ตอนที่ 198: งานฝีมือ
นางเหลียงมองถังฉีด้วยสีหน้าซาบซึ้ง
“อาสะใภ้ ครั้งนั้นท่านเสียเลือดไปมาก และร่างกายของท่านยังอ่อนแอ ท่านควรพักผ่อนบนเตียงนะเจ้าคะ”
ถังฉีกล่าวขณะช่วยประคองนางเหลียงกลับขึ้นไปบนเตียงเตาโดยไม่กล่าวอะไรอีก
“เฮ้อ เด็กน้อย เจ้าแบกรับภาระของครอบครัวมากเกินไปแล้ว”
นางเหลียงกล่าวอย่างจริงใจขณะมองไปยังถังฉี
"อาสะใภ้ ไม่จำเป็นต้องเกรงใจ หากท่านต้องการความช่วยเหลือก็บอกข้าได้เลย"
ถังฉีตอบ นางดึงโต๊ะเล็กๆออกมาอย่างชำนาญและวางไว้บนเตียงเตา ก่อนจัดวางอาหารที่นางนำมา
ทันใดนั้น ห้องก็เต็มไปด้วยกลิ่นหอมของอาหาร
ถังหยาที่กำลังทำอาหารอยู่อีกมุมหนึ่งรีบวิ่งมาดูหลังได้ยินเสียง เมื่อเห็นว่าเป็นถังฉี นางก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
“หยาเอ๋อร์ เหตุใดเจ้าถึงดูเคร่งเครียดปานนี้?” ถังฉีถามด้วยสีหน้างุนงง
“ท่านคงไม่รู้! ไม่กี่วันที่ผ่านมามีคนจากบ้านตระกูลเก่ามาบ่อยๆ ข้ากลัวว่าพวกเขาจะรังแกแม่ของข้า!”
ถังหยากล่าว ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความโกรธเมื่อเอ่ยถึงคนจากบ้านตระกูลเก่า
"จริงหรือ?" ถังฉีแสดงสีหน้าประหลาดใจ นางไม่เคยพบใครจากบ้านตระกูลเก่าระหว่างมาเยือนโถงบรรพชนในช่วงนี้
“แทบทุกครั้งที่ท่านกลับไป พี่สะใภ้ก็เข้ามาทำทีเหมือนมาเยี่ยมท่านแม่ นางไม่รู้บ้างเลยว่าการได้เจอหน้านางมีแต่ทำให้แม่ข้าเสียใจ
เมื่อวานข้าอยากใช้ไม้กวาดไล่นางออกไปด้วยซ้ำ แต่ท่านแม่ไม่ยอมให้ข้าทำ" ถังหยากล่าวพร้อมมองนางเหลียงอย่างไม่พอใจ
“เอาละ เราต่างก็เป็นคนสกุลถัง หากเราก่อเรื่องที่โถงบรรพชน ไม่ใช่แค่ปู่และย่าของเจ้าเท่านั้นที่ต้องอับอาย ยังรวมถึงพ่อของเจ้าด้วย” นางเหลียงถอนหายใจ
“วันนี้ข้าจะรออยู่ที่นี่เพื่อดูว่าพี่สะใภ้ของข้าจะมาเมื่อไร” ถังฉีกล่าวพลางหรี่ตา
บางที นางหลิวอาจสำนึกแล้วจริงๆ แต่การมาเยี่ยมทุกวันกลับสร้างปัญหาให้ผู้อื่นมากขึ้น
“เยี่ยมมาก พี่สาว! ท่านแม่ไม่วางใจให้ข้าจัดการ แต่เมื่อมีท่านอยู่ด้วย เราก็ไม่ต้องทนกับนางแล้ว! ข้าไม่อยากเห็นหน้าจอมมารยาของนางอีกเลยจริงๆ!” ถังหยากล่าวพร้อมกำหมัดแน่น
ถังฉีเข้าใจความรู้สึกของถังหยา ใครๆก็คงไม่อยากเจอคนที่ทำร้ายคนที่ตนเองรักทั้งนั้น
"อาสะใภ้ รีบกินตอนที่ยังร้อนๆเถอะ ข้าจะไปที่ห้องครัวเพื่อช่วยถังหยาเตรียมอาหาร" ถังฉีกล่าวเมื่อเห็นถังหยาอายุเพียงสิบเอ็ดปีที่ต้องการความช่วยเหลือ
“ไม่ต้องไม่ต้อง เจ้านำอาหารมาให้เราทุกวันแล้ว ไม่ควรช่วยอะไรแล้ว” นางเหลียงประท้วง
"อาสะใภ้ อย่าเกรงใจนักเลย ท่านอาสามทำงานข้างนอกไม่สามารถดูแลครอบครัวในระหว่างวันได้ อย่างไรเสีย ข้าก็ว่างงานอยู่แล้ว" ถังฉีกล่าวพร้อมจูงมือถังหยาออกมา
ไม่นาน พวกนางก็มาถึงมุมเล็กๆหลังห้อง
ถังฉีเห็นถังซ่านและถังจูกำลังยุ่งอยู่ข้างใน หนุ่มน้อยถังซ่านกำลังโยนฟืนเข้าไปในเตา ใบหน้าเล็กๆของเขาแดงก่ำจากแสงสะท้อนของเปลวไฟ ส่วนถังจูนั่งบนเก้าอี้ตัวเล็กๆค่อยๆปอกหัวมันที่เก็บไว้ด้วยมีดเล็กๆ
เมื่อเห็นดังนั้น ถังฉีรีบเดินเข้าไปอย่างรวดเร็ว โดยกังวลว่าถังจูอาจถูกมีดบาด และหยิบมีดไปจากนาง
แม้ว่าเด็กยากจนจะถูกบังคับให้ต้องเติบโตก่อนวัยอันสมควร แต่ถังฉีก็ทนไม่ได้ที่จะเห็นสิ่งนี้
“พี่สาว” ถังจูกล่าวเบาๆและดูเป็นกังวล
"ข้าปอกเปลือกหัวมันเป็นแผ่นบางๆ แล้วจะได้ไม่เสียของ..."
