magic ep416-420

 ตอนที่ 416: ร่วมมือกัน

 

“สาวน้อย อาจารย์ของคุณหน้าตาเป็นอย่างไร ? มีลักษณะพิเศษอะไรบ้างไหม ?” เชอต้าไห่พยายามระงับความตื่นเต้นลงแล้วเอ่ยถาม

 

“อาจารย์ของฉันมีแผลเป็นบนใบหน้าอยู่ใต้ตา ลากยาวลงไปจนถึงคาง”

 

นาเอะโกะก็ตื่นเต้นเช่นกัน เพราะวิชาหมัดของชายคนนี้เหมือนกับของอาจารย์เธอทุกอย่าง แต่ดูเหมือนวิชาของเขาจะสมบูรณ์ยิ่งกว่า เธอคิดว่าเขาต้องเป็นญาติของอาจารย์แน่ๆ !

 

“อืม ไม่ใช่สิ ยังมีอะไรอีกไหม ?” เชอต้าไห่ถามต่อ เห็นได้ชัดว่าเขามีคำตอบในใจแล้ว ฟู่เยี่ยนและพวกไม่ได้พูดอะไร แค่ยืนดูการสนทนาของทั้งสองเงียบๆ

 

“โอ้ ฉันนึกออกแล้ว ! มือของอาจารย์ฉันมีปานรูปหัวใจอยู่กลางฝ่ามือ มันเล็กมาก ไม่มีใครรู้ นอกจากฉันเอง เพราะอาจารย์มักจะสวมถุงมือ”

 

นาเอะโกะยกมือทำท่าทางชี้จุดให้ดู เชอต้าไห่เห็นตำแหน่งนั้นแล้วก็ดีใจมาก

 

เชอต้าไห่ที่มั่นใจแล้วว่าเขาคือศิษย์พี่ใหญ่ของตัวเอง จึงพูดว่า “ใช่เลย! เขาคือศิษย์พี่ใหญ่ของฉัน ตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน ?”

 

ศิษย์พี่ใหญ่ของเขามีปานนี้จริง ๆ ซึ่งปกติจะไม่แสดงให้ใครเห็นง่ายๆ เว้นแต่จะเป็นคนที่สนิทกัน นาเอะโกะรู้เรื่องนี้ แสดงว่าเธอกับศิษย์พี่ใหญ่สนิทกันมาก

 

“อาจารย์ของฉันพักอยู่ที่โรงแรม ไว้รอเราทำลายค่ายกลได้แล้วค่อยไปหาเขา อาจารย์ต้องดีใจมากแน่นอน” นาเอะโกะพูดอย่างดีใจ พร้อมกับพึมพำภาษาญี่ปุ่นอีกยาวเหยียด

 

ทางด้านมู่อี้อัน เขาร้องลั่น เพราะเกือบจะทนไม่ไหวแล้ว ตอนนี้ยันต์สายฟ้าในกระเป๋าของเขาหายไปอย่างไร้ร่องรอย เขาจึงตะโกนเรียกฟู่เยี่ยนให้รีบมาช่วย

 

“ฟู่เยี่ยน ! ค่ายกลของพวกนั้นจะสำเร็จแล้ว ! รีบมาเร็วเข้า !”

 

“ทั้งสองคน ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาคุยกันแล้ว เราต้องช่วยกันแก้ปัญหาที่อยู่ข้างหน้าก่อน” ฟู่เยี่ยนขัดจังหวะเชอต้าไห่และนาเอะโกะที่กำลังทบทวนความหลังกัน

 

ฟู่เยี่ยนพูดกับนาเอะโกะอีกเล็กน้อย เกลี้ยกล่อมให้เธอช่วยทำลายค่ายกลด้วยกัน หากร่วมด้วยช่วยกันอีกแรง ย่อมมีพลังมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่ออาจารย์ของเธออาจเป็น ‘เสิ่นหวยเอิน’ ตัวจริง

 

นาเอะโกะมองเห็นถึงความแข็งแกร่งของพวกเขา และพยักหน้าตกลง ถ้าเธอทำคนเดียวก็อาจได้รับบาดเจ็บ แต่การร่วมมือกับพวกเขาย่อมได้ผลลัพธ์ไม่เหมือนกัน เพราะชายคนนี้เป็นญาติของอาจารย์เธอ และนั่นหมายความว่าเขาก็ถือเป็นญาติของเธอเช่นกัน !

 

ฟู่เยี่ยนส่งยันต์สายฟ้าให้มู่อี้อัน เมื่อเขายืนยันว่าเป็นของจริงแล้วก็ขว้างออกไปทันที

 

พร้อมกันนั้น ฟู่เยี่ยนก็ใช้กระดาษยันต์สิบกว่าแผ่นโจมตีใส่กำแพงของค่ายกล เธอต้องการทำลายโครงสร้างภายในค่ายกลทั้งหมด จึงขอให้ทุกคนมารวมตัวกัน

 

ตอนนี้พวกเขามีศัตรูคนเดียวกันคือเสิ่นหวยเอิน ไม่สำคัญว่าแต่ละคนจะมาจากประเทศไหน มีปัญหาอะไรค่อยไปแข่งกันแบบตรงไปตรงมา ไม่ใช่ใช้เล่ห์กลเช่นนี้

 

เสิ่นหวยเอินเห็นเหตุการณ์ในค่ายกล จึงเร่งเพิ่มพลังเพื่อกระตุ้นค่ายกลมายาให้ทำงานได้เร็วขึ้น

 

หลังจากนั้นไม่กี่นาที ทุกคนก็เดินออกมาจากค่ายกล กำแพงภายในค่ายกลทั้งหมดถูกทำลายโดยฟู่เยี่ยนและคนจากหลายประเทศรวมตัวกัน

 

ที่ตีนเขา มีคนห้าคนเดินมาหานาเอะโกะ พวกเขาคุยกันเงียบๆสักพัก ก่อนที่ทั้งหมดจะหันมามองฟู่เยี่ยนและพวก

 

นาเอะโกะพูดอีกสองสามคำ คนทั้งห้าคนก็พยักหน้าและเดินมาหยุดอยู่ข้างฟู่เยี่ยน แสดงท่าทีต้องการจับมือเป็นพันธมิตรกับพวกเขา

 

“พวกคุณหมายความว่าอย่างไร ? นี่จะร่วมมือกันหรือ ?” ชายแก่ชาวหนานหยางที่เป็นหัวหน้ากลุ่มรีบถาม เขาพูดภาษาจีนได้ จึงไม่เกิดปัญหาในการสื่อสาร

 

“สถานการณ์ตอนนี้ ผู้ที่ตั้งค่ายกลต้องการให้เราตายกันอยู่ในนี้ เราจะยังแบ่งเชื้อชาติอยู่ทำไม ? ตอนนี้เราต้องรอดชีวิตให้ได้ก่อน” ฟู่เยี่ยนตอบ

 

“ใช่แล้ว เช่นนั้นเราก็รวมกำลังกันก่อน” ชายชราชาวหนานหยางคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพาคนของเขามาร่วมกับพวกฟู่เยี่ยนอย่างไม่คาดคิด คงเป็นเพราะเห็นพลังของพวกเขา

ตอนนี้เหลือเพียงคนจากประเทศไทยสองคนที่ยังไม่ได้มาเข้าร่วม สองคนนั้นเป็นหมอผี แต่พอเห็นสถานการณ์เช่นนี้ ก็คิดว่าคงหนีไม่พ้น และยอมเดินเข้ามาร่วมทีม ไม่ว่าจะจริงใจหรือไม่ก็ตาม ตอนนี้คือเวลาที่ต้องร่วมมือกัน

 

“งั้นเราจะแบ่งกันรับผิดชอบแต่ละทิศ แล้วเริ่มทำลายค่ายกลดีไหม ?” ลุงหลิวถามขึ้น

 

มันดูยุติธรรมดี ทุกคนจึงแยกย้ายไปแต่ละทิศทางและเริ่มทำลายค่ายกล ทุกคนล้วนอยากทำลายมันให้ได้

 

ขณะที่ทุกคนออกแรงร่วมกัน เสิ่นหวยเอินและหม่าซานหยวนที่อยู่นอกค่ายกลก็รู้สึกถึงแรงกดดันมหาศาล ค่ายกลเริ่มสั่นคลอน ทั้งสองคนล้มนั่งลงกับพื้น ก่อนที่หม่าซานหยวนจะกระอักเลือดออกมา

 

“ไม่ไหว เรายอมแพ้แบบนี้ไม่ได้ เสี่ยวหยวน เอากล่องนั้นมา” เสิ่นหวยเอินพูดขณะที่กำลังซ่อมค่ายกล

 

“ครับ พ่อบุญธรรม !” หม่าซานหยวนเดินไปยกกล่องจากข้างๆมาโดยไม่ลังเล

 

“เปิดกล่องสิ” เสิ่นหวยเอินพูดขณะซ่อมแซมค่ายกลไปด้วย

 

หม่าซานหยวนเปิดกล่องด้วยความสับสน แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็เปิดมันอย่างไม่ลังเล จนเขาพบว่าภายในกล่องเต็มไปด้วยระเบิดมือ

 

“พ่อบุญธรรม หมายความว่าอย่างไร ?” หม่าซานหยวนรู้สึกว่าพ่อบุญธรรมคลั่งไปแล้ว ! เขาเอาระเบิดมือมาทั้งกล่อง ! เขาไม่รู้หรือว่าผลที่ตามมามันร้ายแรงขนาดไหน ? !!

