ตอนที่ 321: กำลังมีความรัก
กวงหยุนตื่นนอนแต่เช้าตรู่เพื่อเลือกเสื้อผ้าสำหรับเดตวันนี้ ซึ่งในชาติก่อนเธอไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน เธอรู้สึกดีใจที่ฟู่ซินนัดเธอออกมาเอง แต่ก็มีความกังวลเล็กน้อย เพราะไม่แน่ใจว่าครอบครัวของฟู่ซินจะชอบเธอหรือไม่
ก่อนออกจากบ้าน กวงหยุนสวมกระโปรงลายตารางกับเสื้อเชิ้ตสีขาวดูเข้ากัน และในมือของเธอยังถือขนมที่ทำกับลูกพี่ลูกน้องเมื่อวานนี้ เพื่อจะนำไปให้ฟู่ซินลองชิม
ขณะเดียวกัน ฟู่ซินที่อยู่บ้านก็กระสับกระส่ายไม่น้อย เขามองกระจกดูชุดทหารของตัวเองว่าใส่แล้วดูดีไหม แต่ก็คิดว่าการใส่ชุดทหารทุกวันมันน่าเบื่อเกินไป
เขาเลยกลับเข้าไปเปลี่ยนเป็นชุดลำลอง แต่ก็ยังลังเลว่าเสื้อเชิ้ตสีขาวดูธรรมดาไปหรือเปล่า เขาเปลี่ยนชุดกลับไปกลับมา สุดท้ายก็กลับไปใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวเหมือนเดิม!
ระหว่างมื้อเช้า แม่ของเขาหวังซู่เหมยทำบะหมี่ให้กิน ฟู่ซินกินอย่างระมัดระวังสุดๆ เพราะกลัวน้ำซุปจะกระเด็นใส่เสื้อ
ฟู่เซินหันมองฟู่ซินแวบหนึ่ง แล้วสะกิดฟู่เหมี่ยวที่นั่งข้างๆ ให้ดูท่าทางของพี่ชาย ฟู่เหมี่ยวก็สะกิดฟู่เยี่ยนอีกต่อหนึ่ง ทุกคนแอบหัวเราะกันอย่างขำขัน
ฟู่เวยกับฟู่หรงมองดูพี่ชายด้วย แต่สายตาของทั้งคู่ไม่มีความพยายามจะปิดบัง สุดท้ายฟู่ซินก็รู้สึกแปลกๆจนทนไม่ไหว
“เสี่ยวเวย เสี่ยวหรง พวกเธอมองพี่ทำไม?” ฟู่ซินถามหน้ายิ้ม
“พี่สี่ พี่รองกับพี่สามหัวเราะอะไร?” ฟู่หรงที่ฉลาดตอบโต้ในทันที โดยโยนคำถามนี้ไปให้ฟู่อี้เหยียนแทน
“ไม่มีอะไร แค่นึกถึงเรื่องขำๆน่ะ” ฟู่เซินหัวเราะไม่หยุด ถ้าขืนเขายังกลั้นขำอยู่ มีหวังได้กลั้นขำจนปวดท้องแน่นอน
ฟู่ซินสังเกตเห็นทุกคนพยายามกลั้นหัวเราะตั้งนานแล้ว อยากหัวเราะก็หัวเราะไปเถอะ! เฮอะ! หรือไม่ก็กลั้นขำกันไปเลย!
“อยากหัวเราะก็หัวเราะเถอะ กลั้นไว้เดี๋ยวไม่ดีต่อสุขภาพ! ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า” แม่ของเขาหวังซู่เหมยเห็นท่าทีของทุกคนก็หัวเราะออกมาก่อน
“ฮ่าฮ่า……”
“ฮ่าฮ่า……”
ตามมาด้วยเสียงหัวเราะของทุกคนในบ้าน ยกเว้นฟู่เหยาที่ไม่เข้าใจว่าทุกคนหัวเราะเรื่องอะไร แต่เมื่อทุกคนหัวเราะจบแล้ว ฟู่เหยาก็หัวเราะดังลั่นขึ้นมาอีกครั้ง ทำให้ทุกคนหัวเราะกันอีกรอบ!
“เด็กน้อยคนนี้ ไม่รู้ว่าเขาหัวเราะอะไรกัน แต่ก็ยังหัวเราะ?” ฟู่เซินถามพลางขยี้หัวน้องชาย
“พี่รอง อย่าขยี้หัวผม มันจะทำให้ผมเสียทรงนะ!” ฟู่เหยาประท้วง ตั้งแต่เขาพูดชัดขึ้น การแสดงความคิดเห็นของเขาก็เริ่มมากขึ้นและมักจะมีคำพูดตลกๆ หลุดออกมาเสมอ
“หึหึ รู้ด้วยเหรอว่าอะไรคือทรงผม? งั้นพี่จะขยี้อีก!” ฟู่เซินขยี้หัวน้องชายอีกครั้งจนผมฟู่เยายุ่งเหยิง
ฟู่เหยาทำอะไรไม่ได้จึงจัดผมตัวเองไปด้วยและบ่นพี่ชายอย่างหงุดหงิด “พี่รองไม่เห็นน่ารักเลย ไม่แปลกใจเลยที่หาแฟนไม่ได้!”
คำพูดนี้ทำให้ทุกคนหัวเราะลั่นอีกครั้ง ฟู่เหมียวหัวเราะจนเอนตัวลงกับเก้าอี้ ฟู่ซินที่เพิ่งดื่มน้ำก็สำลักน้ำกระเด็นออกมาเต็มหัวฟู่เซิน
พอมองไปที่ฟู่ต้านี ตอนนี้อาหญิงของพวกเขาหัวเราะจนต้องเอามือค้ำเอว ส่วนฟู่ต้าหย่งเดิมทีเป็นคนพูดน้อยอยู่แล้ว แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังนั่งยิ้มเช่นกัน
“พี่ใหญ่……ไอ้โหยว ผมของผมเปียกหมดแล้ว!” ฟู่เซินถึงกับวิ่งหนีไปล้างหัวและเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ทันที เพราะตอนนี้เสื้อผ้าและผมของเขาเปียกไปหมดแล้ว
“เสี่ยวถู่ ใครสอนนายพูดแบบนี้? ทำไมนายถึงได้น่ารักขนาดนี้กันนะ!” ฟู่เหมี่ยวลูบหัวน้องชาย พลางช่วยจัดทรงผมให้
“พี่สามกับพี่สี่เป็นคนน่ารัก พี่ใหญ่ก็เป็นคนดี ดังนั้นพวกพี่ถึงได้มีแฟนกันหมด ส่วนพี่รองไม่ฟังที่ผมบอกว่าอย่าขยี้ผม เขาก็เลยหาแฟนไม่ได้!” ฟู่เหยาพูดด้วยความมั่นใจ
“อุ๊บ ฮ่าฮ่า!” ฟู่เหมี่ยวพยายามกลั้นขำแล้วแต่ก็สุดจะทน ไม่รู้ว่าน้องชายคนเล็กของเธอกำลังคิดอะไรอยู่! เด็กน้อยจินตนาการได้ล้ำลึกมาก!
หลังจากกินข้าวเสร็จ ฟู่ซินเตรียมตัวออกจากบ้าน เขาต้องไปถึงสวนสาธารณะเป๋ย์ไห่ล่วงหน้า 20นาที เขาตั้งใจว่าจะปั่นจักรยานไป แต่พอมองดูรถจักรยานคันเก่าของตัวที่ฟู่ต้าหย่งซื้อมาให้จากตลาดขายของมือสอง เขาก็ถึงกับคิดหนักอีกครั้ง
“เสี่ยวฮั่ว พี่ขอยืมจักรยานหน่อยสิ พี่จะไปรับคน”
“ตอนนี้เหรอ? พี่ใหญ่ พี่กับพี่สาวคนนั้นนัดกันไว้กี่โมง?” ฟู่เยี่ยนดูนาฬิกา วันนี้พวกเขาตื่นเช้ากัน และตอนนี้ก็เพิ่งจะแปดโมงตรงเท่านั้น
“นัดไว้เก้าโมงครึ่ง ที่หน้าสวนสาธารณะเป๋ย์ไห่ แล้วพวกเราจะไปกินข้าวที่ร้านไหนเหรอ?” ฟู่ซินอยากไปรอเร็วหน่อย
“ร้านที่เราจะไปกินอยู่ใกล้กับสวนสาธารณะเป๋ย์ไห่มาก อยู่ในซอยที่สามที่เราเดินผ่าน ซอยนั้นจะมีบ้านอยูาหลังหนึ่งที่ที่เคาะประตูทำมาจากทองเหลือง ไม่มีชื่อร้าน แค่เคาะประตูหน้าก็ได้แล้ว พวกเราจะไปถึงประมาณสิบโมง พี่กับพี่สาวคนนั้นไปเดินเล่นชมสวนสาธารณะก่อนก็ได้”
เมิ่งอ้ายชวนเป็นคนแนะนำร้านนี้ให้รู้จัก ไม่มีอะไรที่เขาคนนี้ไม่รู้ ว่ากันว่าหากไม่ใช่คนคุ้นเคยจะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไป ด้านในมีสวนดอกไม้ มีห้องโถงใหญ่ อีกทั้งเมนูอาหารของที่นั่นยังเป็นเมนูที่ได้รับตกทอดมาจากบรรพบุรุษ
ในตอนที่ฟู่เยี่ยนเพิ่งไปถึงที่นั่น เธอเองก็พูดไม่ออกเช่นกัน เพราะรูปแบบของมันช่างเหมือนกับคลับเฮาส์ในโลกอนาคตมาก ตอนนี้มีคนคิดทำร้านประเภทนั้นออกมาแล้ว! แน่นอนว่ามีคนฉลาดในทุกยุคทุกสมัยจริงๆ ส่วนคนอย่างฉันที่ไม่ฉลาดมากนักก็ทำได้แต่ทำงานหนักเท่านั้น!
