sister ep113

 ตอนที่ 113: สตรีที่โดดเด่น



ถังฉีมองถังเจียง ก่อนจะปล่อยมือจากเขา

“ท่านลุงหม่านกุ้ย ข้าเข้าใจแล้ว ท่านไปแจกจ่ายโจ๊กให้พวกผู้ลี้ภัยต่อเถอะเจ้าค่ะ”

“ได้ๆได้ พวกเจ้าพี่น้องก็พูดคุยกันดีๆล่ะ”

เมื่อเห็นดังนั้น ถังหม่านกุ้ยก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก ก่อนจะรีบกลับไปแจกจ่ายโจ๊กให้กับผู้ลี้ภัย

"พี่ใหญ่…"

ถังเจียงเงยหน้าขึ้น จ้องมองถังฉีพลางน้ำตารื้น

“ฮึ่ม คนอื่นอาจไม่รู้จักเจ้า แต่เจ้าคิดว่าข้าไม่รู้หรือ? เจ้าไม่เคยอดอยากจนตาลุกวาวกับเงินแค่นี้ด้วยซ้ำ!”

ถังฉียื่นมือมาบีบจมูกเล็กๆของถังเจียง ก่อนจะวางเงินสิบตำลึงไว้บนมือของเขา

"เอ้า เงินทั้งหมดนี้ให้ไว้ทำขวัญ จากคนโง่ตัวใหญ่เมื่อครู่! ค่ำนี้เมื่อเจ้ากลับไป ฝากซื้อถังหูลู่สำหรับน้องห้าและคนอื่นๆด้วย!"

ถังฉีตำหนิอย่างเย็นชา

“พี่ใหญ่ ข้าเพียงเป็นห่วงความปลอดภัยของท่าน ข้าจะปล่อยให้คนพวกนั้นรังแกท่านง่ายๆได้อย่างไร?”

ถังเจียงกล่าวพลางทำแก้มตุ่ย

หัวใจของถังฉีอ่อนยวบลงทันที

“เด็กโง่ พี่ใหญ่รู้ว่าเจ้าเป็นห่วงมาก แต่เจ้าก็ต้องนึกถึงตัวเองด้วย หากเจ้าเจ็บตัวหรือเป็นอะไรขึ้นมา พี่ใหญ่จะไม่กังวลและเสียใจไปด้วยหรือ?”

ถังฉีกล่าวอย่างอ่อนโยน

"ตั้งแต่วันที่เจ้าเข้ามาในบ้านของเรา ในใจของข้า เจ้าก็เหมือนถังซานและคนอื่นๆเป็นน้องชายแท้ๆของข้า"

"พี่ใหญ่…"

ดวงตาของถังเจียงแดงขึ้นเล็กน้อย แต่ก็สงบสติอารมณ์ได้อย่างรวดเร็ว เขาเผยอปากราวกับต้องการจะกล่าวอะไรบางอย่าง แต่แล้วก็ปิดปากแน่นอีกครั้ง ขัดแย้งกับสายตา

“เอาละ ไปตรวจอาการผู้ลี้ภัยต่อเถอะ พวกเขาทรมานมามากแล้ว”

ถังฉีหันหน้าไปทางอื่น เห็นผู้ลี้ภัยบางคนได้รับโจ๊กแล้วรีบกลืนลงไปโดยไม่สนใจว่าจะร้อนเพียงใด

การมีชีวิตรอดเป็นเหตุผลเดียวที่พวกเขาต้องทำ!

"ขอรับ!"

เมื่อเห็นว่าถังฉีไม่มีท่าทีรำคาญ ถังเจียงก็ผ่อนคลาย สูดหายใจเข้าลึกๆ และกลับไปทำหน้าที่ดังเดิมอย่างมีความสุข เริ่มตรวจอาการผู้ลี้ภัย

…...............

ในโรงน้ำชา 

โจวเฉิงกวงเพิ่งเห็นทหารที่เขาส่งออกไปกลับมา

“จัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้วใช่หรือไม่?”

"เรียนซื่อจื่อ ข้าน้อยอธิบายทุกอย่างให้ครอบครัวของแม่นางถังฟัง และนางก็กลับไปถึงแล้วขอรับ"

ทหารผู้นั้นรีบรายงานด้วยสีหน้าจริงจัง ไม่คิดว่าแม่นางถังจะมีความสำคัญในสายตาของซื่อจื่อถึงเพียงนี้!