 

“เราจะปล่อยให้คนพวกนี้ออกจากค่ายกลไม่ได้ ถ้าพวกเขาพูดอะไรออกไปแม้แต่คำเดียว เราสองคนจบสิ้นแน่ วันนี้ต้องเป็นพวกเขาตาย หรือเราเองที่ต้องตาย ! เสี่ยวหยวน อย่าใจอ่อน !”

 

เสิ่นหวยเอินหันมามองหม่าซานหยวน เด็กคนนี้ทุกอย่างดีหมด เว้นก็แต่ใจอ่อนเกินไป

 

“แต่...พ่อบุญธรรม พวกเขามีความสามารถที่อาจจะไม่กลัวระเบิด ถ้าพวกเขาออกมาได้แล้ว เราจะยังมีทางรอดหรือ ?” หม่าซานหยวนพยายามโน้มน้าวให้เสิ่นหวยเอินเปลี่ยนใจ

 

“นายไปเอากล่องนั้นมาอีก” เสิ่นหวยเอินชี้ไปที่มุมหนึ่ง

 

หม่าซานหยวนรีบลากกล่องใบใหญ่เข้ามา และพอเขาเปิดออกก็ต้องประหลาดใจ

 

“เสี่ยวหยวน หากระเบิดเริ่มทำงาน เราต้องหนีทันที ชีวิตนี้เราจะไม่กลับมาฮ่องกงอีกแล้ว เราต้องซ่อนตัวและใช้ชีวิตแบบไม่เปิดเผยตัว แต่ทองคำในกล่องนี้จะทำให้พวกเราอยู่สบาย”

 

ในกล่องนั้นยังมีชุดเสื้อผ้าปลอมตัว เอกสารปลอม และทองคำเต็มกล่อง !

 

“พ่อบุญธรรม ถ้าจะไปก็ไปด้วยกัน” หม่าซานหยวนไม่อยากทิ้งพ่อบุญธรรมไป

 

“ฉันจัดการทุกอย่างแล้ว คืนนี้เราเจอกันที่ท่าเรือ เราจะลอบหนีไปอเมริกา ฉันจัดการเรื่องหวานเอ๋อและแม่ของนายเรียบร้อยแล้ว เราต้องแยกย้ายกันไป คืนนี้ค่อยพบกันที่ท่าเรือ”

 

“ถ้าเราไม่หนี ตระกูลเหอและตระกูลหวังจะไม่ปล่อยเราไว้ พวกเขาลงทุนไปมากเกินไป เราหนีแล้วก็ยังสร้างตัวได้ใหม่ เรามีฝีมือ อยู่ที่ไหนก็อยู่ได้ ! นี่เป็นทางเลือกสุดท้าย ! อย่างไรก็ตาม เราสองคนอาจจะไม่พ่ายแพ้ นี่เป็นเพียงการล่าถอย !”

 

เสิ่นหวยเอินตบไหล่หม่าซานหยวนพร้อมพูดอย่างลึกซึ้ง ทั้งสองยังไม่ทันได้พูดคุยกันเสร็จ ก็รู้สึกได้ว่ามีสองจุดของค่ายกลที่ใกล้จะพังทลายลงเต็มที

 

“ตอนนี้สู้กับพวกเขาก่อน ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว ! เร็วเข้า !”

 

หม่าซานหยวนเก็บความเศร้าและเดินมาช่วยพ่อบุญธรรมต่อสู้ แต่ทุกอย่างเป็นการต้านทานที่สูญเปล่า เพราะพวกฟู่เยี่ยนนั้นทรงพลังเกินต้านทาน

 


ตอนที่ 417: ทำลายค่ายกลสำเร็จ

 

การสนทนาของทั้งสองคน รวมถึงทองคำแท่งและอุปกรณ์หลบหนีที่เสิ่นหวยเอินเตรียมไว้ ทั้งหมดล้วนตกอยู่ในสายตาของฟู่เยี่ยนแล้ว

 

เธอเยาะเย้ยในใจ คิดว่าการหนีของพวกเขานั้นไม่มีทางเป็นไปได้ เรื่องการล่าค่าหัว การหลอกทุกคนมาที่งานประชุม การล้างแค้นของอาจารย์ถาน และแม้กระทั่งชื่อ ‘เสิ่นหวยเอิน’ ทุกอย่างไม่ได้โปร่งใสอย่างที่เห็น

 

ฟู่เยี่ยนเร่งมือของเธอให้เร็วขึ้น เมื่อคิดถึงกล่องระเบิดมือที่พวกเขามี เธอก็หมดความอดทนในที่สุด จึงใช้ยันต์สายฟ้าสามแผ่นพร้อมกัน ทำให้ค่ายกลตรงทิศ ‘เกิน’ เกือบจะถูกทำลายแล้ว

 

ฟู่เยี่ยนหันไปมองที่สามทิศทางอื่น ยกเว้นทิศที่นาเอะโกะไป ที่ดูเหมือนจะมีความคืบหน้าแล้ว ส่วนอีกสองทิศยังไม่ใกล้ความจริงเลย ค่ายกลนี้ต้องถูกทำลายพร้อมกันทั้งหมด ไม่เช่นนั้นมันจะหดตัวกลับและกระตุ้นกลไกป้องกันตนเอง

 

ตอนนี้เธอไม่มีเวลาเล่นเกมกับพวกเขา ระเบิดมือจำนวนมากขนาดนั้น ถ้าพวกเขาโยนเข้ามาในนี้ มันจะรุนแรงไม่ต่างจากยันต์สายฟ้าของเธอเลย !

 

ฟู่เยี่ยนหันไปบอกกับทุกคน ทุกคนพยักหน้า ยกเว้นฟู่เยี่ยนที่ยังยืนอยู่ที่เดิม คนอื่นถูกแบ่งออกเป็นสามกลุ่ม แยกย้ายไปยังสามทิศทาง

 

“ห้า ! สี่ ! สาม ! สอง ! หนึ่ง !”

 

เมื่อเห็นทุกคนเข้าประจำที่ ฟู่เยี่ยนไม่ลังเลและเริ่มนับถอยหลัง ในชั่วพริบตา ยันต์สายฟ้าจำนวนมากก็พุ่งไปยังทุกทิศของค่ายกลทั้งหมด

 

“แย่แล้ว พวกเขาจะทำลายค่ายกล ! เสี่ยวหยวน รีบเอาระเบิดมือมา !”

 

ยังไม่ทันที่หม่าซานหยวนจะวิ่งไปถึงกล่องระเบิดมือ เสียงฟ้าร้องกึกก้องก็ดังขึ้นทั่วทั้งเขาไท่ผิง เสิ่นหวยเอินและหม่าซานหยวนถูกแรงกระแทกจากการที่ค่ายกลถูกทำลาย ทำให้พวกเขาล้มลงกับพื้น และสลบไปทันที

 

ยันต์สายฟ้าบางแผ่นยังไม่ระเบิด ฟู่เยี่ยนรู้ว่านี่เป็นเพียงเรื่องของเวลา อาจเป็นเพราะคนในทีมบางคนใช้งานไม่ถูกต้อง ดังนั้นเธอจึงยังไม่ขยับตัว และเมื่อทุกคนเห็นฟู่เยี่ยนไม่ขยับ คนอื่นก็ไม่ขยับตาม ทุกคนรออยู่ที่เดิมประมาณสองนาทีได้

 

หลังจากมีเสียงฟ้าร้องดังขึ้นอีกสองครั้ง ฟู่เยี่ยนจึงลุกขึ้น ตอนนี้ค่ายกลทั้งหมดถูกทำลายแล้ว ค่ายกลพังทลายลง ! หลังจากค่ายกลถูกทำลาย บริเวณภูเขาไท่ผิงได้ปรากฏสภาพภูมิประเทศที่แท้จริงออกมา ซึ่งตอนนี้พวกเขาอยู่บริเวณใกล้กับยอดเขา

 

ทุกคนก้าวเดินไปข้างหน้า เมื่อค่ายกลถูกทำลายแล้ว คนที่เป็นตัวการต้องถูกลงโทษ ! ฟู่เยี่ยนระมัดระวังในใจ ความผิดของเสิ่นหวยเอินต้องถูกเปิดเผยให้สาธารณชนรับรู้ ส่วนเรื่องของชีพจรมังกรไม่อาจเปิดเผยได้

 

ฟู่เยี่ยนคิดทบทวนอย่างรวดเร็วว่าจะทำอย่างไรต่อไป แวบหนึ่งในความคิดทำให้เธอมีแผนการ !

 

เมื่อพวกเขาเดินมาถึงเสิ่นหวยเอินและหม่าซานหยวน ทั้งสองคนนอนสลบอยู่ ฟู่เยี่ยนเดินไปจับชีพจรที่คอของพวกเขา แน่นอนว่าพวกเขายังไม่ตาย เพียงแค่หมดสติจากแรงกระแทกเท่านั้น

 

ลุงหลิวเดินไปตรวจสอบคนอื่นที่คอยเฝ้าค่ายกล ไม่มีใครรอดพ้นจากการสลบไปเช่นกัน เขาไม่สนใจ เพราะถ้าจะโทษก็ต้องโทษเสิ่นหวยเอินคนเดียว

 

“นาเอะโกะ เธอรู้ไหมว่าเขาคนนี้ชื่ออะไร ?” ฟู่เยี่ยนชี้ไปที่เสิ่นหวยเอินและถามนาเอะโกะ

 

นาเอะโกะส่ายหัว นี่เป็นครั้งแรกที่เธอเห็นเขา เธอไม่เคยพบเขาที่งานเลี้ยงก่อนหน้านี้

 

“คนนี้ชื่อเสิ่นหวยเอิน นี่ไม่ใช่ชื่อจริงของเขา ชื่อนี้น่าจะเป็นชื่ออาจารย์ของเธอ เธอช่วยบอกเราได้ไหมว่าอาจารย์ของเธอไปอยู่ที่ประเทศของเธอได้อย่างไร ?”

