ตอนที่ 102: ว่าที่ลูกเขย
“ท่านทำอาหารเป็นด้วยหรือ?”
ใบหน้าของถังฉีเผยแววประหลาดใจ ไม่คาดคิดว่าบุรุษผู้หล่อเหลาปานเทพบุตรจะสามารถทำอาหารได้
"อาหารที่ผู้ใดทำ ก็เป็นรสมือของบ้านคนผู้นั้น"
จ้าวไป่จือมองหญิงสาวผู้มีชีวิตชีวาที่ยืนอยู่ตรงหน้า พลางอธิบายพร้อมกับวางสีหน้าไม่ถูก
"จริงที่สุด"
ถังฉีเข้าใจได้ คาดว่าเขาคงคิดถึงบ้าน
“แม่ข้าเคยทำอาหารให้กินก่อนที่ท่านจะเสียไป รสชาติก็คล้ายๆกับอาหารของเจ้า”
เมื่อจ้าวไป่จือกล่าวจบ สีหน้าแปลกๆเมื่อครู่พลันมลายหายไป
ถังฉีอ้าปากอยากถามเกี่ยวกับภูมิหลังของเขา แต่แล้วก็หุบปากฉับกลับไป
ด้วยคลื่นพลังสีม่วงประหนึ่งมงกุฎเหนือศีรษะ ถังฉีคาดเดาได้ว่าภูมิหลังของเขาไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน
การอยู่ในตระกูลใหญ่เช่นนั้น ชีวิตที่เปี่ยมด้วยกลอุบายและเล่ห์เหลี่ยมถือเป็นเรื่องปกติ
ขณะที่ทั้งสองกำลังพูดคุยกัน ถังอู่ก็เข้ามาพร้อมกับกิ่งก้านของต้นท้องามๆหลายกิ่งในมือ
“อากาศในฤดูสารทหนนี้แปลกดีจริง เดี๋ยวร้อนเดี๋ยวหนาว” ถังอู่กลับถึงบ้าน วางกิ่งต้นท้อลงบนโต๊ะหินอย่างระมัดระวัง และดื่มน้ำชาอุ่นๆไปหลายอึก
“ท่านพ่อ ค่อยๆดื่มเถอะ จะถึงเวลากินข้าวอยู่แล้ว วันนี้คุณชายจ้าวแสดงฝีมือเองเลยนะ”
ถังฉีได้กลิ่นหอมกรุ่นจากห้องครัว ก็อดน้ำลายสอไม่ได้
“โอ้ วันนี้พ่อหนุ่มคนนี้ลงมือทำอาหารเองเลยหรือ? เช่นนั้นข้าจะดื่มน้ำน้อยๆ จะได้เผื่อท้องสำหรับอาหารเยอะๆ!”
เมื่อกล่าวจบ ถังอู่ก็วางถ้วยชาลง
“ข้าจะไปดูว่าเนื้อตุ๋นพร้อมหรือยัง”
จ้าวไป่จือกล่าวพลางหันกลับเข้าไปในครัว
มื้อเที่ยงต่อจากนั้น ทุกคนก็พากันอิ่มหนำสำราญ
โดยเฉพาะเนื้อเสือตุ๋น อร่อยเสียจนถังฉีแทบจะกลืนลิ้นลงไป ดวงตาของนางที่มองจ้าวไป่จือสดใสขึ้นอย่างมากหลังมื้ออาหาร
จากนั้น ถังฉีไปหานางอู๋และสตรีที่ขยันขันแข็งคนอื่นๆในหมู่บ้าน
ถังฉีขอให้พวกนางมาช่วยงานที่บ้านในวันรุ่งขึ้น โดยเสนอเงินสามสิบอีแปะต่อวันรวมอาหารกลางวัน
สำหรับหมู่บ้านตระกูลถัง ข้อเสนอนี้ถือว่าเอื้อเฟื้อมากแล้ว
ในหมู่บ้านอื่นๆ ผู้คนอาจต่อสู้กันเพื่อเงินเพียงสิบอีแปะ นับประสาอะไรกับเงินสามสิบอีแปะ
ทุกคนตกลงกันว่าจะมาตั้งแต่เช้าตรู่
รุ่งสางของวันใหม่ คนของฉีเซิ่งพร้อมกับเกวียนเทียมม้าหลายสิบเล่มเดินทางมาถึงทางเข้าหมู่บ้านตระกูลถัง
เกวียนบางเล่มเต็มไปด้วยองุ่นสด บางเล่มก็บรรทุกไหสุราและน้ำตาล
ชาวบ้านที่มุ่งหน้าไปยังบ้านของถังฉีต่างมีสีหน้าใคร่รู้
เกวียนมาจอดตรงหน้าลานบ้าน
ทันทีที่ขบวนเกวียนหยุด พวกเขาก็เริ่มเคลื่อนย้ายสิ่งของไปที่ลานบ้านอย่างระมัดระวังภายใต้การดูแลของฉีเซิ่ง
“พี่ใหญ่ฉี เหตุใดท่านถึงมาที่นี่เร็วนักล่ะ?”
