บทที่ 671: เป็นข่าวที่น่าตื่นเต้น
"ถ้าเจ้ายังพูดจาเหลวไหลอีก ข้าจะปิดปากเจ้าเสีย!" ลิ่งอวี่ขู่น้องสาว
"โอ๊ย ข้ากลัวเหลือเกิน!" เล่อเหนียงกลอกตา "ท่านเชื่อหรือไม่ว่าข้าจะบอกท่านย่า ให้ท่านย่าหาภรรยาให้ท่านตอนนี้ หาเด็กหญิงมาเลี้ยงไว้เป็นภรรยาให้ท่าน!"
"ข้าผิดไปแล้วบรรพบุรุษตัวน้อย ข้าผิดไปแล้ว!" ลิ่งอวี่วิงวอนขอร้อง
ช่างเถอะ พวกเขาไม่ควรไปยั่วโมโหเด็กหญิงคนเดียวภายในบ้านจริงๆ เพราะหากทำให้นางโกรธจริงๆ เขาเองจะโดนหางเลขไปด้วย
"น้องสาว ข้าจะเข้าอำเภอ เจ้าอยากไปด้วยหรือไม่"
จุดประสงค์หลักที่ลิ่งอวี่มาหาเล่อเหนียงครั้งนี้ก็คือเรื่องนี้ ก่อนหน้านี้เหยียนเทาและคนอื่นๆอยากมาเที่ยวที่บ้าน แต่ข้าปฏิเสธตลอด แต่คราวนี้ปฏิเสธไม่ได้แล้ว และเขาก็ไม่คิดจะปฏิเสธ
นอกจากเหยียนเทาแล้ว สหายอีกสองคนก็เป็นคุณชายจากตระกูลใหญ่ในท้องถิ่น ให้พวกเขามาเที่ยวที่นี่สักหน่อย แล้วพาไปเที่ยวบ่อน้ำพุร้อนสักรอบรอจน กระทั่งผ่านไปสักระยะหนึ่ง บ่อน้ำพุร้อนเปิดให้บริการแล้ว อย่างน้อยพวกเขาก็สามารถพาคนมาเที่ยวได้!
"เหตุใดอยู่ดีๆจะเข้าอำเภอล่ะ ท่านไม่ได้หยุดสามวันหรอกหรือ" เล่อเหนียงสงสัยไม่เข้าใจ
พี่ใหญ่และลุงรองได้เป็นซิ่วไฉ อาจารย์ใหญ่เฉินจึงให้หยุดพิเศษสองสามวัน
นี่เพิ่งวันที่สองเท่านั้น ทำไมถึงรีบร้อนจะไปอำเภอนักเล่า
"พี่ชายเหยียนเทาและพี่ชายอีกสองสามคนบอกว่าจะมาเล่นที่บ้านของพวกข้า ข้าจะไปรับพวกเขาหน่อย!" ลิ่งอวี่เอ่ยพลางหัวเราะว่า "ตอนนี้พวกเขาอยากมาเล่นแล้ว แต่ข้าไม่ยอมให้มา ดังนั้นพวกเขาจึงไม่รู้ว่าบ้านของพวกเราอยู่ที่ไหนแน่!"
"พี่ใหญ่ ท่านไปเองเถอะ ท่านจะไปหยิบของบางอย่างจากท่านปู่เทพเซียนมาให้ป้าสะใภ้สามมาทำอาหาร แล้วเลี้ยงต้อนรับสหายของท่านดีหรือไม่"
ลิ่งอวี่ล้มเหลวในการชักชวนผู้อื่นจึงจำต้องยอมแพ้ "ก็ได้ ถ้าเช่นนั้นข้าจะไปรับพวกเขากลับมา เจ้าลองดูว่ามีของดีอะไรบ้างแล้วเตรียมไว้ให้ข้าหน่อยนะ ข้าอยากทำให้พวกเขาประทับใจ เมื่อมาแล้วก็จะอยากมาอีก!"
"ทุกครั้งที่เขามา พวกเขาจะได้พาลูกค้ามาเที่ยวบ่อน้ำพุร้อนด้วย ถึงเวลานั้นบ่อน้ำพุร้อนของพวกเราถึงจะมีทำกำไรได้!" ลิ่งอวี่เอ่ยอย่างเจ้าเล่ห์
เล่อเหนียงมองดูพี่ชายของนางที่เปลี่ยนจากชายหนุ่มหล่อเหลาผู้สง่างามกลายเป็นคนเจ้าเล่ห์ในพริบตา พี่ใหญ่ของนางไม่ใช่คนที่ไม่สนใจเงินทองหรอกหรือ เหตุใดตอนนี้ถึงได้กลายเป็นคนน่ารังเกียจเช่นนี้
"พี่ใหญ่ ข้าขอแนะนำให้ท่านเก็บสีหน้าแบบนี้ไว้ใช้ในภายหลังเถอะ มิเช่นนั้นท่านอาจจะถูกทุบตีเอาได้!" หงอวี่ก็ตกใจไม่น้อยจึงพูดแทรกขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
ลิ่งอวี่เอามือลูบจมูกอย่างกระอักกระอ่วน "ได้เลย งั้นข้าไปละ!"
ลิ่งอวี่รีบหนีไปทันที!
"ฮ่าๆๆ พี่ใหญ่เผยธาตุแท้ออกมาแล้ว!" เล่อเหนียงเสียงดังลั่นอย่างสนุกสนาน นางไม่เคยคิดมาก่อนว่าพี่ใหญ่ของตนเองจะตลกขนาดนี้ สามารถเปลี่ยนบุคลิกได้ภายในพริบตา
คนหนึ่งคือเด็กหนุ่มผู้มีความรู้ที่สง่างาม อีกคนคือชาวนาเจ้าเล่ห์โลภมากขึ้นมา
"พอเถอะ ไม่มีอะไรแล้ว พวกเรากลับกันเถอะ กลับไปกินข้าวกัน พวกเราไม่ได้กินอะไรมาตั้งครึ่งวันแล้ว" หงอวี่พูดพลางจับคอเล่อเหนียงพากลับบ้าน
ฉินฟู่หลินเดินดูรอบๆบนภูเขาก็เห็นว่ามีทุกอย่างที่ควรมีแล้ว ทั้งสะพานเล็กๆสำหรับข้ามลำธาร เสียงนกร้อง ดอกไม้ ทุกบริเวณเต็มไปด้วยกลิ่นหอมของดอกไม้ที่ชวนหลงใหล ตอนนี้ขาดแต่กลิ่นของเงินเท่านั้น
"ท่านลุวหัวหน้าหมู่บ้าน พวกข้าจะเปิดร้านเมื่อไหร่ขอรับ" หลิวฉางไห่ถาม
เขาพาชาวบ้านมาถอนหญ้าบริเวณน้ำพุร้อนพอดี หญ้าบริเวณนี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้เขาต้องขึ้นมาตรวจทุกสามวัน ทุกครั้งที่มาดูก็รู้สึกคันยิบๆ อยากได้เงินเข้ามือโดยเร็ว
"อีกไม่นาน อย่างมากก็อีกครึ่งเดือน!" ฉินฟู่หลินพูดด้วยสีหน้ามั่นใจ
เขารีบร้อนเช่นนี้ก็เพราะว่าตอนนี้ชาวบ้านต่างก็เงินขาดมือ บางบ้านเริ่มไม่มีเงินแล้ว
โดยเฉพาะตระกูลฉิน ช่วงนี้เขาเห็นว่าอาหารบนโต๊ะของตระกูลฉินน้อยลงมาก ส่วนใหญ่เป็นผักเขียว!
แม่เฒ่าฉินขอยกมือประท้วง การกินผิกเป็นหลักหมายความมว่าอย่างไร นั่นหมายความว่ากินมากเกินไป ต้องกินผักให้มากหน่อยอย่างไรล่ะ
อีกอย่างก็คือเล่อเหนียงแตกต่างจากเด็กคนอื่น เด็กหญิงบ้านอื่นเมื่อถึงวัยนี้ต่างก็สูงขึ้น แต่นางกลับไม่สูงขึ้นแต่อ้วนขึ้น อ้วนจนเหมือนลูกหนังกลมๆ!
ดังนั้นคนในครอบครัวของพวกเขาถึงได้พากันกินผักไปด้วยกันไงล่ะ!
"ถ้าอย่างนั้นก็ดีสิ งั้นคืนนี้ข้าจะให้คนมาดูสักสองสามรอบ ดูว่าที่ไหนยังต้องซ่อมแซม จะพยายามซ่อมให้เร็วที่สุด!" หลิวฉางไห่เอ่ย
"ข้าจะไปหาคนที่เขียนหนังสือเป็นมาช่วยเขียนป้ายเชิญชวนสักหน่อย จากนั้นข้าจะให้ข้าคนนั้นไปแจก!"
"อย่าเลย อย่าทำเด็ดขาด!" ฉินฟู่หลินรีบปฏิเสธทันที
"ถ้าไม่แจกจ่าย แล้วคนจะรู้ว่าพวกเรามีบ่อน้ำพุร้อนอยู่ที่นี่หรือ" หลิวฉางไห่ถามด้วยสีหน้างุนงง
"โอ๊ย เจ้าโง่หรือไร ไม่รู้หรือว่าอะไรที่หายากย่อมมีค่า"
ฉินฟู่หลินพูดอย่างเสียดาย "เมื่อวานลิ่งอวี่บอกข้าแล้วว่าสหายร่วมชั้นของเขาอยากมาเที่ยวที่นี่ ถึงเวลานั้นก็ให้ ลิ่งอวี่พาสหายร่วมชั้นของเขามาเที่ยวที่นี่ได้!"
"เจ้าลองคิดดู คนที่สามารถเข้าเรียนในสำนักศึกษาได้นั้น การเรียนของพวกเขาต้องเก่งกาจ ครอบครัวธรรมดาจะส่งลูกไปเรียนนั้นช่างยากเย็นเหลือเกิน ดังนั้นสหายร่วมชั้นของเขาส่วนใหญ่จึงเป็นลูกหลานตระกูลใหญ่ที่มีทั้งเงินและอำนาจ!"
หลิวฉางไห่เข้าใจความหมายของฉินฟู่หลินทันทีจึงกล่าวอย่างตื่นเต้นว่า "ข้าเข้าใจแล้ว ข้าเข้าใจแล้ว หัวหน้าหมู่บ้าน ข้าจะรีบไปซ่อมแซมสิ่งที่ควรซ่อมเดี๋ยวนี้!"
หลิวฉางไห่พูดจบก็รีบเรียกคนที่เขาพามาด้วยไปเดินดูรอบๆอย่างตื่นเต้น
"วะฮะฮ่า ฮ่า ฮ่า เงินไหลมาเทมา ฮ่า ฮ่า..." หลิวฉางไห่ร้องอย่างอารมณ์ดี
นับตั้งแต่รวมสามหมู่บ้านเข้าด้วยกัน เขาไม่ได้รู้สึกมีความสุขขนาดนี้มานานแล้ว อีกทั้งตั้งแต่ย้ายมาอยู่ที่หมู่บ้านตระกูลฉิน รายได้ของเขาก็น้อยลงกว่าแต่ก่อนมาก แทบจะต้องรัดเข็มขัดประทังชีวิตไปวันๆ
ดังนั้นความหวังทั้งหมดของเขาจึงอยู่ที่บ่อน้ำพุร้อนแห่งนี้! ขอเพียงแค่มีขุนนางหรือคนชั้นสูงมาแช่น้ำพุร้อน เขาก็แค่ทำขนมเล็กๆน้อยๆขาย บางทีอาจจะพอมีชีวิตที่ดีขึ้น
ถึงตอนนั้นเขาอาจจะหาภรรยาสักคนได้! ตั้งแต่ภรรยาของเขาจากไป เขาก็ไม่เคยคิดจะหาผู้หญิงคนใหม่อีกเลย แต่ไม่รู้เหตุใดเมื่อไม่นานมานี้ ทุกครั้งที่ค่ำคืนเงียบสงัด เขามักจะคิดอยากมีคนรู้ใจสักคนมากอด!
"ท่านย่า พี่ใหญ่บอกว่าอีกสักครู่เขาจะพาพี่เหยียนเทาและคนอื่นๆจะมาเล่น ท่านช่วยเตรียมของอร่อยๆไว้เยอะๆหน่อยนะ!" เล่อเหนียงเดินเข้าครัวพลางร้องบอกเสียงดัง
แม่เฒ่าฉินที่กำลังถอนขนห่านชะงักมือ แล้วทำหน้าอึ้งพูดว่า "เล่อเหนียง พี่ใหญ่ของเจ้าและคนอื่นๆจะกินหรือว่าเจ้าจะกินกันแน่"
"แน่นอนว่าพี่ใหญ่และคนอื่นสิ เขายังบอกให้ข้าเตรียมของอร่อยๆ ไว้ต้อนรับพวกเขาเยอะๆด้วยนะ!"
เล่อเหนียงพูดพลางหยิบห่านสองตัว แม่ไก่สองตัว และกระต่ายอีกสองตัวออกมาจากพื้นที่มิติ แล้วยังหยิบไข่ไก่ออกมาอีกหนึ่งด้วยพลางพูดว่า
"ท่านย่า เอาพวกมันไปตุ๋นทั้งหมดเลยนะ ตุ๋นแล้วจะได้กินน่องไก่!"
บทที่ 672: เจ้าเตรียมคางของเจ้าให้พร้อม
"เล่อเหนียง พี่ชายทั้งหลายมาแล้ว!" เล่อเหนียงนั่งอยู่ในครัวรอไก่สุกอยู่ก็ได้ยินเสียงของลิ่งอวี่ดังมาจากด้านนอก
ดวงตาของเล่อเหนียงเปล่งประกายรีบวิ่งออกไปทันที "พี่ชายทั้งหลาย เหตุใดพวกท่านถึงได้มาเร็วเช่นนี้เล่า"
เหยียนเทาเดินนำหน้า เมื่อเห็นเด็กน้อยอวบอ้วนวิ่งมา เขาก็รีบย่อตัวลงทันที อุ้มเด็กน้อยตัวอ้วนเข้าสู่อ้อมกอด
"เจ้าหนู ไม่ได้พบเจ้าไม่กี่วัน เหตุใดจึงอ้วนขึ้นอีกแล้วเล่า"
เล่อเหนียงทำปากยื่น สองมือดึงแก้มของเขา "พี่ชายเหยียนเทา ท่านต่างหากที่อ้วน ท่านนั่นแหละที่อ้วน!!!"
เล่อเหนียงตะโกนอย่างบ้าคลั่ง "ใครๆต่างก็บอกว่าข้าอ้วนขึ้น ถ้าใครพูดว่าข้าอ้วนอีก ข้าจะให้น่องไก่กับคนคนนั้น และจะไม่ให้พวกท่านกินน่องห่านด้วย!"
เล่อเหนียงกำลังจะเสียสติแล้วจริงๆ เหตุใดทุกคนถึงบอกว่านางอ้วนขึ้นกันนะ นางไม่ได้อ้วนขึ้นสักหน่อย!
"เล่อเหนียง ไม่ต้องกลัวเล่อเหนียงผอมที่สุดแล้วพอใจหรือยัง" เหยียนเถากล่าวพลางหัวเราะ
"เล่อเหนียง พวกข้ารีบมาไปหน่อย ไม่ได้นำของขวัญมาให้เจ้า ขนมนี้เป็นฝีมือของพี่สาวคนรองของข้าทำเอง แม้รสชาติจะไม่อร่อยเท่าร้านหวานละมุนของพวกเจ้า แต่ก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว!" หลิวอวิ๋นหลงกล่าวพลางยิ้ม
"ขอบคุณพี่อวิ๋นหลง" เล่อเหนียงไม่รังเกียจรับขนมหวานนั้นมา "โอ้ พวกเจ้าเข้ามานั่งข้างในเร็วเข้า!"
แม่เฒ่าฉินเดินออกมาทักทายพวกเขาทันที
"คารวะท่านย่า!" เหยียนเทาและคนอื่นๆพูดพร้อมกันเป็นเสียงเดียว
หลังจากพูดจบพวกเขาต่างวางของที่ถือมาลงบนโต๊ะ "ที่จริงแล้วพวกข้ามาอย่างรีบร้อน ของพวกนี้เป็นเพียงน้ำใจเล็กน้อย ขอท่านรับไว้ด้วยเถิด!"
พวกเจ้านี่จริงๆเลย จะมาก็มาแต่ตัวเถอะ เหตุใดต้องเอาของมาเยอะแยะด้วย คราวหน้าอย่าทำแบบนี้อีกนะ!" แม่เฒ่าฉินตอบพลางหัวเราะ
"ลิ่งอวี่เชิญพวกเขาเข้ามานั่งก่อน อาหารกำลังจะเสร็จแล้ว!"
