sister ep151

 ตอนที่ 151: สมควรแล้ว


เมื่อได้ยินคำกล่าวของเฉียวไป๋ หมอหลวงทั้งสองก็สบตากัน ดวงตาฉายแววยินดี

“เจ้าหุบเขาเฉียว ท่านหมายถึง…”

“ใช่ อาการของพวกชาวบ้านดีขึ้นแล้ว บางคนสามารถออกจากที่นี่ได้แล้ว” เฉียวไป๋กล่าวกับหมอทั้งสองคนด้วยสีหน้าอ่อนโยน

ในช่วงที่เกิดโรคระบาดนี้ หากปราศจากพวกเขา ผู้ลี้ภัยจำนวนนับไม่ถ้วนอาจเสียชีวิต

"ยอดเยี่ยมที่สุด!" หมอหลวงหวังแสดงสีหน้าตื่นเต้นทันที

“เจ้าหุบเขาเฉียว เราจะเขียนหนังสือถึงสำนักหมอหลวงเพื่อแจ้งให้เจ้าสำนักทราบอย่างแน่นอน…”

"ไม่จำเป็น คราวนี้ท่านสองคนคือวีรบุรุษตัวจริง! ข้าเพียงมาช่วยเหลือขั้นสุดท้าย ไม่จำเป็นต้องกล่าวถึงข้า” เฉียวไป๋กล่าวอย่างไม่ใส่ใจพลางโบกมือ

ก่อนที่เขาจะพบบุตรชาย เขาคงไม่ยอมให้เมืองหลวงล่วงรู้ที่อยู่ของเขาอย่างเด็ดขาด ทว่าเวลานี้ไม่สำคัญแล้ว เพราะเขาจะกลับมาที่นี่อีกในเร็วๆนี้

“ครั้งนี้ คุณชายเฉียวอวี๋ยังมีบทบาทสำคัญในการรักษาผู้ลี้ภัยในช่วงที่เกิดโรคระบาด เราจะแจ้งให้เจ้าสำนักหมอหลวงและซื่อจื่อทราบเรื่องนี้อย่างแน่นอน!” หมอหลวงฉินเมื่อสัมผัสได้ถึงความคิดของเฉียวไป๋ จึงรีบสรรเสริญเยินยอ

“ท่านพ่อ กลับไปที่โรงเตี๊ยมเยว่ไหลเค่อกันเถอะ” เฉียวอวี๋กล่าวพลางหันมองเฉียวไป๋ ด้วยรู้ว่าเวลาที่ต้องแยกทางกับถังฉีใกล้เข้ามาแล้ว

แทนที่จะอยู่ที่นี่เพื่อพูดคุยกับหมอหลวง กลับไปใช้เวลากับพี่สาวของเขาให้มากขึ้นดีกว่า

" ใช่แล้ว! ท่านพี่ ข้าก็รู้สึกเหนื่อยเช่นกัน คงต้องขอตัวก่อน เชื่อว่าท่านหมอทั้งสองคงจัดการต่อได้เหมาะสมดีแล้ว” เข้าใจความคิดของบุตรชาย ยวิ๋นโหรวค่อยกล่าว 

ไม่นานนัก ภายใต้การมองส่งของหมอทั้งสอง คนทั้งกลุ่มก็ขึ้นรถม้าและจากไปอย่างช้าๆ

จากนั้น หมอหลวงหวังก็สั่งให้ผู้ลี้ภัยที่อาการดีขึ้นแล้วให้เก็บข้าวของเตรียมออกจากวัดในเช้าวันรุ่งขึ้น ส่วนผู้ที่ไม่เหลือเงินติดตัว ก็สามารถไปยังเมืองชิงเหลียง ซึ่งซื่อจื่อจัดเตรียมค่าใช้จ่ายในการเดินทางไว้ให้แล้ว ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นมาตรการที่จัดเตรียมไว้ล่วงหน้า

ผู้ลี้ภัยที่อยู่ในรายชื่อล้วนแสดงสีหน้าตื่นเต้น ด้วยไม่คาดคิดเลยว่าตนเองจะรอดจากโรคระบาด

“สวรรค์ทรงโปรดแท้ๆ หากมิใช่เพราะซื่อจื่อและท่านหมอทั้งสอง ป่านนี้พวกเราคงลงไปนอนในหลุมแล้ว” ชายวัยกลางคนกล่าวอย่างตื้นตัน คุกเข่าลงคำนับหมอหลวง

“ที่เราทำเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย หากมิใช่เพราะซื่อจื่อและแม่นางถัง คงจะ...” หมอหลวงหวังซึ่งมีจรรยาบรรณของผู้เป็นหมอ ย่อมไม่หาผลประโยชน์เข้าตัว

ผู้ลี้ภัยเมื่อได้ยินก็พลันนึกถึงผู้ที่แจกโจ๊กให้พวกเขาในช่วงเวลาที่ยากลำบาก

“ถุย...” ไม่ไกลนัก ถังต้าสี่ถ่มน้ำลายลงบนพื้นหลังจากได้ยินคำกล่าวของหมอหลวงหวัง คิดว่าชายชราคนนี้คงได้รับสินบนจากเด็กสาวคนนั้น ไม่เช่นนั้นเขาคงไม่สรรเสริญนางต่อหน้าผู้ลี้ภัยและอวดอ้างนางเป็นวีรสตรี

“อย่างไรก็ตาม ข้าได้ยินมาเมื่อเร็วๆนี้ว่าแม่นางถังเกือบจะติดโรคระบาดและคนร้ายคือปู่ของนางเอง!” ทันใดนั้น ผู้ลี้ภัยคนหนึ่งก็นึกถึงบางสิ่งที่ได้ยินมา

