องฟ้าอย่างไม่ลืมหูลืมตา ตอนนี้เป็นช่วงอาทิตย์อัสดง แต่ดวงตะวันก็ถูกปกคลุมไปด้วยกลุ่มเมฆโดยสิ้นเชิง ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างมืดมิดและดูสลัวเลือนลาง


สายฟ้าฟาดผ่านท้องฟ้าลงมา จากนั้นก็เกิดระลอกคลื่นกระจายออกไปในอากาศ แยกแผ่นผืนของสายฝนออกจากกัน หลุมดำขนาดใหญ่ที่กำลังหมุนวนปรากฎขึ้น และเมิ่งฮ่าวก็โซเซออกมา ใบหน้าเขาซีดขาว มองไปรอบๆ ในทันที


หลุมดำหายไป และสายฝนก็ตกลงมาบนร่างเมิ่งฮ่าว เขาไม่แม้แต่จะสังเกตถึงมัน ขณะที่กำลังตรวจสอบรอบๆ บริเวณนั้น ในที่สุด เขาก็ถอนหายใจอย่างโล่งอกออกมา


เสียงแตกร้าวดังขึ้นมาจากในมือ เขามองลงไป และเห็นรอยแตกขนาดใหญ่ปรากฎขึ้นบนพื้นผิวของเครื่องรางนำโชค ดูเหมือนว่าเขาจะสามารถใช้มันได้อีกไม่กี่ครั้ง ก่อนที่มันจะแตกสลายไป


"นี่เป็นของวิเศษช่วยชีวิต" เขาคิด "ข้าต้องใช้มันอย่างระมัดระวัง…" เขาลังเลอยู่สักพัก จากนั้นก็สูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ ร่างของเขาทันใดนั้นก็สั่นสะเทือน สายฝนตกห่างออกไปจากร่างเขา และเสื้อผ้าก็ไม่ได้เปียกชุ่มอีกต่อไป


"ในตอนนี้ ข้าคิดว่าทุกสำนักและตระกูล กำลังค้นหาข้าอยู่" เขาขมวดคิ้ว แสงสีทองของคัมภีร์สุดยอดวิญญาณ เป็นสิ่งที่เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อน แน่นอนว่า เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องหลบหนีเท่านั้น


"โชคดีที่ข้าได้ไข่มุกสี่เหลี่ยมลูกบาศก์มา ข้าจะสามารถใช้มันขจัดพิษดอกปี่อ้านสามสีได้หรือไม่… ?" ดวงตาเขาเริ่มส่องประกาย และตัดสินใจไปค้นหาสถานที่เงียบสงบในเทือกเขา เพื่อขุดถ้ำแห่งเซียน และทดสอบว่าพิษนี้จะถูกขจัดออกไปได้หรือไม่ เมื่อเขากำลังจะออกเดิน ทันใดนั้นสีหน้าก็เปลี่ยนไป


สถานที่ซึ่งหลุมดำได้ปรากฎขึ้นเมื่อก่อนหน้านี้ ได้กลับเป็นปกติเหมือนเดิมไปเรียบร้อยแล้ว แต่ทันใดนั้น เขาก็เห็นหลุมดำอื่นได้เปิดออก ด้านในของมันเป็นสีดำสนิท และส่งคลื่นพลังกระจายออกมา ทำให้สายฝนในพื้นที่บริเวณนั้นลอยห่างออกไป


รังสีสังหารส่องประกายออกมาจากดวงตาเมิ่งฮ่าว เขาสามารถเลือกที่จะหลบหนีจากไปได้ แต่การปรากฎขึ้นในทันใดของกระแสน้ำวนนี้ ไม่น่าจะเป็นเหตุบังเอิญ มันต้องมีใครบางคนไล่ตามเขามา โดยการติดตามคลื่นพลังของการเคลื่อนย้ายทางไกลของเขา


