ตอนที่ 127: จิ้งจอกอ้างบารมีเสือ
อย่างไรก็ตาม เมื่อเห็นวัตถุรูปร่างราวกับกล่องเหล็กขนาดมหึมาที่ไม่เคยพบมาก่อน เหล่ากองโจรก็ไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่าม
ถังฉีเพียงเหยียบคันเร่ง และในเวลาไม่นานก็ทิ้งห่างพวกเขาไว้ข้างหลัง
“พี่ใหญ่ เจ้ากล่องเหล็กสี่ล้อนั่นช่างล้ำค่านัก! มันเร็วกว่าม้าเสียอีก หากจับมันได้ละก็ พวกเราคงสบายไปทั้งชาติ!”
กลุ่มโจรมองเห็นวัตถุปริศนาเพียงแวบเดียว และเนื่องจากแสงสะท้อนของกระจก พวกเขาจึงมองไม่เห็นถังฉีที่อยู่ด้านใน
หลังจากขับรถตลอดทั้งคืน เมื่อใกล้รุ่งสาง ในที่สุดถังฉีก็มองเห็นเมืองที่งดงามยิ่งกว่าเมืองชิงเหลียง
นางพบมุมเปลี่ยวมุมหนึ่งจึงทำการจอดรถ และทันใดนั้น รถเบนซ์ก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย
"เฮ้อ~"
ถังฉียืนขึ้น และยืดเหยียดร่างกายอย่างเกียจคร้าน
"ไม่ได้ขับรถมาหลายปี แต่โชคดีที่ทักษะของฉันยังไม่ขึ้นสนิม" ถังฉีพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะค่อยๆเดินไปทางประตูเมือง
โชคดีที่ประตูเมืองใกล้จะเปิด ทันทีที่ถังฉีไปถึงหน้าประตู ทหารคนหนึ่งก็หยุดนางไว้และขอตรวจใบผ่านทาง
นางถึงกับตบหน้าผากตัวเอง
"ไม่มีใบผ่านทาง? เช่นนั้นเจ้าก็กลับไปยังที่ที่เจ้าจากมาเถอะ!"
ทหารเฝ้าประตูมองชายหนุ่มที่มีใบหน้าผุดผ่องตรงหน้าอย่างไม่พอใจ
ถังฉีเผยสีหน้าหงุดหงิดเมื่อต้องมาเสียเวลาชี้แจงเรื่องราวท่ามกลางอากาศเย็นๆในยามเช้า
"หลบไป! อย่ามัวขวางทางผู้อื่น มีคนเข้าแถวรอเข้าเมืองอีกมาก!"
ทหารสาดวาจาอย่างหมดความอดทนและเอื้อมมือไปผลักถังฉี
“หากเจ้าไม่ยอมหลบ ข้าจะจับเจ้าในข้อหากบฏ!”
ได้ยินดังนั้น ถังฉีบันดาลโทสะทันที
“เจ้ากล้าดีอย่างไรถึงลบหลู่ซื่อจื่อถึงเพียงนี้!”
ขณะนั้นเอง ทหารเฝ้าประตูอีกคนหนึ่งรีบเข้ามาอย่างลนลาน ถีบทหารที่พยายามจับกุมถังฉีเสียเต็มฝ่าเท้า
ฝ่ายหลังหน้าคะมำล้มลงกับพื้นเสียงดัง
เห็นได้ชัดว่าลูกเตะของทหารผู้นั้นทรงพลังอย่างยิ่ง!
“ซื่อจื่อ?”
ถังฉีตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง เพราะรู้สึกคุ้นเคยกับคำเรียกนี้ ก่อนที่นางจะสังเกตเห็นป้ายคำสั่งที่ห้อยอยู่ตรงเอวของตน พลันนั้นนางจึงนึกขึ้นได้!
เพียงการห้อยป้ายคำสั่งของโจวเฉิงกวงไว้ที่สายคาดเอว ทำให้นางได้รับอำนาจโดยไม่คาดคิด!