ถังจูกล่าวอย่างกล้าๆกลัวๆ
เมื่อเห็นดังนั้น ถังฉีรู้สึกเจ็บแปลบในใจ ดูเหมือนว่าถังจูตัวน้อยจะทำงานมากมายที่บ้านตระกูลเก่าและมักถูกดุบ่อยๆ ดังนั้นนางจึงต้องระมัดระวังอย่างมาก
"โอ้โฮ จูเอ๋อร์ เจ้าปอกเปลือกหัวมันได้บางมาก! พี่สาวว่าเจ้าฝีมือดีมากเลย!" ถังฉีกล่าวพลางลูบศีรษะเด็กหญิงเบาๆ
แม้นางเหลียงจะสุขภาพย่ำแย่ แต่เด็กๆก็ยังคงเรียบร้อย
ถังจูประหลาดใจกับคำชม และยิ้มแย้มด้วยความดีใจ
“จริงหรือ? นอกจากท่านแม่กับพี่หยาหยา ท่านเป็นคนแรกที่ชมข้า!”
ใบหน้าของถังจูเปล่งประกายด้วยความสุข ราวกับดอกโบตั๋นที่เบ่งบานท่ามกลางฤดูหนาวอันเย็นยะเยือก
“แน่นอน! พี่สาวไม่เคยโกหก หากไม่เชื่อก็ลองถามพี่หยาหยาของเจ้าสิ!”
ถังฉีกล่าวพร้อมกับบีบแก้ม พบว่าผิวของนางอ่อนนุ่ม แต่มีเนื้อเพียงเล็กน้อย พลันนั้นนางก็ตั้งใจที่จะช่วยทำให้เด็กๆเหล่านี้มีสุขภาพที่ดีและอวบอ้วน
"จูเอ๋อร์ พาน้องชายของเจ้าไปอยู่กับแม่ของเจ้าก่อนเถอะ ข้ากับพี่หยาหยาของเข้าจะจัดการเรื่องในครัวเอง" ถังฉีกล่าว โดยแนะนำว่านางเหลียงอาจต้องการเพื่อน
ถังหยาพยักหน้าบอกถังจูและถังซ่าน เด็กน้อยทั้งสองจึงจับมือกันออกไปด้วยรอยยิ้ม
ถังฉีนำอาหารมาให้ถังหยาและพี่น้องของนาง แต่นางเหลียงยืนกรานที่จะทำอาหารเอง พวกเขาจึงประนีประนอมกับถังฉีให้นำอาหารมาเพียงหนึ่งมื้อในทุกวัน และเด็กๆจะทำอาหารในมื้อที่เหลือ
ถังเฉวียนจะเตรียมอาหารกลางวันก่อนไปทำงานในเมือง และทิ้งส่วนที่เหลือไว้ในหม้อเพื่อให้เด็กๆอุ่นกับน้ำแกง
ถังฉีล้างและหั่นหัวมันอย่างรวดเร็ว เพื่อทำมันผัดกับหมู นางยังทำน้ำแกงไข่อีกด้วย
เมื่อยกจานอาหารเข้าไปข้างใน นางพบว่านางเหลียงยังไม่ได้กินและนำอาหารกลับเข้าไปในกล่อง
“ข้าแค่อยากกินพร้อมกับลูกๆ ยิ่งกินกับคนเยอะๆยิ่งอร่อย” นางเหลียงอธิบายอย่างเร่งรีบ
ถังฉีเข้าใจว่านางเหลียงต้องการแบ่งปันอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการที่ตนนำมาให้กับลูกๆของนาง
“ไม่มีปัญหา อาสะใภ้สาม ข้าจะอุ่นให้เอง” ถังฉีกล่าว แล้วนำกล่องอาหารกลับไปที่ห้องครัวเพื่ออุ่น โดยมีถังหยาคอยช่วย
ถังฉีคิดถึง ‘ไมโครเวฟ’ ในโลกเดิม แต่ก็วางแผนที่จะสร้างบ้านอิฐให้ครอบครัวของอาสามเพื่อปรับปรุงสภาพความเป็นอยู่ของพวกเขา
"ฉีเอ๋อร์ เจ้าเหนื่อยมามากแล้ว เจ้าก็กินด้วยเถอะ" นางเหลียงชวนถังฉี
“ข้ากินข้าวที่บ้านมาแล้วเจ้าค่ะ ข้าจะไปชมดอกเหมยหลังโถงบรรพชนสักหน่อย” ถังฉีกล่าวพลางกระชับเสื้อคลุมให้แน่นขึ้นแล้วมุ่งหน้าออกไป
หิมะหยุดตกแล้ว ด้านนอกโถงบรรพชน หิมะสีขาวสลับกับกลีบดอกเหมยสีชมพูและสีขาวอันละเอียดอ่อน
…..................
ในขณะเดียวกัน
ขบวนรถม้ามุ่งหน้ามายังเมืองเฟิงโจวแล่นไปด้วยความเร็ว อยู่ไม่ไกลจากตัวเมือง...
Comments
Post a Comment