เขาเลือกที่จะไม่หลบหนี แสงอันเย็นเยียบ ความแข็งกร้าว และความมุ่งมั่น ปรากฎขึ้นในดวงตา เขาสามารถหลบหนีไปในช่วงสูดลมหายใจเข้าออกสิบครั้ง แต่เขาก็ตัดสินใจที่จะอยู่และโจมตี


เมื่อความคิดรวมตัวกันในจิตใจ เขาก็เริ่มเดินตรงไป โบกสะบัดมือ และมีดสายลมขนาดใหญ่ และมังกรเปลวไฟปรากฎขึ้น พุ่งกระแทกตรงเข้าไปในหลุมดำนั้น


ขณะที่มังกรเปลวไฟส่งเสียงกระหึ่มกระแทกเข้าไปในหลุมดำ เสียงระเบิดก็ดังก้องเต็มอยู่ในอากาศ หลุมดำเริ่มจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ เมื่อเป็นเช่นนั้น เงาร่างของผู้ฝึกตนนับสิบก็ปรากฎขึ้น เงาร่างเหล่านั้นเริ่มรวมตัวกัน ราวกับว่าพวกมันกำลังจะโผล่ออกมา


โดยไม่ลังเล เมิ่งฮ่าวยกมือขึ้น และใช้เล็บกรีดลงไปบนนิ้ว วิชาดรรชนีโลหิต ก็พุ่งลงไปยังหลุมดำที่กำลังอ่อนแอนั้นในทันที


ตูม!


เสียงระเบิดขนาดใหญ่ดังกลบเสียงฟ้าผ่าโดยสิ้นเชิง หลุมดำสั่นสะเทือน และจากนั้นก็ระเบิดออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ไม่มีเสียงแผดร้องอย่างน่ากลัวดังออกมา แต่ผู้ฝึกตนนับสิบที่กำลังจะโผล่ออกมา มีชีวิตรอดออกมาได้เพียงครึ่งหนึ่งเท่านั้น!


อีกครึ่งที่เหลือถูกกวาดล้างไปจากการทำลายหลุมดำ!


การสังหารโดยไม่เห็นโลหิตนี้ เกิดขึ้นเนื่องจากการตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยวของเมิ่งฮ่าว ถ้าเขาลังเลหรือหลบหนี ไม่กล้าจะกระทำการใดๆ เขาก็ต้องเผชิญหน้ากับศัตรูไม่เพียงสิบกว่าคน แต่มากกว่าสองเท่าในตอนนี้


ผู้คนสิบสองคนหรือมากกว่านั้น ปรากฎขึ้นในทันที แผ่กระจายพลังของขั้นสุดท้ายพื้นฐานลมปราณออกมา หนึ่งในท่ามกลางพวกมันเป็นบุรุษรูปร่างสูง ผมยาวสีดำ หุ่นดี และมีหน้าตาหล่อเหลา ด้วยริมฝีปากที่บางเฉียบ และแสงแปลกๆ ในดวงตา พื้นฐานฝึกตนของมันอยู่ในวงจรอันยิ่งใหญ่ ของพื้นฐานลมปราณ ขั้นก่อตั้งแกนลมปราณเทียม!


"สำนักชิงหลัว!" ดวงตาเมิ่งฮ่าวหรี่เล็กลง ทันใดนั้นเขาก็จำเสื้อผ้าของผู้ฝึกตนเหล่านี้ได้ ความต้องการสังหารของเขาพุ่งสูงขึ้นกว่าเดิม ตอนนี้เขารู้แล้วว่าเป็นสำนักชิงหลัว ทุกสิ่งทุกอย่างสมเหตุสมผล เขาไม่พูดจาอะไรออกมา จากนี้ไปเขาจะโจมตีด้วยความเด็ดขาด และไม่มีการลังเลแม้แต่น้อยนิด


เขาก้าวเท้าไปข้างหน้า พลังจากเสาแห่งเต๋าทั้งห้าต้นของเขาหมุนวนไปมา พวกมันไม่มีพลังไหลรั่วออกไปแม้แต่น้อย สายฝนรอบๆ ตัวเขา สั่นไปมา ขณะที่เขาเข้าไปใกล้ผู้ฝึกตนสำนักชิงหลัว


