magic ep196-200

 ตอนที่ 196: ดอกไม้ไฟ

 

ขณะที่ทุกคนกำลังกินข้าวไปสักพักนั้น ฟู่เซินและฟู่เหมี่ยวก็กลับมาพร้อมกับท่าทางลึกลับ ทั้งคู่ยังหิ้วกล่องที่มีขนาดไม่ใหญ่ไม่เล็กเกินไปมาด้ว

 

“เสี่ยวฮั่วออกมาดูเร็ว ฉันกับพี่สาวของเธอมีของขวัญมาให้” ฟู่เซินยืนอยู่กลางลานบ้าน ร้องเรียกน้องสาวด้วยความดีใจ

 

“ดีแต่คิดเรื่องแปลกๆกันตลอด พวกลูกกินข้าวหรือยัง?” หวังซู่เหมยออกมาเห็นทั้งคู่กลับมาเอาป่านนี้ก็เริ่มตำหนิ

 

“รีบออกมาเร็วเข้า เสี่ยวฮั่ว รับรองว่าเธอจะต้องตื่นเต้นแน่นอน พ่อ พวกพ่อก็มาดูด้วยสิ” ฟู่เหมี่ยวดึงฟู่เยี่ยนออกมาที่ลานบ้าน

 

ฟู่เวยและฟู่หรงก็ออกมาด้วย ว่ากันว่าเด็กชอบดูเรื่องตื่นเต้น

 

“ไป๋โม่เฉิน มาจุดไฟหน่อย ฉันจุดคนเดียวไม่ไหว” ฟู่เซินเรียกไป๋โม่เฉินมาช่วยจุดไฟ ที่แท้ฟู่เซินและฟู่เหมี่ยวเอากล่องดอกไม้ไฟมานี่เอง

 

“พี่รอง พวกพี่ซื้อของพวกนี้มาจากไหนมากมายขนาดนี้? ตอนนี้ยังมีขายอยู่เหรอ?” ฟู่เยี่ยนดีใจมาก ใครจะไม่ชอบดอกไม้ไฟล่ะ!

 

ในชาติก่อน สิ่งที่เธอชอบทำมากที่สุดคือการจุดดอกไม้ไฟนี่เอง ไม่ว่าจะมีเงินหรือไม่ เธอก็ต้องซื้อกลับมาจุดเพื่อขับไล่สิ่งไม่ดีออกไป อีกทั้งมันยังทำให้บรรยากาศดูคึกคักอีกด้วย

 

เพียงแต่หลังจากมาอยู่ที่นี่หลายปี ทุกครั้งที่ถึงเทศกาลปีใหม่ เธอก็มักจะได้จุดแต่ประทัดเสมอ

 

“เพื่อนในห้องของฉันเป็นคนพื้นที่ เขาช่วยหาซื้อมาให้ ดอกไม้ไฟกล่องนี้ราคาไม่ใช่ถูกๆเลยนะ ฉันกับพี่สาวของเธอต้องควักกระเป๋าหนักเลยล่ะ” ฟู่เซินพูดด้วยท่าทางเสียดาย

 

“ก็ฉันอายุ18ปีแค่ครั้งเดียวนี่นา พวกพี่ต้องเข้าใจหน่อยสิ” ฟู่เยี่ยนหัวเราะ

 

“ทุกคนถอยออกไปหน่อย ระวังสะเก็ดไฟ เราจะจุดตรงกลางลาน ระวังอย่าให้ไปโดนบ้านเข้าล่ะ” ไป๋โม่เฉินหยิบดอกไม้ไฟออกมาแล้วบอกให้ทุกคนถอยออกไป

 

ดอกไม้ไฟที่ฟู่เซินกับฟู่เหมี่ยวซื้อมามีหลายแบบ ทุกคนดูอย่างสนุกสนานตลอดคืน รวมไปถึงเพื่อนบ้านระแวกใกล้เคียงที่ยืนดูจากลานบ้านของตัวเองด้วย

 

ฟู่เยี่ยนมองดอกไม้ไฟที่จุดขึ้นทีละดอกในท้องฟ้ายามค่ำคืน ใจเธอก็เหมือนมีดอกไม้บาน หลังจากมาที่โลกนี้เป็นเวลาสามปี เธอรู้สึกเหมือนที่นี่เป็นบ้านของเธอแล้ว

 

ที่นี่มีทั้งครอบครัว มีเพื่อนและคนรักของเธอ ราวกับว่าชีวิตในชาติก่อนเป็นเพียงความฝัน และตัวเธอในเวลานั้นเป็นแค่ภาพในความฝัน

 

ใบหน้าของฟู่เยี่ยนเปื้อนรอยยิ้มแห่งความสุข เธอรู้สึกถึงความสุขจากใจจริง การปรับตัวเข้ากับโลกนี้ ยุคนี้ และครอบครัวนี้ เป็นสิ่งที่เธอทำได้ดีที่สุดแล้ว

 

ไป๋โม่เฉินมองฟู่เยี่ยนโดยไม่ละสายตา มีช่วงเวลาหนึ่งที่เขาคิดว่าเขาจะสามารถทำให้เธอตรงหน้าเป็นสุขได้หรือไม่ แต่ตอนนี้เขารู้แล้วว่าเขาทำได้

 

การทำให้ใบหน้าของฟู่เยี่ยนมีรอยยิ้มเช่นนี้ตลอดไปได้กลายเป็นความปรารถนาตลอดชีวิตของไป๋โม่เฉิน

 

ฟู่เวยและฟู่หรงตื่นเต้นมาก ตั้งแต่เด็ก นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเธอได้เห็นดอกไม้ไฟ มันสวยงามมาก ในใจของพวกเธอมีเมล็ดพันธุ์แห่งความโรแมนติกเล็กๆงอกขึ้นมา และเมื่อมันเติบโตขึ้น มันจะกลายเป็นต้นไม้ใหญ่ที่สง่างามในใจของพวกเธอ

 

ฟู่เหยาเองก็กระตือรือร้นอยากไปช่วยจุดไฟ แต่พี่สองและพี่เขยอยู่ตรงนั้นแล้ว และพ่อของเขาก็กอดเขาแน่น ไม่ยอมให้เข้าไปใกล้ เพราะการจุดไฟไม่ใช่เรื่องเล่นๆ!

 

ฟู่เหยาพยายามดิ้น จนเกือบพลาดช่วงที่น่าตื่นเต้นที่สุด

 

ดอกไม้ไฟกล่องเดียวหมดเร็ว ทุกคนดูอย่างเพลิดเพลิน

 

หวังซู่เหมยตัดสินใจทันทีว่าปีใหม่จะซื้ออีกหลายกล่อง พวกเธอจะจุดให้สะใจไปเลย! เพราะผู้ใหญ่ก็ชอบความสนุกเหมือนกัน

 

“เสร็จแล้ว กินข้าวต่อกันเถอะ!” ฟู่เซินได้ยินว่ามีปลาผัดหม่าล่าจึงรีบไปหยิบชามและตะเกียบ เขาชอบเมนูนี้ที่สุด แค่ชิมคำแรกก็รู้ว่าเสี่ยวฮั่วเป็นคนทำ

 

วันนี้พวกเขากลับมาช้าไปหน่อย ฟู่เซินก้มหน้ากินข้าวต่อ ฟู่เหมี่ยวล้างมือเสร็จก็กลับมาเห็นพี่ชายกินอย่างนั้นก็แย่งตะเกียบคีบเนื้อปลามากินคำโต ดีจัง วันนี้เป็นฝีมือของเสี่ยวฮั่ว!

 

ซึ่งทั้งคู่เกือบทะเลาะกันเพราะแย่งหัวปลา!

