sister ep186

 ตอนที่ 186: การเลือกเส้นทาง


จ้าวไป่จือทำเช่นนี้โดยตระหนักถึงตัวตนของจี้ซื่อเฉิน

อย่างไรก็ตาม เขาประมาทโจวเจี๋ยเกินไป

…..................

ในยามนี้ ขบวนสินค้าของโรงเตี๊ยมเยว่ไหลเค่อกำลังเตรียมขนส่งสินค้าจำนวนมากไปยังเมืองชิงเหลียงในชั่วข้ามคืน

“หัวหน้าจาง นายน้อยของเราแปลกจริงๆ ที่ให้เราส่งสินค้าไปยังเฟิงโจวในช่วงเวลานี้”

ชายหนุ่มในขบวนสินค้าบ่นอุบ

ชายวัยกลางคนที่ถูกเรียกว่า ‘หัวหน้าจาง’ เหลือบมองเขา "เสี่ยวลิ่ว หากเรารีบเร่งมือ เราก็สามารถกลับมาทันปีใหม่"

"แต่สถานการณ์ชายแดนตึงเครียดนัก ข้ามีญาติที่ทำงานในวังและลอบกลับบ้านเมื่อเร็วๆนี้ เขาบอกว่าแคว้นซีเหลียงและพวกคนเถื่อนกำลังเคลื่อนไหว เริ่มมีการปะทะกันเล็กน้อยที่ชายแดน หากสงครามลุกลาม เราจะกลับมาได้หรือ? เราอาจถูกกองทัพเกณฑ์ไปก็ได้!"

ใบหน้าของเสี่ยวลิ่วเผยความสิ้นหวัง แต่เขายังคงทำงานต่อไป

หัวหน้าจางถอนหายใจลึกเมื่อได้ยิน

"หากกลัวว่าสงครามจะปะทุขึ้น เราก็ต้องหาเงินเพิ่ม เพื่อให้แน่ใจว่าเมื่อถึงยามนั้นครอบครัวของเราจะไม่อดอยาก อีกอย่าง เรามาจากโรงเตี๊ยมเยว่ไหลเค่อ ทหารคงไม่เกณฑ์พวกเราง่ายๆ"

“แต่หากมีสงคราม เราจะกลับจากเฟิงโจวได้หรือ?”

เสี่ยวลิ่วชะงัก

“ใครไม่อยากไปก็กลับไปซะ! ข้าหาคนมาแทนพวกเจ้าได้ไม่ยาก สินค้าชุดนี้เต็มไปด้วยของมีค่า ค่าจ้างจึงสูงกว่าครั้งไหนๆ หากข้าจะหาคนมาแทนละก็ง่ายดายนัก!”

หัวหน้าจางปรายตามองสหายที่รู้จักกันมานาน

พวกเขาเดินทางไปมาตามเส้นทางระหว่างเมืองหลวงและเฟิงโจวนับครั้งไม่ถ้วนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

ทั้งกลุ่มเงียบไปชั่วขณะ

“หัวหน้าจาง ข้าจะไป!”

“ข้าก็จะไปเหมือนกัน!”

"ข้าจะไป..."

ทันใดนั้นทุกคนก็ขันอาสา

แม้แต่เสี่ยวลิ่วที่เมื่อครู่ยังลังเลก็ยืดตัวขึ้น "ข้าก็จะไป! เราทุกคนรู้วรยุทธ์อยู่บ้าง เราจะปลอดภัย และหาเงินให้ได้เยอะๆ!"

ทุกคนหัวเราะกับคำกล่าวของเสี่ยวลิ่ว

“เสี่ยวลิ่ว เจ้าชอบสาวน้อยที่อยู่ฝั่งตะวันออกของหมู่บ้านเจ้าไม่ใช่หรือ? การเดินทางครั้งนี้อาจมีรายได้เพียงพอสำหรับของหมั้น เมื่อเรากลับมา เจ้าอาจจะได้ขอนางแต่งงาน!”

ใบหน้าของเสี่ยวลิ่วเปลี่ยนเป็นสีแดงเมื่อถูกหยอกเย้า

"ฮึ่ม หยุดล้อเลียนข้าแล้วคอยดูสินค้าให้ปลอดภัยเถอะ!"

"ฮ่าฮ่าฮ่า..."

เสียงหัวเราะของพวกเขาดังขึ้น แม้แต่หัวหน้าจางก็อดหัวเราะไม่ได้

"ฮึ่ม!"

เสี่ยวลิ่วทำท่าขึงขัง จึงเลิกสนใจสหายและหันไปตรวจสอบสินค้า

แต่ภายในใจกลับรู้สึกอบอุ่น

…การส่งมอบสินค้าชุดนี้ให้ทางเฟิงโจว จะทำให้เขาได้แต่งงานกับชุ่ยฮวาอย่างแน่นอน!


ในระยะไกล มีคนกลุ่มหนึ่งกำลังซุ่มเฝ้าสังเกตกลุ่มของหัวหน้าจางอยู่

“จวิ้นจู่สั่งห้ามไม่ให้คนพวกนั้นรู้ตัว รีบตามพวกเขาไปกันเถอะ”

"แต่คนพวกนั้นเป็นมืออาชีพ หนึ่งหรือสองวันยังพอไหว แต่ต้องใช้เวลาประมาณสิบวันกว่าจะถึงเฟิงโจว เราอาจถูกพบตัวก่อนก็ได้"

"ไม่ต้องห่วง เราก็กำลังขนส่งสินค้าไปยังเฟิงโจวด้วย..."

ค่ำคืนนั้นหนาวเหน็บ และไม่มีใครรู้ว่า อะไรกำลังรอพวกเขาอยู่ที่เฟิงโจว

…................

