ตอนที่ 117: ความจริงใจ
“เด็กคนนี้... เฮ้อ...”
ได้ยินดังนั้น ถังอู่หัวเราะอย่างจนใจ ด้วยไม่เชื่อว่ามีดเล่มเล็กๆของถังฉีจะคมสักเพียงใด
“ท่านอาถัง ข้ายอมมอบฮว่านหลงของข้าให้ท่าน ส่วนท่านก็มอบมีดที่ฉีฉีจะมอบให้เป็นการตอบแทนเป็นอย่างไร”
จ้าวไป่จือวางกับดักถังอู่
“ฮว่านหลง*?”
* ฮว่านหลง (幻龙 Huàn lóng) แปลว่า มังกรมายา
ถังอู่รู้สึกตื่นเต้นเมื่อได้ยินสองคำนี้ ทั้งยังคิดว่าตนหูฝาด จึงรีบขอคำยืนยันจากจ้าวไป่จือ
“ท่านอาถัง ท่านได้ยินถูกต้องแล้ว ฮว่านหลงที่ข้าใช้มาตลอดหลายปี”
จ้าวไป่จือกล่าวจบก็แสดงสีหน้าไม่เต็มใจอย่างเห็นได้ชัด
“ดี เช่นนั้นข้าจะ...”
เขากำลังจะตกลงแลกเปลี่ยน ทว่าถังซานขัดจังหวะ
“ท่านพ่อ ท่านจะแลกของที่พี่ใหญ่มอบให้เราโดยไม่แม้แต่จะมองเลยหรือ?”
ถังซานกระวนกระวาย ฝ่ายหนึ่งคือบิดา อีกฝ่ายก็คือว่าที่พี่เขยผู้สอนวรยุทธ์ให้พวกเขา
เขาไม่คิดจะล่วงเกินฝ่ายใด แต่เขาก็ไม่ต้องการให้บิดานึกเสียใจในภายหลัง
ท้ายที่สุดแล้ว ผู้ใดจะทราบว่าถังฉีมีมีดกี่เล่ม และเมื่อพิจารณาถึงความคมของพวกมัน ก็คล้ายจะหาได้ยากยิ่ง!
"แต่ว่า..."
ถังอู่ผู้ซึ่งหมกมุ่นกับโอกาสที่จะได้รับฮว่านหลงมาครอง ก็ลังเลเมื่อได้ยินวาจาของบุตรชาย
“ท่านพ่อ เหตุใดท่านไม่ลองพิสูจน์ดูก่อนล่ะ ว่ามีดพับหรือฮว่านหลงของเขาอะไรจะดีกว่ากัน?”
ถังฉีเหลือบมองจ้าวไป่จือ ด้วยรู้ดีว่าคนอย่างเขาจะไม่ทำข้อตกลงที่เสียเปรียบ
"ก็ได้ ก็ได้!"
ถังอู่คล้ายจะตระหนักถึงบางสิ่ง เขารีบหยิบมีดพับสวิสขึ้นมา ทันใดนั้น สัมผัสของโลหะก็แผ่ซ่านไปทั่วฝ่ามือ
แม้มีดเล่มนี้จะดูแปลกตา แต่ความรู้สึกของมันเมื่ออยู่ในมือนั้นน่าประทับใจไม่น้อย!
และดูถนัดมือยิ่งกว่ามีดสั้นและอาวุธอื่นๆที่เขาเคยใช้มาก่อน!
“ท่านพ่อลองดู มีดเล็กๆเล่มนี้มีประโยชน์ตั้งหลายอย่าง!”
ถังซานสาธิตการใช้งานต่างๆของมีดเล่มเล็กอย่างกระตือรือร้น
"เป็นการผสมผสานที่ช่างลงตัวนัก! แม้แต่ช่างที่มีฝีมือล้ำเลิศที่สุดก็ไม่สามารถออกแบบอย่างละเอียดอ่อนเช่นนี้ได้!"
ถังอู่ตกหลุมรักมีดพับเล่มเล็กๆในมือทันที!