 

“แม่ พรุ่งนี้แม่จ้างพ่อครัวไว้หรือยัง? ผมได้ยินว่าแม่เชิญคนมาเยอะ บ้านเราจะจุคนไหวไหม?” ฟู่เซินเล่นสนุกอีกแล้ว

 

“ไม่ต้องห่วง พ่อของลูกถามเพื่อนบ้านแล้ว เราจะจ้างพ่อครัวจากร้านลิ่วอันจวี เขาออกมารับงานเอง รายได้ของที่นั่นสู้ทำเองไม่ได้” ตอนนี้หวังซู่เหมยรู้จักร้านดังในเมืองหลวงหมดแล้ว

 

“แล้วฝีมือของเขาเชื่อถือได้ไหม?” ฟู่เซินถามย้ำ

 

“ไม่มีปัญหา พ่อครัวมาลองทำอาหารตอนเช้าแล้ว มันอร่อยจริง” ฟู่ต้านีตอบ

 

“ดี งั้นก็ไม่มีงานอื่นให้เราช่วยแล้วใช่ไหม? ตอนแรกพวกเราตั้งใจจะกลับมาช่วยงาน ช่วงนี้พวกเราเรียนหนักมาก” ฟู่เหมี่ยวกล่าว

 

“ไม่มีงานอะไร แม่กับอาหญิงของพวกลูกทำความสะอาดเสร็จแล้ว พรุ่งนี้ช่วยต้อนรับแขกก็พอ พรุ่งนี้อาสะใภ้รองของพวกลูกจะมาพร้อมแม่ของเธอ เสี่ยวฉุ่ย ลูกช่วยดูแลด้วยด้วยนะ”

 

“บ้านจื่อหยวนก็มีเสี่ยวฮั่วช่วยดูแลแล้ว เสี่ยวฮั่ว ลูกเชิญใครมาบ้าง?” หวังซู่เหมยหันไปถามฟู่เยี่ยนว่าเชิญใครมาเป็นแขกบ้าง

 

“หนูชวนแค่มู่อี้อัน คนอื่นไม่ได้ชวน เพราะหนูคิดว่าจัดงานวันเกิดใหญ่โตคงไม่ค่อยเหมาะสมสักเท่าไร จางเหว่ยน่าจะมาด้วย” ฟู่เยี่ยนเป็นคนระมัดระวัง

 

“ไม่ใช่แค่นั้น คุณปู่เยว่จะมาด้วย เขาโทรหาพ่อของลูกแล้ว บอกว่าจะมาดูถังหมักเหล้าของพ่อ” หวังซู่เหมยกล่าว

 

“ฮะ? ปู่เยว่จะมาฉลองวันเกิดหนูด้วยเหรอคะ?” ฟู่เยี่ยนแทบไม่อยากจะเชื่อ

 

“ทำไมจะเป็นไปไม่ได้ เขาชื่นชอบและเอ็นดูลูกมาตลอด” หวังซู่เหมยกล่าว เพราะลูกสาวของเธอน่ารักเสมอ

 

“งั้นเราต้องเตรียมเมนูเพิ่มแล้ว เดี๋ยวหนูเตรียมเอง” ฟู่เยี่ยนคิดได้ว่านี่เป็นโอกาสดีที่เธอจะได้นำเสนอโสมของเธอ เพราะโสมที่ปลูกในดินแดนต่างมิติมีอายุประมาณสิบปีแล้ว สามารถนำมาปรุงอาหารได้แล้ว ดูท่าว่าคืนนี้เธอต้องเตรียมการฉุกเฉิน

 

หลังจากพูดคุยเสร็จ ไป๋โม่เฉินต้องกลับหอพัก คืนนี้เขาจะไม่กลับไปที่ฐานทัพ เพราะเขากลัวว่าพรุ่งนี้เช้าจะมาไม่ทัน

 

ฟู่เยี่ยนเดินออกไปส่งเขา ไป๋โม่เฉินจับมือเล็กๆของฟู่เยี่ยนเอาไว้ ในขณะที่มืออีกข้างหนึ่งผลักจักรยาน ทั้งคู่เดินเล่นในซอยมืดราวครึ่งชั่วโมง

 

“เรื่องที่พี่ให้บ้านฉันหนึ่งหลังนั้น ฉันขอให้พี่เก็บไว้เป็นความลับก่อน ฉันกลัวว่าพ่อแม่จะคิดมาก ไว้เราค่อยบอกตอนที่เหมาะสมดีกว่า พรุ่งนี้เช้าไปที่ย่านโรงงานหลิวหลี่กับฉันหน่อยสิ พี่จะมาทันไหม?” ฟู่เยี่ยนถาม

 

“ฉันจะตื่นเช้า เธอรออยู่ที่บ้าน ฉันจะเอาซาลาเปาอร่อยมาให้ดีไหม?”

 

“ไม่เอา ฉันอยากกินเต้าหู้เหมือนครั้งที่แล้ว ที่หน้าประตูมหาวิทยาลัย” ฟู่อวี้พูดด้วยแววตาเจ้าเล่ห์

 

“ได้สิ!” ไป๋โม่เฉินบีบมือเธอแรงๆ สาวน้อยตัวแสบ กลัวฉันเดินเยอะ จะเสียเวลาเธอสินะ

 

“งั้นพี่รีบกลับไปเร็วๆเถอะ ฉันยังต้องเตรียมอะไรอีกเยอะ” ฟู่เยี่ยนปล่อยมือเขาแล้วกล่าวลากัน

 

ไป๋โม่เฉินกลับดึงเธอไว้แน่น ดึงเธอเข้ามาใกล้แล้วกระซิบบอก “ขอรางวัลก่อน” จากนั้นเขาก็ก้มลงจูบฟู่เยี่ยนทันที

 

“ไอ้หยา มีคนมา”

 

“ไม่มีใคร อย่าเสียสมาธิสิ”

 

ประมาณสิบนาทีต่อมา ไป๋โม่เฉินก็ปล่อยฟู่เยี่ยนที่มีสติพร่าเลือน เขากระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงหวานลึก

 

“สุขสันต์วันเกิดนะเสี่ยวฮั่วของฉัน”

 

ในขณะนั้น ฟู่เยี่ยนรู้สึกราวกับมีดอกไม้ไฟระเบิดในหัวของเธอ

 

ผ่านไปครู่หนึ่ง ไป๋โม่เฉินเลียริมฝีปากอย่างพอใจ เขาปั่นจักรยานจากไป ส่วนฟู่เยี่ยนรีบวิ่งกลับบ้าน

 

จูบกันในซอยมืด เขาคนนี้ช่างกล้าหาญเสียจริง!




ตอนที่ 197: ความรักของวั่งไฉ


 

เมื่อไป๋โม่เฉินกลับมาที่หอพัก ทุกคนยังไม่ได้นอน

 

“เฮ้ย! เจ้าสาม วันนี้นายดังมากเลยนะ ฉันว่าวันจันทร์นี้ทุกคนในโรงเรียนคงมาคารวะนายแน่นอน!”

 

ไป๋โม่เฉินยังไม่ทันเดินไปถึงหัวเตียง ก็ได้ยินฉวีโจวพูดขึ้นมาจากเตียง

 

“ดังเหรอ?” ไป๋โม่เฉินยังไม่รู้ว่าที่ตอนบ่ายเขาเดินเคียงข้างฟู่เยี่ยนผ่านมหาวิทยาลัยจะสร้างเสียงฮือฮาให้กับเหล่านักศึกษาได้ไม่น้อย

 

“เป็นแฟนของดาวมหาลัย นายไม่ดังแล้วใครจะดัง วันจันทร์นี้เตรียมตัวโดนทุกคนในมหาวิทยาลัยจับจ้องได้เลย” ฉวีโจวพูดพร้อมทั้งทำหน้าตาที่ทั้งสะใจและอิจฉา วันนี้มีหลายคนถามหาตัวเขาแล้ว


ไป๋โม่เฉินไม่พูดอะไร เขาคิดในใจว่าเพียงแค่เขายืนเคียงข้างเธอ สุดท้ายเขาก็ต้องถูกคนมองอยู่ดี ถือว่าได้ฝึกความเคยชินไว้ล่วงหน้า

 

“เจ้าสาม ผู้ที่จะสวมมงกุฎต้องแบกรับภาระหนักให้ได้” เหวินเฉียงพูดอย่างผู้มีความรู้

 

“ใช่แล้ว นายสาม นายต้องคว้าใจดาวมหาลัยให้มั่น ถ้าวันไหนนายล้มเหลวขึ้นมา จะทำให้ทั้งมหาลัยหัวเราะเยาะเอาได้” หัวหน้าหอพักของพวกเขาพูดด้วยความอิจฉา หน้าตาตัวเองก็ไม่ได้แย่ ทำไมไม่มีสาวๆมาสนใจเลยล่ะ?

 

ไป๋โม่เฉินถือขันเตรียมไปอาบน้ำ เมื่อได้ยินแบบนี้ เขาก็หยุดและหันมาพูดว่า “พ่อแม่ของฟู่เยี่ยนชอบฉันมาก ไม่ต้องห่วง ไม่มีวันนั้นหรอก”

 

ทั้งหอพักตกตะลึง เพราะความสัมพันธ์ของเขาและดาวมหาลัยคนสวยจะพัฒนาเร็วเกินไปแล้ว!

