sister ep112

 ตอนที่ 112: ประเสริฐนัก



"โอ้?"

โจวเฉิงกวงตกตะลึงไปชั่วขณะ ด้วยไม่คาดคิดว่าแม้เผชิญกับสิ่งล่อใจ ถังฉีก็ปฏิเสธอย่างเด็ดขาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสิ่งของหลายชิ้นเป็นถึงของกำนัลจากองค์ฮ่องเต้!

“เจ้าไม่เสียดายบ้างหรือ?”

"ข้าไม่เสียดาย ข้าเพียงทำสิ่งที่ข้าเชื่อว่าถูกต้อง ไม่แสวงหารางวัลตอบแทนในการกระทำของตัวเอง"

ถังฉีพยักหน้าอย่างหนักแน่น สีหน้าของนางเป็นธรรมชาติและสง่างาม

"ตกลง อย่างน้อยก็รับขนมเหล่านี้กลับไปแบ่งปันกับพวกเด็กๆในหมู่บ้านของเจ้าเถอะ"

โจวเฉิงกวงไม่ได้ทำให้ถังฉีลำบากใจ และอนุญาตให้นางกลับ

“เช่นนั้นข้าขอตัวก่อน”

ถังฉีโค้งคำนับให้โจวเฉิงกวงและนายอำเภอ ก่อนจะก้าวถอยหลังและจากไปอย่างมุ่งมั่น

….......................

“ท่านลุงหม่านกุ้ย เหตุใดท่านไม่รีบบอกข้า!”

เวลานี้ ถังเจียงไม่สนใจอาการของผู้ลี้ภัยอีกต่อไป หากแต่ยืนอยู่เบื้องหน้าถังหม่านกุ้ย ใบหน้าเล็กๆของเขาเต็มไปด้วยความขุ่นเคือง

“ฉีเอ๋อร์ไม่ต้องการให้ข้าบอก เจ้าอาจจะยังเด็ก แต่ก็หุนหันพลันแล่นไม่น้อย หากเจ้าทำให้ผู้สูงส่งท่านนั้นขุ่นเคืองละก็ ไม่มีใครช่วยเจ้าได้หรอกนะ…”

ถังหม่านกุ้ยคว้าตัวถังเจียงไว้แน่น เกรงว่าความหุนหันพลันแล่นของเขาอาจทำให้ตัวเขาเองตกที่นั่งลำบาก

“ผู้สูงส่ง?”

ถังเจียงพยายามดิ้นให้หลุดจากอ้อมแขนรอบเอว แต่ในเมื่อเขามีอายุเพียงแปดขวบ จึงไม่อาจเทียบแรงของผู้ใหญ่

"แต่เขาเป็นเพียงตัวประกันของแคว้น ในสายตาของข้า... ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าความปลอดภัยของพี่ใหญ่ข้า!"

ดวงตาของถังเจียงฉายประกายเย็นเยียบ เมื่อเห็นว่าถังหม่านกุ้ยไม่ยอมปล่อย จึงดึงเข็มเงินออกมาจากเอวของตนเอง

"เจ้ามาจากหมู่บ้านตระกูลถึงใช่หรือไม่? ซื่อจื่อส่งข้าให้มาแจ้งข่าวว่าแม่นางถังจะกลับมาเร็วๆนี้ โปรดวางใจ!"

เมื่อได้เรียนรู้บทเรียนจากองครักษ์โจว ทหารที่ถูกส่งมาในครั้งนี้จึงวางตัวดีขึ้นมาก

ได้ยินดังนั้น ถังเจียงก็สงบลงทันที และพันธนาการของถังหม่านกุ้ยก็คลายลงมาก

"ดี ดี ดี! ขอบคุณใต้เท้า!"

ถังหม่านกุ้ยปล่อยมือ ผงกศีรษะและโค้งคำนับขอบคุณผู้มาแจ้งข่าว

"อืม!"

ทหารผู้นั้นมองถังหม่านกุ้ยด้วยสายตาภาคภูมิ จากนั้นจึงหันหลังและจากไป

*ตุบ*

"โอ๊ย!"

