sister ep142

 ตอนที่ 142: สุราแดง


"เข้ามากินข้าวเย็นกันก่อนเถอะ!"

ถังอู่มองไปยังถังเจียง ก่อนหันมองคู่สามีภรรยาที่ยิ้มแย้ม ทั้งสามมีความคล้ายคลึงกันจริงๆ

“เอ... อาหารที่ข้าเตรียมให้เสี่ยวเจียงอาจไม่เพียงพอ โปรดรอสักครู่!”

ถังฉีกล่าวพลางรีบเข้าไปในครัวเพื่อเตรียมอาหารเพิ่ม

ยวิ๋นโหรวและเฉียวไป๋ได้กลิ่นอาหารอันโอชะลอยกรุ่นมาจากห้องครัว

ยวิ๋นโหรวรีบเดินตามเข้าไปอย่างรวดเร็ว

"สาวน้อย ให้ข้าช่วยเถอะ ดูเจ้าสิ ผิวพรรณละเอียดอ่อนและบอบบางนัก แต่กลับต้องทำอาหารมากมายถึงเพียงนี้ อย่าฝืนเกินไปนักเลย!"

ขณะกล่าว นางก็เอื้อมมือไปช่วยถังฉี

“ไม่เป็นไร พวกท่านเดินทางมาไกล พักผ่อนสักพักเถอะ ระหว่างนี้ให้เสี่ยวเจียงเตรียมห้องให้พวกท่าน…”

ขณะที่ทั้งสองคุยกัน ฝาหม้อก็แง้มออกโดยไม่ตั้งใจ

ยวิ๋นโหรวมองเห็นเนื้อหมูตุ๋นชุ่มฉ่ำที่อยู่ข้างในทันที ทั้งยังมีไข่ตุ๋น น้ำแกงชามใหญ่ที่นางไม่รู้จัก ซาลาเปาสองชิ้น และข้าวอีกหนึ่งชาม

เพียงกลิ่นหอมของน้ำแกงชามนั้นก็ทำให้นางน้ำลายสอ!

ท้องของนางส่งเสียงดังทันที และการเคลื่อนไหวของนางช้าลงอย่างมาก

สีหน้าของเฉียวไป๋ก็แทบไม่ต่างกัน

ในอดีต ต่อให้มีของอร่อยแปลกตามาวางตรงหน้า ก็ไม่เคยกระตุ้นความอยากอาหารของทั้งคู่ได้มากนัก

ทว่าเวลานี้กลับแตกต่างออกไป พวกเขาพบบุตรชายแล้ว ทั้งยังดูสุขสบายดี พวกเขาจึงเบาใจลงมาก

“ท่านพ่อท่านแม่กินอาหารกันก่อน ข้าจะไปเตรียมห้องให้พวกท่าน!”

ใบหน้าของถังเจียงเผยรอยยิ้มจางๆ ขณะมองไปยังบิดามารดา

ความทรงจำของเขาฟื้นคืนตั้งแต่เมื่อหกเดือนก่อน และเดิมทีเขาก็ตั้งใจจะออกไปตามหาทั้งคู่ในหุบเขาร้อยพิษอยู่แล้ว

อย่างไรก็ตาม เขาลังเลอยู่นานและไม่ยอมจากไป เพราะเขาก็ถือว่าสถานที่แห่งนี้คือบ้านของเขา ถังฉีและทุกคนคือครอบครัวของเขาเช่นกัน

เพื่อมิให้คิดฟุ้งซ่าน เขาจึงหมกมุ่นอยู่กับการเรียนวิชาหมอทุกวันจนไม่มีเวลานึกถึงเรื่องอื่น

กระนั้น เขาก็ไม่กล้าทิ้งร่องรอยใดๆไว้!

แม้ความฉลาดจะเหนือกว่าเด็กในวัยเดียวกัน แต่เขาก็ยังถูกลักพาตัว แสดงชัดถึงพลังของผู้ที่อยู่เบื้องหลัง

หากคนเหล่านั้นทราบว่าเขาอยู่ที่ใด พวกเขาคงไม่มีทางได้อยู่อย่างเป็นสุข และบ้านตระกูลถังจะต้องเดือดร้อนเพราะเขาอย่างแน่นอน!

