ตอนที่ 162: กลับเมืองหลวง
ไม่คาดคิดเลยว่าเมื่อได้รับตำแหน่งท่านหญิง บิดามารดาของนางจะเริ่มจัดการเรื่องการแต่งงานของนางทันที
"คิกคิก... ท่านพี่ ดูเจี๋ยเอ๋อร์สิ! เพียงเท่านี้นางก็ลนลานแล้ว! ข้าเพียงล้อเล่นเท่านั้น ท่านรู้หรือไม่ นางพบคนที่นางพึงใจแล้ว!”
ไม่มีใครรู้จักบุตรสาวดีไปกว่าผู้เป็นมารดา สังเกตจากท่าทีของโจวเจี๋ยในช่วงนี้ พระสนมหลิวก็คาดเดาได้ว่านางมีคนในใจ หลังจากซักไซ้ไล่เลียง โจวเจี๋ยก็ยอมเล่าถึงการพบพานกับจ้าวไป่จือด้วยความลังเล
“โอ้? บุตรชายผู้โชคดีจากตระกูลใดกันที่เป็นที่ต้องตาต้องใจของลูกสาวของข้า?”
เป่ยจิ้งอ๋องสนใจทันที เนื่องจากนางเป็นบุตรสาวเพียงคนเดียวของเขา
“บุตรในสมรสของเจิ้นกั๋วกง จ้าวชาง -- จ้าวไป่จือ” พระสนมหลิวกระซิบข้างหูเป่ยจิ้งอ๋อง
** บรรดาศักดิ์ชั้น ‘กง’ 公 โดยมากพระราชทานให้เชื้อพระวงศ์ และข้าราชสำนักชั้นสูง ตำแหน่งบรรดาศักดิ์สูงสุดของชั้นกง คือ กั๋วกง 國公 และเป็นตำแหน่งบรรดาศักดิ์สูงสุดที่ขุนนางจะได้รับพระราชทานจากจักรพรรดิ สามารถสืบทอดผ่านลูกหลานได้
“โอ้? เจ้าหนุ่มผู้นั้นเองหรือ? ใช่คนที่เราเคยเจอที่ชายแดนครั้งก่อน?”
"ใช่แล้ว..."
โจวเจี๋ยก้มศีรษะลงหลังจากสบตาบิดา
"ฮ่าฮ่าฮ่า... สมกับเป็นลูกสาวของข้า! ข้าเคยพบเจ้าหนุ่มจ้าวมาก่อน เขาเป็นคู่ครองที่เหมาะสมจริงๆ หากเจ้าฝากชีวิตไว้กับเขา แม่ของเจ้าและข้าก็ไม่ต้องกังวลอีกต่อไปแล้ว!"
เป่ยจิ้งอ๋องผงกศีรษะอย่างพึงพอใจโดย ไร้ความลังเล
"ข้าจะหาเวลาไปหารือเรื่องนี้กับจ้าวชางเอง อย่างไรก็ตาม เจ้าหนุ่มผู้นั้นยังคงอยู่ที่ชายแดน ดังนั้นแม้จะตกลงเรื่องการหมั้นหมายแล้วเขายังกลับมาไม่ได้สักระยะ ก็ไม่ต้องรีบร้อน"
เมื่อเป่ยจิ้งอ๋องกล่าวจบ เสียงของพ่อบ้านก็ดังมาจากด้านนอก "ท่านอ๋อง ฮูหยินเจิ้นกั๋วกงและฮูหยินท่านเสนาบดีมาแสดงความยินดีกับคุณหนูขอรับ!"
"ดี รีบไปเตรียมชาที่ดีที่สุด เจี๋ยเอ๋อร์จะออกไปต้อนรับ!"