 

ไป๋โม่เฉินไม่สนใจว่าคนอื่นจะคิดอย่างไร เขาถือขันไปอาบน้ำอย่างสบายใจ

 

เมื่อฟู่เยี่ยนกลับมาถึงบ้าน เธออยากเข้าไปในดินแดนต่างมิติของตัวเอง เพื่อเตรียมโสมบางส่วนไว้ให้พวกช่างฝีมือเหล่านั้น

 

เหมียว เหมียว~ แต่ยังไม่ทันจะเข้าไป จู่ๆวั่งไฉก็โผล่มาจากที่ไหนไม่รู้

 

หวังซู่เหมยบอกฟู่เยี่ยนว่า ช่วงนี้เพื่อนบ้านพูดกันว่า ไม่มีหนูในบริเวณนี้แล้ว ทุกคนรู้ว่าครอบครัวของฟู่เลี้ยงแมวหลายตัว และหลายคนก็อยากได้ลูกแมวของเธอ

 

วั่งไฉในฐานะเจ้าถิ่นของย่านนี้ มันยุ่งจนไม่เห็นเงา มันคงยุ่งกับการจัดการเหล่าลูกน้องของมัน

 

“วั่งไฉ นี่แกกลับมาจากไหนอีกล่ะ?” ฟู่เยี่ยนลูบหัว วั่งไฉ แมวส้มตัวนี้ตัวใหญ่เกินกว่าจะอุ้มได้แล้ว

 

เหมียว เหมียว~

 

ไม่รู้ว่าแมวตัวนี้ต้องการจะบอกอะไร แต่ดูเหมือนว่ามันอยากให้ฟู่เยี่ยนไปที่สวนหลังบ้าน ฟู่เยี่ยนจึงต้องยอมล้มเลิกความคิดที่จะเข้าดินแดนมิติแล้วตามวั่งไฉไป

 

ซึ่งในคืนวันนี้เอง ฟู่เยี่ยนก็ได้เห็นสิ่งที่เธอจะไม่ลืมไปชั่วชีวิต เพราะบริเวณที่โล่งของสวนหลังบ้านเต็มไปด้วยซากหนูหลายสิบตัว แต่ละตัวมีความยาวถึงฟุต! วั่งไฉ นี่ต้องขุดรังหนูมาทั้งรังแน่!

 

ฟู่เยี่ยนพยายามอดกลั้น เธอยังจำข่าวในชาติที่แล้วได้ว่า การตอบแทนของแมวคือการนำสิ่งที่มันคิดว่ามีค่ามาให้ ดังนั้นอย่าตำหนิมัน

 

ฟู่เยี่ยนพยายามอดกลั้นที่จะไม่หลุดหัวเราะออกมา เธอชมเชยวั่งไฉพร้อมลูบหัวมันเป็นการให้รางวัล

 

วั่งไฉเอียงหัวมองฟู่เยี่ยน เหมือนจะถามว่า: เจ้านาย ทำไมไม่กินล่ะ?

 

ฟู่เยี่ยนทนไม่ไหวแล้ว เธอรีบวิ่งไปหาฟู่ต้าหย่งและหวังซู่เหมยในสวนหลังบ้าน ให้ตายเถอะ! นี่จะเป็นเรื่องที่เธอจะไม่มีวันลืมไปชั่วชีวิต

 

วั่งไฉงงมาก เจ้านายไม่ชอบของขวัญที่มันนำมาให้เหรอ? ผ่านไปสักพัก มันก็เดินไปรอบๆ และออกลาดตระเวนตามประสาของมัน

 

“พ่อคะ พ่อคะ!” ฟู่เยี่ยนเรียกฟู่ต้าหย่งเสียงดัง

 

“เป็นอะไร?” ฟู่ต้าหย่งวิ่งออกมาจากบ้าน คิดว่ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้นกับลูกสาว

 

“พ่อ, พ่อไปดูที่สวนหลังบ้าน…” ฟู่เยี่ยนพูดอย่างเหลือเชื่อ

 

ฟู่ต้าหย่งรีบไปที่สวนหลังบ้าน ฟู่เยี่ยนตามไปด้วย เมื่อผ่านโซนตัวอาคารของฟู่เซินและฟู่เหมี่ยว ทั้งสองคนก็ตกใจและตามไปดูด้วยเช่นกัน

 

ผลคือ… น่าประทับใจมาก!

 

“นี่คืออะไร?” ฟู่ต้าหย่งมองเห็นซากหนูเหล่านั้นก็รู้สึกขนลุก

 

“ของขวัญจากวั่งไฉค่ะ” ฟู่เยี่ยนพูดไม่ออก รักของวั่งไฉทำให้เธอรับไม่ไหว

 

“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า…” ฟู่เซินหัวเราะลั่น ส่วนฟู่เหมี่ยวก็กลั้นหัวเราะไว้

 

“หัวเราะได้เลย!” ฟู่เยี่ยนรู้สึกภูมิใจ เพราะต่อให้พวกพี่ของเธออยากได้ก็ไม่มี!

 

“ฮ่าฮ่าฮ่า…” ฟู่ต้าหย่งก็หัวเราะเช่นกัน ของขวัญของวั่งไฉนี้พิเศษมาก

 

“เลิกหัวเราะได้แล้ว เอาไม้กวาดมาเร็วเข้า รีบกวาดให้เสร็จก่อนที่วั่งไฉจะกลับมาเห็น” ฟู่ต้าหย่งบอกฟู่เซิน

 

“พ่อ พ่อให้ผมกวาดเหรอ?” ฟู่เซินชี้ที่จมูกตัวเองอย่างไม่เชื่อ

 

“หากไม่ใช่ลูกแล้วจะเป็นใครล่ะ? จะให้น้องสาวสองคนของลูกทำหรือไง?  เลิกบ่นได้แล้ว เร็วเข้า เดี๋ยววั่งไฉเห็นจะเสียใจ”

 

ฟู่เซินก้มหน้ายอมรับชะตากรรมและไปหาอุปกรณ์ ที่จริงแล้วเขายังไม่เคยเห็นหนูตัวใหญ่ขนาดนี้มาก่อนเลย วั่งไฉเก่งมาก!

 

วันต่อมา คนเก็บขยะมาเห็นซากหนูเหล่านั้นในกองขยะก็พากันตกใจ และหลังจากนั้นเป็นต้นมา พื้นที่นี้ก็มีตำนานเกี่ยวกับ “ราชาแมว” ถูกพูดถึงขึ้น

 

ฟู่เยี่ยนหัวเราะกลับเข้าห้อง รีบไปจัดการธุระของเธอในดินแดนต่างมิติ เมื่อเข้าไปก็มองไข่มังกรก่อน มันยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น ดังนั้นเธอจึงขุดโสมอายุสิบปีขึ้นมาสิบต้น

 

โสมมีคุณภาพดีมาก เพราะดินแดนต่างมิติสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมือนธรรมชาติ ทำให้สมุนไพรมีสรรพคุณมากกว่าของที่อยู่นอกมิติ

 

เธอเข้าไปในบ้านไม้ไผ่เพื่อจัดการโสม นี่เป็นครั้งแรกที่เธอลงมือทำเอง ตอนแรกมีข้อผิดพลาดเล็กน้อย แต่ถึงอย่างนั้นก็มองไม่ออก

 

เมื่อทำต้นที่สอง เธอก็เริ่มคล่องขึ้นแล้ว กว่าเธอจะทำเสร็จทั้งหมดก็ดึกแล้ว เธอไม่มีกล่องหรูหราไว้ใส่ มีแต่ใช้กระดาษห่อไปก่อน เพราะภายนอกไม่สำคัญ สำคัญที่ข้างใน

 

ฟู่เยี่ยนเห็นว่ายังเช้าอยู่ เลยไปนั่งสมาธิที่ก้อนหินใหญ่ริมทะเลสาบ ช่วงนี้เธอรู้สึกถึงระดับพลังที่สูงขึ้น ต้องฝึกฝนอีก

 

หลังจากนั่งสมาธิครบหนึ่งรอบ ฟู่เยี่ยนก็อาบน้ำ กว่าเธอจะออกจากดินแดนต่างมิติก็เป็นเวลาตีห้ากว่าแล้ว

 

เมื่อได้ว่าต้องไปที่ย่านโรงงานหลิวหลีอีก เธอจึงเดินไปที่สวนหลังบ้าน บ่อน้ำที่สวนไม่ได้รับการดูแลมานานแล้ว ไม่รู้ว่าปลายังมีอยู่ไหม ถ้าไม่มีก็ต้องหาลูกปลามาปล่อยเพิ่ม

 

ฟู่เยี่ยนสำรวจบ่อน้ำและพบว่ายังมีปลาอยู่เยอะ และปลาตัวเล็กก็โตขึ้นแล้ว เพียงแต่แปลกตรงที่แต่เดิมมีเต่าแค่ตัวเดียว ทว่าตอนนี้มีเพิ่มมาอีกตัวแล้ว

 

ฟู่เยี่ยนคิดว่าบางทีฟู่ต้าหย่งอาจเป็นคนที่ปล่อยเต่าลงไปเลยไม่สนใจมากนัก

 

เมื่อเดินจากสวนหลังบ้านไปที่ลานหน้าบ้าน ไป๋โม่เฉินก็มาถึงแล้ว ในมือของเขาถือซาลาเปาร้านอร่อยจากบริเวณใกล้ๆนี้ และเขายังซื้ออาหารเช้ามาฝากฟู่ต้าหย่งและคนอื่นด้วย

 

