ตอนที่ 178: ผู้มาเยือน
ถังต้าสี่รีบกล่าว ด้วยกังวลว่าถังเฉวียนอาจสงสัยบางอย่าง
"ข้าพูดผิดตรงไหน? ในเมื่อพวกอู่จือไม่ได้คะยั้นคะยอให้เจ้านำอะไรกลับมา นั่นไม่ได้หมายความว่าพวกเขาไม่ยกโทษให้เราหรือ? ฮือๆฮือ... ชีวิตข้าเหตุใดต้องตกระกำลำบากถึงเพียงนี้!"
นางฉินกล่าวจบแล้วนั่งร่ำไห้เบาๆบนเตียงเตา
ถังเฉวียนสับสนทันที
ในช่วงอายุสามสิบกว่าปี เขาไม่เคยเห็นมารดาร้องไห้เลยสักครั้ง!
เขายกมือทาบอก
ที่หน้าอกของเขามีโสมที่ถังฉีมอบให้เพื่อบำรุงร่างกายของนางเหลียง
โสมถุงหนึ่งอาจมีราคาอย่างน้อยหลายสิบตำลึงเงิน
หากเขานำมันออกมา มารดาของเขาคงจะหยุดร้องไห้อย่างแน่นอน
ขณะที่ถังเฉวียนคิดเช่นนี้ นิ้วของเขาก็สั่นสะท้านอย่างไม่อาจควบคุม
ทว่าจิตใจของเขากลับนึกถึงใบหน้าที่ซีดเซียวและเหนื่อยล้าของภรรยาโดยไม่รู้ตัว
ทันใดนั้น มือของเขาก็หยุดสั่น
ถังต้าสี่และภรรยาไม่ทันสังเกตท่าทีเล็กๆน้อยๆของบุตรชาย
"เอาละ เฉวียนจือ เจ้าเหนื่อยมาแต่เช้า หน้าหนาวเช่นนี้ กลับห้องไวหน่อยเถอะ ระวังอย่าให้เป็นหวัด ไม่เช่นนั้นเจ้าจะต้องเสียเงินหาหมอ"
ถังต้าสี่เห็นถังเฉวียนยืนอยู่ตรงนั้นด้วยท่าทางกลัดกลุ้ม อดไม่ได้ที่จะทอดถอนใจ
“ขอรับ ท่านพ่อ ท่านแม่ หากต้องการอะไรให้เรียกหาข้า ข้าจะรีบมาทันที”
ถังเฉวียนพยักหน้ารับคำกล่าวของถังต้าสี่ เมื่อรู้สึกโล่งใจจึงหันหลังกลับ และจากไปโดยไม่หันกลับมามอง
ทันทีที่ถังเฉวียนกลับมาที่ห้อง นางเหลียงก็ยกถ้วยน้ำขิงมาให้
“หน้าหนาวเช่นนี้ ทุกคนในหมู่บ้านล้วนหมกตัวอยู่แต่ในบ้าน ท่านพ่อกับท่านแม่กลับให้ท่านออกไปทำอะไรข้างนอกหรือ?”
นางเหลียงมองดูสามีด้วยความสิ้นหวัง
“ไม่มีอะไร แค่ขอให้ข้าเอาซาลาเปาไปฝากบ้านพี่รองเท่านั้น”
ถังเฉวียนมองดูเด็กๆที่กำลังนั่งมองตนอยู่บนเตียงเตา ทันใดนั้น เขาก็นึกเสียใจเล็กน้อยที่ไม่ได้นำขนมกลับมา
แต่ถึงแม้เขาจะนำกลับมา เด็กพวกนี้ก็คงไม่ได้กินอยู่ดี!
“ท่านพ่อ ดื่มน้ำขิงอุ่นๆ แล้วมานั่งบนเตียงเตากันเถอะ!”
เด็กน้อยวัยห้าขวบตบพื้นที่ว่างข้างตัวบนเตียงเตา
เมื่อเห็นดังนั้น ถังเฉวียนรู้สึกถึงกระแสอันอบอุ่นไหลวาบผ่านหัวใจของเขา
“ท่านพี่ เหตุใดท่านพ่อกับท่านแม่ถึงคิดจะส่งซาลาเปาไปบ้านของพี่รองเวลานี้?”
นางเหลียงลังเลขณะกล่าว
"พวกฉีเอ๋อร์..."
