magic ep401-405

ตอนที่ 401: วางแผน

 

“แน่นอนว่าพวกเขาต้องเต็มใจอยู่แล้ว พอถึงตอนนั้นก็ไม่ต้องไปทำอะไรที่เสี่ยงตายแบบนั้นอีกแล้ว พอมีเงินทองพอกินพอใช้ ใครจะไปอยากทำเรื่องฆ่ารันฟันแทงพวกนั้นอีก ? แบบนี้อิทธิพลของพวกเราก็จะยิ่งใหญ่ขึ้นอีกเยอะ”

 

ลุงห่าวตบโต๊ะ เพราะเห็นด้วยกับความคิดนี้เข้าเต็มเปา ส่วนรายละเอียดอื่นค่อยหารือกันต่อไป ตอนนี้สิ่งที่ต้องพูดถึงคือแผนการในคืนนี้

 

“ฟู่เยี่ยน คืนนี้เธอไม่ต้องไปแล้ว ฉันจะให้อาเฟิงเป็นคนนำทีมเอง” ลุงห่าวยังคงกังวลเรื่องความปลอดภัยของฟู่เยี่ยน

 

“ลุงห่าว ไม่เป็นไรหรอก ฉันไปได้” ฟู่เยี่ยนตัดสินใจแน่วแน่ว่าต้องไปดูการล่มสลายของอำนาจเสิ่นหวยเอินด้วยตาตนเอง

 

“ลุงห่าว คืนนี้ผมก็จะไปด้วยเช่นกัน” ไป๋โม่เฉินกล่าวตามทันที ทำให้ทุกคนต่างแสดงท่าทีว่าต้องการไปกันหมด

 

“พี่ฟู่ ฉันก็อยากไป” เหมี่ยวเมี่ยวเมี่ยวก็ยกมือขึ้น แม้ว่าเธอรู้ว่าการตัดสินใจของเธอคงไม่ถูกยอมรับ แต่เธอก็ยังพูดเบาๆออกมา

 

“พวกเธออยู่บ้านพักผ่อนให้ดี พรุ่งนี้เราต้องต่อสู้กัน นี่คือเหตุผลหลักที่เรามาที่นี่ เรื่องนี้ปล่อยให้ฉันทำเอง”

 

ฟู่เยี่ยนไม่ต้องการให้ทุกคนมาเกี่ยวข้อง แม้แต่ไป๋โม่เฉิน เธอก็ไม่อยากให้เขาไป แต่เมื่อเธอออกไปแล้ว ไป๋โม่เฉินก็ตามเธอออกมา ฟู่เยี่ยนไม่อาจปฏิเสธเขาได้ จึงได้แต่เหลือบตาไปทางเขาอย่างต่อเนื่อง

 

“ทำไมพี่ถึงได้ดึงดันจะตามไปแบบนี้ ? สถานะของพี่สะดวกหรือไง ?” สิ่งที่ฟู่เยี่ยนกังวลมากที่สุดก็คือสถานะของไป๋โม่เฉิน ภารกิจของเขาไม่ใช่เรื่องง่าย หากมีอะไรเกิดขึ้นอาจทำให้พลาดเรื่องสำคัญได้

 

“สะดวกสิ ตอนนี้สถานะของฉันคือคู่หมั้นของเธอ ฉันไม่อยากให้คู่หมั้นของฉันได้รับบาดเจ็บแม้แต่ปลายเล็บ ฉะนั้นฉันต้องไปกับเธอ” ไป๋โม่เฉินหันมาและกะพริบตาอย่างขี้เล่น

 

ฟู่เยี่ยนแทบจะหัวเราะออกมา เขาคนนี้ทำไมถึงเป็นแบบนี้ได้ ? เขาไม่รู้เหรอว่าตัวเขาใหญ่โตแค่ไหน ทำสีหน้าแบบนี้มันทำให้คนอื่นอยากหัวเราะออกมาจริงๆ

 

ไป๋โม่เฉินรู้เรื่องนี้ดี เขารีบเก็บอารมณ์ขี้เล่นและเริ่มหารือเรื่องแผนการคืนนี้อย่างจริงจัง

 

“เราจะบุกเข้าไปตรงๆเลยเหรอ ? มันจะไม่ง่ายเกินไปหน่อยเหรอ ?”

 

“ไม่หรอก ฉันมีคนใน คุณฉิน ถ้าฉันมีเพื่อนสนิทที่อยากจะเข้าร่วมกับพวกคุณ พอจะได้ไหม ? ตอนนี้เขาอยู่ในแก๊งค์มังกรพยัคฆ์” ฟู่เยี่ยนหันไปถามฉินเฟิง

 

“ไม่มีปัญหา ถ้าเขาช่วยเราจัดการแก๊งค์มังกรพยัคฆ์ได้ ฉันจะให้เขาเป็นหัวหน้าทีม” ฉินเฟิงตอบอย่างง่ายดาย มันก็แค่เรื่องช่วยเหลือกันเท่านั้น !

 

คนที่ฟู่เยี่ยนพูดถึงคือหวังหลง ผู้ที่เคยวางแผนเล่นงานผู้เฒ่าถานบนรถไฟ หลังจากกลับมาที่ฮ่องกง หวังหลงเคยไปพบเธอที่โรงแรมครั้งหนึ่งเพื่อรายงานความเคลื่อนไหวภายในแก๊งค์มังกรพยัคฆ์

 

หลังจากที่หม่าซานหยวนถูกจัดการด้วยแผนของเธอ แก๊งค์มังกรพยัคฆ์ก็กบดานไป หวังหลงน่าจะไม่พบอะไรพิเศษในช่วงนี้ เลยไม่ได้มาหาเธอ

 

วันนี้เธอจะไปติดต่อกับหวังหลงก่อน ถือว่าให้โอกาสเขาเปลี่ยนข้าง ฟู่เยี่ยนมั่นใจว่าเขาจะตัดสินใจเลือกทางที่ถูกต้องแน่นอน

 

“งั้นตกลงตามนี้ พอถึงจุดของแก๊งค์มังกรพยัคฆ์ ฉันจะไปหาข้อมูลก่อน ถ้าได้ข่าวแล้วเราค่อยว่ากัน" ฟู่เยี่ยนคุยกับฉินเฟิงเสร็จแล้วก็ออกเดินทางไปพร้อมกับไป๋โม่เฉิน

 

ส่วนฉินเฟิงก็ไปตรวจสอบว่าลูกน้องทั้งหมดไปยังจุดที่กำหนดหรือไม่ ตอนแรกพูดว่าจะรวมตัวกันที่ใต้ภูเขาไท่ผิง แต่เขาเปลี่ยนใจในนาทีสุดท้าย

 

เขาสั่งให้คนกระจายกำลังไปยังสถานที่ปฏิบัติการคืนนี้ ปลอมตัวเป็นลูกค้าธรรมดารออยู่ที่นั่น เพราะฐานที่มั่นของสมาคมซินอี้มักจะเป็นร้านคาราโอเกะหรือบาร์อยู่แล้ว พอถึงเวลาลงมือจะได้ไม่ต้องบุกเข้าไปโดยตรง

 

ฟู่เยี่ยนเงยหน้ามองป้ายร้านคาราโอเกะชื่อ ‘ค่ำคืนที่งดงาม’ คิดว่าการเดินเข้าไปโดยตรงอาจดูเด่นสะดุดตาเกินไป

 

เธอมองไปที่ไป๋โม่เฉินที่ยืนอยู่ข้างๆ ซึ่งก็มีลักษณะโดดเด่นเหมือนกัน ดูไม่เหมือนคนที่ควรเข้าร้านแบบนี้เลย

 

ขณะกำลังคิดอยู่ ทั้งสองก็เห็นคนที่คุ้นตาเดินไปทางตรอกข้างๆ ในมือถือไฟแช็ก ดูเหมือนว่าเขาจะหาที่สูบบุหรี่

 

ฟู่เยี่ยนมองให้ชัดเจน นี่มันโชคดีจริงๆ เพราะคนที่ว่านั้นคือหวังหลง เธอส่งสายตาให้ไป๋โม่เฉิน ซึ่งเขาก็จำหวังหลงได้ ทั้งคู่จึงเดินตามเขาไปในตรอก

 

หวังหลงกำลังหงุดหงิดใจอยู่ คิดว่าเจ้านายเก่าไช่อาเกินก็ไม่รู้สถานการณ์เอาเสียเลย คงยังคิดว่าเขาเป็นลูกน้องคนสนิท ใช้ให้เขาไปทำงานทุกอย่าง แม้กระทั่งซื้อของใช้ให้ชู้ของเขาตอนเธอมีประจำเดือน มันน่าเบื่อจริงๆ

 

เขารู้สึกว่าชีวิตตอนนี้มันแย่ลงทุกวัน นึกถึงฟู่เยี่ยนที่เคยให้เขาเป็นสายให้ ตอนนี้ควรจะไปหาฟู่เยี่ยนเพื่อขอเปลี่ยนเส้นทางดีไหม ? ด้วยความสัมพันธ์ของเธอกับแก๊งหง เพียงแค่คำพูดเดียวของเธอก็สามารถเปลี่ยนชะตาของเขาได้ แต่เขาก็ไม่แน่ใจว่าจะโน้มน้าวเธอได้หรือเปล่า !

