sister ep118

 ตอนที่ 118: พี่ใหญ่ ท่านเข้าไปไม่ได้!



ถังฉีเพิ่งมาถึงจุดแจกจ่ายโจ๊กที่เดิมกับเมื่อวาน และสังเกตเห็นผู้ลี้ภัยจำนวนมากเริ่มเข้าแถวแล้ว

แผงโจ๊กของทางการก็คึกคักไม่แพ้กัน

ถังฉีเงยหน้ามองท้องฟ้า ตั้งใจว่าหลังจากนี้จะเข้าเมืองเพื่อไปดูว่านางสามารถซื้อเสื้อผ้าจากร้านขายผ้าได้มากเพียงใด

ด้วยประสบการณ์จากเมื่อวาน กระบวนการของวันนี้จึงเร็วขึ้นมาก

เมื่อรุ่งสาง โจ๊กชุดแรกก็พร้อมแล้ว ชาวบ้านตักใส่ชามไม้ไผ่ที่สะอาดสะอ้านและเริ่มปรุงชุดที่สองทันที

ทอดมองข้าวสารถูกเทลงในหม้อ ถังฉีตระหนักว่านี่คือความหวังสำหรับผู้ลี้ภัยที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป...

เมื่อเห็นว่าที่นี่ไม่มีปัญหาใดๆ ถังฉีจึงไปที่แผงโจ๊กของทางการ เพื่อแจ้งความต้องการกับเจ้าหน้าที่ทางการของที่ว่าการอำเภอ

"แม่นางถัง ท่านนายอำเภอสั่งว่าท่านสามารถผ่านประตูเมืองได้ทุกเมื่อ" เจ้าหน้าที่ทางการกล่าวด้วยความกระตือรือร้น

แม้พวกเขาจะไม่รู้ว่าเหตุใดนายอำเภอจึงสั่งการเช่นนั้น แต่งานของพวกเขาก็คือการปฏิบัติตามคำสั่ง

“เช่นนั้นก็ขอบคุณพี่ชายมาก!”

แม้ถังฉีไม่อาจคาดเดาเหตุผล แต่ในเมื่อนายอำเภอเปิดประตูอำนวยความสะดวกให้นางแล้ว นางก็ไม่มีเหตุผลให้เกรงใจ!

จากนั้น นางหยิบตั๋วเงินมูลค่าสองร้อยตำลึงออกมาจากถุงเงินแล้วส่งให้เจ้าหน้าที่ทางการของอำเภอ

"นี่..."

เจ้าหน้าที่ทางการชั้นผู้น้อยไม่เคยเห็นเงินมากมายขนาดนี้มาก่อนในชีวิต ไม่รู้ว่าถังฉีต้องการอะไร และเขาก็ไม่กล้าเอื้อมมือไปรับ

"รบกวนพี่ชายแล้ว เงินนี้สำหรับซื้อเสื้อผ้าให้พวกสตรีและเด็ก แน่นอนว่าท่านยังสามารถไปตามจวนของตระกูลใหญ่ๆ หรือบ้านเรือนทั่วไปเพื่อซื้อเสื้อผ้าเก่าที่ไม่ใช้แล้วของพวกเขาก็ได้"

หลังจากกล่าวเช่นนี้ ถังฉียัดตั๋วเงินเข้าไปในอกเสื้อของเจ้าหน้าที่ทางการทันที

ใช่ว่านางตระหนี่ แต่เพราะมีจำนวนผู้ลี้ภัยมากเกินไป แม้นางจะมอบทรัพย์สินทั้งหมดให้ นางจะสามารถช่วยผู้ลี้ภัยได้สักกี่คน?

ยิ่งไปกว่านั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับผู้ลี้ภัยในตอนนี้ คือการมีอาหารและเครื่องนุ่งห่มที่อบอุ่นเพียงพอ

"ส่วนที่เหลือ ท่านก็เก็บไว้เป็นค่าน้ำร้อนน้ำชาของตัวเองนะเจ้าคะ"

ถังฉีไม่ลืมที่จะใช้ไหวพริบ แม้ว่าคนเหล่านี้จะได้รับคำสั่งจากนายอำเภอแล้วก็ตาม

"ข้าไม่ควร...”

เจ้าหน้าที่ทางการละล่ำละลัก

"พี่ชาย การซื้อเสื้อผ้าจำนวนมากต้องใช้กำลังคน ต่อให้เป็นท่าน ท่านก็คงช่วยเหลือผู้อื่นเช่นกัน นี่เป็นเพียงน้ำใจเล็กๆน้อยๆ แทนคำขอบคุณจากข้า!"