"ไม่ต้องหรอกท่านย่า ข้าจะพาพวกเขาไปเดินเล่นบนภูเขาสักรอบ เดี๋ยวกลับมากินข้าว!" ลิ่งอวี่กล่าว
"หา"
เหยียนเทาและคนอื่นๆงุนงงทันที พวกเขาไม่ได้มาเล่นที่ตระกูลฉินหรอกหรือ แล้วก็มาเยี่ยมชมครอบครัวของตระกูลฉินด้วย แต่เหตุใดถึงต้องพาพวกเขาขึ้นไปบนภูเขาด้วยล่ะ
เดินเล่นบนภูเขางั้นหรือ บนภูเขามีอะไรดีให้เดินเล่นกัน ยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้อากาศก็ร้อนมาก บนภูเขาก็มีแมลงตัวเล็กๆเยอะแยะ ไม่แน่ว่าเดี๋ยวพอพวกเขาลงมา แต่ละคนอาจจะตัวบวมเพราะถูกยุงกัด!
แม้พวกเขาจะสงสัย หากแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา แต่ที่นี่เป็นถิ่นของคนอื่น พวกเขาเป็นเพียงแค่แขกเท่านั้น ดังนั้นจึงต้องทำตามเจ้าของบ้านเท่านั้น
"พี่ชายทั้งหลาย พวกท่านไม่จำเป็นต้องทำหน้าเศร้าเหมือนจะร้องไห้หรอก บนภูเขามีอะไรให้ทำสนุกเยอะเลย และยังสวยงามมากด้วย!"
เล่อเหนียงมองดูสีหน้าไม่เต็มใจของพวกเขาแล้วยิ้มพลางกล่าวว่า "ข้าขอรับรองว่าพวกท่านมาครั้งแรกแล้วจะต้องอยากมาเป็นครั้งที่สองแน่นอน!"
เหยียนเทาและคนอื่นๆไม่รู้จะพูดอะไรได้อีกจึงได้แต่ยิ้มแห้งๆ ช่างเถอะ ในเมื่อมาถึงที่นี่แล้ว ถึงจะไม่เต็มใจแค่ไหนก็ต้องไปสักหน่อย
ลิ่งอวี่มองสีหน้าไม่เต็มใจของพวกเขาแล้วยิ้มน้อยๆ "เอาละ พี่น้องทั้งหลาย อย่าทำหน้าเศร้าสร้อยอีกเลย ข้าพาพวกเจ้ามาที่นี่ แน่นอนว่าจะไม่ทำให้พวกเจ้าผิดหวังแน่!"
"ข้าไม่ได้พาพวกเจ้าไปยังสถานที่ที่ไม่น่าสนใจหรอก"
เหยียนเทาตอบรับหนึ่งเสียงแล้วถามอย่างไม่เชื่อถือ
"เจ้าแน่ใจหรือว่าไม่ได้หลอกพวกข้า แม้ว่าพวกข้าจะเคยหลอกเจ้ามาก่อน แต่เจ้าไม่ควรล้อเล่นเช่นนี้ แดดร้อนจัดเช่นนี้ อีกทั้งบนภูเขายังมียุงมากมาย หากไม่ระวังอาจถูกกัดได้!"
"มันจะต้องทำให้พวกเจ้าตื่นตาตื่นใจอย่างแน่นอน!" ลิ่งอวี่ไม่ได้บอกตรงๆว่ามีอะไรบนภูเขา แต่เก็บความลึกลับไว้
"ชาวบ้านของพวกข้าล้วนขยันขันแข็ง ภูเขาถูกปัดกวาดจนสะอาดเรียบร้อย สองข้างทางเดินบนภูเขาแทบไม่มีหญ้าเลย!"
"หากตอนนี้เป็นฤดูใบไม้ผลิ ที่นี่คงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวชมธรรมชาติที่ดีมาก แต่ตอนนี้เป็นฤดูใบไม้ร่วงและเป็นฤดูใบไม้ร่วงที่ร้อนจัดด้วยน่ะสิ" หลิวอวิ๋นหลงกล่าว
เหยียนเทาเห็นด้วย "พี่หลิวพูดถูกต้อง พวกข้าอาจจะกลับมาเที่ยวชมธรรมชาติอีกครั้งในฤดูใบไม้ผลิ บางทีอาจจะได้เห็นทิวทัศน์ที่งดงามอีกแบบก็ได้!"
เมื่อพวกเขาเห็นว่าแม้แต่ถนนบนภูเขาก็สะอาดและเป็นระเบียบเรียบร้อยเช่นนี้ ความไม่พอใจที่มีก่อนหน้านี้ก็หายไปหมดสิ้น พวกเขาถึงกับวางแผนว่าจะต้องมาเที่ยวชมธรรมชาติที่นี่ในฤดูใบไม้ผลิปีหน้าอย่างแน่นอน
ลิ่งอวี่นำทางอยู่ข้างหน้า เห็นสามคนที่อยู่ด้านหน้าทำท่าเหมือนพอใจ พูดคุยเจี๊ยวจ๊าวไม่หยุด ก็ทำให้เขาหัวเราะร่วนอยู่ในใจ
ตอนนี้พวกเขาเดินแถวจนแถบลืมเวลา ถึงตอนที่เห็นน้ำพุร้อนแล้วพวกเขาจะเป็นอย่างไรน่า
"พี่ชายทั้งหลาย ตรงนี้เป็นเพียงทิวทัศน์ธรรมดาธรรมดาเท่านั้น ยังไม่ถึงจุดชมวิวที่สวยที่สุดของวันนี้เลย!" เล่อเหนียงยิ้มกว้าง "รอถึงที่นั่นแล้ว ข้าเกรงว่าพวกท่านจะติดใจอยากอยู่ที่นั่นไปชั่วชีวิตและไม่อยากออกมาเลย!"
คำพูดของเล่อเหนียงทำให้เหยียนเทาและคนอื่นๆรู้สึกสนใจ แต่ก็ไม่ได้คาดหวังอะไรมากนัก เทียบกับเมืองหลวงแล้วอำเภอชิงเหอถือเป็นอำเภอที่ค่อนข้างยากจน ที่นี่ไม่มีทิวทัศน์ที่น่าชมหรือสิ่งที่มีชื่อเสียงใดๆ ดังนั้นเมื่อเทียบกับอำเภอที่มีสถานที่สำหรับเดินเล่นชมธรรมชาติหรือมีวัด
ในสายตาของพวกเขา การที่ภูเขาลูกหนึ่งได้รับการดูแลให้สะอาดเรียบร้อยขนาดนี้ก็ถือว่าเป็นทิวทัศน์ที่สวยงามแล้ว
"เล่อเหนียง ทิวทัศน์บนภูเขานั้นงดงามจริงๆ ที่นี่สะอาดสะอ้านดูสบายตา หากข้าแก่ตัวลงในภายหลัง ข้าอยากจะสร้างบ้านที่นี่ การได้ชมวิวทุกวันช่างเป็นความสุขอะไรเช่นนี้!"
หลิวอวิ๋นหลงกล่าวด้วยสีหน้าเต็มไปด้วยความเพ้อฝัน แม้ว่าเขาจะไม่เคยขาดแคลนเงินทองมาตั้งแต่เด็ก แต่ครอบครัวของเขานั้นซับซ้อนยิ่งนัก ท่านพ่อของเขาไม่เพียงแต่มีภรรยาเท่านั้น แต่ยังมีอนุภรรยาและสาวใช้ประจำตัวอีกนับไม่ถ้วน
พี่น้องในบ้านยิ่งมีมากมาย ทุกวันมีแต่การชิงความโปรดปรานที่ไม่รู้จบ เขาเองก็เป็นบุตรชายคนโตของภรรยาเอก ท่านปู่และท่านย่าก็รักใคร่เขามาก ดังนั้นเขาจึงมีที่ยืนในบ้านและมีสิทธิ์มีเสียงบ้าง
ดังนั้นเมื่อเขารู้ว่าลิ่งอวี่มีอาสี่คน ลุงหนึ่งคน น้องชายหกคน ลูกพี่ลูกน้องหนึ่งคน และน้องสาวตัวน้อยอีกหนึ่งคน ครอบครัวของพวกเขาล้วนรักใคร่สามัคคีกัน ไม่เคยมีการแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกันเลย จึงอิจฉาพวกเขาอย่างยิ่ง เพราะเหตุนี้เอง เขาถึงได้ตัดสินใจสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลิ่งอวี่!
เล่อเหนียงหัวเราะเสียงดังแล้วพูดว่า "พี่ชายอวิ๋นหลง ถ้าตอนนี้ท่านอยากจะตั้งรกรากที่นี่ ข้าว่าท่านต้องรีบแล้วละ"
"ถือโอกาสตอนที่ท่านปู่หัวหน้าหมู่บ้านยังมีบ้านให้ขายอยู่ ถ้าผ่านไปอีกไม่กี่วันก็ไม่รู้ว่าจะมีหรือไม่นะ!"
แม้ว่าเล่อเหนียงจะพูดด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม แต่ในใจของนางกลับไม่ได้คิดเช่นนั้น นางถึงกับรู้สึกว่าหลิวอวิ๋นหลงดูโง่เขลาไปหน่อย
สถานที่แบบนี้เขาอยากจะมาตั้งรกรากจริงหรือ ไม่กลัวท่านปู่หัวหน้าหมู่บ้านไล่เขาออกไปหรืออย่างไร!
"รอสักครู่ พวกเจ้าจะไม่พาพวกข้าไปเล่นน้ำใช่หรือไม่" หูของเหยียนเทาทำงานได้ดี เมื่อเดินเข้ามาใกล้ข้าก็ได้ยินเสียงน้ำแล้ว
"เข้ามาดูด้วยตาไม่ดีกว่าหรือจะได้รู้" ลิ่งอวี่กล่าวพลางยิ้ม
เหยียนเทาและคนอื่นๆรีบเดินนำไปก่อนหนึ่งก้าว พอเห็นภาพตรงหน้าดวงตาของพวกเขาเบิกกว้างขึ้นในทันที!
บทที่ 673: ต่อไปเจ้าห้ามลืมข้าเด็ดขาด
"สวรรค์!" เหยียนเทาพูดด้วยความตื่นตะลึง
"เป็นบ่อน้ำพุร้อนใช่หรือไม่ ใครสามารถบอกข้าได้ว่าเหตุใดที่นี่ถึงมีบ่อน้ำพุร้อน"
เหตุใดบ่อน้ำพุร้อนนี้ถึงซ่อนอยู่ลึกเช่นนี้
"ใครสามารถบอกข้าได้บ้างว่าเหตุใดที่ที่ถึงมีภูเขาล้อมรอบกลับมีบ่อน้ำพุร้อนอยู่ตรงกลาง" เหยียนเทาถามติดต่อกันอย่างบ้าคลั่ง
หลิวอวิ๋นหลงก็ตกตะลึงกับทัศนียภาพงดงามตรงหน้า เขาพึมพำว่า "ข้าก็อยากรู้เช่นกันว่าเหตุใดที่นี่ถึงซ่อนบ่อน้ำพุร้อนไว้ และเหตุใดถึงซ่อนไว้ลึกเช่นนี้!"
ทั่วทั้งแคว้นต้าหนิงมีสถานที่ที่มีน้ำพุร้อนไม่เกินสามแห่ง แต่หมู่บ้านตระกูลฉินกลับมีบ่อน้ำพุร้อนซ่อนอยู่ เขาไม่กล้าจินตนาการเลยว่าถ้าข่าวเรื่องน้ำพุร้อนนี้แพร่ออกไป สถานที่แห่งนี้จะมีผู้คนมาเยือนมาแค่ไหน
หมู่บ้านตระกูลฉินนี้คงจะกลายเป็นหลุมทองคำอย่างแน่นอน
"เป็นอย่างไรบ้าง ทิวทัศน์อันงดงามนี้ พวกเจ้ายังชอบอยู่หรือไม่ พวกเจ้ายังบ่นอีกหรือไม่" ลิ่งอวี่กล่าวเอ่ยค่อนแคะ
เขาชอบท่าทางที่พวกเขาตกตะลึงราวกับไม่เคยเห็นใต้หล้า แม้ว่าเขาเขาเองก็ไม่เคย เห็นใต้หล้ากว้างเช่นกัน แต่ตอนนี้มันต่างออกไป!
"ชอบมากเลย ตายก็ไม่เสียดายแล้ว!" เหยียนเทาพูดอย่างขอไปทีขณะมองบ่อน้ำพุร้อนที่กำลังระอุ
"พี่ชายทั้งหลาย เหตุใดพวกท่านยังยืนเฉยอยู่ล่ะ พวกท่านไม่อยากลงไปแช่บ้างหรือ" เล่อเหนียงถามด้วยสีหน้างุนงง
ตามหลักแล้ ไม่มีใครสามารถต้านทานเสน่ห์ของบ่อน้ำพุร้อนได้ เหตุใดคนพวกนี้ถึงได้แค่ยืนจ้องอยู่บนฝั่ง
หลิวอวิ๋นหลงมองดูเล่อเหนียงด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย "เด็กน้อย บ่อน้ำพุร้อนนี้ให้คนอื่นลงไปแช่ได้ตามใจชอบเลยหรือ"
"เหตุใดจะไม่ได้ล่ะ หรือว่ามีชื่อเขียนไว้บนบ่อน้ำพุร้อนด้วยหรือ" เล่อเหนียงถามกลับทันที "เอ่อ..."
หลิวอวิ๋นหลงกล่าวด้วยความหวาดกลัวเล็กน้อย "โดยทั่วไปแล้วบ่อน้ำพุร้อนพวกนี้มักเป็นสมบัติส่วนตัวของบุคคลสำคัญที่มีอำนาจสูง แม้แต่การได้แช่หรือเพียงแค่มองดูก็อาจนำภัยพิบัติมาสู่ตัวเราได้โดยไม่รู้ตัว!"
"อวิ๋นหลง เจ้าหมายความว่าเจ้าเคยเห็นบ่อน้ำพุร้อนมาก่อนหรือ" เหยียนเทาถาม
หลิวอวิ๋นหลงเงียบไปครู่หนึ่งแล้วค่อยๆพยักหน้า "พวกเจ้าก็รู้ว่าบ้านตระกูลแม่ของข้าอยู่ที่กานโจว ที่กานโจวก็มีบ่อน้ำพุร้อนอยู่แห่งหนึ่ง แต่มันเป็นสมบัติส่วนตัวของท่านอ๋องหนึ่ง!"
เมื่อก่อนตอนข้าไปล่าสัตว์บนเขากับท่านพ่อ แล้วบังเอิญเดินเข้าไปในบริเวณบ่อน้ำพุร้อนนั้น ตอนนั้นข้ายังเด็ก ไม่รู้ว่าบ่อน้ำพุร้อนคืออะไร ข้าแค่รู้สึกว่าในน้ำมีฟองผุดขึ้นมา ดูแล้วน่าสนุกมาก ข้าเลยถอดรองเท้าออกแล้วไปเล่นน้ำสักพัก ผลก็คือ…" ดวงตาของหลิวอวิ๋นหลงเผยความหวาดกลัว
"ผลลัพธ์คือเท้าทั้งสองข้างของข้าเกือบจะหายไป ภายหลังท่านพ่อของข้าต้องอ้อนวอนขอร้องและจ่ายเงินก้อนใหญ่ จึงไถ่เท้าทั้งสองข้างของข้ากลับมาได้!"
เหยียนเทาและคนอื่นๆ ต่างพากันถอนหายใจด้วยความสลดใจเมื่อได้ยินเช่นนั้น แต่พวกเขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าหลิวอวิ๋นหลงจะมีประสบการณ์เช่นนี้มาก่อน ไม่น่าแปลกใจที่เขาจะตกใจและหวาดกลัวเมื่อเห็นบ่อน้ำพุร้อน
"พี่อวิ๋นหลง บ่อน้ำพุร้อนนี้เป็นของพวกเรา หมู่บ้านตระกูลฉิน ท่านย่าของข้าและอาของข้าใช้เงินไปสร้างมัน!"
เล่อเหนียงปลอบใจ "ดังนั้นท่านแช่ได้ตามสบาย ไม่มีปัญหาอะไร ที่นี่ไม่มีใครกล้าพูดอะไร ยิ่งไม่มีใครกล้าตัดเท้าของท่านด้วย!"
หลิวอวิ๋นหลงยังคงกังวลอยู่บ้าง "เล่อเหนียง ตอนนี้บ่อน้ำพุร้อนนี้อาจจะเป็นของพวกเจ้าแต่พวกเจ้าเคยคิดหรือไม่ว่าหากวันหนึ่งบ่อน้ำพุร้อนนี้ถูกคนอื่นตามมาพบ พวกเจ้าจะยังรักษาบ่อน้ำพุร้อนนี้ไว้ได้หรือไม่"
เมื่อได้ยินคำพูดของหลิวอวิ๋นหลง เหยียนเทาก็รู้สึกกังวลเช่นกัน "ลิ่งอวี่ พวกเจ้าแน่ใจหรือว่าบ่อน้ำพุร้อนนี้ยังไม่มีใครค้นพบ"
"ที่นี่อยู่ไม่ไกลจากเมืองหลวงนัก หากมีขุนนางหรือคนสูงศักดิ์คนใดมาพบเข้า หมู่บ้านของพวกเจ้าอาจต้องเผชิญกับหายนะครั้งใหญ่ก็ได้!"