เขาไม่ต้องการให้เรื่องเช่นนั้นเกิดขึ้น ดังนั้นในช่วงหกเดือนที่ผ่านมา เขาจึงหักห้ามใจตนเองเงียบๆ

“มาเถอะ กินอาหารรองท้องกันก่อน ค่อยให้ฉีเอ๋อร์ทำมาเพิ่มให้อีก”

ในฐานะผู้ที่เคยผ่านประสบการณ์มาก่อน ถังอู่จึงเข้าใจความรู้สึกของพวกเขาเป็นอย่างดี

"พี่ถัง! ขอบคุณท่านมากที่ช่วยดูแลอวี๋เอ๋อร์ของเรามาหลายปี!"

เฉียวไป๋เผยสีหน้าซาบซึ้ง เอ่ยพลางตบไหล่ของถังอู่

ไม่จำเป็นต้องเอื้อนเอ่ย ทุกสิ่งก็สามารถเข้าใจได้แม้ไร้ซึ่งคำพูด!

เมื่อได้ยินคำเชื้อเชิญของถังอู่ ยวิ๋นโหรวก็รู้สึกโล่งใจ และรีบยกอาหารที่ยังร้อนๆจากหม้อ

"พี่เฉียว กินกันเถอะ!"

เมื่อตามหาบุตรชายจนพบ สีหน้าของยวิ๋นโหรวจึงอ่อนลงหลายส่วน

เดิมทีเสน่ห์ของนางก็ยากจะต้านทาน วันนี้ยังดูอ่อนโยนเป็นพิเศษ

"อืม..."

เฉียวไป๋เพียงตอบรับเบาๆ ทว่าดวงตาของเขากลับเปล่งประกายเป็นพิเศษ

ในไม่ช้า ทั้งคู่ก็กินอาหารทุกจานบนโต๊ะจนเกลี้ยง

ทว่าสีหน้าของพวกเขาเผยว่ายังไม่หนำใจ

แม้ที่บ้านจะตุนอาหารไว้มากมาย แต่ก็สายเกินกว่าจะเริ่มตุ๋นเนื้อหรือไก่

ถังฉีให้ถังซานไปคอยช่วยถังเจียง ในขณะที่ถังสุ่ย ถังเฟิง และถังเหอตัวน้อยไปช่วยเก็บผักให้นาง

“พวกเจ้าล้างผักให้สะอาด สะเด็ดน้ำแล้ววางไว้บนโต๊ะ ข้าจะหั่นเนื้อวัวกับเนื้อแกะเอง” นางบอกน้องชายขณะที่ตนเองก็ไม่ได้หยุดมือ

หลังจากหั่นเนื้อและจัดไว้บนโต๊ะแล้ว นางก็ใส่น้ำมันลงในหม้อ เมื่อหม้อร้อนพอเหมาะ นางก็ใส่มันวัวชิ้นใหญ่ลงไป รอจนไขมันละลายดี จึงใส่หัวหอม ขิง และกระเทียมลงไปผัดจนมีกลิ่นหอม จากนั้นเทน้ำต้มกระดูกที่เคี่ยวใหม่ๆลงไป

นี่คือวิธีทำน้ำแกงหม้อไฟของแท้

เดิมที ถังฉีตั้งใจจะทำสองรสชาติที่แตกต่างกัน

อย่างไรก็ตาม เมื่อเห็นว่าคู่สามีภรรยากินผัดพริกเขียวบนโต๊ะแล้วจิบน้ำเพื่อดับความเผ็ดร้อน นางก็รู้ทันทีว่าความคิดของนางนั้นไม่จำเป็นเลย

ทั้งสองสามารถรับมือกับรสชาติเผ็ดร้อนได้!

“หืม? อะไรนี่ กลิ่นหอมเหลือเกิน!”

ดวงตาของยวิ๋นโหรวเป็นประกายขึ้นทันที!

เช่นเดียวกับสตรีส่วนใหญ่ นางเพลิดเพลินกับอาหารรสเลิศเหล่านี้เป็นอย่างมาก

“ท่านแม่ มันคือหม้อไฟซึ่งเป็นที่เลื่องลือไปทั่วแผ่นดินโจวเหนือ” ถังเจียงกล่าวกับยวิ๋นโหรว สีหน้าเผยความรู้สึกผิด

ในความทรงจำวัยเด็ก เขาจำได้ว่ามารดาของเขามีความสุขเสมอเมื่อได้ลิ้มลองอาหารอันหลากหลาย!

