sister ep173

 ตอนที่ 173: หมูป่า


สีหน้าของจ้าวชางเปลี่ยนไปทันที

“ฮูหยิน หมอหลวงบอกว่าไป่จือต้องพักผ่อนเงียบๆ เจ้าช่วยสั่งให้พวกบ่าวจัดเตรียมเรือนหลังเก่าของเขาให้เรียบร้อย อย่าให้ใครไปรบกวน อ้อ แล้วเตรียมที่พักใกล้ๆให้ท่านหมอหลวงด้วย”

“ทราบแล้วเจ้าค่ะท่านพี่ ข้าจะสั่งพวกบ่าวให้รีบจัดการทันที”

จี้ซื่อเฉินตั้งสติอย่างรวดเร็ว แม้ภายในใจจะอดเย้ยหยันไม่ได้

สภาพของจ้าวไป่จือดูย่ำแย่จนน่าจะอยู่ได้อีกไม่นาน ปล่อยให้คนที่ใกล้ตายอยู่อย่างสงบสักพักย่อมไม่ใช่ปัญหา

จ้าวไป่จือไม่มีทางรอดแน่ๆ!

“ฮูหยิน ลำบากเจ้าแล้ว จัดการทุกอย่างเสร็จก็รีบกลับไปพักผ่อนเถอะ เย็นนี้เราจะกินข้าวกันที่นี่ ส่วนพวกอนุฯ ก็บอกให้พวกนางกินข้าวในห้องของตัวเอง”

เหล่าฮูหยินจ้าวบอกกับจี้ซื่อเฉิน

“ท่านแม่ ข้าทราบแล้วเจ้าค่ะ”

จี้ซื่อเฉินเหลือบมองใบหน้าที่ซูบตอบของจ้าวไป่จือก่อนจะจากไป

ภายในห้อง เหลือเพียงจ้าวไป่จือและผู้อาวุโสทั้งสองเท่านั้น

“ไป่จือ ตลอดเวลามานี้เจ้าไปอยู่ที่ไหนมา? เห็นเจ้าผ่ายผอมเช่นนี้ ย่าปวดใจเหลือเกิน!”

เหล่าฮูหยินจ้าวมองดูหลานชายด้วยสีหน้าเจ็บปวด ในบรรดาหลานทุกคน จ้าวไป่จือเป็นคนโปรดของนาง

จ้าวไป่จือเหลือบมองออกไปข้างนอกเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครอยู่ ก่อนที่จะปิดประตูและกลับเข้ามา

เมื่อเห็นท่าทางจริงจังของชายหนุ่ม จ้าวชางและเหล่าฮูหยินจ้าวก็มองหน้ากันด้วยสายตากังวล

“ท่านย่า ข้าถูกคนปองร้ายที่ชายแดน หากไม่ใช่เพราะท่านอาถัง ข้าคงตายเพราะพิษไปนานแล้ว...”

จ้าวไป่จือเล่าเรื่องราวของเขา รวมถึงรายละเอียดอันน่าสยดสยองของพิษที่เขาต้องเผชิญ ตลอดจนการรักษาพิษของเขาในหุบเขาร้อยพิษ

แม้ว่าเขาจะเล่าด้วยเสียงแผ่วเบา แต่จ้าวชางและเหล่าฮูหยินจ้าวกลับฟังด้วยหัวใจเต้นแรง

“ท่านพ่อ ท่านย่า จริงๆข้าไม่อยากให้พวกท่านเป็นกังวล แต่ในเมื่อข้ากลับมาแล้ว คนร้ายคงเริ่มเคลื่อนไหวอีกแน่...”

จ้าวไป่จือกล่าวถึงความกังวลของตนเอง

“ยิ่งไปกว่านั้น เวลานี้ข้ามีภูมิคุ้มกันต่อพิษทุกชนิดแล้ว จึงไม่ต้องกังวลว่าจะโดนวางยาพิษอีก แต่พวกท่านต้องระวังให้มาก”

“หลานย่า ย่าเข้าใจดี เจ้าไม่ต้องห่วง มีแค่เราสามคนเท่านั้นที่รู้เรื่องนี้ ข้าจะไม่ยอมหลุดปากแม้แต่คำเดียว”

เหล่าฮูหยินจ้าวกล่าวด้วยแววตาหนักแน่น

“ว่าแต่... สาวน้อยที่เจ้าหมั้นหมายด้วย...”

