sister ep146

 ตอนที่ 146: ความสำเร็จและชื่อเสียง


“เจ้าหุบเขาเฉียว!”

ใบหน้าของฉีเซิ่งตกตะลึง ยามดึกสงัด เฉียวไป๋และภรรยาถึงกับมาเยือนที่แห่งนี้ และจุดประสงค์ของพวกเขาก็ชัดเจนยิ่ง!

"หืม ที่แท้ก็ลูกชายของท่านโหวเฉิงเอินนี่เอง!"

เฉียวไป๋จำตัวตนของฉีเซิ่งได้ในทันที

ไม่ใช่เพียงเพราะเขาเป็นบุตรนอกสมรสของท่านโหวเฉิงเอิน อย่างไรเสีย ในเมืองหลวงก็มีบุตรชายและบุตรสาวนอกสมรสของเหล่าขุนนางเป็นจำนวนมาก และแน่นอนว่าเขาจำไม่ได้ทั้งหมด

แต่เป็นเพราะฉีเซิ่งเองก็มีชื่อเสียงในเมืองหลวงเช่นกัน เฉียวไป๋ชื่นชมในพรสวรรค์ของเขาจนครั้งหนึ่งเคยอยากจะรับเขาเป็นศิษย์ แต่แล้วก็ต้องละทิ้งความคิดเมื่อบุตรชายของเขาหายตัวไป

ดังนั้น เมื่อได้พบเขาอีกครั้ง เขาจึงจำได้ทันที

“ท่านโหวเฉิงเอิน?”

ครานี้ ถึงคราวของถังฉีที่ต้องประหลาดใจ นางไม่คาดคิดว่าฉีเซิ่งซึ่งนางรู้จักมาหลายปี จะมีภูมิหลังที่โดดเด่นเช่นนี้!

“ข้าเป็นเพียงลูกนอกสมรสที่ไม่ได้รับความโปรดปรานเท่านั้น”

ฉีเซิ่งกล่าวด้วยรอยยิ้มถ่อมตน

ความพยายามทั้งหมดของเขาตลอดหลายปีที่ผ่านมา เป็นเพียงการทำให้ตระกูลของเขายอมรับ!

หลายปีมานี้ การกระทำของเขาได้พิสูจน์ทุกอย่างแล้ว แต่ในสายตาของพี่น้อง เขาเป็นเพียงลูกนอกสมรสที่ไม่มีสิทธิ์ทำตัวประเจิดประเจ้อ!

หรือบางที ก็มองเขาเป็นเพียงคางคกที่อยากกินเนื้อหงส์!

ฉีเซิ่งไม่สนใจว่าคนในตระกูลจะคิดอย่างไรกับเขาอีกต่อไป

วันหนึ่งเมื่อเขาสร้างชื่อให้ตัวเอง คนพวกนั้นก็เพียงต้องทรุดลงแทบเท้าเขา...

"พี่ใหญ่ฉี ไม่ต้องกังวลว่าคนอื่นจะคิดเช่นไร แค่ทำให้ดีที่สุด เส้นทางอยู่ที่เท้าของท่านเลือกเดิน และขึ้นอยู่กับท่านว่าจะตัดสินใจเดินไปอย่างไร"

ถังฉีรู้สึกปั่นป่วนในใจเล็กน้อย

นางรู้ดีว่าในยุคนี้ ความแตกต่างระหว่างชนชั้นนั้นชัดเจน โดยเฉพาะกับลูกนอกสมรสที่ไม่ได้รับความโปรดปรานจากบิดามารดา มีเพียงฐานะที่ต่ำต้อย

“ยิ่งไปกว่านั้น ในสายตาของข้า พี่ใหญ่ฉีเป็นสุภาพชนผู้สูงส่งอย่างแท้จริง! คนเหล่านั้นจะเปรียบเทียบกับท่านได้อย่างไร พวกเขาดีแต่พึ่งพาอภิสิทธิ์โดยกำเนิดของตัวเองเท่านั้น!”

ถังฉีกล่าวเสียงเบา ใบหน้าเรียวเล็กของนางเผยแววขุ่นเคือง

แม้นางไม่เคยได้ยินฉีเซิ่งเอ่ยถึงภูมิหลังของตนเอง แต่นางก็เห็นได้จากการกระทำว่าเขาถูกกำหนดให้ประสบความสำเร็จอย่างมาก!

