ตอนที่ 130: ลอบจู่โจม
"น้องชาย ให้พวกเราไปด้วยเถอะ…”
เมื่อได้ยินสิ่งที่ถังฉีกล่าว ผู้ลี้ภัยก็เผยสีหน้ากังวลระคนหวาดกลัว
"แต่ว่า..."
เห็นสีหน้าเปี่ยมด้วยความคาดหวังของพวกนาง ถังฉีก็รู้สึกสงสารจับใจ
อย่างไรก็ตาม นางต้องรีบส่งสมุนไพรกลับไปยังเมืองชิงเหลียง ผู้ลี้ภัยที่นั่นแทบรอไม่ไหวแล้ว!
"ทุกคนเงียบก่อน! ฟังข้า! พวกท่านคงเป็นผู้ลี้ภัยในเขตเฟิงโจว เวลานี้พวกโจรหมดสติเพราะยาของข้า พวกท่านแค่ต้องพาคนของทางการมาที่นี่เพื่อรับเงินรางวัล! ส่วนข้าจะมอบข้าวให้พวกท่านหนึ่งพันชั่ง...”
ถังฉีช่วยวางแผนให้เหล่าผู้ลี้ภัย
นางไม่ใช่ผู้ช่วยให้รอด และไม่สามารถพาคนจำนวนมากไปกับนางได้
จากนั้น นางก็จากไปท่ามกลางสีหน้าผิดหวังของเหล่าผู้ลี้ภัย นางเรียกข้าวสารจำนวนหนึ่งพันชั่งออกมาจากห้วงมิติ ก่อนจะหายตัวไปอย่างรวดเร็วท่ามกลางความมืดยามราตรี ซ่อนตัวอยู่บนภูเขาอันเงียบสงบ
นางเสียเวลาที่นี่มากเกินไปแล้ว หากนางไม่รีบกลับ นางจะไปถึงเมืองชิงเหลียงไม่ทันก่อนรุ่งสาง!
ถังฉีเรียกรถเบนซ์ของนางออกจากห้วงมิติอีกครั้ง
จากนั้น นางก็หยิบเครื่องมือออกมาจากท้ายรถเพื่อเปลี่ยนยางอะไหล่ และออกเดินทางด้วยความเร็วสูงไปยังเมืองชิงเหลียง
ไม่มีอะไรเลวร้ายเกิดขึ้นอีกในระหว่างทาง และเมื่อใกล้รุ่งสาง นางก็มาถึงชานเมืองชิงเหลียงแล้ว
หลังจากจอดรถในมุมเปลี่ยว นางก็เก็บรถกลับเข้าไปในห้วงมิติ
จากนั้น นางก็เดินไปที่ประตูเมืองชิงเหลียงด้วยท่าทางผ่อนคลาย
โรคระบาดในเมืองชิงเหลียงคงยังไม่แพร่กระจายกระมัง?
ทันใดนั้น มีมือหนึ่งวางบนไหล่ของนาง
ถังฉียังคงค่อนข้างสับสนในขณะนั้น นางรีบดึงมีดพับสวิสออกมาจากห้วงมิติ และก้าวถอยหลังไปสองก้าวอย่างรวดเร็วเพื่อเลี่ยงไม่ให้ถูกจับ พร้อมกันนั้นมีดพับสวิสในมือถูกชูขึ้นสูงหมายจะแทงมือของอีกฝ่าย
“ฉีฉี...”
เสียงทุ้มลึกและคุ้นเคยของบุรุษดังขึ้นข้างหูของนาง
ชั่วอึดใจนั้น ถังฉีก็ตั้งสติได้อีกครั้ง แต่นางหยุดมีดพับสวิสในมือไม่ทันแล้ว!
"หลบไป!"
ก่อนที่นางจะทันได้กล่าวจบประโยค จ้าวไป่จือก็คว้าข้อมือของนางไว้แน่น
“อะไรกัน ไม่ได้เจอเพียงไม่กี่วัน เจ้าคิดจะฆ่าสามีของตัวเองเสียแล้วหรือ?”
