ตอนที่ 168: ตระกูลเฉิน
"เงียบนะ! ถ้าเจ้าพวกข้างหลังได้ยินเข้า ใครจะรู้ว่าพวกเขาจะล้อเลียนเจ้าไปถึงเมื่อไร แล้วท่านย่าจะคิดอย่างไรกับเจ้า!"
นางเฉินตำหนิบุตรชายคนโตของนางเงียบๆ ใบหน้าของนางฉายแววผิดหวังเล็กน้อย
นางไม่คิดเลยว่าบุตรชายคนโตที่นางเลี้ยงดูมาอย่างดีจะขาดความทะเยอทะยานถึงเพียงนี้!
รอหญิงชราเพียงไม่นาน เขาก็ทนไม่ไหวเสียแล้ว!
โชคดีที่ไม่ได้ยินข่าวคราวเกี่ยวกับจ้าวไป่จือมานานกว่าครึ่งปี ป่านนี้กระดูกของเขาคงถูกสุนัขป่าฉีกทึ้งจนกระจัดกระจายไปทั่วป่า!
เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ ใบหน้าของนางพลันฉายแววอิ่มเอม ก่อนจะรีบอำพรางไว้อย่างรวดเร็ว
ใบหน้าของนางยังคงนอบน้อมและถ่อมตน
จ้าวถงจือหวาดกลัวมารดาของตนอยู่เสมอ เมื่อเห็นสีหน้าของนางเฉิน เขาก็ก้มศีรษะลงทันทีและยืนเคียงข้างด้วยความเคารพ
จ้าวอู๋จือยืนเงียบๆ เฝ้าดูพี่ชายและมารดาของเขา
ฤดูหนาวอันยาวนานในเมืองหลวงนั้นหนาวเสียดกระดูก แม้ทุกคนจะถือเตาอุ่นมือ แต่พวกเขาก็ยังคงตัวสั่น
"เหล่าอนุภรรยาที่ยืนอยู่ข้างหลังเริ่มไม่พอใจ แต่พวกนางรู้ฐานะของตนเองดีและทำได้เพียงยืนหยัดเงียบๆ"
ทันใดนั้น เจิ้นกั๋วกงก็กลับมาจากวังหลวง เมื่อเห็นกลุ่มคนยืนอยู่ที่ประตู เขาก็บอกคนขับรถม้าหยุด
“ท่านแม่ยังไม่กลับจากวัดอีกหรือ? พวกเจ้ามารออยู่ตรงนี้ เดี๋ยวก็เป็นหวัดเอาหรอก”
จ้าวชาง เจิ้นกั๋วกงมองไปยังจี้ซื่อเฉิน ภรรยาเอกของเขา
“กั๋วกง ท่านแม่ไปอยู่ที่วัดมาเกือบครึ่งปี ในที่สุดนางก็กลับมา เราก็รออยู่ที่นี่อีกสักหน่อยเพื่อแสดงความกตัญญู”
นางเฉินกล่าวด้วยสีหน้าเข้าอกเข้าใจ
สดับวาจา ความเศร้าเล็กน้อยก็ฉายวาบในดวงตาของจ้าวชาง
“ท่านแม่ไปสวดภาวนาให้ไป่จือ... ไม่ได้ยินข่าวของเขามาครึ่งปีแล้ว...”
เมื่อมาถึงจุดนี้ จ้าวชางไม่ได้กล่าวอะไรต่อ ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดต่อนางยวิ๋น
ในอดีต เขาและนางยวิ๋นเป็นคู่รักที่รักใคร่กลมเกลียวกันดี แต่ชีวิตของนางยวิ๋นกลับสั้นนัก หลังจากให้กำเนิดจ้าวไป่จือได้ไม่นาน นางก็เสียชีวิต
จ้าวชางหัวใจสลายเพราะการสูญเสียภรรยาผู้เป็นที่รัก เขาจึงเข้าวังทันทีเพื่อทูลขอราชโองการแต่งตั้งจ้าวไป่จือ บุตรชายคนเดียวของเขาเป็นทายาท
หลังจากที่เขาเสียชีวิต จ้าวไป่จือก็จะสืบทอดตำแหน่งเจิ้นกั๋วกงคนต่อไป
กล่าวกันว่าบิดาเป็นเสือ บุตรย่อมไม่เป็นสุนัข แม้ในวัยเยาว์จ้าวไป่จือก็แสดงความฉลาดและพรสวรรค์ของเขาจนเป็นที่ประจักษ์
เมื่ออายุได้เพียงสิบหกปี เขาก็ไปที่ชายแดนและประสบความสำเร็จในกองทัพอย่างล้นหลาม!
ทว่าเวลานี้ เขาหายตัวไปเป็นเวลาสองปีแล้ว!
