sister ep147

 ตอนที่ 147: เส้นทางสู่เมืองหลวง


เมื่อได้ยินคำกล่าวของเฉียวไป๋ ใบหน้าของถังอู่แสดงสีหน้าลังเล

ใจหนึ่ง เขาก็ต้องการให้บุตรชายมีอนาคตที่โดดเด่นในภายภาคหน้า แต่อีกใจหนึ่ง เขาก็ไม่ต้องการให้ถังเหอไปไหน

"ท่านพ่อ หมู่บ้านตระกูลถังเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเดินทางของเรา หลังจากนั้น เมื่อพวกน้องๆ เข้าสอบขุนนาง พวกเขาก็ไม่อาจอยู่ในหมู่บ้านเล็กๆแห่งนี้ได้ตลอดไป"

เพียงแค่มองปราดเดียว ถังฉีก็เข้าใจความคิดของบิดา

“ใช่แล้ว พี่ถัง ข้าเห็นว่าเด็กคนอื่นๆ ในครอบครัวของท่านก็เฉลียวฉลาดมากเช่นกัน หลังจากโรคระบาดนี้สิ้นสุดลง พวกเขาจะสามารถสอบขุนนางได้อย่างแน่นอน และในไม่ช้า พวกเขาก็จะไปที่เมืองหลวงเพื่อร่วมการสอบด่านต่อไป! นอกจากนี้ การเรียนวิชาหมอยังเป็นเรื่องยาก ในอีกไม่กี่ปี เสี่ยวเหอก็น่าจะประสบความสำเร็จเช่นกัน และเมื่อถึงเวลานั้น เขาก็จะตามทันพี่ๆ”

ในฐานะบิดา เฉียวไป๋เข้าใจหัวอกถังอู่เป็นอย่างดี

"ตกลง! เช่นนั้นก็ให้เสี่ยวเหอไปกับท่านที่หุบเขาร้อยพิษ ข้าไม่เชื่อหรอกว่าเด็กคนนี้จะลืมพ่อของตัวเองทั้งคน!"

แม้ถังอู่จะกล่าวเช่นนี้ แต่ใบหน้าของเขายังคงห่วงหาอาทร

“ตกลง ข้าจะฝังเข็มให้เขาคืนนี้ และเราจะจัดเตรียมรถม้าให้พร้อมออกเดินทางในวันรุ่งขึ้น! รีบล้างพิษออกจากร่างกายของเขาเร็วเท่าไรก็ยิ่งดี หลีกเลี่ยงผลกระทบในระยะยาว”

อวิ๋นโหรวอธิบายเบาๆ จากด้านข้าง เมื่อนึกถึงวันที่นางจะได้พาบุตรชายหัวแก้วหัวแหวนกลับไปยังหุบเขา นางก็รู้สึกตื้นตันไม่น้อย

“การจากลาในวันนี้ เพียงเพื่อพบกันใหม่ในวันข้างหน้า พ่อบุญธรรม แม่บุญธรรม พวกเราจะได้พบกันอีก!”

ถังฉีพยายามควบคุมอารมณ์ของตนเองอย่างมาก อย่างไรเสีย ถังเหอก็เป็นเด็กที่นางเลี้ยงดูตั้งแต่อ้อนแต่ออก

ใกล้ชิดกับนางมากกว่าถังซานและคนอื่นๆ

เมื่อกล่าวจบ เฉียวไป๋มองดูนางอย่างยอมรับและไม่ลังเลอีกต่อไป เขาหยิบเข็มทองออกจากแขนเสื้อซองหนึ่ง เมื่อพบจุดฝังเข็มบนร่างกายของจ้าวไป่จือ นิ้วของเขาก็พลิ้วไหวราวกับกำลังเย็บปักถักร้อย

ช่างเป็นภาพที่น่าตื่นตาตื่นใจยิ่งนัก!

ราวสองก้านธูปต่อมา จ้าวไป่จือก็ผล็อยหลับไป

นี่อาจเป็นการนอนหลับที่ผ่อนคลายที่สุดนับตั้งแต่ที่เขาถูกวางยาพิษ

เวลานั้น ใบหน้าของเฉียวไป๋เริ่มเผือดซีด เพราะพิษในกายของจ้าวไป่จือรุนแรงเกินไป หากเป็นคนอื่น พวกเขาคงไม่มีทางรักษามันได้

“ท่านพี่ นี่คือน้ำแกงโสมที่ข้าเพิ่งทำมา รีบดื่มเร็วเข้าเถอะ!”

