sister ep123

 ตอนที่ 123: ติดโรคระบาดเช่นกัน


“อืม รั่วรั่วจะรอท่านแม่กลับมา!”

เด็กหญิงตัวน้อยกล่าว ก่อนที่หญิงชราผู้หนึ่งจะเดินเข้ามาด้วยร่างที่สั่นเทา

"รั่วรั่ว อย่ารบกวนแม่นางถังตอนที่นางกำลังยุ่งอยู่เลย..."

ขณะที่หญิงชรากล่าว ก็ยิ้มให้ถังฉีอย่างรู้สึกผิด

"ท่านย่า รั่วรั่วคิดว่าพี่สาวช่างงดงามนัก เหมือนเทพธิดาในความฝันของข้าไม่มีผิด..."

เด็กหญิงตัวน้อยอธิบายด้วยความประหม่า

ด้วยเกรงว่าท่านย่าจะโกรธและดุนาง

“ท่านแม่เฒ่า รั่วรั่วเป็นเด็กดี ในครอบครัวของข้า ข้ามีเพียงน้องชายจอมซนและไม่มีน้องสาว พอเห็นนางแล้ว ข้าก็รู้สึกเอ็นดูนางไม่น้อย”

ถังฉีรีบอธิบาย สัมผัสได้ว่าหญิงชราผู้นี้แตกต่างจากผู้ลี้ภัยคนอื่นๆ แม้ใบหน้าของนางจะแสดงความซาบซึ้ง แต่นางยังคงกล่าวอย่างมีศักดิ์ศรี

“หลานของข้าซุกซนนัก ข้าจะไม่รบกวนแม่นางถังขณะดูแลผู้ลี้ภัยคนอื่นๆแล้ว อย่างไรเสีย ที่นี่ก็…”

หญิงชรากล่าวพลางมองไปยังผู้ลี้ภัยโดยรอบ จู่ๆ นางก็ปิดปากเงียบ ผงกศีรษะให้ถังฉี สวมหน้ากากอนามัยให้เด็กหญิงตัวน้อย จับมือนางและจากไปอย่างสั่นเทา

ถังฉีมองดูเงาร่างทั้งสองที่ค่อยๆห่างออกไป สันนิษฐานว่าหญิงชราคงทราบเรื่องโรคระบาดแล้ว

อย่างไรก็ตาม หญิงชราไม่ได้กล่าวออกมาดังๆต่อหน้าผู้ลี้ภัย ซึ่งหมายความว่า นางมีความคิดบางอย่างในใจ

แน่นอนว่าการบอกผู้ลี้ภัยเกี่ยวกับโรคระบาด ไม่ใช่สิ่งที่ถังฉีจะตัดสินใจได้

สิ่งที่นางทำได้คือพยายามอย่างเต็มที่เพื่อเลี้ยงอาหารผู้ลี้ภัยและป้องกันไม่ให้พวกเขาติดเชื้อเพิ่มขึ้นมากกว่านี้

ส่วนที่เหลือนั้นเป็นความรับผิดชอบของทางการ

ขณะที่ถังฉีกำลังใคร่ครวญ จู่ๆ รองเท้าสีดำคู่หนึ่งก็ปรากฏขึ้นตรงหน้านาง

โดยไม่ต้องคาดเดา ถังฉีทราบอยู่แล้วว่าบุรุษที่ยืนอยู่ตรงหน้านางคือใคร

"หน้ากาก ข้าส่งให้เหล่าเจ้าหน้าที่ของอำเภอแล้ว"

ก่อนหน้านี้ โจวเฉิงกวงเพียงสั่งให้ทำหน้ากากอนามัยธรรมดาธรรมดา แต่ถังเจียงแนะนำให้เติมสมุนไพรลงไปด้วย ซึ่งกลิ่นและสรรพคุณทางยาจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันโรคได้ดียิ่งขึ้น

โจวเฉิงกวงไม่คิดซ้ำสอง สั่งให้ช่างตัดเย็บตามวิธีการของถังเจียงทันที

“ซื่อจื่อ ในเมืองชิงเหลียงเรายังมีสมุนไพรเพียงพอหรือไม่?”