หลายปีที่ผ่านมา มีรายงานบ่อยครั้งว่าเขาขับไล่คนเถื่อนที่ชายแดน ซึ่งทำให้ฮ่องเต้ทรงพอพระทัยอย่างมาก!
ทว่าครึ่งปีที่แล้ว กลับมีข่าวจากชายแดนว่าจ้าวไป่จือถูกวางยาพิษและหายตัวไปในสนามรบ!
ชะตากรรมเป็นอย่างไรไม่อาจทราบ
เมื่อมารดาของเขาได้ยินข่าวนี้ นางก็หมดสติไปทันที เมื่อนางได้สติ นางก็รีบไปขอพรที่วัดทันที
นางยวิ๋นเสียชีวิตก่อนวัยอันควร จ้าวไป่จือจึงได้รับการเลี้ยงดูจากหญิงชราผู้ให้ความสำคัญกับเขาอย่างมาก
ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ นางได้สละพลังทั้งหมดเพื่อมุ่งไปสวดมนต์ที่วัด
กิจการงานบ้านทั้งหมด นางเฉินเป็นผู้จัดการดูแล
“ไปเอาเตาอุ่นมือมาอีกใบ อย่าปล่อยให้นางเป็นหวัดในอากาศหนาวจัดแบบนี้!”
เจิ้นกั๋วกงยังคงห่วงใยภรรยาของเขาอย่างลึกซึ้ง
สาวใช้รีบเอาเตาอุ่นมือมาอีกใบทันที
รอยยิ้มจางๆปรากฏขึ้นบนใบหน้าของนางเฉิน
แม้เจิ้นกั๋วกงจะมีภรรยาและอนุภรรยาหลายคน แต่เขาก็ปฏิบัติต่อนางอย่างดี ไม่มีอนุภรรยาคนใดเหนือกว่าภรรยาเอก
นางเฉินค่อนข้างพอใจกับเรื่องนี้
นางเป็นเพียงบุตรสาวที่เกิดจากอนุภรรยาของท่านโหวหย่งหนิง เมื่อนางแต่งเข้าจวนของเจิ้นกั๋วกงในฐานะจี้ซื่อหรือภรรยาเอกคนที่สอง พี่สาวแท้ๆของนางก็ล้อเลียนนางไม่หยุด!
ทว่าหลายปีที่ผ่านมา นางกลับเป็นผู้ที่ใช้ชีวิตสุขสบายที่สุดในบรรดาบุตรสาวที่แต่งงานแล้วของท่านโหวหย่งหนิง!
แม้แต่สถานะของมารดาของนางในจวนเจิ้นกั๋วกงก็ดีขึ้นอย่างมาก
ทุกอย่างล้วนเป็นเพราะเจิ้นกั๋วกง!
แม้แต่ครรภ์ของนางก็โชคดีเช่นกันที่ได้ให้กำเนิดบุตรชายถึงสองคน เมื่อใดก็ตามที่นางกลับไปยังจวนของท่านโหวหย่งหนิง อนุภรรยาคนใดบ้างไม่ตามป้อยอมารดาของนาง?
แม้แต่ท่านโหวหย่งหนิงก็ยังมองมารดาของนางในแง่ดีมากกว่า!
ขณะที่นางเฉินจมอยู่ในห้วงความคิด นางก็ได้ยินเสียงรถม้าดังเอี๊ยด
"ท่านแม่!"
รถม้าเพิ่งหยุดลงเมื่อเจิ้นกั๋วกงรีบเดินเข้ามา
เวลานั้น ม่านรถม้าถูกยกขึ้นจากด้านใน เผยให้เห็นใบหน้าของหญิงชราคนหนึ่ง
รูปลักษณ์ดูจิตใจดีและอ่อนโยน
“อากาศหนาวเช่นนี้ พวกเจ้ารีบกลับเข้าไปเถอะ จะได้ไม่มีใครเป็นหวัด บอกพวกอนุภรรยาค่อยเข้ามาคารวะข้าพรุ่งนี้ก็ได้”
"เหล่าฮูหยินจ้าวโบกมือ และเหล่าอนุภรรยาก็พาลูกๆของพวกนางกลับไป
** เหล่าฮูหยิน = ฮูหยินผู้เฒ่า"
แม้พวกนางจะยืนรอที่ประตูใหญ่มานาน แต่ก็ไม่มีใครกล้าแสดงความไม่พอใจใดๆ
จริงๆแล้วมีร่องรอยแห่งความสุขปะปนอยู่ด้วย! เมื่อหญิงชรากลับมา นางเฉินก็ไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่ามเหมือนเมื่อก่อน!
วันเวลาของพวกนางและลูกๆจะดีขึ้นเท่านั้น!