เมื่อได้ยินถังฉีกล่าวเช่นนี้ ดวงตาของฉีเซิ่งก็ค่อยๆเป็นประกาย ความมั่นใจเริ่มปะทุ

"ฮ่าฮ่าฮ่า... ไม่เคยคิดเลยว่าลูกสาวบุญธรรมของข้าจะกล่าวได้ดีถึงเพียงนี้ ข้าจะพาเจ้ากลับไปที่หุบเขาร้อยพิษสั่งสอนขุนนางเหล่านั้นให้รู้สำนึก เอาละ ข้าขอตรวจอาการว่าที่ลูกเขยของข้าก่อน!"

เฉียวไป๋ไม่ลืมว่าเหตุใดเขาจึงมาที่นี่ รีบเดินไปที่ข้างเตียงทันที

เขาเอื้อมมือไปตรวจชีพจรของจ้าวไป่จือ

หลังจากนั้นไม่นาน สีหน้าของเขาก็ค่อยๆเคร่งขรึม

อวิ๋นโหรวเห็นดังนั้นจึงค่อยๆเดินเข้าไปตรวจดูผิวของจ้าวไป่จือ

หลังจากตรวจชีพจรบนมือทั้งสองแล้ว เฉียวไป๋ก็ลุกขึ้นยืนและหลีกทางให้อวิ๋นโหรว

“ยอดรัก เจ้าจับชีพจรเขาแล้วเราค่อยมาหารือกัน”

"เจ้าค่ะ"

อวิ๋นโหรวก็แสดงสีหน้าจริงจังเช่นกัน นางยกนิ้วมือสีขาวอันละเอียดอ่อนของตนขึ้นมาวางบนข้อมือของจ้าวไป่จือทันที

ฉีเซิ่งและถังฉียืนเคียงข้างกัน กลั้นหายใจรอผลลัพธ์สุดท้าย

หลังจากที่อวิ๋นโหรวตรวจชีพจรเสร็จแล้ว สีหน้าของนางก็ดูไม่ผ่อนคลายเหมือนก่อน คิ้วของนางขมวดมุ่นเล็กน้อย

“คุณชายฉี คราวนี้เขาโชคดีจริงๆ! ไม่คิดเลยว่าวิชาหมอของเจ้าจะมีระดับสูงถึงเพียงนี้!”

อวิ๋นโหรวกล่าวจบก็มองไปยังฉีเซิ่งด้วยสายตาที่แสดงความชื่นชมต่อคนรุ่นเยาว์

“ขอบคุณฮูหยินอวิ๋นสำหรับคำชม!”

ฉีเซิ่งก็ตื่นเต้นมากเช่นกัน เขาไม่คาดคิดว่าทักษะของตนจะเป็นที่ยอมรับของผู้ปกครองหุบเขาร้อยพิษทั้งสอง!

“เอาละ เราไปหารือกันข้างนอกดีหรือไม่?”

เฉียวไป๋ทราบว่าภรรยาของเขาวิเคราะห์เสร็จแล้ว จึงเสนอให้ออกไปด้านนอก

“ไม่จำเป็น... พูดมาเลยเถอะ”

บนเตียงผู้ป่วย จ้าวไป่จือเหลือบมองถังฉี รอยยิ้มจางๆปรากฏบนริมฝีปาก ก่อนที่เขาจะหลับตาเบาๆอีกครั้งและเอ่ยด้วยน้ำเสียงเหนื่อยล้า

"ตกลง"

เฉียวไป๋มองจ้าวไป่จือ ความชื่นชมที่มีต่อชายหนุ่มเพิ่มมากขึ้น

เขาเชื่อว่าจ้าวไป่จือเป็นคนที่แข็งแกร่งยิ่ง และในวันข้างหน้าหากฉีฉีแต่งงานกับเขา จะไม่นำไปสู่ชีวิตที่เลวร้าย

"พิษในร่างกายของเจ้ามาจากแคว้นตงอิ๋ง* แม้มันจะไม่ฆ่าเจ้าทันที แต่จะค่อยๆบั่นทอนพลังชีวิต และทำให้ผู้ถูกพิษต้องทนต่อความเจ็บปวดและทุกข์ทรมานในแต่ละวัน ส่งผลต่อทั้งร่างกายและจิตใจ"

เฉียวไป๋กล่าว สีหน้าของเขาเคร่งขรึมอย่างยิ่ง

* แคว้นตงอิ๋ง (东瀛国) หมายถึง ประเทศญี่ปุ่น ชาวจีนใช้คำนี้ในสมัยโบราณตั้งแต่สมัยราชวงศ์โจว

“แม้ข้าจะไม่รู้จักตัวตนของเจ้า แต่ข้ามั่นใจได้ว่าคนที่วางยาเจ้านั้นไม่ใช่คนธรรมดา ทั้งยังอำมหิตผิดมนุษย์! พวกเขาตั้งใจจะทำให้เจ้าต้องทนทุกข์ทรมานซ้ำแล้วซ้ำเล่าทั้งทางร่างกายและจิตใจ จนกว่าเจ้าจะทนไม่ไหวและปลิดชีวิตตัวเอง!”