 

ฟู่เยี่ยนอยากรู้ว่า ‘เสิ่นหวยเอิน’ ตัวจริงไปอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่นได้อย่างไร และทำไมเขาถึงกลายมาเป็นอาจารย์ของนาเอะโกะ เธอสงสัยว่าทุกอย่างอาจเป็นฝีมือของ ‘เสิ่นหวยเอิน’ คนนี้

 

“ตอนที่ฉันยังไม่เกิด พ่อของฉันได้ช่วยชีวิตอาจารย์ในระหว่างออกทะเล เขาสลบไปนานมาก เมื่อตื่นขึ้นมา เขาก็จำอะไรไม่ได้เลย เขาพูดภาษาจีนกลางได้เท่านั้น แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็มีความสามารถมากมาย”

 

“ในตอนนั้น ประเทศของเราไม่ได้เป็นมิตรกับประเทศของคุณ ดังนั้นอาจารย์ต้องอยู่แต่ในบ้านของครอบครัวเราเท่านั้น”

 

“ต่อมา ตอนที่ฉันอายุ4ขวบ อาจารย์บอกว่าฉันมีพรสวรรค์ จึงอยากรับฉันเป็นศิษย์ ตอนแรกพ่ออยากให้พี่ชายเป็นศิษย์ของอาจารย์ แต่สุดท้ายอาจารย์ก็เลือกฉัน”

 

“ดังนั้นตั้งแต่อายุ6ขวบ ฉันก็ได้เรียนรู้ความสามารถมาจากอาจารย์ ต่อมาฉันก็เข้าร่วมสมาคมอภิปรัชญาของประเทศญี่ปุ่น”

 

“การเข้าร่วมประชุมครั้งนี้เป็นเรื่องบังเอิญ เดิมทีอาจารย์ไม่ได้หวังจะตามหาครอบครัวอีกแล้ว แต่เมื่อได้รับเชิญจากที่นี่ อาจารย์จึงกลับมามีความหวังที่จะตามหาครอบครัวอีกครั้ง”

 

“เขาคิดว่าการมาเกาะฮ่องกงครั้งนี้จะทำให้เขาพบญาติที่พลัดพรากกันมานาน แม้ว่าเขาจะหาไม่เจอก็ตาม แต่เขาหวังว่าจะได้พบสภาพแวดล้อมที่คุ้นเคยและอาจช่วยฟื้นความทรงจำของเขาขึ้นมาได้”

 

เมื่อฟังจบ ทุกอย่างก็เริ่มเชื่อมโยงกัน เมื่อหลายปีก่อน เสิ่นหวยเอินได้ตามเรือไปทะเลตอนใต้ แต่ทำไมเขาถึงไปโผล่ที่ประเทศญี่ปุ่นได้ล่ะ ?

 

ฟู่เยี่ยนกับเชอต้าไห่สบตากัน แล้วหันมามองเสิ่นหวยเอินที่นอนสลบอยู่ พวกเขาต้องถามเรื่องนี้ให้รู้เรื่องให้ได้! ฟู่เยี่ยนไม่เชื่อว่าเขาจะบังเอิญใช้ชื่อนี้ มันไม่มีทางบังเอิญขนาดนั้น แม้แต่ในภาพยนตร์ก็ยังไม่มีเรื่องที่บังเอิญขนาดนี้ !

 

“ฟู่เยี่ยน เราควรทำอย่างไรต่อ ?” ลุงหลิวถาม

 

“ใครมีน้ำบ้าง เอามาสาดสองคนนี้ให้ฟื้น ฉันจะถามพวกเขา” ฟู่เยี่ยนกวาดตามองไปรอบๆ

 

“ฉันมีขวดน้ำอยู่” นาเอะโกะส่งขวดน้ำให้

 

ฟู่เยี่ยนส่งขวดน้ำให้มู่อี้อัน มู่อี้อันเข้าใจความหมายของฟู่เยี่ยนทันที เขาเปิดขวดน้ำแล้วกลั้วน้ำไว้ในปาก ก่อนจะพ่นใส่หน้าของเสิ่นหวยเอิน แล้วพ่นใส่หน้าของหม่าซานหยวน ทำให้ทั้งสองฟื้นขึ้นมา

 

เสิ่นหวยเอินยังคงสับสน หูของเขายังอื้ออยู่ มันทำให้เขาพูดไม่ออกไปชั่วขณะ

 

หม่าซานหยวนฟื้นตัวได้ดีกว่า เขานั่งขึ้นพร้อมกับเอามือกุมศีรษะ เมื่อเห็นสถานการณ์ เขาก็รู้ทันทีว่าเขาและพ่อบุญธรรมพ่ายแพ้แล้ว

 

“พ่อบุญธรรม ! พ่อบุญธรรมเป็นอย่างไรบ้าง ?” หม่าซานหยวนออกแรงเขย่าเสิ่นหวยเอิน

 

“ฉันไม่เป็นไร เสี่ยวหยวน เราเป็นอะไรไป ?” เสิ่นหวยเอินเริ่มรู้สึกดีขึ้นเล็กน้อย แม้ว่าในหัวของเขาจะยังรู้สึกอื้ออึงอยู่ก็ตาม

 

“พ่อบุญธรรม เราแพ้แล้ว” หม่าซานหยวนก้มหน้าลง

 

หม่าซานหยวนไม่รู้ว่าทำไมแผนการของเขาและพ่อบุญธรรมถึงพลาดไป ในความทรงจำสุดท้ายก่อนหมดสติ เขาจำได้ว่าคนจากแผ่นดินใหญ่แยกย้ายกันไปสี่ทิศทาง

 

จากนั้นพวกเขาใช้ยันต์สายฟ้าและเสียงฟ้าร้องก็ดังขึ้น ค่ายกลถูกทำลายลง นั่นคือสิ่งสุดท้ายที่เขาจำได้

 

“พูดดีนี่ อาจารย์หม่า โชคดีที่พวกคุณแพ้ พวกคุณเก่งเรื่องค่ายกลฆ่าล้างบางมาก ! ถ้าเราไม่ทำลายค่ายกลลง วันนี้ทั้งภูเขาไท่ผิงคงเต็มไปด้วยศพเกลื่อนกลาดแล้ว !” มู่อี้อันทนไม่ไหวแล้ว คนพวกนี้หลอกลวงทุกคนมาเพื่อสังเวยให้ตัวเองได้ครอบครองชีพมังกร

 

หม่าซานหยวนกัดริมฝีปากแน่น เขาไม่พูดอะไร ขณะที่เสิ่นหวยเอินเริ่มลืมตาขึ้นมาได้เล็กน้อยและเริ่มรู้สึกตัวขึ้นมา

 

“พวกคุณใช้ยันต์สายฟ้าใช่ไหม ?” เสิ่นหวยเอินพยายามลุกขึ้นนั่งและจ้องไปที่ฟู่เยี่ยน

 

“หัวหน้าแก๊งค์เสิ่น คุณได้สัมผัสยันต์สายฟ้าเป็นครั้งที่สองแล้วใช่ไหม ? ไม่ใช่สิ ฉันควรจะเรียกคุณว่าคุณหม่า หรือหม่าเหวินป๋อดีล่ะ !” ฟู่เยี่ยนมองไปที่ผู้เฒ่าถาน ซึ่งชายชรากำลังจ้องไปที่เสิ่นหวยเอินด้วยสายตาเคียดแค้น

 

ผู้เฒ่าถานรู้สึกเสียใจที่เคยใจอ่อนจนปล่อยให้เขาหนีไปได้ สุดท้ายมันก็กลายเป็นต้นเหตุของเรื่องวุ่นวายในวันนี้ !



ตอนที่ 418: ตีแผ่ความชั่ว

 

เสิ่นหวยเอินหัวเราะอย่างช่วยไม่ได้ แต่เขาก็ไม่ได้คัดค้าน เพราะเรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว เขาทำได้เพียงแค่พยายามหนีเท่านั้น ? โชคยังดีที่เขาพอมีทางเลือกสำรองอยู่บ้าง

 

“หัวหน้าแก๊งค์เสิ่น คุณได้ชื่อเสิ่นหวยเอินมาจากที่ไหน สะดวกพูดให้ฟังไหม ?”

 

ฟู่เยี่ยนถามออกไปตามตรง เธอไม่อยากอ้อมค้อมกับคนแบบนี้ เพราะเธอมองออกว่าอวัยวะภายในของเขาได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรงจากยันต์ของเธอ ซึ่งมันก็คือการบาดเจ็บภายในอย่างที่เขาเรียกโดยทั่วกัน คิดแล้วเขาคงมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อีกไม่นาน

 

“ทำไม ? คุณหนูฟู่สนใจในตัวฉันขนาดนี้เชียวหรือ ถึงขั้นถามกระทั่งที่มาที่ไปของชื่อฉัน” เสิ่นหวยเอินยังมีอารมณ์มาล้อเธอเล่น

 

“เพราะในชื่อของคุณจะต้องแลกมาด้วยชีวิตหนึ่งชีวิตแน่นอน” ฟู่เยี่ยนมองคนตรงหน้าอย่างสมเพช ทำไมเขาถึงได้ทำอะไรอย่างหน้าด้านหน้าทนขนาดนี้ ?