เหล่าฮูหยินจ้าวทราบแล้วว่าถังฉีเป็นเพียงเด็กสาวชาวบ้าน

“ท่านย่า ฉีฉีไม่ได้ด้อยไปกว่าบุตรสาวตระกูลขุนนางในเมืองหลวง สำหรับข้า นางเป็นดั่งดวงจันทร์ที่เด่นเป็นสง่าบนท้องฟ้า ขณะที่สตรีสูงศักดิ์เหล่านั้นเป็นได้เพียงดาวดวงเล็กๆที่ไม่อาจเทียบรัศมี ข้าจะไม่แต่งงานกับใครนอกจากนางขอรับ”

จ้าวไป่จือประกาศอย่างหนักแน่น นึกถึงคำมั่นสัญญาของเขากับถังฉี ในใจเกรงว่าพวกผู้อาวุโสจะจัดการเรื่องการแต่งงานของเขาอีกครั้ง

เขายังไม่ได้ล้างแค้นศัตรู และไม่มีเวลาสำหรับเรื่องรักใคร่ ในระหว่างที่เขากำลังทุกข์ทรมานจากพิษ ภาพของถังฉีมักปรากฏในหัวใจของเขาเสมอ

เมื่อเห็นสีหน้ามุ่งมั่นของหลานชาย เหล่าฮูหยินจ้าวก็ตระหนักได้ว่าเขาเทิดทูนถังฉีผู้นี้มากทีเดียว

“ตกลง เจ้าสามารถตัดสินใจเรื่องการแต่งงานของตัวเองได้ ย่าจะไม่แทรกแซง”

เหล่าฮูหยินจ้าวยอมจำนนอย่างรวดเร็ว ไม่สำคัญว่าถังฉีจะเป็นเช่นไร ตราบใดที่หลานชายของตนรักนาง ค่อยอบรมเมื่อนางแต่งเข้ามาในจวนนี้แล้วก็ยังไม่สาย

สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้ คือการหาตัวคนร้ายให้พบ!

บังอาจทำร้ายหลานรักของนาง พวกมันจะต้องชดใช้อย่างสาสม!

หลังจากพูดคุยกันพักหนึ่ง จี้ซื่อเฉินก็ส่งคนมาแจ้งว่า เรือนเก่าของจ้าวไป่จือทำความสะอาดเรียบร้อยแล้ว

“เข้าใจแล้ว ข้าจะกลับไปหลังอาหารเย็น ฝากขอบคุณฮูหยินเฉินด้วย”

จ้าวไป่จือกล่าวด้วยเสียงอ่อนแรง สาวใช้เหลือบมองเขาก่อนจะจากไป

"ไป่จือ อย่าทำให้ย่าของเจ้าต้องเป็นห่วงอีก! เมื่อเรื่องทุกอย่างคลี่คลาย พาแม่นางคนนั้นมาหาย่าด้วย!"

เมื่อเอ่ยถึงถังฉี ใบหน้าของจ้าวไป่จือผุดรอยยิ้มโดยไม่รู้ตัว

สาวน้อยผู้นั้น... นางอยู่ที่หมู่บ้านตระกูลถังสุขสบายดีหรือไม่...

…......................

หมู่บ้านตระกูลถัง 

ถังฉีสวมชุดผ้าฝ้ายสีชมพูกลีบกุหลาบ กระโปรงปักลายดอกไม้ และเสื้อคลุมสีฟ้าอ่อน ยืนอยู่ใต้ต้นบ๊วย อาภรณ์และเครื่องประดับสีชมพูอ่อนของนางเข้ากันอย่างลงตัวกับสีสันของดอกไม้

นางทอดสายตาไปไกล ราวกับกำลังรออะไรบางอย่าง

"พี่ใหญ่!"