“เสี่ยวไป๋ มาเช้าเชียว?” หวังซู่เหม่ยเพิ่งตื่น ฟู่เหยายังนอนอยู่ ปกติเขาจะตื่นตอนเจ็ดโมงครึ่ง ฟู่ต้าหย่งจึงอยู่ในห้องคอยดูแลลูกชายตัวน้อย

 

“คุณป้า ตื่นแล้วเหรอครับ? ผมกับฟู่เยี่ยนต้องไปทำธุระนิดหน่อย”

 

“ไปไหนกันล่ะ? แล้วจะกลับมาเมื่อไหร่? อีกไม่นานทุกคนก็มาถึงแล้ว”

 

“ไม่ต้องห่วงค่ะแม่ อีกเดี๋ยวพวกเราก็กลับมาแล้ว พวกเรามีธุระเล็กน้อย เราไปก่อนนะคะ” ฟู่เยี่ยนกินซาลาเปาไปสองลูก แล้วไปกับไป๋โม่เฉิน

 

“งานของช่างจูแกะเสร็จหรือยังนะ?” ไป๋โม่เฉินกังวลเรื่องนี้

 

“กำไลควรจะเสร็จแล้ว เราไปดูกัน” ฟู่เยี่ยนขึ้นนั่งเบาะหลัง แล้วเป็นฝ่ายกอดเอวไป๋โม่เฉินเอง

 

ไป๋โม่เฉินยิ้มที่มุมปาก เด็กคนนี้คงชินแล้ว เขาจึงเร่งความเร็วและปั่นออกไป

 

ทั้งสองซื้อน้ำเต้าหู้และปาท่องโก๋มาหลายชุดเพื่อนำไปให้ช่างจูและคนอื่นเป็นอาหารเช้า




ตอนที่ 198: คนแก่อยากเป็นเด็ก


 

ช่างจูตื่นแต่เช้าตรู่ เขารีบมาดูสร้อยข้อมืออีกครั้ง พลางชื่นชมว่าผลงานของเขาช่างสมบูรณ์แบบมาก และเดินไปยังห้องของช่างหลิว

 

“เฮ้ย เสี่ยวหลิว วันนี้เป็นวันเกิดของฟู่เยี่ยน เดี๋ยวเธอคงมาถึงเร็วๆนี้ เตรียมเสื้อผ้าไว้หรือยัง?” ช่างจูถามเสียงดัง

 

“เตรียมไว้แล้ว คุณดูสิ เป็นอย่างไรบ้าง?” ช่างหลิวสวมเสื้อผ้าแล้วแสดงให้ช่างจูดู

 

“ดีมาก ดูสดใสเลยทีเดียว เดี๋ยวฉันไปดูเสี่ยวเก่อก่อน เขายังไม่ออกจากห้องมาตั้งแต่เช้าแล้ว”

 

“เขาตื่นนานแล้ว กำลังแกะสลักหยกใสอยู่ เจ้าเด็กนั่นพอได้ออกโรง ฝีมือก็ดูดีเลยนะ ก่อนหน้านี้เราก็เห็นหินก้อนนี้ทุกวัน ไม่คิดเลยว่ามันจะเป็นหยกใสแบบนี้” ช่างหลิวส่ายหัว

 

“ฟู่เยี่ยนเป็นเด็กที่มีพรสวรรค์อยู่แล้ว ฉันคิดว่าเธอเยี่ยมมากจริงๆ ถ้าเธอไม่ตั้งใจไปทางอื่น ฉันก็อยากจะรับเธอเป็นศิษย์อีกคน!” ช่างจูพูดอย่างเสียดาย

 

“เด็กคนนั้นไม่น่าจะหมกมุ่นกับฝีมือเล็กๆน้อยๆของเรา เดือนหน้าวันที่หก เธอจะไปขอเป็นศิษย์ของอาจารย์จินเหวินจง เห็นทีว่าต้องปล่อยให้เธอถูกเขาแย่งตัวไปก่อนแล้ว” ช่างหลิวพูดด้วยความเสียดาย

 

“เสี่ยวจินก็เก่ง แต่ไม่เป็นไรหรอก ใครเก่งกว่าใครยังไม่รู้แน่ชัดเสียหน่อย!” ช่างจูพูดอย่างภูมิใจ พลางเดินไปหาช่างเก่อ

 

“เสี่ยวเก่อ เป็นอย่างไรบ้าง? เตรียมเสื้อผ้าไว้หรือยัง?” ช่างจูเคาะประตู

 

“อาจารย์!” ช่างเก่อเปิดประตูทักทาย ในมือยังถือมีดแกะสลักอยู่ เขาเชิญช่างจูเข้ามาแล้วก็ไปทำงานต่อ

 

“เสื้อผ้าของนายล่ะ? ฉันถามนายเรื่องเสื้อผ้า ฉะนั้นเอามีดวางลงก่อน” ช่างจูรู้ดีว่าเขาชอบทำงาน

 

“เสื้อผ้าอะไรเหรอครับอาจารย์?” ช่างเก่อทำหน้าสับสน

 

“เมื่อคืนฉันพูดอะไรไป นายฟังผ่านๆเพียงเท่านั้นเหรอ?” ช่างจูพูดอย่างหงุดหงิด

 

“โอ้ ผมมีเสื้อผ้าอยู่แล้ว” ช่างเก่อนึกได้แล้ว

 

“ฉันไม่เชื่อหรอก เปิดตู้เสื้อผ้าให้ฉันดูสิ” ช่างจูตัดสินใจช่วยเลือกเสื้อผ้าให้ศิษย์รัก

 

ช่างเก่อไม่เต็มใจ แต่ก็เดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าแต่โดยดี

 

“นี่แหละ ใช่เลย กางเกงสีดำตัวนี้ แล้วก็ชุดฝึกสีขาว เอาชุดนี้ เธอใส่แล้วเหมือนหนุ่มวัยสามสิบปี รีบใส่เลย เร็วๆ” ช่างจูเลือกเสร็จก็เดินออกไป

 

ช่างเก่อเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วกลับไปทำงานต่อ

 

เมื่อฟู่เยี่ยนมาถึง ช่างจูก็เปลี่ยนชุดใหม่เป็นชุดสไตล์ราชวงศ์ถังสีแดง เมื่อรวมกับผมสีขาวและไม้เท้าคู่ใจ มันทำให้เขาดูดีมีภูมิฐานมาก

 

“ช่างจู ช่างหลิว ช่างเก่อ? ตื่นหรือยังคะ?” ฟู่เยี่ยนตะโกนเรียกอยู่หน้าประตู

 

“ตื่นแล้ว ตื่นแล้ว เข้ามาเลย ประตูไม่ได้ล็อก” ช่างหลิวตอบ

 

“เราเอาปาท่องโก๋มาฝาก ลองทานดูว่าพวกคุณชอบไหม?” ไป๋โม่เฉินวางอาหารเช้าลง

 

“พวกเรากินแล้ว แต่ลองชิมก็ดี” ช่างหลิวหยิบมาทานก่อน ช่างจูก็มาลองชิมด้วย

 

ส่วนช่างเก่อชอบมาก เขากินไปตั้งครึ่งหนึ่ง

 

“เสี่ยวเก่อ ไปเอากล่องจากในห้องฉันมาให้ฟู่เยี่ยนดู” ช่างจูสั่งเมื่อเห็นศิษย์รักกินเสร็จแล้ว

 

ช่างเก่อรีบไปนำกล่องออกมาอย่างรวดเร็ว

 

“สร้อยข้อมือเสร็จแล้ว อย่างอื่นฉันยังแกะสลักอยู่ เธอดูสิว่าชอบไหม?” ช่างจูทำหน้าเหมือนรอคำชม

 

“ฝีมือของช่างจูเสียอย่าง หนูต้องชอบแน่นอนค่ะ” ฟู่เยี่ยนเปิดกล่องออก ภายในกล่องกำมะหยี่สีดำ


มีสร้อยข้อมือหยกสีเขียวเข้มวางนอนอยู่

 

ฟู่เยี่ยนแทบหยุดหายใจ: มันสวยมาก! สวยกว่าหินดิบเดิมเป็นหมื่นเท่า ถึงแม้ว่าจะขัดด้วยมือ แต่ไม่มีร่องรอยตำหนิเลย ฝีมือของช่างจูยอดเยี่ยมมาก!

 

แม้แต่ไป๋โม่เฉินก็ประทับใจ เพราะมันสวยมากจริงๆ!