 

ขณะที่กำลังคิดเพลินๆ เขาก็ไม่ทันสังเกตว่ามีคนสองคนเข้ามาใกล้ เขาจุดบุหรี่ขึ้นสูบ แต่ก็สังเกตเห็นเงาบนพื้นสองเงากำลังย่างกรายมาหาเขา

 

สัญชาตญาณแรกของหวังหลงคือคิดจะหนี แต่ยังไม่ทันวิ่งไปไหน ไป๋โม่เฉินก็คว้าไหล่เขาและพาเขาเดินลึกเข้าไปในตรอก เมื่อแน่ใจว่าไม่มีคนอื่นแล้ว ถึงได้ปล่อยเขา

 

หวังหลงมองดูก็แทบไม่เชื่อสายตา นี่มันคุณหนูฟู่เยี่ยน !

 

“คุณหนูฟู่ คุณมาเองเลยเหรอ ? มีอะไรก็เรียกใช้ผมได้เลย ไม่ต้องลำบากมาหาผมถึงที่นี่หรอก” หวังหลงเปลี่ยนท่าทางเป็นประจบประแจงทันที

 

“พูดน้อยๆหน่อย ฉันมีเรื่องจะถาม พวกนายใหญ่ของพวกนายอยู่ในนั้นไหม ?” ฟู่เยี่ยนถามถึงพี่ซาน

 

“ไช่อาเกินอยู่ วันนี้พี่ซานไม่ได้มา เห็นว่ากลับบ้านไปหาเมีย ฉันก็ได้ยินจากไช่อาเกินนี่แหละ” หวังหลงพูดพร้อมกับส่งบุหรี่ให้ไป๋โม่เฉิน ซึ่งเขาก็ปฏิเสธ

 

“ไปสืบมาว่าพวกนายใหญ่อยู่ที่ไหนแน่ ทำไมวันนี้ถึงกลับบ้านไปหาเมีย พวกนายไม่รู้เรื่องที่สมาคมซินอี้มีประกาศจับตายเหรอ ?”

 

ฟู่เยี่ยนดูท่าว่าหวังหลงไม่รู้เรื่อง แต่การประกาศจับตายของสมาคมซินอี้มันโด่งดังไปทั่ว แก๊งค์มังกรพยัคฆ์จะไม่มีใครรู้ได้อย่างไร ?

 

“คุณหนูฟู่หมายถึงเรื่องคำสั่งประกาศจับตายเมื่อวานเหรอ ? นายใหญ่พวกเราก็รู้ แต่เขาไม่ชอบพวกสมาคมซินอี้อยู่แล้ว เลยไม่ยุ่งเกี่ยวด้วย”

 

“ได้ยินว่าแก๊งค์ชิงก็รับคำสั่งประกาศจับนี้ด้วย แต่พวกเขาไม่รู้ว่าสมาคมซินอี้กำลังคิดแผนอะไร ไม่รู้ว่าเป็นคนสำคัญขนาดไหน สมควรถูกประกาศจับตายไหม ?” หวังหลงตอบอย่างจริงใจ เพราะเขาไม่รู้จริงๆ

 

“นายพูดว่านายใหญ่ของพวกนายไม่ชอบสมาคมซินอี้ ?” ฟู่เยี่ยนแปลกใจ หรือว่าพวกเขาไม่อ่านข่าวเลย ? เรื่องของหม่าซานหยวนกับเสิ่นหวยเอินมันถูกเปิดเผยมานานแล้วนะ ?

 

“นายใหญ่ของพวกนายไม่รู้เหรอว่าหม่าซานหยวนเป็นลูกบุญธรรมของเสิ่นหวยเอิน ?”

 

ฟู่เยี่ยนพูดจบ หวังหลงก็อึ้งจริงๆ เขาไม่รู้เรื่องนี้ ถ้านายใหญ่ของเขารู้ก็ไม่แน่ว่าจะมีท่าทีแบบไหน

 

“ผมไม่รู้จริงๆว่านายใหญ่ของผมรู้เรื่องนี้หรือเปล่า” หวังหลงพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูสับสน

 

ในเมื่อเรื่องมาถึงจุดนี้ ฟู่เยี่ยนก็ไม่อยากเสียเวลาแล้ว เธอจึงตัดสินใจลงมือจับพวกเขาก่อน แล้วค่อยว่ากันเรื่องการรวบรวมพลภายหลัง


ตอนที่ 402: รังลับ


 

ฟู่เยี่ยนมองไปที่หวังหลง คืนนี้อาจจะเป็นช่วงเวลาที่ชายคนนี้จะเปลี่ยนชะตาชีวิตของเขา

 

“ฉันหาโอกาสดีๆให้นายแล้ว ตอนนี้นายมีสองทางเลือก หนึ่งคือนายจะภักดีต่อพี่ซานต่อไป แล้วเป็นแค่ลูกกระจ๊อกเล็กๆ”

 

“หรือทางเลือกที่สอง ฉันจะส่งนายไปเข้าร่วมกับแก๊งค์หง และถ้านายทำงานได้ดี นายอาจจะได้เป็นหัวหน้ากลุ่มย่อย”

 

คำพูดของฟู่เยี่ยนทำให้หวังหลงตะลึง ฟู่เยี่ยนเป็นคนดีถึงขนาดนี้เลย ! เมื่อครั้งที่เขาเข้าร่วมแก๊งค์ เขาเคยใฝ่ฝันที่จะได้เข้าแก๊งค์หง แต่เนื่องจากไม่มีทางเข้าถึง เลยต้องเข้าร่วมกับแก๊งค์มังกรพยัคฆ์แทน ตอนนี้มีโอกาสที่จะเข้าแก๊งค์หงแล้ว เขาจะต้องคว้าไว้แน่นอน !

 

ถึงแม้ว่าจะดูเป็นคนไม่ซื่อสัตย์ แต่นี่ไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร ถ้าทำสำเร็จแล้ว คนก็จะลืมไปเอง อีกอย่างคนพวกนี้ก็ไม่ใช่คนที่ควรค่าให้เขามายึดมั่นกับคำว่า ‘พี่น้อง’ อยู่แล้ว เขาไม่ยอมรับชะตากรรมที่จะต้องอยู่ใต้เท้าของไช่อาเกินแน่นอน

 

“คุณหนูฟู่ บอกผมมาเลยว่าจะให้ผมทำอะไร ผมทำทุกอย่างแน่นอน จากนี้ชีวิตผมก็ขึ้นอยู่กับคุณแล้ว !” หวังหลงตัดสินใจอย่างรวดเร็ว โอกาสแบบนี้ไม่ได้มีทุกวัน!

 

“ดี สิ่งที่ฉันต้องการให้นายทำไม่ยาก แค่บอกข้อมูลของฐานที่มั่นทั้งหมดของแก๊งค์มังกรพยัคฆ์ให้ฉัน รวมถึงบอกรายชื่อคนที่อยู่ข้างในด้วย เราจะได้จัดการง่ายขึ้น คืนนี้เราจะไปสำรวจที่ตั้งใหม่ของสมาคมซินอี้กัน” ฟู่เยี่ยนยังไม่ได้บอกตามตรงว่าคืนนี้พวกเธอจะไปจัดการสมาคมซินอี้ด้วย

 

หวังหลงรู้สึกถึงบางอย่างที่ไม่ปกติ เขาจึงลองสอบถามอย่างระมัดระวัง

 

“คุณหนูฟู่ คุณหมายความว่า...คืนนี้จะไปจัดการรังลับของสมาคมซินอี้หรือ ?”

 

“นายอาจจะไม่รู้ คนที่ถูกประกาศตามล่าตัวนั่นก็คือฉันเอง” ฟู่เยี่ยนตอบอย่างสบายๆ

 

หวังหลงตกตะลึงทันที ฟู่เยี่ยนเป็นใครกันแน่ ? ทำไมถึงคุ้มค่าที่สมาคมซินอี้จะลงมือจัดการขนาดนี้ ? แต่ตอนนี้เธอยังยืนอยู่ตรงนี้อย่างปลอดภัยไม่ใช่หรือ ?