อวิ๋นโหรวมองไปยังสามีด้วยสีหน้าเจ็บปวด

"อืม!"

เฉียวไป๋ไม่ได้มีท่าทีใดๆ เขารับถ้วยน้ำแกงโสมจากมือของนาง ดื่มเข้าไปอึกใหญ่

ในไม่ช้า ใบหน้าของเขาก็เริ่มดูมีเลือดฝาดอีกครั้ง

จากนั้น ฉีเซิ่งจัดเตรียมห้องให้ทุกคน

ถังฉีมองไปยังจ้าวไป่จือที่นอนหมดสติอยู่บนเตียง ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความกังวล

“ท่านพ่อ พ่อบุญธรรม แม่บุญธรรม พวกท่านกลับไปพักผ่อนก่อนเถอะ ข้าอยากอยู่ที่นี่กับเขา”

ใบหน้าของถังฉีดูสงบเยือกเย็น ไม่ได้เผยความนัยเป็นพิเศษ 

“ตกลง เจ้าเฝ้าเขาอีกสักพักก็แล้วกัน…”

อวิ๋นโหรวใคร่ครวญเล็กน้อย ก่อนจะตอบรับคำขอของถังฉี

นางรู้สึกชื่นชมบุตรสาวบุญธรรมของตนมากขึ้นเรื่อยๆ

มีห้องว่างหลายห้องในโรงเตี๊ยมเยว่ไหลเค่อ แต่ละห้องล้วนสะอาดและเป็นระเบียบเรียบร้อย

เฉียวไป๋และภรรยาถูกจัดให้อยู่ในห้องที่ดีที่สุด

ถังฉีนั่งลงข้างเตียง มองดูใบหน้าที่กำลังหลับใหลของจ้าวไป่จือ ภายในใจว้าวุ่นสับสน

“วันนั้นข้าไม่รู้เลยว่าคนในห้องคือท่าน และท่านก็ไม่เคยบอกข้าเรื่องพิษในตัวท่านสักครั้ง...”

ถังฉีมองไปยังบุรุษหนุ่มในห้วงนิทราพลางยิ้มอย่างขมขื่น

“ไม่รู้ว่าสีหน้าท่าทีของข้าเมื่อวานทำร้ายจิตใจของท่านหรือไม่ แต่ข้าไม่เคยคิดดูถูกท่านเลย...”

ถังฉีกล่าวกับตัวเอง

บุรุษหนุ่มที่นอนอยู่บนเตียงขยับมือเล็กน้อย

เปลือกตาของจ้าวไป่จือกระตุกอย่างแผ่วเบา แต่ท้ายที่สุดเขาก็ไม่ลืมตา

เติบโตมาในค่ายทหาร ไม่ว่าจะเหนื่อยล้าเพียงใด เขาก็จะตื่นแม้มีสิ่งรบกวนเพียงเล็กน้อยเสมอ

ถังฉีนั่งอยู่ตรงนั้น พูดคุยกับเขาเพียงฝ่ายเดียวอยู่พักใหญ่ ก่อนจะผล็อยหลับไปในที่สุด

ขณะที่ลมหายใจของนางค่อยๆสม่ำเสมอ บุรุษหนุ่มบนเตียงที่เคยหลับใหลก็ลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ

"ฉีฉี เมื่อกำจัดพิษออกจากร่างของข้าจนหมดแล้ว ข้าจะกลับมาหาเจ้า"

หลังจากกล่าวเช่นนี้ จ้าวไป่จือพยายามอย่างมากเพื่อเอื้อมมือไปสัมผัสแก้มนวลเนียนของนาง ก่อนจะค่อยๆชักมือกลับและผล็อยหลับไปอีกครั้ง

กระนั้น รอยยิ้มจางๆยังคงปรากฏบนริมฝีปากของเขา

วันรุ่งขึ้น เมื่อถังฉีตื่นขึ้นมา นางก็พบว่าตนเองนอนอยู่บนเตียง! ส่วนจ้าวไป่จือซึ่งควรจะนอนอยู่ตรงนั้นกลับหายตัวไป

ถังฉีตกใจ รีบผุดลุกขึ้นและเดินออกไปข้างนอก

“พี่ใหญ่ ในที่สุดท่านก็ตื่นแล้ว ข้ากำลังไปเรียกท่านพอดี!”