เขารู้สึกโล่งใจเล็กน้อยที่ไม่ได้ทำเรื่องรุนแรงลงไป

“อืม เจ้าไปที่…”

ขณะที่โจวเฉิงกวงกำลังจะออกคำสั่งต่อไป ทหารผู้นั้นที่เมื่อครู่ดูปกติดี จู่ๆ ก็เริ่มเกาตัวเองอย่างควบคุมไม่ได้

“คันเหลือเกิน…”

ทหารกล่าวด้วยสีหน้าเจ็บปวด แม้ทราบแก่ใจว่าไม่ควรเสียกิริยาต่อหน้าซื่อจื่อ แต่เขาก็ไม่อาจควบคุมตัวเองได้!

เวลานี้ เขาอยากจะตายให้รู้แล้วรู้รอด!

"อะไรกัน?"

นายอำเภอผงะเมื่อเห็นอาการของทหารองครักษ์ ไม่คาดคิดว่าคนของซื่อจื่อจะเป็นเช่นนี้...

ชั่วขณะนั้น เขาเริ่มรู้สึกราวกับมีฝูงมดมากมายมหาศาลกำลังกัดกินกระดูกของเขา!

ทีแรกนั้น นายอำเภอก็พยายามสงบสติอารมณ์ แต่เพียงสองสามอึดใจให้หลัง เขาก็เริ่มเกาตามเสื้อผ้าเหมือนทหารผู้นั้น

สีหน้าของโจวเฉิงกวงพลันเคร่งขรึม ด้วยความมุ่งมั่นอันแรงกล้า เขาจึงพยายามควบคุมตัวเองอย่างสุดความสามารถ

จากนั้น เขาก็เงยหน้าขึ้นด้วยสีหน้าเยือกเย็น ขณะเฝ้าดูทหารองครักษ์กลิ้งไปบนพื้นด้วยความเจ็บปวด

"พาเขาออกไป!"

โจวเฉิงกวงสั่งการอย่างเย็นชา

เขาไม่ใช่คนโง่ จึงคาดเดาได้ว่า อีกฝ่ายต้องไปทำให้ใครบางคนขุ่นเคืองมาเมื่อครู่!

และเขาก็ถูกหมายหัวไปด้วย!

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่กล้าวางแผนทำร้ายเขา นับว่าใจกล้ายิ่งนัก!

ทันทีที่สิ้นเสียงของโจวเฉิงกวง ร่างสองร่างในชุดสีดำก็ปรากฏออกมาจากมุมหนึ่ง ก่อนจะลากทหารผู้นั้นออกไป

แล้วพวกเขาก็หายไปราวกับไม่เคยอยู่ที่นี่มาก่อน

"ไปตามหมอมารักษานายอำเภอ!"

หลังจากกล่าวเช่นนี้ โจวเฉิงกวงก็จากไปพร้อมใบหน้าซีดเผือด

หลังจากกลับมาถึงห้องพัก โจวเฉิงกวงรีบอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า อาการคันเหมือนมดกัดทุเลาลงหลังจากอาบน้ำเย็น

“พาองครักษ์ผู้นั้นมาพบข้า!”

โจวเฉิงกวงนั่งลงบนเก้าอี้ สีหน้าของเขาดูเคร่งขรึมอย่างยิ่ง ประหลาดใจที่เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่าหลังจากที่เขามาถึงเมืองชิงเหลียงได้ไม่นาน

ในไม่ช้า ทหารผู้นั้นก็ถูกหามเข้ามาราวกับสุนัขที่ตายแล้ว

นอกจากคำว่า 'สยดสยอง' คงไม่อาจอธิบายสภาพของเขาได้ดีกว่านี้

ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยผิวหนังที่ถลอกปอกเปิก เห็นได้ชัดว่าไม่มีผิวหนังบริเวณใดที่อยู่ในสภาพสมบูรณ์

เสื้อผ้าสีดำของเขาก็มีคราบเลือดฝังลึกเช่นกัน

"ซื่อจื่อ!"