 

“ขอบคุณช่างจู แม่ของหนูต้องชอบแน่ๆ แล้วนี่คือ?” ฟู่เยี่ยนหยิบแหวนที่อยู่ข้างๆขึ้นมา

 

“ฉันเจียระไนแหวนนี้เล่นๆ ไว้เธอลองหาช่างฝีมือทำเครื่องประดับดีๆมาใส่ด้วย จำไว้ว่าต้องใช้ของดีเท่านั้น” ช่างจูเตือน

 

“ค่ะ ถ้าหนูหาได้ หนูจะนำมาให้ช่างจูดู” ฟู่เยี่ยนมีความคิดในใจแล้ว

 

“หินดิบก้อนนั้นยังทำอะไรได้อีกเหรอคะ?” ฟู่เยี่ยนถาม

 

“น่าจะได้แหวนอีกสิบกว่าวงและจี้อีกยี่สิบกว่าชิ้น สร้อยข้อมือคงไม่ได้แล้ว เพราะหินมันเล็กเกินไป” ช่างจูคำนวณเรียบร้อย

 

“รบกวนช่างจูด้วยนะคะ” ฟู่เยี่ยนดีใจมาก

 

“เฮ้อ แล้วเมื่อไหร่จะเอาเหล้ามาให้ฉันล่ะ เจ้าเด็กจางเหว่ยพูดถึงหลายครั้งแล้ว ฉันอยากดื่มมาก” ช่างจูบ่น

 

“พรุ่งนี้ดีไหมคะ?” ฟู่เยี่ยนยังไม่เข้าใจความหมาย

 

“พรุ่งนี้อะไร วันนี้ไม่ใช่วันเกิดเธอหรือ?” ช่างจูพูดอย่างไม่เต็มใจ

 

“ช่างจู?” ฟู่เยี่ยนประหลาดใจ

 

“อะไร เด็กน้อย ฉันไปไม่ได้หรือ?” ช่างจูทำตาโต

 

“ช่างจู ไม่ใช่แบบนั้น ฟู่เยี่ยนดีใจมากจนตกใจต่างหากครับ” ไป๋โม่เฉินรีบพูด

 

“ใช่ค่ะ ช่างจูไปฉลองวันเกิดหนู มันเป็นเกียรติมาก! ถ้าพวกคุณไม่รังเกียจ งั้นเราก็ไปพร้อมกันเถอะค่ะ” ฟู่เยี่ยนรู้สึกได้รับเกียรติอย่างมาก

 

“รอหน่อย เรามีของขวัญให้เธอก่อน ไปถึงบ้านเธอ เราจะกินและดื่มอย่างเดียว” ช่างจูหยิบกล่องผ้าไหมออกมา ช่างหลิวและช่างเก่อก็หยิบกล่องออกมาเช่นกัน

 

“พวกคุณไปฉลองวันเกิดก็ให้เกียรติหนูมากแล้ว ทำไมยังมีของขวัญอีกล่ะ? หนูไม่อาจรับไว้ได้” ฟู่เยี่ยนรู้สึกอึดอัด เพราะนี่มันมากเกินไปสำหรับเธอ

 

“ไม่ได้หรอก ฉันเป็นผู้ใหญ่ ให้ของขวัญเธอเป็นเรื่องปกติ เปิดดูสิ ถ้าไม่ชอบจะได้เปลี่ยน ฉันมีของดีเยอะแยะ” ช่างจูพูด

 

“ใช่ เปิดดูสิ ชอบไม่ชอบ ของสะสมของพวกเรา เด็กสาวอาจไม่ชอบ” ช่างหลิวกระตุ้นให้ฟู่เยี่ยนเปิด ช่างเก่อก็มองด้วยสายตารอคอย

 

ฟู่เยี่ยนมองไปที่ไป๋โม่เฉิน เขายิ้มให้ เธอจึงเปิดกล่องทั้งสามกล่อง

 

ช่างจูให้ขวดหยกเนื้อละเอียด สภาพสมบูรณ์แบบ ถือว่าเป็นของมีค่า ทั้งยังเป็นของรักของเขา

 

ช่างหลิวให้สร้อยข้อมือที่ทำจากหยกเขียวอมม่วง หยกแต่ละเม็ดมีลวดลายสวยงาม เนื้อหยกเนียน ถือว่ามีมูลค่ามากกว่าสร้อยข้อมือทั่วไป

 

ในกล่องของช่างเก่อมีแหวนหยกสีแดงเนื้อเงาเนียน

 

“นี่…!” ฟู่เยี่ยนและไป๋โม่เฉินตะลึง ของพวกนี้มีค่าเกินไป ทุกชิ้นล้วนมีมูลค่า สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินได้จำนวนมาก

 

“นี่มันมีค่ามากเกินไป พวกคุณไม่เสียดายเหรอคะ?” ฟู่เยี่ยนพูดติดตลก ถ้าเธอปฏิเสธ พวกเขาคงไม่พอใจ เพราะสำหรับพวกเขา ของเหล่านี้เป็นเพียงสิ่งของเท่านั้น

 

ฟู่เยี่ยนรู้สึกซาบซึ้ง คนเหล่านี้เป็นคนจริงใจ

 

“มันไม่แพงหรอก ถ้าเธอชอบ มันก็คือของดี ถ้าไม่ชอบ มันก็ไม่คุ้มค่า!” ช่างหลิวพูดอมยิ้ม

 

“ใช่ พูดได้ดี วันนี้ที่บ้านเธอคงมีเหล้าเยอะสินะ” ช่างจูยังคงไม่ลืมเรื่องเหล้า

 

“แน่นอนค่ะ แต่ดื่มมากไม่ได้นะคะ พวกคุณสามารถนำกลับมาบ้านได้ค่ะ” ฟู่เยี่ยนคิดไว้แล้วจะให้พวกเขาดื่มเหล้าองุ่น เพราะฤทธิ์ไม่แรง

 

“ตกลง งั้นพวกเธอไปก่อน เดี๋ยวจางเหว่ยมารับเรา” ช่างจูจัดการไว้แล้ว

 

“พวกคุณวางแผนไว้เรียบร้อยเลยนะคะ!” ฟู่เยี่ยนพูดติดตลก พวกเขาช่างเหมือนคนแก่ที่กระตือรือร้นเป็นเด็กเลย




ตอนที่ 199: วันเกิด


 

ฟู่เยี่ยนกับไป๋โม่เฉินกลับบ้านพร้อมกับกำไลหยกและของขวัญกองโต

 

เมื่อถึงบ้าน ฟู่เซินและฟู่เหมี่ยวเพิ่งทานอาหารเช้าเสร็จ ฟู่เยี่ยนเรียกทุกคนมารวมตัวกัน

 

“แม่คะ วันนี้เป็นวันเกิดของหนู และเป็นวันลำบากของแม่ด้วย หนูมีของขวัญชิ้นหนึ่งที่จะมอบให้แม่ เป็นของขวัญที่หนูกับพ่อช่วยกันเตรียมไว้” ฟู่เยี่ยนพูดอย่างตั้งใจ ก่อนหน้านี้เธอได้คุยกับฟู่ต้าหย่งเรื่องหยกชิ้นนี้แล้ว

 

ฟู่ต้าหย่งบอกว่าหินหยกทั้งหมดเป็นของฟู่เยี่ยน สำหรับความทุ่มเทที่เธอมอบให้ครอบครัวตลอดหลายปีนี้ หินหยกนั้นถือว่าเป็นการตอบแทน

 

ฟู่เยี่ยนยังคงเตรียมหยกไว้ให้ครอบครัว หยกเหล่านี้เพียงพอที่จะมอบให้คนอื่นได้

 

“โอ้ จริงเหรอ? พ่อและลูกแอบทำอะไรกันน่ะ เอามาให้แม่ดูสิ” หวังซู่เหมยพูดด้วยความตื่นเต้น

 

ฟู่เยี่ยนยื่นกล่องให้เธอโดยตรง ให้เธอเปิดดูเอง แต่เธอก็เตรียมพร้อมที่จะรับกล่องไว้หากแม่ของเธอตื่นเต้นจนทำหล่น

 

เมื่อหวังซู่เหมยเปิดกล่อง ทุกคนก็ถูกดึงดูดทันที

 

“นี่คือ?” หวังซู่เหมยไม่กล้าแม้แต่จะแตะต้องมัน เธอเคยเห็นกำไลลักษณะนี้ที่แม่สามีมี แต่ไม่เคยเห็นกำไลที่สวยขนาดนี้มาก่อน

 

“แม่ นี่คือกำไลหยกจักรพรรดิสีเขียวมรกต ทั่วทั้งประเทศจีนมีไม่เกินสิบชิ้น” ฟู่เยี่ยนพูดตามที่ช่างจูบอก เธอเชื่ออย่างสนิทใจ

 

“นี่……แม่จะใส่ได้จริงๆเหรอ?” หวังซู่เหมยชอบมาก แต่ก็รู้สึกว่าสิ่งนี้มีค่ามากเกินไป

 

“ใส่ได้แน่นอนค่ะ พ่อคะ พ่อลองใส่ให้แม่ดูสิ” ฟู่เยี่ยนเร่งให้ฟู่ต้าหย่งสวมกำไลให้แม่

 