 

“ไม่ต้องมัวพูดจาไร้สาระกับเขาแล้ว จับเขามัดแล้วโยนลงทะเลก็จบเรื่องแล้ว” ทุกคนที่อยู่รอบตัวเขาต่างโกรธมาก เพราะประสบการณ์ในการทำลายค่ายกลเมื่อครู่นี้ยังตราตรึงอยู่ในใจของพวกเขาไม่ลืม

 

หม่าซานหยวนได้ยินแบบนี้ ความโกรธก็ปะทุขึ้นในใจของเขา ในวันที่เขาสองคนพ่อลูกเจริญรุ่งเรืองดั่งดวงอาทิตย์บนท้องฟ้า มีใครบ้างที่กล้ามาพูดกับพวกเขาแบบนี้ !? เพียงแต่ตอนนี้……ในเมื่ออยู่ใต้อำนาจคนอื่น ก็ต้องก้มหัวยอมรับชะตากรรม

 

“จะว่าไปแล้ว เรื่องนี้มันเริ่มต้นขึ้นเมื่อหลายปีก่อน ตอนนั้นฉันนั่งเรือมาเกาะฮ่องกง ตอนอยู่บนเรือ มีเพื่อนคนหนึ่งอายุรุ่นราวคราวเดียวกับฉัน”

 

“เขาได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ ต่อมาก็ถูกคนบนเรือปล้นเงินทั้งหมดของเขาและถูกจับโยนลงน้ำ  เขาชื่อเสิ่นหวยเอิน หลังจากที่ฉันมาเกาะฮ่องกง ฉันอยากจะเปลี่ยนชื่อและจำเพื่อนคนนี้ได้ จึงตั้งชื่อนี้เพื่อระลึกถึงเขา”

 

เสิ่นหวยเอินไม่ได้ยึกยัก เขาเล่าเรื่องราวพวกออกมาโดยตรง หลังจากพูดจบ เขาก็ยังถอนหายใจด้วยความโล่งอก

 

นาเอะโกะหันไปพยักหน้าให้ฟู่เยี่ยน เพราะตอนที่พ่อของเธอช่วยชีวิตอาจารย์มาจากทะเล ตอนนั้นเขาก็ได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะจริงๆ

 

คำพูดของเสิ่นหวยเอินไม่อาจวิเคราะห์อะไรได้เลย แต่ฟู่เยี่ยนมั่นใจว่าในเรื่องนี้ เขาคงไม่ได้อยู่ในบทบาทที่ดีอย่างแน่นอน เพียงแต่ตอนนี้เธอไม่ควรมาซักไซ้เรื่องชื่อกับเขาอีก

 

ตอนนี้ปัญหาที่สำคัญที่สุดก็คือเรื่องค่ายกลสังหาร พวกเธอไม่มีหลักฐาน แต่หากทุกคนพูดไปในทำนองเดียวกัน พวกเขาก็อาจจะเชื่อ แต่ก็มีโอกาสที่พวกเขาจะแค่มีอคติต่อเสิ่นหวยเอินมากขึ้นเท่านั้น

 

เพราะถึงอย่างไรเขาก็ถือว่าเป็นเจ้าถิ่น ต่อให้วันนี้เขาพ่ายแพ้แล้ว แต่ชาวฮ่องกงก็จะยังพอทนรับได้ มีเพียงแต่ต้องไปกระทบต่อผลประโยชน์ของคนเหล่านี้เท่านั้น พวกเขาถึงจะเชื่อว่าเสิ่นหวยเอินคืออาชญากรอย่างแท้จริง !

 

ฟู่เยี่ยนยกมือขึ้นวาดรูปผนึกกลางอากาศ ตอนนี้เธอไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องตอบแทนเขาด้วยวิธีเดียวกัน

 

“คุณเสิ่น ความคิดของคุณนี่มันช่างดีเสียเหลือเกินเลยนะ คุณตั้งใจฆ่าพวกเราทุกคนในค่ายกล และใช้ชีวิตของเรามาเติมเต็มความปรารถนาระหว่างคุณสองคนพ่อลูก จนถึงตอนนี้แล้ว คุณก็ยังไม่กลับใจอีกหรือ ?”

 

“คุณจะให้คำอธิบายกับพวกเราอย่างไร ? ชีวิตของพวกเราและชีวิตของชาวฮ่องกงทุกคนมันไร้ค่าสำหรับคุณขนาดนั้นเลยหรือ ? ในฐานะคนของวงการอภิปรัชญา คุณลืมความตั้งใจแรกของคุณไปแล้วหรือ ?”

 

ฟู่เยี่ยนเก็บสองมือไขว้หลังของตนเองเอาไว้ ตอนนี้ทุกอย่างพร้อมแล้ว เหลือแค่ลมตะวันออกเท่านั้น

 

“คุณหนูฟู่ คุณรู้หรือไม่ว่ามีคำกล่าวโบราณจิตใจของสตรีคือผิดที่ร้ายแรงที่สุด บุรุษหากไม่โหดเหี้ยมย่อมไม่สมกับเป็นชายชาตรี !?” เสิ่นหวยเอินพูดแล้วก็หัวเราะลั่นออกมาราวกับคนเสียสติ

 

ฟู่เยี่ยนไม่ได้ขัดเขาแต่อย่างใด เพราะเธอต้องการให้เขาเป็นแบบนี้ เธอเพียงแค่มองเขาด้วยสายตาเย็นชา เพราะเธออยากจะรู้ว่าเขาจะใช้คำพูดฆ่าตัวเองได้มากน้อยแค่ไหน

 

“ศิษย์ชั่ว ! หรือตอนที่แกเข้ามาเป็นศิษย์ แกได้ลืมคำสอนของฉันไปหมดแล้ว ! ตอนแรกฉันนึกว่าแกจะตาบอดเพราะความเจริญรุ่งเรืองเพียงชั่วคราว และเรื่องที่เกิดขึ้นกับศิษย์น้องของแกก็คงเป็นเพราะโศกนาฏกรรมที่เกิดจากยุคสมัย”

 

“ไม่คิดเลยว่าแกจะเป็นคนจิตใจโหดเหี้ยมขนาดนี้! ถ้ารู้ว่าจะเป็นแบบนี้ตั้งแต่แรก ในตอนนั้นที่พ่อกับแม่ของแกมาขอให้ฉันรับเป็นศิษย์ ฉันก็คงไม่รับแกไว้หรอก ! และฉันจะไม่มีวันถ่ายทอดวิชาให้กับแกเป็นอันขาด !”

 

ผู้เฒ่าถานทนฟังไม่ไหวแล้ว เพราะสุดท้ายแล้วก็เป็นเพราะตัวเขาตาบอดเอง ! ถึงได้ก่อให้เกิดความเดือดร้อนครั้งใหญ่ขนาดนี้ !

 

“ฮ่าฮ่าฮ่า……อาจารย์ คุณกล้าตบอกแล้วพูดอย่างอาจหาญหรือเปล่าว่าคุณอยากให้ฉันเป็นผู้สืบทอดวิชาทั้งหมด ? คนที่คุณเลือกอยู่ในใจก็คือศิษย์น้องรองไม่ใช่หรือ ? เขาก็คือลูกชายคนโตของคุณไม่ใช่หรือไง ? เห็นได้ชัดว่าสุดท้ายผมก็ไม่ใช่ตัวเลือกของอาจารย์อยู่ดี แล้วทำไมผมยังต้องเสแสร้งอีกด้วย ?” เสิ่นหวยเอินระเบิดหัวเราะออกมา ในที่สุดเขาก็พูดคำเหล่านี้

 

“ดังนั้นแกก็เลยวางแผนและฆ่าเขาใช่ไหม ?”

 

หลังจากพูดอย่างยากลำบาก ใบหน้าของผู้เฒ่าถานก็มืดมนไปชั่วขณะ หลายปีที่ผ่านมา เขาใช้ชีวิตอยู่กับความเกลียดชังและการประณามตนเอง แต่ละคืนแต่ละวันของเขาที่ผ่านไปล้วนไม่ง่ายเลย

 

“มันไม่ใช่แผนการของผม ในตอนนั้นผมขาดแคลนเงินจริงๆ ผมเคยบอกอาจารย์ไปแล้วว่าผมชอบน้องสาวข้างบ้านของผม แต่อาจารย์กลับบอกว่าพวกเราไม่เหมาะสมกันเลยสักนิด ผมจึงต้องออกไปดูฮวงจุ้ยให้กับคนอื่นนอกสำนัก เพราะอยากจะหาเงินมาเป็นสินสอดให้กับเธอ”

 

“ไม่คิดเลยว่าศิษย์น้องรองจะรู้เรื่องนี้เข้า ในตอนที่เขาพาคนพวกนั้นมาตามหาฉันจนเจอ น้องสาวยังออกมาขวางหน้าช่วยผมเอาไว้ ! อาจารย์รู้ไหมว่าตอนที่อยู่ในอ้อมแขนของผม เธอพูดคำพูดสุดท้ายว่าอะไร ?”

 

เสิ่นหวยเอินหลับตาลงและมีน้ำตาไหลออกมาจากหางตา แต่แล้วมันก็หายไปอย่างรวดเร็ว

 

“เธอบอกว่า……เธอหาคนที่เหมาะสมไว้ให้ผมแล้ว……นั่นก็คือลูกสาวของหัวหน้าสำนักจินเหมิน เธอเรียนรู้ศาสตร์อภิปรัชญามาตั้งแต่เด็ก สามารถช่วยผมได้……เธอดูแลสำนักใหญ่โต……เป็นภรรยาที่ดีที่สุดที่ผมสามารถหาได้แล้ว……นั่นคือสิ่งที่เธอบอกกับผม !”