ทันใดนั้นเอง 'เจ้าก้อนแป้ง' ตัวน้อยก็วิ่งชนทหารผู้นั้น ก่อนจะล้มลงกับพื้น

"ท่านลุงถัง เสี่ยวเจียงเจ็บ!”

ใบหน้าของถังเจียงบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด ดวงตาไร้เดียงสารื้นไปด้วยน้ำตา มองดูทหารผู้นั้นราวกับกำลังกล่าวหาเขาในใจ

ทหารผู้นั้นไม่คาดคิดว่าจะถูกเด็กคนหนึ่งชนในสถานที่ห่างไกลเช่นนี้ และกำลังจะหวดแส้ใส่เขา!

"หยุดนะ!"

ถังฉีเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นแต่ไกลและรีบสาวเท้าเข้ามา ก่อนจะคุกเข่าลงเพื่อกอดถังเจียงไว้แน่นในอ้อมแขน

เมื่อเงยหน้าขึ้น สีหน้าเย็นชาของนางสบสายตากับทหารที่ถือแส้ในมือ

“ท่านองครักษ์ ไม่ทราบว่าน้องชายของข้าทำผิดอะไร ท่านถึงต้องทำรุนแรงถึงเพียงนี้?”

“อา... แม่นางถังเข้าใจผิดแล้ว เป็นน้องชายของเจ้าที่มาชนข้า ข้าเพียงตั้งใจจะสอนบทเรียนให้เขาระมัดระวังให้มากขึ้น การชนข้าน่ะไม่เท่าไร แต่หากเขาไปชนเข้ากับคนสำคัญที่ไม่ควรทำให้ขุ่นเคืองละก็…”

ทหารผู้นั้นกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งขรึม

“ขอบคุณพี่ชายองครักษ์มาก อย่างไรก็ตาม ตอนที่ข้าออกมาเมื่อครู่ ซื่อจื่อบอกข้าว่าหากข้าลำบากประการใดก็ให้ไปพบเขาได้ เช่นนั้นข้าควรพาน้องชายของข้าตามท่านไปขอโทษซื่อจื่อโดยตรงดีหรือไม่?"

ถังฉีมองทหารองครักษ์ด้วยรอยยิ้มเสแสร้ง

ท้ายที่สุดแล้ว อีกฝ่ายย่อมไม่กล้ารายงานกับซื่อจื่อจริงๆ แต่ถังฉีก็ไม่อาจทราบได้ว่าการข่มขู่ของนางจะส่งผลเสียหรือไม่

"นี่…"

เมื่อได้ยินถังฉีกล่าวเช่นนี้ ทหารก็ลดแส้ลงโดยไม่รู้ตัว

“แม่นางถัง ข้าผิดในสิ่งที่ข้าทำ น้องชายของเจ้ายังเด็ก ข้าเพียงตั้งใจจะทำให้เขากลัว ไม่มีเจตนาร้าย”

ใบหน้าของเขาเผยรอยยิ้มกระดาก

ถังฉีแค่นเสียงเย็นชา หากนางมาช้ากว่านี้ ถังเจียงคงจะได้รับบาดเจ็บอย่างแน่นอน!

“พี่ใหญ่ ข้าไม่เป็นไร เมื่อครู่ข้าเพียงเป็นห่วงท่านมาก จึงบังเอิญล้มไปชนท่านผู้นี้โดยไม่ได้ตั้งใจ”

ขณะกล่าวเช่นนี้ ใบหน้าของถังเจียงก็ดูตื่นตระหนก ดูสมวัยเด็กอายุแปดเก้าขวบอย่างสมบูรณ์แบบ
 
เมื่อเห็นดังนั้น ถังฉีก็เลิกคิ้ว

หลังจากอยู่กับถังเจียงมาหลายปี นางก็รู้ดีว่าเขาเป็นคนเช่นไร

การที่เขากล่าวเช่นนี้ ชัดเจนว่าเขาไม่ต้องการให้เรื่องราวบานปลาย

แต่เมื่อฉุกคิดขึ้นได้ ถังฉีจ้องมองถังเจียงตาเขม็ง จนมั่นใจว่าเจ้าตัวแสบน้อยกำลังก่อเรื่องอีกครั้ง!

ไม่เช่นนั้นแล้ว เด็กที่สุขุมเยือกเย็นอย่างเขา จู่ๆจะวิ่งไปชนคนโดยไม่มีเหตุผลได้อย่างไร?

