sister ep148

 ตอนที่ 148: ประหารชีวิต


ขณะที่สองพี่น้องพูดคุยกัน ถังอู่เดินเข้ามาจากด้านนอก

“ท่านพ่อ พวกน้องห้าจะไปแล้วหรือเจ้าคะ?” ถังฉีรีบถาม

"เปล่าหรอก เสี่ยวเจียงพาพ่อแม่บุญธรรมของเจ้าไปที่วัดศาลหลักเมือง" ถังอู่กล่าวอย่างร่าเริง “พ่อแม่บุญธรรมของเจ้าตั้งใจจะกลับไปที่หุบเขาร้อยพิษหลังจากภัยโรคระบาดนี้สิ้นสุดลง” 

ดวงตาของถังฉีเป็นประกายเมื่อได้ยิน

นางตัดสินใจแล้วว่าในช่วงเวลานี้ นางจะตั้งใจเตรียมอาหารอร่อยๆให้พวกเขา!

“น้องรอง เจ้าก็ไม่อธิบายให้ชัดๆ ข้านึกว่าพวกน้องห้าไปกันแล้วเสียอีก!” เมื่อกล่าวจบ ถังฉีก็หันไปมองค้อนถังซาน

“พี่ใหญ่ ข้าไม่มีอะไรให้แก้ตัว อย่าโกรธข้าเลยน้า~ แต่ข้าสงบใจไม่ได้จริงๆ เมื่อมีถุงไข่มุกใบนี้วางอยู่ใกล้ๆ” ถังซานตอบ

“ตั้งสติให้มากเข้าไว้ จะได้เป็นตัวอย่างให้น้องๆของเจ้า!” ถังฉีกล่าวพลางเอื้อมมือไปเคาะศีรษะของถังซาน 

ขณะเดียวกัน รองเท้าสีขาวนวลคู่หนึ่งปรากฏขึ้นที่ประตู

มือของถังฉีพลันชะงักค้าง และใบหน้าหล่อเหลาโดดเด่นก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า

จ้าวไป่จือไม่ได้แต่งตัวเรียบง่ายเหมือนตอนที่อยู่ในหมู่บ้านตระกูลถัง

เวลานี้เขาสวมชุดคลุมยาว ตกแต่งปกสีขาวราวกับหิมะ เข้ากันอย่างลงตัวกับผ้าคาดเอวปักลวดลายเมฆมงคลสีขาวนวล ประดับหยกขาวที่แกะสลักอย่างประณีต

ผมของเขาสีดำขลับราวกับอีกา รวบมัดด้วยริ้วผ้าสีเงิน ไม่ได้สวมกวานประดับผมใดๆ ผมสองสามเส้นปลิวตามสายลมพร้อมกับริ้วผ้า ทำให้เขาดูมีเสน่ห์ประหนึ่งมาจากโลกอื่น

เวลานั้น ถังฉีรู้สึกราวกับว่าตกอยู่ในภวังค์

อย่างไรก็ตาม เมื่อเห็นมุมปากที่ยกยิ้มของเขา นางก็รีบสำรวมกิริยา

แม้พิษในร่างกายของเขายังไม่ได้ชำระล้างอย่างสมบูรณ์ แต่ดวงตาของเขาก็เฉียบคมยิ่งกว่าเดิม

"ฉีฉี..." จ้าวไป่จือมองไปยังถังฉี เมื่อเห็นแววตาแฝงความชื่นชมของนาง เขาจึงรู้สึกมีกำลังใจขึ้นมาก

ดวงหน้าของถังฉีไม่เหมือนกับบุตรสาวของพวกขุนนางในเมืองหลวง หรือแม้แต่บุตรสาวราชนิกุลซึ่งเต็มไปด้วยมารยาร้อยเล่ห์และแรงจูงใจอันซ่อนเร้น

ดวงตาที่บริสุทธิ์อย่างน่าเหลือเชื่อของนาง คือสิ่งพิเศษที่สุดที่เขาเคยเห็นมาในชีวิต

“ท่านตื่นแล้วหรือ? นอนต่ออีกสักหน่อยดีหรือไม่? แม่บุญธรรมบอกว่าพิษในร่างกายของท่านยังไม่หมด”

“ไม่เป็นไร ข้ารู้สึกสดชื่นขึ้นมากแล้ว” เวลานี้ จ้าวไป่จือรู้สึกราวกับได้เกิดใหม่ ไม่ต้องทรมานเพราะพิษที่คอยราวีเขาอีกต่อไป

เมื่อเห็นเขาเช่นนี้ ถังฉีก็โล่งใจเช่นกัน

….............................