 

“ศิษย์น้องรองของแกไม่ได้พาคนไปจับตัวแก แต่เขาไปตามหาแกต่างหาก เขาตามไปจนกระทั่งเจอแก แต่ตอนนั้นสิ่งที่แกทำเป็นที่รู้กันไปทั่วแล้ว แกถูกคนหมายหัวไว้ตั้งแต่แรกแล้วต่างหาก”

 

ผู้เฒ่าถานนั่งพิงแขนของมู่อี้อันแล้วพูดด้วยความโมโห ฟู่เยี่ยนที่เห็นแบบนั้นจึงรีบนำยาบำรุงร่างกายไปป้อนใส่ปากของเขาทันที

 

ฟู่เยี่ยนจับชีพจรให้ผู้เฒ่าถาน ตอนนี้เขากำลังโกรธจนส่งผลต่อร่างกายตนเอง ยิ่งพอเขานึกถึงลูกชาย เขาก็รู้สึกเศร้าสะเทือนใจ อีกทั้งเขาก็นอนไม่ค่อยหลับมาหลายวันแล้ว เมื่อหลายเรื่องถาโถมเข้ามา เขาที่มีอายุ75ปีแล้วจึงส่งผลให้สภาพร่างกายโดยรวมดูแย่ลง

 

“ปู่ถาน ตอนนี้ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว พักผ่อนก่อนเถอะค่ะ” ฟู่เยี่ยนกดจุดให้เขา ไม่นานเขาก็ผล็อยหลับไป

 

“ฟู่เยี่ยน อาจารย์เขา ?” มู่อี้อันหันไปถามฟู่เยี่ยนด้วยความกังวล

 

“ไม่เป็นไรหรอก นายเอาขวดยานี้ไป ให้เขากินวันละ3เวลา เหมือนกับที่ปู่มู่กิน ช่วงนี้นายก็อยู่กับเขาไปก่อน คอยปลอบใจเขาเยอะๆ”

 

ฟู่เยี่ยนจัดการเรื่องทางด้านนี้เสร็จแล้ว เธอก็หันไปมองเสิ่นหวยเอิน ตอนนี้ความอดทนของเธอได้หมดลงแล้ว

 

“หัวหน้าแก๊งค์เสิ่น คุณใช้ประโยชน์จากชื่อเสียงของลูกชายบุญธรรมมายืมอำนาจของแก๊งมังกรพยัคฆ์เพื่อตามฆ่าอาจารย์ของคุณ ตอนที่พวกเราเพิ่งขึ้นรถไฟ คุณก็ส่งคนแฝงตัวเข้ามาในรถ เพราะอยากฆ่าชายชรา”

 

“พอไม่ประสบความสำเร็จ คุณก็ใช้สถานะของคุณในฐานะหัวหน้าแก๊งค์เพื่อออกคำสั่งไล่ฆ่าพวกเรา เขาเป็นอาจารย์ของคุณเชียวนะ คุณทำได้ลงคอเลยหรือ?”

 

“นั่นยังไม่เท่าไร เพียงเพื่อความปรารถนาอันเห็นแก่ตัวของคุณ ! คุณสร้างค่ายกลที่ครอบงำบนภูเขาไท่ผิง หากเราทุกคนไม่มีความสามารถ เราก็คงกลายเป็นวิญญาณที่ตายไปแล้ว !”

 

“เมื่อถึงเวลานั้น ทุกคนในวงการอภิปรัชญาจะตายอย่างไม่ยุติธรรม ภูเขาไท่ผิงจะกลายเป็นที่กักขังวิญญาณชั่วร้าย และทั่วทั้งเกาะฮ่องกงจะได้รับผลกระทบ ! โชคลาภของเกาะฮ่องกงทั้งหมดจะถูกทำลายลง ! คุณจะชดเชยอย่างไร ?!”

 

ฟู่เยี่ยนพูดด้วยถ้อยคำอันชอบธรรมทุกประโยค ทำเอาเสิ่นหวยเอินไม่อาจต่อต้านได้เลย

 

“ฮ่าฮ่า……” เสิ่นหวยเอินระเบิดหัวเราะออกมา ยังไม่ทันที่เขาจะหัวเราะจบ จู่ๆ เขาก็ลุกพรวดขึ้นมาแล้วพุ่งเข้าจู่โจมฟู่เยี่ยน ซึ่งในมือของเขามีระเบิดมืออยู่ด้วย !

 

“คุณหนูฟู่ คุณรู้เยอะดี ดูเหมือนฉันคงต้องปล่อยคุณไปสินะ !”



ตอนที่ 419: สู้จนหลังชนฝา

 

เสิ่นหวยเอินหายใจเฮือกสุดท้าย ก่อนจะดึงสลักระเบิดมือออก เขาไม่ได้รีบร้อนโยนออกไปทันที แต่รอจนไฟใกล้จะเผาสายชนวนแล้วจึงโยนมันอย่างแรงไปทางที่ผู้เฒ่าถานอยู่

 

ถึงปากจะพูดว่าปล่อยฟู่เยี่ยนไป แต่ที่จริงในใจเขายังคงโกรธแค้นผู้เฒ่าถานอยู่ ทว่าฟู่เยี่ยนนั้นเตรียมตัวไว้ก่อนแล้ว เธอโยนยันต์ออกไปแผ่นหนึ่ง ครอบคลุมพื้นที่นั้นไว้ทั้งหมด

 

ในขณะที่ฟู่เยี่ยนกำลังลงมือ เสิ่นหวยเอินก็หยิบระเบิดมืออีกลูกขึ้นมา เขาคลุ้มคลั่งไปแล้ว ! เสิ่นหวยเอินดึงสลักระเบิดอีกครั้งและโยนมันไปทางผู้เฒ่าถาน แต่ปราการยันต์ของฟู่เยี่ยนยังคงอยู่ จึงไม่ได้รับผลกระทบมากนัก

 

ฟู่เยี่ยนเหลือบไปเห็นหม่าซานหยวนที่เริ่มขยับตัวอย่างประสงค์ร้าย ขณะนี้คนที่อยู่ใกล้เธอมีเพียงลุงหลิวและหูจินเท่านั้น ฟู่เยี่ยนพูดกับพวกเขาเบาๆ ในขณะที่ทั้งสองคนพยักหน้ารับคำอย่างเงียบๆ

 

ฟู่เยี่ยนหยิบยันต์อีกแผ่นขึ้นมา เสิ่นหวยเอินตอนนี้กำลังเผาผลาญพลังชีวิตสุดท้ายของตัวเอง อวัยวะภายในของเขากำลังมีเลือดออก และถ้าเขายังเคลื่อนไหวอย่างรุนแรงอีก แม้แต่เทพเจ้าก็ไม่อาจช่วยชีวิตเขาได้ !

 

แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่อาจปล่อยให้เขาคลุ้มคลั่งต่อไปได้ ฟู่เยี่ยนขว้างยันต์ไป ทำให้เสิ่นหวยเอินหยุดเคลื่อนไหวทันที แน่นอนว่ายันต์หยุดเวลาของฟู่เยี่ยนยังคงใช้ได้ผลเสมอ

 

ในเวลาเดียวกัน หูจินและลุงหลิวพุ่งเข้ามาและควบคุมตัวเสิ่นหวยเอินอย่างรวดเร็ว ยันต์หยุดเวลามีเวลาจำกัด ฟู่เยี่ยนจึงใช้ช่วงนี้ควบคุมตัวหม่าซานหยวนเช่นกัน ซึ่งขณะนั้นมือของหม่าซานหยวนได้สัมผัสถึงขอบของระเบิดมือแล้ว

 

“อาจารย์หม่า คิดจะพาพวกเรามาตายพร้อมกันหรือไง ? ฉันรู้นะว่าเรื่องทั้งหมดนี้เสิ่นหวยเอินเป็นคนวางแผน คุณก็แค่หมากตัวหนึ่งที่เขาใช้เท่านั้น คุณไม่ได้ทำผิดมากมายขนาดนั้น ทำไมต้องคิดสั้นด้วยล่ะ ?”