ฟู่ต้าหย่งยิ้มพร้อมกับหยิบกำไลมา และบอกให้หวังซู่เหมยยื่นมือออกมา หวังซู่เหมยก็ไม่ลังเล เธอยื่นมือออกมาใส่ ซึ่งขนาดของกำไลพอดีกับข้อมือของเธอพอดี

 

“สวยมากเลย พี่สะใภ้ มันขับให้ผิวของพี่ดูขาวยิ่งขึ้นไปอีก!” ฟู่ต้านีชมอย่างจริงใจ

 

“อาหญิง หยกแบบนี้ยังมีเหลืออยู่ค่ะ หนูเก็บไว้ให้อาแล้ว แต่ต้องรอหน่อยกว่าจะทำเสร็จ กำไลชิ้นมีเพียงชิ้นเดียว อาหญิงได้อย่างอื่นค่ะ”

 

ฟู่เยี่ยนมองไปที่อาหญิง ในช่วงหลายปีนี้เธอทำงานหนักเพื่อครอบครัว ทุกครั้งที่เธอหิว อาหญิงจะมีขนมมาให้เธอเสมอ

 

ไหนจะเสื้อผ้าชุดสวยที่อาหญิงเป็นคนตัดเย็บให้เธอได้สวมใส่ เธอจะได้สวมเสื้อผ้าใหม่ในทุกฤดูกาล ไม่เว้นแม้แต่ฟู่เหมี่ยวและฟู่เซิน รวมถึงฟู่เหยา

 

“เสี่ยวฮั่ว ยังมีของอาด้วยเหรอ? อารับรู้ถึงความตั้งใจของเธอแล้ว ไม่ต้องให้ก็ได้” ฟู่ต้านีซาบซึ้ง แต่คิดว่าของสิ่งนี้มีมูลค่ามากเกินไป

 

“แม้ว่ามันจะมีค่าแค่ไหนก็ไม่เทียบเท่ากับความตั้งใจที่เสี่ยวฮั่วมีต่อเธอ ต้านี ไม่ต้องเกรงใจ ในเมื่อพี่มี เธอก็ต้องมีเหมือนกัน!” หวังซู่เหมยรู้ถึงความเหนื่อยยากของน้องสาวสามีเป็นอย่างดี เธอเองก็โน้มน้าวอยู่หลายหน แต่ฟู่ต้านีทำแบบนี้แล้วรู้สึกว่าตนเองมีคุณค่า ทำให้เธอภาคภูมิใจในตนเองยิ่งขึ้น

 

“งั้นฉันจะรอนะ ! ฉันโชคดีจริงๆ!” ฟู่ต้านีน้ำตาซึม หลานๆของเธอทุกคนเป็นเด็กดี

 

“อ้อ คุณป้าครับ อีกสักพักจะมีผู้อาวุโสมาร่วมงานสามคน ช่วยจัดการให้ทีนะครับ พวกเขาเป็นช่างทำกำไลชิ้นนี้” ไป๋โม่เฉินพูดถึงเรื่องสำคัญทันที

 

“ไม่ต้องห่วง ฉันเตรียมที่นั่งไว้แล้ว กลัวคนจะเยอะ” ฟู่ต้าหย่งตอบ

 

ฟู่เยี่ยนหยิบของขวัญอีกหลายชิ้นมาให้ทุกคนดู บอกว่าของเหล่านี้มาจากผู้อาวุโสทั้งสาม

 

“ว้าว เสี่ยวฮั่ว รวยแล้วนะ ในวันเกิดได้ของเยอะแยะเลย” ฟู่เซินพูดอย่างตกใจ

 

“ลูกพูดอะไรไร้สาระ! เสี่ยวฮั่วไม่ได้ไปเอาเปรียบใครมาเสียหน่อย!” หวังซู่เหมยตีเขาเบาๆ

 

“ถ้าพี่ใหญ่อยู่ก็คงดี” ฟู่เซินพึมพำ เพราะแม่จะได้ไม่จ้องจะเอาผิดแต่เขา

 

“พี่ใหญ่คงออกจากค่ายมาไม่ได้ น่าจะอีกสองเดือน การฝึกทหารของเขาเข้มงวดมาก” ไป๋โม่เฉินได้ยินข่าวของฟู่ซินมานานแล้ว

 

“พี่ใหญ่พลาดทุกความสนุกเลย ฮ่าฮ่า!” ฟู่เซินหัวเราะ แต่ไม่ทันหยุด หวังซู่เหมยก็ตีเขาอีกครั้ง

 

ในครั้งนี้ ทำเอาทุกคนถึงกับหัวเราะลั่น!

 

เช้านี้เต็มไปด้วยความสนุกสนาน มองนาฬิกาดูก็เกือบเก้าโมงเช้าแล้ว อีกไม่นานคงมีคนมา

 

มู่อี้อันมาถึงเวลานี้ เขาไม่ได้เอาอะไรมา นอกจากถุงเล็กๆหนึ่งใบ

 

ไป๋โม่เฉินไม่รู้จักมู่อี้อัน แต่มู่อี้อันรู้จักเขา ฟู่เยี่ยนเคยพูดถึงเขาหลายครั้ง

 

“อาหญิง คุณลุง คุณป้าครับ ช่วงนี้คิดถึงผมบ้างไหมครับ?”

 

“เสี่ยวอันมาแล้วเหรอ? เอานี่ไปกินสิ ช่วงนี้เป็นไงบ้าง?” หวังซู่เหมยหยิบเมล็ดแตงโมใส่มือเขา

 

“เรื่อยๆครับ ฟู่เยี่ยน นี่ของขวัญวันเกิดของเธอ” มู่อี้อันยื่นถุงเล็กๆให้ฟู่เยี่ยน เป็นถุงเฉียนคุนที่ฟู่เยี่ยนเคยให้เขา

 

“ข้างในมีอะไร?” ฟู่เยี่ยนไม่สนใจจะดู

 

“ไปดูในห้องเธอตอนเย็นสิ” มู่อี้อันยิ้มเจ้าเล่ห์ ของข้างในใช้ได้นานหลายปีแน่นอน

 

ฟู่เยี่ยนตอบอย่างไม่ใส่ใจ แล้วเก็บถุงไป ไป๋โม่เฉินอยากรู้มากว่ามีอะไรอยู่ในนั้น แต่เขาก็ไม่กล้าถาม

 

ไม่นาน จางเหว่ยก็มาถึง พ่อแม่ ปู่ย่า ก็มาด้วย บ้านของครอบครัวฟู่จึงเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ

 

ฟู่ต้าหย่งพาผู้ใหญ่ไปที่สวนหลังบ้าน หวังซู่เหมยนั่งคุยกับแม่ของจางเหว่ย และเรื่องที่สองคนคุยกันคงหนีไม่พ้นเรื่องการแต่งงานของจางเหว่ย

 

“พี่สะใภ้ เด็กสองคนนี้ทำฉันกังวลมาก ไม่มีใครทำให้ฉันสบายใจได้เลย จางตันก็โชคร้าย เจอแต่คนไม่ดี จางเหว่ยก็ไม่ยอมไปนัดดูตัว และไม่มีความสามารถในการหาแฟนเอง ฉันเครียดจนผมแทบจะขาวหมดหัวแล้ว ฝั่งจางตันยังพอมีข่าวดีบ้างแล้ว แต่จางเหว่ยยังไม่มีใคร เฮ้อ ทั้งที่เด็กสองคนนี้ก็ไม่ได้แย่อะไร” เยว่ซิ่วอิงไม่มีใครให้ระบาย วันนี้เลยได้ระบายสักที

 

“ไม่ต้องกังวลมากไปนักหรอก มันเป็นเรื่องของบุญวาสนาของแต่ละคน จางเหว่ยยังไม่ถือว่าอายุมาก จางตันมีข่าวดีแล้วเหรอ? อย่าลืมมาบอกฉันไปร่วมงานแต่งด้วยนะ” หวังซู่เหมยพยายามปลอบ

 

“มีข่าวดีบ้างแล้ว ฉันอยากให้เสี่ยวฮั่วดูดวงให้จางตันหน่อย ดูว่าคนนี้เป็นอย่างไรบ้าง” เยว่ซิ่วอิงเชื่อฟู่เยี่ยนมาก

 

“ได้ เดี๋ยวเสี่ยวฮั่วมา ฉันจะบอกเธอ เมื่อกี้ยังอยู่ที่นี่ ตอนนี้ไม่รู้หายไปไหนแล้ว? เสี่ยวถู่ พี่สาวของลูกไปไหนแล้ว?”