"อะแฮ่ม...ผู้ไม่รู้ย่อมไม่ผิด! ข้าซื่อจื่อรีบมาที่นี่ ขี่ม้าตลอดทั้งคืนจนม้าสองตัวตายไประหว่างทาง เพื่อมาตรวจสอบว่า สมุนไพรชุดนั้นมาถึงเมืองเทียนเฟิงแล้วหรือไม่"
ใบหน้าของถังฉีเปลี่ยนไปในขณะที่กล่าว รัศมีแห่งอำนาจเรืองรอง
ทหารที่นั่งบนพื้นรีบลุกขึ้น คุกเข่าลงต่อหน้านาง ใบหน้าของเขาเผยความเคารพระคนหวาดกลัว
ผู้คนที่เข้าแถวด้านหลังต่างพากันคุกเข่า กลายเป็นฉากที่ดูยิ่งใหญ่ไม่น้อย
"ซื่อจื่อ ขบวนขนส่งสมุนไพรอยู่ที่จุดพักม้าแล้วขอรับ พวกเขาตั้งใจจะมุ่งหน้าไปยังเมืองชิงเหลียงในวันนี้"
เจ้าหน้าที่ที่คุกเข่ารายงานอย่างรวดเร็ว ด้วยหวังว่าจะไถ่โทษให้ตนเอง
“อืม ผู้ไม่รู้ย่อมไม่ผิด เอาละ พาข้าไปที่จุดพักม้า!”
ถังฉีพยักหน้า ใบหน้าเผยความเมตตา
ทหารผู้นั้นแทบจะก้มกราบบรรพบุรุษ เขารีบลุกขึ้นและสั่งสหายให้เตรียมม้า
เหตุใดซื่อจื่อผู้นี้จึงมีริมฝีปากเปล่งปลั่งสีชมพูและฟันขาวราวกับสตรี?
แต่ทหารผู้นั้นก็คิดเพียงว่า อาจเป็นเพราะสถานะอันสูงส่งของอีกฝ่าย
ก่อนที่พวกเขาจะออกเดินทาง ก็มีกองคาราวานขบวนยาวออกมาจากในเมือง
"ซื่อจื่อ ขบวนนี้กำลังขนส่งสมุนไพรไปยังเมืองชิงเหลียงขอรับ!"
เมื่อเห็นป้ายนำขบวน ทหารจึงรีบรายงาน
"โอ้?"
ถังฉีไม่คิดว่าคนเหล่านี้จะแข็งขันถึงเพียงนี้ ยามนี้เพิ่งรุ่งสาง พวกเขาก็เก็บข้าวของพร้อมที่จะออกเดินทางแล้ว
“ดี ข้าเข้าใจแล้ว! พวกเจ้ากลับไปได้! ข้าจะยอมปล่อยผ่านเรื่องในวันนี้ไป แต่เจ้าห้ามทำผิดต่อราษฎรอีกเป็นอันขาด!”
“ข้าน้อยมิกล้า! มันจะไม่เกิดขึ้นอีกขอรับ!”
เมื่อเผชิญกับท่าทีเด็ดขาดของซื่อจื่อ ทหารผู้นั้นก็ไม่กล้าถือตัวและเย่อหยิ่งต่อผู้ใดอีกต่อไป
ถังฉีพยักหน้า แต่ไม่ได้เข้าไปในเมือง
ขบวนขนส่งสมุนไพรกำลังเคลื่อนออกจากประตูเมืองอย่างช้าๆ
ถังฉีรอจนกว่าพวกเขาทั้งหมดจะออกจากเมือง ก่อนจะเข้าไปหาหัวหน้ากลุ่ม
ผู้เป็นหัวหน้ามีบรรยากาศที่อึมครึมอบอวลรอบกาย คล้ายกับรูปลักษณ์ของถังอู่ตอนที่เพิ่งกลับมา และอาจผ่านการต่อสู้ในสนามรบมาอย่างโชกโชน
ส่วนโจวเฉิงกวงที่ดูธรรมดา กลับมีความพิถีพิถันในการกระทำของตนเองไม่น้อย
“หยุดนะ! ห้ามคนแปลกหน้าเข้ามาใกล้!”
บุรุษผู้นั้นยกกระบี่ขึ้น แม้จะเห็นถังฉีมาเพียงลำพัง แต่เขาก็ไม่มีทีท่าว่าจะประมาทฝีมือฝ่ายตรงข้าม
สมุนไพรชุดนี้มีความสำคัญมากสำหรับซื่อจื่อ หากไม่สามารถไปถึงเมืองชิงเหลียงได้ทันเวลา โรคระบาดก็จะยิ่งลุกลามหนักขึ้น!
