sister ep165

 ตอนที่ 165: คิดบัญชี


เมื่อได้ยินคำกล่าวของฉีเซิ่ง หัวใจของถังฉีพลันเต้นไม่เป็นจังหวะ

อย่างไรก็ตาม สีหน้าของนางยังคงสุขุมเยือกเย็น

"ฮ่าฮ่า ไม่คิดเลยว่าเจ้าหนุ่มไป่จือจะยอมเขียนจดหมาย รีบเอาออกมาเร็วเข้า เขากำจัดพิษออกไปหมดแล้วหรือยัง? เสี่ยวเหอกับอวี๋เอ๋อร์อยู่ที่นั่นสุขสบายดีหรือไม่?"

ถังอู่กล่าวจบพลางมองดูฉีเซิ่งอย่างกังวล

"ท่านอาถังอย่าใจร้อน ข้าจะมอบให้เดี๋ยวนี้แล้ว!"

ฉีเซิ่งหยอกล้อ แม้ถังฉีจะไม่แสดงออกอย่างชัดเจน แต่ฉีเซิ่งก็สังเกตเห็นท่าทีของนางเปลี่ยนไปเล็กน้อย

เพราะนางเองก็ห่วงหาอาทรจ้าวไป่จือ!

ชัดเจนว่าทั้งสองฝ่ายต่างมีใจให้กัน!

จากนั้น เขาก็ยื่นจดหมายให้ถังอู่

"ฮ่าฮ่าฮ่า... ดีดีดี!"

ขณะที่ถังอู่อ่านจดหมาย เขาก็กล่าวคำว่า 'ดี' ซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยสีหน้าเบิกบานใจ

ถังฉีเดินไปหาถังอู่เงียบๆ เหลือบมองจดหมายในมือด้วยดวงตาประหนึ่งหงส์ที่น่าหลงใหลของนาง

จดหมายระบุว่าพิษส่วนใหญ่ในร่างกายของจ้าวไป่จือถูกกำจัดออกไปแล้ว อีกไม่นานเขาจะกลับไปเยี่ยมครอบครัว  และกลับมาที่หมู่บ้านตระกูลถังหลังตรุษจีน

นอกจากนี้ เขายังเล่าถึงถังเหอและเฉียวอวี๋ในหุบเขาร้อยพิษ

เฉียวไป๋และยวิ๋นโหรวถ่ายทอดวิชาแก่ทั้งสองอย่างสุดความสามารถ

วันเวลาของพวกเขาจัดสรรอย่างสมบูรณ์แบบ ไม่ว่าจะเป็นการฝึกวรยุทธ์ เรียนวิชาหมอ แม้แต่แช่ร่างในอ่างสมุนไพรในเวลากลางคืน

จดหมายยังขอให้ถังฉีเตรียมไข่มุกเม็ดงาม และใช้ขบวนสินค้าของฉีเซิ่งขนส่งไปยังเมืองหลวง

"ฉีเอ๋อร์ นี่คือตั๋วเงินทั้งหมด!"

หลังจากอ่านจดหมายแล้ว ฉีเซิ่งก็หยิบตั๋วเงินและสมุดบัญชีปึกใหญ่ออกมาจากอกเสื้อ

"มากถึงเพียงนี้เชียวหรือ?"

ถังฉีประหลาดใจกับตัวเลขที่เห็น

"สินค้ายิ่งหายาก ยิ่งมีค่า! ไข่มุกของเจ้ามีคุณภาพสูงจนสตรีสูงศักดิ์ในเมืองหลวงต่างพากันหลงใหล ราคายิ่งพุ่งสูงขึ้นอีก! โดยเฉพาะผงไข่มุก เป็นที่นิยมอย่างมาก!"

ฉีเซิ่งกล่าวก่อนจะจิบชาอึกใหญ่

"และเพื่อเลี่ยงมิให้สินค้าขาดตลาด ผู้ดูแลร้านในเมืองหลวงถึงกับต้องจำกัดยอดขายรายวัน!"

ฉีเซิ่งดูโล่งใจในขณะกล่าว โชคดีที่คนดูแลร้านฉลาดพอที่จะป้องกันของขาดตลาดซึ่งอาจกระทบต่อชื่อเสียงของพวกเขา!

ได้ยินดังนั้น ถังฉีก็มีแรงบันดาลใจขึ้นมาทันที

นี่เหมือนกับ ‘กลยุทธ์การตลาดแบบขาดแคลน’ ในยุคอนาคต! ไยนางจึงไม่เคยนึกถึงเรื่องนี้มาก่อน?

