sister ep155

 ตอนที่ 155: จากลาเพื่อพบกันใหม่


ถังฉีมองถังเหอ อดหยอกล้อเขามิได้

ทันใดนั้น ยวิ๋นโหรวก็รีบเดินเข้ามาอย่างรวดเร็ว

"ฉีฉี อย่าลืมเขียนถึงแม่บุญธรรมของเจ้าบ่อยๆ หากมีปัญหาอะไร เพียงเอ่ยนามของหุบเขาร้อยพิษ" ยวิ๋นโหรวกล่าวพลางตบหน้าอกของตนเองอย่างกล้าหาญ

จากนั้น นางก็ยื่นป้ายหยกให้ถังฉี

“นี่คือป้ายหยกของหุบเขาร้อยพิษ มีเพียงศิษย์สายตรงเท่านั้นที่สามารถครอบครอง หากเจ้าแสดงป้ายหยกนี้กับคนของทางการ พวกเขาจะไม่กล้ารบกวนเจ้า แม้แต่ร้านขายยาที่มีสัญลักษณ์ของเราก็จะตอบสนองความต้องการของเจ้าเช่นกัน” ยวิ๋นโหรวอธิบายด้วยสีหน้าอาลัย นางเพิ่งรับถังฉีเป็นลูกบุญธรรม และตอนนี้พวกนางก็ต้องจากกันเสียแล้ว

"แม่บุญธรรม!" ถังฉีรับป้ายหยกหยกอันอบอุ่น ดวงตาของนางชุ่มชื้น

ทีแรกนั้น ถังฉีค่อนข้างเห็นแก่ตัวที่ยอมรับทั้งคู่เป็นพ่อแม่บุญธรรมของตนเอง เพราะหวังให้พวกเขาช่วยรักษาพิษของจ้าวไป่จือ แต่ทั้งคู่กลับไม่มีสิ่งใดแอปแฝงเลยนอกจากความรักและอาทรจากใจจริง

"เด็กน้อย ไม่จำเป็นต้องกล่าวอะไรมากมาย ข้ารู้ว่าเจ้าเป็นคนดี! อย่าลืมเขียนถึงแม่บุญธรรมของเจ้าด้วย!" ยวิ๋นโหรวกล่าวพลางลูบไล้ผมของถังฉีด้วยรอยยิ้มรักใคร่

ครู่หนึ่งถังฉีสัมผัสถึงความครุมเครือระหว่างยวิ๋นโหรวกับแม่ของนางในโลกเดิม

“เอาล่ะ ใช่ว่าพวกเจ้าจะไม่ได้เจอกันอีกเสียเมื่อไร เมื่อพิษของไป่จือสงบลงแล้ว เจ้าก็กลับมาที่เมืองชิงเหลียงเพื่อพักผ่อนสักระยะหนึ่งได้” เฉียวไป๋กล่าว พยายามปลอบใจภรรยาที่ดูผิดหวัง

“ใช่แล้ว แม่บุญธรรม เมื่อทุกอย่าง ที่นี่เข้าที่เข้าทาง ข้าก็ไปเยี่ยมท่านที่เมืองหลวงได้ เพราะขบวนสินค้าของพี่ฉีมักจะไปที่นั่นเสมอ สะดวกสำหรับข้ามากทีเดียว” ถังฉีกล่าว พยายามสร้างความมั่นใจให้ยวิ๋นโหรว

อีกด้านหนึ่ง ถังซานและน้องๆของเขาเกาะกลุ่มกัน กล่าวด้วยเสียงกระซิบ

ถังอู่มองบุตรชายคนเล็กของตนเองด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย แม้พวกเขาเพิ่งจะไปเยี่ยมหลุมศพของนางหวังเมื่อวันก่อน แต่เขาก็ยังรู้สึกว่าตนเองติดหนี้บุตรชายและภรรยาที่ตายไปแล้วของตนมากมายนัก

“ท่านพ่อ เสี่ยวเหอจะไปเรียนวิชาหมอ ไม่ใช่การจากลาครั้งสุดท้าย หากท่านคิดถึงเขา ค่อยไปเยี่ยมเขาที่เมืองหลวงก็ได้” บุตรชายคนโตถังซานกล่าวอย่างมีวุฒิภาวะ

"แน่นอน พ่อรู้ พ่อเพียงรู้สึกเศร้า เมื่อก่อนพ่อไปสนามรบเพียงลำพัง มาครานี้ เสี่ยวเหอก็กำลังจะไปที่หุบเขาร้อยพิษเพียงลำพังเช่นกัน..." ถังอู่ทอดถอนใจ

“ท่านพ่อ พี่ใหญ่เคยกล่าวไว้ว่าจากลาก็เพื่อการพบกันใหม่ ท่านอย่ามองในแง่ร้ายปานนั้นเลย” ถังเหอกล่าวพร้อมยิ้มบางๆให้บิดา

"เอาล่ะ เอาล่ะ!" แม้เป็นชายชาตรี ถังอู่รู้สึกว่าดวงตาของเขาชุ่มชื้น

อย่างไรก็ตาม ในฐานะบิดา เขาจะได้แสดงด้านอ่อนแอให้บุตรชายเห็น

ขณะที่ทุกคนกำลังพูดคุยกัน พระอาทิตย์ก็เคลื่อนถึงจุดสูงสุดแล้ว

“เราต้องออกเดินทางแล้ว ไม่เช่นนั้นเราจะเสียฤกษ์” ฉีเซิ่งในฐานะพ่อค้าย้ำเตือนพวกเขา เพราะการบอกลาที่ยืดเยื้อไม่มีประโยชน์อันใด