ในวัดศาลหลักเมือง 

ภายในกางแถบผ้าแบ่งเป็นช่องๆ เพื่อกั้นผู้ป่วยแต่ละคน

หมอหลวงฉินและหมอหลวงหวังเพิ่งตรวจคนไข้ทุกคนเสร็จ ทั้งสองเดินออกไปนอกวัด

"โชคดีที่สมุนไพรชุดใหม่มาถึงทันเวลา ไม่เช่นนั้น โรคระบาดคงจะแพร่กระจายไปทั่ว" หมอหลวงฉินถอนหายใจ

"อืม ไม่รู้ว่าซื่อจื่อจัดการขนสมุนไพรจากเมืองเทียนเฟิงที่อยู่ห่างออกไปตั้งหลายพันลี้ได้อย่างไร แต่ครั้งนี้เขาสมควรได้รับการยกย่อง เมื่อพวกเรากลับไปที่เมืองหลวง ฝ่าบาทคงพระราชทานรางวัลแก่เขาอย่างงาม!" หมอหลวงหวังกล่าวพลางโค้งคำนับไปทางทิศที่ตั้งของเมืองหลวง

"ฮ่าฮ่าฮ่า... คราวนี้เราทั้งคู่ก็สร้างชื่อให้ตัวเองด้วยเช่นกัน!" หมอหลวงฉินกล่าวพลางหัวเราะร่า

สดับวาจา หมอหลวงหวังพลันส่ายศีรษะอย่างจนใจ ไม่ได้แสดงสีหน้าใดเป็นพิเศษ

แม้ทั้งสองจะเป็นสหายร่วมสำนัก ทว่าแต่ละคนล้วนมีจุดยืนและความเชื่อที่แตกต่างกันไป

เขาเพียงต้องทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด

ทันใดนั้น ชายชราคนหนึ่งที่แต่งกายด้วยเสื้อผ้าขาดรุ่งริ่งรีบวิ่งออกจากวัดศาลหลักเมือง

แต่ออกไปนอกวัดได้เพียงยี่สิบก้าว เขาก็ถูกเจ้าหน้าที่กำราบจนอยู่หมัด!

“ปล่อยข้า! ข้าไม่อยากรอความตายอยู่ที่นี่!” ใบหน้าของถังต้าสี่เผยแววคลุ้มคลั่ง

ในช่วงนี้ เขาอาศัยอยู่ท่ามกลางคนไข้ที่ติดโรคระบาด บรรยากาศยากจะทานทน!

“นายอำเภอสั่งว่าผู้ป่วยคนใดฝ่าฝืนหรือไม่ยอมปฏิบัติตาม ต้องถูกประหารชีวิตทันที!” เจ้าหน้าที่กล่าวพลางยกดาบแวววาวขึ้นมาขู่

ถังต้าสี่ไม่เคยพบเห็นเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน  จึงรู้สึกหวาดกลัวจนทรุดร่างลงกับพื้น!

ในไม่ช้า พื้นด้านล่างของเขาก็เต็มไปด้วยอาจมและกลิ่นเหม็นเน่า!

เจ้าหน้าที่เผยสีหน้ารังเกียจทันที!

"เกิดอะไรขึ้น?"

ฉีเซิ่งมาพร้อมกับคู่สามีภรรยาสกุลเฉียว ทันเวลาได้เห็นฉากชวนขนลุกนี้

หมอหลวงฉินและหมอหลวงหวังค่อนข้างคุ้นเคยกับฉีเซิ่ง เนื่องจากเขามาที่นี่บ่อยๆ เพื่อรักษาเหยื่อภัยพิบัติ

และถังเจียงก็ติดตามมาด้วย

“เสี่ยวเหอ...”