“อืม งั้นพี่ไปก่อนนะ” ฟู่ซินหยิบกุญแจปลดโซ่จักรยานแล้วออกไป
เขาถึงสวนสาธารณะเป๋ย์ไห่ตอนแปดโมงครึ่ง ในเวลานี้ยังมีคนมาเที่ยวสวนสาธารณะไม่มากนัก เขาจึงยืนรออยู่คนเดียวที่หน้าประตู
แต่ทว่าฟู่ซินกลับรู้สึกว่าการยืนอยู่ตรงนี้มันดูแปลกๆ ดังนั้นหลังจากที่จัดแจงจอดรถจักรยานแล้ว เขาจึงไปนั่งที่ม้านั่งใกล้ทางเข้า
เวลาผ่านไป
เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า เขามองนาฬิกาแทบจะทุกนาที จนในที่สุดเมื่อเวลาล่วงเลยมาถึงตอน 9.13น. เขาก็เห็นใครคนหนึ่งกำลังเดินมาที่ประตูสวนสาธารณะ
เวลา 9.14น. ฟู่ซินเห็นกวงหยุนเดินเข้ามา
เวลา 9.17น. กวงหยุนก็มองเห็นฟู่ซินแล้วเช่นกัน เธอกำลังเดินเข้ามาหาเขาแล้ว
และแล้วทั้งสองก็ได้พบกันที่หน้าสวนสาธารณะในเวลา 9.20น.
“คุณ…”
“ผม…”
ทั้งคู่พูดพร้อมกันแล้วก็หันไปมองกันด้วยความขวยเขิน
“คุณ……”
“ฉัน……”
สุดท้ายเป็นกวงหยุนที่หัวเราะออกมา “คุณมาเช้าเหมือนกันนะ!”
“ไม่เช้า คุณเองก็มาถึงเช้าเหมือนกัน” ฟู่ซินที่เป็นทหารผู้ช่ำชองในกองทัพ ยามนี้เมื่อต้องอยู่ต่อหน้าผู้หญิงที่ชอบ เขาเองก็ทำอะไรไม่ถูกเหมือนกัน
“เราไปไหนกันดี?” กวงหยุนถามอย่างเป็นธรรมชาติ เพราะถึงอย่างไรเธอก็รู้จักคนตรงหน้ามานานแสนนานแล้ว ตอนนี้บอกได้แค่ว่าเป็นการพบกันใหม่เท่านั้น
ดังนั้นเธอจึงพูดอย่างเงียบๆในใจว่า: สวัสดีฟู่ซิน เราได้พบกันใหม่อีกแล้วนะ!
“ไปเดินเล่นในสวนสาธารณะกันก่อน ตอนนี้สวนเป๋ย์ไห่สวยมาก อากาศดีด้วย! คงไม่สายเกินไปที่เราจะไปที่นั่นทีหลัง ว่าแต่คุณกินข้าวเช้าหรือยัง?” ฟู่ซินที่รู้สึกประหม่าไปหลายนาทีได้เริ่มผ่อนคลายขึ้นมาแล้ว เขาชอบกวงหยุน หากเขายังประหม่าอีก เธอก็คงไม่ชอบคนไม่มั่นใจอย่างเขา
“อื้ม!” กวงหยุนยิ้มรับเช่นกัน
รอยยิ้มที่สดใสนี้ทำให้ฟู่ซินชะงักไป เขาคิดว่าตอนนี้เขาตกหลุมรักเธอเข้าอย่างจังแล้ว! เขาอยากครอบครองรอยยิ้มนี้ตลอดไป!
“คุณสวยมาก!” เขาถึงกับเผลอพูดออกไปโดยไม่รู้ตัว
เดิมทีกวงหยุนเป็นคนกล้าแสดงออก แต่พอได้ยินคำนี้จากเขาก็ทำเอาเธอหน้าแดงจนไปต่อไม่ถูก เธอไม่คิดเลยว่าในชาตินี้เขาจะเป็นคนแบบนี้ ทำเอาตอนนี้เธอยิ่งประหลาดใจกับครอบครัวของเขามากขึ้นแล้ว!
สุดท้ายแล้วมันเริ่มเปลี่ยนมาจากตรงไหนกัน แต่แน่นอนว่าการเปลี่ยนแปลงนี้เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ดี ฟู่ซินในตอนนี้เป็นคนที่เปล่งประกายมาก เขาทำให้หัวใจของเธอเต้นแรง ซึ่งชาติที่แล้วเธอไม่เคยได้รู้สึกแบบนี้มาก่อนเลย ในตอนนั้นที่เธอและเขามีล้วนเป็นความสุขที่เรียบง่ายแสนธรรมดา
ตอนที่ 322: งานเลี้ยง
เมื่อฟู่เยี่ยนพาพี่ชายและพี่สาวมาถึงที่นัด เมิ่งอ้ายชวนและเหมี่ยวชานชานก็มาถึงแล้ว เมิ่งอ้ายชวนยังชวนหวังอันกั๋วมาด้วย ทันทีที่เห็นฟู่เยี่ยน หวังอันกั๋วก็กล่าวขอบคุณเธอไม่หยุด เมิ่งอ้ายชวนเห็นแบบนั้นเลยพาไป๋โม่เฉินออกไปสั่งอาหาร
“โอ้โห น้องสาว ยาที่เธอให้คุณปู่ของฉันช่างได้ผลดีเหลือเกิน ท่านกินแล้วรู้สึกดีขึ้นมาก อารมณ์ก็ดีขึ้นด้วย แถมฉันยังโดนดุน้อยลงอีกต่างหาก!”
“ถ้าได้ผลดี ฉันก็ดีใจด้วย ถ้าคุณปู่ของพี่กินหมดแล้วก็มาหาฉันอีกนะ” ฟู่เยี่ยนเคยให้ยาบำรุงสุขภาพไปขวดหนึ่งเพื่อป้องกันไม่ให้คุณปู่ของหวังอันกั๋วล้มป่วยเพราะความเครียดที่เกิดจากเรื่องของพี่สาวเขา
เพราะการกระทำของเสิ่นเฉิงหมิน ทำให้พี่สาวของหวังอันกั๋วต้องหย่ากับสามี แต่เพราะเธอมีงานทำมั่นคงและลูกก็อยู่กับเธอ เธอเลยไม่ลำบากมากนัก
แต่ไม่คาดคิดว่ายานั้นจะช่วยรักษาอาการป่วยเก่าของคุณปู่ได้ สมัยตอนที่คุณปู่ไปออกรบ ท่านเคยได้รับบาดเจ็บมากมาย มีแผลกระสุนปืนหลายแห่ง และบางแห่งยังมีกระสุนฝังอยู่ด้วย
ด้วยความเคารพต่อผู้เป็นวีรบุรุษปกป้องประเทศชาติเช่นนี้ ฟู่เยี่ยนจึงไม่ลังเลที่จะส่งยาให้พวกเขาเป็นประจำทุกเดือน นอกจากไป๋โม่เฉินแล้ว เธอยังส่งให้ผู้เฒ่าทั้งสองของตระกูลเมิ่ง รวมไปถึงไป๋ซ่งและภรรยาของเขา
เพียงแค่นี้ ฟู่เยี่ยนก็กลายเป็นที่พูดถึงในครอบครัวของพวกเขาเป็นประจำ ทุกคนต่างอิจฉาไป๋ซ่งที่สามารถยืดอกเดินได้อย่างภาคภูมิ เพราะมีหลานสะใภ้ที่เก่งกาจขนาดนี้ มีบ้านไหนมีเหมือนเขาบ้างล่ะ?