 

ฟู่เหยาเล่นของเล่นอยู่เงียบๆ ซึ่งเป็นของเล่นที่ไป๋โม่เฉินซื้อให้เขา

 

“ไปสวนหลังบ้านกับพี่เขย” ฟู่เหยาพูดอย่างชัดเจน ทำให้เยว่ซิ่วอิงชื่นชอบจนลืมเรื่องดูดวงไปเลย เธอถามเขาว่าชอบกินอะไร เล่นอะไร ฟู่เหยาสามารถตอบได้หมด ทำให้เยว่ซิ่วอิงยิ่งมีความสุขเข้าไปใหญ่

 

ไม่นานนัก จางเหว่ยไปพาสามช่างฝีมืออาวุโสมา พร้อมกับผู้อาวุโสจิน พอดีมากับรถคันเดียวกัน ช่างหลิวเห็นผู้อาวุโสจินก็เริ่มพูดจาเสียดสี ในใจไม่พอใจที่เขาได้ศิษย์ดีๆไป

 

ผู้อาวุโสจินยิ้มแย้ม ในใจเข้าใจทุกอย่าง ไม่ได้ตอบโต้ แค่ดูช่างหลิวแสดงไป

 

“อาจารย์ อาจารย์มาด้วยเหรอคะ?” ฟู่เยี่ยนไม่คิดจะรบกวนอาจารย์ แต่ผู้อาวุโสจินมาด้วยตัวเอง

 

“เด็กคนนี้ ฉันยังไม่ได้บอกอะไรเธอเลย ถ้าไม่ใช่จางเหว่ยบอกฉัน ฉันคงจะไม่รู้เรื่องนี้ ในเมื่อเราเป็นอาจารย์และศิษย์ ฉันก็ต้องมาดื่มสักหน่อย” ผู้อาวุโสจินทำท่าดุฟู่เยี่ยน

 

ฟู่เยี่ยนขอโทษซ้ำๆ และแนะนำผู้อาวุโสจินให้รู้จักกับหวังซู่เหมย

 

“นี่คือของขวัญที่อาจารย์ให้เธอในวันเกิดปีนี้ หวังว่าเธอจะมีชีวิตที่ราบรื่น” ผู้อาวุโสจินหยิบกล่องออกมายื่นให้ฟู่เยี่ยน

 

ฟู่เยี่ยนเกือบจะเก็บกล่องไว้ รอดูทีหลัง แต่ช่างจูอดไม่ได้

 

“เปิดสิ ให้พวกเราดูหน่อย” แล้วก็ส่งสายตาให้ช่างหลิว

 

ดูสิ ฉันเอาคืนให้แล้ว!

 

ฟู่เยี่ยนมองเห็นท่าทางของทั้งสองก็เกือบจะหลุดขำออกมา เธอมองผู้อาวุโสจิน ซึ่งผู้อาวุโสจินพยักหน้า เธอจึงเปิดกล่องทันที




ตอนที่ 200: ไปเป็นแขก


 

เมื่อเปิดดูแล้ว มันคือตราประทับชิ้นหนึ่ง ฟู่เยี่ยนหยิบมันขึ้นมาดูอย่างสงสัย วัสดุที่ใช้ทำเป็นหินบลัดสโตนแท้ หรือที่รู้จักกันในนาม ‘หินเลือดประ’ บนตราประทับสลักเพียงตัวอักษรเดียว ที่เหลือสลักเป็นลวดลายดอกกล้วยไม้

 

“รู้จักตัวอักษรนี้ไหม?” ผู้อาวุโสจินถามด้วยความตั้งใจที่จะทดสอบ

 

“ศิษย์ยังไม่เก่ง แต่เหมือนจะเป็นอักษร ‘เยี่ยน’ ใช่ไหมคะ?” ฟู่เยี่ยนไม่รู้จักชื่อของตัวเองก็คงแปลก

 

“ตัวอักษรนี้มีแค่ชิ้นเดียวในโลก ฉันเป็นคนแกะสลักมันขึ้นมาเอง” ผู้อาวุโสจินพูดอย่างเขินอาย เพราะเพิ่งสลักมันเสร็จเมื่อคืน

 

“ถือว่าคุณในฐานะอาจารย์ยังมีความใส่ใจ แต่ฝีมือแกะสลักนี้มันช่าง…… วัสดุเป็นหินเลือดประแท้เชียวนะ สาวน้อย ถ้าเธอไม่อยากได้ตัวอักษรนี้ ฉันจะแกะสลักให้ใหม่ดีไหม?” ช่างหลิวพูดแซวผู้อาวุโสจินอีกครั้ง

 

“ลูกศิษย์ของฉัน เธอย่อมยินดีรับของจากฉันอยู่แล้ว” ผู้อาวุโสจินยังคงไม่เปลี่ยนสีหน้าและท่าที

 

“อาจารย์เป็นคนให้ ไม่ว่าอย่างไรหนูก็ชอบ ไม่ต้องรบกวนช่างหลิวแล้ว ตอนนี้ผู้อาวุโสเยว่อยู่ที่สวนด้านหลัง เขากำลังดูพ่อบ่มเหล้า อาจารย์สนใจไหม?” ฟู่เยี่ยนรีบหาวิธีส่งอาจารย์ไปหาพ่อของเธอ พวกเขาแซวกันไปแซวกันมาเหมือนพวกเด็กๆเลย!

 

“ไปสิ งั้นให้พ่อหนุ่มคนนี้นำทางพวกเราไป” ผู้อาวุโสจินชี้ไปที่ไป๋โม่เฉิน

 

“ผมชื่อไป๋โม่เฉิน งั้นให้ผมต้อนรับคุณแล้วกันนะครับ” ไป๋โม่เฉินรู้ว่าผู้อาวุโสจินต้องการทดสอบเขา

 

“ไปกันเถอะ” ผู้อาวุโสจินเดินออกไปก่อน ช่างจูเดินตาม ช่างหลิวและช่างเก่อก็เดินตามไปทันที

 

ฟู่เยี่ยนถอนหายใจออกมา นี่มันยากเกินไปแล้ว!

 

ก่อนที่ฟู่เยี่ยนจะตอบสนอง ครอบครัวของวังจื่อหยวนก็มาถึงแล้ว เธอรู้จักศาสตราจารย์ฉู่ แต่ยังไม่เคยเจอพ่อของวังจื่อหยวน เธอรู้แค่ว่าเขาเป็นศาสตราจารย์ภาควิชาภาษาจีนของมหาวิทยาลัยตี้ตูและเคยตีพิมพ์หนังสือ หน้าตาของเขาดูสุภาพเรียบร้อยมาก

 

“อาจารย์ พวกคุณมาแล้ว? พี่จื่อหยวน พี่สาวของฉันไปที่สวนด้านหลังแล้ว” ฟู่เยี่ยนกะพริบตาอย่างซุกซน

 

ศาสตราจารย์ฉู่อยากรู้ว่าลูกสะใภ้หน้าตาเป็นอย่างไร วังจื่อหยวนจึงพาพ่อแม่ไปที่สวนหลังบ้านเพื่อเที่ยวชมบ้านหลังใหญ่ของฟู่เยี่ยน

 

“บ้านครอบครัวฟู่สวยมาก ทำเอาฉันอยากกลับไปอยู่ที่บ้านทางเข้าสามชั้นของเราแล้ว!” พ่อวังอิจฉามาก

 

“ใช่ครับ หลังใหญ่สะดวกสบายมาก แต่บ้านหลังเก่าของเรามันทรุดโทรมเกินไปจนไม่จำเป็นต้องซ่อมแซมแล้ว ผมอยากซื้อบ้านทางเข้าสามชั้นอีกสักหลัง เอาแบบอยู่ใกล้ที่นี่ครับ” วังจื่อหยวนพูดออกไปตามตรง ครั้งที่แล้วฟู่เยี่ยนพาไปดู มีบ้านหลังหนึ่งอยู่ใกล้บ้านฟู่เหมี่ยว

 

“บ้านแบบนี้จะหนาวในฤดูหนาวใช่ไหม?” ศาสตราจารย์ฉู่เป็นคนขี้หนาว

 

“แม่ครับ บ้านหลังนี้อบอุ่นกว่าหอพักของเรา เพราะมีระบบทำความร้อนที่ผนังและพื้น ตอนฤดูหนาวจะอบอุ่นแน่นอน” วังจื่อหยวนได้ตรวจสอบแล้ว

 

“แล้วห้องน้ำแยกจากตัวบ้านไหม?” พ่อวังถามประเด็นสำคัญ

 

“ห้องทุกห้องมีห้องน้ำและห้องอาบน้ำแยกต่างหาก ใช้ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ ฟู่เยี่ยนเป็นคนออกแบบและให้พี่จางเหว่ยหาคนมาทำให้ พวกเขาติดตั้งมันไว้บนหลังคา เป็นถังใหญ่สีเงินเงางามที่เราเห็นนั่นแหละครับ ส่วนฤดูหนาวใช้เครื่องทำน้ำอุ่นไฟฟ้า” วังจื่อหยวนอธิบายอย่างละเอียด

 

