ตอนที่ 166: บอกลา
เมื่อถังอู่นำผู้นำตระกูลและคนอื่นๆมาถึงห้องหนังสือ ถังฉีกำลังง่วนอยู่กับการดีดลูกคิด
กองตั๋วเงินวางเกลื่อนอยู่บนโต๊ะ
“อู่จือ นี่...”
แม้แต่ผู้นำตระกูลที่มักสุขุมเยือกเย็นก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกประหม่า!
พลันนั้น ถังฉีก็คำนวณรอบสุดท้ายเสร็จสิ้น เมื่อได้ยินเสียงของผู้นำตระกูล นางจึงรีบลุกขึ้นยืน
"ผู้นำตระกูล!"
ถังซานจางและคนอื่นๆ เห็นถังฉีเข้ามาใกล้ จึงรีบคุกเข่าเพื่อแสดงความเคารพ
“ท่านปู่ผู้นำตระกูล ท่านอาหม่านกุ้ย ท่านอาซานจาง พวกท่านเกรงใจข้ามากเกินไปแล้ว!”
ถังฉีรีบเดินเข้าไปปราม ไม่ยอมให้ผู้ใดคุกเข่า
แม้แต่ถังอู่ก็รีบเข้าไปประคองผู้นำตระกูลด้วยเช่นกัน
“ท่านปู่ผู้นำตระกูล มานั่งที่เก้าอี้ประธานเถอะ!”
ถังฉีมิได้ใช้ตำแหน่งยกตนข่มท่านและขอให้ถังฟู่กุ้ยไปนั่งที่เก้าอี้ประธาน
แต่ถังฟู่กุ้ยกลับยืนอยู่เฉยๆไม่กล้านั่งลง
“ท่านปู่ผู้นำตระกูล ที่นี่ไม่มีเสี้ยนจู่ มีเพียงฉีเอ๋อร์คนเดิม!”
เมื่อเห็นผู้นำตระกูลยังคงเกรงใจ ถังฉีก็ทำหน้าเคร่งขรึมทันที
“ใช่แล้ว ท่านอาฟู่กุ้ย แม่หนูฉียังไม่เคยวางตัวสูงส่งต่อหน้าพวกชาวบ้าน ท่านก็อย่าทำให้นางรู้สึกอึดอัดเลย!”
ถังซานจางเมื่อเห็นความจริงใจของถังฉี จึงช่วยดันผู้นำตระกูลไปยังเก้าอี้ประธานอย่างรวดเร็ว
จากนั้นคนอื่นๆจึงพากันนั่งลง
“ฉีเอ๋อร์ คราวนี้เจ้าตามพวกเรามาเพราะอะไรหรือ...?”
แม้ผู้นำตระกูลจะคาดเดาได้แล้ว แต่เขาก็อดไม่ได้ที่จะถามออกไป
“ท่านปู่ผู้นำตระกูลอย่าเพิ่งกังวล! ครั้งนี้ข้าเพียงต้องการบอกพวกท่านว่าไข่มุกทั้งหมดที่ขนส่งไปยังเมืองหลวงก่อนหน้านี้ถูกขายไปแล้ว! หลังจากหักค่าขนส่งของคุณชายฉีและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ตั๋วเงินเหล่านี้จึงเป็นกำไรที่เหลือ! "
ถังฉีวางกองตั๋วเงินไว้เบื้องหน้าหน้าผู้นำตระกูลและคนอื่นๆ
แม้แต่ถังซานจางที่คุ้นเคยกับการเห็นกองเงินกองทองยังอดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลายอึกใหญ่!
"นี่..."
ถังหม่านกุ้ยและพวกชาวบ้านไม่คาดคิดมาก่อนว่าพวกเขาจะขายไข่มุกได้มากมาย ทั้งยังได้กำไรมากถึงเพียงนี้!
ทุกคนต่างแสดงสีหน้าปีติยินดีเกินบรรยาย!
“อย่าเพิ่งตื่นเต้นเกินไป ไข่มุกที่เราเพาะเลี้ยงยังนับว่าหาได้ยากในเมืองหลวง ครั้งแรกจึงขายได้ราคาสูงขนาดนี้! แต่ในวันข้างหน้าเมื่อจำนวนไข่มุกเพิ่มขึ้น ก็จะขายได้ไม่มากเท่านี้แล้ว”
ถังฉีกล่าวอย่างจริงจัง
“เราเข้าใจเรื่องนั้นดี วันข้างหน้าไข่มุกจะขายได้ราคาถูกลงอย่างแน่นอน”
ถังซานจางพยักหน้า
คนอื่นๆต่างเห็นพ้อง ขณะเดียวกันก็รู้สึกซาบซึ้งใจที่ตนเองยอมเชื่อใจถังฉีตั้งแต่แรก ทำให้พวกเขาเป็นกลุ่มแรกที่ได้รับผลประโยชน์
แน่นอนว่าถังฉียังมีแผนอื่น เพราะท้ายที่สุดแล้ว ในยุคสมัยนี้ไม่ได้มีเพียงแต่แผ่นดินราชวงศ์โจวเหนือเท่านั้น
ยังมีทั้งแคว้นซีเหลียง และแคว้นตงอิ๋ง
“นี่คือบัญชีที่พี่ฉีส่งมา ข้าเพิ่งตรวจสอบรายการทั้งหมด พวกท่านก็ควรตรวจทานด้วยเช่นกัน”
เมื่อกล่าวจบ ถังฉียื่นสมุดบัญชีออกไป
"ไม่จำเป็น ฉีเอ๋อร์ การคำนวณของเจ้าดีพอแล้ว!"
