sister ep161

 ตอนที่ 161: จวิ้นจู่


ฉีเซิ่งเห็นดังนั้นก็ตัดสินใจเขียนจดหมายเพื่อส่งข่าวบอกจ้าวไป่จือ ก่อนหน้านี้เขากำชับไปแล้วว่าให้จ้าวไป่จือกลับมาทันทีที่ขจัดพิษในร่างกายจนหมดสิ้น

วันเวลาผ่านไปอย่างช้าๆ ถังฉีหารือเกี่ยวกับการมาเยือนของราชทูตกับคนในบ้าน และตัดสินใจแจ้งให้หลี่เจิ้งและผู้นำตระกูลทราบเรื่องนี้ด้วยเช่นกันเพื่อป้องกันข้อผิดพลาด

เมื่อได้ยินเรื่องราวของตระกูลถัง ทั้งผู้นำตระกูลและหลี่เจิ้งต่างตื่นเต้นดีใจอย่างเห็นได้ชัด

“เยี่ยมมาก ฉีเอ๋อร์ เจ้านำเกียรติยศมาสู่หมู่บ้านตระกูลถังของเรา! ราชโองการ! บรรพบุรุษของเราไม่เคยมีผู้ใดอาจเอื้อม ข้าเองยังไม่เคยคิดเลยว่าชั่วชีวิตนี้จะได้เห็นเป็นบุญตา!” หลี่เจิ้งอุทาน มองถังฉีด้วยสายตานับถือ

ใบหน้าชราของผู้นำตระกูลฉีกยิ้มกว้าง “ฮ่าฮ่าฮ่า... เวลานี้ต่อให้สิ้นชื่อ ข้าก็มีหน้าไปพบบรรพบุรุษของเราอย่างภาคภูมิใจแล้ว! ข้าเชื่อว่าหมู่บ้านตระกูลถังของเราจะเจริญรุ่งเรืองจนหมู่บ้านโดยรอบพากันอิจฉาตาร้อน!”

แม้แต่ผู้นำตระกูลที่มักจะสำรวมก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะลั่น

วันต่อมา ชาวบ้านในหมู่บ้านตระกูลถังต่างเต็มไปด้วยความกังวลใจระคนคาดหวัง

เช่นเดียวกับข่าวดีในหมู่บ้านตระกูลถัง ที่จวนเป่ยจิ้งอ๋อง** ในเมืองหลวงก็เต็มไปด้วยความสุขเช่นกัน

** 北境王 เป่ยจิ้งอ๋อง หรืออ๋องแห่งแดนเหนือ

ภายในจวน หญิงสาวในชุดสูงศักดิ์สีแดงสดผู้หนึ่งนั่งอยู่ที่โต๊ะเครื่องแป้ง สีหน้าของนางดูเกียจคร้าน ใบหน้าสะสวยแต่งแต้มด้วยสีชมพูอ่อนราวกลีบดอกท้อ เสริมเสน่ห์ของนางจนงดงามจับใจ

"“คุณหนู ข้าได้ยินมาว่าท่านอ๋องเข้าวังเพื่อไปขอพระราชทานตำแหน่ง ‘จวิ้นจู่’ ให้ท่าน!” สาวใช้เสี่ยวหลิวกล่าวขณะจัดทรงผมของโจวเจี๋ยอย่างระมัดระวัง ใบหน้าของนางยิ้มแย้มแจ่มใส

** จวิ้นจู่ (郡主) ตำแหน่งองค์หญิงหรือท่านหญิง ขึ้นอยู่กับการสืบสายเลือดทางบิดากับจักรพรรดิองค์ปัจจุบัน เป็นตำแหน่งเชื้อพระวงศ์หญิงลำดับที่ 3 ผู้ที่ได้รับตำแหน่งนี้ต้องเป็นพระธิดาในชินอ๋องกับพระชายาเอก

แม้ถือกำเนิดจากพระสนมของเป่ยจิ้งอ๋อง แต่โจวเจี๋ยก็เป็นธิดาเพียงคนเดียวและได้รับการเลี้ยงดูในฐานะบุตรในสมรสมาตั้งแต่เกิด เมื่อมารดาก็เป็นเชื้อพระวงศ์ ทำให้นางเป็นที่เคารพอย่างมาก

“ฮึ ท่านพ่อเอ็นดูข้ามาตั้งแต่เด็กๆ จะได้ตำแหน่งจวิ้นจู่เมื่อไรก็ขึ้นกับเวลาเท่านั้น!” โจวเจี๋ยกล่าวอย่างเย่อหยิ่งเมื่อได้ยินวาจาของสาวใช้