เมื่อเห็นโจวเฉิงกวง ทหารผู้นั้นก็แสดงสีหน้าหวาดกลัว

“เจ้าเจออะไรผิดปกติตอนออกไปข้างนอก หรือทำให้ใครขุ่นเคืองหรือไม่?” 

โจวเฉิงกวงเขม็งมองเขาอย่างเย็นชา

“เรียนซื่อจื่อ ข้าน้อยเพียงไปแจ้งชาวบ้านเรื่องแม่นางถังเท่านั้น ไม่ได้ไปมีเรื่องกับผู้ใดเลยขอรับ!”

สดับวาจาองครักษ์ก็ยังคิดไม่ตก ไม่อาจนึกถึงใครที่เขาอาจทำให้ขุ่นเคือง...

“แน่ใจใช่หรือไม่? ว่าเจ้าไปแจ้งข่าวเรื่องแม่นางถังเพียงอย่างเดียว ไม่มีอะไรอื่น?”

ใบหน้าอันละเอียดอ่อนของโจวเฉิงกวงพลันแสยะยิ้ม

“ขอรับ ข้าน้อยไม่บังอาจปิดบังซื่อจื่อ… แต่ว่า... ระหว่างทางกลับ น้องชายของแม่นางถังบังเอิญชนข้า แต่ข้าก็ชดใช้ด้วยเงินไปแล้ว…”

สุ้มเสียงขององครักษ์สั่นเครือ

“ไปรับการลงโทษเสีย!”

โจวเฉิงกวงโบกมือ และผู้ใต้บังคับบัญชาก็พาทหารผู้นั้นออกไป

“แม่นางถัง เดิมทีข้าคิดว่าเจ้าเป็นเพียงสตรีที่โดดเด่น แต่กลับกลายเป็นว่า ครอบครัวของเจ้าก็พิเศษไม่แพ้กัน”

โจวเฉิงกวงพึมพำเบา ๆ มุมปากของเขาโค้งขึ้นเล็กน้อย ราวกับว่าเขาค้นพบบางสิ่งที่น่าสนใจอย่างยิ่ง

…............

"ขอบคุณท่านหมอฉี!"

ทันใดนั้น น้ำเสียงเหนื่อยล้าของนายอำเภอดังขึ้นในหอตำรา

“ไม่จำเป็นต้องขอบคุณ ท่านนายอำเภอ มันคือหน้าที่ของข้า” ฉีเซิ่งกล่าวด้วยสีหน้าอ่อนโยน

เมื่อตรวจอาการนายอำเภอ เขาก็คาดเดาสาเหตุได้แล้ว

"ท่านหมอฉีช่างน่ายกย่องนัก สามารถรักษาได้ทุกอย่างจริงๆ!"

นายอำเภอแสดงสีหน้าหวาดหวั่น ราวกับว่าเขายังคงถูกหลอกหลอนด้วยความรู้สึกที่ยากจะทานทนก่อนหน้านี้

โจวเฉิงกวงกำลังเดินกลับไปที่ห้องเพื่อพักผ่อน เมื่อผ่านหอตำรา ทันใดนั้น เขาก็ได้ยินสุ้มเสียงของ ‘ท่านหมอฉี’ จึงชะงักฝีเท้า

"นายอำเภอ ท่านแค่ต้องพักผ่อนให้มากสักสองสามวัน และหลีกเลี่ยงอาหารรสเผ็ด แล้วท่านจะหายดีเป็นปลิดทิ้ง"

เมื่อรักษาเสร็จสิ้น ฉีเซิ่งโค้งคำนับนายอำเภอ และกำลังจะออกจากห้องพร้อมกับกระเป๋ายาของตน

"ท่านหมอฉี โปรดรอก่อน! ไม่ได้พบกันนาน ไม่คิดว่าจะได้เจอท่านในเมืองชิงเหลียงเล็กๆแห่งนี้"

โจวเฉิงกวงกล่าวอย่างเฉยเมย น้ำเสียงของเขาไร้ความยินดีที่ได้พบอีกฝ่ายอีกครั้ง

"โอ้ ไม่คิดว่าท่านหมอฉีจะเคยพบซื่อจื่อมาก่อน!"

 


 

--- จบตอน ---

Comments