 

ฟู่เยี่ยนคุกเข่าลงมองหม่าซานหยวน เธอเห็นได้ชัดว่าเขายังมีความปรารถนาที่จะมีชีวิตอยู่สูงมาก

 

“เป็นความคิดของฉันเองทั้งหมด ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับพ่อบุญธรรมเลย แผนที่จะฆ่าพวกคุณทุกคนก็เป็นความคิดของฉัน ไม่เกี่ยวกับพ่อบุญธรรม !” หม่าซานหยวนกัดฟันและยอมรับความผิดทั้งหมดไว้กับตัวเอง

 

ในขณะนั้น ยันต์หยุดเวลาของเสิ่นหวยเอินก็หมดฤทธิ์ไปแล้ว แต่กว่าจะรู้สึกตัว เขาก็ถูกจับมัดแน่นแล้ว

 

“เสี่ยวหยวน เป็นความผิดของฉันเอง ฉันไม่ควรวางแผนนี้ตั้งแต่แรกเลย นายยังมีชีวิตที่ดีรออยู่ คุณฟู่ จะฆ่าจะฟันกันก็ทำให้มันจบเร็วๆเลยเถอะ !” เสิ่นหวยเอินในตอนนี้หมดพลังไปกว่าครึ่งแล้ว ร่างกายเขาหมดแรง ดูสิ้นหวัง

 

“พูดแบบนี้ก็แสดงว่ายอมรับแล้วสินะว่าคุณวางแผนเพื่อสังหารปรมาจารย์จากประเทศอื่น ?” ฟู่เยี่ยนไม่อยากเสียเวลาเถียง เธอจะไม่ปล่อยให้เขาตายบนภูเขานี้แน่นอน เห็นไดัดว่าตอนนี้เขาเริ่มทุรนทุรายแล้ว

 

“ฉันยอมรับ ขอแค่อย่าทำร้ายเสี่ยวหยวนก็พอ” เสิ่นหวยเอินพูดจบ ฟู่เยี่ยนก็ขยับมือเล็กน้อย

 

เมื่อเขายอมรับแล้ว เรื่องราวต่อไปก็ง่ายขึ้น ทุกคนควรจะลงจากเขาได้แล้ว เสียงระเบิดของระเบิดมือและเสียงฟ้าร้องจากยันต์สายฟ้าคงทำให้คนด้านล่างภูเขาเป็นกังวลแล้วแน่นอน

 

ผู้คนที่อยู่เชิงเขาต่างตื่นตกใจ เสียงระเบิดต่อเนื่องและเสียงฟ้าร้องกึกก้องนี้ทำให้ทุกคนกระวนกระวายใจ

 

แต่ไป๋โม่เฉินกลับเป็นคนที่ใจเย็นที่สุด เพราะเขาคุ้นเคยกับเสียงนี้ดี มันเป็นเสียงของยันต์สายฟ้าของฟู่เยี่ยน ซึ่งหมายความว่าฟู่เยี่ยนยังปลอดภัย ทุกคนยังไม่เป็นอะไร

 

สักพักก็มีเสียงระเบิดดังขึ้นอีกสองครั้ง ไป๋โม่เฉินเริ่มกังวลขึ้นเล็กน้อย นี่เสิ่นหวยเอินเล่นงานอีกแล้วเหรอ ? โชคดีที่มีแค่สองเสียง ไม่มากไปกว่านี้ แสดงว่าสถานการณ์ยังอยู่ในความควบคุมของฟู่เยี่ยน ซึ่งบางทีอาจเป็นเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็ได้

 

คุณเฮ่อและลุงห่าวเห็นไป๋โม่เฉินใจเย็นมาก ต่างก็พากันโล่งใจขึ้นมา

 

“เสี่ยวไป๋ นี่เสียงยันต์สายฟ้าของฟู่เยี่ยนใช่ไหม ?” ลุงห่าวกระซิบถามเสียงเบา

 

“ลุงห่าว น่าจะเป็นเสียงระเบิดมือ ผมเห็นหม่าซานหยวนพกมันอยู่ที่เอว” ไป๋โม่เฉินตอบเบาๆ

 

“หม่าซานหยวนบ้าไปแล้วเหรอถึงกล้าใช้ระเบิดแบบนี้ ! เขาคงไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วสินะ !” ลุงห่าวโกรธมาก เพราะทุกคนรู้ดีถึงอานุภาพของระเบิด แม้แต่พวกแก๊งค์อันธพาลในเกาะฮ่องกงยังไม่กล้าใช้ระเบิดในตอนปะทะกันเลย

 

ขณะนั้น เหอโหย่วหลี่ก็เริ่มกังวลว่าเสิ่นหวยเอินกำลังทำอะไรอยู่ ? เขาและหัวหน้าตระกูลหวังมองหน้ากัน ต่างฝ่ายต่างอยากส่งคนขึ้นไปดูสถานการณ์บนภูเขา

 

แต่สักพักก็มีข่าวมาว่าบริเวณเชิงเขาถูกเสิ่นหวยเอินวางค่ายกลไว้เช่นกัน ทำให้ไม่มีใครสามารถขึ้นไปได้ ได้แต่มองตาปริบๆ รอให้คนจากบนภูเขาลงมาเอง

 

“น้องหวัง ดูท่าต้องให้คนจากสมาคมฮวงจุ้ยขึ้นไปดูแล้ว ไม่รู้ว่าเสิ่นหวยเอินกำลังทำบ้าอะไรอยู่ !” เหอโหย่วหลี่พูดอย่างโกรธเกรี้ยว เพราะเขารู้สึกถึงความผิดปกติ

 

ทั้งสองไม่พูดถึงเรื่องชีพจรมังกร เพราะกลัวจะมีคนอื่นล่วงรู้ หากเป็นแบบนั้นคงไม่ดีแน่

 

ไม่นานนัก ผู้คนจากสมาคมฮวงจุ้ยก็ส่งคนขึ้นไปดูสถานการณ์ แต่ก่อนที่พวกเขาจะทันได้ทำอะไร พวกเขาก็เห็นกลุ่มคนกลุ่มใหญ่เดินลงมาจากบนภูเขาแล้ว

 

ภาพที่เห็นทำให้หัวใจของเหอโหย่วหลี่และหัวหน้าตระกูลหวังเต้นแรงขึ้น เพราะเสิ่นหวยเอินและลูกบุญธรรมของเขา หม่าซานหยวน ต่างก็ถูกจับมัดแน่นขณะถูกพาตัวเดินลงมาพร้อมกับคนอื่น

 

เกิดอะไรขึ้น ? หรือว่าคนเหล่านี้รู้เรื่องชีพจรมังกรแล้ว ?  ผู้คนจากสมาคมฮวงจุ้ยต่างก็เห็นว่าปรมาจารย์คนอื่นๆ ที่ทำหน้าที่เฝ้าค่ายกลล้วนหมดสภาพ หมดแรง หน้าตามีแต่เขม่าควันและดิน ดูเหมือนจะโดนเล่นงานเข้าอย่างจัง

 

“เกิดอะไรขึ้น ? ทำไมพวกคุณถึงปฏิบัติต่อปรมาจารย์เสิ่นและปรมาจารย์หม่าแบบนี้ !” หนึ่งในปรมาจารย์จากสมาคมฮวงจุ้ยของเกาะฮ่องกงถามขึ้นอย่างเดือดดาล

 

“ต้องถามพวกเขาสองคนนี้ที่คิดชั่วร้ายเอง ! พวกเขาวางค่ายกลบนเขาเพื่อหวังจะสังหารหมู่พวกเราทุกคน ! นี่ถือว่าเราปฏิบัติกับพวกเขาดีมากแล้ว !”

 

นาเอะโกะสวนกลับเสียงแข็ง ตอนนี้ได้เวลาให้พันธมิตรต่างชาติแสดงบทบาทบ้างแล้ว ปรมาจารย์จากประเทศอื่นๆ ต่างพากันพูดคุยกันอย่างดุเดือดด้วยภาษาของตนเอง

 

คำพูดของนาเอะโกะทำให้ทุกคนตกตะลึง หม่าซานหยวนและเสิ่นหวยเอินเป็นบ้าไปแล้วหรือ ? ทำไมพวกเขาถึงทำแบบนี้ ?

 

สมาชิกสมาคมฮวงจุ้ยฮ่องกงเริ่มรู้สึกหวาดกลัว แต่ก็ยังมีบางคนที่ใจกล้าพอที่จะออกมาพูดแก้ตัวให้เสิ่นหวยอันและหม่าซานหยวน พวกเขาคิดว่าทั้งสองยังมีความสำคัญ และเชื่อว่าไม่ควรถูกปฏิบัติแบบนี้

 

“พวกคุณไม่ใช่ตำรวจ ทำไมถึงมัดคนแบบนี้ รีบแก้มัดให้ปรมาจารย์เสิ่นและปรมาจารย์หม่าเดี๋ยวนี้”

 

ปรมาจารย์หลายคนที่เป็นมิตรกับหม่าซานหยวนรีบออกมาปกป้อง และพยายามหาโอกาสปล่อยตัวพวกเขา

 

“ทุกท่าน เรื่องนี้เราจะได้รู้กันในไม่ช้า ไม่จำเป็นต้องโต้เถียงกันต่อไป ความจริงจะปรากฏเอง !” ฟู่เหยียนกล่าว แล้วเธอก็สะบัดมือปล่อยกระดาษยันต์แผ่นหนึ่งขึ้นไปบนจอผ้า ที่เคยใช้ฉายภาพของเสิ่นหวยเอิน

 

ทันใดนั้น ภาพและเสียงเหตุการณ์บนภูเขาที่เพิ่งเกิดขึ้นก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง ทุกคนสามารถเห็นและได้ยินสิ่งที่ฟู่เยี่ยนพูดได้ชัดเจน

 

ฟู่เยี่ยนใช้ยันต์บันทึกเหตุการณ์ ทำให้ทุกคนได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นบนภูเขา เหตุการณ์นี้เป็นหลักฐานที่ดีที่สุด ไม่จำเป็นต้องถกเถียงอะไรอีกต่อไป !