“ฉันเกรงใจมาก ยาของเธอก็ต้องมีต้นทุน” หวังอันกั๋วรู้ว่าฟู่เยี่ยนไม่คิดเงิน แต่เขาก็ยังรู้สึกเกรงใจ
“ไม่ต้องเกรงใจหรอก พี่กั๋วจื่อ ถ้าโอกาสหน้าในสหกรณ์มีอะไรดีๆ ก็เก็บไว้ให้ฉันบ้างก็พอ!” ความสัมพันธ์ที่ดีจะต้องมีการแลกเปลี่ยนกัน ถ้าไม่ทำอย่างนั้นอีกฝ่ายจะรู้สึกไม่สบายใจ
“แน่นอน ฉันเก็บไว้ให้เธอแล้ว! ครั้งนี้มีช็อกโกแลตมาใหม่ ฉันเก็บไว้ให้กล่องหนึ่ง นอกจากนี้ยังมีของจิปาถะอื่นๆด้วย” หวังอันกั๋วพูดอย่างดีใจ เขารู้สึกว่าตัวเองได้กำไรจากเธอมาก ฉะนั้นเขาจะเอาเปรียบเธอไม่ได้
“ดีเลย ฉันกำลังอยากกินอยู่พอดี เสี่ยวถู่ ขอบคุณพี่กั๋วจื่อสิ!” ฟู่เยี่ยนมักจะแบ่งช็อกโกแลตให้น้องๆกิน แต่เธอเองก็มักเก็บไว้ในดินแดนต่างมิติ เผื่อต้องใช้ในยามจำเป็น
“ขอบคุณพี่กั๋วจื่อ! ช็อกโกแลตอร่อยมาก!” ฟู่เหยายิ้มแฉ่งเมื่อได้ยินเรื่องกิน
“เจ้าเด็กแสนรู้ ไม่ต้องห่วง มีส่วนของนายแน่นอน!”
ขณะที่พูดคุยกัน เมิ่งอ้ายชวนกับไป๋โม่เฉินก็กลับมาหลังจากสั่งอาหารเสร็จ
“วันนี้ร้านมีแกะย่างทั้งตัว เราสั่งครึ่งตัวไหม?” เมิ่งอ้ายชวนที่เป็นนักชิมเสนอ
“พี่ชวนจื่อ สั่งทั้งตัวเลยดีกว่า จะได้แบ่งกลับไปให้ครอบครัวของพวกเราชิมด้วย” ฟู่เยี่ยนคิดถึงพ่อกับแม่และอาหญิงที่ยังไม่เคยได้กิน
“ได้เลย เธอเป็นเจ้าภาพ เธอว่าไงก็ว่าตามกัน!" พูดจบ เขาก็เดินไปจัดการทันที
“ว่าที่สามีของเธอช่างพูดเก่งจริงๆ” ฟู่เยี่ยนกระซิบกับเหมี่ยวชานชาน
“นั่นแหละคือเหตุผลที่ฉันชอบเขา เขาทำให้บรรยากาศที่บ้านสดใสขึ้น เธอไม่รู้หรอก ครั้งก่อนที่ไปกินข้าวที่บ้านฉัน น้องสาวของฉันโดนเขาแหย่จนพูดไม่ออก ฉันหัวเราะแทบตายเลย!” เหมี่ยวชานชานแอบขำ
“จริงเหรอ? ในที่สุดก็มีคนสยบน้องสาวเธอได้ พ่อเธอว่ายังไง? แล้วแม่เลี้ยงล่ะ?” ฟู่เยี่ยนเคยเจอกับพวกนั้น ถ้าไม่มีคุณปู่คอยปกป้อง เหมี่ยวชานชานคงโดนกดดันโดนรังแกจนไม่เหลือซาก!
“เธอจะกล้าเหรอ? คุณปู่กับพ่อของฉันชอบเมิ่งอ้ายชวนมาก เธอจะพูดอะไรก็ไม่มีใครสนใจแล้ว! ฉันสบายใจขึ้นเยอะเลย!” เหมี่ยวชานชานยิ้มด้วยความพอใจ
“ดูเหมือนว่าเรื่องดีๆ กำลังใกล้เข้ามาแล้วสินะ?” ฟู่เยี่ยนเคยได้ยินจากไป๋โม่เฉินว่าครอบครัวทั้งสองรอให้แม่ของเมิ่งอ้ายชวนอาการดีขึ้นก่อน แล้วถึงจะพูดคุยเรื่องแต่งงานกัน
“ยังหรอก คุณแม่ยังไม่หายดี” เหมี่ยวชานชานสนิทกับแม่ของเมิ่งอ้ายชวนมาก แม่ของเมิ่งอ้ายชวนค่อนข้างอ่อนโยน ส่วนเหมี่ยวชานชานก็มีนิสัยที่น่าพอใจ โดยปกติเวลาพบปะกับผู้ใหญ่ เธอจะสุภาพและเงียบขรึม ตอนนี้ทั้งสองจึงเข้ากันได้ดีมาก
“ก็จริง เพราะถ้าตกลงจะแต่งงานกันเมื่อไหร่ พี่หมงคงต้องมาส่งของขวัญให้ฉันแน่ๆ” ฟู่เยี่ยนพูดแซวเล่น
“ทำไมล่ะ?” เหมี่ยวชานชานถามด้วยความสงสัย
“ก็เพราะหากต้องการให็ฉันช่วยก็ต้องมีแกะมาให้ทั้งตัว ฉันจะช่วยพวกเธอดูฤกษ์หมั้นและฤกษ์แต่งให้เอง!” ฟู่เยี่ยนหยอกเล่นจนทำให้เหมี่ยวชานชานหน้าแดง
ระหว่างที่พวกเขากำลังพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน ฟู่เหมียวก็พาวังจื่อหยวนเข้ามา วังจื่อหยวนเพิ่งกลับมาจากการไปดูแลคุณปู่ที่ป่วยไม่สบายอยู่หลายวัน
“พี่เขยมาถึงแล้ว?” ฟู่เยี่ยนแซว
“มาถึงแล้ว! ไม่เจอกันแค่ไม่กี่วัน เสี่ยวฮั่วดูสวยขึ้นอีกนะ!” วังจื่อหยวนยิ้ม เขาอารมณ์ดีที่เธอเรียกเขาว่าพี่เขย เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เธอเรียกเขาแบบนี้!
“พี่เขยพูดเก่งขนาดนี้ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมพี่สาวของฉันถึงเลือกพี่!”
“หยุดเลยนะเสี่ยวฮั่ว พูดมากไปแล้ว! ดูสิ ไป๋โม่เฉินก็ยังอยู่!” ฟู่เหมี่ยวเห็นว่าวังจื่อหยวนถูกฟู่เยี่ยนแซว เธอจึงช่วยออกหน้าให้เขา!
“ไม่เป็นไร ผมชอบที่เธอเป็นแบบนี้” ไป๋โม่เฉินยิ้มรับ ทำเอาฟู่เยี่ยนที่เพิ่งพูดจ้อสนุกต้องรีบทำตัวเงียบจนแทบอยากมุดดินหนี
“โอ้โห ฉันเจอวิธีสยบเธอแล้ว!” เหมี่ยวชานชานขำ
“เอ๊ะ ทำไมพี่ใหญ่ยังไม่มาอีกนะ?” ฟู่เยี่ยนรีบเปลี่ยนเรื่องทันที เพราะเห็นว่าใกล้จะสิบโมงแล้ว
“ใช่ พี่ใหญ่ไม่ใช่ออกไปตั้งแต่เช้าแล้วเหรอ?” ฟู่เหมี่ยวมองนาฬิกาอย่างสงสัย เพราะตัวเอกหลักของงานในวันนี้คือเขากับ 'เพื่อนสาว' ของเขา!
“ฉันออกไปดูเองดีกว่า พี่ใหญ่อาจจะหาที่ไม่เจอ ที่นี่มีตรอกหลายทาง” ไป๋โม่เฉินอาสา
“เราไปด้วยกันเถอะ พอดีฉันมีเรื่องอยากคุยกับนายด้วย!” วังจื่อหยวนเดินตามไป
ตอนนี้ฟู่ซินกำลังเดินผิดทาง เพราะมัวคุยกับกวงหยุนจนเผลอเดินเลยไปหลายตรอก
“เดี๋ยวผมลองหาอีกทีนะ น่าจะอยู่แถวนี้แหละ” ฟู่ซินรู้สึกผิดหวังในตัวเองที่พาสาวมาหลงทาง
“ไม่เป็นไร ยังไม่สายเกินไป เราลองมองหามันช้าๆ ว่าแต่ที่อยู่ไหนล่ะ? ฉันจะช่วยหาดู” กวงหยุนหัวเราะในใจ ทำไมตอนนี้ฟู่ซินถึงน่ารักขนาดนี้นะ?