เมื่อได้ยินเสียง ถังต้าสี่เงยหน้าขึ้น และเห็นถังเหอยืนอยู่ด้านหลังถังเจียง

ใบหน้าของเขาเผยความตื่นเต้นทันที และไม่ว่าสภาพของเขาจะเละเทะเพียงใด ก็ได้แต่รีบพุ่งตัวไปหาพวกเขา

ครู่ต่อมา เจ้าหน้าที่ก็เตะเขาไปข้างหลัง!

“อย่าพยายามทำอะไรโง่ๆ ไม่เช่นนั้นอย่าหาว่าข้าไม่ปรานี” 

เจ้าหน้าที่กล่าว ใบหน้าของเขาไม่ได้ดูหยอกล้อเหมือนก่อนอีกต่อไป แต่กลับมองถังต้าสี่ที่นอนเหยียดยาวบนพื้นอย่างเย็นชา

ชายชราผู้นี้สร้างปัญหาไม่หยุดหย่อนตั้งแต่ที่เขาถูกพาตัวมาที่วัดศาลหลักเมือง คงง่ายกว่าถ้ากำราบเขาด้วยการลงไม้ลงมือสักครั้ง!

หากเขาหลบหนีไปได้ อาจเป็นหายนะต่อผู้คนในเขตเฟิงโจว

"ใต้เท้า เด็กคนนั้นเป็นหลานชายของข้า ข้าขอไปพบเขาหน่อยได้หรือไม่..." 

ถังต้าสี่เห็นว่าถังเหอแต่งตัวดีมีภูมิฐาน และสามีภรรยาที่อยู่ข้างๆก็ดูสง่างามยิ่ง!

แม้ถังเจียงจะมาที่วัดศาลหลักเมืองทุกวัน แต่เขาไม่เคยแสดงมารยาทกับถังต้าสี่เลย

เมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ใช่หลานชายของตนเอง ถังต้าสี่จึงไม่กล้าตีสนิทมากเกินไป เกรงว่าเด็กชายจะทำตัวโหดเหี้ยมและทำร้ายเขา

คงไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตนเองตายอย่างไร!

ท้ายที่สุดแล้ว มันก็เป็นเรื่องปกติที่คนติดโรคระบาดจะต้องตาย

ถังต้าสี่เข้าใจอย่างถ่องแท้ 

แม้ถังเจียงมักจะเงียบและถ่อมตน แต่เมื่อใดก็ตามที่บังเอิญสบสายตา ดวงตาของเขาก็เผยให้เห็นแววเกลียดชังอย่างลึกซึ้ง

ถังต้าสี่จึงไม่กล้าเสี่ยง

เวลานี้เมื่อถังเหอมาถึง จิตใจของถังต้าสี่พลันเบิกบานอีกครั้ง!

“เฮอะ เลิกไร้สาระเสียที ยังกล้าเรียกเขาว่าหลานชายอีกหรือ? หากเขาเป็นหลานชายของเจ้าจริงๆ เจ้ายังกล้าเข้าใกล้เขาด้วยโรคระบาด ตั้งใจจะทำร้ายเด็กอย่างนั้นหรือ?”

เจ้าหน้าที่มองไปยังถังเหอซึ่งดูบอบบางและน่ารักน่าเอ็นดู ใครก็ตามที่เห็นเขาก็อดชื่นชมไม่ได้

"ข้า..."

“อะไร หากเจ้าไม่กลับเข้าไป ข้าจะประหารเจ้าเสียที่นี่!”

เมื่อเห็นดาบที่เปล่งประกายของเจ้าหน้าที่ ถังต้าสี่ก็ย่อตัวลงและเดินกะโผลกกะเผลกกลับไปยังที่ของตน

แน่นอนว่าถังเหอเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม ชั่วชีวิตนี้ เขาไม่มีวันให้อภัยใครก็ตามที่ทำร้ายพี่สาวของเขา!

หมอหลวงทั้งสองเห็นผู้ป่วยถอยร่นกลับไป จึงมองไปยังฉีเซิ่ง

"คุณชายฉี เจ้าพาทั้งเด็กและสตรีมาที่วัดศาลหลักเมืองได้อย่างไร ที่นี่เต็มไปด้วยคนที่ติดโรคระบาด!"


 

--- จบตอน ---

Comments