เป่ยจิ้งอ๋องยิ้มอย่างมีความสุข
“เจี๋ยเอ๋อร์ ฮูหยินเจิ้นกั๋วกงผู้นี้นามว่าซวี่เสียน เป็นอนุในจวนโหวหย่งหนิง ได้ยินมาว่านางมีไหวพริบไม่น้อย เมื่ออยู่ต่อหน้านาง เจ้าต้องสำรวมให้มาก”
พระสนมหลิวกระซิบกับโจวเจี๋ย
นางทราบเรื่องราวต่างๆในสังคมเมืองหลวงมากพอควร
โจวเจี๋ยเติบโตมาในจวนอ๋อง จึงเข้าใจเรื่องลับลมคมในของราชสำนักเป็นอย่างดี
ไม่นาน ทั้งมารดาและบุตรสาวก็ไปที่ห้องโถงใหญ่เพื่อต้อนรับแขกผู้มีเกียรติ
ส่วนพระชายาของเป่ยจิ้งอ๋อง เวลานี้นางอยู่ที่สำนักนางชีซึ่งห่างจากเมืองหลวงออกไปประมาณสิบลี้ เพื่ออธิษฐานขอพรให้ทุกคนในจวนเป่ยจิ้งอ๋อง
เมื่อเทียบกับบรรยากาศที่คึกคักของเมืองหลวง หมู่บ้านตระกูลถังกำลังตกอยู่ในความโกลาหล
ราชโองการมาถึงในบ่ายของวันที่สาม
ตามคำแนะนำของฉีเซิ่ง ครอบครัวของถังฉีก็ตั้งโต๊ะธูป อาบน้ำชำระล้างร่างกาย และเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว
เมื่อราชทูตมาถึง ประตูบ้านก็เปิดกว้าง
โจวเฉิงกวงยืนฟังอย่างสงบอยู่ไม่ไกล
"ด้วยโองการแห่งสวรรค์ ฮ่องเต้มีพระบัญชา... ถังฉีแห่งหมู่บ้านตระกูลถัง อุปนิสัยอ่อนโยนและมีคุณธรรม งดงามทั้งภายนอกและภายใน มีจิตใจที่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ในช่วงเวลาที่เกิดภัยพิบัติ... พระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นเสี้ยนจู่ โดยมีเมืองชิงเหลียงเป็นศักดินา จบราชโองการ...!"
หลังจากที่ขันทีประกาศราชโองการแล้ว ถังฉีก็ยื่นมือออกไปรับอย่างรวดเร็ว
“ขอบพระทัยฝ่าบาท! ขอจงทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นปี หมื่นหมื่นปี!”
"ลุกขึ้นเถอะ"
ขันทีกล่าวขณะมองไปยังถังฉี ก่อนจะกวาดตามองไปยังชาวบ้านในหมู่บ้านตระกูลถังทุกคนที่คุกเข่าอยู่รอบๆ ทันใดนั้น เขาก็สังเกตเห็นร่างที่คุ้นเคยร่างหนึ่ง สีหน้าของเขาพลันเคร่งขรึมยิ่งขึ้น
“ท่านราชทูต นี่เป็นของกำนัลเล็กๆน้อยๆ โปรดรับไว้ด้วย”
ถังอู่ยื่นถุงเงินที่อัดแน่นแก่ขันทีอย่างรวดเร็ว
ทีแรกนั้น เขาสงสัยว่าจะในหมู่บ้านทุรกันดารแห่งนี้จะมีของดีอะไรได้ แต่ถุงเงินหนักๆก็ทำให้เขาพอใจแล้ว
เขาลอบแง้มปากถุง และพบว่ามันเต็มไปด้วยก้อนตำลึงทอง จึงอดไม่ได้ที่จะฉีกยิ้มกว้าง
"โอ้ แม่นางถังทำประโยชน์ต่อบ้านเมืองและราษฎรมามากมาย การมาที่นี่เพื่อประกาศราชโองการและได้พบสตรีที่โดดเด่นเช่นเจ้า การเดินทางครั้งนี้ของข้าถือว่าคุ้มค่าแล้ว!"
การแสดงออกของราชทูตเปลี่ยนไปทันที ไม่สนใจโจวเฉิงกวงอีกต่อไป
ถังฉีวางพระราชโองการไว้บนโต๊ะธูปด้วยความเคารพ แม้นางจะสาปแช่งระบบศักดินาที่กดขี่ข่มเหงสามัญชนอยู่ภายในใจ และเข่าของนางก็ปวดจากการคุกเข่าเป็นเวลานาน!
ถังต้าสี่คุกเข่าอยู่ที่ขอบด้านนอกสุด รู้สึกตกตะลึงจนแข้งขาอ่อนแรง
หลี่เจิ้งและผู้นำตระกูลต่างช่วยประคองกันและกันให้ลุกขึ้นยืน มองดูถังฉีด้วยความเคารพ
"เอาล่ะ การเดินทางกลับเมืองหลวงยังอีกยาวไกล ดังนั้นข้าต้องออกเดินทางแล้ว เสี้ยนจู่ ขอแสดงความยินดีอีกครั้ง!"