อีกคนหนึ่งก็กล่าวว่า "ข้าขอเสนอความคิดที่อาจไม่น่าฟังสักเท่าไหร่ หากบ่อน้ำพุร้อนนี้ยังไม่มีใครค้นพบ และพวกเจ้าต้องการใช้ชีวิตอย่างสงบสุข ข้าคิดว่าพวกเจ้าควรหาขุนนางผู้มีอำนาจและอิทธิพลสักคน มอบบ่อน้ำพุร้อนนี้ให้เขา เพื่อแลกกับการคุ้มครองจากเขา!"
ฉินลิ่งอวี่ฟังคำพูดของสหายทั้งสามแล้วรู้สึกซาบซึ้งใจ พวกเขาไม่ได้ตื่นเต้นกับการเห็นบ่อน้ำพุร้อนนี้ แต่กลับเป็นห่วงทั้งหมู่บ้านของเขา
"พี่ชายทั้งหลาย พวกท่านวางใจได้ บ่อน้ำพุร้อนนี้จะไม่มีใครกล้ามาแย่งชิงหรอก!"
เล่อเหนียงตบอกรับรองว่า "บ่อน้ำพุร้อนนี้ได้รับการดูแลจากซื่อจื่อจิ่นอันโหวแล้ว แม่ทัพเผ่ยและจวนตระกูลเผ่ยแล้ว บ่อน้ำพุร้อนนี้อยู่ภายใต้การคุ้มครองของพวกเขา ดังนั้นตราบใดที่พวกเขายังมีชีวิตอยู่ จะไม่มีใครกล้ามาแย่งชิงบ่อน้ำพุร้อนนี้อย่างแน่นอน แม้แต่ไทเฮาฃก็เป็นไปไม่ได้ พวกท่านแช่น้ำได้อย่างสบายใจเลย!"
"ยิ่งไปกว่านั้นพี่ชายทั้งหลาย พวกท่านลองดูการก่อสร้างและการจัดการบริเวณบ่อน้ำพุร้อนนี้สิ อีกไม่นานพวกข้าจะเตรียมประกาศให้คนรู้ถึงการมีอยู่ของบ่อน้ำพุร้อนนี้!"
คำพูดของเล่อเหนียงทำให้พวกเขาประหลาดใจ พวกเขาไม่คิดว่าผู้คนจากหมู่บ้านตระกูลฉินจะมีความสามารถมากขนาดนี้ การที่สามารถติดต่อกับจวนตระกูลเผ่ยและแม่ทัพเผ่ยก็นับว่าเป็นเรื่องใหญ่แล้ว เพราะจวนตระกูลเผ่ยตั้งอยู่ในอำเภอชิงเหอจริงๆ
แต่ซื่อจื่อจิ่นอันโหวนั้นเกินความคาดหมายของพวกเขามาก
ตามที่ได้ยินมาซื่อจื่อจิ่นอันโหวเป็นที่รักใคร่อย่างมาก ไม่เพียงแต่คนในครอบครัวรักใคร่เขา แม้แต่ฮ่องเต้ก็ทรงรักใคร่เขาด้วย!
หากบ่อน้ำพุร้อนนี้มีการคุ้มครองของเขา แน่นอนว่าไม่มีใครกล้าลงมือกับบ่อน้ำพุร้อนนี้แน่
"บรรพบุรุษตตัวน้อย เจ้าช่างเก่งกาจเหลือเกิน!" เยี่ยนเทาพลันโค้งคำนับให้เล่อเหนียง
"พี่ชายเหยียนเทา ท่านทำเช่นนี้เพื่ออันใด เหตุใดจึงต้องคำนับข้า"
เล่อเหนียงมองเขาอย่างงุนงง "ท่านขาดเงินใช้หรือ หากขาดเงินใช้ต้องรอกลับไปก่อนจึงจะให้ท่านได้นะ ตอนนี้ข้าไม่ได้พกเงินมาด้วย!"
มุมปากของเยี่ยนเทากระตุก "เล่อเหนียง ต่อไปนี้พี่เหยียนเทาของเจ้าต้องพึ่งพาการคุ้มครองของเจ้าแล้ว!"
"เมื่อเจ้ากำลังกินเนื้อ อย่าลืมพี่เหยียนเทาของเจ้าเป็นอันขาด จำไว้ว่าต้องเหลือน้ำแกงไว้ให้พี่เหยียนเทาสักอึกด้วย!"
เล่อเหนียงที่เดิมทีก็งุนงงอยู่แล้ว พอได้ยินคำพูดของเยี่ยนเทาก็ยิ่งงุนงงหนักขึ้นไปอีก
"หา"
"ท่านอยากกินเนื้อสินะ งั้นเดี๋ยวกลับไปจะให้ท่านกินน่องไก่!"
หลิวอวิ๋นหลงกับคุณชายอีกคนหนึ่งก็รีบตามมาคำนับเล่อเหนียง
"อย่าลืมพวกข้าด้วย!"
เล่อเหนียงไม่รู้ว่าทั้งสามคนหมายความว่าอย่างไร แต่ลิ่งอวี่เข้าใจเป็นอย่างดี
"ข้าว่าพวกเจ้าทั้งสามคนอย่าทำเกินไปนัก นางยังเด็กนัก พวกเจ้ากลับยัดเยียดตำแหน่งให้เล่อเหนียงเสียแล้ว!"
"หากพวกเจ้าต้องการขอความคุ้มครองจากซื่อจื่อจิ่นอันโหว เหตุใดไม่ไปหาเขาโดยตรงเล่า?!" ลิ่งอวี่กล่าวอย่างหมดคำพูด
เมื่อได้ยินคำพูดของเขา เหยียนเทากลอกตาแล้วมองเขาด้วยสายตาดูถูกอย่างรุนแรง
"ฉินลิ่งอวี่ เจ้าพูดง่ายเหลือเกิน"
"แต่สำหรับพวกข้าแล้วนั่นยากเย็นราวกับฤดูหนาว พวกข้าจะไปหาซื่อจื่อจิ่นอันโหวได้ที่ไหนกัน"
"ถึงพวกข้าไปถึงเมืองหลวงก็ยังหาไม่พบอยู่ดี!"
ครั้งนี้เล่อเหนียงรู้สึกแปลกใจ พวกเขาไม่รู้หรือว่าซื่อจื่อจิ่นอันโหวคือใคร?
"ก็ท่านอาไป๋นั่นแหละคือซื่อจื่อจิ่นอันโหว!"
บทที่ 674: เจ้าเก็บคำพูดกลับไป
"ท่านอาไป๋คนไหนหรือ" เหยียนเทาชะงักไป แต่ก็คิดถึงคนหนึ่งขึ้นมาได้
"คงไม่ใช่นายอำเภอไป๋หรอกใช่หรือไม่"
เล่อเหนียงพยักหน้า "ใช่แล้ว เขานั่นแหละ!"
"ไม่จริงน่า" หลิวอวิ๋นหลงก็ตกใจเช่นกัน
"เขาไม่ใช่แค่นายอำเภอตัวเล็กๆคนหนึ่งหรอกหรือ เหตุใดถึงเป็นซื่อจื่อจิ่นอันโหวได้"
"คนเราก็สามารถฝึกฝนกันได้ไม่ใช่หรือ" ฉินลิ่งอวี่เอ่ยน้ำเสียงเนิบนาบ
"ดังนั้นพวกเราสามารถแช่น้ำพุร้อนได้ตามใจชอบใช่หรือไม่"
"การแช่น้ำพุร้อนจะไม่ถูกทุบตีเลยใช่หรือไม่" เหยียนเทาถามอย่างกระวนกระวาย
"ได้!"
ทันทีที่คำพูดของฉินลิ่งอวี่เพิ่งจบลง เหยียนเทาก็รีบร้อนถอดเสื้อผ้าบนร่างกายออกอย่างใจร้อนมือของเขาแตะที่กางเกง จู่ๆก็นึกขึ้นได้และหันไปมองเล่อเหนียงที่กำลังเบิกตากว้าง
"เอ่อ..."
"ข้าจะถอดเสื้อผ้าแล้ว พวกเจ้าไม่รังเกียจใช่หรือไม่" แม้เหยียนเทาจะพูดกับพวกเขาทั้งหมด แต่ความจริงแล้วสายตาของเขากลับจับจ้องอยู่ที่เล่อเหนียง
แม้เด็กหญิงคนนี้จะอายุเพียงไม่กี่ปี แต่ไม่รู้ว่าเหตุใดเขารู้สึกว่านางไม่ได้ธรรมดาอย่างที่เห็นภายนอกเลย
"ท่านก็ถอดสิ!" คำพูดนี้หลุดออกมาจากปากของเล่อเหนียง
ฉินลิ่งอวี่ก็รู้สึกตัวและรีบเอามือปิดตาของเล่อเหนียงทันที
"เด็กน้อย อย่าได้มองสิ่งที่ไม่ควรมอง!"
"และเจ้าจจะรีบร้อนถอดเสื้อผ้าทำไม ไม่เห็นหรือว่ายังมีผู้หญิงอยู่ที่นี่"
"ถ้าทำให้เล่อเหนียงของข้าตกใจ ข้าจะเตะเจ้าลงไปแช่น้ำสามวันสามคืนเลย!"
"ลิ่งอวี่ เล่อเหนียงยังเด็กอยู่ คงไม่รู้เรื่องรู้ราวหรอกกระมัง"
หลิวอวิ๋นหลงกล่าวอย่างระมัดระวัง "เจ้าสามารถถอดเสื้อออกได้ ใช่แล้ว แต่กางเกงต้องใส่เอาไว้!"
"มาถึงที่นี่แล้ว ถ้าไม่ได้แช่สักครู่ คืนนี้ข้าคงนอนไม่หลับแน่"
ลิ่งอวี่เงียบไปนานก่อนจะพยักหน้าในที่สุด "แต่ห้ามถอดกางเกงนะ!"
"พี่ชาย ข้าก็อยากแช่เหมือนกัน"
"ไม่ได้!" เสียงนี้ดังขึ้นพร้อมกัน!
เล่อเหนียงและลิ่งอวี่หันหลังกลับพร้อมกันก็เห็นหงอวี่และฉินไห่เยี่ยนยืนอยู่ด้านหลัง
"พวกเจ้าแช่น้ำกันต่อไปเถอะ ข้าจะพาเล่อเหนียงกลับไป!" หงอวี่พูดพลางเดินไปอุ้มเล่อเหนียงมา
"ไม่เอา ไม่เอา ข้าก็อยากแช่น้ำเหมือนกันนะ!!!"
เล่อเหนียงตะโกนเสียงดัง "พี่เจ็ด ท่านไม่ให้ข้าแช่น้ำ!"
"หากท่านไม่ยอมให้ข้าแช่น้ำ ข้าจะไม่สนใจท่านอีกต่อไป!!"
หงอวี่แม้จะรู้สึกจนปัญญา แต่ก็ยังคงยืนกรานอย่างหนักแน่น "ไม่ได้เด็ดขาด พวกเขาล้วนเป็นผู้ชาย มีเพียงเจ้าคนเดียวที่เป็นผู้หญิง ข้าไม่อนุญาตอย่างเด็ดขาด!"
"ข้าเพิ่งอายุสามขวบเท่านั้น เหตุใดต้องกังวลเช่นนี้ด้วยเหล่า!" เล่อเหนียงกล่าวอย่างไม่ยอมแพ้
"หึ!"
หงอวี่จะไม่รู้ได้อย่างไรว่า เล่อเหนียงเด็กหญิงตัวน้อยคนนี้กำลังคิดอะไรอยู่ในใจ สำหรับเขา เขาไม่ได้มองเล่อเหนียงเป็นเด็กอายุสามขวบเลยแม้แต่น้อย!
เหยียนเทาและคนอื่นๆก็รู้สึกอึดอัดใจไม่น้อย แม้เด็กน้อยจะยังเล็ก แต่ก็ไม่ค่อยเหมาะที่จะแช่น้ำพุร้อนกับพวกเขา
"พอเถอะ ลิ่งอวี่ เจ้าไปกับเพื่อนร่วมชั้นของเจ้า เล่อเหนียงกับเสี่ยวชีทางโน้น ข้าจะคอยดูพวกเจ้าอยู่ข้างบนนี้!"
ในที่สุดฉินเหล่าอู่ก็ทนดูต่อไปไม่ไหวจึงเอ่ยปากขึ้น ตอนนี้เขารู้ว่าเหตุใดเสี่ยวชีคนนี้ถึงได้รีบร้อนลากเขาขึ้นเขามาทันทีที่เห็นเขากลับมา! ที่แท้ก็กังวลเรื่องน้องสาวของเขานี่เอง
"ขอบคุณอาห้าขอรับ!" ลิ่งอวี่พวกเขาพูดขึ้นพร้อมกัน
"เสี่ยวอวี่ข้าอยู่ข้างๆ หากพวกเจ้ามีเรื่องอะไรก็ร้องเรียกข้าได้!"
ฉินไห่เยี่ยนพูดจบก็พาตัวเล่อเหนียงและเสี่ยวชีไปยังบ่อน้ำพุร้อนอีกบ่อที่อยู่ข้างๆ
บ่อน้ำพุร้อนสองบ่อนี้มีเพียงก้อนหินใหญ่กั้นอยู่เท่านั้น หากพูดเสียงดังก็ยังคงได้ยินกันอยู่
"พี่เจ็ด ข้าไปกับท่านมันจะสนุกอะไรกัน" ริมฝีปากเล่อเหนียงเริ่มเบะออก
"แล้วเจ้าไปเที่ยวกับพวกเขาสนุกหรือไม่เล่า"
หงอวี่ทำหน้าเย็นชา "เจ้าต้องจำไว้ว่าเจ้าเป็นเด็กหญิง ไม่ควรไปเที่ยวกับพวกเขา"
"แต่ท่านก็ไม่ต่างกันนะ" เล่อเหนียงพูดอย่างหงุดหงิด
"ไม่ ข้าต่างจากพวกเขา ข้าไม่ใช่เด็กหนุ่ม ข้าเป็นเด็กชาย" หงอวี่พูดอย่างไม่รู้จักอาย
เล่อเหนียงส่งเสียงฟึดฟัดสองครั้ง แล้วยื่นมือออกมาให้เขาถอดเสื้อผ้าให้
หงอวี่เพียงแค่ถอดเสื้อผ้าชั้นนอกของนางออก จากนั้นก็ค่อยๆอุ้มนางหย่อนลงไปในบ่อน้ำพุร้อน ตรงบริเวณที่น้ำค่อนข้างตื้น
เขายังหาใบไม้มาให้นางสองสามใบ เพื่อให้เขาเล่น
เล่อเหนียง "..."
หงอวี่เคยมาแช่น้ำพุร้อนที่นี่มาก่อน ดังนั้นเขาจึงรู้ว่าส่วนไหนของบ่อน้ำพุร้อนที่ค่อนข้างตื้น เขาถอดเสื้อผ้าชั้นนอกออกแล้วก็ลงไปแช่ เช่นนี้ฉินไห่เยี่ยนก็มีหน้่าที่นั่งเฝ้าดูเด็กๆเหล่านี้
จากบริเวณนี้สามารถมองเห็นสภาพภายในบ่อน้ำพุร้อนทั้งสองแห่งได้อย่างชัดเจน
ส่วนหัวหน้าหมู่บ้านและคนอื่นๆได้ปรึกษากันแล้ว พวกเขาตกลงกันว่าจะไม่เผยแพร่ข้อมูลนี้ออกไปนอกหมู่บ้าน เก็บไว้เพื่อใช้ในยามจำเป็น!
ฉินไห่เยี่ยนมองดูเด็กๆในใจก็รู้สึกอิจฉาอย่างมาก และเริ่มอยากมีลูกบ้างแล้ว แต่ด้วยสถานการณ์ของเขาในตอนนี้ คาดว่าเขาคงต้องเป็นโสดไปตลอดชีวิต
พวกเด็กๆเหล่านี้ หลิวอวิ๋นหลงมีอายุมากที่สุด ปีนี้อายุสิบเก้าแล้ว เล่อเหนียงอายุน้อยที่สุดปีนี้เพิ่งสามขวบครึ่ง แต่นางชอบเล่นซุกซนเป็นที่สุด
"ลิ่งอวี่ ข้าไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าที่นี่จะเป็นสวรรค์บนดินเช่นนี้ น่าแปลกใจที่ก่อนหน้านี้ข้าให้เจ้าเช่าบ้านในอำเภอ เจ้าไม่ยอม ถ้าเป็นข้า ข้าก็คงไม่ยอมเช่นกัน!" หลิวอวิ๋นหลงถอนหายใจอย่างสบายอารมณ์
หลังจากครั้งนั้นเขาก็ไม่ได้แช่น้ำร้อนอีก ได้แต่ขอท่านพ่อสร้างสระน้ำขนาดใหญ่ และเติมน้ำร้อนจนเต็ม ทุกครั้งที่เขาลงแช่น้ำ มักจะจินตนาการว่าตัวเองกำลังแช่น้ำพุร้อน
แต่ตอนนี้ได้แช่น้ำพุร้อนจริงๆ เขาถึงรู้สึกว่าทั้งสองอย่างนี้แตกต่างกัน!
