sister ep204

 ตอนที่ 204: มีความสุขและความสามัคคี


ผ่านไปราวสองก้านธูป นางฉินก็เตรียมอาหารเสร็จ โดยห่อข้าวเป็นก้อนหลายก้อนด้วยกระดาษน้ำมัน ก้อนข้าวแต่ละก้อนเต็มไปด้วยอาหารที่นางเพิ่งทำ วิธีการกินนี้เป็นสิ่งที่พวกเขาได้เรียนรู้จากถังฉี ซึ่งเรียกว่า ข้าวปั้น

ในหมู่บ้าน ชาวบ้านจะทำข้าวปั้นเป็นครั้งคราวในยามที่ต้องขึ้นเขาเพื่อล่าสัตว์ 

หลิวเถี่ยจู้ไม่ได้มองข้าวปั้นเลย เขารีบหยิบเงินออกมาและออกไปโดยเร็วที่สุด

“ไม่จำเป็น ไม่จำเป็น… เจ้าอุตส่าห์มาที่นี่ คิดเสียว่าเป็นโชคชะตานำพาก็แล้วกัน!”

ใบหน้าของนางฉินเต็มไปด้วยความสุขเมื่อนางเอื้อมมือไปรับเงิน แต่ถังต้าสี่กลับหยุดนางไว้

“พ่อหนุ่ม การออกไปข้างนอกไม่ใช่เรื่องง่าย ยามที่เจ้าล่าสัตว์บนเขาก็จงระวังด้วย เจ้ามาค้างคืนที่บ้านของข้าได้หากเจ้ากลับมาและอยากพักเอาแรง…”

“ตาแก่…”

นางฉินไม่คาดคิดว่าเงินที่นางกำลังได้รับจะหลุดลอยไป ใบหน้าของนางพลันเผยความกังวลออกมา

“เอาน่า เจ้าเป็นสตรี อย่ายุ่งไม่เข้าเรื่อง!”

ถังต้าสี่จ้องมองนางฉินและส่งสัญญาณให้นางหยุดพูด เพื่อไม่ให้หลิวเถี่ยจู้คิดว่าครอบครัวของพวกเขาไม่จริงใจ

เงินที่อีกฝ่ายให้นั้นไม่คุ้มค่ามากนัก หากชายหนุ่มผู้นี้ล่าสัตว์ตัวใหญ่บนภูเขาได้จริง ครอบครัวของพวกเขาจะได้รับประโยชน์อย่างมาก!

ถังต้าสี่มองไปยังรูปร่างหน้าตาของหลิวเถี่ยจู้ และคิดว่าเขาไม่ใช่คนธรรมดา บางทีเขาอาจเป็นนักล่าที่มีทักษะอย่างถังอู่

“ขอบคุณมากท่านลุงถัง หากข้าล่าสัตว์บนภูเขาได้ ข้าจะกลับมาและตอบแทนอย่างเหมาะสม”

หลิวเถี่ยจู้แสร้งทำเป็นใส่ข้าวปั้นที่นางฉินทำให้ลงในย่ามของตนเอง

“ไม่รั้งเจ้าแล้ว ระวังอากาศหนาวและถนนลื่น”

ถังต้าสี่ยิ้มอย่างหน้าซื่อใจคด

หลิวเถี่ยจู้ออกจากบ้านของถังต้าสี่อย่างรวดเร็ว ทันทีที่เขาไปถึงมุมเปลี่ยว เขาก็โยนข้าวปั้นทั้งหมดออกจากย่าม แล้วรีบมุ่งหน้าไปยังเมืองชิงเหลียง 

เขาจำเป็นต้องแจ้งเรื่องนี้ให้ทางเมืองหลวงทราบโดยเร็วที่สุด

“ตาแก่ เหตุใดท่านไม่ยอมรับเงิน?”