ทันทีที่รถม้าผ่านเข้าสู่ประตูใหญ่ รถม้าก็หยุดนิ่ง ก่อนที่เหล่าฮูหยินจ้าวซึ่งสวมเสื้อคลุมหนาจะลงจากรถม้า
หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจมากมาย นางก็กลับมายังบ้านของตนเอง
“ท่านแม่ ข้าให้พวกสาวใช้มาทำความสะอาดทุกวัน ของข้างในไม่เปลี่ยนไปแม้แต่น้อย”
นางเฉินยิ้มให้เหล่าฮูหยินจ้าว
"ใช่ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย!"
หญิงชราจ้าวมองไปยังสภาพแวดล้อมที่คุ้นเคย ใบหน้าของนางแสดงรอยยิ้มจางๆ
“ช่างมีน้ำใจนัก ตอนที่ข้าไม่อยู่ พวกเจ้าคงลำบากกันไม่น้อย!”
เหล่าฮูหยินจ้าวรู้สึกพอใจลูกสะใภ้จากจวนท่านโหวหย่งหนิงผู้นี้มากทีเดียว
แม้จะเป็นเพียงบุตรสาวของอนุภรรยา แต่นางก็ให้กำเนิดบุตรชายผู้สืบทอดของเจิ้นกั๋วกง แม้กระทั่งจัดหาบรรดาอนุภรรยามาให้
เวลานี้ ครอบครัวเต็มไปด้วยบุตรหลานผู้สืบทอด
“ท่านแม่ นี่คือสิ่งที่ลูกสะใภ้ควรทำ!”
นางเฉินกล่าวด้วยรอยยิ้มนอบน้อม
“นี่ มือเจ้าเย็นหมดแล้ว กลับไปพักเสียเถอะ ระวังอย่าเป็นหวัด! ใกล้สิ้นปีแล้ว ยังมีอีกหลายอย่างที่ต้องจัดการ!”
เหล่าฮูหยินจ้าวมองไปยังลูกสะใภ้ด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน
นางเฉินเห็นว่าแม่สามีมีเรื่องจะคุยกับบุตรชายของนาง
“ท่านแม่ ข้าขอตัวกลับก่อน เมื่อใกล้สิ้นปี ข้าจะดูแลของกำนัลด้วยตนเองเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีข้อผิดพลาด!”
นางเฉินถอยออกไปเมื่อกล่าวจบ
“ท่านแม่ อย่าไปอยู่ที่วัดอีกเลย อยู่บ้านเถอะ ข้าจะจัดพระพุทธรูปองค์เล็กๆไว้ให้ท่าน”
เจิ้นกั๋วกงนั่งข้างเหล่าฮูหยินจ้าว
"ไม่เป็นไร อยู่ที่วัดข้ารู้สึกจิตใจสงบดี"
เหล่าฮูหยินจ้าวส่ายศีรษะ นางยังคงต้องการสวดมนต์และขอพร เพราะหากอยู่บ้าน พวกอนุภรรยาชอบสร้างความเดือดร้อนเป็นบางครั้งบางคราว
ไปหาความสงบสุขข้างนอกดีกว่า!
"อนิจจา..."
จ้าวชางเข้าใจความคิดของมารดา
“ชางเอ๋อร์ เจ้าได้ยินข่าวของไป่จือในช่วงหกเดือนที่ผ่านมาบ้างหรือไม่?”
เหล่าฮูหยินจ้าวโบกมือไล่สาวใช้และคนรับใช้ออกไป ก่อนจะถามบุตรชายของนาง
“ท่านแม่ ข้าส่งคนไปตรวจสอบที่ชายแดนตั้งหลายคนแล้ว แต่ไม่มีร่องรอยของเขาเลย ไม่ว่าเป็นหรือตาย...”
"เงียบนะ! ตามหาลูกชายไม่พบในครึ่งปีคือความล้มเหลวในฐานะบิดา! ยิ่งไปกว่านั้น ตัวตนของจ้าวไป่จือยังถูกเก็บเป็นความลับ เหตุใดเขาถึงถูกวางยาพิษ?
เหล่าฮูหยินจ้าวยกไม้เท้าขึ้น แต่ไม่อาจแข็งใจตีเจิ้นกั๋วกงบุตรชายของตนเองได้
จ้าวชางเผยรอยยิ้มขมขื่น เขาจะไม่คิดเรื่องทั้งหมดนี้ได้อย่างไร? แต่ชายแดนอยู่ตั้งไกล คนของเขาจะสืบพบอะไรบ้าง?
เมื่อเห็นสีหน้าของบุตรชาย เหล่าฮูหยินจ้าวก็รู้สึกโกรธขึ้นมา!
“นี่มันเกินไปแล้ว! เจ้าไม่สงสัยบ้างหรือว่าอาจเป็นฝีมือของพวกที่มีเจตนาร้าย?”
Comments
Post a Comment