"ลิ่งอวี่เมื่อไหร่บ่อน้ำพุร้อนนี้ถึงจะเปิดให้บริการ ถึงเวลานั้นข้าจะพาพี่สาวและคนอื่นๆมาอุดหนุนเจ้าเอง!" อีกคนหนึ่งกล่าว
"ข้าจะช่วยเจ้าแจกใบเชิญชวนให้ด้วย!" เหยียนเทาพูดขึ้นอย่างรวดเร็ว
แม้ว่าจะไม่ได้มาจากตระกูลร่ำรวย แต่เขาก็มีฝีปากเก่งกาจ อีกทั้งอยู่ในอำเภอชิงเหอมานาน และเขาก็มีเครือข่ายมากมาย
ฉินลิ่งอวี่ส่ายหัว "ไม่ต้องหรอก ไม่ต้องแจกใบเชิญชวนอีกแล้ว ถ้าจะเปิดร้าน พวกเจ้าแค่มาร่วมงานก็พอแล้ว!"
"พี่ชายอวิ๋นหลงอยู่ใกล้ๆ น่าจะพาท่านลุงท่านป้ามาแช่น้ำด้วยกันได้!"
"ถ้าเช่นนั้น ข้าจะเรียกอาจารย์และคนอื่นๆมาด้วย!" เหยียนเทาเอ่ย
"อย่า!!"
"อย่าเลย ข้าขอร้องเจ้า!" ลิ่งอวี่และคนอื่นๆเอ่ยขึ้นพร้อมกัน
"เราเรียนที่สำนักศึกษามาหนักมากพอแล้ว เรามาที่นี่ก็เพื่อผ่อนคลาย อย่าได้พาอาจารย์มาเลย ถ้าพวกเขามา ข้าจะรู้สึกอึดอัดไปทั้งตัว!" ฉินลิ่งอวี่เอ่ยด้วยสีหน้าหวาดกลัว
หลิวอวิ๋นหลงมีสีหน้าไม่สู้ดีเช่นกัน "ลิ่งอวี่พูดถูก เก็บคำพูดเมื่อครู่ของเจ้ากลับไป อย่าได้พูดถึงเรื่องนี้อีก!"
บทที่ 675: เด็กโตแล้วย่อมมีความคิดเป็นของตัวเอง
"ฮ่าๆๆ สวรรค์ ซิ่วไฉที่สง่างามกลัวอาจารย์เชียวด้วยหรือ!" เหยียนเทากลั้วหัวเราะลั่น
ฉินลิ่งอวี่พูดแขวะอย่างไม่ไว้หน้าว่า "หรือว่าเจ้าไม่กลัวล่ะ แต่ข้าก็เห็นนะว่าทุกครั้งที่เจ้าเห็นอาจารย์ เจ้ากลับทำหน้าเหมือนเห็นผีเลยนะ"
"ใช่แล้ว ไม่รู้ว่าใครกันที่เห็นอาจารย์แต่ไกลก็หันหลังวิ่งหนีเลย รั้งอย่างไรก็รั้งเอาไว้ไม่อยู่" หลิวอวิ๋นหลงพูดแดกดัน
"แน่นอนว่าข้ากลัว การบ้านข้าก็ไม่ดีเท่าพวกเจ้า ทุกครั้งที่อาจารย์เห็นข้าก็จะรีบถามเรื่องการบ้านทันที ข้าจะไม่กลัวได้อย่างไร" เหยียนเทาเบ้ปากพูด
เขาไม่คิดว่าการกลัวอาจารย์จะเป็นเรื่องน่าอับอายแต่อย่างใด พวกเราเรียนหนังสือจะไม่มีใครกลัวอาจารย์บ้างล่ะ
ยิ่งไปกว่านั้นความสามารถในการเรียนของเขาก็ไม่ได้ดีนัก เทียบกับฉินลิ่งอวี่และคนอื่นๆไม่ได้เลย แต่อาจารย์กลับคาดหวังกับเขาสูงมาก ดังนั้นทุกครั้งที่เห็นเขา อาจารย์จึงมักจะจับตัวเขาไว้ แล้วถามเรื่องในชั้นเรียนมากมาย
ถ้าบังเอิญถามความรู้ที่เขาตอบได้ก็ยังดีไป แต่ถ้าตอบไม่ได้ เขาก็จะซวยแน่ๆ ต้องถูกลงโทษให้ยืนหลายคาบเรียนแน่นอน แบบนี้เขาจะไม่กลัวได้ยังไง
"โอ้โฮ! เจ้ายังกล้าพูดอีกหรือ!" ฉินลิ่งอวี่ใช้สองมือตักน้ำขึ้นมา แล้วสาดใส่เขาหลิวอวิ๋นหลงและคนอื่นๆ เมื่อเห็นสถานการณ์เช่นนั้นก็รีบตักน้ำสาดใส่เหยียนเทา
เหยียนเทาถูกน้ำที่สาดมาอย่างกะทันหันเล่นงานเข้าอย่างจัง ชั่วขณะหนึ่งเขายังไม่ทันได้ตั้งตัว
พวกเขาไม่ได้กำลังพูดถึงเรื่องของคนบ้าอยู่หรอกหรือ เหตุใดถึงเริ่มทำสงครามกันแล้วล่ะ
"โอ้โห พวกเจ้านี่ช่างไม่มีน้ำใจนักเลย!" หลังจากเหยียนเทาตั้งสติได้ก็สาดน้ำกลับไปอย่างดุเดือดยิ่งกว่าเดิม!
ชั่วขณะหนึ่งบริเวณนี้เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะของเหล่าเด็กหนุ่ม หงอวี่ที่อยู่ในบ่อน้ำพุร้อนอีกบ่อ ได้ยินเสียงที่ลอยมาแล้วหัวใจของเขาก็จมดิ่งลงไปทีละน้อย
"พี่เจ็ดเป็นอะไรไป เหตุใดท่านดูมีเรื่องกังวลใจ" เล่อเหนียงถามพลางสาดน้ำไปมา
ไม่รู้ว่าเป็นความคิดของนางหรือไม่ ช่วงนี้นางรู้สึกว่าพี่เจ็ดติดนางตลอดเวลา
แม้ว่าแต่ก่อนทุกครั้งที่พี่เจ็ดกลับจากสำนักศึกษา เขามักจะมาหานางเป็นคนแรกและพานางไปเล่น แต่ในช่วงไม่กี่วันนี้เขากลับแตกต่างออกไป ราวกับว่ากำลังหวาดกลัวอะไรบางอย่าง!
"น้องสาว..."
หงอวี่ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยว่า "หากข้าจากไป เจ้าจะคิดถึงข้าหรือไม่"
"เหตุใดท่านถึงต้องจากไปด้วยเล่า"
เล่อเหนียงกะพริบถามว่า "หรือว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับท่านพ่อของท่านหรือ"
หงอวี่ส่ายหน้า "ไม่ใช่..."
"เมื่อสองวันก่อนข้าได้รับจดหมายจากท่านอา ให้เตรียมตัวกลับราชสำนัก ให้ข้าเตรียมพร้อมสำหรับกลับไปทุกเมื่อ!"
"นั่นถือว่าเป็นเรื่องดีเลยเชียว เรื่องนี้ไม่เรื่องที่ท่านรอคอยมาตลอดเวลาหรือ"
เล่อเหนียงมองเขาด้วยสีหน้าประหลาดใจเล็กน้อย พี่เจ็ดอยากกลับบ้านเรื่องนี้นางรู้ดี แม้ว่าปากเขาจะไม่พูด แต่นางเห็นเขาเหม่อมองไปทางเมืองหลวงหลายครั้งแล้ว!
การกลับไปของเขาไม่เพียงแต่จะพิสูจน์ให้ท่านแม่ของเขาเห็น แต่ยังต้องดูแลท่านพ่อของเขาและยิ่งไปกว่านั้นต้องนำยายปีศาจเฒ่านั่นมาลงโทษตามกฎหมาย!
"แต่ว่า...แต่ว่าข้าไม่อยากจากพวกเจ้าเลย!" หงอวี่ดวงตาพลันแดงก่ำ
"ข้าไม่อยากจากท่านแม่ ไม่อยากจากท่านย่า และไม่อยากจากพี่ชายทั้งหลาย ยิ่งไม่อยากจากเจ้าและทุกคนในหมู่บ้านตระกูลฉิน!"
"พี่เจ็ด สุดท้ายแล้วท่านก็ต้องกลับไป ท่านมีภาระที่ต้องแบกรับ ท่านไม่สามารถอยู่ที่นี่ไปได้ตลอดชีวิต!"
เล่อเหนียงเพิ่งเข้าใจว่าเหตุใดช่วงนี้เขาถึงติดนางมากเช่นนี้ "อำเภอชิงเหอก็ไม่ได้ไกลจากเมืองหลวง แค่เดินทางหนึ่งวันเท่านั้น ต่อไปท่านต้องเรียนรู้การขี่ม้า ขี่ม้าพันลี้แค่ครึ่งวันก็ถึงบ้านแล้วไม่ใช่หรือ"
หงอวี่มองดูเล่อเหนียงที่กำลังปลอบเขาอย่างจริงจัง จู่ๆก็ยื่นมือไปบีบแก้มอวบอ้วนของนาง
"ใช่แล้ว แค่ครึ่งวันก็ถึง"
"ในบ้านนี้มีเพียงเจ้าที่ไร้หัวใจ แต่ก็ดีเหมือนกัน ถึงตอนนั้นข้าจากไป เจ้าคงจะเศร้าแค่สองวันก็ลืมข้าไปแล้วกระมัง!"
เล่อเหนียงเบิกตากว้างมองเขา "พี่เจ็ด ท่านกำลังพูดอะไรอยู่หรือ"
"ดูเหมือนว่าท่านจะลืมไปนะ ท่านยังสามารถเข้าพื้นที่มิติของข้าได้ไม่ใช่หรือ"
"ถ้าท่านคิดถึงข้า ท่านจะไม่เข้าพื้นที่มิติของข้าเพื่อหาข้าหรือ"
หงอวี่ชะงักไป ถูกต้อง ดูเหมือนว่าเขาจะลืมเรื่องนี้ไปสนิทเลย
แต่ความจริงแล้วเขาก็ไม่ได้เข้าไปในพื้นที่มิติของนางมานานแล้ว ไม่รู้ว่าในพื้นที่มิติของเขามีอะไรเปลี่ยนแปลงบ้าง!
"เล่อเหนียง เจ้าสามารถคิดค้นยาพิษที่ไร้สีไร้กลิ่นได้หรือไม่ หากทำได้ ช่วยคิดค้นให้ข้าสักอย่าง เมื่อข้ากลับไป ข้าจะใส่มันลงในชามอาหารของนางปีศาจแก่นั่น จากนั้นจะฆ่านางให้ตาย!" หงอวี่กล่าวอย่างดุร้าย
"มีสิ เยอะแยะเลย!" เล่อเหนียงตอบอย่างโอหัง
ฉินไห่เยี่ยนที่ได้ยินบทสนทนาของพวกเขาตลอดเวลา มุมปากพลันกระตุกเล็กน้อย มือลูบคอโดยไม่รู้ตัว ทันใดนั้นก็รู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว
ศีรษะของเขาส่ายไปมาราวกับจะหลุด ดูเหมือนว่าชีวิตนี้จะไม่ปลอดภัยเสียแล้ว!
ลิ่งอวี่และคนอื่นๆไม่ได้แช่น้ำนานนัก พวกเขาแช่อยู่ประมาณหนึ่งชั่วยามก็ขึ้นมา
หงอวี่และเล่อเหนียงนอนคว่ำอยู่บนหิน ขณะที่ใช้เท้าเตะน้ำไปมา พร้อมกับพูดคุยกันเรื่อยเปื่อย ถึงแม้ว่าฉินไห่เยี่ยนจะฟังพวกเขาคุยกันตลอดเวลา แต่กลับไม่ได้ยินเสียงเด็กน้อยพูดกันสักคำเดียว
ระเบิดคืออะไร
เอเคคืออะไร
โพแทสเซียมคลอไรด์คืออะไร แม้ว่าเขาจะไม่เข้าใจคำพูดประหลาดที่เล่อเหนียงพูด แต่สิ่งที่เขาเข้าใจก็คือเด็กน้อยสองคนนี้กำลังวางแผนลอบสังหารไทเฮา! แม้ว่าเขาจะไม่เข้าใจ แต่ก็ยังตั้งใจฟังอย่างตั้งอกตั้งใจ แต่ทันใดนั้นเขาก็ไม่ได้ยินอะไรอีกแล้ว!
เขารีบก้มหน้าลงมองก็เห็นว่าเด็กน้อยสองคนนี้เล่นน้ำแล้วหลับไปเสียอย่างนั้น
ฉินไห่เยี่ยน "..."
นี่...นี่มันยากจะประเมินเสียแล้ว!
เขาจำต้องกระโจนลงไป มือหนึ่งคว้าเด็กน้อยคนหนึ่ง อีกมือหนึ่งคว้าอีกคนแล้วอุ้มขึ้นมา
ตอนนั้นลิ่งอวี่และคนอื่นๆ ก็เดินมาเห็นเด็กน้อยสองคนที่หลับสนิท พวกเขาก็ถึงกับพูดไม่ออก
"เด็กน้อยช่างดีจริงๆ พวกเขาหลับได้ง่ายดายเหลือเกิน!" เหยียนเทาเอ่ยหยอกล้อ
หลิวอวิ๋นหลงและคนอื่นๆพยักหน้าเห็นด้วย "ใช่แล้ว การเป็นเด็กน้อยช่างดีเหลือ พวกข้าไม่ได้นอนหลับสบายใจอย่างนี้มานานแล้ว!"
"พวกเจ้าดื่มเพิ่มอีกสองแก้วเถอะ ข้ามีเหล้าชั้นดี รับรองว่าดื่มเสร็จแล้วพวกเจ้าจะหลับทันทีที่หัวแตะหมอน!" ฉินไห่เยี่ยนกล่าวเย็นชา ก่อนจะหันหลังอุ้มเด็กทั้งสองลงไป
เหยียนถาวและคนอื่นๆยังรู้สึกไม่อิ่มเอม พวกเขามองไปที่บ่อน้ำพุร้อนที่ยังคงมีไอน้ำลอยขึ้นมา คิดในใจว่าครั้งหน้าจะต้องแช่ให้นานกว่านี้แน่นอน!
เมื่อพวกเขาเดินมาถึงเชิงเขา ก็เห็นฉินเหล่าซานกำลังเดินมาหาพวกเขา
ฉินเหล่าซานกล่าวพลางยิ้ม "ข้ากำลังจะขึ้นไปหาพวกเจ้าพอดี แต่พวกเจ้ากลับลงมาเสียแล้ว!"
"พี่สาม ช่วยอุ้มคนหนึ่งได้หรือไม่!" ฉินไห่เยี่ยนกล่าวอย่างเจ็บปวดเล็กน้อย
"เด็กหญิงคนนั้นตัวหนักจริงๆ น้ำหนักของนางเกือบจะเท่ากับเสี่ยวชีแล้ว!"
ฉินเหล่าซานรีบยื่นมือไปอุ้มเสี่ยวชีขึ้น "เหล่าอู่ เจ้าสังเกตเห็นหรือไม่ว่าเสี่ยวชีคนนี้มีเรื่องกังวลใจอยู่"
ฉินไห่เยี่ยนส่งเสียงรับในลำคอ "ข้าสังเกตเห็นแล้ว แต่เขาไม่อยากพูดออกมา และอีกอย่างพวกเราก็ไม่ควรถามเขา!"
"เมื่อเด็กโตขึ้น พวกเขาก็จะมีความคิดเป็นของตัวเอง!"