ถังซานเพิ่งเดินมาหาถังฉี แต่เห็นว่าพี่ใหญ่ของเขาตื่นแล้ว

“น้องรอง พวกเจ้าทุกคนไม่ได้อยู่เฝ้าบ้านหรือ? มาอยู่ที่เมืองชิงเหลียงได้อย่างไร?”

"พี่ใหญ่ฉีส่งรถม้ามารับพวกเราทุกคนตั้งแต่เช้า น้องห้าตกลงจะไปยังหุบเขาร้อยพิษเพื่อเรียนวิชาหมอแล้วขอรับ"

เมื่อกล่าวจบ สีหน้าของถังซานฉายแววเศร้าใจเล็กน้อย

เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะต้องแยกจากพี่น้อง การจากลาเช่นนี้มาถึงเร็วเกินไป

และถังเจียงก็กำลังจะจากไปเช่นกัน!

"เช่นนั้นก็ดีแล้ว"

ถังฉีตระหนักแล้วว่าเหตุใดตนเองถึงวิตกกังวลนัก เป็นเพราะอาการของจ้าวไป่จือเพียงอย่างเดียว

"น้องรอง น้องห้าจะไปเรียนวิชาหมอ บางทีครั้งหน้าที่เจ้าเห็นเขา เขาอาจกลายเป็นหมอผู้ยิ่งใหญ่ที่ช่วยชีวิตคนมากมาย! ในฐานะพี่ชาย เจ้าจะปล่อยให้น้องชายแซงหน้าไม่ได้ เข้าใจหรือไม่?"

เพื่อไม่ให้ถังซานรู้สึกเศร้า ถังฉีจึงคลี่ยิ้มจางๆ

“พี่ใหญ่ พี่ไป่จือจ้างอาจารย์สอนวรยุทธ์ที่เก่งที่สุดให้เราแล้ว ข้าสัญญาจะตั้งใจฝึกฝนอย่างหนัก!”

เห็นความคาดหวังในดวงตาของพี่สาว ถังซานจึงให้คำมั่นทันที

“ดี ข้ารู้ว่าพวกเจ้าล้วนมีความสามารถ เมื่อพี่ใหญ่แก่ตัวลง พวกเจ้าจะได้คอยดูแล!”

ถังฉีกล่าวด้วยรอยยิ้ม ถังซานเมื่อได้ยินก็พยักหน้าอย่างจริงจัง ใคร่ครวญวาจาของนาง

“เร็วเข้า พี่ใหญ่ รถม้าพร้อมแล้ว พวกเขากำลังจะออกเดินทาง!”

ถังซานพลันชี้ไปที่ถุงใบใหญ่ตรงมุมห้อง

"ไข่มุกนี่..."

ถังฉีจำได้ทันทีว่าเป็นถุงไข่มุกที่อยู่ในห้องของนาง

“พี่ใหญ่ฉีขอให้เราเอาไข่มุกมาส่วนหนึ่ง เขาจะไปที่เมืองหลวงเพื่อดูว่าจะขายได้ราคาดีหรือไม่”

ถังซานอดไม่ได้ที่จะนึกถึงถังเฟิงที่อาจง่วนอยู่กับลูกคิดของเขาข้างนอก

"จริงสิ เมืองหลวงมีขุนนางและผู้มั่งคั่งมากมาย เมื่อเทียบกับเขตเฟิงโจวเล็กๆแห่งนี้ ต้องขายได้ราคาดีกว่าแน่นอน!"

ดวงตาของถังฉีเป็นประกาย กล่าวได้ว่าฉีเซิ่งมีหัวการค้าอย่างแท้จริง!

เขามองการณ์ไกลถึงเรื่องนั้นแล้ว!

“เช่นนั้นก็ให้พวกเขาเอาไข่มุกไปขายที่เมืองหลวง! หากขายได้ราคาดี พวกเจ้าพี่น้องจะได้หาภรรยาดีๆให้ตัวเองสักคน!”

ถังฉีกล่าวติดตลก


 

--- จบตอน ---

Comments