“เสี่ยวฮั่วบอกว่าร้านไม่มีป้ายบอก อยู่ห่างจากสวนสาธารณะเป๋ย์ไห่ไปสามซอย” ฟู่ซินเกาหัว เขาจำได้ไม่ชัดเจนจริงๆ
“ถ้าอย่างนั้นเรากลับไปเริ่มจากทางเข้าสวนสาธารณะเป๋ย์ไห่กันเถอะ” ความคิดนี้ไม่ค่อยฉลาดนัก แต่ในตรอกแบบนี้ นี่เป็นวิธีที่เร็วและมีประสิทธิภาพที่สุด
ฟู่ซินรู้สึกไม่สบายใจ ความประทับใจของเขาในหัวใจของกวงหยุนถูกทำลายลงหรือเปล่านะ? ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกเสียใจเล็กน้อย เขาไม่มีทางเลือกนอกจากพยักหน้า
ทั้งสองเดินออกไปนอกประตูและยืนอยู่ตรงสี่แยกของตรอกซอกซอยหลายแห่ง หากฟู่ซินเดินไปจากตรงนี้ เขาก็จะได้เห็นไป๋โม่เฉินและวังจื่อหยวนอย่างแน่นอน
ตอนที่ 323: ไม่คาดฝัน
ขณะที่กวงหยุนกำลังนั่งอยู่ที่เบาะหลังของจักรยานฟู่ซิน เธอก็มองเห็นใครบางคนจากระยะไกล ซึ่งคนๆนั้นดูคุ้นเคยจนทำให้เธอใจเต้นแรง ตลอดชีวิตนี้เธอพยายามกดความรู้สึกและบอกตัวเองว่าจะไม่พบกับคนๆนี้อีกแล้ว ดังนั้นเธอจึงไม่เคยพยายามสืบข่าวคราวของครอบครัวนั้นเลย แต่ก็ไม่คาดคิดว่าจะได้เจอเข้าจนได้
เป็นเขาหรือเปล่า? เป็นเขาจริงๆไหม? กวงหยุนเกิดความสับสนวุ่นวายขึ้นในใจทันที
ฟู่ซินปั่นจักรยานอยู่ครู่หนึ่ง จนในที่สุดเขาก็เห็นไป๋โม่เฉินและวังจื่อหยวนที่ยืนอยู่ที่ปากตรอก เขายกมือขึ้นทักทาย และไป๋โม่เฉินก็ทักทายกลับ แสดงว่าเขาเห็นแล้ว
“มีคนมารับเราแล้ว ไม่ต้องไปถึงหน้าสวนสาธารณะแล้ว!” ฟู่ซินแทบจะร้องไห้ด้วยความโล่งอก โชคดีที่สองคนนี้ยังมีน้ำใจเดินออกมารับเขา
“ใครเหรอ? คนรู้จักเหรอ?” กวงหยุนที่เห็นฟู่ซินยกมือทักก็ใจหายวาบ นึกว่าเป็นญาติหรือคนรู้จัก แต่พอรถเข้าใกล้ เธอก็รู้ว่าไม่ใช่คนที่เธอคิด
เมื่อความกังวลหายไป กวงหยุนรู้สึกโล่งอก นึกขอบคุณโชคชะตา ถ้าเป็นคนรู้จักจริงๆ เธอคงอึดอัดมาก
“สองคนนี้คือน้องเขยของฉัน เดี๋ยวจะพาเธอแนะนำให้รู้จัก คนหนึ่งหมั้นแล้ว อีกคนก็ใกล้แล้ว” ฟู่ซินปั่นจักรยานเร็วขึ้นจนถึงที่หน้าปากตรอก ที่ไป๋โม่เฉินและวังจื่อหยวนยืนรออยู่
กวงหยุนสะกิดหลังฟู่ซินให้ปล่อยเธอลงมา ฟู่ซินเอียงจักรยานให้เธอลงมาเดิน แล้วเขาก็จูงจักรยานไป
“เสี่ยวไป๋ จื่อหยวน ขอบคุณที่ยังมีน้ำใจออกมารับฉัน” ตอนนี้ฟู่ซินรู้สึกเหมือนเจอญาติสนิทที่ทำให้เขาโล่งใจ
“พี่ใหญ่ เสี่ยวฮั่วกับเสี่ยวฉุ่ยกลัวว่าพี่จะหลงทาง ฉันกับเสี่ยวไป๋เลยออกมารับ” วังจื่อหยวนพูดพลางหันไปมองกวงหยุน เขารู้ว่านี่คือแฟนของฟู่ซิน
“งั้นเราเข้าไปข้างในกันเถอะ ทุกคนมากันครบแล้ว” ไป๋โม่เฉินพยักหน้าเบาๆ เมื่อเห็นกวงหยุน เขามองปราดเดียวก็รู้ว่าเธอเคยเป็นทหารมาก่อน เพราะท่าทางการเคลื่อนไหวบ่งบอกถึงความเป็นทหาร
ทุกคนเดินเรียงกันเข้าไปในบ้าน กวงหยุนมองไปที่ไป๋โม่เฉินอีกครั้ง ความรู้สึกของเธอเริ่มสงบลง นี่ไม่ใช่คนที่เธอคิด เพียงแค่หน้าตาคล้ายกันเท่านั้น! แต่ว่า...เขาแซ่ไป๋? หรือว่า...
เธอยังไม่ทันคิดต่อก็ต้องเดินตามเข้าไปในบ้าน นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้เจอครอบครัวของฟู่ซิน เธอต้องวางตัวให้ดี เธอจัดผมให้เรียบร้อยและยิ้มอย่างสุภาพ ก่อนจะก้าวเข้าประตูบ้านไป
“พี่ใหญ่ มาแล้วเหรอ หาทางไม่เจอใช่ไหม? ที่นี่หายากจริงๆ ตอนแรกจื่อหยวนก็เกือบหลงเหมือนกัน” ฟู่เหมี่ยวเข้ามาทักทาย ตอนนี้มีแค่เธอกับเหมี่ยวชานชานที่อยู่ในบ้าน
ฟู่เยี่ยนไปที่หลังร้านแล้ว เจ้าของร้านรู้ว่าฟู่เยี่ยนเชี่ยวชาญการจับชีพจร เลยเชิญเธอไปดูอาการลูกของเขา เมิ่งอ้ายชวนก็ตามไปด้วยเพราะเขารู้จักกับเจ้าของร้านเป็นการส่วนตัว
“กวงหยุน นี่คือน้องสาวของฉัน ฟู่เหมี่ยว ส่วนคนนี้คือเหมี่ยวชานชาน แฟนของเธอไปธุระอยู่ เดี๋ยวจะได้เจอกัน นี่คือกวงหยุน” ฟู่ซินแนะนำพวกเขาให้รู้จักกัน
“สวัสดีค่ะ ฉันชื่อฟู่เหมี่ยว”
“ฟู่เหมี่ยว ฉันชื่อกวงหยุน ได้ยินพี่ชายเธอพูดถึงเธอบ่อยๆ สวยสมคำร่ำลือจริงๆ!” กวงหยุนพูดกับน้องสาวของฟู่ซิน ซึ่งเธอรู้จักในชาติก่อนอยู่แล้ว ความประทับใจต่อฟู่เหมี่ยวในชาติก่อนนั้นดีมาก แตกต่างจากชาติที่แล้วที่ฟู่เหมี่ยวเคยทนทุกข์ แต่ในชาตินี้เธอดูสดใสและสง่างามมากขึ้น ความเย็นชาที่เคยทำให้ใครๆไม่ชอบก็ถูกปรับให้ดูดีขึ้น
“ขอบคุณที่ชมค่ะพี่หยุน ฉันก็ชอบท่าทางที่ดูแข็งแกร่งแบบทหารของพี่ ดูแล้วรู้สึกโล่งใจ”
“กวงหยุน? พี่หยุนเหรอคะ?” เหมี่ยวชานชานพูดขึ้นทันที เธอจำกวงหยุนได้
“เธอคือเด็กน้อยนั่นเองเหรอ?” กวงหยุนมองดูเหมี่ยวชานชานแล้วก็รู้ว่าเธอคือเด็กหญิงที่เธอเคยรู้จักเมื่อหลายปีก่อน
“ใช่แล้วค่ะ พี่หยุน ตั้งแต่คุณน้าถูกย้ายไป พวกเราก็ไม่ได้เจอกันเลย!” เหมี่ยวชานชานไม่คิดว่ากวงหยุนจะเป็นแฟนของพี่ฟู่ซิน
“ใช่จริงๆ เราไม่ได้เจอกันนานมาก ฉันแทบจำเธอไม่ได้เลย!” กวงหยุนมองดูเหมี่ยวชานชาน ความทรงจำเก่าๆผุดขึ้นมา ในชาติก่อนเหมี่ยวชานชานเสียชีวิตไปหลายปีแล้ว แต่ในชาตินี้เธอยังมีชีวิตและสุขภาพแข็งแรงดี
“ไป๋โม่เฉิน เร็วๆหน่อย! เบ็ดตกปลาจะทนไม่ไหวแล้ว!”