ทว่าตอนนี้ นางไม่รู้จักแม้กระทั่งหม้อไฟที่กำลังโด่งดังไปทั่วแคว้น…

"อืม เพียงได้กลิ่นก็รู้สึกน้ำลายสอ สมกับเป็นอาหารเลื่องชื่อ!" ยวิ๋นโหรวพยักหน้า

“พี่ถัง ข้าพกสุราสูตรลับมาด้วย ท่านอยากลิ้มลองหรือไม่?” เฉียวไป๋กล่าวพลางปลดขวดหยกสีขาวออกจากเอว

ได้ยินดังนั้น ถังฉีก็นึกขึ้นได้ถึงสุราแดงซึ่งนางหมักไว้ได้พักใหญ่ ซึ่งเวลานี้น่าจะหมักได้ที่แล้ว!

"เฮ่อ อาหารดีๆเช่นนี้ น่าเสียดายที่เราไม่ได้พกสุราร้อยพิษ... เอ่อ สุราตำรับประจำตระกูลของเรามาด้วย"

ยวิ๋นโหรวกำลังจะกล่าวบางอย่าง แต่จู่ๆ ก็นึกขึ้นได้จึงเปลี่ยนคำเรียก

ในฐานะนายหญิงแห่งหุบเขาร้อยพิษ นางจำต้องเก็บตัวตนของนางไว้เป็นความลับ!

ต่อให้ครอบครัวที่อยู่ตรงหน้านางจะเป็นผู้มีพระคุณที่ช่วยดูแลบุตรชายของนางมาหลายปีก็ตาม

ถังฉีเงยหน้ามองยวิ๋นโหรว ในใจนึกสงสัยว่าตนเองควรเรียกสตรีงดงามนางนี้ว่า 'พี่สาว' หรือ 'ท่านอา' 

"ข้าจะไปหยิบสุราที่บ้านของเราหมักเองมาให้ เสี่ยวเจียง เจ้าสอนวิธีกินหม้อไฟให้ท่านพ่อกับท่านแม่ของเจ้าไปก่อน"

หลังจากกล่าวเช่นนี้ ถังฉีก็วางจานสุดท้ายลงบนโต๊ะ แล้วมุ่งหน้าไปที่ห้องครัว

เพียงครู่หนึ่ง นางก็ไปที่มุมด้านตะวันตกเฉียงเหนือของลานบ้าน ซึ่งมีไหขนาดต่างๆ นับไม่ถ้วนเก็บเอาไว้

โชคดีที่เมื่อครั้งสร้างเรือนสี่ประสานหลังนี้ พวกเขาสร้างลานบ้านให้ค่อนข้างใหญ่!

ถังฉีเปิดไหสุรา และทันใดนั้น กรุ่นกลิ่นหอมของผลไม้ก็อบอวลไปในอากาศพร้อมกับกลิ่นสุราแดงอันเป็นเอกลักษณ์

“อา… กลิ่นหอมดีจริง! ดูท่าการหมักเหล้าองุ่นครั้งนี้จะประสบความสำเร็จมากทีเดียว!”

จากนั้น ถังฉีก็เรียกอุปกรณ์ออกมาจากห้วงมิติ ตักสุราแดงเต็มช้อนใส่ลงในถ้วยใบเล็กแล้วค่อยๆจิบ

"อื้ม ไม่คิดเลยว่าองุ่นของเขตเฟิงโจวจะผลิตเหล้าองุ่นที่อร่อยและบริสุทธิ์ได้ถึงเพียงนี้!"

มันสามารถเทียบได้กับไวน์ที่นางเคยได้ลิ้มลองในอีกโลกหนึ่งด้วยซ้ำ!

ถังฉีจิบอีกเล็กน้อยแล้วค่อยยับยั้งชั่งใจ

จากนั้น นางก็เทสุราแดงลงในเหยือกแก้ว

นี่เป็นของขวัญวันเกิดที่ฉีเซิ่งมอบให้นางก่อนหน้านี้ เพราะมันสวยเกินงามไป นางจึงเก็บไว้ในห้วงมิติเสมอ

เวลานี้เป็นโอกาสดีที่จะนำออกมาใช้

ถังฉีถือเหยือกแก้วในมือและเดินเข้ามาในห้องครัว ก่อนจะสังเกตว่ายวิ๋นโหรวกำลังจ้องมองนางอย่างตั้งใจ

 

--- จบตอน ---

Comments