 

ในเกาะฮ่องกง ไม่มีใครสามารถหนีจากประกาศล่าตัวของแก๊งค์ได้ เว้นเสียแต่ว่าจะหนีไปต่างประเทศเท่านั้น ไม่เช่นนั้นเหล่าลูกสมุนจะไม่มีทางปล่อยให้รอดไปได้อย่างแน่นอน

 

บนพื้นที่นี้มีผู้สิ้นหวังมากมาย ว่ากันว่าค่าหัวที่สมาคมซินอี้ตั้งไว้สูงถึง10,000หยวน เงินจำนวนนี้หมายความว่าอย่างไรน่ะหรือ ? มันหมายความว่าคนเลวบางคนเต็มใจทำเรื่องแบบนี้เพื่อเงินหมื่นหยวนนั้น ด้วยเงินก้อนนี้ ไม่ว่าคุณจะหนีไปกบดานที่อ่าวสักแห่งหรือต่างประเทศ ย่อมทำให้ตั้งตัวใหม่ได้

 

และเป็นเพราะคำพูดนี้เอง ทำให้เขาเริ่มตระหนักถึงสถานะของฟู่เยี่ยน และคิดว่านี่อาจเป็นโอกาสที่เขาจะพาตัวเองออกจากปัญหาและก้าวขึ้นไปสู่ความสำเร็จ

 

เมื่อเห็นหวังหลงยังตกตะลึงอยู่ ฟู่เยี่ยนก็ไม่อยากเสียเวลา แก๊งค์หงได้เตรียมพร้อมแล้ว รอแค่ลงมือบุกฐานที่มั่นของแก๊งค์มังกรพยัคฆ์เท่านั้น

 

“นายจะเขียนหรือวาดออกมาก็ได้ ฉันไม่มีเวลารอ คืนนี้ยังมีหลายอย่างที่ต้องทำ” ฟู่เยี่ยนกล่าวพร้อมกับมองหวังหลง

 

“ได้เลยครับคุณหนูฟู่ ผมจะทำเดี๋ยวนี้” หวังหลงพยายามหาปากกาอยู่สักพัก เมื่อหาไม่เจอ ไป๋โม่เฉินก็ส่งกระดาษและปากกาที่เตรียมไว้อยู่แล้วให้เขา

 

หวังหลงเริ่มวาดโครงสร้างภายในของห้องคาราโอเกะ รวมถึงว่ามีประตูหลังหรือไม่ เพื่อให้การปฏิบัติการเร็วและสะดวกที่สุด

 

หวังหลงไม่เพียงแต่รู้หนังสือเท่านั้น แต่ลายมือของเขายังสวยอีกด้วย

 

“สถานที่อีกสองแห่ง ผมไม่ค่อยรู้ข้อมูลมากนัก หลังจากจัดการที่นี่เสร็จแล้ว ผมจะทำหน้าที่เป็นสายลับให้คุณเอง”

 

หวังหลงรู้ว่าถ้าเขาต้องการเข้าแก๊งค์หง เขาจำเป็นต้องมีผลงานชิ้นโบว์แดง คืนนี้เป็นโอกาสที่ดีที่สุด !

 

“เอาล่ะ นายเข้าไปก่อน พอคนของแก๊งค์หงบุกเข้ามา นายก็นั่งยองๆแล้วก้มศีรษะ พวกเขาจะไม่ทำร้ายนาย หลังจบเรื่องที่นี่แล้ว ฉันจะมาหานาย นายรออยู่อย่างสบายใจได้เลย” ฟู่เยี่ยนกล่าวจบก็หันหลังเดินไปกับไป๋โม่เฉิน

 

หวังหลงสูบบุหรี่สองมวนเต็มเพื่อตั้งสติ ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องคาราโอเกะ

 

คาราโอเกะแห่งนี้เป็นธุรกิจแรกที่พี่ซานสร้างขึ้นมา และมันก็เป็นที่ที่เขามักจะใช้เวลาส่วนใหญ่ของเขา ดังนั้นที่นี่จึงมีลูกสมุนของเขาอยู่มากที่สุด และการป้องกันก็ค่อนข้างเข้มงวด ส่วนอีกสองแห่งคือบาร์และร้านน้ำชา ไม่ได้มีการป้องกันแน่นหนาแบบนี้

 

“อาหลง นายไปไหนมา ? ทำไมกลับมาช้าเอาป่านนี้” ไช่อาเกินถามขึ้นทันทีที่เห็นหวังหลงเดินกลับมา เขาเคยตามหาหวังหลงเมื่อสักครู่ เพราะอยากให้ไปทำธุระให้ แต่ไม่เจอตัว

 

“พี่เกินมีอะไรหรือเปล่าครับ ? ผมเพิ่งออกไปสูบบุหรี่มาน่ะ” หวังหลงทำเป็นไอเบา ๆ สองครั้งเพื่อยืนยันว่าเขาเพิ่งสูบบุหรี่จริงๆ กลิ่นบุหรี่แรงจนไช่อาเกินต้องถอยหลังไปสองก้าว

 

“นายสูบบุหรี่เยอะไปแล้ว เป็นอะไรหรือเปล่า ? หรือว่าอกหัก ? อยากให้ฉันเรียกอาเหม่ยให้หาเด็กมาปลอบใจไหม ?” ไช่อาเกินพูดแหย่เล่น

 

“พี่เกินพูดเล่นอีกแล้ว มีอะไรให้ผมทำครับ ?” หวังหลงรีบเปลี่ยนเรื่อง

 

“คือแบบนี้ พี่ซานอยู่ที่บาร์ ฉันอยากหาคนไปส่งของให้เขา คิดไปคิดมาก็มีแต่นายเท่านั้นแหละที่เหมาะ” ไช่อาเกินพูดพร้อมกับส่งถุงใส่ของให้หวังหลง

 

หวังหลงที่ได้ยินว่าต้องไปหาพี่ซานก็ดีใจทันที รู้สึกว่าคืนนี้โชคเข้าข้างเขาจริงๆ ทุกอย่างราบรื่นเหลือเชื่อ นี่คงเป็นโอกาสที่ดีที่สุดที่จะพิสูจน์ตัวเอง

 

“เป็นเกียรติของผมเลยครับที่ได้วิ่งงานให้พี่เกิน พี่จะส่งอะไรก็ฝากผมไปได้เลย !” หวังหลงตอบรับอย่างกระตือรือร้น ไช่อาเกินมองเขาด้วยความพอใจ คิดว่าเด็กคนนี้ทำงานได้ดีและรู้จักเข้าทาง

 

“ไม่มีอะไรหรอก ก็แค่เสื้อผ้าสองสามชุดที่พี่ซานใส่ประจำ” ไช่อาเกินพูดพลางยื่นถุงให้หวังหลง

 

“ได้เลยครับพี่เกิน ผมจะรีบไปส่งเดี๋ยวนี้ !” หวังหลงรับถุงมาแล้วรีบออกไป แต่พอถือถุงแล้วรู้สึกว่ามันหนักเกินกว่าจะเป็นแค่เสื้อผ้า

 

“ไม่ต้องกลับมาก็ได้นะ ส่งเสร็จแล้วกลับบ้านไปพักผ่อนเถอะ” ไช่อาเกินตบไหล่หวังหลงเบาๆ

 

ทางฝั่งของฟู่เยี่ยน ไป๋โม่เฉินและฉินเฟิง ทั้งสามกำลังวางแผนปฏิบัติการกันอยู่ ยังไม่ทันคุยกันนานนัก ลูกน้องของฉินเฟิงก็เข้ามารายงานว่าหวังหลงออกมาจากห้องคาราโอเกะและมาขอพบฟู่เยี่ยน

 

“พี่เฟิง มีคนต้องการพบคุณหนูฟู่ครับ” ฉินเฟิงกับฟู่เยี่ยนสบตากัน ทั้งสองไม่คิดว่าเขาจะมาเร็วขนาดนี้

 

“ให้เขาเข้ามา” ฉินเฟิงพยักหน้าให้ลูกน้อง ก่อนจะหันไปถามฟู่เยี่ยนเพื่อขอความเห็น

 

หวังหลงถูกพามาพบกับพวกเขา โดยในมือของเขายังถือถุงที่ไช่อาเกินฝากมาให้พี่ซานอยู่

 

“นายมาทำอะไรที่นี่ ?” ฟู่เยี่ยนถามตรงๆ

 

“คุณหนูฟู่ ไช่อาเกินให้ผมเอาของไปส่งให้พี่ซาน ไม่รู้ว่าในถุงนี้มีอะไร” หวังหลงตอบพร้อมกับส่งถุงให้ฟู่เยี่ยน

 

ฟู่เยี่ยนไม่ได้เปิดถุงออกดู แต่เธอมองผ่านถุงที่มีการซีลอย่างดี และเห็นว่าภายในมีทองคำแท่งซ่อนอยู่หลายแท่ง โดยที่มีเสื้อผ้าห่อหุ้มไว้ภายนอก

 

เธอส่งถุงให้ฉินเฟิง ซึ่งเขาก็เรียกลูกน้องให้มาตรวจสอบของในถุงอย่างละเอียดที่สุดโดยไม่ให้เสียหาย

 

“พี่เฟิง ผมลองล้วงเข้าไปดูแล้วเหมือนจะมีของที่เป็นโลหะ เลยเอาไฟฉายส่องดู เหมือนจะเป็นทองคำแท่งครับ”

 

หวังหลงไม่คิดว่าของที่เขาถืออยู่จะมีมูลค่ามากขนาดนี้ หรือพี่ซานคิดจะหนี?