เมื่อเห็นหลิวเถี่ยจู้จากไป นางฉินก็อดไม่ได้ที่จะบ่น

“เจ้านี่มีตาหามีแววไม่ เงินค่าอาหารที่เขาให้ไม่ได้มากมายอะไรเลย หากเขาจับสัตว์บนภูเขาได้จริงๆ แล้วเราขอแบ่งปัน เจ้าคิดว่าเขาจะยอมปฏิเสธหรือ? ผลกำไรที่จะได้มีค่ามากกว่าข้าวปั้นพวกนี้มาก”

ถังต้าสี่กล่าวอย่างภาคภูมิใจ และใบหน้าของนางฉินก็กระจ่างแจ้งอย่างฉับพลัน

“ตาแก่ ท่านมองการณ์ไกลกว่าข้าเสียอีก แต่หากเขาจับอะไรไม่ได้เลยล่ะ เราจะไม่ขาดทุนหรือ?”

“แล้วอย่างไร? มันก็แค่ข้าวไม่กี่ก้อน ไม่ได้มากมายอะไร ไม่ต้องคิดอะไรแล้ว ตอนนี้เราแค่ต้องรอข่าวดี”

ถังต้าสี่ดูเฉยเมย คนเราต้องเดิมพันสักครั้งในชีวิต!

ย้อนกลับไป ตอนที่ถังฉีพาเด็กชายชื่อถังเจียงกลับมา มันก็เป็นการเดิมพันเหมือนกันไม่ใช่หรือ?

…................

แต่ถังต้าสี่และภรรยาเฝ้ารอวันแล้ววันเล่า หลิวเถี่ยจู้ก็ไม่นำสิ่งใดมาให้เลย

หลายวันผ่านไป หมู่บ้านตระกูลถังคึกคักไปด้วยความตื่นเต้น เพราะวันนี้เป็นวันส่งท้ายปีเก่า!

ถังฉีผูกผ้ากันเปื้อนเรียบๆที่นางทำเอง พับแขนเสื้อขึ้นและปักผมด้วยปิ่น ขณะนี้นางกำลังยุ่งอยู่ในครัว

พี่น้องตระกูลถังก็อยู่ในครัวเพื่อช่วยงานเช่นกัน

“พี่ใหญ่ ท่านไม่ได้ทำปลาต้มผักกาดดองให้เรามานานแล้ว!”

ถังสุ่ยมีหน้าที่ควบคุมไฟ สูดกลิ่นหอมในห้องครัวด้วยความเพลิดเพลิน

“หากไม่ใช่เพราะท่านปู่ผู้นำตระกูลเอาปลาช่อนมาให้ ข้าคงไม่คิดจะทำปลาต้มผักกาดดองให้พวกเจ้าหรอก!”

ถังฉียกปลาต้มผักกาดดองที่นางทำเสร็จแล้วมาวางไว้ข้างๆ จากนั้นก็เริ่มทำความสะอาดหม้อ

“อีกสองจาน มื้อเที่ยงก็พร้อมแล้ว”

ถังฉีกล่าวขณะที่ทำงานของนางต่อไป

“พี่ใหญ่ ปีนี้เราทำเงินได้ทั้งหมดหนึ่งแสนเจ็ดหมื่นตำลึง จากการขายไข่มุกและเกลือขอรับ!”

ถังเฟิงยืนอยู่นอกห้องครัว ดีดลูกคิดไปพลาง ใบหน้าของเขาแดงก่ำด้วยความตื่นเต้น

ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากช่วยงานในครัว แต่เมื่อมีถังอู่ ถังซานและถังสุ่ยคอยช่วย ห้องครัวก็ค่อนข้างแออัดแล้ว นอกจากนี้ ถังเฟิงไม่สามารถอยู่เฉยๆได้ เมื่อใกล้ถึงปีใหม่ เขาก็อยากจะคำนวณจำนวนเงินของครอบครัวที่หาได้ตลอดทั้งปี

ถังฉีฟังจากข้างใน แสดงสีหน้าประหลาดใจ

นางยังไม่ได้คำนวณบัญชีของครอบครัว เนื่องจากถังเฟิงมักเป็นคนจัดการ นางรู้ว่าขายไข่มุกได้หลายพันตำลึง แต่ไม่คิดว่าจะได้กำไรจากเกลือมากถึงเพียงนี้!