 

เมื่อทุกคนเห็นและได้ยินว่าฟู่เยี่ยนกล่าวถึงผลกระทบที่คนเหล่านี้จะต้องตายบนภูเขาไท่ผิง ซึ่งอาจส่งผลต่อโชคชะตาของเกาะฮ่องกง กลุ่มคนที่อยู่ด้านล่างก็เกิดความโกลาหลทันที โดยเฉพาะกลุ่มมหาเศรษฐีที่เริ่มตื่นตระหนก

 

ไม่เพียงแค่ชื่อของเสิ่นหวยเอินที่เป็นของปลอม แต่เขายังคิดจะฆ่าอาจารย์ผู้มีพระคุณของเขาเอง สิ่งนี้เป็นเรื่องที่ไม่อาจยอมรับได้ในสังคม คนจำนวนมากเริ่มออกมาประณามเสิ่นหวยเอินและหม่าซานหยวน และทุกคนก็ยืนอยู่ตรงข้ามกับพวกเขา

 

สองคนนี้สมควรตาย ฮ่องกงผ่านความเจริญรุ่งเรืองมาอย่างยากลำบาก พวกเขาจะปล่อยให้มันถูกทำลายลงเพราะคนสองคนนี้ไม่ได้ พวกมหาเศรษฐีต่างพากันวิตกกังวล หากโชคชะตาของฮ่องกงแย่ลง ครอบครัวของพวกเขาก็จะได้รับผลกระทบเช่นกัน

 

เหอโหย่วหลี่และหัวหน้าตระกูลหวังสบตากัน ทั้งสองรู้ว่าพวกเขาไม่ควรพูดถึงเรื่องชีพจรมังกรอีกต่อไป เพราะหากเรื่องนี้ถูกเปิดเผย พวกเขาทั้งสองตระกูลจะไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย

 

นอกจากนี้ พวกเขาก็ไม่สามารถแสดงตนออกมาเป็นศัตรูกับเสิ่นหวยเอินอย่างเปิดเผย เพราะหากทำเช่นนั้น ทุกคนก็จะรู้ว่าพวกเขาอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์นี้

 

ในช่วงเวลานี้ เหอโหย่วหลี่และหัวหน้าตระกูลหวังต่างโกรธแค้นเสิ่นหวยเอินและหม่าซานหยวน แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ !



ตอนที่ 420: ตรึงไว้บนเสาแห่งความอับอาย

 

เสิ่นหวยเอินและหม่าซานหยวนไม่คาดคิดเลยว่าฟู่เยี่ยนจะมีแผนล้ำหน้าเช่นนี้ เสิ่นหวยเอินตั้งค่ายกลที่สามารถมองเห็นภาพคนได้เท่านั้น แต่ฟู่เยี่ยนเก่งกว่า เพราะไม่เพียงแค่มองเห็นภาพคนได้ แต่ยังสามารถได้ยินเสียงพูดคุยอีกด้วย

 

การกระทำครั้งนี้เท่ากับตรึงเสิ่นหวยเอินและหม่าซานหยวนไว้บนเสาแห่งความอับอายโดยตรง ทั้งสองไม่มีโอกาสพลิกลิ้นได้อีกแล้ว แถมตอนนี้ยังถูกมัดแน่นจนไม่มีทางหนีรอดไปไหนได้

 

“อาจารย์ ได้โปรดบอกพวกเราทีว่าค่ายกลที่เหลืออยู่ในตอนนี้ยังคงมีผลกระทบต่อโชคชะตาของเกาะฮ่องกงอยู่อีกไหม ?” อาจารย์จวงถามฟู่เยี่ยนอย่างถ่อมตน เพราะเขารู้สถานการณ์ดี

 

“ค่ายกลได้ถูกทำลายลงด้วยความร่วมมือของพวกเราแล้ว มันจะไม่ส่งผลร้ายใดๆ ต่อภูเขาไท่ผิงอีกต่อไป แต่เพียงว่า...” ท่าทางที่ฟู่เยี่ยนเหมือนจะหยุดพูดกลางคัน ทำให้ทุกคนต่างตื่นเต้น

 

“อาจารย์ ไม่ต้องเกรงใจ หากเป็นสิ่งที่เราทำได้ เราจะพยายามทำให้ดีที่สุดเพื่อแก้ไขมัน” เจ้าหน้าที่พิเศษจากสำนักงานผู้ว่าการฮ่องกงที่มาร่วมประชุมในนามผู้ว่าการเป็นคนกล่าวขึ้น

 

เมื่อเขาได้ยินว่าค่ายกลอาจมีผลกระทบต่อโชคชะตาของเกาะฮ่องกง เขาจึงเข้ามาพูดคุย เพราะเขารู้ว่าผู้ว่าการให้ความสำคัญกับสมาคมฮวงจุ้ยอย่างมาก

 

“ไม่ทราบว่าท่านนี้คือใคร ?” ฟู่เยี่ยนทำทีเหมือนไม่รู้จักเขา

 

“อาจารย์ฟู่ ท่านนี้คือเจ้าหน้าที่พิเศษหวง เป็นตัวแทนของผู้ว่าการที่มาร่วมงานประชุมแลกเปลี่ยนในครั้งนี้” อาจารย์จวงรีบแนะนำทั้งสองคนให้รู้จักกัน

 

“สวัสดีเจ้าหน้าที่หวง วิธีที่ดีที่สุดคือต้องสร้างสวนสาธารณะสำหรับประชาชนบนภูเขาไท่ผิง เป็นสถานที่ที่ประชาชนสามารถเข้าชมได้ฟรี”

 

“ยิ่งมีผู้คนหลั่งไหลเข้ามาที่นี่เป็นจำนวนมาก โชคชะตาก็จะยิ่งดีขึ้น ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบไม่ดีจากค่ายกลครั้งนี้ได้ อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมโชคชะตาของเกาะฮ่องกงอีกด้วย สำหรับการออกแบบ ฉันมีข้อเสนอเล็กน้อย บริเวณยอดเขาสามารถสร้างจุดชมวิวที่มองเห็นทิวทัศน์ทั่วทั้งหมดของเกาะฮ่องกงได้”

 

“ฉันคิดว่าผู้คนจะหลั่งไหลมาเยี่ยมชม และความเจริญรุ่งเรืองของเกาะฮ่องกงก็จะคงอยู่ไปอีกนานนับร้อยปี”

 

ฟู่เยี่ยนกล่าวจบ ทั้งอาจารย์จวงและเจ้าหน้าที่หวงต่างก็นิ่งคิดตามข้อเสนอของเธอ

 

ข้อเสนอของฟู่เยี่ยนฟังดูน่าสนใจ โดยเฉพาะสำหรับผู้ว่าการ ซึ่งไม่ต้องการให้เกาะฮ่องกงประสบปัญหาทางการเงินตกต่ำในช่วงที่เขาดำรงตำแหน่ง ยิ่งเกาะฮ่องกงรุ่งเรืองมากเท่าไหร่ ความสำเร็จของเขาก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น

 

อย่างไรก็ตาม มีปัญหาใหญ่อยู่ข้อหนึ่ง เพราะทุกคนรู้ดีว่าที่ดินบนภูเขาไท่ผิงในตอนนี้เป็นของตระกูลหวัง ตระกูลเหอ และตระกูลเฮ่อ ทั้งสามตระกูลนี้เป็นมหาเศรษฐีที่แม้แต่ผู้ว่าการก็ไม่กล้าทำให้ขุ่นเคืองใจ

 

เจ้าหน้าที่หวงมีท่าทีลังเลเล็กน้อย แต่ก็ยังตอบรับว่าจะนำเรื่องนี้ไปรายงานให้ผู้ว่าการทราบ แต่เขาเองก็ไม่คาดหวังอะไรมากนัก

 

เพราะถึงอย่างไรผู้ว่าการก็ไม่อาจสั่งให้ใครยกที่ดินออกมาได้ง่ายๆ และหากรัฐบาลเกาะฮ่องกงต้องจ่ายเงินจำนวนมหาศาลเพื่อซื้อที่ดินกลับมา แม้ผู้ว่าการจะยินดี แต่คณะรัฐบาลก็คงไม่ยอมให้ทำเช่นนั้น

 

ในขณะนั้นเอง คุณเฮ่อก็ได้ก้าวออกมา พร้อมบอกว่าตระกูลของเขามีที่ดินสามแปลง แม้จะไม่มากนัก แต่ถึงแม้ว่าต้องยกให้หมดก็ไม่เป็นไร แต่ที่สำคัญคือเขามีที่ดินเพียงแปลงเดียวที่อยู่บนยอดเขา ที่เหลืออยู่บริเวณตีนเขา

 

“เจ้าหน้าที่หวง รบกวนไปแจ้งผู้ว่าการว่าผมยินดีที่จะมอบสิทธิ์การใช้ที่ดินบนภูเขาไท่ผิงให้กับรัฐบาล เพื่อช่วยสร้างสวนสาธารณะภูเขาไท่ผิง ถือเป็นการสนับสนุนผู้ว่าการ” คุณเฮ่อแสดงความใจกว้างของตัวเองออกมา

 

แต่ผู้ที่รู้เรื่องดีอย่างเหอโหย่วหลี่และหัวหน้าตระกูลหวังต่างสาปแช่งเขาอยู่ในใจว่าเขาเป็นคนเจ้าเล่ห์ เพราะพวกเขารู้ดีว่าตระกูลเฮ่อมีที่ดินเพียงแปลงเดียว ซึ่งก็เป็นแปลงบนยอดเขา

 

เจ้าหน้าที่หวงยิ้มอย่างยินดี เพราะเมื่อคุณเฮ่อกล่าวคำนี้ต่อหน้าผู้คนมากมาย ก็ไม่มีทางที่จะถอนคำพูดได้ และเมื่อเป็นเช่นนี้ ตระกูลหวังและตระกูลเหอก็ไม่มีเหตุผลที่จะไม่บริจาคเช่นกัน เจ้าหน้าที่หวงคิดกับตัวเองว่าวันนี้เขาสร้างผลงานใหญ่แล้ว ดูท่าว่าจะได้รับการเลื่อนตำแหน่งในเร็ววันนี้อย่างแน่นอน !