ถังฉีเห็นถึงความพยายามอย่างจริงจังของฉีเซิ่งก็รู้สึกซาบซึ้งใจ
“ข้าจะไม่มาได้อย่างไร? หากสุราหงจิ่วนี้กลั่นได้จริง มันก็เป็นอีกหนทางแห่งความมั่งคั่งไม่ใช่หรือ!”
ฉีเซิ่งกล่าวอย่างแน่วแน่
เขาคิดว่าองุ่นที่เขานำมายังน้อยไปด้วยซ้ำ!
เมื่อวานนี้ เขาสั่งให้คนซื้อองุ่นสดใหม่จากเมืองอื่น รวมทั้งเร่งการผลิตไหสำหรับเหล้าองุ่นให้มากขึ้น
เมื่อเทียบกับผลกำไรจากเหล้าองุ่นแล้ว การสูญเสียทรัพยากรเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องน่ากังวล
“พี่ใหญ่ฉีไม่ต้องกังวล ข้าจะไม่ทำให้ท่านผิดหวัง”
เมื่อเห็นสีหน้าจริงจังของหุ้นส่วน ใบหน้าของหญิงสาวก็เคร่งขรึมเช่นกัน
“อา สาวน้อย อย่าทำตัวเหมือนผู้ใหญ่นักสิ!”
อารมณ์ของฉีเซิ่งผ่อนคลายลงอย่างมากเมื่อเห็นสีหน้าของถังฉี
จ้าวไป่จือได้ยินเสียงอึกทึกจากทางด้านนอกก็ออกมาจากบ้านหลังเก่า มองไปยังฉีเซิ่งที่มาเยือนอย่างเคร่งขรึม
เมื่อเห็นถังฉีและฉีเซิ่งกำลังหัวร่อต่อกระซิกกัน จ้าวไป่จือรู้สึกอึดอัดใจเกินบรรยาย
ถังฉีขอตัวจากฉีเซิ่งเพื่อไปสอนวิธีการเตรียมวัตถุดิบแก่เหล่าคนงานสตรี
“อ้าว! สหายไป่จือ กลับมาจากการฝึกวรยุทธ์แล้วหรือ?”
ฉีเซิ่งเห็นจ้าวไป่จือจึงรีบเรียกทัก รู้สึกสะท้านไปทั้งร่างเมื่อเห็นสายตาที่อีกฝ่ายมองมาทางตน
“ข้าเพียงมาดูว่ามีอะไรให้ช่วยหรือไม่เท่านั้น” จ้าวไป่จือตอบอย่างเรียบเฉย
ฉีเซิ่งกล่าวต่อ “สำหรับวิธีการกลั่น ฉีเอ๋อร์ไม่ยอมบอกพวกเราอยู่ดี อีกอย่าง ยังมีสตรีเหล่านี้ช่วยทำความสะอาด ไม่จำเป็นต้องมีบุรุษคอยเฝ้าตลอดเวลาหรอก หากเจ้ายังคอยวนเวียนไม่ห่าง ฉีเอ๋อร์จะหาคู่ครองได้อย่างไร?”
“หาคู่ครอง...?”
จ้าวไป่จือกล่าวทวนคำนั้นเบาๆ
“โอ้ ว่าที่ลูกเขยก็มาช่วยด้วยหรือ ฉีเอ๋อร์กำลังสอนวิธีล้างองุ่นให้พวกสาวๆตรงนั้นแน่ะ!”
หญิงสาวผู้หาญกล้านางหนึ่งอดไม่ได้ที่จะหยอกล้อจ้าวไป่จือเมื่อเห็นเขา
"ขอบคุณ" จ้าวไป่จือตอบกลับอย่างเรียบนิ่ง
“อะไรกัน เจ้ากลายเป็นว่าที่ลูกเขยตั้งแต่เมื่อไร? สาวน้อยบ้านไหนในหมู่บ้านตระกูลถังคือผู้โชคดี…”
ฉีเซิ่งเงียบเสียงไปทันทีเมื่อตระหนักว่า หญิงสาวที่คนผู้นั้นกล่าวถึงในประโยคคือ… ‘ฉีเอ๋อร์’!
ทันทีที่ตระหนักได้ดังนั้น ดวงตาของฉีเซิ่งก็เบิกกว้างราวกับระฆัง
เขาหันไปมองสหายซึ่งกำลังเดินกลับเข้าไปในบ้าน ก่อนเอ่ยวาจาติดอ่าง
“ทะ... ท่านหมายถึงถังฉี? ท่านคือคู่หมั้นของนางหรือ?”