และนางก็จงใจควบคุมการผลิตเกลืออย่างเข้มงวด หากนางขายเกลือบริสุทธิ์ทั้งหมดจากห้วงมิติละก็ ใครจะรู้ว่าพวกนางจะทำเงินได้กี่หมื่นตำลึง!

เงินทั้งหมดนี้เป็นเหมือนภูเขาสีขาวที่ส่องประกาย

“เราน่าจะซื้อที่ดินเพาะปลูก แล้วก็บ้านสักหลัง”

ถังฉีหยุดงานในมือชั่วคราว

แม้ว่าทรัพยากรในห้วงมิติจะอยู่กับครอบครัวของนางไปหลายชั่วอายุคน แต่ในยุคนี้ อาหารถือเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ยิ่งกว่านั้น หากมีเหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้นในอนาคต การผลิตธัญพืชจำนวนมากอย่างทันท่วงทีคงเป็นเรื่องยากที่จะอธิบาย

“การซื้อที่ดินเป็นความคิดที่ดี! สุขภาพของพ่อก็ดีขึ้นแล้ว นี่พ่อไม่ทำอะไรเลยจนรู้สึกเคล็ดขัดยอกไปหมดแล้วเนี่ย!”

ถังอู่ฟังลูกๆเผยสีหน้าตื่นเต้น

“ท่านพ่อ ที่ดินที่เราจะซื้อไม่ใช่แค่หนึ่งหรือสองหมู่ แต่อาจเป็นหลายสิบหรือหลายร้อยหมู่ ท่านวางแผนจะทำงานทั้งหมดคนเดียวหรือ?”

ถังฉีถามยิ้มๆ

ก่อนหน้านี้ นางไม่กล้าขยายธุรกิจมากเกินไป และจัดการเรื่องการเงินกับฉีเซิ่งเท่านั้น แต่ตอนนี้ ด้วยตำแหน่งของนางในฐานะเสี้ยนจู่ ความกังวลเหล่านั้นก็แก้ไขได้แล้ว

และคงโง่มากหากไม่ใช้สถานะนี้ให้เป็นประโยชน์!

ถังอู่เกาศีรษะ รู้สึกเขินอายเล็กน้อย

“ฉีเอ๋อร์ เจ้ารับผิดชอบทุกอย่างในบ้าน ไม่ว่าเจ้าจะว่าอย่างไร พ่อก็จะทำ”

ถังอู่กล่าวด้วยท่าทางที่เอาใจใส่

เขาตระหนักในใจมาเสมอว่าเขาเป็นหนี้ทุกอย่างกับถังฉี นอกเหนือจากนางหวังภรรยาผู้ล่วงลับแล้ว นั่นเป็นเหตุผลที่เขาตัดสินใจมานานว่าจะชดใช้ให้นางให้มากที่สุด

“ท่านพ่อ เรื่องในอนาคตค่อยว่ากันเถอะขอรับ หากท่านไม่จัดการไก่ตัวนั้นเร็วๆ เราอาจจะไม่ได้กินข้าวเที่ยงวันนี้นะ!”

ถังซานชี้ไปที่ไก่ตรงหน้า

“ไก่ตัวนี้ไม่ใช่มื้อกลางวัน ฉีเอ๋อร์บอกว่าเราจะเอาไปทำเกี๊ยวคืนนี้”

ถังอู่อธิบายอย่างรวดเร็ว และเร่งทำงานในมือ

ถังฉีมองไปยังครอบครัวที่เต็มไปด้วยความรักใคร่กลมเกลียวในห้องครัว รอยยิ้มผุดขึ้นมาบนใบหน้างดงาม

“สงสัยจริงว่าเสี่ยวเหอกำลังทำอะไรอยู่ในหุบเขาร้อยพิษ?”

ถังอู่กล่าวอย่างครุ่นคิด

“ท่านพ่อไม่ต้องกังวล ท่านอาเฉียวและท่านอาอวิ๋นโหรว และแม้แต่เฉียวอวี๋ต้องดูแลเขาอย่างดีแน่”

 

--- จบตอน ---

Comments