“ไม่มีอะไรหรอก แค่พวกท่านเสียใจกับความผิดที่เคยทำลงไปในอดีต จึงอยากส่งบางอย่างไปที่บ้านพี่รองเพื่อชดเชยสักหน่อย”
ถังเฉวียนก็หยุดชะงักขณะกล่าว
…ความขัดแย้งระหว่างบิดามารดากับบ้านพี่ชายคนรองจะชดเชยได้จริงหรือ? มันไม่ใช่แค่เล็กน้อย แต่เกี่ยวพันถึงชีวิตคน
“เฮ้อ... สถานการณ์ลำบากขนาดนี้ ท่านพ่อกับท่านแม่ยังขอร้องให้ท่านไป บ้านพี่รองจะคิดอย่างไรกัน?”
“ไม่เป็นไรหรอก ตอนที่ข้ากำลังจะกลับ พวกเขาตั้งใจจะมอบของให้ข้าหลายอย่าง ข้าไม่ได้รับไว้ทั้งหมด แต่ว่า...”
ถังเฉวียนกล่าวจบก็หยิบถุงโสมใบเล็กออกมาจากอกเสื้อ
"มันคืออะไรหรือ?"
นางเหลียงรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
สามีนางไม่เอาของที่ได้มามอบให้บิดามารดาของตนเอง?
"ชู่... เป็นโสมที่ฉีเอ๋อร์ขอให้ข้าเอามาให้เจ้าโดยเฉพาะ นางบอกว่าร่างกายของเจ้าอ่อนแอ และเจ้าควรดื่มโสมเพิ่มเพื่อบำรุงร่างกาย"
เมื่อถังเฉวียนกล่าวจบ ใบหน้าของเขาก็มีรอยยิ้มที่น่าอึดอัดใจ
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาซ่อนของจากบุพการี
หลังจากที่ถังเฉวียนกล่าวจบ เขาก็มองไปยังเด็กสามคนที่นั่งอยู่บนเตียงเตา
เวลานี้ พี่น้องต่างปิดปากเงียบ แต่ดวงตาของพวกเขากลับยิ้ม
“ท่านพ่อไม่ต้องกังวล เราจะไม่ปากโป้งเรื่องนี้แน่ ท่านแม่สำคัญที่สุด ต้องรักษาสุขภาพให้แข็งแรง!”
ถังหยากล่าวสมกับเป็นพี่สาวคนโต
เด็กน้อยอีกสองคนพยักหน้าเห็นพ้อง
เมื่อเห็นเช่นนี้ นางเหลียงก็หัวเราะออกมาทั้งๆที่ดวงหน้าน้ำตารื้น
นางเผยอปาก ตั้งใจจะบอกให้ถังเฉวียนนำโสมถุงเล็กนี้ไปให้ผู้อาวุโส แต่เมื่อเห็นสายตาคาดหวังของเด็ก ๆ ในที่สุดนางก็ไม่กล่าวอะไร
"เอาละเอาละ เราเก็บโสมถุงเล็กนี้ไว้ก็แล้วกัน"
นางเหลียงกล่าวจบ และในที่สุดเด็กๆก็หัวเราะอย่างร่าเริง
“ท่านแม่ ในเมื่อพี่ฉีให้โสมอันล้ำค่ากับพวกเรา พวกเราก็ควรแสดงความขอบคุณด้วยเช่นกัน!”
ถังหยากล่าวจบก็กระโดดลงจากเตียงเตาอย่างเร่งรีบ สวมรองเท้าผ้าฝ้ายแล้วกระโดดออกไป
นางเหลียงกำลังจะร้องเรียก แต่เกรงว่าผู้เฒ่าจะได้ยิน
อย่างไรก็ตาม ถังหยาไม่เคยสร้างปัญหา ดังนั้นนางเหลียงจึงไม่กังวลนัก
นางเดาว่า ถังหยากำลังจะไปที่บ้านของถังฉีเพื่อขอบคุณ
…..............................
หลังจากซื้อสินค้าที่จำเป็นสำหรับเทศกาลแล้ว ถังฉีมาถึงโรงเตี๊ยมเยว่ไหลเค่อ
"เถ้าแก่ฉี เสี้ยนจู่!"
เสี่ยวเอ้อร์เห็นฉีเซิ่งและถังฉีก็ออกมาต้อนรับพวกเขาทันที
“ท่านกลับมาทันเวลาพอดี ข้าน้อยกำลังจะไปที่หมู่บ้านตระกูลถังเพื่อตามหาเสี้ยนจู่เลยขอรับ!”