เป็นธิดาของสนมแล้วอย่างไร? นางมักสวมใส่อาภรณ์สีแดงสด ซึ่งเป็นสีที่สงวนไว้สำหรับบุตรีในสมรสเท่านั้น แต่ไม่ว่าจะเป็นอ๋องแห่งแคว้นเหนือหรือผู้อาวุโสของวงศ์ตระกูล ทุกคนล้วนเห็นพ้องต้องกันว่านางงดงามจับใจในชุดสีแดง

ขณะที่พวกนางพูดคุยกัน ก็ได้ยินเสียงฝีเท้ารีบเร่งจากข้างนอก แม่บ้านชรารีบรุดเข้ามาด้วยสีหน้าเบิกบาน

“จวิ้นจู่! ยินดีกับท่านด้วยเจ้าค่ะ! ท่านอ๋องกลับมาพร้อมกับท่านราชทูต ฮ่องเต้ทรงเห็นชอบ พระราชทานตำแหน่งจวิ้นจู่ให้กับท่านแล้วเจ้าค่ะ!”

แม่บ้านผู้นี้เป็นแม่นมของโจวเจี๋ยด้วยเช่นกัน นางจึงยินดีอย่างที่สุดเมื่อได้เห็นโจวเจี๋ยรับตำแหน่งท่านหญิง

"จริงหรือ?" โจวเจี๋ยถามพลางผุดลุกขึ้น หัวใจของนางเปี่ยมล้นด้วยความสุข แม้จะคาดหวังผลลัพธ์นี้ไว้แล้วก็ตาม

“ใช่เจ้าค่ะ เวลานี้ท่านอ๋องกำลังดื่มชากับท่านราชทูต คุณหนู รีบไปอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อรับพระราชโองการเถอะเจ้าค่ะ!” แม่บ้านชราเร่งเร้า

ทันใดนั้น ภายในห้องก็เต็มไปด้วยความอลหม่าน

นั่งอยู่ในอ่างอาบน้ำ มองดูพวกแม่บ้านและสาวใช้ที่เร่งตระเตรียมอย่างอึกทึกคึกคัก จิตใจของโจวเจี๋ยล่องลอยไปยังภาพของบุรุษหนุ่มคนหนึ่ง

จ้าวไป่จือ แม้ท่านจะเป็นบุตรของขุนนางชั้นสูง และข้าเป็นเพียงธิดาของพระสนม แต่เวลานี้ข้าเป็นจวิ้นจู่แล้ว แต่งงานกับท่านก็ถือเป็นคู่สมรสที่เหมาะสม! จะมีสตรีใดในเมืองหลวงที่เหมาะสมกับท่านมากกว่าข้า?' นางรำพันในใจ

ย้อนรำลึกถึงการพบกันครั้งแรก เมื่อบิดาของนางได้รับพระราชโองการจากฮ่องเต้ เรียกตัวกลับมายังเมืองหลวงจากชายแดนทางเหนือ นางจึงได้พบกับจ้าวไป่จือซึ่งเป็นผู้นำหน่วยลาดตระเวนในขณะนั้น โดยไม่คาดคิด รูปลักษณ์อันสง่างามของเขาตราตรึงในใจของนางตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

หลังจากสอบถามมาหลายครั้งหลายคราว นางก็ทราบถึงตัวตนของเขา

ไม่นานนัก โจวเจี๋ยก็อาบน้ำเสร็จ และด้วยท่าทางอันอ่อนช้อยงดงาม นางเดินทางยังห้องหนังสือของเป่ยจิ้งอ๋อง

“ท่านพ่อ ท่านราชทูต!”

โจวเจี๋ยคารวะคนทั้งสองที่นั่งอยู่ในห้องอย่างสง่างาม

"ฮ่าฮ่าฮ่า... บุตรสาวของท่านอ๋องดูเฉลียวฉลาดและเปี่ยมด้วยคุณธรรมสมคำร่ำลือ ด้วยรูปลักษณ์เช่นนี้ นางโดดเด่นแม้กระทั่งในหมู่สตรีตระกูลขุนนางในเมืองหลวงเสียอีก!"

ขันทีรีบลุกขึ้น ประกบมือรับคำนับโจวเจี๋ย กล่าวเสียงดังฟังชัด

“ท่านอ๋อง เราไม่จำเป็นต้องมากพิธี! ในเมื่อจวิ้นจู่อยู่ที่นี่แล้ว ก็สามารถอ่านพระราชโองการได้ทันที ข้าจะได้กลับวังเพื่อไปกราบทูลโดยเร็ว”

"ดีๆดี!"

เป่ยจิ้งอ๋องมีสีหน้ายิ้มแย้มขณะนำคณะราชทูตไปยังห้องหนังสือ

มีการจัดโต๊ะพิธีไว้แล้ว

“คุณหนูโจว รับราชโองการ!”

