ตอนที่ 133: นางจะยังโชคดีอยู่หรือไม่
“น้องเจียง หลังจากกินข้าวแล้วค่อยจัดห้องเถอะ ไม่ต้องรีบร้อน”
ถังฉีกล่าวเบาๆ
“ข้ายังไม่หิว พี่ใหญ่ ท่านกินข้าวก่อนเลย จะได้พักผ่อนหลังมื้อเย็น”
ถังเจียงกล่าวโดยไม่หันหลังกลับ
“เด็กคนนี้ ช่างเอาใจใส่จริงๆ...”
ถังอู่เฝ้ามองแผ่นหลังของถังเจียง ใบหน้าฉายแววชื่นชม ก่อนจะพาถังฉีไปที่ห้องครัว
ทันทีที่ถังฉีนั่งลง พี่น้องตระกูลถังก็นั่งล้อมวงโดยรอบ
จ้าวไป่จือก็นั่งลงใกล้ๆอย่างเงียบๆ
ถังฉีอ้าปากเตรียมจะเอ่ย แต่แล้วก็กลืนคำพูดกลับลงไป
“กินเถอะ! รีบกินเข้า เจ้าคงไม่ได้กินอะไรอร่อยๆ นี่จานเด็ดของพ่อทั้งนั้น!”
ถังอู่คีบอาหารใส่ในชามของถังฉีไม่หยุด
ถังฉีผงกศีรษะ รอยยิ้มจางๆสะท้อนบนใบหน้าอย่างพึงพอใจ
เวลาบนโต๊ะอาหารล่วงเลยไป จนกระทั่งทุกคนกินเสร็จแล้ว ถังเจียงก็ยังไม่ปรากฏตัว
“เสี่ยวเจียงเป็นอะไรไป? ปกติเขาไม่หายไปเช่นนี้นี่”
ถังอู่พึมพำ ถังฉีเองก็รู้สึกแปลกใจ
“ข้าจะไปตรวจดูที่ห้อง”
เมื่ออิ่มหนำสำราญแล้ว ถังฉีลุกขึ้นแล้วเดินไปที่ห้องของตนเอง
เวลานี้ หัวใจของนางอบอุ่นอย่างน่าเหลือเชื่อ ไม่คาดคิดเลยว่าจะไม่มีใครตำหนินาง สิ่งที่นางสัมผัสได้มีเพียงความเอาใจใส่และความห่วงหาอาทรอย่างไร้ที่สิ้นสุดของพวกเขา
ถังฉีตัดสินใจอย่างเงียบๆ ตั้งมั่นว่าครอบครัวของนางจะต้องมีชีวิตที่ดีและเจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้นในอนาคต!
เมื่อนางไปถึงห้องและกำลังจะผลักประตูให้เปิดออก ทันใดนั้นก็มีเสียงตะโกนดังมาจากข้างใน
"อย่าเข้ามา!"
น้ำเสียงของถังเจียงดูร้อนใจอย่างที่สุด
“พี่ใหญ่ ท่านเข้ามาในนี้ไม่ได้!”
หลังจากกล่าวเช่นนี้ ถังเจียงก็มาที่ประตูแล้วรีบปิดจากด้านใน
ถังฉีตกใจกับท่าทีกะทันหันของเด็กชาย
แม้แต่คนอื่นๆยังหันมาเพราะเสียงของถังเจียง
"เกิดอะไรขึ้น?"
ถังเฟิงที่ร่าเริงอยู่เสมอ เมื่อได้ยินเสียงตวาดของถังเจียงก็รู้สึกงุนงงอย่างมาก
“พี่ใหญ่ มีคนวางเสื้อผ้าของผู้ที่ติดโรคระบาดไว้บนเตียงของท่าน!”
เสียงอ่อนใสแฝงความตื่นตระหนกของถังเจียงดังลอดช่องว่างระหว่างประตู
เขาพบผ้าแปลกๆบนเตียงของถังฉีขณะจัดห้อง เขาจึงตื่นตัวทันที เพราะในบ้านไม่มีใครมาวางของแปลกๆเช่นนี้ไว้บนเตียงของนางแน่!