การใช้เงินทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้น! โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเงาร่างที่ทรงอำนาจของคนผู้นั้นยืนอยู่ไม่ไกล ราชทูตเพียงต้องการรับถุงทองและออกไปจากที่นี่โดยเร็ว ก้อนตำลึงทองที่อัดแน่นอยู่เต็มถุง! แม้แต่ในเมืองหลวงหรือในวัง ก็มีขุนนางไม่มากนักที่จะมีน้ำใจมากถึงเพียงนี้ การเดินทางครั้งนี้ช่างคุ้มค่าสำหรับเขาเหลือเกิน!
ถังฉีเองก็ไม่คิดจะรั้งราชทูตไว้ เพราะไม่ต้องการรับมือกับคนจากเมืองหลวงมากเกินความจำเป็น
ทันทีที่คณะจากเมืองหลวงจากไป ชาวบ้านก็พากันรุมล้อมถังฉี พวกเขาไม่เคยเห็นพระราชโองการมาก่อน และตอนนี้พวกเขาก็สามารถไปอวดอ้างเรื่องนี้ไปได้ตลอดชีวิต อย่างไรก็ตาม พวกเขาเพียงมองจากระยะไกล ไม่บังอาจแตะต้อง ด้วยรู้ว่าจะมีความผิดที่มีโทษถึงประหารชีวิต
“เสี้ยนจู่ ขอแสดงความยินดีด้วย! เมืองชิงเหลียงเป็นศักดินาของท่านแล้ว!”
นายอำเภอแต่งกายด้วยชุดทางการเดินเข้ามาด้วยรอยยิ้ม ชาวบ้านรีบหลีกทางให้เขาทันที
แม้ถังฉีจะได้รับตำแหน่งท่านหญิงแล้ว แต่นางก็ไม่ได้ทำตัววางอำนาจเหนือนายอำเภอ หลังจากสนทนากันอย่างสุภาพ นายอำเภอก็จากไป และโจวเฉิงกวงก็นำทหารองครักษ์เข้ามาหาถังฉี
"ยินดีกับแม่นางถังที่ได้รับตำแหน่งเสี้ยนจู่!"
“ขอบคุณ โจวซื่อจื่อ!”
ถังฉีโค้งคำนับโจวเฉิงกวง เกียรตินี้นับเป็นเรื่องน่ายินดีที่ตัวนางเองก็ไม่ได้คาดหวัง นางเพียงตัดสินใจช่วยเหลือผู้ลี้ภัย แต่กลับได้รับผลประโยชน์มหาศาลโดยไม่คาดคิด ทราบดีว่าเป็นเพราะโจวเฉิงกวงที่ช่วยให้นางได้รับตำแหน่งท่านหญิงนี้อย่างง่ายดาย
“ไม่ต้องขอบคุณ ข้ามาเพื่อแสดงความยินดีและบอกลา”
“เอ๊ะ? โจวซื่อจื่อ ท่านต้องกลับเมืองหลวงแล้วหรือ?”
ถังฉีไม่แปลกใจ ผู้ลี้ภัยที่ติดโรคระบาดส่วนใหญ่หายดีและกลับบ้านได้แล้ว และโจวเฉิงกวงก็ทำภารกิจที่ฮ่องเต้ทรงมอบหมายให้สำเร็จ ส่วนเรื่องขุนนางที่ทุจริตก็ไม่ใช่กงการของนาง
“ใช่ หลังจากวันนี้ ใครจะรู้ว่าเราจะได้พบกันอีกเมื่อไร...”
"ฉีเอ๋อร์ ข้ารีบเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้ว แต่ก็สายจนได้! ข้านำของกำนัลทั้งหมดที่ไป่จือต้องการให้ข้ามอบให้เจ้ามาด้วย!”
ฉีเซิ่งกระโดดลงจากรถม้า แทบรอไม่ไหวแม้ชั่วอึดใจ รีบวิ่งมาหาถังฉีจนกระแทกโจวเฉิงกวงไปข้างๆ
“โอ้ โจวซื่อจื่อ ท่านคงไม่ถือสาความหยาบคายโดยไม่ได้ตั้งใจของข้าใช่หรือไม่?”
Comments
Post a Comment