ตอนที่ 403: แก๊งค์ชิง


 

ฟู่เยี่ยนคิดอยู่ครู่หนึ่ง ทองคำแท่งเหล่านั้นอาจเป็นเพียงรายได้ประจำวันของพี่ซาน ถ้าคิดจะหนี เขาคงไม่ให้หวังหลงเป็นคนส่งมาแน่

 

“ช่วงนี้ในแก๊งค์ของพวกนายมีอะไรพิเศษหรือเปล่า ?” ฉินเฟิงถามขึ้น

 

หวังหลงคิดอยู่พักหนึ่งก็ไม่มีอะไรพิเศษ แต่มีเรื่องหนึ่งที่เขาให้ความสนใจเป็นพิเศษ และอาจนับว่าเป็นเรื่องที่แปลก

 

“ช่วงนี้ ในหลายสถานที่ของเรามีคนเข้ามาขายยาเพิ่มขึ้น ธุรกิจกำลังไปได้ดี ไช่อาเกินเป็นคนจัดการเรื่องนี้ ทองคำแท่งพวกนั้นอาจเป็นรายได้ในช่วงนี้ก็ได้” หวังหลงตอบตามที่ตัวเองรู้มา

 

ฉินเฟิงมองหวังหลงอย่างครุ่นคิด ช่วงนี้ไม่ใช่แค่ในแก๊งค์ของพวกเขา แต่สถานที่ต่าง ๆ ก็มีพ่อค้ายาเพิ่มขึ้นอย่างไม่รู้ที่มาที่ไป มีความต้องการมากจนไม่สามารถรองรับได้หมด แต่ทางการฮ่องกงเริ่มกวาดล้างอย่างเข้มงวดแล้ว ถ้าคืนนี้สำเร็จ สถานการณ์เหล่านี้จะลดลงไปมาก

 

“คุณฉิน ฉันว่าพวกเราควรตามหวังหลงไปจับตัวพี่ซานก่อน ถ้าได้ตัวเขา เรื่องอื่นก็จะง่ายขึ้น ที่นี่ก็ปล่อยให้คนที่ไว้ใจได้คอยเฝ้าไว้ หวังหลง นายต้องใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะไปถึงที่นั่น ?” ฟู่เยี่ยนถาม

 

“ถ้าเดินไปก็น่าจะประมาณ20นาทีครับ” หวังหลงตอบหลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง

 

ฉินเฟิงเห็นด้วยกับแผนของฟู่เยี่ยน ดังนั้นทุกคนจึงตัดสินใจเดินทางไปยังบาร์พร้อมกับหวังหลง โดยวางแผนว่าจะลงมือพร้อมกันภายในหนึ่งชั่วโมง

 

หวังหลงไม่อาจปฏิเสธความตื่นเต้นที่กำลังก่อตัวขึ้น เขาพยายามให้กำลังใจตัวเองระหว่างเดินทาง ขออย่าให้พี่ซานสงสัยอะไร ไม่เช่นนั้นชีวิตของเขาคงจบสิ้นแน่

 

เมื่อถึงหน้าบาร์ หวังหลงกลับรู้สึกสงบลง เพราะคิดว่าพี่ซานก็เป็นคนธรรมดาเท่านั้น และเขาไม่ได้ทำอะไรผิด

 

หน้าบาร์มีลูกสมุนของพี่ซานยืนอยู่ เป็นคนที่มักจะติดตามพี่ซานเวลาออกไปไหนมาไหนเสมอ พอเห็นหวังหลงก็ไม่ได้แสดงท่าทีแปลกใจอะไร

 

“อาหลงมาแล้ว ? พี่ซานรออยู่ข้างใน ตามฉันมา” ชายคนนั้นซึ่งมีชื่อว่าอาหนานเป็นเพื่อนบ้านของพี่ซาน ทั้งคู่เข้ามาอยู่ในวงการตั้งแต่แรกๆ เมื่อพี่ซานได้รับความสนใจจากอาจารย์หม่า อาหนานก็พลอยได้รับผลประโยชน์ไปด้วย

 

“พี่หนาน ผมจะเปิดประตูให้ รบกวนพี่รออยู่ตรงนี้ ระวังหัวหน่อยนะครับ” หวังหลงรู้จักกาลเทศะดี เขาคิดว่านี่อาจเป็นการทดสอบตัวเอง พี่ซานอาจกำลังคิดจะเลื่อนตำแหน่งให้เขา จึงให้เขามาส่งของครั้งนี้

 

หวังหลงเดินตามอาหนานขึ้นไปชั้นบนของบาร์ ซึ่งเป็นสถานที่เงียบสงบ เป็นห้องที่พี่ซานใช้พักผ่อนเป็นประจำ

 

หวังหลงเดินโดยไม่มองไปทางอื่น เขารู้ว่าทุกการกระทำของเขาถูกจับตามองอยู่ และในขณะเดียวกันเขาก็พยายามสังเกตว่าที่นี่มีการจัดวางกำลังคนไว้อย่างไรบ้าง

 

พี่ซานนั่งรออยู่พักใหญ่แล้ว ไช่อาเกินได้บอกไว้ก่อนว่าของที่นำมาคือรายได้ในช่วงนี้ ตั้งแต่ที่อาจารย์หม่าหายตัวไป พี่ซานก็เปลี่ยนจากความกังวลมาเป็นสงบเยือกเย็น เพราะเขารู้ถึงความสัมพันธ์ระหว่างหม่าซานหยวนและเสิ่นหวยเอินหัวหน้าสมาคมซินอี้

 

พี่ซานกำลังคิดฝันไปว่า ถ้าหาอาจารย์หม่าเจอและได้เข้าร่วมกับสมาคมซินอี้ แก๊งค์ของเขาจะได้ราคาสินค้าที่ถูกลง ทำให้กำไรเพิ่มขึ้น นี่เป็นธุรกิจที่น่าลงทุน!

 

ขณะที่เขากำลังฝันอยู่ หวังหลงและอาหนานก็เดินเข้ามาในห้อง

 

“พี่ซาน อาหลงมาแล้วครับ” อาหนานพาหวังหลงเข้ามาในห้องและยืนรออยู่ที่ประตู

 

หวังหลงรีบยื่นถุงที่ถือมาให้พี่ซาน เขามองไปที่โต๊ะ หวังหลงจึงวางถุงลงอย่างเรียบร้อย

 

“อาหลงสินะ ฉันเห็นนายเป็นคนฉลาด มีงานดีๆให้ทำ สนใจไหม ?” พี่ซานถาม

 

หวังหลงรีบตอบด้วยความกระตือรือร้น “พี่ซานสั่งมาได้เลยครับ ผมอาหลงยินดีทำทุกอย่างเพื่อพี่ซาน ต่อให้บุกน้ำลุยไฟ ผมก็พร้อม”

 

พี่ซานหัวเราะอย่างชอบใจ เขาถูกใจหวังหลงที่รู้จักพูดและแสดงท่าทีอย่างถูกจังหวะ

 

“เป็นงานที่ดี อาหนานจะบอกรายละเอียดให้นายฟังเอง ตอนนี้ไปดื่มสักแก้วก่อน อย่าเกร็งไป” พี่ซานพูดจบ หวังหลงก็รู้หน้าที่ รีบขอตัวออกไป

 

“นายโชคดีมากเลยนะที่ได้รับความสนใจจากพี่ซาน เร็วๆนี้นายคงได้เลื่อนตำแหน่งมาเทียบเท่าฉันแล้ว” อาหนานพูดพร้อมตบไหล่หวังหลง ดูท่าทางเหมือนจะมีอะไรซ่อนอยู่ในคำพูดนั้น