เสี่ยวเอ้อร์ส่งจดหมายฉบับหนึ่งให้ถังฉี
“คุณชายถังเหอส่งจดหมายมาขอรับ”
"ขอบใจนะ"
ถังฉีกล่าวและยื่นตำลึงเงินก้อนหนึ่งให้เสี่ยวเอ้อร์
“ขอบคุณเสี้ยนจู่ขอรับ”
เสี่ยวเอ้อร์ไม่ปฏิเสธ เขาเข้าใจอารมณ์ของถังฉี และจากไปอย่างมีความสุขพร้อมกับเงินในมือ
ถังฉียืนอยู่ที่ประตู มือบางเปิดซองจดหมายอย่างกระตือรือร้น
‘พี่ใหญ่ ข้าหวังว่าท่านจะสบายดี…’
ถังฉีอ่านทีละคำ และรอยยิ้มของนางกดลึกขึ้นเรื่อยๆ
ฉีเซิ่งยืนตรงข้ามนาง ไม่มองจดหมาย เพียงรอให้ถังฉีอ่านจนจบ
“ฉีเอ๋อร์ เสี่ยวเหอเขียนอะไรในจดหมายบ้าง เจ้าดูมีความสุขมาก”
หลังจากที่ถังฉีปิดจดหมาย ฉีเซิ่งก็อดไม่ได้ที่จะถามอย่างสงสัย
"น้องห้าบอกว่าพิษของพี่จ้าวได้รับการรักษาแล้ว ตอนนี้เขากลับไปที่เมืองหลวง และจะกลับมาที่หมู่บ้านตระกูลถังหลังจากเรื่องในเมืองหลวงคลี่คลาย"
ถังฉีอธิบายสั้นๆ
"พิษของไป่จือรักษาหายแล้วหรือ? นี่เป็นข่าวที่ยอดเยี่ยมมากจริงๆ เขาไม่ต้องทนทุกข์ทรมานอีกต่อไปแล้ว!"
ฉีเซิ่งกล่าวอย่างตื่นเต้น
ถังฉีส่งจดหมายให้ชายหนุ่ม ฉีเซิ่งรับมาอ่านอย่างรวดเร็ว
"จริงด้วย! สวรรค์ยังมีเมตตา!"
หลังจากอ่านแล้ว ฉีเซิ่งส่งจดหมายคืนให้ถังฉีอย่างทอดถอนใจ
"ใช่แล้ว น้องห้าก็ดูสุขสบายดี ในที่สุดข้าก็วางใจได้เสียที พี่ใหญ่ฉี ข้าจะไม่อยู่กินมื้อเย็นนะ ข้าจะรีบกลับไปแจ้งข่าวนี้กับท่านพ่อและพวกน้องๆ!"
เดิมที ถังฉีตั้งใจจะอยู่กินข้าวที่โรงเตี๊ยมเยว่ไหลเค่อก่อนจะกลับบ้าน แต่เมื่อตระหนักว่า น้องชายของนางเป็นห่วงถังเหอและเฉียวอวี๋มาก นางจึงตัดสินใจกลับบ้านให้เร็วที่สุด
"ตกลง ข้าจะให้ผู้ช่วยที่ไว้ใจได้ติดตามไปด้วย ใกล้ปีใหม่แล้ว ยังมีงานอีกมากให้จัดการที่โรงเตี๊ยม เมื่อเสร็จแล้ว ข้าจะตามไปสมทบกับเจ้าที่หมู่บ้านตระกูลถัง"
ฉีเซิ่งไม่ได้รั้งนางไว้
หลังจากรู้จักกันมาหลายปี เขาก็เข้าใจอารมณ์ของสตรีตรงหน้าเป็นอย่างดี
ทันทีที่ถังฉีจากไป ม้าที่สง่างามตัวหนึ่งก็หยุดอยู่ด้านหน้าโรงเตี๊ยมเยว่ไหลเค่อ
เสี่ยวเอ้อร์เห็นแขกผู้มาเยือนจึงรีบต้อนรับเข้าไปข้างใน เพียงไม่นาน คนรับใช้ก็พาคนผู้นั้นมาถึงประตูเรือนของฉีเซิ่ง
“นายน้อย มีคนจากเมืองหลวงมาขอพบขอรับ!”
"เข้ามา!"
ฉีเซิ่งกล่าว รอยยิ้มจางๆที่คลุมเครือผุดขึ้นบนริมฝีปากหยัก
Comments
Post a Comment