จากนั้น เมื่อเห็นคราบสกปรกและคราบเลือดบนผืนผ้า เขาก็คาดเดาได้ถึงเจ้าของเสื้อผ้าชิ้นนี้!
มันคือผ้าที่ถูกถอดมาจากศพ!
สรุปได้ดังนี้ ถังเจียงก็บันดาลโทสะ ผู้ใดกันที่มีจิตใจอำมหิตถึงเพียงนี้!
เมื่อวางไว้บนเตียงของถังฉี ก็แปลว่าหมายเอาชีวิตนางไม่ใช่หรือ?
ได้ยินเสียงของถังเจียง แม้แต่จ้าวไป่จือที่นิ่งเงียบอยู่ก็ต้องขมวดคิ้ว
ถังฉีตกใจจึงผงะถอยหลังโดยสัญชาตญาณ ก่อนจะเริ่มตื่นตระหนกและทุบประตู
“น้องเจียง หากมีของสกปรกเช่นนั้นอยู่ในห้องของข้า เจ้าก็รีบออกมาได้แล้ว! หากเจ้าติดโรคระบาดขึ้นมา…”
ถังฉีชะงักไปกลางประโยค เพราะนางรับไม่ไหวเมื่อจินตนาการว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป
“ไม่ต้องห่วงพี่ใหญ่ ท่านลืมไปแล้วหรือ ข้ามีภูมิคุ้มกันต่อพิษทุกชนิด!”
เมื่อกล่าวจบ ถังเจียงก็สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นภายในใจ นางทราบเรื่องความต้านทานต่อพิษของเขา ความตื่นตระหนกของนางในเวลานี้จึงแสดงให้เห็นว่านางใส่ใจเขามากแค่ไหน
ถังฉีสงบใจลงเมื่อได้ยิน นางหยุดทุบประตูทันที และทรุดร่างลงกับพื้นด้วยความโล่งใจ
ถังอู่และพี่น้องตระกูลถังต่างแสดงสีหน้าโกรธแค้น
“คงเป็นตอนที่พวกเราออกไปตามหาพี่ใหญ่เมื่อวันก่อน แล้วมีคนร้ายลอบเข้ามา” ถังสุ่ยเอ่ยอย่างเย็นชา ความคิดของเขาเฉียบแหลมเสมอ
“ถ้าข้ารู้ว่าใครกล้าทำร้ายลูกสาวของข้า ข้าจะทำให้พวกมันต้องร้องขอความตาย!” ใบหน้าของถังอู่เต็มไปด้วยความกราดเกรี้ยว
"น้องรอง ไปต้มน้ำร้อนในครัวมาเพิ่ม พวกเราทุกคนต้องอาบน้ำร้อนกัน!" ถังฉีกล่าว
ถังซานออกไปอย่างรวดเร็วเพื่อทำตามที่พี่สาวบอก
ตอนนี้ไม่ใช่เวลาตามหาคนร้ายที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ แต่ต้องจัดการกับสิ่งสกปรกในบ้านก่อน
“น้องเจียง มีขวดยาสีแดงอยู่ในล่วมยาในห้องของข้า มันสามารถฆ่าเชื้อโรคได้ หลังจากอาบน้ำแล้วก็ทายาบนร่างกายของเจ้าด้วย! แต่ก่อนอื่น เผาผ้าปูที่นอนที่สกปรกในห้องข้าก่อน” ถังฉีค่อยๆสงบใจลง
"จริงสิ เสี่ยวเจียง พ่อจะไปเอาเสื้อผ้าชุดใหม่มาให้ เจ้าจะได้อาบน้ำในห้องของฉีเอ๋อร์" ถังอู่กล่าวก่อนจะรีบออกไป