ผู้นำตระกูลปฏิเสธอย่างรวดเร็ว
“ท่านปู่ผู้นำตระกูล พวกท่านทุกคนต้องตรวจทานบัญชีเหล่านี้จริงๆ เพราะข้าอาจไม่อยู่ที่หมู่บ้านตระกูลถังสักพักหนึ่ง”
ถังฉีใคร่ครวญเรื่องนี้มาแล้ว พวกน้องชายของนางจะสอบขุนนางในเดือนสองปีหน้า ซึ่งอาจารย์ยวิ๋นกล่าวว่าพวกเขาควรศึกษาเล่าเรียนอย่างสงบในเฟิงโจว
ดังนั้น ถังฉีจึงวางแผนที่จะซื้อบ้านในเมืองเฟิงโจวพร้อมกับมองหาโอกาสทางธุรกิจ
"เฮ้อ ไม่ว่าเจ้าจะไปที่ใด จำไว้ว่านี่คือบ้านของเจ้า!"
ผู้นำตระกูลคาดการณ์ไว้แล้วว่าครอบครัวของถังฉีจะออกจากหมู่บ้านตระกูลถัง แต่ไม่คิดว่าเร็วเช่นนี้!
“ท่านปู่ผู้นำตระกูล เราไม่ได้ตั้งใจจะออกจากหมู่บ้านตระกูลถังอย่างถาวร ท่านก็อย่าเพิ่งคิดมากไป มาดูบัญชีกันก่อนเถอะ!”
“ท่านฟู่กุ้ย ถึงแม้จะเป็นพี่น้อง แต่เรื่องเงินทองยังต้องชัดเจน นับประสาอะไรกับพวกเราตั้งหลายครัวเรือน!”
ถังอู่ที่ยืนอยู่ข้างๆยังโน้มน้าว
ในที่สุด ทั้งกลุ่มก็นั่งคุยกันและช่วยกันตรวจทานบัญชี
ครึ่งชั่วยามต่อมา พวกเขาก็ตรวจทานสมุดบัญชีจนเสร็จสิ้น
โชคดีที่คนเหล่านี้ค่อนข้างมีฐานะในหมู่บ้าน จึงพอจะอ่านออกเขียนได้
“ฉีเอ๋อร์ คุณชายฉีช่างใส่ใจในการทำบัญชีนัก แม้แต่พวกเรายังเข้าใจได้ง่ายๆ!”
ถังซานจางอุทานด้วยความชื่นชม
ถังฉียิ้มบางๆ รูปแบบการทำบัญชีเป็นสิ่งที่ถังเฟิงเป็นผู้สอนฉีเซิ่ง!
“ท่านปู่ผู้นำตระกูล ท่านอาหม่านกุ้ย ท่านอาซานจาง...”
ถังฉีมองคนทั้งสาม "ถ้าบัญชีไม่มีปัญหา เราก็สามารถแบ่งปันผลกำไรรับปีใหม่กันได้เลย!"
ก่อนหน้านี้ เกิดทั้งภัยแล้งและโรคระบาดจากหนู แม้หมู่บ้านตระกูลถังจะค่อนข้างเฟื่องฟูในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่ชีวิตของชาวบ้านก็ยังขาดแคลนเมื่อเทียบกับเมื่อก่อน
"ดีๆดี !"
ถังฉีแบ่งผลกำไรให้กับแต่ละครอบครัวต่อหน้าทุกคน โปร่งใสไร้ความลังเล
เมื่อผู้นำตระกูลและคนอื่นๆ ออกจากบ้านของถังฉีพร้อมกับตั๋วเงินปึกใหญ่ พวกเขารู้สึกราวกับอยู่ในความฝัน
พวกเขามั่นใจว่าเมื่อมีถังฉีอยู่ ชาวบ้านในหมู่บ้านตระกูลถังจะต้องมีชีวิตที่เจริญรุ่งเรืองยิ่งๆขึ้นไปในภายภาคหน้า!
การเพาะเลี้ยงหอยกาบมิได้จะหยุดแต่เพียงเท่านี้ แต่ยังต้องหาวิธีที่จะขยายธุรกิจให้ใหญ่ขึ้นอีก!