"ท่านพ่อ มีดเล่มนี้เหมาะกับการเดินป่ามากกว่า เวลานี้มีผู้ลี้ภัยมากมาย ใครจะรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ดังนั้นหากท่านพกมีดพับเล่มนี้ติดตัวไปด้วย ข้าก็จะสบายใจขึ้นมาก"
ในยุคปัจจุบันที่ถังฉีจากมา เนื่องจากภัยพิบัติที่มาเยือนอย่างกะทันหัน นางจึงจัดหามีดพับสวิสที่ทันสมัยที่สุดจำนวนหนึ่งผ่านเครือข่ายของตนเอง ใบมีดไม่เพียงคมกริบและทนทาน แต่ยังมีไฟฉายอีกด้วย
ถังฉีจึงอธิบายวิธีใช้ไฟฉายให้ทุกคนฟัง
ไม่เพียงพี่น้องตระกูลถัง แม้แต่ถังอู่และจ้าวไป่จือก็รู้สึกสนใจไม่น้อย
"ฉีฉี นอกจากพวกเราในห้องนี้แล้ว สมบัติพวกนี้จะให้ใครล่วงรู้ไม่ได้ ไม่เช่นนั้นเจ้าคงต้องเจอปัญหาไม่รู้จบ"
จ้าวไป่จือมองถังฉีอย่างจริงจัง
“ข้ารู้ เพราะทุกคนคือครอบครัวของข้า ข้าถึงแบ่งปันทุกอย่างที่ข้ามีโดยไม่หวงแหน”
ถังฉีกล่าวอย่างใจเย็น ทว่าสายตาของนางดูหนักแน่นเป็นพิเศษ
"พี่ใหญ่ไม่ต้องกังวล ตราบใดที่เราอยู่ที่นี่ จะไม่มีใครรังแกท่านได้! เราจะตั้งใจฝึกวรยุทธ์ให้หนักขึ้น!"
หลังจากวางมีดพับสวิสอย่างระมัดระวัง ถังซานก็มองไปยังถังฉีด้วยสายตามุ่งมั่น
"ใช่แล้ว ต่อจากนี้ไป เราจะฝึกฝนวรยุทธ์อย่างขยันขันแข็ง!"
พี่น้องตระกูลถังต่างให้คำมั่นเป็นเสียงเดียวกัน
“ข้าก็อยากศึกษาเรื่องพิษเพิ่มเติมเพื่อให้พี่ใหญ่ใช้ป้องกันตัว!” ถังเจียงก็กล่าวอย่างเคร่งขรึมเช่นกัน
เมื่อได้ยินวาจาของน้องชาย ถังฉีรู้สึกอบอุ่นในหัวใจ
การทุ่มเทตลอดหลายปีของนางช่างคุ้มค่านัก
ถังอู่ให้คำแนะนำเพิ่มเติมเล็กน้อย ก่อนจะกลับไปที่ห้องของตนเพื่อพักผ่อน
ค่ำคืนผ่านไปอย่างไร้เหตุการณ์ใดๆ
เมื่อถังฉีตื่นขึ้นมา จันทรายังคงแขวนดวงอยู่บนฟ้า ขณะที่นางกำลังเทข้าวลงในหม้อ ผู้นำตระกูลและหลี่เจิ้งก็มาเยือน
พวกเขาถือตะกร้าคนละใบ
"ได้ยินมาว่าคุณชายจ้าวได้รับบาดเจ็บ เมื่อวานเห็นว่าดึกมากแล้ว จึงไม่ได้มารบกวน"
ผู้นำตระกูลกล่าวด้วยสีหน้ารู้สึกผิด
จากนั้นก็วางตะกร้าลงใกล้ๆ
"นี่เป็นไข่จากบ้านของข้าเอง ส่วนตะกร้าอีกใบเป็นแม่ไก่ที่เจ้าเฒ่าหลี่เชือดมาให้ คุณชายจ้าวจะได้กินเพื่อบำรุงร่างกาย"
ท้ายที่สุดแล้ว จ้าวไป่จือก็ไม่ใช่คนของหมู่บ้านตระกูลถัง แต่เป็นแขกในบ้านของถังฉี
เวลานี้เขาได้รับบาดเจ็บเพราะช่วยปกป้องหมู่บ้าน ในฐานะผู้นำตระกูลและผู้นำหมู่บ้าน พวกเขาจึงต้องมาขอบคุณด้วยตนเอง
“ท่านปู่ผู้นำตระกูล ไม่จำเป็นต้องลำบากเลย ในช่วงเวลาคับขันเช่นนี้ พวกท่านนำของกลับไปใช้สอยเถอะเจ้าค่ะ!”