เฉียวไป๋กล่าวอย่างเย็นชา

"พิษนี้หลอมกลั่นขึ้นในแคว้นตงอิ๋ง และมีราคาแพงเกินกว่าที่พวกเราชาวแผ่นดินเป่ยโจวจะได้มา หากไม่ใช่ตอนนั้น..."

จู่ๆ เขาก็ชะงักไป

เพราะบางเรื่องเจาะลึกถึงความลับของวังหลวงในอดีต

แม้หุบเขาร้อยพิษจะครองตำแหน่งสูงในยุทธภพ แต่หากเผลอล่วงเกินวังหลวงขึ้นมา อาจนำความหายนะมาสู่คนในหุบเขา!

“เจ้าหุบเขาเฉียว มีวิธีรักษาพิษนี้หรือไม่?”

“มี แต่ไม่ใช่สิ่งที่สามารถแก้ไขได้ในชั่วข้ามคืน และเราจำเป็นต้องไปที่หุบเขาร้อยพิษของข้าเพื่อเอาสมุนไพรที่จำเป็น”

เฉียวไป๋กล่าวจบ ค่อยมองถังฉีสลับกับจ้าวไป่จือ

สำหรับบุรุษผู้เดินทางท่องยุทธภพมานักต่อนัก ยังยอมรับว่าจ้าวไป่จือหล่อเหลาเอาการ เปล่งประกายราศีของผู้มีปัญญาและชนชั้นสูงโดยกำเนิด

เขาคิดว่า บุตรสาวบุญธรรมของเขาและจ้าวไป่จือเป็นคู่ที่เหมาะสมกันโดยแท้!

“ไปที่หุบเขาร้อยพิษ?”

ทุกคนในห้องต่างตกตะลึง

"นี่คือเหตุผลที่โลกพากันยำเกรงหุบเขาร้อยพิษ มันคือที่ที่สมุนไพรหลากหลายชนิดเจริญงอกงามมากที่สุด"

เฉียวไป๋สรุปด้วยความมั่นใจอย่างยิ่ง

"เช่นนั้นก็ไปกันเถอะ!"

ถังฉีกล่าวอย่างเด็ดขาด

นางสรุปได้จากคำกล่าวไม่กี่คำของบิดาบุญธรรม พวกเขามีวิธีรักษาพิษของจ้าวไป่จือ!

"ใช่ เราพยายามค้นหาหุบเขาร้อยพิษแต่ก็คว้าน้ำเหลวมาโดยตลอด และตอนนี้โอกาสก็อยู่ตรงหน้าเราแล้ว!"

ถังอู่ก็แสดงสีหน้าจริงจังเช่นกัน

"ตกลง"

จ้าวไป่จือนอนอยู่บนเตียง มองถังฉีด้วยสายตาลึกซึ้งพลางกล่าวอย่างอ่อนแรง

ขณะนั้น หัวใจของเขาเต็มไปด้วยความหวังอันไร้ขอบเขต!

วันก่อน เมื่อถังฉีเห็นเขาอยู่ในสภาพที่น่าสังเวชที่สุด หัวใจของเขาก็จมลงสู่ความสิ้นหวัง

แต่เมื่อหญิงสาวปรากฏตัวต่อหน้าเขาราวกับเทพธิดา ใบหน้าของนางไม่ได้แสดงความรังเกียจ มีเพียงความเห็นอกเห็นใจและความกังวลเท่านั้น เขาจึงรู้สึกซาบซึ้งใจในทันที

"ใช่ เป็นโอกาสดีที่จะกลับไปยังหุบเขา พาทั้งอวี๋เอ๋อร์และเสี่ยวเหอไปกับข้า คนหนึ่งคือลูกชายที่พลัดพรากไปนาน และอีกคนเป็นลูกศิษย์ของข้า! จากนั้น ข้าจะแสดงให้ผู้อาวุโสเหล่านั้นเห็นว่า ข้าเฉียวไป๋ไม่เพียงมีผู้สืบทอด แต่ยังโดดเด่นมากกว่าเจ้าหุบเขาคนก่อนอีกด้วย!”


 

--- จบตอน ---

Comments