เมื่อขันทีหยิบพระราชโองการออกมา สีหน้าของเขาเคร่งขรึมยิ่ง

“ด้วยโองการแห่งสวรรค์ ฮ่องเต้มีพระบัญชา... ธิดาเป่ยจิ้งอ๋อง เฉลียวฉลาด มีคุณธรรม มีอุปนิสัยอ่อนโยนและมีเมตตา... พระราชทานยศเป็น จวิ้นจู่!”

“จบราชโองการ!”

“ขอบพระทัย ฝ่าบาท!”

โจวเจี๋ยหมอบลงกับพื้น ก่อนจะยื่นมือออกไปรับราชโองการ

ขันทีรีบไปประคองโจวเจี๋ยที่คุกเข่าอยู่บนพื้นให้ลุกขึ้นยืน

“จวิ้นจู่รีบลุกขึ้นเถอะ บ่าวผู้เฒ่าจะช่วยท่านเอง!”

"ฮ่าฮ่าฮ่า... ตกรางวัล! เดือนนี้ บ่าวทุกคนในจวนจะได้รับเงินเดือนเพิ่มขึ้นสองเท่า!"

เป่ยจิ้งอ๋องเผยสีหน้าปีติยินดี

โจวเจี๋ยเป็นบุตรสาวเพียงคนเดียวของเขา!

สมัยที่นางยังเยาว์วัย เป่ยจิ้งอ๋องยังไม่กังวลเรื่องสถานะของนาง ทว่าเวลานี้นางใกล้ถึงวัยที่ควรออกเรือนแล้ว เขาจึงตั้งใจทูลขอฮ่องเต้พระราชทานตำแหน่งท่านหญิงแก่นาง

และประจวบเหมาะที่ฮ่องเต้ทรงเรียกครอบครัวของพวกเขามาที่เมืองหลวงในครั้งนี้

"ท่านราชทูต ของกำนัลเล็กๆน้อยๆ ถือเป็นการแสดงน้ำใจจากเรา ซื้อสุราดีๆดื่ม!"

เป่ยจิ้งอ๋องเอ่ยพลางหยิบถุงเงินที่อัดแน่นวางบนมือของขันที เขาลังเลเพียงชั่วครู่ก่อนจะยอมรับไว้

“บ่าวผู้เฒ่าไม่รบกวนท่านอ๋องแล้ว บ่าวจะรีบกลับวังเพื่อกราบทูลทันที”

ขันทีรู้สถานะของตน จวนทั้งหลังจะเต็มไปด้วยเรื่องน่ายินดี การอยู่ต่อรังแต่จะรบกวนพวกเขาเท่านั้น

หลังจากที่เขาจากไป เป่ยจิ้งอ๋องก็ไล่สาวใช้และบ่าวทั้งหมดที่อยู่ในห้องออกไป

มีเพียงเป่ยจิ้งอ๋อง พระสนม และโจวเจี๋ยเท่านั้นที่ยังคงอยู่ในห้อง

"ท่านอ๋อง ข้าไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องการแต่งงานของเจี๋ยเอ๋อร์อีกต่อไปแล้ว!"

พระสนมกล่าว ใบหน้าผ่องใสของนางเต็มไปด้วยความตื่นเต้นยินดี

"ท่านแม่!"

เมื่อโจวเจี๋ยมองไปยังมารดา ความขุ่นเคืองและความโกรธในใจนางก็ผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด

“เฮ้อ เจ้าสองคนต้องทนทุกข์มาหลายปี! หลังจากนี้ทุกอย่างจะดีขึ้นแล้ว!”

เป่ยจิ้งอ๋องกล่าวพลางดึงสนมของเขาเข้ามาในอ้อมแขน

“ท่านอ๋องนี่ละก็ ลูกสาวของเรายืนอยู่ตรงนี้”

พระสนมของเป่ยจิ้งอ๋องค้อนควัก แต่ก็อิงแอบแนบชิดอยู่ในอ้อมอกของเขา

โจวเจี๋ยยืนอยู่ข้างๆ มองดูการแสดงความรักของบิดามารดาก็อดยิ้มไม่ได้

“ท่านพี่ ดูสิ เจี๋ยเอ๋อร์ใกล้ถึงวัยที่ควรออกเรือนแล้ว และเวลานี้นางก็ได้รับตำแหน่งจวิ้นจู่ การแต่งงานของนาง…”

เมื่ออยู่กันตามลำพัง พระสนมหลิวชอบเรียกเป่ยจิ้งอ๋องว่า 'ท่านพี่' เพื่อเรียกทุกคนให้เข้ามาใกล้

“ท่านพ่อ ท่านแม่ พวกท่านพูดเรื่องอะไร... ข้า... ข้า...”

โจวเจี๋ยรู้สึกกังวลไม่น้อย


--- จบตอน ---

Comments