“ไม่เลวเลย บ้านสไตล์เก่าปรับใหม่ให้สะดวกมากขึ้น ว่าแต่ตอนนี้เรามาถึงไหนแล้ว?” ศาสตราจารย์ฉู่มองไปรอบๆ บรรยากาศที่นี่ดูสบายตาและจัดวางสิ่งต่างๆไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย มีต้นกุหลาบหลายกระถางและต้นมิ้นท์เล็กๆอีกหลายต้นปลูกประดับไว้

 

“นี่คือส่วนที่สาม เป็นห้องของฟู่เหมี่ยวและฟู่เซิน ห้องของพี่ใหญ่ก็อยู่ที่นี่ แม่ครับ ส่วนชั้นที่สี่เป็นห้องของฟู่เยี่ยน พอฟู่เหยาโตขึ้นก็คงไปอยู่ชั้นที่สี่กับฟู่เยี่ยน”

 

“ไม่เลว บ้านแบบนี้อยู่ได้หลายคน นี่เป็นบ้านเก่าของตระกูลฟู่หรือ?” พ่อวังชอบมาก เขาเกิดอยากไปดูบ้านหลังที่ลูกชายสนใจเข้าแล้ว

 

“ไม่ใช่ครับ บ้านเก่าตระกูลฟู่อยู่ที่อื่น นี่เป็นบ้านที่เป็นชื่อของฟู่เยี่ยน” วังจื่อหยวนอิจฉา คนเรามันเทียบกันไม่ได้จริงๆ

 

“ฮะ?” ศาสตราจารย์ฉู่และพ่อวังเพิ่งรู้ว่าตระกูลฟู่มีอำนาจมาก ดูท่าว่าพวกเขาต้องประเมินครอบครัวฟู่ใหม่เสียแล้ว

 

ศาสตราจารย์ฉู่มองดูลูกชายของตัวเอง ลูกชายของฉันไม่เห็นมีอะไรพิเศษเลย

 

วังจื่อหยวนถูกแม่มองแบบนั้นก็เกิดความงุนงง เขาก้มดูเสื้อผ้าตัวเองก็ไม่ได้ใส่อะไรผิดแปลก ชุดสไตล์นี้ยังอินเทรนด์อยู่! กางเกงลูกฟูกกับเสื้อเชิ้ตยังเป็นที่นิยม!

 

พ่อวังคิดในใจว่าลูกชายเป็นคนโง่ ดังนั้นเมื่อเห็นฟู่เหมี่ยว พ่อวังและศาสตราจารย์ฉู่จึงชอบว่าที่ลูกสะใภ้คนนี้ทันที สาวน้อยที่หน้ามืดตามัวมาคบหากับลูกชายของพวกเขาไม่ได้หาได้ง่ายๆ ต้องรีบจับไว้!

 

โดยเฉพาะวันนี้ ฟู่เหมี่ยวแต่งตัวดูสูงสง่าและงดงาม เมื่อเทียบกับฟู่เยี่ยน ฟู่เหมี่ยวดูเข้มแข็งกว่า แต่เมื่อยิ้มกลับดูเป็นผู้หญิงอบอุ่นและสุภาพมาก

 

ศาสตราจารย์ฉู่พอใจมากเมื่อเห็นว่าที่ลูกสะใภ้ตัวจริง สะใภ้ของเธอดูเป็นเด็กฉลาดมาก! ดังนั้นทั้งครอบครัวของพวกเขาจึงพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน ฟู่เหมี่ยวก็คิดว่าแม่ของวังจื่อหยวนดีมาก ไม่เพียงแต่พูดเพราะ แต่ยังใส่ใจเธอมากอีกด้วย

 

ครอบครัวฟู่ต้าจวงมาถึงเป็นคนสุดท้าย

 

“หนูบอกให้แม่แต่งตัวเร็วหน่อย แต่แม่ก็เปลี่ยนเสื้อผ้าไปมา ดูสิ เรามาสายแล้ว!” ฉือหมิ่นนั่งในรถอุ้มลูกฝาแฝดพลางบ่นแม่ของเธอ

 

เรื่องบ้าอะไรกัน!

 

ตู้ฟางหลันไม่พอใจ ที่เธอเปลี่ยนเสื้อผ้าก็เพื่อให้ดูดี ไม่ใช่สวมเสื้อผ้าขาดๆมาร่วมงาน

 

“ฉือหมิ่น เรายังไม่สาย วันนี้ไม่มีอะไรให้เราช่วยอยู่แล้ว พี่สะใภ้จ้างคนทำอาหารแล้ว เราแค่มากินก็พอ” ฟู่ต้าจวงพูดขณะขับรถ ที่จริงเขาเองก็ไม่พอใจเล็กน้อย แต่เพราะเห็นเป็นแม่ยาย จึงไม่พูดออกมา

 

ตู้ฟางหลันได้ยินว่าจ้างคนทำอาหารก็รู้สึกดีขึ้นมา เพราะหากต้องให้ลูกสาวของเธอไปช่วยทำอาหาร แบบนั้นจะไม่เกินไปหน่อยเหรอ?

 

ฉือหมิ่นนั่งโมโหอย่างเงียบๆ ตั้งแต่คลอดลูกแฝดออกมาและให้แม่เธอมาช่วยเลี้ยง เธอก็ต้องมาคอยหงุดหงิดกับเรื่องหยุมหยิมเหล่านี้อยู่เสมอ

 

“ต้าจวง คุณเอาของขวัญที่ฉันจะให้เสี่ยวฮั่วมาแล้วใช่ไหม? ห้ามลืมเด็ดขาดเลยนะ” ฉือหมิ่นเตรียมต่างหูคู่หนึ่งให้ฟู่เยี่ยน เป็นต่างหูไข่มุกเล็กๆน่ารักมาก

 

“ไม่ลืม ผมใส่ไว้ในกระเป๋าของคุณแล้ว ลองดูสิ”

 

ฉือหมิ่นรีบตรวจดู เมื่อเห็นว่ามันยังอยู่ก็โล่งใจ ตู้ฟางหลันเห็นแบบนั้นก็รีบตรวจดูของขวัญที่เธอเตรียมมาให้เช่นกัน

 

แม้เธอจะบ่นแค่ไหน แต่เธอก็ไม่ควรลืมของขวัญเด็ดขาด เธอรู้ว่าตระกูลฟู่ในวันนี้ไม่เหมือนเดิมแล้ว ต้องให้ความสำคัญกับพวกเขา อีกอย่างฟู่ต้าหย่งและภรรยาของเขาดีกับลูกสาวของเธอมากจริงๆ ไม่ว่าอย่างไรก็ควรให้ของขวัญ

 

ตู้ฟางหลันเป็นคนฉลาด เธอมอบชุดเขียนพู่กันจีนให้ฟู่เยี่ยน มันเป็นของที่สามีเธอส่งมาให้ ทำให้เธอไม่ต้องเปลืองเงินเปลืองแรงอะไร

 

ไม่นานก็ถึงทางเข้าตรอก ฟู่ต้าจวงบอกให้ฉือหมิ่นลงจากรถ เพราะตรอกเล็ก รถไม่สามารถขับเข้าไปได้

 

ตู้ฟางหลันบ่นว่าบ้านสไตล์ยุโรปสะดวกสบายกว่าเยอะ เธอพาหลานชายลงจากรถ นี่เป็นครั้งแรกที่เธอมาที่นี่ ครั้งก่อนตอนที่ฟู่ต้าจวงได้บ้านคืนมา เธอเคยไปดูที่นั่นแค่ครั้งหนึ่งเท่านั้น

 

ในมุมมองของเธอ บ้านหลังนั้นทั้งเก่าและถูกครอบครัวอื่นต่อเติมจนไม่สวย ตู้ฟางหลันคิดว่าบ้านแบบในเซี่ยงไฮ้ดูทันสมัยกว่าเยอะ

 

แต่เมื่อมาถึงหน้าบ้านครอบครัวฟู่ ประตูบ้านหลังใหญ่ทำให้เธอตกใจ และลังเลว่านี่เธอมาถูกหลังหรือไม่ แต่ฟู่เจี๋ยฟ่างก็ได้ผลักประตูวิ่งเข้าไปแล้ว

 

“คุณลุง คุณป้า พี่เสี่ยวฮั่ว ผมมาแล้ว” ฟู่เจี๋ยฟ่างที่แต่เดิมนั่งเงียบมาตลอดทาง พอมาถึงที่นี่ก็วิ่งเล่นสนุกสนาน

 

ตอนนี้ทุกคนที่อยู่ในส่วนด้านหลังกำลังนั่งจิบชาพูดคุยกันในห้องรับแขกส่วนแรก เมื่อฟู่เจี๋ยฟ่างเรียก ฟู่เหมี่ยวและฟู่เยี่ยนเดินออกมา ส่วนหวังซู่เหมยและฟู่ต้าหย่งก็ลุกขึ้นเดินออกมาต้อนรับ

 

ในตอนนี้ ฉือหมิ่นและฟู่ต้าจวงได้อุ้มลูกฝาแฝดเข้ามา




จบตอน

Comments