ขณะที่กวงหยุนกำลังพูดคุยกับเหมี่ยวชานชาน เสียงจากทางบ่อปลาก็ดังขึ้น กวงหยุนหันขวับไปดู
“ไป๋โม่เฉินเหรอ!?”
เธอตกใจมาก นี่เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ไม่คาดคิด มันทำให้เธอสับสน
แต่เธอก็สงบใจได้อย่างรวดเร็ว การที่เธอกลับมาเกิดใหม่ก็แสดงว่าอาจจะไม่ใช่กรณีเดียว บางทีคนอื่นๆก็อาจเกิดใหม่เหมือนกัน คนอื่นอาจกลับมาเพื่อแก้ไขชีวิตเช่นเดียวกับเธอ
“พี่หยุนคะ พี่หยุน? เป็นอะไรหรือเปล่า?” เสียงของเหมี่ยวชานชานดึงเธอกลับมา
“อ้อ ไม่มีอะไรจ้ะ ฉันแค่ได้ยินเสียงคนตกปลาแล้วรู้สึกสนใจขึ้นมา” กวงหยุนตอบปัด
“งั้นเราไปดูกันเถอะ พวกเขาตกปลาอยู่ที่บ่อนั่น” ฟู่เหมี่ยวเสนอ แล้วพากวงหยุนเดินไปทางบ่อปลา
ในขณะที่กวงหยุนกำลังคุยกับเหมี่ยวชานชาน ฟู่ซินก็เดินไปก่อนแล้ว พอเขาเห็นกวงหยุนกำลังมา เขาก็ยิ้มโบกมือให้ กวงหยุนรู้สึกสบายใจขึ้นทันที ไม่ว่าคนอื่นจะเปลี่ยนไปอย่างไร ฟู่ซินกลับดีขึ้นกว่าเดิม เธอจึงไม่สนใจอดีตอีกต่อไปแล้ว
“กวงหยุน รีบมานี่เร็ว! ปลาตัวนี้ใหญ่มาก!”
กวงหยุนเดินไปสมทบกับฟู่ซินที่บ่อปลา เขาแนะนำเธอให้รู้จักกับฟู่เซินและฟู่เหยา น้องชายที่เธอไม่เคยเจอในชาติที่แล้ว เธอรู้สึกประทับใจและรู้สึกชอบเด็กน้อยโดยไม่รู้ตัว
“บรรยากาศคึกคักมากเลยนะ พี่ใหญ่ แล้วเพื่อนพี่ล่ะ?” ฟู่เยี่ยนเดินออกมาจากลานหลังบ้าน ลูกของเจ้าของร้านขวัญหาย แต่ตอนนี้ฟู่เยี่ยนเรียกขวัญเขากลับมาแล้ว
กวงหยุนหันไปมองทันที เธอรู้สึกได้ว่าการเปลี่ยนแปลงของคนรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นเหมี่ยวชานชาน ไป๋โม่เฉินหรือฟู่เหยา ทุกอย่างล้วนเกิดจากฟู่เยี่ยน น้องสาวอีกคนของฟู่ซิน
“กวงหยุน นี่คือน้องสาวอีกคนของฉัน เธอชื่อฟู่เยี่ยน เสี่ยวฮั่ว นี่กวงหยุน เรียกพี่สาวสิ” ฟู่ซินแนะนำทั้งสองให้รู้จักกัน
“พี่หยุน สวัสดีค่ะ ฉันชื่อฟู่เยี่ยน” ฟู่เยี่ยนยื่นมือมาให้พร้อมกับมองสำรวจกวงหยุนโดยไม่รู้ตัว
“สวัสดีจ้ะ ฟู่เยี่ยน” กวงหยุนยืดตัวตรงจับมือกับฟู่เยี่ยนอย่างเคร่งขรึม พอจับมือเสร็จยังไม่ทันได้พูดอะไรกัน ก็มีเสียงแซวจากด้านหลังแล้ว
“ฟู่เยี่ยน ทำไมพวกเธอทำตัวเหมือนผู้นำประเทศพบปะกันเลย!” เมิ่งอ้ายชวนเดินออกมาจากในบ้านพร้อมกับถือกล่องใบหนึ่ง จากนั้นเขาก็ยื่นกล่องให้ฟู่เยี่ยน
“เอ้า นี่เป็นของขวัญจากเริ่นเผิงที่ฝากมาให้”
“ฉันบอกแล้วว่าไม่ต้องให้ ให้เขาจ่ายเป็นให้เรากินมื้อนี้ฟรีก็ได้”
“เป็นแค่ของธรรมดา ไม่ใช่ของมีค่าอะไรหรอก เธอน่าจะได้ใช้ ลองเปิดดูสิ” เมิ่งอ้ายชวนพูดพลางเร่งฟู่เยี่ยน
ทุกคนต่างสงสัยว่ามันคืออะไร ฟู่เยี่ยนจึงเปิดกล่องออกดู และปรากฏว่าเธอสามารถใช้มันได้จริงๆ
ฟู่เยี่ยนหยิบของออกมา มันเป็นสีดำทั้งชิ้น ตัวอักษรเล็กๆบนของสิ่งนั้นเคลือบด้วยผงทอง ทำให้ดูหรูหรา ฟู่เยี่ยนยกขึ้นดูแล้วเดาว่าน่าจะทำมาจากไม้มะเกลือ
ของชิ้นนี้ดีมาก และเธอสามารถใช้ได้จริง แต่ถ้าเธอไม่ได้ใช้ ก็สามารถส่งต่อให้ฟู่เหยาได้
ตอนที่ 324: สิ่งที่ผ่านไปแล้วก็เป็นเพียงอารัมภบท
ทุกคนรู้จักกันหมดแล้ว ทำให้การพูดคุยเป็นไปอย่างไม่รู้สึกเกร็ง ทุกคนยังหนุ่มสาว สามารถเข้ากันได้อย่างง่ายดาย ไม่นานนัก ฟู่ซินและกลุ่มผู้ชายก็เริ่มตั้งโต๊ะเล่นไพ่
เหลือเพียงกลุ่มผู้หญิงที่นั่งด้วยกัน แทะเมล็ดกินตะวัน ดื่มชา และพูดคุยเรื่องส่วนตัวแบบสนิทสนม
ฟู่เยี่ยนดูโหงวเฮ้งบนใบหน้าและลักษณะของกวงหยุนอย่างถี่ถ้วน ในใจเธอก็พอจะเดาได้แล้วว่ากวงหยุนเป็นคู่แท้ของฟู่ซิน ลักษณะนิสัยของเธอค่อนข้างดี ไม่มีอะไรที่น่ากังวลมากไปกว่านี้ แต่เรื่องความรู้สึกยังต้องดูต่อไป
คำเตือนของไป๋โม่เฉินเมื่อวานนี้ถือว่าเป็นเรื่องถูกต้อง ฟู่เยี่ยนไม่ควรไปยุ่งมากเกินไป แค่ยืนยันว่าคนนี้ไม่มีปัญหาก็พอ ที่เหลือให้ฟู่ซินเป็นคนจัดการเอง ความสัมพันธ์ต้องให้คนทั้งสองปรับตัวกันเอง คนอื่นไม่สามารถช่วยได้
การคบกันก็เหมือนกับการเริ่มต้น พอเริ่มแล้ว หากไปด้วยกันได้ดีก็จบที่การแต่งงาน หากแม้จะเป็นคนดีทั้งคู่ ก็ใช่ว่าจะสามารถเข้ากันได้เสมอไป
“พี่หยุน พี่กินเนื้อแกะได้ไหม? มื้อกลางวันนี้เราจะกินเนื้อแกะย่างกัน” ฟู่เยี่ยนถาม