บุรุษผู้หนึ่งส่งเสียงแค่นอย่างเย็นชาออกมา มันยกมือขึ้น และภาพลวงตาของมือขนาดใหญ่ก็ปรากฎ พุ่งตรงมายังเมิ่งฮ่าว โดยไม่ต้องพูดจามากความ ผู้ฝึกตนคนอื่นๆ ที่อยู่รายรอบ ก็พุ่งตรงมาหาเมิ่งฮ่าวเช่นเดียวกัน


มีเพียงผู้ฝึกตนขั้นก่อตั้งแกนลมปราณเทียมเท่านั้น ที่ไม่ได้ขยับตัวเคลื่อนไหว มันอยู่ในที่ห่างไกลออกไป ตบไปที่ถุงสมบัติ หยิบธูปขนาดเท่ามือออกมา มันถูไปที่ธูปนั้น ทำให้เกิดประกายไฟขึ้น


กลุ่มควันลอยขึ้นไปในอากาศ รวมตัวกันเป็นวงแหวนของเครื่องหมายเวท มองดูเหมือนกับประตูเคลื่อนย้ายทางไกล


ในเวลาเดียวกับที่ประตูปรากฎขึ้น เมิ่งฮ่าวก็กำลังเข้าไปใกล้ผู้ฝึกตนสำนักชิงหลัว ซึ่งสร้างภาพลวงตาของมือขนาดใหญ่ ผู้ฝึกตนนั้นยิ้มอย่างดุร้ายออกมา เท่าที่มันเข้าใจ ภารกิจครั้งนี้จริงๆ แล้ว ก็เหมือนกับการเคลื่อนย้ายจอมปลวกออกมาจากภูเขา ด้วยการอยู่ในขั้นสุดท้ายพื้นฐานลมปราณ มันก็สามารถจัดการผู้ฝึกตนขั้นกลางพื้นฐานลมปราณได้อย่างง่ายดาย ช่างกำจัดได้ง่ายนัก


"ข้า เซี่ย ขอรับภารกิจนี้ไว้เอง!" มันกล่าว หัวเราะขึ้น พุ่งตรงมา และเมื่อมันทำเช่นนั้น กลุ่มหอกที่เรืองแสงมากมาย ทันใดนั้น ก็โผล่ออกมาจากไหล่ของมัน เห็นได้ชัดว่า มันคิดจะพุ่งหอกเหล่านั้นตรงเข้าไปในร่างเมิ่งฮ่าว


สีหน้าเมิ่งฮ่าวราบเรียบเหมือนเช่นเคย เขายกมือขึ้น และกดนิ้วลงไปบนภาพลวงตาของหัตถ์ยักษ์ที่ใกล้เข้ามา เสียงระเบิดดังกึกก้อง และหัตถ์ยักษ์ ทันใดนั้น ก็แตกกระจายออกเป็นสะเก็ดนับไม่ถ้วน ผู้ฝึกตนสำนักชิงหลัวแซ่เซี่ย จ้องไปด้วยความตกใจ ขณะที่เมิ่งฮ่าวเข้าไปใกล้มัน


เมิ่งฮ่าวไม่แม้แต่จะมองไปยังมัน พลังของพื้นฐานฝึกตนของเขา ที่ถูกปกปิดไว้จนกระทั่งถึงตอนนี้ ทันใดนั้น ก็ระเบิดออกมา


ตูม!


แรงกดดันกระจายออกมาจากเมิ่งฮ่าว และทันใดนั้น เขาก็ตรงไปอยู่ที่เบื้องหน้าผู้ฝึกตนนั้น มือของเขาพุ่งออกไป และจับไปที่รอบๆ ลำคอของมัน ดวงตาเย็นชา ออกแรงบีบ


เสียงแตกหักได้ยินออกมา และดวงตาของผู้ฝึกตนนั้นก็เหลือกขึ้น และตายไป!


นี่คือ การสังหารท่ามกลางสายฝนยามราตรี!


จบตอน

Comments