ถังฉียืนกราน วางก้อนตำลึงเงินไว้ในมือของคนผู้นั้น

เมื่อเห็นเด็กสาวมุ่งมั่นไม่ย้อท้อ เจ้าหน้าที่ทางการก็ไม่ลังเลอีกต่อไป ยินยอมรับก้อนตำลึงเงินในที่สุด

“แม่นางถังวางใจเถอะ การช่วยเหลือผู้ลี้ภัยถือเป็นประโยชน์ต่อบ้านเมือง ข้าจะแจ้งให้นายอำเภอทราบทันที!”

เจ้าหน้าที่ทางการกล่าวอย่างขึงขัง หันไปกำชับสหายคนหนึ่งก่อนจะมุ่งหน้าไปยังประตูเมือง ชั่วครู่หนึ่ง ประตูด้านข้างก็ถูกเปิดออก และเงาร่างของคนผู้นั้นก็ลับตาไป

“ท่านไม่กลัวว่าเขาจะใช้ประโยชน์จากตำแหน่งของตัวเองหรือ?”

ถังเจียงเงยหน้าขึ้นมองพี่สาวอย่างสงสัย

“ไม่หรอก ในเมื่อนายอำเภอให้เขาเป็นผู้ส่งข่าวให้เรา นั่นหมายความว่านายอำเภอต้องเชื่อใจเขาไม่น้อย”

ถังฉีกล่าวอย่างจริงจัง ดวงตาฉายแววมั่นใจ

นางตัดสินผู้คนได้แม่นยำเสมอ และนอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ทางการผู้นั้นยังมีรัศมีสีแดงจางๆเหนือศีรษะ ไม่ใช่รัศมีสีดำที่เป็นบ่งบอกถึงลางร้าย

ยิ่งไปกว่านั้น จากใบหน้าของคนผู้นั้น เขาก็ดูเป็นคนที่ซื่อสัตย์คนหนึ่ง

"แม่นางถัง ข้าแซ่หลิวจะทำให้งานนี้ให้สำเร็จลุล่วง!"

เจ้าหน้าที่ทางการแซ่หลิวตบหน้าอกตนเอง ก่อนจะมุ่งหน้าไปที่ประตูเมือง

ทันทีหลังจากนั้น ถังฉีกลับไปที่จุดแจกจ่ายโจ๊กและบอกเหล่าสตรีที่เสื้อผ้าขาดวิ่นว่า วันนี้นางจะแจกเสื้อผ้าให้พวกนาง และบอกพวกนางให้รออยู่บริเวณนี้

สตรีที่สวมเสื้อผ้าขาดวิ่นจนแทบเปิดเผยเนื้อหนังมังสา จำต้องมาอยู่ต่อหน้าผู้อื่นก็เพื่อความอยู่รอด!

สดับวาจาของถังฉี ความซาบซึ้งสุดใจก็ปรากฏบนใบหน้าของพวกนาง

ทุกคนต่างตั้งใจที่จะรออยู่ใกล้ๆอย่างกระตือรือร้น

เวลาเที่ยงวัน ถังฉีเห็นประตูเมืองถูกเปิดออก และเกวียนเทียมวัวก็ค่อยๆขับออกมา แต่ละเล่มเต็มไปด้วยสิ่งของมากมาย

"แม่นางถัง นี่เป็นเสื้อผ้าเก่าที่ข้าซื้อมาจากจวนตระกูลใหญ่ เมื่อได้ยินว่าเรามาหาซื้อของเพื่อช่วยเหลือผู้ลี้ภัย พวกเขาก็ไม่แม้แต่จะเก็บเงินด้วยซ้ำ!"

"ส่วนนี่เป็นเสื้อผ้าที่ถูกที่สุดที่ข้าซื้อจากร้านขายผ้า มีทั้งชุดของคนเฒ่าคนแก่และเด็ก ราคาดีมากทีเดียว เงินที่ท่านให้ยังใช้ไม่หมดเลย!"

