ตอนที่ 134: เดินทางหลายพันลี้
“มันกลับมาในยามนี้ ทีนี้ก็เข้านอนได้แล้ว แค่สัมผัสผ้าผืนนั้นก็มีโอกาสติดโรคระบาดได้ ที่เหลือเราก็แค่รอฟังข่าวดี!”
สดับวาจา ถังต้าสี่ก็เริ่มไอออกมา
“ตาแก่โง่ ข้าบอกแล้วว่าให้สูบยาให้น้อยๆลงหน่อย แต่เจ้าไม่เคยฟังเลย! อาการไอของเจ้ายิ่งแย่ลงทุกวัน!”
นางฉินบ่นด้วยความไม่พอใจ จากนั้นก็ตัวแข็งทื่อ
“ตาแก่ เจ้าคิดว่าเจ้าจะติดโรคระบาดนั่นด้วยหรือไม่?”
หลังจากกล่าวเช่นนี้ ใบหน้าของนางฉินพลันบิดเบี้ยว มองผู้เป็นสามีราวกับเห็นเขาเป็นสัตว์ร้าย
“เฮอะ! ยายแก่! เจ้าอยากให้ข้าตายๆไปเสีย จะได้ไปซบอกตาเฒ่าจากหมู่บ้านทางตะวันออกสิท่า? อย่าคิดว่าข้าไม่เห็นสายตาที่เขามองเจ้า!”
ถังต้าสี่ลุกขึ้นนั่งบนเตียง คว้ากล้องยาสูบและพยายามใช้มันฟาดนางฉิน
"เจ้าบ้าไปแล้วหรือ ตาแก่ หากเสียงดังโวยวายแล้วคนอื่นมาได้ยินเข้า พวกเราได้จบเห่แน่!”
ได้ยินนางฉินกล่าวเช่นนี้ ถังต้าสี่ก็ตั้งสติได้ แม้สายตาที่มองนางจะยังคงเย็นชามากก็ตาม
“แค่ก แค่ก แค่ก…”
ครู่ต่อมา เขาก็เริ่มไออีกครั้ง ใบหน้าของเขาค่อยๆบิดเบี้ยวจนอัปลักษณ์
…...................
หลังจากที่ถังเจียงอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว เขาก็เผาเครื่องนอนทั้งหมดที่ถังฉีเคยใช้ และฆ่าเชื้อในบ้านด้วยยาแดงและสมุนไพรหลากหลายชนิด
เมื่อมาถึงห้องของถังอู่ ถังฉีที่งีบหลับไปก็ค่อยๆลืมตาตื่น
"พี่ใหญ่"
เมื่อเห็นถังฉียังดูปลอดภัยดี ถังเจียงก็เผยรอยยิ้มกว้าง
“เสี่ยวเจียง หากไม่ใช่เพราะเจ้าในครั้งนี้ ผลที่ตามมาคงยากจะจินตนาการได้”
ถังอู่กล่าวด้วยสีหน้าหวาดกลัว มองดูบุตรสาวของตนด้วยความรู้สึกที่ได้สิ่งล้ำค่ากลับคืนมา
“ท่านพ่อ มันคือหน้าที่ของข้า แค่โชคดีที่เป็นข้ามาจัดห้องให้พี่ใหญ่ในวันนี้ หากเป็นพี่รองหรือคนอื่นๆ พวกเขาคงจะติดเชื้อไปด้วยแล้ว”
คราบเลือดและคราบหนองบนผ้าผืนนั้นช่างน่าขยะแขยงยิ่งนัก
“ฮึ่ม ไม่ว่าอย่างไร ข้าก็จะตามหาคนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ให้ได้! ทวงความเป็นธรรมให้ลูกสาวข้า!”