เมื่อได้ยินคำกล่าวของฉีเซิ่ง ทุกคนก็ตั้งสติได้

ถังฉีก้าวออกไปเพื่อหลีกทางให้รถม้าเมื่อจู่ๆ นางก็รู้สึกถึงความอบอุ่นที่มือ

เมื่อเงยหน้าขึ้น นางเห็นใบหน้าหล่อเหลาของจ้าวไป่จือสดใสราวกับดวงจันทร์

“นี่เป็นป้ายหยกส่วนตัวของข้า หากเจ้าประสบปัญหา มาหาข้าที่เมืองหลวง” เสียงอ่อนโยนของจ้าวไป่จือดังก้องอยู่ในหูของนาง

ถังฉีกำป้ายหยกอุ่นๆ โดยสัญชาตญาณพลางพยักหน้ารับ

เมื่อเห็นสีหน้าของนาง จ้าวไป่จือก็รู้สึกสบายใจ จึงรีบขึ้นรถม้าและปิดม่าน

ในไม่ช้า ขบวนรถก็เริ่มเคลื่อนตัวออกจากเมืองชิงเหลียง

ถังฉีและครอบครัวของนางไม่ได้ไปส่งที่ประตูเมือง เพียงยืนอยู่ที่ทางเข้าโรงเตี๊ยม มองส่งอย่างเงียบๆระทั่งขบวนรถหายไปจากสายตา

"ฉีเอ๋อร์ เลิกกระวนกระวายได้แล้ว พวกเขาไปแล้ว แต่หากเสียใจก็ยังตามทัน!" ฉีเซิ่งล้อเลียนเมื่อเห็นสีหน้าเหม่อลอยของถังฉี

“ข้าเพียงสงสัยว่าข้าควรจ่ายเงินค่าโรงเตี๊ยมหรือไม่ แต่เมื่อเห็นว่าท่านอารมณ์ดีนัก พี่ฉี ข้าเดาว่าท่านคงไม่รังเกียจที่จะไม่คิดเงินข้า” ถังฉีตอบโต้อย่างเย็นชา

“อะไรกัน อย่าทำเช่นนี้สิ! พวกเจ้าทั้งกินและพักที่บ้านของข้า มาตอนนี้เจ้าจะออกไปโดยไม่จ่ายเงิน? มันใช้ได้ที่ไหนกัน?” ฉีเซิ่งแสร้งทำสีหน้าลำบากใจ

“ท่านไม่ได้กินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปของข้าหรือ? มันประเมินค่าไม่ได้เชียวนะ” ถังฉีตอกกลับ

"ไหนๆก็เอ่ยถึงบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป  ฉีเอ๋อร์ ข้ามีข้อเสนอดีๆ เรามาคุยกันเถอะ" ฉีเซิ่งกล่าวด้วยรอยยิ้มซุกซน

นับตั้งแต่เขาได้ลิ้มรสบะหมี่ เขาก็กระตือรือร้นที่จะนำมาทำเป็นอาหารจานใหม่ของโรงเตี๊ยม

“ข้าเพิ่งนึกขึ้นได้ว่ามีงานต้องทำเยอะแยะ พี่ฉี ข้าขอตัว!” ถังฉีกล่าวพร้อมลากน้องชายไปที่เกวียนวัวของพวกเขา

นานแล้วที่พวกเขาไม่ได้กลับหมู่บ้านตระกูลถัง และนางก็คิดถึงบ้านไม่น้อย

"เดี๋ยวสิ นี่..." ฉีเซิ่งรีบกระโดดขึ้นไปบนเกวียนอย่างรวดเร็ว ไม่สะทกสะท้านต่อคำกล่าวของถังฉี

ไม่นาน พวกเขาก็มาถึงหมู่บ้านตระกูลถัง

จำนวนชาวบ้านที่ลาดตระเวนรอบนอกลดลงอย่างมาก อาจเป็นเพราะโรคระบาดใกล้หมดสิ้นไปแล้ว

เมื่อเห็นเกวียนวัวที่คุ้นเคย ชาวบ้านก็รีบรวมตัวกันรอบๆด้วยสีหน้าแปลกๆ

“พวกเจ้ากลับมาแล้ว พี่อู่ แม่หนูฉี!” พวกเขาอุทานขณะที่ล้อมรอบเกวียน

ชาวบ้านเริ่มเล่าถึงสิ่งที่เกิดขึ้น และในไม่ช้า ถังฉีก็เข้าใจความกังวลของพวกเขา สีหน้าของนางเปลี่ยนไปทันที

นางไม่คิดว่าจะมีใครไร้ยางอายถึงเพียงนี้

ถังอู่จับสายบังเหียนไว้แน่น กล้ามเนื้อของเขาหดเกร็งด้วยความโกรธ

“พูดมากไปก็เท่านั้น ผู้นำตระกูลพยายามทุกทางแล้วไม่ได้ผล พวกเจ้ารีบกลับบ้านเถอะ” ชาวบ้านคนหนึ่งกล่าวเมื่อเห็นความโกรธของถังอู่


--- จบตอน ---

Comments