“อืม? จะเข้าใจเช่นนั้นก็ไม่ผิด” จ้าวไป่จือกล่าวตอบด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ ก่อนจะก้าวเข้าไปในบ้าน
'สวรรค์...! มารดาเถอะ…'
ชั่วขณะนั้น ฉีเซิ่งไม่รู้จะอธิบายความรู้สึกของตนเองได้อย่างไร!
คาดว่าแม้แต่ข่าวการสิ้นพระชนม์ขององค์จักรพรรดิก็คงไม่ทำให้เขาตกใจได้เช่นนี้!
ทันใดนั้น เมื่อนึกถึงสายตาที่จ้าวไป่จือมองตนเมื่อครู่ ฉีเซิ่งก็ตัวสั่นสะท้าน ตัดสินใจว่านับจากนี้ไป เขาจำเป็นต้องรักษาระยะห่างกับถังฉีให้ชัดเจน ไม่เช่นนั้นละก็ คงไม่อาจรู้ได้ว่าชะตาของเขาจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร!
ท้ายที่สุดแล้ว จ้าวไป่จือก็น่ากลัวมากเวลาโกรธ!
“พระพุทธองค์โปรดเมตตา ข้าจะไม่มักมากในภรรยาของพี่น้อง!”
…........................
“ท่านป้าอู๋ เพียงแค่ล้างองุ่นเหล่านี้ด้วยน้ำสะอาด แต่ไม่ต้องล้างคราบขาวบนผิวองุ่น…”
ถังฉียืนอยู่ในสวนหลังบ้าน ด้านหลังนางมีบ่อน้ำที่เพิ่งขุดขึ้นมาใหม่
“ฉีเอ๋อร์ เหตุใดซื้อองุ่นแล้วต้องยุ่งยากถึงเพียงนี้? หากล้างไม่สะอาดพอ พวกมันจะทำให้ท้องไส้ปั่นป่วนอย่างนั้นหรือ?”
แม้จะกล่าวเช่นนี้ แต่นางอู๋ก็ไม่หยุดงานในมือ นางล้างผิวองุ่นด้วยน้ำสะอาดตามที่ถังฉีบอก เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีสิ่งสกปรกใดหลงเหลืออยู่ ก่อนจะนำไปตากให้แห้ง
“ท่านป้าอู๋ไม่ต้องกังวล องุ่นพวกนี้มีจุดประสงค์ แค่ทำความสะอาดตามที่ข้าบอกก็พอเจ้าค่ะ”
ถังฉีกล่าวด้วยรอยยิ้ม ดวงตาของนางโค้งดั่งพระจันทร์เสี้ยว
จ้าวไป่จือเดินเข้ามาและเห็นภาพนั้นเข้าพอดี ใจของเขาพลันเต้นไม่เป็นส่ำ ก่อนจะสงบลง มุมปากบางยกยิ้มโดยไม่รู้ตัว
สตรีกลุ่มหนึ่งล้างองุ่น ในขณะที่อีกกลุ่มหนึ่งตักน้ำจากบ่อ ทำงานร่วมกันอย่างราบรื่น
ถังฉีหยิบเหล้าขาวออกมา และบอกให้เหล่าคนงานสตรีทำความสะอาดไหสุราเพื่อฆ่าเชื้อ
แม้พวกนางจะไม่เข้าใจว่าเหตุใดถังฉีถึงต้องการให้ทำเช่นนี้ แต่ก็ทำตามคำบอกของนางอย่างพิถีพิถัน
“ท่านอยู่ที่นี่เอง ข้าทำอาหารเช้าไว้ให้ในครัวแล้วนะ”
ถังฉีลุกขึ้นยืน หันไปเห็นจ้าวไป่จือยืนอยู่ไม่ไกลพอดี
"อืม"
เมื่อได้ยินวาจาเป็นห่วงเป็นใยของสาวงาม จ้าวไป่จือจึงรู้สึกอารมณ์ดีกว่าเดิม เขาพยักหน้าให้นาง แล้วมุ่งหน้าไปที่ห้องครัว
ขณะที่ร่างสูงโปร่งลับตาไป ฉีเซิ่งก็ลอบเข้ามาจากด้านนอก หันรีหันขวางก่อนจะค่อยๆเดินมาหาถังฉีอย่างระมัดระวัง
“ฉีเอ๋อร์?”
ฉีเซิ่งยืนอยู่ตรงหน้าถังฉี ใบหน้าของเขาเผยแววจริงจังแบบเด็กๆ
“พี่ใหญ่ฉี มีอะไรหรือ?”
ถังฉีมองอีกฝ่ายด้วยสีหน้างงงวย
“ฉีเอ๋อร์ เจ้าหมั้นหมายกับราชาปีศาจผู้นั้นจริงๆหรือ? ข้าขอเตือนเจ้าไว้ก่อน ยังไม่สายหากจะเปลี่ยนใจตอนนี้ อย่าโดนรูปลักษณ์ของเขาหลอกเอาได้!”
Comments
Post a Comment