เสียงปีติยินดีดังมาแต่ไกล

ดวงตาของถังฉีเป็นประกาย นางรีบวิ่งไปทางต้นเสียงทันที

“น้องสี่ เหตุใดครั้งนี้เจ้าถึงต้องอยู่บนภูเขานานตั้งสองวัน? ถ้าเจ้าไม่ออกมาเร็วกว่านี้ละก็ ท่านพ่อกับข้าคงออกไปตามหาเจ้าแล้ว!”

เห็นเสื้อผ้าฉีกขาดของถังเฟิง ถังฉีอดไม่ได้ที่จะดุเขาเบาๆ

“พี่ใหญ่ พี่ใหญ่ฉีกับข้าพบร่องรอยของหมูป่าขอรับ! เราจึงวางกับดักบนภูเขาแล้วเฝ้ารออยู่สองวัน เพิ่งจับหมูป่าได้ตัวหนึ่ง หนักเกือบสี่ร้อยชั่งเลยละ! พี่ใหญ่ฉีจึงส่งข้ากลับมาแจ้งข่าว ท่านพ่อกับพี่ใหญ่จะได้ไม่ต้องกังวล”

ได้ยินดังนั้น ถังฉีถอนหายใจด้วยความโล่งอก

“เอ๊ะ พี่ใหญ่ มือของท่านเย็นเฉียบ! รีบกลับกันเถอะ เดี๋ยวจะเป็นหวัดเอาได้ ใกล้ปีใหม่แล้ว!”

ถังเฟิงสัมผัสมืออันเย็นเฉียบของพี่สาว สีหน้าเป็นกังวลไม่น้อย

“อืม ในเมื่อเจ้าปลอดภัยแล้วก็กลับกันเถอะ ไปอธิบายให้ท่านพ่อฟังด้วย เขาพร้อมจะพุ่งขึ้นเขาเพื่อตามหาเจ้าอยู่แล้ว!”

ถังฉีมองน้องชายที่เกือบจะโตเป็นหนุ่มพลางกล่าวยิ้มๆ

สองพี่น้องเดินไปที่ลานบ้าน

ก่อนจะเห็นถังอู่ถือหน้าไม้อยู่ที่ประตู

“เสี่ยวเฟิง เหตุใดเจ้าถึงกลับมาคนเดียว? เจออันตรายบนภูเขาอย่างนั้นหรือ?”

ถังอู่เผยสีหน้าวิตกกังวลเมื่อเห็นถังเฟิงกลับมาเพียงลำพัง

“ท่านพ่อ พวกพี่ใหญ่ฉีจับหมูป่าได้ จึงส่งน้องสี่มาแจ้งข่าวเจ้าค่ะ”

ถังฉีรีบดึงหน้าไม้มาจากถังอู่อย่างรวดเร็ว

“เข้าใจแล้ว ใครจะคิดว่าพวกเจ้าโชคดีจับหมูป่าได้”

ถังอู่ตบไหล่ถังเฟิง

ถังเฟิงฉีกยิ้มกว้าง พอใจกับคำชมของบิดา

“เอาละ เจ้าสองคนต้มน้ำเพิ่มเถอะ พ่อจะขึ้นเขาไปช่วยทุกคนอีกแรง”

ถังอู่หยิบรถเข็นมาจากสวนหลังบ้าน

ถังฉีไม่ได้ห้ามปราม แต่กลับช่วยถังเฟิงต้มน้ำร้อนแทน

ขณะที่น้ำกำลังเดือด พวกเขาก็ได้ยินเสียงอึกทึกจากข้างนอก

ขนาดของหมูป่าที่ถูกลากกลับมาดึงดูดความสนใจของบรรดาชาวบ้าน

“อู่จือ ลูกชายของเจ้าจับหมูป่าได้ตัวใหญ่ถึงเพียงนี้เชียวหรือ?!”

ถังหม่านกุ้ยกล่าวอย่างตื่นเต้น

“ใช่แล้ว หมูป่าตัวใหญ่เช่นนี้คงประหยัดค่าอาหารช่วงปีใหม่ไปได้มากโข และเนื้อหมูป่าก็รสชาติอร่อยกว่าเนื้อหมูธรรมดามากทีเดียว”


--- จบตอน ---

Comments