ฮ่องเต้จะต้องตำหนิเขาอย่างแน่นอน!
คนเหล่านี้ล้วนเป็นผู้ช่วยที่เชื่อใจได้ของซื่อจื่อที่พามาจากชายแดนทางเหนือ
"วางใจเถอะ!"
ถังฉีเผยรอยยิ้มไม่มีพิษภัยบนใบหน้า
จากนั้น นางหยิบป้ายคำสั่งของโจวเฉิงกวงขึ้นมา
"นี่คือป้ายคำสั่งของซื่อจื่อ และนี่ก็คือสารที่เขียนด้วยลายมือของเขา"
ถังฉีไม่ต้องการเปิดเผยมือของตนเองมากเกินไป หลังจากมอบป้ายแล้ว นางก็รีบดึงสารคำสั่งออกมาจากอกเสื้อ
ชายคนนั้นสำรวจป้ายคำสั่งด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ก่อนจะรับสารคำสั่งไป
หลังจากยืนยันว่าตราประทับบนสารไม่ได้ถูกปลอมแปลง เขาก็เปิดอ่าน
"ที่แท้ เจ้าก็คือแม่นางถัง!"
หลังจากอ่านเนื้อความ ใบหน้าของชายผู้นั้นผ่อนคลายลงในที่สุด
อย่างไรก็ตาม เมื่อเห็นการประทับเวลาบนจดหมาย สายตาของเขาที่มองถังฉีเต็มไปด้วยความสงสัยใคร่รู้
ถังฉีสัมผัสได้ แต่เนื่องจากดวงตาของเขาไร้ซึ่งความพยาบาท นางจึงไม่ได้ใส่ใจมากนัก
นางคาดการณ์ถึงความเป็นไปได้มากมายเมื่อนางอาสาดูแลสมุนไพรชุดนี้
“ไม่ทราบว่าท่านเชื่อใจข้าหรือไม่?”
"แน่นอน!"
ชายผู้นั้นพยักหน้า ก่อนจะส่งสัญญาณให้หยุดขบวน
"ดี” ถังฉีพยักหน้า “ท่านทิ้งสมุนไพรเหล่านี้ไว้ในที่เปลี่ยวสักแห่ง แล้วกลับไปขนส่งสมุนไพรชุดต่อไปได้เลย"
นางตั้งใจจะหาสถานที่เพื่อพักผ่อนชั่วครู่ จากนั้นจึงจะกลับไปที่เมืองชิงเหลียงในตอนกลางคืน
"นี่..."
เมื่อเห็นว่ามีถังฉีเพียงคนเดียวที่ทำเรื่องนี้ ชายผู้นั้นจึงสงสัยอีกครั้ง
“หรือว่าท่านไม่เชื่อใจข้า? เท่ากับไม่เชื่อใจซื่อจื่อของท่าน?”
"เปล่าเลย แม่นางถัง ในเมื่อซื่อจื่อส่งเจ้ามา แน่นอนว่าข้าต้องเชื่อเจ้า! เพียงแต่ว่า คงไม่ปลอดภัยนักหากจะทิ้งสมุนไพรมากมายไว้ที่นี่"
“ไม่เป็นไร อีกไม่นานคนของข้าจะมาขนไปเอง ท่านแค่กลับไปรวบรวมสมุนไพรชุดใหม่ แล้วขนส่งไปยังเมืองชิงเหลียงตามเดิมก็พอ”
กล่าวจบ รอยยิ้มจางๆผุดขึ้นบนใบหน้าของถังฉี
“เช่นนั้นก็ดี เราจะทำตามที่แม่นางถังบอก!”
ชายผู้นั้นโค้งคำนับนาง ก่อนจะสั่งให้คนของเขาขนสมุนไพรไปยังจุดที่ถังฉีกำชับไว้
นี่เป็นจุดที่เงียบสงบที่สุดที่นางพบระหว่างทาง
“แม่นางถัง เจ้าต้องการให้ข้าหาพวกพ้องฝีมือดีมาคอยอารักขาสักคนสองคนหรือไม่?”
Comments
Post a Comment