บทที่ 676: ท่านเป็นย่าของข้า
"ท่านย่า ท่านทำของอะไรอันใดหรือ กลิ่นช่างหอมเย้ายวนใจนัก!" เหยียนเทาร้องขึ้นทันทีที่เหยียบเข้าบ้านตระกูลฉิน
"พวกเจ้ากลับมาแล้วหรือ"
แม่เฒ่าฉินโผล่หัวออกมาจากด้านใน แล้วก็เห็นเล่อเหนียงและเสี่ยวชีที่กำลังหลับสนิท นางจึงถามด้วยความประหลาดใจ
"อ้าว เล่อเหนียงกับเสี่ยวชีแช่น้ำพุร้อนแล้วหลับไปได้อย่างไรกัน"
สือไห่ถังได้ยินคำพูดของแม่เฒ่าฉินก็โผล่หัวออกมาจากห้องครัว เพื่อมองออกไปข้างนอกเช่นกัน
"เล่อเหนียงก็ว่าไปอย่างเถอะ นางอายุยังน้อย เป็นวัยที่จะหลับเมื่อไหร่ก็ได้ก็เป็นเรื่องปกติ แต่เหตุใดเสี่ยวชีโตขนาดนี้แล้วยังเป็นเช่นนี้อีกเล่า"
"เมื่อคืนเสี่ยวชีนอนไม่หลับหรือพูดอีกอย่างคือไม่ได้นอนเลย กว่าจะหลับฟ้าก็สางไปพักใหญ่" สวี่ซิ่วอิงเอ่ยน้ำเสียงราบเรียบอยู่ช้างๆ
"หา"
"เมื่อคืนเขาดื่มเหล้ามากหรือ"
แม่เฒ่าฉินขมวดคิ้วพลาง "เขาไม่ได้นอนทั้งคืน เหตุใดเจ้าถึงไม่บอกสักคำ ควรจะให้นอนมากกว่านี้ อีกทั้งวันนี้เขายังตื่นแต่เช้าอีก!"
สวี่ซิ่วอิงส่ายหน้าเบาๆ "เขามีเรื่องในใจ เขาไม่อยากพูด ข้าก็ไม่ควรถาม!"
แม่เฒ่าฉินและสือไห่ถังสบตากันแวบหนึ่ง แล้วต่างคนต่างไปทำธุระของตน
แม้ว่าเสี่ยวชีจะเป็นหลายของพวกเขา และพวกเขาก็ถือว่าเสี่ยวชีเป็นหลานของตนเองด้วย แต่บางเรื่องของเสี่ยวชีพวกเขาก็ไม่รู้ อีกอย่างพวกเขาก็ไม่สามารถถามออกมาได้จริงๆ
ดังนั้นการอยู่เงียบๆ สนับสนุนเขาอยู่เบื้องหลังก็พอแล้ว!
"พวกเจ้าแช่น้ำพุร้อนก็ไม่เอาเสื้อผ้ามาด้วย เปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนเถอะ!" หลิวซิ่วเถาอุ้มเสื้อผ้าหลายชุดเดินเข้ามา
"เสื้อผ้าไม่กี่ชุดนี้เป็นของใหม่ที่พี่สะใภ้สี่เพิ่งตัด พวกเจ้าลองดูว่าชุดไหนเหมาะกับพวกเจ้าก็สวมชุดนั้น ข้าก็ไม่รู้ว่าชุดไหนจะเหมาะกับพวกเจ้า!"
"ขอบคุณท่านอาสะใภ้!"
ลิ่งอวี่รับเสื้อผ้ามาแล้วเรียกพวกเขาไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้อง
"โอ้โห เหตุใดเสื้อผ้าพวกนี้สวมใส่แล้วสบายตัวเหลือเกิน" หลิวอวิ๋นหลงรู้สึกประหลาดใจ
อีกทั้งผ้าที่ใช้ตัดเสื้อผ้าชุดนี้ก็ไม่ใช่ผ้าชั้นดี ตามหลักแล้วเสื้อผ้าที่ตัดจากผ้าชนิดนี้มักจะมีความแข็ง เพียงแต่ไม่รู้ว่าพวกเขาทำอย่างไร ถึงได้ทำออกมานุ่มนวลเช่นนี้
"เป็นเช่นนั้นจริงๆด้วย นี่ไม่ใช่ผ้าฝ้ายธรรมดาหรอกหรือ ทำขึ้นมาได้อย่างไรกัน"
เหยียนเทาก็รู้สึกประหลาดใจเช่นกัน
แม้ว่าเขาจะมาจากครอบครัวที่ไม่ค่อยดีนัก แต่เขาก็คลุกคลีอยู่ในตลาดมาเป็นเวลานาน และเคยเป็นพ่อค้าผ้ามาก่อน ผ้าชนิดนี้เป็นสิ่งที่เขาเคยขายมากที่สุด
ผ้าชนิดเดียวกัน เหตุใดคนอื่นถึงทำให้มันนุ่มนวลได้ขนาดนี้
ลิ่งอวี่มองดูพวกเขาที่สงสัยไม่เข้าใจด้วยความรู้สึกภาคภูมิใจ "เลือกเสื้อผ้าใส่ก็พอแล้ว อย่าถามมากไปกว่านั้นเลย!"
"อย่าถามข้าด้วยว่าผ้าชนิดนี้ทำขึ้นมาได้อย่างไร เหตุใดถึงนุ่มนวลขนาดนี้ เป็นเคล็ดลับของครอบครัวพวกข้า หากบอกพวกเจ้าไป ต่อไปครอบครัวข้าจะทำมาหากินอะไร"
หลิวอวิ๋นหลงและคนอื่นๆย่อมรู้ดีว่านี่เป็นฝีมือเฉพาะตัวของผู้อื่น พวกเขาจึงไม่ได้ซักถามถึงเคล็ดลับ และเริ่มเปลี่ยนเสื้อผ้า
ยกเว้นหลิวอวิ๋นหลงที่อายุมากกว่าและตัวสูงกว่าเล็กน้อย ทำให้เสื้อผ้าที่สวมใส่ดูสั้นกว่าเล็กน้อย ส่วนคนอื่นนั้นสวมใส่ได้พอดี
เหยียนเทาเองตัวเตี้ยกว่า แม้ว่าเขาจะเลือกเสื้อผ้าที่สั้นที่สุด แต่พอมาสวมใส่ก็ยังไม่พอดีตัว แต่เขาเป็นคนมองโลกในแง่ดีมาก หลังจากพับแขนเสื้อขึ้นหลายรอบแล้ว เขาก็เดินออกไปข้างนอก
แม่เฒ่าฉินตะโกนเสียงดังหลังจากนำอาหารจานสุดท้ายเสร็จ
"เด็กๆ มากินข้าวได้แล้ว!"
"มาแล้ว" ลิ่งตงร้องตอบเป็นคนแรก
เขารออยู่ในครัวมานานแล้วและคอยแอบกินเป็นระยะระยะ จนตอนนี้ท้องอิ่มไปครึ่งหนึ่งแล้ว! แต่นั่นก็ไม่ได้ส่งผลกระทบอะไร เดี๋ยวเขาจะกินกระดูกหมูชิ้นใหญ่อีกสองชิ้น!
เหยียนเทาน้ำลายสอพลางอุทานว่า "กลิ่นหอมจริงๆ!"
เขาไม่เคยได้กลิ่นหอมขนาดนี้มาก่อนเลย ท้องของหลิวอวิ๋นหลงและคนอื่นๆ ส่งเสียงร้องครืดคราดเพราะถูกกลิ่นหอมนี้ยั่วยวน แม้พวกเขาจะรู้สึกเกรงใจอยู่บ้าง แต่ก็ยังคงนั่งลงบนเก้าอี้อย่างรวดเร็ว
ไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่ช่วยเหลือ แต่เป็นเพราะทุกครั้งที่พวกเขาไปช่วย แม่เฒ่าฉินก็จะสั่งให้พวกเขาไปนั่งรอ
"ว้าว สิ่งนนี้คือเนื้ออะไร เหตุใดถึงดูน่ากินขนาดนี้ กลิ่นก็หอมมากเช่นกัน" ทันทีที่เนื้อตุ๋นถูกวางลงบนโต๊ะก็หายวาบไปในพริบตา
หลิวอวิ๋นหลงและพวกเป็นลูกชายตระกูลร่ำรวย พวกเขาเคยกินเนื้อมามากมาย แต่ไม่เคยได้กินเนื้อที่หอมอร่อยขนาดนี้มาก่อน ดังนั้นพวกเขาจึงอยากมีปากเพิ่มอีกสองปาก เพื่อที่จะได้กินให้มากขึ้น!
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเหยียนเทาเลย เขาคว้ากระดูกไว้ในมือทั้งสองข้าง โดยไม่สนใจภาพลักษณ์อีกต่อไป
"ค่อยๆกิน ถ้าไม่พอยังมีในหม้ออีก!" แม่เฒ่าฉินพูดพลางตักน้ำแกงใส่ชามให้พวกเขา
"ท่านย่า ต่อไปถ้าไม่ได้กินเนื้ออร่อยแบบนี้อีก ข้าจะทำอย่างไรดี" เหยียนเทาพูด
อย่างเศร้าสร้อยพลางเคี้ยวไปด้วย
"ถ้างั้นถ้าพวกเจ้าอยากิน ต่อไปอยากกินก็มาได้เลย แม้ว่าบ้านพวกข้าจะไม่ได้ร่ำรวย แต่พวกข้าเลี้ยงข้าวพวกเจ้าได้แน่นอน!" แม่เฒ่าฉินหัวเราะสองครั้งแล้วกล่าว
"ท่านย่าขอรับ ข้าจะถือว่าท่านเป็นย่าแท้ๆของข้าแล้วนะ!" เหยียนเทาพูดออดอ้อน
ฉินลิ่งอวี่มองดูคนไร้ยางอายแล้วถึงกับพูดไม่ออก สุดท้ายก็ได้แต่เบือนหน้าหนีไปทางอื่น เขารู้สึกว่าการพาเหยียนเทาคนนี้มาที่นี่เป็นความผิดพลาดอย่างใหญ่หลวง
โชคดีที่อีกสองคนไม่ได้เป็นเช่นเขา!
"ท่านย่า ต่อไปท่านคือย่าแท้ของข้า ต่อไปถ้าข้ามาขออาหารกิน ท่านอย่าไล่ข้าออกไปนะ!" หลิวอวิ๋นหลงพูดอย่างน้อยเนื้อต่ำใจอยู่ข้างๆ
ฉินลิ่งอวี่ "..."
เขาตัดสินใจว่าจะตัดขาดกับพวกนี้สักหนึ่งถ้วยชา!
"เอาละ เอาละ พวกเจ้าวางใจได้ ต่อไปถ้าพวกเจ้ามา ข้าจะไม่ปล่อยให้พวกเจ้าหิวโหยกลับไปแน่นอน!"
ตอนนี้แม่เฒ่าฉินถูกพวกตัวตลกเหล่านี้ทำให้หัวเราะออกมา ตามที่นางรู้มา นอกจากเหยียนเทาที่มีฐานะยากจนกว่าเล็กน้อย อีกสองคนล้วนเป็นลูกชายของตระกูลร่ำรวย แต่เหตุใดพวกเขาถึงทำ
เมื่อสือไห่ถังเห็นจานเนื้อตุ๋นวางเปล่าจึงลุกขึ้นเงียบๆ แล้วยกจานเนื้อจานใหม่ออกมา โชคดีที่คราวนี้นางตุ๋นเนื้อไว้มากหน่อย เพราะตั้งใจว่าพรุ่งนี้จะเอาไปขาย ไม่เช่นนั้นคงไม่พอให้เด็กหนุ่มพวกนี้กินแน่
สุภาษิตกล่าวไว้ว่าเด็กวัยกำลังโตกินจุ ทำพ่อแม่อดตาย แม้นางจะเคยรู้สึกเช่นนั้นมาก่อน แต่สิ่งที่เห็นตรงหน้านี้ทำให้นางเข้าใจความหมายของคำพูดนี้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
ใครจะชื่อว่าเนื้อเยอะขนาดนั้นจะหมดภายในพริบตา! อีกทั้งกระดูกก็ถูกแทะจนสะอาดเกลี้ยงเกลา แม้แต่สุนัขยังรังเกียจเลยทีเดียว!
"ท่านป้า ข้าตัดสินใจแล้ว ข้าจะซื้อบ้านที่นี่ ต่อไปข้าจะอยู่ที่นี่!" หลิวอวิ๋นหลงพูดพลางหยิบอะไรสักอย่างมาเช็ดมือแบบขอไปที จากนั้นล้วงตั๋วเงินหนึ่งร้อยตำลึงเหลียงออกมาจากอกเสื้อวางลงบนโต๊ะ
"ท่านป้า ช่วยหาบ้านให้เขาสักหลังเถอะ!" หลิวอวิ๋นหลงพูดอย่างน่าสงสาร
"เอ่อ..." เขายังไม่ทันดื่มเหล้าก็เมาเสียแล้วเหรอ
"ข้าจัดการเอง ข้าจัดการเอง ให้ข้า ให้ข้า!" เหยียนเทาคว้าตั๋วเงินมาอย่างรวดเร็ว
เหยียนเทาตบอกพลางกล่าวว่า "วางใจได้ ข้าจะซื้อกระท่อมมุงหญ้าที่ให้เจ้าอย่างแน่นอน!"
ในขณะที่หลิวอวิ๋นหลงและคนอื่นๆยังไม่ทันได้ตอบสนอง เหยียนเทาก็เปลี่ยนเรื่องพูดอีกครั้ง
"ท่านย่า แถวนี้มีคอกวัวหรือไม่ ซื้อสักหลังให้เขาก่อนเถอะ แล้วเงินที่เหลือเราแบ่งกันคนละครึ่ง!"
บทที่ 677: แขกยามดึก
"เหอะ เหยียนเทา เจ้าไม่มียางอายเลยหรือ" หลิวอวิ๋นหลงรู้สึกตัว แล้วเตะอีกฝ่ายไปหนึ่งที
"ข้าไปขอให้ย่าซื้อให้ข้า เหตุใดเจ้าต้องเข้ามายุ่งด้วย จริงๆ เจ้าตกหลุมรักเงินแล้วสินะ"
เหยียนเทาแลบลิ้นสองครั้ง "เจ้าก็ไม่รู้ว่าข้ายากจนแค่ไหน โกงเงินเจ้าไปนิดหน่อยจะเป็นไรไป?"
หลิวอวิ๋นหลงมองเขาแวบหนึ่ง สุดท้ายก็ไม่พูดอะไร
"ถ้าจะซื้อบ้าน ต้องไปถามหัวหน้าหมู่บ้าน ถามข้าไม่มีประโยชน์หรอก ข้าไม่รู้ว่าที่นี่มีบ้านว่างหรือเปล่า!" แม่เฒ่าฉินพูดพลางยิ้ม "หากมีอยู่ก็คงใช้เพียงสิบกว่าตำลึง ไม่จำเป็นต้องถึงร้อยตำลึงหรอก!"
เหยียนเทาได้ยินดังนั้นก็โยนตั๋วเงินคืนให้หลิวอวิ๋นหลง "ในเมื่อไม่ต้องใช้เงินมากขนาดนั้น ข้าก็จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้ว ยุ่งไปก็ไม่ได้ผลประโยชน์อะไร!"
หลิวอวิ๋นหลงทำสีหน้าราวกับรู้อยู่แล้ว จึงไม่ได้เอ่ยอะไรอัก เพียงแต่ยื่นมือออกไปรับตั๋วเงินกลับมา
เมื่อเล่อเหนียงตื่นขึ้นมาพวกเหยียนเทาและก็ไม่อยู่แล้ว และตอนนี้ท้องฟ้าก็มืดลงนานแล้ว!
"ท่านย่า เหตุใดท่านจึงไม่ปลุกข้าเล่า" เล่อเหนียงเบะริมฝีปากถาม
"ข้าปลุกแล้ว แต่เจ้าไม่ตื่น เสี่ยวชีก็เช่นกัน ไม่ว่าจะปลุกอย่างไรก็ไม่ตื่น พวกเจ้าไปทำอะไรมากันแน่ เหตุใดถึงเหนื่อยถึงเพียงนี้"
แม่เฒ่าฉินถามด้วยสีหน้าสงสัย "เจ้ารู้หรือไม่ว่าเมื่อคืนเขาไม่ได้นอนเลย"
"ข้าไม่รู้เลย แต่น่าแปลกนัก เมื่อเช้านี้ตอนข้าไปปลุกพี่เจ็ด เขาดูเหมือนยังไม่ตื่นเต็มที่ ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้นี่เอง!" เล่อเหนียงอุทานด้วยความเข้าใจ
"พอเถอะ เจ้าไปกินข้าวเถอะ ทุกคนกินเสร็จหมดแล้ว เหลือแต่เจ้ากับเสี่ยวชีที่ยังไม่ได้กิน!" แม่เฒ่าฉินพูดพลางตักข้าวให้นาง
"ท่านย่า ข้าจะไปเรียกพี่เจ็ด!" เล่อเหนียงกำลังจะวิ่งไป ทันใดนั้นก็มีเสียงเคาะประตูดังมาจากด้านนอก
นางรีบเปลี่ยนทิศทางวิ่งตรงไปทางประตู "ท่านย่า ข้าจะไปเปิดประตูเอง!"