“ไร้สาระ คนดีอย่างแม่นางถังจะติดโรคระบาดได้อย่างไร? เห็นได้ชัดว่าเป็นข่าวลือที่ไม่มีมูลความจริง!” ผู้ลี้ภัยอีกคนโต้ด้วยความโกรธ

ผู้ลี้ภัยคนอื่นๆเริ่มแสดงความไม่พอใจ  จ้องมองคนผู้นั้นด้วยความโกรธ

สายสัมพันธ์ที่ก่อเกิดในยามยากของพวกเขาพังทลายลงทันทีเมื่อได้ยินคนว่าร้ายถังฉี

“อย่ามองข้าเช่นนั้น! ข้าได้ยินมาว่าคนร้ายคือปู่ของแม่นางถังจริงๆ! หากเจ้าไม่เชื่อข้า เจ้าก็ไปถามเขาได้...” ผู้ลี้ภัยประหลาดใจกับปฏิกิริยาที่รุนแรง จึงถอยร่นไปซ่อนตัวอยู่ด้านหลังหมอหลวงหวัง

"ได้! ไปถามเขากันเลย!” ชายร่างกำยำกล่าวพลางเดินนำหน้า ขณะที่ผู้ลี้ภัยคนอื่นๆเดินตามเขาไป

หมอหลวงหวังรู้ความจริงของเรื่องนี้และไม่ได้หยุดพวกเขา ท้ายที่สุดแล้ว สิ่งที่ชายชราจากหมู่บ้านตระกูลถังทำนั้นน่ารังเกียจ และผู้ลี้ภัยที่จะสั่งสอนเขาก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้าย

ถังต้าสี่เฝ้ามองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่คิดว่าผู้ลี้ภัยจะพุ่งเป้ามาที่เขาอย่างดุดันถึงเพียงนี้ ใบหน้าของเขาเผยแววกังวลทันที

“ท่านคือถังต้าสี่จากหมู่บ้านตระกูลถัง? ปู่ของถังฉีใช่หรือไม่?” ชายร่างกำยำถามด้วยความโกรธ

เมื่อเห็นท่าทางของชายคนนั้น ถังต้าสี่ก็ไม่แน่ใจและลังเล

“ใช่ ข้าชื่อถังต้าสี่จากหมู่บ้านตระกูลถัง ถังฉีเป็นลูกสาวของลูกชายคนรองที่ไม่เอาไหนของข้าเอง” ถังต้าสี่กล่าวตะกุกตะกัก

เมื่อได้ยินดังนั้น ความโกรธของชายร่างกำยำก็ทวีความรุนแรงขึ้น

“เช่นนั้น ท่านคือปู่ของถังฉีจริงๆ”

“พ่อหนุ่ม อย่าเข้าใจผิด ข้าตัดสัมพันธ์กับนั่งเด็กนั่นไปนานแล้ว เราลงนามในหยังสือตัดขาดเมื่อหลายปีก่อน ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกันอีกนับแต่นั้น...” เมื่อเห็นสีหน้าไม่พอใจของทุกคน ถังต้าสี่จึงคิดผิดไปว่าพวกเขาก็ไม่พอใจถังฉีด้วยเช่นกัน

“แล้วท่านติดโรคร้ายเพราะนางหรือ?” ใบหน้าของชายร่างกำยำฉายแววโกรธเคือง

“ใช่ เป็นเพราะนังเด็กนั่น หากไม่ใช่เพราะนาง ข้าคงไม่ติดโรคระบาดบ้าๆนี่...” ถังต้าสี่กล่าวต่อ เมื่อผู้ลี้ภัยที่เพิ่งจะหายดีคนหนึ่งคล้ายจะนึกบางอย่างขึ้นมาได้

“ใช่แล้ว ใช่แล้ว เขานี่เอง! ครั้งก่อน ข้าลอบไปเคารพศพสหายที่เสียชีวิต บังเอิญเห็นเงาร่างหนึ่งขโมยเสื้อผ้าจากศพ ข้าซ่อนตัวอยู่หลังต้นไม้และเฝ้าดูจนกระทั่งเขาจากไป ต่อมาเจ้าหน้าที่พบข้า จึงพาข้ามาที่นี่! ข้าคิดว่าเขาเป็นแค่ขโมย แต่ทว่า..." ชายคนนั้นมองไปยังถังต้าสี่อย่างพินิจพิจารณา คนคนนี้ทำร้ายหลานสาวของตัวเอง แล้วเขาจะไม่ทำอะไรพวกเขาหรือ?

เมื่อได้ยินดังนั้น ชายร่างกำยำก็ยืนยันในข้อสงสัย ก่อนจะยกกำปั้นอันใหญ่โตขึ้นและชกเข้าที่ใบหน้าของถังต้าสี่

พลั่ก!

กร๊อบ!

เสียงคล้ายฟันหักลั่นดังขึ้น

ถังต้าสี่พ่นเลือดออกมาเต็มปากพร้อมกับฟันสองสามซี่ เขาเอามือปิดหน้า มองชายร่างกำยำด้วยสายตาหวาดกลัว อย่างไรก็ตาม เขาโทษทุกอย่างว่าเป็นความผิดของถังฉี หากมิใช่เพราะนาง เขาคงไม่ถูกคนเหล่านี้รังแก

เจ้าหน้าที่ที่อยู่ใกล้ๆเมื่อเห็นความโกลาหล พวกเขาก็เข้ามาและเริ่มสลายฝูงชน

“วุ่นวายอะไรกัน? ไปเก็บข้าวของให้เรียบร้อย พรุ่งนี้พวกเจ้าต้องออกจากที่นี่แล้ว เพราะฉะนั้นคืนนี้ก็ทำตัวดีๆ!”


 

--- จบตอน ---

Comments