ในหมู่บ้านตระกูลถัง 

ถังหยาแอบไปที่บ้านของถังฉีในวันรุ่งขึ้น เพื่อบอกถังฉีว่ามารดาของนางฟื้นแล้ว และรอดพ้นจากอันตราย

“ถึงแม้นางไม่ตกอยู่ในอันตรายแล้ว แต่ข้าบอกได้เลยว่าท่านแม่เงียบและเก็บตัวมากขึ้น เมื่อคืนข้าเห็นนางแอบร้องไห้”

ถังหยาก้มศีรษะขณะบอกกล่าว

ถังฉีเข้าใจความรู้สึกของนางเหลียงดี การที่แม่สูญเสียลูกไปนั้นช่างน่าสะเทือนใจ

สุขตามมาด้วยความโศกเศร้า เป็นความหายนะ

แม้แต่ผู้หญิงที่แข็งแกร่งที่สุดยังใจสลาย ไม่ต้องกล่าวถึงคนที่อ่อนโยนอย่างนางเหลียงเลย

“หยาหยา พ่อของข้าซื้อนกพิราบและขาหมูมาเมื่อเช้านี้ เอากลับบ้านไปทำน้ำแกงให้แม่ของเจ้านะ”

ถังฉีพาถังหยาไปที่ห้องครัว

นกพิราบและขาหมูซื้อมาตามคำแนะนำของถังฉี

นางทำความสะอาดนกพิราบและเพิ่มสมุนไพรบำรุงบางส่วนแล้ว พวกเขาเพียงแค่ต้องเคี่ยว

"ไม่ๆ! ท่านช่วยพวกเรามามากแล้ว เราจะหาวิธีเลี้ยงดูท่านแม่ตามที่นางต้องการเอง..."

เสียงของถังหยาเบาลง

เช้าวันนี้ มารดาของนางไม่สามารถลุกขึ้นมาทำอาหารเช้าได้ นางฉินผู้เป็นย่าจึงให้ไข่ไก่มาหนึ่งฟอง

แต่ไข่ฟองเดียวจะบำรุงอะไรได้มากนัก

“เอาไปเถอะ ข้ารู้ว่าเจ้าทำอาหารในห้องได้ ปิดประตูหน้าต่างเพื่อไม่ให้กลิ่นกระจาย ข้ามีน้ำมันหมูและน้ำมันถั่วเหลืองให้ด้วย ค่อยๆเอากลับโดยอย่าให้บ้านใหญ่สังเกตเห็น”

ถังฉีกล่าวอย่างจริงจัง

นางจำได้ว่า นางเหลียงบอกว่าบางครั้งพวกเขาแอบทำอาหารในห้องสำหรับเด็กๆ

แน่นอนว่าพวกเขาขายสินเดิมของนางเหลียงไปเกือบหมดแล้ว เหลือทรัพย์สินเพียงน้อยนิด

ถังหยารู้สึกประหลาดใจกับความรอบคอบของถังฉี

"ขอบคุณพี่ฉี!"

ถังหยาคุกเข่าและคำนับถังฉีหลายครั้ง

ถังฉีประคองเด็กหญิงขึ้นมาอย่างรวดเร็วโดยแสดงความไม่พอใจ

"ถังหยา ข้าช่วยอาสามและอาสะใภ้เพราะอาสามเป็นน้องชายของพ่อข้า เรามีสายเลือดเดียวกัน เราคือครอบครัว!"

แม้ว่านางจะไม่ชอบถังต้าสี่และภรรยา แต่สำหรับบ้านของถังเฉวียน พวกเขาก็นับว่าเป็นครอบครัวเดียวกัน

“พี่ฉี…”

ถังหยารู้สึกอบอุ่นภายในใจหลังจากได้ยินคำกล่าวของถังฉี

ในบ้านตระกูลเก่า ลูกๆของท่านลุงใหญ่มักจะรังแกนางและน้องๆของนางเสมอ

เพิ่งจะหยุดไปไม่นานนี้เอง

แต่การกระทำของถังฉีแสดงให้เห็นว่า ‘ครอบครัวที่แท้จริง’ หมายถึงอะไร

ถังหยาตัดสินใจว่าตน จะต้องมีไมตรีจิตจากใจจริงแบบถังฉี

“เราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เราเลือกวิธีดำเนินชีวิตได้”

ถังฉีมองเด็กน้อยอย่างจริงจัง

หลังจากรู้จักกันมาหลายปี นางรู้ว่าถังหยาเป็นคนตรงไปตรงมาและเต็มใจที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของตนเอง

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากนางยังเด็ก และถังเฉวียนก็เชื่อฟังบุพการีเหนือสิ่งอื่นใด จึงเป็นเรื่องยาก

ถึงกระนั้น ถังฉีรู้สึกว่า ทั้งหมดนี้อยู่ภายใต้การควบคุมของนางฉิน

นางฉินแม้จะเป็นเพียงหญิงชราในหมู่บ้าน แต่ก็มีทักษะในการชักจูงผู้คน

นางโปรดปรานบุตรชายและสะใภ้คนโต รวมถึงครอบครัวของฝ่ายหญิง

การเห็นชอบบุตรชายคนโต สร้างความกดดันต่อบุตรชายอีกสองคนให้พยายามมากขึ้น เชื่อฟังมากขึ้น โดยหวังว่านางฉินจะปฏิบัติต่อพวกเขาอย่างดีบ้าง

ถังอู่ผู้มีความสามารถมากที่สุดมีความกตัญญูมาก

เนื่องจากนางหวังมีบุตรชายหลายคน นางเหลียงจึงรู้สึกว่า ตำแหน่งของนางในครอบครัวไม่มั่นคงนัก


--- จบตอน ---

Comments