“กินได้ ฉันเคยตามน้าชายของฉันไปอยู่ที่ซานตงบ่อยๆ ที่นั่นมักจะกินซุปเนื้อแกะกัน ฉันชอบมากเลย! ซุปเนื้อแกะที่หลู่หนานก็เป็นหนึ่งในเมนูดังเช่นกัน! ถ้ามีโอกาส ฉันจะทำให้พวกเธอได้ลองกิน”
กวงหยุนเป็นคนช่างพูด เมื่อได้เริ่มคุยแล้ว เธอก็พูดอย่างเป็นธรรมชาติและรู้จักวิธีทำให้บรรยากาศผ่อนคลาย
“ดีเลย! เชฟที่นี่สืบทอดตำราทำอาหารมาจากราชสำนัก รสชาติอาหารอร่อยมาก! ครั้งก่อนพี่ชวนจื่อพาฉันมากินที่นี่ ฉันยังคิดถึงรสชาติอาหารมาจนถึงตอนนี้เลย! พี่หยุนต้องกินเยอะๆนะคะ!” ฟู่เยี่ยนตอบกลับอย่างตื่นเต้น
เหมี่ยวชานชานและกวงหยุนเคยรู้จักกันตั้งแต่เด็กๆ กวงหยุนรู้สึกสงสารและเสียดายที่เธอเคยรู้ว่าอนาคตของเหมี่ยวชานชานจะเป็นเช่นไร ความรู้สึกเหล่านี้ทำให้ทั้งสองเข้ากันได้ดี แต่เมื่อกวงหยุนต้องย้ายตามน้าชายไป ทั้งคู่ก็แยกจากกันและไม่ได้เจอกันอีก
“ชานชาน ตอนนี้เธอดูดีขึ้นเยอะเลยนะ ตอนเด็กๆ สุขภาพเธอไม่ค่อยดี คุณปู่ยังไม่ยอมให้เธอออกไปข้างนอกเลย ฉันจำได้ว่าฉันชอบไปเล่นกับเธอที่บ้าน ตอนนั้นเธอตัวเล็กๆ น่ารักมาก!” กวงหยุนเล่าถึงความหลังด้วยรอยยิ้ม
“ใช่แล้วล่ะ ตอนเด็กๆ ฉันไม่ค่อยแข็งแรง แต่พอมาเจอฟู่เยี่ยน สุขภาพฉันก็ดีขึ้นเยอะ! แม้คนที่ทำให้ฉันไม่สบายจะยังไม่ถูกจับ แต่ตอนนี้ร่างกายฉันกลับมาปกติได้ก็เพราะฟู่เยี่ยน!” เหมี่ยวชานชานหันไปมองฟู่เยี่ยนด้วยสายตาขอบคุณ
“อ้าว เรื่องเป็นมาอย่างไรล่ะ?” กวงหยุนถามอย่างสนใจ
ฟู่เยี่ยนไม่ได้แสดงสีหน้าอะไรเป็นพิเศษ แต่เธอก็ไม่รังเกียจที่จะพูดถึงเรื่องนี้ เห็นได้ชัดว่ากวงหยุนอยากฟัง
“ไม่รู้ว่าใครนำของไม่ดีมาวางไว้ที่หัวเตียงของฉัน แต่หลังจากที่คุณปู่ให้ฉันพกยันต์ติดตัว สุขภาพของฉันก็ดีขึ้น ตอนนั้นยังไม่รู้ว่าเป็นฝีมือของฟู่เยี่ยน แต่พอเราเรียนมหาวิทยาลัยก็ได้มาอยู่หอเดียวกัน นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญใช่ไหม?”
เหมี่ยวชานชานรู้สึกว่าการได้เจอฟู่เยี่ยนเป็นสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตของเธอตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา
“ไม่สายไปหรอก เธอกับเสี่ยวฮั่วก็เข้ากันได้ดี ฉันเองก็อยากมีเพื่อนแบบนี้ แต่น่าเสียดายนะ คนที่เข้ามาหาฉันล้วนแต่มีจุดประสงค์ไม่ดี บางคนก็แค่อยากเข้าใกล้พี่ชายฉัน หรือบางคนก็อยากมาถามเรื่องเรียน” ฟู่เหมี่ยวบ่นด้วยความรู้สึกขาดแคลนเพื่อนแท้
“เสี่ยวฉุ่ย เธอก็ถือว่าฉันเป็นเพื่อนได้นี่!” เหมี่ยวชานชานอายุมากกว่า แต่ดูเหมือนจะเป็นน้องสาวน่ารักของฟู่เหมี่ยวมากกว่า ด้วยรูปร่างเล็กและนิสัยน่ารักของเธอ
“ฉันยังไม่ได้ถือว่าเธอเป็นเพื่อนอีกเหรอ! พูดแล้วตอนนี้ฉันก็เริ่มรู้สึกเสียใจแล้วสิ!” ฟู่เหมี่ยวแกล้งหยอกโดยการพูดด้วยน้ำเสียงเกินจริง
ทุกคนหัวเราะกันไป ฟู่ซินที่กำลังเล่นไพ่ก็หันมามองเป็นระยะ เมื่อเห็นทุกคนเข้ากันได้ดี เขาก็สบายใจ
“อ้อ เป็นอย่างนี้เอง ฟู่เยี่ยนยังมีความสามารถด้านนี้อีกเหรอ?” กวงหยุนถามตามตรง
ฟู่เยี่ยนหัวเราะเบาๆ “เป็นแค่ทักษะเล็กๆน้อยๆ ไม่ได้สำคัญอะไร”
“พี่หยุน ฟู่เยี่ยนถ่อมตัวไปนะ! เธอทำอะไรได้มากมายเลย! เธอสามารถดูดวงชีวิตของพี่ได้จากใบหน้าและเส้นลายมือ!” เหมี่ยวชานชานพยายามอวดความสามารถของเพื่อนอย่างเต็มที่ เธอต้องการให้ฟู่เยี่ยนโชว์ฝีมือ
กวงหยุนหัวใจเต้นแรงเล็กน้อย ดูดวงได้? แต่ภายนอกเธอยังคงแสดงความสงบ และชวนให้ฟู่เยี่ยนดูดวงให้
“โอ้? ถ้างั้น ฉันก็อยากจะดูบ้าง ว่าฟู่เยี่ยนแม่นแค่ไหน”
“ถ้าพี่หยุนไม่รังเกียจ ฉันสามารถดูเส้นลายมือให้ได้” ฟู่เยี่ยนมองหน้าและรูปลักษณ์ของกวงหยุนมานานแล้ว ทำให้เธอพอจะรู้คร่าวๆ ว่าเรื่องราวของกวงหยุนเป็นอย่างไร
“ได้เลย!” กวงหยุนไม่ลังเล ยื่นมือให้ทันที
“ยื่นมือซ้ายมาด้วย” ฟู่เยี่ยนเห็นกวงหยุนยื่นมือขวาออกมา จึงส่ายหัวเบาๆ และบอกให้เธอยื่นมือซ้ายออกมาก่อน
“ทำไมล่ะ? ไม่ใช่บอกว่าผู้ชายดูมือซ้าย ผู้หญิงดูมือขวาเหรอ?” เหมี่ยวชานชานสงสัย นี่เป็นครั้งแรกที่เธอเห็นฟู่เยี่ยนโชว์ความสามารถนี้
“มือซ้ายแทนสิ่งที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด ส่วนมือขวาแทนสิ่งที่ได้มาหลังจากเกิด การดูดวงที่แท้จริงต้องดูทั้งสองมือ” ฟู่เยี่ยนอธิบายสั้นๆ
“โอ้! อย่างนี้เอง ฉันนึกว่าต้องดูแค่มือขวาซะอีก!”