แม่เฒ่าฉินได้ยินเสียงเคาะประตูก็ขมวดคิ้ว ตอนนี้มืดแล้ว ใครกันจะมาหานางในเวลานี้
นางไม่วางใจให้เล่อเหนียงไปคนเดียวจึงตามไปด้านหลัง! เล่อเหนียงคิดว่าเป็นคนในหมู่บ้านมาหาท่านย่าเพราะมีธุระ จึงเปิดประตูด้วยความตื่นเต้นยินดี
นางเพิ่งเปิดประตูยังไม่ทันได้เห็นชัดว่าเป็นใคร นางก็ถูกอุ้มจนตัวลอย!
"อ๊ากกกก ท่านย่าช่วยด้วย มีโจรลักพาตัว!" เล่อเหนียงยังไม่ทันได้เห็นว่าเป็นใครก็หลับตาร้องตะโกนออกมาทันที
แม่เฒ่าฉินแต่เดิมก็เดินตามเล่อเหนียงมาอยู่ด้านหลัง เมื่อเห็นเงาร่างของคนผู้หนึ่ง จู่ๆก็อุ้มเล่อเหนียงขึ้นมา จากนั้นเล่อเหนียงก็เริ่มร้องตะโกน
นางตกใจรีบคว้าท่อนไม้ที่อยู่หลังประตูขึ้นมา แล้วฟาดไปทันที ชายคนนั้นเซไปมาเล็กน้อยก่อนจะล้มลงกับพื้น!
แม่เฒ่าฉินรีบอุ้มเล่อเหนียงขึ้นมา มองชายชุดดำตรงหน้าด้วยสีหน้าระแวดระวัง
"ท่านแม่ เกิดอะไรขึ้น!" ฉินเหล่าเอ้อร์และฉินเหล่าซานที่กำลังล้างจานอยู่ในครัวได้ยินเสียงจึงวิ่งออกมาพร้อมคบเพลิง
พ่อเฒ่าทั้งหลายจากบ้านพักคนชราเหล่าหลายเล่อก็ได้ยินเสียงเช่นกันจึงคว้าอาวุธวิ่งออกมาทันที
พวกเขาได้ยินเล่อเหนียงตะโกนว่ามีคนลักพาตัวเด็ก ภายใต้แสงคบเพลิง ชายหนุ่มรูปงามคนหนึ่งมองพวกเขาด้วยสีหน้าตกใจ ส่วนบนพื้นมีคนนอนชักกระตุกไม่รู้ว่าเป็นหรือตาย
"ข้าจะบอกอะไรให้นะเหล่าซื่อ เจ้าจะกลับมาก็ไม่บอกข้าสักคำ ดึกดื้นแบบนี้ไม่ส่งเสียงสักคำแล้วอุ้มเล่อเหนียงขึ้นมา ข้าบอกเจ้าเลยนะ ถ้าเจ้าทำให้เล่อเหนียงตกใจเป็นอะไรไป ข้าจะไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่!"
แม่เฒ่าฉินมองชายี่นอนทุรนทุรายด้วยความโกรธ ถูกต้อง ชายคนนั้นก็คือฉินเหล่าซื่อที่เพิ่งกลับมาจากชายแดน
เขาแค่อยากให้คนในครอบครัวประหลาดใจเท่านั้น ไม่คิดว่าไม่เพียงแต่ทำให้คนประหลาดใจ แต่กลับโดนตีเสียเอง!
"ภรรยาเบามือหน่อย ข้าเจ็บ~" ฉินเหล่าซื่อถูกมารดาของตนด่าก็ไม่กล้าส่งเสียง ได้แต่มองภรรยาของตนอย่างออดอ้อน
สวี่ซิ่วอิงก็โมโหไม่น้อย นางใช้ผ้าเช็ดหน้ากดแรงๆลงหน้าผากของสามี จนเขาต้องกัดฟันด้วยความเจ็บปวด!
"ท่านเป็นใครหรือ" เล่อเหนียงยืนอยู่ตรงหน้าชายหนุ่มรูปงามผู้นั้น พลางถามด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน
เมื่อครู่นางไม่ได้สังเกตใบหน้าของชายผู้นี้ เพราะว่าข้างหน้าค่อนข้างมืด แต่ตอนนี้อยู่ในห้อง แสงตะเกียงภายในห้องทำให้มองเห็นได้ชัดเจน
ชายผู้นี้มีความคล้ายคลึงกับอวิ๋นเจิ้งอยู่บ้าง หากนางเดาไม่ผิดคนผู้นี้น่าจะเป็นท่านอ๋องเจ็ดที่นางเคยได้ยินชื่อแต่ไม่เคยพบหน้ามาก่อน
"เล่อเหนียง เจ้าลองทายดูสิว่าข้าเป็นใคร"
บุรุษผู้นั้นยิ้มพลางหยิบสร้อยอายุยืนออกมาจากอกเสื้อแล้วกล่าวว่า "หากเจ้าทายถูก ข้าจะให้ข้าขวัญกับเจ้า!"
เล่อเหนียงจ้องมองเขาเขม็ง "ท่านอ๋องเจ็ด พี่เจ็ดหลับไปวันหนึ่งแล้วยังไม่ตื่น ท่านจะไปดูอาการเขาสักหน่อยหรือไม่"
"ท่านอ๋องเจ็ดหรือ"
ฉินเหล่าเอ้อร์ ฉินเหล่าซาน สวี่ซิ่วอิง สือไห่ถังและคนอื่นๆ ต่างมองดูชายหนุ่มรูปงามคนนี้ด้วยความประหลาดใจ
ชายคนนี้คือท่านอ๋องเจ็ดหรือ
"คารวะท่านอ๋องเจ็ด ข้าน้อยไม่ทราบว่าท่านอ๋องเจ็ดจะมา ทำให้ไม่ได้ต้อนรับอย่างเหมาะสม หวังว่าท่านจะให้อภัยด้วย!" ฉินเหล่าเอ้อร์เป็นคนแรกที่ตอบสนอง
แม่เฒ่าฉินและคนอื่นๆ รีบคุกเข่าคำนับทันที!
"ท่านป้า ดูเหมือนท่านจะโทษข้าไม่ได้นะ!"
ท่านอ๋องเจ็ดรีบก้าวเร็วๆ เพื่อช่วยพยุงแม่เฒ่าฉินขึ้นมา "ท่านป้า ท่านมีบุญคุณอันยิ่งใหญ่ต่อครอบครัวของพวกข้า ถ้าท่านคุกเข่าให้ข้า ข้าคงจะกินไม่ได้นอนไม่หลับไปชั่วชีวิต!"
แม่เฒ่าฉินใบหน้าเต็มไปด้วยความหวาดกลัว "ไม่ๆๆ ข้าเป็นเพียงหญิงชาวนาธรรมดา ไม่สมควรรับความเมตตาของท่านอ๋องเจ็ดเลย!"
แม่เฒ่าฉินรู้สึกหวาดกลัวไม่หาย โชคดีที่เมื่อครู่นางตีลูกชายโง่เขลาของตัวเอง ไม่ใช่ ท่านอ๋องเจ็ด หากนางตีท่านอ๋องเจ็ดเข้า นางคงนอนไม่หลับไปตลอดชีวิตแน่
แต่ท่านอ๋องเจ็ดและเหล่าซื่อก็เหมือนกัน ไม่ส่งเสียงจนทำให้คนตกใจ ถ้าเกิดบาดเจ็บขึ้นมาจะทำอย่างไร
"ท่านป้า ท่านช่วยชีวิตเสี่ยวอวี่ไว้ ท่านคือผู้มีพระคุณต่อตระกูลอวิ๋นของข้า เป็นผู้มีพระคุณต่อแคว้นต้าหนิงของข้า!"
ท่านอ๋องเจ็ดใบหน้าเต็มไปด้วยความซาบซึ้ง "ต่อไปนี้ท่านไม่ต้องขอโทษข้าอีก ไม่ต้องคุกเข่าต่อพี่ชายของข้าด้วย พวกข้าสองพี่น้องรู้สึกละอายใจยิ่งนัก!"
แม่เฒ่าฉินพยักหน้าอย่างสั่นเทาและตอบรับเสียงหนึ่ง "งั้นก็ขอให้เป็นไปตามคำสั่งของท่านอ๋องเจ็ดเถิด!"
"ท่านอ๋องเจ็ด ข้าจะพาท่านไปหาพี่เจ็ดเจ้าค่ะ พี่เจ็ดยังไม่ตื่นเลย!"
เล่อเหนียงยื่นมือจับมือของท่านอ๋องเจ็ดแล้วพูดว่า "พี่เจ็ดไม่ได้นอนทั้งคืนเมื่อคืนนี้ อาจจะเป็นเพราะคิดถึงท่าน หรืออาจจะกำลังคิดถึงเรื่องที่ท่านพูดไว้!"
ท่านอ๋องเจ็ดก้มตัวลงอุ้มเล่อเหนียงขึ้นมา "ดีแล้ว งั้นเล่อเหนียงพาข้าไปหาพี่เจ็ดของเจ้าดีหรือไม่"
ท่านอ๋องเจ็ดพูดพลางอุ้มเล่อเหนียงเดินออกจากห้อง
"ท่านอ๋องเจ็ด ฟ้ามืดแล้ว ข้าขอถือตะเกียงให้ท่าน!" ฉินเหล่าเอ้อร์รีบกล่าว
ท่านอ๋องเจ็ดส่ายหน้า "ไม่ต้องหรอก พวกเจ้าทำตัวตามปกติเถอะ อย่าได้ตื่นตระหนกเพราะการมาของข้าเลย!"
"ครั้งนี้ข้ามาเพียงเพื่อดูเสี่ยวชีเท่านั้น พวกเจ้าทำเหมือนไม่เห็นข้าก็พอแล้ว!"
ฉินเหล่าเอ้อร์รีบพยักหน้า "ขอรับ!"
เล่อเหนียงพาท่านอ๋องเจ็ดมาถึงหน้าห้องที่ค่อนข้างเล็กห้องหนึ่ง ท่านอ๋องเจ็ดเห็นห้องที่เล็กเช่นนี้ก็ขมวดคิ้วในทันที!
บทที่ 678: เหตุใดถึงรีบร้อนเช่นนี้
"เหตุใดเสี่ยวอวี่ถึงอาศัยอยู่ในบ้านที่เรียบง่ายเช่นนี้ เขาอยู่แล้วคุ้นเคยหรือไม่" ท่านอ๋องเจ็ดถามพลางขมวดคิ้ว
เล่อเหนียงกลอกตาใส่เขาอย่างแรง ก่อนจะมองท่านอ๋องเจ็ดด้วยสายตาเหยียดหยามเกินกว่าจะพูด!
เรียบง่ายอะไรกัน ห้องนี้ยังจะเรียบง่ายอีกหรือ ก็แค่เล็กไปหน่อยเท่านั้นเอง!
"ท่านอ๋องเจ็ดที่นี่เป็นบ้านในชนบท การที่มันเล็กหน่อยไม่ใช่เรื่องปกติหรอกหรือ"
เล่อเหนียงแค่นเสียงพลางเอ่ย "ห้องที่นี่แม้จะเล็กไปหน่อย แต่ก็ยังดีกว่าต้องไร้ที่อยู่อาศัยบนท้องถนน!"
ท่านอ๋องเจ็ดรู้ว่าตนเองพูดผิดไป ใบหน้าก็แดงเรื่อด้วยความอับอาย จึงทำเพียงเปิดประตูห้องเงียบๆ
ทันทีที่เข้าไปก็เห็นร่างของคนผู้หนึ่งขดตัวอยู่บนเตียง ท่านอ๋องเจ็ดเดินเข้าไปใกล้เตียงก็เห็นหงอวี่กอดหมอนใบหนึ่งหลับสนิทอย่างเป็นสุข บางทีอาจฝันถึงอะไรอร่อยๆอยู่มุมปากจึงมีน้ำลายใสเป็นประกายไหลออกมาเป็นทาง!
"พี่เจ็ด ตื่นเถิด!" เล่อเหนียงยื่นมือไปผลักพี่เจ็ดเบาๆ
"เหตุใดท่านจึงหลับนานเช่นนี้"
"อืม..."
หงอวี่บิดขี้เกียจอย่างสุดแรง เขาไม่เคยหลับสบายเช่นนี้มาก่อน เมื่อตื่นขึ้นจากการนอนครั้งนี้ รู้สึกว่าร่างกายทั้งหมดสดชื่นอย่างบอกไม่ถูก
"น้องสาว เกิดอะไรขึ้น"
หงอวี่เพิ่งจะยันตัวลุกขึ้นมาถามก็เห็นชายคนนั้นยืนอยู่ข้างๆ การเคลื่อนไหวของหงอวี่ชะงักงันทันที เขายังไม่ทันพูดอะไรน้ำตาก็ไหลออกมาเสียก่อน
"พี่เจ็ด ท่านเป็นอะไร" เล่อเหนียงเห็นหงอวี่ดวงตาแดงก่ำจึงโอบกอดเขาด้วยความเป็นห่วง
"เสี่ยวอวี่..." ท่านอ๋องเจ็ดเอ่ยเรียกเขาสั้นๆ เมื่อมองดูหลานชายตรงหน้าที่เติบโตเป็นเด็กหนุ่มแล้ว เขาก็สะอื้นจนพูดอะไรไม่ออก เพียงแต่มองเขาด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยน้ำตาเช่นกัน!
"เหตุใดท่านจึงกลับมาเร็วเช่นนี้!" หงอวี่ตะโกนออกมา
"เสี่ยวชี เจ้าเป็นอะไรไป" ท่านอ๋องเจ็ดมองดูเสี่ยวชีที่จู่ๆก็เหมือนคลุ้มคลั่งด้วยความงุนงง
ก่อนหน้านี้เสี่ยวชีไม่ได้แสดงออกทั้งการกระทำและคำพูดว่าคิดถึงข้าหรอกหรือ ทั้งยังถามอีกว่าเขาจะกลับมาเมื่อไหร่ เหตุใดพอเขากลับมาแล้วอีกฝ่ายถึงไม่ดีใจล่ะ
"เสี่ยวชี เจ้าเป็นอะไรไป มีใครรังแกเจ้าหรือ" ท่านอ๋องเจ็ดถามอย่างกระวนกระวาย
"หรือว่าเจ้ารู้สึกไม่สบายตรงไหน"
"ท่านกลับมาเพื่อพาข้าไปใช่หรือไม่!"
หงอวี่จ้องเขาแล้วถาม "ท่านไม่สามารถกลับมาช้ากว่านี้ได้หรือ ข้ายังไม่อยากจากที่นี่ไปเลย"
ท่านอ๋องเจ็ดเพิ่งเข้าใจว่าเหตุใดหลานชายถึงเกิดอาการคลุ้มคลั่งขึ้นมา จึงยิ้มแล้วพูดว่า "ไม่มีเรื่องเช่นนั้นหรอก ข้ามาครั้งนี้ก็แค่อยากมาดูเจ้าเท่านั้น!"
"ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่จะเปิดเผยตัวเจ้าต่อหน้าประชาชน!"
"ท่านพูดความจริงหรือ ไม่ได้หลอกข้าใช่หรือไม่" หงอวี่ถามด้วยดวงตาแดงก่ำ
"แน่นอนว่าไม่ ข้าเคยหลอกเจ้าเมื่อไหร่กัน!"
"ท่านอา!" หงอวี่ได้รับคำตอบที่แน่ชัดแล้วจึงไม่อาจอดกลั้นความห่วงใยในใจไว้ได้อีก นางพุ่งเข้าไปในอ้อมกอดของท่านอ๋องเจ็ดโดยตรง
"ท่านอา ข้าควรทำอย่างไรดี ข้ากลัวเหลือเกิน หากกลับไปยังสถานที่กินคนนั่น ข้าต้องรับมือกับพวกเขาไม่ไหวแน่!"
"ไม่เป็นไร ยังมีข้าอยู่!" เล่อเหนียงเงียบๆ ถอยออกไปและปล่อยให้พวกเขาอยู่ด้วยกันตามลำพัง
พวกเขาทั้งสองไม่ได้พบกันมานานแล้ว แน่นอนว่าต้องมีเรื่องมากมายที่ต้องพูดคุยกัน!
"เล่อเหนียง เสี่ยวชีเป็นอะไรไป" แม่เฒ่าฉินโบกมือเรียกหลานสาว
เมื่อครู่นางคิดจะเข้ามาดูว่าพวกเขาต้องการความชั่วเหลือหรือไม่ แต่ผลคือพอเดินเข้าไปใกล้ก็ได้ยินเสียงหงอวี่ร้องไห้โฮออกมา นางอยากจะวิ่งเข้าไปดูสักหน่อย แต่เดินไปได้ครึ่งทางก็ต้องชะงักฝีเท้า
ท่านอ๋องเจ็ดอยู่ข้างในนั่น ไม่ว่าจะอย่างไรก็ไม่ใช่หน้าที่ของนางที่จะต้องมากังวลเรื่องพวกนี้ แต่นางก็ยังรู้สึกเป็นห่วงจริงๆ!