ถังฉีรีบพยายามคืนตะกร้าให้พวกเขา
“ไม่เป็นไร ฉีเอ๋อร์ หากวันนี้เราเอาตะกร้าทั้งสองใบกลับไป เราจะเอาหน้าแก่ๆของเราไปไว้ที่ไหน”
ผู้นำตระกูลรีบส่ายศีรษะ
"ใช่แล้ว เจ้าเองก็รู้สภาพของหมู่บ้านตระกูลถังดี แค่ตะกร้าไก่กับไข่ ไม่ได้มากมายอะไรเลย"
หลี่เจิ้งที่ยืนอยู่ข้างๆออกความเห็น
ขณะที่พวกเขากำลังคุยกัน ถังอู่และจ้าวไป่จือก็ออกมาจากห้องของตนเอง
เมื่อเห็นจ้าวไป่จือดูมีชีวิตชีวาและปลอดภัยดี ผู้นำตระกูลและหลี่เจิ้งก็เชื่อในสิ่งที่ถังฉีเพิ่งกล่าว
พวกเขารีบเดินเข้ามาถามไถ่อย่างอบอุ่น และเบาใจลงเมื่อจ้าวไป่จือยืนยันว่าไม่ได้รับบาดเจ็บสาหัส
"คุณชายจ้าว แขนของท่านบาดเจ็บอยู่ วันนี้อย่าเพิ่งไปที่ทางเข้าหมู่บ้านเลย และบ้านนี้ก็ไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินเป็นการชดเชยด้วย"
ผู้นำตระกูลกล่าวอย่างจริงจัง ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาและหลี่เจิ้งได้หารือกันแล้วเมื่อวานนี้
“ไม่จำเป็น คนพวกนั้นไม่ใช่ผู้ลี้ภัย อาจเกิดเรื่องขึ้นอีกก็ได้ และถ้าเราไม่อยู่ที่นั่น ชาวบ้านก็คงต้านพวกเขาไม่ไหว”
ถังอู่กล่าวอย่างจริงจัง จากนั้นจึงเล่าถึงความเป็นไปได้ที่พวกเขาหารือกัน
ผู้นำตระกูลและหลี่เจิ้งต่างตระหนักถึงความร้ายแรงของสถานการณ์ จึงไม่ได้ยืนกรานคัดค้านเจตนารมณ์ของพวกเขาที่จะไปเฝ้าทางเข้าหมู่บ้าน
"อา ช่างมองการณ์ไกลยิ่งนัก! หลังจากนี้ ข้าจะจัดชาวบ้านที่มีร่างกายกำยำให้ลาดตระเวนรอบๆ เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีใครบุกรุกเข้ามาอีก"
หลังจากให้คำแนะนำเล็กน้อยแก่ถังฉีและทิ้งตะกร้าทั้งสองใบไว้ ผู้อาวุโสทั้งสองก็รีบออกไป
หลังอาหารเช้า ชาวบ้านหลายคนมาที่บ้านของถังฉีและช่วยกันขนย้ายธัญพืชออกจากห้องเก็บของ ก่อนจะมุ่งหน้าไปยังเมืองชิงเหลียง
ระหว่างทาง ถังฉีสังเกตเห็นว่า วันนี้มีผู้ลี้ภัยเพิ่มขึ้นมากกว่าเมื่อวาน!
อาจเป็นเพราะพวกเขาได้ยินว่ามีการแจกโจ๊กที่นี่
ผู้ลี้ภัยกลุ่มนี้ดูยากจนข้นแค้นยิ่งกว่าที่นางเห็นเมื่อวาน โดยเฉพาะเสื้อผ้าของเหล่าสตรี ที่แทบจะคลุมตัวพวกนางไม่มิด
ถังฉีขมวดคิ้ว
เมื่อเห็นเกวียนเทียมวัว ความหวังก็ฉายขึ้นในดวงตาของผู้ลี้ภัย แต่ไม่มีผู้ใดกล้าขวางทาง
คล้ายจะรู้ว่าธัญพืชเหล่านี้มีไว้เพื่อแจกจ่ายเป็นโจ๊กสำหรับพวกเขา
“เร็วเข้าเถอะ!”
Comments
Post a Comment