ฟู่เยี่ยนดูเส้นลายมือของกวงหยุนอย่างละเอียด และสิ่งที่เธอคิดไว้ก็เป็นจริง เมื่อรวมกับการดูใบหน้าแล้ว เธอสามารถเห็นภาพชีวิตของกวงหยุนได้เกือบทั้งหมด
“พี่หยุน เส้นชีวิตของพี่ค่อนข้างยาวและสุขภาพดี นั่นหมายความว่าพี่จะมีอายุยืน แต่ตามเส้นสุขภาพแล้ว พี่ต้องระวังเรื่องโรคเกี่ยวกับสตรี มีแนวโน้มที่จะป่วยในด้านนี้”
เมื่อพูดจบ ฟู่เยี่ยนก็จับชีพจรกวงหยุนเล็กน้อย
“ร้ายแรงไหม?” กวงหยุนกังวลเรื่องการมีลูกมาก เพราะความเสียใจในชาติก่อนทำให้เธอไม่อยากพลาดอีก
“ไม่ร้ายแรงในตอนนี้ แค่เป็นคนที่มีร่างกายเย็น ฉันจะจ่ายยาสามชุดให้พี่ดื่ม พอกินยานี้และดูแลสุขภาพ อะไรก็จะดีขึ้น”
“ขอบคุณมากนะฟู่เยี่ยน” กวงหยุนรู้สึกซาบซึ้งอย่างมาก
“ส่วนเรื่องเส้นทางอาชีพของพี่ พี่จะทำงานไปอีกนาน เส้นรักของพี่ก็ลึก แม้จะมีสองเส้น แต่เส้นหนึ่งขาดช่วงไปแล้ว หมายความว่าพี่เป็นคนที่ให้ความสำคัญกับความรักมาก และจะรักเพียงครั้งเดียวกับคนเดียวไปตลอดชีวิต”
“แต่จากเส้นสุขภาพและเส้นรักของพี่ ฉันเห็นว่าพี่เป็นคนละเอียดอ่อน คิดมากเกินไป ซึ่งจะทำให้เกิดความเครียดสะสมและส่งผลต่อสุขภาพได้”
เมื่อมาถึงตรงนี้ ฟู่เยี่ยนก็เสริมว่า “ขอแนะนำไว้ว่า ‘สิ่งที่ผ่านไปแล้วก็เป็นเพียงอารัมภบท’ เท่านั้นค่ะ”
ฟู่เยี่ยนพูดจบก็มองกวงหยุนอย่างลึกซึ้ง ราวกับว่าเธอพูดอะไรหลายอย่างผ่านสายตานั้น
กวงหยุนรู้สึกสะเทือนใจเล็กน้อย ราวกับความลับที่เธอพยายามปิดบังถูกฟู่เยี่ยนมองทะลุปรุโปร่งหมดแล้ว
“ฉัน...” กวงหยุนพยายามจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ฟู่เยี่ยนหยุดเธอไว้
“พี่หยุน คนเราควรมองไปข้างหน้า” ฟู่เยี่ยนทิ้งท้ายด้วยประโยคนี้ ก่อนจะเงียบไป
กวงหยุนเงียบไปสักครู่ เธอเข้าใจว่าฟู่เยี่ยนต้องการบอกอะไรเธอ ความเจ็บปวดและความผูกพันธ์ที่เธอยึดติดจากอดีตควรจบลงแล้ว เธอต้องไม่ปล่อยให้ความทรงจำในอดีตมาฉุดรั้งอนาคต
ในที่สุด กวงหยุนก็ตอบตกลงเบาๆ “อืม”
เหมี่ยวชานชานและฟู่เหมี่ยวไม่เข้าใจว่าทั้งสองกำลังเล่นเกมอะไรอยู่ แต่หลังจากฟู่เยี่ยนดูเส้นลายมือจบ ทุกคนก็กลับมาคุยเรื่องสนุกสนานในรั้วมหาวิทยาลัยกันต่อ
กวงหยุนถอนหายใจ เธอรู้ว่าต้องใช้เวลาคิดทบทวนอย่างจริงจัง ช่วงสิบกว่าปีที่ผ่านมาตั้งแต่เธอได้กลับมา เธอใช้ชีวิตไปอย่างไรบ้าง? และเธอพลาดอะไรไปบ้างตามที่ฟู่เยี่ยนพูด
‘สิ่งที่ผ่านไปแล้วก็เป็นเพียงอารัมภบท!’
คำนี้ดีมาก!
ตอนที่ 325: โดนเล่นงานแล้ว
“ทุกคนมากินข้าวได้แล้ว! แกะย่างพร้อมเสิร์ฟแล้ว!” เจ้าของร้านตะโกนบอก พวกเขาทั้งหมดจึงเดินตรงไปที่เตาย่างทันที และเริ่มกินกันอย่างเอร็ดอร่อย
อาหารมื้อนี้ทำให้ทั้งเจ้าภาพและแขกรู้สึกพอใจ ทุกคนกินกันอย่างเต็มที่ ก่อนกลับพวกเขายังแบ่งเนื้อแกะอีกครึ่งตัวให้ทุกคนเอากลับบ้านไปให้ครอบครัวลองชิมกันอีกด้วย
กวงหยุนเองก็ได้เนื้อแกะแบ่งกลับไปกินที่บ้านด้วยเช่นกัน ส่วนขนมที่กวงหยุนนำมานั้นได้ถูกฟู่เหยายึดไปแล้ว เพราะหลังจากที่เด็กน้อยลองชิมไปคำหนึ่ง เขาก็รีบห่อเก็บไว้ ไม่ให้ใครกินอีก
“พี่หยุน ผมชอบขนมนี้ ครั้งหน้าถ้าเราเจอกันอีก พี่เอามาให้ผมอีกได้ไหม?” ฟู่เหยายิ้มหวาน เขาถามด้วยความไร้เดียงสา
“ฟู่เหยา นายจะขอของคนอื่นแบบนี้ไม่ได้นะ” ฟู่เหมี่ยวตำหนิ
“ไม่เป็นไรหรอกฟู่เหมี่ยว ฟู่เหยาแค่ชอบพี่ ใช่ไหม?” กวงหยุนย่อตัวลงมาบีบแก้มของฟู่เหยา
“ใช่ครับ พี่หยุนก็เป็นว่าที่พี่สะใภ้ไม่ใช่เหรอ ทำไมผมจะขอขนมไม่ได้ล่ะ? ขนาดพี่เฉินจื่อและพี่หยวนจื่อ ผมก็ยังขอของได้เลย!”
คำพูดนี้ทำให้ใบหน้าของกวงหยุนแดงจัด คนอื่นที่นั่งอยู่ต่างหันหน้าหนี เพราะกลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่
“อืมๆ ใช่เลย งั้นพวกเราไปกันเถอะ พี่ใหญ่ ฉันกับฟู่เหยากลับก่อนนะ พวกพี่ตามสบายเลย!” ฟู่เซินอุ้มฟู่เหยาขึ้นบ่าแล้วเดินออกไปทันที เจ้าเด็กคนนี้พูดอะไรก็ไม่รู้!
“พี่รอง พี่ไม่น่ารักเลย!” เสียงตะโกนโวยวายของฟู่เหยาดังมาจากระยะไกล
ทุกคนหัวเราะกันยกใหญ่ ขณะที่ฟู่เยี่ยนบอกลากวงหยุนและฟู่ซิน พวกเธอเตรียมตัวกลับบ้านเพื่อไปรายงานเรื่องวันนี้ให้พ่อกับแม่ฟัง
“พี่หยุน ไว้ถ้ามีเวลาฉันจะไปเล่นกับพี่นะ!” เหมี่ยวชานชานและเมิ่งอ้ายชวนขอตัวกลับออกไป หวังอันกั๋วก็เดินตามหลังไปเช่นกัน
กวงหยุนยังรู้สึกเขินอายจนกระทั่งทุกคนกลับไปหมดแล้ว ใบหน้าของเธอถึงค่อย ๆ กลับมาเป็นปกติ ฟู่ซินมองเธอไม่วางตา เขาหัวเราะอยู่นานก่อนจะพูดประโยคหนึ่งออกมา ซึ่งทำให้กวงหยุนรู้สึกเขินอายอีกครั้ง
“น้องๆของผมทุกคนชอบคุณมากนะ” เขาเกือบจะหลุดพูดไปแล้วว่า ‘ทุกคนชอบเธอในฐานะพี่สะใภ้!’