 

เจ้าหน้าที่หวงหันไปมองเหอโหย่วหลี่ที่นั่งอยู่อย่างคาดหวัง

 

เหอโหย่วหลี่โกรธมาก นั่นเป็นเพราะตระกูลเฮ่อมีที่ดินแค่แปลงเดียว แต่ตระกูลของเขามีที่ดินเจ็ดถึงแปดแปลง หากต้องยกให้หมด ความสูญเสียย่อมมากมายเหนือจินตนาการได้ !

 

“เจ้าหน้าที่หวง ที่ดินของตระกูลเราเกือบทั้งหมดอยู่บนยอดเขา ผมอยากจะใจกว้างเช่นเดียวกับคุณเฮ่อ แต่คงไม่สามารถยกให้ทั้งหมดได้ ดังนั้นผมจะขอบริจาคครึ่งหนึ่ง และขอให้รัฐบาลช่วยจ่ายค่าชดเชยอีกครึ่งหนึ่งแทนจะได้ไหม ?”

 

ด้วยวิธีนี้ อย่างน้อยการสูญเสียของเขาก็จะไม่ใหญ่โตขนาดนั้น และเขาก็ไม่ต้องเจ็บปวดมากเกินไปอีกด้วย !

 

เมื่อเหอโหย่วหลี่แสดงจุดยืน หัวหน้าตระกูลหวังก็แสดงความยินดีที่จะบริจาคที่ดินครึ่งหนึ่งเช่นกัน เพื่อช่วยสร้างสวนสาธารณะภูเขาไท่ผิง

 

เจ้าหน้าที่หวงยิ้มอย่างสุขใจ เขาเหลือบมองฟู่เยี่ยน คิดว่าโชคดีมากที่ได้พบกับอาจารย์ท่านนี้ และตัดสินใจว่าจะต้องไปขอให้ฟู่เยี่ยนดูดวงให้เป็นการส่วนตัวแน่นอน

 

“พวกคุณทั้งคนมีความเมตตามาก ผมจะนำเรื่องนี้ไปรายงานต่อผู้ว่าการอย่างแน่นอน ผมเชื่อว่าผู้ว่าการและรัฐบาลเกาะฮ่องกงจะไม่ทำให้พวกคุณต้องเสียประโยชน์แน่ๆ ผมขอขอบคุณแทนประชาชนเกาะฮ่องกงด้วย !”

 

เจ้าหน้าที่หวงรู้ดีว่าหากเขากลับไป เขาจะรายงานเรื่องนี้ด้วยการพูดถึงตระกูลเฮ่อในแง่ดี ในอนาคตหากตระกูลเฮ่อประมูลที่ดิน รัฐบาลฮ่องกงคงไม่กล้าไม่ให้ข้อเสนอพิเศษกับพวกเขาแน่ !

 

ปัญหาเรื่องภูเขาไท่ผิงถูกแก้ไขในเวลาเพียงไม่กี่คำ ฟู่เยี่ยนรู้สึกโล่งใจ เธอเงยหน้ามองไปยังยอดเขา พลางคิดในใจว่าเธอได้ทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับมังกรขาวแล้ว

 

มังกรขาวเสียสละร่างกายของตนเองเพื่อปกป้องเกาะฮ่องกง การที่เธอช่วยสร้างสวนสาธารณะครั้งนี้เป็นเพียงสิ่งเล็กน้อยที่เธอทำได้

 

“อาจารย์ฟู่ โปรดรอสักครู่ ผมจะให้คนเอาเงินรางวัลของงานประชุมแลกเปลี่ยนมาให้เดี๋ยวนี้” อาจารย์จวงรู้ดีว่าหากเงินรางวัลหนึ่งล้านดอลล่าห์ฮ่องกงไม่ถูกส่งมอบ การประชุมแลกเปลี่ยนในครั้งนี้คงจะถูกทั่วโลกตราหน้าหัวเราะเยาะอย่างแน่นอน

 

อย่างไรก็ตาม เงินรางวัลนี้ไม่ใช่เงินของสมาคม เงินทั้งหมดมาจากตระกูลเหอและตระกูลหวัง ซึ่งทั้งสองคนไม่อาจทำอะไรได้ นอกจากมองมันด้วยความเจ็บใจแล้วเดินออกไป

 

ไม่นาน เงินสดมูลค่าหนึ่งล้านดอลล่าห์ฮ่องกงก็ถูกส่งมอบถึงมือฟู่เยี่ยน และเพราะว่ามีพันธมิตรสี่ประเทศ ดังนั้นเงินรางวัลจะถูกแบ่งสี่ส่วนเท่าๆกัน นอกจากนี้หากเธอถือเงินจำนวนมากกลับไป ก็คงไม่แคล้วถูกปล้น

 

“อาจารย์ฟู่ โปรดรอสักครู่” หลังจากที่ฟู่เยี่ยนรับเงินรางวัล เธอก็เตรียมตัวกลับไปพร้อมกับกลุ่มของเธอ แต่อาจารย์จวงและอาจารย์คนอื่นก็เรียกเธอไว้

 

“อาจารย์จวงมีอะไรหรือเปล่า ?” ฟู่เยี่ยนถามอย่างสุภาพ

 

“ถึงแม้ว่าการสร้างสวนสาธารณะจะช่วยลดผลกระทบต่อเกาะฮ่องกงได้ แต่ฉันเชื่อว่าอาจารย์ฟู่ยังมีบางอย่างที่ไม่ได้กล่าวออกมา ฉันอยากจะขอร้องอาจารย์ฟู่ ช่วยตั้งค่ายกลป้องกันบนภูเขาไท่ผิงได้ไหม ? แน่นอน เราสามารถพูดคุยเรื่องค่าตอบแทนได้”

 

ฟู่เยี่ยนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนพยักหน้าเห็นด้วย นี่เป็นการสะสมบุญกุศล เธอไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธ

 

“ตกลง ฉันยินดีทำ แต่ช่วงนี้ฉันยังรู้สึกเหนื่อยล้า อาจารย์จวงให้เวลาฉันสักสองสามวันได้ไหม ?” ฟู่เยี่ยนอยากพักผ่อนก่อน เนื่องจากช่วงนี้เธอรู้สึกตึงเครียดจนร่างกายล้าไปหมดแล้ว

 

“ไม่มีปัญหา นี่คือข้อมูลติดต่อและที่อยู่ของฉัน เมื่ออาจารย์ฟู่พร้อม ก็ส่งคนมาบอกฉันได้เลย”

 

“อืม ตอนนี้ฉันพักอยู่ที่บ้านของตระกูลเฮ่อ หากต้องการหาก็สามารถไปที่นั่นได้”

 

หลังจากแลกเปลี่ยนข้อมูลการติดต่อกันแล้ว อาจารย์จวงให้ความสำคัญกับกลุ่มของฟู่เยี่ยนมากขึ้น เพราะเห็นว่าพวกเธอมีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับตระกูลเฮ่อ

 

หลังจากกล่าวคำอำลากับอาจารย์จวงไปแล้ว ไป๋โม่เฉินและผู้อำนวยการหยู รวมถึงเยี่ยนหวู่โจวก็กำลังรออยู่

 

คุณเฮ่อและลุงห่างได้เดินทางล่วงหน้าไปก่อนแล้ว เพราะวันนี้เรือของเสิ่นกั๋วเฉียงจะเทียบท่าในช่วงบ่าย เมื่อคำนวณเวลาดูคงจะใกล้ถึงแล้ว ทั้งสองคนจึงไปที่ท่าเรือเพื่อรอรับเขา

 

ลุงห่าวได้สั่งให้ฉินเฟิงอยู่ดูแลและพาทุกคนกลับไปที่บ้านตระกูลเฮ่อก่อน ส่วนผู้เฒ่าถานและมู่อี้อันก็ถูกพากลับไปที่บ้านตระกูลเฮ่อเรียบร้อยแล้ว เพราะผู้เฒ่าถานจำเป็นต้องพักผ่อน

 

“คุณฉิน เราไปที่โรงแรมที่เราเคยพักก่อน ฉันมีธุระบางอย่างที่ต้องจัดการ” ฟู่เยี่ยนกล่าว เพราะตอนนี้เธอยังไม่สามารถกลับไปได้ทันที เธอต้องไปโรงแรมก่อน หนึ่งคือที่นั่นมีเสิ่นหวยเอินตัวจริงอยู่ และสองคือต้องแบ่งเงินรางวัลให้กับทุกคน เธอจะได้จัดการให้เสร็จสรรพในวันเดียว

 

ผู้อำนวยการหยูจะต้องไปด้วยเพื่อเป็นพยานในการแบ่งเงินรางวัล จะได้รายงานต่อเบื้องบนได้ ส่วนนาเอะโกะและคณะของเธอก็ยังคงรออยู่ใกล้ๆ เพื่อจะไปที่โรงแรมพร้อมกับฟู่เยี่ยน ทั้งหมดนี้เป็นการตกลงกันไว้ก่อนแล้ว

 

ส่วนเสิ่นหวยเอินนั้นถูกเจ้าหน้าที่หวงนำคนมาจับกุมตัวไปแล้ว ซึ่งฟู่เยี่ยนไม่สนใจเรื่องบทลงโทษที่เขาจะได้รับแล้ว เพราะเสิ่นหวยเอินได้รับบาดเจ็บภายในอย่างรุนแรง คงจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่เกินสามวัน ส่วนหม่าซานหยวนก็เป็นแค่หมากตัวหนึ่งเท่านั้น !



จบตอน

Comments