 

“พี่หนานพูดเล่นแล้ว ผมอาหลงเป็นแค่ลูกน้องธรรมดา จะไปเทียบกับพี่หนานได้ยังไง ?” หวังหลงแอบสงสัยว่าทำไมยังไม่บอกงานที่ต้องทำตรงๆ

 

อาหนานพอใจกับคำตอบ เขาจึงบอกงานขายเฮโรอีนให้หวังหลงฟัง และมอบหมายให้เขาคุมดูแลกลุ่มพ่อค้ายาในอนาคต

 

สำหรับหวังหลงในอดีต งานนี้ถือเป็นงานดีมาก ไม่ต้องออกแรงมาก แค่คุมลูกน้องก็พอ และยังได้รับความไว้วางใจจากพี่ซานด้วย

 

แต่ตอนนี้หวังหลงมีโอกาสที่ดีกว่าอยู่ในมือ เขาจึงไม่สนใจ แต่ก็ทำท่าทางขอบคุณอาหนานอย่างสุดซึ้ง

 

เมื่อคุยงานเสร็จ อาหนานพาหวังหลงไปที่เคาน์เตอร์บาร์และสั่งให้คืนนี้ไม่ต้องเก็บค่าเครื่องดื่ม ให้หวังหลงดื่มได้เต็มที่

 

“ต้องขอบคุณพี่หนานมาก แต่พี่อาเกินยังมีงานรอผมอยู่ ผมขอดื่มแค่แก้วเดียวแล้วจะกลับ” หวังหลงหาเรื่องเพื่อปลีกตัวออกไป

 

เมื่อพูดจบ อาหนานก็ไปทำธุระต่อ หวังหลงรู้ดีว่าอาหนานคงเฝ้าดูเขาจากมุมมืด ดังนั้นเขาจึงดื่มแค่เบียร์หนึ่งแก้วแล้วเดินไปห้องน้ำเพื่อหาข้ออ้างหลบหนี

 

หวังหลงสังเกตเห็นว่าคืนนี้มีแขกเยอะกว่าปกติ และกว่าครึ่งเป็นชายฉกรรจ์ เขาเริ่มรู้ว่าคนพวกนี้น่าจะเป็นคนของคุณฉินและคุณหนูฟู่ที่แฝงตัวมา

 

ระหว่างที่เดินผ่านห้องส่วนตัว หวังหลงแอบสังเกตและเดินเข้าไปในห้องน้ำเพื่อสำรวจสภาพแวดล้อมของบาร์อย่างละเอียด

 

เมื่อเขากำลังออกจากห้องน้ำ เขาเห็นว่ามีคนกลุ่มหนึ่งในห้องส่วนตัวที่ดูคุ้นหน้า หวังหลงแกล้งทำเป็นผูกเชือกรองเท้าและมองเข้าไปในห้อง

 

หวังหลงถึงกับตกใจเมื่อเห็นว่าคนที่อยู่ข้างในคือตู้จือหมิง หัวหน้าแก๊งค์ชิง และนั่งอยู่กับพี่ซาน ! เขาตื่นเต้นมาก จึงรีบลุกขึ้นและเดินออกไปทันที ถ้าจับตัวตู้จือหมิงได้ ผลงานของเขาจะยิ่งใหญ่แน่นอน !

 

หลังออกจากห้องน้ำ หวังหลงแกล้งพูดคุยกับบาร์เทนเดอร์เล็กน้อย แล้วเดินออกจากบาร์โดยไม่ทักทายอาหนาน เพราะเขารู้ว่าอาหนานคงฟังสิ่งที่เขาพูดไปแล้ว

 

หวังหลงเดินออกจากบาร์มาอย่างราบรื่น เวลาผ่านไป35นาที เขาหันไปมองข้างหลังเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครตามมา จากนั้นก็รีบไปที่รถของฟู่เยี่ยนและฉินเฟิง

 

“คุณหนูฟู่ คุณไป๋ คุณฉิน ผม…ผมมีเรื่องใหญ่จะบอกครับ” หวังหลงพูดด้วยความตื่นเต้น ฟู่เยี่ยนและฉินเฟิงก็เห็นความตื่นเต้นในแววตาของเขาเช่นกัน

 

“โอ้ เรื่องอะไร ลองพูดมาสิ” ฉินเฟิงถาม

 

“ผมเห็นหัวหน้าแก๊งค์ชิง ตู้จือหมิง เขาอยู่ในห้องส่วนตัวที่บาร์ เขามีคนติดตามแค่สองสามคน ดูเหมือนว่ามาคุยธุรกิจกับพี่ซาน"

 

คำพูดของหวังหลงทำให้ฉินเฟิงและฟู่เยี่ยนประหลาดใจ พวกเขาไม่คาดคิดว่าการปฏิบัติการคืนนี้จะมีเป้าหมายเพิ่มเติม

 

“ดี นายไปบอกอาหลันถึงสถานการณ์ในบาร์ แล้วเดี๋ยวไปกับพวกเรา”


ตอนที่ 404: ติดกับ


 

ในขณะนี้ ในห้องวีไอพีของบาร์ ตู้จือหมิงจากแก๊งค์ชิงกำลังเจรจากับว่านเจิ้งซาน เรื่องราคาเฮโรอีน

 

ตู้จือหมิงเป็นคนจัดจำหน่ายรองจากเสิ่นหวยเอินเท่านั้น เขาไม่พอใจกับการเป็นเพียงแค่ผู้จัดจำหน่ายรอง จึงต้องการร่วมมือกับว่านเจิ้งซานเพื่อหาลู่ทางใหม่ๆ

 

แต่ว่าว่านเจิ้งซานกลับรู้เหลี่ยมของอีกฝ่าย เขาไม่ตกลง เมื่อตู้จือหมิงเข้ามาหาเขา ว่านเจิ้งซานก็รู้ทันทีว่าเขาต้องการทำบางอย่าง

 

เขาไม่ต้องการออกหน้าจัดการเรื่องนี้เอง เขาแค่ต้องการอาศัยความสัมพันธ์กับอาจารย์หม่าในการพึ่งบารมีของเสิ่นหวยเอินมาสร้างรายได้อย่างมั่นคง ไม่อยากเสี่ยงทำอะไรที่อาจทำให้ตนเองตกอยู่ในอันตราย

 

การที่ตู้จือหมิงมาหาเขานั้นถือว่าให้เกียรติเขามากแล้ว เนื่องจากความแตกต่างระหว่างแก๊งค์มังกรพยัคฆ์และแก๊งค์ชิงยังคงมีมาก ตู้จือหมิงในฐานะหัวหน้าแก๊งค์ชิงมีอายุมากกว่าแก๊งค์มังกรพยัคฆ์หลายปี

 

แก๊งค์มังกรพยัคฆ์ยังไม่ก่อตั้งในตอนที่แก๊งค์ชิงเฟื่องฟู ! ในตอนนั้น ว่านเจิ้งซานก็แค่เป็นคนที่ไม่เป็นที่รู้จัก

 

ตอนนี้เขาสามารถมีสถานะเทียบเท่ากับตู้จือหมิง และที่สำคัญคือตู้จือหมิงยังมาหาเขาโดยตรง ทำให้ว่านเจิ้งซานรู้สึกพอใจอย่างมาก

 

เขารู้ดีว่าสิ่งที่เขามีทั้งหมดนั้นเป็นเพราะเขามีอาจารย์หม่าเป็นผู้สนับสนุน แม้ตอนนี้อาจารย์หม่าจะหายไปและติดต่อไม่ได้ แต่ถ้าวันหนึ่งอาจารย์หม่าออกมา แล้วเขาดันไปเข้าร่วมกับแก๊งค์ชิง แบบนี้จะไม่เป็นการหักหน้าอาจารย์หม่าเอาหรือ ?