“ฉีเอ๋อร์ เจ้าโชคดีจริงๆ ตอนนี้เมื่อมีซื่อจื่อคอยสนับสนุน เจ้าก็ไม่ต้องกังวลว่าจะถูกผู้ใดรังแกอีกแล้ว”

แม้ไม่ทราบเรื่องราว แต่ถังหม่านกุ้ยก็เริ่มมีความกล้าเมื่อได้ยินถังฉีกล่าวว่าซื่อจื่อจะคอยช่วยเหลือนาง

ได้ยินดังนั้น ทหารผู้นั้นก็เผยสีหน้ากระดาก

สายตาจับจ้องไปยังใบหน้าที่เปล่งประกายอย่างงดงามของถังฉี ยิ่งทำให้หัวใจของเขาตื่นตระหนกมากขึ้น

“แม่นางถัง นี่คือเงินสิบตำลึง เพื่อชดเชยให้น้องชายของเจ้า ข้าหวังว่าเจ้าจะยกโทษให้ข้าในครั้งนี้”

“พี่ใหญ่ เงินเยอะมากเลย! ซื้อถังหูลู่*ให้เสี่ยวเจียงได้ตั้งหลายไม้! จะได้ซื้อกลับไปฝากน้องห้าด้วย…”

* 糖葫芦 ถังหูลู่ แปลว่า น้ำเต้าเคลือบน้ำตาล แต่เดิมทำมาจาก 'ซานจา' หรือพุทราป่า นำมาเสียบไม้เคลือบน้ำตาลจนมันเงาแวววาว เชื่อกันว่าเป็นของกินเล่นมงคลที่จะนำโชคลาภร่ำรวยมาให้

เมื่อกล่าวจบ ถังเจียงก็ยื่นมือนวลเนียนเล็กๆออกมานับนิ้ว ราวกับกำลังคำนวณว่าเงินเท่านี้จะสามารถซื้อถังหูลู่ได้กี่ไม้

“ถ้าอย่างนั้น ข้าและน้องชายคงต้องยอมรับคำขอโทษของพี่ชายองครักษ์อย่างไม่เต็มใจนัก”

จากนั้นถังฉีก็ยิ้มให้อีกฝ่าย และรับตำลึงเงินจากมือของเขา

ใบหน้าของทหารผู้นั้นเผยความรำคาญ แต่เมื่อนึกถึงท่าทีของซื่อจื่อที่มีต่อสตรีผู้นี้ เขาก็ซ่อนความโกรธไว้

เป็นเพียงสาวบ้านนอกที่ตื่นตาตื่นใจกับเงินทอง สักวันหนึ่งที่ซื่อจื่อหมดความสนใจในตัวนาง ก็ไม่สายเกินไปที่จะกลับมาทวงหนี้แค้นพร้อมดอกเบี้ย!

เมื่อตัดสินใจได้แล้ว เขาก็โค้งคำนับถังฉี

“แม่นางถัง วันข้างหน้ายังอีกยาวไกล เราจะได้พบกันใหม่!”

มองดูร่างที่คล้อยหลังไปของทหารผู้นั้น จิตสังหารก็ฉายวาบขึ้นมาในดวงตาของถังเจียง

ทันใดนั้นเอง เขาก็รู้สึกเจ็บแปลบที่ติ่งหู

“นี่แน่ะ น้องเจียง เจ้าก่อเรื่องอะไรอีกแล้ว? ข้าไม่อยู่แค่ครู่เดียวเท่านั้น!”

ถังฉีบีบหูของถังเจียงอย่างไม่ตั้งใจ

หากนางมาไม่ทันเวลาจนเขาโดนฟาดด้วยแส้ นางคงรู้สึกเจ็บปวดไม่น้อย!

“ฉีเอ๋อร์ เสี่ยวเจียงแค่เป็นห่วงเจ้าจนไม่มองให้ดี ถึงวิ่งไปชนกับท่านองครักษ์”

ถังหม่านกุ้ยก็เป็นห่วงมากเช่นกัน เพราะถังเจียงเป็นเด็กที่ประเสริฐนัก!


 

--- จบตอน ---

Comments