จ้าวไป่จือจับข้อมือของถังฉี ก่อนจะเอื้อมมือออกไป ดึงนางเข้ามาในอ้อมแขน
ในช่วงสองวันที่ผ่านมา เขาค้นทั่วเมืองชิงเหลียงเพื่อตามหาถังฉีอย่างไม่หยุดหย่อน
ถังฉีตกตะลึงครู่หนึ่ง สัมผัสได้ถึงกลิ่นจางๆของไม้ไผ่
ใบหน้าหล่อเหลาของจ้าวไป่จือดูใหญ่ขึ้นเมื่ออยู่ต่อหน้านาง...
แม้เพิ่งพบกันเมื่อสองวันก่อน แต่ใบหน้าของเขาก็ดูยุ่งเหยิงอย่างเห็นได้ชัด คิ้วของเขาดูอ่อนระโหยโรยแรงอย่างมาก แม้แต่เสื้อผ้าก็ยับย่นเล็กน้อย...
ทุกสิ่งล้วนชี้ชัดว่าเขาพักผ่อนไม่มากพอ
"ท่าน..."
ถังฉีเผยอปาก แต่คำที่นางตั้งใจจะกล่าวกลับไม่เล็ดลอดออกมา
หากจ้าวไป่จือยังเป็นห่วงนางถึงเพียงนี้ แล้วบิดาของนาง พวกน้องชายของนางล่ะ?
เวลานั้น จู่ๆ นางก็รู้สึกเสียใจกับความหุนหันพลันแล่นของตนเอง
อย่างไรก็ตาม หากนางต้องเลือกอีกครั้ง นางก็คงตัดสินใจเช่นเดิมโดยไม่ลังเล...
สัมผัสความนุ่มนวลในอ้อมแขน จิตใจของจ้าวไป่จือก็สงบลงได้ในที่สุด
สองวันมานี้เขาทั้งนอนไม่หลับและกระสับกระส่าย ไม่ว่าเขาจะค้นหามากเพียงใด เขาก็ไม่พบร่องรอยของถังฉี ราวกับว่านางหายไปจากโลกนี้...
*เพียะ*
จู่ๆ ถังฉีก็รู้สึกเจ็บแปลบที่บั้นท้าย
นางกระตุกราวกับมีกระแสไฟฟ้าแล่นปราดในตัว รีบถอยหลังไปหลายก้าว แก้มของนางแดงก่ำ!
นางเงยหน้ามองจ้าวไป่จือด้วยสายตาฉงน ไม่อยากเชื่อเลยว่าบุรุษผู้นี้จะกล้าลงมือเช่นนี้ได้!
"ถังฉี วันข้างหน้าอย่างทำอะไรเอาแต่ใจเช่นนี้อีก..."
เมื่อกล่าวจบ จ้าวไป่จือก็มองถังฉีด้วยสายตาลึกซึ้ง ก่อนจะหมุนกายเดินกลับไปที่หมู่บ้านตระกูลถัง
ถังฉีเฝ้ามองเงาร่างที่ห่างออกไปทุกที ความรู้สึกผิดพลันปะทุในจิตใจ
ความเจ็บแปลบที่บั้นท้ายยังอยู่ และหัวใจของนางก็เต้นรัวเร็วโดยไม่รู้ตัว...
ถังฉีคาดว่าจ้าวไป่จืออาจกลับไปยืนยันให้ครอบครัวของนางคลายกังวล
นางเหลือบมองรองเท้าของเขาโดยไม่ตั้งใจ สังเกตเห็นรอยบากขนาดใหญ่บนรองเท้าซึ่งมีคราบเลือดติดอยู่
อย่างไรก็ตาม ฝีเท้าของจ้าวไป่จือยังคงหนักแน่นและมั่นคง ราวกับว่าเขาไม่ได้รับบาดเจ็บแม้แต่น้อย
“พี่จ้าว... ช่วยบอกพวกท่านพ่อด้วยว่าข้าจะรีบกลับ…”
หลังจากเงียบไปนาน ขณะที่ร่างของจ้าวไป่จือกำลังจะหายไปจากสายตา ถังฉีก็ตะโกนออกมาดังๆ
จากนั้น นางก็มุ่งหน้าไปยังเมืองชิงเหลียงอย่างรวดเร็ว เวลานี้ สิ่งสำคัญคือการส่งสมุนไพรให้โจวเฉิงกวงโดยเร็วที่สุด
ในระหว่างที่ถังฉีไม่อยู่ โจวเฉิงกวงบริหารจัดการทุกเมืองที่อยู่ใกล้เมืองชิงเหลียงอย่างเป็นระเบียบ
นางคิดว่าจะต้องใช้ป้ายหยกของโจวเฉิงกวงเพื่อผ่านเข้าเมือง แต่ประตูเมืองก็เปิดตรงเวลา
เมื่อเห็นสิ่งนี้ ถังฉีรู้สึกโล่งใจอย่างมาก
จากนั้น นางรีบมุ่งหน้าไปยังบ้านที่เช่าไว้เมื่อสองวันก่อน
โรคระบาดภายนอกแม้รุนแรง แต่ไม่มีผู้ลี้ภัยสามารถเข้ามาในเมืองชิงเหลียงได้แม้แต่คนเดียว!