“ไม่พอ แต่ข้าส่งคนไปซื้อสมุนไพรจากเมืองอื่นแล้ว คาดว่าจะใช้เวลาไม่เกินครึ่งเดือน”

โจวเฉิงกวงกล่าวอย่างจนใจ

ครึ่งเดือน... ครึ่งเดือนนี้จะมีผู้ลี้ภัยติดเชื้อเพิ่มอีกกี่คน?

คิ้วของถังฉีขมวดแน่น

“ไม่มีวิธีที่เร็วกว่านี้หรือ?”

“นี่เป็นวิธีที่เร็วที่สุดแล้ว ถนนสายหลักกว้างขวาง การขนส่งด้วยรถม้าก็สะดวกและรวดเร็ว…”

ถังฉีไม่อยู่ในอารมณ์ที่จะฟังโจวเฉิงกวงอธิบาย

เวลานั้น นางสงสัยมาตลอดว่าเหตุใดยาถึงมาช้านัก ที่แท้ก็เป็นปัญหาด้านการขนส่ง

ถ้าหากว่า...

จู่ๆ นางก็นึกถึงรถบรรทุกคันใหญ่หลายคันในห้วงมิติ!

น้ำมันเบนซินในนั้นเต็มถังจนแทบล้น นอกจากนี้รถบรรทุกแต่ละคันก็มีน้ำมันสำรองมากมาย

เมื่อเทียบกับความเร็วของรถม้า หากใช้รถบรรทุกเดินทางทั้งวันทั้งคืน คงใช้เวลาเพียงวันสองวันเท่านั้น!

แน่นอนว่านางจะไม่เอารถบรรทุกมาใช้ในตอนกลางวัน

หากคนในยุคนี้เห็นเข้าละก็ พวกเขาคงคิดว่านางเป็นปีศาจ!

"ซื่อจื่อ ด้วยสถานการณ์เช่นนี้ การรอจนกว่าสมุนไพรจะส่งมาถึงคงไม่ใช่ความคิดที่ดี เหตุใดไม่ให้ผู้ลี้ภัยที่ไม่ติดเชื้อและชาวบ้านจากหมู่บ้านใกล้เคียงมาช่วยกันเก็บสมุนไพรบนภูเขาล่ะ? พวกเขาจะได้หารายได้เล็กๆน้อยๆไปในตัว”

ถังฉีครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวออกมา

"หลักแหลมนัก!"

สีหน้าของโจวเฉิงกวงเป็นประกายทันทีเมื่อได้ยินคำแนะนำของหญิงสาว

ประการแรก การให้ผู้ลี้ภัยคนอื่นๆพำนักอยู่ในบริเวณใกล้เคียงไม่ใช่เรื่องดี เพราะเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่าย

ประการที่สอง นอกเหนือจากค่าแรงแล้ว ก็ไม่มีค่าใช้จ่ายอื่นในการขึ้นเขาเพื่อไปเก็บสมุนไพร

"อืม... ผู้ลี้ภัยคงไม่ได้คุ้นเคยกับสมุนไพรกันทุกคน เราควรมอบหมายหน้าที่นี้ให้เพียงบางคนที่เชี่ยวชาญ แม้วิธีนี้อาจมีประสิทธิภาพน้อยกว่า แต่ก็ยังดีกว่ารออยู่เฉยๆที่นี่"

ขณะที่ถังฉีกล่าว ดวงตาของโจวเฉิงกวงก็เปล่งประกายยิ่งขึ้น ประทับใจกับวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของหญิงสาวชาวบ้านที่ดูเรียบง่ายผู้นี้

แม้แต่เขาในฐานะซื่อจื่อผู้สูงศักดิ์ของแดนเหนือก็ยังคิดไม่ถึง!

น่าเสียดายที่นางเป็นสตรี หากนางเป็นบุรุษ นางคงได้อยู่ในราชสำนักอย่างแน่นอน!

ในไม่ช้า โจวเฉิงกวงก็ส่งคนไปทำตามคำแนะนำของถังฉี ให้ผู้ลี้ภัยที่มีสุขภาพดีขึ้นเขาเพื่อเก็บสมุนไพร

เมื่อได้ยินว่าจะมีค่าตอบแทน ผู้ลี้ภัยจึงพากันรีบลงชื่อ

ไม่นานนัก คนกลุ่มใหญ่ก็เดินขึ้นไปบนภูเขา

…...............