ดังนั้นจึงได้แต่ซ่อนตัวอยู่ตรงหัวมุมห้อง และรอคอยอย่างกระวนกระวายใจ
"ท่านย่า ท่านหมายถึงด้านไหนหรือ" เล่อเหนียงถามอย่างงุนงง "ท่านหมายถึงเขาเพิ่งตื่นและกำลังอารมณ์เสียอยู่หรือ"
หงอวี่มีอารมณ์หงุดหงิดตอนตื่นนอนซึ่งเป็นที่รู้กันดีในครอบครัว ปกติแล้วก็ยังพอไหว แต่ถ้าก่อนนอนเจอเรื่องกวนใจ เช้าวันรุ่งขึ้นเมื่อตื่นนอนจะเป็นเหมือนสิงโตที่ใครแตะต้องก็จะระเบิดอารมณ์ทันที!
"เหตุใดเสี่ยวชีถึงร้องไห้ ทั้งยังร้องไห้อย่างเศร้าโศกขนาดนี้!"
แม่เฒ่าฉินได้ยินเสียงของเสี่ยวชีดังเข้าหู ก็รู้สึกปวดใจจนแทบทนไม่ไหว แต่นางก็ไม่มีสถานะที่จะเข้าไปได้ อย่างน้อยตอนนี้ก็ยังไม่มีสถานะ"
ท่านย่า พี่เจ็ดไม่เป็นไรแล้ว กว่าพี่เจ็ดจะได้เจอกับอาของเขานั้นยากเย็นเหลือเกิน การที่เขาจะร้องไห้สักครั้งก็ไม่ใช่เรื่องแปลก!"
เล่อเหนียงโบกมือปลอบใจ "หากพี่เจ็ดไม่ร้องไห้สักครั้ง นั่นไม่ใช่ว่าพี่เจ็ดเป็นคนเลือดเย็นไร้ความรู้สึกหรอกหรือ"
"แต่ว่า..."
แม้จะพูดเช่นนั้น แต่ในใจของแม่เฒ่าฉินนั้นรู้สึกไม่สบายใจ นางเลี้ยงดูเสี่ยวชีมานานเพียงนี้ เสี่ยวชีแทบไม่เคยร้องไห้เลย เหตุใดพอท่านอ๋องเจ็ดมาถึงก็ร้องไห้อย่างเศร้าโศกเช่นนี้เล่า
"ท่านย่า โปรดวางใจเถิด พี่เจ็ดไม่เป็นไรหรอก!"
แม่เฒ่าฉินรู้ว่าสิ่งที่เล่อเหนียงพูดนั้นมีเหตุผล นางจึงไม่ได้ฝืนอีกต่อไป แล้วจูงมือเล่อเหนียงกลับไป
ตอนนี้ฟ้ามืดแล้ว แต่ยังเร็วเกินไปที่จะเข้านอน แต่ก่อนเวลานี้ทุกคนยังนั่งปะชุนเสื้อผ้าอยู่บนเตียงเตา แต่ตอนนี้ทำเช่นนั้นไม่ได้แล้ว!
"ท่านแม่..." พวกฉินเหล่าเอ้อร์ยังคงยืนเฝ้าอยู่ด้านหน้า ไม่มีใครจากไปเลย
เด็กๆหลายคนถูกหลิวซิ่วเถาพาไปที่ห้องแล้ว แต่ลิ่งอวี่ไม่ได้ไปไหน!
"ท่านย่า ท่านอ๋องเจ็ดมารับเสี่ยวชีใช่หรือไม่" ลิ่งอวี่ถามอย่างระมัดระวัง
คำถามของเขาไม่เพียงแต่แสดงถึงความสงสัยของตัวเอง แต่ยังเป็นการถามถึงความสงสัยและความกังวลของคนอื่นๆด้วย แม้ว่าเสี่ยวชีจะต้องกลับไปสักวันหนึ่ง แต่พวกเขาไม่สามารถยอมรับได้ หากมันจะเกิดขึ้นกะทันหันเช่นนี้
พวกเขาไม่ได้เตรียมใจไว้แท้แม้แต่นิดเดียว เพราะพวกเขาอยู่ด้วยกันมานานขนาดนี้แล้ว!
"ข้าไม่ทราบ" แม่เฒ่าฉินส่ายหน้าช้าๆ
ในใจของนางก็รู้สึกไม่สบายใจและอาลัยอาวรณ์อย่างยิ่ง!
"คงไม่เป็นเช่นนั้นหรอก เมื่อครู่ท่านอ๋องเจ็ดกล่าวไว้แล้วว่า ตอนนี้ไม่ได้มาเพื่อรับตัวพี่เจ็ด เขาเพียงแค่แวะมาเยี่ยมพี่เจ็ดเท่านั้น" เล่อเหนียงกำลังแทะผิงกั่วลูกใหญ่พลางแกว่งขาทั้งสองข้างอย่างเชื่องช้าแล้วเอ่ยว่า
"ท่านอ๋องเจ็ด บอกว่าตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมที่สุดในการไปรับพี่เจ็ดกลับไป"
เมื่อคนอื่นๆได้ยินคำพูดของเล่อเหนียงต่างก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก ขอเพียงเสี่ยวชียังไม่ต้องกลับไปตอนนี้ก็พอ พวกเขาจะได้มีเวลาเตรียมใจอีกสักสองสามวัน
"ท่านย่า ท่านพ่อของข้าเล่า เหตุใดเขาจึงไม่อยู่ที่นี่" เล่อเหนียงมองไปรอบๆ แต่ก็ไม่เห็นผู้เป็นพ่อ แม้ว่าเมื่อครู่นางจะตกใจกลัวเพราะพ่อของตนเอง แต่นางก็อยากพบเขามาก!
"กลับห้องไปพร้อมกับแม่ของเจ้าแล้ว!" แม่เฒ่าฉินตอบกลับมาทันที
ดวงตาของนางจ้องมองออกไปข้างนอกอย่างเหม่อลอย จิตใจของนางล่องลอยไปหาเสี่ยวชีเสียแล้ว ไม่เพียงแต่นางเท่านั้น คนอื่นๆก็เป็นเช่นเดียวกัน
แม้ว่าพวกเขาจะได้ยินจากปากของเล่อเหนียงแล้วว่าเสี่ยวชีจะไม่จากไปในตอนนี้ แต่ถึงอย่างไรก็เป็นเพียงคำพูดของเล่อเหนียง ท่านอ๋องเจ็ดยังไม่ได้เอ่ยด้วยตนเอง พวกเขาจึงยังวางใจไม่ลงอยู่ดี!
เล่อเหนียงได้ยินว่าท่านพ่อและท่านแม่กลับห้องไปแล้ว นางจึงเบ้ปากอย่างไร้คำพูด
เหตุใดถึงรีบร้อนเพียงนี้
พวกท่านคงเห็นว่านางเหงาเกินไป จึงเตรียมจะให้กำเนิดน้องชายมาเล่นกับนาง
บทที่ 679: พักอาศัยที่ตระกูลฉิน
"ข้าอวิ๋นไห่ขอขอบคุณฮูหยินผู้เฒ่าที่ช่วยชีวิตข้าไว้!"
ประมาณครึ่งชั่วยามต่อมาท่านอ๋องเจ็ดและหงอวี่ก็ออกมา
ไม่รู้ว่าหงอวี่พูดอะไรกับท่านอ๋องเจ็ด พอท่านอ๋องเจ็ดออกมาก็คุกเข่าลงต่อหน้าแม่เฒ่าฉิน แล้วโขกศีรษะลงกับพื้นอย่างแรง
"ท่านอ๋อง ท่านกำลังทำอะไรอยู่" เหตุการณ์นี้ทำให้แม่เฒ่าฉินตกใจจนแทบสิ้นสติ
"ข้าเป็นเพียงหญิงชราจากครอบครัวชาวนา จะให้ท่านคุกเข่าหน้าข้าได้อย่าง"
แม่เฒ่าฉินรีบย่อตัวลงตั้งใจจะดึงเขาให้ลุกขึ้น แต่ดึงอยู่นานก็ไม่สำเร็จ กลับกลายเป็นทำให้ตัวเองเหนื่อยแทบขาดใจ
"ท่านอ๋องเจ็ด ท่านรีบลุกขึ้นเถิด ท่านไม่ควรคุกเข่าให้แม่ของข้า!" ฉินเหล่าเอ้อร์และฉินเหล่าซานเข้าไปช่วยพยุงเขา
แต่ท่านอ๋องเจ็ดยืนกรานจะคุกเข่าต่อไป "พวกเจ้าไม่ต้องห้ามข้า เมื่อครู่นี้ข้าดื่มเหล้าแทนตัวเอง ตอนนี้ข้าโขกศีรษะแทนพี่ชายของข้า เขาเป็นถึงฮ่องเต้ไม่สะดวกที่จะมาโขกศีรษะให้นางด้วยตัวเอง!"
ท่านอ๋องเจ็ดกล่าวจบก็โขกศีรษะเสียงดังสนั่น "บุญคุณอันยิ่งใหญ่ของฮูหยินผู้เฒ่าที่มีต่อเสี่ยวอวี่ อวิ๋นไห่รู้จะจดจำเอาไว้ในใจ ชาตินี้จะไม่มีวันลืมเลือน!"
"ท่านอ๋องเจ็ด ท่านรีบลุกขึ้นเถิด พวกข้ารับเสี่ยวชีมาเลี้ยงดูไม่ได้หวังให้พวกท่านตอบแทนบุญคุณเลยนะ!"
"ถ้าจะพูดอย่างนั้น เสี่ยวชีต่างหากที่เป็นผู้มีพระคุณของครอบครัวพวกเรา ถ้าไม่ใช่เพราะเขา เล่อเหนียงอาจไม่มีชีวิตอยู่แล้ว!"
ครั้งนี้ท่านอ๋องเจ็ดก็ไม่ได้ดื้อดึงอีกต่อไป ยอมลุกขึ้นยืนอย่างว่าง่าย
ความจริงเขารู้เรื่องนี้ตั้งแต่แรกแล้ว แต่เขาคิดว่าเสี่ยวชีเพียงแค่บังเอิญเห็นเท่านั้น ดังนั้นจึงไม่นับว่าเป็นบุญคุณช่วยชีวิต และถือว่าแค่ช่วยเหลือกันตามปกติก็เท่านั้น!
"ฮูหยินผู้เฒ่า เสี่ยวอวี่ เด็กคนนี้ชะตาชีวิตช่างน่าสงสาร เพิ่งเกิดได้ไม่นาน เพื่อปกป้องเขา พี่สะใภ้ได้อุ้มทารกที่ตายแล้วจากที่อื่นมา แล้วกระโดดลงจากกำแพงเมือง!"
ท่านอ๋องเจ็ดนั่งลงบนเก้าอี้และพูดด้วยดวงตาแดงก่ำ "แม้ว่าพี่สะใภ้จะส่งเขามาอยู่ข้างกายข้าอย่างทันท่วงที แต่เพราะเหตุผลของตัวข้า รวมถึงปีศาจเฒ่าคนนั้นที่จ้องข้าอย่างเอาเป็นเอาตาย ดังนั้นข้าจึงไม่กล้าทุ่มเทดูแลเขา ได้แต่ปล่อยให้เขาเร่ร่อนอยู่ตามท้องถนนเหมือนขอทาน!"
"หากไม่ได้พบท่าน ข้าคงไม่รู้ว่าเด็กคนนี้อยู่ที่ใด" อวิ๋นไห่กล่าวพลางใช้มือทั้งสองปิดหน้าและร่ำไห้อย่างเจ็บปวด
เขารู้สึกละอายใจยิ่งนัก พี่สะใภ้ฝากเด็กคนนี้ไว้กับเขา แต่เขาก็เกือบทำเด็กคนนี้หายไป หากไม่ได้พบกับผู้คนตระกูลฉิน เขาคงต้องใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ด้วยความทุกข์ทรมานและสำนึกผิดไปชั่วชีวิต!
"ท่านอ๋องเจ็ด ดื่มชาสักถ้วยก่อนเถิด!" แม่เฒ่าฉินส่งถ้วยชาให้อีกฝ่าย
ใบชานี้เป็นของที่เล่อเหนียงนำออกมาจากพื้นที่มิติ เด็กหญิงคนนี้เพิ่งยกมาจากห้องครัว
อวิ๋นไห่ไม่ได้พูดอะไรมากมาย เขายกถ้วยชาขึ้นจิบทันที รสชาติหอมหวานและกลิ่นหอมที่ตกค้างในปากดึงดูดความสนใจของเขาในทันที
"ชานี้ช่างหอมจริงๆ ข้าไม่เคยดื่มชาที่หอมขนาดนี้มาก่อนเลย เป็นชาจากที่ใดหรือ" ท่านอ๋องเจ็ดถามด้วยความสงสัย
สิ่งที่เขาชอบมากที่สุดในชีวิตก็คือการดื่มชา การออกไปนำทัพรบนั้นเป็นเพียงสิ่งที่จำเป็นต้องทำเท่านั้น!
แม่เฒ่าฉินมองไปที่เล่อเหนียงแวบหนึ่ง "ชานี้เป็นของเล่อเหนียง!"
เมื่อท่านอ๋องเจ็ดได้ยินว่าชานี้เป็นของเล่อเหนียงก็ไม่ได้ถามอะไรอีก
เล่อเหนียงมีความสามารถพิเศษอย่างหนึ่งที่เขารู้และรู้มานานแล้ว โรคระบาดที่เกิดขึ้นในกองทัพก่อนหน้านี้ ก็รักษาหายได้ด้วยยาของเล่อเหนียง
แต่สำหรับความลับนี้ของเล่อเหนียง นางตั้งใจว่าจะเก็บติดตัวไปจนถึงวันตาย
"ฮูหยินผู้เฒ่า ที่นี่มีห้องว่างหรือไม่ ข้าอยากพักค้างคืนที่นี่สักคืน!"
ท่านอ๋องเจ็ดถามอย่างไม่เกรงใจ "ข้ารู้ว่าข้าค่อนข้างไม่สุภาพ แต่ข้าเหนื่อยมากจริงๆ ถ้าไม่มี ข้าก็จะไปนอนข้างนอกสักคืน!"
"หรือไม่ก็ไปนอนเบียดกับเสี่ยวชีสักคืน!"
แม่เฒ่าฉินรีบกล่าวทันที "มีๆ ถ้าท่านไม่รังเกียจก็พักในห้องของนายอำเภอไป๋เคยอยู่ก่อนหน้านี้ก็ได้!"
"ห้องของเขานั้นพวกข้าทำความสะอาดให้เป็นประจำ!"
"ถ้าเช่นนั้นก็รบกวนท่านป้านำทางด้วย!" ท่านอ๋องเจ็ดกล่าวขึ้นทันที
ขุนนางผู้นี้ขี่ม้าเร็วมาตลอดทางจากชายแดน ตลอดทางแทบไม่ได้แวะพักผ่อนเลย
เขาเหนื่อยล้าจริงๆ เมื่อครู่นี้ก็แค่อยากคุยกับเสี่ยวชีสักหน่อยจึงได้ทนฝืนเอาไว้
"ขออภัยด้วยพวกท่าน วันนี้ข้ารู้สึกเหนื่อยมาจากเดินทาง ดังนั้นข้าจึงไม่สามารถพูดคุยกับพวกท่านได้ พรุ่งนี้ข้าจะซื้อสุราและเนื้อดีๆ มาขอขมาพวกท่านแน่นอน!"
ท่านอ๋องเจ็ดเดินไปสองก้าวก็นึกขึ้นได้ว่ายังมีผู้คนมากมายกำลังจ้องมองอยู่ด้านหลัง จึงหันกลับมาพูดเพื่อแก้ไขสถานการณ์
"ไม่เป็นไรขอรับ ท่านอ๋องเจ็ด ท่านรีบไปพักผ่อนเถิด พักผ่อนให้สบายแล้วพรุ่งนี้พวกเราค่อยดื่มด้วยกัน!" ฉินไห่เยี่ยนกล่าวพร้อมรอยยิ้ม
แม่เฒ่าฉินได้ยินคำพูดของเหล่าอู่จึงจ้องเขาด้วยสายตาดุดัน เพราะเห็นว่าเขาพูดจาไม่เคารพผู้อาวุโส
ท่านอ๋องเจ็ดมีฐานะสูงส่งถึงเพียงใด สิ่งที่เขาพูดล้วนพูดด้วยมารยาท แต่เจ้ากลับคิดว่าเป็นเรื่องจริงเสียได้
"ท่านอ๋องเจ็ด ที่นี่คือห้องที่นายอำเภอไป๋เคยพักมาก่อน พวกข้าได้ทำความสะอาดเรียบร้อยแล้วขอรับ!"
ท่านอ๋องเจ็ดมองดูห้องนี้ เห็นได้ชัดว่าเป็นห้องหลัก พื้นที่ก็กว้างขวาง แต่ห้องของ เสี่ยวชีกลับดูคับแคบมาก! สีหน้าของเขาดูมืดครึ้มลงเล็กน้อย!