ถังอู่กล่าวอย่างเย็นชา ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยจิตสังหาร เลือดในกายเดือดพล่าน
“ท่านพ่อ ข้าคิดว่าเราไม่ควรแหวกหญ้าให้งูตื่น หากพวกเขาไหวตัวทันและวางแผนเล่นงานพี่ใหญ่อีก พวกเราจะไม่ทันตั้งตัว”
ถังสุ่ยที่นิ่งเงียบมาตลอดเอ่ยขึ้นอีกครั้ง
ทุกคนล้วนคล้อยตาม เพราะการหลบเลี่ยงการโจมตีแบบเปิดเผยนั้นง่ายกว่าการซุ่มโจมตี
“เช่นนั้นเราจะทำอย่างไรดี? นี่ก็ไม่ได้ นั่นก็ไม่ดี! เราจะปล่อยให้เจ้าคนชั่วนั่นลอยนวลไปเรื่อยๆ ข้ายอมไม่ได้!”
หลังจากกล่าว ถังอู่ทุบกำปั้นลงบนโต๊ะไม้ในห้องเสียงดัง เส้นเลือดบนมือปูดโปนอย่างเห็นได้ชัด
“ท่านอาถัง เราใช้วิธีซ้อนแผนของพวกเขากันเถอะ!”
“ท่านพ่อ เราใช้วิธีซ้อนแผนของพวกเขากันเถอะ!”
ทุกคนกล่าวออกมาแทบจะพร้อมเพรียงกัน
ถังฉีและจ้าวไป่จือต่างหันมาสบตากันด้วยความประหลาดใจ
ได้ยินพวกเขากล่าวเช่นนี้ ถังอู่ก็เข้าใจและตบหน้าขาของตนเองด้วยสีหน้าพึงพอใจทันที
“ตกลง เราจะใช้วิธีนั้น! ในอีกไม่กี่วัน พวกเจ้าพี่น้องช่วยกันกระจายข่าวไปทั่วทั้งหมู่บ้าน…”
บ้านถังอู่เริ่มวางแผนร่วมกันอย่างเงียบเชียบ
ถังฉีนั่งเงียบๆ ฟังครอบครัวของตนคิดหาวิธีจัดการผู้ที่อยู่เบื้องหลัง ซึ่งช่วยปลอบประโลมจิตใจของนางได้ไม่น้อย ไม่นานนัก นางก็ผล็อยหลับไปอีกครั้ง
“ฉีฉีหลับไปแล้ว”
จ้าวไป่จือสังเกตเห็นถังฉีที่ดวงตาปิดสนิทและเริ่มหายใจอย่างแผ่วเบา จึงเตือนคนอื่นๆในห้องให้เงียบเสียงลง
แม้แต่ถังอู่ที่อมควันอยู่ก็ยังปิดปากเมื่อได้ยินคำกล่าวของจ้าวไป่จือ
พี่น้องตระกูลถังค่อยๆย่องออกจากห้อง
ถังฉีหลับจนถึงบ่ายของอีกวัน
เป็นเพราะกลิ่นหอมฉุยจากลานบ้านที่ปลุกนางให้ตื่น
เหล่าบุรุษตระกูลถังใช้เวลาทั้งเช้าที่ลานบ้านเพื่อคิดหาวิธีจับตัวคนร้าย อาหารกลางวันจึงล่าช้ากว่าปกติมาก
หลังจากตื่นนอนด้วยความสดชื่น ถังฉีมุ่งหน้าไปที่ห้องครัว
"ฉีเอ๋อร์ เจ้าตื่นแล้วหรือ มากินข้าวกันเถอะ พ่ออุ่นอาหารในหม้อให้เจ้าแล้ว"
เมื่อเห็นบุตรสาว ถังอู่รีบซ่อนความเกรี้ยวกราดบนใบหน้าอย่างรวดเร็ว
ถังฉีพยักหน้า และครอบครัวก็นั่งล้อมวงกัน กินอาหารกลางวันอย่างมีความสุข
หลังมื้ออาหาร ไม่มีใครเผยท่าทีว่าจะลุกไปที่อื่นหรืออาสาล้างจาน ทุกคนล้วนมองไปยังถังฉีอย่างกระตือรือร้น
เห็นสีหน้าของพวกเขา ถังฉีคาดเดาได้ว่าทุกคนกำลังคิดอะไรอยู่
หลังจากคิดใคร่ครวญมาหลายตลบ นางก็ตัดสินใจว่า บอกพวกเขาจะดีกว่า
“ท่านพ่อ น้องรอง...”