ในหมู่บ้านตระกูลถัง 

ถังต้าสี่นอนเหยียดกายอยู่บนเตียง ถือถุงยาเส้นและกล้องยาสูบไว้ในมือ

“ตาแก่ มานอนสูบยาสูบบนเตียงคั่ง*กลางวันแสกๆ หากมีขี้เถ้าตกลงบนฟูกท่านจะซักเองหรือไม่?”

* เตียงคั่ง (炕床) หรือเตียงอุ่น เป็นเตียงที่ก่อเป็นแท่นจากอิฐ ด้านใต้กลวง ปูทับด้วยหินพอกดินโคลน จากนั้นจึงปูทับด้วยเสื่อหรือฟูก ด้านหนึ่งเชื่อมต่อกับปล่องจากเตาไฟ ด้านหนึ่งมีช่องระบายควัน

นางฉินเดินเข้ามาในห้องและบ่นเรื่องกลิ่นควันทันที

“พอได้แล้ว ยายแก่ เลิกจู้จี้จุกจิกเสียที แม้แต่รองเท้าเหม็นๆของเจ้ายังไม่เคยซัก นับประสาอะไรกับฟูก มีแต่สะใภ้สามที่ทำทุกอย่างเสมอ!”

ถังต้าสี่โต้กลับ รำคาญความจุกจิกของภรรยา

“เฮอะ ข้าลำบากเลี้ยงลูกชายมาตั้งหลายคน และตอนนี้พวกเขาก็แต่งงานกันหมดแล้ว เมียของพวกเขาจะซักเสื้อผ้าให้ข้านิดๆหน่อยๆ ก็ถูกต้องแล้วไม่ใช่หรือ?”

นางฉินขึ้นเสียง 

นางเหลียงซึ่งกำลังตากผ้าอยู่ในสนามหญ้าสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงโวยวายของแม่สามี ใบหน้าของนางเผยความคับข้องใจ

“เมียจ๋า ข้าจะตากผ้าให้เอง เจ้ากลับเข้าไปพักผ่อนเถอะ…”

ถังเฉวียนเดินเข้ามาหาภรรยาอย่างเงียบเชียบ และเสนอตัวจะช่วยงานบ้าน

“ไม่ต้องหรอก พวกเขาจะด่าว่าเอาได้หากเห็นข้ากำลังพักผ่อน... ท่านนั่นแหละรีบไปพักผ่อนเสีย เมื่อคืนเฝ้าทางเข้าหมู่บ้านมาตลอดคืน ท่านคงเหนื่อยมาก”

นางเหลียงห่วงใยสามีของนางอย่างลึกซึ้ง

“ตกลง เช่นนั้นเจ้าก็รีบเข้ามาพักผ่อนหลังจากทำงานเสร็จก็แล้วกัน”

ถังเฉวียนกล่าวจบก็ตบก้นนางเหลียงอย่างหยอกเย้า ทำให้นางหน้าแดงและเหลือบมองสามีอย่างเขินอาย ก่อนจะตากผ้าต่อไป

ภายในบ้าน ถังต้าสี่วางกล้องยาสูบแล้วลุกขึ้นนั่ง

“อ้าว หยุดพ่นควันแล้วหรือ ข้านึกว่า...”

นางฉินต้องการจะเหน็บแนม แต่ถูกถังต้าสี่ขัดจังหวะ

"เป็นอะไรไป?"

นางฉินรู้จักสามีของตนเองเป็นอย่างดี เมื่อเห็นสีหน้าของเขา นางก็เงียบเสียงลงทันที

“โรคระบาด เจ้าคิดว่าคนข้างนอกรู้หรือไม่ว่าพวกเขาติดโรคระบาด? จะเป็นอย่างไรหาก... คนในหมู่บ้านของเราก็ติดโรคระบาดด้วยเช่นกัน…”

หลังจากกล่าวเช่นนี้ ใบหน้าของถังต้าสี่ก็ผุดรอยยิ้มร้าย

"เป็นถึงเสาหลักของครอบครัว ท่านคิดเช่นนั้นได้อย่างไร?! อู่จือเป็นลูกชายของเรา แต่ว่า..."


 

--- จบตอน ---

Comments