 

ว่านเจิ้งซานไม่กล้าทำแบบนั้น เขาไม่กล้าเข้าหาแก๊งค์ชิง และรู้ดีว่าหากเสิ่นหวยเอินทำธุรกิจนี้อยู่แล้ว เขาก็ควรหลีกเลี่ยงความเสี่ยง

 

เขารู้สึกพอใจกับสิ่งที่เขามีในตอนนี้ และไม่สนใจเรื่องความทะเยอทะยาน เขาแค่ต้องการมีชีวิตที่สงบสุขและให้ภรรยาคลอดลูกให้เขาหลายๆคน

 

“น้องว่าน ฉันตู้จือหมิงพูดมาอย่างยาวนาน คุณมีความเห็นอย่างไรบ้าง ?” ตู้จือหมิงสูบซิการ์และคิดว่าหากตัวเองไม่หัวเดียวกระเทียมลีบ เขาก็คงไม่มาหาหัวหน้าของแก๊งค์เล็กๆอย่างนี้หรอก

 

ทางฝ่ายแก๊งค์หงถูกควบคุมโดยลุงห่าวแล้ว พวกกลุ่มคนที่ต้องการร่วมมือกับเขาในตอนนั้นก็ถูกจับหมดแล้ว ตอนนี้พันธมิตรที่เขาเหลืออยู่ก็มีแค่ว่านเจิ้งซานคนนี้เท่านั้น

 

“พี่ตู้มีกิจการใหญ่โตขนาดนั้น แต่ผมคนนี้แค่เป็นชาวนาจนๆ ที่ตอนนี้มีกิจการเล็กๆน้อยๆ เวลาจะคิดทำอะไร ผมเองก็ยังต้องคำนึงถึงพวกพ้องของผมด้วย !” ว่านเจิ้งซานพูดราวกับกำลังเล่าความความทุกข์ใจของตนเอง

 

“น้องว่านต้องการใช้ชีวิตที่ดี มีผู้หญิงรายล้อมข้างกาย แน่นอนว่าต้องมีค่าใช้จ่ายสักหน่อย ฉะนั้นยิ่งไม่ควรเอาแต่พึ่งพาบารมีของคนอื่น !”

 

“ตอนนี้ฉันแค่เสนอเส้นทางที่สว่างสดใสให้น้องว่านร่วมมือกัน เพื่อต่อสู้กับเสิ่นหวยเอินจากสมาคมซินอี้” ตู้จือหมิงรู้สึกผิดหวังเมื่อเห็นว่านเจิ้งซานไม่เห็นด้วย

 

เห็นได้ชัดว่าเขาเพิกเฉยต่ออิทธิพลของหม่าซานหยวนที่มีต่อว่านเจิ้งซานมากเกินไป ว่านเจิ้งซานภักดีต่ออาจารย์หม่ามาก

 

ในขณะที่ตู้จือหมิงและว่านเจิ้งซานพูดคุยกันอยู่นั้น คนของแก๊งค์หงก็ได้ควบคุมสถานการณ์ในบาร์อย่างรวดเร็ว ประตูหลังถูกปิด ไม่มีใครหลุดรอดออกไปได้

 

ตู้จือหมิงมาที่นี่โดยไม่ได้มีการคุ้มกันแน่นหนา เขาพาคนมาไม่มาก มีแค่ห้าหกคนและรถหนึ่งคัน คนขับและลูกน้องของเขาก็ถูกฟู่เยี่ยนและไป๋โม่เฉินจับตัวไปแล้ว

 

“พี่ตู้ลองชิมไวน์ที่ผมเพิ่งซื้อมาก่อนสิ พวกเขาบอกมาว่ามาจากฝรั่งเศส ผมเองก็ไม่เข้าใจ คุณลองชิมดูสิ คำที่คุณพูดนั้นไม่ต้องพูดถึงแล้ว ผมยังไม่มีเงินทองและพลังขนาดนั้น”

 

“ลูกน้องพวกนี้ก็เป็นแค่ชาวบ้านในชนบท พวกเขายังล้างดินโคลนที่ติดขาไม่ออก พวกเขาทำเรื่องแบบนี้ไม่ได้ ทำเป็นแค่เรื่องเล็กน้อยอย่างเก็บค่าคุ้มครองเท่านั้น”

 

ว่านเจิ้งซานพูดลดค่าตนเอง เขารู้ดีว่าเมื่อเผชิญกับความแข็งแกร่งที่แท้จริง เขาไม่มีที่ว่างให้ปฏิเสธเลย

 

แต่การที่ตู้จือหมิงเข้ามาหาเขาเช่นนี้ ทำให้เขามีสิทธิ์ในการปฏิเสธ เพราะสุดท้ายแล้วเป็นเขาที่เข้ามาหา ไม่ใช่เขาที่ขอให้มา

 

“ในเมื่อน้องว่านไม่อยากร่วมมือกับกัน งั้นไวน์นี้ก็ไม่จำเป็นต้องดื่มแล้ว ไว้เจอกันใหม่ในวันหน้า” ตู้จือหมิงลุกขึ้นเตรียมจะไป แต่ทันใดนั้น ประตูห้องก็เปิดออก พร้อมกับฉินเฟิงที่ก้าวเข้ามาอย่างองอาจ

 

“หัวหน้าแก๊งค์ตู้ก็อยู่ที่นี่ด้วยงั้นหรือ ? หัวหน้าแก๊งค์หวัง ไม่เจอกันนานเลยนะ ฉันคือฉินเฟิงจากแก๊งค์หง” ฉินเฟิงเข้ามาโดยไม่ขออนุญาตและนั่งลงที่ตำแหน่งหลักอย่างรวดเร็ว ทำให้ว่านเจิ้งซานและตู้จือหมิงมองหน้ากันอย่างงุนงง

 

ว่านเจิ้งซานยังไม่รู้ว่าแหล่งกบดานของเขาถูกยึดแล้ว และสงสัยว่าทำไมคนที่เฝ้าประตูไม่ให้สัญญาณอะไรเลย !

 

ตู้จือหมิงมองออกว่าฉินเฟิงตั้งใจจับตัวเขาและว่านเจิ้งซานไว้ในห้อง

 

เขาค่อยๆนั่งลงโดยไม่พูดอะไร รอให้ฉินเฟิงพูดขึ้นมาก่อน เขาจะได้รู้ว่าฉินเฟิงมาที่นี่ด้วยวัตถุประสงค์อะไร

 

ในขณะเดียวกัน ว่านเจิ้งซานก็ทักทายฉินเฟิง

 

เขารู้จักคนใกล้ชิดของลุงห่าวมาก่อน ก่อนหน้านี้เป็นแค่ลูกน้องที่ไม่โดดเด่น แต่ตอนนี้เขาขึ้นเป็นหัวหน้าแก๊งค์หง ทำให้สถานะของฉินเฟิงเปลี่ยนไป

 

ฉินเฟิงเป็นถึงคนข้างกายหัวหน้าแก๊งค์หง ทั้งยังเป็นแก๊งค์ที่ใหญ่ที่สุดในเกาะฮ่องกง ว่านเจิ้งซานจึงรู้สึกกลัวอยู่ในใจ

 

“พี่เฟิง ไม่เจอกันนานเลย วันนี้คุณมีเวลาเข้ามาที่บาร์เล็กๆของผมด้วยหรือ ? ถ้าคุณมีเรื่องที่อยากจะบอก ผมแค่บอกมาก็พอ ผมจะไปเยี่ยมเยียนทันที หรือว่าลุงห่าวมีอะไรจะคุยกับผม”

 

ฉินเฟิงไม่พูดอะไร เขาแค่ยกมือสั่งให้ลูกน้องโยนลูกสมุนทั้งหมดของว่านเจิ้งซานเข้าไปในห้อง ลูกสมุนเหล่านี้ถูกจับมัดอย่างแน่นหนา รวมถึงคนขับรถของตู้จือหมิงที่รออยู่ด้านนอกด้วย

 

“ฉินเฟิง คุณหมายความว่าอย่างไร ? สิ่งที่คุณทำอยู่คือคำสั่งของลุงห่าวหรือ ?” ตู้จือหมิงสมแล้วที่เป็นหัวหน้าแก๊งค์ใหญ่ เขายังมีสีหน้าที่สงบและสามารถตั้งคำถามได้อย่างตรงไปตรงมา

 

“ฉัน ฉินเฟิง ทำงานกับลุงห่าวมาหลายปี ย่อมต้องสนับสนุนลุงห่าวอยู่เสมอ หัวหน้าแก๊งค์ตู้กังวลเกินไปแล้ว ฉันแค่อยากจะหารือบางอย่างกับหัวหน้าแก๊งค์ตู้และหัวหน้าแก๊งค์ว่าน ฉันทำได้แค่พูดว่าขอโทษที่ทำให้พวกคุณขุ่นเคือง”

 

ในอีกด้านหนึ่ง สำหรับว่านเจิ้งซานนั้น หากเขาไม่เข้าใจสถานการณ์ที่อยู่ตรงหน้า เขาก็คงใช้ชีวิตอย่างไร้ประโยชน์มานานกว่า20ปี แต่เขาไม่มั่นใจเท่าตู้จือหมิง เขาจึงไม่กล้าถามฉินเฟิง

 