คล้ายว่าทุกอย่างจะพัฒนาไปในทิศทางที่ดี
----------------------
ธารน้ำใสไหลรินจากภูเขา ก่อนจะตกลงจากที่สูง สาดกระทบกับโขดหินเบื้องล่าง
บุรุษหนุ่มชุดขาวนั่งเงียบๆอยู่ที่เชิงผา นิ่งสงบราวกับนักพรตที่กำลังเข้าฌาน
ไม่ว่าน้ำจะถาโถมหนักเพียงใด เขาก็ยังคงนิ่งงันไร้การเคลื่อนไหว
หลังจากนั้นไม่นาน ชายหนุ่มก็สุดหายใจเฮือกใหญ่ ลุกขึ้นยืน และก้าวออกไปเบาๆ ชั่วครู่ต่อมา เขาก็กระโจนขึ้นฝั่งประหนึ่งห่านป่า
จ้าวไป่จือสัมผัสถึงกระแสปราณแท้จริงในร่างกาย ในที่สุด ความยินดีก็อาบบนใบหน้า!
“พี่จ้าว พิษในร่างท่านถูกขจัดจนหมดแล้วหรือ?”
ถังเหอยืนอยู่ไม่ไกล เฝ้าดูเขาเงียบๆ
ในที่สุด เมื่อเห็นเขาโผล่ออกมาจากใต้น้ำตก ถังเหอก็รีบวิ่งไปหาทันที ใบหน้าของเขาก็ตื่นเต้นดีใจไม่แพ้กัน
“ใช่ พิษถูกขจัดไปหมดแล้ว ในช่วงพักฟื้นนี้ ทักษะของข้าดูเหมือนจะดีขึ้นไม่น้อย!”
ในที่สุด จ้าวไป่จือก็ยิ้มออกมา
“เยี่ยมมาก! ข้าจะเขียนจดหมายไปบอกพี่ใหญ่และท่านพ่อ พวกเขาต้องดีใจกันมากแน่ๆ!”
ใบหน้าอ่อนใสของถังเหอเปล่งประกายด้วยความตื่นเต้น
เมื่อได้ยินดังนั้น จิตใจของจ้าวไป่จือก็นึกถึงภาพของเด็กสาวขึ้นมาทันที
"ดี!"
คำหนึ่งหลุดออกจากปากของเขาโดยไม่รู้ตัว
จากนั้น เขาก็จับมือของถังเหอและเดินไปยังบริเวณใจกลางของหุบเขาร้อยพิษ
ในหุบเขาร้อยพิษมีคนไม่มากนัก แต่มีศิษย์สายนอกมากมาย ลูกศิษย์แต่ละคนแบ่งตามสถานะ จึงได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ที่แตกต่างกัน
“เสี่ยวเหอ ไป่จือ!”
จากระยะไกล เฉียวไป๋เห็นร่างสองร่าง ร่างใหญ่และร่างเล็กเดินตรงมาหา
“ท่านอาเฉียว!”
"อาจารย์!"
ทั้งสองทักทายเฉียวไป๋ด้วยความเคารพ
โดยเฉพาะถังเหอที่มองเฉียวไป๋ด้วยความเคารพอย่างสุดแสน
“ฮ่าฮ่าฮ่า ไป่จือ เห็นเจ้าดูสดชื่นปานนี้ พิษในร่างกายคงถูกขจัดหมดแล้วใช่หรือไม่?”
เมื่อจ้าวไป่จือติดตามเขากลับมาถึงหุบเขาร้อยพิษ เขาก็เข้ารับการรักษาด้วยการฝังเข็ม อาหารรักษาโรค และการแช่น้ำสมุนไพร
หลังจากผ่านไปหลายเดือน พิษที่รบกวนเขามาหลายปีก็ถูกขจัดโดยสิ้นเชิง!
แน่นอนว่าเขาเคยผ่านวิกฤติความเป็นความตายมาแล้วหลายครั้ง แต่โชคดีที่เฉียวไป๋และภรรยายังคงอยู่เคียงข้างเขา ช่วยให้เขาผ่านพ้นช่วงเวลาเหล่านั้นไปได้
“พี่จ้าว เสี่ยวเหอ!”
เฉียวอวี๋เข้ามาหา แบกตะกร้าซึ่งเต็มไปด้วยสมุนไพรไว้บนหลัง
พวกมันล้วนเป็นสมุนไพรล้ำค่าของหุบเขาร้อยพิษ
ทั้งยังเป็นรากฐานของหุบเขาแห่งนี้
“อวี๋เอ๋อร์ เจ้าไปเก็บสมุนไพรอีกแล้วหรือ?”
จ้าวไป่จือทักทายเฉียวอวี๋แล้วหันไปหาเฉียวไป๋
“ท่านอาเฉียว ข้ามาที่นี่เพื่อบอกลาพวกท่าน!”
Comments
Post a Comment