“ข้าจะช่วยเขายกอ่างอาบน้ำเอง” จ้าวไป่จือกล่าวพลางมองไปรอบๆห้อง แล้วมุ่งหน้าไปที่ห้องน้ำ
"พี่ไป่จือ ให้ข้าจัดการอ่างนั้นเองเถอะ!" แม้ถังเจียงจะฉลาดหลักแหลม แต่เมื่ออายุยังน้อย เขาจึงไม่สามารถเคลื่อนย้ายของหนักเช่นนี้ได้
“ไม่ต้องหรอก ข้าจัดการเอง ก็แค่โรคระบาด” จ้าวไป่จือเอ่ยเบาๆ ก่อนจะยกอ่างอาบน้ำเข้าไปในห้องด้วยตัวเอง
ถังอู่อ้าปากแต่ไม่พูดอะไร ยอมรับข้อเสนอของจ้าวไป่จือแต่โดยดี
ถังฉีมองจ้าวไป่จือด้วยความสับสน
"ฉีเอ๋อร์ เจ้ามาพักผ่อนในห้องของพ่อสักพักเถอะ เมื่อเสี่ยวเจียงทำความสะอาดเสร็จแล้ว เราค่อยหารือกันว่าจะทำอย่างไรต่อ" ถังอู่กล่าว
"เจ้าค่ะ" ถังฉีครุ่นคิดครู่หนึ่ง ด้วยรู้ว่าการยืนอยู่ตรงเฉยๆ ไม่ได้ช่วยอะไร
ยกเว้นจ้าวไป่จือ ทุกคนต่างไปที่ห้องของถังอู่
….................
อีกด้านหนึ่ง
นางฉินเดินเข้าไปในบ้านอย่างอารมณ์ดี
นางเหลียงกำลังซักผ้าอยู่ที่ลานบ้าน และรู้สึกแปลกใจเมื่อเห็นสีหน้ายิ้มกริ่มของแม่สามี ทุกวันนี้ นางฉินหงุดหงิดจนเอาแต่ฟาดงวงฟาดงาไปทั่ว แต่วันนี้นางกลับมาจากการไปเดินเล่นอย่างมีความสุข
นางเหลียงไม่กล้าเอ่ยปากถาม เพียงแต่ก้มหน้าก้มตาซักเสื้อผ้าต่อไป
"ตาแก่!” นางฉินเข้าไปในห้องและปิดประตูเบาๆ มองถังต้าสี่ที่นอนอยู่บนเตียงเตาพร้อมกล้องยาสูบในมือ ใบหน้าของนางเปล่งประกายด้วยความตื่นเต้น
“มีอะไร? หรือเจ้าเก็บทองได้ระหว่างทาง ถึงได้หน้าบานเป็นจานเชิง” ถังต้าสี่กล่าวพลางพลิกตัวเปลี่ยนท่า สูบยาสูบของเขาต่อไป
ทุกวันนี้เขาแทบไม่กล้าออกจากบ้าน ทางเข้าหมู่บ้านก็มีถังเฉวียนคอยเฝ้าอยู่เสมอ
เมื่อไม่นานมานี้ เขาเสียหน้าต่อหน้าพวกชาวบ้าน จึงไม่อยากออกไปข้างนอกอีก
ต่างจากนางฉินที่มีความทนทานต่อความอับอายขายหน้ามากกว่า
ไม่นานมานี้ นางก็กลับมามีบทบาทอีกครั้งในกลุ่มสตรีของหมู่บ้าน
"ดีกว่าการเก็บทองได้เสียอีก นางเด็กเหลือขอถังฉีกลับมาแล้ว! ข้าอยากรู้นักว่านางจะยังโชคดีอยู่หรือไม่!"
นางฉินกล่าวอย่างหน้าชื่นตาบาน ทว่าเคลือบแฝงด้วยความอาฆาตพยาบาท
เมื่อได้ยินดังนั้น ถังต้าสี่ผุดลุกขึ้นนั่งบนเตียงเตาทันที
Comments
Post a Comment