** Scarcity Marketing เป็นเทคนิคทางการตลาดที่อ้างอิงตามหลักจิตวิทยา ที่ผู้คนมักให้คุณค่าและให้ความสนใจกับสิ่งที่มีจำกัดหรือขาดแคลน ทำให้สิ่งนั้นมีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น

ยิ่งไปกว่านั้น ในเมื่อไข่มุกคุณภาพสูงเป็นที่ต้องการ ไยจึงไม่จัดการประมูล?

ถังฉีไม่อาจนิ่งเฉยกับความคิดนี้ได้

นางพาฉีเซิ่งไปที่ห้องหนังสือทันที

"ช่างหลักแหลมนัก!"

หลังจากฟังถังฉีอธิบาย ฉีเซิ่งก็อดอุทานด้วยความชื่นชมมิได้ ดวงตาเป็นประกายราวกับว่าเขาได้ค้นพบทวีปใหม่

"ฉีเอ๋อร์ ไม่ยักรู้ว่าเจ้ามีพรสวรรค์เรื่องทำธุรกิจถึงเพียงนี้ แนวคิดเรื่องการประมูลเป็นสิ่งที่ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อน!"

จิตใจของฉีเซิ่งกำลังจินตนาการถึงภาพฉากที่สตรีสูงศักดิ์แข่งขันกันประมูลเพื่อชิงไข่มุกเพียงเม็ดเดียว!

"ข้าเพียงเสนอความคิด แต่พี่ฉีต่างหากที่สามารถจัดการได้ทุกอย่าง ท่านเข้าใจสถานการณ์ในเมืองหลวงดีกว่าข้า"

ถังฉีกล่าวอย่างใจเย็น นางเพียงแบ่งปันความคิดนี้กับฉีเซิ่ง แต่ก็ขึ้นกับเขาว่าจะลงมือทำหรือไม่

ตราบใดที่ผลลัพธ์เป็นไปตามความคาดหวัง นางก็พอใจแล้ว!

"เอาล่ะ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ข้าเอง เจ้าเตรียมไข่มุกและผงไข่มุกไว้ได้เลย เมื่อข้ากลับมา ข้าจะส่งสินค้าชุดนี้ไปยังเมืองหลวงและทำยอดขายมหาศาลให้ได้ก่อนสิ้นปี!"

รอยยิ้มของฉีเซิ่งไม่ได้จางลงแม้แต่น้อย

เมื่อเป็นเรื่องธุรกิจ คุณชายผู้นี้แทบจะยอมทุ่มหมดหน้าตัก

ดังคำกล่าวที่ว่า 'ถึงแม้จะเป็นพี่น้อง แต่เรื่องเงินทองต้องชัดเจน' หลายปีมานี้ ถังฉียังคงรักษาความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับฉีเซิ่งอย่างแน่นแฟ้น และไข่มุกเหล่านี้ก็มอบผลกำไรเป็นกอบเป็นกำเสมอ

“พี่ฉี ท่านรออยู่ที่นี่ก่อน ข้าจะไปที่ห้องเก็บของและคัดแยกไข่มุกมาให้”

“ตกลง! เร่งมือเข้าล่ะ!”

เวลานี้ จิตใจของฉีเซิ่งเต็มไปด้วยความคิดของถังฉี โดยลืมเรื่องของจ้าวไป่จือไปโดยสิ้นเชิง

แน่นอนว่าถังฉีไม่ได้เก็บไข่มุกคุณภาพดีที่สุดไว้ในห้องเก็บของ ในเมื่อห้วงมิติของนางเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุด!

ในห้องเก็บของ ถังฉีเรียกไข่มุกคุณภาพสูงถุงใหญ่ออกมามากกว่าสองร้อยถุง!

นอกจากนี้ นางยังคัดสรรไข่มุกเม็ดใหญ่และแวววาวเป็นพิเศษหลายสิบเม็ดที่สามารถนำไปประมูลได้

ไข่มุกเม็ดงามเช่นนี้นับว่าหาได้ยากยิ่ง!

นางคัดแยกเม็ดที่ด้อยกว่าเล็กน้อยไว้ข้างๆ เช่นเดียวกับไข่มุกสำหรับบดเป็นผง

หลังจากทำทุกอย่างเสร็จแล้ว นางก็เรียกให้ฉีเซิ่งเข้ามา

เมื่อเห็นไข่มุกเม็ดงามมากมาย ใบหน้าของฉีเซิ่งก็เผยความกระหาย คล้ายหมาป่าที่กำลังจับจ้องเหยื่ออันโอชะ

“ฉีเอ๋อร์ ไม่คิดว่าเจ้าจะมีไข่มุกเม็ดงามเหลืออยู่มากขนาดนี้ เห็นที เจ้าคงเป็นคนที่ร่ำรวยที่สุดในปีนี้แล้ว!”