“ถ้ามีอะไรก็พูดมาเถอะ แต่หากอธิบายไม่ได้ ฉันจะไปหาลุงห่าวเพื่อขอคำตอบเอง” ตู้จือหมิงไม่แสดงความกลัว แต่กลับนั่งเอนหลังบนโซฟาอย่างเฉยเมย แม้ตอนนี้จะถูกจับ แต่เขาก็ไม่ยอมให้เสียหน้าหรือตกอยู่ในความกลัว

 

“หัวหน้าแก๊งค์ตู้พูดได้ดี งั้นช่วยให้คนของคุณออกไปก่อนได้ไหม ?” ฉินเฟิงไม่แสดงความกลัวต่อการข่มขู่ของตู้จือหมิง และยังเอ่ยปากให้เขาไล่ลูกน้องออกไป ส่วนว่านเจิ้งซานนั่งบนโซฟาและมองดูเหตุการณ์ทั้งหมดนี้ด้วยความไม่เชื่อ

 

ตู้จือหมิงให้สัญญาณด้วยสายตา ลูกน้องสองคนจึงเดินไปที่ประตูและปิดมัน ตอนนี้ในห้องเหลือเพียงฉินเฟิงและลูกน้องที่ใกล้ชิดของเขา ในขณะที่ตู้จือหมิงเหลือแค่ลูกน้องหนึ่งคนและว่านเจิ้งซานที่เหลืออยู่คนเดียว

 

“ได้ยินมาว่าทั้งสองคนกำลังทำธุรกิจเกี่ยวกับยาเสพติด ผมมาที่นี่เพื่อส่งข่าวจากลุงห่าว ให้ทั้งสองหยุดทำธุรกิจนี้ซะ เพราะมันคือเงินที่ได้มาจากการทำผิดกฎหมาย”

 

คำพูดของฉินเฟิงทำให้ทั้งสองคนอึ้งไปชั่วขณะ ไม่คิดว่าลุงห่าวในฐานะหัวหน้าแก๊งค์จะมีความเห็นเช่นนี้

 

“ทำไม ? ลุงห่าวถูกจ้างให้เป็นหัวหน้าตำรวจแล้วหรือ ?” ตู้จือหมิงพูดประชดประชัน



ตอนที่ 405: ยืมมือ


 

‘ปัง!’

 

บรรยากาศในห้องพลันเย็นเยียบลงทันที หลังจากที่ตู้จือหมิงพูดจบ ฉินเฟิงยังไม่ได้พูดอะไร ลูกน้องของเขาก็ยิงปืนใส่กำแพงข้างหลังตู้จือหมิงเสียงดังแล้ว

 

ผลก็คือ ลูกน้องคนนั้นกลับโดนฉินเฟิงตะคอกว่า “นี่มันอะไรกัน! นี่คือหัวหน้าแก๊งค์ตู้ นายยังจะกล้ายิงอีกหรือ ? ลงไปทำโทษตัวเอง30ทีเดี๋ยวนี้ !” เมื่อฉินเฟิงพูดจบ ลูกน้องอีกคนก็เตะคนที่ยิงออกไป

 

ท่าทีนี้เป็นการข่มขวัญตู้จือหมิง ตู้จือหมิงไม่ใช่คนโง่ เขาเป็นหัวหน้าแก๊งค์มานานหลายปี วิธีการแบบนี้เขาใช้มาหลายครั้ง เขาโกรธจนหน้าตาบิดเบี้ยว แต่ก็ไม่พูดอะไร ในเมื่ออยู่ใต้ชายคาของคนอื่นก็ต้องยอมศิโรราบ

 

ตู้จือหมิงรู้ดีว่าตนเองอยู่ในสถานการณ์แบบไหน เขาแค่ไม่สามารถมองเห็นเจตนาที่แท้จริงของฉินเฟิงได้ว่าทำไมเขาถึงมาเพื่อเตือนให้เลิกทำธุรกิจยาเสพติด?

 

ลุงห่าวรู้หรือไม่ว่ากำลังทำอะไรอยู่ ? การตัดรายได้ของคนอื่นก็เหมือนกับการฆ่าบิดามารดาของพวกเขา ! แก๊งค์หงจะรับมือกับผลกระทบใหญ่โตแบบนี้ได้จริงหรือ ?

 

“หัวหน้าแก๊งค์ตู้ คุณเต็มใจหรือไม่ ? แค่ให้คำตอบที่ชัดเจน” ฉินเฟิงนั่งอย่างสบายๆ สิ่งเดียวที่เขาต้องการคือรอข่าวจากฟู่เยี่ยนและไป๋โม่เฉิน หากสามารถยึดรังของแก๊งค์ชิงได้ครึ่งหนึ่ง ต่อให้คืนเขาไปทีหลังในวันพรุ่งนี้ แต่แค่นี้ก็สามารถข่มขู่อีกฝ่ายได้มากพอแล้ว

 

ตู้จือหมิงต้องเลือกที่จะร่วมมืออยู่แล้ว ส่วนเรื่องธุรกิจยาเสพติด หากสำนักงานตำรวจมีการกวาดล้างอย่างเข้มข้น เขาก็ต้องหยุดอยู่ดี

 

“ลุงห่าวไม่ให้เราทำธุรกิจนี้ หรือเขามีธุรกิจที่ดีกว่านี้ให้เราทำ ? มิฉะนั้น ฉันก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมธุรกิจที่ทำเงินได้ดีถึงต้องถูกห้าม ?”

 

“พวกเราในแก๊งค์ชิงต้องการหาเลี้ยงชีพกันทั้งนั้น ฉันตู้จือหมิงเองก็ต้องมีชีวิตอยู่ เหตุผลง่ายๆนี้คงไม่ต้องให้ฉันบอกคุณฉินใช่ไหม ?”

 

ตู้จือหมิงยังมองเจตนาของฉินเฟิงไม่ออก เขากำลังทำอะไรอยู่ ? หากตัวเองพูดว่า ‘ยอมเลิก’ แล้วเขาจะเชื่องงั้นหรือ ?

 

ในขณะทั้งสองพูดคุยกัน รังของแก๊งค์มังกรพยัคฆ์ก็ถูกควบคุมโดยคนของฉินเฟิงไปหมดแล้ว คนของแก๊งค์มังกรพยัคฆ์ถูกจับไปขัง ตอนนี้ว่านเจิ้งซานถูกทิ้งให้อยู่คนเดียว และฟู่เยี่ยนก็กำลังยุ่งอยู่กับอย่างอื่น

 

ไม่นานก่อนที่แก๊งค์หงจะเริ่มดำเนินการ ไช่อาเกินเพิ่งออกจากบ้าน เขาอยู่ที่ร้านอาหารตรงข้ามร้านคาราโอเกะและเห็นคนของแก๊งค์หงเข้ามา

 

เขาโชคดีที่หลบหนีจากเหตุการณ์นี้ได้ เป็นคนเดียวที่หลบหนีออกมา ไช่อาเกินจึงต้องไปที่บาร์เพื่อหาพี่ซาน บอกข่าวนี้ให้เขาทราบโดยเร็ว เพื่อรวมทีมและยึดรังกลับมา !

 

ไช่อาเกินเดินมาถึงใกล้บาร์ เห็นคนเฝ้าหน้าร้านหน้าตาแปลกๆ ทำให้เขารู้สึกไม่ดี เขาเลยดึงปกเสื้อให้แน่น ข่มตนเองให้ทำตัวปกติเดินไปข้างหน้า แต่ยังไม่ทันก้าวไปไหนก็ถูกขัดขวางเสียแล้ว

 

เขาไม่คาดคิดว่าเมื่อเขาเดินไปถึงด้านนอกบาร์ จะถูกหวังหลงที่นั่งอยู่ในรถเห็นเข้า

 

“คนนั้นคือน้องภรรยาของว่านเจิ้งซาน และเป็นพี่ใหญ่ของผม ก่อนหน้านี้เขาน่าจะหลบหนีไปได้” หวังหลงรีบส่งข่าวนี้ให้กับอาปิง อาปิงเป็นหัวหน้าลูกน้องของฉินเฟิง

 

“ส่งคนไปจับเขาไว้ อย่าให้เขาหนีไปได้” อาปิงสั่งการทันที ทำให้มีคนหลายคนพุ่งตัวไปจับไช่อาเกินไปที่หน้ารถ

 

ไช่อาเกินเงยหน้ามอง เห็นหวังหลงนั่งอยู่ในรถ เขาเข้าใจได้ทันทีว่าไอ้หนุ่มนี่มันเป็นคนทรยศ !