"แต่ก่อนห้องนี้เดิมทีเตรียมไว้ให้เสี่ยวชี แต่เด็กคนนั้นมีความสามารถจดจำได้แม่นยำ อีกทั้งมีความสามารถในการเรียนรู้สูงมาก ในห้องไม่จำเป็นต้องมีหนังสือมากมายเหมือนคนอื่น!"
ฮูหยินผู้เฒ่าดูเหมือนจะสังเกตเห็นว่าสีหน้าของอวิ๋นไห่ไม่ค่อยดีนักจึงอธิบายด้วยน้ำเสียงที่ดูขบขันเล็กน้อย
"ตอนแรกเสี่ยวชีอาศัยอยู่ที่นี่ แต่เขาบ่นว่าห้องใหญ่เกินไป แล้วก็บอกข้าเองว่าอยากย้ายไปอยู่ห้องที่เล็กกว่านี้!"
"ห้องข้างๆที่เขาอยู่ตอนนี้ เขาเลือกเอง ข้าไม่ปิดบังท่านหรอก ทุกครั้งที่ข้าเข้าไปในห้องนั้น ข้าเองก็รู้สึกอึดอัด แต่เขากลับชอบอยู่ที่นั่น!"
เมื่อได้ยินคำอธิบายของแม่เฒ่าฉิน สีหน้าที่หม่นหมองของอวิ๋นไห่ก็ดีขึ้นเล็กน้อย
นิสัยของเสี่ยวชีนั้นเขารู้ดี เด็กคนนี้ไม่ชอบอยู่ภายในห้องกว้างๆ เมื่อก่อนตอนอยู่ในจวนก็ชอบอยู่ในห้องเล็กๆ เพราะฉะนั้นแล้วห้องนั่นต้องเป็นเสี่ยวชีเลือกเองแน่ๆ
"ท่านอ๋องเจ็ด ท่านนั่งพักก่อนเถอะ ข้าจะไปตักน้ำให้ท่าน แล้วจะไปทำอาหารให้ท่านกินด้วย"
แม่เฒ่าฉินถามด้วยใบหน้าเป็นห่วง "ตลอดทางกลับมาท่านคงไม่กินอะไรเลยสินะ"
อวิ๋นไห๋ส่ายหัว "ฮูหยินผู้เฒ่า วันนี้ข้าเหนื่อยมากแล้ว ตอนนี้อยากพักผ่อนมาก ท่านไม่ต้องเตรียมอะไรให้ข้าแล้ว"
"หากมีนมแพะสักหน่อยก็ดีเหมือนกัน รบกวนท่านรีดนมแพะให้ข้าสักชามได้หรือไม่ ข้าดื่มเสร็จจะเข้านอนทันที ข้าไม่นอนมาสามวันสามคืนแล้ว"
แม่เฒ่าฉินพอได้ยินว่าเขาไม่ได้นอนมาสองวันสามคืนก็รีบร้อนขึ้นมาทันที "ไอ๊หยา เด็กคนนี้ ไม่ว่าจะยุ่งแค่ไหนก็ต้องพักผ่อนนะ!"
แม่เฒ่าฉินออกไปแล้วก็รีบไปรีดนมแพะทันที
เล่อเหนียงและเด็กๆในบ้านต้องดื่มนมแพะคนละชามทุกวัน ดังนั้นตอนนี้ในบ้านจึงเลี้ยงแพะไว้หนึ่งตัว เพียงแต่ไม่รู้ว่าดึกดื่นป่านนี้จะยังรีดนมแพะออกมาได้หรือไม่!
บทที่ 680: ชายชราผู้ดูร้าย
"ท่านย่า เหตุใดดึกดืนปานนี้แล้วยังต้องรีดนมแพะด้วย บอกข้าสิ ข้าจะตักน้ำวิเศษจากพื้นที่มิติมาให้หนึ่งชามก็พอแล้วไม่ใช่หรือ รับรองว่าให้เขาดื่มแล้วจะหลับสนิทจนถึงรุ่งเช้าเลย!"
เล่อเหนียงพูดพลางตักน้ำวิเศษจากพื้นที่มิติมาให้ท่านย่าหนึ่งชามใหญ่
แม่เฒ่าฉินมองชามใบใหญ่ที่เต็มไปด้วยน้ำ สีหน้าฉายแววลังเล ท่านอ๋องเจ็ดต้องการนมแพะ จะใช้น้ำเปล่าทดแทนได้หรือ แม้จะลังเลแต่นางก็ยกชามน้ำนั้นไป
"ข้าต้องขออภัยด้วยจริงๆ ท่านอ๋องเจ็ด นมแพะหมดแล้ว ท่านต้องทนดื่มน้ำเปล่าแทนแล้วละ!"
แม่เฒ่าฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิดเล็กน้อย
ตอนแรกเมื่อท่านอ๋องเจ็ดเห็นน้ำใสนั้นก็รู้สึกไม่พอใจอยู่บ้าง อย่างไรเสียข้าก็นับว่าเป็นแขกไม่ใช่หรือ แม้จะเป็นแขกที่มาโดยไม่ได้รับเชิญ แต่ก็ไม่ควรเอาน้ำเปล่ามาให้เขาดื่ม
แบบนี้เป็นการดูถูกกันเกินไปแล้ว แต่ถึงกระนั้นก็เห็นแก่ที่แม่เฒ่าฉินกำลัง จึงไม่ได้แสดงอาการโกรธเคืองออกมา เพียงแต่รับชามน้ำนั้นมาดื่มอย่างเงียบๆ เขาขอสาบานในใจว่าหากพบว่าเสี่ยวอวี่ไม่ได้อยู่ที่นี่อย่างสบายดี จะรีบพาเขากลับไปกับตัวเองทันที
ด้วยความไม่พอใจในใจ เขาจึงไม่ได้สังเกตเห็นความผิดปกติใดๆในชามน้ำนั้น หลังจากดื่มหมดด้วยความขุ่นเคือง ก็ส่งชามคืนให้แม่เฒ่าฉิน ขณะที่กำลังจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่างจู่ๆก็หาวหวอดใหญ่ แม้แต่รองเท้าก็ยังไม่ทันถอด ก็ล้มตัวลงบนเตียงแล้วหลับไปทันที
แม่เฒ่าฉิน "..."
ไม่น่าเชื่อ น้ำนี้ออกฤทธิ์รวดเร็วถึงเพียงนี้เชียวหรือ ดื่มเสร็จก็นอนหลับไปเลย
นางเคยนอนไม่หลับทั้งคืนมาก่อน เหตุใดตอนนั้นถึงไม่ไปข้าน้ำกับเล่อเหนียงล่ะ
แม้จะรู้สึกประหลาดใจเมื่อเห็นท่านอ๋องเจ็ดนอนทั้งๆที่ยังไม่ได้ถอดรองเท้า และได้ยินเสียงกรนของเขาก็เข้าไปช่วยถอดรองเท้าให้เขา จากนั้นก็ไปหาผ้าห่มมาอีกผืนหนึ่ง เพื่อนำมาคลุมท้องให้เขา
แม้ว่าตอนนี้อากาศจะร้อน แต่ตอนกลางคืนอากาศก็จะเย็นลง ถึงแม้จะไม่ห่มผ้าห่มทั้งตัวก็ควรคลุมท้องไว้
การเป็นหวัดนั้นมักจะเริ่มจากท้องที่เย็นก่อนเสมอ!
ท่านอ๋องเจ็ดหลับไปจนสว่าง เมื่อลืมตาขึ้นมาท้องฟ้าก็สว่างไสวแล้ว ข้างนอกมีเสียงจอแจดังขึ้นมา
ท่านอ๋องเจ็ดยืดตัวบิดขี้เกียจอย่างเต็มที่ รู้สึกได้ชัดเจนว่าหลังจากตื่นขึ้นมาครั้งนี้ ความเหนื่อยล้าในร่างกายได้หายไปมากแล้ว อีกทั้งยังรู้สึกสบายตัวอีกมาก นับเป็นประสบการณ์แปลกใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในชีวิตของข้ามาก่อน
ชายหนุ่มนึกย้อนถึงน้ำประหลาดหนึ่งชามเมื่อวาน ความรู้สึกโกรธเมื่อวานตอนดื่มน้ำชามนั้นลงไปก็ไม่รู้สึกว่ามันแตกต่างอะไร
แต่ตอนนี้เมื่อนึกย้อนกลับไปถึงได้พบว่าน้ำชามนั้นกลับมีรสหวานอมเปรี้ยว เขาเปิดผ้าห่มลุกขึ้น และพบว่าตนเองไม่ได้ถอดเสื้อนอกออก ถุงเท้าก็ไม่ได้ถอด เพียงแค่ถอดรองเท้าออกเท่านั้น
สมองของเขามึนงง นึกย้อนไปถึงเมื่อคืนที่ผ่านมา ดูเหมือนว่าหลังจากดื่มน้ำเสร็จเขาก็ล้มตัวลงนอนทันที แม้แต่รองเท้าก็ยังไม่ได้ถอด หรือว่าฮูหยินผู้เฒ่าเป็นคนถอดรองเท้าให้เขา
เขารีบลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว เล้างหน้าล้างตาอย่างลวกๆ ก็ออกจากห้องไป
พอออกมาก็เห็นฉินเหล่าซื่อแบกเล่อเหนียงไว้บนบ่า ด้านหลังมีเด็กๆหลายคนวิ่งเล่นกันอยู่ในลานบ้าน ข้างๆมีเด็กโตกว่าสองสามคนกำลังฝึกยืนท่านม้า เสี่ยวอวี่ก็อยู่ในกลุ่มนั้นด้วย!
ด้านหน้าเด็กๆมีชายชราหนวดเคราขาวโพลน ร่างกายสั่นเทากำลังถือแส้มองดูเด็กๆอยู่
"ท่านอ๋องเจ็ด ตื่นแล้วหรือเจ้าคะ" เล่อเหนียงสังเกตเห็นอวิ๋นไห่ที่ยืนอยู่ใต้ระเบียงทางเดินในทันที
"ท่านอ๋องเจ็ด เมื่อคืนนอนหลับสบายดีหรือไม่เจ้าคะ" ฉินเหล่าซื่อเดินเข้าไปถามด้วยความห่วงใย
ท่านอ๋องเจ็ดมีฐานะสูงส่ง ไม่รู้ว่านอนที่นี่จะสบายตัวหรือไม่!
"อืม นอนหลับไม่เลวเลยทีเดียว นานมากแล้วที่ข้าไม่ได้นอนหลับสบายเช่นนี้!"
ท่านอ๋องเจ็ดตอบรับพลางเดินเข้าไปหาชายชราผมขาวโพลน เขายกประสานมือคำนับแล้วกล่าวว่า "หัวหน้าหลี่ นานมากแล้วที่ไม่ได้พบกัน!"
หลี่อันพยักหน้าเบาๆ "นานมากแล้วจริงๆ ท่านอ๋องเจ็ด!"
เด็กๆหลายคนอยากจะเข้าไปเล่นด้วยและทักทาย แต่เมื่อหลี่อันส่งสายตาไปให้ พวกเขาก็ไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัว!
ท่านอ๋องเจ็ดเห็นว่าหน้าผากของเสี่ยวอวี่มีเหงื่อผุดออกมาแล้ว จึงเดินเข้าไปหมายจะดึงเขาให้ลุกขึ้น หลานของพวกเขาไม่จำเป็นต้องลำบากถึงเพียงนี้! แต่มือของเขาเพิ่งจะยื่นออกไปก็ถูกหลี่อันฟาดด้วยแส้
"ท่านไปเถอะ มีอะไรก็ไปทำซะ อย่ามาก่อกวนอยู่ที่นี่!"
ท่านอ๋องเจ็ดเอามือลูบจมูกอย่างกระอักกระอ่วน แล้วหันไปอุ้มเล่อเหนียงจากคอของฉินเหล่าซื่อ "เล่อเหนียงไปกันเถอะ ไม่ต้องสนใจคนแก่ที่ดุร้ายคนนี้หรอก!"
"น่าสงสารพี่ชายหลายคนของเจ้าจริงๆ ถูกคนแก่คนนั้นสั่งสอนจนว่านอนสอนง่าย แม้แต่หายใจแรงๆก็ไม่กล้า..."
ท่านอ๋องเจ็ดพูดยังไม่ทันจบ หน้าผากก็ถูกตีเข้าให้ เขาหันไปมองก็เห้นหลี่อันกำลังเอามือเท้าสะเอวจ้องมองเขาด้วยความโกรธ "ข้าขอพูดอีกคำเดียว ท่านก็ออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้!"
"ถ้าไม่อยากออกไปก็หุบปาก ถ้าไม่หุบ ข้าไม่รังเกียจที่จะฝังท่านลงดิน!"
คนอื่นกลัวท่านอ๋องเจ็ด แต่ตาแก่อย่างเขาไม่กลัวสักนิด เขาอายุมากแล้วจะมีชีวิตอยู่หรือไม่ก็ไม่สำคัญ อีกอย่างตอนหนุ่มๆ เขาก็แอบรักษาโรคให้เด็กคนนี้ไม่น้อยเลย
ถ้าไม่ใช่เพราะตอนนั้นเขาแอบลอบส่งยาและอาหารให้มันเป็นระยะระยะ เด็กนี่จะมีชีวิตรอดมาถึงตอนนี้ได้หรือ
ท่านอ๋องเจ็ดถูกตีก็ไม่กล้าส่งเสียงร้อง เพียงแค่ลูบหน้าผากเบาๆ แล้วอุ้มเล่อเหนียงวิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว
ช่างเถอะ เขาไม่อยากยุ่งกับคนแก่คนนี้หรอก!
แม้ว่าเขาจะเป็นอ๋องผู้สูงศักดิ์ แต่ต่อหน้าคนแก่คนนี้ เขาก็เป็นเพียงแค่มดตัวเล็กๆเท่านั้น!
"ท่านอ๋องเจ็ด เหตุใดท่านถึงขี้ขลาดเช่นนี้เล่า"
เล่อเหนียงเอ่ยพูดจาดูถูก "ปู่หลี่อันไม่ได้กินคนสักหน่อย เหตุใดท่านถึงวิ่งเร็วขนาดนี้ อาหารเช้าที่ข้าเพิ่งกินไปก็จะออกมาทางปากหมดแล้ว!"
"ท่านอ๋องเจ็ด ลุกขึ้นเถิดเจ้าคะ เมื่อคืนนอนหลับสบายดีหรือไม่"
แม่เฒ่าฉินตั้งใจจะมาดูว่าท่านอ๋องเจ็ดตื่นแล้วหรือยัง ถ้าไม่ตื่นเสียทีอาหารเช้าก็จะเย็นชืดหมดแล้ว!
"ฮูหยินผู้เฒ่า ข้าก็กำลังจะถามท่านเช่นกัน น้ำที่ท่านให้ข้าดื่มเมื่อคืนนั้นคืออะไรหรือ"
ท่านอ๋องเจ็ดถามด้วยสีหน้าอยากรู้อยากเห็น "ข้าจำได้รางๆ ว่าเมื่อคืนหลังจากดื่มน้ำแล้วก็ล้มตัวลงนอนทันที ไม่ทันได้ถอดรองเท้าด้วยซ้ำ ท่านช่วยถอดรองเท้าให้ข้าใช่หรือไม่"
แม่เฒ่าฉินไม่ปิดบังอะไร ยอมรับตรงๆว่า "ใช่เจ้าค่ะ เมื่อคืนท่านดื่มน้ำเสร็จก็หลับไปเลย ไม่ได้ถอดรองเท้าด้วย ทำเอาข้าตกใจแทบแย่!"
"ช่วงหน้าร้อนอย่างนี้ ข้าก็ไม่อาจปล่อยให้ท่านนอนหลับทั้งใส่รองเท้าได้ ดังนั้นข้าจึงช่วยถอดรองเท้าให้ท่านด้วย หากข้าล่วงเกินท่านอ๋อง ขอท่านอ๋องโปรดอภัยด้วย!"
ท่านอ๋องเจ็ดรีบโบกมือ "ไม่มีอะไรหรอก ไม่มีอะไรหรอก ข้าไม่ได้ตำหนิเจ้า ข้าแค่สงสัยว่าน้ำชามนั้นเป็นน้ำอะไรกันแน่ เหตุใดถึงมีสรรพคุณวิเศษเช่นนี้"
"หรือว่าท่านใส่อะไรลงไปในน้ำหรือ"
"ข้าไม่ได้นอนหลับสบายเช่นนี้มานานมากแล้ว!"
แม่เฒ่าฉินเงียบไปครู่หนึ่งแล้วมองไปทางเล่อเหนียง "น้ำชามนั้นเป็นเล่อเหนียงที่ให้ข้ามา!"
จบตอน
Comments
Post a Comment