ฟู่เยี่ยนและคนอื่นกลับถึงบ้านอย่างรวดเร็ว พวกเขากระตือรือร้นที่จะรายงานเรื่องนี้ให้ฟู่ต้าหย่งและหวังซู่เหมยฟัง แต่ทั้งสองคนไม่อยู่บ้าน
วันนี้เป็นวันที่ฟู่เวยและฟู่หรงไปเรียนเขียนพู่กัน อาหญิงไปรับเด็กๆ แล้วจึงพาไปเที่ยวต่อ
“พ่อแม่เรานี่สบายจริงๆนะ ไม่รู้ไปกินอะไรกัน! เรากลับมาเร็วไป ฉันจะไปชงชา แล้วเรามากินเมล็ดแตงโมกันเถอะ!” ฟู่เซินพูดพร้อมกับลุกไปชงชา
ฟู่เยี่ยนค้นหาขนมแห้ง ฟู่เหมี่ยวล้างถ้วยชาเสร็จ ส่วนไป๋โม่เฉินหยิบชาคุณภาพดีออกมา วังจื่อหยวนเฝ้าดูฟู่เหยาไม่ให้โดนน้ำร้อนลวก
“นี่ เสี่ยวฮั่ว ตอนที่เธอพูดกับพี่กวงหยุน เธอหมายถึงอะไรเหรอ?” ฟู่เหมี่ยวถามขณะกำลังล้างถ้วยชา
“ไม่มีอะไรหรอก พี่หยุนแค่คิดมากนิดหน่อย คงเป็นเพราะพ่อแม่ของพี่เขาเสียไปทั้งคู่แล้ว” ฟู่เยี่ยนไม่เคยพูดเรื่องนี้กับใคร รวมถึงพี่ใหญ่ของเธอด้วย เรื่องนี้มันเกินกว่าจะเชื่อได้ หากไม่ใช่เพราะตัวเองก็เป็นเหมือนกัน เธอคงคิดว่าฟู่เยี่ยนพูดเหลวไหล
“ใช่ ฉันได้ยินพี่ใหญ่พูดว่าพ่อแม่ของพี่หยุนเป็นวีรชนด้วยนะ ตอนนี้น้าชายของพี่หยุนก็อยู่ในกองทัพเขตเมืองหลวง ไม่รู้ว่าอารองของเราจะรู้จักหรือเปล่า”
“น่าจะรู้จักนะ เพราะตำแหน่งผู้บังคับบัญชาในกองทัพเขตเมืองหลวงมีไม่มาก” ไป๋โม่เฉินเสริม
“ใช่ พี่หยุนดูมีนิสัยดี น้าชายของพี่หยุนคงดูแลพี่เขาอย่างดี ไม่อย่างนั้นพี่หยุนคงไม่สดใสแบบนี้” ฟู่เซินก็แสดงความคิดเห็นบ้าง
“ถือว่าเป็นคนที่ดีมากนะ มีเรื่องคุยกับพี่ใหญ่ได้เยอะ ตอนนี้ก็เหลือแค่พี่เนี่ยแหละที่ยังโสดอยู่!” ฟู่เหมี่ยวไม่รีรอที่จะพูดแซวฟู่เซิน
ตัวเองก็ยังไม่มีแฟนแท้ๆ ยังไปวุ่นวายกับคนอื่นอีก!
“เธอก็รู้ไม่ใช่เหรอว่าคนที่มาจีบฉันมีเยอะไป! ฉันแค่ไม่ชอบพวกเธอเท่านั้น!” ฟู่เซินตอบอย่างหงุดหงิด
“ฮึ! ของที่แมลงวันตอมมันไม่ใช่ขยะก็ของเน่า! พี่เนี่ยดีใจไปเถอะ ช่างไม่รู้ตัวเลย!” ฟู่เหมี่ยวไม่ปล่อยโอกาสแซวพี่ชายหลุดลอยไป คำพูดของเธอตรงจุดจนฟู่เซินไม่รู้จะตอบโต้อย่างไร
“วังจื่อหยวน ช่วยฉันพูดกับน้องสาวคนนี้ที! น้องสาวตัวดีจะพูดเกินไปแล้ว!” ฟู่เซินที่ตอบโต้ไม่ได้ต้องหันไปขอความช่วยเหลือจากวังจื่อหยวน
“เสี่ยวฉุ่ย เธอพูดแรงไปหน่อยนะ ฟู่เซินแค่ไม่รู้วิธีปฏิเสธเอง แต่เขายังไม่ถึงขั้นของเน่าเสียหรอก” วังจื่อหยวนพูดพลางส่งสัญญาณให้ฟู่เหมี่ยว
“ใช่ อยู่ห่างจากของเน่าอยู่ แต่ก็ใกล้แล้ว ชื่อเสียงของพี่ตอนนี้แทบจะแผ่ไปทั่วแล้ว!” ฟู่เหมี่ยวจิบชาพูดด้วยท่าทีสบายๆ
“เธอพูดไม่รู้เรื่องเลย! เฮอะ!” ฟู่เซินบ่นอย่างหงุดหงิด
“ว่าแต่ พี่สาม ที่พี่พูดมาทำไมมันเหมือนมีเรื่องบางอย่างเลยล่ะ!” ฟู่เยี่ยนพูดพลางมองฟู่เซิน แล้วก็สังเกตเห็นบางอย่าง
“ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ที่พี่รองของเรามีเสน่ห์แรงเกินเหตุ นี่ขนาดฝั่งฉันปฏิเสธไปตั้งเจ็ดแปดคนแล้ว ทางฝั่งเขายิ่งกว่าอีก!” ฟู่เหมี่ยวบ่นออกมา
“จริงด้วยสิ ทุกครั้งที่เขาปฏิเสธ สาวๆพวกนั้นก็จะเริ่มพูดไม่ดีเกี่ยวกับเขา คนอื่นคงคิดว่ามีอะไรเกิดขึ้นแน่ๆ แต่ฉันอยู่กับเขาทั้งวันเลยนะ ฉันยืนยันได้ว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นจริงๆ” วังจื่อหยวนก็เริ่มเห็นความผิดปกตินี้
“ง่ายมาก พี่รองโดนคนเล่นงานแล้ว” ฟู่เยี่ยนคิดขำในใจ
ใครมันช่างกล้าเล่นไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง ใช้แผนตื้นๆแบบนี้!
“อะไรนะ?” ฟู่เหมี่ยวตั้งท่าอย่างจริงจัง ฟู่เซินก็ดูหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาเช่นกัน
“เสี่ยวฮั่ว เธอพูดจริงเหรอ? ฉันอยู่กับฟู่เซินตลอดเลยนะ เรานอนห้องเดียวกัน” วังจื่อหยวนพูดด้วยความตกใจ
“ฉันไม่รู้หรอก พี่รองคงไปทำให้ใครบางคนไม่พอใจเข้า แล้วเขาก็เลยโดนคำสาป คำสาปนี้จะทำร้ายคนที่สาปเองด้วย มันไม่ใช่งานของมืออาชีพหรอก แค่มือสมัครเล่นเท่านั้น” ฟู่เยี่ยนพูดอย่างไม่ใส่ใจ เพราะเธอรู้ว่าหาตัวคนทำได้ไม่ยาก
“ใครจะมามีเรื่องกับฉันได้ล่ะ?” ฟู่เซินพึมพำ พลางคิดไม่ตก
“แล้วฉันจะรู้ไหม? ลองคิดดูสิ พี่เคยทำร้ายจิตใจใครเรื่องความรักหรือเปล่า อาจจะเผลอทำไปโดยไม่รู้ตัวก็ได้”
เหตุผลเดียวก็คือฟู่เซินเป็นคนมีเสน่ห์มาก เขาสูง 180เซนติเมตร ใบหน้าได้รูป จมูกโด่ง คิ้วหนา และตาโต เขาเป็นคนที่มีรูปลักษณ์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในยุคนี้ ทั้งยังเป็นคนค่อนข้างมีชีวิตชีวา มักยิ้มแย้มเวลาได้พบปะพูดคุยกับคนอื่นอยู่เสมอ
ฟู่เซินคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่นาน แต่เขาก็คิดไม่ออกจริงๆ เขาไม่เคยมีปัญหากับใครเลยนี่? เมื่อเห็นสีหน้าสับสนของพี่รอง ฟู่เยี่ยนก็มองไปที่วังจื่อหยวน
วังจื่อหยวนจึงเริ่มครุ่นคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างจริงจัง หลังจากคิดถึงเรื่องนี้แล้ว ก็มีสิ่งหนึ่งที่เขาได้ยินมาอย่างคลุมเครือจริงๆ
“พอเธอพูดมาแบบนี้ ฉันก็เหมือนจะนึกบางอย่างออกจริงๆ เสี่ยวฉุ่ยเองก็รู้เรื่องนี้ เรื่องของโจวเฉียงน่ะ เสี่ยวฉุ่ย เธอพอจะจำได้ไหม? ฉันเคยเล่าให้เธอฟังแล้ว?”
“หมายถึงเรื่องที่โจวเฉียงชอบเหยียนลี่ใช่ไหม?” ฟู่เหมี่ยวก็พยายามนึกจากความทรงจำของเธอเช่นกัน
“พวกเธอสองคนกำลังพูดถึงเรื่องอะไร? โจวเฉียงชอบเหยียนลี่ตั้งแต่เมื่อไหร่? ทำไมฉันถึงไม่รู้?” ฟู่เซินสับสน
“นี่พี่ไม่รู้เหรอ? ตอนนั้นเหยียนลี่ยังถึงกับประกาศออกมาว่า หากเธอมีแฟน เธออยากได้แฟนแบบพี่! เรื่องนี้พี่ก็ไม่รู้เลยเหรอ?”
ฟู่เหมี่ยวพูดไม่ออกจริงๆ พี่รองของเธอค่อนข้างฉลาดในด้านอื่นๆ แต่กับเรื่องหาแฟนทำไมถึงไม่ฉลาดบ้างนะ?
จบตอน
Comments
Post a Comment