เจ้าหน้าที่ทางการหลิวยิ้มแย้มอย่างมีความสุข เผยฟันหน้าซี่ใหญ่

ความอิ่มเอมใจปรากฏบนใบหน้าของถังฉี ไม่ว่ายุคสมัยใด จิตใจของผู้คนก็ยังเอื้อเฟื้อในยามคับขัน

“ดีจริงๆ อีกสักพักข้าจะแจกจ่ายให้กับสตรีเหล่านั้น”

ถังฉีมองอีกฝ่ายด้วยความซาบซึ้ง

หากนางเข้าไปในเมืองเพื่อหาซื้อด้วยตนเอง ตระกูลร่ำรวยเหล่านั้นอาจจะไม่ยอมให้นางก้าวผ่านประตูของพวกเขาด้วยซ้ำ

หลังจากสนทนากับเจ้าหน้าที่ทางการหลิวอยู่พักหนึ่ง ถังฉีก็หยิบตั๋วเงินมูลค่าหนึ่งร้อยตำลึงออกมา และขอให้เขาซื้อเสื้อผ้าสำหรับเด็กเพิ่ม

เจ้าหน้าที่ทางการหลิวไม่คาดคิดว่าหญิงสาวจากหมู่บ้านตระกูลถังจะจิตใจดีถึงเพียงนี้ เมื่อถังฉีเสนอสินน้ำใจให้เขาเพื่อไปทำธุระอีกครั้ง เขาก็ปฏิเสธทันที

เมื่อเห็นสีหน้าจริงจังของเจ้าหน้าที่ทางการ ถังฉีตระหนักว่ายืนกรานต่อไปก็ไร้ประโยชน์ นางจึงยื่นเพียงตั๋วเงินและขอให้เขาซื้อเสื้อผ้าเพิ่มเติม

หลังจากที่เจ้าหน้าที่ทางการหลิวรับตั๋วเงินมา คนขับเกวียนก็ขนเสื้อผ้าลงจนหมด ก่อนจะรีบกลับไปในเมืองชิงเหลียง

ถังฉีขอให้ชาวบ้านช่วยเฝ้าของให้ดี ก่อนเดินไปหาเหล่าสตรีที่ตนนัดแนะไว้ก่อนหน้า และแจ้งให้พวกนางมารับเสื้อผ้าชุดใหม่

เหล่าสตรีขอบคุณถังฉียกใหญ่ เมื่อได้รับเสื้อผ้าแล้วก็จากไป

สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้รับเสื้อผ้า ถังฉีขอให้พวกนางกลับมาในวันรุ่งขึ้น

“แค่ก แค่ก แค่ก…”

เมื่อกลุ่มสตรีแยกย้ายกันไปแล้ว ร่างผอมราวกับกิ่งไม้ก็ค่อยๆเดินเข้ามา

หญิงสาวผู้นั้นไอค่อกแค่กขณะที่ก้าวเดิน เมื่อใกล้มาถึงถังฉี คล้ายว่านางจะหมดสิ้นเรี่ยวแรงและทรุดตัวลงกับพื้นในทันใด

“พี่สาว!!”

ถังฉีตื่นตกใจและกำลังจะเข้าไปช่วยประคองให้อีกฝ่ายลุกขึ้น แต่ถูกร่างผอมเพรียวหยุดไว้

“พี่ใหญ่ ท่านเข้าไปไม่ได้!”

ถังเจียงมองใบหน้าของสตรีที่นอนอยู่บนพื้น ใบหน้าของเขาเผยความเคร่งขรึม

"มีอะไรหรือ?"

ถังฉีชะงักฝีเท้าทันที มองถังเจียงด้วยความสงสัย

“ข้ายังไม่แน่ใจ จะรู้ก็ต่อเมื่อตรวจชีพจรของนางก่อน”

ถังเจียงกล่าวอย่างจริงจัง คิ้วเล็กๆของเขาขมวดมุ่นเล็กน้อย

"ระวังตัวด้วย"

ถังฉีไม่เคยเห็นถังเจียงมีสีหน้าจริงจังเช่นนี้มาก่อน

“อืม พี่ใหญ่ไม่ต้องห่วง วางใจเถอะ”

เมื่อรับคำ ถังเจียงเดินเข้าไปหาสตรีผู้นั้น ยกแขนผอมแห้งของอีกฝ่ายขึ้น และตรวจชีพจรอย่างระมัดระวัง

ถังฉีคอยจับตามองด้วยเช่นกัน

เมื่อสีหน้าของถังเจียงดูเคร่งเครียดขึ้นกว่าเรื่อยๆ ความไม่สบายใจก็เริ่มผุดขึ้นในใจของนาง

ถังฉีเหลือบมองสตรีผู้นั้นโดยไม่ได้ตั้งใจ และเพียงอึดใจเดียว สีหน้าของนางก็เปลี่ยนไปอย่างมาก!



 

--- จบตอน ---

Comments