ถังฉีกวาดสายตามองคนในครอบครัว รวมถึงถังเหอตัวน้อย และจ้าวไป่จือซึ่งนั่งเงียบๆอยู่ที่มุมด้านหนึ่ง
“ฉีเอ๋อร์ เจ้าตัดสินใจได้แล้วหรือว่าจะบอกเราอย่างไร?”
ถังอู่มองบุตรสาวด้วยสีหน้าสลับซับซ้อน
เขาสัมผัสได้ว่า บุตรสาวเก็บงำความลับมากมายไว้ตั้งแต่เขากลับมา
"เจ้าค่ะ!"
เมื่อเห็นสีหน้าเป็นกังวลของทุกคน ถังฉีก็พยักหน้า
"ข้าไปที่เมืองเทียนเฟิงมา!"
"เป็นไปไม่ได้ เมืองเทียนเฟิงอยู่ห่างจากที่นี่กว่าหนึ่งพันลี้ เจ้าจะไปที่นั่นและกลับมาภายในเวลาเพียงหนึ่งวันสองคืน ทั้งยังนำสมุนไพรมากมายกลับมา แม้แต่ม้าที่ดีที่สุดก็ยังทำไม่ได้!"
ถังอู่ปฏิเสธทันที
แม้แต่พี่น้องตระกูลถังที่ไม่เคยเดินทางไกลก็พยักหน้าเห็นพ้อง
แม้จะไม่เคยห่างจากบ้าน แต่พวกเขาก็ทราบที่ตั้งของเมืองเทียนเฟิง เพราะอาจารย์อวิ๋นเคยเอ่ยถึงระหว่างเรียนที่สำนักศึกษา
"แน่นอนว่าหากเดินทางบนหลังม้าคงเป็นไปไม่ได้ แต่เป็นเพราะข้ามีพาหนะที่เร็วกว่านั้น"
ถังฉีกล่าวด้วยรอยยิ้มมั่นใจ รู้สึกซาบซึ้งในยุคสมัยปัจจุบันที่นางเคยอยู่
“เจ้าจะบอกว่ามีพาหนะอื่นที่สามารถเดินทางได้หลายพันลี้ต่อวัน และขนสมุนไพรมากมายถึงเพียงนั้นได้?”
จ้าวไป่จือหายใจกระชั้นขึ้นเล็กน้อยหลังจากได้ยินคำกล่าวของหญิงสาว
เขาสงบสติอารมณ์อย่างรวดเร็วเมื่อตระหนักถึงอากัปกิริยาของตนเอง
“ใช่ มันเป็นสิ่งที่ข้าบังเอิญพบ!”
ถังฉีพยักหน้า เลือกที่จะไม่เปิดเผยว่ามันคือสิ่งใด และพอใจจะให้พวกเขารู้เพียงว่า นางสามารถเดินทางได้หลายพันลี้ต่อวัน
เมื่อเห็นว่าถังฉีไม่ตั้งใจจะอธิบายเพิ่มเติม เหล่าบุรุษตระกูลถังก็มีไหวพริบมากพอที่จะไม่กดดันนางไปมากกว่านั้น
ตราบใดที่ถังฉีเป็นคนในครอบครัวของพวกเขา นั่นก็คือสิ่งที่สำคัญที่สุด พวกเขาจะไม่สอดรู้สอดเห็นความลับของนาง!
"ฉีฉี เจ้ารู้หรือไม่ว่าหากเรานำพาหนะที่สามารถบรรทุกสิ่งของจำนวนมากมาใช้ในสนามรบได้ มันจะน่าพรั่นพรึงเพียงใด"
Comments
Post a Comment