ฉีเซิ่งกล่าว ดวงตาเป็นประกายสีทองขณะเก็บไข่มุกเหล่านั้น

เวลานี้ เขาไม่สนใจจะทานอาหารที่บ้านของถังฉีอีกต่อไป สั่งให้คนขับรถม้ารับไข่มุกธรรมดา ในขณะที่ตัวเขาเองกอดไข่มุกคุณภาพสูงสองถุงใหญ่ประหนึ่งสมบัติล้ำค่า

เขาถึงกับซ่อนไข่มุกที่เม็ดงามที่สุดหลายสิบเม็ดไว้ในอกเสื้อ

จากนั้น เขาก็รีบกลับไปที่เมืองชิงเหลียง จัดขบวนสินค้าเพื่อนำไข่มุกชุดนี้ไปยังเมืองหลวงด้วยตนเอง

แน่นอน ก่อนออกเดินทาง เขาสั่งเสี่ยวเอ้อว่าหากถังฉีต้องการสิ่งใด ต้องแจ้งให้เขาทราบทันที!

เวลานี้ถังฉีเป็นถึงท่านหญิง ผู้ใดจะกล้าข่มเหงรังแกนางอีก?

เมื่อฉีเซิ่งกลับไปแล้ว ถังฉีก็วางตั๋วเงินทั้งหมดไว้บนโต๊ะ

"เยอะเหลือเกิน!"

ถังอู่ไม่เคยเห็นตั๋วเงินมากมายขนาดนี้มาก่อนในชีวิต อดอุทานด้วยความประหลาดใจมิได้

“ท่านพ่อ ตั๋วเงินเหล่านี้ไม่ใช่ของเราทั้งหมด บางส่วนเป็นของผู้นำตระกูลและคนอื่นๆ!”

ดวงตาของถังฉีเผยให้เห็นรอยยิ้มจางๆ

คราวนี้ ครอบครัวของนางร่ำรวยในชั่วข้ามคืน!

บนโต๊ะยังมีสมุดบัญชีที่ฉีเซิ่งทิ้งไว้เล่มหนึ่ง

“ฉีเอ๋อร์ เราจะทำอย่างไรต่อดี? พ่อควรไปเรียกผู้นำตระกูลและคนอื่นๆหรือไม่?”

ถังอู่หันไปมองถังฉี

เวลานี้ ถังฉีกลายเป็นผู้นำครอบครัวไปแล้ว!

หรือบางที นี่อาจเป็นฉันทามติของทุกคนในบ้าน

“อืม ท่านพ่อ แต่อย่าเอ็ดไป เรียกเพียงผู้นำตระกูล ท่านอาหม่านกุ้ย ท่านอาซานจาง... จะได้มาทำบัญชีกัน!”

จากนั้น ถังฉีจึงจะแจกแจงแก่ทุกครอบครัวที่เริ่มเพาะเลี้ยงไข่มุกร่วมกัน

ท้ายที่สุดแล้ว นี่ถือเป็นโชคลาภมหาศาล หากทราบไปถึงผู้ไม่ประสงค์ดีบางคน อาจเกิดปัญหาได้!

“ตกลง พ่อรู้ว่าต้องทำอะไร!”

ถังอู่สวมเสื้อคลุมตัวโคร่งและออกจากบ้าน ตระกูลถังท่ามกลางหิมะ

ถังฉีนั่งอยู่ในห้องหนังสือ ถือลูกคิดและคำนวณเงินในสมุดบัญชี

ไม่ทราบว่าเวลาผ่านไปนานเพียงใด ก่อนจะมีความเคลื่อนไหวบางอย่างข้างนอกบ้าน

ผู้นำตระกูลมองไปยังถังซานจาง ถังหม่านกุ้ย และอีกครัวเรือนหนึ่งในหมู่บ้าน ในใจของเขาพอจะคาดเดาได้บ้างแล้ว

ขณะเดียวกัน จิตใจของถังซานจางก็เริ่มปั่นป่วน แม้แต่ลมหายใจก็เริ่มกระชั้นขึ้น

"ไปที่ห้องหนังสือกันเถอะ ฉีเอ๋อร์รอพวกท่านอยู่!"


--- จบตอน ---

Comments