ดังนั้น จึงยังคงมีพ่อค้าแม่ค้าขายของตามถนน
ถังฉีเดินอย่างรวดเร็ว ร่างกายของนางเริ่มอ่อนล้า เมื่อได้กลิ่นซาลาเปาหรืออาหารต่างๆอบอวลในอากาศ นางก็กลืนน้ำลายโดยไม่รู้ตัว
….......................
ที่โรงหมอ
หมอหลวงสองคนยืนอยู่เบื้องหน้าหน้าโจวเฉิงกวงอย่างกระวนกระวาย
“ซื่อจื่อ เมื่อวานนี้มีผู้ลี้ภัยกว่าหนึ่งร้อยคนมาที่วัดศาลหลักเมือง และสมุนไพรของเราก็หมดเกลี้ยงแล้วขอรับ!”
แก้มของหมอหลวงฉินในยามนี้ดูมีริ้วรอยมากกว่าตอนที่เขาเพิ่งมาถึงเมืองชิงเหลียง
"ผู้ลี้ภัยกลุ่มแรกอาการดีขึ้นเล็กน้อย แต่หากเราหยุดให้ยาตอนนี้ ความพยายามที่ผ่านมาของเราก็จะสูญเปล่า!"
หมอหลวงหวังก็เอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าร้อนรน
“พวกท่านบอกว่าสมุนไพรเหลือพอจนถึงวันพรุ่งนี้ไม่ใช่หรือ?”
โจวเฉิงกวงสีหน้าเคร่งเครียด เมื่อวานนี้เขาเพิ่งส่งรายงานด่วนถึงฮ่องเต้ว่าโรคระบาดที่นี่บรรเทาลงแล้ว
แต่ผ่านมาเพียงหนึ่งคืน สถานการณ์กลับพลิกผันอย่างรุนแรง!
"ซื่อจื่อ ดังคำกล่าวที่ว่า คนคำนวณหรือจะสู้ฟ้าลิขิต! ไม่มีสมุนไพรเหลืออยู่ในคลังอีกแล้วขอรับ ผู้ลี้ภัยที่ป่วยด้วยโรคระบาดเมื่อวานนี้ได้รับยาที่ต้มจากเศษที่เหลืออยู่เมื่อเช้า..."
กล่าวกันว่าหัวใจของหมอเปี่ยมด้วยความเมตตา แต่ครั้งนี้หากไม่ใช่เพราะพระบัญชาจากองค์ฮ่องเต้ที่ให้พวกเขาคอยช่วยเหลือโจวเฉิงกวง พวกเขาคงหนีกลับเมืองหลวงไปนานแล้ว!
เพราะโรคระบาดในเมืองชิงเหลียงรุนแรงเกินไป!
แม้วิธีรักษาของถังเจียงจะมีประสิทธิภาพอย่างยิ่ง แต่พวกเขาก็ไม่อาจต้านทานผู้ลี้ภัยที่หลั่งไหลมาอย่างไม่ขาดสาย!
"รออีกสักหน่อย สมุนไพรชุดใหม่ใกล้จะมาถึงแล้ว!" โจวเฉิงกวงกล่าวอย่างหนักแน่น ภายในใจนึกถึงเงาร่างอันงดงามผู้นั้นโดยไม่ตั้งใจ
“ซื่อจื่อ หากสถานการณ์เกินเยียวยาแล้วจริงๆ เราอาจต้องประหารชีวิตผู้ลี้ภัยที่ติดโรคระบาดทันที... หากอ้างอิงตามบันทึกประวัติศาสตร์ การใช้วิธีดังกล่าวไม่ใช่เรื่องแปลก”
Comments
Post a Comment