 

“แกนี่มันไอ้ลูกหมู ! กล้าทรยศฉันได้ยังไง ?” ไช่อาเกินตะโกนด่าอย่างหัวเสีย

 

“ปิดปากเขาให้เงียบหน่อย เสียงดังเกินไปแล้ว” หวังหลงยังไม่ทันพูดอะไร อาปิงก็รำคาญหูจึงให้ลูกน้องพาไช่อาเกินไปขังในที่อื่น

 

“ไม่รู้คุณหนูฟู่และคนอื่นดำเนินการไปถึงไหนแล้ว อาสุ่ยนี่ช่างโชคดี สามารถตามคุณหนูฟู่ไปเห็นโลกกว้าง” อาปิงพึมพำอย่างอิจฉาที่อาสุ่ยได้ตามฟู่เยี่ยนไป

 

“จริง คุณหนูฟู่เก่งมาก !”

 

“นายจะไปรู้อะไร ? คุณหนูฟู่เป็นอาจารย์ยอดฝีมือ และฉันกล้าพูดเลยว่าในฮ่องกงไม่มีอาจารย์คนไหนเก่งกว่าเธออีกแล้ว ! หม่าซานหยวนยังเป็นแค่ไม้ประดับเท่านั้น คุณหนูฟู่จัดการแค่ทีเดียว เขายังรับไม่ไหว ตอนนี้นอนบาดเจ็บอยู่ที่บ้านตระกูลเสิ่นไปแล้ว”

 

“ยังมีเสิ่นหวยเอินในสมาคมซินอี้ ที่ถูกคุณหนูฟู่เล่นงานจนเกือบตาย เพราะงั้นถึงมีคำสั่งประกาศจับตายออกไปอย่างไรล่ะ นายไม่เคยเห็นคุณหนูฟู่ตอนเธอเผยความสามารถออกมาสินะ”

 

อาปิงได้เห็นทุกอย่างที่ฟู่เยี่ยนทำหลังจากมาถึงฮ่องกง เขาพูดอย่างคล่องแคล่ว ตอนนี้คนที่เขาชื่นชมมากที่สุดนอกจากฉินเฟิงก็คือฟู่เยี่ยน

 

“คุณหนูฟู่เก่งขนาดนี้เหรอ ? ! ก่อนหน้านี้ฉันคิดว่าเธอแค่เก่งอยู่บ้าง ไม่คิดว่าเธอจะเก่งกว่าหม่าซานหยวนเสียอีก !”

 

“ใช่แล้ว นายช่างโชคดี ! มีคุณหนูฟู่ช่วยแนะนำ จะทำให้นายมีชื่อเสียงในสายตาฉินเฟิง ต่อไปนายจะมีชื่อเสียงก็อย่าลืมพวกเรานะ !” อาปิงรู้ดีว่าต้องให้รางวัลด้วยการให้คำชม

 

หวังหลงรีบบอกว่าตนไม่กล้า และบอกว่าตนเพิ่งเข้าร่วมแก๊งค์หง จำเป็นต้องอาศัยการคุ้มครองจากอาปิง

 

ฟู่เยี่ยนในขณะนี้กำลังลงมือกับรังของแก๊งค์ชิง ร่วมกับไป๋โม่เฉิน เมื่อหวังหลงออกมาบอกว่าตู้จือหมิงกำลังอยู่ในห้องวีไอพีของบาร์

 

พวกเขาจึงตัดสินใจเปลี่ยนแผน โดยเฉพาะเมื่อตู้จือหมิงมาอยู่ในนี้ นั่นคือโอกาสทองที่ฟ้าให้มา ต้องใช้เขาเป็นเครื่องมือ !

 

การทำลายแก๊งค์ชิงอย่างสิ้นเชิงนั้นเป็นไปไม่ได้ แก๊งค์หงไม่สามารถเป็นแก๊งค์เดียวที่มีอำนาจ ถ้าหากในฮ่องกงมีแค่แก๊งค์หง ไม่ช้าก็จะถึงจุดจบ

 

การปล่อยให้แก๊งค์ชิงยังอยู่ก็จะสามารถเบนสายตาออกไปได้บ้าง เป้าหมายของฟู่เยี่ยนและฉินเฟิงคือการให้ตู้จือหมิงเข้ามาอยู่ในฝ่ายของพวกเขา เพื่อร่วมกันจัดการสมาคมซินอี้

 

ดังนั้น ในตอนนี้ฟู่เยี่ยนและไป๋โม่เฉินจึงลงมือบุกยึดรังแก๊งค์ชิง ขณะที่ฉินเฟิงต้องคอยถ่วงเวลาตู้จือหมิงและว่านเจิ้งซานไว้

 

ไม่นานนัก ลูกน้องของฉินเฟิงก็เดินเข้ามากระซิบที่หูเขา ฉินเฟิงคลี่ยิ้มจนไม่สามารถซ่อนเร้นได้

 

ดูเหมือนคืนนี้เขาจะได้ตามที่หวังไว้กับฟู่เยี่ยนอย่างแน่นอน ! เขาจะยืมคนและรังของตู้จือหมิง !

 

แค่ล้มล้างอำนาจของเสิ่นหวยเอินออกไป ช่องทางการขายยาเสพติดก็จะถูกตัดขาด และเมื่อถึงเวลานั้น ไม่ว่าจะเป็นผู้ว่าการฮ่องกงหรือสำนักงานตำรวจต่างก็จะเข้ามาเกี่ยวข้อง เรื่องนี้คุณเฮ่อและลุงห่าวได้วางแผนไว้ก่อนแล้ว

 

ไม่ว่าจะพูดว่าแก๊งค์หงโง่เขลาหรือว่าเป็นแก๊งแปรพักต์ที่ทำงานให้ตำรวจ ทุกอย่างก็ไม่สำคัญ !

 

สิ่งสำคัญคือเหล่าลูกน้องมากมายไม่ควรตายเพราะยาเสพติด หรือสูญเสียความเป็นมนุษย์ไป วิธีทำเงินมีอยู่มากมาย ไม่ได้มีเพียงทางเดียว

 

“หัวหน้าแก๊งค์ตู้ ฉันจะพูดตรงๆเลย คืนนี้ฉันมาที่นี่เพื่อขอยืมคน ซึ่งคุณก็อยู่ที่นี่พอดี ไม่ต้องให้ฉันวิ่งไปไหน” ฉินเฟิงพูดชัดเจน เขาไม่ต้องการพูดวกไปวนมาอีก

 

“แล้วทำไมฉันต้องให้คุณยืมคนด้วย ?” เมื่อตู้จือหมิงได้ยินว่าฉินเฟิงมีเรื่องขอให้เขาช่วย เขาก็รู้สึกเหมือนมีจุดได้เปรียบ

 

“อาปิง บอกให้ตู้จือหมิงฟังสิ” ฉินเฟิงในตอนนี้รู้สึกมั่นใจมาก งานนี้มีคุณหนูฟู่และคุณไป๋คอยช่วย ตนเองไม่ต้องเป็นห่วงมากแล้ว

 

“ครับ พี่เฟิง ! ตอนนี้พื้นที่ของแก๊งค์ชิงถูกควบคุมไปครึ่งหนึ่งแล้ว โดยเฉพาะมีคนชื่อสงเทียนเหนิง ที่ตอนนี้ได้เข้าร่วมแก๊งค์หงแล้ว”

 

“คุณ !” ตู้จือหมิงรู้ตัวว่าโดนหลอก จึงลุกขึ้นอย่างโกรธจัด สงเทียนเหนิงคือน้องชายภรรยาของเขาเอง ไอ้หมอนี่มักจะเป็นคนขี้ขลาด ถ้าข่าวนี้แพร่กระจายออกไป มันจะทำให้เขาเสื่อมเสียชื่อเสียงอย่างมาก !

 

“หัวหน้าแก๊งค์ตู้ โปรดใจเย็น อย่าโกรธเกินไป ลุงห่าวบอกแล้ว เราแค่ยืมคนของแก๊งค์ชิงมาช่วยเราให้จัดการสมาคมซินอี้ เมื่อเราจัดการเสร็จแล้ว คนและพื้นที่ก็จะคืนให้ และลุงห่าวจะชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมด เงื่อนไขนี้ หัวหน้าแก๊งค์ตู้พอใจไหม ?”

 

เมื่อฉินเฟิงพูดจบ ตู้จือหมิงถึงค่อยๆใจเย็นลง ถึงตอนนี้จะพอใจหรือไม่ มันก็ไม่มีความหมายแล้ว พวกเขาไม่เคยมีความสัมพันธ์อันดีกับสมาคมซินอี้อยู่แล้ว ฉะนั้นเพื่อให้คนหนึ่งรอด เขาย่อมสามารถปล่อยให้อีกคนตายได้


เขาจึงพยักหน้าอย่างไม่เต็มใจ ยอมรับในคำพูดของฉินเฟิงเรื่องการ ‘ยืมคน’



จบตอน 

Comments